สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามคำแถลงของรัฐบาลที่เน้นย้ำถึงการเมืองนำการทหารและการพัฒนานำความมั่นคง เพื่อลดปัญหาและพัฒนาบริเวณนั้นให้ดีขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดยะลา

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เบื้องต้นผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วย เสียงดัง ๆ เลยครับว่า ผมให้การสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ ด้วยเหตุผลหลายประการครับ

ประการที่ ๑ กฎหมายฉบับนี้เป็นนโยบายเริ่มต้นจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัญญากับประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บัดนี้รัฐบาลได้ปฏิบัติ ตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนแล้วครับ

ประการที่ ๒ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลชุดนี้ได้แถลงไว้ว่ารัฐบาลจะ ดําเนินการเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในปีแรกตามหัวข้อที่ ๑.๑.๒ หน้า ๕ เขียนไว้ว่า จัดให้มีสํานักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นองค์กรถาวร บัดนี้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินมา ๙ เดือนเศษ รัฐบาลก็ได้ปฏิบัติตามพันธะสัญญาแล้ว นะครับ

ประการถัดมาครับท่านประธาน เนื่องจากใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราใช้กฎหมายที่แก้ไขปัญหาอยู่ ๒ ฉบับครับ ฉบับที่ ๑ เรียกว่า กฎอัยการศึก ฉบับที่ ๒ เรียกว่า กฎหมายบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า พ.ร.ก. ถ้าเมื่อไรกฎหมายฉบับที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้สามารถนําไปใช้แล้วเกิดประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล อนาคตข้างหน้าไม่แน่ครับ กฎอัยการศึก แล้วก็ พ.ร.ก. บริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจจะต้องเลือกใช้เป็นบางพื้นที่หรือเลิกใช้ไปในอนาคต เพราะจะ ส่งผลดีกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ส่งผลดีกับการลงทุน ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว แต่ที่สําคัญที่สุดเท่ากับว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ใช้นโยบายตาต่อตา ฟันต่อฟันแบบอดีตที่ผ่านมา ไม่มุ่งหวังจะแก้ปัญหาด้วยวิธีเบ็ดเสร็จแบบชนิดถอนรากถอนโคน เพราะรัฐบาลเข้าใจว่า ถ้าใช้วิธีการอย่างนั้นแล้วจะทําให้สถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้นครับ แต่ในอดีตที่ผ่านมาก็ยังมี ที่ใช้มาตรการที่เบากว่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน แต่ก็ยังถือว่าเป็นมาตรการที่รุนแรง เราเรียกกันว่า ยุทธศาสตร์คีม ๒ ง่าม ง่ามที่ ๑ ใช้กับพื้นที่หนึ่ง อีกง่ามหนึ่ง ใช้กับอีก พื้นที่หนึ่ง ชาวบ้านเปรียบเทียบแล้วเห็นชัดครับว่า ในพื้นที่เดียวกันก็ยังไม่สามารถเกิด ความยุติธรรมในการที่บริหารชาติบ้านเมืองโดยรัฐบาลได้ การกระทําอย่างนั้นเหมือนกับ การผลักภาระให้กับประชาชนเข้าสู่ฝ่ายตรงข้ามได้มากยิ่งขึ้น แต่ที่น่าดีใจเท่ากับว่ารัฐบาล ชุดนี้ได้ปฏิบัติตามคําแถลงที่ใช้หลักยุทธศาสตร์ว่าการเมืองนําการทหาร การพัฒนา นําความมั่นคง การเมืองนําการทหารคืออะไรครับท่านประธาน การเมืองนําการทหาร ไม่ใช่หมายความว่าให้ทหารมาเดินตามหลังนักการเมือง ไม่ใช่ครับ การเมืองนําการทหาร คือการทําให้คนที่มีความคิดแตกต่างใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาอยู่ร่วมกัน ด้วยดี กลับมาอยู่ร่วมกันได้ในสังคมด้วยวิธีสันติสุขอย่างเป็นธรรมและอย่างเท่าเทียมกันครับ เป้ำหมายก็คือมุ่งลดจํานวนคนที่มีปัญหาให้ลดน้อยถอยลง อีกอย่างหนึ่งครับ การพัฒนานําความมั่นคงคืออะไรครับ รัฐบาลชุดนี้กําหนดการพัฒนานําความมั่นคง ไว้หลายประการครับ

ประการที่ ๑ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิต เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิก บางท่านบอกว่าสัดส่วนคนจนในจังหวัดนราธิวาสมีอยู่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดปัตตานี ๑๙.๗๕ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดยะลา ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลทราบครับ รัฐบาลจึงกําหนด นโยบายยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตโดยตั้งเป้ำหมายในกรอบระยะเวลาที่กําหนดให้ มีรายได้จากครัวเรือน ๖๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๒๐,๐๐๐ บาท สิ่งอื่น ๆ ยังมีอีกหลายข้อครับ เพื่อประหยัดเวลาของสภาจะไม่ขออธิบายในที่นี้ครับ แต่ก็สรุปให้ฟังง่าย ๆ ว่า รัฐบาล ชุดนี้มีจุดประสงค์ก็คือรัฐบาลไม่ต้องการรบเพื่อชนะ แต่รัฐบาลนี้ต้องการชนะโดยไม่ต้องรบ ผมนั่งทบทวนอยู่กับพรรคพวกอยู่นานพอสมควร แล้วก็นั่งคิดกันอยู่ครับว่ายังมีความจริง ที่ซ้อนความจริงอยู่ในชายแดนภาคใต้ถึงแม้รัฐบาลจะตั้งใจบริหารประเทศโดยไม่ใช้ ความรุนแรง แต่ผมก็ต้องขออนุญาตท่านประธานเพื่อให้รัฐบาลแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ผู้บริหารงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับรู้ได้รับทราบครับว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ใช่ รัฐบาลที่สร้างปัญหานะครับ แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นรัฐบาลที่เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาครับ แก้ไขปัญหาที่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ผมกล่าวถึงปี พ.ศ. ๒๕๔๗ นี้ ไม่ได้กล่าวหาใครครับ แต่เป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ เป็นความจริงที่ชาวโลกรับรู้กันอยู่ครับ เป็นความจริง ที่คนในประเทศรับรู้กันอยู่ ผมมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้งครับ ในขณะที่ผม อยู่ต่างประเทศเกิดเหตุการณ์ในบ้านผม หนังสือพิมพ์ในต่างประเทศก็ลงครับ ผมดูข่าว ในต่างประเทศก็เปิดครับ เขาก็รายงานครับ ผมมีความตั้งใจอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา เรื่อง ๓ จังหวัดให้ลุล่วงครับ ผมจึงคิดว่ารัฐบาลหรือผู้บริหารระดับสูงคงไม่สามารถรับรู้ ทุกเรื่องได้ ผมเป็นคนที่นั่นครับ ผมเป็น ส.ส. อยู่ที่นั่น ผมก็ยังไม่รู้ทุกเรื่องครับ มีคนบอก ผมว่าถ้าใครบอกว่ารู้ปัญหาทุกเรื่องน่าจะแปลได้ว่ามาเรียนรู้ปัญหาครับ ไม่ได้หมายความว่า รู้ปัญหามาตั้งแต่ต้น เพราะปัญหาที่มันเกิด ๆ มาเราไม่ค่อยอยากจะพูดถึงหรอกครับ เราต้องการพูดถึงปัจจุบัน พูดถึงความจริงที่เป็นอยู่ พูดถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้นให้ได้รับการ แก้ไขได้อย่างไรครับ ความจริงที่ซ้อนความจริงอยู่ก็ยังมีครับ มีอยู่วันหนึ่งผมมีโอกาส เดินทางกลับจากสภาครับ เดินทางกลับไปบ้านวันนั้นผมจําได้เป็นวันศุกร์เพราะเรา ประชุมสภาวันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ผมเดินกลับไปที่บ้านผมมีคนถูกยิงตรงมัสยิด แห่งหนึ่งในหมู่บ้านแห่งหนึ่งนะครับ ปรากฏว่าผมก็ไปถาม คนที่ถูกยิงเสียชีวิต คนที่ถูกยิง ที่นั่นเขาบอกเลยครับประชาชนเขาบอกว่าผู้ก่อการร้ายยิงครับ แล้วเราก็นั่งคุยกับชาวบ้าน เรานี่หมายถึงผมพาพรรคพวกไปจํานวนหนึ่งนะครับ ชาวบ้านที่นั่นเป็นเดือดเป็นแค้น อยากจะช่วยรัฐครับ แต่ว่าถ้าเป็ นอย่างนี้ฝ่ำยตรงข้ามรัฐยิงแปลว่ารัฐชนะครับ ในขณะเดียวกันผมไปในหมู่บ้านติดกันก็มีประชาชนอีกคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตเหมือนกันครับ ประชาชนที่นั่น ผมถามว่าใครยิง ประชาชนที่นั่นไม่กล้าตอบครับ ผมถามว่าฝ่ายตรงข้าม กับรัฐยิงใช่หรือไม่ ประชาชนบอกว่าไม่ใช่ ผมก็ถามต่อว่าอย่างนั้นแปลว่าเจ้าหน้าที่รัฐยิงหรือ ประชาชนด้วยความหวาดกลัวบอกว่าเขาไม่ได้พูดอย่างนั้น ที่ผมยกตัวอย่างนี้ให้ฟัง เพราะผมต้องการเห็นว่าถ้าประชาชนอยู่ด้วยความไม่หวาดกลัวครับแล้วรัฐจะชนะ รัฐจะได้ ความจริงครับ

มีอีกเรื่องหนึ่งยกให้ท่านประธานฟังครับ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐที่ไป สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชน การไฟฟ้ำส่วนภูมิภาคที่อําเภอรือเสาะครับ การไฟฟ้ำส่วนภูมิภาคที่อําเภอรือเสาะเขามีการจัดเก็บค่าไฟให้กับประชาชนทั้งอําเภอครับ มีสถิติเรื่องค่าไฟฟ้ำเดือนกุมภาพันธ์ มีตัวเลขการจัดเก็บทั้งอําเภอ ๑,๔๓๐,๐๐๐ บาท เดือนมีนาคม ๑,๒๗๐,๐๐๐ บาท เดือนเมษายนค่าไฟฟ้ำทั้งอําเภอ ๓,๗๑๐,๐๐๐ บาท ประชาชนบอกว่าเขาไม่จ่ายครับ จํานวนค่าไฟฟ้ำสูงขึ้นทั้งอําเภอ ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท มากกว่าเดือนมีนาคมถึง ๒ เท่าครับ เขาบอกว่าเขาร้องเรียนไปแล้วที่ศูนย์ดํารงธรรม อําเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ศูนย์ดํารงธรรมแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว แล้วแจ้ง ศอ.บต. แล้ว ที่พูดเรื่องนี้เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ศอ.บต. ปรากฏว่าเงียบครับ ผมอยากเห็นว่าเมื่อมี ศอ.บต. ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ แล้วอยากให้แก้ปัญหาอย่างนี้ให้กับ ประชาชนได้ เพราะไม่ใช่เรื่องความไม่สงบ แต่เป็นเรื่องการไปซํ้าเติมปัญหาให้กับพ่อแม่ พี่น้องประชาชน ถ้าเกิดพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่นแล้วมีใจเอนเอียงไปกับ ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐ ถ้าเจออย่างนี้ไปทันทีครับ ผมไม่ต้องการให้เกิด

ประการที่ ๒ ผมต้องการเห็นศูนย์อํานวยความเป็นธรรม หรือเขาเรียกกันว่า ศูนย์ดํารงธรรม ต้องดํารงธรรมได้ด้วยรูปธรรม อย่าดํารงธรรมด้วยนามธรรม

ประการถัดมา กรณีเรื่องมัสยิดไอร์ปาแย มัสยิดไอร์ปาแยเขาเรียกกันว่า กรณีมัสยิดอัลฟุรกอนแต่เกิดที่บ้านไอร์ปาแย หมู่ ๘ ตําบลจวบ อําเภอเจาะไอร้อง จังหวัด นราธิวาส กรณีนี้เป็นกรณีสําคัญกรณีหนึ่ง เพราะว่าเกิดที่จังหวัดนราธิวาสแล้วฝ่ายที่ ตรงข้ามกับรัฐเอาใบปลิวไปโปรยที่จังหวัดนราธิวาส แล้วเอาประกาศมาปิดที่จังหวัด ปัตตานีหลายหมู่บ้าน เอามาปิดที่จังหวัดยะลาหลายหมู่บ้าน เป็นประกาศว่าจับตาย หน่วยปฏิบัติการเลือก จุด จุด จุด แล้วก็มีชื่อคน ๖ คน แล้วบอกเลยใครยิง ใครเป็นคนนําทาง ใครเป็นขับรถ ใครเป็นคนชี้ทาง ใครเป็นมือปืน ใครรู้ร่วม ป้ำยประกาศฉบับนี้ ผมไปถ่าย มาจากหน้าบ้านชาวบ้านแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน แล้วผมก็เวียนไปดูหลายหมู่บ้าน ผมถาม ชาวบ้านว่าใครเอามาติด ชาวบ้านบอกว่าไม่ทราบครับ ติดตอนกลางคืน แล้วถาม ชาวบ้านว่าติดเมื่อไร เขาบอกว่าติดมาประมาณ ๔-๕ วันแล้ว ถามต่อว่าทําไมไม่เอาออก ชาวบ้านบอกว่าหวาดกลัวครับ ป้ำยอันนี้ที่ผมไปถ่ายห่างจากค่ายทหาร ผมใช้รถจับไป ๓๐๐ เมตร ผมไม่อยากให้หน่วยงานของรัฐเพิกเฉยเรื่องอย่างนี้ ผมไม่อยากเห็นฝ่ายที่ ตรงข้ามกับรัฐทําอะไรได้ดั่งอําเภอใจ

ประการถัดมา เรื่องการเกี่ยงกันของหน่วยงานของรัฐ มีอยู่วันหนึ่ง คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร โดยท่านประธานคณะกรรมาธิการก็คือดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านไปประชุม หรือไปตรวจงานที่จังหวัดยะลา ผมก็มีโอกาสเข้าร่วมประชุม บังเอิญว่าตอนที่ไปประชุม เมื่อก่อนหน้านี้เกิดเหตุระเบิดที่ตลาดพิมลชัย ท่านเชื่อไหมครับว่าตลาดพิมลชัยชาวบ้าน มาบอกว่าระเบิดหลายครั้งแล้วใน ๑ ปี ๔-๕ ครั้งใน ๑ ปี ถามชาวบ้านว่าเพราะอะไร ชาวบ้านบอกว่าขอร้องอย่าให้ตํารวจกับทหารเข้ามาในพื้นที่ในตลาด ถ้าเข้ามาทุกที ระเบิดทุกที ที่ผมเล่าให้ท่านประธานฟัง คําพูดนี้เป็นคําพูดในห้องประชุมศาลากลาง จังหวัดยะลา ผมอยากให้รัฐโดยเจ้าหน้าที่รัฐสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน อย่าให้ ประชาชนคิดไปในด้านอย่างนี้ ถ้าคิดด้านอย่างนี้แล้วผลลบจะเกิดกับรัฐ ในขณะเดียวกัน ผมได้ถามว่าตลาดพิมลชัยมีกล้องวงจรปิดหรือไม่ เทศบาลนครยะลาตอบว่าไม่มีครับ เพราะท่านบอกว่า ๑. ไม่มีงบประมาณ ๒. ไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบ เพราะพื้นที่นี้เป็นของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ถามนายสถานีรถไฟ นายสถานีรถไฟบอกว่ามีหน้าที่เก็บตลาด เรื่องการอนุญาตให้ติดกล้องหรือไม่ติดกล้องไม่มีหน้าที่ ผมเลยเรียนท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดว่าท่านจะช่วยดําเนินการเอางบให้เทศบาลไปติดกล้องเพื่อดูแลประชาชนได้ไหมครับ แล้วท่านไม่ต้องขออนุญาตใครหรอกครับ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยมาจับท่านเลย เพราะเราทําเพื่อประชาชน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกฤษดา พวงราช รับปากครับ จะดําเนินการให้เอางบของจังหวัด แล้วให้ทางเทศบาลเป็นผู้ไปดําเนินการติด

ประการถัดมา เนื่องจากท่านผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ตามโครงสร้างท่านเป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์และ อํานวยการการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบเนื่องจากสถานการณ์ความ ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านเป็นอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ในการ ให้การเยียวยา แต่ท่านครับหลักเกณฑ์เราใช้มาตั้งนานแล้ว หลักเกณฑ์เวลาเราไปให้การ เยียวยา ผมยกตัวอย่างประเด็นเดียว เรื่องกรณีผู้เสียชีวิต กรณีคนเสียชีวิตนี่ เจ้าหน้าที่ ของรัฐได้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ประชาชนคนทั่วไปที่ได้รับคําสั่งให้มาช่วยเหลือทางราชการ หรือพระสังฆาธิการ หรือผู้นําศาสนาได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถ้าประชาชนทั่วไปรวมถึง พระสงฆ์และนักบวชในศาสนาอื่นถ้าเสียชีวิตได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ประชาชนเขาถามผม เขาถามว่าชีวิตคนทําไมราคาใน ๓ จังหวัดมันต่างกัน อยากให้ท่านเอาเรื่องนี้กลับไป พิจารณาหน่อยในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะอนุกรรมการ

อีกเรื่องหนึ่ง มีเรื่องกรณีเยียวยา เนื่องจากบางครั้งภาครัฐไม่ได้จ่าย เพราะว่าติดเรื่องพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐทําไหม บางคนเขาก็บอกว่าเป็นการ กระทําของเจ้าหน้าที่รัฐ กฎเกณฑ์เรื่องเยียวยานี้ไม่ได้เขียนไว้ ถ้าคาไว้อย่างนี้ ชาวบ้าน ก็ไม่ได้เงิน เสียชีวิตแล้วก็ไม่ได้เงิน เพราะฉะนั้นให้ท่านช่วยไปปรับปรุงหน่อยครับ ผมจะ ไปแบบเร็ว ๆ เลยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องรบกวนการทํางาน การแก้ปัญหาของประชาชนของ รัฐบาลใน ๓ จังหวัด เรื่องการขายฝันดับไฟใต้ การขายฝันดับไฟใต้ไม่ใช่เป็นการสาดโคลนกัน ทางการเมืองครับท่านประธาน เพราะว่าการขายฝันดับไฟใต้ ผมถอยหลังกลับไปดู ผมมี หนังสือพิมพ์ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๑ ผมตัดไว้ครับ เขาบอกว่าบิ๊กจิ๋ว เปิดปฏิบัติการลับมาเลย์ ไม่ได้โม้ หลัง ๕ ธันวา ปัญหาไฟใต้ยุติ ปี ๒๕๕๑ นะครับ ไม่ได้โม้ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๕๑ แล้วบอกว่าวันที่ ๕ ธันวาคม ปี ๒๕๕๑ ไฟใต้ยุติ ชาวบ้านก็รอความหวัง สุดท้ายก็ล้มเหลว มาปี นี้อีกครับ ขายฝันดับไฟใต้ วันที่ ๓ พฤศจิกายน คิดเรื่องนครปัตตานี ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ไม่พึงกระทําครับ

เรื่องถัดไป ท่านประธานครับเอาเรื่องเศรษฐกิจเลยครับ เพราะเวลาไม่มี ครับ เนื่องจากปัญหานํ้าท่วมใน ๑ เดือนที่ผ่านมา เกิดนํ้าท่วม ๒ ครั้ง ประชาชนเสียหาย เยอะแยะ จังหวัดยะลาเหลืออยู่เพียงอําเภอเดียวที่เศรษฐกิจยังดีอยู่ ก็คืออําเภอเบตง เพราะขายการท่องเที่ยวได้ครับท่านประธาน อําเภอเบตงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหลืออยู่ เพียงแห่งเดียวในจังหวัดยะลา และใน ๓ จังหวัดก็ว่าได้ นํ้าท่วมทุกปีตัวเลขของอําเภอ เบตง บอกว่ามีประมาณการความเสียหาย ๒๐๐ ล้านบาท เป็นไปได้ไหมที่รัฐบาลชุดนี้ ศอ.บต. ชุดนี้ตั้งงบเองได้ จะสามารถสร้างอ่างเก็บนํ้าคลองเบตง อ่างเก็บนํ้าคลองยะลม อ่างเก็บนํ้าคลองกะปะ เพื่อแก้ไขปัญหานํ้าท่วมของอําเภอเบตง ในขณะเดียวกันครับ อําเภอเศรษฐกิจอําเภอหนึ่งของจังหวัดยะลาก็คืออําเภอเมือง อําเภอเมืองของจังหวัดยะลา ในปีนี้ก็ท่วม ๒ ครั้ง ชาวบ้านเขาบอกว่าต้องสร้างเขื่อน ๒ อัน อันที่ ๑ ก็บอกว่าต้องสร้าง เขื่อนกรงปีนัง เพื่อป้ องกันนํ้าท่วมได้ ๒ อําเภอ และต้องสร้างเขื่อนลุ่มนํ้าสายบุรี ซึ่งทาง ราชการได้จัดซื้อที่ดินไว้แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ ปี ๒๕๒๕ ที่ตําบลเกะรอ อําเภอรามัน และได้ มีการสํารวจออกแบบมาได้ระดับหนึ่งแล้ว จะสามารถป้ องกันนํ้าท่วมได้หลายอําเภอครับ และจะสามารถทําให้พื้นที่การเกษตรอยู่ได้ถ้าสร้าง ๒ เขื่อนนี้ไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ครับ ท่านประธานให้เวลาอีกหน่อยไหมครับ ท่านประธานครับ ผมหวังนะครับว่าผมจะให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ เพราะผมคิดว่า เป็นรัฐบาลที่เข้ามาตั้งหน้าใช้วิธีสันติวิธี ทีนี้ผมไม่ได้มาเพื่อเยินยอรัฐบาลเพียงอย่างเดียวครับ ผมมีสถิติเรื่องตัวเลขครับ ตัวเลขของทางการเทียบปีต่อปี ปี ๒๕๕๑ กับปี ๒๕๕๒ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ปี ๒๕๕๑ มีอยู่ ๘๐๘ ราย ปี ๒๕๕๒ มี ๘๒๘ ราย ผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ๒๐ รายครับ รัฐบาลชุดนี้มีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น ๒๐ ราย แต่ในขณะเดียวกันผู้เสียชีวิตจาก ๔๖๗ ราย