สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

ฮอชาลี ม่าเหร็ม หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ..... และเรียกร้องให้รัฐบาลบูรณาการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยไม่สร้างเงื่อนไขที่จะกดขี่ประชาชนและแบ่งแยกดินแดน นอกจากนี้ยังชื่นชมที่นายกรัฐมนตรีได้พยายามสร้างความสัมพันธ์กับโลกอาหรับ และมีความพยายามในการรื้อฟื้นคดีในพื้นที่นั้น

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ข้อคิดให้ความเห็นในร่างพระราชบัญญัติการบริหาร ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอเข้ามา แล้วก็มี เพื่อนสมาชิกเกือบจะทุกพรรคก็ได้ส่งเข้ามาให้พิจารณาในสภาแห่งนี้รวมทั้งหมด ๖ ร่าง ท่านประธานครับ ผมเองก็ได้อ่านดูในแต่ละร่างแล้ว ก็ต้องขอเรียนว่าแต่ละท่านที่ได้เสนอ ร่างเข้ามานั้น มีเจตนารมณ์ที่ดี และแต่ละร่างนั้นก็มีจุดดีแล้วก็มีจุดเด่น ของท่านนิพนธ์ บุญญามณี นั้น ก็จะเน้นในเรื่องของเศรษฐกิจให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก ในร่างของ ท่านชวลิต ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านให้ความสําคัญในเรื่องของบอร์ดคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ฝ่ายต่าง ๆ ในร่างของคุณหมอแวมาฮาดี ท่านก็ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชน แล้วก็ของท่านวิรัตน์ ผมอยากจะฝากเป็นแนวให้กับคณะกรรมาธิการ ได้นําเอาจุดดี จุดเด่นของแต่ละร่างนี้ไปบูรณาการกันในชั้นของคณะกรรมาธิการ ถึงแม้ว่า เราจะยึดร่างของ ครม. เป็นหลักนะครับ มันก็ยังมีจุดที่อาจจะต้องมีการแก้ไขในชั้นของ คณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในกฎหมายฉบับนี้นั้นต้องขอเรียนเบื้องต้นว่าไม่ได้ เป็นยาขนานใหญ่ที่จะให้รัฐบาลนําไปใช้ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง เป็นเพียงแค่วิธีการหนึ่ง เป็นเพียงแค่กลไกลหนึ่งแค่นั้นเอง ในการที่จะแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะปัญหาของจังหวัดภาคใต้นั้นมันมี การสั่งสม มันมีโจทย์ มีสมมุติฐาน มีสิ่งที่สั่งสมกันมานาน ไม่ใช่ว่าจะมีกฎหมายฉบับนี้ แล้วทุกอย่างก็จะจบลง เป็ นเพียงแต่ว่ารัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ได้บูรณาการ ให้ส่วนราชการทั้งหมดได้มามีความเป็นเอกภาพในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ภายใต้การกํากับดูแลของท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นภาคของทหาร พลเรือน ตํารวจหรือภาคประชาชน ก็จะมารวมกันอยู่ในองค์กรนี้ แล้วก็ส่วนเลขาธิการ ซึ่งเดิม เรียกว่า ผอ. ศอ.บต. นั้น ก็เป็นข้าราชการ จะมาจากในพื้นที่ ๓ จังหวัดหรือมาจาก ส่วนกลางก็แล้วแต่ ก็เป็นข้าราชการที่มาจากแต่ละกระทรวงก็มาอยู่ตรงนั้นนะครับ ท่านไม่ได้เป็นสุลต่านในการปกครองพื้นที่ตรงนี้ละครับ เพียงแต่ว่านําเอามาดูแลในเรื่อง ของงบประมาณ เรื่องของบุคลากรของรัฐในการที่จะให้ภาคพลเรือนได้เข้าไปดําเนินการ พื้นที่ใน ๓ จังหวัด ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากเป็นแนวคิดผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการว่า เท่าที่ผมเองได้ติดตามการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้แล้วก็ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลนั้น ก็ต้องขอเรียนว่า ท่านได้เดินมาอย่างถูกต้องแล้วก็ถูกทาง ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งผมแล้วก็ เพื่อน ส.ส. ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เรารู้ดีว่าไม่ต้องใช้วิธีการอะไรที่มากมายนะครับ เพียงแต่รัฐบาล หรือผู้นําของรัฐบาลหรือรัฐมนตรีที่มารับผิดชอบในพื้นที่ตรงนี้ ไม่ไปสร้างเงื่อนไขใหม่ ให้เกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ไปสร้างเงื่อนไขให้กลุ่มกระบวนการที่ต้องการที่จะ แบ่งแยกดินแดนนําไปเป็นเงื่อนไขที่จะบอกกับประชาชนซึ่งอยู่ตรงกลางว่ารัฐบาลได้รังแก รัฐบาลได้ใช้นโยบายระดับข้างบนลงมา ในการที่จะทําให้ชาวบ้านถูกกดขี่ได้รับความเป็นธรรม นี่คือสิ่งที่ผมมองว่ารัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ไม่สร้างเงื่อนไขตรงนี้ ท่านประธานครับ เรื่องนี้มีความสําคัญมากทีเดียว เพราะถ้าหากว่ารัฐบาลสร้างเงื่อนไข ผมยกตัวอย่าง ในกรณีของปี พ.ศ. ๒๕๔๗ การที่ระดับนโยบายของการแก้ไขปัญหาในภาคใต้ได้ให้ นํ้าหนักในการแก้ไขให้กับส่วนราชการใดส่วนราชการหนึ่ง ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ในปี ๒๕๔๗ รัฐบาลยุคนั้นได้ให้อํานาจเต็มให้กับตํารวจในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทหารถอยไปให้ตํารวจทํา ตํารวจทําแล้วก็มีการพูดว่าโจรกระจอกมีกี่คน ก็มีการรายงานกันว่ามีกี่คน เมื่อรายงานโจรกระจอกมีอยู่ก็ดําเนินการอุ้มฆ่าแล้วก็ตาม เก็บไป ในช่วงนั้นท่านประธานครับ มีทั้งนักวิชาการ มีทั้งทนายความ มีทั้งชาวบ้าน มีทั้งของจริงแล้วก็ของปลอมที่ติดร่างแหเข้าไปด้วย นั่นคือเงื่อนไขที่พวกกลุ่มขบวนการนําไปเป็นกระบอกเสียงบอกว่ารัฐบาลมีการกดขี่ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์มันจึงปะทุขึ้นมาเรื่อย ๆ หลังจากนั้นเมื่อให้อํานาจตํารวจแล้ว ไม่ได้ผล ก็มาให้อํานาจทหาร มันก็เกิดเหตุการณ์ที่ตากใบ เกิดเหตุการณ์ที่กรือเซะ เหตุการณ์ที่ตากใบ ท่านประธานครับ เป็นเหตุการณ์ที่ผมเองได้คุยกับอดีตประธาน คณะกรรมการอิสลามประจําจังหวัดนราธิวาส ท่านบอกว่ากรณีของตากใบกรณีเดียว ทําให้ความพยายามในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลทุกรัฐบาลถอยหลังไป ๒๐ ปี นี่คือ เป็นเสียงสะท้อนมาจากผู้นํามุสลิมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสจังหวัดเดียว เพราะเป็นการ เหวี่ยงแหแล้วก็เอาประชาชนที่มาเรียกร้องความเป็นธรรมที่หน้าสถานีตํารวจภูธรที่ตากใบ ติดเด็ก ติดคนชรา ติดคนต่าง ๆ ซึ่งไปซื้อของมาละศีลอดในเดือนรอมฎอน เห็นเขา ประท้วงก็มายืนดูด้วยแล้วก็ติดไปอยู่ใน ๗๔ ศพนั้นด้วยยังไม่มีความกระจ่างให้เห็นว่า พวกเขาเหล่านั้นได้เสียชีวิตแล้วก็พาเข้าไปในค่ายในทหาร แล้วก็ถูกทารุณกรรม และเสียชีวิตอย่างไร นี่คือสิ่งที่เป็นคําถามที่ยังไม่มีคําตอบ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้อง ไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ และต้องพยายามที่จะเยียวยาหาคําตอบตรงนี้ให้ได้ พวกผมซึ่งอยู่ใน พื้นที่ ๓ จังหวัดได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องใน ๓ จังหวัดอยู่ตลอดเวลาว่า เมื่อไรจะมี คําตอบในเรื่องของท่านสมชาย นีละไพจิตร เมื่อไรจะมีคําตอบของท่านเจ๊ะอาด เต๊ะปูยู สตูล ซึ่งลูกเขาก็เรียนแพทย์จบมาแล้ว ที่ถูกอุ้มหายและศพก็ยังไม่ได้คืนมา เมื่อไรจะมี คําตอบในเรื่องของประชาชนชาวบ้านอีกมากมาย ซึ่งไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงโด่งดังและที่ เสียชีวิตไปมากมาย ตรงนี้คือสิ่งที่ภาษาในพื้นที่เรียกว่า เกออาดีลัน คือความยุติธรรม เสียงเรียกร้อง ณ ขณะนี้ใน ๓ จังหวัด ไม่ใช่เมอเดกาหรือว่าการแบ่งแยกดินแดน แต่เป็น เสียงเรียกร้องต่อรัฐบาลว่าจะต้องให้ความยุติธรรมให้กับพื้นที่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาล จะต้องให้นํ้าหนักมาก ๆ ในกฎหมายฉบับนี้นั่นก็คือว่าการอํานวยความยุติธรรม ผมเห็น ความพยายามของรัฐบาลในการที่จะฟื้นคดีต่าง ๆ ในการที่จะมีการสอบสวนเพื่อที่จะให้ ความกระจ่างในคดีต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องที่เดินมาถูกต้อง แล้วก็มีแต่ละอําเภอ แต่ละจังหวัดนั้น มีศูนย์ แล้วก็มีเซ็นเตอร์ (Center) ในการที่จะให้มีการอํานวยความยุติธรรมรับเรื่องราว ร้องทุกข์ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด งบประมาณเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทที่ท่าน ทุ่มลงไปอาจจะได้ในเชิงของการพัฒนา แต่ในเชิงของความรู้สึกจิตวิทยาไม่ต้องใช้งบมาก ก็คือเรื่องของความยุติธรรม คืนสิ่งเหล่านี้ให้กับเขาไป ผมเชื่อว่าท่านถาวร เสนเนียม ท่านเป็นอดีตอัยการแล้วก็เป็นนักกฎหมาย ท่านรู้ปัญหานี้ดี และ ๙ เดือนที่ผ่านมานั้น ท่านได้เดินมาในแนวทางนี้ถูกต้อง

ประการต่อมาก็คือว่า รัฐบาลจะต้องไม่สร้างเงื่อนไขในเชิงของศาสนา ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ มีแนวความคิดจากซีกของรัฐบาลยุคนั้น ให้ยกเลิกโรงเรียนปอเนาะ ให้ยกเลิกโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ให้ยกเลิก การส่งคนไปเรียนที่ต่างประเทศ นั่นคือเป็นความคิดของคนในยุคนั้น ผมก็เข้าใจว่าท่านก็ คิดได้แค่นี้ แต่นั่นคือเป็นการสร้างเงื่อนไขให้กลุ่มขบวนการไปขยายผลบอกว่ารัฐบาล กําลังจะยกเลิกโรงเรียนปอเนาะ แต่ดีที่ว่าได้มีการทักท้วงจากนักวิชาการ และไม่ได้มีการ ดําเนินการตรงนั้น แล้วก็ยังมีแนวคิดในการที่จะเอาคนภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน มาแต่งงานกับคนในพื้นที่ ๓ จังหวัด เพื่อที่จะให้ชาติพันธุ์ของมลายูได้หมดไปแล้วปัญหา จะได้จบไป นั่นคือแนวคิดที่มาจากคนบางส่วน เพราะฉะนั้นคนที่จะมาแก้ไขในปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องเข้าใจในพื้นที่ ผมเองก็ชื่นชมที่ทางรัฐบาลได้มีนโยบาย ออกมาในการที่จะไม่สร้างเงื่อนไข แล้วก็ท่านให้ความสําคัญในการที่จะดูแลมวลชน ชั่วโมงนี้ ปัจจุบันนี้ผมอยู่ในพื้นที่ ผมรู้เลยว่าเหตุการณ์สงบลงเยอะ กลุ่มขบวนการนั้น ก็มีความพยายามที่จะหาแนวร่วม แต่เราไม่สร้างเงื่อนไขขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อมี กฎหมายฉบับนี้นั้นจะต้องมีการให้ภาคพลเรือนแล้วก็ภาคที่สามารถที่จะไปทําในเรื่องของ จิตวิทยามวลชนมีบทบาทมากที่สุดในร่างกฎหมายฉบับนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะขอฝาก เป็นประเด็น และสิ่งที่ผมมีความชื่นชมก็คือว่าผู้นําระดับสูงของรัฐบาลกล้าที่จะพูดกับ ฝ่ายทหาร ฝ่ายตํารวจ ฝ่ายความมั่นคงว่ามีเจ้าหน้าที่บางส่วนสร้างเงื่อนไขในพื้นที่ แล้วก็ มีการอุ้มฆ่าอยู่ ก็ได้มีการโยกย้ายกันไป นี่คือสิ่งที่ผมมีความชื่นชม แล้วก็มีความชื่นชม ในการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เชื่อมความสัมพันธ์กับโลกอาหรับ ท่านไปที่กาตาร์ ท่านไปที่ บาห์เรน และท่านพยายามที่จะเข้าหาซาอุดีอาระเบีย และมีความพยายามในการจะ รื้อฟื้นคดีตรงนี้ เพื่อสร้างความกระจ่างชัด นั่นคือการเดินมาที่แนวทางที่ถูกต้องในการแก้ ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลแล้วก็ท่านกรรมาธิการช่วยดู ตรงนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ