เจะอามิง โตะตาหยง พูดถึงการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา และเสนอแนะว่าควรใช้การเมืองนําการทหารในการแก้ไขปัญหา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานแสดงข้อคิดเห็น โดยเฉพาะในร่างพระราชบัญญัติ การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... กระผมขออนุญาตท่านประธาน อย่างนี้ครับว่า ร่างพระราชบัญญัติบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสําคัญ ในการที่จะเป็นเครื่องมือฉบับหนึ่งที่จะต้องไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้ เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นมาตลอด เหตุผลประเด็นหนึ่งที่กระผมต้องยอมรับว่ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ก็ด้วยเหตุว่าก่อนหน้านี้เป็นที่ยอมรับครับท่านประธานว่าการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากนโยบายของรัฐบาล ก่อนหน้านี้คือ รัฐบาลภายใต้การนําของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เกิดความผิดพลาดกับการกําหนด นโยบายไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าสิ่งที่ผมพูด ไม่ได้เป็นการปรักปรําหรือให้ร้าย แต่ด้วยพื้นฐานข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ ท่านประธาน กระผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ตรงกันทั้งนักวิชาการ และ นักการเมือง และคนที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยอมรับอยู่อย่างหนึ่งครับว่า สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเกิดเหตุการณ์ไฟใต้ที่เราจะต้องยอมรับ ที่รัฐบาล โดยเฉพาะท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร บอกว่าเป็นโจรกระจอกนั้นมันไม่จริงครับ ท่านประธาน ผมในฐานะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐก็ได้ไปศึกษาเรื่องนี้เพื่อจะ นําเสนอต่อสภา สิ่งที่ปรากฏชัดเจน ณ วันนี้คือกระบวนการในการต่อสู้ของจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นแอบแฝงไปด้วยกลุ่มก่อความไม่สงบด้วยกัน ๑๐ กระบวนการด้วยกัน นั่นแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลในสมัยนั้นพูดว่าโจรกระจอกนั้นไม่จริงครับท่านประธาน แอบแฝงด้วยการเคลื่อนไหว และเป้ำหมายสูงสุดของกลุ่มเหล่านี้ก็คือต้องการแยก ดินแดนนั้นเป็นเหตุผลที่ผมบอกว่ารัฐบาลสมัยของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ดูนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผิดพลาด ท่านประธานพอที่จะได้ แลเห็นว่าจําเป็นที่รัฐบาลจะต้องตรากฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น ก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งนั้นมันเกิดจากปัญหาว่าหลังจากที่รัฐบาลได้ ประกาศใช้พระราชกําหนดไปกําหนดและดูแลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง จนเป็น กระบวนการเป็นที่มาว่ามันมีเกิดจากการทํางานผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่อาศัยช่องทาง ของพระราชกําหนดไปดําเนินการผิดพลาดต่อพี่น้องประชาชน จนเกิดเป็นที่มาที่ไปว่า ประชาชนนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม ประชาชนนั้นไม่ได้รับสิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่ได้เขียนไว้ และที่ได้ประกาศใช้กับประชาชนโดยทั่วไป นี่คือเหตุผลครับว่า พอกระบวนการเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาอย่างนี้ ก็รัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ ท่านประกาศอย่างชัดเจนว่านโยบายของรัฐบาลของท่านคือการเมืองนําการทหาร ในขณะที่รัฐบาลประกาศขึ้นมาปั๊บ ต้องยอมรับว่าประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยอมรับว่ารัฐบาลกําลังจะดําเนินการการแก้ไขปัญหานั้นถูกต้อง และเป็นไปตามที่ นักวิชาการและประชาชนเขาต้องการ นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์เอา ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนนั้นเป็นที่ตั้งในการกําหนดนโยบายในการเข้าไปแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องยอมรับว่าในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีความสลับซับซ้อน มีความสลับซับซ้อนในการแก้ไขปัญหา และปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นบนเงื่อนไขหลายเงื่อนไขจากการดําเนินการ การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด ผมเห็นด้วยกับรัฐบาล และผมเห็นดีด้วยกับรัฐบาลที่พยายาม จะมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายเงื่อนไขนั้นค่อย ๆ แก้กันไป แต่สิ่งที่จะต้องยอมรับ สังคม จะต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่าในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันไม่ใช่ เรื่องง่าย ใครมาเป็นรัฐบาลในขณะนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ให้จบภายในเดือนหรือ ๒ เดือน เพราะปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเราต้องยอมรับว่า เกิดขึ้นและรุนแรงขึ้นนั้นเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยปี ๒๕๔๕ จนถึงวันนี้ประชาชนเกิดการ เสียชีวิต ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประชาชนทั้งพุทธ และมุสลิมเสียชีวิตจากสถานการณ์ ความไม่สงบนั้นอย่างต่อเนื่องและหลายพันคนครับท่านประธาน แต่ด้วยความดีใจของ กระผมนั้นต้องย้อนกลับไปดูในเอกสารที่ผมได้ศึกษาไว้ครับท่านประธานว่ามีอยู่ใน ช่วงหนึ่ง และต้องยอมรับว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นมานั้นไม่ใช่แค่ปีสองปี มันเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและมานานด้วย และสิ่งที่ได้แลเห็นอย่างชัดเจนที่ผมได้ตาม ในเอกสาร ว่าในปี ๒๕๕๓ ได้เกิดเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพียง ๑๕ ครั้งครับท่านประธาน นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลในสมัยนั้นแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ถูกจุด จนสถานการณ์ที่มีการก่อความไม่สงบนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งหลาย ทั้งปวงครับท่านประธาน เรากลับมาดูว่าจากจุดนโยบายของรัฐบาลที่ได้ผิดพลาดนั้น ก็ได้ทําให้สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรุนแรงมากขึ้น จนว่าในปี ๒๕๔๗ นั้น ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเท่าที่ผมมีเอกสารอยู่ครับท่านประธาน เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาหลายพันเหตุการณ์ครับ ก็เป็นเรื่องที่หวาดวิตกของคนทั้งประเทศ ณ วันนี้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้มันเป็นปัญหาของผู้คนทั้งประเทศที่ด้วย ความเป็นห่วงเป็นใยในสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเมื่อไรมันจะได้ยุติกันเสียที เครื่องมือนี้ละครับ พระราชบัญญัตินี้เป็นเครื่องมือฉบับหนึ่งที่จะต้องเข้าไปกํากับการดูแล ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ด้วยเหตุผลว่า ช่วงหนึ่งศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ซึ่งแต่เดิมนั้นก็มีอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นํานโยบายกับแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นค่อนข้างที่จะสําเร็จ จนสถานการณ์ที่ผม กล่าวถึงเมื่อสักครู่นั้นได้ลดน้อยลง ๆ ท่านประธานครับ ท่านประธานลองกลับไปดูว่า ในปี ๒๕๔๗ เกิดเหตุการณ์ขึ้นทั้งหมด ๑,๑๓๗ ครั้ง เกิดจากการสนับสนุนการดําเนินการ นโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้นผิดพลาดอย่างไรครับท่านประธาน จนถึงในระยะ ๕ ปี มันเกิดเหตุการณ์ทั้งหมด ๘,๑๐๑ ครั้ง นี่ผมไม่ได้จดตัวเลขเองนะครับ เป็นเอกสารที่ได้ รวบรวมข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคงแห่งรัฐ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒ ผมพูด บนพื้นฐานที่เป็นจริงครับท่านประธานว่า กระบวนการทั้งหลายนั้นถ้าเรามองโจทย์ ตั้งโจทย์ผิด เราไปกําหนดนโยบาย รัฐบาลไปกําหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหา มันก็ ผิดพลาด การตั้งสมมุติฐานของรัฐบาลในสมัยนั้นเราต้องยอมรับว่าการตั้งโจทย์ผิดพลาด อย่างแน่นอน จนถึงกระบวนการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้บานปลาย มาถึงขณะนี้ ผมถามว่า ณ รัฐบาลในสมัยนั้น ถ้าเกิดรัฐบาลกําหนดนโยบายถูกต้อง ผมถามว่าวันนั้นนับถึงวันนี้จะมีปัญหาให้รัฐบาลวันนี้เข้าไปแก้ไขปัญหาหรือครับ ถ้านโยบายสมัยนั้นถูกต้อง นี่ส่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้น ผิดพลาดอย่างแน่นอน มาถึง ๓-๔ รัฐบาล กลับมาถึงรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ วันนี้ต้อง กลับไปแก้ ถามว่าแก้ปัญหาทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจากรัฐบาลไหน มันไม่ได้เกิดขึ้นจากรัฐบาล ภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ เกิดขึ้นจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ทั้งนั้นเลย การที่สมาชิก จะขึ้นมากล่าวอ้างว่ารัฐบาลภายใต้การนําของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์นั้นเกิดความผิดพลาด ผมยังไม่ยอมรับครับท่านประธาน กระบวนการทั้งหลายอยู่ในกระบวนการการขับเคลื่อน แต่สิ่งที่ผมจะต้องให้ท่านได้ดูได้แลเห็นว่า บางคนเขาก็พูดถึงว่า ทําไมต้องให้งบศูนย์ อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้กันเยอะแยะมากมาย ในข้อเท็จจริง ถ้ากลับไปดูแล้ว งบประมาณที่มีกันมากมายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่จะลงใน งบของบุคลากร เวลาผมกลับไปตาม ผมไปตามดูในงบประมาณของศูนย์อํานวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้ขออนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรไป ในปี ๒๕๕๐ ได้เพียง ๖๖๓ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๑ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๒ ๑,๗๕๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ ๑,๖๖๓ ล้านบาท นี่อย่างไรครับ งบที่กําลังจะนําไปสู่ในการพัฒนาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ แค่นี้เองครับ ก่อนหน้านี้ท่านประธานต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่า ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นกระบวนการ เป็นเครื่องมือของ รัฐบาลที่เข้าไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เหมือนยักษ์ที่ขาดกระบอง เป็นยักษ์ ที่ขาดกระบอง เพราะว่าไม่มีอํานาจในตัวเอง ณ วันนี้จําเป็นที่จะต้องตรากฎหมายนี้ ออกไปเพื่อให้รองรับกับศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มีอํานาจกับตัวเองครับท่านประธาน ในการเข้ากํากับดูแล ในการดูแลทั้งราชการ การดูแลในการพัฒนา แม้กระทั่งการสร้างมวลชนใหม่ โดยเฉพาะนโยบายรัฐบาลได้ให้ ความสําคัญมากก็คือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายของตัวเอง ทั้งหลายทั้งปวงจะขับเคลื่อนไปได้ก็เพราะว่าศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้เอากําลังพล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไปอยู่ในศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นคนในพื้นที่ที่รู้จักเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างชัดเจน ถึงจะสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ขอเวลาอีกนิดหนึ่ง เพราะว่าข้อมูลของผมนี้จะมีความแตกต่างจากเพื่อนสมาชิกและ เป็นประโยชน์ต่อสภาผู้แทนราษฎร