วิทยา บุรณศิริ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.... ที่รัฐบาลเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตรา และมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับบทบัญญัติในมาตราต่าง ๆ ที่อาจละเมิดสิทธิของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกและท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้าน หรือพี่น้องที่อยู่ในจังหวัด ภาคใต้นะครับ ผมอภิปรายโดยปราศจากการมีอคติต่อการแสดงความคิดเห็น แต่เป็น การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมได้อ่านร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ พ.ศ. .... ซึ่งได้นําเสนอโดยส่วนหนึ่งของคณะรัฐมนตรี โดยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เสนอให้ ครม. ลงมติผ่านมาสู่สภาแห่งนี้ ความเห็นในการที่ได้ดูและได้ตรวจสอบแล้ว ผมมีความวิตกกังวลครับท่านประธานว่าสิ่งที่รัฐบาลจะให้รัฐสภาแห่งนี้ได้ตรา ร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ค่อนข้างจะมี ปัญหาและอุปสรรค สืบเนื่องจากได้อ่านในรายละเอียดที่ได้นําเสนอในมาตราต่าง ๆ แล้ว มีความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง โดยผมขอได้อ่านในรายละเอียดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีบทบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับ มาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ กระทําได้โดยอาศัยอํานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ท่านประธานครับ ถ้าดูในรายละเอียดแล้วผมคิดว่า ในหลาย ๆ เรื่องไม่ใช่มาตรา ๓ มาตราเดียว สิ่งที่เราได้มองในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น สิทธิ ข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน เสรีภาพในการชุมนุม สิทธิในชุมชน สิทธิในการ ใช้ชีวิตประจําวัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลกําลังออกกฎหมายเพื่อไปจํากัดสิทธิของเขา เหล่านั้นในจังหวัดต่าง ๆ และที่สําคัญที่สุดคือดูในรายละเอียดในมาตรา ๓ แล้วว่าจังหวัด ชายแดนภาคใต้หมายความว่าจังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา และจังหวัดอื่น ๆ หรือบางพื้นที่ของจังหวัดอื่นในภาคใต้ตามที่คณะรัฐมนตรี กําหนด ผมยิ่งมีความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธานว่ารัฐบาลกําลังใช้อํานาจ กําลังละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ ในอดีตที่ผ่านมา ว่าในปัจจุบันอําเภอยกตัวอย่าง อย่างในจังหวัดสงขลา ๔ อําเภอ ที่ผมอาจจะเรียกได้ ไม่ครบ มีอําเภอจะนะ ๑ ใน ๔ อําเภอ อําเภอนาทวี อําเภอสะบ้าย้อย อําเภอเทพา เป็น ๔ อําเภอ ในจังหวัดสงขลาที่อยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างจะเรียกว่าไม่สงบ แต่ถ้าตามร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะมีจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล นั่นหมายถึงว่าท่านกําลังจะครอบคลุมอํานาจ ในทางปกครองไปทั้งจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล หรือจังหวัดอื่นใดก็ได้ถ้าตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้า ครม. มีความเห็น อันนี้เป็นสิ่งที่อันตรายครับท่านประธาน ถ้าออกกฎหมายแบบนี้แสดงว่าถ้าเกิดพี่น้องประชาชนเขาเรียกร้อง หรือเขาต่อสู้ขึ้นมาว่า กฎหมายฉบับนี้ไปมีผลจํากัดสิทธิเขา ทําไมไม่เหมือนกับจังหวัดอื่นในประเทศไทยล่ะครับ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร หรืออีก ๖๐-๗๐ จังหวัด ทําไมไม่เป็น อย่างนั้นล่ะครับ หรือว่าเป็นนโยบายพิเศษของรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ต้องการบริหารโดยเฉพาะ เรื่องเงินงบประมาณ อันนี้เป็นความวิตกกังวลที่หลาย ๆ ฝ่ายคิดนะครับ ว่าชักไม่มั่นใจ รัฐบาลชุดนี้แล้วครับ ว่าจะมีมาตรการหรือมียุทธศาสตร์ในเชิงที่คุมจังหวัดภาคใต้หรือเปล่า อันนี้ก็เป็นคําถามที่ตั้งข้อสังเกตกัน เพราะว่าทุกครั้งที่มีเม็ดเงินงบประมาณลงไปเราจะพบ ได้ว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๓ จังหวัด หรือ ๔ จังหวัด หรือ ๕ จังหวัดที่ท่าน กําลังจะทําอยู่นี้นั้นจะเป็นจังหวัดที่มีนโยบายเป็นพิเศษหรือไม่ อย่างไร ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ งบประมาณที่ผ่านมาที่ผมได้มีโอกาสสัมผัส ทุกกระทรวง ทบวง กรม นั้น ทุ่มเท ไปที่ปัญหาของภาคใต้ทั้งหมด ผมไม่ได้อิจฉานะครับ แต่ผมกําลังวิตกกังวลว่า ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่ตามมานั้นมันมีผลต่อเนื่อง อย่างไร รัฐบาลเคยศึกษาผลกระทบหรือไม่ การรับฟังความคิดเห็นในจังหวัดสงขลา ที่ผมทราบ นอกเหนือจาก ๔ อําเภอ ท่านรับฟังความคิดเห็นแล้วพี่น้องประชาชนเขามี ความพึงพอใจหรือไม่ อย่างไร สิ่งนี้ท่านต้องตอบต่อสภาให้ ชัดนะครับว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีการศึกษา ได้มีการสํารวจความคิดเห็น มีการรับฟังความ คิดเห็นจากพี่น้องในจังหวัดใกล้เคียงที่ท่านบัญญัติไว้หรือจังหวัดอื่น ๆ ที่รัฐมนตรีกําหนด จะกําหนดอีกกี่จังหวัดล่ะครับ มีคําตอบให้สภาแห่งนี้หรือไม่ว่า ทําไมท่านเขียนไว้ใน มาตรา ๓ ว่าท่านจะสามารถกําหนดจังหวัดอื่นได้อีก ตรงนี้คือประเด็นสําคัญครับ ท่านประธาน และยิ่งดูสาระหลักในบางมาตรา ผมยิ่งมีความวิตกกังวลว่าความขัดแย้ง ความรุนแรงจะเกิดขึ้นหรือไม่ หรือว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ เป็นปณิธาน ที่ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไร ต้องยอมรับว่าในอดีต ศอ.บต. นั้นเป็นแค่หน่วยงานเฉพาะกิจ เฉพาะกาล ที่สามารถเข้าไปทําในยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลใช้ เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา แต่นี่คือพระราชบัญญัติที่จะออกเป็นกฎหมายให้คงอยู่ โดย ศอ.บต. อย่างมั่นคง ข้อเท็จจริงผมได้ทราบจากการชี้แจงในรายละเอียด ก็ปรากฎว่า ข้อเท็จจริงและสมาชิก หรือผู้ปฏิบัติงาน หรือข้าราชการใน ศอ.บต. เองก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย ไปจากกระทรวง ทบวง กรม ที่มีบทบาทอํานาจหน้าที่อยู่แล้ว ในจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด ยิ่งมาดูในมาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกว่า กพต. ผมได้ดูในรายละเอียดแล้วครับ ซึ่งมีองค์ประกอบ มีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและว่ากันไป ปลัดกระทรวงอะไร ไล่ลงไป ผมได้ดูรายละเอียดแล้วก็มี ความวิตกกังวลต่อผู้แทน ผู้แทนจากคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้แทนจาก จุฬาราชมนตรี ผมถามว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะ ผมใช้คําว่า อาจจะ นะครับ ผมไม่ได้ ละลาบละล้วงเกินเลยไปกว่านั่น อาจจะมีตัวแทนของศาสนาอื่น ๆ ในบางจังหวัด เช่น ซิกข์ พุทธ พุทธเป็นหลักอยู่แล้ว พุทธ ซิกข์ มีหรือไม่ ขงจื๊อก็มี อย่างจังหวัดสงขลา ผมยืนยันจังหวัดสงขลามีหลายศาสนามาก ท่านกําหนดคณะกรรมการในส่วนนี้ไว้ ผู้แทนคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ผู้แทนหอการค้า ศาสนาอื่นไม่มีเลยครับ และผู้แทนคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย ผมก็เรียน ตามตรงเลย บางท่านก็ไม่ได้รับการยอมรับจากพี่น้องมุสลิม บางท่านไม่รู้เรื่องทางใต้เลย คงต้องยอมรับครับว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน คณะกรรมการที่บัญญัติไว้ตาม มาตรา ๖ ดูจะไม่ชอบ แล้วก็ไม่ครอบคลุมอย่างนี้เป็นต้น ผมยกตัวอย่าง ในมาตราอื่น ๆ ถ้าดูในรายละเอียดโดยเฉพาะตําแหน่งเลขาธิการ ซึ่งจะได้รับอํานาจมากมายเหลือเกิน ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ยิ่งดูในรายละเอียดในเรื่องของการบริหารกิจการในด้าน งบประมาณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสํานักงบประมาณก็ดี หรือหน่วยงานที่จะต้องตอบสนองในเรื่องของ งบประมาณแล้วนะครับ เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ขอเวลาอีกสักนิดนะครับท่านประธาน สิ่งที่น่าเป็ นห่วงก็คือว่างบประมาณทั้งหมดจะถูกพูล (Pool) ไปให้จังหวัดที่อยู่ใน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ท่านลองคิดดูว่า สมมุติมี ๗ จังหวัดภาคอีสานอยากจะได้แบบนี้บ้างทําอย่างไร ก่อความไม่สงบ ในประเทศชาติ มี ๑๐ จังหวัดภาคเหนือก่อความไม่สงบในประเทศชาติ แล้วก็ออก พระราชบัญญัติแบบนี้เกิดขึ้น ถามว่าบ้านเมืองนี้จะเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ถามท่านรัฐมนตรี ถามท่านนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตใช้เวลาของท่านไพจิต ศรีวรขาน นะครับ พอดีท่านมอบให้ผมต่อ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเราในซีกของฝ่ายค้านตระหนัก สังคมที่จะเกิดความขัดแย้ง การบริหารราชการแผ่นดินที่เกิดความผิดพลาดที่เราเรียกกันว่า ทอป ดาวน์ นั่นหมายถึงว่าส่วนราชการในส่วนภูมิภาคใด ๆ ก็แล้วแต่ กระทรวง ทบวง กรม ก็จะไปออกนโยบายเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ จนมีนิยามและมีคําพูดกันเชิงล้อเล่นว่าทหารก็ เลี้ยงแพะ เกษตรก็เลี้ยงแพะ ประมงก็เลี้ยงแพะ ท้องถิ่นก็เลี้ยงแพะ แพะเต็มไปหมดเลย จนกระทั่งตรวจสอบไม่ได้เลยว่าความจําเป็นของปัญหาของภาคใต้นั้น สิ่งสําคัญ ด้านอาชีพผมยกตัวอย่างว่าจะทําอะไรถึงเหมาะสม และสิ่งที่ตระหนักต่อไปอีกก็คือ ผมเกรงว่าการกระทบกระเทือนสิทธิของพี่น้องในจังหวัดภาคใต้โดยเฉพาะด้าน การกระจายอํานาจ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปครับท่านประธาน การเมืองระดับท้องถิ่นก็ดี สิทธิที่เขาพึงจะได้รับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเรื่องการกระจายอํานาจจะถูกจํากัดสิทธิ หรือไม่ ถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีต้องตอบให้ชัดนะครับว่าเรากําลังสร้าง กฎหมายขึ้นไป เกิดปัญหาผลกระทบกับจังหวัดภาคใต้ที่มีอยู่นอกจาก ๕ จังหวัด หรือจังหวัดอื่น ๆ หรือไม่ ท่านได้สอบถามท้องถิ่น หรือหน่วยงานปกครองท้องถิ่นหรือ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นําศาสนาหรือไม่ว่าสิ่งที่ท่านกระทําอยู่นี้จะเป็นข้อยุติในเชิง ความขัดแย้งจะต้องยุติลง มีคําตอบอย่างนั้นหรือครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ต้องพูดให้ชัดนะครับว่าวันนี้การตราพระราชบัญญัติหรือตรากฎหมายออกไปจากสภา ดูเหมือนว่ารัฐบาลอยากจะได้ แต่ผมต้องถามผ่านท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรีนะครับ ว่าสิ่งที่ท่านได้สํารวจความคิดเห็น ณ ที่จังหวัดสงขลา ผมยกตัวอย่าง ทั้งจังหวัดนั้น เห็นด้วยกับท่านหรือไม่ว่าจะยอมรับและปฏิบัติตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จังหวัดสตูล เห็นด้วยหรือไม่ ว่าจะยอมรับปฏิบัติตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เขาได้ทราบหรือไม่ว่า สาระสําคัญ ๆ ของมาตราต่าง ๆ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลกับเขาอย่างไร ถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับว่า กรณีการที่ทหารให้ความร่วมมือตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ใช้งบประมาณก็ดี หรือให้ความร่วมมือก็ดีนั้นยังอยู่หรือไม่ เพราะผมดูในรายละเอียดว่าปัจจุบัน ศอ.บต. ก็ขึ้นกับ กอ.รมน. แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผ่าน ศอ.บต. ก็จะเป็นนิติบุคคลหนึ่งที่มีความสามารถกระทําอะไรก็ได้ที่อยู่ใน กรอบกฎหมายของตนเอง แล้ว กอ.รมน. ยังมีส่วนในนี้หรือไม่ ถามท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่า ๒ ส่วนนี้จะทํางานกันอย่างไรนะครับ และปัญหาที่จะกระทบต่อไป ในเรื่องการจัดสรรงบประมาณจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาเรียนตามตรงนะครับ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ทุกหน่วยงานทุ่มลงไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บวกกับบางส่วน ก็คือ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลาที่พวกเราได้ผ่านการพิจารณาไปนั้นได้รับการชี้แจง นะครับ เอาไปเพื่อแก้ปัญหา แต่เมื่อมองร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วชักวิตกครับ ท่านประธานว่าเงินงบประมาณของแผ่นดิน หรือนี่เป็นยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งของรัฐบาล คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะปกครองภาคใต้ด้วยวิธีนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอเห็นต่างกับนายกรัฐมนตรีและคณะ เนื่องจากว่าผมเกรงในเรื่อง ของการขัดรัฐธรรมนูญเป็นการจํากัดสิทธิของพี่น้องประชาชน เนื่องจากไม่มีรายละเอียด ในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น และผมคิดว่าการแก้ปัญหาตรงนี้เป็นการแก้ปัญหา ที่ไม่ตรงประเด็นนะครับ เป็นการออกกฎหมายเฉพาะเพื่อเป็นเครื่องมือของราชการเท่านั้น ไม่ใช่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาโดยพี่น้องประชาชานร้องขอมาโดยความเป็นจริง ขอฝาก ท่านประธานด้วยนะครับว่าสิ่งนี้ละครับผมขอสะท้อนและขอฟังความคิดเห็นจาก คณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี โปรดได้ตอบในรายละเอียดด้วย ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน