สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

วิเชียร ขาวขํา หารือเรื่องกฎหมายฉบับใหม่ที่มีผลกระทบต่อภาคใต้ และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการเพิ่มขวัญและกำลังของข้าราชการผู้อำนวยการโรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ความจริงทุกคน ก็มีเวลาอยู่ ๒๐ นาที แต่ว่าเมื่อท่านซูการ์โน มะทา ได้ขอเฉลี่ยเวลาไป ผมก็ยินดีที่จะ อภิปรายเพียงสั้น ๆ ๕ นาทีเท่านั้น กราบเรียนท่านประธานว่าความจริงแล้วกฎหมายฉบับนี้ เป็ นกฎหมายพิเศษที่เป็ นกฎหมายซ้อนกฎหมายในการบริหารราชการแผ่นดิน นั่นหมายความว่าทั้ง ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศไทยนั้นมีกฎหมายอื่น ๆ ในการบริหารราชการ แผ่นดินอยู่แล้ว แต่เมื่อมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาก็เป็นกฎหมายที่ทับซ้อนกฎหมายของ ๓ จังหวัด หรือจะเป็น ๕ จังหวัด ๖ จังหวัดในอนาคตตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนดอันนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าความเห็นของด้านฝ่ายค้านก็คือว่าเป็นกฎหมายซ้อนกฎหมาย ที่เข้ามาทําให้กฎหมายอื่นจะต้องบังคับใช้ไม่ได้ถ้าหากกฎหมายนี้บังคับไป แล้วกฎหมาย รัฐธรรมนูญบางมาตราก็ขัดแย้งกับนัยของกฎหมายในทั้ง ๒๘ มาตรานี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าเราย้อนดูดี ๆ ว่าความเป็นจริงแล้วไม่น่าจะมีกฎหมายฉบับนี้ด้วยซํ้าไป ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ถ้าเราเทียบเคียงว่าคนใต้รักคนใต้ คนใต้อยู่ตามวิถีชีวิตของ คนภาคใต้ อยู่กันด้วยความรัก ความสมัครสมานสามัคคี เรื่องกฎหมายฉบับนี้จะไม่เกิดขึ้น โดยเด็ดขาด แล้วอีกอย่างหนึ่ง ความรุนแรงในภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์เองเป็นพรรค ที่เข้าใจและรู้ปัญหามากที่สุด รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เป็นแล้วอย่างต่อเนื่องยาวนานมา มีหัวหน้าพรรคคนแล้วคนเล่าที่เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฐานที่มั่นส่วนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือภาคใต้ ความเป็ นจริงแล้ ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคใต้และรัฐมนตรีที่เป็นคนภาคใต้น่าจะทําความเข้าใจ และคุยกับคนภาคใต้ที่ก่อความรุนแรงเกิดขึ้น ส.ส. ในภาคอีสานหรือภาคอื่น ๆ และ ประชาชนในภาคอื่นเราเฝ้ำดูด้วยความห่วงใย ทําไมในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปีนั้น พี่น้องประชาชนชาวใต้ทําไมบาดเจ็บล้มตายจากฝีมือการก่อการร้าย เป็นใครกันแน่ ที่ก่อการร้ายทําให้คนใต้ต้องเสียชีวิต ไม่ใช่เฉพาะคนอื่นตํารวจ ทหารที่เข้าไปอยู่เท่านั้น คนใต้ที่ดํารงชีวิตเป็นปกติสุขก็สังเวยชีวิตมานับไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นปัญหาเหล่านี้สังคม ทั้งประเทศก็ขบคิดอยู่เหมือนกันว่าทําไมภาคอื่น ๆ ไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ ทําไมภาคอื่น ไม่ต้องออกกฎหมายเช่นนี้ ท่านประธานครับ เพียง ๕ นาทีสั้น ๆ นี้ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า เอาละ เมื่อรัฐบาลได้นําเสนอและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้นําเสนอ กฎหมายเข้ามาในสภาแล้ว ผมขออนุญาตมาตราเดียวก็คือในมาตรา ๓ ในมาตรา ๓ นั้น คํานิยามต่าง ๆ คําว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดิมทีเดียวก็หมายความว่า ๓ จังหวัด คือจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลาเท่านั้น คณะรัฐมนตรีได้เสนอ แล้วก็เพิ่มจังหวัดสตูลเข้ามาและจังหวัดสงขลาเต็มพื้นที่ และนอกจากนั้นยังเขียนว่า และจังหวัดอื่นหรือบางพื้นที่อื่นของจังหวัดในภาคใต้ตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนด ที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าเดิมทีเดียว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเรื่องความ ห่วงใยจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศใน ๒ มิติ

มิติที่ ๑ ก็คือเรื่องเศรษฐกิจ ในเมื่อผลกระทบทางด้านความไม่สงบในเรื่อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เรื่องเศรษฐกิจก็กระทบทําให้ปัญหาพี่น้องประชาชน ต้องดํารงชีวิตอย่างยากลําบาก

มิติที่ ๒ ก็คือความมั่นคง ๒ เรื่องนี้ถ้าเรามาเพิ่มเติมเป็นจังหวัดสงขลา ทั้งหมด ๑๖ อําเภอ และจังหวัดสตูลเพิ่มขึ้น ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นกับ จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล อันนี้ฝากเป็นข้อสังเกตคณะกรรมาธิการในอนาคต และ ในมาตราเดียวกันนั้น ขออนุญาตท่านประธานอีก ๑ นาทีนะครับ ในคํานิยามคําว่า ฝ่ายพลเรือน หมายความว่าหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ฝ่ำยทหาร ฝ่ำยอัยการหรือฝ่ำยตุลาการ นั่นหมายความว่านอกเหนือจาก ๓ ฝ่ายนี้อยู่ในคําว่า ฝ่ายพลเรือน นั่นรวมทั้งตํารวจด้วย ซึ่งมันจะไปขัดแย้งกับพระราชบัญญัติสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งไม่ใช่ฝ่ายพลเรือน เพราะอย่างนี้คณะกรรมาธิการจะต้องดูในเรื่องนี้แล้วฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วยว่าวันนี้เราเห็นภาพของคณะผู้บริหาร โรงเรียนมาจากทั่วประเทศ มานั่งเฝ้ำนั่งรอเสมือนหนึ่งเหมือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้านในวันนั้น แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่เคยนําเสนอและหยิบยกกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาขึ้นมา เพื่อที่จะให้ขวัญและ กําลังของข้าราชการ ผู้อํานวยการโรงเรียนมาในวันนี้เลย ผมสงสัยเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ หลังจากร่างพระราชบัญญัตินี้และ ๒ ฉบับ ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปรึกษากับทางรัฐบาลนําเสนอระเบียบวาระที่ ๕.๔๖-๕.๕๑ ขึ้นมาพิจารณาในวันพรุ่งนี้ได้ มันจะเป็นขวัญกําลังใจของพี่น้องครูทั่วประเทศเลยครับ ขอบคุณครับ