อันวาร์ เสนอแก้กฎหมายบริหารราชการชายแดนใต้ ย้ำความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

อันวาร์ สาและ หารือร่าง พ.ร.บ. บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชี้ว่าปัญหาความไม่เท่าเทียมในการใช้กฎหมายระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ใต้เป็นเวลานาน สร้างความกดดันและเลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดช่องว่างในการใช้งบประมาณ และเรียกร้องให้แก้ไขโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติในขั้นรับหลักการของพระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ก็มีหลายแง่คิดที่ผมอยากจะเสนอแนะ รวมทั้ง เป็ นข้อเสนอแนะจากพี่น้องที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔ ซึ่งมีความว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความ เสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับการคุ้มครอง มาตรานี้และมาตรา ๕ เป็นสิ่งที่สําคัญมาก กับพื้นที่ของผม เราจะได้เห็นนะครับว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ มี พ.ร.บ. ที่สําคัญ และเกี่ยวข้องกับพี่น้องที่อยู่ที่นั่น ๓ พ.ร.บ. ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เราได้ยินท่านสมาชิกจากพื้นที่อื่น ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้ว่าแค่ประกาศแค่ไม่กี่วัน พื้นที่ของ กทม. แล้วก็ของจังหวัดเชียงใหม่ แทบจะอยู่กันไม่ได้ แต่ในพื้นที่ผมครับ เขาใช้ พ.ร.ก. กับ พ.ร.บ. เหล่านี้ ใช้มาเป็นปีแล้วครับ จริง ๆ แล้วในรัฐธรรมนูญเองได้บัญญัติไว้ว่าการใช้กฎหมายต่าง ๆ ให้มีความเสมอภาค กันทั่วประเทศไทย แต่ทําไมบางพื้นที่ก็ใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันนี้ละครับ แต่ไม่ได้เกิด เหตุการณ์อย่างนั้นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเขา แต่ทําไม ๓ จังหวัดจึงมีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นที่นั่น จริง ๆ มันมีเรื่องครับ ถ้ามันปฏิบัติภายใต้รัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด แล้วก็โดยยึดหลักของ ความเป็นธรรมแล้วนี้ วันนี้เราก็คงไม่ต้องมานั่งพิจารณาใน พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการ บริหารราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรอกครับ ท่านทราบไหมครับ พ.ร.บ. เดียวกัน ทําไมมีผลไม่เหมือนกัน เราเคยได้ยินนะครับว่าปัญหาภาคใต้ที่เกิดขึ้นนี้ มันเกิดจากการ สร้างเงื่อนไข เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม และนั่นละครับ พอเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมามันก็เกิดความกดดันในพื้นที่ขึ้นมา แล้วปรากฏว่าอย่างไรครับ การบริหารในพื้นที่ที่นั่นนะครับ แต่ก่อนพอลงโทษก็ไปลงโทษที่โน่น แต่ก่อนนี้เป็นสถานที่ ใช้สําหรับลงโทษ ให้เจ้าหน้าที่ที่ผิดหรือว่าไม่ดีไปอยู่ในพื้นที่ วันนี้กลับกันครับ วันนี้ เจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารทุกคนอยากไปที่นั่น เพราะอะไรหรือครับ มันกลับกันหมดครับ เจ้าหน้าที่ระดับล่างมีความเป็ นอยู่ที่ค่อนข้างลําบาก แล้วก็มีความหวาดระแวง แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงกลับต้องการไปอยู่ที่นั่น เพราะเงื่อนไขในการใช้งบประมาณที่นั่น มีช่องว่างครับ ผมได้ยินสมาชิกของเราได้พูดหลายครั้งว่าทําไมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีเงินงบประมาณ มีอะไรต่าง ๆ ลงไปเป็นพิเศษที่นั่น ผมอยากจะบอกสมาชิกเลย นะครับว่าที่ท่านไม่ได้เกิดอย่างผมนี้เป็นโชคของท่านแล้วละครับ ก่อนที่จะเป็นอย่างนี้ งบประมาณแต่ก่อนกว่าจะไปในพื้นที่ผมนี่ยากลําบากครับ โรงเรียน ปอเนาะ สื่อการศึกษาต่าง ๆ ที่เขาขออะไรมาเขาไม่ได้ครับ พอเขาไม่ได้นี่สังคมที่อยู่ที่นั่น เป็นสังคมลักษณะของเชิงเปรียบเทียบ อย่าลืมว่าเขามีญาติพี่น้องที่อยู่มาเลเซียด้วย แล้วขณะเดียวกันก็มีคนใน ๓ จังหวัดไปทํางานในพื้นที่ของประเทศมาเลเซีย เขาเปรียบเทียบได้ครับ ว่าทําไมรัฐบาลของมาเลเซียดูแลคนของเขาอย่างดี มีอะไร หลาย ๆ อย่างให้กับพี่น้องประชาชนของเขา แต่พอเขากลับมาในพื้นที่ของเรามันเห็น ได้ชัดเลยครับว่าเขาเรียกร้องสิ่งอะไรต่าง ๆ เขาไม่ได้ในสิ่งที่เขาเรียกร้องมา หรือได้มา ก็ด้วยความยากลําบาก ด้วยความล่าช้า พอความล่าช้า พอเกิดการเปรียบเทียบเขาก็รู้สึก นะครับว่าเขาก็คนไทย ทําไมเขาถูกเลือกปฏิบัติอย่างนั้น นี่คือประเด็นหนึ่งที่ทําให้พื้นที่ ตรงนั้นเกิดปัญหาขึ้นมา พ.ร.บ. วันนี้จะให้อย่างไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าส่วนสําคัญเรื่องหลัก อยู่เรื่องหนึ่งก็คือว่าทําอย่างไรให้คนในพื้นที่เขามีส่วนร่วม ให้เขารู้สึกแล้วก็มีส่วนร่วม ในการกําหนดวิธีปฏิบัติ หรือวิธีการใช้ที่นั่น ผมถามว่า พ.ร.ก. ทั้งหมดที่ออกไปใช้ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คน ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่นั่นไม่รู้หรอกครับว่าอะไรจะมาใช้กับเขา แต่เขาก็ต้องรับ ผมได้เรียนท่านประธานแล้วนะครับว่า เงื่อนไขที่เกิดเหตุการณ์คือ เจ้าหน้าที่ อย่างที่บอกนะครับ ผมอยากจะให้แง่คิดกับทางรัฐมนตรี แล้วก็ทางสภาของเรา ให้คิดให้ดีครับว่าพื้นที่หรือ พ.ร.บ. ที่จะลงไปนี่ ที่จะให้อํานาจ หรือให้ความสําคัญกับคน ที่ไปดูแลในพื้นที่ตรงนั้นต้องมีความระมัดระวังครับ เพราะว่าเราได้เห็นว่าในประเทศไทย หลายครั้งที่เกิดปัญหา เกิดการใช้กรณีของการรุ่นพี่ รุ่นน้อง พวกพ้อง หรือสีเดียวกัน ประเทศมันไปไม่ได้หรอกครับ ถ้าใช้วิธีปฏิบัติอย่างนี้อีกที่โน่นก็จะมีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น ต่อไปอีก ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้หลายอย่างท่านเองก็คงจะทราบ แล้วองค์กรต่าง ๆ ก็แปลก นะครับ ประเทศไทยนี่ผมเข้าใจว่าโอเค (OK) อาจจะมีในเรื่องของความไม่ต่อเนื่องของ การเมือง เราไม่ค่อยได้รัฐบาลที่ครบ ๔ ปี เพราะฉะนั้นเวลาทํางานก็อาจจะน้อย พอจะ ตั้งไข่ได้ บางทีก็มีเรื่องแล้วทําให้สภาหยุดชะงักกันไป นโยบายดี ๆ ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่ จะดําเนินการได้ การปรับเปลี่ยนองค์กรจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งแล้วก็มากในประเทศของเรา มีปัญหาทีปรับชื่อ ปรับเปลี่ยน ปรับองค์กร แต่คนทํางานคนเดิมครับ วิสัยทัศน์แบบเดิมครับ วิธีคิดต่าง ๆ ก็แบบเดิม ถ้าสมมุติว่าเรายังยืนหลักบนความอคติต่อพื้นที่ปัญหาต่าง ๆ แน่นอนครับ ก็เหมือนกับเอาปัญหาซุกใต้พรมนั่นละครับ แล้วสังเกตไหมครับว่า กรณี ที่เกิดความผิดพลาดกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติต่อประชาชนในพื้นที่เคยมีกี่รายที่ลงโทษ อย่างหนัก หรือมีกี่รายที่เราประชาสัมพันธ์ว่าเราได้ลงโทษเขาไปแล้ว นอกจากการ ประนีประนอมชดใช้ค่าเสียหาย แล้วเรื่องก็หายไป แล้วการเอาผิดเหล่านั้นก็เงียบหายไป เช่นกันครับ อันนี้ครับที่คนในพื้นที่เขารับไม่ได้

ในส่วนของตามแนวพระราชดํารินะครับ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านในส่วน ของข้อที่เกี่ยวกับเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ข้าราชการทุกคนผมว่าท่องได้ขึ้นใจหมดทุกคน แต่ว่าผมอยากให้มองเรื่องของการให้บริการของภาครัฐด้วยความเป็นธรรมและเข้าถึงกับ พี่น้องประชาชนที่โน่น การใช้งบประมาณจํานวนมากที่ลงไปในพื้นที่ ผมคิดว่าก็ไม่ใช่เป็น สิ่งที่ดีกับพื้นที่โดยเฉพาะตรงนั้น แล้วก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดกับที่นั่น แต่ทําอย่างไรครับว่าการใช้ งบประมาณต่าง ๆ ที่นั่นงบประมาณลงไปเยอะจริงครับ แต่ไม่ได้ถึงชาวบ้าน มันมีเหมือน ตะแกรงอะไรบางอย่างที่ไปกรองตรงนั้น เศษ ๆ ถึงไปตกกับเขา แต่ผมก็ขอชื่นชมนะครับ ว่าอย่างน้อยที่สุดรัฐบาลเองได้ปรับเปลี่ยนหลาย ๆ เรื่องที่ให้สิ่งเหล่านี้ไปถึงเขา อย่างเช่น กรณีที่ไมโคร ไฟแนนซ์ (Micro Finance) ที่รัฐบาลสนับสนุนให้มีสินเชื่อกับพื้นที่ อันนี้เป็นสิ่งที่ดีครับ เศรษฐกิจที่นั่นแทบจะบอกว่าวันนี้หยุดชะงักทําอะไรไม่ได้เลยครับ ชาวบ้านเองอย่าว่าแต่อะไรเลยครับ ถ้าสมมุติว่าเรามีร่างพระราชบัญญัติอะไรก็ได้ครับที่ ให้เขารู้สึกว่าความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้น วันนี้ท่านได้เห็นไหมครับว่า ๒-๓ เดือนที่แล้วก็มี อดีตนายกรัฐมนตรีไปบอกว่าจะทําสิ่งโน้นสิ่งนี้เป็นสิ่งใหม่ ผมบอกได้เลยครับชาวบ้านที่นั่น เขาขานรับครับ ถ้าผมมองเจตนาดี ผมคิดในเจตนาดีว่าอันนั้นสิ่งที่ดีก็โอเคครับ ดีครับ แต่คนที่นั่นเนื่องจากถูกกดดันมานาน ถูกสิ่งต่าง ๆ ที่เขารู้สึกว่าความหวาดระแวงอะไร เข้ามาที่เป็นสิ่งใหม่ ๆ แล้วรู้สึกว่าเขาจะได้ในสิ่งที่ดีนี้ เขารับหมดครับ ผมอยากให้เรามา คิดกันนะครับว่าในการปกครองระบอบประชาธิปไตยนี้ทําอย่างไรครับให้เขามีความรู้สึก หรือคนไทยทุกคนให้มีความรู้สึกว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน อันนี้ละครับ สิ่งนี้ผมอยากให้สภาเองหรือรัฐบาลหรือทุกท่านที่เป็นตัวแทน ให้ทําอย่างไรก็ได้ครับ ให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่าสิ่งที่เป็นประชาธิปไตยคือการปกครอง โดยประชาชน เพื่อประชาชน และให้เข้าถึงกับคนใน ๓ จังหวัดและมีส่วนร่วมมากกว่านี้ โดยเฉพาะการตรวจสอบการใช้งบประมาณหรือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ถ้าสมมุติว่าทําผิดก็ให้มีบทลงโทษที่เอาเป็นว่าคนที่นั่นพอใจแล้วก็ประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะแก้ปัญหาที่นั่นได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน