รายงานการประชุมรํวมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒
ณ ตึกรัฐสภา
เชิญท่านองอาจครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับการดูแลแก้ไข ปัญหาสุขภาพของชุมชนของพี่น้อง อสม. ครับ ท่านประธานครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มี การประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน พูดคุยกันถึงเรื่องการเฝัาระวังควบคุมไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ วันนั้นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขของ ประเทศญี่ปุ์นได้กล่าวแสดงความประทับใจชื่นชมการทํางานของพี่น้อง อสม. ของประเทศไทยเรา มีความเข้มแข็ง มีความเสียสละและมีประสิทธิภาพในเรื่องของ การเฝัาระวังไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ เปึนอย่างดียิ่งนะครับ อันนี้ผมต้องขอ ชื่นชมยินดีกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในเรื่องของวิสัยทัศน์ของท่าน ท่านเล็งเห็นคุณานุประโยชน์ของพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ ได้ผลักดันค่าตอบแทนให้กับ พี่น้อง อสม. ทั่วประเทศครับ พี่น้อง อสม. จังหวัดสระบุรีฝากผมมาขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสิ่งหนึ่งที่เขาต้องการ เขาฝากมาหารือก็คือ อยากจะได้เปึนรูปของกองทุน กองทุนอันนี้เพื่อนํามาดูแลแก้ไขพัฒนาให้ดูแลในเรื่องของ สุขภาพของแต่ละชุมชนโดยให้พี่น้อง อสม. มีส่วนร่วมในการดูแลกองทุนอันนี้นะครับ เพื่อจะนํากองทุนนี้ไปช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละชุมชน ซึ่งมีปัญหาสุขภาพต่างกัน ก็กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยผลักดันกองทุนนี้ให้เปึน รูปธรรมด้วยครับ
สุดท้าย คณะกรรมการชุมชนย่อยหรือพี่น้อง กช. มีอยู่ในทั่วทุกเทศบาล ทั่วประเทศ เขามีความเหนื่อย มีการเสียสละเช่นเดียวกับพี่น้อง อสม. ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของความมั่นคง การแก้ปัญหายาเสพติด หรือเรื่องของการดูแลสุขภาพและ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยผลักดัน ค่าตอบแทนให้เปึนขวัญเปึนกําลังใจให้พี่น้องชุมชนย่อยในทุก ๆ เทศบาลด้วยครับ ผมกราบขอบคุณครับ
เชิญท่านวัชระครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานทั้งหมด ๗ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก ในขณะนี้เนื่องจากน้ําท่วมครับท่านประธาน ไม่ต้องบอก ท่านประธานก็คงทราบนะครับว่าน้ําท่วมตามจุดต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครเปึนอันมาก ทั้งหมู่บ้านพุฒตาล ซอยเพชรเกษม ๘๑ เขตหนองแขม และชุมชนเอี่ยมวุฒิ ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝัืงใต้ อยากจะให้กรุงเทพมหานครไปดูแลและดูดน้ําที่ท่วม ตามชุมชนต่าง ๆ ทั่วทั้งกรุงเทพมหานครครับ
เรื่องที่สอง เรื่องหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย ๔ ครับท่านประธาน ปรากฏว่ามีการ ไปสร้างอาคารที่จะสร้างอาคารในสนามส่วนกลางของหมู่บ้าน มีคนไปแอบอ้างเพื่อที่จะ สร้างอาคารขนาดใหญ่ขอให้กรุงเทพมหานครไปดําเนินการระงับยับยั้ง
เรื่องที่สาม เรื่องเบี้ยยังชีพ เมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีอิสสระ สมชัย ก็ได้บอก แล้วว่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจะแจกจ่ายให้ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม เปึนต้นไป
เรื่องที่สี่ ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับเรื่องการฝ๊กอบรมลูกเสือ ชาวบ้าน ผมขอให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนเงินงบประมาณในการฝ๊กอบรมลูกเสือชาวบ้าน เนื่องด้วยขณะนี้มีขบวนการทําลายสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
เรื่องที่ห้า เกี่ยวกับเงินของสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปึนเงินค่านิตยภัต ปรากฏว่าสํานักงบประมาณจะตัดถึง ๓๑ ล้านบาท ซึ่งเงินจํานวนนี้ เปึนเงินที่ต้องถวายพระสังฆาธิการ พระสมณศักดิ์ และพระเปรียญ วัดอุดมรังสีได้ เปรียญธรรม ๖ ประโยค ก็ต้องได้รับเงินนิตยภัต ปรากฏว่าถูกตัดงบประมาณถึง ๓๑ ล้านบาท อยากให้รัฐบาลหาเงินงบประมาณไปสนับสนุน
เรื่องที่หก ท่านประธานครับ ปรากฏว่าที่วัดนาคปรกครับ มีคนไปแอบอ้าง แล้วไปเป่ดวีซีดี (VCD) สร้างความแตกแยกให้กับประชาชนกับรัฐบาล เปึนวีซีดีอะไรนั้น ท่านประธานคงทราบครับ และคนที่ไปเป่ดนั้นเปึนอดีต ส.ส. เก่า ชื่อ นายมานะ คงวุฒิปัญญา
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องของการก่อความไม่สงบในช่วง เหตุการณ์สงกรานต์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีตัวการผู้สนับสนุนและผู้วางแผนไปวางแผนกัน ที่มูลนิธิ ๑๑๑ ท่านประธานครับ ไปวางแผนกันที่นั่น มีคนที่นั่งหัวโต๊ะ มีอดีตนักการเมือง ไปนั่งอยู่ที่นั่น
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธาน ท่านประธานครับ
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านไป กล่าวโจมตีเขานี่ วันนี้เขาปรึกษาหารือเรื่องที่รัฐบาลทํางาน เสียดสี ใส่ร้ายเปึนประจําครับ เดี๋ยวผมทําบ้างครับท่านประธาน ขอให้ท่านควบคุมหน่อยนะครับ ท่านโจมตีคนอยู่เรื่อย เดี๋ยวด่าทักษิณ ชินวัตร เดี๋ยวด่า ๑๑๑ พวกท่านทําอะไรบ้างครับ ๔ เดือนท่านทํา อะไรบ้างรัฐบาลท่านน่ะ
เอาละครับ ท่านพยายาม พูดเกี่ยวกับเรื่องปัญหาข้อเดือดร้อนนะครับ เชิญเถอะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานนั้น
ให้อีกครึ่งนาทีนะครับ ท่านหมดเวลาแล้วนะครับ
๓๐ วินาทีนะครับ
ครับ
ขอบคุณครับท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ กระผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่ผมหารือท่านประธานนั้น เนื่องด้วยเปึนความจริงและเปึนข้อเท็จจริง ที่จะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงกันในสภาแห่งนี้ ผมไม่ได้เปึนกรรมการในชุดกรรมการชุดไหน ของรัฐสภาที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้แต่งตั้งขึ้นมา แต่เนื่องจากว่าผมเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องแสวงหาความเปึนจริงด้วย และความจริงดังกล่าวนั้นคือ ความจริงที่ไม่อาจที่จะลบล้างได้ และความจริงดังกล่าวก็จะต้องได้รับการเป่ดเผยและ พิสูจน์ต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั้นอยากจะให้บ้านเมืองมีความสงบสุขและ อยากให้ทุกฝ์ายได้เห็นแก่ชาติบ้านเมืองด้วยการรักและสามัคคี ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประนอมนะครับ ท่านยังไม่พร้อมนะครับ เชิญท่านทวีวัฒน์ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย เขต ๑ จังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอกราบเรียนหารือท่านประธาน ใน ๒ ประเด็น ดังต่อไปนี้
ประเด็นแรกนั้น ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านโพนยางคํา อําเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เนื่องจากว่าถนนจากบ้านโพนยางคํา อําเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ไปถึง บ้านด่านม่วงคํา อําเภอโคกศรีสุพรรณ ระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตรท่านประธาน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร แต่เนื่องจากได้ทราบว่า ไม่มีงบประมาณซ่อมแซมอย่างเพียงพอ ถนนจึงไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานได้ เกิดชํารุด เสียหายตลอดเส้นทาง ปะผุแล้วปะผุอีกท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นก็ขอฝาก กระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรงบประมาณหรือประสานกับองค์การบริหารส่วน จังหวัดสกลนคร ได้ซ่อมแซมทางสายนี้ให้สามารถเดินทางได้โดยตลอดปลอดภัย
ประเด็นที่ ๒ ครับ เปึนปัญหาซ้ําซากเหมือนกัน ขอกราบเรียนอีกครั้งหนึ่ง ปัญหาหนองหาน จังหวัดสกลนคร วัชพืชเต็มไปหมดครับ ในเขตตําบลท่าแร่ก็ดี ตําบลเชียงเครือก็ดี ตําบลฮางโฮงก็ดี และแม้แต่ตําบลธาตุเชิงชุมในเขตเทศบาลนะครับ ก็มีวัชพืชเต็มไปหมดไม่สะดวกกับชาวประมงที่อยู่ริมฝัืงจะออกหาปลาในหนองหาน ทําให้ การประกอบอาชีพของเขาฝ๋ดเคืองครับท่านประธาน ขอให้ทางราชการโดยเฉพาะ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้ไขโดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสถาพร มณีรัตน์ นะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในนาม สมาชิกรัฐสภา จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานรัฐสภา ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
สืบเนื่องมาจากพี่น้องกรรมกรก่อสร้างที่ห้างร้านล้มแล้วเสียชีวิตไป ๓ คน ปรากฏว่ากรรมกรเหล่านี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือกระทรวงแรงงานเข้าไปดูแลเลยครับ เขาไม่มีสวัสดิการ ทั้ง ๆ ที่มีครับ มีกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ มีประกันสังคม มีกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิกเฉยต่อกรรมกรกลุ่มนี้ ศพแล้วศพเล่าครับ ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่ชนชั้นของสังคมไทยนั้นไม่ได้เปึนไปตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดว่ามีสิทธิ เสรีภาพภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญเท่าเทียมกันนั้น ประเด็นคนงานก่อสร้าง ๓ คนนี้ ชัดเจนครับ ขณะนี้ศพยังฝังอยู่ที่คอนกรีตอีก ๑ ศพ ความไม่รู้กฎหมายของเขานั้นเขาได้ ให้สัมภาษณ์ว่ากรรมกรก่อสร้างตึกสูงตายทุกตึกแต่ไม่เปึนข่าว เพราะฉะนั้นผมอยาก นําเรียนท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังกระทรวงแรงงานและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน ช่วยโปรดติดตามนําค่าชดเชย สวัสดิการตามกฎหมายที่กําหนด รวมทั้งประกันสังคมของ เขาเหล่านั้น ให้ญาติพี่น้องของเขาเพื่อที่จะมีความเชื่อมั่นว่าภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นั้นพี่น้องประชาชนมีสิทธิเท่าเทียมกันตามกฎหมาย ผมขอฝากท่านประธาน รัฐสภาได้ทําเรื่องไปที่กระทรวงแรงงานเปึนการเร่งด่วนเพื่อเยียวยากับมวลหมู่พี่น้อง กรรมกรของเขาเหล่านั้นครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านอนันต์ วรธิติพงศ์ ครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผม อนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือท่านประธานสั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาการแพร่ภาพที่ไม่ เหมาะสมผ่านวิทยุโทรทัศน์
ท่านประธานครับ ในขณะนี้เรามีโทรทัศน์ที่ผ่านดาวเทียม แพร่ภาพโดย คนไทยเปึนคนจัดประมาณ ๖๐ ช่องนะครับ อันนี้นอกเหนือจากโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่ แพร่ภาพอยู่บนน่านฟัาของไทยกว่า ๒๐๐ ช่อง ซึ่งกว่า ๖๐ ช่องที่คนไทยเปึนคนจัด เหล่านั้นมีตั้งแต่หลายรายการ หลายแบบ หลายอย่าง นอกเหนือจากนั้นวิทยุชุมชน ซึ่งอยู่ ตามชายแดนก็มีหลายร้อยหลายพันช่อง และขณะนี้ทราบว่ามีคนต่างประเทศมาจัด รายการวิทยุชุมชนในประเทศไทย แล้วใช้ภาษาต่างประเทศอยู่ด้วย ซึ่งปัญหาเหล่านี้มัน เปึนปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน ซึ่งการแก้ไขเร่งด่วนก็คือการออกกฎหมาย พ.ร.บ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ฉบับใหม่เพื่อจะได้มีการตั้งคณะกรรมการ กสช. ขึ้นมากํากับดูแล จึงขอ กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้เร่งรัดเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนนะครับ เพราะว่านอกเหนือจากปัญหาการแพร่ภาพที่ไม่เหมาะสมแล้ว การแพร่ภาพเหล่านั้น มีความกระทบกระเทือนต่อศีลธรรม ต่อธรรมเนียมปฏิบัติ หรือต่อความมั่นคง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งความมั่นคงระหว่างชายแดน ซึ่งถ้าเกิดวิทยุชุมชนที่จัดระหว่างชายแดนเหล่านั้น ใช้ภาษาท้องถิ่นของต่างประเทศ แล้วพูดปลุกระดมอะไรเราก็ไม่ทราบ มันก็เกิด ความมั่นคงระหว่างชายแดนขึ้นมาได้ คงต้องเร่งรัดนะครับ เรื่อง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. .... ฉบับใหม่ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านขยันครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ผมหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์
เรื่องที่ ๑ เนื่องจากฝายดินกั้นแม่น้ําแวน ตําบลลี้ อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ฝายพังมาเปึนระยะเวลา ๒ ป้แล้ว ขอให้กรมชลประทานดําเนินการซ่อมแซมโดยด่วน
เรื่องที่ ๒ เรื่องการขอยกฐานะสถานีตํารวจภูธร จังหวัดลําพูน สาขานิคม อุตสาหกรรมเปึนสถานีตํารวจนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลําพูน รับผิดชอบในเขต ตําบลบ้านกลาง ตําบลมะเขือแจ้ เนื่องจากว่าเปึนย่านนิคมอุตสาหกรรม ทุกวันนี้เปึน สาขาของสถานีตํารวจภูธรเมืองลําพูนนะครับ ไม่มีงบประมาณ ไม่มีการบริหารการจัดการ ไม่มีผู้บังคับบัญชาโดยตรง ถ้าหากยกสถานีเปึนสถานีนิคมอุตสาหกรรมแล้วจะสามารถ ลดปัญหาอาชญากรรมและสามารถที่จะบริการประชาชนได้สะดวกและรวดเร็ว
เรื่องต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ขอให้กระทรวงคมนาคมดําเนินการ ยกเลิกรถบรรทุกซึ่งเปึนรถพ่วง ๒ ตอน ซึ่งอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนน ขอให้ยกเลิกและ ดําเนินการให้เหลือรถตอนเดียวซึ่งเปึนรถเทรลเลอร์ (Trailer) ซึ่งจะปัองกันอุบัติเหตุ สําหรับผู้ใช้รถใช้ถนนนะครับ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานครับ หมู่บ้านในเขตพระบาทห้วยต้ม ตําบลนาทราย อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน ซึ่งเปึนหมู่บ้านชาวเขาไม่มีเอกสารสิทธิ ชาวบ้านอยู่มากันเปึน ระยะเวลา ๒๐ กว่าป้แล้ว ขอกระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการออกเอกสารสิทธิให้กับ ประชาชนดังกล่าวครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านอํานวยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่าวันนี้ผมได้รับ คําร้องจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรีว่า
เรื่องที่ ๑ เนื่องจากไฟฟัาตามจุดทางแยก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางแยก มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครในช่วงชัยบาดาล และมีศาลได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้ด้วย ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดไฟแสงสว่างในจุดที่ตรงศาลและราชภัฏด้วยครับ ท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องการขุดลอกลําคลองสนามแจง ซึ่งใน ขณะนี้ตื้นเขินมาก พี่น้องประชาชนใช้แหล่งน้ําตรงนี้เพื่อการเกษตร อยากจะฝากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดําเนินการขุดลอกคลองสนามแจงในส่วนนี้ด้วยครับ หมู่ที่ ๑ ตําบลโคกสําโรง อําเภอโคกสําโรง จังหวัดลพบุรีครับ
เรื่องที่ ๓ เนื่องจากในขณะนี้ประปาหมู่บ้านของประปาส่วนภูมิภาคชนบท ขาดแคลน โดยเฉพาะหมู่บ้านหนองคู หมู่บ้านพรหมทินเหนือ ซึ่งยังขาดแคลนประปา หมู่บ้านอยู่ ก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งขยายประปาส่วนภูมิภาคให้กับ พี่น้องประชาชนในส่วนนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสายนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ส.ว. จังหวัดระยองครับ พี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จังหวัดระยองฝากเรื่องมา หารือ ๒ เรื่องนะครับ เขาสนใจการเมืองครับ ไม่มีโอกาสได้เข้ามาพูดในสภา
เรื่องแรกที่เขาฝากหารือเขาบอกว่า โครงการดูงานต่างประเทศของ นักการเมือง ไม่ว่าระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ ระดับท้องถิ่นก็ อบต. เทศบาล อบจ. ระดับประเทศก็ ส.ส. ส.ว. แล้วก็หน่วยราชการ รวมทั้ง ครม. ด้วย เขาบอกว่าในภาวะที่ บ้านเมืองกําลังเกิดวิกฤติอย่างนี้ โครงการเหล่านี้โดยเฉพาะป้ ๒๕๕๓ น่าจะตัดทอน งบประมาณด้านนี้ลงไป จะสงวนเงินตราของประเทศได้หลายร้อยล้าน เขาก็ฝากมา นะครับ เขาบอกว่าถ้าโครงการจําเปึนจริง ๆ ต้องไปก็น่าจะขออนุญาตใช้งบกลางได้
เรื่องที่ ๒ ที่เขาฝากมาแสดงความรู้สึกของการมีส่วนร่วมนะครับ เขาบอกว่า ให้ฝากคณะกรรมการสมานฉันท์ด้วยว่าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว. ถ้าให้มีการเลือกตั้งอย่างเดียวไม่ต้องมี มีสภาเดียวก็พอนะครับ เขาบอกว่าถ้าเลือกตั้ง ส.ว. กับ ส.ส. นี่คนเลือกคนเดียวกัน ฐานเสียงเดียวกันนะครับ นี่เปึนความเห็นชาวบ้าน นะครับ จบ ป. ๔ เท่านั้นเอง เขาบอกว่า ถ้าจะให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งอย่างเดียว นี่ไม่มีสรรหาให้มีสภาเดียวก็พอ ไม่ต้องเปลืองงบประมาณครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ปกติผมไม่ค่อย ได้หารือเท่าไรนะครับ แต่วันนี้ต้องขออนุญาตที่จะต้องใช้เวลาหารือท่านประธาน สักนิดหนึ่งในฐานะที่เปึนการประชุมรัฐสภา และก็ให้สมกับเกียรติของการประชุมรัฐสภา ไม่หารือเรื่องเล็ก ๆ ครับ ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนกันทั่วไปหมด ไม่ใช่เฉพาะ จังหวัดนครสวรรค์ และสิ่งที่เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านสมาชิกวุฒิสภาอยากจะให้มีคงไว้ซึ่งการแก้ รัฐธรรมนูญแล้วให้มี ส.ว. แต่งตั้ง ผมฟังดูแล้วก็มีเหตุผล แต่จะมีเหตุผลมากที่สุดถ้าท่าน ได้ฟังผมสักนิดหนึ่ง ขณะนี้ประชาชนทั้งประเทศกําลังรอความหวังว่า ความเดือดร้อนนี้ จะแก้อย่างไร สภาผู้แทนราษฎรคงไม่มีทางแก้แน่ นั่นก็คือชาวบ้านเดือดร้อนจากการ ขึ้นภาษีสารพัดหมดครับ เปึนการขึ้นภาษีที่ไม่มีวันจบ ไม่รู้มันจะไปจบตรงไหน เปึนผลมา จากการกู้เงินแบบชนิดที่เรียกว่าเปึนประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ที่ไม่เคยมีการกู้มา ก่อนเลย กู้ทีเดียว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นภาพมันจึงสะท้อนไปที่การเก็บภาษีที่ หนักหน่วงขึ้น คนก็หมดกําลังใจ ผมจะหารือกับสภาผู้แทนราษฎร บอกให้ท่านหยุดการขึ้น ภาษีไม่ผ่านกฎหมายการขึ้นภาษีขอทานเปึนไปได้ยาก จึงต้องอาศัยกําลังส่วนกลาง ในภาวการณ์วิกฤติเฉพาะกาลนี้ ถ้าท่านประธานวุฒิสภาและเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาได้ ตั้งตัวเปึนผู้ที่จะวินิจฉัยความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องภาษีนี้ อย่าผ่านกฎหมายให้ รัฐบาลครับ อันนี้ถ้าวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งไม่ผ่านกฎหมายให้แก่รัฐบาลเรื่อง การขึ้นภาษี ผมเชื่อว่าประชาชนเชียร์ท่านแน่นอน ท่านประธานครับ แต่สิ่งนี้กลับน่าวิตกกังวล มากขึ้น เราเห็นใจกับภาวะวิกฤติอย่างนี้ แต่ต้องฝากท่านประธานที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาล ได้ซ้ําเติมสถานการณ์ขึ้นไปอีก อย่างกรณีการประชุมอาเซียน ซัมมิท (ASEAN Summit) ที่ภูเก็ต วันนี้ต้องเลื่อนไปครับ เพราะปัญหาใหญ่ก็คือการเข้ามาของรัฐบาลอันไม่ชอบ ไม่เปึนประชาธิปไตยประการที่หนึ่ง
อีกประการหนึ่ง ความไม่มั่นใจต่อความมั่นคงที่เขาจะมาประชุม บังเอิญมี ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ท่านใช้วิธีการแก้ปัญหาด้วยการพูดไปวัน ๆ หนึ่งครับ ท่านประธานครับ ท่านไปพูดบอกว่า ถ้าไม่มั่นใจก็ให้ซิเคียวริตี้ (Security) หน่วยรักษา ความปลอดภัยของต่างประเทศถือป๋นเข้ามาได้ ท่านประธานครับ ใครจะถือป๋นเข้ามา ประชุมครับ จะเสี่ยงขนาดนั้นเชียวหรือ ในที่สุดเหตุการณ์นี้เกิดจากปากพาจนแท้ ๆ ดังนั้น วิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้ ถ้ายังมีการบริหารอย่างไม่รับผิดชอบอย่างนี้ ปากพูดไปวัน ๆ อย่างนี้เจ๊งแน่ ๆ ครับท่านประธาน จึงขอทางวุฒิสภาเถอะครับ เปึนกําลังหลักในการที่จะ ถ่วงดุลในภาวการณ์ที่มีรัฐบาลที่ไม่เปึนประชาธิปไตยอย่างนี้ อย่าให้ขึ้นภาษีผูกพันกับ ประชาชนเลยครับ เปึนการสร้างภาระประชาชนอย่างไม่มีทางจะแก้ไขได้ครับ ท่านประธาน นี่ไม่ใช่นโยบายเมืองไทยเข้มแข็งครับ แต่เปึนนโยบายคนไทยตัวแข็งแล้ว ครับท่านประธานครับ
ท่านสุนัยครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือถึงเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่นะครับ
ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ๑๓ หมู่บ้าน ในตําบลช้างซ้าย อําเภอ พระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ สืบเนื่องมาจากเมื่อป้ ๒๕๕๐ ที่สํานักงานตํารวจ แห่งชาติได้เปลี่ยนเขตอํานาจการสอบสวนของพื้นที่ตําบลช้างซ้าย อําเภอพระพรพรม จากสถานีตํารวจภูธรพระพรหมไปขึ้นอยู่กับสถานีตํารวจภูธรชะเมา ซึ่งอยู่ในเขตอําเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ ก็ทําให้ตําบลช้างซ้ายซึ่งเปึนตําบลเพียงตําบลเดียวของ อําเภอพระพรหมต้องไปขึ้นอยู่กับ สภ. แทนที่จะมาขึ้นกับ สภ. พระพรหม ทําให้ สภ. พระพรหม มีเขตอํานาจการสอบสวนเพียง ๓ ตําบลที่เหลืออยู่นะครับ ทําให้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและการติดต่อราชการของพี่น้องประชาชนประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคนในพื้นที่นั้นต้องได้รับความเดือดร้อนและประสบความยากลําบาก นะครับ ขอให้ท่านประธานได้ประสานไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้เปลี่ยนเขตอํานาจ การสอบสวนของตําบลช้างซ้ายกลับไปอยู่ สภ. พระพรหม เหมือนเดิมนะครับ
เรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องของการตอบกระทู้ในราชกิจจานุเบกษา เวลานี้เปึนไป ด้วยความล่าช้ามากนะครับ เนื่องจากว่ามีกระทู้ที่สะสมอยู่เปึนจํานวนมาก ทั้งกระทู้ที่ถูก โอนมาจากกระทู้ทั่วไปที่ต้องตอบในสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าเมื่อหมดสมัยประชุมตาม ข้อบังคับต้องไปเปึนกระทู้ตอบในราชกิจจานุเบกษา ปรากฏว่าไปสะสมอยู่จํานวนมาก ก็ขอให้ประธานสภาได้ประสานไปยังรัฐบาลได้ช่วยเร่งรัดเรื่องนี้ด้วยนะครับ
เรื่องสุดท้ายก็อยากจะเรียกร้องให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รณรงค์เรื่องการลดการใช้กระดาษนะครับ เนื่องจากว่าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเอง ก็มีการใช้กระดาษอย่างเปึนจํานวนมากนะครับ เวลานี้เรามีเทคโนโลยี มีการให้ยืมโน้ตบุค (Notebook) ไปใช้ ก็ขอให้ใช้อย่างเต็มศักยภาพในการเก็บข้อมูล ในการส่งข้อมูล หรือว่า ในการนัดหมายการประชุมต่าง ๆ เพื่อให้การใช้กระดาษในรัฐสภาของเราลดลง ขอบคุณครับ
เชิญท่านวรศุลีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธานรัฐสภา เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งดิฉันได้ยื่นเข้าสภานี้ตั้งแต่สมัย ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนมาถึง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็อยากจะหารือผ่านท่านประธานถึง ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สงสารเกษตรกรด้วยนะคะ ปัญหาที่เกิดขึ้นใน รัฐบาลชุดนี้ ไม่ว่าจะเรื่องผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ นะคะ ข้าว ยาง มันสําปะหลัง อ้อยนั้น เกี่ยวกับเกษตรกรทั้งนั้น กฎหมายเกษตรกรของดิฉันยื่นเข้ามาตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ท่านนายกรัฐมนตรี ขอลายเซ็นท่านนะคะ ขอรับรองว่าเปึนกฎหมายการเงิน ต้องผ่านท่าน รับรองก่อนถึงจะเข้าสภา ดิฉันขอหารือเรื่องกฎหมายเกษตรกรแห่งชาตินี้ มา ๓ ครั้งแล้ว นะคะ ครั้งนี้เปึนครั้งที่ ๔ ขออนุญาตว่าถ้าเป่ดสมัยประชุมครั้งต่อไปนั้น ขอบรรจุเข้าวาระ ในที่ประชุมด้วยนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งกฎหมายส่งเสริมและพัฒนาอาสาสมัครภาครัฐก็เช่นเดียวกัน มีการเรียกให้อาสาสมัครทั่วประเทศ ไม่ว่าจะอาสาสมัครปัองกันพลเรือน ไม่ว่า อาสาสมัครพัฒนาดินแดน ไม่ว่าจะอาสาสมัครปศุสัตว์ ไม่ว่าจะอาสาสมัครที่ดินนะคะ เหล่านี้เปึนอาสาสมัครทั้งนั้นเลย แต่สิ่งที่เขาได้นะคะ ไม่ได้ในเบี้ยกําลังใจนะคะ อาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานได้ไปแล้ว ๖๐๐ บาทต่อเดือน แต่กลุ่มอาสาสมัครกลุ่มนี้ ไม่ได้นะคะ ขาดกําลังใจ ประเทศชาติจะอยู่ได้อย่างไร อาสาสมัครก็ต้องกินอยู่เหมือนกัน นะคะ
อีกเรื่องหนึ่งที่จะหารือผ่านท่านประธานรัฐสภานะคะ เรื่องเกี่ยวกับที่ทาง รัฐบาลให้การดูแลกลุ่มประชาชนรากหญ้าทั้งหลายเกี่ยวกับเรื่องไฟฟัา ประปาภูมิภาค ซึ่งได้ให้ใช้ฟรีตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนมาถึงนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะคะ ให้ใช้ฟรีไป ๖ เดือนนั้น ตอนนี้ใกล้จะถึง เวลาแล้ว ทีนี้ทางรัฐบาลได้เห็นว่ามีมติให้ใช้ประปาหมู่บ้านฟรี ๓๐ คิว แต่เนื่องจาก ประปาหมู่บ้านนี้จัดเก็บโดยกลุ่ม อบต. ทาง อบต. นั้นสามารถที่จะไม่จัดเก็บได้ ก็คือ เท่ากับว่าจะได้ฟรี แต่ส่วนมากมันมีบางกลุ่ม บางตําบลที่จัดเก็บโดยคณะกรรมการ หมู่บ้าน โดยผ่านจาก อบต. ลงมาที่คณะกรรมการหมู่บ้าน โดยเท่ากับว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือคณะกรรมการหมู่บ้านนั้นจัดเก็บรายได้เรื่องค่าน้ําในหมู่บ้านนั้น อยากจะ หารือผ่านท่านประธานรัฐสภา ถามไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า ในส่วนของคณะกรรมการ หมู่บ้านที่จัดเก็บเงินค่าน้ําประปา ๓๐ หน่วยนั้น จะต้องจัดเก็บไหมในช่วงนี้ ถ้าหากว่าทาง อบต. ไม่ไปจัดเก็บแล้วเท่ากับว่าให้ชาวบ้านนั้นใช้น้ําประปาหมู่บ้านฟรีนะคะ ก็จะได้เปึน ผลพ่วงให้กับประชาชนในพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ นั้น เนื่องจากว่าประปาภูมิภาคมีเฉพาะ ในตัวเมือง แต่ประปาหมู่บ้านนั้นมีอยู่ในหมู่บ้านค่ะ ฝากท่านประธานรัฐสภานะคะ ขอบคุณมากค่ะ
เชิญท่านกิตติศักดิ์ ท่านกิตติศักดิ์ไม่อยู่ใช่ไหมครับ ถ้าไม่อยู่ เชิญท่านสมคิดครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอหารือกับท่านประธาน ดังนี้ครับ
๑. ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องอําเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ในเรื่อง ราคากล้วยตกต่ํา เดี๋ยวนี้หวีละประมาณ ๑๐ สลึง ๓ บาท เท่านั้นนะครับ ก็อยากฝากให้ ผู้เกี่ยวข้องนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร ได้ดูแลด้วยนะครับ อําเภอสังคมมีอําเภอเดียวในจังหวัดหนองคายปลูกกล้วย อย่างเดียวครับ
๒. เมื่อคืนนี้ได้ฟังการแก้ปัญหาเรื่องลิ้นจี่นะครับ ผมก็เห็นใจพี่น้อง ชาวจังหวัดพะเยา เปึนจังหวัดที่มีลิ้นจี่ออกมากที่สุดตอนนี้นะครับ กิโลกรัมละ ๙ บาทครับ ท่านประธานครับ ผมอยากฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ขอเสนอแนะเลยนะครับในการแก้ไขปัญหา ทําอย่างไร เมื่อคืนนี้ได้ทราบว่าท่านผู้ว่า กทม. จะเป่ดพื้นที่ให้ขาย ผมว่าแค่ขายก็ช่วยเขายังไม่ได้ ทําอย่างไร กทม. เอาเงิน กทม. มาซื้อ แจกให้นักเรียน กทม. กินได้ไหม อันนี้นะครับ ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายนะครับ ชาวบ้านเขาไม่มี เวลามาขายแล้ว ก็ขอฝากครับ เอาสัก ๑๐๐ ล้านบาทได้ไหม กทม. ซื้อให้นักเรียนกินทั้ง กทม. ส.ส. ส.ว. ทั้งหลายที่นั่งอยู่ในสภาอันมีเกียรติอยู่ขณะนี้ช่วยกันสักรถสิบล้อได้ไหม เอามาขายราคาถูกได้ครึ่งหนึ่งก็ยังดีนะครับ
สุดท้ายก็หน่วยราชการต่าง ๆ จังหวัด อําเภอต่าง ๆ ช่วยกัน ฝากไปยัง กระทรวงศึกษาธิการซื้อให้นักเรียนกินทั่วประเทศได้ไหม ที่จะกู้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซื้อสัก ๒๐,๐๐๐ – ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ไหม กู้เงินมาซื้อช่วยเกษตรกรจริง ๆ ภาคละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ไหม ภาคเหนือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคกลาง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคตะวันออก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคใต้ มันออกมาไม่ตรงกัน ถ้ารัฐบาลอยากจะช่วย ประชาชนจริง ๆ นะครับ โครงการห่าเหวอะไรที่ใหญ่โตนี่ ทําแล้วชาวบ้านไม่ได้ มีแต่พ่อค้า มีแต่นายทุนได้เงิน ลงทุนขนาดหมื่นล้าน
ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ ท่านผู้กําลังอภิปรายครับ พูดเสียดสีไม่สุภาพครับ ขอให้ถอนด้วยครับ โครงการห่าเหวอะไรครับ
ครับ
ก็โครงการใหญ่ ๆ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ละครับ ใน กทม. นี้ละ
เดี๋ยวท่านสมคิดถอน ห่าเหวไปแล้วนะครับ ท่านพูดอีกครึ่งนาทีนะครับ
ครับผม ข้าวนาปรังที่จังหวัดหนองคายแค่ถังละ ๖๐-๗๐ บาทเท่านั้นครับ ไม่เห็นใครไปช่วยเหลือครับ
ข้อสุดท้าย งดการกู้ยืมเงินได้ไหม ถ้ากู้มาสร้างพวกนี้ไม่ได้ช่วยเกษตรกรได้ เลยนะครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านวิชัยครับ ต่อไป เชิญท่านวุฒิพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมจะมาขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้างสะพาน คําว่า สะพาน ก็คงจะหมายถึงสิ่งก่อสร้าง ที่ใช้ในการสัญจรไปมา ไม่ว่าจะเปึนสะพานลอย สะพานข้ามแยก และสะพานข้ามแม่น้ํา ลําคลอง ในอดีตที่ผ่านมานะครับ พื้นที่ตรงไหนที่ไม่มีสะพานในการข้ามแม่น้ําลําคลอง จะเปึนพื้นที่ที่ลําบากมาก ผมอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ลุ่มแม่น้ํามูล ลุ่มแม่น้ําชี อดีตไม่ค่อยมีสะพานต้องใช้แพขนานยนต์นะครับ ใช้เวลาข้ามแม่น้ําลําคลอง ก็ประมาณสัก ๑ ชั่วโมงกว่า ๆ โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีเปึนพื้นที่ราบลุ่ม ทุกแม่น้ําหลาย ๆ สายจะไหลมารวมที่ จังหวัดอุบลราชธานี อําเภอเมืองมีแม่น้ํามูล อําเภอเขื่องในมีแม่น้ําชี อําเภอม่วงสามสิบ ลําเซบาย อําเภอเหล่าเสือโก้ก ดอนมดแดง ลําเซบก และอําเภอตาลสุม มีแม่น้ํามูลนะครับ ผมได้รับการร้องเรียน การร้องขอจากผู้นําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึนทาง ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตําบลหลาย ๆ ท่านว่าให้ร้องขอในการก่อสร้างสะพาน ๒ แห่งด้วยกันคือ ๑. สะพานข้ามลําเซบาย ในเขตของตําบลนาเลิง อําเภอม่วงสามสิบ ถึงตําบลศรีสุข อําเภอเขื่องใน เพราะว่าพื้นที่ ๒ ที่นี้นะครับ เปึนพื้นที่ที่ใช้จัดงานประเพณี ยิ่งใหญ่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แล้วก็สะพานแห่งที่ ๒ ครับ เปึนสะพานข้ามแม่น้ํามูล ในเขตพื้นที่ของเทศบาลตําบลตาลสุม อําเภอตาลสุม ข้ามมาถึงพื้นที่อําเภอสว่างวีระวงศ์ ในส่วนนี้เขตพื้นที่ตรงนี้ระหว่างอําเภอเมืองมาจนถึงอําเภอตาลสุม ระยะห่าง ๓๐ กว่ากิโลเมตรและจากอําเภอตาลสุมไปที่อําเภอพิบูลมังสาหาร ที่มีสะพานครับ ระยะห่างประมาณสัก ๒๐ กว่ากิโลเมตร จุดห่างสะพานจาก ๒ จุดห่างกันเกือบ ๖๐ กิโลเมตรนะครับ จึงได้ฝากทางรัฐบาลฝากไปยังกระทรวงคมนาคมได้ช่วย เร่งรัดนําเข้าสู่ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ด้วย เพื่อจะเปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของ ๓-๔ อําเภอที่ได้กล่าวมาเบื้องต้นครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวัชรพล โตมรศักดิ์
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอ อนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยครับท่านประธานครับ สืบเนื่อง จากในเขตเลือกตั้งของผม คือจังหวัดนครราชสีมา ในพื้นที่อําเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีปัญหาในเรื่องของที่ประชุมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ของอําเภอเมือง เนื่องจากหอประชุมเดิมนั้นได้มีการดําเนินการก่อสร้างมาเมื่อ ๑๐ กว่าป้ที่แล้ว แล้วก็ สามารถจุคนได้เพียง ๓๐๐ กว่าคน ท่านประธานทราบไหมครับว่า อําเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาของกระผมนั้นเปึนอําเภอที่มีความใหญ่โตมโหฬารมาก ใหญ่กว่า จังหวัดในประเทศไทยถึง ๗ จังหวัด มีประชากรในเขตอําเภอเมืองถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน มีท้องถิ่น ท้องที่จํานวนมาก มีองค์การบริหารส่วนตําบลทั้งหมด ๑๘ แห่ง มีเทศบาลนคร ๘ แห่ง มีเทศบาลนคร ๑ แห่ง สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็เพราะว่า ในขณะนี้ในการ หารือทางราชการก็ดี หรือหน่วยงานต่าง ๆ ก็ดีที่มีการประชุมประจําเดือน การประชุมนั้น จะต้องอาศัยศาลาวัดบ้าง มูลนิธิบ้าง โรงแรมบ้าง หรือบางครั้งก็ได้ใช้หอประชุม เปรม ติณสูลานนท์ แต่เมื่อไรที่ทางหน่วยงานนั้นมีกิจธุระที่จะต้องประชุม การประชุมหารือของ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ประจําเดือนนั้นก็ต้องเลื่อนออกไปทุกครั้ง ซึ่งวันนี้เองก็โชคดีครับที่ทาง กองทัพภาคที่ ๒ นั้นได้ให้อาศัยห้องประชุมให้ แต่เมื่อติดธุระจําเปึนก็ต้องเลื่อนประชุม ทุกครั้งไป เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เมื่องบประมาณป้ ๒๕๕๒ ทาง จังหวัดนครราชสีมาก็ได้ทําเรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็คาดว่า จะได้ ผลสุดท้ายก็ไม่ได้รับอีก เพราะฉะนั้นในป้นี้ผมอยากจะขอความกรุณาท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ขอความกรุณาท่านได้ดําเนินการ ก่อสร้างหอประชุม เพราะจะเปึนประโยชน์อย่างมหาศาล สืบเนื่องจากการใช้จ่าย งบประมาณนั้น ถ้ามีการก่อสร้างแล้วท้องถิ่นต่าง ๆ ก็สามารถที่จะไปใช้การได้ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ สวัสดีครับ
เชิญท่านประสิทธิ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากปรึกษาหารือท่านประธานเพื่อผ่านไปถึง กระทรวงพาณิชย์ เห็นท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ เพราะว่าเมื่อวานนี้มีข้อถกเถียงกันใน คณะรัฐมนตรี ต้องยอมรับครับว่าการดําเนินการของกระทรวงพาณิชย์ในการขายข้าวโพด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าตัน ท่านประธานครับ มันจะก่อให้เกิดปัญหาที่รุมเร้าเกษตรกรที่จะปลูก ข้าวโพดในสมัยหน้า รัฐบาลสมัยพวกผมรับจํานําไว้ที่ ๘ บาท แต่ท่านมาประมูลขายแค่ ๓ บาท ๕๐ สตางค์นี่ ๓ บาทกว่า ๆ นี่ท่านประธาน ทําให้ ข้าวโพดไปอยู่ในมือพ่อค้า แล้วใครครับที่จะไปรับซื้อ ผมไม่เข้าใจว่าทําไมต้องขายราคาต่ํา ขนาดนั้น ทําไมแล้วไม่เป่ดตลาดต่างประเทศ ตอนนี้ท่านต้องไปเป่ดตลาดต่างประเทศเอง ครับถ้ามันขายราคาต่ําเกินไป แล้วที่สําคัญครับท่านประธาน ผมรู้กลไกพ่อค้าข้าวโพดนี่ สุดยอดครับ มันรับไปแล้ว งวดที่แล้วก็รับไปแล้วทั้งค่าอะไรต่ออะไรเขานี่รับไปมาก งวดนี้ ยังมาร่วมมือกันอีกครับ ผมก็ไม่ทราบว่าทางกรมการค้าภายในไปเจรจาอย่างไรนะครับ ถึงขายได้ ๓ บาท ๕๐ สตางค์ ทั้ง ๆ ที่ผมว่านะถ้าดูดี ๆ ทําดี ๆ นี่รัฐมนตรีก็เดินทางไป ต่างประเทศบ่อยนี่เห็นไปตะวันออกกลาง ทําไมไม่เจรจาละครับค้าขายข้าวโพดกับเขา หน่อยสิครับ เราจะนั่งรอแต่ข้าราชการอย่างเดียว ผมว่าเกษตรกรตายครับ ถ้าท่านขาย ๓ บาท ๕๐ สตางค์นี่ผมบอกเลยครับ เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดป้หน้าเจ๊งครับ เจ๊งแน่นอน และอยากฝากครับเรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับทางรัฐบาลเสียงส่วนใหญ่โดยเฉพาะทาง ท่านนายกรัฐมนตรีมีเรื่องนี้ที่ผมเห็นด้วยกับท่าน ท่านจะไปบอกว่ากระทรวงพาณิชย์เปึน นิติบุคคล เปึนนิติบุคคลมันต้องมาขอเงินรัฐบาลนะครับ ไม่ใช่เปึนเอกเทศ อย่างนี้ต้องทํา อย่างนี้นะอธิบดีคนนี้ถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรีผมต้องเชิญไปนั่งที่อื่นแน่นอน ถ้าผมเปึนนะ แต่ผมไม่ได้เปึนอยู่แล้วนะครับ ผมว่าสมควรที่จะดําเนินการ กระทรวงมหาดไทยยังไม่ทํา อะไรไปย้ายเขาเละเทะไปหมดนะครับ แต่อันนี้ขัดขวางนโยบายของรัฐบาลครับ เปึนข้าราชการต้องทําตามนโยบายของรัฐบาล นี่มาพูดออกข่าวแบบนี้ผมไม่เห็นด้วย ผมว่านายกรัฐมนตรีต้องใช้อํานาจนะครับ แล้วก็น่าจะระงับการซื้อขายครั้งนี้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าตันขายไปเจ๊งแน่นอนครับ ชาวไร่ข้าวโพดนี่เจ๊ง ขอบคุณครับ
เชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ครับ ถ้าไม่อยู่ เชิญท่านอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือท่านประธานผ่านไป ยังกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานคะ ในปัจจุบันจะเห็นว่าปัญหาหรือข่าวความวุ่นวายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมนั้นนับวันจะทวี ความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเปึนการกลับมาของปัญหาในเรื่องของยาเสพติด หรือว่า ความรุนแรงในเรื่องของการล่วงละเมิดทางเพศ แล้วก็ความรุนแรงในครอบครัว ตลอดจน การก่อปัญหาอาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของคนกรุงเทพมหานคร ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นมักจะให้ความสําคัญ ลดน้อยลงนะคะ ดิฉันเห็นว่าการปัองกันก่อนเกิดปัญหาและการให้ความช่วยเหลือ ภายหลังการเกิดปัญหาหรือความสูญเสียนั้นเปึนสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่ง ท่านประธานคะ การดําเนินชีวิตของคนกรุงเทพฯ นั้นจะอาศัยอยู่ทั้งที่บ้าน ในรถ ไม่ว่าจะเปึนรถโดยสาร ประจําทางหรือรถยนต์ส่วนบุคคล รวมถึงสถานที่ทํางาน ซึ่งไม่ได้รับความปลอดภัยเลย ในปัจจุบัน จากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงสาเหตุต่าง ๆ หลายประการไม่ว่ามาจาก ยานพาหนะ ตัวบุคคลเองหรือว่าสิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้น ดังจะเห็นได้จากข่าวที่เกิดขึ้นในช่วง ๓-๔ วันที่ผ่านมา ท่านประธานคะ ปัญหาจากปัายโฆษณาของรถอีซูซุที่ตกลงมาสร้าง ความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่ของดิฉัน คือในซอยหมอเหล็ง เขตราชเทวี รวมถึง บ้านท่านประธานที่ปรึกษา ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คือท่านชวน หลีกภัย นะคะ รวมถึง ก้อนหินจากโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทที่ตกลงมาใส่รถของ ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งสองเหตุการณ์นี้ถึงแม้จะไม่มีผู้ได้รับการ สูญเสียหรือว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น แม้จะว่าเพียงไม่มากนัก แต่ว่าก็ทําให้เกิด การเสียหายทางด้านทรัพย์สินและจิตใจ ทั้งสองเหตุการณ์นั้นเปึนเหตุการณ์แม้ว่าจะเปึน เหตุการณ์ที่เปึนตัวอย่างเพียงเล็กน้อยที่สังคมได้รับรู้ แต่ก็ก่อให้เกิดความเสียหาย ในทรัพย์สิน แต่เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิตก็คือ เหตุการณ์ที่นั่งร้านพังถล่มเมื่อ ๒ วันก่อน ที่รัตนาธิเบศร์ ดิฉันเห็นว่าความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้นแสดง ให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้น ลดน้อยลงหรือไม่เกิดขึ้นเลยจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นได้มีการตรวจสอบดูแลที่ เข้มงวด จึงขอฝากปัญหาดังกล่าวผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อันจะนํามาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของ พี่น้องประชาชนกรุงเทพมหานครค่ะ
เชิญท่านสุนทรีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือกับท่านประธานในเรื่องเกี่ยวกับ ปัญหาเรื่องน้ําในจังหวัดชัยภูมิค่ะ เมื่อ ๓-๔ วันที่ผ่านมาค่ะท่านประธานมีฝนตกหนักใน จังหวัดชัยภูมิ ก็ต้องเรียนค่ะท่านประธาน เรายังขาดแคลนงบในการขุดลอกแหล่งน้ํา ในเขตจังหวัดชัยภูมิทั้งจังหวัดค่ะท่านประธาน ตอนนี้งบประมาณเรื่องการขุดลอก ในจังหวัดของเราแทบจะไม่มีลงเข้าไปในจังหวัดชัยภูมิเลย เมื่อมีฝนตกหนัก อย่างเช่น ๓ วันที่ผ่านมา พี่น้องหลายรายค่ะโทรมาบอกดิฉันว่าตอนนี้น้ําเริ่มจะท่วมแล้ว เนื่องจาก บึงที่เคยมีหนองที่เคยมีมันตื้นเขินคะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลพิจารณาเรื่องงบประมาณในการขุดลอกที่จังหวัดชัยภูมิด้วยค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน ที่จังหวัดชัยภูมิโดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ ๓ ของดิฉันทั้ง ๗ อําเภอ เรายังขาดแคลนถนนคอนกรีตเปึนจํานวนมากค่ะ พี่น้องเขาบอกว่า ไม่จําเปึนต้องเปึนลาดยาง ขอแค่ถนนคอนกรีตหรือถนน คสล. ให้ได้ลงมาที่หมู่บ้านก็จะ เพียงพอ ตอนนี้ค่ะท่านประธานเมื่อฝนตกค่ะ ถนนที่เปึนดินลูกรังชาวบ้านเดินทางลําบาก มากค่ะ จะขนพืชผลทางการเกษตรเพื่อมาขายในจังหวัดก็ลําบากค่ะ ติดหล่มติดอะไรกัน ไม่สามารถเดินทางมาค้าขายได้ก็หลายราย ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องค่ะ โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบทให้ช่วยดูแลจัดสรรงบเกี่ยวกับถนน คสล. ให้กับจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ ๓ ของดิฉันด้วยค่ะ เนื่องจากตอนนี้ เขาบอกว่าลาดยางไม่เอาก็ได้ค่ะ ขอแค่คอนกรีตก่อนก็พอ ก็หวังว่า ดิฉันฝากท่านประธาน ๒ เรื่อง ขอให้รัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้ช่วยดําเนินการแก้ไขในปัญหาที่พี่น้องชาว จังหวัดชัยภูมิเดือดร้อนด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านอลงกรณ์ จาติก วณิชครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กรณีที่มีท่านสมาชิกได้แสดงความเห็น ต่อกรณีเรื่องของการประชุมคณะรัฐมนตรีต่อปัญหาเรื่องของการระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งกระผมได้ขออนุญาตชี้แจงในประเด็นที่อาจจะมีการคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง บางประการ กล่าวคือว่า ในการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้นั้นเปึนการพิจารณา ทั้งในเชิงของข้อกฎหมายและการพิจารณาในเชิงของการบริหาร
สืบเนื่องจากว่าได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ ในโครงการรับจํานําข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งสืบเนื่องมาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว หลังจากนั้น เมื่อรัฐบาลเข้าบริหารบ้านเมืองก็ได้สานต่อในโครงการรับจํานําดังกล่าว ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ตรงกันก็คือต้องการช่วยเหลือชาวไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นจึงได้ดํารงไว้ซึ่งราคารับจํานําที่กิโลกรัม ๘ บาท ๕๐ สตางค์ ตามข้อเท็จจริงที่ ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง นอกจากนั้นแล้วปรากฏว่าการที่มีการรับจํานําในราคาที่สูงกว่า ตลาดมาก ก็ก่อให้เกิดปริมาณของการเข้ารับจํานําจากชาวไร่เปึนจํานวนมาก รัฐบาล จึงได้มีการเพิ่มปริมาณของการเข้ารับจํานําจาก ๕๐๐,๐๐๐ ตัน เปึน ๑,๕๐๐,๐๐๐ ตัน พร้อมกับคงในเรื่องของราคา ๘ บาท ๕๐ สตางค์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ดังนั้นเมื่อโครงการรับจํานําข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้สิ้นสุดลง กระทรวงพาณิชย์ที่มีหน้าที่เปึน หน่วยปฏิบัติในการรับผิดชอบ โดยกรมการค้าภายในและองค์การคลังสินค้า ซึ่งอยู่ใน กํากับของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้พิจารณาในการเป่ดประมูล เพื่อที่จะระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แล้วก็ปรากฏว่าได้มีการเสนอราคาเข้ามาจํานวนหลายราย ด้วยกันนะครับ แต่ว่าที่อยากจะเรียนเพิ่มเติมแก้ไขตัวเลขนิดเดียวครับว่า ตามตัวเลขที่มี การเป่ดประมูลซึ่งยังไม่ได้รับอนุมัตินะครับ ยังไม่ได้มีการทําสัญญาหรือจําหน่ายให้กับ ใครทั้งสิ้นก็คืออยู่ระหว่าง ๓ บาท ๕๐ สตางค์ ถึงกิโลกรัมละ ๗ บาทครับ ทั้งนี้ขึ้นกับ คุณภาพของแต่ละจังหวัด แต่ละโกดังยกตัวอย่างเช่น กรณีโกดังที่จังหวัดตราด ซึ่งปรากฏว่า ในช่วงแรกที่มีการรับจํานํานั้น ไม่ได้มีการให้บรรจุกระสอบเปึนการเทรวมกอง เพราะฉะนั้นก็มีความเสื่อมโดยสภาพนะครับ ขณะเดียวกันบางจังหวัดอย่างจังหวัด เพชรบูรณ์ ปรากฏว่ามีคุณภาพที่ดี เพราะฉะนั้นราคาที่มีการเสนอแต่ละโกดังแต่ละ จังหวัดนั้นจึงมีความแตกต่างกัน แต่ว่าจะอยู่ที่ ๓ บาท ๕๐ สตางค์ ไปถึง ๗ บาทครับ โดยเฉลี่ยก็คือ ๕ บาทเศษ แน่นอนที่สุดว่าการดําเนินการดังกล่าวนั้น ที่ผมได้เรียนว่า คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาใน ๒ ประเด็น ก็คือว่า ในเชิงกฎหมาย เนื่องจากว่าโดยมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ นั้น มีคณะกรรมการระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปึนประธาน และขณะเดียวกันเมื่อรัฐบาล เข้าบริหารประเทศ ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดขึ้น โดยมี ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายเศรษฐกิจเปึนประธาน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดังนั้น การดําเนินการในเรื่องของการเป่ดประมูลจึงเปึนความคาบเกี่ยวคาบต่อระหว่าง มติคณะรัฐมนตรีของทั้ง ๒ รัฐบาล การพิจารณาเมื่อวานนี้จึงเห็นว่า หลังจากได้พิจารณา ในเรื่องของกระบวนการบริหารและแนวทางการดําเนินการ โดยเฉพาะมติคณะรัฐมนตรี ของคณะรัฐบาลชุดนี้ จึงได้ให้ยึดถือแนวว่า ให้คณะกรรมการนโยบายข้าวโพดในชุด ท่านรองนายกรัฐมนตรีนั้นเปึนหลัก และขณะเดียวกันในคณะกรรมการชุดดังกล่าวก็มี อนุกรรมการระบายข้าวโพดครับ ซึ่งก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้น ก็ให้มี การประชุมตามขั้นตอน ผลของการดําเนินการก็ให้นําเสนอตามขั้นตอนครับ นั่นก็คือ แนวทางที่เปึนมติคณะรัฐมนตรี
สุดท้ายก็คือว่า ในส่วนของหลักเกณฑ์ใหม่ที่เปึนมติคณะรัฐมนตรีก็คือว่า ในการรับจํานําสินค้าเกษตร ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรนะครับ ไม่ว่าจะเปึน ข้าว มันสําปะหลัง ข้าวโพด จะเห็นว่ารัฐบาลได้ให้ราคาที่สูงกว่าราคาตลาด โดยการที่ใช้ งบประมาณวงเงินกู้ทั้งหมด ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะดูแลเกษตรกรคนยากคนจน ของเรานะครับในทุกภาค เพราะฉะนั้นเมื่อจํานําไว้สูง และสูงกว่าราคาตลาดนั้น เปึนเรื่อง ยากที่จะจําหน่ายโดยที่ไม่ขาดทุน จึงได้มีแนวทางร่วมกันว่า ในการประมูลหรือการระบาย สินค้าเกษตรจากโครงการรับจํานําที่จํานําสูงกว่าราคาตลาด และมีแนวโน้มประมาณการ ได้ว่าจะประสบการขาดทุนนั้น ทุกโครงการจะต้องผ่านคณะรัฐมนตรีครับเพื่อรับผิดชอบ ร่วมกัน จึงได้เรียนท่านประธานผ่านไปถึงสมาชิก
เชิญท่านประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา
กระผมมีข้อหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการครับ ต่อประเด็นเรื่องของการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ท่านประธานครับ ตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษาได้เป่ดโอกาสให้ สถานศึกษา สังกัดกรมอาชีวศึกษาที่มีความพร้อมนะครับ หรือการศึกษารวมกลุ่มกัน ได้มีความพร้อมเป่ดเปึนสถาบันอาชีวศึกษา แต่ขณะนี้ปรากฏว่าสถาบันอาชีวศึกษาได้ ผ่านความเห็นชอบของบอร์ดอาชีวศึกษา ๑๖ สถาบัน เพียงเหลืออยู่อีก ๕ สถาบัน ซึ่งมีความสําคัญมากครับ คือ สถาบันอาชีวศึกษาเกษตรประจําภาคครับ ๕ สถาบัน ด้วยกัน คือ สถาบันการอาชีวเกษตรภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากบอร์ด ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า การจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา เกษตรประจําแต่ละภาคนั้นมีความสําคัญต่อการศึกษาของบุตรหลานพี่น้องเกษตรกร และมีผลกระทบอย่างมากกับภาคเกษตรกรรมนะครับ เพราะว่าท่านประธานต้องยอมรับ นะครับว่าประเทศไทยเรานั้นเปึนประเทศเกษตรกรรม ถ้าเกิดว่ารัฐไม่ส่งเสริม ภาคการเกษตร ผมกราบเรียนว่าเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อที่จะเร่งรัดจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา เกษตรประจําภาคทั้ง ๕ สถาบันโดยด่วนที่สุดครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านสุชาติครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอเวลาท่านประธานสัก ๕ นาทีก็แล้วกัน เพราะวันนี้ท่านประธานได้เป่ดประชุมร่วม ผมดูเวลามันเกินเวลามา ประมาณเกือบชั่วโมงมันจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมเกรงว่าที่ไม่มีพี่น้อง ส.ว. ส.ส. ที่เข้าร่วมประชุม เมื่อวานนี้ได้หารือกันนอกรอบนะครับ มีหลายท่านได้โทรศัพท์คุยกับผม ท่านบอกท่านสุชาติลองหารือท่านประธานสิเพราะว่าสภาอันทรงเกียรติของประเทศไทย เกรงว่าประเทศจะหมดไปนะครับ เพราะจะโดนเอาประเทศไปจํานํา ครั้งที่ ๒ ครั้งแรก จํานําไปแล้วนะครับผ่านมา ครั้งนี้จะกู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่าน ส.ว. หลายท่านบอก ท่านสุชาติมันจะกู้มาแล้วจะได้เหตุผลอะไร ครั้งที่แล้วกู้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานรู้ไหมครับ เอาไปแจกคนละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่มีอะไรกับประเทศไทยเกิดขึ้น เลย แล้ววันนี้จะเอากรอบเข้ามากู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายคนไม่เข้ามาห้องประชุม นะครับท่านประธานครับ ไม่เข้ามาห้องประชุม ธรรมดาท่านประธานนัดประชุม ๐๙.๐๐ นาฬิกา เวลานี้จะไป ๑๑.๐๐ นาฬิกาเข้าไปแล้ว ผมถือว่าผิดกฎหมาย ผมว่าช่วงนี้ ท่านประธานต้องใช้ดุลยพินิจของท่านประธานว่า ถ้าประชุมไม่ได้ต้องงดการประชุมหรือ ทําอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อไม่ให้ขัดกฎหมาย เพราะผมได้ยิน ส.ว. ส.ส. หลายท่านว่า ท่านสุชาติลองไปดูสิว่า การกู้เงินโครงการต่าง ๆ ประเทศกําลังวุ่นวายแต่กลับไปกู้เงินแล้วเอา มาแจก ครั้งที่แล้วแจกไปทีหนึ่งท่านประธานครับ แจกไปคนละ ๒,๐๐๐ บาท ประมาณ ๑๘๖,๐๐๐ ล้านบาท แจกไปแล้วส่วนที่เหลือยังไม่รู้ไปอยู่ตรงไหน ล่าสุดจะมากู้อีก แล้วเมื่อวานนี้มีสมาชิกท่านหนึ่งที่เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีมาตอบเรื่องเกษตร ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าอีก ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทจะไปช่วยคนจน ผมบอกว่าไม่ได้ช่วยคนจนแน่ ท่านประธานครับ ขายของขาดทุนไม่มีรัฐบาลไหนในโลกท่านประธานครับ ขายของ ขาดทุน ก็จะต้องกู้เงินมา รัฐบาลไปกู้เงินถามว่าเอาหลักฐานอะไรไปกู้ เหมือนกับเอา ประเทศไปจํานําท่านประธานครับ ผมเปึนผู้แทนราษฎรไปกู้แบงก์ต้องมีโฉนด แบงก์ต้อง ถามว่ากู้ไปทําอะไร มีโครงการไหมถึงจะอนุมัติเปึนช่วง ๆ แต่นี่คุณเล่นเอาประเทศไป จํานําเลยอย่างนี้ ประชาชนเขาเลยหวั่นไหวกันทั้งประเทศ ส.ว. ส.ส. หลายท่านไม่ยอม เข้าประชุมวันนี้เพราะเหตุผลนี้ท่านประธานครับ ผมเลยขอให้ท่านประธานว่า ถ้าจะประชุมกันต่อแล้วจะเอาสภาตรงนี้เปึนที่พึ่งของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ หรือจะทําเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินกัน ท่านประธานต้องวินิจฉัยครับท่านประธานครับว่า จะประชุมต่อหรือไม่ประชุม หรือว่าถ้าจะเอาแผนการกู้เงินเข้ามาผ่านที่ประชุมผ่าน ๆ แล้วก็ไปกู้อย่างนี้ ผมว่าประชาชนรอดูอยู่ท่านประธานครับ โครงการต่าง ๆ ไม่สมควรที่จะ เอามาทําตอนนี้ ประเทศกําลังวุ่นวาย ทั่วโลกบอกจะมาประชุมครั้งที่แล้วผมก็เห็น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยอมรับแล้วครับว่า เสียหน้าไปนิดหนึ่ง เพราะว่าคนจะมาประชุมต้องเอาคนมาปัองกันตัวเอง มันไม่มีที่ไหนในโลกท่านประธานครับ มีที่นี่ที่เดียว ก็เลยบอกว่าควรจะพิจารณาท่านประธานครับ ผมว่าวันนี้ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล หรือ ส.ว. นะครับ เอาปัญหาประเทศเข้ามาแก้ในสภาเสียนะครับ ในสภานี้ จะแก้ได้เพราะข้างนอกก็แก้ไม่ได้ เหมือนพันธมิตรบอกทีแรกบอกจะแก้ปัญหา ๆ จะไม่ตั้ง พรรค ล่าสุดก็ตั้งพรรคการเมือง ผมยังชื่นชมนะครับว่า มาเดินให้ถูกขบวนการเสีย ท่านประธาน แล้วล่าสุดผมฝากท่านประธานไปนิดหนึ่ง เมื่อวานนี้ผมเห็นคณะกรรมการ สมานฉันท์ที่ได้พูดในหนังสือพิมพ์ ประชาชนทั้งประเทศอ่านหนังสือพิมพ์โทรศัพท์มาหา ผมตอนเช้า มันมีการลอบบี้ (Lobby) นะครับท่านประธานได้อ่านไหมครับ ท่านประธาน ได้อ่านเหมือนผมไหมครับว่า มีการลอบบี้ให้ยุบพรรค การเมืองไม่เข้มแข็ง บ้านเมือง วุ่นวายไปหมด พอคุณมาปฏิวัติแล้วตั้งคนเข้าไปนั่ง พอนั่งเสร็จก็สั่งธงเข้าไปว่า ให้ยุบพรรค จริงหรือไม่จริงท่านประธานอ่านที่เมื่อวานนี้ ท่านอะไรนะครับ ท่านศักดิ์ เดชชัยชาญ ที่ให้สัมภาษณ์ไปเมื่อวานนี้ครับ ผมไม่อยากจะให้ประเทศไทยเสียหายไป มากกว่านี้ ท่านประธานครับ ผมว่าวันนี้ท่านประธานควรที่จะพิจารณาเพราะว่าอย่างน้อย ท่านเปึนผู้ใหญ่ ท่านมาจากสายศาลนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงครับ
ท่านควร พิจารณาครับ ขอบคุณท่านครับ ขอบคุณมาก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ อยากให้ประธานช่วย ควบคุมกําหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้นะครับ
ครับ ๆ ตกลง
คนละ ๒ นาทีครับท่านประธาน ตอนนี้ผมดูเวลามาเกือบ ๔ นาทีแล้วครับ ขอบคุณครับ
ครับ จบไปแล้ว จบไปแล้วนะครับ เชิญท่านภูมิพัฒน์นะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมหารือไปแล้วครับ เปึนคนแรกครับ ขอขอบพระคุณท่าน มากครับ
ครับ เชิญท่านไมตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอนําปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในเขตอําเภอสัตหีบมาหารือกับท่านประธาน เมื่อประมาณ ๐๖.๐๐ นาฬิกา เช้านี้ ผมได้รับโทรศัพท์จาก นาวาเอก ธงชัย จิวตระกูล ว่าที่สัตหีบเมื่อคืน ฝนตกหนักทําให้น้ําท่วมบริเวณหมู่ ๙ ตําบลสัตหีบ อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีอีกแล้ว หมายความว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนฝนตกหนักน้ําก็ท่วม พอเมื่อคืนนี้ฝนตกอีกน้ําก็ท่วมอีก จากข้อเท็จจริงบริเวณดังกล่าวมีทางน้ําสาธารณะผ่านข้างหมู่บ้านแล้วก็มีการทําฝายกั้นน้ํา และบางบ้านก็สร้างบ้านรุกล้ําเข้าไปในเขตทางน้ําสาธารณะ เมื่อมีฝนตกหนักน้ํา จึงไหลไม่สะดวกทําให้น้ําท่วมหมู่บ้าน ซึ่งถ้าหากมีฝนตกหนักน้ําก็จะท่วมทุกครั้ง เพราะฉะนั้นผมจึงนําปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรมาหารือต่อท่านประธาน เพื่อส่ง ต่อไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตหมู่ ๙ ตําบล สัตหีบ อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หรือหมู่บ้านห้วยลึก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ ราษฎรด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๙ ของ การประชุมรัฐสภา ซึ่งได้กําหนดไว้ว่า เมื่อพ้นกําหนดการประชุม ๓๐ นาที จํานวนสมาชิก ยังไม่ครบองค์ประชุม ประธานจะสั่งให้เลื่อนการประชุมไปก็ได้ ซึ่งตรงนี้ผมมีข้อสงสัยว่า องค์ประชุมเราครบหรือยัง อยากจะให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ กราบขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ครับ ข้อบังคับบอก ก็ได้ นะครับ แล้วตอนนี้องค์ประชุมครบแล้วนะครับ เรียนท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมา ลงชื่อเข้าประชุมจํานวน ๓๑๖ ท่าน ก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๓๐ ท่าน สมาชิก วุฒิสภา ๘๖ ท่าน เพราะฉะนั้นผมก็เป่ดประชุมเพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ
ต่อไปก็เปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งเปึนการพิจารณาต่อจากการประชุมคราวที่แล้วนะครับ เนื่องจากผมได้อนุญาตให้ รัฐมนตรีแถลงเหตุผลในการเสนอของกรอบเจรจาทั้ง ๔ กรอบเจรจาแล้ว ดังนั้นจึงขอ ดําเนินการต่อครับ
๑. ร่างพิธีสารฉบับที่ ๓ เพื่อแก้ไขสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายเสนอ ความเห็น ก็เชิญท่านวิทยา อินาลา ก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมก็อยากจะมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของร่างพิธีสารฉบับที่ ๓ เพื่อแก้ไข สนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทําไมถึงจะมาแสดง ความคิดเห็น เพราะว่าผมคิดว่ากรอบนี้เปึนกรอบที่สําคัญที่สุดอยากจะเสนอความคิดเห็น ไปต่อคณะรัฐมนตรี คณะรัฐบาลว่าการจะทํางานร่วมกันในสังคมที่เราบอกว่า ประชาคม อาเซียน ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดโดยประเทศไทยเรานั้นต้องได้ ผลประโยชน์สูงสุดด้วย เราจะทําอย่างไรบ้าง
ก่อนอื่นผมก็อยากจะเกริ่นนิดหนึ่งนะครับว่า สมาคมอาเซียนเรามีอยู่ ๑๐ ประเทศ มีประชากรรวมกันแล้ว ๕๗๕ ล้านคน ซึ่งถือว่าเปึนจํานวนประชากรค่อนข้าง ที่จะใหญ่ ถ้าเรารวมกันได้จริงเกือบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งโลก พูดถึงในเรื่องของ เศรษฐกิจนะครับ เศรษฐกิจนี่ จีดีพี (GDP) ของอาเซียนเรา ผมจะรวมเฉพาะ ๖ ประเทศ เพราะว่าประเทศที่เข้ามาทีหลัง อย่างเช่นว่าเขมรหรือว่ากัมพูชา ลาว พม่า ตอนหลัง เศรษฐกิจของเขา จีดีพีของเขาค่อนข้างที่จะน้อย ค่อนข้างที่จะต่ํา เพราะฉะนั้นผมจะ ไม่เอามาพูดด้วย จีดีพี ของประเทศในอาเซียน ๗ ประเทศ มีไทย สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟ่ลิปป่นส์ มี จีดีพี จากข้อมูลของเวิลด์ อีโคโนมิค (World economic) ในป้ ๒๐๐๘ หรือว่าป้ ๒๕๕๑ จีดีพี ทั้งหมดมี ๑.๓๓ ล้านล้านเหรียญ ยูเอสดอลลาร์ ถ้าจัดอยู่ในระดับโลกของเราแล้ว เราอยู่ประมาณอันดับที่ ๙ เท่ากับอินเดีย อินเดียก็มีประมาณ ๑.๓๓ ล้านล้านเหรียญยูเอสดอลลาร์ แต่ว่าคนของอินเดียมีมากกว่า ของอาเซียน ๑ เท่า อินเดียมีประชากรทั้งประเทศคือ ๑.๑๓ พันล้านคน ทีนี้ถามว่า ความร่วมมือของอาเซียนระหว่างสมาชิกทั้ง ๑๐ ประเทศจะทําอย่างไรครับ จะให้ ความสําเร็จในเรื่องของเศรษฐกิจได้ประโยชน์สูงสุด แล้วก็กลับตกมาสู่ประชาชนของ อาเซียน ๕๗๐ กว่าล้านคนนี้จะทําอย่างไร อาเซียนของเรานะครับ ๑๐ ประเทศ เราจะเห็นได้ ว่าความแตกต่างของเรามีมาก ความแตกต่างหรือความเหมือน อย่างเช่น เรื่องของ วัฒนธรรมใกล้เคียงกัน ต่างกัน เราจะทําอย่างไร บริหารจัดการความแตกต่างตรงนี้ อย่างไรบ้าง
อันดับ ๒ ก็คือเรื่องของภูมิศาสตร์ สถานที่ตั้งของ ๑๐ ประเทศนี้เปึน อย่างไร อันไหนที่จะจัดกรุ๊ป (Group) เข้าไปกรุ๊ปเดียวกันหรือเราเรียกว่า คลัสเตอร์ (Cluster) มีส่วนได้ส่วนเสียจะทําอย่างไร
อันดับ ๓ ความแตกต่างก็คืออะไรครับ เรื่องของการเมืองการปกครอง เพราะว่าอาเซียน ๑๐ ประเทศนี่การปกครองค่อนข้างจะต่างกัน บางประเทศมี ๒ สภา บางประเทศมีสภาเดียว บางประเทศปกครองแบบระบอบคอมมิวนิสต์ บางประเทศ ปกครองแบบระบอบสังคมนิยม เราจะทําอย่างไรนะครับ มาพูดถึงเรื่องของการจัดกลุ่ม เราเรียกว่า สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ นะครับ ผมอยากจะให้ทําเปึนสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ สามเหลี่ยมเศรษฐกิจนี้ อย่างเช่น ในเรื่องของภูมิศาสตร์ที่ใกล้เคียงกัน ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ตอนนี้เขาทําแล้ว ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย อยู่ที่ไหนครับ ที่รัฐยะโฮร์บาห์รูตอนใต้ของประเทศมาเลเซียติดกับประเทศสิงคโปร์ ส่วนประเทศอินโดนีเซียอยู่ตรงไหนครับ อยู่ที่เกาะบาตัมใกล้กับประเทศสิงคโปร์ โดย นั่งเรือไปประมาณ ๑ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นตรงนี้เขาจัดโดยอาศัยภูมิประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ ของ ๓ ประเทศตรงนี้ว่าจะร่วมมือกันอย่างไร จะผลิตสินค้าอย่างไรบ้าง จะขายอย่างไร ตรงไหนมีจุดแข็งก็เอาไปลงทุนที่นั่น อย่างเช่น ประเทศอินโดนีเซียมีค่าแรงถูกก็ต้องไป ลงทุนที่เกาะบาตัมที่ประเทศอินโดนีเซีย แต่ ๓ ประเทศนี้ต้องให้ความร่วมมือกัน ส่วนประเทศไทยนะครับ ที่ใกล้เคียงกับประเทศไทยเราก็จัดอีกกลุ่มหนึ่ง ประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ตรงนี้เราทําแล้ว รัฐบาลทําแล้ว แต่คิดว่าคงยังไม่พอ น่าจะ ทําเปึน คอนแทรคท์ ฟาร์มมิ่ง (Contract farming) ในเรื่องของสินค้าเกษตร เรื่องอ้อย เรื่องยางพารา แต่ท่านจะมีเพิ่มอย่างอื่นเข้ามาไหม ในเรื่องของการท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรม การท่องเที่ยวทางศาสนา
อีกส่วนหนึ่งที่ผมเห็นว่าสําคัญที่สุด ประเทศไทยเราเปึนแหล่งที่อุดม สมบูรณ์ด้วยอาหาร ประเทศไทยเรามีความสามารถในการผลิตอาหาร โดยเฉพาะอาหาร ทางด้านที่นับถือมุสลิม หรือเรียกว่า ฮาลาล ก็อยากจะตั้งเปึนคลัสเตอร์คือ ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งประเทศอินโดนีเซียเปึนประเทศที่นับถือศาสนา มุสลิมใหญ่ที่สุดของโลก ก็คือประมาณ ๒๓๑ ล้านคน ประเทศมาเลเซียเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนามุสลิม ประเทศไทยทางใต้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไป นับถือศาสนามุสลิม แต่ทําอย่างไรล่ะครับในเมื่อประเทศไทยเรามีจุดแข็งเรื่องของอาหาร เราจะทําอย่างไรอาศัย ๓ อันนี้ ๓ ประเทศนี้ช่วยในการบริโภค ช่วยในการติดต่อกับ ชาวมุสลิมทั่วโลก เช่น ที่ตะวันออกกลางหรือทวีปอาฟริกา ตรงนั้นละครับ ตรงนี้เราน่าจะ ช่วยในเรื่องของอาหารเกี่ยวกับทางด้านศาสนาอิสลามหรือว่าฮาลาลนะครับ
อันต่อไปก็คือ เรื่องข้าว จะเห็นว่าทุก ๆ ป้ข้าวเราราคาถูกลง ๆ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเรากับเวียดนามเปึนผู้ผลิตและผู้ขายอันดับ ๑ อันดับ ๒ ของโลก แต่ข้าวเรา กับข้าวประเทศเวียดนามต่างกัน ข้าวหอมมะลิของเราติดขึ้นชื่อลือชา แต่เราไปแข่งราคา กับข้าวของประเทศเวียดนามซึ่งคุณภาพต่ํา เพราะฉะนั้นเปึนไปได้ไหมครับ เรามาจับมือกัน ๓ ประเทศ คือ ๑. ประเทศไทย ๒. ประเทศเวียดนาม ๓. ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ทําไมผมเอา ประทศฟ่ลิปป่นส์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในเมื่อประเทศฟ่ลิปป่นส์ห่างจากประเทศไทย ใช้เวลาเดินทางเกือบ ๓ ชั่วโมงหรือ ๓ ชั่วโมงกว่า แต่ประเทศไทยกับประเทศเวียดนาม เดินทางแค่ชั่วโมงเดียวโดยเครื่องบิน ถามว่าทําไมเอาประเทศฟ่ลิปป่นส์มารวมด้วย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ประชากรเขา ๘๗ ล้านคนเกือบ ๙๐ ล้านคน ประเทศฟ่ลิปป่นส์เปึน ประเทศที่นําเข้าข้าวมากที่สุดในโลก แล้วก็ประเทศฟ่ลิปป่นส์เปึนประเทศที่กําหนดราคา ขายข้าวของโลกด้วยว่าประเทศฟ่ลิปป่นส์ซื้อเท่าไรราคาข้าวของโลกก็จะเปึนราคา ตลาดกลางของข้าว เพราะฉะนั้นเปึนไปได้ไหมครับ ให้กระทรวงพาณิชย์ของเรานี่แหละครับ ให้ประเทศไทย ให้ประเทศเวียดนาม ให้ประเทศฟ่ลิปป่นส์มาจัดเปึนกลุ่มเดียวกันว่า เราจะทําอย่างไร ผลิตข้าว ขายข้าว แล้วให้ได้ข้าวราคาสูงเพื่อจะได้ประโยชน์กับเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาของคนไทย ซึ่งคนไทยโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เปึนคนที่ผลิตข้าว ภาคกลาง ภาคเหนือของไทยผลิตข้าวมากที่สุดจะทําอย่างไรให้ข้าว มีราคาดีนะครับ แล้วสิ่งสําคัญที่สุดอาเซียน ผมบอกแล้วว่าอาเซียนเรา เรามีข้อตกลงกันว่า ต่อไปนี้อาเซียนจะเปึนตลาดเดียวกัน จะเปึนแหล่งผลิตเดียวกัน คําว่า ตลาดเดียวกัน คือ อย่างไรครับ อันไหนมีจุดแข็งทําที่นั่น อย่างประเทศไทยมีจุดแข็งเรื่องอาหาร มีจุดแข็งเรื่อง ท่องเที่ยว ให้ประเทศไทยเปึนเจ้าภาพได้ไหมนะครับ หรือว่าประเทศไทยในเรื่องของ การบริการประเทศไทยเปึนเจ้าภาพได้ไหม ส่วนเรื่องการค้าการขาย เรื่องเทคโนโลยี ประเทศสิงคโปร์เขามีประสบการณ์มากกว่าเราให้ประเทศสิงคโปร์เปึนได้ไหม ส่วนเรื่อง ของยางพาราก็ต้องมาคุยกันว่ายางพาราตอนนี้ไทยส่งออกมากที่สุด แต่ก่อน ประเทศมาเลเซีย ตอนนี้ประเทศมาเลเซียเขาบอกว่าเปลี่ยนแล้วครับ เปลี่ยนไปผลิต น้ํามันปาล์ม เพราะน้ํามันปาล์มราคาสูงกว่ายาง เพราะฉะนั้นตรงนี้เราต้องมาคุยกัน ไม่ใช่ว่า อาเซียนเรามีแต่ข้อสัญญาข้อตกลงกันแล้ว แต่เรามาแข่งกัน ผมว่าสุดท้ายแล้วเราไม่ได้ อะไรเลย เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากต่อไปนี้อาเซียนเราต้องเปึนตลาดเดียวกัน เราต้อง พูดว่าประเทศไทยเปึนประชาคมของอาเซียน ประเทศสิงคโปร์เปึนประชาคมของอาเซียน ประเทศมาเลเซียเปึนประชาคมของอาเซียน เหมือนกับที่อียู (EU) ที่เขาทํานะครับ อยู่ที่ไหนเขาก็บอกว่าเขาเปึนยูโร (Euro) นะครับ เปึนอียู ทําอะไรก็แล้วแต่ ไปไหน ก็แล้วแต่ใน ๑๐ ประเทศต่อไปนี้เราบอกว่าเราจะไม่มีวีซ่า (Visa) แล้ว ซึ่งตอนหลัง ก็ค่อนข้างจะดีแล้วครับ เกือบทั้ง ๑๐ ประเทศไม่ค่อยมีวีซ่ากัน แต่ผมไม่แน่ใจว่า ที่ประเทศพม่ายังมีอยู่หรือเปล่า คิดว่าน่าจะมีอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้การที่เราจะ ทําอะไร ผมบอกแล้วว่าอันดับ ๑ เราต้องคิดถึงว่าเราจะใช้ประโยชน์จากอาเซียนของเราที่มี ประชากรเกือบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งโลกนะครับ แล้วมีเศรษฐกิจเปึนอันดับ ๙ ของโลก นะครับ อันดับ ๑ คือประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ ๑๔ ล้านล้านเหรียญยูเอสดอลลาร์ อันดับ ๒ คือประเทศญี่ปุ์น อันดับ ๓ คือประเทศจีน เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับเราจะทํา อย่างไร อย่างที่อาเซียนทําบอกอาเซียนบวก ๓ อาเซียนบวก ๖ ผมว่ามันยังไม่พอครับ ต้องขยายต่อไปนะครับ ตรงนี้ผมก็ฝากท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์มาวันนี้ผมก็ดีใจนะครับ ก็ขอฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ ท่านประธานครับ
ผมกําลังจะให้ท่านพูดอยู่เห็นชื่อแล้วครับ เชิญครับ
ต้องขอ อภัยท่านสมาชิกวุฒิสภาที่ท่านได้อภิปราย ผมจะประท้วงตอนกลางก็เกรงว่าท่านจะ ขัดจังหวะ ก็รอให้ท่านเครื่องบินลง แต่มิได้เปึนการประท้วงท่านในเนื้อหาที่ท่านอภิปราย แต่เปึนการประท้วงท่านประธานสภา ซึ่งมิใช่ท่านประธานสภาที่ชื่อ ชัย ชิดชอบ ผมขอ อนุญาตยกมือไหว้ท่านอีกครั้งหนึ่งด้วยความเคารพอย่างยิ่ง อยากให้ท่านมีสุขภาพดี ไม่อยากให้ท่านเครียด แต่บังเอิญการประชุมขณะนี้ไม่ชอบครับ เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะทอดไมตรีกับทางวุฒิสภาเพื่อให้ท่านได้ใช้ดุลยพินิจ ในการดูแลบ้านเมืองจากการที่ทางรัฐบาลกําลังจะขึ้นภาษีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และกําลังจะ กู้เงินอย่างมโหฬารที่สุด แต่ปรากฏว่าท่านประธานวุฒิสภาได้ขึ้นมาก่อนที่ท่านจะขึ้นมานั้น ได้เป่ดประชุมไปเฉย ๆ เลย ผมจึงทําการประท้วงเพื่อให้เห็นว่า การประชุมยังไม่ชอบ ยังไม่ได้เริ่มต้น ที่ประชุมยังไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทําผิดข้อบังคับ ท่านประธานครับ ท่านประธานคงจะจําได้นะครับว่า เมื่อวันอังคารนั้นกระผมเองได้เสนอว่า ท่านประธานครับ การเสนอที่ท่านประธานให้มีการพิจารณารวมกัน ๔ ญัตติ โดยให้รัฐมนตรีทําการแถลง เลย ๔ ท่าน ทั้ง ๔ ญัตตินั้นเปึนการไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เพราะเปึนการเสนอ ญัตติซ้อนญัตติ เราได้มีการปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้ กระผมเองไม่อยากจะให้เกิด ความรู้สึกว่า พรรคฝ์ายค้านโดยเฉพาะกระผม สุนัย จุลพงศธร นั้น มาขัดขวาง การพิจารณาของรัฐบาล แต่ว่าการพิจารณาในสภานั้นจําเปึนที่จะต้องรักษาข้อบังคับเพื่อ เปึนเกียรติประวัติของท่านประธานรัฐสภาที่มีรูปท่านติดอยู่ข้างนี้มันจะปรากฏเปึน ประวัติศาสตร์ตลอดชีวิตของประเทศไทย ซึ่งไม่รู้ว่าจะยาวเท่าไรนะครับ จากการที่ กู้หนี้ยืมสินนี่ไม่รู้จะยาวเท่าไร แต่ผมอยากจะเห็นเกียรติยศของท่าน ดังนั้นการโต้แย้งกัน ในข้อ ๔๗ ว่าตกลงแล้วเปึนญัตติซ้อนญัตติ ตกไปแล้ว แต่ท่านประธานสภาคราวที่แล้ว ท่านก็บอกว่า ท่านจะใช้มาตรา ๑๗๗ เพื่อจะตีความ เราก็โต้แย้งกัน กระผมได้ขอความ กรุณาท่าน ยกมือไหว้ท่านว่า ท่านครับผมอยากจะเห็นท่านเปึนปูชนียบุคคลของประเทศไทย ไม่อยากจะทําให้ท่านต้องเสียภาพลักษณ์หรือถูกฟัองร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผมจึงบอกว่าให้ท่านยุติการประชุมสักครู่ แล้วไปหารือกับท่านเลขาธิการกับเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะหาทางออกที่ดี แต่ท่านดูเสมือนว่าลูกหลานได้แนะนํานั้นดูเสมือนหนึ่งว่าท่านจะ มองข้ามความหวังดีของลูกหลานไป ปรากฏว่าท่านก็ยังเดินหน้าต่อไป แต่สุดท้ายท่าน เลยใช้วิธีการผ่ากลาง คือฉันก็ไม่เชื่อเธอ แต่ฉันก็ไม่เชื่อฉัน ฉันป่ดประชุมไปเสียเฉย ๆ ดังนั้นการป่ดประชุมไปเฉย ๆ ของท่านนั้นคือลักษณะผ่ากลาง ถ้าท่านแน่จริงคราวที่แล้ว ท่านต้องประชุมต่อสิ เพราะอะไรครับ เพราะท่านก็รู้ว่าไปไม่ไหวเหมือนกัน เมื่อไปไม่ไหว ทําอย่างไรดีละ ก็เลยป่ดประชุม พอป่ดประชุมก็มาต่อวันพฤหัสบดี พอต่อวันพฤหัสบดีปัูบ ใช้กระบวนการสิ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า ลักไก่ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ท่านประธานด้วย ความเคารพ ไม่ใช่ท่านนะครับ แต่ว่าน่าจะเปึนกระบวนการที่รู้กันหรือไม่ ไม่ทราบ ด้วยความเคารพท่านประธานวุฒิสภาอาจจะไม่เข้าใจข้อขัดแย้งตรงนี้ ซึ่งมันค้างจาก คราวที่แล้ว แต่ว่ามันก็ยากที่จะเข้าใจเช่นนั้นได้ เพราะท่านก็รู้อยู่มันเปึนประเด็นสําคัญ แล้วท่านก็ลักไก่เป่ดประชุมเลย พอเป่ดประชุมปัูบก็ให้ทางวุฒิสมาชิกพูดเลย แต่ว่ายัง ไม่จบครับ เรายังไม่เห็นด้วย แต่ด้วยความเคารพท่านวุฒิสมาชิกก็ไม่ขัดขวาง จนกระทั่ง เครื่องบินท่านจะลง ผมเลยขึ้นประท้วงเพื่อให้เปึนข้อกฎหมายว่าสภานี้ยังไม่เห็นด้วย จึงขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการบอกกับประธานสภาก่อนว่า ตกลงญัตติซ้อนญัตตินั้น ไม่เชื่อฝ์ายค้าน หรือท่านจะใช้มาตรา ๑๗๗ ก็ว่ากันไป ก็ต้องมาปรึกษาหารือกัน ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ เรื่องนี้ผมคิดว่ามันเปึนประเด็นสําคัญ ถ้าจะกู้ เงินชาวบ้าน กู้เงินเปึนหนี้ ให้ประเทศไทยเปึนหนี้ช้าลงไปหน่อยไม่เสียหายท่านประธาน ครับ เพราะวันนี้รัฐบาลนี้ไม่ได้ยึดโยงกับพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเลย เงินไม่มีแต่จะทําถนน เงินไม่มีแต่จะสร้างโน่นสร้างนี่ ทําไม ไม่หันกลับมาพออยู่พอกินในภาวะวิกฤติอย่างนี้ ดังนั้นถ้าท่านประธานรัฐสภาจะได้ วินิจฉัยเรื่องนี้เสียก่อน ให้ชัดเจนก่อนไม่ทําให้เสียหาย เพราะท่านประธานยังมีเวลา วันจันทร์ วันอังคารอีก เราก็พร้อมจะมาประชุมครับ ขอความกรุณาท่านประธานเถอะครับ ด้วยความเคารพครับ
ผมก็เคารพท่านเหมือนกันครับ เคารพด้วยเหตุด้วยผลที่ท่านพูด และผมก็เคารพด้วยเหตุด้วยผลอีกฝ์ายหนึ่งพูด คือ ทั้งสองฝ์าย ผมก็ขอประทานกราบเรียนคุณสุนัยนะครับ คือเรามีบันทึกการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๕๐ นาฬิกา เราก็ได้พิจารณาในกรณีเรื่องเช่นเดียวกันนี้ ในมาตรา ๑๙๐ ทั้งหมด ๒๑ เรื่อง เราก็แบ่งกรอบเรื่องแต่ละเรื่อง ๆ รวมกลุ่มเปึน ๔ กลุ่ม แล้วได้ผ่านการพิจารณา และรับรองให้เปึนมาตรฐานเดียวกันที่มาปฏิบัติในครั้งนี้ เพื่อว่าเปึนเรื่องรวม เดี๋ยว ผมจะมอบเรื่องนี้ให้ท่านสุนัยได้ไปดูครับว่ามีอะไรบ้าง เช่น ในกรอบวิชาชีพแพทย์อาเซียน เรื่องน้ําตาล เรื่องความมั่นคงด้านอาหาร เรื่องเสรีบริการขนส่งอะไรต่าง ๆ นี้ที่รวมกัน เนื้อหาอันเดียวกัน เปึนกรอบเดียวกันนะครับ แล้วก็ได้ดําเนินการไป แล้วผมก็ไม่ได้ใช้ ๒ มาตรฐาน ใช้มาตรฐาน ถ้าผิดก็ผิดในการประชุมมา ๒๑ กรอบที่แล้ว ผิดทั้งสภาเลยครับ เชิญต่อครับคุณสุนัย เพื่อให้ความสบายใจอีกสักครั้งหนึ่ง เพราะผมมีหลักฐานอย่างนี้ครับ
ท่านประธานครับ อยากให้ท่านไม่เครียดนะครับท่านประธานครับ ยกมือไหว้ท่าน อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ เรามีปรัชญาอยู่ในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายว่า ขอประทานโทษนะครับ จะตัดรองเท้าให้เข้ากับเท้า หรือจะตัดเท้าให้เข้ากับรองเท้า ถ้าพูด อย่างภาษาชาวบ้านคือจะตัดเกือกให้เข้ากับตีน หรือตัดตีนให้เข้ากับเกือก การที่ทํา ผิดกฎหมายแล้ว รู้ทั้งรู้ เห็นทั้งเห็น ท้วงทั้งท้วง ก็บอกผิดแล้วก็ผิดกันต่อ ๆ ไป ท่านประธานครับ ท่านพูดเองว่าไม่ได้ใช้ ๒ มาตรฐาน ผมถามท่านประธานว่าข้อบังคับนี้ ใช่กฎหมายไหมครับ ใช่ เปึนข้อบังคับที่เปึนผลพวงจากรัฐธรรมนูญ เปึนกฎหมายนะครับ ถ้าอย่างนั้นใช้มาตรฐานเดียวกัน เสื้อแดง เสื้อเหลืองยึดถนน เสื้อเหลืองยึดทําเนียบ เสื้อเหลืองยึดสนามบิน ทั้งในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด ผิดกฎหมายก็ไม่ดําเนินการ ถ้าอย่างนั้นไปดําเนินการกับคนเสื้อแดงทําไมล่ะครับ ถ้าเราจะใช้หลักปรัชญาว่า ถ้าผิดไปแล้วก็ผิดกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ผมเกรงว่าไม่ใช่จะเสียชื่อแต่ท่านประธานเท่านั้น มันจะติดเกี่ยวกับเรื่อง เซอร์เนม (Surname) ไปด้วย ท่านประธานครับ มันจะติดเซอร์เนม ของท่านด้วย มันจะไม่ใช่อย่างที่เปึนอยู่ มันจะกลายเปึนชอบชิดนะครับ และชอบใช้ ไม่ได้ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ อย่างน้อยที่สุดท่านประธานต้องแสดงความ จริงใจต่อรัฐสภา พอเป่ดประชุมท่านต้องชี้แจงเลยครับ อย่างที่ท่านเตรียมเอกสารมานั้น ท่านคงจะกระหยิ่มยิ้มย่องว่าเดี๋ยวเถอะ สุนัยมันขึ้นมา กูเตรียมแล้วเอกสารนี้ กูรอมึงอยู่ ให้มึงพูด อย่างนั้นหรือครับท่านประธาน ทําไมท่านประธานเตรียมมาแล้ว ทําไมไม่แสดง ความจริงใจต่อสภาก่อนว่า เกี่ยวกับปัญหาการท้วงติงเรื่องข้อบังคับ เมื่อวันที่ผ่านมานั้น ข้อเท็จจริงเปึนอย่างนี้นะครับ แล้วหารือ ดังนั้นพฤติกรรมของท่านเขาเรียกว่า กรรมเปึน เครื่องชี้เจตนา กรรมของท่านก็คือเปึนกรรมลักไก่ ท่านต้องบอกก่อน แต่ผมกราบเรียน ท่านว่า ผมไม่เห็นด้วยและพวกเราก็ไม่เห็นด้วยทั้งหมด การที่ทําผิดกฎหมายแล้วจะผิดกัน ไปเรื่อย ๆ นั่นไม่ใช่นิติรัฐ และนี่คือบรรทัดฐานที่ทําให้ต่างประเทศดูถูกดูแคลน ประเทศไทยมากขึ้น การไม่มาประชุม อาเซียน ซัมมิท ท่านประธานครับ มันเปึนผลพวง อีกหลาย ๆ ปัจจัย จากการไม่ใช้หลักกฎหมายเดียวกัน ไม่ใช้นิติรัฐ วันนี้รัฐบาลโกหก ประชาชน บอกว่าผู้นําต่างประเทศนั้นเขาไม่ว่าง ไม่ว่างพร้อมกันตั้ง ๖ ประเทศเชียวหรือครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นวันนี้คือเขาไม่เชื่อมั่นในหลักนิติรัฐของเราแล้ว แล้ววันนี้เปึนการยืนยันอีกครั้งหนึ่งที่ผู้สื่อข่าวสื่อมวลชนและประเทศ ประชาชนจะได้รับ ทราบว่าท่านประธานกําลังยืนยันอีกว่า ผิดมาแล้วก็ผิดกันต่อ ๆ ไป ถ้าอย่างนั้นอย่า ดําเนินคดีกับคนเสื้อแดงสิครับมันไม่เปึนธรรมครับ เพราะคนเสื้อเหลืองก็ทําผิดมาแล้ว เหมือนกัน นี่เองที่ท่านประธานครับที่เรายืนยันว่าวันนี้คนเสื้อแดงจะหยุดถ้าท่าน ดําเนินคดีกับคนเสื้อเหลือง นี่คือหลักการเดียวกันว่าเราต้องไม่ตัดตีนให้เข้ากับเกือกครับ เรายังยืนยันหลักกฎหมาย ท่านดําเนินคดีไปเถอะครับกับคนเสื้อแดง ถ้าทําผิด แต่ท่านต้องดําเนินคดีกับคนเสื้อเหลือง ประชาชนคนเสื้อเหลืองที่ไปยึดสนามบินจังหวัด สุราษฎร์ธานี ยึดสนามบินหาดใหญ่ วันนี้ไม่ถูกดําเนินคดีเลยครับ จะบอกว่ารัฐบาลที่แล้ว ไม่ทําเองแต่คดียังอยู่ในอายุความนี่ครับ เห็นไหมท่าน เมื่อท่านมาย้ําอย่างนี้อีกมันเปึน การย้ําให้เห็นว่าสภามันเปึนเช่นนี้เอง บ้านเมืองมันถึงได้เละเทะอย่างนี้ ท่านประธาน จะเอาอย่างไร ขอให้ท่านประธานได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งครับ
ครับ ท่านสุนัยที่เคารพรักครับ กระผมยืนยันว่าไม่ผิด ทําได้ครับ ซึ่งในทางปฏิบัติก็จะพิจารณารายกรอบอยู่ดีอยู่แล้ว ณ เวลานี้เรากําลังพิจารณาวาระพิธีสารฉบับที่ ๓ เปึนราย ๆ รายไปจนจบครับ เราไม่ได้ ทําผิดอะไรข้อบังคับข้อไหนเลยครับ ผมขอยืนยันครับ มีอะไรครับคุณวรงค์ เดชกิจวิกรม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมกําลังจะขึ้นมาเพื่อยืนยันการกระทําของท่านประธานนะครับ ท่านประธาน ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านประธานทําอยู่นี้ขณะนี้ถูกต้องครับ แล้วอยากจะเรียนกับ ท่านประธานให้ประธานเกิดความมั่นใจว่า สิ่งที่ท่านประธานทําอยู่นี้มีเอกสารที่เปึน ข้อบังคับการประชุมเปึนหลักการรองรับอยู่ข้างหลังท่านประธานอยู่ ผมไม่อยากให้เพื่อน สมาชิกเอาจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วไปพูดพาดพิงแล้วก็ทําให้เกิดความเข้าใจผิด ผมอยากจะ เรียนว่าขณะนี้ท่านประธานทําถูกตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๗ (๔) เราไม่ได้ใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๗ (๒) เนื่องจากว่าข้อ ๔๗ (๒) นั้นจะต้องเปึนเรื่องทํานองเดียวกัน เหตุผลที่ผมจะต้องเรียน อย่างนี้ เนื่องจากว่าขณะนี้เรากําลังพิจารณาอยู่ในกรอบ มาตรา ๑๙๐ ซึ่งกรอบ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญเปึนกรอบใหญ่แล้วก็มีประเด็นอยู่หลายประเด็นที่เกิดขึ้น ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นข้อ ๔๗ (๔) ก็เป่ดให้พวกเราได้มาพิจารณารวมครับ เพียงแต่เราแยก ประเด็นเปึนกรอบ ๆ ไปแล้วก็ลงมติแยกเปึนกรอบ ๆ ไป ดังนั้นผมเชื่อว่าท่านทําในสิ่งที่ ถูกต้องครับ ขอชื่นชมท่านครับ
ขอบคุณครับ ผมว่าเดินต่อดีกว่า กระมังครับ เพราะผมยืนยันแล้วครับและผมรับผิดชอบนะครับ ผมถือว่าผมทําถูกนะครับ ผมยืนยันแล้วครับ มีอะไรคุณชลน่านครับ เชิญครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะได้รับ อนุญาตจากท่านประธาน เปึนถ้อยคําที่ผมฟังท่านประธานพูดแล้วผมมีความสุขที่สุดเลย ท่านบอกว่า ท่านยินดีที่จะรับผิดชอบ สมแล้วครับที่ท่านเปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ การรับผิดชอบของท่านประธานเองต้องดูไปเปึนเหตุไปเปึน กรณี แล้วความรับผิดชอบนั้นจะส่งผลเสียหายถึงประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ กระผมขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธานในประเด็นนี้เพราะผมเคยอภิปรายไว้ ท่านประธานครับ การที่เพื่อนสมาชิกได้ทักท้วงท่านประธานว่า กระบวนการการพิจารณาของท่านประธาน ไม่ชอบด้วยข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ที่จริงเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ผมเข้าใจว่าท่านประธาน คงไปดูในรายละเอียด ฝ์ายกฎหมายของรัฐสภาเองก็คงไปดูในรายละเอียด ที่ปรึกษา ท่านคงไปดู สิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตไว้กับท่านประธานนะครับ ซึ่งวันก่อนผม อภิปรายไปแล้ว
ประเด็นที่ ๑ เปึนคําถามนะท่านประธานครับ ว่าท่านประธานเองได้บอก กับที่ประชุมขออนุญาตรวมวาระการประชุม ๔ เรื่องเข้ามาประชุมรวมกัน และอนุญาตให้ รัฐมนตรีได้แถลงเปึนราย ๆ รายไป ๔ เรื่อง ๔ ท่านรัฐมนตรี หลังจากแถลงจบก็มีเพื่อน สมาชิกทักท้วงว่า ท่านประธานทําผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑
ผมว่าอย่าเอาเรื่องเก่ามาพูดดีกว่าครับ
ผมเท้าความ นิดเดียวครับท่านประธานครับ
คือจะหาว่าผมผิดตรงไหนก็ว่าไปเลยครับ
ผมเท้าความให้ ท่านฟังครับ
จะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเอาผม ติดคุกก็เชิญเลยครับ
มิได้หมายความ ว่าอย่างนั้นท่านประธานครับ แต่สิ่งที่เรากําลังพิจารณานี่ ถ้าสมมุติท่านประธานเห็นว่า ๔ เรื่องไม่มีความสําคัญต่อประเทศชาติบ้านเมือง ถ้าสิ่งที่เราทํามันไม่ชอบด้วย ข้อกฎหมาย ข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ มติที่ออกมาวันนี้ก็โมฆะทั้งหมดครับ ก็เสียเวลา การพิจารณาอย่างไรท่านประธานครับ พวกเราเปึนสมาชิกรัฐสภาที่ช่วยกันอยู่ตรงนี้ มันก็ทํางานเปล่า ที่ผมถามท่านประธาน เรื่องว่าท่านมีมติหรือขอมติจากสภาไหม บอกขอให้รวม เท่าที่ผมตรวจสอบไม่มีครับ ท่านประธานใช้อํานาจท่านประธานแล้วก็รวมพิจารณาไป มันก็มีประเด็น ๒ ประเด็นครับ ถ้าท่านมีมติมันก็จะถูกตีความว่าญัตตินั้นตกไปไหม เพราะข้อ ๕๐ บอกชัดเจนครับ ถ้าสภามีมติให้หยิกยกเรื่องใดมาพิจารณา กรณีกําลังพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่นี่ เรื่องที่พิจารณาอยู่นั้นตกไป ถ้าท่านยืนยันว่าท่านมีมติ ญัตตินั้นก็ตกไปครับ แต่สิ่งสําคัญ ถึงแม้จะไม่ตกนะครับท่านครับ สมมุติท่านยืนยันว่าไม่ตก สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นชัดเจนก็คือว่า ท่านนํากระบวนการการพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ถ้าจะอ้างข้อ ๔๗ (๔) ขอให้รวม หรือแยกประเด็นการพิจารณาหรือลงมติ ท่านประธานครับ สิ่งที่เราพิจารณานี่มันไม่ใช่ เปึนประเด็นครับ มาตรา ๑๙๐ นั้นเปึนผลนะครับ เปึนผลที่คณะรัฐมนตรีจะมาขอให้เราลง ผลเปึนอย่างนั้น ให้ความเห็นชอบตาม มาตรา ๑๙๐ แต่เหตุคือ ๔ เรื่องครับ ๖ เรื่องด้วย ซ้ําไป นี่คือเหตุครับ ถ้าเหตุมันเปึนเรื่องเดียวกัน เข้าสู่เปัาหมายเดียวกัน รวมกันได้ครับ แต่นี่เหตุมันแยกกันท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เห็นชัดเจน ท่านใช้กระบวนการ การพิจารณาวาระการประชุมผิดข้อบังคับและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผมท้วงท่านไว้ นะครับ ถ้าท่านไม่แก้ไขวันนี้ สิ่งที่เราจะลงมตินี่นะครับ การประชุมต้องเปึนไปตาม ระเบียบวาระ เขียนไว้ชัดเจนครับ สิ่งที่ต้องรวมหรือแยกกันพิจารณาต้องเปึนเรื่องเดียวกัน เนื้อหาทํานองเดียวกัน และเกี่ยวเนื่องกัน ชัดเจนครับท่านประธานครับ และข้อบังคับ ของเราเองก็มาจากรัฐธรรมนูญครับ ถ้าท่านไม่อยากให้ผลการลงมติของเรา ๔ เรื่องต่อไป เปึนโมฆะ ท่านต้องหาทางแก้ไข ถ้าท่านยังยืนยันว่าท่านจะรับผิดชอบ ผมเองก็กราบ ขอบคุณท่านประธาน มีผู้คนที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญแน่นอนครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ผมทราบ ผมก็พร้อมที่จะไปชี้แจงกับ ศาลรัฐธรรมนูญครับ มีอะไรคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แบบเดียวกันหรือเปล่าครับ ถ้าแบบเดียวกันไม่ต้องพูดแล้วครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ปกติแล้วนี่ผมไม่อยากจะ อภิปรายเกี่ยวกับข้อบังคับมากนัก เพราะผมก็เปึนคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นไปออก ข้อบังคับนี้นะครับท่านประธาน คือจากกรณีที่การประชุมครั้งที่แล้ว ถ้าท่านประธานจําได้ นี่นะครับ เราไม่ได้ลงมติให้เอามาพิจารณาร่วมกันใน ๔ กรอบนี้ หรือ ๔ ญัตตินี้ ไม่ได้มี มติในที่ประชุม เพราะฉะนั้นการที่จะอ้างข้อบังคับว่าเอามาประชุมร่วมกันใน ๔ เรื่องนี่ มันผิดข้อบังคับท่านประธาน แล้วท่านประธานอย่าลืมว่าหลาย ๆ ครั้งนะครับ ที่พรรค ฝ์ายค้านเราได้ลุกขึ้นเตือนการดําเนินงานของท่านประธานสภา หลาย ๆ ครั้งก็มี ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจนต้องถอนเรื่องบางเรื่องออกไป วันนี้เราต้องการให้สภาแห่งนี้รักษา ข้อบังคับให้มันถูกต้องท่านประธาน มันไม่ช้าละครับถ้ารัฐบาลต้องการที่จะเร่งให้กรอบ ทั้ง ๔ นั้นผ่าน เสนอเข้ามาใหม่วันพรุ่งนี้ก็ได้ท่านประธาน อย่าทําผิดข้อบังคับเลยครับ พวกผมพร้อมที่จะประชุมท่านประธาน ๔ ประเด็นนี้ ๔ ญัตตินี้เสนอเข้ามาใหม่พรุ่งนี้หรือ มะรืนนี้ก็ได้ครับ เอาวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ได้ และสิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไว้ว่า กรณีอย่างกรอบวงเงินกู้ เอาเอกสารมาแจกเมื่อวานนี้ เอกสารที่ท่านนายกรัฐมนตรี ทําเสนอท่านประธานรัฐสภาเพื่อขอกรอบวงเงินกู้ ๓ โครงการ แต่เอาโครงการที่ ๔ มายัดไส้ เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อวันอังคารนี้ครับ ไม่เคยมีครับ ตามวงเงินที่ขอนี่ขอ ๓๑๑ ล้านเหรียญ เอามาเพิ่มอีก ๒๘๙ ล้านเหรียญ วันนี้ขอกู้ ๖๐๐ ล้านเหรียญ อย่างนี้ถือว่ามั่วซั่วครับ บ้านเมืองจะกู้ต้องกู้ตัวเลขให้ถูกต้อง
พอแล้วกระมังครับ พอเข้าใจแล้ว ครับ
ผมจะชี้ให้ท่านประธานเพื่อจะได้นําเสนอเข้ามาใหม่ มันจะได้ถูกต้องท่านประธาน มันมี ข้อบกพร่องมากมายครับ
ผมยืนยันแล้วนี่ครับคุณสุรพงษ์ครับ ก็พอแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ
มีอะไร ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ พอแล้ว เสียเวลาครับ
ไม่ครับ เมื่อท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วก็ถือว่าเปึนที่สิ้นสุดนะครับ ผมไม่อยากให้เสียเวลา ขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการอภิปรายต่อเถอะครับ ในเรื่องที่ ๑ ขอบพระคุณครับ
เราปรองดองกัน พอครับ ไม่ต้อง ประท้วงละครับ ผมก็ฟังทุกฝ์ายครับท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พอแล้วครับ
ผมยังไม่จบอีกนิดเดียวครับ ผมไม่อยากจะให้รีบเร่งเรียนตรง ๆ
ก็ไม่ได้เร่งอะไรครับ เราก็ค่อยเปึน ค่อยไปครับ
วันนี้เราถอนออกไปก่อนก็ได้ แล้วก็พรุ่งนี้เสนอเข้ามาใหม่ท่านประธาน ไม่ได้ช้าละครับ พวกผมพร้อมที่จะประชุมร่วมครับ เอาให้มันถูกต้องตามข้อบังคับท่านประธาน ผมเปึนห่วงท่านประธาน ด้วยความปรารถนาดีครับ
ผมก็ปฏิบัติตามข้อบังคับอยู่แล้วครับ ดําเนินการต่อครับ มีท่านผู้ใดที่จะอภิปรายต่อไหมครับในร่างพิธีสารฉบับที่ ๓ นี้ครับ มีไหมครับ ถ้าไม่มี ผมก็ถือว่าป่ดอภิปรายนะครับ ต่อไปผมจะขอมติครับ เพื่อที่จะได้ ดําเนินการต่อไปเปึนขั้นตอนครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมครับ เพื่อนับองค์ประชุมครับ
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นต้องขออนุญาตนิดท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะไป อย่างนี้ เอาละ ลูกหลานก็ไม่ว่ากัน
ผมยืนยันแล้วอย่างไรครับท่าน
ท่านยืนยันอย่างนั้นก็จะเกิดข้อโต้แย้งกันเรื่องนี้ กระผมเองเกรงว่าจะร่วมกระทําผิดด้วย ก็จะไม่ลงคะแนน ไม่ลงความเห็นนี้นะครับ ต้องขอประทานอนุญาตไม่ใช่ขัดขวางนะครับ
ขอบพระคุณครับ ไม่เปึนไรครับ เปึนเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญครับ
แต่ว่าตอนนี้ขอให้ท่านประธานช่วยดูสักนิด หลายครั้งก็ไม่อยากว่ากัน เพราะเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้สื่อข่าวก็เห็น คนไม่พอนี่แต่ตัวเลขมันสูงขึ้น ขอให้ ท่านประธานช่วยกําชับอย่ากดแทนกัน
ท่านช่วยนับองค์ประชุมด้วยครับ ถ้าไม่ครบองค์ประชุมเราก็ไม่พิจารณาครับ
อย่ากด แทนกันด้วย แต่ว่าฝ์ายค้านเราคงไม่ร่วมสังฆกรรมในเรื่องนี้
แล้วแต่จะเมตตาครับ
มิได้ครับ จริง ๆ ด้วยความเคารพท่าน ด้วยเพราะว่าไม่อยากร่วมกระทําผิดในเรื่อง ข้อบังคับอย่างนี้ เดี๋ยวเกรงท่านประธานจะมองว่า ฝ์ายค้านเปึนอย่างนั้นอย่างนี้แล้วท่าน จะพูดออกไมโครโฟน แต่ว่ามันเปึนการกระทําผิด เราจึงขอทํางานช่วยชี้แจงเท่านั้นละครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม ครับ โปรดกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อนับองค์ประชุมครับ ทางเจ้าหน้าที่ช่วยกรุณาไปเชิญที่ อยู่ตามห้องประชุมต่าง ๆ เข้ามาห้องประชุมด้วยครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุม โปรดกรุณาเข้าห้องประชุมด้วยครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม ครับ มีประชุมสมานฉันท์อยู่ ให้เจ้าหน้าที่ไปตามด้วย นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ครับ ผมกําลังรออยู่ครับ
ท่านประธานครับ
ผมกําลังจะนับองค์ประชุมครับ ไม่ต้องละคุณสมคิด
อยากจะ หารือท่านประธานครับ
พอแล้วครับ ไม่ต้องประท้วงอะไร แล้วครับ
ผมอยากจะขอเดินตรวจว่ากดให้กันไหมนะครับ ได้ไหมครับ
ท่านเคยเปึนครูบาอาจารย์นะครับ มีมารยาทหน่อยครับ
ไม่ครับ บางคนอาจจะเสียมารยาทกดให้กันนะครับ
ก็ไม่รู้ ท่านพิจารณาเอาเองครับ
ครับ เปึนสิทธินะครับ
ครบกันหรือยังครับ มากันหมดหรือ ยังครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านมาแล้วนะครับ ช่วยนั่งลงแล้วก็เสียบบัตรแสดงตนด้วย นะครับ ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนหรือยัง มีอะไรล่ะ หยุด เชิญนั่งลงครับ เชิญนั่งลงให้ เรียบร้อยครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย ท่านรักษาเกียรติของท่านบ้างครับ พอแล้วครับ
ท่านประธานครับ ท่านสมคิดได้ใช้สิทธิของท่านเดินในสภาครับ แต่ถูกทําร้ายครับท่าน ถูกทําร้ายครับท่านประธานครับ
นั่งลง ๆ เพื่อความสงบเรียบร้อยของ สภาเรานะครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทั้งหลาย เชิญนั่งลงครับ เมื่อท่านนั่งลงแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนกันเรียบร้อยแล้ว นะครับ ส่งผลมาครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ เสียบบัตรแสดงตนเร็วหน่อยครับ เชิญครับ คุณสมเกียรติแสดงตนหรือยังครับ ท่านเปึนผู้แทนราษฎรท่านต้องแสดงตนครับว่าอยู่ในห้องประชุมหรือว่าท่านขาดประชุม ถ้าท่านไม่แสดงตน ท่านที่มาทุกท่านนะครับ
ท่านประธานครับ
ครับผม เดี๋ยวท่านสุนัยครับ ผมประกาศก่อนครับ ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๑๑ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ เชิญคุณสุนัยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้เหตุการณ์ท่านประธานบอกว่าท่านจะดําเนินการ ต่อไปเราก็ไม่ว่า แต่ว่าเราขอเอกสิทธิ์ที่จะไม่ร่วมกับท่าน เพื่อจะไปแจ้งกับศาลรัฐธรรมนูญ ท่าน ส.ส. สมคิด บาลไธสง ก็เสนอความเห็นว่า เปึนความเห็นทั่วไปที่ ส.ส. มีสิทธิที่จะเดิน ในสภาแล้วคอยตรวจว่าไม่ให้มีการลงคะแนนให้กัน แต่พฤติกรรมอย่างนี้ของ ส.ส. ท่าน หนึ่งจากพรรคประชาธิปัตย์แสดงความหยาบคายอย่างนี้หลายครั้งต่อสภาทําให้สภา เสื่อมเสีย ท่านประธานครับ ไปด่าและจะทําร้ายท่านสมคิด กรณีอย่างนี้ท่านประธานครับ ถ้าจะให้ปล่อยกันไปเรื่อย ๆ มันจะอยู่กันอย่างไรครับท่านประธาน ท่านสมคิดได้ใช้สิทธิ ของท่าน ดังนั้นผมขอความกรุณาไม่เข้าข้างไหน ขอท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ
ทีละคนเถอะครับ ทีละคนนะครับ
ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์
ผมยังไม่ได้ชี้คุณ นั่งลงก่อน
ผมเชื่อ ว่าถ้าสภาแห่งนี้อยู่อย่างให้เกียรติกัน
นั่งลงก่อนเถอะครับ นั่งลง ผมยังไม่ อนุญาตให้พูด คุณก็ลุกขึ้นพูดเลย ผมเคยบอกคุณอลงกรณ์ จาติกวณิชแล้วบอกว่า ช่วย ห้ามคุณพี่ด้วยครับ
น้องชาย ครับท่านประธานครับ หน้าแก่กว่าพี่สักนิดหนึ่งครับ
เชิญ ๆ
ท่านครับ เมื่อสักครู่ผมอยู่ตรงนี้พอดีครับ ว่าผมได้ยินคําด่าจาก ส.ส. ทางนั้นก่อนนะครับ ผมเปึน พยานได้ครับ คือเขาด่ามาก่อนนะครับ คือทางผมไม่รู้อะไรเลยก็ให้เดินมาตรวจ
เอาอย่างนี้ครับ พอก่อนครับ เดี๋ยวผม จะวินิจฉัยต่อไปครับ ไม่เปึนไรครับ ผมเห็นเรื่องแล้วก็จะเรียกทั้งคู่มาปรึกษาหารือกันอีกที ครับ หลังจากป่ดประชุมแล้วครับ
ท่านประธานครับ
ไม่เปึนไรคุณสมคิด เดี๋ยวผมทราบ ผมเห็นเหตุการณ์ด้วยตาของผมเองครับว่าอะไรมันเกิด
ท่านประธาน คือคนที่ขึ้นมาพูดไม่เกี่ยวกับผมเลย คนที่เกี่ยวคือคนที่นั่งอยู่โน่น เรียกกวักมือ ผมไป ผมนึกว่าจะคุยอะไรกันนะครับ ที่แท้มันจะหลอกผมไปต่อย แต่ผมไม่ได้กลัวมันนัก บอกเลยผมไม่กลัว
พอ ๆ คุณสมคิดพอ อาจารย์นะ อาจารย์สมคิดพอแล้ว พอ พอ พอ ผมไม่อนุญาตพอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตครับ พอแล้วครับ
ต่อไปนะครับ ผมจะขอมติที่ประชุมนะครับ ในเรื่องร่างพิธีสารฉบับที่ ๓ เพื่อแก้ไขสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่านผู้ใดเห็นชอบ กับร่างพิธีสารฉบับที่ ๓ นี้ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดที่ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดที่เห็นว่าไม่ควรออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ครับ เชิญ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพช่วยใช้สิทธิของท่าน เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันทุกท่านแล้วนะครับ ท่านใดยังไม่ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ใช้สิทธิกันหมดแล้วนะครับ เชิญแสดงผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๐๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๒ ท่าน
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน
เดี๋ยวครับ มีอะไรครับ ให้ผมจบก่อน ได้ไหมครับท่านสุรพงษ์ครับ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เชียงใหม่) ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านประธาน
เดี๋ยวครับ ให้ผมประกาศผลให้เสร็จ ก่อนครับ ท่านจะพูดอะไรเดี๋ยวจะให้ท่านพูดครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ
เดี๋ยวท่านประธานจะผิดครับ
เชิญนั่งลงก่อนครับ ท่านที่เคารพเชิญ นั่งลงก่อนครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ผ่านร่างพิธีสารฉบับที่ ๓ นะครับ
ขออนุญาต ประท้วงครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตประท้วงครับ
เชิญครับ ประท้วงอะไรครับ
ท่านอนุญาตให้ ผมใช่ไหมครับ
ครับ
ท่านประธาน องค์ประชุมท่านประธานไม่ครบนะครับ
แต่ผมนึกว่าครบ เห็น ๓๐๗ ท่าน
๓๐๗ ท่านครับ ไม่ครบครับ ๓๑๐ ท่านครับครึ่งหนึ่ง
ถ้าอย่างนั้นก็
เรื่องนี้ไม่ผ่านครับ
แล้วเมื่อสักครู่ตอนที่ท่านประธานนับองค์ประชุม เช็กองค์ประชุมก็ ๓๑๑ ท่าน ไม่ขึ้นตัวเลขบนจอด้วยครับ ผมพยายามจะเตือนท่านประธาน
ถ้าอย่างนั้นนับใหม่ก็ได้ครับ
ไม่ได้ครับท่านประธาน ๓๐๗ ท่าน
เอาใหม่ก็ได้ทําให้มันครบ
ท่านประธานอย่ามั่วสิครับ ท่านประธานมั่วไม่ได้นะครับ สภาแห่งนี้
ไม่มีมั่วละครับ
เมื่อสักครู่ ๓๐๗ ท่านนะครับท่านประธาน องค์ประชุมไม่ครบครับ
ท่านประธานครับ ขอให้มีการลงคะแนนใหม่อีกครั้งหนึ่งนะครับ รู้สึกเมื่อสักครู่นี้ระบบจะค่อนข้างขัดข้องครับ
ผมประท้วง ท่านประธาน
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ
พักการประชุมสัก ๕ นาทีครับ
พักการประชุมเวลา ๑๑.๓๕ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๔๒ นาฬิกา
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ เชิญนั่ง แล้วก็โปรดงดใช้เสียง เพราะฟังกันไม่ค่อยรู้เรื่องเลย เสียงลั่นหมด เชิญครับ ท่านสมาชิกครับ
ท่านประธานครับ
ยังไม่พร้อมหรือครับ
ไม่เปึนไรครับ
ไม่เปึนไรอย่างไรครับ ให้พร้อมแล้วก็ เดี๋ยวท่านค่อยพูดครับ ผมรู้แล้วท่านยืนขึ้น ๒-๓ ครั้งแล้วครับ เห็นใจครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวให้พร้อมสักหน่อย ใจเย็น ๆ น่า ใจเย็น ๆ แล้วมันก็ดีเองครับ หอม กระเทียมราคาจะ ดีขึ้น ท่านสมาชิกครับ ผมดําเนินการประชุมต่อนะครับ เชิญคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ คือเมื่อสักครู่นี้ ก่อนที่จะลงมตินั้น ก่อนที่ท่านประธานจะอ่าน ผมพยายามจะท้วงติงว่าองค์ประชุมไม่ครบ แต่ท่านประธานก็ไม่ให้โอกาสผมนะครับ ในที่สุดก็มีมติออกมาว่าเปึน ๓๐๗ ท่าน องค์ประชุมทั้งหมด ซึ่งมันไม่ครบ ไม่เกินกึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นญัตติอันนั้นถือว่าตกไปเลย ครับท่านประธาน มันก็จะแก้ไขไม่ได้ ไหน ๆ มันก็จะตกไปอยู่แล้ว พรุ่งนี้เสนอเข้ามาใหม่ เอามันให้ถูกต้องท่านประธาน ผมอยากจะช่วยเหลือท่านประธานให้สภาแห่งนี้ดําเนินการ ไปให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จะช่วยผมใช่ไหมครับ
ครับ
ยืนยันจะช่วยนะครับ
จะช่วยครับท่านประธาน
ไม่กลับคําพูดนะครับ
ครับผม
ฉะนั้นท่านเสนอตามข้อบังคับ ข้อ ๗๗ ให้ผมครับ
ข้อ ๑๗๗
ข้อ ๗๗ ครับ
ผมยังไม่ได้อ่านเลยท่านประธาน ขออนุญาตอ่านแล้วผมเสนอ เดี๋ยวขออ่านหน่อยครับ
เชิญครับ
เรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ พวกเราก็ทราบกันดีว่าในสภาแห่งนี้มีเหตุการณ์ชุลมุน
ท่านจะเสนอตามข้อบังคับ ข้อ ๗๗ หรือเปล่า
ท่านประธานครับ เนื่องจากความสับสนในการลงมติเมื่อสักครู่
ไม่ต้องสับสนอะไรแล้ว
ผมเสนอ ให้
เลิก เรื่องเก่าเลิก เอาเรื่องใหม่นี้
ผมเสนอ ให้มีการนับองค์ประชุมใหม่ครับ
ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๗
ใช่ครับ ท่านประธาน
มีผู้รับรองไหม
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ไม่ใช่นับ องค์ประชุมนะครับ นับใหม่นะครับ คุณต้องพูดให้ถูกครับ
ขอให้ นับใหม่ตามข้อ ๗๗ ครับท่านประธานครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ คุณชลน่าน จะเสนอไม่ให้นับใหม่อย่างนั้นใช่ไหมครับ ไม่ให้ใช้ใช่ไหมครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมทราบครับว่า ท่านประธานจะใช้ข้อ ๗๗ เป่ดรอเลยครับ ผมเป่ดรอเลย ท่านประธานครับ ผมอ่านให้ ท่านประธานฟังนะครับ เมื่อมีการออกเสียงลงคะแนนตามข้อ ๗๕ (๑) คือการเสียบบัตร ลงคะแนน ท่านประธานช่วยเอาผลขึ้นด้วยนะครับ ๑๐๗ แล้วไล่เลียงลงมา ถ้าสมาชิก ร้องขอให้มีการนับใหม่ ซึ่งมีครับ ขณะนี้ยื่นญัตติแล้ว โดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน รับรองถูกต้องครับ ก็ให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่ และให้เปลี่ยนเปึนวิธีการลงคะแนน ตามข้อ ๗๕ (๒) คือ การขานชื่อครับ ท่านประธานอ่านต่อครับ เว้นแต่คะแนนเสียงต่างกัน เกินกว่า ๒๕ คะแนน เน้นนะครับ ขีดเส้นใต้ด้วย เว้นแต่คะแนนเสียงต่างกันเกินกว่า ๒๕ คะแนน จะขอให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่ไม่ได้ครับ ท่านประธานเอาผลมาเลยครับ เห็นชอบ ๒๘๕ ท่าน ไม่เห็นชอบ ท่านประธานโชว์ผลเลยครับผมจะชี้ให้ดูครับว่า มันต่างกันเท่าไร ความหมายของมาตรานี้นะครับ นั่นหมายความว่าผมลงคะแนน ๒๘๐ ซีกโน้นลง ๒๘๕ นับใหม่ได้ครับ โดยการขานชื่อ ชอบด้วยข้อบังคับครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงครับ
แต่ขณะนี้คะแนน เสียงต่างกัน ๒๘๕ คะแนน ท่านจะนับใหม่หรือครับท่าน
ท่านชลน่าน ศรีแก้ว มีคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ประท้วง หมอต่อหมอประท้วงกัน เชิญครับหมอ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายที่จะทําให้สมาชิกทุกคน สับสนที่คิดว่าการเปรียบเทียบคะแนน นับคะแนนจากผู้เห็นชอบกับไม่เห็นชอบ ขณะนี้ ข้อกังขาคือองค์รวมครับท่านประธานครับ คือจํานวนสมาชิกของที่ประชุม ๓๐๗ ซึ่งสับสน กันอยู่ว่า จากเดิม ๓๑๑ เหลือ ๓๐๗ และมีท่านศุภชัย โพธิ์สุ ก็บอกว่า เนื่องจากตอนกดนั้น มีความสับสน เพราะว่ามีความขัดแย้ง มีเสียงดังอึงอัง เลยไม่แน่ใจว่าได้กดหรือไม่ เลยต้องการให้มีการนับใหม่ โดยอิงที่ ๓๑๑ เดิมครับ ไม่ใช่เปึนการเปรียบเทียบเห็นชอบ กับไม่เห็นชอบ ไม่อย่างนั้นประชาชนสับสนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ที่คุณหมอวรงค์พูดผมก็มีความเห็น อย่างนั้นครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ถ้าใช้ความเห็น อย่างนั้นใช้ข้อ ๗๗ ไม่ได้ครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมทักท้วง ท่านประธานครับ
คือเขากลัวประชาชนไขว้เขวไม่เข้าใจ
ผมอธิบายให้ฟังครับ ท่านประธานครับ การใช้ข้อ ๗๗ จะใช้ต่อเมื่อผลการลงคะแนนมีความต่างกันไม่เกิน ๒๕ คะแนนครับ มันมีข้อสงสัยแน่ใช้สิทธินับใหม่ได้เลย แต่เรื่องนี้ถือเปึนการลงคะแนน ที่สิ้นสุดไปแล้ว ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมท้วงท่านประธานแต่แรกครับ ถ้าท่าน ผนวกเรื่องนี้เข้าไปนะครับ ทําไมผมบอกลงคะแนนสิ้นสุด พอคะแนนออกท่านประธาน ประกาศคะแนน มีผู้มาลงคะแนน ๓๐๗ คะแนน ให้ความเห็นชอบ ๒๘๕ คะแนน ถือว่า รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ การประกาศคะแนนของท่านประกาศต่อสภาแห่งนี้ชัดเจนมี บันทึกการรายงาน ถึงแม้ท่านจะประกาศผิดว่าให้ความเห็นชอบ แต่จริง ๆ ท่านต้อง ประกาศว่าไม่ให้ความเห็นชอบ แต่ท่านประกาศว่าให้ความเห็นชอบ ท่านก็ผิดอีก จริง ๆ แล้วผมไม่ได้ว่าท่านนะครับ ท่านเหลือบดูนิดเดียวครับ คะแนน ๓๐๗ ท่านก็พัก การประชุมไปไม่ประกาศคะแนน ก็เรียกมาลงคะแนนใหม่ ทํากันบ่อยไปครับ แต่ท่าน ประกาศไปแล้วท่านต้องรับผิดชอบนะครับ จะมีการมานับใหม่ลงมติใหม่เพื่อให้ได้มา ซึ่งมติที่ไม่ชอบ ผมคิดว่าไม่ถูกต้องนะครับ
คือมันคลาดเคลื่อนครับ เมื่อมัน มีการคลาดเคลื่อนก็ต้องแก้ไขครับ
ผมฟัอง สมาชิก รัฐสภาแห่งนี้ต้องช่วยกันนะครับ ต้องช่วยกันทําให้ถูกต้องครับ
เชิญคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ ความจริงมันจบแล้วครับ เพราะว่ามีการเสนอ แล้วก็มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญคุณนิพิฏฐ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตใช้เวลาท่านประธานสัก ๒-๓ นาทีครับว่า เราต้อง ตั้งสติแล้วก็ยอมรับความจริงกัน ถ้าเราอยู่บนพื้นฐานของการไม่ยอมรับความจริง การประชุมในสภานี้จะเดินไปไม่ได้เลยครับ ผมขอความกรุณาท่านประธานได้ลําดับ เหตุการณ์อย่างนี้ครับ ก่อนที่จะมีการลงมตินั้น ท่านประธานได้กรุณาให้สมาชิกได้นับ องค์ประชุมด้วยการเสียบบัตรแล้วก็แสดงตน แน่นอนครับ ตอนนั้นการเสียบบัตรและ แสดงตนของสมาชิกนั้นองค์ประชุมครบแน่นอน อันนี้คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ แต่หลังจากองค์ประชุมครบแล้วท่านประธานก็ได้ขอมติดังที่ได้กระทําไปเมื่อสักครู่ครับ ระยะเวลาตั้งแต่การนับองค์ประชุมจนถึงการลงมติ ผมคิดว่าต่างกันไม่ถึง ๑ นาทีครับ ระยะเวลาที่ต่างกันไม่ถึง ๑ นาทีนั้นมันเกิดอะไรขึ้นครับ สมาชิกหายไปไหนตั้ง ๓๐-๔๐ คนครับ ซึ่งมันเปึนไปไม่ได้เลย นี่คือความเปึนจริงที่ปรากฏอยู่ ความเปึนจริงที่ ทุกคนต้องยอมรับในขณะนี้ก็คือ ผมขออนุญาตพูดตรงไปตรงมาก็คือ พรรคฝ์ายค้านไม่ได้ แสดงตนครับ
ประการที่ ๒ ครับ พรรคฝ์ายค้านไม่ได้โหวตในการลงมติเมื่อครั้งที่ผ่านมา ครับ นี่คือความจริง เราต้องยอมรับความจริงนี้ครับ ถ้าเราไม่ยอมรับความจริงนี้ การประชุมสภาจะดําเนินไปไม่ได้เลยครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเบื้องต้นข้อแรกครับ
ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้าเรายอมรับความจริงกันอย่างนั้น แล้วเรา ประชุมกันอย่างเป่ดเผยตรงไปตรงมาครับ ที่ท่านสมาชิกได้พูดเมื่อสักครู่ก็ถูกต้องครับ เสียงต่างกันไม่ถึง ๒๐ คะแนนนับใหม่ไม่ได้ จริงอยู่ครับ แต่ว่ารัฐสภาแห่งนี้เราก็มีสิทธิที่จะ งดเว้นข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งได้ครับ ผมก็มีสิทธิที่จะงดเว้นข้อบังคับที่ท่านสมาชิกพูดก็ได้ ครับ แต่ผมไม่พึงประสงค์จะทําอย่างนั้น ผมต้องการค้นหาความจริงโดยการปรึกษากับ ท่านประธานเสียเลยครับว่า ต่อไปนี้การนับองค์ประชุมครับ การเสียบบัตรการแสดงตน มันเปึนไปไม่ได้แล้ว ท่านนั่งอยู่แต่ท่านไม่แสดงตนนี่ครับ ใช้วิธีเก่าเถอะครับ นับรายบุคคล เลยครับ ให้เจ้าหน้าที่นับ ประการที่ ๑ นับองค์ประชุมโดยการนับหัวรายบุคคลที่นั่งอยู่ในที่ ประชุมแห่งนี้ครับ เรื่องที่ ๑ นะครับ เรื่องที่ ๒ เวลาลงมติต่อไปนี้นับเลยว่าใครลงมติรับ หรือไม่รับเท่าไรครับ อย่างนี้คือความจริงที่ปรากฏครับ ผมปรึกษาท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ผมจะฟังใครดีนี่
ท่านประธาน ผมขออนุญาตต่อเนื่องนิดเดียวครับ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปราย ผมมีตัวอย่าง ท่านประธานครับ คือคะแนนมันปรากฏแล้ว คือผมไม่ได้งอแงต่อรัฐสภาแห่งนี้นะครับ เราเคยลงคะแนนเลือก คะแนนลับด้วยนะครับ กรรมการ ป.ป.ท. ส่งให้วุฒิสภา วุฒิสภา ตีกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรครับ บอกว่าวิธีการดําเนินการของสภาผู้แทนราษฎรไม่ชอบ ไม่ชอบเพราะอะไรครับ เพราะว่าการลงคะแนนแต่ละคน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ
คะแนนรวมที่ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่ง เขาเอาตรงนั้นเปึนเกณฑ์ครับ คือองค์ประชุมท่านจะ ตรวจสอบไปไม่เปึนไร แต่ว่าองค์ประชุมที่ปรากฏที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือ ให้คนวินิจฉัย
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ หมอชลน่านครับ หมอวรงค์ประท้วงครับ หมอกับหมอประท้วงกันบ่อย เมื่อไรจะหยุดประท้วงกันสักที เชิญครับ
ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานแล้วก็ถือเปึนการหารือด้วย ผมทราบมาว่าท่านที่กําลังอภิปรายไม่ได้ แสดงตนอยู่ในที่ประชุมสภา ผมเกิดความรู้สึกว่าผมกลัวว่าจะเปึนเงาของคนบางคนมา อภิปราย ผมจะปรึกษาประธานนะครับว่าคนไม่แสดงตนอยู่ในห้องประชุมมีสิทธิที่จะพูด หรือไม่ ผมว่ามันขัดแย้งกันอยู่นะครับท่าน ดังนั้นท่านต้องแสดงก่อนว่าเมื่อสักครู่นี้ ท่านแสดงตนในที่ประชุมหรือไม่
พอแล้วล่ะคุณวรงค์ หมอพอแล้ว
ไม่อย่างนั้นมันไปกันใหญ่ท่านประธานครับ
สิทธิ เอกสิทธิ์ครับ
ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ ถ้าท่านประธานพูดคํานี้ ผมจะใส่กลับไปแล้ว แต่ว่าท่านประธานพูด แล้วผมจบครับ เอกสิทธิ์ของสมาชิกครับ แล้วก็ท่านสุนัยพูดชัดเจนครับว่ากระบวนการ ไม่ชอบเราจะขอไม่ลงมติ บันทึกสภาชัดเจน ผมกลับมานิดเดียวครับท่านประธาน ถ้าท่านยอมนะครับว่าการลงคะแนนไปเมื่อสักครู่มันสิ้นสุดไปแล้ว ก็ต้องยอมรับไป ตามนั้นครับ กรุณาอย่าตะแบงเลยครับ ผมฟัองท่านสมาชิกวุฒิสภาด้วย ขอให้ลงใหม่ นะครับ ท่านก็ไม่เห็นชอบด้วย เพราะว่ามันผ่านกระบวนการการลงคะแนนไปแล้ว ๓๐๗ ท่านบอกว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบ แต่มีองค์ประชุมไม่ถึงกึ่ง ข้อบังคับเขียนชัดเจนครับ ต้องกึ่งหนึ่ง ๓๑๑ คะแนน เห็นชอบแค่ ๒๐๐ คะแนน ก็ผ่านแล้วครับท่านประธานครับ เอาเสียงข้างมากขององค์ประชุม เพราะฉะนั้นผมขอร้องท่านประธานครับ ขอให้พิจารณา เถอะครับ ถ้าท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๗ ผมแสดงให้ท่านเห็นแล้วว่ามันใช้ไม่ได้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน เดี๋ยวผมจะได้พูดต่อ
เชิญ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง แสดงความคิดเห็น เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต
เดี๋ยวคุณธนาค่อยต่อครับ เดี๋ยวให้ คุณอภิวันท์ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดนนทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตกราบเรียนบรรยากาศ เมื่อสักครู่นี้ครับว่าเราได้มีการลงมติไปแล้ว แต่เผอิญองค์ประชุมนับได้ทั้งหมด ๓๐๗ ท่าน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม เมื่อไม่ครบองค์ประชุมก็เสมือนกับว่าการลงมติเมื่อสักครู่นั้น ถือเปึนโมฆะ แต่อย่างไรก็ตามทางออกในการดําเนินงานนั้น เมื่อการลงมติสักครู่นี้ เปึนโมฆะ ท่านประธานสามารถให้มีการลงมติใหม่อีกครั้งหนึ่งได้ ส่วนผลการลงมติ จะเปึนเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับสมาชิก ก็อยากจะกราบเรียนครับว่าก็เปึนสิทธิของฝ์ายค้าน เช่นเดียวกันนะครับที่จะลงคะแนนหรือจะไม่ลงคะแนน เมื่อไม่เห็นพ้องต้องกันกับสิ่งที่ รัฐบาลเสนอมา เพราะฉะนั้นทางออกตอนนี้ก็คือควรจะต้องมีการลงมติใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ ไม่ใช่เปึนการนับองค์ประชุมใหม่ครับ คือไม่ต้องใช้ข้อบังคับละครับ เพราะถือได้ว่าการลงมติ เมื่อสักครู่นั้นเปึนโมฆะ เสมือนยังไม่มีการลงมติครับ
มันไม่โมฆะละครับท่านรองประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ
มันสรุป ไม่ได้ครับ เพราะว่าด้วยสาเหตุว่าองค์ประชุมไม่ครบ
คือมันมีการคลาดเคลื่อนครับ
เมื่อองค์ประชุมไม่ครบก็แสดงว่าการลงมติเมื่อสักครู่นี้นั้นไม่ถูกต้องครับ
มันคลาดเคลื่อนครับ ผมก็ขอ ความกรุณาดําเนินการเพื่อให้มันครบจริง ๆ หรือถ้าไม่ครบจะได้ป่ดประชุมครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ
มีอะไรตะโกนโวย ๆ
ขอหารือครับ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ครับ
เดี๋ยวครับ คุณนั่งก่อน เดี๋ยวผมจะให้ ท่าน ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ได้พูดต่อไปครับ เชิญคุณธนา ชีรวินิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่าเราคง ต้องทําเหมือนกับที่ท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ได้พูดไป ก่อนหน้านี้ ก็คือเราต้องตั้งสติให้ดี แล้วก็นึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็นําเอา ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาพิจารณาว่ากระบวนการนั้นเปึนอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าก่อนที่จะมีการลงมตินั้นท่านประธานได้ตรวจสอบ องค์ประชุม ซึ่งองค์ประชุมนั้นได้ครบตามข้อบังคับการประชุมสภา และในห้วงเวลา เดียวกันท่านประธานก็ได้มีมติให้ที่ประชุมแห่งนี้ลงมติในระเบียบวาระที่ได้มีการพิจารณา ซึ่งประเด็นที่เกิดขึ้นมีประเด็นต้องพิจารณาตรงนี้เท่านั้นเองครับ เนื่องจากคะแนนที่ปรากฏนั้นมีคะแนน ๓๐๗ คะแนน ต่างจากคะแนน ๓๑๑ คะแนนใน ตอนทดสอบองค์ประชุม ประเด็นก็คือว่า เมื่อมีคะแนนในการลงมติออกมา ข้อบังคับ การประชุมสภานี้เขาเขียนไว้ชัดเจนครับว่า ในการลงมติแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเปึนการ ตรวจสอบองค์ประชุมหรือการลงมติใด ๆ ก็ตาม มันมีโอกาสที่มีความผิดพลาด คลาดเคลื่อนได้ เพราะฉะนั้นสิทธิของที่ประชุมแห่งนี้ เมื่อมีความสงสัยว่าการลงมติใน เรื่องใดก็ตามอาจจะมีความผิดพลาด ก็สามารถใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๗๗ ขอให้ที่ประชุมมีการลงมติใหม่ แต่มีข้อจํากัดไว้อยู่ประเด็นเดียวครับว่า ในการขอ นับคะแนนใหม่นั้น คะแนนที่ขอนับที่แตกต่างกันนั้นจะต้องไม่เกินกว่า ๒๐ คะแนน ซึ่งตรง ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอต่อที่ประชุมตามข้อ ๗๗ เพราะองค์ประชุมเดิมที่กําหนดไว้ในตอนแรก ๓๑๑ เสียง แต่องค์ประชุมใหม่ที่ทําให้เกิดมี ปัญหาว่าจะสามารถดําเนินการประชุมต่อไปได้หรือไม่ ที่อยู่ที่ ๓๐๗ เสียงนั้น ต่างกัน ประมาณ ๔ เสียง ซึ่งเปึนไปตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๗๗ นั่นก็คือคะแนนเสียง ที่แตกต่างกันนั้นไม่เกิน ๒๕ คะแนน จึงขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๗๗ ขอให้ ลงคะแนนเสียงใหม่ได้ แตกต่างจากที่ท่านขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ที่ท่าน ได้เทียบเคียงเหตุการณ์เมื่อมีการลงมติ ป.ป.ท. การลงมติ ป.ป.ท. ในครั้งนั้น เนื่องจาก ปรากฏตามหลักฐานว่าองค์ประชุมไม่ครบ และกระบวนการเลือกตั้งได้สิ้นสุดลงแล้ว ไม่ได้มีการขอให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งกระบวนการการขอนับคะแนนใหม่นั้นยังอยู่ในวาระ การประชุมนี้อยู่ และสามารถที่จะทําและทดสอบให้เห็นว่า องค์ประชุมนี้ครบหรือไม่ครบ นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานได้วินิจฉัยถูกต้องแล้วครับว่า การที่สมาชิกใช้ข้อบังคับ ข้อ ๗๗ เพื่อขอให้นับคะแนนใหม่นั้นทําได้ ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมว่าท่านประธานได้มีการประกาศไปแล้วนะครับ เรื่องการลงมติ การลงคะแนน ถ้าท่านยังกลับมาวกวนอย่างเดิมอีก ผมว่าความน่าเชื่อถือ ของท่านประธานจะมีปัญหาแน่นะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตามอยู่ในทาง สถานีวิทยุรัฐสภา ได้โทรบอกผมมานะครับว่าการลงมตินั้นได้เสร็จสิ้นไปแล้วนะครับ
ให้เขาเชื่อถือท่านก็แล้วกันครับ ไม่ต้องเชื่อถือผมละครับ ผมก็พยายาม พอแล้วกระมังคุณชลน่าน ประเด็นของท่าน มากเหลือเกินนะครับ ยาหลายขนานรักษาไม่หายเลย เชิญครับ
ถ้าท่านเชิญผม ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม ชลน่าน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ด้วยความ เคารพท่านประธานครับ ผมพยายามชี้ประเด็นนําเสนอในข้อบังคับให้ท่านประธานได้ พิจารณา ให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณา ประเด็นท่านธนาครับ ผมขอบคุณท่าน ที่ช่วยชี้แนะ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ประเด็นท่านธนาเอาผลการสอบองค์ประชุมมา เทียบกับการลงมติ ผมเน้นนะครับ ครั้งหลังนี่คือการลงมติครับ แต่ครั้งแรกสุดก็คือ การสอบองค์ประชุม ไม่ใช่การลงมติ ถ้าท่านจะเอาการสอบองค์ประชุมมาเทียบกับการ ลงมติ มันคนละประเด็น คนละเรื่องกันครับ ถ้าท่านจะแปลความเอาอย่างนั้น เพื่อให้สภา แห่งนี้ผ่าน ก็แล้วแต่ท่าน แล้วแต่รัฐสภาแห่งนี้จะพิจารณา แต่สิ่งที่ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ การลงมติก็คือ การลงมติในประเด็นต่าง ๆ ที่เราพิจารณากันอยู่ ท่านต้องยอมรับนะครับ ๓๐๗ นี้เปึนการลงมติว่ารัฐสภาแห่งนี้จะให้ความเห็นชอบกับ หนังสือสัญญาที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาหรือไม่ เพราะผลมาเปึนอย่างนี้ ก็สรุปได้ อย่างเดียวครับ คือรัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบ เทียบกันไม่ได้ครับ จะบอกว่าต่างกัน ๔ คะแนน มันไม่ใช่
ก็ไปเรื่องเดิมนะครับ
นี่ความเห็นผม นะครับ
ก็ไปเรื่องเดิมนะครับ หมุนไปหมุนมา
ความต่างนี่ หมายความต่างของการรับหรือไม่รับครับ ไม่ใช่ว่าความต่างขององค์ประชุม ไม่เกี่ยวครับ แล้วยิ่งท่านประธานได้ประกาศผลไปแล้วด้วยนี่ ก็ถือว่าต้องเปึนที่สิ้นสุด
พอแล้วครับ ไม่ต้องซ้ําละครับ เรื่องประกาศผลครับ
ท่านประธานต้อง วินิจฉัยอันนี้ให้จบครับ จะได้ไม่มีข้อถกเถียงกันครับ
พอแล้วครับคุณหมอครับ ให้คนอื่น บ้างครับ คุณจุมพฏก็ไม่ค่อยสบาย อยากจะพูดอยู่นานแล้วครับ เชิญครับ
กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเพื่อจะเปึนประโยชน์ต่อรัฐสภา โดยความคิดเห็น ของกระผมนั้นจะมิได้ผูกพันกับความเห็นของพรรคหรือมติพรรค
ท่านประธานครับ ประเด็นที่จะพูดหรือพิจารณาในขณะนี้ก็คือ องค์ประชุม กับการลงมติ ท่านประธานครับ ในขณะที่ตรวจสอบองค์ประชุมนั้น กับการลงมตินั้น เปึนคนละเวลา คนละวินาทีกัน ท่านประธานครับในขณะที่ท่านตรวจสอบองค์ประชุม องค์ประชุมอาจจะครบ แต่ในขณะที่ลงมติ องค์ประชุมอาจจะไม่ครบหรือครบก็ได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสักครู่นี้เมื่อท่านตรวจสอบองค์ประชุมก็มีเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นนิดหน่อย ผมจะไม่เอ่ยถึง อาจจะมีสมาชิกบางท่านไม่ต้องการอยู่ในความวุ่นวายก็เดินออกจาก ห้องประชุม พอลงมติในขณะนั้น ในขณะที่ลงมติองค์ประชุมจึงเกิดการไม่ครบขึ้นมาได้ ในความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญผมใช้สามัญสํานึกครับ ผมไม่ใช้ข้อบังคับและไม่ใช้ หลักกฎหมาย หลักกฎหมายเขาบอกว่า สามัญสํานึกไม่ใช่เรื่องของธรรมดาสามัญ ท่านประธานครับ ในความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญผมมีความเห็นและตีความว่า องค์ประชุมและการลงมติในวินาทีเดียวกันนั้นองค์ประชุมจะต้องครบ การลงมตินั้นจึงจะ สมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อท่านตรวจสอบองค์ประชุมครบ แต่พอลงมติมีคนที่ลงคะแนน ๓๐๗ คน แสดงว่าในขณะนั้นองค์ประชุมไม่ครบ ความเห็นของกระผมเห็นว่า การลงมตินั้น จึงยังไม่สมบูรณ์ ท่านควรสั่งให้ลงมติใหม่ ถ้าผู้ลงมตินั้นจํานวนครบตามองค์ประชุม การลงมติจึงจะสมบูรณ์ตามกฎหมาย ส่วนผลของการลงมตินั้นจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้นเปึน คนละประเด็นกัน ผมเห็นว่าถ้าท่านประธานสั่งให้ลงมติใหม่ แล้วนับเอาผู้ลงมตินั้น ว่าครบองค์ประชุมในวินาทีเดียวกันนั้นหรือไม่ นั่นจึงจะสมบูรณ์ ผมขอเสนอความคิดเห็นว่า ให้ท่านสั่งให้ลงมติใหม่ครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณมากครับที่ให้ ความคิดเห็นที่ดีครับ เพื่อความปรองดอง ๒ ฝ์าย เชิญท่านอภิวันท์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอกราบเรียนยืนยันความคิดเห็นเดิม ซึ่งสอดคล้องกับท่าน ส.ส. จุมพฏนะครับ ขอเรียนอย่างนี้ครับว่ามีสมาชิกบางท่านให้ใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๗๗ ซึ่งเจตนารมณ์ของข้อบังคับ ข้อ ๗๗ นั้นมีไว้ให้เพื่อการลงมติที่มีผล สมบูรณ์แล้ว แล้วมีคะแนนที่แตกต่างกันไม่เกิน ๒๐ คะแนน อันนั้นเปึนการแก้ความสงสัย ครับว่ามีข้อผิดพลาดในการลงมติหรือเปล่า แต่ในกรณีนี้ เนื่องจากในระหว่างการลงมติ นั้นมีผู้มาลงมติทั้งหมด ๓๐๗ ท่าน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม เพราะฉะนั้นการลงมติที่ ผ่านมาถือเปึนโมฆะ เพราะฉะนั้นก็มีความจําเปึนจะต้องให้เพื่อนสมาชิกท่านใดท่านหนึ่ง ลุกขึ้นมาเสนอให้มีการลงมติอีกครั้งหนึ่งครับ ไม่ใช่ว่าลงมติใหม่ เพราะถือว่าเมื่อสักครู่นี้ ยังไม่ได้มีการลงมตินะครับ ส่วนผลการลงมติเปึนเช่นไร เราก็จะต้องควบคุมองค์ประชุม ให้ครบองค์ประชุมด้วย เปึนข้อเสนอที่เห็นด้วยกับคุณจุมพฏนะครับ
ขอบพระคุณครับ เชิญคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ท่านตรวจสอบองค์ประชุมท่านก็ไม่ได้ขึ้นจอว่ามี ๓๑๑ เสียงในสภา ผมไปเอา ข้อมูลมามี ๓๑๒ นะครับ ผมขอเตือนนะครับ ห้องคอมพิวเตอร์นะครับ ฟังผมไว้นะครับ อย่ามั่วนะครับ ที่ห้องคอมพิวเตอร์อย่ามั่วนะครับ เพราะว่านายประชา ประสพดี ไม่ได้ แสดงตนนะครับ มาแสดงตนไม่ทัน แต่ก็มีชื่อว่าได้มาแสดงตน มันคืออะไรครับ
แสดงว่ามาแสดงตนครับ คือท่านมา อยู่มาประชุม ท่านเจตนาบริสุทธิ์ท่านมาในฐานะผู้แทนราษฎร
ท่านไม่ได้กดครับ มากดไม่ทันครับ แต่ก็มีชื่อขึ้นมาในเอกสารฉบับนี้ มันผิดพลาดได้ อย่างไรครับท่านประธาน ผมไม่แน่ใจว่าครั้งก่อน ๆ เปึนแบบนี้หรือเปล่า แล้วท่านรองประธานอภิวันท์ วิริยะชัย ผมขออนุญาตเอ่ยนาม และท่านประธานด้วย และท่านจุมพฏด้วย ท่านจะมาใช้สามัญสํานึกได้อย่างไรครับ ข้อบังคับข้อไหนครับ ถ้าเกิดว่า มีการลงมติไปแล้ว แล้วประธานประกาศรับรองแล้วนี่นะครับ
คุณจุมพฏประท้วงครับ คุณพิเชษฐ์ ครับ เชิญคุณจุมพฏประท้วงอะไร
ท่านประธานที่เคารพ ผมใช้สิทธิพาดพิงทีหลังครับ เมื่อเขาอภิปรายจบ ผมจะใช้สิทธิ พาดพิงครับ ไม่ได้ประท้วงครับ
ถ้าไม่ประท้วงก็นั่งลงครับ
ผมใช้สิทธิ พาดพิงนะครับ แล้วเมื่อท่านที่อภิปรายอยู่พูดจบแล้ว ผมขอพูดครับ
มันจะเสียเวลามากนะครับคุณจุมพฏ
คือผมต้อง ชี้แจงครับ ผมเสียหายนะครับ
ถ้าอย่างนั้นก็นั่งลงก่อนครับ เชิญ คุณพิเชษฐ์ เอาสัก ๑ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านใช้ข้อบังคับข้อไหน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประชุม รัฐสภาใช้สามัญสํานึกได้หรือครับ ท่านลงมติไปแล้ว ท่านรับรองไปแล้ว แล้วจะกลับมา ลงมติใหม่ ดังนั้นถ้าเกิดว่าในช่วงที่เราลงคะแนนกันองค์ประชุมไม่ครบ ท่านก็กลับมา ลงใหม่ ลงใหม่อย่างนี้หรือครับ นี่คือมาตรฐานของรัฐสภาไทยหรือครับ ท่านประธานต้อง หาทางออกเหมือนที่ท่านสุนัยได้แนะนํา เหมือนที่หลาย ๆ ท่านได้แนะนําว่าสมควรที่จะ ป่ดประชุมไปก่อน แล้วก็เอาเรื่องเข้ามาใหม่ จริง ๆ แล้วท่านประธาน ผมด้วยความเคารพครับ ท่านดื้อ จริง ๆ แล้วพิจารณาเปึนเรื่อง ๆ ไปที่ผมท้วงติงเมื่อวานก็จบไปแล้ว แต่ท่านก็ยัง รวมอยู่
ผมไม่ได้ดื้ออะไรเลยครับ ผมฟัง ผมไม่ได้ดื้อ
ด้วยความเคารพครับท่านประธาน อย่างไรท่านป่ดประชุมไปก่อนก็ได้ครับ ขอบคุณครับ
คนอื่นเขาไม่ให้ป่ด ท่านสั่งป่ด คนเดียว เขาคงไม่ยอมละครับ เชิญท่านจุมพฏ เดี๋ยวครับ ท่านอาคมมีชื่ออยู่แล้วครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา การประชุมต้องใช้ข้อบังคับข้อประชุม ใช่ แต่เมื่อสักครู่นี้ผมกําลังบอกว่าการตีความข้อบังคับหรือการตีความกฎหมายนั้นผมใช้ สามัญสํานึกในการตีความ และผมพูดว่าสามัญสํานึกไม่ใช่เรื่องของคนธรรมดาสามัญ คนธรรมดาสามัญบางครั้งไม่มีสามัญสํานึกครับ ท่านประธานครับ ผมใช้สามัญสํานึกของ การเปึนผู้แทนราษฎร ผมใช้สามัญสํานึกของการทํางานเพื่อพี่น้องประชาชน
พอเข้าใจแล้วครับ พอแล้วคุณจุมพฏ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่าน ผมเสียหายนะครับ
ไม่เสียหายละครับ
ที่นี่ประชุม รัฐสภา ผมก็บอกแล้วว่าผมไม่ได้ใช้มติพรรคและไม่ได้ผูกพันกับพรรค แต่ผมต้อง เอ่ยชื่อพรรค เพราะผมสังกัดพรรคนี้
บันทึกไว้ ไม่เปึนไรครับ ไม่เปึนไร
ท่านประธานครับ ทีนี้ผมขอแสดงความคิดเห็นว่า ผมกําลังตีความว่าเรื่ององค์ประชุมนั้น ต้องตรวจสอบในวินาทีเดียวกันกับลงมติครับ นี่คือความเห็นที่ผมตีความจากคําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะตีความกฎหมายระดับนี้ต้องใช้สามัญสํานึกในการตีความ หมายความว่าขณะที่ลงมติ องค์ประชุมจะต้องครบด้วย ถ้าองค์ประชุมไม่ครบในขณะลงมติ ถือว่าการลงมตินั้นยังไม่สมบูรณ์ เพราะเปึนการลงมติในขณะที่องค์ประชุมไม่ครบ แต่เมื่อองค์ประชุมครบแล้ว ในขณะที่สมาชิกกดเข้าไปในปุ์มเพื่อลงคะแนนนั้น ถ้าองค์ประชุมครบ ส่วนมตินั้นจะออกมาว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบตามญัตติหรือไม่ เปึนอีกเรื่องหนึ่ง เปึนเรื่องของผลครับ
เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับ เชิญคุณอาคม เอ่งฉ้วน ครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมคิดว่าที่ท่านประธาน ดําเนินการมานั้นชอบแล้ว เพราะว่าขอให้ท่านประธานกรุณาดู ข้อ ๒๕ นะครับ ข้อ ๒๕ เขียนว่า ประธานมีอํานาจปรึกษาหารือที่ประชุมในปัญหาใด ๆ กําหนดวิธีการตรวจสอบ องค์ประชุม สั่งพักการประชุม เลื่อนการประชุม หรือเลิกการประชุมได้ตามที่เห็นสมควร เพราะฉะนั้นเมื่อประธานเห็นว่าคะแนนที่ออกมานั้นห่างกันเพียงประมาณ ๑-๒ นาที ประธานเห็นว่าไม่ครบองค์ประชุม ประธานก็ชอบที่จะให้โหวตใหม่ได้ เพราะฉะนั้น ข้อ ๒๕ นี้เปึนข้อบังคับที่ให้อํานาจท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าที่ท่านสมาชิก
ท่านก็ต้องเสนอมาสิครับว่า ให้นับใหม่
ผมเลยขอเสนอ ให้ท่านประธานปฏิบัติตาม ข้อ ๒๕ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ก็ต้องถอนละครับ คนแรกที่นับใหม่ ต้องถอนครับ ถ้าอย่างนั้นก็มีญัตติ ๒ ญัตติซ้อน
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา จากข้อบังคับ ข้อ ๗๗ ที่ผมได้นําเสนอต่อที่ประชุม และที่ประชุมได้รับรองแล้วนั้น ความเข้าใจอาจจะ แบ่งกันเปึน ๒ ส่วน ทั้งเรื่องของการตรวจสอบองค์ประชุมและเรื่องของความต่างในเรื่อง ของมติ
เข้าใจครับ เข้าใจ
ถ้าความ ต่างตรงนั้นแล้วทําให้ที่ประชุมสับสน ผมขอถอนครับ ท่านประธานครับ
ครับ ถอนคําเดียวก็หมดเรื่องครับ
ท่านประธาน ผมประท้วงท่านประธานครับ
ครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับท่านครับ
ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ๒ มาตรฐาน
ก็จะกี่มาตรฐานผมก็ไม่ว่าละครับ ท่านว่าไปเถอะ
ท่านประธานบอกว่า ญัตติซ้อนญัตติให้ถอน และกรอบพิจารณา ๔ กรอบนี้เรื่องเดียวกัน พวกผมบอกว่าคนละเรื่อง ท่านประธานก็บอกให้เสนอซ้อนกันเข้าไปได้ ท่านประธาน ๒ มาตรฐานนะครับ ที่ท่านประธานบอกให้ผมไปพิจารณา
พอแล้วครับ ฟังท่านมามาก พอสมควรแล้วครับ คะแนนเชียงใหม่ล้นเหลือแล้วครับ พอแล้ว
ไม่ได้ครับ ท่านประธานขออนุญาต
ผมไม่อนุมัติครับ หยุดเถอะครับ เพราะว่าเสียเวลาไปมากแล้วครับ
นิดเดียวท่านประธาน
มันไม่นิดหรอก คุณน่ะยาว
เพราะท่านประธานบอกให้ผมว่า ข้อ ๗๗ ให้ไปอ่านแล้วดูว่าเสนอได้ไหม
เดี๋ยวนี้เขาถอนแล้ว
ผมอ่านแล้วไม่ได้ครับ ก็มันผิดข้อบังคับท่านประธาน
เขาถอนแล้ว
ต้องบอกให้พี่น้องประชาชนได้ ก็นั่นมันผิดมันถึงต้องขอถอนครับท่านประธาน ถ้าไม่ผิด จะถอนทําไมครับ
ก็ถอนแล้วก็แล้วไปสิ
เดี๋ยวจะเสียหายว่า ข้อ ๗๗ ที่ท่านประธานบอกให้ผมเสนอนั้นมันไม่ถูกต้องครับ ผมอ่าน เรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณครับ
ครับ คุณชินวรณ์ว่าอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าในที่ประชุมกําลังจะได้ข้อยุติแล้ว โดยข้อเสนอ ความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในสภาที่ว่าการลงมติที่ผ่านมายังไม่สมบูรณ์ เมื่อผู้เสนอให้ใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๗๗ ขอถอนแล้ว ผมขอกราบเรียนท่านประธานได้กรุณาตรวจสอบ องค์ประชุมและดําเนินการนับคะแนนใหม่ตามลําดับ ขอเรียนเชิญครับ
ผมก็ถือที่คุณอาคมเขาเสนอ เมื่อสักครู่นะครับ ผมขอดําเนินการต่อไปครับ ผมจะไม่ให้อภิปรายแล้ว ท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมครับ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมให้แน่นอนครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ
ผมไม่ให้พูดแล้วครับ พอแล้วครับ ท่านสุนัยที่เคารพ พอแล้วครับ
กระผม ขออนุญาตนิดเดียวครับ คืออย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผมจะไม่ขัดขวางในการ ดําเนินการ แต่จะขอให้สร้างบรรทัดฐานอย่างหนึ่งครับท่านประธานครับ
พอแล้วครับ คุณสุนัยครับพอแล้วครับ
มิได้ครับท่าน ตอนเช็กองค์ประชุมนะครับ
ขอร้องเถอะครับ ขอร้องเถอะครับ ๆ
ท่านประธานครับ ผมยกมือไหว้จริง ๆ คืออย่างนี้ครับ เวลาเช็กองค์ประชุมนี่ครับ มันเกิดขึ้นหลายครั้งท่านประธานครับ คือไม่โชว์ตัวเลขครับ
ต่อไปจะให้โชว์แล้วครับ
คือท่านประธานไม่โชว์ครั้งแรก แล้วท่านก็บอกครบ มันก็เลยเกิดปัญหา
ขอบคุณครับ
ลักษณะ การปฏิบัติอย่างนี้มันเกิดขึ้นหลายครั้งเต็มที อยากจะขอให้ท่านประธานวางเกณฑ์ เถอะครับ เป่ดกันตรงไปตรงมาเลยครับ ไม่ครบก็ไม่ครบ ให้รอก็ให้รอกันไปนะครับ ท่านประธานครับ
ครับ จะปฏิบัติตามครับ จะปฏิบัติ ตามครับ
แล้วไม่ขัดขวางอะไรละครับ ท่านประธานครับ เพราะอยากจะเห็นการดําเนินการที่ราบรื่นครับ
ครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านสมาชิกครับ ท่านสมาฃิกรัฐสภาที่เคารพครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนเลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่ต้องดูให้แน่นอนนะก่อนที่จะ ส่งผลอะไร ต้องเอาตามที่คุณสุนัยพูดเมื่อสักครู่นะครับ เพื่อไม่ให้มีปัญหา เชิญครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมนะครับ ทางพรรคเพื่อไทยก็กรุณากดด้วยนะครับ เพราะถือว่าท่านได้ช่วยกันแก้ไขกรอบต่าง ๆ นะครับ ส่วนในการโหวตนั้นท่านจะรับ หรือไม่รับมันเรื่องของสิทธิ เอกสิทธิ์ของท่าน แต่ได้อยู่ในห้องประชุมช่วยกรุณากดด้วยว่า ให้มันครบองค์ประชุม คือสื่อเขาได้วิพากษ์วิจารณ์เรามากมายก่ายกองเหลือเกิน ขอความ กรุณาเถอะครับท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนแล้วนะครับ ถ้าเสียบบัตรแสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ เชิญครับเร็วหน่อยครับ อย่าวิ่งครับ ไม่ต้องวิ่ง เดี๋ยวล้มครับ ท่านสุนัยกดบัตรหรือยังล่ะ คือผมจะเอาวันนี้แหละ
ท่านประธานครับ ท่านประธานเรียกผมเอง ผมกราบเรียนท่านอย่างนี้ครับ เนื่องจาก การประชุมมันไม่ชอบมาตั้งแต่ต้น ญัตติซ้อนญัตติเราจะฟัองศาลรัฐธรรมนูญครับ เลยแสดงตนไม่ได้ครับ ขอประทานโทษครับ
ขอบคุณมากครับ ถ้าท่าน ไม่อภิปรายผมก็ยิ่งดีใจครับ จะได้สบายขึ้นครับ
แต่การอภิปรายเปึนสิทธิที่จะต้องท้วงติงรัฐบาลเพื่อให้เกิดสติในการบริหารประเทศ คนละเรื่องกันนะครับ ท่านประธานครับ
มันก็เรื่องเดียวกันละครับ
แต่คนละ เรื่องเดียวกันมารวมกันได้นะท่านประธานครับ
เมื่อเสียบบัตรเสร็จแล้วนะครับ แสดงตน เสร็จแล้ว โปรดส่งผลครับ มีสมาชิกที่กดบัตรที่จะส่งไปตามจังหวัดต่าง ๆ ๓๒๘ ท่าน นะครับ ที่กดบัตรแสดงตนที่ห้องประชุม ที่มีผู้แทนราษฎรและ ส.ว. รวมกัน ๖๐๐ กว่าท่าน นะครับ มาอยู่ในห้องประชุมขณะนี้ ๓๒๘ ท่าน แล้วก็ได้โชว์ถูกต้องแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ถ้าท่านจะโชว์ส่งไปตามต่างจังหวัดจริง ๆ ขอให้เขียนชัดเจนด้วยนะครับ เราไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินและขึ้นภาษีนะครับ
พอแล้วครับ
เขียนให้ ชัดเจนนะครับท่านครับ ท่านจะส่งไม่ว่าครับ
เอกสิทธิ์ของท่านครับ พอแล้วครับ
ขอบพระคุณมากนะครับ ต้องเขียนให้ชัดเจนว่าเราไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีของรัฐบาลนี้ครับ
ครับ เรื่องของท่าน ต่อไปผมจะถาม มตินะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบตามร่างพิธีสารฉบับที่ ๓ เพื่อแก้ไขสนธิสัญญาไมตรีและ ความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็กดปุ์ม งดออกเสียง เชิญ ใช้สิทธิท่านครับ เพราะว่าครบองค์ประชุมแล้ว เชิญครับใช้สิทธิ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว ไม่มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธินะครับ เชิญแสดงผล ท่านสมาชิก ๓๒๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี
๓๐๒ ท่านครับท่านประธานครับ ท่านอ่านผิดครับ หวังดีต่อรัฐบาลจริง ๆ ๓๐๒ ท่าน ครับท่าน ไม่ใช่ ๓๐๐ ท่าน ถ้วนครับ
เห็นด้วย ๓๐๒ ท่าน ชัดไหมครับ ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ก็ถือว่าร่างพิธีสาร ฉบับที่ ๓ เพื่อแก้ไขสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านนะครับ
๒. กรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จาก ต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๒ ซึ่งทางรัฐบาลได้แถลงแล้วนะครับ ต่อไปท่านใดที่จะอภิปราย เชิญได้ครับ มีแต่ทาง ส.ว. นะครับ ทางฝ์ายค้านไม่มีนะครับ เชิญท่านอนุรักษ์ นิยมเวช อภิปรายครับ
ท่านประธานครับ ฝ์ายค้านมีนะครับ ฝ์ายค้านมีอภิปราย เสนอชื่อแล้วครับ
เชิญอภิปรายเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ในกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ผมมีข้อสังเกตในตัวการกู้เงินดังกล่าวประมาณ ๖ ข้อ ในการกู้เงินดังกล่าว
ข้อสังเกตประการแรกก็คือว่า การกู้เงินของรัฐบาลในเรื่องโครงการ ๓ โครงการดังกล่าว เปึนไปตามกรอบวินัย การเงิน การคลัง หรือเปล่า แล้วก็ก่อให้เกิด ประโยชน์ทางเศรษฐกิจในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างไรในโครงการ ทั้ง ๓ โครงการนี้ โดยเฉพาะในการกู้เงินดังกล่าว ได้มีการระบุเหตุผลในการกู้ของโครงการ ไว้ว่าเปึนการกู้เงินเพื่อการลงทุนในเงินต่างประเทศ และมีการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยี พอดีผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ผมดูแล้วในโครงการทั้ง ๓ โครงการ บางโครงการก็ไม่มีความจําเปึนจะต้องใช้ใน ลักษณะของตัวเงินตราต่างประเทศ มีบางโครงการ อย่างเช่น ในเรื่องของอาจจะใช้เงินกู้ใน ประเทศไทยก็ได้ หรือเรื่องการถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี เท่าที่ผมดูเอกสารประกอบ ของการกู้เงิน นะครับ ดูแล้วมีเฉพาะโครงการในเรื่องของการปรับปรุงกิจการน้ําประปาที่มี ในเรื่องของเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ์น แต่โครงการอันอื่น ๆ อาจจะไม่มีความจําเปึน ในแง่ของการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นเลยกราบเรียนว่าความจําเปึนในเหตุผล ในการกู้ที่เขียนโดยรวมมานี้ อาจจะต้องแยกพิจารณาเปึนรายโครงการว่ามีความจําเปึน อะไรนะครับ
ข้อสังเกตประการที่ ๒ การเลือกแหล่งทุนของรัฐบาลในการกู้ยืมเงิน นี่นะครับ รัฐบาลได้มีการพิจารณาว่าจะใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้ในประเทศไทยได้ไหม เนื่องจากปัจจุบันมีเงินในสภาพคล่องในระบบของสถาบันการเงินในประเทศอยู่สูง ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากแหล่งข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้นมันอาจจะไม่มีความจําเปึนจะต้องใช้เงินกู้จากต่างประเทศ เพราะว่า สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงไป ถ้ามีความเปึนไปได้ก็อาจจะใช้เงินกู้จากในประเทศ
ข้อสังเกตประการที่ ๓ เรื่องของการสร้างผลตอบแทนในแต่ละโครงการ ใน ๓ โครงการดังกล่าว กราบเรียนท่านประธานนะครับ เวลาที่เราจะกู้เงินอะไรก็ตาม ในทางธุรกิจ เราก็คงจะต้องดูเรื่องของเราเรียกว่า ฟ้ซิบิลิตี้ สตัดดี้ (Feasibility Study) ดูความเปึนไปได้ของแต่ละโครงการ จากข้อมูลที่ทางรัฐบาลส่งมาให้กับทางรัฐสภา ข้อมูล ขาดความละเอียดในเรื่องของตัวความเปึนไปได้ของแต่ละโครงการ โดยเฉพาะในเรื่องของ ตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจซึ่งให้มานี่นะครับ ถ้าเราดูแล้วในบางโครงการส่วนใหญ่ แล้วก็มีเรื่องผลตอบแทนของ อีไออาร์อาร์ (EIRR) มานะครับ แต่บางตัว ตัวอย่างเช่น ที่ผมจะยกให้ท่านประธานก็คือว่า อย่างโครงการเรื่องถนน ๔ เลน ก็ให้ผลตอบแทน อีไออาร์อาร์ มา ซึ่งตัวเลขค่อนข้างจะต่ํา ถ้าดูแล้วต่ํากว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วรายละเอียด ของ อีไออาร์อาร์ ก็ไม่มีประกอบในแง่ของการพิจารณา ในขณะเดียวกันโครงการดังกล่าว จากเอกสารที่ส่งมาขาดตัวเลขของตัว ไฟแนนเชียล ไออาร์อาร์ (Financial IRR) เหมือนกัน คือ เอฟไออาร์อาร์ (FIRR) นะครับ ไม่ได้บอกว่าผลตอบแทนทางการเงินเปึนกี่เปอร์เซ็นต์ หรือว่าตัว เน็ท เพรสเซนท์ แวลู (Net Present Value) ของโครงการเปึนเท่าไร หรือว่า เบนเนฟ่ท คอสท์ เรโช (Benefit Cost Ratio) ของโครงการดังกล่าวนี้เปึนอย่างไร และระยะเวลาในการคืนทุนของโครงการดังกล่าวเปึนอย่างไร ก็ขาดความสมบูรณ์ในการ ที่จะกู้ยืมเงินโดยที่ว่าในโครงการดังกล่าวมันมีความเปึนไปได้มากขนาดไหน เพราะฉะนั้นผมว่าเวลาในทางธุรกิจหรือว่าในทางโครงการรัฐบาลต่าง ๆ เหล่านี้ ผมว่าในคราวหน้านะครับ หรือว่าถ้าเปึนไปได้มีเอกสารประกอบในการพิจารณา ควรจะต้องให้ข้อมูลกับทางรัฐสภาครบถ้วนมากกว่านี้นะครับ หรืออย่างในโครงการ สะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาซึ่งค่อนข้างจะให้ตัวเลขค่อนข้างจะสมบูรณ์นะครับว่า เอ็นพีวี (NPV) ของโครงการอยู่ที่เท่าไร ก็คือ ๗,๒๑๓ ล้านบาท เบนเนฟ่ท คอสท์ เรโช อยู่เท่าไร อีไออาร์อาร์ อยู่เท่าไร ระยะเวลาคืนทุนเท่าไร ซึ่งโครงการดังกล่าวก็มีตัวเลขที่ค่อนข้างจะ เรียบร้อย แต่รายละเอียดของแต่ละอันในการทําฟ้ซิบิลิตี้ ไม่ได้บอกนะครับ หรืออย่างกรณี ของตัวโครงการปรับปรุงน้ําประปา ก็มีแค่ตัวเลข ๒ ตัวแค่นั้นเอง ก็คือมีเรื่องของ อีไออาร์อาร์ ก็คือ เรื่องโครงการผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ กับเรื่องของ ไฟแนนเชียล ไออาร์อาร์ ผลตอบแทนทางการเงิน ซึ่งโครงการน้ําประปาดังกล่าวนี้เปึนตัวเลือกผลตอบแทน ค่อนข้างจะสูงนะครับ ซึ่งให้ผลตอบแทนกับประชาชนในการจะได้ประโยชน์จากโครงการ ดังกล่าวสู่รัฐบาลค่อนข้างจะมาก ได้ถึง ๓๒.๙๖ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงมีความเห็นว่า ในโครงการของถนน ๔ เลน กับโครงการข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา แล้วก็โครงการของตัวการ ปรับปรุงการประปา ถ้ารัฐบาลมีตัวเลขต่าง ๆ ให้ครบถ้วนกับทางรัฐสภาจะเปึนประโยชน์ ในการพิจารณาในการที่จะให้การอนุมัติในเรื่องของเงินกู้นะครับ
ประการต่อไป ในเรื่องของแหล่งเงินกู้ต่างประเทศในแต่ละโครงการที่ รัฐบาลเสนอใน ๓ โครงการ แหล่งเงินกู้แต่ละแหล่งมีเงื่อนไขและมีการสร้างข้อผูกมัด ในการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละโครงการหรือเปล่านะครับ มีการกําหนดสเปก (Spec) สินค้า และผูกขาดในการซื้อสินค้าจากประเทศผู้ให้กู้นะครับ ถ้าเราดูในโครงการของ ทั้ง ๓ โครงการนี่นะครับ โดยเฉพาะโครงการจากประเทศญี่ปุ์นในโครงการของ ไจก้า (JICA) ส่วนใหญ่แล้วจะวางเงื่อนไขไว้เลยนะครับบอกว่า การจัดซื้อจัดจ้างในโครงการ ดังกล่าวของไจก้าต้องเลือกแหล่งเงินทุน ก็คือว่าจะต้องจัดซื้อจัดจ้างเปึนไปตามโครงการ และหลักเกณฑ์ระเบียบที่ไจก้ากําหนด คือประเทศญี่ปุ์นกําหนดอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นโดยหลักแล้วก็กลายเปึนว่าการกู้ยืมเงินเราก็มีข้อจํากัดในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยผู้ให้กู้ เพราะฉะนั้นในรายละเอียดในการที่รัฐบาลบอกว่าจะใช้เงินกู้นี่นะครับ ต้องบอกรายละเอียดด้วยว่าเราถูกข้อจํากัดในรายละเอียดจะเปึนอุปสรรคในการทํา โครงการไหม จะเปึนข้อจํากัดอะไรหรือเปล่า แล้วภายใต้ระเบียบของแต่ละแหล่งเงินกู้ มันคืออะไร เพราะฉะนั้นในเอกสารที่ให้มาค่อนข้างจะกว้าง เพราะฉะนั้นเวลาที่ท่านมาขอ อนุมัติกรอบ เวลาไปเจรจาสัญญาจริง ๆ นะครับ ทางรัฐสภาจะได้ดูเปรียบเทียบกัน ระหว่างกรอบของท่านกับสัญญาที่ทําไปมันตรงกันไหม เพราะฉะนั้นเราอนุมัติกรอบไปกับ สัญญาถ้ามาคนละเรื่องแล้วมันจะเปึนอย่างไร อันนั้นก็คือข้อที่เรามองว่าบางอย่าง มันกว้างเกินไป
อีกอย่างหนึ่งในเรื่องข้อสังเกตประการที่ ๔ ที่ผมพูดก็คือแหล่งเงินกู้ ต่างประเทศในแต่ละโครงการที่รัฐบาลเสนอ ในคราวนี้รัฐบาลจะใช้เงินกู้ประมาณ ๓ ที่ ก็คือว่าในโครงการถนน ๔ เลน ใช้ เอดีบี (ADB) และ เวิลด์ แบงก์ (World Bank) นะครับ ในโครงการข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาใช้ของไจก้า ในโครงการของการปรับปรุงประปาก็ของ ไจก้า ซึ่งโดยหลักแล้วเพราะแต่ละแหล่งตามที่รัฐบาลเสนอต้นทุนในการกู้ต่าง ๆ รวมทั้ง ตัว สวอพ (Swap) นี่นะครับ ต้นทุนในการดําเนินการต่าง ๆ เหล่านั้น ผมเลยมีคําถามว่า ถ้าเปึนไปได้เราสามารถจะเจรจาแหล่งเงินกู้ที่ถูกที่สุดแหล่งเดียวได้ไหม เพื่อทําให้ต้นทุน ถูกสุด หรือว่ารัฐบาลมีเหตุผลอะไรที่จะต้องกระจายแหล่งไปว่าใช้ทั้งเวิลด์ แบงก์ ใช้ เอดีบี อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เหตุผลและความจําเปึนดูจากคอสท์ต้นทุนของเงินกู้เปึนหลัก หรือเปล่า หรือมีความจําเปึนอะไรถึงต้องกระจายไปอย่างนี้นะครับ
ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งนะครับ ก็คือประการที่ ๕ ก็คือขอให้ชี้แจงข้อมูล โดยละเอียดในเรื่องความเห็นชอบในกรอบการเจรจา ตามที่ผมได้เรียนไปแล้วในเรื่องของ การจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องที่เกี่ยวกับภายใต้ระเบียบของแต่ละแหล่งเงินกู้
อีกเรื่องหนึ่งนะครับก็คือ เรื่องการเบิกจ่ายเงินกู้นะครับ ที่บอกว่าจะให้ เงื่อนไขเงินกู้ที่เปึนประโยชน์สูงสุด มันก็ค่อนข้างจะกว้าง ๆ ไป ซึ่งเราก็คงอยากจะได้ รายละเอียดว่าเงื่อนไขที่เปึนประโยชน์สูงสุดมันคืออะไร พอในเที่ยวหน้าพอมาเอาตัวสัญญาเงินกู้มาให้ทางรัฐสภาอนุมัติเพื่อการลงนาม เราจะได้ เปรียบเทียบได้ว่า เงื่อนไขที่กําหนดมันสอดคล้องกับตัวที่เราอนุมัติกรอบไปหรือเปล่า คือ บางทีเราให้กรอบไปที่กว้างนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาที่มาอนุมัติเงินกู้ เราก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ท่าน ไปเจรจาในกรอบมันคืออะไรนะครับ คือทางรัฐสภาก็อยากจะได้รายละเอียดที่มันมี ความชัดเจน เพื่อจะได้ตรวจสอบในแง่ว่าต่อไปท่านส่งอนุมัติเงินกู้มาแล้วจะได้ตรงกับ กรอบที่ท่านไปเจรจาเอาไว้นะครับ
ประการสุดท้ายท่านประธานครับ ก็คือเรื่องของการกํากับดูแลการเบิกจ่าย ในแต่ละโครงการ ก็คือว่าในการเบิกจ่ายโครงการแต่ละโครงการรัฐบาลมีมาตรการในการ กํากับดูแลการเบิกจ่ายในแต่ละโครงการอย่างไรนะครับ ถ้ามีการอนุมัติ ขออนุญาต ท่านประธานอีกสัก ๑ นาทีนะครับ ให้เปึนไปโดยความสุจริต โปร่งใส และสามารถ ตรวจสอบได้นะครับ ไม่มีปัญหาในเรื่องของคอร์รัปชัน รวมตลอดถึงการเก็บมีการเก็บค่า เราเรียกภาษาธุรกิจว่ามีการมาร์คอัพ (Mark up) บวกราคาเข้าไป ทําให้ต้นทุนมันสูงกว่าปกติ ที่อย่างตัว ทีดีอาร์ไอ (TDRI) มาพูดถึงปัญหาค่าคอมมิชชัน (Commission) ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของแต่ละโครงการ ผมก็อยากจะให้รัฐบาลลงมาชี้แจงว่ามีค่าใช้จ่ายพวกนี้ หรือเปล่า แล้วมีการตรวจสอบได้ไหม ทําให้ต้นทุนมันสูงกว่าปกติหรือเปล่านะครับ หรือว่า ในการทําตรวจสอบ นอกจากสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินแล้ว จะต้องใช้บุคคลภายนอก หรือองค์กรกลางมาตรวจสอบในเรื่องเก่า ๆ ได้ไหมนะครับ เพื่อทําให้โครงการสามารถจะ ตรวจสอบแล้วทําให้ประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุด
อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสุดท้ายนะครับ ในเรื่องของโครงการดังกล่าวก็คือว่า ในโครงการดังกล่าวนี้ได้ดําเนินการตามมาตรฐานในเรื่องของสิ่งแวดล้อมไหม แล้วได้ ดูเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องของการเวนคืนหรือเปล่านะครับ ทั้งหมด ก็คือเปึนข้อสังเกตของผมในเรื่องของการพิจารณาในเรื่องของการกู้เงินของรัฐบาลในเรื่อง การใช้เงินกู้ต่างประเทศครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ครับ เชิญท่านรัฐมนตรี
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดี๋ยวผมจะขออนุญาตฟังคําอภิปรายจากท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านนะครับ เพียงแต่ มีประเด็นนิดเดียวจากการอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่ที่ผมอยากจะ ชี้แจงเพื่อเปึนประโยชน์ต่อท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่รอที่จะอภิปรายนะครับ ก็คือเมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกได้อ้างถึงโครงการนะครับภายใต้กรอบการเจรจาเงินกู้นี้ ๓ โครงการ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ให้ท่านชี้แจงสั้น ๆ นะครับ ให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจงสั้น ๆ แล้วกันนะครับ
ผมชี้แจงสั้น ๆ นิดเดียวครับ
เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีตอบสัก ๔-๕ คนหรือ ๑๐ คนก่อนดีไหมครับ เดี๋ยว ๒ คนแล้วตอบ ๒ คนแล้วตอบ อย่างนี้พวกเราไม่ได้พูดแน่ครับท่านประธาน
ไม่ ให้ท่านชี้แจงสั้น ๆ นะครับ
นิดเดียวครับ ไม่ได้เปึนการให้คําตอบนะครับ เพียงแต่ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม พอดีเมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายถึง ๓ โครงการนะครับ ผมอยากที่จะเรียนเปึนการ เตือนเท่านั้นเองนะครับว่า เมื่อวานนี้ได้มีการแจกเอกสารเพิ่มเติม แล้วก็ในการแถลง ของผม ผมได้อ้างถึง ๔ โครงการนะครับ โครงการที่ ๔ คือโครงการต่อเส้นทางรถไฟฟัา เส้นสีน้ําเงินนะครับ เพื่อไม่ให้ท่านตกหล่นในส่วนของรายละเอียดในการพิจารณาครับ เผื่อเปึนประโยชน์ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กรณีกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จาก ต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ เอกสารฉบับนี้ที่ส่งมาให้พวกกระผมได้ศึกษา ก่อนที่จะมาอภิปรายในวันนี้หรือมาเสนอข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลในวันนี้นั้น มันมี ข้อบกพร่องท่านประธาน เพราะหนังสือท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทํากราบเรียนประธานรัฐสภาในเรื่องนี้ ที่จริงแล้วมี ๔ โครงการที่จะกู้เงิน แต่ปรากฏว่า ส่งเอกสารมาในตอนแรกมีแค่ ๓ โครงการ คือ โครงการทําถนน ๔ เลน ทําสะพาน ทําระบบประปา แต่ไม่มีรถไฟฟัาสายสีน้ําเงินนะครับ แล้วปรากฏว่าเมื่อวานนี้รัฐบาลได้ส่ง เอกสารแนบเข้ามาแบบกะทันหันเลยครับ ส่งเข้ามาบอกว่าจะกู้เพื่อทําโครงการรถไฟฟัา สีน้ําเงินช่วงหัวลําโพงและบางแค เปึนวงเงินประมาณ ๒๔,๑๘๒ ล้านบาท เพิ่มเติมเข้ามาเฉย ๆ เลยท่านประธาน อย่างนี้ผมคิดว่ามันเปึนการเร่งรีบจนเกินไป เงินกู้ มากมายขนาดนี้ทําเปึนเด็กเล่น ส่งเข้ามาคิดจะแนบอะไรเข้ามาก็แนบ คิดจะให้รัฐสภา แห่งนี้พิจารณาอะไรเร่ง ๆ ด่วน ๆ ก็ทําไป ไม่มีระบบ ไม่มีระเบียบ ไม่มีขั้นตอน แล้วใคร ที่ไหนจะศึกษาได้ทันครับท่านประธาน ผมใช้เวลาศึกษามาทั้งหมดนี่ท่านประธาน ๓-๔ วัน เพื่อจะมาอภิปรายข้อเสนอแนะในวันนี้ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจําได้ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๒ วันที่รัฐสภาได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพวกกระผม พรรคเพื่อไทยทําหน้าที่ฝ์ายค้าน ผมครับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นี่ละครับเปึนคนที่ ลุกขึ้นอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการบริหารงานของเด็กหนุ่ม ๒ คน วันนั้นผมพูดชัดเจน ครับ ผมได้ทําแผ่นเพื่อมาบรรยายในห้องนี้ ผมเขียนไว้ชัดเจนเลยว่าวันนี้ประเทศไทย ถังแตก ๒๐ มีนาคมนะครับ ถังแตก วันนี้สังคมเริ่มมายอมรับแล้วครับว่าประเทศไทย ถังแตกจริง ๆ เพราะด้วยการบริหารของเด็กหนุ่ม ๒ คนครับ
ท่านประธาน วันนั้นผมจําได้ครับว่าประเทศไทยจะไม่มีเงิน รัฐบาลเก็บ ภาษีไม่ได้ตามเปัา สิ่งที่จะเกิดขึ้นผมพูดได้ชัดเจนว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีบาป ภาษีเหล้า บุหรี่ กาแฟ สถานบันเทิง สถานบริการ วันนี้ความจริงปรากฏครับ นอกจากนั้นผมยังได้ อภิปรายท่านประธานว่า รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีสรรพสามิตของน้ํามัน ขูดรีดประชาชน วันนี้ความจริงก็ปรากฏขึ้นมาอีกท่านประธาน ได้เพิ่มเพดานภาษีน้ํามันจาก ๕ บาท เปึน ๑๐ บาท ขณะนี้กําลังรอการแก้กฎหมายแค่นั้นเองเพื่อจะได้เก็บเพิ่ม แต่สิ่งที่ประชาชน คนไทยเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรครับ ปุิย ราคาปุิยขึ้นเลย ท่านประธาน ผมขออนุญาตเอาตัวเลขเพื่อชี้ให้สังคมได้เห็นเพียงเล็กน้อย กรณีปุิยยูเรีย ๔๖-๐-๐ ราคาตลาดเมื่อตอนน้ํามันขึ้นไป ๑๔๐ เหรียญ ๑,๓๐๐-๑,๖๐๐ บาทต่อ ๑ กระสอบ คือ ๑๐๐ กิโลกรัม สมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พยายามที่จะลดราคาน้ํามัน พยายามที่จะ ช่วยเหลือเกษตรกร ปุิยยูเรียลงมาเหลือ ๖๐๐ บาทต่อกระสอบ วันนี้ราคาล่าสุดปุิยยูเรีย ๔๖-๐-๐ ราคาอยู่ที่ ๗๒๐ บาทต่อกระสอบ อย่างนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ต้นทุน การผลิตสินค้าการเกษตรราคาต้นทุนมันสูง แต่ราคาขายแทบจะไม่มีเลย ท่านประธาน ลองดูลิ้นจี่ วันนี้ลิ้นจี่ออกมาเต็มพื้นที่เต็มท้องตลาด ราคากิโลกรัมละ ๘ บาท ๕ บาท พี่น้องเกษตรกรตายอย่างเดียวครับ ทีนี้การกู้เงินของรัฐบาลไม่ได้กู้เงินมาเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจเลย กู้มารอบแรกท่านประธาน ก็บอกว่าเงินจะหมุนไป จะหมุนไป แล้วเกิดการใช้ ๒ รอบ ๓ รอบ ๒,๐๐๐ บาท วันนี้อยากจะถามรัฐบาลว่ามันไปได้กี่รอบครับ ถึงครึ่งรอบ หรือยัง หรือว่าได้ ๑ ส่วน ๔ รอบแค่นั้นเอง ความเสียหายมันเกิดขึ้นเพราะการบริหารงาน ของรัฐบาลบริหารไม่เปึน หาเงินเข้าประเทศไม่เปึน มีแต่กู้ กู้ กู้ มาใช้จ่าย จนการ์ตูนของ หนังสือพิมพ์บางฉบับบอกว่าท่านรัฐมนตรีรัฐบาลชุดนี้เปึนลูกศิษย์อาจารย์กู้ อย่างนี้ ไม่อายหรือครับท่านประธาน และที่สําคัญที่สุดคิดจะหาเงินโดยการแก้กฎหมายนําเอา ค่าธรรมเนียมศาลมาใช้ประโยชน์ เอาเงินค่าลงทะเบียนของนักศึกษามาใช้ประโยชน์ เอาเงินหวยบนดิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้ประโยชน์ ทําไมไม่คิดจะทําหวยบนดินสักทีหนึ่ง ข้อกฎหมายก็เป่ดกว้างให้แล้ว หรือว่ารัฐบาลชุดนี้ สนับสนุนของเถื่อน สนับสนุนเจ้ามือหวยใต้ดิน หรือว่าอย่างไร อะไรที่เปึนของเถื่อน ดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้จะชอบ อย่างกรณียกตัวอย่างครับท่านประธาน การจัดเพิ่มภาษี สุรา เหล้า วันนี้มีการกักตุนสุรา มีการกักตุนบุหรี่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือลักลอบนําเข้า ตามแนวชายแดนบ้าง ร้านค้าปลอดภาษีใหญ่ ๆ ในเมืองหลวง มีการลักลอบเอาออกมา จําหน่าย คนรวยนี่นะครับซื้อของไม่ต้องเสียภาษี ถ้าท่านประธานอยากจะทราบ ท่านรัฐมนตรีอยากจะทราบจะไปล่อซื้อกับผมก็ได้ ซื้อไวน์ยี่ห้อดี ๆ ไม่ต้องเสียภาษีเลย แต่คนจนซื้อเหล้าโรงเหล้าขาวต้องเสียภาษีเพิ่ม วันนี้การกักตุนสินค้าเกิดขึ้น ทั่วทุกหัวระแหง พี่น้องประชาชนที่ติดบุหรี่อยากจะสูบใจจะขาด ไปหาซื้อบุหรี่ก็ไม่มีขาย บอกว่าขาดตลาด แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นน้ํามันอีกท่านประธาน ขบวนการลักลอบน้ํามันเข้าตาม แนวชายฝัืงหรือจากเพื่อนบ้าน ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเปึนประเทศมาเลเซียซึ่ง ราคาน้ํามันเขาถูกกว่าเรา มันก็จะเพิ่มพูนขึ้น พ่อค้าน้ํามันเถื่อนก็จะเกิดขึ้นมา ทุกหัวระแหง ท่านประธาน สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะดูแลอย่างไร ผมไม่อยากให้รัฐบาลคิดสั้นครับ อย่าหน้ามืดนะครับ ถึงขั้นที่จะไปเอาเฮโรอีนหรือยาบ้ามาจําหน่ายต่อนะครับ หรือส่งออกไป ต่างประเทศเพื่อนํารายได้เข้าประเทศ ผมไม่อยากเห็นสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นกับรัฐบาลชุดนี้ เพราะดูเหมือนทําอะไรจะหน้ามืดตามัวไปหมดครับท่านประธาน ผมให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ ทําหน้าที่มา ๖ เดือน ๖ เดือนเลยครับ เกือบจะ ๖ เดือนเต็ม ๆ แล้ว รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่ได้ทํางานทําได้ ๓ เดือนมีแต่คนมาขับไล่ รัฐบาลนี้ได้ทํางานเต็มที่ละครับ ๖ เดือน ถามว่าวันนี้ท่านทําอะไรบ้าง ท่านคิดจะหาเงินเข้าประเทศวิธีไหนบ้าง ท่านไม่มีเลย ไม่มีแนวนโยบายที่จะหารายได้เข้าประเทศ ผมพูดอยู่อย่างเดียววันนั้น กู้ กู้ กู้ แล้วตอนผม อภิปรายในงบประมาณผมก็บอกว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้จ่าย ผมแทบจะไม่พูดถึง ในโครงการใน หน่วยงานนั้น ๆ ผมพูดอยู่ตลอดเวลาว่า รายได้นั้นจะเข้าสู่ประเทศอย่างไร แล้ววันนี้สิ่งที่ เกิดขึ้นท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนเลยครับว่าการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงาน ๓ หน่วยงาน กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต มันไม่เข้าเปัาครับ ที่สําคัญที่สุด เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนี่แหละครับ บอกว่า จะเก็บ รายได้ต่ํากว่าเปัา ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคมนะครับ แต่มาเมื่อ วันที่ ๒ พฤษภาคม ต้นเดือนนี้ละครับ นายกรณ์ จาติกวณิช ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ มติชนและข่าวสดบอกว่า จะเก็บเงินรายได้ต่ํากว่าเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ที่น่า หัวเราะที่สุดคือ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านพูดในวันเดียวกันเลยครับ บอกว่า เก็บรายได้ต่ํากว่าเปัา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลชุดเดียวกัน นั่งประชุมด้วยกัน ตัวเลขเขย่งกันถึงแสนล้านบาท ท่านไม่มีความละเอียดอ่อน ท่านไม่เข้าใจเรื่องตัวเลขเลย ท่านบริหารบ้านเมืองลําบากนะครับ ตัวเลขเขย่งกันถึงแสนล้านบาท แล้วในระยะเวลา ๒ เดือน ท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช พูดตัวเลข ๒ ตัวเลข เก็บไม่เข้าเปัา ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท พอมาอีก ๒ เดือนก็ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แบบนี้ท่านจะออกนโยบายดําเนินการ หารายได้เข้าประเทศได้อย่างไร ท่านไม่มีความละเอียดอ่อนกับตัวเลข ท่านอยู่ กระทรวงการคลังท่านต้องเล่นกับตัวเลขให้สอดคล้องกับความเปึนจริง ทําสิ่งใดก็ต้องทํา ให้ทันกับเหตุการณ์ เพราะมีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ แม้แต่กระทั่งในพรรคท่านก็บอก มาว่านโยบายต่าง ๆ ของท่านที่ได้ทํามันล่าช้า มันไม่ทันกินครับ ซึ่งในช่วงที่ผมอภิปราย ไม่ไว้วางใจผมก็บอกว่ารัฐบาลชุดนี้เด็กหนุ่ม ๒ คนความรู้สึกช้า ท่านต้องทําอะไรล่วงหน้า ท่านต้องคาดการณ์ให้รัดกุม ตัวเลขต่าง ๆ หน่วยงานจัดเก็บนี่ผมลงไปดูในพื้นที่ ท่านประธาน เขาจัดเก็บไม่ได้ตามเปัาละครับ มันมีรั่วไหล มันเก็บไม่ทั่วถึง ท่านเคยศึกษา ไหม วันนี้ผมนี่นะครับท่านประธาน ได้เชิญกรมศุลกากรเข้ามาในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินได้ให้ข้อคิดที่เปึนสิ่งที่ช่วยเหลือรัฐบาลมา โดยตลอดว่า จะเก็บเงินอย่างไร เก็บเงินภาษีสุราอย่างไร การจัดเก็บภาษีเงินได้ของนิติ บุคคล บริษัทต่าง ๆ เขาทํากันอย่างไร ควรจะเก็บอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยให้บริษัททําบัญชี ๒ เล่ม เล่มหนึ่งเอาซ่อนไว้ เอาเล่มที่โกงเบ็ดเสร็จแล้ว โกงภาษีหลวงแล้วเอามาเสนอต่อ สรรพากร ต้องเปลี่ยนต้องแก้ไขระบบการตรวจสอบใหม่ครับ บ้านเมืองมันถึงจะไปได้ ท่านไม่ต้องไปเพิ่มภาษีมรดก ท่านไม่ต้องไปจัดเก็บภาษีที่ดิน ภาษีบาปแทบจะไม่ต้องเลย เพียงแต่จัดเก็บภาษีที่ท่านเก็บทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเปึนภาษีมูลค่าเพิ่มแวต (VAT) หรือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล เก็บให้ถูกต้อง อย่าให้มันรั่วไหล การนําเข้าสินค้าต่าง ๆ อย่าให้ มันหลบเลี่ยงภาษีมากแค่นั้นละครับ ประเทศชาติประเทศไทยไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเลย วันนี้บาปกรรมมันตกกับพี่น้องประชาชนคนยากคนจน วันนี้รัฐบาลบอกว่าเอาเงินไป ช่วยเหลือคนจน เอาไปช่วย ๒,๐๐๐ บาท มันก็ไม่ถึงมือคนจน มันถึงผู้มีรายได้ที่ผู้มี เงินเดือนอยู่แล้วได้ ๒,๐๐๐ บาท เอาเงินไปช่วยผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท ซึ่งเปึนโครงการ ต่อเนื่องตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนถึงรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช มาถึง รัฐบาลนี้เอาไปให้ผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท มันก็เปึนสิ่งที่ดี เห็นด้วย เอาไปให้ อสม. ๖๐๐ บาท ต่อเดือน แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือว่า เอาไปให้เขาแล้วก็ไปตีหัวเขากลับ ค่าน้ํามันเพิ่มขึ้นชาวบ้านตามบ้านนอกใช้รถดีเซลเปึนพาหนะ เขาต้องขนสินค้าเกษตรเข้า ออกจากไร่ สวน ไปสู่ท้องตลาด ใช้น้ํามันดีเซล ท่านไปเก็บค่าน้ํามันเพิ่มจากเขา มันแฟร์ (Fair) ไหมครับ มันยุติธรรมไหมครับ คนจน มันจะไม่พอกินอยู่แล้ว ราคาสินค้าเกษตร ก็ตกต่ํา แต่ก็ไปรีดเอาค่าน้ํามันจากเขามาอีกเปึนภาษีน้ํามัน เขาจะอยู่ได้อย่างไรครับ คนรวยไม่เดือดร้อนครับท่านประธาน แล้วภาษีที่ดินท่านคิดจะไปเก็บกับคนจน ชาวไร่ ชาวนา ที่แถวถนนสีลมนะครับ ไร่ละ ๔๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ กว่าล้านบาท ๓๐๐ กว่าล้านบาท ขึ้นมาเปึนคอนโดมิเนียมสูง ๆ แล้วไปเก็บภาษีเขาไหม คนรวยกลับไม่เสียภาษี คนจนกลับต้อง เสียภาษี มันยุติธรรมไหมครับ คนจนเขาจะตายอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ต้องฝากรัฐบาลไว้ แล้ววันนี้นะครับ ผมอยากจะเท้าความให้พี่น้องประชาชนตลอดจนเพื่อนสมาชิกในรัฐสภา แห่งนี้ได้รับทราบว่า กรอบวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณนั้น รัฐบาลได้ใช้เต็ม วงเงินตามกฎหมาย มาตรา ๒๑ ของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท เปึนตัวเลขที่เปึนเพดานกรอบวงเงินสูงสุดที่จะกู้ได้ รัฐบาล ทําขาดดุลไปนะครับ ทั้งป้ ๒๕๕๒ และเพิ่มเติมงบประมาณกลางป้ ๓๔๗,๐๐๐ ล้านบาท เหลือวงเงินกู้ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลก็บอกว่าจะกู้ให้เต็มวงเงิน อันนี้เต็มสูบไปแล้วครับ ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน สําหรับการกู้เงินในวันนี้ที่ รัฐบาลมาขอกรอบวงเงินกู้จากรัฐสภาเปึนไปตามมาตรา ๒๒ บวกด้วยมาตรา ๒๖ และ มาตรา ๒๗ ของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ ทําไมผมถึงต้องเน้นว่าใช้ทั้งมาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ การขอวงเงินกู้ครั้งนี้น่าเกลียดน่าชังมากท่านประธาน ไม่ได้บอกเลยครับว่า วงเงินกู้ที่เราจะกู้ต่างประเทศเหลือเท่าไร แตกต่างจากเมื่อครั้งที่มาขอสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ขออนุญาตท่านประธานอ่าน เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่วันนั้นมาขอกรอบวงเงินกู้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือพูดง่าย ๆ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ อันนั้นบอกได้ ชัดเจนเลยว่ากรอบวงเงินกู้ต่างประเทศเหลืออยู่เท่าไร แต่วันนี้ไม่รู้รัฐบาลมั่วซั่ว หรือรัฐบาลคิดว่าสภาแห่งนี้ไม่ได้ให้ความสนใจ ไม่ได้บอกเลยครับว่ากรอบวงเงินกู้เหลือ เท่าไร ผมเองไปศึกษาดู ท่านประธาน ถ้าเปึนมาตรา ๒๒ พระราชบัญญัติบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ เขากําหนดไว้ชัดเจนครับว่า กรอบวงเงินกู้ต่างประเทศที่จะกู้ได้ คือกู้ได้เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ก็คือ ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท วันนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่ล่ะครับ ผูกพันไปแล้ว กู้ไปแล้ว ๑๐๔,๐๖๓ ล้านบาท คงเหลือวงเงิน ๗๙,๔๓๖ ล้านบาท ทีนี้ครับใน ๔ โครงการที่เสนอมา ท่านประธาน มันจะ มีเปึนเงินกู้เพื่อมาใช้กับกระทรวงคมนาคม มีเงินกู้ที่มาใช้กับการประปานครหลวง ซึ่งเปึน รัฐวิสาหกิจ มันก็มีอีกครับ มาตรา ๒๖ กับมาตรา ๒๗ ของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ พูดไว้ชัดเจนว่ารัฐบาลสามารถค้ําประกันวงเงินกู้ต่างประเทศให้กับรัฐวิสาหกิจได้ ท่านประธาน มันก็เลยเปึนที่มาที่รัฐบาลชุดนี้พยายามที่จะนําเสนอมาโดยหลวม ๆ ถ้าตามไม่ทัน ก็เบลอไปหมดเลยท่านประธาน ไม่รู้ท่านไปกู้วงเงินไหนกันแน่ เดี๋ยวก็จะรอ จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ชี้แจงว่าวงเงินก้อนไหนท่านจะกู้จาก มาตรา ๒๒ หรือใช้มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ เอาให้มันชัดเจน เพราะถึงวันนี้ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมได้พูดว่ารัฐบาลนี้ใช้เพดานวงเงินกู้ตามมาตรา ๒๑ ครับ ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วรัฐบาลบอกว่าจะออกพระราชกําหนดอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกเสร็จ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท เบ็ดเสร็จรัฐบาลชุดนี้กู้ไปแล้ว ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้ววันนี้มาขอกู้ ท่านประธานถ้าดูจากตัวเลขที่เสนอมา ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือ ๓๑๑ ล้านเหรียญยูเอส ยัดไส้มาอีก ๒๘๙ ล้านเหรียญยูเอส ผมคูณมาง่าย ๆ ก็ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่เอกสารที่ ส่งมาเบ็ดเสร็จเอาเปึน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท มั่วน่าดูเลย ถ้าผมตามไม่ทันนี่ ท่านลักไก่ผม แน่นอน มันกู้วงเงินไหนแน่นอนครับ แต่ก็โชคดีครับ ที่มาตรา ๒๒ ต้องเขียนไว้ชัดเจนว่า กู้ไป ไปทําอะไร โครงการอะไร อันนี้ชัดเจน แต่คราวที่แล้วท่านกู้ตามมาตรา ๒๑ เหมือนกัน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ อันนั้นไม่มีโครงการแนบ ไม่มีรายละเอียด แนบเลย แต่อย่างไรก็ดี ท่านขอกรอบวงเงินไป แต่ก่อนที่ท่านจะทําสัญญา มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญก็บอกว่าท่านต้องมาขอเอาสัญญามาให้สภาแห่งนี้ผ่านความเห็นชอบ อีกครั้งหนึ่ง ก็เปึนข้อดีของมาตรา ๑๙๐ บางคนท่านอาจจะบอกว่ามาตรา ๑๙๐ ไม่ดี แต่ผมมองอีกมุมหนึ่งมันก็ดีเหมือนกันท่านประธาน มันดีตรงไหนครับ ดีตรงที่จะได้คอย จับผิดรัฐบาล ซึ่งไม่มีความซื่อตรง ไม่มีความโปร่งใส จะเอาเงินไปกู้อีลุ่ยฉุยแฉกไม่ได้ เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดินครับ เด็กไทย ลูกหลานไทยที่เกิดมาวันนี้ เปึนหนี้กันทุกครัวเรือน และที่สําคัญที่สุดท่านประธาน ผมก็อยากจะถามรัฐบาล เหมือนกันว่า กู้ไปกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกวันนี้อีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาง่าย ๆ แล้วท่านจะใช้เมื่อไรหมดครับ ท่านจะเอาปัญญาที่ไหนมาใช้ วันนี้ฟัง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดเหมือนกับว่าถ้าเศรษฐกิจ โลกดี เราก็จะดีตาม โอ้โฮ อันนี้ความหวังอย่างนี้ พี่น้องประชาชนฟังนะครับ เวลา ท่านนายกรัฐมนตรีท่านให้สัมภาษณ์ ท่านบอกว่าถ้าเศรษฐกิจโลกดี เราก็จะดีตาม อย่างนี้ ไม่ใช่ผู้นําละครับ แก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ไม่ได้แน่นอน รอฟัา รอเทวดามาโปรด มันไม่ได้ครับ ผมอยากจะฝากประเด็นไว้ว่าเมื่อผมอ่านทั้ง ๓ โครงการ เปึนที่น่าสังเกตท่านประธาน วันนี้เอามายัดไส้อีก ๑ โครงการก็ไม่ว่ากันละครับ โครงการเหล่านี้อยู่กับ กระทรวงมหาดไทย อยู่กับกระทรวงคมนาคม มันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เอ๊ะ โครงการพวกนี้ เปึนของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เขาดูแล ทําไมต้องรีบให้ผ่าน และยิ่งมาดูประธานรัฐสภา ก็จะเอาผ่านให้ได้ ก็อดสงสัยไม่ได้อีกครับว่ามันมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ เพราะอะไร ครับท่านประธาน เมื่อเช้าผมดูทีวีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลเพื่อชาติ สื่อมวลชนเขาถามครับว่าถ้ามีรัฐบาลเพื่อชาติและ เอาทุกพรรคการเมืองมารวมกัน ท่านเห็นว่าอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีท่านตอบน่ารักครับ ท่านบอกว่าเดี๋ยวจะมาแย่งผลประโยชน์กัน โอ้ แสดงว่าที่ผ่านมานี้ทํากันอยู่แล้ว แย่งกัน เรียบร้อยแล้ว กลัวพวกผมจะมาแย่งเพิ่มอีกหรือครับ อย่างนี้น่าเกลียดยอมรับกลางเวทีเลย สื่อต้องฟังให้ดี พี่น้องประชาชนฟังรายการนี้ที่ผมกําลังอภิปรายอยู่นี้ ฟังให้ชัดเจนนะครับ ว่ารัฐบาลชุดนี้เปึนอย่างไร ๔ ประเด็นนี่ละครับ โครงการแต่ละโครงการไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท เปึนของกํากับดูแลโดยพรรคภูมิใจไทย เปึนรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ทั้งนั้น และสิ่งที่น่าเปึนห่วงครับ วันนี้สื่อมวลชนเขาออกมาเลยครับ เขาบอกว่าเขาเปึนห่วง เรื่องค่าเค นักวิชาการบางแห่งบางสถาบันออกมาว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สามารถตัด ลดงบประมาณในโครงการต่าง ๆ ได้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะมันมีค่าเก๋าเจี๊ยะ เก๋าเจี๊ยะ ท่านประธานเข้าใจนะครับ ภาษาจีน คือค่าอะไรก็แล้วแต่ ค่าคอมมิชชัน ค่าปากถุง ค่าอะไร ถ้าพูดแปลเปึนภาษาไทยเก๋าเจี๊ยะ ก็คือค่าหมากิน เปึนค่าเค สิ่งที่น่าเกิดขึ้นและ น่าละอายที่สุดท่านประธาน ผมขอชี้แจงนิดหนึ่งครับ
กรณีรถไฟฟัาสายสีม่วง อันนี้เปึนตัวอย่างที่ดีเลยครับ โครงการนี้เกิดที่สมัย รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ต่อเนื่องถึงรัฐบาลท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยมีวงเงิน งบประมาณที่จะก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีม่วงเปึนเงินกู้เหมือนกันครับท่านประธาน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าอยู่มาค่าน้ํามันมันเพิ่มครับ ค่าน้ํามันในตลาดโลก มันเพิ่มจาก ๖๐ เหรียญต่อบาร์เรล สมัยรัฐบาลก่อนหน้าท่านสมัคร สุนทรเวช เข้ามามันก็ เริ่มขึ้นทุกวัน เปึนที่รู้กันครับ จนขึ้นมาอยู่ที่สูงสุด ๑๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล วันนั้นค่าวัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้างขึ้นกันหมดเลยครับ ทําให้การประมูลเกิดไม่ได้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่สามารถที่จะหาผู้รับเหมามาก่อสร้างได้ ก็เลยมีการขอเพิ่มค่าเค หรือพูดง่าย ๆ เพิ่ม ค่าวัสดุ ค่าอุปกรณ์ก่อสร้าง เพิ่มวงเงินงบประมาณ รัฐบาลที่ผ่านมาท่านสมัคร สุนทรเวช นะครับ ถ้าจําไม่ผิด ก็ดําเนินการปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณมาเปึน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจําตัวเลขไม่ผิดนะครับ ก็มาตกสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บังเอิญ ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ท่านเข้ามารับตําแหน่งเปึนรัฐมนตรี อันนี้จากเอกสารที่ผมได้ จากหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ก็เป่ดการประมูลกัน ปรากฏว่า ผู้ประมูลได้ครับ เสนอราคาไว้ที่ ๑๖,๗๒๔ ล้านบาท ก็มีการต่อรองกันละครับ ต่อรองกัน ลงมาเหลือ ๑๔,๙๐๐ กว่าล้านบาท เหตุผลทั้ง ๆ ที่น้ํามันตอนนี้เหลือ ๕๐ เหรียญนะครับ ค่าวัสดุก่อสร้างมันต้องลงอยู่แล้ว ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ท่านก็น่ารัก ท่านให้ สัมภาษณ์ท่านบอกว่า จริงอยู่ราคาน้ํามันมันลดลง แต่ปรากฏว่าค่าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง มันไม่ลดตามน้ํามัน อย่างนี้แทนที่จะใช้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ เพราะตอนนั้นที่ตั้งไว้ครั้งแรกมัน ๖๐ เหรียญต่อบาร์เรล ค่าวัสดุก่อสร้างตอนนั้นก็ราคาถูก วันนี้น้ํามันเหลือ ๕๐ เหรียญต่อบาร์เรล ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมันทําได้อยู่แล้ว ท่านประธาน แต่มันไปประมูลได้ ๑๔,๐๐๐ล้านบาท ท่านโสภณ ซารัมย์ ก็เลยบอกว่า ท้าครับว่าให้อภิปรายสายสีม่วงในสภา เพราะว่าคําถามนี้เกิดขึ้นจากท่านรองประธาน คณะกรรมาธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ท้วงติงเรื่องนี้ขึ้นมา ท่านประธาน อย่างนี้ครับ เสียดายไหมครับท่านประธาน ผมก็เปึนห่วง อย่างโครงการ พวกนี้นะครับทําขึ้นมาตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แล้ว อย่างอีสท์ เวสท์ คอริดอร์ (East West Corridor) ถนน ๔ ช่องทางนั้น เราต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ท่านเปึนอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านมองเห็น ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในการพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความเปึนอยู่ที่ดี พี่น้องเกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้ คนรากหญ้ามีรายได้ ท่านได้คิดโครงการถนนไป ทางอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ ทั้ง ๔ โครงการไม่ใช่ ของใหม่ มันเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลังประชาชนมาจนถึงรัฐบาลเพื่อไทย จนถึง นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็หยิบยกเอาสิ่งเหล่านี้มาทํา จริงอยู่ครับมันเปึนประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน แต่ถามว่าวันนี้มันช้าเกินไปไหม ประเทศชาติกําลังวิกฤติ เราทําไม ไม่เอาเงินกู้เหล่านี้มาทําในสิ่งอื่นที่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร พี่น้องรากหญ้าจริง ๆ อย่างกรณีเงินที่จะลงไปสู่ชนบท ท่านประธานทราบไหมครับว่า พวกกระผมนี่ได้รับการร้องขอ จาก อบต. จากเทศบาล ว่าให้ดูแลถนนหนทางในชนบทเพื่อให้มีการก่อสร้างได้เร็วที่สุด พี่น้องประชาชนจะได้นําสินค้าจากไร่นาออกสู่ตลาด ทํามาค้าขายได้สะดวก แต่วันนี้ มันโดนตัดไปหมดไม่รู้เปึนเพราะอะไรท่านประธาน ผมยังเปึนห่วงเลยครับว่าอีกเดือน สองเดือนนี่รัฐบาลถ้ากู้ยืมเงินไม่ทัน ออกพันธบัตรไม่ทัน จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายเงินเดือน ข้าราชการครับ โครงการต่าง ๆ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะลงไปในพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนแหล่งน้ํา อย่างที่ท่านใฝ์ฝันหา เพรียกหา โดยที่ลอกเอาโครงการต่าง ๆ ในอดีตมาใช้ เราไม่ว่ากัน แต่มันจะทันกาลไหม เอาเครื่องจักรไปขุด แทนที่จะใช้แรงงานคนขุด เพื่อให้คนมีงานทํา มีรายได้ ท่านเคยคิดไหมครับ บริษัทใหญ่ ๆ โครงการใหญ่ ๆ นั้นเงิน มันไปเข้ากระเปิา ผู้บริหารโครงการ เจ้าของธุรกิจไม่กี่โครงการ ไม่กี่เจ้าของ ไม่กี่บริษัทแค่นั้นเอง มันไม่ได้ไป ทั่วถึงถึงพี่น้องประชาชนละครับ วันนี้รัฐบาลต้องใส่ใจเรื่องนี้ อย่าหลงครับ อย่าหลง ประเด็น ผมเชื่อครับว่าท่านอภิสิทธิ์ เชชาชีวะ กับท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านมีความ ซื่อสัตย์ จริงใจ ท่านต้องตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ละครับ อย่าให้พรรคร่วมรัฐบาลหรือคนที่โกง บ้านโกงเมือง คนทุจริตต่อเงินภาษีประชาชนมาเอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชน มาบริหาร มาโกงเงินภาษีพี่น้องประชาชนเอาไปได้ อย่างนี้สังคมไทยรับไม่ได้ท่านประธาน ผมก็เสียใจอย่างยิ่งครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ถ้าท่าน ได้เปึนนายกรัฐมนตรีต่อ ผมเชื่อว่าคนจนจะไม่มีเหลือแล้วครับในประเทศไทย เพราะ โครงการต่าง ๆ นโยบายต่าง ๆ ท่านเขียนไว้ชัดเจน ผมได้ไปปรึกษาหารือกับท่านหลาย ครั้งครับ ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะดี ๆ มา ผมจะรอไว้ครับ รอไว้จนกว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ เปึนรัฐบาล ผมจะนํามาใช้ และผมคิดว่าผมจะมีโอกาสได้ไปนั่งแทนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนี่แหละ จะบริหารบ้านเมืองให้ดูว่าจะหารายได้เข้าประเทศได้อย่างไร ท่านประธาน
นอกจากนั้นนะครับ ผมอยากจะฝากไว้ว่ารัฐบาลชุดนี้ทําอะไร โดยเฉพาะ กระทรวงการคลัง ทําให้รอบคอบและรัดกุม วงเงินต่าง ๆ ท่านกู้เท่าไรท่านต้องแจ้งให้ สังคมทราบ ท่านอย่าไปโอ้เอ้หรือไปฟังอย่างโน้น พูดไปซ้ําแล้วซ้ําอีก เลยไม่รู้ว่าท่านเปึน หนี้อยู่เท่าไร ผมบวกตัวเลขของผมมานะครับ เอาง่าย ๆ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จากมาตรา ๒๑ ที่กู้เต็ม วงเงินและจะกู้ให้เต็มวงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านจะออกเปึนพระราชกําหนด อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะออกเปึนพระราชบัญญัติ เบ็ดเสร็จ ๑,๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เปึนหนี้เรียบร้อย และวงเงินกู้วันนี้อีกต่างหาก ตอนแรกขอมา ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๒๘๙ ล้านเหรียญก็ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทแต่บวกตัวเลขที่ท่านส่งมา ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็บวกเปึน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาให้ชัดเจน ท่านจะกู้หนี้ ยืมสินไปทําอะไร ท่านต้องคิดให้ดีครับ เพราะวันนี้ท่านประธานสุดท้ายแล้วครับ หนังสือพิมพ์เขาล้ออยู่ตลอดเวลา นี่เปึนรูปท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เชื่อมั่น ประเทศไทย เชื่อมั่นอภิสิทธิ์ (กู้ว่าจะไม่เบี้ยวหนี้) คิดดูเอาเองก็แล้วกันครับ หนังสือพิมพ์ เขาล้อทุกฉบับเปึนผมนี่นะครับ ผมต้องหารายได้เข้าประเทศ อย่าไปกู้อย่างเดียวครับ ท่านประธาน ถ้าคิดไม่ออกเชิญผมไป เมื่อวานที่จริงท่านเชิญผมไปแล้วท่านก็ยกเลิก กรรมาธิการ กะว่าจะไปเสนอแนะข้อคิดเห็นดี ๆ ให้ท่านหาเงินเข้าประเทศได้ ท่านกลับมา เบี้ยวไม่ยอมให้พวกคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันเงินไปพบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมจัดลําดับอย่างนี้ครับ ต่อไปคือท่านวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ นะครับ แล้วก็ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ท่านสถาพร มณีรัตน์ นะครับ ท่านเกียรติกร พากเพียรศิลปี นะครับ เชิญท่านวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ดิฉันขออภิปราย เกี่ยวกับการกู้เงินของรัฐบาลในครั้งนี้ในกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ ตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ดิฉันขอเรียน ท่านประธานรัฐสภาในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรของประชาชนชาวไทย จังหวัดมุกดาหาร และทั้งทั่วประเทศ ดิฉันดีใจนะคะที่รัฐบาลมองถึงความสําคัญของการจะก่อหนี้เพื่อสร้าง ศักยภาพของการเศรษฐกิจเกิดขึ้น ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ในกรณีการกู้เงินมานี้ ดิฉันได้เห็น ๔ กรอบที่ก่อสร้างให้ ๔ กรอบที่จะกู้นี้มี ๑. โครงการก่อสร้างทางสายหลักให้ เปึน ๔ ช่องจราจรของกรมทางหลวง ๒. โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา บริเวณถนนนนทบุรี ๑ ของกรมทางหลวงชนบท ๓. โครงการปรับปรุงกิจการประปาแผน หลัก ครั้งที่ ๘ ของการประปานครหลวง ๔. โครงการรถไฟฟัาสายสีน้ําเงินช่วงหัวลําโพง- บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ของการรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ๔ กรอบที่ ท่านตั้งไว้แล้วก็มีการจัดงบประมาณ ในการที่จะกู้เงินนี้ไว้ในการกู้เงินเปึนความเหมาะสม อย่างยิ่ง แต่ดิฉันเห็นว่าในการกู้เงินของท่านในครั้งนี้อย่างไรยังสามารถสร้างเครดิตให้กับ ประเทศชาติได้ ท่านสามารถมีเครดิตกู้ได้มา ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในครั้งนี้ท่านกู้อยู่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันจะขอว่าในครั้งนี้ขอกรอบไปแล้ว ครั้งหน้ากู้มาเถอะค่ะ เครดิตของประเทศไทยนี้จะดีขึ้นนะคะ ในการกู้เงินมานี้ถ้าเราไม่มีสตางค์เราต้องกู้เงิน ถ้า เรากู้เงินมาแล้วเราก็คงจะมีจิตสํานึกในการที่จะคืนเงินให้กับเขาเพื่ออนาคต ถ้าเรากู้เงิน มาแล้วเราไม่คิดที่จะส่งเงินเขาเราก็คงจะขาดอนาคตไป ในครั้งนี้ที่ทางรัฐบาลเห็นชอบ ในการจะกู้เงินนี้มา ดิฉันคิดว่าทางรัฐบาลมีความคิดที่ดีแล้วที่กู้เงินมาเพื่อให้ประชาชน ได้รับการพัฒนาที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ว่าจะเปึนทาง ๔ ช่องจราจร ไม่ว่าจะเปึนทางสะพานข้าม แม่น้ําของกรมทางหลวงชนบท แต่ดิฉันอยากจะขอฝากท่านประธานรัฐสภาผ่านถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะคะว่า ในกรอบที่ท่านกู้เงินมานี้ถ้าท่านไปทํา ถนน ๔ ช่องจราจร ซึ่งส่วนมากนะคะ ในหนังสือเล่มนี้ท่านทําลงไปในพื้นที่นะคะ ๔๓๓ กิโลเมตร ๑๑,๒๔๐ ล้านบาทนี้ ทําถนนมี ๕ เส้นทาง ๑. เส้นทางก็คือเส้นทาง พิษณุโลก-หล่มสัก ๒. เส้นทางกาฬสินธุ์-มุกดาหาร ตอนนาไคร้ อําเภอคําชะอี และอีกเส้นหนึ่ง สีคิ้ว-ชัยภูมิ อีกเส้นหนึ่ง สีคิ้ว-อุบลราชธานี อีกเส้นหนึ่ง สัตหีบ- พนมสารคาม แล้วมาถึงพังงา-กระบี่ พนมสารคาม-สระแก้ว นครศรีธรรมราช-สงขลา ท่านกระจายทั้ง ๔ ภาค ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านคิดจะกู้เงินเพื่อที่จะก่อสร้างถนน ๔ ช่องจราจร แต่ที่ดิฉันอยากจะขอท่าน อีกอย่างหนึ่งว่าในการที่ท่านกู้เงินมาสร้างถนน ๔ ช่องจราจรนี้ ถ้าหากได้มีการก่อสร้าง ถนน ๔ ช่องจราจรของกรมทางหลวงชนบทแล้วนะคะ ขอให้ท่านคิดไปถึงในส่วนของ การขนส่ง การขนส่งแบบใช้รางรถไฟค่ะ มีการสํารวจครั้งก่อนที่ดิฉันได้อภิปราย ฝากไว้ ในการกู้เงินครั้งก่อนนั้น ได้ฝากไว้ว่า ทางรถไฟสายบัวใหญ่-มุกดาหาร สายบัวใหญ่-มุกดาหาร ๖๒๕ กิโลเมตร ได้คํานวณ ได้มีการออกแบบแปลน ได้มีการ สํารวจไว้เรียบร้อย และได้มีการคํานวณไว้แล้วว่าเราจะสามารถใช้การสร้างทางรถไฟนี้ และสามารถคืนเงินกู้นั้นให้กับต่างประเทศที่เรากู้เงินมานะคะ เวิลด์ แบงก์ ที่ให้ท่านกู้เงินมา ถ้าท่านทําทางรถไฟสายบัวใหญ่-มุกดาหาร ท่านจะได้มีเงินคืนมากับการที่ท่านลงทุน ในการสร้างทางรถไฟเส้นนี้ เพราะอะไรคะ ท่านสามารถใช้ทางรถไฟนี้ต่อเชื่อมมาจากทาง ตะวันออก ทางแม่สอด แหลมฉบัง ผ่านมาถึงบัวใหญ่ มาถึงมุกดาหาร ข้ามสะพานข้าม แม่น้ําโขง ผ่านไปถึงประเทศลาว ผ่านไปถึงประเทศเวียดนาม ผ่านไปถึงจีนแดง สินค้าที่ ขนส่งนี้ถ้าผลผลิตทางการเกษตรนั้นถ้าขึ้นรถไฟจะมีต้นทุนถูกกว่านะคะ ถูกกว่าที่จ้าง รถขนส่ง แต่ที่ท่านทําถนน ๔ เลนขึ้นมานี้เปึนผลประโยชน์ให้กับเกษตรกรทั้ง ๔ ภาคนะคะ ถ้าหากว่าจะขอความกรุณาจากท่านกู้เงินมาสร้างทางรถไฟให้ทางภาคอีสานนี้ก็จะดีนะคะ เพราะเราสามารถที่จะใช้ขนส่งผลผลิตทางการเกษตรได้ การขนส่งทางบกนี้ไม่ว่าจะเปึน ทางรถไฟ หรือไม่ว่าจะเปึนทางรถยนต์ ถ้าทางรถสิบล้อนี้อุบัติเหตุเกิดขึ้นมาเยอะ แต่ถ้าหากว่าท่านทําทางรถไฟนี้สามารถลดอุบัติเหตุนั้นได้พอสมควร แล้วก็จะลดได้มากด้วย นะคะ ๖๒๕ กิโลเมตร ถ้าจําไม่ผิดว่าแต่ก่อนนั้น ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่จะสามารถสร้าง ได้ และโดยทางต่างประเทศเขาพร้อมที่จะให้กู้เงินมาเพื่อสร้างทางรถไฟนี้ จากประเทศ แคนาดาพร้อมที่จะให้ท่านสร้างนะคะ ดิฉันขออภิปรายในส่วนนี้สมทบเพื่ออยากจะให้ ท่านใช้เครดิตของประเทศให้หมด ในกรณีที่ท่านสามารถกู้เงินอีกได้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกู้มาเลยค่ะ ดิฉันสนับสนุนนะคะ ในฐานะที่เปึนผู้แทนของประชาชนประเทศไทยนี้ และเปึนผู้แทนราษฎรของจังหวัดมุกดาหารนะคะ
อีกอย่างหนึ่งนะคะ ดิฉันอยากจะขอฝากท่านรัฐมนตรีในส่วนของการกู้เงิน นี้ ถ้าเราจะทําสะพานข้ามนะคะ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาบริเวณ ถนนนนทบุรี ของกรมทางหลวงชนบท ในส่วนการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยานี้ มีสะพานหลายแห่งที่ข้ามผ่านทางแม่น้ําเจ้าพระยา งบประมาณในการกู้นี้ถ้าท่านได้กู้ มาแล้ว ขอให้ท่านกู้เพิ่มให้กับทางกรมทางหลวงชนบทอีกด้วย เกี่ยวกับเรื่องอะไรคะ ถนนไร้ฝุ์นค่ะ ท่านคะ การขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ถ้าเราจะออกมาถึงถนนทางหลวง แผ่นดิน หนีไม่ได้ที่จะต้องผ่านจากทางการเกษตร ถนนจากเกษตรวิ่งออกมา ก็คือจะต้อง ผ่านจากถนนภายในหมู่บ้าน ภายในพื้นที่เกษตรกรรม ก็คือภายในพื้นที่ชนบท ถ้าท่าน มีการจัดงบกู้เงินให้กับกรมทางหลวงชนบท ขอท่านนะคะ กู้เงินให้กับกรมทางหลวงชนบท ในโครงการของถนนไร้ฝุ์น ก่อสร้างถนนไร้ฝุ์นในพื้นที่หมู่บ้านที่มีฝุ์น เพราะการที่มีฝุ์นนี้ ทําให้ประชาชนเพิ่มต้นทุนในการปลูก เพิ่มต้นทุนในการรักษาสุขภาพจิตสุขภาพใจของ เกษตรกร ดิฉันก็ขออภิปรายในส่วนนี้ว่าท่านกู้มาเลยค่ะ อีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่าน สามารถกู้ได้ในรัฐธรรมนูญนั้น ท่านกู้มาเลย อีก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ท่านกู้มาอีก ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอามาให้กับกรมทางหลวงชนบท ก่อสร้างถนนไร้ฝุ์นภายใน หมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ท่านให้ไปเลยค่ะ หมู่บ้านละ ๑๐ กิโลเมตร หมู่บ้านละ ๑๐ กิโลเมตร ท่านก็สามารถสร้างสุขภาพจิตสุขภาพใจให้กับเกษตรกรได้ และสามารถลดต้นทุนของท่านได้ เกษตรกรที่บอกว่าไม่ให้ท่านกู้ เพราะกลัวว่าเขาเหล่านั้นจะเปึนหนี้ ถ้าเขารู้ว่าท่านกู้ มาแล้วสร้างถนนคอนกรีต สร้างถนนลาดยางภายในหมู่บ้านให้เขา เพื่อที่จะลดต้นทุนใน การขนส่งผลผลิตออกจากพื้นที่เกษตรกรรมมาสู่ในตัวเมือง เขาเหล่านั้นยกย่องท่านค่ะ รัฐบาลชุดนี้สามารถยกระดับประเทศไทยได้ สามารถยกระดับ ความคิดของประชาชนใน พื้นที่รากหญ้าได้ว่าเขาคิดว่า การกู้เงินนี้จะไปสร้างหนี้ให้กับเขา กลับจะมาคิดว่าเปึนการ ให้กุศลกับเขาในการที่เขาสามารถนําผลผลิตทางการเกษตรออกมาเข้าสู่ตัวเมือง ไม่สร้าง ต้นทุนเพิ่มให้กับเขา ดิฉันขออภิปรายในส่วนนี้ ในกรณีที่ท่านเขียนว่า โครงการปรับปรุง กิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ ๘ ของประปานครหลวง ดิฉันขอฝากท่านประธานรัฐสภา ผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ท่านได้ฟังคําอภิปรายนี้ ขอฝากท่านนะคะ กู้เงินมาอีกเลยค่ะ ถ้าโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ ๘ ของการประปา นครหลวง ท่านกู้มาทําโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ ๙ ก็ได้ ของประปา ภูมิภาคนะคะ แล้วก็เสริมไปถึงประปาหมู่บ้านด้วยนะคะ ท่านให้เขาเหล่านั้นให้พื้นที่ ชาวบ้านบุคคลธรรมดาสามัญต่าง ๆ นะคะ มีเงินเดือนป้หนึ่งไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาทอย่างนี้ เขาสามารถได้ใช้น้ําประปาฟรี สามารถใช้ประปาหมู่บ้านฟรี ตัวนี้จะเปึนบุญกุศลให้กับ เขาเหล่านั้นมากที่สุด เงินเดือนของเขานั้นกินวันหนึ่ง ๆ หมดแล้ว สิ้นเดือนนี้จับหัวชนท้าย ไม่ถึงกันนะคะ ในความกรุณาของท่านที่กู้เงินมาให้กับผู้สูงอายุเดือนละ ๕๐๐ บาท กู้มา ให้กับลูกหลานนักเรียนได้ใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียนนั้น คนละ ๕๕๐ บาทและก็ ๖๕๐ บาทนั้น เปึนกุศลให้กับเขาแล้ว ในส่วนของกลุ่ม อสม. ท่านก็กู้มาให้แล้ว ตอนนี้ท่านสามารถกู้ใน กรอบโครงการที่ท่านเขียนไว้เอาเลยค่ะ กรอบโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ ๘ ในครั้งนี้ ต่อไปท่านกู้เปึนครั้งที่ ๙ เพื่อที่จะให้ประปาภูมิภาคนะคะ สามารถให้น้ํา กับการเกษตร ให้น้ํากับประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านชนบทนั้นสามารถได้รับและกิน น้ําประปาที่มียาฆ่าเชื้อเรียบร้อยนะคะ สุขภาพของเขา ร่างกายของเขาก็จะแข็งแรง ก็ขอฝากตั้งข้อสังเกตในการกู้เงิน ดิฉันเปึนผู้แทนราษฎรในจังหวัดมุกดาหาร ขอสนับสนุน อย่างยิ่งที่ขอฝากให้รัฐบาลชุดนี้กู้เงินมาเลยค่ะ เครดิตท่านจะสูงขึ้น และเครดิตของท่าน จะมากขึ้นในความเชื่อมั่นของประชาชนที่ให้ความเชื่อมั่นในการที่ให้ท่านเปึนผู้มาบริหาร เงินของประเทศ และเงินที่กู้มาของประเทศสามารถที่จะคืนต่างประเทศได้ ขอขอบคุณค่ะ ท่านประธาน
ครับ เชิญท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ ท่านไม่อยู่ เชิญท่าน พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร สมาชิก วุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ๆ ตัวแทนพี่น้องลูกเสือไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ต่อกรณีกรอบการเจรจากู้เงิน ก็ใคร่ขอเรียนข่าวล่ามาไม่ช้าต่อท่านประธานสัก ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก ระยะนี้หุ้นขึ้น คนเขาก็รู้ทั่วกัน ก็แปลว่าบรรยากาศทางเศรษฐกิจดี
เรื่องที่ ๒ ก็เปึนเรื่องที่น่ายินดีอีกเช่นกันว่า มีโพล (Poll) หลายสํานัก ได้ทํานายทายทักว่า ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเปึนอย่างนี้แล้ว ก็น่าจะหมายความว่า ตอนนี้ถ้ารัฐบาลเขาอยากจะทําอะไร ก็ควรสนับสนุนให้เขาทํา จะมี หนี้มีสินอะไรก็ว่ากันไป จะกู้ใครก็เชิญ แต่อย่างไรก็อดเปึนกังวลไม่ได้ครับว่า เรื่องเปึนหนี้ยิ่งที่เขาเรียกกันว่า หนี้สาธารณะ ก็หมายถึงว่าจะต้องร่วมกันรับผิดชอบกันทุกคนเท่า ๆ กันในหมู่ประชาชน แต่นัยว่าเขาเอา ไปทําประโยชน์สาธารณะ ก็อย่างว่าละครับบางครั้งก็ไม่ได้รับประโยชน์กันทุกตัวคน โดยตรงเท่า ๆ กันในหมู่คนที่ร่วมกันเปึนหนี้ ไม่ว่าจะเปึนถนนหรือสะพานก็อาจจะไม่ได้ ใช้กันทุกคน แต่เอาล่ะ มีให้เพื่อนใช้ก็ยังดี ก็แล้วทําไมต้องเปึนหนี้ด้วยละครับ มีเงินแล้ว ค่อยทําไม่ได้หรือ แล้วว่าที่ต้องไปกู้ต่างประเทศเขาไม่คิดดอก หรือเขาให้ดอกดวงกัน อย่างไรถึงต้องไปกู้ต่างประเทศ กู้ในประเทศจากสภาพคล่องส่วนเกินไม่พอแล้วหรือ ก็ล้วนแล้วแต่เปึนสิ่งที่ควรกังวลในหมู่ประชาชนนะครับ ผมพูดในนามของชาวบ้าน ชาวบ้านที่ยังไม่เข้าใจมหภาค จุลภาค ก็ยิ่งจะกังวลมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในเศรษฐกิจ ครัวเรือนเขาก็ไม่นิยมการเปึนหนี้ใคร แล้วก็ที่ร้ายที่สุดนะครับ ในโพลที่เคยทํานายไว้เดิม นั่นละ หลายสํานักนั่นเองที่บ่งชี้การสํารวจอีกว่า สอดคล้องกันด้วยนะครับว่า ไม่เชื่อมั่นนักการเมืองกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เลยไม่เข้าใจว่ารัฐบาลกับนักการเมืองนั้น ต่างกันอย่างไร ท่านประธานครับ ชาวบ้านก็ยังพูดกันอื้ออึงว่า กู้ไปทําไมกันนักกันหนา นะครับ อย่างที่ได้พูดกันในสภาก็ได้พูดกันว่ากู้ไปทําไมกันนักกันหนา แล้วยิ่งกว่านั้นเขาก็ พูดว่า ความจริงแล้วกู้ก็ไม่กลัวหรอกครับแต่กลัวโกง ยิ่งงานที่รองรับบ่งชี้กันมาทั้ง ๓ งาน แล้วก็มาเพิ่มอีกงานหนึ่งก็เปึนที่รู้ว่าโกงง่ายทั้งสิ้น คนที่เคยโกงจะรู้ว่าโกงง่าย ทั้งถนน สะพาน สาธารณูปโภค ในประเทศไทยก็เท่าที่เห็นก็งานพวกนี้ทําเสร็จแล้วก็มักไม่ได้ของดี นะครับ ก็ไม่ทราบเปึนอย่างไร ก็เจอรัฐบาลนี้จะสร้างประวัติศาสตร์ จะมีถนน โน คอร์รัปท์ (No Corrupt) จะมีสะพานโน คอร์รัปท์บ้างได้หรือไม่ครับ เปึนของขวัญประชาชนยามยาก นะครับ เรื่องที่บ่น ๆ มาต่อท่านประธานก็เพียงอยากให้รัฐบาลที่เขาว่าดีกันอยู่แล้ว ได้เอาจริง เอาจังใน ๒ เรื่อง ผมคิดว่าขาดการเอาจริงเอาจังและความไม่แข็งแรงเรื่องนี้ ทําให้เกิด ความระส่ําระส่ายได้ครับ
เรื่องที่ ๑ ก็ขอให้มีความรอบคอบและเอาใจใส่ด้วยในการทําให้ประชาชน ได้มีส่วนร่วม ด้วยการประชาสัมพันธ์เชิงเหตุเชิงผล เข้าใจง่ายในเรื่องสําคัญ ๆ มากขึ้น แล้วก็หลายรูปแบบมากกว่าที่เปึนอยู่ ได้สดับตรับฟังจากที่ประชาสัมพันธ์มา แม้กระทั่งใน คําปรารภสุดท้ายของโครงการที่มาขอกรอบก็ได้ทําโน่นทํานี่ แต่ก็ทําในเชิงที่เปึน นักวิชาการเข้าใจ ผู้คนที่เข้าใจก็เข้าใจ ผู้คนที่ไม่เข้าใจก็ยังไม่เข้าใจ ท่านมีหน้าที่จะทําให้ ทุกคนเข้าใจนะครับ ไม่ใช่ว่าทําดีแล้วไม่ต้องเข้าใจก็ได้ ถ้าอวดอ้างอย่างนี้ก็จะเกิดความ วุ่นวาย
แล้วก็เรื่องที่ ๒ ก็อย่าเผลอไผลให้มีใครมาแอบฉ้อ แอบฉล แอบโกงกับ โครงการดังกล่าว ก็โดยเฉพาะฝ์ายนักการเมือง เพราะประชาชนเขาก็ดูแคลนกันไว้เยอะครับ มันบาดใจครับ แล้วก็ประชาชนเมื่อเห็นเปึนอย่างนั้นแล้ว ก็พร้อมที่จะราวีกันให้ ฉิบหายกันไปเลยล่ะครับ เขาไม่กลัวหรอกครับถ้าหากว่ามันถึงขั้นจนมุมขนาดนั้น ก็ฝาก ข้อคิดผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลไว้ ๒ เรื่อง ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสถาพร มณีรัตน์ เชิญ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในนาม สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ต่อการพิจารณากรอบการกู้การเปึนหนี้ของประเทศ ซึ่งท่ามกลางกระแสวิกฤติโลก กระแสวิกฤติเศรษฐกิจ และอาการตกใจของพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศในการที่รัฐบาลจะมีการกู้ ซึ่งการกู้นี้เราต้องยอมรับว่าการกู้เงินนั้น ในสถานการณ์ปกตินั้นมีความจําเปึน เพราะเราต้องยอมว่าในสถานการณ์ปกตินั้นการกู้ เงินย่อมจะมีแผนการใช้หนี้ การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจเราเท่าไร จีดีพี เราโตเท่าไร และ เรามีหนี้สาธารณะเท่าไร และเราจะกู้แล้วก็ใช้หนี้ เอารายได้มาจากตรงไหนมาใช้หนี้ ตรงนี้ ชัดเจนครับ ที่มีแผนงาน แผนเงิน แผนคน ในการพิจารณากรอบอนุมัติวงเงิน ซึ่งผมเชื่อว่า ถ้าในสถานการณ์ปกตินั้น สมาชิกรัฐสภาในฐานะผู้แทนปวงชนคงไม่วิตกกังวลเท่าไรนัก และพี่น้องประชาชนก็ถือว่าเปึนเรื่องปกติเพราะเปึนการลงทุนในภาคปกติ แต่ในขณะที่ กระแสของเศรษฐกิจของโลกและของประเทศที่บรรดานักเศรษฐกิจและสถาบันวัดเครดิต ต่าง ๆ พยายามชี้เชื่อมโยงให้เห็นว่า ประเทศของเรานั้น จีดีพี อาจติดลบถึง ๙ แต่เมื่อมา หันดูสถานการณ์ ปรากฏว่ารัฐบาลจะมีการออกวงเงินกู้ ซึ่งทั้งหมดนี่ถ้ารวม ๆ แล้ว ไม่ว่า กู้ในภาคปกติที่ไปโปะงบประมาณถึง ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะออก พ.ร.ก. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และที่จะขอกรอบการกู้เงินปกติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมวงเงิน จริง ๆ แล้ว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะเปึนหนี้ เพราะฉะนั้นพี่น้อง ๖๓ ล้านคน ถ้ากู้อย่างนี้ เบ็ดเสร็จผ่านกรอบอย่างนี้เบ็ดเสร็จเราเชื่อเลยว่า อุแว้มานี่ ๖๐,๐๐๐ บาทเปึนอย่างต่ํา ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือกรอบทั่วไป แต่สิ่งที่ผมจะต้องท้วงติงและมีจุดยืนที่ไม่เห็น ด้วยกับการกู้เงินในครั้งนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานแบ่งการกู้เงินออกเปึนรายภาค ท่านประธานครับ ปรากฏว่ากระดาษแผ่นเดียวนี่ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าเปึนเช็ค ผมก็ยังพออนุมานได้ว่า ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ยังเห็นตัวเลข ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังท่านเอามาเหมือนกับให้เอาเด็กมาแจก ผมไม่สบายใจเปึนอย่างยิ่งครับ ว่าการกู้เงินจํานวนนี้มีกระดาษ เอ ๔ (A4) นี่ ถ่ายเอกสารด้วยครับท่านประธาน ๒ แผ่น หน้าหลังแผ่นเดียว แล้วท่านมาขอกรอบการกู้เงินอย่างนี้ท่านไม่อายหรือครับ ไม่อาย คนรากหญ้าของผม เอสเอ็มแอล (SML) นี่กว่าจะได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทนี่ เอกสารหนาเปึนศอก ครับ นายอําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตรวจแล้วตรวจอีก กลัวชาวบ้านโกง กองทุนหมู่บ้าน นี่กว่าจะซื้อหม้อก๋วยเตี๋ยวจะเป่ดร้านก๋วยเตี๋ยว ๓๐,๐๐๐ บาทนี่นะครับ เอาคนมาค้ําประกัน เปึน ๑๐ คน ตรวจประวัติละเอียดยิบว่าเปึนลูกใคร เอาไปจริงหรือเปล่า เอาไปซื้อ มอเตอร์ไซค์ มือถือหรือเปล่า เอาไปลงทุนจริงหรือเปล่า แต่นี่ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน รัฐสภาแห่งนี้อายกองทุนหมู่บ้านผมด้วยนะครับ อายคณะกรรมการ เอสเอ็มแอล ของผมด้วยนะครับ ถึงแม้จะเปึนกรอบแต่ท่านต้องเสนอรายละเอียดด้วย การกู้ธนาคาร ก็เหมือนกันท่านประธาน ผมกู้เงินธนาคาร ๒ ล้านบาท เงินสวัสดิการ ส.ส. ที่ ๖ เดือนที่จะหมดนี่ เขาสอบแล้วสอบอีกครับ แต่ปรากฏว่านี่ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ อันนี้ลงทุนเฉพาะกรุงเทพมหานคร ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการประปานครหลวง ลงทุน สร้างรถไฟฟัาบางซื่อ-ท่าพระ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หัวลําโพง-บางแค ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท การประปานครหลวงอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมน้อยใจแทนพี่น้องประชาชน ในภาคชนบทของผมครับ วันนี้โดยเฉพาะจังหวัดลําพูนผมนี่เด็กฟันเหลืองเต็มหมู่บ้านเลยครับ สารฟลูออไรด์ เพราะน้ําประปาไม่สะอาด จะเปึนนางสาวไทยก็ไม่ได้ แปรงฟันก็ไม่ออก เพราะฟันมันเหลือง เพราะน้ําประปาไม่ได้คุณภาพ และผมยังเชื่อว่าภาคชนบทอีก หลายพันหลายหมื่นหมู่บ้านที่ยังขาดแคลนน้ําสะอาด น้ําดื่ม น้ํากิน แต่ท่านกู้เงินมาให้คน กรุงเทพฯ มาทําน้ําประปา ๒,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศไทยคือกรุงเทพฯ หรือครับ แต่คน ๖๓ ล้านคน รากหญ้าผมก็แบกหนี้เหมือนกัน ท่านคิดได้อย่างไร ถ้าท่านกู้แบ่งออกเปึน ๒ ส่วน ภาคชนบท ๒,๐๐๐ ล้านบาท ภาคในเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมจะอนุโมทนาสาธุเลยครับ นี่การประปานครหลวงฟันไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอ ประปาผ่านองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น อบต. ตั้งแต่สมัยเปึน ส.ส. ครั้งแรกเมื่อป้ ๒๕๔๓ ยันป้นี้ ยังไม่ได้ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาทเลยครับ โอนไปให้ อบต. ยังไม่ถึง ๑๐ ล้านบาทเลย แสดงว่าท่านได้ทอดทิ้งรากหญ้า ใครเปึนหนี้ครับ ก็ประชาชน ๖๓ ล้านคน แต่ใครเสพสุข ครับ ก็การประปานครหลวง คนกรุงเทพฯ และปริมณฑล นี่ผมไม่ได้ว่า ผมไม่ได้อิจฉา พี่น้องกรุงเทพฯ แต่ผมท้วงติงว่าการกู้เงินอย่างนี้ไม่ครอบคลุมความต้องการของประเทศ ทั้งหมด แต่คนที่เปึนหนี้ใช้หนี้ทั้งหมด ประเด็นครับ การกู้เงินทางด้านคมนาคม อันนี้ กรุงเทพฯ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะรถไฟฟัาหลากสี ผมไม่รู้สีอะไรเปึนสีอะไรงงไปหมด แล้วก็ไม่เคยได้ขึ้นด้วย ภาคเหนือ พิษณุโลก-หล่มสัก ได้ถนน ๔ เลน ๓,๐๐๐ กว่า ล้านบาท ภาคตะวันออกถนน ๔ เลน ได้ ๑,๗๐๐ ล้านบาท ภาคใต้ได้ ๑,๖๐๐ บาท มันยัง ขาดแคลนอีกหลายภาคครับ ภาคเหนือตอนบนของพวกกระผมนั้นยังมีความจําเปึนที่ จะต้องเชื่อมโยงตามเมืองชายแดนต่าง ๆ ถนนพหลโยธิน ๑๐๖ ซึ่งผมได้เรียกร้องที่ผ่าน อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน เข้าจังหวัดเชียงใหม่ ทะลุอําเภอฮอด อําเภอ จอมทอง เขาก็ต้องการถนน ๔ เลน แผนเสร็จ ออกแบบเสร็จ ผ่านมาแล้ว ๒๖ ป้ครับ ได้ ๖ กิโลเมตร ท่านไปเป่ดดูได้เลยครับท่านรัฐมนตรีคลังครับ ถนนพหลโยธิน ๑๐๖ เมื่อผ่านถนนสายเอเชียมาบรรจบกันที่อําเภอเถิน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่อําเภอลี้ อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอป์าซาง จังหวัดลําพูน ทะลุอําเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เขียนแผนเสร็จ ออกแบบ เสร็จ ๒๖ ป้ ได้มา ๑๐ กว่ากิโลเมตร แต่นี่ครับท่านบริหารประเทศมา ๔ เดือน ท่านกู้เสียแล้ว แต่กับถนนเส้นที่เปึนความต้องการของพี่น้องรากหญ้าภาคเหนือตอนบนนี่ไม่มีเลยครับ นี่คือความไม่เปึนธรรมของการกู้เงิน แต่ถามว่าพวกผมนี่รับภาระแบกหนี้หรือเปล่า อุแว้มา ๖๐,๐๐๐ บาท ลูกผมอุแว้มา ๖๐,๐๐๐ บาท มันก็รับภาระกันหมด ไม่มีใครเลย นะครับที่ไม่เปึนหนี้งวดนี้ แล้วถามว่าเวลาใช้หนี้ท่านเลือกเฉพาะผู้ที่โดยสารรถประเภทนี้ ใช้หนี้หรือเปล่า เปล่าเลย ก็ภาษีเราทั้งนั้นละครับ ๖๓ ล้านคนหารโหด ป้หนึ่งก็ว่ากันไป นี่คือความจําเปึนที่ต้องลุกขึ้นมาท้วงติงของกรอบการกู้เงิน และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง พี่น้องของผม เกษตรกรภาคชนบท อยากเหลือเกินครับ อยากได้ถนนไร้ฝุ์น ยังไม่เห็นเลยครับ ผมก็อยากเห็น อยากได้ประปาน้ําดื่มสะอาดก็อยากเห็น เพราะฉะนั้นนี่นะครับ ท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ต่อไปนี้ท่านจะมา ขอกู้เงินนี่ต้องมีเอกสารให้มันครบถ้วนสมบูรณ์กว่านี้ อย่ามาดูถูกสมาชิกรัฐสภาว่า ใช้เสียงข้างมากลากไป ผมยังเชื่อว่าเดี๋ยวจะรู้สึก จะวุ่นวายอีกแล้วท่านประธาน เตรียมตัว ให้ดี ผมว่าไม่ผ่านหรอก เพราะผมเชื่อมั่นว่าวุฒิสมาชิกเขามีจิตวิญญาณในการกลั่นกรอง ความจําเปึนจริง ๆ เพราะเราเลือกให้วุฒิสภาเข้ามากลั่นกรองความจําเปึน อันไหนจําเปึน อันที่ ๑ อันไหนจําเปึนอันที่ ๒ ท่านประธานผมขออนุญาตอีกสัก ๒-๓ นาทีครับ เพราะว่า ผมได้หารือ
ไม่อนุญาตนะครับ เอาตามกรอบ ดีกว่าครับ เพราะท่านมัวแต่ไปเรื่องอื่น
ไม่ได้ไปเรื่องอื่น เลยนะครับ กําลังจะเข้าเรื่องไม่อย่างนั้นมันไม่สมบูรณ์ครับ
มันสมบูรณ์แล้วครับ ชาวลําพูน เขาฟังชัดแล้วคุณสถาพร
ผมขอสรุป ๑ นาทีครับ ท่านประธานครับ
พอแล้วครับ
ผมขอสรุป ๑ นาทีครับ ท่านประธานครับ
ให้ครึ่งนาทีครับ เชิญครับ
ท้ายที่สุดนี้ ผมกราบวิงวอนวุฒิสภาครับ ซึ่งถือว่าเปึนความหวังในระบบรัฐสภาที่จะมาถ่วงดุลของ สภาผู้แทนราษฎร ขอได้โปรดใช้วุฒิภาวะของผู้คน วุฒิภาวะของวุฒิสภาได้โปรด กลั่นกรองกรอบวงเงินกู้นี้อย่างมีสติและได้โปรดเห็นใจพี่น้องประชาชนภาคชนบท ที่จะต้องรับภาระในการแบกหนี้โดยได้รับผลประโยชน์น้อยที่สุด ขอกราบขอบพระคุณ ครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลาได้ดีมาก เกินนิดหน่อยไม่เปึนไรครับ ต่อไปคุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี เชิญครับ
สวัสดีครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ วันนี้ผมขอพูดเรื่องเกี่ยวกับ การกู้เงินของรัฐบาลนะครับ การกู้ก็เปึนสิ่งที่ดี เพราะว่าเมื่อใครเดือดร้อนก็ต้องกู้เงิน เพื่อมาใช้ในทางที่ถูกต้องนะครับ แต่วันนี้รัฐบาลได้กูเงินมานั้นเหมือนว่ารายละเอียด ต่าง ๆ นั้นไม่ถึงรากหญ้า ไม่ถึงชนบทนะครับ ผมลงพื้นที่มา เงิน ๒,๐๐๐ บาท ที่คราวที่แล้วก็มีปัญหาตามมา แต่ก็ไม่เปึนไรครับ นั่นคือครั้งแรก ผมเคยบอกชาวบ้านว่า ครั้งแรกต้องให้โอกาสรัฐบาล แต่ครั้งนี้ก็เปึนครั้งที่ ๒ ในการกู้ การกู้ครั้งนี้คนที่บ้านผมถามว่า เราจะได้อะไรจากรัฐบาล ถนน ๔ เลนของเราได้ไหม บ้านผมไม่เคยได้เลย ผมเปึน ส.ส. มาตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ก็พูดตลอดกู้ก็ยังไม่ได้อีก แล้วถามจะได้อะไรบ้าง ผมบอกว่าผมดู แล้วอยู่ที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลหมดนะครับ ชาวบ้านรากหญ้าแค่ยืมสตางค์ ๑,๐๐๐ บาทยังยืมกันไม่ได้เลย แต่รัฐบาลชุดนี้กู้ตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านสภาก็กู้ได้ ชาวบ้านบ้านผมทุกวันนี้บุหรี่หาซื้อไม่ได้เพราะว่าได้ข่าวรัฐบาลจะขึ้นภาษีบุหรี่ กักตุนกัน หมดเลยครับ จะขึ้นภาษีเหล้า เหล้าก็กักตุนกันหมดอีก คือทําอะไรผมไม่ว่าหรอกครับ ผมอยู่ฝ์ายรัฐบาลก็จริง แต่ว่ามีอะไรควรจะบอกให้ชัดและล่วงหน้า เพราะทําให้พ่อค้าหัวใส บางคนกักตุนสินค้าเอาไว้ให้ชาวบ้านเดือดร้อน เหล้าก็แพง ท่านต้องลงพื้นที่ต่างจังหวัด มาก ๆ ครับ คือผมเข้าใจท่านตั้งใจทํางาน ทั้งท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเปึนคนที่ตั้งใจทํางาน มีความคิดดี แต่ความคิดของท่านต้องให้ถึง รากหญ้า เพราะว่าเสียงรากหญ้าเปึนเสียงสวรรค์ บ้านเมืองเราเปึนบ้านเมืองเกษตรกร นะครับ สิ่งที่ผมอยากเสนอให้ท่านทําคือแหล่งน้ําทั่วประเทศไทย ราคาพืช ผลไม้ ทุกป้ นะครับ ข้าวโพด มันสําปะหลัง อ้อย ข้าว มีการประกันราคาพืชผลของรัฐบาลและคนที่ได้ กําไรคือใครครับ พ่อค้าคนกลาง นายทุนนะครับ ข้าวโพดออกจากนอกประเทศเข้ามาใน ประเทศมาให้รัฐบาลรับซื้อในราคาประกันพืชผล ๘.๕๐ บาท แต่ตอนท่านจะขายท่านขาย ไม่เกิน ๕ บาท ๓ บาท และเงินส่วนต่างนี้ไปไหน ท่านคิดให้ดีนะครับ เปึนอย่างนี้ทุกป้ เดี๋ยวถึงเวลาหน้าเงาะซึ่งบ้านผมอยู่จังหวัดปราจีนบุรีนะครับ เงาะให้ฟรียังไม่กินเลยครับ คือการที่เราจะกู้อย่างไรก็ตามการส่งออกก็สําคัญ ตอนนี้ค่าเงินบาทแข็ง การส่งออกเราก็ต้องขาดทุน ผมรู้ว่าท่านศึกษาเมืองนอกเมืองนา ผมเข้าใจนะครับ ผมเด็กบ้านนอก แต่ผมเข้าใจคนบ้านนอกดีว่า ชาวบ้านดีว่าสิ่งที่ต้องการ คือ มีพอ มีกิน เศรษฐกิจพอเพียงนะครับ ทุกวันนี้ถ้าท่านไม่ไปต่างจังหวัดท่านไม่รู้หรอกว่า ทุกวันนี้ชาวบ้านแทบไม่ควักเงินใช้เลย แม้แต่พี่น้องผมเอง แม้แต่ผมเองยังต้องประหยัด แม้แต่ทุกคน ข้าราชการทุกคน ทุกวันนี้นะครับ ท่านไปสอบถามเลยครับ ไม่ใช้เงินกันเลย แล้วการกู้เงินของท่านมานี่มันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจในทั้งจังหวัด ในทั้งประเทศ เหมือน ท่านแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท คนที่ไม่ได้เขาก็เสียใจ คนที่ได้เขาก็ดีใจ นั่นคือปัญหาที่ท่าน ตั้งขึ้นมา และพวกเราเหล่าสมาชิกได้ยกมือผ่านการกู้เงิน ผมก็ยินดีด้วยที่ยกมือผ่านให้ ท่านจริง แต่ถามว่าท่านกู้ไปแล้วคนที่รับใช้หนี้สินสาธารณะนี้คือใคร ก็คือประชาชน ทั้งประเทศ ท่านต้องคิดให้ดีนะครับ ท่านเปึนรัฐบาล ผมก็เห็นด้วย ผมอยากให้ท่านเปึน รัฐบาล แต่เปึนแล้วสิ่งที่จะจําไปจนวันตายคือว่า ท่านเปึนแล้วนี่ดีหรือเปล่า นั่นคือ สิ่งสําคัญ ท่านต้องเห็นประโยชน์ของบ้านเมืองมากกว่า ประโยชน์ของประชาชนทั้ง ประเทศมากกว่า กว่าประโยชน์คนบางคนเท่านั้น ทุกวันนี้เขาว่านักการเมืองกันทุกคน ประชาชนทั้งประเทศนะครับเกลียดนักการเมืองยิ่งกว่าอะไร หาว่านักการเมืองเข้ามาเพื่อ หวังผลประโยชน์ ทุกยุคทุกสมัยต้องการผลประโยชน์ทั้งนั้น ทําให้นักการเมืองเปึนสิ่งที่ น่ารังเกียจของชาวบ้านทั่วประเทศ พอเลือกเข้ามาแล้วก็ทะเลาะกัน ในสภาก็ทะเลาะกัน นอกสภาก็ทะเลาะกัน มีทั้งม็อบเหลือง ม็อบแดง ปัญหานะครับ ไม่ต้องไปแก้ที่ไหนหรอก ครับ ปัญหาในสภาเราเองนี่ให้สมานฉันท์กันก่อน ปัญหาใหญ่คือปัญหาสภาเรานี่แก้ให้ดี ก่อนนะครับ นอกสภาก็จะไม่มี ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานสภาถึงคณะรัฐมนตรี นะครับ คนไทย ๖๓ ล้านคน มองรัฐบาลท่านอยู่ ท่านไม่รู้หรอกครับว่า ชาวบ้านคิด อย่างไร ใครใส่เสื้อเหลือง ใครใส่เสื้อแดง เปึนอย่างไร ผมเห็นกับตาเลยครับ
ท่านเกียรติกร พากเพียรศิลปี ครับ เอาในเนื้อหาเรื่องดีกว่า พูดนอกเรื่องไปครับมันไม่ดีครับ
ครับ ผมเรียนท่านว่าผมรักทุกสีนะครับ ผมไม่ได้รังเกียจสีไหน แต่อยากจะเรียนท่านว่า ให้งบประมาณที่กู้เข้าไปทั่วประเทศถึงรากหญ้า เพราะผมอยากให้รากหญ้าก็รักพวกท่านด้วย รัฐบาลด้วย เพราะทุกคนเสียภาษีทุกคน เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการกู้เงินในครั้งนี้ มันไม่ได้ตอบสนองกับคนทั้งประเทศ ตอบสนองเพียงแต่คนบางกลุ่ม ผมจะฝากถึงแหล่งน้ํา ทั่วประเทศ ทุกวันนี้น้ํายังไม่พอเพียง ถ้าทําแหล่งน้ําชลประทานให้คนไทยทั้งประเทศ ที่เปึนเกษตรกรมีน้ําใช้พอเพียง รับรองได้ว่าเศรษฐกิจก็ดีขึ้น และ
ข้อที่ ๒ คือ แหล่งท่องเที่ยว รายได้จากแหล่งท่องเที่ยวสําคัญมาก ถ้าเมืองไทยมีความขัดแย้งกัน ท่านกู้เงินมามันก็ไม่มีประโยชน์ แหล่งท่องเที่ยวก็ไม่เจริญ เพราะฉะนั้นที่ท่านกู้มานี่แหล่งท่องเที่ยวก็ไม่มี ทางเกษตรกร ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ไม่มี การพัฒนาการส่งออกก็ไม่มี มีคือโครงสร้างอย่างเดียว โครงสร้าง พื้นฐาน และถามว่าท่านทําแล้วท่านจะได้อะไรตอบแทนมาจากที่ท่านทําเหล่านี้ ประโยชน์ ที่ท่านได้คืออะไร รายได้จากไหน การกู้เงินเราไปกู้ธนาคารแล้วถามว่าเอาเงินไปทําอะไร แล้วจะได้คืนส่งดอกส่งเบี้ยเขาไหม แต่ท่านกู้ปลายเหตุ กู้แล้วท่านจะคืนเขาอย่างไร ท่านกู้ได้ แต่ถ้าเกิดท่านคืนเขาไม่ได้แล้วใครเปึนผู้คืน คนที่คืนก็คือราษฎรทั้งประเทศ คือภาษี ราษฎรต้องคืน แต่ท่านเปึนคณะรัฐมนตรี รัฐบาลเพียงไม่กี่คน แล้วท่านรัฐบาลเห็นชอบ เมื่อรัฐบาลเห็นชอบแล้ว แต่ตอนจะคืนละครับ ใครคนคืน ก็คือเปึนชาวบ้านทั้งประเทศไทย ๖๓ ล้านคน ต้องเสียภาษีให้รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลไปแล้ว ใครเปึนรัฐบาลต่อไปก็รับกรรม ซึ่งผมอยากให้ท่านทํางานให้สําเร็จลุล่วง เพราะว่าทุกคนมองและดูถูกรัฐบาลนี้อยู่ ผมอยากให้รัฐบาลนี้ดี ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ อยากให้ดี และให้ออกมาชัดเจน ให้ท่านเดินทาง ไปไหนก็ปลอดภัย เพราะผมเข้าใจว่าประชาชนบางคนคิดไม่เหมือนกัน บางคนไม่เข้าถึง ปัญหา เรารู้กันภายในสภา แต่บางทีชาวบ้านรากหญ้าไม่รู้เรื่อง ต้องอธิบายหรือโฆษณา ทางสื่อให้เขาเข้าใจว่าเรากู้และได้ประโยชน์อะไรบ้าง เพราะตรงนี้ชาวบ้านจงเกลียดจงชัง เพราะเขาไม่รู้จริง ถ้าเขารู้จริงอาจจะรักพวกเราทุกคน ไม่เกลียดเหมือนกับว่าปัญหาเกิด จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จริงปัญหาเกิดจากการบริหารงาน สมาชิกนิติบัญญัติคือ ฝ์ายตรวจสอบ การจะยกมือหรือเห็นชอบอะไรสักอย่าง ต้องมีความคิดเห็น ไม่ใช่เห็นแล้ว ก็เอาด้วยหมดทุกอย่าง ประโยชน์ของเราก็คือประชาชน ขอบคุณมากครับ
ต่อไปนะครับ ท่านอาจารย์ตรึงใจ บูรณสมภพ เชิญครับ
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลาของ ที่ประชุมรัฐสภา ดิฉันขอเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพียง ๒-๓ ประเด็นนะคะ
โครงการกู้เงินจากต่างประเทศ ซึ่งเปึนการกู้เงินจากองค์การระหว่าง ประเทศที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบและพร้อมที่จะดําเนินการแล้วนี้ ดิฉันคิดว่า ดิฉันเห็นด้วยนะคะ อย่างไรก็ดีดิฉันเห็นว่าการกู้เงินเพื่อนํามาพัฒนาประเทศ ทั้ง ๔ โครงการนั้น เปึนโครงการที่รัฐบาลจะมาสร้างบ้าน สร้างเมืองทางกายภาพ ซึ่งเปึน การสร้างงานให้กับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ใช้แรงงาน ก็เปึนการกระจายรายได้ ให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อยให้มีงานทํา เปึนการกระทําในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งหลาย ๆ ประเทศ ก็ได้ทําแล้วได้ผลมาแล้ว อย่างไรก็ดีดิฉันมีความเห็นว่าเงินที่รัฐบาล จะกู้มานั้น กู้มาเพื่อพัฒนากรุงเทพฯ ถึง ๓ โครงการ แต่มาพัฒนาชนบทเพียง โครงการเดียวคือ โครงการก่อสร้างทางสายหลักให้เปึน ๔ ช่องจราจร (ระยะที่ ๒) ของ กรมทางหลวง เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานทางถนนให้เชื่อมต่อสู่ภูมิภาคและชนบท ทางด้านทิศตะวันตก ทิศตะวันออก และทิศใต้ ดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลยังมีโครงการที่จะพัฒนา ประเทศต่อไป ซึ่งดิฉันใคร่ขอเสนอให้รัฐบาลหาเงินมาพัฒนาชนบทให้มากขึ้น โดยเฉพาะ การพัฒนาด้านเกษตรกรรม เช่น การทําชลประทาน ซึ่งก็เปึนไอเดีย (Idea) เดียวกับที่ท่าน ส.ส. ได้พูดเมื่อสักครู่นะคะ การขุดแหล่งเก็บกักน้ําไว้ให้เกษตรกรได้ทําการเพาะปลูก ให้ เกษตรกรสามารถทําการเพาะปลูกอย่างได้ผล ถ้ามีน้ํานะคะ เกษตรกรก็จะเลี้ยงตัวเองได้ เขาจะได้ไม่เข้ามาหางานทําในกรุงเทพฯ ดิฉันอยากจะให้มีการพัฒนาชนบทมากขึ้นนะคะ อย่างน้อย ๆ คนในกรุงเทพฯ ก็จะได้ไม่ขยายตัว ประชากรไม่เพิ่มมากขึ้น
อีกประการหนึ่งก็คือการอนุรักษ์โบราณสถาน ซึ่งเปึนแหล่งที่ทํารายได้ ให้กับประเทศด้วยการท่องเที่ยว
ข้อสังเกตในการกู้เงินของดิฉันมีอีกข้อหนึ่งก็คือ ในเรื่องของดอกเบี้ย การกู้เงินจากต่างประเทศกับดอกเบี้ยในประเทศ เช่น การขายพันธบัตร ดิฉันอยากจะให้ รัฐบาลได้คิดถึงเรื่องนี้ว่าการหาเงินด้วยวิธีขายพันธบัตร ซึ่งประชาชนที่พอจะมีเงินเหลือ เก็บก็สามารถที่จะซื้อได้ เปึนการกู้เงินจากประชาชนด้วยกันเอง เงินทองก็จะไม่รั่วไหล ออกไปต่างประเทศ ดิฉันคิดว่าดิฉันจะขอฝากไว้นะคะว่า อยากจะให้รัฐบาลได้ลองศึกษา ในข้อนี้แล้วก็ครั้งต่อไปพยายามกู้เงินจากประชาชนคนไทยด้วยกันเองนะคะ
อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสุดท้ายก็คือ ขอฝากในเรื่องการใช้เงิน อยากจะขอให้ใช้ เงินอย่างมีประสิทธิภาพ อย่าให้มีการรั่วไหล ซึ่งดิฉันคิดว่าในงบประมาณที่กู้มานี้ถ้าได้ใช้ เงินอย่างมีประสิทธิภาพก็จะได้พัฒนาประเทศชาติอันเปึนที่รักของเราให้น่าอยู่ มีความเจริญสืบไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่า คงต้องเรียนต่อท่านประธานว่าเพื่อให้พี่น้องประชาชนผู้ติดตามช่วงนี้ได้เข้าใจ และก็ทราบว่ากําลังพิจารณาเรื่องใดอยู่ บางท่านอาจจะเรียกว่าติดตามตลอด แต่บางท่านอาจจะไม่ติดตามตลอดนะครับ สําหรับผู้ที่ไม่ติดตามตลอดก็ขออนุญาตกราบ เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเปึนเรื่องของกรอบการเจรจาเงินกู้จากต่างประเทศ ตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหาร หนี้สาธารณะ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองได้มีโอกาสกล่าว แล้วก็ มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องของการที่จะบริหารชาติบ้านเมืองให้ชาติบ้านเมืองนี้ มีความสุข แล้วก็พี่น้องประชาชนอยู่ร่วมกันมีความสุข อยากกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าการที่พี่น้องประชาชนจะมีความสุขได้นั้น สิ่งหนึ่งก็คือพี่น้องประชาชนต้องไม่มีหนี้ ถือว่าเปึนเรื่องแรกและเรื่องสําคัญ และเปึนหัวใจสําคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลพึงประสงค์ ในการที่จะนําไปคิดและก็พึงปฏิบัติ แต่อยากจะกราบเรียนครับว่าหนี้นั้นไม่ได้หมายความว่า พี่น้องประชาชนก่อหนี้เพียงอย่างเดียว หนี้ดังกล่าวนั้นอาจจะเปึนในเรื่องของครอบครัว หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งก่อขึ้นด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ตามแต่สิ่งที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือหนี้ที่เราเรียกว่า หนี้สาธารณะหรือหนี้ของประเทศ ที่พี่น้องประชาชนทุกคนมี ส่วนร่วมกันในการที่จะต้องใช้หนี้หรือเปึนหนี้ร่วมกัน อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องของหนี้นั้น ถ้าหากเปึนหนี้ของบุคคลนั้นแน่นอนที่สุดบุคคลต้องรับผิดชอบใน บุคคลคนนั้นต้องรับผิดชอบ แต่ในขณะเดียวกันนั้นถ้าเปึนหนี้สาธารณะหรือหนี้เรียกว่า เปึนหนี้ที่เราร่วมกันก็คือหนี้ของชาตินั้น หนี้ของแผ่นดินนั้นต้องอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่า โดยเนื้อแท้แล้วทุกคนต้องมีส่วนร่วมกันในการรับผิดชอบโดยถัวเฉลี่ย การหาร แต่เท่าที่เปึนอยู่ในปัจจุบันหรือสิ่งที่สําคัญก็คือเราบริหารหรือเราจัดการโดยวิธี ทางกฎหมาย วิธีทางกฎหมายในการที่จะทําให้บุคคลใดนั้นเสียภาษีหรือไม่เสียภาษีหรือ ต้องรับผิดชอบหนี้หรือไม่รับผิดชอบหนี้ อยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า โดยเนื้อแท้แล้วท้ายที่สุดก็คือพี่น้องประชาชน ชาวไร่ ชาวนา ชาวบ้าน หรือคนยากคนจน นั้น หรือพี่น้องข้าราชการนั้นเปึนผู้เสียภาษีโดยเนื้อแท้ เพราะถือว่าเปึนผู้บริโภค แต่ผู้ประกอบการนั้นหาได้เปึนผู้เสียภาษีโดยตรงไม่ แต่เปึนผู้ที่จะคอยเก็บผลต่างของ รายได้นําไปให้รัฐในฐานะเปึนผู้เสียภาษีแทนเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนเปึน บุคคลที่เสียภาษีโดยแท้ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ผมเองนั้นได้เรียบเรียงในส่วนหนึ่งที่ว่าในอนาคต เดิมที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาบริหารประเทศ ต้องอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่า ก่อนที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต่างประเทศเขายังไม่เปึน ปัญหากัน ยังไม่มีปัญหาโลก ทางภาวะเศรษฐกิจหรือที่เราเรียกว่า ซับไพรม (Subprime) ยังไม่มี ที่เกิดขึ้นในประเทศอเมริกา หลังจากนั้นก็เกิดขึ้น อยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่า ครั้งแรกเลยที่ต้องเอามาดําเนินการในเรื่องของ งบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ซึ่งต้องถือว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นเปึนคน ใช้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ สูงสุดหรือมากสุด เพราะว่าป้ ๒๕๕๒ นั้นงบประมาณ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ แม้จะผ่านในสมัยที่เปึนนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ต่อนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ตามแต่ แต่เนื้อแท้โดยแท้แล้วบุคคลที่ใช้ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยเนื้อแท้ เพราะว่า รัฐบาลท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นั้นยังไม่มีโอกาสได้ใช้เลย เพราะบริหารประเทศได้ ๒ เดือนกว่าเท่านั้นเอง โครงการต่าง ๆ ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะหลุดพ้นออกไปได้ ในป้ ๒๕๕๒ นั้นตั้งงบประมาณขาดดุลไว้ทั้งหมด ๓๔๗,๐๖๐ ล้านบาทเศษ อันนี้คือสิ่งที่ รัฐบาลเปึนหนี้เอาไว้ ในขณะเดียวกันอันดับที่ ๒ ก็คือไปก่อหนี้ยืมสินเขาอีก ทั้งหมดมาอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญ เปึนเงิน ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะเดียวกันอันดับที่ ๓ ก็คือ ไปกู้จากไจก้า อีกทั้งหมด ๖,๐๐๐ กว่าล้านเยน อันนี้ต้องไปคิดเปึนตัวเงินนะครับว่าเท่าไร ในขณะเดียวกันก็มาดําเนินการในช่วงที่ ๔ ที่จะมาขอกู้เงินตรงช่วงนี้อีก ต้องบอกว่า ช่วงที่ ๔ ที่ขอเงินกู้เอาไปดําเนินการในโครงการทั้งหมด ๔ โครงการ เปึนเรื่องของ การประปาบ้าง ถนนบ้าง แล้วก็สะพานข้ามแม่น้ํานนทบุรีบ้าง แล้วก็เปึนเรื่องของรถไฟฟัา ๒ ช่วง ที่เรียกว่า รถไฟฟัาสีน้ําเงิน แต่อยากจะกราบเรียนครับ โดยเนื้อแท้ของมันจะอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินกู้ครั้งนี้ ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ที่จะเกิดขึ้นอีก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จะเปึนขาดดุล ป้ ๒๕๕๔ ที่วางแผน เอาไว้ที่จะขาดดุลอีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๕ อีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคิดหรือประเทศเราจะไปไหวไหม ไปไหวไหม ไปไม่ไหวนะครับ เพราะกรอบ แนวคิดของคนที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่ท่านมีกรอบแนวคิดในเรื่องของ การบริหารประเทศ ท่านมีกรอบอยู่ ๓ เรื่อง โดยเม็ดเงินในการบริหารประเทศ ท่านวางไว้ มีอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือภาษี ท่านได้ทําแล้วครับ เก็บภาษีเพิ่ม เก็บภาษีเหล้า บุหรี่ ภาษีน้ํามัน ภาษีอะไรก็ตามแต่ ท่านเอามาใช้ ใช้ไม่พอ
เรื่องที่ ๒ ที่ท่านทํากรอบไว้ก็คือ กู้ เพราะท่านวางกรอบไว้มี ๓ เรื่อง เท่านั้นเอง กู้ ตอนนี้กู้เละเทะไปหมดเลย วันจันทร์จะเข้าอีกนะครับท่านประธาน ท่านประธานก็คงรู้นะครับ อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช่ไหมท่านประธาน แล้วเดี๋ยวต่ออีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช่ไหมท่านประธาน มันจะไหวหรือท่านประธาน ทุกวัน ๆ นี้รัฐสภา มาผ่านแต่เรื่องกู้ ๆ มันไปไม่รอดครับ
เรื่องที่ ๓ กรอบที่ ๓ ท่านบอกว่า ถ้าไม่อย่างนั้นต้องขายชาติ คือเอา ประเทศไปขาย ถ้าแนวคิดอย่างนี้มันไปไม่ได้นะท่านประธาน การบริหารจัดการที่ดีผมเอง ได้เรียนบริหารการจัดการมานะครับ ต้องเรียนต่อท่านประธานครับว่า ทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชน ก็คือบริหารธุรกิจนะครับ ต้องอยากจะกราบเรียนท่านประธานดังนี้ครับว่า การบริหารไม่ใช่บริหารเม็ดเงิน ในขณะนี้ประเทศเราทั้งประเทศเลย ผมบอกทุกหน่วยงานเลย เราไม่ได้เปึนการบริหาร เราเปึนการจัดการครับ แค่การจัดการ การจัดโครงการ งบประมาณหรืองบการเงินเท่านั้น เราไม่ได้เรื่องของการบริหาร ยังไม่ได้เข้าเนื้อแท้ของ หลักการบริหารเลยท่านประธาน แย่งกันในเรื่องของงบประมาณเพียงอย่างเดียว แล้วก็ไป ทําโครงการอย่างเดียว การบริหารการจัดการที่ดีบางครั้งมันไม่จําเปึนต้องใช้เม็ดเงิน แต่หลัก ของการบริหารก็คือการที่เราจะต้องว่าด้วยเรื่องของการบริหาร การควบคุม การจัดการที่ดี ทําให้โครงการต่าง ๆ หรือเนื้อแท้ของงานนั้นมีประสิทธิภาพประสิทธิผล เช่น การใช้ บุคลากรให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผล เช่น การใช้สมองคนให้มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล มันสมองของพี่น้องประชาชนวันนี้ทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวง ทั้งประเทศนี่ เราใช้หรือยังที่จะหาเงินเข้ามาในประเทศ ยัง แต่ปรากฏเรากลับไม่ดําเนินการในสิ่งเหล่านี้ เราไปมองเห็นว่าเม็ดเงินเท่านั้นเองที่จะทําให้พี่น้องประชาชนหรือคนในบ้านเมืองนั้น มีความสุข ไม่ใช่ ท่านเอาเม็ดเงินลงมามากเท่าไรนะครับ ท่านประธานครับ ในขณะนี้ถ้ากู้ จากต่างประเทศ เงินเฟัอจะเกิดในประเทศ กู้ในประเทศเงินฝ๋ดจะเกิดขึ้น ก็สําหรับคนที่ อยู่ในประเทศ นั่นหมายความว่าธุรกิจต่าง ๆ จะไม่มีเม็ดเงินในการหมุนเวียนธุรกิจ ซึ่งตอนนี้เขาก็เปึนอย่างนั้นอยู่แล้ว แล้วในขณะเดียวกันจะมากู้ในประเทศอีก บางคนนี่ ไม่ได้เรียนมาอย่าพูด พูดไม่ได้ เอาไว้ให้คนที่เขามีความรู้ความสามารถจริง ๆ มีความรู้ ความคิดจริง ๆ ถึงมาพูด ไม่ใช่สักแต่พูด นี่มันเรื่องของประเทศ สิ่งที่จะพูดนี่ต้องบอกเลย ครับท่านประธานว่า ๖๐ ล้านกว่าคนนี่ต้องรับผิดชอบในอนาคต ผมเองเปึนผู้แทนราษฎร ในยุคนี้สมัยนี้ผมไม่อยากให้เปึนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ในฐานะคนที่เรียนมาในเรื่องนี้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ ผมบอกได้เลยว่าประเทศไป ไม่รอด ณ เวลานี้ถ้าบริหารอย่างนี้ อีก ๕ ป้ไปไม่รอด นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องเข้าใจ ท่านอย่าไปบอกพี่น้องประชาชนว่าไปรอด ๆ มันไปไม่รอด ณ วันนี้เราอยู่บนขุนเขา อยู่บนหุบเหว แล้วในขณะเดียวกันนี่ไปบอกพี่น้องประชาชนบอกว่า ไปได้เลย ๆ ไม่ตก หรอก เขาไม่ตกเดินไป ๆ มันตกไหมครับ เขาไม่ทันรู้ไม่ทันมองนี่ครับท่านประธาน มันก็ตก สิครับ สิ่งเหล่านี้ต้องบอกกับพี่น้องประชาชนในฐานะคนที่มีความรู้ความเข้าใจ มีข้อมูล พื้นฐานที่มากกว่าพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนน่ะเขาไม่ได้ติดตามมัวแต่ทํามาหากิน เขาไม่รู้ไม่เข้าใจ ไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริง สิ่งเหล่านี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากเอาไว้สําหรับท่านประธานในฐานะที่ผมเองเคารพนับถือเปึนอย่างยิ่ง ว่าต้องดูแลชาติบ้านเมืองครับท่านประธาน อะไรที่ไปไม่ไหวก็ต้องบอกกับพี่น้องประชาชน ว่าไปไม่ไหวแล้วเราต้องหาทางแก้ร่วมกันครับ ไม่ใช่ทะเลาะกันอยู่อย่างนี้ครับ ขอบคุณ ครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านวันชัย แสงสุขเอี่ยม ครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภา ผม วันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมขออภิปรายกรอบการชําระเงินจากต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จาก ต่างประเทศ ประจําป้ ๒๕๕๒ นะครับ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เสนอกรอบวงเงินจะขอกู้เงิน จากต่างประเทศเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา จํานวน ๓ โครงการ เปึนเงิน ๑๐,๒๗๗.๒๐ ล้านบาทหรือ ๓๑๑.๔๓ ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเปึนโครงการสาธารณูปโภค ทั้ง ๓ โครงการนะครับ คือ
โครงการที่ ๑ ก่อสร้างทางสายหลัก ๔ ช่องจราจรของกรมทางหลวง เปึนเงิน ๑๗๐.๓ ล้านเหรียญสหรัฐจากธนาคารโลกแล้วก็ธนาคารพัฒนาเอเชีย
โครงการที่ ๒ เปึนการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา บริเวณ ถนนนนทรี ๑ ของกรมทางหลวงชนบท เปึนจํานวนเงิน ๘๐.๕๒ ล้านเหรียญสหรัฐ
โครงการที่ ๓ เปึนโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลักของการประปา นครหลวง โดยกู้เงินจาก ไจก้า จํานวนเงินประมาณ ๖๐.๖๑ ล้านเหรียญสหรัฐ โดยรัฐบาลได้เปรียบเทียบต้นทุนการกู้เงินนะครับว่า การกู้เงินจากต่างประเทศซึ่งมี ดอกเบี้ยร้อยละ ๓.๔๑ ถึงร้อยละ ๕.๓๗ ต่อป้นี่นะครับ มีอัตราดอกเบี้ยซึ่งถูกกว่า การกู้เงินภายในประเทศ โดยการที่รัฐบาลออกพันธบัตรรัฐบาล อายุประมาณ ๑๘ ป้ ก็จะมีอัตราดอกเบี้ยประมาณ ๔.๔๖ เปอร์เซ็นต์ต่อป้ อันนี้เปึนอัตราเมื่อประมาณ วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๒ นะครับ ท่านประธานครับ ตามมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติ การบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ให้อํานาจ กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้เมื่อมีความจําเปึน โดยกระทรวงการคลังจะต้องกู้เงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมครับ สําหรับป้งบประมาณ ๒๕๕๒ กระทรวงการคลังสามารถกู้เงินจากต่างประเทศได้ในวงเงินไม่เกิน ๑๙๕,๑๗๐ ล้านบาท รัฐบาลได้กู้เงินไปแล้วประมาณ ๑๐๘,๐๖๓ ล้านบาทครับ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการกู้ไป จํานวน ๓๘,๐๖๓ ล้านบาท --- และเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมานี่รัฐบาลได้ขออนุมัติรัฐสภาเปึนจํานวนเงิน ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญไปแล้ว หรือประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมกันจึงเปึนประมาณ ๑๐๘,๐๖๓ ล้านบาท โดยสรุปแล้วถ้าดูตามกฎหมายพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ วงเงินที่รัฐบาลขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาในวันนี้จํานวน ๓๑๑.๔ ล้านเหรียญ หรือประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ก็จะไม่เกินตามที่กฎหมายกําหนดเอาไว้ ก็คือสามารถที่จะขออนุมัติความเห็นชอบจากรัฐสภาได้
อีกประการหนึ่ง เมื่อถ้าวันนี้รัฐสภาได้มีความเห็นชอบกรอบ การกู้เงินนี้แล้ว ก็ยังคงเหลือวงเงินกู้ได้อีกประมาณ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ว่าสิ่งที่ผมจะขอฝากไปยังรัฐบาลก็คือว่า การกู้เงินจะต้อง ต่อรองอัตราดอกเบี้ยให้ต่ําที่สุด ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคมนี่นะครับ รัฐสภาได้อนุมัติวงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ ในอัตราดอกเบี้ย ๒.๕๓-๓.๗๙ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าวันนี้ที่คณะรัฐมนตรีขออนุมัติ การกู้เงิน ๓๑๑ ล้านเหรียญนี่นะครับ อัตราดอกเบี้ยมันเพิ่มขึ้นมากครับ มันเปึนถึง ๓.๔๑- ๕.๓๗ เปอร์เซ็นต์ เดือนมีนาคมกับเดือนพฤษภาคมนี่อัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันมาก ก็จึงจะขอฝากรัฐบาลว่าช่วยกรุณาต่อรองอัตราดอกเบี้ยให้ต่ําที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ แล้วก็รัฐบาลจะต้องตระหนักให้ดีด้วยว่าการจะนําเงินกู้ไปดําเนินการสร้างสาธารณูปโภค ๓ โครงการนี่จะต้องใช้เงินให้เปึนประโยชน์ต่อประชาชน ประเทศชาติอย่างเหมาะสม แล้วก็ต้องควบคุมโครงการต่าง ๆ ให้ดําเนินไปได้เรียบร้อยทุกโครงการ ต้องให้เสร็จ แล้วก็ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าของเงินนะครับ ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมียอด หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ อยู่ประมาณ ๓.๕๙๘ ล้านล้านบาท หรือคิดเปึนร้อยละประมาณ ๓๙.๙๓ ของ จีดีพี ของประเทศไทย ณ เดือนกุมภาพันธ์ สภาพัฒน์จะมีการคํานวณ จีดีพี ทุก ๆ เดือนนะครับ โดยแบ่งออกเปึนหนี้ต่างประเทศ ประมาณ ๓๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเปึนเปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ หนี้ภายในประเทศประมาณ ๓.๒ ล้านล้านบาท ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของหนี้ทั้งหมด ซึ่งเปึนที่เข้าใจว่าเปึนหนี้สาธารณะที่สะสมมาเปึนระยะเวลานานหลายรัฐบาลในการ พัฒนาประเทศ นอกจากการกู้เงินภายในและภายนอกประเทศแล้ว ผมมีความเห็นว่า รัฐบาลควรจะหารายได้จากวิธีอื่นด้วย ซึ่งต้องเปึนวิธีที่เหมาะสม มิฉะนั้นแล้วหากกู้เงิน ไม่ว่าภายในและภายนอกประเทศจนเต็มเพดาน ตามที่กฎหมายกําหนดแล้ว ต่อไป รัฐบาลก็จะต้องคิดว่าจะนําเงินนี่มากระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร กู้เต็มเพดานแล้วนี่นะครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ประเทศไทยเรามีเงินทุนสํารองระหว่าง ประเทศ ณ วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๒ ถึง ๑๑๔,๑๙๗ ล้านเหรียญสหรัฐครับ หรือคิดเปึน เงินบาทประมาณ ๓.๙๙๖ ล้านล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่าประเทศไทยมีฐานะการเงินที่มั่นคง พอสมควรสําหรับเงินทุนสํารองระหว่างประเทศ ๓.๙๙ ล้านล้านบาท แบ่งออกเปึน สินทรัพย์ต่างประเทศ ๑๑๑,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐนะครับ โดยเปึนพันธบัตรรัฐบาล ต่างประเทศ เช่น รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและเงินฝากสกุลต่าง ๆ นะครับ แต่ว่ามีข้อสังเกตว่า พันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศที่ไทยถืออยู่นี่นะครับ มีอัตราดอกเบี้ยต่ํามาก ต่ํากว่าร้อยละ ๑ ต่อป้นี่นะครับ แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลไทยจะต้องกู้เงินมาใช้จ่ายเสียดอกเบี้ยประมาณ ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ขอฝากรัฐบาลไว้ด้วย เงินทุนสํารองระหว่างประเทศนี่นอกจากเปึน สินทรัพย์ต่างประเทศแล้วยังมีทองคํานะครับ ประมาณ ๒,๕๐๔ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และก็อื่น ๆ อีกประมาณ ๓๒๙ ล้านดอลลาร์สหรัฐครับ ประเทศไทยไม่ได้ยากจนนะครับ ประเทศไทยมีเงินสํารองเปึนแสนล้านเหรียญสหรัฐนะครับ แต่การที่จะนําเงินทุนสํารองระหว่างประเทศมาใช้ประโยชน์อื่นใดนอกจากที่กําหนดไว้ใน กฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติเงินตราไม่สามารถกระทําได้ครับ นอกเสียจาก คณะรัฐมนตรีจะต้องออกพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเงินตรา ป้ ๒๕๐๑ ซึ่งถามว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติเงินตราเคยทําไหม เคยทําแล้วครับ ในป้ ๒๕๔๕ มีการ ออกพระราชกําหนดแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วครั้งหนึ่งครับ ผมขอฝากว่ารัฐบาล คงจะต้องคิดเตรียมเอาไว้ว่า ถ้ามีความจําเปึนจริง ๆ นะครับ จะสามารถนําเงินทุนสํารอง ระหว่างประเทศมาใช้สัก ๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วย กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟุ๋นตัวเร็วยิ่งขึ้นจะต้องมีวิธีการดําเนินการอย่างไร จะต้องมีการออก พระราชกําหนดหรือไม่
สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ขอฝากไปยังคณะรัฐมนตรีจะต้องรีบเร่งแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างรวดเร็ว และก็ควบคุมงบประมาณรายจ่ายให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ประเทศชาติอย่างแท้จริง ถ้าประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น รัฐก็จะมีรายได้ขึ้น เพิ่มขึ้นตามไปด้วยครับ การกู้เงินไม่ว่าในประเทศก็ดี หรือต่างประเทศก็ดีก็จะลดน้อยลง ก็ขอเอาใจช่วยครับ เพราะว่าปัจจุบันนี้ภาวะเศรษฐกิจ ของโลกอยู่ในขั้นวิกฤติ เราก็ไม่ต้องการให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในขั้นวิกฤติก็ต้องกระตุ้น เศรษฐกิจโดยเร็ว ผมขอให้ความเห็นในกรอบการเจรจาเงินกู้เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณ มากครับ ท่านประธานครับ
เชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ เสนอกรอบเจรจาการกู้เงินจากต่างประเทศ ซึ่งถือเปึนหนังสือสัญญาตามนัยของ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้เพื่อให้รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะฝากข้อคําถาม ข้อสังเกตเพื่อให้ สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้ช่วยกันพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการที่จะพิจารณาให้ ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจานี้หรือไม่ ตามเอกสารและจากคําแถลงของทางรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง เรื่องกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าว ได้อภิปรายไปแล้ว กระผมจะไม่กล่าวซ้ําในประเด็นนั้น แต่สิ่งที่จะกราบเรียนท่านประธาน ก็เปึนประเด็นที่อยากจะฝากเปึนความเห็นที่เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้นําเสนอ เรื่องกรอบ การเจรจาเงินกู้ตรงนี้นําเสนอมาทั้งหมด ๔ โครงการ รายละเอียดกระผมจะไม่ลง แต่ประเด็นข้อคําถามที่เพื่อนสมาชิกถามในโครงการที่ ๔ กระผมต้องถามซ้ํา เพราะว่า ท่านขอกรอบเจรจาทั้ง ๔ กรอบในหลักการและเหตุผลที่เสนอเข้ามา แต่ว่าในรายละเอียด ของกรอบเจรจาทั้ง ๖ กรอบที่ท่านขอกับรัฐสภาแห่งนี้กลับไม่มีโครงการที่ ๔ ซึ่งเปึน โครงการการก่อสร้างรถไฟสายสีน้ําเงิน ช่วงหัวลําโพง-บางแค และช่วงบางซื่อกับท่าพระ ของการรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เผอิญสมาชิกหลายท่านได้ไปหาเอกสาร ข้อมูลมาประกอบ ทราบข่าวว่าใช้วงเงินทั้งหมดประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้เปึนแค่กรอบการเจรจาเท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐสภาจะ พิจารณาก็ดูความเปึนไปได้ ดูประโยชน์ที่จะได้รับ และสิ่งที่จะเปึนสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด รวมทั้ง แผนการบริหารหนี้สาธารณะของประเทศชาติบ้านเมืองที่จะเปึนภาระในอนาคต ตรงนั้น คงเปึนประเด็นที่จะต้องพูดกัน ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานที่เปึนข้อคําถามใน ๖ กรอบที่ท่านขอ กรอบที่ ๑ เปึนเรื่องของวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน ท่านก็เสนอมาเปึนเอกสาร แล้วก็ที่สําคัญที่สุดต้องขอบคุณท่านประธานนะครับที่ให้เจ้าหน้าที่ของสภาเรา พยายามหาข้อมูลมาให้สมาชิก ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วรายละเอียดมีมาก ดีครับ ดีกว่า ที่รัฐบาลเสนอมาอีก เปึนเอกสารประกอบที่ใช้ได้ กรอบเหตุผลในเรื่องที่ ๑ นั้นเปึนเรื่อง วัตถุประสงค์การกู้เงิน ก็เสนอมาใน ๓ กรอบแรก คือกรอบเรื่องขยายถนนเปึน ๔ ช่องจราจร กรอบเรื่องการสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาที่จังหวัดนนทบุรี แล้วก็ เรื่องของการประปานครหลวงที่จะขยายโครงข่าย ซึ่งมีเม็ดเงินทั้งหมด ท่านสมาชิกพูดไป กระผมพยายามตรวจสอบตัวเลขครับ แต่ก็ไม่ได้ตรงกัน กรอบแรก ๑๗๐.๓๐ นะครับ โดยประมาณทั้งหมดก็ ๓๑๑ ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ สําหรับ ๓ กรอบ วัตถุประสงค์ท่านเขียนรองรับทั้ง ๓ กรอบนะครับ แต่ว่าวัตถุประสงค์ของ กรอบที่ ๔ ก็ไม่ได้นําเสนอมา ถ้าท่านคิดว่านั่นเปึนกรอบที่จะให้รัฐสภาพิจารณาในกรอบที่ ๔ เรื่องการสร้างรถไฟนะครับ เมื่อไม่มีรายละเอียดมาให้เรามันก็เปึนเรื่องยากครับ ท่านประธานครับที่เราจะให้ความเห็นชอบในกรอบที่ ๔ ไปด้วย กรอบที่ ๒ เปึนกรอบ วงเงินนะครับที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ๓ กรอบแรกนี่ใช้เงินไปทั้งหมด ถ้าตีเปึนเงินไทยกรอบแรก ๕,๖๒๐ ล้านบาท กรอบที่ ๒ ใช้เงินไป ๒,๖๕๗.๒๐ ล้านบาท กรอบที่ ๓ ๒,๐๐๐ ล้านบาท รวมเม็ดเงินก็ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ถ้ารวม กรอบที่ ๔ ตามที่เราได้ตัวเลขมา ตรงนั้นอีกเกือบประมาณ ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ถ้าเม็ดเงินรวมก็ขณะนี้ถ้ารัฐสภาแห่งนี้อนุมัติไม่เฉพาะ ๓๑๑ ล้านเหรียญสหรัฐหรือ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท มันจะอยู่ที่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทหรือ ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ว่าในเอกสารรายละเอียดที่ท่านรัฐมนตรีนําเสนอ ต่อสภาโดยวาจานั้นไม่มีให้เราเห็น กรอบที่ ๓ เปึนกรอบเรื่องของต้นทุนระยะเวลาการกู้เงิน เท่าที่เสนอมาแน่นอนครับ ถ้าท่านเปรียบเทียบกู้ภายในกับกู้ภายนอก อัตราการกู้ภายใน ระยะเวลา ๑๘ ป้ ต้นทุนสูงกว่าแน่นอน และเมื่อเทียบกับการกู้เงินต่างประเทศที่ท่านมี ต้นทุนมาให้เราเห็น อย่างเช่น กู้จากธนาคารโลก อายุ ๑๘ ป้ ต้นทุนอยู่ที่ ๓.๘๗-๕.๓๗ อันนี้ยกตัวอย่างนะครับท่านประธานครับ ของ เอดีบี ๓.๔๑ แต่ระยะเวลากู้ยืม ๗ ป้ ของ ไจก้า ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษไปเลยนะครับเพราะว่าเปึนที่ เข้าใจกันแล้ว ๓.๘๙ ระยะเวลากู้ ๑๖ ป้ ท่านประธานครับ กรอบในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งไม่ค่อยมีรายละเอียดครับว่า ท่านจะดําเนินการอย่างไร เพียงแต่เขียนให้เห็นว่า จะดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้ระเบียบของแต่ละแหล่งเงินกู้ ซึ่งตอนที่เราพิจารณา การกู้จาก ไจก้า การจัดซื้อจัดจ้างท่านเสนอรายละเอียดมาพอสมควร ถ้าผมจําได้ไม่ผิด การจัดซื้อจัดจ้างใช้กฎและระเบียบตามกฎหมายภายในประเทศของเขา ถ้าการเจรจาตรงนี้ จะเปึนประโยชน์ก็ต้องดูด้วยนะครับว่าประเทศเราถ้าไปใช้เงื่อนไขกฎหมายต่างประเทศ ของเขาแล้วเราจะได้ประโยชน์อย่างไร จะเสียประโยชน์อย่างไร กรอบระยะเวลาเบิกจ่าย เงินกู้กระผมไม่ติดใจในตรงนั้น การกํากับและตรวจสอบการใช้เงิน ท่านบอกจะมี หน่วยงานภายในของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เจ้าของแหล่งเงินกู้ แน่นอนครับ เอดีบี ไจก้า และ เวิลด์ แบงก์ ตรวจสอบท่านแน่ และที่สําคัญครับคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินของเราเองเขาจะมาตรวจสอบ อันนี้เปึนหลักประกันว่ามีผู้ตรวจสอบสําหรับ โครงการของท่าน ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่กระผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อประกอบการพิจารณาและท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ
ประการแรกสุดครับ โครงการที่ท่านเสนอเข้ามา ไม่ว่าจะเปึน ๑ ๒ ๓ ๔ เสนอรายละเอียดตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ของสภาหามาให้นะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๕ คําถามกระผมในตรงนี้ โครงการเหล่านี้นะครับไม่ว่าจะเปึนการขยายถนน ๔ ช่องจราจรจากภาคตะวันตกไปภาคตะวันออกก็ดี หรือสิ่งที่ท่านใส่เข้ามา ๓-๔ เส้น นี่นะครับ ในสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ถือว่ามีความจําเปึนเหมาะสมไหมที่จะเริ่มต้น ในป้ ๒๕๕๒ ทั้ง ๆ ที่โครงการเหล่านี้คิดกันมานานพอสมควร บนพื้นฐานของสภาวะ เศรษฐกิจอย่างนี้กระผมต้องถามว่าเหมาะสมไหม จะขยับขยายไปรอให้จังหวะที่สภาวะ เศรษฐกิจมันดีกว่านี้ ภาระหนี้สิน หนี้สาธารณะของประเทศชาติบ้านเมืองเรา ไม่มีข้อจํากัดถึงขนาดนี้ ตรงนั้นถามว่าทําไมท่านไม่มองในประเด็นนี้ ทําไมไม่ขยับไป บางโครงการท่านไปเริ่มต้นป้ ๒๕๕๓ ครับ แต่บอกมาขอกรอบมาใช้กรอบของป้ ๒๕๕๒ กระผมก็ไม่แน่ใจว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไรก็ต้องมีคําถามกับท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานไปด้วย โดยเฉพาะโครงการของการก่อสร้างสะพานที่จะเริ่มต้น ในป้ ๒๕๕๓ นั่นเรื่องของการประปา
ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ที่กระผมต้องถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี ลําดับความสําคัญของการที่เราจะเอาเงินมาใช้โดยการกู้เงินจาก ต่างประเทศมา แล้วใช้ในโครงการที่ท่านเสนอมาเพื่อให้รัฐสภาอนุมัติ ถามว่าโครงการ เหล่านี้เมื่อจัดลําดับความสําคัญแล้วเปึนลําดับความสําคัญต้น ๆ จริงหรือไม่ กระผมต้อง ถามอย่างนี้ครับ เพราะว่ามันมีความจําเปึนที่จะต้องไปใช้เงินสําหรับโครงการอื่น เพื่อรักษาชีวิตประเทศไทยของเราให้รอดอยู่ ถ้าท่านยืนยันท่านมีเหตุผลว่าโครงการเหล่านี้ มีความจําเปึนมีความสําคัญท่านก็อธิบายมา กระผมยกตัวอย่าง โครงการที่ ๔ รถไฟฟัา สายบางซื่อ-ท่าพระ อะไรที่ท่านเขียนมาตรงนี้นะครับ กระผมถามว่าการที่ท่านเอาเงิน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทไปสร้าง มันตอบสนองความต้องการของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ได้ขนาดไหน ที่กระผมพูดตรงนี้ไม่ได้มีความอิจฉาหรือมองว่าพี่น้องกรุงเทพมหานครได้ โอกาสนะครับ ตรงนั้นไม่ใช่ครับ กระผมยินดีครับในฐานะที่เปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย ตรงไหนมีความสําคัญก็พัฒนากันไป แต่ลักษณะการพัฒนาแบบแยกส่วนตรงนี้มัน สมควรไหมครับ ขณะที่ความต้องการรถไฟฟัาของกรุงเทพฯ ทั้งหมด ๙ สาย ใช้เม็ดเงิน แต่ละสายประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะทําให้มันครอบคลุมนี่นะครับ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านหยอดไปแค่ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทได้อะไรครับ ท่านประธานครับ นั่นก็เปึนคําถามผม
ข้อต่อไปท่านประธาน กระผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ความคุ้มค่าเม็ดเงิน ต่อราคา กระผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ท่านจะไปขยายถนน ๔ เลน กระผมดูราคา ต่อหน่วยแล้วกระผมตกใจครับ กระผมไม่ใช่วิศวกร ไม่เคยทํางานก่อสร้าง ไม่เปึน ผู้รับเหมา ประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตรครับ ท่านประธานครับ ระยะทาง ๑๐๕ กิโลเมตร ราคาก่อสร้างท่านประธานครับ ๓,๓๔๐ ล้านบาท หารตรง ๆ ก็ได้ครับ ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตรด้วย ความคุ้มค่าของการใช้เม็ดเงินเหล่านี้มันเกิด ประโยชน์จริงหรือไม่ และมีวิธีการอื่นที่ดีไหม อย่างกระผมยกตัวอย่าง รถไฟฟัา ในกรุงเทพฯ ๙ สาย แทนที่เราจะกู้มา เราใช้วิธีการอื่นได้ไหมละ กระผมคิดว่ามีวิธีการที่ ดีกว่านั้นอยากทราบว่ารัฐมนตรีช่วยตอบกระผมด้วยครับ มีวิธีการอื่นที่ดีกว่าไหม แล้วมี ข้อจํากัดอะไรที่ท่านไม่ใช้ เช่น ให้ภาคอื่น ๆ เขามาลงทุนให้ กระผมยกตัวอย่างนะครับ
ท่านประธานครับอีกเรื่องหนึ่งครับ สิ่งที่กระผมเปึนห่วงก็คือว่า
เกินไป ๒ นาทีแล้วครับ
สิ่งที่กระผมเปึน ห่วงก็คือว่าความโปร่งใสครับ กระบวนการของการใช้เงินกู้ ท่านประธานครับ ถึงแม้จะมี หน่วยตรวจสอบภายใน ถึงแม้จะมี สตง. ตรวจสอบการใช้เงิน อันนี้คือตรวจสอบตาม เอกสารหลักฐานเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่กระผมเปึนห่วงก็คือว่ามีไหมครับ ข้อกล่าวหาเรื่องต่าง ๆ เรื่องคอมมิชชัน เรื่องของการรับสินบาทคาดสินบนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าท่านรัฐมนตรีจะ ตอบตรงนี้เพื่อให้สภาแห่งนี้มีความมั่นใจที่จะอนุมัติกรอบเงินให้ท่าน กระผมคิดว่าจะเปึน ประโยชน์ครับ แล้วภาระของการใช้หนี้ในอนาคตครับ ท่านมีการวางแผนไว้อย่างไร ในขณะ ที่ท่านบอกใช้ระยะเวลาและก็อัตราดอกเบี้ยหรือเงินต้นทุนที่ต่ํา ตรงนั้นอาจจะไม่พอครับ ต้องมีหลักประกันว่าใช้ได้อย่างไร
สุดท้ายท่านประธานครับ กระผมท้วงหลายครั้งท้วงหลายคราขณะที่ กระผมอภิปรายนี่ รัฐบาลเสนอกรอบมาให้รัฐสภาช่วยพิจารณาอนุมัติ แต่ไม่เคยทําตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ วรรคสามเลยครับ ผลการสํารวจความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ไม่เคยส่งมาเลย กระผมทวงนะครับ ท่านรัฐมนตรีมีไหมครับ ถ้ามีท่านช่วยส่งให้กับ สมาชิกด้วยครับ เพราะรัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ชัดเจนนะครับ บอกว่า รับฟังความคิดเห็น จากพี่น้องประชาชน ไม่มีครับ ท่านก็พูดบอก ทํา แต่ว่าอยู่ที่ไหน กระผมฝากถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี กระผมเองดูแล้วในส่วนตัวกระผมเองไม่สามารถที่จะ อนุมัติหรือให้ความเห็นชอบกับกรอบนี้ได้ครับ เพราะว่าความชัดเจนยังไม่มี ความคุ้มค่า ก็ยังไม่ใช่ และสําคัญที่สุดไม่มีรายละเอียดให้เลย ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ต่อไปคุณสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมต้องกราบเรียนท่านว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ กระผมอภิปรายเรื่องของกรอบเงินกู้ของรัฐบาล และแน่ใจว่าไม่ใช่เปึนครั้งสุดท้าย กระผมอยากกราบเรียนว่าที่จริงเมื่อรัฐบาลได้นําเอากรอบเงินกู้เข้ามาสู่ในที่ประชุมรัฐสภา แห่งนี้ ในเบื้องต้นกระผมเองมีความเห็นใจรัฐบาลเปึนอย่างยิ่ง เหตุเพราะว่ากระผมเข้าใจ ดีว่าในปัจจุบันนั้นประเทศของเรานั้นได้เกิดปัญหาภาวะทางเศรษฐกิจเปึนอย่างยิ่ง และ ปัญหานั้นที่มานั้นก็คงจะหลายประการ เช่น เรื่องของการรัฐประหารที่ผ่านมา กระผม แน่ใจว่าอันนี้เปึนที่มาแน่นอน กระผมกําลังจะบอกท่านประธานว่ามันเปึนปัจจัยที่รัฐบาล ควบคุมไม่ได้ หรือปัจจัยจากโลกที่มีเศรษฐกิจกําลังตกต่ําเปึนอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามครับ ในฐานะที่กระผมเองเปึนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะมาจากฟากสมาชิกวุฒิสภา เห็นใจอย่างไรยังจะต้องทําการตรวจสอบและยังจะต้องช่วยคิดครับท่าน สิ่งที่กระผม อยากจะช่วยคิด กระผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ ภายใต้เวลาอันจํากัดไม่ถึง ๑๐ นาที กระผมคิดว่าผมพูดได้เฉพาะเรื่องของหลักการ เหตุผลกับเรื่องของการเทียบเคียงกับ ยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งรัฐบาล ได้มีการอ้างไว้ในเอกสารเล่มนี้ครับ กระผมอยากกราบเรียนท่านว่า การกู้เงินอันนี้ เราสมควรจะกู้หรือไม่ ถ้าหากว่าไม่กู้เราจะมีแนวทางอย่างไร หรือกระทั่งถ้าหากว่ากู้ เราควรจะกู้เพื่อเอาไปใช้อะไร กระผมคิดว่าหลักการ เหตุผลและยุทธศาสตร์ที่กระผมได้ พยายามหยิบยกขึ้นมามันจะเปึนกรอบสําคัญ ซึ่งก็สอดคล้องกับที่รัฐบาลได้วางไว้อยู่แล้ว ประเด็นมันจึงมีอยู่ว่ารัฐบาลได้ทําตามสิ่งที่ได้ยกเอาไว้เองหรือไม่ กระผมขออนุญาตได้ อ่านนิดเดียวครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีทั้งวิสัยทัศน์ เขียนไว้ชัดเจน ท่านครับว่า ในการพัฒนาจะต้องมุ่งให้เกิดความสมดุล เปึนธรรม และยั่งยืน และ ในแนวทางก็ระบุชัดเจนนะครับว่า ให้นําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่กับการพัฒนา แบบบูรณาการ โดยเฉพาะได้ย้ํานะครับว่า การพัฒนานั้นจะต้องเปึนการพัฒนาแบบ บูรณาการเปึนองค์รวมที่มีคนเปึนศูนย์กลางของการพัฒนา ท่านประธานครับ อีกสักหน่อยนะครับ ในแผนนี้ยังระบุถึงเรื่องของเปัาหมายไว้ กําหนดไว้ ๕ เปัาหมาย และก็มีทั้งหมด ๑๙ ยุทธศาสตร์ กระผมเอาเฉพาะข้อเดียวที่มันเปึนเรื่องยุทธศาสตร์ ภายใต้เปัาหมายทางเศรษฐกิจ เขาระบุไว้ชัดเจนว่า สนับสนุนให้เกิดการแข่งขัน ที่เปึนธรรม และกระจายความเปึนธรรม ทั้งกระจายการพัฒนาอย่างเปึนธรรม โดยเฉพาะ เช่น เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องของการเงิน เปึนต้น ท่านประธานครับ กระผมหยิบยก เรื่องของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตามที่รัฐบาลได้หยิบยกขึ้นมาบอกว่า รัฐบาลกู้เงินครั้งนี้รัฐบาลจะทําตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระผม กราบเรียนนะครับ ๔ โครงการที่รัฐบาลได้หยิบยกมานี่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการทําถนน สายหลัก ๔ ช่องทางจราจร ไม่ว่าจะเปึนทําสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา บริเวณใกล้ กรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการปรับปรุงกิจการประปา เฉพาะการประปานครหลวง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของรถไฟฟัาสายสีน้ําเงิน ท่านประธานครับ กระผมต้องกราบเรียนท่าน ไปยังรัฐบาล ทั้งท่านนายกรัฐมนตรี และทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า มันไม่ค่อยสอดคล้องครับท่านครับ อันนี้งบประมาณที่ขอมาที่ให้รัฐสภาพิจารณารวมแล้ว อาจจะประมาณสัก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท มันดูเหมือนกับไม่มากนัก แต่กระผม เข้าใจดีว่าท่านจําเปึนที่จะต้องกู้เงินมากกว่านี้ท่านครับ ดังนั้นความสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์อันนี้เปึนเรื่องจําเปึน ถามว่าไม่สอดคล้องอย่างไร เราต้องยอมรับว่าสังคมไทย ของเรามันมีปัญหาใหญ่เรื่องหนึ่งก็คือว่า ความไม่สมดุลระหว่างต่างจังหวัดกับกรุงเทพฯ ความไม่สมดุลดังกล่าวนั้นก่อให้เกิดทั้งความขัดแย้งในเชิงโครงสร้าง ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมามากมายท่านครับ ถามว่าเมื่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติกําหนดไว้ว่า จะต้องพัฒนาให้มีความสมดุล เรามาดูว่ากรอบโครงการนี้และทิศทางอื่น ๆ ของรัฐบาล ได้ไปตอบโจทย์อันนี้มากน้อยเพียงใด กระผมคิดว่าท่านยังทําน้อยครับ อันนี้เปึนเรื่องที่ กระผมคิดว่าไม่ติติงไว้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นท่านครับ สิ่งที่มันจะเกิดนับจากนี้ต่อไปก็คือว่า คนที่ยากจนและยากลําบากหรือคนด้อยโอกาสคนจนชายขอบต่าง ๆ ก็จะยิ่งยากลําบาก ความแค้นเคืองขัดสนมันอาจจะก่อตัวเปึนรูปแบบอื่น กระผมเปึนคนหนึ่งที่เปึนชาวพุทธ กระผมคิดว่า จริงอยู่ถึงแม้เราจะขัดแย้งแตกต่างกันอย่างไร เราก็ไม่ควรคิดที่จะโค่นล้มกัน ทางชนชั้น ประเภทที่ว่าการยึดทรัพย์สินทางเศรษฐกิจจากการปฏิวัติสังคมเหมือนกับ แนวคิดในอดีตนั้น กระผมเองคิดว่าอาจจะไม่เหมาะสมกับสังคมไทย และกระผมเองคิดว่า เรายังมีเมตตาธรรมต่อกัน แต่ถ้าหากรัฐบาลนี้ท่านจะเปึนตัวแทนของกลุ่มชนชั้นไหน ก็แล้วแต่ครับ กระผมไม่พูดในประเด็นนั้น ยังไม่ได้บ่ายหัวเรือในเชิงของทิศทางทาง ยุทธศาสตร์ลงไปให้กับคนต่างจังหวัดหรือคนจนที่มากพอ กระผมคิดว่าคนรวยที่อยู่ใน กรุงเทพฯ ก็อาจจะอยู่อย่างลําบากครับ วันนี้ขโมยขโจรชุกชุมเหลือเกิน สมาชิกวุฒิสภา ของเราก็โดนยกเค้านะครับ ๑๐ กว่าล้านบาท แล้วกระผมแน่ใจว่ามันไม่ใช่รายเดียวครับ สภาพปัญหาทางสังคมจะเกิดขึ้นอีกมากมาย ดังนั้นท่านจะกู้เงินท่านก็กู้ไปเถอะครับ ถ้าหากว่ากู้แต่พอดี แล้วก็กู้โดยที่คํานึงว่าเราจะเอาไปใช้จ่ายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และให้เกิดความสมดุล และให้มีการกระจายการพัฒนาลงไปยังพี่น้องประชาชน ทั้งในชนบท ในต่างจังหวัดหรือกระทั่งคนจนในกรุงเทพฯ มันมีอีกประเด็นหนึ่งท่านครับ จะถามว่า เอาละ ต่อไปถ้าเรากู้ไม่ได้แล้วเพราะว่ามันชนเพดาน ยกเว้นว่าท่านจะรื้อ เพดานรื้อหลังคาทิ้งนะครับ ที่จริงมันมีวินัยทางการเงินการคลังอยู่นะครับ ในแผนก็ระบุไว้ว่า กู้จะต้องไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี วันข้างหน้าถ้าสมมุติว่าท่านจะกู้เกิน ท่านครับ กระผมอยากจะฝากท่านว่าท่านก็กู้ไปเถอะครับ ท่านอาจจะมีเสียงข้างมากในสภา กระผมอาจจะเปึนคนหนึ่งที่อาจจะยกมือให้ท่านก็ได้ครับ แต่ท่านครับ เมื่อท่านกู้ไม่ได้แล้ว ประเทศไทยยังต้องเดินต่อครับ ถามว่าเราจะต้องทําอย่างไร กระผมคิดว่าในท่ามกลาง การไม่กู้ เรายังมีทางอื่นอีกไหมครับ เช่น เราลดรายจ่าย ผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่าท่านจะลดงบกองทัพ ยกเว้นกองทัพอากาศบอกว่ายังไม่อยากให้ลดหรือ ไม่ยอมให้ลดก็แล้วแต่ ท่านไปเคลียร์กันเอาเองนะครับ กระผมคิดว่านั่นเปึน แนวทางที่ถูกต้อง กระผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ครับ ท่านครับ ท่านต้องอย่าลืมว่า งบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประจําป้ ไม่ว่าจะ ๑.๘ ล้านล้านบาทในป้ที่ผ่านมา หรือในป้หน้าท่านจะเหลือ ๑.๗ ล้านล้านบาท กระผมเอาตัวเลขกลม ๆ ท่านจะได้รับ การยอมรับจากสภานี้ก็ตาม แต่งบในการลงทุนนั้นประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เท่านั้นเอง ส่วนใหญ่ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นั้นก็คืองบรายจ่ายประจํา ท่านประธานครับ ตรงนี้เปึนกับดักเปึนวงล้อม ถ้าหากว่ารัฐบาลต้องการจะฝ์าออกไปได้ท่านจะต้องคิดให้ มากครับ ถ้าหากว่าท่านฝ์าวงล้อมของงบประมาณรายจ่ายประจําออกไปไม่ได้ กระผมเชื่อว่าท่านเมื่อกู้เต็มจํานวนแล้วประเทศนี้ก็จะไปไม่รอดครับ ดังนั้นกระผมอยาก ฝากท่านไว้ นอกจากนั้นถ้าไม่กู้นอกจากลดรายจ่ายแล้วเราควรจะทําอย่างไรครับ เก็บรายได้เพิ่ม กระผมเห็นด้วยกับหลายแนวความคิดของรัฐบาล ท่านบอกอยากจะเก็บ ภาษีที่ดิน อยากจะเก็บภาษีมรดก ท่านจุดพลุมา ๒-๓ ครั้ง กระผมเห็นด้วยครับ แต่กระผมไม่อยากให้จุดพลุแล้ววาบแล้วหายไปครับ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาซึ่งจะต้อง ผ่านกฎหมายถ้าท่านเสนอเข้ามา กระผมเปึนคนหนึ่งยืนยันชัดเจนไม่ใช่เฉพาะยกมือช่วยท่าน แต่จะอภิปรายด้วยครับ สนับสนุนให้มีการเก็บภาษีที่ดิน ภาษีมรดก อันนี้ครับที่กระผมเรียกว่าไม่ใช่เปึนการล้มกันทางชนชั้น มันเปึนการลดเงื่อนไขการล้มหรือ การปะทะกันทางโครงสร้างด้วยซ้ําไป แต่ว่าสภาแห่งนี้ซึ่งส่วนใหญ่ก็เปึนชนชั้นนําถึงแม้ เราจะเปึนผู้แทนปวงชน เราจะต้องแสดงเมตตาธรรมออกมาให้ชัดว่าเราจะต้องหาทาง กระจายทรัพยากรที่ถูกครอบครองไว้ด้วยคนส่วนน้อยในแผ่นดินนะครับ คนส่วนน้อย ครอบครองทรัพยากรจํานวนมากกว่าคนส่วนใหญ่ อันนี้เปึนเรื่องที่สังคมอันตรายมาก เพราะมันไม่สมดุล ไม่มีทางที่ท่านจะใช้กรรมวิธีหรือการโฆษณาใด ๆ ที่จะยุติ ความขัดแย้งได้ ถ้าหากว่าเราไม่แก้ตรงนี้ ดังนั้นกระผมอยากกราบเรียนต่อท่านในช่วง นาทีสุดท้ายนี้ว่าท่านจะกู้ก็กู้ไปเถอะครับ แต่ท่านจะต้องดูถึงความพอดี ถ้าหากว่าท่าน ไม่กู้ได้กระผมคิดว่าในสถานการณ์ที่เราควรจะมียุทธศาสตร์การตั้งรับนะครับ ใครเคยทํา ธุรกิจจะต้องรู้ว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่ใช่ต้องใช้กลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์รุก เมื่อไม่ใช้ ยุทธศาสตร์รุก กระผมคิดว่าท่านจะต้องกลับมาตั้งรับโดยเห็นอกเห็นใจคนยากจน เช่น กลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เกษตรกรรายย่อย ข้าราชการประจําชั้นผู้น้อยหรือ ผู้ประกอบการรายย่อย เงินที่ท่านจะกู้มา ถ้าหากว่าลงไปสู่การผลิตหรือกระบวนการทาง กิจกรรมทางเศรษฐกิจของกลุ่มคนเหล่านี้ได้ กระผมเชื่อว่านี่จะเปึนการตั้งรับอย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณฐิติมา ฉายแสง ครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ก่อนอื่นต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานนะคะ ที่วันนี้ให้โอกาสดิฉันเปึนผู้หนึ่งที่จะได้ร่วมอภิปราย ในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งพวกเรานั้นถูกมาตรา ๑๙๐ มาบังคับใช้ ซึ่งดิฉันคิดว่ามาตรา ๑๙๐ นั้น จริง ๆ หลักการมันดีค่ะท่านประธาน หลักการของมาตรา ๑๙๐ นั้นพวกเราก็รู้ว่า หนังสือสัญญาใด ๆ ที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวางหรือมีผลผูกพันด้านการค้าการลงทุน งบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ตรงนี้รัฐบาลต้องมาขอความเห็นชอบ จากรัฐสภา มาตรา ๑๙๐ ดี แล้วก็ดิฉันคิดว่ามันมียุคใดสมัยใดบ้างที่พ่อแม่พี่น้อง ประชาชนจะได้รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของรัฐสภาแห่งนี้ได้เท่ากับมาตรา ๑๙๐ อนุญาตไว้ แต่การเขียนกฎหมายท่านประธาน การเขียนกฎหมายนั้นมันไม่น่าจะเขียนให้ดูสับสน จนข้าราชการนั้นปฏิบัติไม่ได้ เช่น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาคือวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒ นี้ ท่านประธานคะ เหลือเชื่อค่ะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ นั้น ดิฉันอภิปรายไปแล้วว่ากลัวจนเกินเหตุ ต้องนําเข้าสู่สภาเปึนเรื่องของร่างบันทึก การประชุม มันเหมือนกับว่าให้รัฐสภานั้นมาบันทึกมารับรองบันทึกการประชุม ตลกมาก นั่นหมายความว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญนั้น เขียนรัฐธรรมนูญละเอียดถึงขั้นตอนจนเกินไป จนปฏิบัติกันไม่ถูกสับสนมาก วันนี้ก็เช่นเดียวกันเรามาประชุมร่วมของรัฐสภา ซึ่งเปึนเรื่อง ของกรอบการเจรจาการกู้เงินจากต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ชื่อยาวมาก แน่นอนค่ะ ฝ์ายรัฐบาลวันนี้มีเสียงมากกว่าก็คงจะชนะไป และดิฉัน ก็คิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกรณ์ จาติกวณิช นั้นคงจะไม่กลัว จนเกินเหตุไปเหมือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนะคะ เดี๋ยวท่านชนะไป ท่านก็ไปกู้เงิน ท่านก็ไปประชุมจะประชุมกับเวิลด์ แบงก์ จะประชุมกับ ไจก้า หรือใคร ก็แล้วแต่ เมื่อมีร่างบันทึกการประชุมคงจะไม่ต้องเอามาให้รัฐสภาแห่งนี้เห็นชอบเหมือน เมื่อวันอังคารนะคะ ท่านประธานคะ วันนี้เรามาพิจารณาถึงเรื่องกรอบการเจรจากู้เงิน แน่นอนในชื่อของกรอบ เจราการกู้เงินนั้นมีคําว่า แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งดิฉันก็ต้องนําพระราชบัญญัติ การบริหารหนี้สาธารณะนั้นมาพิจารณา ซึ่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะนั้น มาตรา ๒๐ ก็บอกไว้ว่า ให้กระทรวงการคลังกู้เงินได้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใด อย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ คือ ข้อที่ ๑ ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ หรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่า รายได้ เปึนเงินบาทนะคะอันนี้ ข้อที่ ๒ บอกว่าพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ข้อที่ ๓ บอกว่า ปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ ข้อที่ ๔ ให้หน่วยงานอื่นกู้ต่อ เอาละ วันนี้เรามาพิจารณากัน ถึงข้อใน (๒) ของมาตรา ๒๐ คือพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมาตรา ๒๐ กําหนดไว้แบบนี้ ทําให้การกู้นั้นจะต้องดําเนินการตามมาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ ของพระราชบัญญัติ หนี้สาธารณะ ถามว่ามาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะนั้นบอกไว้ว่าอย่างไร เปึนการกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กระทําได้เมื่อมีความจําเปึนต้องใช้จ่ายเงิน นอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจําป้ และต้องใช้เปึนเงินตราต่างประเทศ หรือ จําเปึนต้องกู้เงินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของประเทศ โดยให้ กระทรวงการคลังนั้นกู้เปึนเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ นั่นหมายความว่าเราจะต้องมาคํานึงถึงร้อยละ ๑๐ ของ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ซึ่งในป้ ๒๕๕๒ นั้นงบประมาณรายจ่ายประจําป้คือ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เสร็จแล้ว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาทนั่นเอง ทีนี้ถามว่า ทําอย่างไร ขณะนี้รัฐบาลนั้นกู้เงินไปแล้วนะคะท่านประธาน รัฐบาลนั้นกู้เงินไปแล้วถึง จากข้อมูลสํานักงานเศรษฐกิจการคลังนั้นบอกว่า รัฐบาลนั้นกู้เงินไปแล้วถ้าไม่นับ ๔ โครงการที่เรากําลังพูดถึงนี้นะคะ เปึนเงิน ๖๙,๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งดิฉันต้องลบออกจาก ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท จะเหลือวงเงินตามงบประมาณอยู่ ๑๑๓,๙๐๐ ล้านบาท และวันนี้อีก ๔ โครงการค่ะท่านประธาน ๔ โครงการนั้นรวมเปึน ๓๔,๔๕๙.๒๐ ล้านบาท ก็จะเหลือวงเงินกู้อยู่อีก ๗๙,๔๔๐ ล้านบาท เปึนเงินที่เราพูดง่าย ๆ แล้วกันท่านประธานคะ ๗๙,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออยู่นะคะ ณ ขณะนี้เหลืออยู่ ๗๙,๕๐๐ ล้านบาทนั้น มันเปึนเงิน ที่เยอะอยู่เหมือนกัน ท่านประธาน ดิฉันคิดว่าในป้ ๒๕๕๒ นั้น ตามพระราชบัญญัติ หนี้สาธารณะนั้น โครงการ ๔ โครงการนี้ที่จะเข้ามากู้ เปึนงบประมาณของ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถ้าเราพิจารณาดูแล้วเปึนของพรรคภูมิใจไทยค่ะ ท่านประธาน แต่ดูสิคะว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของกระทรวงคมนาคมและ กระทรวงมหาดไทยนั้นเปึนของพรรคภูมิใจไทย ทําให้ดิฉันคิดว่าพรรคอื่น กระทรวงอื่น จะไม่ทําบ้างหรือคะ ในเมื่อมีเงินเหลืออีก ๗๙,๕๐๐ ล้านบาท เวลาก็เหลืออีก ๔ เดือนครึ่ง ทําไมกระทรวงอื่นไม่ทํากันบ้าง ลองดูนะคะว่ากระทรวงอะไรบ้าง กระทรวงศึกษาละคะ ทําไมไม่กู้เพื่อมาปรับปรุงโรงเรียน หรือจะทําส้วมให้โรงเรียนนั้นดีขึ้นก็ได้ หรือกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โครงการของชลประทาน จะสร้างเขื่อน จะทําให้น้ํานั้นดูดี หรือจะ ปรับปรุงตลิ่ง อะไรก็แล้วแต่ หรือกระทรวงอุตสาหกรรมละคะ ก็ทําได้เยอะแยะเลย จะให้สินเชื่อกับนักลงทุนรายย่อยใหม่ ๆ หรือโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม เฉพาะทางก็ได้ หรือโครงการสินค้าใหม่จากนวัตกรรมก็น่าสนใจนะคะ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพรรคกิจสังคมล่ะ ก็น่าสนใจ ทําไมท่านไม่พัฒนา เขตอุทยานแห่งชาติให้เปึนสถานที่ท่องเที่ยวที่ยั่งยืนละคะ หรือกระทรวงการคลังก็ตาม ทําไมไม่ให้กรมธนารักษ์พัฒนาที่อยู่อาศัย โอ้โฮ หลายกระทรวงมากเลยค่ะที่น่าที่จะมาใช้บริการของ ๗๙,๕๐๐ ล้านบาทนี้เสียให้เต็มที่ แต่ท่านประธานคะ การที่จะใช้โครงการต่าง ๆ นั้นใช้ศักยภาพของรัฐบาลนั้นมันต้อง เรียกว่าต้องดูเหมือนกัน เช่น ธนาคารพาณิชย์ของไทยตอนนี้นะคะท่านประธาน ไม่ยอม ปล่อยกู้ให้กับประชาชนหรือภาคเอกชนเลย เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องใช้ศักยภาพของ ตนเองนั้นมากู้เสียให้เต็มที่นะคะท่านประธาน แล้วก็ทําไมล่ะ ทําไมรัฐวิสาหกิจ ณ ขณะนี้ใน (๓) ของกรอบการเจรจานั้นเปึนเรื่องของอะไร เปึนเรื่องของประปานครหลวง ท่านประธาน ประปานครหลวงนั้นเปึนรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจทําให้ดิฉันต้องมาดูมาตรา ๙ ของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะท่านประธาน ดิฉันคงต้องขอเวลาเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง ของพรรคเพื่อไทยนะคะ ท่านประธานคะ มาตรา ๙ นั้นกําหนดไว้สําคัญมากท่านประธาน สําคัญมากบอกว่า ถ้าเปึนการกู้เงินเพื่อการลงทุนรัฐวิสาหกิจนั้นจะต้องเสนอแผนงาน ลงทุนให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ทั้งนี้ หากเปึนการกู้เงินเกิน ๕๐ ล้านบาท จะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีด้วย ดิฉันขอถามท่านประธานในฐานะที่ท่านควบคุมการประชุมแห่งนี้ ดิฉันขอทราบ ความเห็นชอบ หนังสือความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติก่อนค่ะ ถ้าดิฉันไม่มี นั่นหมายความว่าข้อที่ ๓ เรื่องประปานครหลวงซึ่งเปึน รัฐวิสาหกิจนั้นจะต้องตกไปค่ะ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ต้องตกไปค่ะท่านประธานตามมาตรา ๙ เพราะว่าขัดต่อกฎหมายพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะนะคะท่านประธาน ทีนี้การพัฒนา มันดี ดิฉันเห็นด้วยว่ามันควรที่จะพัฒนาประเทศ แต่อย่ากระจุกอยู่เฉพาะกรุงเทพฯ หรือ เขตชานเมืองนะคะ ต้องให้ประชาชนจากต่างจังหวัดเขาได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารัฐบาลนั้นถ้าอยากจะกู้เงินเหลืออีก ๗๙,๕๐๐ ล้านบาทนั้นก็กู้กัน เสียให้เต็มที่ไปเลย ให้ประชาชนนั้นเปึนหนี้เปึนสินกันเสียให้เต็มที่อย่างที่ไม่ต้อง เกรงอกเกรงใจกันเลยนะคะ
ก็คงจะได้เนื้อหาสาระอย่างละเอียด แล้วครับ
ค่ะ ท่านประธานคะ ก็คิดว่าข้อมูลที่ดิฉันให้นั้นน่าที่จะเปึนที่น่าสนใจและอยากจะขอย้ํา กับท่านประธานค่ะว่า ท่านประธานควบคุมการประชุม ไหนล่ะคะความเห็นชอบจาก สภาพัฒน์ ขอก่อนค่ะ ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ตกไปค่ะท่านประธาน
เอาไว้ให้รัฐมนตรีเขาตอบครับ
ทําไมต้อง รัฐมนตรี ในเมื่อท่านประธานเปึนผู้ควบคุมการประชุมอยู่
ผมก็ควบคุมแล้วก็ถูกต้อง
ท่านประธานไม่มีเลยหรือคะ ท่านประธานไม่ได้อ่านหรือเปล่าคะ หรือไม่ได้สนใจเรื่องนี้ เลยคะ หรือควบคุมคนที่เขาทะเลาะกันอย่างเดียวคะ
ก็มาสนใจตอนคุณฐิติมาอภิปราย
หรือคะ จะได้ทราบค่ะว่าท่านประธานนะคะ
คือค้นหาสาระให้ดีมากครับ
ขอบพระคุณนะคะที่ชม ดิฉันรู้สึกตัวลอยไปหมดแล้วค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณมากค่ะ
เวลาก็พอสมควร ขอบคุณนะครับ ต่อไปครับ คุณพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ วุฒิสมาชิก ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ดิฉันขอเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ในตอนแรกดิฉันเห็นด้วยกับรัฐบาล ที่จะใช้เงินซึ่งกู้มาเปึนจํานวนไม่น้อยทีเดียวในการลงทุนกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศเรา เพราะว่าเราได้ว่างเว้นการกระทําอันนั้นมาเปึนเวลานานพอสมควร ก็คิดว่าเปึนการลงทุน ที่คุ้มค่า แต่เมื่อพิจารณาโครงการทั้ง ๔ โครงการอย่างละเอียดแล้ว โดยเฉพาะก็พบว่า ๓ โครงการนี้ก็กระจุกอยู่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตของคนกลุ่มซึ่งมี พื้นฐานที่ได้เปรียบอยู่แล้ว ก็คือคนในเมืองหลวงหรือกรุงเทพฯ เปึนส่วนใหญ่ ได้แก่ โครงการสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา โครงการปรับปรุงกิจการประปา แล้วก็โครงการ รถไฟฟัา ซึ่งในขณะเดียวกันกับที่ชนบทยังมีความต้องการการปรับปรุงในคุณภาพชีวิต และโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าคนในเมืองหลวงเปึนอันมาก ดิฉันจึงคิดว่าการลงทุน ใน ๓ โครงการอันนี้มันค่อนข้างจะขัดกับหลักกระจายความเปึนธรรมให้ไปสู่ประเทศ โดยทั่วกัน อีกโครงการหนึ่งก็คือ โครงการที่ก่อสร้างถนน ๘ สายด้วยกัน ขยายออกเปึน ๔ เลน ซึ่งอาจจะเปึนการส่งเสริมการคมนาคม การขนส่งสินค้า แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ด้วยเงินซึ่งเราต้องไปกู้มาเช่นนี้ อาจจะมีการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ (Logistics) และ คมนาคมซึ่งมีความคุ้มทุนมากกว่า เพราะว่าเราก็ทราบดีว่าถนนสายที่จะขยายเปึน ๔ ทางนั้น ถึงแม้เปึนถนนชนบทซึ่งไม่ได้มีการจราจรคับคั่ง เพียงแต่ปรับปรุงถนนให้ดีขึ้นก็ สามารถที่จะขนส่งสินค้าได้ และท่านประธานคงจะทราบว่าการขยายถนนให้กว้างขึ้นทําให้ รถแล่นเร็วขึ้น อันนี้ก็เท่ากับทําให้อุบัติเหตุการจราจรนั้นเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ การตายจากอุบัติเหตุการจราจรก็เปึนการตายอันดับที่ ๓ ของประชาชน ซึ่งมีคนตายถึง ป้ละ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน และนอกจากนั้นในทางสังคม การขยายถนนให้กว้างมาก ๆ ก็เหมือนการที่จะทําให้โครงสร้างและความสัมพันธ์ของคนในชุมชนนี่ต้องแยกห่างจากกัน ไปเรื่อย แต่ในประเทศที่เจริญแล้วหลายประเทศในยุโรป ถนนเล็กกว่าเรามากมาย แต่ว่า ด้วยวินัยจราจร ด้วยการจํากัดความเร็วก็สามารถที่จะทําให้การคมนาคมดําเนินไปได้ อย่างสะดวกและปลอดภัย สิ่งที่ควรจะทําอย่างยิ่งในการใช้เงินซึ่งเรากู้มาเปึนจํานวนมาก ให้คุ้มค่ามากกว่านี้ ด้วยวัตถุประสงค์อันเดียวกัน ก็คือการพยายามที่จะพัฒนารถไฟรางคู่ ซึ่งดิฉันคิดว่ารถไฟรางคู่นั้นสามารถที่จะขนคนได้มากกว่า ขนสินค้าได้มากกว่า มีความ ปลอดภัยสูงกว่า แล้วก็ประหยัดกว่า ซึ่งถ้าหากว่าสามารถที่จะพัฒนาความเร็วของ รถไฟรางคู่ให้เพิ่มขึ้นได้ ก็เท่ากับว่าเราสามารถที่จะใช้เงินในการที่จะพัฒนาการคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม โลจิสติกส์และการท่องเที่ยวได้อย่างคุ้มทุนมากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงขอเรียนท่านประธานว่า ดิฉันเห็นด้วยในการที่จะกู้เงินเพื่อโครงการต่าง ๆ ที่เปึนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐาน แต่บางโครงการ เช่น การขยายถนน ๘ เลน ในขณะนี้ดิฉันเห็นว่ายังไม่สมควรอย่างยิ่ง ขอบคุณค่ะ
ต่อไปคุณชวลิต วิชยสุทธิ์
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้เสนอกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ ตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๒ เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๙๐ แห่ง รัฐธรรมนูญ โดยเตรียมกรอบการเจรจากู้เงินกับแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ ๓-๔ โครงการ ดังที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้กล่าวไปหลายท่านแล้ว กระผมจะไม่ซ้ําตรงนั้นนะครับ กระผมมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะหรือเปึนความเห็นที่คิดว่าอยากจะสะท้อนออกมาให้ รัฐบาลได้รับทราบดังนี้ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้ ๑.๘ ล้านล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ และได้ตั้งงบกลางป้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีก ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท สรุปงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ รวม ๒ ยอดที่ผ่านมา ๑,๙๕๑,๗๐๐ ล้านบาท ผลจากการตั้ง งบประมาณทั้ง ๒ ยอดดังกล่าวทําให้ขาดดุลงบประมาณเปึนเงินถึง ๓๔๗,๐๖๑ ล้านบาท หรือประมาณ ๓.๗ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี เมื่อรวมกับการจัดเก็บภาษีที่ต่ํากว่าเปัาหมาย และรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนหลายแห่งรวมประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับขาดดุล งบประมาณแล้วกว่า ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าขณะนี้รัฐบาลดําเนินการผิดวินัยทางด้าน การคลัง นั่นเปึนข้อน่าห่วงประการแรก
ข้อน่าห่วงประการต่อมาก็คือท่านประธาน การขยายเพดานเงินกู้เพิ่มขึ้น โดยต่อไปจะเทียบเคียงกับต่างประเทศที่เขาอาจจะกู้ได้ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี ซึ่งต่างประเทศเขาทําได้เพราะฐานภาษีของเขาจัดเก็บได้ถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี แต่ของประเทศไทยนั้นจัดเก็บได้เพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หากรัฐบาลขยายเพดานเงินกู้ สูงขึ้น ๆ ประชาชนก็เตรียมตัวได้เลยครับท่านประธานว่า รัฐบาลจะขึ้นภาษีอย่างยกใหญ่ ประชาชนจะรับไหวไหม ภาคเอกชนจะต้องวางแผนการลงทุนใหม่ เพราะการกู้เงินเพิ่ม เท่ากับทําให้เครดิตของประเทศลดลง ต้นทุนการกู้เงินก็จะแพงขึ้น เอกชนก็จะต้องจ่าย ดอกเบี้ยมากขึ้น นี่คือหายนะของภาคเอกชนที่ต้นทุนสูงขึ้นโดยปัจจัยภายนอก
ข้อน่าห่วงประการต่อมาก็คือท่านประธาน งบกลางป้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ผ่านมานี่กระตุ้นจริงไหม งบ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ๙๗,๕๖๑ ล้านบาท ส่วนอีกประมาณ ๑๙,๑๓๙ ล้านบาทนั้นเปึนการเอาไปชดใช้ เงินคงคลังของป้ ๒๕๕๑ งบกลางป้นี้อาจจะแยกเปึน ๔ โครงการใหญ่ ๆ ด้วยกันก็คือ โครงการแรกเปึนงบเพื่อต่ออายุโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพ เช่น ลดค่าไฟฟัา น้ําประปา รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี โครงการที่ ๒ ก็ เอสเอ็มแอล นะครับ โครงการที่ ๓ ก็คือโครงการ ช่วยเหลือค่าครองชีพหรือเช็คช่วยชาติ ตรงนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักครับ ท่านประธาน คนละ ๒,๐๐๐ บาท งบ ๑๘,๙๗๐ ล้านบาท เขาไม่ได้บอกว่าเปึนเช็คช่วยชาติ นะครับท่านประธาน เขาเรียกว่าเปึนเช็คช่วยห้าง ขณะนี้เขาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างนั้น ดังนั้นในภาวะเศรษฐกิจบ้านเมืองอย่างนี้ทําอย่างไรเราถึงจะประหยัดค่าใช้จ่าย รัดเข็มขัด ทําอย่างไรเราจะไม่ต้องกู้ เช่น มีเงินสํารองอยู่ ๑.๑ แสนล้านเหรียญ แต่มีหนี้อยู่ ๖.๕ ล้านเหรียญ กู้ตัวเองได้ไหม ทําอย่างไรถึงจะประหยัดเม็ดเงิน เช่น เราต้องการน้ํามัน เราต้องการวัตถุดิบจากต่างประเทศที่สําคัญ ๆ เอาข้าว เอามันสําปะหลัง หรือสินค้า เกษตรอื่น ๆ ซึ่งเรารับจํานําไว้จํานวนมากไปแลกกับเขาได้ไหม ที่เรียกว่า บาร์เตอร์เทรด (Barter Trade) ตรงนี้เมื่อเราแลกสินค้าเกษตรออกไป แน่นอนก็จะเกิดกลไกการตลาด เกิดการหมุนเวียนที่จะทําให้สินค้าเกษตรราคาดีขึ้น กระผมไม่เห็นรัฐบาลจะมีวิธีคิดที่จะ หาเงินรายได้เข้าประเทศให้เห็นออกมาชัดเจนนอกจากขึ้นภาษีกับกู้เงิน ตรงนี้เปึนประเด็น ที่น่าเปึนห่วงมากครับท่านประธาน นอกจากนั้นโครงการที่นําเสนอมาดูแล้วภาวการณ์บ้านเมืองมันเปลี่ยนไปมาก ขณะนี้ ภาวะเศรษฐกิจทั้งของโลกและของประเทศไทย จําเปึนที่เม็ดเงินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดและเหมาะสมกับสถานการณ์ เปลี่ยนโครงการได้ไหม สมมุติถ้าถูลู่ถูกังผ่านกันไป จริง ๆ โดยยึดประชาชนเปึนตัวตั้งท่านประธาน ภาวการณ์บ้านเมืองมันเปลี่ยนไปมากแล้ว ควรมาส่งเสริมพื้นฐานของประเทศคือทางด้านการเกษตร อย่ามองว่าเดี๋ยวจะต้องกู้อีก หลายแสนล้านบาท ก็เอาตรงนั้นมาทําเรื่องการเกษตร ทําเรื่องแหล่งน้ํา ก็เราไม่กู้ไม่ดีหรือ ใช้เม็ดเงินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กู้ให้น้อยลง ถ้าจะกู้ก็กู้ภายในประเทศ นี่คือสิ่งที่ กระผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล
ประการสุดท้ายสําคัญที่สุดครับท่านประธาน กระผมจําคําพูดของ ท่านประธานว่า ต้องปรองดอง ต้องสมานฉันท์ และกระผมก็เคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ หลายครั้ง ว่าปัญหาของบ้านเมืองนั้นมันมีทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แต่หัวใจ ของปัญหาอยู่ที่ไหนท่านประธาน หัวใจของปัญหาของประเทศอยู่ที่การเมือง ถ้าการเมือง ไม่นิ่ง การเมืองไม่มีเสถียรภาพ กู้เท่าไรก็ถมไม่เต็ม เศรษฐกิจไม่มีวันฟุ๋น ดังนั้นรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องจริงใจในการที่จะปรองดอง จริงใจในที่นี้ก็คือ เมื่อท่านมีนโยบายตั้งคณะกรรมการโดยท่านประธานได้กรุณารับแนวทางนี้มา มันต้อง ดําเนินการตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่ว่าหัวหน้าพรรคให้ นโยบายมาอย่างนี้ ลูกพรรคไปอีกทางหนึ่ง มันไม่มีทางสําเร็จท่านประธาน มันต้องถอยกัน คนละหลายก้าวเพื่อให้บ้านเมืองไปได้ ท่านประธานลองดูในอดีต เรารบกับคอมมิวนิสต์ เปึนสิบป้ คนตายป้หนึ่งในหลวง พระราชินี จะต้องมาพระราชทานเพลิงศพเยอะมากเปึน พัน ๆ หรืออาจจะถึงหมื่น แต่เมื่อมีนโยบาย ๖๖/๒๓ ทําไมปัญหาบ้านเมืองถึงคลี่คลายได้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องมีภาวะผู้นําบวกกับคุณธรรมของผู้นําประเทศ คุณธรรมของ ผู้นําประเทศคืออะไร เมตตาและอภัย นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไป ยังท่านนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างจะต้องเปึนเอกภาพ แน่นอนในพรรคกระผมก็ไม่เปึน เอกภาพ แต่สุดท้ายก็จะมาอยู่ในจุดที่พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า ถึงเวลาหรือยังที่จะ ปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง แต่การจะปรองดอง การจะสมานฉันท์นั้นก็ต้องมีหลัก หลักที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดต่อสภาแห่งนี้ก็คือ จะยึดหลักการ ยึดระบบ ไม่ยึด ตัวบุคคล ถ้ายึดหลักการ ยึดระบบ ก็คือยึดระบอบประชาธิปไตย ยึดประชาธิปไตย สิ่งที่ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตยคืออะไร เผด็จการ เราต้องไม่เอารากเหง้าเผด็จการ ตรงนั้นปัญหาทุกอย่างจะจบ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญท่านจารึก อนุพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ ผม จารึก อนุพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่น ก็ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับ ในกรอบของการเจรจากู้เงินใน ๔ โครงการหลัก นี่นะครับ รัฐบาลมีแนวคิดก็คือ จะเร่งรัดการลงทุน แล้วก็สร้างบรรยากาศการลงทุน ยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศนะครับ กล่าวถึง ขอบเขตงาน เปึนการพัฒนาเส้นทางในแนวตะวันออก ตะวันตก เปึนเส้นทางเชื่อมโยง ระหว่างประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศไทย ประเทศพม่า เพื่อรองรับการบริการ สินค้า ในส่วนนี้ผมไม่แน่ใจว่า มันจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว มันจะให้ประโยชน์ จริง ๆ หรือเปล่า เพราะยังมองว่า ถ้าจะไปเวียดนามทําอย่างไรจะให้มาลงที่อ่าวไทยได้ จะสะดวกมากขึ้น และได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้นนะครับ กับสนับสนุน อีสเทิร์น ซีบอร์ด อันนี้เห็นด้วย อันต่อไปก็เรื่องการท่องเที่ยวชายฝัืงทะเล ด้านตะวันออกและด้านตะวันตก อันนี้ก็เห็นด้วย แต่ที่มองไปทั้งหมดที่รัฐบาลไปกู้มาทั้งหมด ก็มองในภาพแล้วก็น่าจะ เชื่อถือ แต่มองให้ลึกถึงแก่นแท้ของระบบโลจิสติกส์ ตามที่ท่านเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาได้ กล่าวถึง ท่านพรพันธุ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ผมเห็นด้วยนะครับ ว่ารัฐบาลลืมละเลย การขนส่งทางราง รางก็คือ ทางรถไฟนะครับ ว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพอย่างไรในการขนส่ง และจะสร้างโอกาสให้กับภาคเหนือ เช่น เด่นชัย เชียงราย ได้อย่างไร และจะสร้างทาง รถไฟเพื่อเชื่อมอันดามันระหว่างสุราษฎร์ธานีกับภูเก็ตได้อย่างไร และรวมถึงว่าทําอย่างไร จะพัฒนาเส้นทางรางคู่ของการรถไฟให้เปึนลักษณะของเหมือนกับเปึนโครงกระดูกสันหลัง ในการที่จะนําแต้มต่อมาสู่ประเทศของเราให้มั่นคงยิ่งขึ้น ต้องไม่ลืมนะครับว่าค่าโลจิสติกส์ ของประเทศสูงมาก ๑๘.๙ เปอร์เซ็นต์นะครับ เปึนมูลค่าเมื่อป้ ๒๕๕๐ ๑.๖ ล้านล้านบาท ๑๘.๙ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีในป้นั้นทําอย่างไรจะลด การที่กู้เงินมาเพื่อพัฒนาเส้นทางตรงนี้ ผมเห็นด้วยในบางส่วน แต่ไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าถ้าจะพัฒนาให้มันตรงจริง ๆ จําเปึน จะต้องมาสร้างระบบโลจิสติกส์ให้มีความสมบูรณ์แล้วก็ให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น และจะต้องเปึนตัวที่จะต้องไปชี้นําการแข่งขันเพิ่มระดับความสามารถของประเทศด้วยนะครับ ขอเรียนให้ทราบว่า ตัวอย่างท่าเรือที่แหลมฉบัง จากสถิติการขนส่งทางรางเมื่อป้ ๒๕๕๑ ที่แหลมฉบังปริมาณตู้สินค้าทั้งหมด ๕.๒๔ ล้านตู้ รถไฟขนได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเกือบ ๆ จะ ๕๐๐,๐๐๐ ตู้ ที่เหลือทั้งหมดนะครับ รถยนต์ขนทั้งหมดเลย อย่างนี้มันเสียค่าขนส่ง โดยสิ้นเชิงครับ ทําอย่างไรจะให้รถไฟขนสัก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือให้รถขนส่ง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะลดลงมามาก ๆ นะครับ ท่านประธานครับ อีกส่วนหนึ่งที่ต้องสร้าง ความแข็งแกร่งของประเทศก็คือว่า รัฐบาลมองถึงการส่งออกและเอาค่าการส่งออกมา เปึนมูลค่าของประเทศ แต่ลืมในเรื่องการขนส่งทางน้ํา มองไปที่ท่าเรือไทยนะครับ เราจําเปึน จะต้องพัฒนาท่าเรือไทยให้เปึนประตูการค้า เรียกว่า เกทเวย์ (Gateway) ที่สะดวกและเปึน ช่องทางการค้าของต่างประเทศด้วยนะครับ จะต้องมองทิศทางในการพัฒนาในลักษณะ ของศูนย์การต่อเชื่อมก็คือ เปึน ฮับ (Hub) ของการขนส่งสินค้าทางทะเล และก็จะต้องเอา ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงมาเปึนส่วนต่อเชื่อมเรียกว่า สโปก นะครับ โดยคํานึงถึง การขนส่งในแนวทางน้ํากับทางน้ํา และขนส่งในแนวของทางรางกับทางน้ํา และ ในขณะเดียวกันก็ต้องเอาทางบกร่วมกับทางน้ําด้วยนะครับ มันก็จะเปึนมูลค่าเพิ่มคือ ลดการขนส่ง ลดค่าการใช้จ่ายในการขนส่งลงเพื่อที่จะนําประเทศเข้าสู่การแข่งขันที่เปึน ระบบ และจะเปึนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการด้วยนะครับ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องสร้างพันธมิตรในกลุ่มเรือลําเลียงทั้งหมด จะต้องสร้างพันธมิตรให้แก่ผู้ประกอบการ ใหญ่ ๆ เพื่อจะสนับสนุนเรือลําเลียงให้มีมากขึ้น และก็ช่วยเหลือในทุกด้านเพื่อจะนํามา สร้างความมั่งคั่งให้แก่ท่าเรือแล้วก็สร้างการส่งออกอย่างเปึนระบบโดยใช้ทางน้ําเปึนหลัก นะครับ เราจําเปึนจะต้องส่งเสริมการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบคือ มัลติ โมเดิร์น ทรานสปอร์ต (Multi modern Transport) เชื่อมโยงกันให้อย่างรวดเร็วที่สุดนะครับ รูปแบบที่ต้อง พิจารณาก็คือว่าจากการขนส่งภายในประเทศจากน้ําสู่น้ํา และในขณะเดียวกันก็จากน้ํา ส่งออกด้วยนะครับ อย่างท่าเรือกรุงเทพฯ-แหลมฉบัง และท่าเรือกรุงเทพฯ จะต้องมีการ ขนส่งทางน้ําที่เปึนระบบดีมากขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ ในแนวนโยบายของรัฐ กล่าวไว้ว่า การดําเนินการจะดําเนินการในเรื่องนี้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรักษา วินัยทางการคลัง กระทรวงการคลังเปึนผู้รักษากฎ ระเบียบ และกติกาในการที่จะ กําหนดให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ดําเนินการอย่างถูกต้องและเปึนธรรม แต่ต้องไม่ลืม นะครับว่า ในมติ ครม. เดิมเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๖ ในมาตรการที่ ๔ ผมขออนุญาตอ่านนะครับว่า ในมาตรการกําหนดผลงานของผู้เสนอราคาที่กําหนดไว้ว่า ในกรณีที่ส่วนราชการจําเปึนจะต้องกําหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคาโดยกําหนดผลงาน ที่ผ่านมา ให้กําหนดวงเงินและผลงานขั้นต่ําของงานก่อสร้างได้เท่าที่จําเปึน และกําหนด ได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของวงเงินที่จะจ้าง เรื่องนี้เปึนเหตุนะครับ ขอเรียนท่านประธานให้ ทราบว่า ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนมาที่คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคมที่ผ่านมา เรื่องร้องเรียนการที่จะก่อสร้าง คือประกาศขายแบบสายแม่จัน-เชียงแสน ผู้รับเหมาชั้นหนึ่งร้องเรียนมาว่ากําหนดให้แต่ เฉพาะชั้นพิเศษอย่างเดียวนะครับ
เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของผู้รับเหมาชั้นพิเศษร้องเรียนมาว่า การจดทะเบียน จ้างเหมางานก่อสร้างชั้นพิเศษของกรมทางหลวงไม่ชอบมาพากลนะครับ ผมนําเรื่องนี้มา กล่าวเรียนให้ท่านประธานทราบเพื่อที่จะแจ้งไปรัฐบาลว่า ในการดําเนินการใด ๆ จะต้อง คํานึงถึงกฎ ระเบียบ และวิธีการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพราะการดําเนินการ ที่โปร่งใสก็สามารถที่จะสร้างความมั่นคงและเชื่อถือ แต่ในกรอบอันนี้ได้กล่าวว่า จะดําเนินการตามกรอบของการเจรจาเงินกู้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นระเบียบการพัสดุที่ กระทรวงการคลังเปึนผู้ถือกฎกติกาก็ต้องรักษาระเบียบนี้ไว้อย่างมั่นคงและโปร่งใสด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณสุชาติ ลายน้ําเงิน ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีครับท่านครับ วันนี้กระผมเห็นว่าเปึนโครงการใหญ่ ๆ ที่รัฐบาลจะกู้เงินถึง ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ยังไม่เห็นมีรัฐมนตรีมานั่งฟังท่านประธานครับ เพราะว่า กระผมว่าเปึนเรื่องสําคัญท่านประธานครับ
อยู่ข้างหลังครับ
นั่งฟังข้างหลัง ใช่ไหมครับ กระผมเพิ่งเห็นนะครับว่าสภาเอารัฐมนตรีไปนั่งฟังข้างหลัง เพราะข้างบนจะ ได้รู้นะครับว่า
คือทางนี้ท่านอาจจะหลับบ้าง อะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เสียมารยาทท่านไปพักเสียนิดหน่อยครับ พูดไปได้เลยครับ ไม่เปึนไรครับ ท่านฟังอยู่ตลอดละครับ
ก็ดีท่านประธานครับ ที่ท่านประธานได้แก้ตัวแทนนะครับว่าไปนั่งหลับอยู่ข้างหลัง ประชาชนสนใจท่านประธานครับ สนใจเพราะเรื่องที่กระผมบอกกรอบที่ ๑ มาตรา ๒๑ รัฐบาลกู้ไปแล้ว ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเกือบเต็มพิกัด กรอบที่ ๒ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ กู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เต็มพิกัด กระผมพูด ในฐานะที่กระผมเปึนประชาชนคนไทยคนหนึ่งท่านประธานครับ ฝากไว้ก่อนท่านประธานครับ ฝากไว้ว่าเหมือนเราเปึนลูกชาวบ้าน ไปกู้สตางค์ใคร ถามว่าจะใช้ตอนไหน นายทุนต้องถาม ท่านประธานครับ ถามว่าคุณมีอะไรมาค้ําประกันไหม วันนี้รัฐบาลนี้เอาประชาชนไป ค้ําประกันต่างประเทศ ทําไมกระผมพูดอย่างนี้ กระผมต้องบอกว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์เข้ามาบริหาร ครั้งแรกบอกบริหารแบบเศรษฐกิจพอเพียงตอนเปึนฝ์ายค้าน บอกให้เอาเศรษฐกิจ พอเพียงมาบริหารตลอด กระผมเปึนฝัืงรัฐบาลกระผมก็นั่งฟังจนเคลิ้มนะครับ เพราะ ได้ยินคําว่า พอเพียง ก็คือ พอมี พอกิน พออยู่ แต่วันนี้รัฐบาลทุ่มกู้สุดตัวท่านประธานครับ กระผมถามว่าโครงการที่ ๔ ยังไม่มีโปรเจกต์ (Project) เลยท่านประธานครับ ไปกู้แบงก์ กระผมยกตัวอย่าง กระผมอีกเหมือนเดิมครับ กระผมเปึนผู้แทนราษฎรไปกู้แบงก์เขาถามว่า ท่านสุชาติเงินเดือนเท่าไร กู้ไปสร้างบ้าน กู้ไปสร้างตึก หรือไปทําอะไร ส่งเจ้าหน้าที่ไป ตรวจสอบที่กระผมอีกว่าค้ําประกันพอหรือไม่ แต่รัฐบาลนี้เพียงแค่ไปพบญี่ปุ์น ท่านประธานก็คงได้ฟังกระผมอภิปรายไปทีหนึ่งนะครับ ไปเยี่ยมญี่ปุ์น ไปชื่นชมญี่ปุ์นว่า เก่งเหลือเกิน บริหารประเทศเก่งเหลือเกิน พูดไปพูดมาก็หันหลังกลับบอกขอกู้สตางค์หน่อย ญี่ปุ์นบอกให้ ครั้งที่แล้วกู้มาท่านประธานครับ เอาไปทําอะไรท่านประธานรู้ไหมครับ กู้มาแจก ๒,๐๐๐ บาท เปึนเงินกี่หมื่นล้านบาทท่านประธานครับ ถามว่า ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ประโยชน์ประเทศเกิดไหมครับ ไม่ได้เกิดเลยท่านประธานครับ กระผมเปึนผู้ใช้แรงงาน กระผมเคยเปึนอดีตผู้นําแรงงานมาก่อน เขาบอกว่าเงินประกันสังคมที่เอาไปกู้ครั้งที่แล้ว บางคนยังไม่ได้ไปรับเลยท่านประธานครับ เงินที่ยังไม่ได้ไปรับไปอยู่ตรงไหน แล้วเงินที่ไปรับ ก็ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่คิดเลยครับ มองมุมกลับอีก ชาวบ้านที่รายได้เดือนละ ๑,๖๐๐ บาท ถ้าเขาได้ ๒,๐๐๐ บาทครั้งที่แล้วไปเขาจะชื่นชมเหลือเกิน ๑. ชาวไร่ ชาวนา พี่น้องบ้านผมวุ่นวายไปหมดท่านประธานครับ ไปเห็นข้าราชการกระทรวงแรงงานรับ ๒,๐๐๐ บาท วิพากษ์วิจารณ์เต็มพื้นที่ ล่าสุดไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยที่กู้ไปครั้งที่แล้ว กู้ไปเต็ม เพดานนะครับ แล้วครั้งนี้เอากลับมากู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องประชาชนตาม ต่างจังหวัดพูดเปึนเสียงเดียวกันว่า รัฐบาลนี้คิดได้อย่างเดียวนะครับไม่ได้ว่าใส่ร้ายนะครับ บอกท่านประธานไว้ ไม่มีคนฟังกระผมก็เล่าผ่านประธาน รัฐบาลนี้คิดได้อย่างเดียวคิดว่า ตื่นมาเช้านี้จะไปกู้สตางค์ใคร พอดีรัฐมนตรีมาพอดีเลยครับ ไม่ได้หลับท่านประธานครับ มาแล้ว ท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ท่านประธานบอกนะ ท่านประธานบอกว่ารัฐมนตรีไปนั่งหลับ อยู่ข้างหลังไม่ใช่กระผมพูดครับ
ไม่ได้ว่าหลับนะครับ ท่านไปพักอยู่ ข้างหลัง แล้วก็ท่านก็ฟังอยู่
กระผมอาจจะ เปึนการเข้าใจผิดท่านประธานครับ ก็เลยจะขอเล่าผ่านต่อไปท่านประธานครับ ตามกรอบ ตามมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๖ กู้เต็มพิกัด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระผมถามว่ากู้ไปทําถนน ไปทําอะไร วันนี้ประเทศไทยยังเดินทางได้อยู่ท่านประธานครับ ยังไปไหนมาไหนสะดวก ยิ่งกว่าประเทศอินเดีย ยิ่งกว่าประเทศพม่า ยิ่งกว่าประเทศเขมร ถ้าเราไม่กู้ รักษาประเทศไว้ รักษาความสมดุล รักษาความเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระบาทของพระองค์ท่านได้ บอกว่า อย่างน้อยเศรษฐกิจพอเพียงก็คือ พอมี พออยู่ พอกิน ไม่ใช่ตัวเองไม่มีสตางค์ แต่ไปขอกู้คนอื่นเขานะครับ เมื่อสักครู่ผมชื่นชมท่าน ส.ว. ท่านหนึ่งนะครับที่ท่านบอกว่า มีการกู้ กู้กับโกงมันคู่กัน ท่านพูดนะครับไม่รู้ว่าใครกระผมก็นั่งฟังอยู่ ชื่นชมท่านครับ ถ้ากู้แล้วมันมีปากถุง กู้แล้วมันได้ผลประโยชน์แต่จริงอย่างคนอื่นพูดหรือไม่ไม่รู้ แต่ประชาชนบ้านกระผมเขาบอกว่า กู้ครั้งนี้แล้วไปทําโครงการ ครั้งที่แล้วท่านประธาน เห็นไหมครับกู้จากญี่ปุ์นนะครับ มีค่าที่ปรึกษา ๑.๐๕ มาจากญี่ปุ์น แล้ว ๑.๐๔ ด้วย ท่านประธานครับ ตรงนั้นนะครับ ประชาชนเดี๋ยวนี้ฉลาดครับท่านประธานครับ ก็เลยบอกว่า ผ่านรัฐบาลนี้ไปครับ จะกู้อะไรก็เกรงใจประชาชนบ้างนะครับ ถ้ากู้มาแล้วประเทศมันดีขึ้น ไม่มีใครว่าครับ นี่กู้แล้วยังไม่มีโครงการ ไม่มีโครงการกู้มาก่อน กู้มาก่อนแล้วไปทํา ไม่ใช่ว่าอิจฉาคนกรุงเทพฯ นะครับ ไม่ได้อิจฉาเลยในฐานะที่กระผมคนต่างจังหวัด ถ้ากู้มาแล้วไปพัฒนาเรื่องพืชผลเกษตร ท่านประธานรู้ไหมครับ พี่น้องชาวบ้านชาวนา วุ่นวายไปหมด ข้าววันนี้ จากเกวียนละ ๑๔,๐๐๐ บาท วันนี้ท่านประธานรู้ไหมครับ เหลืออยู่ ๖,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาทแค่นั้นเอง ส่งออกไม่ได้ ล่าสุดท่านประธานก็เห็นกรณีอย่าง ข้าวโพด ซื้อไว้เต็มโกดังท่านประธานครับ ประกันราคาไว้กิโลกรัมละ ๘ บาท ๕๐ สตางค์ รัฐบาลเล่นจะขาย ๓ บาท ๕๐ สตางค์ ผมไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนขายของขาดทุนครับ แล้วขาดทุนไม่ใช่น้อย ๆ ท่านประธานครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะไปกู้ที่อื่นมาโปะนี่ครับ คนที่เปึนหนี้ก็คือประชาชน ลูกเกิดมาต่อคน ๑ คนหนึ่งเปึนหนี้แล้ว ๖๕,๐๐๐ บาทต่อคน ท่านประธานครับ ท่านมาแค่ ๓ เดือน ๔ เดือนสร้างหนี้ได้ขนาดนี้นะครับ ตรงนี้ท่าน ส.ว. หลายท่านนะครับกระผมก็ฟังท่านว่า ท่านอภิปรายตามมาฟังไป ฟังไป ทุกคนไม่เห็นด้วยกับ การกู้ ทุกคนอยากจะให้ใช้เศรษฐกิจพอเพียง พอมี พอกิน พออยู่นะครับ ตรงนี้ไม่ใช่ อิจฉาตาร้อนกันละครับ เล่าให้ฟังไว้ก่อน และอีกอย่างหนึ่งกรณีอย่างภาษี ท่านประธานครับ ขอวนมาตรงนี้ พอดีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่พอดี ผมเห็นเมื่อสักครู่นี้ ข่าวออกแล้วครับ พรุ่งนี้ประชาชนรอรับได้เลย ภาษีบุหรี่ ภาษีน้ํามันขึ้นอีก กระผมถามว่าเปึนเรื่องแปลกครับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ วันนี้น้ํามันบาร์เรลละ ๕๐ เหรียญ เมื่อเช้าเพื่อนกระผมพูดชัดเจน ควรที่ประชาชนเมืองไทยจะได้ใช้น้ํามัน เหมือนประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียกับประเทศไทยอยู่ติดกันนิดเดียว ท่านประธานครับ ท่านประธานลองไปดู ประเทศมาเลเซียใช้น้ํามันลิตรละ ๑๐ กว่าบาท ๑๖ บาท ๑๗ บาท แต่ประเทศไทยใช้น้ํามันลิตรละ ๒๖ บาท ท่านประธานครับ กระผม เลยถามว่าเปึนคนไทยกับเปึนคนมาเลเซียนี่ครับ คนอยู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาถึง วิ่งเอารถไปเติมน้ํามันเช้ามาเย็นกลับ นี่คือเหตุผลท่านประธานครับ กรณีอย่างนี้มันต้อง บริหารครับ ต้องบริหารประเทศ ภายในประเทศอย่างกรณีหวยบนดินไม่ต้องอายท่านครับ เอาสิ่งที่ไม่ถูกมาไว้บนดิน เอาเงินตรงนั้นมาพัฒนาประเทศ น้ํามันนี่ครับกระผมกลัวจะมี น้ํามันเถื่อนอีกเยอะนะครับท่านประธาน ฝากรัฐมนตรีด้วย ก็คุณเล่นขึ้นภาษีพรวด ๆ เลย พรุ่งนี้มีผลบังคับใช้ ท่านเห็นไหมครับ วันนี้น้ํามันบาร์เรลละ ๕๐ เหรียญ ท่านประธานครับ น้ํามันบาร์เรลละ ๕๐ เหรียญ ลิตรละเกือบ ๓๐ บาท ยุคท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านเช้าเย็น ท่านจ้อย จ้อย จ้อย อัดท่านสมัคร สุนทรเวช ยุคท่านสมัคร สุนทรเวช บาร์เรลละ ๑๔๐ เหรียญ ๑๖๐ เหรียญครับท่านประธาน นี่นะครับวันนี้ถ้าประชาชนคนไทย ชาวไร่ ชาวนาพี่น้องบ้านกระผมควรที่จะได้ใช้น้ํามันถูกบ้างกลับไม่ได้ใช้ กลับมาโดนเก็บภาษีอีก ลิตรละ ๕-๑๐ บาท แล้วเรื่องที่แสบที่สุดท่านประธานครับผ่านไปด้วย ไปถึงรัฐมนตรี ภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ กระผมพูดผ่านท่านประธานไปเลยครับว่ามันจะมีการฮั้วกัน หรือเปล่ากระผมไม่รู้ เพราะกระผมไม่ใช่เจ้าของบริษัทเหล้า บริษัทบุหรี่ เหล้ากับบุหรี่เปึน การเสียภาษีไปล่วงหน้าแล้ว จะมีการกักตุนกันหรือเปล่าไม่รู้ ท่านประธานคิดเอาเบียร์ขึ้น ขวดละ ๕-๗ บาท กระผมถาม เบียร์ช้าง เบียร์สิงห์ เบียร์ลีโอ ไม่มีคนรวย ๆ กินหรอกครับ คนจนบ้านกระผมกินทั้งนั้น พูดเปึนเสียงเดียวกันเลยว่าขวดละ ๕ บาท ๗ บาทนี่เข้า กระเปิาใคร ตรงนี้ท่านประธานครับ สุราขึ้นอีกขวดละ ๑๐ กว่าบาท คนจนทั้งนั้นจัดงาน บวชลูกทีไรร้องโฮเลยครับ แต่ก่อนก็เลี้ยงเหล้าแดง หันมาเลี้ยงเบียร์ ตอนนี้บ้านกระผมจะ ต้มเหล้ากินกันเองแล้วท่านประธานครับ เพราะมันสู้ไม่ไหว ภาษีขึ้น บุหรี่ ท่านประธาน ขึ้นพรวดเลย ก็ไม่มี มีแต่คนจน ๆ สูบทั้งนั้น ทําไมคนจนถึงสูบบุรี่กับกินเหล้า คําพังเพย ในทีวีพูดไว้ชัดเจนท่านประธานครับ จน เครียด กินเหล้า แถมสูบบุหรี่ ไม่เคยมีบอกว่า คนรวยเลย เพราะว่าต้องโทษรัฐบาลครับที่นําเสนอผิด ไม่เคยว่ารวย เครียด กินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่มีครับ มีแต่จน เครียด กินเหล้า สูบบุหรี่ ท่านประธานครับ ฝากท่านรัฐมนตรี ด้วยครับว่าคนจนทั้งนั้นที่เดือดร้อน พี่น้องชาวบ้านกระผมเดือดร้อนทุกคนถ้าขึ้นภาษีแบบนี้ มุมกลับท่านประธานครับ ภาษีมรดกกลับไม่ขึ้นเมื่อสักครู่กระผมดูข่าว ท่านกรณ์ จาติกวณิช ยอมรับเก็บภาษีมรดกยาก เดินหน้าเก็บภาษีทรัพย์สินที่ดินเริ่มป้ ๒๕๕๔ กระผมบอกคิดไป ๒ ป้ แต่เหล้ากับบุหรี่เก็บพรุ่งนี้เลย ภาษีที่ดินไปเก็บป้ ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ยังไม่รู้ว่าป้ ๒๕๕๔ รัฐบาลจะตามไปเก็บได้หรือไม่นะครับ แล้วกระผม ถามต่อว่ากรอบเงินกู้ท่านประธานครับ กู้แล้วมีโครงการไหม จะใช้ตอนไหน ถามว่าเงิน ไม่ได้กู้มาแค่ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท เปึนแสน ๆ ล้านบาท จะเอาที่ไหนไปใช้ แล้วจะใช้ไป ตอนไหน ถ้ากระผมเปึนนายทุนท่านประธานครับ ระวังรัฐบาลอื่นมาต้องฝากบอก ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าถ้าไม่รับผิดชอบต้องเปึนโมฆะ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลาดีมากครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีท่านเตรียมจะขอตอบก่อนเพราะว่าที่มีข้อตกลงว่าต้อง ๑๐ กว่าคน อภิปรายเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็ ๑๖ คนแล้วครับ อยู่ได้นะครับ นึกว่าท่านจะตอบ ท่านอยู่ได้ ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสุริยา ปันจอร์ เชิญ
ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจาก จังหวัดสตูล ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ซึ่งสาระเนื้อหาของการนําเสนอหรือ อภิปรายในวันนี้ผ่านมาหลายท่านด้วยกัน เนื้อหาจะรู้สึกว่าซ้ําซาก กระผมก็พยายามที่จะ แหวกประเด็นเพื่อให้ได้ประโยชน์กับการนําเสนอในวันนี้ ก่อนอื่นกระผมอยากจะแสดง ความรู้สึกสักนิดหนึ่งว่าการเปึนหนี้ยืมสินถ้าเรามองโดยภาพรวมนั้นอาจจะไม่เห็นภาพ แต่ถ้านึกให้เห็นภาพจริง ๆ ก็คือลองนึกถึงครอบครัว อย่างสมมุติว่าครอบครัวของกระผม มีพ่อ มีแม่ และมีน้อง ๆ หลายท่านหลายคน ถ้าพ่อมีความรู้ มีความสามารถ มีศักยภาพที่ดี สามารถที่จะไปขุดคุ้ยเขี่ยหาปัจจัยยังชีพมาเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสันติสุข นั่นคือ ครอบครัวสันติสุขครับ ทีนี้ถ้าพ่อของกระผมหรือแม่ของกระผมไม่มีศักยภาพในการที่จะ แสวงหาปัจจัยมาเลี้ยงครอบครัว จนในที่สุดต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากชาวบ้านเขามา แม้ว่า จะมีรอยยิ้มในวันนั้น แม้วันนั้นจะมีความรู้สึกอิ่มเอมก็จริงอยู่ แต่ความทุกข์ที่เกิดจาก การมีหนี้สินมันเปึนความทุกข์เงียบ ความทุกข์มืด และอาจจะเรียกได้ว่าเปึนความทุกข์ สนิทเลย ท่านผู้มีเกียรติ ท่านประธานครับ มีข่าวอยู่เปึนประจําว่าไปก่อหนี้ สร้างหนี้ และ ในที่สุดไม่มีปัญญาที่จะล้างหนี้หรือใช้หนี้ก็แก้ปัญหาโดยใช้กระสุนยิงตัวเอง แล้วก็ยังไป ฆ่าลูกกับเมียด้วย นี่คือปัญหาทางสังคม เพราะฉะนั้นในวันนี้กระผมอยากจะแสดง กระผมอยากจะอภิปรายในส่วนที่เกี่ยวกับการกู้หนี้ยืมสินซึ่งด้วยหลักการและเหตุผลที่ รัฐบาลนําเสนอนั้น กระผมเห็นว่าดี แต่ดีในความรู้สึกของกระผมก็ดีบนความรู้สึกเจ็บปวด ของคนในชาติครับ ท่านอาจจะพูดได้ง่ายนําเสนอตรงนี้ขอกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ ซึ่งตัวเลขก็มากโขอยู่คงไม่ต้องมาอ้างถึงตรงนี้ เนื่องจากว่าหลายท่านได้อ้างแล้วนะครับ เปึนหนี้ที่ผูกพันให้กับลูกกับหลาน เปึนหนี้ที่สร้างพันธนาการให้กับลูกกับหลาน ท่านลองฟังดูครับ ในขณะนี้ตัวเลขจะตรงไม่ตรงแต่กระผมได้มาจากเอกสาร ในขณะนี้ หนี้ต่างประเทศ ๓,๕๙๘,๓๙๕ ล้านบาท นี่คือหนี้ต่างประเทศครับ ขอโทษ นั่นคือหนี้รวม นะครับ แยกเปึนต่างประเทศก็คือ ๓๙๒,๖๙๙ ล้านบาทครับ คิดเปึนร้อยละ ก็คือ ๑๐.๙๑ นะครับ ส่วนในประเทศ ๓,๒๐๕,๖๙๖ ล้านบาท คิดเปึนเปอร์เซ็นต์ก็ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วเปึนหนี้ระยะยาว ระยะยาวอาจจะ ๗ ป้ ถึง ๑๘ ป้ ๓,๓๑๕,๗๙๐ ล้านบาท เปึนตัวเลขที่น่าเปึนห่วง หนี้ระยะสั้น ๒๘๒,๖๐๔ ล้านบาท โครงการที่ท่านนําเสนอดีครับ เช่น โครงการสร้างถนน ๔ ช่องทางจราจรเพื่อไปมาหาสู่ ขนถ่ายสินค้า การจราจรไปมากับประเทศ ๒-๓ ประเทศ ดีครับ ลงไปทางใต้ก็คือ จังหวัดกระบี่กับจังหวัดพังงาถ้าจําไม่ผิด ก็ดีครับ แต่ที่มากระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ นั่น ท่านต้องเข้าใจว่าเมืองไทยนั้นไม่ใช่กรุงเทพฯ ครับ และในขณะเดียวกันนั้นกรุงเทพฯ ก็ไม่ใช่เมืองไทย ไม่ใช่กระผมอิจฉาอย่างท่าน ส.ส. ได้กล่าวเมื่อสักครู่ ไม่ใช่กระผมอิจฉา ยินดีด้วยกับพี่น้องที่อยู่ในกรุงเทพฯ ยินดีเปึนอย่างยิ่ง แต่ท่านน่าจะนึกถึงการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคด้วย ท่านประธานครับ กระผม อยากจะเรียนตรงนี้เลยครับว่า จังหวัดสตูลเปึนจังหวัดท้ายสุดถ้าคิดมาจากภาคเหนือ ในฝัืงอันดามันติดกับประเทศมาเลเซีย มีถนนที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซียเพียงสายเดียว เท่านั้น ซึ่งจําเปึนจะต้องขึ้นเขาขึ้นเนินคดเคี้ยว ที่มีความเสี่ยงต่อการเดินทางเปึนอย่างยิ่ง และไม่เหมาะต่อการที่ขนถ่าย ขนส่งสินค้าในเชิงธุรกิจ ไม่เหมาะเปึนอย่างยิ่งเลย ชาวสตูล พูดมา ๒๐ กว่าป้ ขอถนนจากตัวเมืองสตูลไปสู่ปะลิส จากป้ที่ ๑ ป้ที่ ๒ มาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อก่อนประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวนี้คิดว่าน่าจะเปึนหมื่นล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติว่าถนนสายนี้เกิดขึ้น ก็อยากจะเรียนท่านประธานเพื่อฝากถึงคณะรัฐบาลเพื่อ ทราบว่า ถ้าถนนสายนี้เกิดขึ้น เส้นทางเลียบฝัืงชายอันดามันจากประเทศสิงคโปร์เข้า มาเลเซียและเข้าสู่จังหวัดสตูล จังหวัดตรัง จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงาจนถึงภูเก็ตนั้นเปึน เส้นทางหลักของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่มีความมั่นคงและมีความชัดเจนมาก เพราะฉะนั้นวันนี้ ขณะนี้ โครงการนี้ยังไม่มี แต่มีแนวคิด อยากจะเรียนฝากว่าในโอกาส ต่อไปท่านต้องคํานึงถึงว่าประเทศไทยนั้นที่สตูลก็ประเทศไทย เชียงรายก็ประเทศไทย ก็อยากจะให้ท่านได้กระจายสิ่งเหล่านั้นไปสู่ภูมิภาคนะครับ ท่านครับที่กระผมเปึนห่วง มาก ๆ ครับ ก็คือเรื่องของการใช้หนี้ ท่านประธานครับ เอกสารที่ส่งมาเอกสารที่ให้สมาชิก ไปดูนั้นแผนการใช้หนี้ไม่มี ไม่ปรากฏ ๑. นะครับ ๒. รายละเอียดของโครงการต่าง ๆ ก็ไม่มี จึงทําให้การพิจารณาของสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้มืดมนครับ ยืมเงินเขามาแล้ว แล้วไม่ได้บอกว่าจะใช้หนี้เมื่อไร อย่างไร ระยะเท่าไร และใช้ต้นเท่าไร ดอกเท่าไรนี้ไม่มี รายละเอียด จึงทําให้ผู้พิจารณาโดยเฉพาะท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายคงจะงงเช่นเดียวกับ กระผมนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากว่า ในครั้งต่อไปถ้ามีการหยิบยืมกู้ยืมเงินไม่ว่า จะภายในหรือต่างประเทศนะครับ ขอความกรุณาได้โปรดนําเอกสารทําเอกสาร รายละเอียดประกอบเพื่อการพิจารณาด้วย สําหรับวันนี้นะครับกระผมบอกว่าถ้ากระผม เห็นด้วยกับการกู้เงินเพื่อให้ลูกหลานมีพันธนาการไปตั้ง ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ ต่อไปข้างหน้า นะครับ ขณะนี้คนไทย ๑ คนที่เกิดมา กระผมลองคํานวณเมื่อคืน ปรากฏว่าคนไทย ๑ คน จะมีหนี้สินอันเกิดจากรัฐบาลได้ไปก่อเอาไว้ ไม่ว่าจะยุคหนึ่งยุคใดไม่ว่า แต่ในขณะนี้ ๕๕,๐๐๐ กว่าบาทต่อ ๑ คนครับ ซึ่งเขาเหล่านั้นรากหญ้าเหล่านั้นเขาเพียงแต่เลือกท่าน มาทําหน้าที่แทนท่าน แต่สิ่งเหล่านี้ท่านน่าจะได้ทบทวนว่าสิ่งที่ท่านทํานั้นมันมีผลกระทบ ย้อนไปหารากหญ้าซึ่งเปึนคนที่ขีดกาคะแนนให้กับท่าน เพราะฉะนั้นขอให้ท่านได้กรุณา ทบทวนในสิ่งนี้ด้วย ถ้ากระผมจะเห็นด้วยในวันนี้ กระผมบอกตรง ๆ ในวินาทีสุดท้ายว่า กระผมเห็นด้วย ด้วยความเจ็บปวดครับ ขอบคุณครับท่าน
เชิญท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้เรากําลังพิจารณากรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศตามแผนก่อหนี้ จากต่างประเทศของรัฐบาล ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ พูดง่าย ๆ ก็คือว่ารัฐบาลต้องการที่จะขอกู้เงินเพิ่มอีกในป้งบประมาณนี้เพื่อมาทําโครงการ เท่าที่กระผมอ่านดูมีทั้งหมด ๔ โครงการ ขออนุญาตทบทวนอีกสักครั้งหนึ่งเพื่อ พี่น้องประชาชนจะได้รับทราบนะครับ โครงการที่ ๑ เปึนโครงการขยายถนน ๔ เลน ใช้เงิน ๕,๖๒๐ ล้านบาท วางแผนไว้ว่าจะกู้จากเวิลด์ แบงก์ แล้วก็จะกู้จากธนาคาร พัฒนาเอเชีย โครงการที่ ๒ เปึนโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา ใช้เงิน ทั้งหมด ๒,๖๕๗.๕ ล้านบาท แผนที่จะกู้จากไจก้า และโครงการที่ ๓ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เปึนโครงการปรับปรุงขยายกิจการประปา เปึนแผนที่จะใช้การกู้เงินจาก ไจก้า หรือ ประเทศญี่ปุ์นเหมือนกัน รวม ๓ โครงการข้างต้น เปึนเงิน ๑๐,๒๗๗ ล้านบาท ท่านประธานครับ แล้วยังมีโครงการที่ ๔ ซึ่งไม่ได้นําเสนอมา ตัวเลขนะครับว่าจะใช้เงินอีกเท่าไร คือโครงการ รถไฟฟัาสายสีน้ําเงิน กระผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธานว่าโครงการที่ทางรัฐบาลขอ อนุมัติจากรัฐสภานั้น กระผมยอมรับว่าเปึนโครงการที่ดี มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แน่นอน ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเปึนการขยายถนน สร้างสะพาน ปรับปรุงประปาหรือ รถไฟฟัาใต้ดิน แต่กระผมติงรัฐบาลตรงนี้นิดหนึ่งว่า โครงการดีมีประโยชน์ครับ แต่ว่าผิดเวลา ท่านประธานครับ ผิดเวลา ทําไมกระผมถึงบอกว่าผิดเวลา เพราะเนื่องจากว่า ขณะนี้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่รัฐบาจะต้องนํามาใช้ เปึนเงินที่มาจากภาษีอากรของ พี่น้องประชาชนและผิดเวลาเนื่องจากว่าขณะนี้เราอยู่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งทุกท่าน ทราบดี โรงงาน ห้าง ร้านจํานวนมากกําลังป่ดตัวลง พี่น้องประชาชนอีกจํานวนมากกําลัง จะต้องอพยพแรงงานจากกรุงเทพมหานครกลับไปสู่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง แต่รัฐบาลกลับมาเสนอโครงการกู้เงิน เปึนเงินถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งกระผมดูแล้ว ไม่ได้สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ หรือว่าสร้างรายได้ หรือว่าพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อที่จะ ช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ท่านประธานครับ อยากจะฝากทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ให้เกียรติมานั่งฟังตรงนี้ว่า ท่านยังมี เวลาครับ วันนี้สภาเรายังมีเวลา ทางท่านสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาหลายส่วน ล้วนไม่เห็นด้วยกับโครงการที่รัฐบาลนําเสนอมาขอกู้เงิน ทาง ส.ว. หลายท่านก็บอกว่า ขณะนี้ถนน ๔ เลน มันยังไม่จําเปึน ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ยังสัญจรไปมาได้ อยู่ครับ และขณะเดียวกันสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาก็ยังไม่จําเปึนต้องก่อสร้าง ๒ โครงการที่ว่านี้นะครับ ใช้เวลาอีกไม่ต่ํากว่า ๒-๓ ป้ถึงจะเสร็จเปึนรูปธรรม และในขณะเดียวกันเงินที่จะมากู้ พอกู้มา ยิ่งไปกู้ไจก้ามา โดยส่วนใหญ่ถ้าไปกู้รัฐบาล ญี่ปุ์น เขาก็จะบอกว่าให้เอาบริษัทของญี่ปุ์นถือหุ้นเปึนผู้ร่วมก่อสร้างด้วย เพราะฉะนั้น เงินกําไรที่จะเกิดขึ้นจากการก่อสร้าง บริษัทเหล่านั้นก็ขนกําไรออกไป กลับไปประเทศเขา ครับท่านประธานครับ ไม่ได้สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนไทยมากนัก เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่า ๒ โครงการแรก คือโครงการก่อสร้างถนน ๔ เลน และโครงการ สร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยานั้น ควรจะชะลอออกไปก่อนนะครับ ส่วนโครงการที่ ๓ ที่ใช้เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ปรับปรุงกิจการประปาให้กับพี่น้องที่อยู่ทางด้านฝัืงธนบุรี อันนี้กระผมไม่คัดค้าน เพราะว่ากระผมได้รับฟังปัญหาจากพี่น้องทางฝัืงธนบุรี มาตลอดว่า เรื่องของน้ําประปาไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง แล้วก็พี่น้องชานเมือง อยากฝากรัฐมนตรีด้วยนะครับ ว่าถ้าจะปรับปรุงนั้นขอให้เปึนชานเมืองทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึนฝัืงธนบุรี ฝัืงมีนบุรี หรือว่า ทางเหนือรังสิตเอง มีปัญหาเรื่องน้ําประปา ตรงนี้เราเห็นด้วยนะครับ ถ้าท่านกู้มา ๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วสร้างปู๊บ สร้างปัูบ แล้วก็เสร็จปุ็บ น้ําไหลปัูบ อันนี้เปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนแน่นอน ท่านประธานครับ กระผมอยากจะเรียนเสนอรัฐบาลไปว่า นอกจากผิดเวลาแล้ว กู้เงินมาทําผิดเวลาแล้ว ผิดโครงการแล้ว ยังไม่เปึนธรรม แล้วไม่ทั่วถึงอีกครับ กระผมเรียนท่านประธานว่าถ้ามองภาพไปยังทั่วประเทศนะครับ ขนาดถนน ๒ เลนที่มีอยู่ยังเปึนหลุมเปึนบ่อเยอะไปหมดครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีมีเวลาช่วย กรุณาไปที่จังหวัดหนองบัวลําภูนะครับ ให้ใช้เส้นทางจากชุมแพเข้าไปอําเภอศรีบุญเรืองครับ มีถนนทางหลวง ถนนของกรมทางหลวง เขาเรียกชื่อขณะนี้ว่า ถนนหมื่นหลุมครับ ท่านครับ ระยะทางประมาณกิโลเมตรกว่า ๆ ครับ แต่สามารถวิ่งได้แค่ประมาณ ๒-๓ กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น คิดเอาเองว่าหลุมเยอะขนาดไหน แล้วท่านจะไปทํา ๔ เลน กระผมบอกว่าบ้านกระผมก็ได้แต่มองดูท่านละครับ เพราะฉะนั้น กระผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ควรจะทํา ๒ เลนที่มีอยู่แล้วปะปุให้มันดีนะครับ เราไม่มีสตางค์ อยากจะไปขี่รถเบนซ์อย่าเพิ่งเลยครับท่านครับ เช่าแท็กซี่มาขี่ก่อนครับ ใจเย็น ๆ ครับ ๔ เลนก็อยากให้มีนะครับ ถ้าเผื่อมีเงินแล้วทําได้ไม่ว่าครับ แต่ตอนนี้มันไม่มีสตางค์ครับ คือถนน ๒ เลนที่มีอยู่เปรียบเสมือนรถเมล์ครับ ทําทางขึ้นทางลงให้มันดีก่อนครับ ไม่ใช่ขึ้น ไปแล้วตกลงมาโดนเหยียบ หรือพูดง่าย ๆ เปรียบเทียบก็คือยังเปึนหลุมเปึนบ่ออยู่ เงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่กรมทางหลวงจะเอาไปทํานะครับ กลับมาดู ๒ เลนที่ท่านมีอยู่ ทางหลวงเดิมที่ท่านมีอยู่ทําให้ดีหรือยัง ทําให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรหรือยัง นั่นจะเปึน ประโยชน์กว่า และในขณะเดียวกันถ้าท่านซ่อมนะครับ เปลี่ยนจากเงินสร้าง ๔ เลน มาซ่อมก็จะสามารถกระจายงบประมาณให้กับผู้รับเหมารายย่อยในแต่ละจังหวัด ในแต่ละอําเภอไปทําครับ ผู้รับเหมารายย่อยแต่ละจังหวัดแต่ละอําเภอก็จะกระจายงาน ลงไปยังหมู่บ้านชุมชนครับ ดีกว่าที่จะมาให้บริษัทใหญ่ ๆ ข้ามชาติทําครับ แล้วเงินก็ข้าม ไปสู่ต่างประเทศ อันนี้กระผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธาน
พูดถึงเรื่องความเปึนธรรม กระผมขออนุญาตเสริมอีกนิดหนึ่งนะครับว่า เส้นทางที่ว่านี้น่าจะไปอยู่ในงบปกติ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ จับไปใส่ไว้ใน งบปกติแล้วเวลาจัดทํางบปกติก็กรุณาทําให้ทั่วถึงและเปึนธรรมด้วยครับ เส้นทางที่เชื่อม จากภาคอีสานมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปึนเส้นทางสําคัญ ๆ นะครับ อย่าง ยกตัวอย่างเช่น เส้นทางที่วิ่งมากจังหวัดเพชรบูรณ์มาจังหวัดเลยผ่านหนองบัวลําภูไป จังหวัดอุดรธานีเปึนถนน ๒ เลนแคบ ๆ นะครับ ทางหลวง ๒ เลนแคบ ๆ ไม่อยู่ในแผนที่จะ กู้เงินมาสร้างด้วยครับ ในบริเวณนี้ท่านทราบไหมครับว่ามีโรงโม่หินทั้งหมด ๔ โรงครับ แล้วโรงโม่หินก็ไม่ได้ใช้รถป่กอัพขนนะครับ เปึนรถพ่วง ๑๘ ล้อ ๒ เทรลเลอร์นะครับ ขนออกมาจาก ๔ โรงโม่แล้ววิ่งอยู่บนถนน ๒ เลน ท่านคิดดูแล้วกันนะครับว่า เปึนถนนหลักที่วิ่งระหว่างภาคอีสานกับภาคเหนือ พี่น้องประชาชนจะเดือดร้อนขนาดไหน กระผมอยากให้รัฐมนตรีมีเวลาไปลองวิ่งบนถนนเส้นนี้ดูนะครับ วิ่งตามรถพ่วงเหล่านี้ดูว่า ท่านจะไปได้ไกลแค่ไหนนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผมนําเรียนท่านประธานก็คือ กระผมไม่เห็นด้วยที่จะกู้เงินมาในโครงการที่ ๑ คือถนน ๔ เลน อย่าเพิ่งเลยครับ โครงการที่ ๒ สร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาก็อย่าเพิ่งเลยครับ แต่โครงการที่ ๓ ทําประปาให้กับ พี่น้องประชาชน อันนี้เห็นด้วยไม่ว่ากัน ท่านประธานครับ กระผมขอเสนอแนะถ้าหากว่า ไม่ทํา ๔ เลนแล้ว ไม่สร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาแล้วเอาไปทําอะไรดี ถ้าหากว่า ท่านคิดว่าท่านอยากจะสร้างหนี้จริง ๆ ท่านต้องการที่จะก่อหนี้ให้ประเทศไทยจริง ๆ ก็ควร จะสร้างหนี้ที่สามารถที่จะพัฒนา เจนเนอเรท (Generate) หรือว่าพัฒนาเปึนเงินกลับมา ได้ครับ แล้วก็เปึนเงินที่กลับมาได้เร็วแล้วมองเห็นผลทันทีนะครับ นั่นก็คือเอาไปทํา แหล่งน้ําครับท่านประธานครับ กระผมจะขอพูดเปึนครั้งที่ ๕ ในสภาแห่งนี้ นั่นก็คือ โครงการแหล่งน้ําขนาดเล็ก ขนาด ๑,๒๖๐ คิว ท่านรัฐมนตรีครับ ๑,๒๖๐ คิว ต่อครอบครัว แหล่งน้ําขนาดเล็กหรือว่า ฟาร์ม พอนด์ (Farm Pond) นี้จะเปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนที่อยู่นอกเขตชลประทาน เมื่อเขาทํานาไปแล้วช่วงท้ายยกครับ ท่านรัฐมนตรีครับ กําลังจะเก็บเกี่ยวข้าวจากนาครับ ฝนไม่มาตามฤดูกาล ฟาร์ม พอนด์ หรือว่าบ่อน้ําขนาด ๑,๒๖๐ คิวนี่ละครับจะเปึน ไลฟี เซฟเวอร์ (Life saver) หรือว่าจะเปึน จุดช่วยเหลือ หรือจะเปึนแทงก์น้ําสําคัญสุดท้ายที่จะให้พี่น้องประชาชนสูบขึ้นมารดต้นข้าว ที่กําลังจะออกรวง อย่างน้อยสมมุติทํานาไป ๓๐ ไร่ ถ้าได้สูบขึ้นมาสัก ๔-๕ ไร่ก็ยังพอมี ข้าวประทังชีวิตไปในป้นานั้นนะครับ ในป้นั้น กระผมว่าอย่างนี้ใช้งบประมาณไม่เยอะครับ บ่อหนึ่ง ๑,๒๖๐ คิว ใช้เงินเพียง ๑๖,๐๐๐ บาทครับท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านจะทํากรุณา ทําให้สักประมาณ ๕๐,๐๐๐ บ่อก็ใช้เงินไม่เยอะครับ น้อยกว่าที่ท่านจะกู้ไปอีก แล้วถามว่า พอมีน้ําแล้วเกิดอะไรขึ้น ผลิตภัณฑ์ก็คือข้าวครับ ข้าวเราจะได้แน่นอน รัฐมนตรีครับ สิ้นป้ท่านจะเห็นข้าวนะครับ ปริมาณข้าวจะเพิ่มขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะจากภาคอีสาน ถ้าหากว่า มีฟาร์ม พอนด์ เหล่านี้ มีสระขนาดเล็กเหล่านี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรกระจายไป สัก ๕๐๐,๐๐๐ บ่อ ท่านนึกภาพเอาเองว่าปลายป้นี้เราจะมีข้าว ไม่ว่าจะเปึนข้าวเหนียว ข้าวเจ้า หรือข้าวต่าง ๆ นะครับ เราจะเก็บเกี่ยวได้มากขึ้นเพราะเรามีแหล่งน้ําที่จะไปช่วย พี่น้องเกษตรกรเหล่านั้น กระผมวิงวอนมายังท่าน ส.ว. แล้วก็ท่าน ส.ส. ที่กําลังชั่งใจอยู่ ๕๐ : ๕๐ อยู่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านให้ คิดให้ดี ท่านยังมีเวลาคิดอีกไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ท่าน จะโหวตมาตรานี้ ส่วนกระผมไม่ผ่านให้แน่นอน ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรสนา โตสิตระกูล ครับ
กราบเรียนประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านรัฐมนตรี และเพื่อนสมาชิก ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในกรอบการกู้เงินนี้ดิฉันคิดว่าส่วนที่ รัฐบาลไม่ได้ให้มาให้ชัดเจนก็คือว่า ในกรอบการกู้ทั้งหมดจะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง คือการขอเงินกู้นะคะ เปึนการกู้เปึนโครงการ ๆ ซึ่งทําให้ไม่เห็นภาพรวมว่า ทิศทางในการ กู้เงินเพื่อจะพัฒนาประเทศหรือกระตุ้นเศรษฐกิจจะมุ่งไปสู่ทิศทางอย่างไร แล้วแก้ปัญหา ตรงไหน เพราะฉะนั้นในแง่ของการพิจารณาตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่ค่อนข้างจะลําบากนะคะ เพราะว่าเราต้องยอมรับว่า การที่รัฐบาลจะกู้เงินตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ สมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้วว่า ท่านไม่ได้บอกว่าท่านจะมีหนทางในการนํารายได้จาก ไหนมาเพื่อที่จะใช้จ่ายหนี้เงินกู้เหล่านี้ มันก็เปึนสิ่งที่ทําให้ประชาชนต้องลําบากใจ เพราะว่าประชาชนเปึนคนใช้หนี้ รัฐบาลเปึนคนกู้ แต่ประชาชนเปึนคนใช้หนี้ ซึ่งจุดนี้ดิฉัน คิดว่าเปึนสิ่งที่รัฐบาลก็ต้องมองว่ามีความจําเปึนแค่ไหน และจริง ๆ ควรจะต้องมีการระบุให้ ชัดเจนว่า การกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์นะคะ ว่าเสริมสภาพคล่องนั้น อย่าง ๔ โครงการที่ให้มานี้มันกระตุ้นเศรษฐกิจตรงไหน เพราะว่า ดิฉันคิดว่าการกู้เงินดังกล่าวนั้นจะต้องเข้าไปตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งสํานักงาน สถิติแห่งชาติเป่ดเผยว่า ยอดว่างงานในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีจํานวนถึง ๗๑๐,๐๐๐ คน ซึ่งตรงจุดนี้ดิฉันคิดว่าเพิ่มขึ้นจํานวนมาก การที่มีคนว่างงานเพิ่มขึ้นถึง ๑.๕ แสนคน จากป้ที่แล้วนี่แสดงว่าระบบของโรงงานต่าง ๆ ผู้ประกอบการนั้นอาจจะขาดทุนแล้วก็ ป่ดโรงงานไป จนทําให้เกิดปัญหาการว่างงานขึ้นมา ซึ่งในแง่ของตรงจุดนี้ดิฉันคิดว่า การทําโครงการเหล่านี้มันไม่ได้ตอบปัญหาว่าเข้าไปแก้ปัญหาตรงจุดนี้อย่างไร การสร้าง โครงการเหล่านี้เพิ่มอัตราจ้างงานหรือไม่ หรือวัสดุอุปกรณ์ ที่นําเข้ามาใช้นี่ ใช้ในประเทศ หรือเปล่า เมื่อเรามีการกู้เงินแล้วเราก็ไม่ได้มีโครงการที่ชัดเจนว่าเราจะกระตุ้นให้เกิด การผลิตการใช้ภายในประเทศอย่างไร สมัยหนึ่งเราเคยมีคําขวัญให้ ไทยทํา ไทยใช้ ไทยเจริญ แต่เวลานี้เราคิดถึงการกู้เงิน แต่ว่ามันไม่เห็นภาพนะคะว่าเราจะกู้แล้วให้เงิน อยู่ในประเทศ อยู่ในระบบเพื่อหมุนเวียนได้อย่างไร อย่างประเทศกลุ่ม ๓ จี (3G) เขาประกาศเลยว่าเขาจะลดการนําเข้า ถึงแม้เขาจะมีการกู้เงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ เขามากขึ้น แต่เขาก็มีระบบของการที่เขาจะทําให้เงินนั้นหมุนเวียน แล้วเวลาประเทศ เหล่านี้ซึ่งเปึนเสรีนิยม เวลาเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ เขาจะกลายเปึนประเทศชาตินิยม ขึ้นมาทันที แต่ในขณะที่ประเทศของเรานั้น เราเสรีนิยมตลอดแม้ในเวลาที่เรากําลังเจอ ปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ ซึ่งดิฉันคิดว่ารัฐบาลต้องตอบคําถามว่า การกู้นั้นมีความ จําเปึนแค่ไหน ดิฉันคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลนอกจากมองว่ามีความจําเปึนแค่ไหนแล้วนี่ ดิฉันยกตัวอย่างง่าย ๆ นะคะ กรณีเรื่องของประปา ดิฉันว่าเรื่องประปาเมื่อสมัยป้ ๒๕๔๘ ในรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ท่านเคยอนุมัติให้มีการวางท่อน้ําดิบเพื่อ เชื่อมต่อเขื่อนบางพระที่ชลบุรีไปยังหนองปลาไหลที่ระยอง ซึ่งถือว่าเปึนการลงทุน แก้ปัญหาน้ําภาคตะวันออก เปึนการลงทุนให้เอกชน ลงทุนให้เอกชนโดยที่เวลานี้ยังไม่ได้ บอกให้เรารู้เลยว่ามีการคืนทุนจากเอกชนหรือไม่ การคืนทุนจะภายในกี่ป้ ซึ่งถ้าลงทุนถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อให้เอกชน ดิฉันคิดว่ากรณีนี้จะซ้ํารอยเดิมไหม เพราะจะกู้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าโครงการลงทุนทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่า รัฐบาลจะต้องตอบสิ่งเหล่านี้ให้เราให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าบางครั้งการไปลงทุนหลาย ๆ เรื่อง เป่ดให้เอกชนทําไปได้ไหม อย่างเรื่องของรถไฟสายสีน้ําเงิน แทนที่รัฐบาลต้องไปกู้เงินมา ลงทุนเอง ทําไมเราไม่ให้คนอื่นเขาจัดการไป แล้วก็ประการสําคัญที่ดิฉันคิดว่าการบริหารเงิน ของรัฐบาลนั้นมีความสุจริต ปลอดคอร์รัปชันหรือไม่ อันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนคําถามที่ ประชาชนตั้งคําถาม สมาชิกรัฐสภาตั้งคําถามเยอะ เนื่องจากว่าโครงการ ๓ โครงการหลักนั้น อยู่ในกระทรวงคมนาคม ซึ่งเปึนกระทรวงที่ประชาชนตั้งข้อสงสัยในความโปร่งใส ไม่ว่าจะเปึน เรื่องความพยายามในการผลักดันรถ เอ็นจีวี (NGV) ๔,๐๐๐ คัน ซึ่งเวลานี้ก็ยังไม่เลิก หรือกรณีย้ายสนามบิน ก็เปึนสิ่งที่ประชาชนตั้งคําถามอยู่ค่อนข้างมาก สิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่า ถ้าหากว่าไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการจะปลอดคอร์รัปชันมีธรรมาภิบาลนี่ประชาชน ก็ไม่สบายใจ เนื่องจากรัฐมีอํานาจในการกู้เงิน แต่ประชาชนต้องเปึนคนใช้จ่ายหนี้ แล้วเวลานี้รัฐบาลก็มีหนทางเดียวในการที่จะมีรายได้ก็คือขึ้นภาษีต่าง ๆ ดิฉันคิดว่า รัฐบาลเองน่าจะพยายามมองหารายได้แหล่งอื่น ๆ ซึ่งอันที่จริงแล้วต้องบอกว่ารัฐบาลควรจะ หัดยึดแนวทางเก็บเบี้ยใต้ถุนร้านบ้างนะคะ เพราะว่าเวลานี้การเพิ่มรายได้ของรัฐ รัฐควรสํารวจดูนะคะว่า ทรัพย์สินในบ้านเมืองเรามีอะไรบ้าง ดิฉันยกตัวอย่างง่าย ๆ นะคะ แหล่งรายได้สําคัญในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกนี่คือสัมปทานก๊าซธรรมชาติและน้ํามันดิบ ประเทศเรานี่ดิฉันเองได้ข้อมูลจากทางกระทรวงพลังงานนะคะ ว่าเราได้รับเงินรายได้จาก สัมปทานนี้น้อยมาก เพียง ๕-๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบกับหลายประเทศนะคะ ไม่ว่าจะเปึนประเทศในบ้านเราอย่างพม่า เวียดนาม ซึ่งเพิ่งจะเริ่มขุดเจาะก๊าซป่โตรเลียม สามารถต่อรองได้มากกว่าเรา อันนี้ไม่ต้องไปพูดถึงประเทศอื่น ๆ ค่ะ อย่างโบลิเวีย ประเทศเขาได้ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศอื่นที่มาลงทุนได้ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไปดู อย่างอเมริกานั้นเขา ๕๐ : ๕๐ หรือถ้าเราไปดูอย่างนอรเวย์นี่ก็มากกว่าเราแน่นอน ดิฉันคิดว่า สิ่งเหล่านี้รายได้เหล่านี้รัฐไม่ควรลืมนะคะ
อีกประการหนึ่งดิฉันเองอยากจะฝากหลักธรรมพื้นฐานที่รัฐบาลควรจะ เอาไปพิจารณานะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าหลักธรรมพื้นฐานในทางพุทธศาสนาสําหรับชีวิตของ ปุถุชนอย่างพวกเราก็คือ สุขของผู้ครองเรือนหรือคฤหัสถ์อย่างพวกเรามีอยู่ ๔ เรื่อง ข้อที่ ๑ คือ สุขจากการมีทรัพย์ ข้อที่ ๑ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลจะต้องไม่คิดว่าหนี้คือรายได้ สุขจากการ มีทรัพย์ทุกคนดีใจแน่นอนถ้ามีเงินเพิ่มขึ้น แต่เงินเพิ่มขึ้นที่ได้มาจากการมีหนี้เพิ่มขึ้น ดิฉันคิดว่าคงไม่มีความสุขเท่าไร ข้อที่๒ สุขจากการได้ใช้ทรัพย์ เพราะฉะนั้นการได้ใช้ ทรัพย์กู้มาแล้วนี่ใช้ไปในโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากน้อยแค่ไหน สมประโยชน์ คุ้มค่า มีประสิทธิภาพแค่ไหน ปลอดคอร์รัปชันแค่ไหน เปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้องให้ ความสําคัญ ข้อที่ ๓ สุขจากการไม่มีหนี้ ดิฉันคิดว่าไม่มีศาสนาไหนที่จะบอกว่า ทุกคนสุข จากการมีหนี้ เวลานี้ในโลกเสรีนิยม ทุนนิยมเราบอกว่าการมีหนี้แสดงว่าเรามีเครดิต เพราะฉะนั้นทุกคนอยากมีเครดิตเรามีหนี้มากขึ้น แต่ดิฉันคิดว่าในโลกที่เปึนจริง แล้วนี่ไม่มีใครสุขจากการมีหนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะมีหนี้ดิฉันคิดว่าควรมีหนี้เท่าที่จําเปึน รัฐบาลไม่ควรดําเนินนโยบายที่ภิกขาจารนะคะ เราควรที่จะแสวงหารายได้จากประเทศ ของเราเอง เมื่อมีเรามีน้อยเราก็ใช้น้อย เมื่อเรามีมากเราก็ใช้มาก แต่การกู้กันโดยที่ ไม่ระลึกถึงว่าเราจะได้เงินมาใช้หนี้อย่างไร ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่ไม่สมควรนะคะ ประการ สุดท้าย สุขของคฤหัสถ์คือ สุขจากการพฤติสุจริตที่ไม่ให้ใครติเตียนได้ก็คือ เมื่อได้เงินมา การใช้จ่ายจะต้องไม่เปึนไปในทางคอร์รัปชันที่จะทําให้คนติเตียนเราได้ เพราะฉะนั้นดิฉัน คิดว่ารัฐบาลเองน่าจะต้องทําแผนที่ชัดเจนว่า การกู้หนี้ยืมสินอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เข้าไปตอบสนองต่อการแก้ปัญหาอย่างไร แล้วก็จะทําอย่างไรที่จะให้มีความสุจริตไม่ถูก กล่าวหาได้ว่าอันนี้เปึนการสั่งสมทุนในการที่จะรอการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดิฉันเองได้ฟัง เพื่อนสมาชิกรัฐสภาอภิปรายหลาย ๆ ท่าน ดิฉันเองก็อยากจะฝากถึงรัฐบาลซึ่งเวลานี้เปึน พรรคประชาธิปัตย์นะคะว่า ท่านลองคิดดูใหม่ว่าถ้าท่านเปึนพรรคฝ์ายค้านการกู้หนี้แบบนี้ ท่านจะค้านหรือไม่ข้อที่ ๑ ส่วนพรรคฝ์ายค้านในเวลานี้ถ้าท่านเปึนรัฐบาลท่านจะเห็นด้วย หรือไม่ ถ้าเราสามารถคิดได้อย่างนั้นแล้วเราก็จะมีความคิดที่เปึนอิสระ ไม่ใช่คิดจาก มุมที่ว่าเพราะว่าเราเปึนรัฐบาล เห็นด้วยไม่เห็นด้วยพูดไม่ได้ไม่สามารถมาติติงกันได้ ส่วนพรรคฝ์ายค้าน ถ้าคุณเปึนฝ์ายตรงข้ามกับเราฉันก็จะวิจารณ์คุณ แต่ถ้าเมื่อไรฉันเปึน รัฐบาลฉันก็จะเห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทําให้ประชาชนซึ่งเปึน เจ้าของอธิปไตยเลือกเรามา ไม่ใช่เลือกให้เรามาเพื่อก่อหนี้ แต่เลือกเรามาเพื่อแก้ปัญหา แล้วเมื่อแก้ปัญหานี่ก็ต้องแก้ปัญหาด้วยความระมัดระวัง แก้ปัญหาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และต้องระลึกอยู่เสมอว่าหนี้ไม่ใช่รายได้ แล้วไม่มีใครมีสุขจากการมีหนี้อย่างแน่นอน ก็ขอฝากรัฐบาลเอาไว้อย่าพยายามมีหนี้มากนัก แล้วก็พยายามใช้เงินให้มีประสิทธิภาพ ใช้เงินในลักษณะที่สร้างนวัตกรรมใหม่ คือทําให้คนไทยนั้นสามารถที่จะสร้างรายได้จาก ตัวเราเอง ทําอย่างไรจะมีมาตรการส่งเสริมไทยทํา ไทยใช้ ไทยเจริญ อย่ากู้หนี้แล้ว คนอื่นเจริญ ซึ่งเวลานี้มักจะเปึนเช่นนั้น เพราะว่าเงินทองที่กู้มาดิฉันคิดว่ามันก็ไหลออกไปหมด ดูจาก ๔ โครงการนี้ ดิฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าในที่สุดแล้วเราก็ต้องไปสั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์ จาติกวณิชต่าง ๆ จากต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง ขอบคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ผมจัดลําดับอย่างนี้นะครับ ต่อไปคือท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านสุรจิต ชิรเวทย์ ท่านประชา ประสพดี ท่าน หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต แล้วก็ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ กรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศตามแผนก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๕๒ ฟังแล้วขนลุก ท่านประธาน ก่อหนี้จากต่างประเทศ สมัยท่านทักษิณ ชินวัตร สมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เอะอะจะตั้งงบกลางป้ เขาบอกว่า ขายชาติ โกงชาติ ปล้นชาติ ขัดขวางนะครับ ทั้ง ๆ ที่ช่วงนั้นถ้าเกิดว่าเราไม่ขัดขวางกัน สภาให้การบริหารประเทศ ดําเนินไปด้วยดีมันอาจจะไม่มีวันนี้ก็ได้ แต่เราก็ไม่สมานฉันท์ เราก็ไม่สามัคคีกัน ทําลายล้างกัน รัฐบาลชุดนี้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบอกว่าไฟกําลังจะไหม้บ้าน มาตรการ ๑ ช่วยคนในบ้านก่อน ๒. เร่งดับไฟ ๓. ซ่อมแซมหรือสร้างบ้านใหม่ ฟังแล้วดูเท่ สวยงาม ๑๘ โครงการ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มีอยู่ ๔ มาตรการ
๑. กระตุ้นภายในประเทศ เช็คช่วยชาติ ๒,๐๐๐ บาท เปึนอย่างไรครับ หายต๋อมไปเลย หายเงียบเลยนะครับ แล้วมันฟุ๋นตรงไหนบ้างครับ บอกว่า ๖ เดือน ลดค่าครองชีพ มีไหมครับ ค่าก๋วยเตี๋ยวลดลงไหมครับ บางร้านก็ปาเข้าไป ๔๐ บาทแล้ว ถ้วยหนึ่ง แล้วธงฟัาไปถึงไหนครับ จังหวัดกระผมไม่มีธงฟัาเลย ไปทําที่ไหนครับ อสม. ข่าวว่า ไปขอยืมเงินบํารุงโรงพยาบาลเอามาให้ อสม. ท่านรัฐมนตรีลองไปเช็กดูนะครับ ไม่มีเงิน ให้ต้องไปยืมเงินจากโรงพยาบาลเดือดร้อนกันไปหมดนะครับ แล้วบอกว่าจะประกันพืชผล วันนี้มันสําปะหลังที่เชียงรายยังเหลืออีกเยอะ ไม่รู้จะไปถามใคร บอกท่านรัฐมนตรี พาณิชย์แล้วก็หายเงียบ นี่หรือครับกระตุ้นภายใน ท่านต้องมาดูตรงนี้นะครับที่ท่านบอกไว้ นี่ครับ ช่วยเหลือการส่งออก เพิ่มรายจ่ายการลงทุนภาครัฐ ต้นกล้าอาชีพ พี่น้องประชาชน บอกว่าเดี๋ยวนี้มันเหี่ยวไปแล้วต้นกล้าอาชีพ อบรมแล้วก็ไปไหนครับ คือท่านทําแค่ผ่าน ทําแค่เพื่อหามวลชน ชุมชนพอเพียง ท่านจะเปึนแบบอย่างเปึนตัวอย่างให้กับชาวบ้านได้ หรือครับว่าพอเพียง ช่วงที่ท่านเปึนฝ์ายค้านคํานี้ท่านพูดเยอะจังเลย บอกว่า พอเพียง ๆ รัฐบาลนี้ปล้นชาติ ขายชาติ ฟุ์มเฟ๋อย แล้ววันนี้ท่านล่ะครับ ถนนปลอดฝุ์นมีไหนละครับ ไม่เห็นมีเลย ๔ โครงการนี้ไม่เห็นมีถนนปลอดฝุ์นเลย เดี๋ยวกระผมจะพูดต่อไปนะครับ
มาตรการที่ ๓ ส่งเสริมการลงทุน ลดภาษีเงินได้ คนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ลดภาษี เอสเอ็มอี (SME) และวิสาหกิจชุมชน งดเก็บภาษีจากการปรับโครงสร้างหนี้ วันนี้ เปึนอย่างไรครับ เก็บภาษีน้ํามันเพิ่ม เก็บภาษีเหล้า บุหรี่ น้ํามันจริง ๆ แล้ววันนี้ต้องลิตรละ ๑๐ กว่าบาท กระผมว่าท่านผิดทาง ถ้าวันนี้น้ํามัน ในประเทศไทยลิตรละ ๑๗ บาท การลงทุนในประเทศรายเล็ก รายน้อย เอสเอ็มอี เขาจะ ตื่นตัวมากเลย วันนี้ท่านเพิ่มราคาน้ํามันทําให้ค่าครองชีพมันสูงขึ้นเยอะมาก มาตรการที่ ๔ ช่วยเหลือส่งออก ท่องเที่ยว จริงหรือครับ จะประกาศภูเก็ต พระราชกําหนดความมั่นคง ผู้นําประเทศเขากลัวมาก กลัวตรงนี้ไม่ใช่กลัวอย่างอื่น ไม่ใช่กลัวเสื้อแดง แต่กลัว การประกาศพระราชกําหนดความมั่นคง เขาไม่มา แล้วท่านจะไปส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการส่งออกได้อย่างไร ฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นประเทศ มาตรการเหล่านี้ที่ท่านจะใช้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทกระตุ้นเศรษฐกิจ กระผมว่ามันไม่เปึนผล ท่านกู้ ๔ โครงการนะครับ โครงการแรก ทางสายหลัก ๔ ช่องทางจราจร ๕,๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าเอาไปทําถนนคอนกรีตในหมู่บ้าน หรือเชื่อมต่อในไร่นาตําบลต่าง ๆ ทําได้ตั้งแต่ เชียงรายไปจนถึงสุไหงโก-ลกเลย ๒,๓๐๐ กิโลเมตร อันนี้ท่านเอามาขยาย ๔ ช่องทาง แล้วพืชผลผลิตการเกษตร แล้วก็การกระจายรายได้ไปยังชนบทท่านไม่ทํา แต่มาทําในช่วง ที่ว่าเงินก้อนเปึนกอบเปึนกํา ประมูลแล้วก็จะได้บริษัทใหญ่ ๆ โครงการที่ ๒ สะพานข้าม แม่น้ําเจ้าพระยา ถ้าไม่มีสะพานอันนี้มันจะเปึนอย่างไรครับ รถมันจะติดมากขึ้นไหมครับ กระผมว่าเท่าเดิม ไปสร้างโน่นสิครับ อาร์ ๓ เอ (R3A) ถนนจีน ลาว เชียงของ เชียงราย ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเหมือนกัน วันนี้ถ้าท่านเริ่มสร้าง สร้างเสร็จนี่นะครับ สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจเงินก็จะไหลมา ทําเพื่อใครครับข้ามแม่น้ําเจ้าพระยานี่ ข้อ ๓ ประปา กระผมเห็นด้วยนะครับ กู้ทั้งหมด ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ๔ โครงการทั้งรถไฟฟัาด้วย อันนี้คือ ภูเขาน้ําแข็งนะครับ ท่านต้องทําอะไรอีกเยอะ ท่านรู้ไหมว่าหนี้สาธารณะของประเทศไทย ณ วันนี้นะครับ วันนี้หนี้ของประเทศไทยทั้งหมด ทั้งภายในและนอกประเทศ ๓,๕๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท เมื่อก่อนเราต้มยํากุ้ง ๒ ล้านล้านบาท อันนี้ ๓,๕๙๘,๐๐๐ ล้านล้านบาทแล้ว แล้วถ้าท่านกู้เพิ่มอีก หนี้สาธารณะมันก็จะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล และเปึนภาระงบประมาณ ต่อจีดีพี ป้ ๒๕๕๒ นี้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เอ็นพีแอล เมื่อเทียบกับป้ที่แล้ว เพิ่มขึ้น ๖๔ เปอร์เซ็นต์ หนี้ครัวเรือนล่ะครับ น้ํามันแพง ค่าครองชีพสูง ท่านเก็บภาษีเพิ่ม ราคาสินค้าเกษตรตกต่ํา จริง ๆ แล้วราคาน้ํามันมันจะต้องต่ํา ท่านไปเก็บเพิ่ม ราคาสินค้า เกษตรก็ต้องสูงมันถึงจะอยู่ได้ ชนบทอยู่ได้ รากหญ้าอยู่ได้ รัฐบาลอยู่ได้ อันนี้ท่านไม่ได้ สนใจเลย ลิ้นจี่กิโลกรัมละ ๕ บาท ไม่มีใครไปเหลียวแล ค่าจ้างขั้นต่ําก็ไม่ขึ้น ทํางาน วันเว้นวัน อย่างนี้แล้วมันจะไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร ท่านให้เงิน ๒,๐๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกรที่บ้านกระผมบอกว่า ทําไม ๒ มาตรฐาน แท็กซี่ก็ถาม แม่ค้าขายผัก ในตลาดที่พื้นที่เลือกตั้งกระผมถามกันทุกตลาด ตกลงจะให้มีเราไหม ๒,๐๐๐ บาท กรรมกรก่อสร้างเขาถามโฟร์แมน (Foreman) ว่าพี่ พี่ได้ ๒,๐๐๐ ไหม โฟร์แมนบอกว่าได้ ๒,๐๐๐ บาท เพราะผมประกันสังคม แต่กรรมกรรายวันนะครับ วันละ ๒๐๐ กว่าบาทไม่มีครับ นี่หรือประเทศไทย อย่างไรถ้าท่านคิดยังไม่ถึงยังไม่ครอบคลุมท่านก็ต้องเพิ่มให้เกษตรกร ให้ผู้ยากไร้ วันนี้หนี้ครัวเรือน ๒๕๕๐ ๑ ครัวเรือนไม่ว่ายากดีมีจนนะครับ ครัวเรือนละ ๑๑๖,๐๐๐ บาท ที่อยู่กระต๊อบไม่มีสิทธิหรอกครับ ข่าวลือนะครับ ว่าไปขอเงินทอนเขาจริงหรือเปล่า จะไปกู้ กระผมกําลังติดตามอยู่อย่างใกล้ชิด ระวังให้ดีนะครับทางรัฐบาลต้องโปร่งใสนะครับ ภาวะที่ประเทศชาติมีวิกฤติท่านยังจะหาเศษหาเลยนี้กระผมจะติดตามดู ขอบคุณ ท่านประธานครับ สวัสดีครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมตระหนักดีนะครับว่ายังมีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอยู่อีกหลายท่านที่ยังอยู่ในคิวที่จะ อภิปรายนะครับ ผมจะขออนุญาตอย่างนี้นะครับ พอดีประเด็นที่มีคําถามแล้วก็ ข้อเสนอแนะจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็มีมากมายนะครับ ผมก็นั่งฟังมาโดยตลอดนะครับ เพื่อนรัฐมนตรีของผมที่เกี่ยวข้องกับหลาย ๆ โครงการที่มีการอภิปรายในวันนี้ ท่านก็นั่งรับฟัง อยู่โดยตลอดเช่นเดียวกันนะครับ ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเดี๋ยว ท่านก็จะชี้แจงในแง่ของที่มาที่ไป ความสําคัญของแต่ละโครงการต่อสังคมต่อระบบ เศรษฐกิจโดยรวม ในส่วนของผมในขั้นนี้เดี๋ยวผมจะขออนุญาตชี้แจงในบางประเด็นที่ เกี่ยวกับเรื่องของการกู้ยืม แล้วก็เงื่อนไขของการกู้ยืมซึ่งเปึนภาระหน้าที่ของผมในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยตรง ยังมีอีกหลายคําถามที่ผมอาจจะขออนุญาต รับฟังคําอภิปรายให้ครบถ้วนก่อน แล้วก็จะขอใช้เวลาของทางรัฐสภาในการที่จะชี้แจง อีกรอบหนึ่ง
อันดับแรกก็คืออยากที่จะชี้แจงประเด็นที่เรากําลังพิจารณากันอยู่ในวันนี้ ผมเห็นใจนะครับทั้งเพื่อนสมาชิกรัฐสภา แล้วก็เห็นใจพี่น้องประชาชนที่ติดตามฟังอยู่ที่ บ้านนะครับว่า มันอาจจะมีความสับสนเกิดขึ้น สืบเนื่องจากเจตนาตั้งใจหรือแผนในการ กู้ยืมของรัฐบาลที่มีอยู่หลายแผนด้วยกัน ณ เวลานี้นะครับ แล้วก็เพื่อไม่ให้มีความสับสน ผมขออนุญาตชี้แจงในประเด็นนี้ก่อนนะครับ เพราะในวันจันทร์ในอาทิตย์หน้าก็ได้มีการ นัดหมายกันไว้นะครับว่า เราจะกลับมาในที่นี้เพื่อพิจารณาพระราชกําหนดและ พระราชบัญญัติตามแผนที่ทางรัฐบาลเรียกว่า แผนไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ นะครับ ซึ่งจะเปึน ๒ กฎหมายที่จะขออนุมัติจากทางรัฐสภาในการที่จะกู้ยืมเงินมาลงทุนในโครงการมูลค่า รวม ๑.๕ ล้านล้านบาทนะครับ ซึ่ง ๒ แผนนั้นก็จะเปึนขออํานาจให้กับทางกระทรวงการคลัง กู้ยืมเพิ่มเติมเปึนเม็ดเงินรวม ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
ส่วนของโครงการ ๑.๕ ล้านล้านบาทก็จะมีการชี้แจงต่อไปเมื่อถึงเวลาที่จะ พิจารณาพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับครับว่า เปึนโครงการประเภทใด ลงที่ไหนบ้าง พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร ซึ่งถึงเวลานั้นเพื่อน ๆ สมาชิกก็จะได้ เห็นนะครับว่า เม็ดเงิน ๑.๕ ล้านล้านบาทที่เรารองรับไว้เพื่อการลงทุนตั้งแต่วันนี้จนถึง สิ้นป้ ๒๕๕๕ ล้วนแล้วส่วนใหญ่เปึนเม็ดเงินที่จะลงในพื้นที่ชนบททั้งสิ้น โครงการหลาย ๆ โครงการที่เพื่อนสมาชิกได้ถามถึงไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ํา ชลประทาน ถนนไร้ฝุ์น โครงการระดับชนบทนะครับ ก็ล้วนแล้วแต่เปึนโครงการที่จะอยู่ภายใต้แผน ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ทั้งสิ้น แต่ในวันนี้ผมต้องขออนุญาตเรียน ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ก็คือ ในส่วนของกรอบการกู้เงินจากต่างประเทศภายใต้มาตรา ๑๙๐ และเปึนการกู้ยืมภายใต้ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ มาตรา ๒๒ ซึ่งผมต้องขออนุญาตเรียนสมาชิกด้วยความเคารพ นะครับว่า ลักษณะของการกู้ยืมเพื่อมาสนับสนุนโครงการ ๔ โครงการที่ได้มีการนําเสนอ โดยรัฐบาลในวันนี้ เปึนการกู้ยืมที่ดําเนินการมาโดยตลอดทุก ๆ ป้โดยทุก ๆ รัฐบาล เพียงแต่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับป้ ๒๕๕๐ มีมาตรา ๑๙๐ ก็เปึน โอกาสให้พวกเราได้สามารถที่จะได้รับฟังคําชี้แจงจากทางรัฐบาลในที่มาที่ไปของ แต่ละโครงการ ในอดีตก็มีมาโดยตลอดและการกู้ยืมนี้ก็อยู่ภายในกรอบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ทาง พ.ร.บ. หนี้สาธารณะได้กําหนดไว้ว่ารัฐบาลสามารถกู้ยืมได้ในแต่ละป้ หลาย ๆ สมาชิกก็ได้ชี้แจง ข้อเท็จจริงนะครับว่าความจริงเม็ดเงินรวมในส่วนของรัฐบาลที่จะสามารถกู้ยืมภายใต้ กรอบนี้ได้ทั้งหมดในป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ สูงถึง ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๘๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลได้ขออนุมัติจากทางรัฐสภาในการที่จะกู้ยืมเพียง ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากวงเงิน ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาททั้งหมดที่ความจริง รัฐบาลมีสิทธิ อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นนะครับว่าถ้าไม่จําเปึนจริง ๆ ในส่วนของรัฐบาล ก็ไม่อยากที่จะต้องเพิ่มภาระให้กับประเทศชาติโดยเฉพาะโดยการกู้ยืมจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีต้องคําตอบนะครับว่าสําหรับ ๔ โครงการนี้ อันดับแรก ทําไมเปึน ๔ โครงการที่เรามองว่ามีความสําคัญ สร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจได้อย่างไร แต่ที่สําคัญในวันนี้ภายใต้มาตรา ๑๙๐ นี่นะครับ ก็คือการชี้แจงว่าด้วยเหตุใดเราถึงมี ความจําเปึนที่จะต้องกู้ยืมส่วนนี้จากต่างประเทศ และนี่ก็คือภาระหน้าที่ในส่วนของผม ตามที่ผมได้เรียน ในส่วนของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะมาชี้แจง รายละเอียดในแง่ของผลประโยชน์ของตัวโครงการครับ
ถามว่าด้วยเหตุใดละครับ โครงการ ๔ โครงการนี้จึงมีความจําเปึนในส่วน ของรัฐบาลอันดับแรกที่จะต้องกู้ยืมและทําไมถึงต้องกู้ยืมจากต่างประเทศ ผมขออนุญาต ตอบอย่างนี้นะครับในแง่ของขั้นตอนก่อน วันนี้ผมกําลังขอคําอนุมัติจากท่านนะครับ เพื่อไปเจรจาในแง่ของตัวเงื่อนไข รายละเอียดของตัวเงินกู้ อันนี้ก็เปึนหนึ่งในสาเหตุว่า ทําไมในรายละเอียดผมยังไม่สามารถที่จะมอบให้กับท่านเพื่อพิจารณาได้นะครับว่า รายละเอียดของแต่ละสัญญาจะเปึนอย่างไร ผมมีคิวนะครับที่จะนําเสนอสัญญาที่ท่านได้ เคยอนุมัติให้ผมไปเจรจาในกรอบมาแล้วเพื่อมานําเสนอ เอกสารจะมีมากกว่าการขอ อนุมัติในการไปเจรจาในระดับกรอบหลายเท่าครับ แต่ในส่วนของวันนี้ผมต้องขอเรียน นะครับว่า รัฐบาลในการที่จะลงทุนในแต่ละโครงการก็มีแหล่งที่มาของรายได้อยู่ หลายแหล่ง ไม่ว่าจะเปึนเงินงบประมาณ ไม่ว่าจะเปึนรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเปึน เงินกู้จากในประเทศ และในส่วนของ ๔ โครงการนี้ก็คือเงินกู้จากต่างประเทศนะครับ หนึ่งในสาเหตุที่ต้องกู้จากต่างประเทศก็เพราะเงินกู้จากต่างประเทศเปึนเงินกู้ระยะยาว ทั้ง ๔ โครงการล้วนแล้วแต่เปึนโครงการที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ๑๐ ๒๐ ๓๐ ๔๐ ป้ขึ้นไป ดังนั้นตามความเหมาะสมในแง่ของการบริหารการเงินก็มีความ จําเปึนที่จะต้องมีแหล่งเงินกู้ที่มีเวลาในการผ่อนชําระในช่วงระยะยาวเช่นเดียวกัน ข้อจํากัดของการกู้ยืมในประเทศก็คือ ในเรื่องของระยะเวลาในการใช้คืนหนี้ ในกรณีที่ รัฐบาลออกพันธบัตร ผมขออนุญาตเรียนว่าส่วนใหญ่ในการออกพันธบัตรก็จะสามารถ ออกได้ในระยะเวลา ๓ ป้ ๕ ป้ ๑๐ ป้ก็พอออกได้แต่ในปริมาณที่น้อยกว่า แต่ในส่วนของ โครงการกู้ยืมจากธนาคารโลก เปึนตัวอย่างนะครับ หรือ เอดีบี หรือแม้แต่ ไจก้า ล้วนแล้วแต่มีระยะเวลาในการคืนหนี้ ๒๐ ป้ ๒๕ ป้ หรือในบางกรณีนานกว่านั้นจํานวนป้ ขึ้นไป ดังนั้นในแง่ของความเหมาะสมต่อประเภทของโครงการจึงเปึนสาเหตุที่ทําให้ รัฐบาลประเมินและกระทรวงการคลังประเมินว่ามีความเหมาะสมในการที่จะกู้ยืมจาก ต่างประเทศในส่วนของตรงนี้นะครับ
นอกจากนั้นในแง่ของอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเราไม่ได้กู้จากตลาดเงิน ทั่วไป เรากู้จากองค์การระหว่างประเทศที่เราเองก็เปึนสมาชิกสําคัญ เพราะฉะนั้น อัตราดอกเบี้ยที่เราได้รับก็เปึนอัตราที่ต่ํากว่าอัตราดอกเบี้ยที่เราสามารถที่จะกู้ยืมภายใน ประเทศได้ เพราะฉะนั้นถ้าเปรียบเทียบในแง่ของความคุ้มค่า ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า มีความจําเปึนและมีความเหมาะสมสําหรับโครงการที่เราได้นําเสนอในการกู้ยืมจาก สถาบัน อย่างเช่น ธนาคารโลก เอดีบี หรือ ไจก้า ผมจะยกเปึนตัวอย่างนะครับว่า ในกรณีการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ผ่านมาในช่วงป้ ๒๕๓๙-๒๕๔๘ ก็จะมีการกู้ยืม จากในกรณีนี้คือ ไจก้า ทุก ๆ ป้ในลักษณะเดียวกันกับที่เรากําลังอภิปรายกันหรือมีการ พิจารณากันในรัฐสภาในวันนี้นะครับ เงื่อนไขก็ไม่ได้แตกต่างกับเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ที่เรา กําลังขออนุมัติจากท่านเพื่อไปเจรจามากนักนะครับ แล้วก็จะมีเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึน อัตราดอกเบี้ยหรือระยะเวลาการชําระคืนที่ทัดเทียมกัน ซึ่งกู้มาโดยตลอดทุก ๆ ป้นะครับ ป้ ๒๕๓๙ ๓๑ ล้านเยน ไล่ไปเรื่อย ๆ จนป้ ๒๕๔๘ ก็อีก ๓๕ ล้านเยน ทุก ๆ ป้จะเปึน อย่างนี้ แต่ในอดีตไม่เคยจําเปึนที่จะต้องนําการกู้ในลักษณะนี้เข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภา ซึ่งตรงนี้ก็เปึนสาเหตุที่ทางรัฐสภาเองจะมีโอกาสที่จะได้พิจารณาในเรื่องของการกู้ยืม ในช่วงนี้มากกว่าปกติ นี่ก็คือที่มาของสาเหตุที่เราพิจารณากันในวันนี้ ที่มาของสาเหตุ นะครับว่าทําไมสําหรับ ๔ โครงการนี้ทางรัฐบาลถึงพิจารณาว่ามีความเหมาะสมที่จะกู้ยืม จากต่างประเทศ ในส่วนคําถามอื่น ๆ ที่มีมากมายนะครับ ในแง่ของความเหมาะสมของ โครงการ ผมคงจะขออนุญาตใช้เวลาในการตอบอีกครั้งหนึ่ง ผมจะขออนุญาตเรียนเน้น อีกครั้งนะครับว่า ๔ โครงการนี้ก็เปึน ๔ โครงการที่พิจารณากันมาหลายยุคหลายสมัย ถามว่าจังหวะเวลาในการที่จะลงทุนในจังหวะนี้เปึนจังหวะที่เหมาะสมหรือไม่ ผมขออนุญาตเรียนนะครับว่าผมประเมินแล้ว รัฐบาลประเมินแล้วว่าจังหวะช่วงเวลานี้ เปึนจังหวะที่เหมาะสมที่สุดนะครับ
ประเด็นแรก ผลตอบแทนต่อเศรษฐกิจและสังคมจากแต่ละโครงการ ผมคิดว่าเปึนประเด็นที่พิจารณาและได้รับการเห็นชอบมาแล้วโดยทุกรัฐบาล เพราะฉะนั้น ความเหมาะสมของโครงการ ไม่ว่าจะเปึนถนน ๔ เลน จะเปึนเรื่องของการประปา เรื่องของรถไฟฟัาเส้นสีน้ําเงิน ผมคิดว่าตั้งแต่สภาพัฒน์ไล่มาถึงทุก ๆ คณะรัฐมนตรี ในหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา ก็ได้มีโอกาสพิจารณานะครับ แล้วทุกรัฐบาลก็เห็นชอบ โดยตลอด เพราะฉะนั้นประเด็นที่เปึนคําถามก็คือ แล้วจังหวะเวลานี้เปึนจังหวะที่ เหมาะสมหรือไม่ ผมขออนุญาตเรียน จังหวะเวลานี้เปึนจังหวะที่ภาคเอกชน ไม่มีความพร้อมในการที่จะลงทุน ทางธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็เพิ่งรายงานมา สด ๆ ร้อน ๆ ว่า สภาพคล่องในระบบการเงินของเราก็คือ เงินเหลืออยู่ในระบบของเรา นับเปึนล้าน ๆ บาท พูดง่าย ๆ เปึนเงินที่อยู่ในระบบ แต่ภาคเอกชนไม่พร้อมที่จะหยิบมาใช้ เมื่อภาคเอกชนไม่หยิบเงินส่วนนี้มาใช้ เศรษฐกิจก็ไม่เดิน เงินนั้นไม่สามารถที่จะนําไปใช้ เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้ ดังนั้นจึงเปึนจังหวะที่เหมาะสมสําหรับรัฐบาลที่จะ เพิ่มบทบาทของตัวเองด้วยการหยิบเงินส่วนนี้ที่ไม่มีใครพร้อมจะใช้ เอามาใช้ในโครงการที่ สังคมและระบบเศรษฐกิจรอคอยมานานหลายป้ เปึนโครงการที่ล้วนแล้วแต่จะสร้าง ประโยชน์ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้กับเศรษฐกิจของเรา ให้กับพี่น้องประชาชนของเรา เมื่อรัฐบาลหยิบเงินส่วนนี้มาใช้ส่งกลับไปในแง่ของการว่าจ้าง ส่งกลับไปในแง่ของการซื้อ วัสดุก่อสร้างต่าง ๆ นานา ก็จะส่งผลในเชิงบวกให้กับเศรษฐกิจโดยรวม เพราะฉะนั้น จังหวะเวลาในการที่รัฐบาลควรจะลงทุน ก็คือจังหวะที่เอกชนไม่มีความพร้อมที่จะลงทุน ไม่อย่างนั้นก็จะเปึนการแย่งเงินกันระหว่างรัฐบาลกับเอกชน เพราะฉะนั้นท่านอาจจะดู นะครับ อาจจะมองในแง่มุมหนึ่งว่าตอนนี้เศรษฐกิจมีปัญหา เราควรจะลงทุนหรือไม่ ผมขออนุญาตกราบเรียนเปึนมุมกลับให้ท่านได้มีโอกาสพิจารณานะครับว่า ในช่วงที่เงินเหลือ เอกชนไม่ลงทุน นั่นแหละครับเปึนช่วงที่เหมาะสมที่รัฐบาลควรจะเปึนผู้ดําเนินการ นอกจากนั้นนะครับ ช่วงนี้เปึนช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ํา อันนี้เปึนที่ทราบกันดี ผมก็เห็นใจ ทุก ๆ ท่านที่มีความกังวลว่า เราเพิ่มภาระหนี้สินจะมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจต่อประเทศชาติ โดยรวมได้หรือไม่
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากให้ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติได้ พิจารณานะครับ ก็คือในแง่ของต้นทุนการลงทุน ถ้าเรารอให้เศรษฐกิจดี ความหมายคือ อะไรครับ ราคาน้ํามันสูงขึ้น ความหมายคืออะไรครับ คืออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นเพราะทุกคน ต้องการใช้เงิน จังหวะเวลานั้นการลงทุนของรัฐบาล ถ้าจะเลือกดําเนินการในช่วงนั้น ก็จะเปึนช่วงที่ต้นทุนในการลงทุนสูงขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในช่วงที่คนอื่นไม่ใช้เงิน และทําให้ต้นทุนของเงินนั้นต่ํากว่าปกตินะครับก็คือช่วงปัจจุบัน ก็เปึนช่วงที่เหมาะสม นะครับที่รัฐบาลควรที่จะถือโอกาสในการที่จะลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่ทุก ๆ ฝ์าย ได้ประเมินแล้วว่า ทําให้สังคมและระบบเศรษฐกิจของเราได้รับประโยชน์
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากจะเรียนในแง่ของจังหวะเวลาและความเหมาะสม ของการลงทุนในโครงการในจังหวะนี้ ก็คือเรื่องของการสร้างงาน หลาย ๆ ท่านก็พูดถึง ประเด็นนี้นะครับ แล้วอาทิตย์หน้าเราก็คงได้อภิปรายกันอีกในประเด็นนี้นะครับว่า มาตรการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลนั้นจะสร้างจะประโยชน์ในแง่ของการสร้างงานอย่างไร แต่ผมขออนุญาตเรียนนะครับ ใน ๔ โครงการนี้ก็เช่นเดียวกันครับ จังหวะเวลาในการที่ รัฐบาลควรจะลงทุนก็คือจังหวะเวลาที่กําลังการผลิตของภาคเอกชนนั้นค่อนข้างต่ํา ณ เวลานี้โรงปูนผลิตปูนออกมา ภาคเอกชนก็มีกําลังซื้อน้อยลง มีความต้องการปูนซีเมนต์ เหล็กหรือวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ นานาน้อยกว่าในอดีต ก็ควรจะเปึนจังหวะนี้แหละครับ ที่รัฐบาลมามีบทบาทแทนเอกชนในการที่จะซื้อสินค้าเหล่านี้ เพื่อให้เอกชนผู้เปึนผู้ผลิต สามารถที่จะขายของได้นะครับ นอกจากนั้นก็เปึนช่วงเวลาที่พี่น้องประชาชนทั่วไปก็ยัง ประสบปัญหาในเรื่องของการว่าจ้างนะครับ ถูกเลิกจ้างก็ยังมี หางานไม่ได้ก็ยังมี ดังนั้น รัฐบาลก็ควรที่จะใช้โอกาสนี้ในการที่จะลงทุนสร้างงานให้กับพี่น้องประชาชนด้วย อันนี้ก็คือ สาเหตุตรรกที่มาของทางรัฐบาลว่าทําไมเราถึงได้ประเมินว่าโอกาสและจังหวะนี้เปึน จังหวะที่เหมาะสมในการที่รัฐบาลจะดําเนินการในโครงการต่าง ๆ ที่เรามองว่า มีความสําคัญ
ผมขออนุญาตอีกประเด็นเดียวครับท่านประธาน ก็คือประเด็นข้อสังเกตที่ หลาย ๆ ท่านมีแล้วผมก็เห็นใจว่าทําไมโครงการส่วนใหญ่ คือ ๓ ใน ๔ ของโครงการตาม การประเมินของท่านเปึนโครงการที่ล้วนแล้วแต่ดําเนินการให้กับคนกรุงเทพฯ นะครับ ผมก็จะขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าโครงการโดยรวมในส่วนของการลงทุนของรัฐบาลนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ ๔ โครงการที่เราได้นําเสนอให้กับรัฐสภาพิจารณาในวันนี้นะครับ จะมีโครงการภายใต้ไทยเข้มแข็งอีกมูลค่าโดยรวม ๑.๕ ล้านล้านบาทที่ท่านจะมีโอกาสได้ พิจารณาในอาทิตย์หน้า มีโครงการภายใต้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ อีก ๑.๙ ล้านล้านบาท ที่ท่านได้เคยพิจารณามาแล้วในช่วงการพิจารณางบประมาณนะครับ ส่วนโครงการ เหล่านี้เปึนโครงการส่วนต่างหากนอกเหนือจากโครงการเหล่านั้น ซึ่งท่านในฐานะสมาชิก รัฐสภาได้เคยมีโอกาสได้กลั่นกรองมาแล้ว และโครงการเหล่านี้เปึนโครงการที่เรามากู้ยืม ในส่วนของกรอบการกู้ยืมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ และมีข้อจํากัดว่าจะต้องเปึนการกู้เปึน เงินตราต่างประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นโครงการเหล่านี้มีลักษณะพิเศษที่มีความจําเปึน ที่จะต้องใช้สินค้าทุนบางส่วนจากต่างประเทศ อย่างลงทุนในระบบรถไฟฟัาปฏิเสธไม่ได้ นะครับ เทคโนโลยีบางส่วนเมืองไทยเราไม่มี จําเปึนต้องซื้อจากต่างประเทศ ดังนั้นความ เหมาะสมในแง่ของการกู้ยืมเงินตราต่างประเทศเพื่อเอามาใช้ในส่วนนั้นจึงมีนะครับ โดยผมคงจะไม่มีความจําเปึนที่จะต้องอธิบาย แต่เนื่องจากเหตุนั้นมันมีคุณลักษณะพิเศษ ของโครงการเหล่านี้ ซึ่งตามที่ผมเรียนนะครับ อาจจะดูเหมือนว่าทําไมที่นําเสนอส่วนใหญ่ เปึนโครงการที่ช่วยพัฒนากรุงเทพฯ และปริมณฑล เดี๋ยวผมขออนุญาตเรียนครับ ๔ โครงการนี้เปึนเพียง ๔ โครงการจากหลาย ๆ ร้อยโครงการของรัฐบาลที่ดําเนินการอยู่ นะครับ แล้วก็ท่านจะได้รับรายละเอียดโดยเฉพาะในส่วนของโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็งในช่วงอาทิตย์หน้า ว่าโครงการที่พี่น้องชนบทจะได้รับประโยชน์นั้นมีอีก กี่โครงการและมีโครงการอะไรบ้าง ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีโสภณ ชี้แจงครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ใคร่จะขอชี้แจงต่อท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาต่อเนื่องจาก กระทรวงการคลังดังนี้นะครับ อยากจะกราบเรียนงานที่เสนอต่อรัฐสภาที่จะขอเงินกู้ต่อ รัฐสภา ณ วันนี้เปึนโครงการที่เกิดขึ้นในอดีต ก็ต้องไม่ปฏิเสธว่าเปึนโครงการที่รัฐบาล ชุดก่อน ๆ นั้นได้คิดมา แต่ว่าถ้าจะสําเร็จในรัฐบาลชุดนี้หรือในฐานะที่กระผมเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบ กระผมเองก็ต้องตอบจากคําถามของท่าน สมาชิกรัฐสภา กระผมเข้าใจว่าท่านมีความกังวล งานในหน้าที่รับผิดชอบของกระผมก็คือ ความโปร่งใสหรืออะไรทั้งหลายที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ส่วนเรื่องหลักที่กระผมจะ กราบเรียนประเด็นแรกก็คือ เรื่องการสร้างถนน ๔ ช่องจราจรซึ่ง ๘ เส้นทางหลัก อยากจะ กราบเรียนอย่างนี้นะครับ ในโครงการนี้ ๔ ช่องจราจรเส้นทางหลัก ไม่ว่าจะเปึนพิษณุโลก- หล่มสัก แล้วก็กุฉินารายณ์-คําชะอี สีคิ้ว-อุบลราชธานี สีคิ้ว-ชัยภูมิ หนองคาย-พนมสารคาม- สระแก้ว แล้วก็พังงา-กระบี่ หรือระโนด-สทิงพระ ทั้ง ๔ เส้นทางหลักนั้น โครงการนี้ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ในรัฐบาลชุดที่ก่อนหน้านี้ที่จะดําเนินการก่อนหน้านี้ก็คือ ในสมัย รัฐบาลของท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ รัฐบาล คมช. ที่เสนอให้มีโครงการนี้ แล้วต่อมาด้วยของ โครงการที่ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ไม่ใช่ว่าจะมาใช้เงินโครงการเงินกู้นี้ในรัฐบาลชุดนี้นะครับ เมื่อเกิดโครงการชุดนี้แล้วก็ตั้งแต่รัฐบาล คมช. ก็ดําริโครงการขยายเส้นทาง ๔ ช่องจราจร ๘ เส้นทางหลัก ให้ใช้เงินกู้นะครับ ฉะนั้นท่านต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ว่ารัฐบาลชุดนี้ดําเนินงานมา เพราะไม่มีเงิน โครงการนี้เริ่มต้นจากรัฐบาลยุค คมช. ก็มีดําริที่จะให้ใช้เงินกู้ ฉะนั้นขอ กราบเรียนนะครับ ส่วนความคุ้มทุน การศึกษาโครงการนี้ กระผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ไม่ใช่โครงการใหม่ กระผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเราเดินทางไปที่อุบลราชธานี บางช่วง ก็จะมี ๔ ช่องจราจร บางช่วงก็ ๒ ช่องจราจร ถ้าจะให้คุ้มทุน ถ้าจะให้เกิดประโยชน์ในการ ขนส่งสินค้าหรือขนส่งผู้โดยสาร มันจะต้องครบทั้ง ๔ ช่องจราจร ถึงจะเกิดประโยชน์ ในการสร้างเส้นทาง ๘ เส้นทางหลัก ฉะนั้นถ้าโครงการรัฐบาลชุดนี้ไม่ดําเนินการต่อในการ ที่จะก่อสร้างเส้นทาง ๔ ช่องจราจร ๘ เส้นทางหลักนี่ สิ่งที่สร้างมาในอดีตก็ไม่เกิดประโยชน์ ฉะนั้นขอกราบเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้ได้มาทําเพื่อให้ถนนทั้ง ๘ เส้นทางนี่ครบสมบูรณ์นะครับ ครบสมบูรณ์โดยใช้เงินกู้จากต่างประเทศ และการใช้เงินกู้จากต่างประเทศคราวนี้ก็ดําริมา ตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนนี้นะครับ นี่เปึนโครงการที่ ๑
ส่วนโครงการที่ ๒ ที่ท่านกังวล คือการกู้เงินมาก่อสร้างรถไฟสายสีน้ําเงิน ช่วงหัวลําโพง-บางแค บางซื่อ-ท่าพระ อยากกราบเรียนอย่างนี้ครับ โครงการนี้ก็ทําต่อจาก รัฐบาลในอดีต ท่านต้องเข้าใจนะครับว่า รัฐบาลที่จะสร้างเมกะโปรเจกต์ (Mega project) ทั้งหลายนี่มันก็จะมีผลการศึกษา เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลในอดีต กระผมก็กราบเรียน ว่าในโครงการนี้ได้เกิดขึ้นโดยความเห็นชอบตั้งแต่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ก็ดําเนินการไปจนรัฐบาลชุดที่แล้วก็ไปเจรจาที่จะขอกู้ ไจก้า ก็ดําเนินการไปขอกู้ ไจก้า โดยเงื่อนไขที่จะกู้แบบ สเต็ป โลน (Step loan) กระผมเองมารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมก็ได้พิจารณาว่า การขอกู้แบบ สเต็ป โลน จะทําให้ประเทศชาติ เสียประโยชน์ ก็คือต้องซื้อสินค้าจากญี่ปุ์น ต้องให้ญี่ปุ์นเปึน ลีด (Lead) เปึนผู้นํา เราก็คิดกัน ก็ปรึกษากับทางกระทรวงการคลังว่า ถ้าการกู้แบบ สเต็ป โลน ทําให้ประเทศชาติเสียหาย ก็ทําหนังสือไปที่กระทรวงการคลังขอทบทวน ฉะนั้นวันนี้ก็อยู่ที่ขั้นการทบทวนว่า จะกู้แบบ สเต็ป โลน ซึ่งเราเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์หรือจะทําให้ประเทศชาติเสียประโยชน์ ก็อยู่ ระหว่างเจรจากับ ไจก้า หรือญี่ปุ์น หรือถ้ามีทางออกวันนี้ต้องเดินตามกระบวนการที่วางไว้ เพื่อให้โครงการได้สําเร็จตามเวลาที่จะศึกษา เราต้องกราบเรียนนะครับว่า ถ้าไม่ทําตาม กระบวนการที่ต่อเนื่องก็จะเปึนข้อครหาของรัฐบาล รัฐบาลชุดที่แล้วดําเนินการก็ไม่ต่อไป กระบวนการพัฒนาประเทศก็จะไม่เกิดประโยชน์ ฉะนั้นขอกราบเรียนว่า โครงการสีน้ําเงินนี้ เปึนในช่วงรัฐบาลนี้ได้ดําเนินการคืออยู่ระหว่างเจรจา ขอกรอบไปเจรจากับ ไจก้า และ ญี่ปุ์นนะครับ
ส่วนเรื่องที่ท่านแวะมาหน่อยหนึ่งก็คือ ซึ่งไม่อยู่ในเรื่องนี้ครับ แต่ว่าต้อง กราบเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ คือเรื่องสายสีแดง ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ คือกราบเรียนอย่างนี้ สายสีม่วงครับ หลายท่านก็สงสัย แต่ว่ากระผมก็กราบเรียนสั้น ๆ ว่า คือไม่ใช่เวทีที่จะต้องมาอธิบายสายสีม่วง เพื่อที่จะให้สมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้กังวล สงสัยนะครับ คือโครงการสายสีม่วงได้เกิดขึ้นในยุคของรัฐบาล คมช. ได้ตั้งกรอบวงเงินไว้ ตอนนั้น ๓๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งไม่มีรายละเอียด ไม่มีแบบที่บอกว่า ดีเทล (Detail) ดีไซน์ (Design) ทั้งหลายเอาไว้ก็ตั้งกันมา ในรัฐบาลชุดต่อมาก็มีการผันผวนของน้ํามัน มีน้ํามันขึ้นสูงสุดก็คือ ช่วงของเดือนมิถุนายน ผู้ที่รับผิดชอบรัฐมนตรีขณะนั้นก็ไปขยายกรอบวงเงิน เมื่อขยายกรอบวงเงินได้ตามหลักที่ ควรจะเปึนที่จะก่อสร้างได้ ก็มีการยื่นซองประกวดราคาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ก็คือตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ ยื่นซองประกวดราคาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ จนมาเป่ดซองในยุคของกระผมที่ รับผิดชอบ ที่อย่างทุกท่านทราบว่ามาเป่ดซองในสัญญาแรกก็คือ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็มีการต่อรองมา ฉะนั้นกระผมกราบเรียนว่าวันนี้ในฐานะที่กระผมรับผิดชอบเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและสภาแห่งนี้ว่า กระผมยังไม่ได้ทําอะไรเสียหาย แต่กลับมาแก้ในสิ่งที่เราเห็นว่าประเทศชาติเสียประโยชน์ ฉะนั้นขอกราบเรียนนะครับว่าในเรื่องความโปร่งใสของโครงการที่กระทรวงคมนาคม รับผิดชอบอยู่ขณะนี้ ไม่ว่าในเรื่องโครงการใหญ่ ๆ อะไรทั้งหลายก็แล้วแต่
ส่วนเรื่องค่าเคที่มีคนสงสัยนะครับ ไม่ว่าจะเปึนโครงการเล็ก ๆ หรือ โครงการใหญ่ก็มีค่าเคกันทั้งนั้น ส่วนท่านจะเรียกว่าเปึนอะไร มันจะเจี๊ยะ มันก็เจี๊ยะ ทุกโครงการ ถ้าพูดอย่างนั้นนะครับ ฉะนั้นกระผมก็กราบเรียนว่า ขอให้ท่านได้ติดตามงาน ของกระทรวงคมนาคมที่กระผมรับผิดชอบอยู่ วันนี้กระผมกราบเรียนต่อท่านประธาน รัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาแล้วว่า กระผมยังไม่ได้ทําอะไรเสียหาย และกระผมได้ทํา ประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ ส่วนว่าในอนาคตที่โครงการนี้จะดําเนินการในขั้นตอน การเซ็นสัญญา ท่านกรุณาติดตาม กระผมจะรับผิดชอบทั้งทางสังคมและทางกฎหมายต่อ ประเทศชาติ เพราะฉะนั้นการที่จะหยิบยกมาพูดเพียงแต่การคาดการณ์ก็ไม่เกิดประโยชน์ แก่ประเทศชาติบ้านเมือง จึงขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ขอกราบขอบคุณครับ
เชิญท่านสุรจิต ชิรเวทย์ ครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม สุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิก รัฐสภานะครับ ผมก็เห็นใจรัฐบาล แต่ก็ต้องพูดตามเนื้อผ้านะครับ คือก็เข้าใจว่าท่านมา ขออนุมัติกรอบ แต่ว่าโครงการที่ผมจะพูดนี้คือโครงการที่ ๓ นะครับ โครงการปรับปรุง กิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ ๘ ของการประปานครหลวง หรือ กปน. นะครับ วงเงิน ลงทุน ๗,๔๙๔ ล้านบาท เงินกู้จาก ไจก้า ๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้ในรายละเอียด ไม่ได้บอกว่าแหล่งน้ําเอามาจากไหน บอกแต่ว่าวัตถุประสงค์ก็เพื่อสร้างระบบท่อประปา ให้มีศักยภาพ บริการน้ําประปาได้อย่างทั่วถึงและจะขยายพื้นที่บริการออกไปอีก ๒๐๐ ตารางกิโลเมตร บริเวณบางบัวทอง มีนบุรี พระโขนง สมุทรปราการ และตากสินนะครับ แล้วก็เพื่อลดระดับ รักษาระดับน้ําสูญเสียให้เปึนไปตามเปัาหมายที่กําหนดระดับร้อยละ ๓๐ นะครับ แต่ทีนี้จริง ๆ แล้วเบื้องหลังอันนี้ก็คือการผันน้ําข้ามลุ่มนะครับ โครงการนี้ก็คือ โครงการประปาฝัืงตะวันตกของการประปานครหลวงนี้ แหล่งน้ําที่เอามาใช้ก็คือ น้ําเหนือ เขื่อนแม่กลองนะครับ ก็คือจากแควน้อย แควใหญ่ ที่มาบรรจบกัน มีเขื่อนวชิราลงกรณ์ กับเขื่อนศรีนครินทร์มาบรรจบกัน ก็เปึนเขื่อนแม่กลอง เหนือเขื่อนแม่กลองนี้ทาง การประปานครหลวงได้ทําคลองส่งน้ํา ลงทุนไป ๔,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อส่งน้ํามายัง โรงกรองที่มหาสวัสดิ์ เพราะว่าเจ้าพระยาก็ป์วย ท่าจีนก็ป์วย ท่าจีนนี้ป์วยป้หนึ่ง ๕-๖ เดือนนะครับ แล้วก็ต้องใช้น้ําจากลุ่มน้ําแม่กลองมาผลัก ทีนี้ปริมาณการใช้น้ําของ โครงการนี้ คือมันน่าแปลกว่าน้ํา ๑๐๐ ส่วนที่ส่งมาให้การประปานครหลวง โดย กรมชลประทานคิดค่าน้ําคิวละ ๕๐ สตางค์ เงินนี้ก็ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน บริหารอย่างไร เพราะว่าในจังหวัดในลุ่มน้ําเองก็คือจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรีและก็แม่กลองนี่ ก็ไม่ได้มีประปาผิวดินอย่างดีใช้นะครับ ต้องใช้น้ําบาดาลเปึนหลัก แต่ว่าได้ส่งน้ําดีมาให้ กรุงเทพฯ และปริมณฑลใช้นะครับ ซึ่งน้ํา ๑๐๐ ส่วนที่ส่งมานี่พอมาถึงกรุงเทพฯ แล้วมันรั่วไปเสีย ๔๐ มันเอาไปใช้จริงได้แค่ ๖๐ นะครับ ทุกวันนี้การประปานครหลวงต้องใช้งบประมาณป้ละประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อซ่อมท่อให้รั่วอยู่ในระดับ ๔๐ เปอร์เซ็นต์เท่าเดิมนะครับ ไม่ใช่ซ่อมให้หายรั่วนะครับ ทีนี้โครงการนี้เขาหวังว่าเขาจะลดการรั่วลงได้ให้เหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ปัญหาก็คือว่า การที่มันรั่วไหลเสียเปล่าไปนี้ ในขณะที่น้ําเปึนของมีค่า มันก็เกิดผลกระทบต่อลุ่มน้ําเอง ผมอยากจะเรียนว่าโครงการนี้รายละเอียดมันหยาบเกินไปนะครับ ก็คือจริง ๆ แล้ว ปริมาณน้ําของลุ่มน้ําแม่กลองที่ไหลเข้าเขื่อนทั้งหมดมันมีอยู่ ๙,๖๐๐ ล้านคิว เฉลี่ยนะครับ แล้วก็ปริมาณระบายน้ําท้ายเขื่อน ๘,๗๐๐ ล้านคิว แต่ว่าปริมาณต้องการใช้น้ําใน ลุ่มน้ํานี้มันขึ้นไปถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านคิว น้ํานี้มันขาดมาหลายป้แล้วนะครับ โดยที่เปึนน้ํา เพื่อการเกษตรในโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ประมาณ ๕,๒๐๐ ล้านคิว ไม่รวม น้ําฝน ถ้าไม่รวมน้ําฝน ๗,๕๐๐ กว่าล้านคิวต่อป้ คิวบิกเมตรนะครับ น้ําใช้ชุมชนและ อุตสาหกรรม ๔๕๖-๕๕๖ ล้านคิวในขณะนี้นะครับ แล้วก็ปริมาณน้ํา ผันน้ําให้แม่น้ําท่าจีน ซึ่งป์วยป้ละ ๕-๖ เดือนต้องใช้น้ําดีจากแม่น้ําแม่กลองไปผลัก ตัวเลขนี่สวิง (Swing) มาก ตั้งแต่ ๗๐๐ กว่าล้านคิวต่อป้จนถึง ๑,๔๕๙ ล้านคิวต่อป้ แล้วก็ส่งมาให้โครงการประปา ฝัืงตะวันตกที่กรุงเทพฯ ของการประปานครหลวงขณะนี้ประมาณ ๓๐.๓ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที หรือ ๙๔๓ ล้านคิวต่อป้ พอถึงป้ ๒๕๖๐ ก็จะถึง ๑,๒๖๐ ล้านคิวต่อป้ ที่ผมพูด ตัวเลขนี่เพื่อให้เข้าใจง่ายว่า แทนที่เราจะไปแก้ระบบท่อซึ่งวางมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๖ นะครับ แล้วเราก็ทยอยซ่อม ถ้าเราซ่อมได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นี่มันก็ดีกว่าที่เรา จะไปตะกายหาน้ําอย่างนี้เรื่อยไปนะครับ แล้วก็ผลักภาระให้กับลุ่มน้ําเองนะครับ แล้วก็ ประเทศนี้ไม่เคยจัดลําดับการใช้น้ํานะครับ คือมีแต่โวหารว่า ลําดับการใช้น้ําก็คือ น้ําใช้ ครัวเรือนชุมชน ลําดับที่ ๑ ลําดับที่ ๒ คือ น้ําเกษตร ลําดับที่ ๓ ก็คือน้ําเพื่อพาณิชย์และ อุตสาหกรรม แต่ความจริงแล้วระดับน้ําเพื่อค้ําจุนรักษาระบบนิเวศนี่ไม่เคยคิดอยู่ในระบบนี้ พอถึงหน้าแล้งลิ้นจี่แม่กลองออกดอกก็ต้องติดต่อกับเขื่อนแม่กลองให้ระบายน้ําลงมาท้ายน้ํา ผลักดันน้ําเค็มนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเรายังคงเดินไปในแนวนี้นะครับ โดยที่เงินกู้ ที่ได้มาลดการสูญเสียน้ําลงได้จากร้อยละ ๔๐ ที่สูญเสียเหลือร้อยละ ๓๐ ผมมองดูแล้วว่า มันไม่คุ้ม แล้วก็พื้นที่ฝัืงตะวันตกของกรุงเทพฯ คือมีบางบัวทองอะไรเหล่านี้ก็ขยายชุมชน ออกไปไม่มีที่สิ้นสุดนะครับ โดยที่ไม่รู้ว่าแหล่งน้ํานี้มาจากไหน ค่าน้ําไม่ได้สะท้อนความยาก ของการหาน้ํา น้ําที่ชลประทานคิดกับการประปานครหลวง กองทุนนี้ก็ไม่ได้ถูกนําไป สนับสนุนในลุ่มน้ําเองนะครับ ให้มีน้ําประปาที่ดีใช้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็ ไม่สามารถจะให้ความเห็นชอบต่อโครงการนี้ได้นะครับ ถ้ายังเดินไปในแนวทางนี้ ผมก็อยากจะฝากข้อคิดเห็นต่อท่านว่า โครงการที่ ๓ รายละเอียดน้อยบอกข้อมูล ไม่ครบถ้วนนะครับ และโดยหลักการแล้วผมนึกว่ากู้ต่างประเทศดอกแพงกว่ากู้ในประเทศ บาทหนึ่งเฉลี่ยประมาณนั้น แต่ว่าถ้าเนื้อเต่ายําเต่าได้นี่โดยการออกพันธบัตร อย่างไรเงินทอง มันก็หมุนเวียนในนี้ถึงแม้ว่ามันจะแพงขึ้น แต่ว่าประชาชนก็อาจจะมีกําลังซื้อมากขึ้นและ กู้จาก ไจก้า ก็อย่างที่ว่า อาจจะต้องซื้ออุปกรณ์จากเขาด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมเองก็ไม่สามารถจะให้ความเห็นชอบในเรื่องได้นะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านประชา ประสพดี ครับ ท่านไม่อยู่ ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ครับ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ขออนุญาตท่านประธานวิปรัฐบาลที่จะ ขออนุญาตพูดเปึนเวลา ๕ นาทีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ เรื่องการกู้เงินของรัฐบาลนั้นไม่มีใครอยากจะกู้เงินครับ ถ้าเราไม่กู้เงินประเทศมีทางเลือก อย่างไร
ประการแรก เราต้องป่ดประเทศ เราจะอยู่กันอย่างชนิดที่เรียกว่า คนตกงาน น้ํามันไม่มี ก๊าซไม่มี และสภาพของประเทศก็จะล้าหลังในที่สุด หรือการขาย สมบัติชาติ หรือนําสมบัติของชาติออกมาขาย ยกตัวอย่างเช่น การขาย ปตท. ในอดีต ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการกู้เงินของรัฐบาลจึงเปึนการกู้ที่มีความจําเปึนจริง ๆ และไม่ใช่รัฐบาลอยากจะกู้ แต่เปึนความจําเปึนที่ต้องกู้ โดยเฉพาะในเรื่องของ การปรับปรุงการประปานครหลวง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ได้เห็นถึงความทุกข์ยากของพี่น้อง ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ปรากฏว่า ณ ถึงวันนี้ประปายังไม่ได้มีใช้ครบทั้งกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ไม่น่าเชื่อว่าในเมืองหลวงของประเทศไทยน้ําประปายังไม่มีครอบคลุมถึง ทั่วทุกซอย ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน สิ่งนี้คือสิ่งที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้คําว่า เมืองศิวิไลซ์ ท่านประธานที่เคารพครับ พวกกระผมนั้นเปึนหนี้บุญคุณของน้ําประปา เพราะ สมัยเรียนรามคําแหงพวกเราต้องใช้น้ําประปาต้มกับมาม่ากินเปึนอาหารในบางมื้อ ซึ่งพรรคฝ์ายค้านบางคนก็เคยรับประทานมาม่าต้มน้ําประปาเช่นเดียวกับกระผม เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ เราต้องแก้รวยกระจุก จนกระจาย เพราะในขณะนี้ งบอุดหนุนจากรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาลกลางที่จะกระจายไปยังกรุงเทพมหานครนั้น นับวันจะน้อยลงทุกป้ ๆ เพราะเงินงบประมาณมีจํากัด ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องการประปาที่จะ ก่อสร้างท่อประปาให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น สามารถบริหารน้ําประปาแก่ประชาชนที่ยัง ไม่มีน้ําสะอาดสําหรับอุปโภคบริโภคให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยมีเปัาหมายขยายพื้นที่บริการ น้ําประปาออกไปอีกประมาณ ๒๐๐ ตารางกิโลเมตรนั้น กระผมเชื่อว่าจะสามารถทําให้ พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครและพี่น้องประชาชนที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครได้รับ การแก้ไขปัญหานี้ในที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะยกตัวอย่างในพื้นที่ ที่ไม่มีน้ําประปาใช้ เช่น เขตมีนบุรี สะพานสูง บ้านม้า เกาะบน วังใหญ่ ชุมชนหมู่ ๘ หมู่ ๑๔ ซอยร่วมพัฒนา หมู่ ๙ สามแยกคลองหลอแหล ชุมชนหมู่ ๑๔ พัฒนา รวมไปถึง เขตลาดกระบัง วัดทิพพาวาส ท่านประธานครับ ไม่เฉพาะเท่านั้น เขตบางขุนเทียนซึ่งเปึน เขตเดียวที่ติดทะเลในเขตของแสมดํา คลองพิทยาลงกรณ์ก็ยังไม่มีน้ําประปาใช้ รวมไปถึง เขตทวีวัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ บริเวณถนนอักษะหน้าที่ว่าการเขตทวีวัฒนา ทั้ง ๆ ที่เปึนหน้าที่ว่าการเขต แต่ก็ยังไม่มีน้ําประปาใช้ และสุดท้ายที่เขตหนองแขม ท่านประธานที่เคารพครับ ชุมชนหน้าวัดราษฎร์บํารุง ซอยเพชรเกษม ๖๙ ก็ไม่มีน้ําประปา ใช้ทั้งชุมชน ต้องอาศัยน้ําจากคลองเลียบคลองทวีวัฒนาใช้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรื่องน้ําประปาไม่มีใช้ในกรุงเทพมหานคร กระผมได้ทําหน้าที่สํารวจแทน รัฐบาลแล้ว และได้นํามากราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะให้รัฐบาลดําเนินการแก้ไขต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบคุณท่านประธานค่ะที่ให้โอกาส ลุกขึ้นมาพูดเกี่ยวกับกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ซึ่งทางรัฐบาลเองก็มีโครงการที่จะลงทุนกับ ๔ โครงการ ไม่ว่าจะเปึนโครงการก่อสร้างทาง สายหลักให้เปึน ๔ ช่องจราจรของกรมทางหลวง ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาของ กรมทางหลวงชนบท ปรับปรุงกิจการประปาของการประปานครหลวง โครงการรถไฟฟัา สีน้ําเงินของการรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งโครงการเหล่านี้ทั้ง ๔ โครงการ ดิฉันคงจะไม่ปฏิเสธว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและ การชลประทาน แต่การที่ท่านได้ทําโครงการอย่างเร่งรีบขนาดนี้กับการที่จะกู้เงินมาลงทุน ของแต่ละโครงการในภาวะที่ประเทศกําลังมีหนี้สิน หรือว่าในภาวะที่ประเทศเรากําลังมี เศรษฐกิจที่ตกต่ําและย่ําแย่ ท่านได้ศึกษาในรายละเอียดดีแล้วหรือคะ ท่านได้ศึกษาใน รายละเอียดว่าการกู้เงินครั้งนี้จะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริงแล้วหรือคะ ยกตัวอย่างค่ะ จากการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาของกรมทางหลวงชนบท ดิฉันคงจะไม่ปฏิเสธค่ะว่า พี่น้องชาวกรุงเทพฯ และพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรีจะได้รับ ผลประโยชน์จากการช่วยแบ่งเบาจราจรบนสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาแห่งนี้ในการที่จะ เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ แต่ถ้าให้มองอีกมุมหนึ่งค่ะท่านประธาน กรอบการลงทุน การกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ที่ไหนคะ กรอบการลงทุนเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจควรที่จะ กระจายไปให้ทั่วถึง ควรที่จะลงทุนให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ทั้งพี่น้องประชาชนในเมือง และพี่น้องประชาชนตามชนบท ท่านได้คํานึงถึงและได้เล็งเห็น ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามชนบทบ้างหรือเปล่าคะ ว่าวันนี้พี่น้องประชาชน เหล่านี้ได้รับความเดือดร้อนมากขนาดไหน ยกตัวอย่างจากพี่น้องชาวจังหวัดเชียราย มีการร้องเรียนเข้ามามากเหลือเกินค่ะ ไม่ว่าจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขาได้ร้องเรียนเข้ามาเกี่ยวกับการประสาน งบประมาณไปในหลายช่องทางถึงกรมทางหลวงชนบท แล้วก็ได้รับข่าวดีค่ะว่า โครงการที่ ผลักดันนั้นได้เข้าบรรจุในพระราชบัญญัติงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ และก็เปึนกฎหมายที่ บังคับใช้แล้วในปัจจุบันนี้ แต่ข่าวดีมันก็มีมาได้ไม่นานค่ะ ข่าวร้ายก็ตามเข้ามาอีก ตอนนี้มี ข่าวว่าจะมีการปรับแก้ปรับลด แม้กระทั่งจะปรับทิ้งของงบประมาณและโครงการเหล่านั้น แน่นอนค่ะตามกฎกติกา อธิบดี ปลัดกระทรวง มีอํานาจในการปรับลดปรับแก้ แต่ท่านได้ ใช้หลักเกณฑ์ใดเปึนการปรับแก้คะ การปรับแก้ครั้งนี้ได้เปึนไปตามหลักเกณฑ์ ความเปึนธรรมหรือเปล่า หรือว่าดูที่ว่าฝ์ายตรงข้ามเปึนใครก็ปรับลด ใครที่อภิปราย กระทบรัฐบาลท่านมาก ๆ ท่านก็ปรับแก้ ถ้าเปึนอย่างนี้ ในอนาคตดิฉันเสนอเลยค่ะว่า ต่อไปนี้รัฐสภาเรา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรหรือทั้งวุฒิสภาก็คงจะไม่ต้องมานั่งเสียเวลาตั้ง กรรมาธิการงบประมาณขึ้นมาถกกันในสภาเปึนเดือน ๆ หรอกค่ะ เพราะในที่สุดท่านก็ไป ปรับแก้อีก ท่านประธานคะ วันนี้รัฐบาลเองก็จะกู้เงินจากต่างประเทศมาอีก การกู้เงิน ครั้งนี้เปึนการลงทุนในจุด ๆ เดียวค่ะ งบประมาณก็กระจุกอยู่ที่ที่เดียวกับเงิน ๒,๖๕๗ ล้านบาท เปึนเงินไม่น้อยเลยนะคะ ถ้าท่านเอาไปลงในจังหวัดเชียงราย ถนนทางหลวงชนบทในจังหวัดเชียงราย เสร็จทุกเส้น เลยค่ะ ถนนและปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดเชียงราย รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ที่ท่านไปปรับ ลดปรับแก้ทิ้งโครงการของเขาเหล่านี้ มันไม่มีความสําคัญเลยหรือคะ มันไม่เร่งด่วนหรือคะ ท่านกู้มาทําสะพานเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ผู้ใดจะเปึนผู้ได้รับประโยชน์คะ ผู้ที่ได้ ประโยชน์คือใคร แน่นอนค่ะพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรีและชาวกรุงเทพฯ ได้รับประโยชน์ ในการแบ่งเบาการจราจรในเส้นทางนั้น ถึงแม้ว่าจะมีหนทางในการไปมาหาสู่อยู่แล้วก็ตาม แต่ดิฉันบอกตรงนี้ได้เลยค่ะว่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงนั้นก็คือ ผู้รับเหมาก่อสร้าง รายใหญ่รายเดียวที่จะประมูลโครงการนั้นไปได้ค่ะ แว่วข่าวมาแล้วด้วยซ้ําว่าตอนนี้มีการ วางตัวผู้รับเหมารายนั้น มีการจัดสรรแบ่งปันประโยชน์ไปแล้วด้วยซ้ํา อยากจะฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ แล้วก็ผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ โครงการนี้ให้รอบคอบด้วยนะคะ ช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ตัวดิฉันเองในฐานะฝ์ายค้าน ก็จะติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อไปค่ะ ท่านประธานคะ อยากจะฝากผ่าน ท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ค่ะ ว่าในวันนี้ ท่านอย่าไปเชื่อใคร และท่านก็ไม่จําเปึนจะต้องเชื่อดิฉันด้วย ท่านจะต้องลงไป ตรวจสอบด้วยตัวเองค่ะว่ามันจริงหรือไม่ที่งบทางหลวงชนบทเหล่านี้ว่ามันมีจริงหรือไม่ ว่างบทางหลวงชนบทเหล่านี้ได้ถูกขาดหายแล้วก็ตกหล่นไปอยู่หลายจังหวัด วันนี้ดิฉันเปึน ตัวแทนของพี่น้องประชาชนจากหลายจังหวัดค่ะ มาเรียกร้องให้ตรวจสอบและขอฝาก ความหวังไว้กับท่าน สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันคงจะปฏิเสธไม่ได้เกี่ยวกับกรอบการ เจรจากู้เงินจากต่างประเทศครั้งนี้ เพราะว่ามันจะเปึนการเพิ่มแล้วก็สร้างศักยภาพทาง เศรษฐกิจของพี่น้องชาวไทยให้ดีขึ้น อีกทั้งทางรัฐบาลเองก็ได้เจรจากับทางต่างประเทศไว้ ในเบื้องต้นแล้วนี่คะ จริง ๆ แล้วในทางปฏิบัติ วันนี้ก็เปึนการแจ้งให้กับทางรัฐสภารับทราบ เท่านั้นเอง ท่านประธานคะ ท่านรัฐมนตรีคะ ในทางปฏิบัติเอง กําลังเสียงของพรรคฝ์ายค้าน อย่างดิฉันเองนี่คงจะปฏิเสธในการกู้เงินครั้งนี้ของท่านไม่ได้ แต่ในทางปฏิบัติค่ะ จริง ๆ แล้วดิฉันอยากจะฝากนะคะ ลึก ๆ ว่าสุดท้ายนี้ดิฉันไม่อยากจะให้รัฐบาลชุดนี้มีแนวโน้ม และแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยการจะกู้เพียงอย่างเดียวค่ะ ขอฝากไว้แค่นี้ค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ
เชิญท่าน หม่อมราชวงศ์ ปรียนันทนา ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต สมาชิกวุฒิสภา ในนามสมาชิกรัฐสภาค่ะ ตามที่รัฐบาลได้มาขอกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ ตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อพัฒนา โครงการ ๔ โครงการในวันนี้นั้น ดิฉันรู้สึกวิตกกังวลเปึนอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะก่อ หนี้สาธารณะอย่างมโหฬาร แต่ไม่มีนโยบายการประหยัดงบประมาณของรัฐอย่างชัดเจนเลย รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะสร้างโครงการใหม่ ๆ โดยอ้างว่ามีความจําเปึนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่มีนโยบายที่จะอนุรักษ์สถานที่ที่เปึนมรดกทางวัฒนธรรมที่เรามีอยู่แล้วเลย ประเด็น ที่ดิฉันจะขอนําเสนอต่อรัฐบาลผ่านท่านประธานในวันนี้ เปึนหลักการพัฒนาที่ในปัจจุบัน การดําเนินการของภาครัฐยังไม่ตระหนักถึงเท่าที่ควร ได้แก่ การพัฒนาเชิงอนุรักษ์ อันเปึน การพัฒนาที่ย้ําและคํานึงถึงความสมดุลของการพัฒนาระหว่างเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดล้อม ทั้งสิ่งแวดล้อมที่เปึนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยเฉพาะ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโดยการอนุรักษ์ มิได้หมายความว่า ห้ามแตะต้องห้ามเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง ที่ถูกต้องหมายถึง การพัฒนาที่ทําให้วิถีชีวิตของประชาคมดีขึ้น เปึนการพัฒนาที่ยกระดับ ทั้งด้านความสุข สุขภาวะ และจิตภาวะ ความสะดวกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนการประกอบการ และยังคงสามารถรักษาศักดิ์ศรีค่านิยมที่ดีงามในอดีต ผ่านการทํานุบํารุง และปกปัองสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของ ประชาคมไว้ให้ลูกหลานได้รับผลพวงของการอนุรักษ์เชิงพัฒนาสืบต่อไปอย่างยั่งยืนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงรัตนโกสินทร์และเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเปึนมรดกทางวัฒนธรรม สังคม และศิลปวัฒนธรรมที่สําคัญที่สุดของประเทศไทย เรียกได้ว่า เปึนหัวใจของชาติ ซึ่งขณะนี้กําลังโดนภัยคุกคามนานาประการ เปึนต้นว่า มลภาวะที่เกิดขึ้นจากควันพิษของ รถยนต์และสภาพจราจรที่แออัด ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านประธานท่านทราบหรือไม่ว่า พระศอของพระไสยญาติที่วัดพระเชตุพน หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ คอของพระนอนที่วัดโพธิ์ เกือบจะหักลงมาแล้ว เพราะเนื่องด้วยผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนของรถทัวร์ ดีที่กรมศิลปากรได้ไปใส่เหล็กดามเอาไว้ จึงไม่ได้หักลงมานะคะ ส่วนพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปึนแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สําคัญที่สุดในประเทศ ก็ได้รับผลกระทบจากควันพิษของ รถยนต์ ซึ่งทําให้โบราณสถานสึกหรอและเสื่อมโทรม รายได้จากนักท่องเที่ยวเปึนหนึ่งใน รายได้หลักของประเทศ รัฐบาลได้จัด โรดโชว์ (Road show) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มา เที่ยวประเทศไทย แล้วก็มีมาตรการต่าง ๆ นานาที่จะเยียวยาผู้ประกอบการ แต่รัฐบาล ไม่มีนโยบายที่จะเยียวยาหรืออนุรักษ์สถานที่ท่องเที่ยวให้อยู่ ให้มีความคงทน เช่น วัดวาอารามหรือโบราณสถานทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ดิฉันจึงขอตั้ง ข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟัาสีน้ําเงินของรัฐบาล จากบางซื่อถึงท่าพระในวงเงิน ๒๔,๑๘๒ ล้านบาท ซึ่งจริงอยู่จะอํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเปึนอันมาก เพราะ ขนส่งผู้โดยสารได้ถึง ๕๐,๐๐๐ คนต่อชั่วโมง แต่ไหน ๆ จะกู้เงินจากต่างประเทศและ ในประเทศอย่างมหาศาล เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ประเทศชาติและประชาชน ควรได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ดิฉันจึงขอให้รัฐบาลทบทวนนโยบายสร้าง รถไฟฟัาสีเขียวอ่อน ซึ่งเปึนการต่อเส้นทางรถไฟฟัา บีทีเอส (BTS) โดยทําเปึนรถไฟฟัาใต้ดิน จากสนามกีฬาแห่งชาติ ตามแนวถนนบํารุงเมืองเข้าสู่แนวถนนราชดําเนินกลาง และลอดใต้ แม่น้ําเจ้าพระยาบริเวณเชิงสะพานพระป่ืนเกล้าไปจนถึงสถานีรถไฟกรุงธนบุรี ถ้าหากมี รถไฟฟัาสีเขียวอ่อนแล้ว จะได้ประโยชน์ ๒ ทาง คือในการอํานวยการความสะดวกให้แก่ ประชาชนและช่วยลดการจราจรที่จําเปึนต้องผ่านเกาะรัตนโกสินทร์ทุก ๆ วันนี้อีกด้วย อันจะเปึนประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ดิฉันจึง เสียดายที่รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะสร้างรถไฟฟัาสีน้ําเงิน และเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมก็ได้ขึ้นมายืนยัน และก็ได้พูดถึงการสร้างรถไฟฟัาสีแดงด้วยค่ะ แต่ไม่ได้มีการคํานึงถึงรถไฟฟัาสีเขียวอ่อนเลย ดิฉันจึงขอฝากคําขวัญของประเทศอังกฤษ ให้แก่รัฐบาล คือว่า เราต้องทะนุถนอมอดีตเพื่อรักษาอนาคตของเราให้มั่นคง และสุดท้ายนี้ ดิฉันขอเตือนรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรา ๘๓ ในรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ว่า รัฐต้องส่งเสริมและ สนับสนุนให้มีการดําเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขอบคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ผมจัดลําดับไว้นะครับ ต่อไปก็ท่านจุลพันธ์นะครับ ท่านเจตน์ ท่านทองดี แล้วก็ ท่านเรืองไกรครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องขออภิปรายในกรอบการ เจรจากู้เงินจากต่างประเทศของทางรัฐบาลตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๒ วันนี้เปึนที่น่าเปึนห่วง เพราะว่ารัฐบาลกําลังจะกู้เงินในภาวะที่ เศรษฐกิจถดถอย เพื่อที่จะเอามาเร่งรัดการขยายตัวของเศรษฐกิจ อย่างที่เปึนอยู่นี่ ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ถึงผลกระทบ รับรู้ถึงปัญหาและที่สําคัญกําลังเดือดร้อนจาก ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันอย่างยิ่งยวด ผมในฐานะของสมาชิกรัฐสภาคงจะไม่สามารถ ปล่อยให้ทางรัฐบาลจะกู้เงินมาเพื่อเพิ่มงบประมาณในครั้งนี้คงจะเปึนไปได้ยาก เพราะดู จากแนวนโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านมา ผมเองในฐานะสมาชิก รัฐสภาก็เปึนห่วงนะครับ การที่จะกู้เงินโดยพื้นฐานแล้วท่านประธาน เราต้องดูก่อนว่าคนที่ เขาจะมากู้เราเขามีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ เขามีพื้นฐานอย่างไร เคยมีประวัติอย่างไร มีความสามารถที่จะใช้คืนเงินกู้ได้หรือไม่ นี่คือการไปกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์หรือว่า หน่วยงานต่าง ๆ แต่วันนี้ทางรัฐบาลมาขออนุมัติกรอบเงินกู้กับทางรัฐสภาก็เหมือนกับมา ขออนุมัติกับพวกผม เพื่อที่จะเอากรอบนี้ไปขอกู้เงินจากต่างประเทศ วันนี้นะครับ ท่านประธาน ผมต้องถามก่อนว่าทางรัฐบาลมีความพร้อมหรือ มีความสามารถในการ หาเงินมาชดใช้หนี้สินที่จะก่อได้หรือไม่ ข้างนอกวันนี้เขาพูดกันหนาหูว่ารัฐบาล ประชาธิปัตย์ถนัดกู้นะครับ อันนี้เขาพูดกันหนาหูจริง ๆ ผมเอามาเล่าสู่กันฟัง เอามา เล่าต่อ เพราะฉะนั้นวันนี้จะมากู้กับผมจะมาขออนุมัติกรอบเงินกู้กับผม ผมก็ต้องถาม กลับไปว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของทางรัฐบาล มีความชัดเจน มีแนวโน้ม มีทิศทางอย่างไร ผมก็ต้องฝากคําถามกลับไปยังรัฐบาลเพื่อที่จะขอคําตอบ ถ้าเกิดว่าตอบมาดี ไม่แน่ว่าฝ์ายค้านอย่างผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ครับท่านประธาน เพื่อที่จะผ่านกรอบเงินกู้ ครั้งนี้ให้กับทางรัฐบาลก็ได้ เปึนไปได้ครับ ผมจะแบ่งคําถามเปึนข้อ ๆ เพื่อที่จะสะดวกกับ การตอบแล้วกันนะครับ
ข้อแรกนั้นเกี่ยวกับเรื่องของภาษีสรรพสามิตของน้ํามัน หลายคนก็พูดถึง รายละเอียดไปพอสมควร ผมเองก็จะขอลงรายละเอียดลงไปอีกเล็กน้อย แล้วก็จะขอเปึน คําตอบจากทางรัฐบาลเพื่อที่จะนําไปประกอบการพิจารณา วันนี้ทางรัฐบาลมีการศึกษา หรือไม่ครับว่า ผลกระทบที่เกิดจากการขึ้นภาษีเหล้า บุหรี่ มันกระทบอย่างกว้างขวางมาก น้อยเพียงไร เปึนที่ยอมรับกันครับในฐานะของ ส.ส. ผมรวมถึงเพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่าน เปึนนักการเมืองลงพื้นที่กัน ทุกคนนะครับต้องลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชน ผมเชื่อ เลยว่าทุกคนได้สัมผัสกับประเพณีวัฒนธรรมของไทยอย่างหนึ่งซึ่งขาดไม่ได้ จะเปึน งานบุญ งานบวช งานศพ งานแต่งงาน ทุกงานมีเหล้าเปึนองค์ประกอบ วันนี้รัฐบาล ขึ้นภาษีเหล้ามาหลายบาทนะครับ ผมไม่พูดว่าใครจะได้รับผลประโยชน์ ใครจะได้รับเงิน อะไรมากน้อยเพียงไร อันนี้เราไม่รู้ตัวเลขชัดเจนเราไม่พูดกัน แต่มีเปึนข้อสงสัย ก็ฝากทาง รัฐบาลกลับไปดูอีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็คือวันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนสาหัส จากการขึ้นภาษีเหล้าเหล่านี้ ผมต้องเรียนถามไปว่า วันนี้เงิน ๗,๐๐๐ ล้านบาทจากภาษี ของสรรพสามิตเหล้าเหล่านี้ที่รัฐบาลอยากได้นักหนา วันนี้ได้ไปศึกษาหรือไม่ว่าผลกระทบ กับพี่น้องประชาชนมันตกกับคนจนหรือคนรวย ถามว่าคนจนหรือคนรวยแบ่งอย่างไร แน่นอนครับคนรวยอย่างท่านรัฐมนตรีหลาย ๆ ท่าน กินเหล้าขวดละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท กินเบียร์ขวดละหลายร้อยบาท กินไวน์ ในขณะเดียวกันพี่น้อง ตามบ้าน พี่น้องประชาชนในชนบทของผมกินแต่เหล้าขาวครับ กินเบียร์ก็เบียร์ราคาถูก ๓๐ บาท ๓ ขวด ๑๐๐ บาท วันนี้รัฐบาลได้ไปศึกษาและมีตัวเลขชัดเจนหรือไม่ว่า งบประมาณที่จะเก็บมาเปึนรายได้จากภาษีสรรพสามิตที่เพิ่มขึ้นนี้ มันเพิ่มในสัดส่วนของ เหล้าตัวไหน เปึนเหล้าขาวเท่าไร เปึนเบียร์เท่าไร เปึนเหล้าแดงเท่าไร ผมอยากจะได้ คําตอบเพื่อที่จะมาประกอบการพิจารณา แล้วก็แน่นอนครับ เพื่อที่จะยืนยันกับพี่น้อง ประชาชนเลยว่า รัฐบาลไปรีดเลือดกับปู ไปรีดเงินกับพี่น้องประชาชนหรือไม่
ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่องการเพิ่มเพดานภาษีน้ํามันของรัฐบาลที่กําลังจะมี ออกเปึนกฎหมายออกมาว่าจะเพิ่มอีก เห็นว่าจะเพิ่มอีก ๕ บาท จาก ๕ บาทเปึน ๑๐ บาท หรืออย่างไรนี่นะครับ ตั้งแต่เปึนรัฐบาลมาผมอยากจะถามด้วยว่าท่านขึ้นภาษีน้ํามันกี่ครั้ง เปึนจํานวนเงินกี่บาท วันนี้น้ํามันนี่นะครับท่านทุกคนเติมหมด พี่น้องประชาชนใน กรุงเทพฯ ในชนบทไม่ว่าจะเปึนคนรวย คนจนเปึนเกษตรกรทุกคนเติมน้ํามันเท่ากัน ราคาเดียวกัน แต่ผลกระทบที่เกิดกับพวกเขาเหล่านั้นมันแตกต่าง คนจน ๑ บาทเขามี มูลค่าสูงทางจิตใจทางสังคม ในขณะเดียวกันท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่บนบัลลังก์ทั้งหลายท่าน ๑ บาทของท่านอาจจะด้อยค่าลงไปมาก วันนี้อยากจะถามทางรัฐบาลว่าได้ศึกษา ผลกระทบหรือไม่ แล้วท่านได้ขึ้นมากี่ครั้งแล้วภาษีเหล่านี้ที่ท่านนําเอาไปแจกเปึนเงิน ๒,๐๐๐ บาทให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนในชนบทตามบ้านเขาก็จะได้รู้ว่าวันนี้ รัฐบาลขึ้นภาษีน้ํามันเปึนผลกระทบกับเขากี่บาทนะครับ อันนี้อยากจะถามฝากไป
และที่สําคัญวันนี้พี่น้องประชาชนที่เปึนเกษตรกรเติมน้ํามันไปใส่สวน ไปใส่พืชผลของตน ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นวันนี้ลิ้นจี่ราคาก็ตกต่ํา ไม่ถึง ๑๐ บาท ถามว่ารัฐบาลนี้ที่จะขึ้นภาษี ขึ้นภาษีนี่ได้เหลียวแลพี่น้องเกษตรกรบ้าง หรือไม่นะครับ
คําถามที่ ๓ นั้นเกี่ยวกับการตรวจสอบเพราะว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทีดีอาร์ไอ ก็ให้สัมภาษณ์ทางหนังสือพิมพ์ว่า วันนี้ก็ยังมีอยู่ครับการคอร์รัปชันเก็บหัวคิว ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์นี่คือการศึกษาของ ทีดีอาร์ไอ ผมต้องฝากถามไปยัง ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าแล้ววันนี้ท่านจะใช้แนวหรือนโยบายหรือกลไกใด ในการตรวจสอบการโกงกินเหล่านี้ โดยเฉพาะนะครับท่านหลายคนอภิปรายไปแล้ววันนี้ งบประมาณที่จะกู้มาเปึนหมื่น ๆ ล้าน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงกับกระทรวงของ พรรคร่วมรัฐบาลที่มีอํานาจเหนือรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนพรรคแกนนํา อันนี้ เปึนที่ทราบดีนะครับ ผมก็อยากจะถามแนวท่านดูว่าท่านจะปล่อยปละละเลยอย่างที่ผ่านมา จนกระทั่ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไปเข้ากระเปิาของนักการเมืองอย่างที่ท่านได้เคยบอกว่า ท่านโปร่งใสท่านจะทําอย่างไรนะครับ ก็ถามเปึนแนวทางไว้
คําถามที่ ๔ นั้นอยากจะฝากถามด้วยว่าท่านเคยมีแนวคิดหรือไม่ วันนี้ เศรษฐกิจไม่ดีงบประมาณก็จัดเก็บรายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ได้เคยคิดพิจารณา ทางออกอื่น ๆ นอกจากกู้เงินไหม เปึนต้นว่า ลดรายจ่ายครับ ถ้าเปึนเอกชนเขาตัดหมด นะครับ รายจ่ายผมว่าจริง ๆ แล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็รู้ดี เพราะว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเคยทํางานเกี่ยวกับไฟแนนซ์ (Finance) ท่านไป รีไฟแนนซ์ (Refinance) บริษัท ถามว่าท่านทําอย่างไรท่านตัดงบประมาณทุกอย่าง นะครับ ไล่คนออกอีกต่างหากที่เกิดขึ้น นี่คือแนวทางของบริษัทการเงินทั่ว ๆ ไป วันนี้ รัฐบาลมีแนวคิดไหม จะลดอย่างไร แล้วลดให้เกิดศักยภาพ ลดให้เกิดความเปึนธรรมไม่ใช่ เหมือนที่ ส.ส. วิสาระดีพูดเมื่อสักครู่นี้ ลดแล้วก็ไปตัดของพรรคฝ์ายค้านบ้าง ไปตัดของ คู่แข่งทางการเมืองบ้าง อย่างนี้ไม่ถูกต้องมันจะต้องลดอย่างเปึนธรรมตามระเบียบของ ความเปึนธรรมทางการจัดทํางบประมาณอันนี้เปึนสิ่งสําคัญนะครับ ก็ฝากท่านทาง รัฐบาลไปดูด้วย
นอกจากนั้นแล้วอยากจะฝากอีกคําถามหนึ่ง คําถามที่ ๕ ก็คือท่านเคยมี แนวคิดในการกระตุ้นเศรษฐกิจวันนี้ จีดีพี ตกต่ําเปึนติดลบใครก็รู้ ท่านพยายามที่จะ ผลักดันดึงมันขึ้นให้ได้ทุกคนก็ต้องพยายาม รัฐบาลที่ไหนก็ต้องพยายาม แต่สิ่งที่เปึน คําถามก็คือ ท่านเคยมีแนวคิดหรือไม่ว่าจะไปผลักดันในส่วนอื่นนอกจากกู้เงินมาใช้จ่าย ในภาครัฐ ค่าใช้จ่ายของภาครัฐนี่นะครับท่าน ๑.๒ กว่า ๆ ล้านล้านบาทนี่เต็มที่มันก็ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี มันไม่ใช่จํานวนมาก วันนี้สิ่งสําคัญคือการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงการส่งออก นําเข้า พูดถึงการส่งออกจริง ๆ อาจจะไม่กระทบมาก ผมเรียนตรง ๆ เลยนะครับตัวเลขทาง จีดีพี ที่กระทบจากการส่งออกที่ลดลงไม่มาก เพราะอะไรครับ เพราะว่าการนําเข้าก็ลดเปึนเงาตามตัว การส่งออกลบนําเข้านี่ปัจจุบันไม่แตกต่างจากเดิมนัก แต่สิ่งที่เปึนประเด็นปัญหาในอนาคตที่ต้องไปวิเคราะห์วิจารณ์ก็คือ การนําเข้าสินค้าทุนที่ ลดลงทําให้การส่งออกในอนาคตของไทยมันจะอ่อนแอนะครับ ในส่วนของภาคการลงทุน ภาคเอกชน ท่านเคยมีแนวคิดที่จะไปสนับสนุนเขาในทิศทางในเรื่องของการลดหย่อนภาษี ในเรื่องของการผลักดันการลงทุนหรือไม่นะครับ วันนี้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เงียบหายไป เงินลงทุนของภาคเอกชนที่อยู่ในธนาคารเปึนล้านล้านบาท ยังเหลืออยู่ยังเปึนสภาพคล่อง ส่วนเกิน ซึ่งไม่มีใครปล่อยกู้ให้กับภาคเอกชนในช่วงนี้เพราะรัฐบาลไม่ได้ส่งเสริม แต่สิ่งที่จะ เกิดขึ้นก็คือ รัฐบาลกําลังจะหลบมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ด้วยการไปกู้เงิน ภายในประเทศ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะเข้าสภาสัปดาห์หน้า สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ท่านก็ดูดสภาพคล่องออกไปจากมือของภาคเอกชน เศรษฐกิจก็ยิ่งตกต่ํา ถามบอกว่า รัฐบาลใช้จ่ายมีศักยภาพมากกว่าภาคเอกชนหรือ เมื่อสักครู่ก็เพิ่งบอกไปว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ทีดีอาร์ไอ ไม่มีทางครับ วันนี้อยากจะให้ท่านสนับสนุนการใช้จ่ายของ ภาคเอกชนด้วยการไปผลักดันเรื่องของการไฟแนนช์ของภาคแบงกิ้ง (Banking) ของ ภาคการธนาคาร ดูตัวอย่างของประเทศที่เรามองว่าเขามีศักยภาพทางเศรษฐกิจดีกว่า เปึนต้นว่า สหรัฐอเมริกาก็ได้ วันนี้นะครับ เฟด (FED) ของสหรัฐอเมริกาเพิ่มสภาพคล่อง ๗๐๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐไปในระบบของธนาคารพาณิชย์ เพื่อซื้อตราสารธนาคารที่ หมุนโดยสินเชื่อของที่อยู่ที่มีปัญหานั่นละครับ ในขณะเดียวกันจีนครับ ใช้จ่ายเงิน ๕๘๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ๑ ใน ๓ ๑.๙๕ เปึนรายจ่ายโดยตรงของภาครัฐ ในขณะเดียวกัน ๒ ใน ๓ เกินกว่าครึ่ง ๓.๙๐ แสนล้านเหรียญสหรัฐ อัดฉีดผ่าน แบงก์พาณิชย์เพื่อกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนและผลที่เกิดขึ้นก็คือการแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจของเขาประสบผลสําเร็จ แต่รัฐบาลเรายังมองไม่ออกครับ ยังมองแต่การกู้เงิน เพื่อที่จะมาใช้จ่ายของภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเรียน ไว้ว่าผมเห็นแล้วก็เปึนห่วงนะครับ
ในเรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๖ ที่จะฝากถาม
ท่านหมดเวลาแล้ว นะครับ
เดี๋ยวสรุป ภายใน ๒ นาทีครับ
เอาสักนาทีเดียวนะครับ
ได้ครับ เรื่องสุดท้ายที่จะฝากถามก็คือ วันนี้อยากจะทราบถึงระยะเวลาในการดําเนินการ เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม บอกว่า ก่อนการดําเนินการเพื่อทํา หนังสือสัญญากับนานาประเทศ คณะรัฐมนตรีต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือ สัญญานั้น และในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความ เห็นชอบด้วย วันนี้สิ่งที่เราได้ทําก็คือฟังกรอบการเจรจาของทางคณะรัฐมนตรี ผมอยากจะ ถามว่าท่านจะใช้เวลาดําเนินการในการไปเจรจากับต่างประเทศนานเท่าไรเพื่อที่จะนํา เรื่องราวเหล่านี้กลับมาเปึนสัญญามาชี้แจงกับรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง เพราะวันนี้อยากจะชี้ ประเด็นลงไปว่าจะให้มาอภิปรายเรื่องของงบเงินกู้ครั้งนี้ ปรากฏว่าหนังสือสัญญาก็ไม่เห็น อะไรก็ไม่มี เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิชได้กรุณาชี้แจงให้ทราบว่ามันยังไม่ได้ เจรจาถึงขั้นที่จะเปึนสัญญาได้ เพราะว่ามันยังมีขั้นตอน เราไม่ว่ากัน แต่อยากจะถามว่า เมื่อไรผมจะได้ไปเตรียมการเพื่อที่จะมาอภิปราย แล้วก็หาทางตรวจสอบการทํางานของ ภาครัฐในครั้งนี้นะครับ มี ๖ ประเด็นด้วยกันที่ถาม
และสุดท้ายอยากจะฝากถึงทางรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง วันนี้ท่านต้องทํางานเชิงรุกมากกว่าที่เปึนอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้มีการให้ ข่าวตลอดเวลา เดี๋ยวก็บอกว่าตอนนี้เปึนเงินฝ๋ด มีคนให้ข่าวเปึนเงินฝ๋ด
ท่านจุลพันธ์ครับ หมดเวลาแล้วนะครับ
สรุปแล้วครับ ครึ่งนาทีครับท่าน ตอนนี้มีภาวะเงินฝ๋ด เดี๋ยวก็มีคนบอกว่าจะเอาเงินออกมาใช้ ดึงจากศาลมาหมุนก่อน เดี๋ยวก็บอก ดึงจากมหาวิทยาลัยมาหมุนก่อน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนผลร้ายกับระบบเศรษฐกิจ ท่านจะต้องมีการให้ข่าวในเชิงรุกเพื่อให้พี่น้องประชาชน รับทราบถึงแนวทางแก้ไขปัญหาให้มันมีความเปึนเอกภาพ ไม่ใช่ปล่อยคนนั้นพูดที คนนี้พูดที แล้วออกมาต้องมานั่งแก้ข่าวกันเช้าเย็น ๆ อย่างนี้ระบบเศรษฐกิจที่มี ความอ่อนไหวรับไม่ได้นะครับ ก็ขอฝากเอาไว้ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเจตน์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะของ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศตามแผน การก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหาร หนี้สาธารณะที่เราพูดกันมาทั้งวัน วันนี้นะครับ ในส่วนของทางหลวง ๘ เส้นทาง ก็มีหลักการที่ว่า เส้นทางที่ ๑ ก็คือเรื่องของอีสท์ เวสท์ อีโคโนมิค คอริดอร์ (East West Economic Corridor) เชื่อมโยงระหว่างประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศไทย ประเทศพม่า เส้นทางที่ ๒ เปึนเส้นทางสนับสนุน การเชื่อมโยงเข้าสู่ อีสเทิร์น ซีบอร์ด เส้นทางที่ ๓ ก็คือ สองฝัืงชายทะเลทางภาคใต้เน้นไป ที่การท่องเที่ยวแล้วก็เศรษฐกิจ ใน ๘ เส้นทางสายหลักตรงนี้ คิดว่าคงไม่มีปัญหาสําหรับ ตัวกระผมเอง เพราะกระผมคิดว่าเรื่องของการก่อสร้างในโครงการใหญ่ ๆ หรือเมกะโปรเจกต์ ในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยนี้น่าจะเปึนส่วนที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้เปึนอย่างดี ในตอนที่เรามี งบประมาณเพิ่มเติมกลางป้นะครับ ในส่วน ๑.๑ แสนล้านบาท ตรงนั้นก็เหมือนกับการให้ยา ประทังอาการชั่วคราว แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยหลักการแล้ว ในแนวคิดของ นักวิชาการหลาย ๆ ฝ์ายทั้ง ทีดีอาร์ไอ และผู้เกี่ยวข้อง มีความเชื่อว่าการลงเมกะโปรเจกต์ นั้นน่าจะเปึนประโยชน์ แล้วก็โครงการทั้ง ๘ สายทางนี้ก็ได้ผ่านการศึกษา ไม่ว่าจะเปึน จากเรื่องของทางวิศวกรรม เรื่องของทางเศรษฐกิจ แล้วก็เรื่องของสิ่งแวดล้อม ตรงนั้น กระผมคิดว่าน่าจะเปึนส่วนที่ช่วยให้ฟันเฟ๋องของเศรษฐกิจหมุนต่อไปได้เปึนหลักการที่ ต้องสนับสนุนการลงทุนของภาครัฐในระยะยาว ปัญหาอยู่ที่ว่าในลําดับความสําคัญแล้ว มันมีการลงทุนอื่นที่ดีกว่านี้หรือไม่ ท่านประธานครับ ในขณะนี้น้ํามันเริ่มจะแพง ในอดีต มันแพงมาก แล้วก็แนวโน้มในอนาคตข้างหน้าเมื่อเศรษฐกิจหมุนกลับมาดีอีก น้ํามันก็ยิ่ง ต้องแพงยิ่งขึ้น ท่านประธานทราบไหมครับ ในขณะนี้เราใช้ถนนในการขนส่งถึงร้อยละ ๘๖.๓๒ เราใช้รางเพียง ๒.๐๕ แล้วก็เราใช้ทางน้ําเพียงร้อยละ ๑๑.๖๒ นะครับ ทําไมเราถึง ไม่ใช้ประโยชน์ในช่วงนี้ปูทางในเรื่องของการก่อสร้างเส้นทางการขนส่งสาธารณะเพื่อ รองรับเศรษฐกิจในส่วนนั้น สิ่งที่กระผมผิดหวังค่อนข้างมากก็คือเรื่องของการขนส่งทางน้ํา และเรื่องของพาณิชยนาวี ซึ่งเปึนกรม ๆ เดียวที่คาดว่ามีปัญหามากที่สุดนะครับ โดยเฉพาะพาณิชยนาวีซึ่งมันไม่ควรจะรวมอยู่ในกรมขนส่งทางน้ํา ควรจะแยกออกมาเปึน กรมพาณิชยนาวีถึงจะถูกต้อง แล้วในต่างประเทศเองมันเปึนกระทรวงด้วยซ้ําไป ซึ่งตรงนี้ นับว่าเปึนการเสียโอกาสในการพัฒนาการขนส่งทางน้ําค่อนข้างมากนะครับ เพราะว่า ในการขนส่งทางน้ําแล้ว การขนส่งสินค้าเข้า ออกประเทศมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ ๙๐ นะครับ ที่เหลือจึงเปึนการขนส่งทางด้านอื่นนะครับ ในส่วนของการขนส่งด้วยระบบราง อันนั้นก็เปึนความจําเปึนที่เราจะต้องทํา ทีนี้ปัญหาก็คือว่าก็คงมีการวิเคราะห์ทาง เศรษฐกิจว่าเราจะขยายเส้นทางทางรางเส้นทางไหน สิ่งที่อยู่ในแผนของสภาพัฒน์แล้วก็ แผนของกระทรวงคมนาคมมาตลอดก็คือเส้นทางสายเด่นชัย-เชียงราย ซึ่งตรงนี้ก็คงจะ อยู่ในแนวทางวิเคราะห์ว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ แต่ว่าเปึนโครงการที่ถูกดองอยู่นานแล้ว ปัญหา ก็คือว่าถ้าหากว่าเราจะก่อสร้างเส้นทาง ๓ เส้นทางหลักตรงนี้ ปัญหาคือจะมีความคุ้มค่า ต่อเราหรือไม่ ส่วนที่กระผมเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์มากที่สุดก็คือเส้นทางที่นําไปสู่ อีสเทิร์น ซีบอร์ด เพราะว่าอีสเทิร์น ซีบอร์ด ยังมีช่องว่าที่เราจะทําได้อีกค่อนข้างมาก ในป้ ๒๕๕๐ ท่าเรือกรุงเทพฯ มีปริมาณสินค้าที่ผ่านท่าเรืออยู่ ๑.๕๕๘ ทีอียู (TEU) ป้ ๒๕๕๑ เศรษฐกิจไม่ดีลดลงเหลือ ๑.๔๖ แต่ท่านประธานครับ ท่าเรือแหลมฉบัง ในป้ ๒๕๕๐ ๔.๖๔๑ ล้าน ทีอียู แล้วก็ในป้ ๒๕๕๑ เพิ่มเปึน ๕.๒๔ ล้าน ทีอียู ดูเหมือนกับมากครับ แต่ว่าท่านประธานทราบไหมครับ ที่ประเทศสิงคโปร์เขามีสินค้าผ่าน ท่าถึง ๒๗ ล้าน ทีอียู ซึ่งตรงนี้จะบอกว่าช่องว่างในการขยายท่าเรือแหลมฉบัง แม้กระทั่ง ท่าเรือกรุงเทพฯ เรายังทําได้อีกมาก ท่าเรือกรุงเทพฯ น่าจะเปึนท่าเรือที่เราสามารถรองรับการขนส่งทางน้ําด้วย ตามแม่น้ํา เจ้าพระยา มาจากตั้งแต่นครสวรรค์ ขณะนี้มันมีปัญหาเรื่องสะพานบางแห่งที่มีระดับ สะพานที่ไม่เอื้อต่อการขนส่งทางน้ํา ซึ่งก็เปึนเรื่องของกระทรวงคมนาคมจะต้องปรับปรุง แก้ไขต่อไปนะครับ แต่ว่าสิ่งที่เราควรจะทํามากที่สุดในขณะนี้ก็คือว่า ทํารถไฟรางคู่ แล้วก็ พยายามให้สินค้าทุกชนิดมุ่งมาสู่ท่าเรือแหลมฉบังหรือท่าเรือกรุงเทพฯ ก็ตามนะครับ ด้วยการขนส่งที่ถูกราคาที่สุด เพราะว่าในราคาที่ถูกจะลดต้นทุนของโลจิสติกส์ ซึ่งจะเปึน ประโยชน์ต่อภาคการขนส่งสินค้าของประเทศไทย ซึ่งตรงนี้กระผมคิดว่าเราควรฉวย จังหวะนี้ให้เปึนประโยชน์และก็เท่าที่ทราบรถไฟรางคู่ซึ่งเราควรจะทํามาถึงท่าเรือแหลมฉบัง ก็จะมีรถไฟรางคู่ที่แก่งคอย คลอง ๑๙ ถึงฉะเชิงเทรา เส้นทางเพียง ๑๐๖ กิโลเมตร เข้าใจว่า คงจะอยู่ในแผนของกระทรวงคมนาคมอยู่แล้ว แต่เส้นทางช่วงฉะเชิงเทรา ศรีราชาและ แหลมฉบัง ซึ่งมีระยะทาง ๗๘ กิโลเมตรตรงนี้ เท่าที่ทราบก็เซ็นสัญญาไปแล้ว แต่ว่าถ้าหากว่า เส้นทางทั้งหมดสมบูรณ์ดีแล้ว กระผมก็คิดว่าทางท่าเรือแหลมฉบังก็มีความพร้อม เพราะว่าในขณะนี้ก็ได้เซ็นสัญญาสร้างทางรถไฟรางคู่ จากสถานีแหลมฉบังมาที่ท่าเรือแล้ว พร้อมกับอุปกรณ์ จาติกวณิช เอสอาร์ทีโอ (SRTO) หรืออุปกรณ์ จาติกวณิชการขนย้ายตู้ คอนเทนเนอร์ (Container) ซึ่งจะทําให้การขนส่งสินค้าได้รวดเร็วขึ้น เพราะว่าสามารถ ขนส่งสินค้าได้พร้อมกันถึง ๘ แทรค (Track) นะครับ อันนี้ก็ช่วยเร่งเวลา เวลานี่ก็เปึนส่วน หนึ่งของต้นทุนในโลจิสติกส์ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าแผนการของการท่าเรือแหลมฉบังมี ความพร้อมนะครับ แล้วก็มีการขนส่งด้วยระบบรางแล้วก็ต่อไปในอนาคต ถ้าหากว่า เราสามารถเชื่อมโยงระบบรางไปจนถึงเส้นทางถึงหนองคาย ต่อไปจนถึงเวียงจันทน์ กระผมคิดว่าในส่วนนั้นมันก็จะรองรับการขนส่งด้วยระบบรางแล้วก็จะมาที่ท่าเรือแหลมฉบัง ก็เปึนการพัฒนาท่าเรือในสิ่งที่กระผมคิดว่าเปึนประโยชน์ต่อระบบการขนส่งสินค้าของเรา โดยรวม ซึ่งตรงนี้เปึนเรื่องที่น่าจะสนับสนุน ปัญหาก็คือว่า ในขณะที่เรามีความคิดเราจะ ทําถนน ในถนนมันมีการขนส่งในสัดส่วนที่สูงมากอย่างที่กล่าวไว้ก็คือ ร้อยละ ๘๖.๓๒ แล้วก็มีแนวโน้มว่า ภาคของการขนส่งทางถนนมันจะเพิ่มขึ้นตลอดเวลาด้วยศักยภาพของ กรมทางหลวง รวมถึงกรมทางหลวงชนบท ซึ่งสูงกว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งการพัฒนาของการรถไฟค่อนข้างช้ามาก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม กระผมก็มีความหวังใน อนาคตที่ดีได้จากการให้สัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีที่บอกว่า แนวคิดเรื่องจะตั้งหน่วยงาน ๒ หน่วยขึ้นมา หน่วยแรกก็คือ เรื่องของหน่วยงานที่จะมาดูแลทรัพย์สินของการรถไฟโดยตรง อีกหน่วยหนึ่งก็คือ จะมาดูแลเรื่องของการบริหารการเดินรถ กระผมคิดว่าอนาคตของ การรถไฟอยู่ที่ ๒ หน่วยงานที่จะตั้ง ๒ องค์กรที่จะตั้งขึ้นมาใหม่นั้น เพราะว่าอดีตเท่าที่ ผ่านมา เราจะเห็นได้ชัดว่าการรถไฟเปึนการพัฒนาแบบถอยหลัง ๕๐ ป้ที่ผ่านไป การรถไฟแทบจะไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงเลย ที่กระผมจะเห็นได้จากสมัยนี้ก็มีแต่เพียงว่า เส้นทางรถไฟซึ่งทําระหว่างสุวรรณภูมิกับบางซื่อ แล้วก็เส้นทางในอนาคตสายใหม่ ตั้งแต่ บางซื่อผ่านไปถึงรังสิต กระผมคิดว่าตรงนี้คืออนาคตของการรถไฟที่จะได้มีรายได้ ที่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากรายได้ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่การรถไฟเท่าที่ควร โดยเฉพาะ น่าเสียดายที่การรถไฟมีพื้นที่หรือมีที่ดินอยู่มากมาย แต่นํามาใช้ประโยชน์ได้ไม่คุ้มเท่าที่ควร ตรงนี้น่าเสียดายมาก เพราะฉะนั้นในส่วนของ อีสท์ เวสท์ อีโคโนมิค คอริดอร์ ในขณะนี้ อาจจะไม่มีความคุ้มที่จะทํา เพราะว่ามันคงเปึนการยากที่จะขนสินค้าจากทางด้านพม่า ผ่านไปจนถึงเวียดนาม แล้วก็คงเปึนการยากที่จะหาสินค้าจากเวียดนามผ่านมาลงท่าเรือ ที่พม่าแล้วก็ท่าเรือกว่าจะพัฒนาเปึนท่าเรือสามารถขนส่งสินค้าไปทั่วโลกได้คงจะต้อง ใช้เวลา เพราะว่าจะต้องใช้สาธารณูปโภคอย่างอื่นร่วมด้วยอีกต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม มหาศาล ซึ่งตรงนี้น่าจะเปึนโอกาสของประเทศไทยในการพัฒนาขีดความสามารถของ ท่าเรือทั้งแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพฯ ซึ่งเรามีอยู่มากมายแล้วให้มีขีดความสามารถ เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับอนาคตของประเทศชาติ แล้วสิ่งที่จะดีที่สุดก็คือ ในขณะที่เศรษฐกิจ ถดถอยในขณะนี้ เศรษฐกิจมีปัญหาขณะนี้ เรามีการลงทุนที่ดีที่จะส่งผลถึงอนาคตของเรา ในอนาคตข้างหน้า ซึ่งกระผมมีความหวังในเรื่องของการพัฒนาโลจิสติกส์ตรงนี้ ค่อนข้างมาก ขอบคุณครับ
เชิญคุณทองดี มนิสสาร อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ เชิญท่านเรวัต สิรินุกุล ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ กรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ มาถึงวันนี้เปึนเรื่องแปลกเหมือนกันนะครับท่านประธานครับ ในช่วง ก่อน ๆ สมัยก่อนพี่น้องประชาชนกู้เงิน พร้อมที่จะกู้เงินโดยไม่คิดมาก แต่ต้องการจะ บุกเบิก สร้างฐานะ สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับทั้งครอบครัวตนเอง แต่มาถึงวันนี้พี่น้อง ประชาชนกลัวครับ กลัวการกู้เงิน ซึ่งตรงข้ามกับรัฐบาล รัฐบาลไม่กลัวกู้เงิน ความจริง กระผมก็เห็นด้วยว่า กระผมเคยกราบเรียนมาแล้วนะครับ กราบเรียนแล้วก็ต้องกราบเรียน อีกว่าเวลากู้เงิน กู้มาเพื่อพัฒนา เพื่อมาสร้าง เกิดความเจริญรุ่งเรือง กระผมเห็นด้วย เมื่อสักครู่กระผมได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ก็ยังขาดไปอีกกระทรวงหนึ่งคือกระทรวงมหาดไทย เพราะว่าการกู้เงินจํานวน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่นะครับ เอามาเพื่อโครงการ ๔ โครงการด้วยกัน คือโครงการ ก่อสร้างทางสายหลัก ๔ ช่องจราจร สร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา บริเวณ ถนนนนทบุรีของกรมทางหลวงชนบท แล้วก็โครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ ๘ ของการประปานครหลวง โครงการรถไฟฟัาสายสีน้ําเงิน ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังท่านบอกว่า ความจริงแล้วโครงการทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่มันมาจาก รัฐบาลก่อน ๆ แต่ถ้าเพิ่งมากู้เงิน แล้วรัฐบาลก่อน ๆ ก็เคยกู้เงินมาแล้ว แต่ว่าไม่ได้ทําตาม รัฐธรรมนูญที่เขียนเอาไว้มาตรา ๑๙๐ เพราะฉะนั้นการกู้ครั้งนี้ก็จําเปึนต้องมาบอกให้ รัฐสภาได้รับทราบ ท่านประธานครับ กระผม เรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กระผมก็ได้ฟังท่านสมาชิกได้พูดกันเยอะนะครับ ถึงปัญหาที่ว่ากู้มาแล้วจะมีปัญหาใน เรื่องการเกิดทุจริตคอร์รัปชันไหม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ท่านก็บอกว่า ก็ยังไม่ได้ทํา เพิ่งจะเริ่ม แล้วก็จะทํา ก็ยังไม่มีปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระผมเห็นท่านดูนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมพูดอะไรอยู่ ท่านดู กระผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ครับก็ดูแลกันได้ แต่สิ่งที่ น่าเปึนห่วงในขณะนี้ก็คือว่า ในขณะนี้ครับท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องพี่น้องประชาชน เดือดร้อนมีมาก น้ําก็ท่วมนะครับ พืชไร่เสียหายเยอะครับ แล้วก็การกู้เงินที่เอาใจใส่มาดูแล เรื่องนี้ไม่มี พี่น้องประชาชนเขาก็ไม่ค่อยจะชอบ อย่างชื่อนะครับ พอขึ้นชื่อนี่ กู้เงินจาก ต่างประเทศ แผนการก่อหนี้ พี่น้องประชาชนได้ยินก็กลัวแล้วครับ กลัวแล้ว เอาแล้ว ก่อหนี้ แล้ววันจันทร์นี้จะมีเรื่องก่อหนี้อีกแล้ว ประชุมเรื่องก่อหนี้อีก อย่างนี้เปึนต้น เมื่อเปึนอย่างนี้มันก็ทําให้ไม่สบายใจเหมือนกัน ท่านประธานเชื่อไหม ก็ไม่น่าเชื่อว่าที่เอา เงินไปให้คนละ ๒,๐๐๐ บาท ก็มีบางท่านนะครับ ก็ไม่น้อย ก็บอกว่าเงินจํานวนนี้ถ้ากู้เอา มาให้แล้วไปเปึนหนี้เขา เขาก็ไม่อยากได้นะ เขาไม่อยากได้ นี่เปึนเรื่องจริงที่เกิดขึ้นนะครับ ท่านประธาน เขาไม่อยากได้ เพราะฉะนั้นกระผมก็คิดว่ามาถึงวันนี้แล้วพี่น้องประชาชนก็เข้าใจดี พร้อมครับ ประชาชน ทั้งประเทศพร้อมจะเสียสละร่วมทุกข์ร่วมสุขกับรัฐบาลกันต่อไป อะไรที่เปึนประโยชน์ กระผมเชื่อว่าเขาพร้อมที่จะดําเนินการต่อ นี่เปึนเรื่องจริง ณ วันนี้ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น กระผมจึงดีใจว่าถ้ากรณีอย่างนี้เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านบอกว่า จริง ๆ แล้วยังสามารถกู้ได้อีกนะครับ กู้ได้ถึง ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ความจริงเพิ่งกู้ มาแสนเดียว กระผมก็เลยเห็นว่าถ้าอย่างนี้อีก ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทกู้มาสิ ท่านรัฐมนตรีกู้มาเลย กู้มาทําอะไร กู้เอามาทําถนน ๔ ช่องจราจรยังมีอีกเยอะ เอามาทําครับ เพราะว่าปัจจุบันนี้ท่านประธานครับ ท่านจะไปจังหวัดบุรีรัมย์หรือไปอีสานทางเหนือ ทางใต้ ถนนหนทางเราดีมาก ลดความเสี่ยงภัย แล้วก็ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มากมายครับ คุ้มครับ คุ้ม ที่ไหนยังไม่มีทําเลยครับ แล้วถนนเขาเข้าไปในจังหวัดต่าง ๆ ยัง ไม่เห็นเขาทําเลยครับ ทําเลยครับ เอากู้เขามา แล้วก็ในช่วงที่ดีอย่างท่านว่ากระผมเห็นด้วย เปึนช่วงที่ดีที่จะกู้ตอนนี้ ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีฟุ๋นฟูเศรษฐกิจต้องใช้เงิน กู้เงินมาบูรณะ เลยครับ แต่อย่าลืมไปอย่างหนึ่งว่าอย่าให้พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน พืชผลเกษตร ตกต่ําหาเงินมาให้เขา หาเงินมาจํานํา รับจํานําเดี๋ยวนี้ข้าวก็ถูก ๑๒,๐๐๐ บาท ได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท บางทีก็ไม่ถึงด้วยซ้ําไป เขาก็ต้องเอา อย่างนี้เปึนต้น อันนี้เปึนเรื่อง สําคัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านอยู่ ท่านสนใจ ก็ฝากเรื่องนี้ไว้นะครับ
อันหนึ่งที่กระผมคิดว่ายังไม่ได้รับคําตอบจากกระทรวงมหาดไทยเรื่อง น้ําประปานครหลวง ที่จะเอาเงินนี้มาทําน้ําประปา ท่านประธานครับ บริษัทที่ทํา น้ําประปาอยู่ บริษัทแข็งแรงนะครับ ลงทุนเยอะแล้วก็มีเงินมหาศาล คืออีสท์ วอเตอร์ (East Water) ใช่ไหมครับ ถ้ากระผมเรียกผิดก็ต้องขออภัยด้วย เขาลงทุนครับ สร้างเยอะเลย เงินตรงนี้กระผมก็ไม่แน่ใจว่าทําไมไม่ปล่อยให้เขาทํา รัฐบาลไปกู้เงินมาทําเองทําไม ปล่อยให้ เขาทําสิครับ ปล่อยให้เขาทําดีกว่า ดีกว่าที่รัฐบาลมากู้เงิน แล้วก็ดีไม่ดีก็ให้บริษัทนี้ทําอีก มันก็จะมองในข้อครหาว่าถ้าอย่างนี้มันน่าจะปล่อยให้บริษัทเอกชนเขาทํา และในช่วง ในปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมเราก็ไม่ค่อยดีพอ แล้วภาคที่จะไปทําน้ําประปาเอาไปให้ใคร ภาคเอกชนเขาก็เพียงพออยู่แล้ว น้ําประปานครหลวงปัจจุบันนี้ก็เพียงพอ อย่างเมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกได้พูดไปเอาน้ําจากเมืองกาญจนบุรีมา จริง ๆ แล้วนั่นก็อันหนึ่งต้นทุนก็ลดไป เมืองกาญจนบุรีก็ขุดคลองมานะครับ บางทีเมืองกาญจนบุรีก็ไม่มีใช้ ก็เอามาให้ กรุงเทพมหานครใช้ เรื่องอย่างนี้ครับท่านประธานครับเอาไปทํา ไปทําทําไม ไปทําทําไมครับ ก็อยากจะฟังจากกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแลเรื่องนี้อยู่ว่ามีความจําเปึนอย่างไรนะครับ อย่างนี้ถ้ามีความจําเปึนจริง ๆ น้ําประปาขาดแคลนเอาเลยกู้มาทําไม่ว่ากัน ไม่มีปัญหา แต่ในขณะนี้มีปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า เรามีความจําเปึนไหมต้องกู้เงินตรงนี้ มีความจําเปึน ไหมครับท่านประธาน ปล่อยให้เอกชนเขาทํา เอกชนเขาก็มีรายได้ในขณะที่เศรษฐกิจไม่ดี ให้เขามีรายได้ไป อย่างนี้เปึนต้นนะครับ
มาอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งได้ฟังมาแล้วว่าหนี้สาธารณะขณะนี้ ๕๐ : ๕๐ ขึ้นแล้วเกือบ ๖๐ แล้ว หรือ ๖๐ เศษก็ได้ ความจริงแล้วหนี้สาธารณะนี่ครับท่านประธานครับเปึนเรื่องที่สําคัญ เพราะว่า พี่น้องประชาชนทําให้เปึนหนี้ ถ้าก่อหนี้เมื่อไรพี่น้องประชาชนก็เปึนหนี้เมื่อนั้น เพิ่มไป ๆ ซึ่งแต่ละคน แต่ละหัวต่อหนี้สาธารณะ คนหนึ่งเดี๋ยวนี้ก็ ๕๐,๐๐๐ กว่าบาทแล้วต่อคนนะครับ ตรงนี้มันก็เปึนปัญหาที่เกิดขึ้น กระผมเองได้ทราบมาว่า การก่อหนี้สาธารณะมันก็ต้องดู ฐานะ อย่างถ้าหากว่ารัฐบาลที่ก่อหนี้สาธารณะ ๗๐ ๘๐ ๙๐ ๑๐๐ กว่าก็มี อย่างนี้ อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ์น หรือออสเตรเลีย เขาหนี้สาธารณะสูง เพราะอะไร ประเทศเขามีทรัพยากรสูงครับ ท่านประธานอย่าเพิ่งพูดนะว่าหมดเวลา
ก็คงจะพอในเนื้อหาสาระอย่างดี น้ําประปาได้ดีที่สุดแล้วครับ ชาวบ้านได้ฟังแล้ว เรื่องท่านต้องการน้ําประปาดีที่สุดแล้วครับ พอแล้ว ขอบคุณครับ ต่อไป
เดี๋ยวสิ ท่านประธาน ๓ ครั้ง ครั้งนี้ครั้งที่ ๓ แล้วที่ใช้วิธีการอย่างนี้ แหม ท่านรองประธานท่านดีนะ พูดไป ๒ นาที ๓ นาที ท่านปล่อยให้พูด ท่านประธานนี่เป็ะ
ก็ท่าน
เอาละ กระผมจะสรุปดีกว่าท่านประธาน กระผมสรุปว่าอย่างนี้ครับ กระผมอยากเห็นการกู้เงินมานี่ อย่างที่ท่านผู้มีเกียรติ สมาชิกสภาแห่งนี้อยากเห็นเหมือนกันว่า กู้มาแล้วเพื่อที่จะให้ ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง กระผมเห็นด้วยทุกบาททุกสตางค์ อย่างทําถนนหนทาง อันนี้ดีมาก แล้วคุ้มค่า คมนาคม เงินที่เหลือติดต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเลย กู้มาอีกครับ เหลือ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้มา กู้มาสร้างครับ สร้างให้เกิดความเจริญ ถนนไร้ฝุ์นนี่ยังอีกเยอะแยะ พูดถึงเรื่องนี้ มี ส.ส. ของเราเอามาเขียน ทําถนนไร้ฝุ์น คนหนึ่งตั้งหลายล้านนะครับท่านประธาน ๕๐-๖๐ ล้านบาท งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ถนนไร้ฝุ์นจะได้สักกี่สตางค์ เยอะนะครับ กระผมก็ว่าเปึนประโยชน์ อันนี้เปึนประโยชน์ เปึนประโยชน์จริง ๆ กลับไปบ้าน ท่านประธานครับ ไปบ้านท่านสบายเลย ไม่ต้องกินฝุ์น นอนกินฝุ์น นั่งกินฝุ์น ไม่ต้อง นอนหลับสบาย อย่างนี้เปึนต้น เอางบประมาณอย่างนี้ เอาเข้าไป ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเอามาทําถนนไร้ฝุ์นเสีย นี่คือสิ่งที่กระผมเห็นด้วยและ เปึนประโยชน์ กระผมก็คงจะต้องกราบเรียนไว้แค่นี้ครับ กระผมจริง ๆ นะท่านประธาน กระผมภาวนาว่าท่านประธานอย่าเพิ่งขึ้นมา ยังไม่ทันไรขึ้นมาเลย ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในการพิจารณากรอบการเจรจาเพื่อจะกู้เงินต่างประเทศ พูดสั้น ๆ อย่างนั้นนะครับ ในครั้งนี้ ผมดูแล้วตั้งแต่เข้ามาอยู่ในสภา ตั้งแต่รัฐบาลนี้แถลงนโยบาย สิ่งที่ผมได้ยินเวลาเอาเข้ามา ก็คือมีการกู้เงิน แล้วการกู้แต่ละครั้งท่านก็เอาไปทําโครงการใหญ่โต ทําเสมือนหนึ่งว่า ประเทศนี้ไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ ยิ่งเวลาท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ไม่ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ตาม ท่านมาพูด ยิ่งเห็นชัดเจนว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลนี้น่าเปึนห่วงมาก ที่น่าเปึนห่วงเพราะว่า มันสะท้อนว่าท่านไม่ได้สําเหนียกรู้อย่างแท้จริงว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤติ ทางเศรษฐกิจ เพราะท่านมักจะอ้างว่าโครงการทั้งหมดในวันนี้ท่านบอกว่าเปึนมาแต่ รัฐบาลก่อน ๆ ก็เลยมาทําตาม ก็แสดงว่าหูท่านได้ยิน ตาท่านก็ดูว่าวิกฤติของโลกมันเกิด วิกฤติประเทศไทย แต่ท่านไม่ได้คํานึงเอาวิกฤตินั้นมาเปึนตัวตั้งในการที่จะไปกู้หนี้ในการ ที่จะไปทําอะไรเลย นี่คือสิ่งที่ผมฟังมาวันนี้ เพราะฉะนั้นผมยืนยันกับท่านประธานว่า ในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรที่ประชาชนชนบท ชาวจังหวัดมหาสารคาม ภาคอีสาน เขาเลือกมานี่ วันนี้ฟังทุกโครงการนี้จะส่งผลถึงพี่น้องประชาชนในชนบทที่กําลังทุกข์ยากเดือดร้อน ประสบภาวะวิกฤติไม่มีเงินมีทอง แล้วสินค้าการเกษตรก็ล้นอยู่ที่บ้านไม่เปึนราคา ท่านไม่ได้ใช้เงินเพื่อที่จะทําให้เศรษฐกิจมันเปลี่ยนแปลงเร็ว แล้วก็แก้เศรษฐกิจ แล้วท่านกู้มา จนผมงงไปหมดแล้ว แรก ๆ ท่านบอก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวท่านก็ว่า ๑.๕๗ ล้านบาท วันนี้บางกรอบท่านบอกว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บางโครงการก็ ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เปึนเรื่องรถไฟฟัา เปึนเรื่องสะพานข้ามแม่น้ํา เปึนเรื่องซึ่งไม่เร่งด่วน คือบอกว่า ถ้าไม่ทําสิ่งเหล่านี้พี่น้องประชาชนก็ไม่ได้เดือดร้อนยากจนลง แต่สิ่งที่เขากําลังยากจนอยู่นี้ คือ สินค้าเขาเต็มบ้าน ขายไม่ได้ราคา เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ประชาชน ๗-๘ ล้านคน ไม่มีรายได้ ตกงาน ท่านไปยืมเงินมาท่านก็ไม่ดูแลเขา เสร็จแล้วท่านก็บอกเอาคนเงินที่มี เงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท แจกไป ๒,๐๐๐ บาท คนที่ได้ ๒,๐๐๐ บาท ก็อย่างที่ ท่านเรวัตว่า ถ้ารู้ว่า ๒,๐๐๐ บาทแล้วต้องเปึนหนี้อีก ๕๐,๐๐๐ บาท มาเอาไปคืนเลย ไม่เอาแล้ว นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมถามท่านว่าในขณะที่ท่านเปึนรัฐบาล ท่านมีมันสมองในการที่จะดูว่าโครงการเก่า ๆ ที่มันต่อมาจากรัฐบาลที่แล้วถ้าท่านหยุด ท่านไม่ทําไม่ก่อหนี้สิ่งนี้ท่านจะเปึนอะไร ทําไมต้องมากู้เพิ่ม กู้ตอนนี้ กู้โดยไม่เลือก แล้วทําไมไม่ใช้สติปัญญาหาวิธีกู้เงิน กู้มากกว่านี้ก็ได้ แต่กู้มาแล้วท่านเอาไปซื้อ ไปประกันสินค้าเกษตรที่มันเกิดขึ้นในชนบท ข้าวทุกเม็ด ยางทุกแผ่น ข้าวโพดทุกเม็ด ให้ประกันราคาขายได้ตลอด เงินเปึนแสนล้านบาทให้มันไปอยู่กับมือประชาชน ทําไมไม่ทํา ถ้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจวิกฤติ ผมอยากจะถามท่านหน่อยว่าโครงการที่ขอวันนี้ กรอบเจรจา วันนี้อะไรที่มันส่งผลเร็ว ๆ ที่จะแก้เศรษฐกิจวันนี้มันไม่มี ผมเปึนผู้แทนราษฎร เปึน ครูบาอาจารย์มาธรรมดานี่แหละ ไม่ต้องเปึนคนที่นักเศรษฐกิจหรือว่าเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังอะไรนี่ แต่ถ้าผมไปเปึนผมจะไม่ทําอย่างนี้ ผมจะทําให้พี่น้องประชาชน ลืมตาอ้าปากจากเงินกู้ กู้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้มันไปอยู่ในมือ เกษตรกร คนทุกข์คนยากเดือดร้อนเขาจะได้มีเงินจับจ่ายใช้สอย แล้วมันก็จะฟุ๋นคืนมาได้ แต่นี่มันสร้างสะพานข้ามแม่น้ํา แล้วมันจะกู้อะไรเวลานี้ มันไม่มี มันไม่ต้องไปเรียนอะไร มากหรอก มองดูก็รู้ว่าสร้างไป ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไปเกี่ยวอะไรกับ เศรษฐกิจเฉพาะหน้าวันนี้ แต่ว่าผลผลิตการเกษตรที่กองอยู่เต็มถนน กองอยู่ตามสวนที่มัน จะเปึนเงิน ผมไม่อยากให้ท่านไปแจกฟรีหรอก แต่ว่าไปรับประกันเขาสิ ประกันให้มันได้ จริง ๆ ไม่ใช่ประกันแล้วทําพอเหยาะ ๆ แหยะ ๆ เหมือนมันสําปะหลัง ประกันเสร็จแล้ว ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เวลาไปขายก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง ฟัองกันมาหมด สินค้าทุกตัวบอกประกัน เปึนการทําเปึนตัวอย่างทั้งนั้น ทําไมไม่ทุ่มเงินตัวนี้ลงไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะถามว่า ในตามพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ เขามีกําหนดไว้ไหม ว่า มาตรฐานของประเทศที่กําลังพัฒนาอย่างประเทศไทยเขากําหนดวงเงินกู้สูงสุดไว้ไหม แล้วผมอยากได้รับคําตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าวันนี้มันเกินมาตรฐานที่ เขาตั้งไว้หรือยัง แล้วมันใกล้จะเกินแล้ว วันจันทร์นี้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเปึนอย่างไร แล้วในขณะที่มันทะลุไปแล้ว จีดีพี ป้หน้ามันลดลงมันเปึนอย่างไร มันจะเกิดอะไรขึ้น ภาระหนี้ เหล่านี้ท่านมากู้แล้วก็ไม่รู้ว่าท่านจะอยู่นานเท่าไร มีคนที่ได้ยินท่านประธานพูดว่าก็อยู่ ไม่นาน ผมก็ไม่ทราบท่านประธานของผมพูดจริงหรือเปล่า มันคงอยู่ ๓ เดือนอะไรนี่ ท่านประธานบอกว่า ๓ เดือน ๖ เดือนอะไร สื่อเขาบอกทํานองนี้แหละ เพราะฉะนั้นท่านกู้ แล้วท่านก็จะไปใช่ไหมล่ะ โครงการนี้ เสร็จแล้วคนที่จะไปไหนไม่ได้คือพี่น้องประชาชนผม ใช่ไหมล่ะ ต้องก้มหน้าก้มตารับหนี้ แล้ววันนี้ถ้าหากจะมีคนออกมาเชียร์รัฐบาลนี้ เขาตะโกนว่าอย่างไรล่ะ เขาก็ต้องตะโกนว่า อภิสิทธิ์ กู้ กู้ ใช่ไหมล่ะ นี่มันเปึนอย่างไรกัน ทําไมไม่รู้จักว่านี่เข้ามา ผมเพิ่งได้รับหนังสือวันนี้ วันจันทร์จะขออะไรก็ขอกฎหมายก็ใช้เสียงมาก มันจะทะลุเพดานแล้วใช่ไหมล่ะ ตามมาตรฐานของประเทศที่กําลังพัฒนา หรือว่าท่านต้องกู้ไม่มีลิมิต (Limit) เหมือน ประเทศญี่ปุ์นอย่างนั้นหรือ ศักยภาพของท่านมันเท่าเขาหรือ สป่ริต (Spirit) มันเท่าเขาหรือ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ์น หัวหน้าพรรคอะไรเปลี่ยนกัน พอใครตามว่าข้อผิดพลาดนิดหน่อย เขาแสดงความรับผิดชอบแล้ว แต่ของเรายิงกันไม่รู้กระสุนหมดเท่าไร เลือดท่วมแผ่นดิน ไม่มีใครออกมารับผิดชอบในเหตุการณ์เหล่านี้ แล้วก็พูดกันไปต่าง ๆ นานา สภาวะอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมถึงไม่เห็นด้วย แล้วก็เมื่อมาดูรัฐธรรมนูญ ผมก็ไปชําเลืองดู รัฐธรรมนูญหมวดว่าด้วยเศรษฐกิจ ก็อุตส่าห์เขียนไว้นะนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนที่ ๗ เขียนว่า แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ รัฐธรรมนูญกําหนดไว้เลย ว่ารัฐบาลใดก็ตามมาแล้ว ต้องทําตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๓ ว่าไว้ชัดเลย รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้มีการดําเนินการตามแนวนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง นี่อุตส่าห์ เขียนไว้ก่อนมาตราแรกเลยนะ ปกติถ้าเขียนก่อนนี่สําคัญ เวลาชาติบ้านเมืองเกิดวิกฤติ ท่านน่าจะไปพลิกดูนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แต่ท่านไม่ดู ท่านบอกว่าวันนี้ท่านตกอยู่ใน กระแสทุนนิยมโลกาภิวัตน์ เสร็จแล้วก็วิ่งตามเขาใหญ่ ใส่เงินทุ่มลงไป มันไม่ได้หรอกครับ เพราะท่านกู้แล้ว ท่านก็จะไป ไม่รู้ใคร แต่ว่าประชาชนรับหนี้แน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าดู ตามแนวนโยบายแห่งรัฐในภาวะวิกฤติแห่งนี้ โครงการทั้งหมดที่พูดอยู่วันนี้หรือจะพูดอยู่ วันจันทร์อีก ก็เลยไปเลยก็ได้มันไม่เหมาะสม ถ้าท่านกลับมาดูประเทศไทยวันนี้ ถ้าไม่กู้มา สร้างสิ่งเหล่านี้จะอยู่ได้ไหม อยู่ได้ เพราะการอยู่ การกิน ปัจจัยต่าง ๆ มันท่วมประเทศไทย อยู่แล้ววันนี้ เพราะฉะนั้นต้องพูดความจริงในเวลาชาติเกิดวิกฤติ ไม่ใช่ว่าทําแล้วก็ออกมา แถลงว่าโครงการเหล่านี้มาจากรัฐบาลก่อน ๆ ทั้งสิ้น มันใช้ไม่ได้ครับ ก็เหมือนกับท่านว่า ไม่ได้พิจารณาอะไร พอดีมีโอกาสโครงการใหญ่ โครงการใหญ่ ๆ แบบนี้ไม่ต้องว่าใคร หรอกครับ ถามชาวบ้านเขาก็รู้ว่าเศรษฐกิจมันจะดีอยู่กระเปิาใคร เพราะฉะนั้นผมถึง ไม่เห็นด้วยเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นขอถามผ่านท่านประธาน นะครับว่า กรอบการกู้เงินจากต่างประเทศทั้ง ๔ โครงการนั้น กระผมขอแสดงความ คิดเห็นในเรื่องของกรอบที่ ๑ การขยายถนน ๔ ช่องทางจราจร ระยะทางทั้งหมด ๔๓๓ กิโลเมตร งบประมาณทั้งหมด ๕,๖๒๐ ล้านบาทนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงต่อที่ประชุมแล้วครับว่าถนนทั้งหมด ๗๘ สาย แต่สิ่งหนึ่งนั้นที่กระผมอยากจะฝากถึงรัฐบาลให้มองเห็น โดยเฉพาะ ถนนพหลโยธิน มีช่องทางที่สมควรที่จะขยายหลายจุด รัฐบาลกลับไม่มองเห็น ก็อยากจะ ฝากไว้ตรงนี้ ในส่วนกรอบที่ ๒ การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา ซึ่งในส่วนนี้ กระผมคิดว่าหาก กทม. ส่วนหนึ่งและเทศบาลจังหวัดนนทบุรี ๒ ส่วนนี้สามารถทําได้เลย โดยไม่ต้องใช้กรมทางหลวงชนบทที่จะต้องมากู้เงินถึง ๒,๖๐๐ ล้านบาท สําหรับเงิน ๒,๖๐๐ ล้านบาทนั้น ก็อยากจะฝากเปึนถนนไร้ฝุ์น ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นตามที่กระผมได้ตั้งข้อสังเกตว่า ถนนไร้ฝุ์นที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ มีความหวัง มีความต้องการที่อยากจะได้ถนนไร้ฝุ์นเพื่อสัญจรไปมา เพื่อความสะดวก ในการขนส่งสินค้าพืชไร่ ตลอดทั้งการสัญจรไปมาให้ได้สะดวกนี่ความจําเปึน แต่การกู้เงินครั้งนี้ในกรอบที่ ๒ กระผมไม่เห็นด้วยเลยในเรื่องการสร้างสะพาน หากจะมี รัฐบาลอาจจะปรับเปลี่ยนนะครับ ปรับเปลี่ยนมาเปึนสร้างถนนไร้ฝุ์นให้กับพี่น้อง ประชาชน กระผมก็จะเห็นด้วย แต่ที่จะไปสะพานกระผมคิดว่าใช้เงิน กทม. กับทางจังหวัด นนทบุรี ก็สามารถที่จะดําเนินการได้นะครับ ในกรอบที่ ๒ สําหรับกรอบที่ ๓ ท่านประธานครับ ในเรื่องของปรับปรุงระบบประปานครหลวง ๒๐๐ ตารางเมตร งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้กระผมไม่เห็นด้วยครับ ไม่เห็นด้วยเพราะอะไรครับท่านประธาน ประปานครหลวง เปึนรัฐวิสาหกิจมีรายได้ มีกําไรนะครับ ป้หนึ่งประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในขณะนี้ จะไปกู้เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทมาปรับปรุงระบบประปานครหลวงในเขต กทม. และ ปริมณฑล กระผมไม่เห็นด้วยครับ แต่หากจะไปทําประปาภูมิภาคให้กับพี่น้องประชาชน ในต่างจังหวัดและชนบทก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ สิ่งนี้ที่ กระผมไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ทบทวนนะครับว่า ประปานครหลวง มีเงินกําไรป้หนึ่งประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นหากเราไปกู้เงินให้เขาโดย ไม่มีความจําเปึนครับท่านประธาน ทางรัฐบาลนะครับฝากท่านประธานให้ช่วยพิจารณา ให้ประปาภูมิภาคในชนบทเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทกู้ให้ประปาภูมิภาค ให้ไปขยายให้กับ พี่น้องประชาชนตามร้องขอมา พี่น้องประชาชนในชนบทบางจุดไม่มีน้ํากินน้ําใช้อย่าง เพียงพอหลายจุดหลายแห่งด้วยกันนะครับ นี่คือกระผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้ และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบที่ ๔ ตามที่วางกรอบไว้โครงการสร้างรถไฟฟัาสีน้ําเงิน กระผมก็อยากจะฝากท่านประธานรัฐสภา ผ่านถึงทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและโดย ท่านรัฐบาลนะครับว่า อยากจะให้ใช้เงิน กทม. นะครับ ให้ใช้เงิน กทม. เถอะครับ เพราะ กทม. มีศักยภาพมีเงินจํานวนมากป้หนึ่งเหลืองบประมาณเปึนหมื่น ๆ ล้านนะครับ สามารถดําเนินการได้ในส่วนนี้จะไม่กระทบกระเทือนในเรื่องของการกู้เงินเลยนะครับ การกู้เงินนั้นกระผมเห็นด้วยไม่ขัดข้องในการที่จะกู้เงินนะครับ หากเรามีความจําเปึน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเกษตร ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ภาคเกษตรโดยเฉพาะ ในขณะนี้เกษตรกรต้องการแหล่งน้ํา หรือเปึนระบบท่อส่งน้ําให้กับพี่น้องเกษตรกรก็ดี หรืออาจจะขุดลอกห้วย คลอง หนอง บึง ต่าง ๆ สร้างอ่างเก็บน้ําขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ใด ๆ ก็ตามนะครับ โดยให้ทางกรมชลประทานดําเนินการ พี่น้องประชาชน ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ก็จะได้ผลผลิตจากการที่ได้มีน้ําทําไร่ทํานา กระผมในฐานะที่เปึนตัวแทนของ เกษตรกรคนหนึ่ง เพราะปัจจุบันนี้ก็ยังทําไร่ทํานาอยู่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น กระผมจึงเห็นว่าน้ํายังมีความจําเปึนต่อพี่น้องชาวไร่ ชาวนา และชาวสวนที่รอคอย น้ําเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบชลประทาน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของ พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นชลประทานจะต้องขยายระบบชลประทานให้อีกหลาย ๆ ล้านไร่ถึงจะให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเพียงพอ หากพี่น้องประชาชนมีน้ําทํานา มีภาคเกษตรทุกอย่างไม่ขาดน้ําแล้ว กระผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ภาคเกษตรร่ํารวยแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ก็อยากจะฝากให้ทางรัฐบาลนะครับ ในเรื่องของน้ํามัน ในขณะนี้หากมีการทรงตัว หรือให้คงอยู่ขณะนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร หากน้ํามันขึ้น สินค้าทุกอย่างมันขึ้นหมด ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ กระผมแสดงความคิดเห็น และตั้งข้อสังเกตไว้ก็อยากจะผ่านท่านประธานรัฐสภาและให้ รัฐบาลได้พิจารณาให้กับกลุ่มเกษตรกรให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงในเรื่อง ภาคเกษตร
และอีกส่วนหนึ่งท่านประธานครับ เครื่องมือเครื่องใช้ของกรมชลประทาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง กรมทางหลวงชนบทก็ดี กรมทางก็ดี กรมชลประทานก็ดี เครื่องจักรมีอยู่เยอะแยะ หรือหน่วยทหารช่างก็ดี ในขณะนี้ท่านให้ หน่วยงานนี้ดําเนินการขุดลอกคลองให้กับพี่น้องประชาชนหน่อยครับ เพราะหน่วยงานนี้มี เครื่องจักรอยู่พร้อมแล้ว ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดําเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยด่วน ในเรื่องของน้ําท่วมก็ดี หากน้ําท่วมจะทําอย่างไร จะสร้างแก้มลิงให้กับหมู่บ้าน ตําบล ตําบล อําเภอให้แก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วมโดยฉับพลันนะครับ เราแก้ได้ และน้ําแล้ง หากเราขุดจากที่ตื้นเขินให้มันลึกลงไป เราก็สามารถที่จะกักเก็บน้ําไว้ใช้ในฤดูขาดแคลนได้ นี่เปึนการเพิ่มผลผลิตให้กับพี่น้องประชาชนครับ
และเรื่องสุดท้าย ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เรื่องที่พี่น้องประชาชน ไม่สบายใจ กระผมในฐานะเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย ผู้แทนนี่ครับ ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ เปึนลูกน้องของพี่น้องประชาชน เปึนลูกน้องชาวบ้านนะครับ เขาเลือกเรามาใช้ แต่วันนี้สิ่งที่กระผมไม่สบายใจอย่างที่รัฐบาลจะประกาศขึ้นภาษีที่ดินและภาษีโรงเรือนกับ พี่น้องประชาชน ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนก็ดี กระผมยังไม่เห็นด้วย ก็อยากจะให้รัฐบาลได้ ทบทวนหรือชะลอไปก่อน ซึ่งในขณะนี้พี่น้องประชาชนจะเสียภาษีก็ยังไม่มีจะเสียอยู่เลยครับ เพราะเขาขาดรายได้ ท่านประธานครับ เขาทําภาคเกษตรก็ขาดทุนเพราะต้นทุนมันสูง น้ํามันก็แพง ปุิยก็แพง แต่พืชผลเกษตรทุกอย่างตกต่ําหมด เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ กระทบกระเทือนกับพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผมแสดงความคิดเห็นนั้นก็อยากจะฝากถึงท่านประธานรัฐสภาให้ รัฐบาลได้ทบทวนในเรื่องกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่พี่น้องประชาชนจะมี ผลกระทบในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นกระผมในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยก็อยากจะฝากให้ ทางรัฐบาลได้ชะลอหรือระงับไว้ก่อน ให้เศรษฐกิจพี่น้องประชาชนดีแล้วค่อยเร่ง ดําเนินการ เราจะไม่ขัดข้องนะครับ กระผมต้องขอขอบคุณท่านประธานรัฐสภาและ รัฐบาลนะครับ สิ่งที่กระผมได้นําเสนอไปนี้อาจจะเปึนข้อเสนอ ตั้งข้อสังเกตให้รัฐบาลได้ เร่งดําเนินการ ขอบคุณครับ
เชิญร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้รัฐสภาของเราได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อพิจารณากรอบการเจรจาสนธิสัญญาต่าง ๆ หรือ ร่างพิธีสารอะไร ทั้งนี้ เปึนไปด้วยบทบัญญัติของมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งท่านประธานก็คงจะเคยได้ยินที่มีสมาชิก บางท่านหรือประชาชนบางกลุ่ม บางหมู่ บางเหล่า เรียกกันว่า รัฐธรรมนูญโจร คือร่างมา โดยไม่ถูกต้อง มาจากการปฏิวัติรัฐประหารยึดอํานาจ ฉีกรัฐธรรมนูญเก่าที่มาจากการร่าง ของประชาชนแล้วก็เขียนรัฐธรรมนูญมาบังคับใช้ ตัวนี้เปึนตัวอุปสรรคที่ทําให้รัฐบาล บริหารงานไปโดยไม่มีประสิทธิภาพ ต้องเสียเวลามาขออนุมัติจากสภาไม่ว่าจะทําอะไรที่ เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ตัวนี้เปึนตัวถ่วงความเจริญของประเทศชาติ ในขณะเดียวกัน ในส่วนของรัฐบาลนั้นในฐานะเปึนสมาชิกรัฐสภากระผมขอตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลนี้มิได้ บริหารราชการแผ่นดินด้วยความรอบคอบ ตัวอย่างหนึ่งที่สมาชิกได้พูดตั้งแต่เช้า หลายท่าน ก็คือเกี่ยวกับเรื่องเช็คช่วยชาติที่ช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทตามนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับ นี่ถ้าไม่ใช่ชอบกันนะ กระผมถือว่า ดูถูกกระผม อย่างกระผมนี่หรือครับ เอาเช็คช่วยชาติมาให้ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ทําไม นี่ถ้าไม่ชอบกันกระผมถือว่าเปึนการแช่งให้กระผมจน หรือไม่ก็เปึนการดูถูกกัน กระผม เปึนผู้แทนราษฎรเงินเดือนเปึนแสนบาท ทําไมจะจ่ายเช็คช่วยชาติให้กระผม ๒,๐๐๐ บาท ทําไม แล้วกระผมยืนยันนะว่ากระผมจะไม่ไปเบิกไม่ไปถอนหรอก จะเก็บไว้เปึนที่ระลึก ตัวนี้ก็ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลด้วยว่า ตรวจสอบ ไม่ใช่เงินจํานวน ๒,๐๐๐ บาท ที่จ่ายไปอย่างสุรุ่ยสุร่ายไม่ดูตาม้าตาเรืออย่างนี้ แล้วประชาชนหรือผู้ที่ได้รับไม่ได้ไปเบิก ไม่ได้ไปถอนก็ตกเปึนรายได้ของธนาคารไปอย่างนั้นไม่ได้นะครับ ต้องตามทวงคืน กระผม เชื่อว่ามีจํานวนไม่ใช่น้อยทีเดียวที่ได้รับเช็คอย่างนี้แล้วไม่ไปเบิกไม่ไปถอน กระผมยืนยันว่า คนหนึ่งละครับที่ไม่ไปเบิกไม่ไปถอนแน่นอน อย่างไรก็ตามการที่จ่ายเงินตัวนี้เปึนตัวอย่าง ให้เห็นชัดเจนแล้วว่า ไม่รอบคอบ เปึนการจ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ยังมีอีกมากมายก่ายกอง แต่สิ่งที่สมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายของสมาชิกผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเปึน กังวลก็คือเรื่องของการกู้เงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มาขออนุมัติกรอบการเจรจากู้เงิน ต่างประเทศที่เรากําลังพิจารณาอยู่ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า การที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารบ้านเมืองในภาวะเศรษฐกิจโลกกําลังวิกฤติแล้วก็ส่ง ผลกระทบมาถึงประเทศไทยนั้นเปึนสิ่งที่ได้รับความเห็นใจจากสมาชิกรัฐสภาทุกคน และผมเชื่อแน่ว่าประชาชนคนไทยส่วนหนึ่งก็มีความเห็นอกเห็นใจรัฐบาลว่า เข้ามาช่วง จังหวะนี้เหนื่อยครับ เหนื่อย เหนื่อยแน่นอน แต่เมื่อเปึนรัฐบาลแล้วจะต้องมีสติปัญญา ในการคิดอ่านที่จะหารายได้เข้าคลัง ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาจะกู้กันอย่างเดียว ตั้งแต่รัฐบาลนี้ เข้ามาทํางานนี่นะครับประมาณ ๔ เดือนเศษ กู้ไปแล้วกี่รายการ ชาวบ้านบ่นกันทั่ว หัวระแหงบอกว่า เอาแต่กู้ กู้ กู้จนได้ฉายาว่า นักสู้กู้สิบทิศ อย่างนี้เปึนต้น กระผมอยากจะ ใช้เวลาตรงนี้กราบเรียนท่านประธาน นี่น่าเสียดายเหลือท่านรัฐมนตรี อาจารย์ชุมพล ศิลปอาชา เพียงคนเดียว ๓๖ คนไปไหนหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังควรจะมานั่งฟัง สิ่งที่สมาชิก แสดงความคิดเห็นสะท้อนจากความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับประชาชน วิธีการหาเงินเข้าคลัง โดยไม่ต้องไปนั่งกู้ยืมเปึนภาระให้แก่ลูกหลานในอนาคตมีอีกมากมายก่ายกอง ถ้ารัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรีมีกึ๋นหรือมีสติปัญญาสักนิดหนึ่ง ตัวอย่างที่กระผมจะยกให้ท่านประธานครับ มีสมาชิกหลายคนพูดถึงเรื่องภาวะเศรษฐกิจนี้ส่งผลให้เกิดโจรผู้ร้ายชุกชุม การปล้น จี้ การชิงทรัพย์ ประทุษร้ายต่อทรัพย์นี่เกิดขึ้นมากทั่วทั้งพระราชอาณาจักร นั่นท่านประธาน ก็คงเห็นว่าโจรผู้ร้ายที่ไปปล้นทรัพย์ประชาชนนั้น ส่วนหนึ่งใช้อาวุธ ไม่ใช่อาวุธป๋นธรรมดา แต่อาวุธสงคราม อย่างปล้นร้านทองที่พัทยา อย่างนี้เปึนต้น อันนี้ต้องชมตํารวจนิดหนึ่ง เพียงแค่ชั่วข้ามคืนก็จับคนร้ายได้ อันนี้ก็ต้องชมว่าตํารวจมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ แต่คดีที่ไม่เปึนข่าวอีกมากมายก่ายกอง ใช้อะไรปล้นครับ ส่วนใหญ่ใช้อาวุธป๋น ป๋นนี่มา อย่างไร รัฐบาลอนุญาตให้ประชาชนซื้อป๋น ท่านประธานครับ แต่ไม่อนุญาตให้พกทั้ง ๆ ที่ คําร้องขออนุญาตซื้อป๋นทุกคนต้องเขียนเหมือนกันหมดภาษาไทยประโยคหนึ่งว่า เพื่อ ปัองกันชีวิตและทรัพย์สิน แต่รัฐบาลกลับให้เขาซื้อป๋นไปเปึนพระบูชาประจําบ้าน ซื้อแล้ว เก็บไว้ที่บ้าน เอาไปไหนไม่ได้ วางอยู่ในรถก็ถูกจับว่าพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ ตัวนี้ ประชาชนทั้งประเทศที่ครอบครองอาวุธป๋นเขาอยากได้อะไรรู้ไหมท่านประธาน อยากได้ ใบพก ซึ่งระเบียบก็ดี กฎหมายก็ดี กฎกระทรวงก็ดีเป่ดช่องให้อยู่แล้ว ถ้าพก ทั่วราชอาณาจักร เมื่อก่อนนี้ก็ใช้อธิบดีกรมตํารวจเปึนผู้ลงนามในใบพกอาวุธป๋น ต่างจังหวัดในพื้นที่ภายในเขตจังหวัดนั้นเปึนอํานาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ใบพกตัวนี้ รัฐบาลกําหนดเลยครับกติกาบอกว่า จะต้องมีค่าธรรมเนียมเท่าไร กระผมเชื่อว่าสุจริตชน ที่มีป๋นอยู่ในครอบครอง ที่เขายื่นคําร้องว่า อยากได้ป๋นไว้เพื่อปัองกันชีวิตและทรัพย์สิน ถ้าหากว่าต้องเสียค่าธรรมเนียมในการขอใบอนุญาตพกพา แม้ป้ละ ๑๐,๐๐๐ บาท เขาก็ ยินดีที่จะเสียสําหรับทั้งราชอาณาจักรทั้งประเทศ แล้วอายุใช้งาน ๑๐,๐๐๐ บาทให้มัน พกพาสัก ๒ ป้ กระผมเชื่อว่าคนที่มีอาวุธและมีใบพกจะไม่ไปทําอะไรที่ก่อให้เกิดความ เดือดร้อนชาวบ้าน แต่เปึนไปโดยเจตนาเพื่อปัองกันชีวิตและทรัพย์สิน โจรนี่ไม่ต้องไป พูดถึงครับ เพราะมันไม่ต้องการใบพกหรอก มันทําสิ่งที่เปึนความผิดที่มีโทษ หนักกว่าใบพกมันยังทํา เพราะฉะนั้นต้องให้คํานึงถึงสุจริตชน ใบพกพาอาวุธป๋น ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดออกแล้วมีสิทธิพกพาภายในจังหวัดพื้นที่ อาจจะกําหนด ค่าธรรมเนียมให้มันต่ําลงไปหน่อย นี่รัฐบาลทําได้นี่วิธีการนี้หาเงินได้เข้าคลังได้เยอะแยะ
อันที่ ๒ จะยกเปึนตัวอย่างท่านประธานครับ เวลาท่านประธานไปซื้อ รถใหม่ รถใหม่นี่ ๕ ป้ไม่ต้องตรวจสภาพ แต่ถ้า ๕ ป้ขึ้นไปแล้วป้ที่ ๖ จะไปต่อทะเบียนต้อง ไปตรวจสภาพ เปึนไปได้ไหมว่าแก้ระเบียบ ผู้ครอบครองรถใหม่ซื้อปัูบเสียภาษีล่วงหน้า ไปเลย ๕ ป้ ซึ่งประชาชนยินดีที่จะเสียอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อเปึนรายป้ ไปต่อทะเบียนแต่ละครั้งเสียเวลา บางคนบ่นกับกระผมบอก เสียเวลาไป ๓ ชั่วโมง ในเมื่อ รถใหม่ ๕ ป้ไม่ต้องตรวจสภาพก็เก็บค่าธรรมเนียม ๕ ป้ไปเลย ตัวนี้ก็เปึนการเอา เงินล่วงหน้ามาจากประชาชนเข้าคลัง เปึนรายได้ของแผ่นดินไปใช้ในการบริหารบ้านเมือง คือต้องคิดว่าจะหารายได้อย่างไร ไม่ใช่ตั้งเปึนทฤษฎีว่า กู้ลูกเดียวตรงนี้ก็ฝากไว้ด้วย
แล้วสุดท้ายท่านประธานครับ กระผมฝากท่านประธานว่า ให้รัฐบาล สํารวจหลังจากวันที่ ๑ มิถุนายนไปแล้วเช็คช่วยชาติมีไม่ได้ไปเบิกไปถอนกี่ราย เงินเหล่านี้ ต้องคืน ไม่ใช่ตกเปึนรายได้ของแบงก์กรุงเทพเขา ตรงนี้ฝากไว้สําคัญที่สุด และให้บันทึกไว้ เลยว่า ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ไม่เบิก ๑ คนละ แล้วไม่คืนเช็คด้วยจะเก็บไว้ เปึนที่ระลึก ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คนสุดท้ายนะครับ ท่านสุนัย จุลพงศธร ครับ คนสุดท้ายแล้วครับ วิปเขียนบอกผมอย่างนั้นว่าคนสุดท้าย
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เช็คของท่านที่อยู่กับกระผม เดี๋ยวกระผมขออนุญาตจะ นํามาเปึนหลักฐานชี้ความบกพร่องหลาย ๆ เรื่องของรัฐบาลนี้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของ พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นกระผมคงต้องขอถือโอกาสนี้กราบขออภัย ท่านประธานในสัปดาห์นี้นะครับ
ไม่ต้องขอละครับ ท่านดําเนินการไป เรื่องเงินกู้ก็แล้วกันครับ
ที่พรรคฝ์ายค้านได้ตั้งแนวในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการกู้เงินและการขึ้นภาษี ท่านประธานครับ ท่านก็คงจะต้องเหนื่อยหน่อย เพราะว่าท่านอยู่ในภาวการณ์ที่ต้องอุ้มรัฐบาลนี้ ท่านสังเกตไหมครับว่าในช่วง ๒-๓ วัน ที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการกู้เงิน ตอนนี้มันเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ องค์ประชุม ของรัฐสภาชักไม่ครบแล้ว เท่าที่ทราบนั้นเปึนเพราะว่าท่านวุฒิสมาชิกหลายท่านเริ่มรู้สึก และเข้าใจเช่นเดียวกันกับ ส.ส. ฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลบางท่าน เราเปึนนักการเมือง ด้วยกัน อยู่ในวงการอย่างนี้ เริ่มรู้แล้วว่ามวยคนนี้ที่ชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น น่าจะไม่มีฝ้มือ และกําลังจะนําประเทศไปสู่วิกฤติอย่างยิ่งในอนาคต เกี่ยวกับเรื่อง เศรษฐกิจของบ้านเมือง ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับวงเงินกู้ จํานวนมาก กระผมเองจะขอนําเสนอมุมมองในเรื่องของจิตวิทยาสังคมกับภาวะวิกฤติ ของสังคมขณะนี้ที่ยังไม่มีใครกล่าวถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวใน สภานี้เท่าที่กระผมจับความได้ และครั้งก่อน ๆ รวมตลอดทั้งที่ท่านออกรายการช่อง ๙ เมื่อคืนนี้กระผมนั่งเฝัาดูท่านอยู่ ขณะนี้วงเงินจริง ๆ มันเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วนะครับ เริ่มต้นจากโครงการที่พิจารณาในวันนี้ ๓ โครงการนี้ว่าไปแล้ว ๑๐,๒๐๐ กว่าล้านบาท รถไฟฟัาสายบางซื่อ-ท่าพระ ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ด้วยความเปึนห่วงอย่างยิ่งบอกว่ากระผมลืมพูดไป เอกสารที่ท่านแนบมานั้น มันมีหน้าหลังด้วย ส.ส. หลายคนมองแต่หน้าแรกปรากฏว่าหน้าหลังนี่ซ่อนอีก ๕๔,๘๕๔ ล้านบาท สายหัวลําโพง-บางแค ๓ โครงการนี้รวบรวมเหนาะ ๆ เข้าไปแล้ว ๙๙,๓๑๓ ล้านบาทแล้วครับ บวกกับเงินกู้ที่ท่านบอกว่ามาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ กลางป้ที่เปึนเรื่องเช็ค ๒,๐๐๐ บาทนี่ละครับอีก ๑๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวบรวม เบ็ดเสร็จแล้วขณะนี้ก็เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าไปแล้วครับ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งวันจันทร์ที่เราจะพิจารณาออกพระราชกําหนดมาแล้วอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เบ็ดเสร็จ ล้านเศษ ๆ แล้วครับ ท่านประธานครับ คงจําได้นะครับว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านนี้ท่านได้พูดเมื่อประมาณ เดือนมีนาคมหรือเดือนเมษายน พูดถึงเรื่องงบกระตุ้นเศรษฐกิจกลางป้ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท จะแจกเช็คคนละ ๒,๐๐๐ บาท สําหรับผู้ที่มีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทลงมา แล้วท่านก็บอกว่า เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดความหวัง แล้วเงินจะกลับมาใหม่ จะเติบโตขึ้น แต่วันนี้ ปรากฏว่ามันกลับหนักขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นถ้าจะเปรียบเทียบฝ้มือความสามารถ จริง ๆ แล้ว วันนี้กระผมเข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับท่านไม่ได้อยู่ในที่นี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นเปึนญาติของท่าน ถ้าท่านจะตั้งต่อไปกระผม ไม่ว่าละครับ อยู่ต่อเถอะครับ เพราะท่านเปึนคนหนุ่มที่มีประกายไฟ แต่กําลังไหม้ลามพรรค ของท่านแล้ว ขอให้ท่านอยู่นาน ๆ เถอะครับ รับรองได้ว่าผลสุดท้ายรู้ผลกันแน่นอนว่าความเสื่อมศรัทธาจะไปถึงขนาดไหน ท่านประธานครับ ทําไมกระผมถึงกล่าวเช่นนั้น ไม่ใช่ว่ากระผมจะไปกล่าวดูถูกท่าน แต่กระบวนการจัดการนั้นมันได้ส่งภาพสะท้อนของความไร้ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ในหลายเรื่อง เรื่องแค่ ๑๕,๐๐๐ บาท ผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านให้ ๒,๐๐๐ บาทนั้น คนชนบททั้งหมดไม่พอใจท่านมาก ว่าท่านไม่ให้ความเท่าเทียมกัน แล้วคนชนบทเขายากจนกว่าคน ๑๕,๐๐๐ บาทที่ได้เงินเดือนอีกทําไมเขาจึงไม่ได้รับ การดูแล นี่ก็เรื่องหนึ่งแล้ว
อีกเรื่องหนึ่ง ปรากฏว่าพอท่านจะเริ่มแจกปัืนป์วนไปหมดครับ เงิน ๒,๐๐๐ บาทนี้ นี่เปึนอีกตัวอย่างหนึ่งที่มีหลักฐานยืนยันอยู่ในมือก็คือ เช็คที่จ่ายให้แก่ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เช็คเลขที่ ๐๑๗๖๗๕๑ ครับ ยังมีข่าวเรื่อย ๆ ที่ โทรศัพท์เข้ามาว่า เศรษฐีบางคนเปึนพ่อค้าไม่ได้เปึนคนงานก็ได้เงิน รวมตลอดทั้งคนยาก คนจนที่มาขอรับเช็คเปึนลมล้มวุ่นวายไปหมดที่หน้า กทม. ถ้าจะเปรียบเทียบเล็ก ๆ ท่านประธานครับ กระผมว่าความสามารถของรัฐบาลท่านในการจัดการเรื่องนี้สู้ป์อเต็กตึ๊ง ไม่ได้ครับ เพราะป์อเต็กตึ๊งนี่เขาแจกของเขาเรื่อย ๆ ครับ งานเทกระจาดเขาแจกเรื่อย ๆ มีระบบหมด แค่แจกของท่านนี่ยังไม่ได้แจกให้คนจนจริงเลย ดังนั้นถ้าเราจะมองเมื่อสักครู่นี้ กระผมหลักฐานให้เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ดูแล้วนะครับ ชัดเจนที่สุดครับ ชื่อท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน เลขเช็คชัดเจนหมด ยังไม่ได้พูดถึงหลักฐานอื่น ท่านประธานครับ การที่ท่านเปึนคนหนุ่มมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในภาวการณ์ที่มี นายกรัฐมนตรีที่หนุ่มเหลือเกิน แต่ปรากฏว่าท่านได้สร้างวีรกรรมที่ประเทศไทย กรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ตั้งมานี้ไม่เคยมีคือแค่ ๕ เดือน ตัวเลขเหนาะ ๆ ท่านกู้ไปถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ท่านประธานครับ แน่นอนที่สุดครับ เพื่อนสมาชิกหลายคน เห็นว่าจะไปสร้างถนน ๔ เลนก็ดีใจ คนกรุงเทพฯ เห็นว่าจะสร้างรถไฟใต้ดินก็ดีใจ สร้างถนน ๔ เลน วันนี้ยอดการขายรถยนต์ก็ตกต่ําลง ราคาน้ํามันก็แพงขึ้น เอาไว้ให้อะไร วิ่งครับ ในอนาคต รวมตลอดทั้งสร้างรถไฟใต้ดินในภาวการณ์ขณะนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเรายามร่ํารวยอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้เมื่อเราจนลงหลังคารั่วบ้างอาจจะไม่เปลี่ยนหรืออาจจะใช้ สิ่งอื่นทดแทน เมื่อยากจนลงกระผมเชื่อว่าหลายอย่างในบ้านต้องอดออมครับ กระผมคิดว่า ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้นั้นเราจะไปอ้างว่า อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่าเปึนโครงการเก่า คงพูดไม่ได้หรอกครับ วันนี้เปึนภาวะวิกฤติจริง ๆ กระผมว่า การนําพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใส่เกล้าใส่กระหม่อมในเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงนั้นเปึนเรื่องมีเหตุผลอย่างยิ่ง แต่รู้สึกเหมือนกับว่าท่านมิได้ใส่ใจในเรื่องนี้ เลยครับ กลับทุ่มเทการกู้เงินสารพัดกู้จนไม่รู้จะว่าอย่างไร ท่านประธานครับ การกู้เงินเปึน ตัวเลขที่ท่านแถลงออกมาเปึนระยะ ๆ นี้ กระผมมองว่าเพื่อนในพรรคของท่านหลายคน โดยเฉพาะที่เข้าใจการเมืองมองเห็นแล้วว่าท่านกําลังก่อวิกฤติเชิงจิตวิทยาสังคม เพราะ วันนี้ประชาชนเข้าใจดีอย่างยิ่งนะครับว่า การสร้างหนี้สาธารณะนั้นมันมีผลโดยตรงต่อ ความยากลําบากของเขา ท่านแถลงการกู้เงินแถลงทีเดียวเปึนระยะไม่ได้ แถลงทีเดียว บอก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คนก็ตกใจทั้งบ้านทั้งเมือง นี่เมื่อมาเจียระไนแต่ละก้อน ๆ มันไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว จากแค่ ๕ เดือนเท่านั้น พูดถึงการกู้ยังไม่ทันจบ ท่านไม่ได้ดูแลเรื่องจิตวิทยาสังคมเลย ท่านบอกว่าจะประกาศขึ้นน้ํามันทันที พอจะขึ้น ภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ ท่านบอกเปึนภาษีบาป แล้วน้ํามันภาษีอะไรละครับ ท่านใส่ภาษี สรรพสามิตถึง ๑๐ บาท จําได้ไหมครับ ครั้งแรกบอก ๕ บาท ท่านก็รีบพูดตั้งแต่ต้น พอพูด ตั้งแต่ต้นปัูบเกิดอะไรขึ้นครับ เกิดวิกฤติมีความวิตกกังวลทันที ชาวบ้านสะสมน้ํามันทันทีครับ กระผมก็ไม่รู้ว่า การขึ้นภาษีของท่านทําไมบอกล่วงหน้าเหลือเกิน ท่านประธานครับ ภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ตรงนี้เอง ที่กระผมมองว่ามันได้ก่อภาวะวิกฤติเชิงจิตวิทยาสังคมอย่างรุนแรงที่ประชาชน เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า เมื่อรัฐบาลที่เข้ามาโดยไม่ชอบ ด้วยระบบประชาธิปไตย มาก่อ วิกฤติมาก่อหนี้ขนาดหนัก ก็ส่งผลถึงประชาชนทันทีคือเก็บภาษีทันที ท่านประธานครับ พอเก็บภาษีหนักขึ้นอะไรจะเกิดขึ้นครับท่านประธาน เมื่อภาษีน้ํามัน ราคาน้ํามันเหมือน ระดับน้ําที่แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านก็จะเกิดกระบวนการขนน้ํามันเถื่อนที่มันเกิดขึ้น แล้วในอดีต โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งท่านก็จะต้องแก้ปัญหาเรื่องจิตวิทยาตรงนี้อีกว่าไม่ได้ เกี่ยวกับพวกท่าน ท่านประธานครับ เหล้า บุหรี่ เกิดขบวนการที่ขนเหล้า บุหรี่ เถื่อนกันยกใหญ่ ในที่สุดท่านก็จะไม่สามารถจะได้ภาษีดังตามที่ท่านคาดอีก เพราะจะเกิดการทุจริต เกิดกระบวนการมดขนของกัน ภาษีน้ํามัน ภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ก็จะเกิดการหนีภาษีกัน อย่างขนานใหญ่ ยังไม่ทันเท่านั้นครับ ระบบภาษีที่ท่านพูดถึงนี้ระบบการกู้นี้มันได้ส่งผล สะเทือนไปถึงระบบค่าอาหารแล้วครับ วันนี้ข้าวปลาอาหารขึ้นราคาหมดแล้วครับ เดี๋ยวนี้ ท่านประธานไปกินเถอะครับ ข้าวเปล่าเดี๋ยวนี้จานหนึ่ง ๑๐ บาทยังไม่ได้แล้วครับ ๑๒ บาทแล้ว น้ําเปล่าขวดหนึ่งเดี๋ยวนี้ขึ้นอีกแล้วครับ ดังนั้นมันจึงส่งผลจากสิ่งที่ท่านทํานี้ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนในเรื่องข้าวของแพงขึ้นทันที ค่าครองชีพทั้งระบบ ปรับขึ้นหมด คดีอาชญากรรมหนักขึ้น ท่านจะเห็นนะครับ ยาเสพติดขยายตัวทันทีครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรีไม่ได้พูดถึงเลยท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลของท่าน ต่อประเทศชาติ ต่อค่าเงินบาท กําลังอยู่ในภาวะวิกฤติที่จะติดตามมา ปัญหาตรงนี้เอง ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในภาวการณ์ที่เกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจท่านก็ไม่ได้ คิดกระบวนการใหม่ ๆ ท่านทําง่าย ๆ หาสตางค์ไม่ได้ หาสตางค์ด้วยวิธีเดียวคือขึ้นภาษี ท่านหาสตางค์ด้วยวิธีเดียวคือกู้หนี้ยืมสิน อันนี้มันง่ายมากครับ พอกู้หนี้เสร็จก็ต้องเก็บ ภาษีประชาชนมาใช้ แต่ไม่ได้ทํามาค้าขาย ภาวะตรงนี้เกิดอะไรขึ้นครับ ในขณะที่ปัญหา วิกฤติการณ์ทางการเมืองมันได้ส่งภาพสะท้อนชัดเจนแล้วครับ คือการประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่ภูเก็ตในเดือนมิถุนายนปลายเดือนนี้ ปรากฏว่าไม่เกิดความเชื่อมั่นต่อท่านแล้ว ทําให้ต้องเกิดการเลื่อนประชุมออกไป ถ้าท่านจะกล่าวหาคนเสื้อแดงว่าจะไปต่อต้าน การประชุมซัมมิทก็ไม่ใช่ครับ เพราะว่าคนเสื้อแดงของภูเก็ตได้ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า ไม่ต่อต้านการประชุม และจะไม่ไปร่วมดําเนินการใด ๆ ขัดขวางใด ๆ ทั้งสิ้น แถลงเสร็จอีก ๒ วันปรากฏว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่า ถ้าผู้นําต่างประเทศมาประเทศไทยแล้ว เกิดวิตกกังวลว่า ฝ์ายรักษาความปลอดภัยไม่ดี ก็ให้ฝ์ายรักษาความปลอดภัยของประเทศ นั้นนําอาวุธเข้ามาได้ ท่านเห็นไหมครับ ปรากฏว่าใครละครับจะเอาอาวุธเข้ามา ถ้าจะต้องเอา อาวุธเข้ามาแสดงว่ามันรุนแรงแล้ว ดังนั้นวิกฤติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น บางทีท่านไม่ได้ใช้ กระบวนการจัดการที่ดีเลย ท่านได้ใช้กระบวนการพูดกันไปวัน ๆ เหมือนขึ้นภาษี เมื่อคืนนี้ กระผมดูท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านยิ้มแล้วยิ้มอีก ขึ้นอันนั้นก็ได้ขึ้นอันนี้ก็ได้ โฆษกก็ปัอนให้ท่านถาม ท่านก็บอกขึ้นอย่างนั้นขึ้นอย่างนี้ ท่านครับ การขึ้นภาษี การกู้เงิน นี่เปึนเรื่องแย่มากนะครับในความรู้สึกของประชาชน และวันนี้เขารู้แล้วว่าเขาต้องรับภาระ ทั้งนั้น เพราะท่านเปึนอยู่ได้ไม่ตลอด ๑๐ ป้หรอกครับ ๑๐ เดือนจะถึงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ภาระสุดท้ายอยู่กับใครครับ อยู่กับประชาชนที่ต้องใช้หนี้ในรูปของการเก็บภาษีและ ข้าวของแพงขึ้น ความยากลําบากมาเยือนประชาชนทั่วทั้งประเทศแล้ว ดังนั้นภาวการณ์ อย่างนี้กระผมจึงเชียร์ท่านให้อยู่ต่อไปเถอะครับ รับรองได้ว่าได้ผล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะบอกว่าสนับสนุนการกู้มากมายเปึน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านล้าน แล้วพึ่งพอใจ ก็เชิญเถอะครับ แต่ว่าพรรคฝ์ายค้าน พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วย ดังนั้นด้วยเหตุนี้เองครับท่านประธาน ที่เราจึงได้ตั้งแนวในการดําเนินการที่จะตอบโต้ ตรวจสอบในรูปลักษณะต่าง ๆ กัน ที่ทําให้ท่านประธานจําเปึนต้องใช้ความสามารถสูงใน การควบคุมการประชุมสภา ท่านประธานครับ วันนี้สัญญาณที่ส่อให้เห็นว่าท่านหมด ประสิทธิภาพจริง ๆ แล้ว การลงทุนจากต่างประเทศลดไป ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ครับ การส่งออกติดลบ การเก็บภาษีไตรมาสแรกต่ํากว่าเปัา ๓๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โรงงาน อุตสาหกรรมพังทลาย ในภาวการณ์เช่นนี้ท่านกลับทุ่มเงินขนาดใหญ่ให้สู่กระบวนการ การก่อสร้าง องค์กร ทีดีอาร์ไอ ฝ์ายวิชาการเขาได้ตั้งข้อสังเกตแล้วว่า การที่เกิดภาวการณ์ อย่างนี้ แล้วท่านทุ่มเงินไปอย่างนี้ สู่กระบวนการก่อสร้างนั้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีผลประโยชน์อยู่ในนี้แน่นอน คอร์รัปชันจะตามมาด้วย ดังนั้นท่านลองคิดดูเถอะครับว่า สิ่งเหล่านี้มันมีเหตุผลอย่างไร ในขณะที่ท่านทุ่มเงินเปึนจํานวนมากให้กับระบบการ ก่อสร้าง ทั้ง ๆ ที่ภาวการณ์ขนาดนี้กําลังเกิดภาวะวิกฤติ ปรากฏว่าเกษตรกรได้อะไรครับ วันนี้เห็นภาพชัดเจนว่าท่านไม่ได้ทุ่มเทดูแลเรื่องเกษตรกรเลยครับ เงินที่จะไปรับจํานํา ข้าวเปลือก ท่านให้ป้เดียว ครั้งเดียวต่อคนเท่านั้น คนจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดชัยนาท จังหวัดอยุธยา เปึนพื้นที่นาที่ทํานา ๒ ครั้งต่อป้ แต่กลับได้รับเงินที่จะดูแล เพียงแค่คนละ ๓๕๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ป้เดียว ครั้งเดียวเท่านั้น ชาวนา ชาวไร่จะอยู่ อย่างไรครับ ตรงนี้เองครับท่านประธาน ที่กระผมเห็นว่าสิ่งที่ท่านทําอยู่นี้น่าจะต้องมี การทบทวน แต่ไม่เปึนไรหรอกครับ มันเปึนสิทธิของท่าน อํานาจของท่าน เมื่อท่านคิดว่า ท่านเชื่อมั่นแล้ว ดีแล้ว ก็ดําเนินการเถอะ แต่ถ้าท่านไม่ฟังกระผม ถ้าท่านเปึนนักรัฐศาสตร์ ท่านต้องดูว่ามันเกิดปรากฏการณ์อะไรบ้างรอบ ๆ ตัวท่าน ทั้งใกล้และไกล และ ปรากฏการณ์เหล่านั้นกําลังบอกเนื้อแท้ว่า แม้แต่พวกท่านเองก็เริ่มไม่ไว้วางใจท่านแล้ว ได้มีคนผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถเรื่องนี้ได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์ท่านในหลายเรื่อง ท่านรัฐมนตรีครับผ่านท่านประธานว่า ท่านต้องตรวจสอบเรื่องนี้ เหตุการณ์ที่กระผม กราบเรียนมานี้ ท่านประธานครับ มันจะเกิดบรรยากาศมากขึ้น ๆ ท่านลองคิดดูเถอะครับ การสมานฉันท์ก็ไม่จบ ท่านประธานก็ใช้ความพยายามจะดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เท่าที่ดูสังเกตวิธีการต่าง ๆ ท่านก็ไม่มีทางแก้ไข ใช้กระบวนการโยกโย้ ท่านประธานครับ กระผมกําลังจะกราบเรียนให้เชื่อมโยงกับการกู้หนี้ยืมสินและการขึ้นภาษีว่า วันนี้มันได้ พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าท่านไม่มีความสามารถในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่ท่านมี ความสามารถสูงสุดที่กระผมไม่ปฏิเสธคือความสามารถในการยื้อที่จะอยู่ในอํานาจต่อไป เมื่อท่านยื้อ ดื้อดึงที่จะอยู่ในอํานาจต่อไปด้วยกระบวนการต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่แก้ปัญหา เศรษฐกิจไม่ได้ ในอนาคตอะไรจะเกิดขึ้นครับ วันนี้ด้วยเพราะเรามีล้นเกล้าพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเท่านั้นที่เปึนหลักชัยอยู่ วันนี้ประชาชนทุกคนอดทนที่สุด ที่จะยอมรับสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกบ้าง ผิดบ้าง ทุกวันนี้ก็เพื่อพ่อหลวงเท่านั้น กระผมจึงฝากท่านว่าถ้าคนท้องหิวถึงที่สุด และความเข้าใจของประชาชนนั้นยกระดับขึ้นแล้ว เขาจะทนสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ โครงการที่ ท่านพูดถึงเมืองไทย ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ท่านฟังผมให้ดีนะ ถึงป้ ๒๕๕๕ ถ้ายังมีท่านอยู่นะ ไม่ใช่ไทยเข้มแข็งครับ แต่จะเปึนไทยตัวแข็ง เตรียมเผาได้ครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมกราบเรียนมานี้ทั้งหมดนั้นกระผมหวังอยู่เท่านั้นเองว่า หวังอยู่กับวุฒิสมาชิก เมื่อเช้ากราบด้วยความเคารพ วันนี้โดยเฉพาะสถานการณ์ขณะนี้ กระผมเห็นว่ามีแต่วุฒิสมาชิกเท่านั้นที่จะเปึนพลังตรวจสอบความถูกต้องในสภาแห่งนี้ มีแต่วุฒิสมาชิกเท่านั้นที่จะดําเนินการถ่วงดุลเตือนสติรัฐบาลได้ ลําพังแต่พรรคฝ์ายค้านนั้น เราคงไม่อยู่ในฐานะตรงนั้นจริง ๆ แล้ววันนี้กระผมได้กราบเรียนท่านด้วยความหวัง อย่างยิ่งว่า เพื่อน ส.ส. บางส่วนในพรรคซีกรัฐบาล ท่านตั้งคําถามตรง ๆ กับตัวเอง เมื่อท่านอยู่ในห้องเงียบ ๆ กับตัวเองเถอะครับว่า ท่านยังจะเชื่อมั่นรัฐบาลนี้พาท่านไปสู่ หุบเหวอีกหรือ วันนี้ขอกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านทําอยู่ของรัฐบาลวันนี้นั้นได้ส่งสัญญาณ อันตรายที่สุดในอนาคตแล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ จบการอภิปรายนะครับ ท่านจะตอบหรือครับ เชิญครับท่านรัฐมนตรีครับ สัก ๕ นาที ก็พอนะครับ เพราะเวลา ล่วงเลยพอสมควรครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกรัฐสภาทุก ๆ ท่านนะครับ วันนี้ผมได้มีโอกาสได้นั่งฟัง ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น แล้วก็ความเปึนห่วงที่หลาย ๆ ท่านมีต่อสภาวะเศรษฐกิจของ ประเทศเรามาก็ประมาณ ๘ ชั่วโมง ก็ได้รับข้อเสนอแนะหลายข้อที่ผมขออนุญาตเรียน ตามตรงว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง แล้วรัฐบาลก็จะรวบรวมไปสังเคราะห์แล้วก็นํามาใช้ ในการที่จะตัดสินใจในส่วนของนโยบายที่มีความเหมาะสมต่อการแก้ปัญหาของพวกเรา ต่อไป ผมก็ขออนุญาตเรียนนะครับว่า ปัญหาของพวกเราทุก ๆ คนที่ร่วมกันรับผิดชอบต่อ พี่น้องประชาชนคนไทยทางด้านเศรษฐกิจในช่วงนี้ก็ถือว่าหนักหนาสาหัสนะครับ ในส่วน ของรัฐบาลก็ได้ดําเนินการตามมาตรการหลายมาตรการ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหา ระยะสั้น และปัญหาในระยะยาวของพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ อย่างไรก็แล้วแต่ ผมขอ อนุญาตก่อนอื่นเลยนะครับที่จะชี้แจงในส่วนของข้อเท็จจริงตามที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ก็อาจจะคลาดเคลื่อนไปบางส่วน เพื่อไม่ให้สับสน
อันดับแรกนะครับ รัฐบาลเข้ามารับภาระหน้าที่ครบประมาณก็ ๕ เดือน จริง แต่ที่ผู้อภิปราย เมื่อสักครู่ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลภายใน ๕ เดือนได้กู้ยืมไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไม่ใกล้เคียงความเปึนจริง อันดับแรก ตามงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ คือป้ปัจจุบันนะครับ การกู้ยืมคือ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนงบประมาณที่รัฐบาล ของท่านเองได้กําหนดไว้ว่าเปึนรัฐบาลที่จะต้องขาดดุลในวงเงิน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จากนั้น ก็มีการกู้ยืมเพิ่มเติมอีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบประมาณกลางป้ ซึ่งก็เปึนงบกลางป้เช่นเดียวกันรัฐบาลท่านได้เริ่มต้นไว้นะครับ แล้วพวกผมเมื่อมารับ ภาระหน้าที่ก็สานต่อ เพราะฉะนั้นวงเงินกู้ทั้งหมดในส่วนของการชดเชยการขาดดุล งบประมาณจนถึงวันนี้มีทั้งหมดก็ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นทางรัฐบาลก็ได้มา ขออนุญาตจากทางรัฐสภาในการที่จะไปเจรจากู้ยืมเพิ่มเติมจากองค์การต่างประเทศ รวมแล้ว ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรวมทั้งหมดก็ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนเรื่องของรายได้ที่คาดว่าอาจจะต่ํากว่าเปัา ก็เปึนสิ่งที่พวกเราก็ยืนยันแล้วก็พูดอย่าง ตรงไปตรงมามาตั้งแต่วันแรกที่ได้แถลงนโยบายของทางรัฐบาล ส่วนแผนในการกู้ยืม ในอนาคตก็เปึนเรื่องของอนาคต ซึ่งเราต้องมาช่วยกันพิจารณา นอกเหนือจากนั้นผมก็จะ ขออนุญาตเรียนนะครับว่า ในส่วนของรัฐบาลที่เข้าไปกู้ยืมก็ในกรณีที่เราประเมินว่า มีความจําเปึนจริง ๆ ผมขออนุญาตเรียนว่าเรารักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด เมื่อเราประมาณการว่ารายได้ของรัฐบาลในช่วงป้งบประมาณป้หน้า คือป้ ๒๕๕๓ มีแนวโน้มโอกาสที่จะปรับลดลง สิ่งที่เราได้ทําทันทีก็คือ เสนอกรอบงบประมาณใหม่ที่เปึน งบประมาณที่มีปริมาณเม็ดเงินลดลงถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เดิมทีรัฐบาลได้เสนอกรอบ งบประมาณไว้นะครับ ที่ ๑.๙ ล้านล้านบาท แต่เมื่อเราประเมินว่ารายได้ของรัฐบาล อาจจะต่ํากว่าเปัาถึงเกือบ ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในช่วงป้หน้า เราก็ได้ขอมติทางคณะรัฐมนตรีที่จะแก้กรอบเพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลลงเหลือ ๑.๗ ล้านล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นความรอบคอบ รอบด้านของทางรัฐบาล และ ความระมัดระวังในการใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนมีจริง แต่นอกเหนือจากค่าใช้จ่าย ทั่วไป ซึ่งมีความจําเปึนอยู่แล้วรัฐบาลก็ประเมินว่าในสภาวะปัจจุบันความจําเปึนที่รัฐบาล จะต้องลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลมองว่าสร้างประโยชน์ให้กับระบบเศรษฐกิจ ในระยะยาว ส่งผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนในระยะสั้นยังมีครับ และรัฐบาลมี ความจําเปึนต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อลงทุนในโครงการเหล่านี้ เศรษฐกิจไทยขาดการลงทุน ตลอดช่วงสิบกว่าป้ที่ผ่านมา โครงการต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนรอคอยมานาน ไม่ว่าจะเปึน ระดับท้องถิ่น ถนนไร้ฝุ์น ระบบพัฒนา ระบบน้ําชลประทานไปถึงโครงการขนาดใหญ่ที่ หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา ผมขอใช้คําว่า โม้ไว้เยอะครับ ๗ เส้นทางรถไฟฟัา ๑๐ เส้นทาง รถไฟฟัา สุดท้ายไม่ทําสักเส้นทางหนึ่งประชาชนรอคอยอยู่ ถามว่านี่คือจังหวะที่เหมาะสม ที่ควรจะรอคอยในการลงทุนหรือไม่ ผมได้ชี้แจงไปแล้วครั้งหนึ่ง ผมขออนุญาตชี้แจง อีกครั้งหนึ่งนะครับว่า จังหวะและเวลาที่เหมะสมที่สุดที่รัฐบาลจะเดินหน้าในการลงทุน ในโครงการเหล่านี้คือ เวลานี้ครับ เวลาที่เงินเหลืออยู่ในระบบเพราะเอกชนไม่พร้อมจะ ลงทุน เวลาที่อัตราดอกเบี้ยต่ําที่สุดเปึนประวัติการณ์ ทําให้ต้นทุนการลงทุนของรัฐบาล ต่ําลง เวลาที่ประชาชนคนไทยไม่มีงานทํา สามารถที่จะสร้างงานสร้างรายได้ให้กับ ประชาชนได้จากโครงการการลงทุนของรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมมั่นใจครับ และรัฐบาลนี้ มั่นใจนะครับว่า แนวทางการที่เราเดินมานะครับแล้วก็ข้อเสนอในเรื่องของการลงทุนของ รัฐบาลนั้นมีความเหมาะสมทั้งในตัวโครงการ ทั้งในจังหวะเวลา ซึ่งรัฐบาลก็พยายามที่จะ เดินหน้าในส่วนนี้ต่อนะครับ ผมจะขออนุญาตตอบคําถามในรายละเอียดเล็กน้อยนะครับ ก็มีท่านสมาชิกได้ถามเกี่ยวกับเรื่องของจังหวะเวลาในการที่จะไปเจรจากู้ยืมตามกรอบ ที่ได้มาเสนอขอคําอนุญาตจากทางรัฐสภาในวันนี้นะครับ วันนี้การอภิปรายความจริงก็ กว้างขวางนะครับ ไปถึงหลาย ๆ เรื่อง ที่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ตรงกับประเด็นการพิจารณา ของรัฐสภาเท่าใดนัก ก็ไม่เปึนไรครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมขออนุญาตย้ําอีกครั้งหนึ่ง เท้าความนะครับว่าวันนี้เรามาพิจารณาเรื่องของกรอบเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ ภายใต้แผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ เพื่อสนับสนุน ๔ โครงการที่รัฐบาลได้นําเสนอนะครับ ในแง่ของจังหวะเวลาหลังจากที่ได้รับอนุมัตินะครับ ถ้าท่านสมาชิกรัฐสภากรุณา เราจะสามารถที่จะเจรจาเพื่อนํารายละเอียดของตัวสัญญา มาให้ทางรัฐสภาได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งในส่วนของโครงการประปาและโครงการถนน ๔ ช่องทางนะครับ ในช่วงเดือนกันยายน ๒๕๕๒ ส่วนโครงการสะพานข้ามแม่น้ํา เจ้าพระยาจะดําเนินการแล้วเสร็จเพื่อนําสัญญามาให้ทางรัฐสภาได้พิจารณา ในรายละเอียดอีกทีหนึ่ง ในช่วงมีนาคม ๒๕๕๓ ในส่วนของรถไฟฟัาเส้นสีน้ําเงินนะครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีคมนาคมได้ชี้แจง ว่าเดิมทีได้มีการเจรจาไปแล้วในระดับหนึ่ง แต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน เมื่อมาศึกษาในรายละเอียดถึงตัวสัญญาที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ได้ เจรจาไว้กับทางญี่ปุ์น เราได้สังเกตนะครับว่า เงื่อนไขที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้เจรจาไว้ มีใน เรื่องของการกํากับนะครับว่า รัฐบาลไทยจะต้องซื้อของจากญี่ปุ์นในสัดส่วนเท่าใด ซึ่งเรา มองว่าเงื่อนไขนี้อาจจะทําให้ฝ์ายไทยเราเสียเปรียบ ดังนั้นเราจึงได้เสนอกับทางญี่ปุ์น ขอที่จะเจรจาใหม่ และเมื่อเราถือว่าเปึนการเจรจาใหม่ตามมารยาทและเพื่อความโปร่งใส เราจึงได้นําโครงการนี้กลับมาในวันนี้ให้รัฐสภาได้มีโอกาสได้พิจารณา เพราะฉะนั้นสาเหตุ ที่ท่านได้มีโอกาสพิจารณาโครงการนี้ในวันนี้ก็เพราะรัฐบาลเห็นว่าน่าจะเปึนประโยชน์ต่อ ประเทศไทยและประชาชนคนไทยทุกคน และตามเงื่อนไขสัญญาที่เราขอเป่ดเจรจาใหม่ กับทางญี่ปุ์นก็จะไม่มีเงื่อนไขว่า เราจะต้องมีผู้รับเหมาจากญี่ปุ์นหรือตามที่ท่านบางคน กังวล ไม่มีเงื่อนไขว่าเราต้องซื้อสินค้าทุน หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จากทางญี่ปุ์น ดังนั้นเมื่อเรา เป่ดการเจรจาตามแนวใหม่ ทางญี่ปุ์นก็อาจจะยอมให้เรากู้หรือไม่ ซึ่งเราก็มีแผนรองรับไว้แล้ว เพราะโครงการนี้เราถือว่าเปึนโครงการที่มีความสําคัญที่จะต่อเส้นทางรถไฟฟัาใต้ดินที่มี อยู่แล้วในปัจจุบันข้ามไปฝัืงธน แล้ววกกลับมาฝัืงกรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่ง ครบเปึน วงจร ซึ่งในกรณีที่ญี่ปุ์นไม่พร้อมที่จะปล่อยกู้ให้เราตามเงื่อนไขที่เรากําหนด เราก็พร้อม รัฐบาลนี้พร้อมที่จะเดินหน้าในโครงการนี้ด้วยการกู้ยืมเงินในประเทศ เพราะฉะนั้นแผนรองรับต่าง ๆ นานาเรามีครบถ้วน ต่อความกังวลต่อประเด็นที่ว่าทําไม อย่างเช่น การประปานครหลวงนั้นเราถึงไม่ได้พึ่งพารายได้ของทางตัวรัฐวิสาหกิจในการ ลงทุน ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับว่าในทุกโครงการที่รัฐบาลได้นําเสนอในวันนี้ มีทั้งสัดส่วนที่เปึนเม็ดเงินงบประมาณ มีทั้งสัดส่วนที่เปึนวงเงินกู้มาสมทบ ในส่วนของ การประปา ผมขอเรียนนะครับว่ามูลค่าโครงการทั้งหมด ๗,๔๐๐ ล้านบาทนั้น ๓,๔๐๐ ล้านบาท เปึนรายได้ของการประปาเอง เปึนเงินกู้จากต่างประเทศจาก ไจก้า ตามที่วันนี้เรามาเสนอขอคําอนุมัติจากทางรัฐสภาอยู่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท และเปึนเงินกู้ ในประเทศอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ได้คิดครบถ้วนนะครับว่าแหล่งทุนที่ เหมาะสมสําหรับแต่ละโครงการนั้นควรจะมาจากที่ใด เท่าไร และในสัดส่วนที่กู้ยืมเงินจาก ประเทศก็เปึนเพราะตามที่ผมได้เรียนไปก่อนหน้านี้ มีความจําเปึนเพราะเรามี ความจําเปึนต้องซื้อสินค้าทุนบางประเภทจากต่างประเทศ ต้องใช้ตราสารต่างประเทศ เงินตราต่างประเทศในการซื้อสินค้าทุนเหล่านั้น จึงมีความจําเปึนที่จะต้องกู้ยืมเงินจาก ต่างประเทศเพื่อที่จะได้มีเงินตราต่างประเทศมาชําระตามความต้องการของสินค้า ประเภทนั้น นี่ก็คือที่มาและสาเหตุครับ แต่ในภาพใหญ่ที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านมี ความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินของรัฐบาลโดยรวม ประเด็นนี้ผมเห็นใจแล้วก็เข้าใจ แล้วผมขออนุญาตเรียนกับสมาชิกรัฐสภาทุก ๆ ท่านนะครับว่า ในส่วนของรัฐบาลเองเราก็มี ความกังวลมีความเปึนห่วงแล้วมีความระมัดระวังในเรื่องของการก่อหนี้ แต่อย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตเรียน ณ เวลานี้ในเมื่อภาคเอกชนไม่มีความพร้อม กําลังซื้อของของพี่น้อง ประชาชนขาดหาย กําลังซื้อของประเทศคู่ค้าของเราก็ตกลง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือกําลัง การผลิตเราลดลง พี่น้องประชาชนคนไทยเริ่มที่จะไม่มีงานทํา ถ้ารัฐบาลไม่ทําอะไร รัฐบาลเพียงแค่ใช้เงินตามเม็ดเงินภาษีที่เก็บมาได้การลงทุนจะไม่เกิด การสร้างงานจะไม่มี ประเด็นปัญหาก็คือพี่น้องประชาชนเองนั่นแหละครับจะเปึนผู้ที่จะต้องรับภาระหนี้สิน ครัวเรือน หนี้สินส่วนตัวเพิ่มขึ้น เพราะภาระค่าครองชีพยังคงเดิม ดังนั้นเมื่อรัฐบาลมองว่า ภาระหนี้รัฐบาลสามารถที่จะรับได้ แล้วผมยืนยันนะครับว่ารับได้ตามภาระหนี้ที่เราได้ นําเสนอ เราก็ตัดสินใจว่าเราควรที่จะแก้ปัญหาแทนพี่น้องประชาชน เพื่อพี่น้องประชาชนเอง จะได้มีรายได้ ไม่จําเปึนต้องก่อหนี้เปึนภาระส่วนตัว ซึ่งเราก็มีความเปึนห่วงว่าในกรณีนั้น พี่น้องประชาชนจะแบกรับภาระได้หรือไม่ หลายท่านนะครับได้เท้าความกลับไปถึง มาตรการระยะสั้นของรัฐบาล แล้วก็มีคําถามถึงผลนะครับว่ามีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ผมคิดว่าการที่จะวัดนะครับว่าผลของมาตรการต่าง ๆ มีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ผมเรียน ตามตรงครับ ณ วันนี้ยังวัดไม่ได้ เงินเพิ่งเริ่มกลับเข้ามาในระบบ เรียนฟรีพี่น้องประชาชน เพิ่งได้รับ อสม. เพิ่งได้รับไปเดือนเดียว เช่นเดียวกับเบี้ยผู้สูงอายุ ส่วนเช็ค ๒,๐๐๐ บาท ผมยืนยันได้ครับว่ากลับเข้ามาในระบบ แต่ผลต่อการบริโภคโดยรวมผมคิดว่าสถิติทาง เศรษฐกิจอีกไม่นานก็จะชี้ให้เราได้เห็น แต่ที่ผมขออนุญาตยืนยันในส่วนของตรงนี้นะครับ ก็คือทาง กทม. เอง ทางกระทรวงมหาดไทยเองได้รายงานเข้ามาแล้วว่ายอดขายป้นี้ของ โรงรับจํานําทั่วประเทศตกลงครับ โดยเฉพาะในช่วงปัจจุบันซึ่งเปึนช่วงใกล้เวลาเป่ดเทอม โดยปกติแล้วยอดจํานําของพี่น้องประชาชนจะสูงกว่าปัจจุบันค่อนข้างมาก และสาเหตุที่ เราสามารถอ้างได้นะครับว่าทําไมพี่น้องประชาชนถึงใช้บริการของโรงรับจํานําน้อยลง ก็เพราะภาระค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องชุดเรียน หนังสือเรียนของผู้ปกครองปรับลดลง และพี่น้องประชาชนมีเงินในกระเปิาที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น นี่ก็คือตัวอย่างให้เห็น นะครับว่ารัฐบาลสามารถที่จะเพิ่มภาระหนี้สินของรัฐบาลเองได้เพื่อลดภาระของพี่น้อง ประชาชนไม่ต้องเปึนหนี้เปึนสิน และนี่คือเปัาหมายในส่วนของรัฐบาลนี้ครับ เพราะฉะนั้น ในวันนี้ผมก็หวังนะครับว่าการชี้แจงของทางผมและท่านรัฐมนตรีว่าการคมนาคม จะเพียงพอต่อการพิจารณาของท่านสมาชิกรัฐสภานะครับว่ามีความเหมาะสมในการที่จะ มอบหมายให้ผมและกระทรวงการคลังไปเจรจาในรายละเอียดเงินกู้เพื่อมาสนับสนุน ๔ โครงการที่เราได้นําเสนอในวันนี้ เพื่อนํารายละเอียดมาให้ทางท่านสมาชิกรัฐสภาได้ พิจารณาอีกครั้งหนึ่งหรือไม่ ขอบพระคุณครับ
ผมถือว่าการอภิปรายยุติลงแล้วตาม ข้อบังคับ ข้อ ๖๗ นะครับ
ท่านประธาน ขออนุญาตพาดพิงนิดหนึ่งครับ ขออนุญาตพาดพิงสักครู่ครับ
มันยุติตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ แล้วครับ
เปึนพาดพิงครับท่านประธานครับ
เพราะว่าผู้เสนอเปึนคนสรุปท้ายแล้วครับ
ท่านรัฐมนตรีพาดพิงรัฐบาลชุดที่แล้วครับ ขออนุญาตชี้แจงนิดเดียวครับ
ผมปฏิบัติตามข้อบังคับครับ
ขอชี้แจงนิดเดียวครับ
ไม่ได้แล้วครับ มันจะผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ครับ
ท่านประธานครับ
เพราะเปึน การพาดพิง ท่านประธานครับ
เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวพาดพิงถึงกระผม
ไม่พาดพิงอะไรแล้วครับ ฟังแล้วครับ
การใช้ สิทธิพาดพิงนั้นเปึนสิทธิขั้นพื้นฐานท่านประธานครับ แล้วผมไม่ได้ทําให้ท่านเสียหาย
เปล่าครับ ขอความกรุณาเถอะครับ
ท่านครับ
คือข้อบังคับ
ท่านบอกว่า ผมพูดผิด ท่านไม่ได้กู้เงินมากขนาดนั้น
ก็ไม่เปึนไรครับ
นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (แบบสัดส่วน) ดังนั้นวันนี้ ท่านจะตอบก็ได้ ไม่ตอบก็ได้ ราชกิจจานุเบกษาอยู่ในมือ เซ็นโดยท่านนายกรัฐมนตรี นี่ครับ กู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชกําหนด
คือบันทึกไว้เรียบร้อยแล้วละครับ ที่ท่านพูดทุกคํานี่ครับ
แล้วพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านเคยคุยไม่ใช่หรือครับว่าจะกระตุ้น เศรษฐกิจได้
เอาละครับ ท่านสุนัยครับ
แล้วท่าน ไม่ใช่หรือครับ ที่ท่านบอกว่าถ้าท่านเข้ามาแล้วน้ํามันราคาจะลดลง อย่างนี้เปึนการโม้ หรือไม่ครับ ท่านประธานครับ
พอแล้วครับ ขอบคุณครับ พอแล้วครับ
กราบขอบพระคุณครับ
ผมถือว่าเปึนการยุติแล้วนะครับ ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม
ท่านประธานครับ ขอใช้สิทธิพาดพิงสักนิดหนึ่งท่านประธาน
ก่อนจะถามมติที่ประชุม ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ ขอเชิญท่านสมาชิกผู้มีเกียรติของรัฐสภาได้เข้า ห้องประชุมทุกท่านนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตไม่ร่วมสังฆกรรมในการกู้เงินนะครับ ท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ
ก็นั่งไม่ใช้สิทธิก็ได้ครับ ไม่เปึนไรครับ ท่านจะได้ช่วยตรวจสอบองค์ประชุมด้วยอย่างไรละครับ
ให้ท่านสมคิด คอยดูครับ ให้ท่าน ส.ส. สมคิดคอยดูครับ เรื่องการกดผิดนะครับ
ครับ ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก รัฐสภาที่เคารพครับ เชิญเข้าห้องประชุมครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมให้ถูกต้องครับ แล้วก็ขอความร่วมมือท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติช่วยใช้เอกสิทธิ์ของท่าน ควรอยู่ในห้องประชุมครับ ท่านจะใช้สิทธิเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก็ได้เปึนสิทธิของท่าน นะครับ เชิญครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านนั่งลงแล้ว โปรดกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วย นะครับ เพื่อผมจะได้ส่งไปตามจังหวัดต่าง ๆ ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
เชิญนะครับ ท่านใดยังไม่ได้เสียบ บัตรแสดงตนมีไหมครับ เชิญครับ เรายังเหลืออีก ๒ กรอบครับ ก็ขอความกรุณาขอความร่วมมือ ท่านสมาชิกรัฐสภา ผ่านหรือไม่ผ่านก็อีกเรื่องหนึ่งเปึนสิทธิเอกสิทธิ์ของท่านนะครับ เหลืออีก ๒ เรื่อง เสียบบัตรแสดงตนเสร็จหมดแล้วนะครับ ท่านใดที่ยังไม่ได้เสียบบัตร แสดงตนมีไหมครับ เชิญครับ ท่านประธานปรองดองยังไม่ได้เสียบบัตรเลย เสียบแล้ว นะครับ เมื่อเสียบบัตรกันทุกคนแล้ว ผมขอให้แจ้งผลมา ท่านยังไม่เสียบบัตรแสดงตน มีไหมครับ ที่นั่งอยู่นี่ครับ ก็เสียบกันทุกคนแล้วนะครับ ช่วยดูนะคุณสมคิดอยู่ไหนล่ะ ตอนนี้ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ๓๓๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมครับ จะขอมติที่ประชุมเรื่องกรอบการเจรจา กู้เงินจากต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ท่านผู้ใดเห็นชอบตาม กรอบนี้ โปรดกดปุ์ม เห็นชอบ ใช้สิทธิของท่านนะครับ ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นชอบ ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ เชิญใช้สิทธิของท่าน ทุกท่านใช้สิทธินะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ได้ใช้สิทธิสมบูรณ์กันทุกคนแล้วนะครับ โปรดแสดงผลของคะแนน มีผู้เข้าประชุม ๓๗๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔๙ ท่าน งดออกเสียง ๑๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ ท่าน ผลคือการเห็นชอบของกรอบการเจรจากู้เงินจาก ต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผมกดไม่ได้ครับ บัตรไม่ขึ้นครับ ไม่เห็นด้วยครับ
ครับ ไม่เห็นด้วยก็ไม่เปึนไรครับ เพิ่มไปอีกครับ เจ้าหน้าที่เพิ่มให้ด้วยนะครับ ให้คุณสุรเชษฐ์จากอยุธยาบอกว่าไม่เห็นด้วยครับ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ผ่านไปนะครับ
ต่อไปเรามีอยู่ ๒ เรื่องอีกนะครับ ผมอยากจะขอความเห็น ปรึกษาที่ประชุม รวมกันได้ไหมครับ ทั้ง ๓ ทั้ง ๔ นี่นะครับ ถ้าผู้ใดไม่เห็นด้วยมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้จะให้อภิปราย ๒ เรื่องรวมกันไปเลย เพราะว่าเนื้อหาสาระเกือบคล้ายคลึงกันนะครับ ก็ขอดําเนินการ ในข้อ ๓ เลยครับ ข้อเสนอผูกพันเป่ดตลาดการค้าบริการของไทยชุดที่ ๗ ภายใต้กรอบ ความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน กับ ๔ กรอบการเจรจาร่างพิธีสารว่าด้วยการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมาย ก็หวังว่าท่านสมาชิกรัฐสภาคงจะออกความเห็นบ้าง นะครับ ทราบว่าทางวุฒิสภายังมีความประสงค์ ๑ ท่านนะครับ คือ ท่านอนันต์ วรธิติพงศ์ เชิญท่านอนันต์ครับ ติดใจตรงไหนครับ สั้น ๆ หน่อยก็จะเปึนพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผม อนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ท่านประธานครับ เรื่องข้อเสนอผูกพันเป่ดตลาดการค้า บริการของไทยชุดที่ ๗ ภายใต้กรอบของอาเซียนอันนี้ มันมีจุดที่ผมสงสัยแล้วก็อยากจะ เสนอแนะไว้อยู่ ๒ จุด ผมเข้าใจครับว่าข้อเสนอผูกพัน เวลาเราไปเจรจาเราจะต้องเสนอให้ น้อยที่สุดเพื่อจะได้เจรจาแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่เราจะได้มาให้ได้สูงสุด ผมเข้าใจว่าเรื่องของ บริการเปึนสิ่งที่ต่างประเทศต้องการจะเข้ามาทํางานในประเทศไทย ขณะที่ประเทศไทย มีความต้องการอยากจะขายสินค้าเกษตรกรรมออกไป เพราะฉะนั้นบริการเปึน สิ่งที่จะต้องถูกต่อรอง ถูกเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้ให้กับต่างประเทศแลกเปลี่ยนกับการขาย สินค้าเกษตรกรรมนั้น แต่ท่านประธานครับ มันมีอยู่ ๒ ข้อ ๒ จุดซึ่งผมดูแล้วผมเปึนห่วงว่า การที่เราไปเสนอผูกพันในครั้งนี้จะไม่ประสบความสําเร็จ แล้วจะทําให้ต้องมานําเข้ายัง ที่ประชุมรัฐสภาใหม่ จุดที่ ๑ ก็คือเรื่องของสัดส่วนการถือหุ้นจากผู้ลงทุนต่างชาติ สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการประสานงานด้านบริการอาเซียนหรือชื่อย่อ ซีซีเอส (CCS) ครั้งที่ ๒๘ ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศไทยได้เสนอผูกพันเป่ดเสรีบริการ โทรคมนาคมโดยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติเปึน ๔๙ เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ว่า ในเอกสารข้อเสนอผูกพันหน้าที่ ๑๕ ข้อไอ (I) (๓) หน้าที่ ๑๗ ข้อโอ (O) หมวดวีแซท (VSAT) (๓) หน้าที่ ๑๘ ข้อวิดีโอเท็กซ์ (Videotext) (๓) ทั้ง ๓ ข้อได้เสนอผูกพันเปึน สัดส่วนถือหุ้นของต่างชาติที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมเปึนห่วงครับว่าถ้าหากมีการเสนอผูกพันไปแล้วเมื่อการเจรจาคณะทํางาน ประสานงาน ครั้งที่ ๒๘ ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เปึน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ แล้ววันนี้มาทํา เอกสารเปึน ๒๕ เปอร์เซ็นต์นั้นเปึนข้อเท็จจริงอย่างไร ถ้าเสนอผูกพัน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ไปแล้ววันนี้เราจะไปเสนอผูกพัน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ได้อีกหรือครับ มันก็คงจะไม่ได้แล้วมันก็ จะเปึนปัญหาที่ต้องนําเรื่องกลับมายังรัฐสภาใหม่ ก็ขอให้ดูข้อเท็จจริงว่าใช่หรือไม่นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเงื่อนไขการสร้าง โอนหรือรับดําเนินการ ซึ่งภาษาอังกฤษ เรียกว่า บีทีโอ (BTO) บิลด์ ทรานเฟอร์ โอเพอเรท (Build Transfer Operate) ที่ระบุไว้ใน หน้า ๑๗ วีแซท (๓) ข้อบี (B) หน้า ๑๘ วิดีโอเท็กซ์ (๓) ข้อบี ท่านประธานครับ ในปัจจุบัน การให้บริการโทรคมนาคมในประเทศไทย ผู้ต้องการทําบริการสามารถขอใบอนุญาต บริการได้โดยตรงจาก กทช. ไม่ต้องไปดําเนินการสัญญาร่วมการงานกับใครอีกแล้ว เมื่อไม่ต้องทําสัญญาร่วมงานกับใครก็จะไม่มีการทํา บีทีโอ บิลด์ ทรานเฟอร์ โอเพอเรท อีกแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเสนอข้อผูกพันอย่างนี้ไปมันเปึนข้อผูกพันที่ไม่สมกับความเปึนจริง ไม่สามารถดําเนินการได้ในทางปฏิบัติ หมายความว่ามันไม่มีอะไรเลย มันไม่มีผลอะไรเลย เพราะมันไม่เกิด มันไม่เปึน เขาไม่สนใจ เพราะฉะนั้นถ้ามันเปึนอย่างนั้นแล้วยังมีข้อเสนอ ผูกพันอย่างนี้เข้าไป ผมก็เกรงว่าจะเปึนปัญหาแล้วทําให้ไปเสนอแล้วดําเนินการไม่ได้ ผมมี ๒ จุดง่าย ๆ ๒ ข้อครับ ก็คือว่าเราเคยเสนอผูกพันสัดส่วนถือหุ้นต่างประเทศ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว วันนี้เราเสนอ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ มันใช่หรือไม่ ถ้ามันใช่มันก็จะขัดแย้งกัน มันก็ต้องแก้ไขก่อนจะได้เอาไปเจรจาเสนอผูกพันกับเขา ข้อที่ ๑ นะครับ
ข้อที่ ๒ เราไม่มี บีทีโอ แล้ว มันไม่มี บีทีโอ ก็ไม่น่าจะเสนอผูกพันอย่างนี้อีก ขอเสนอเปึน ๒ จุด ๒ ประเด็น ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ก็คงจะไม่มี ท่านผู้ใดอภิปรายอีกนะครับ ผมก็ขอป่ดอภิปรายนะครับ แล้วก็ขอมติที่ประชุมนะครับ ในข้อ ๓ ขอมติที่ประชุมข้อเสนอผูกพันเป่ดตลาดการค้าบริการของไทยชุดที่ ๗ ภายใต้ กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมด้วยครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านเข้ามาในห้องประชุมโปรดนั่ง นะครับ แล้วผมก็จะต้องตรวจสอบองค์ประชุมเหมือนกันนะครับ เดี๋ยวจะผิดพลาดครับ เชิญครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม นะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ผมว่าถ้าท่านจะกรุณานั่งอีกสัก ๓๐ นาทีและ ไม่ออกไปข้างนอกจะเปึนพระคุณอย่างสูงนะครับ เชิญท่านสมาชิกนั่งประจําที่เสร็จแล้วก็ เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ มาครบทุกท่านแล้วนะครับ ไม่มีนะ อยู่ข้างนอก ท่านเชาวรินก็ช่วยกดบัตรด้วย ท่านวิชาญก็ช่วยกดบัตรด้วย ท่านวรวัจน์ก็ช่วยกดบัตรด้วย นะครับว่าอยู่ในห้องประชุม
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
กดบัตรแสดงตนกันเรียบร้อยแล้ว นะครับ เมื่อเรียบร้อยแล้ว ไม่มีท่านใดยังไม่ได้กดบัตรแสดงตน ไม่มีนะครับ ถือว่า ที่ประชุมนี้ได้กดบัตรแสดงตนกันทุกท่านแล้วนะครับ ผลครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ครบองค์ประชุมคือ ๓๒๔ ท่านนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติ ถ้าท่านผู้ใดจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบข้อเสนอผูกพัน เป่ดตลาดการค้าบริการของไทยชุดที่ ๗ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของ อาเซียน ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิทุกท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ทุกท่านใช้สิทธิหมดแล้วนะครับ แสดงผลมา มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๓๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามข้อเสนอผูกพันเป่ดตลาดการค้าบริการของไทย ชุดที่ ๗ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียนนะครับ
ต่อไปเรื่องที่ ๔ กรอบการเจรจาร่างพิธีสารว่าด้วยการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่ผิดกฎหมาย ก็คงจะไม่มีท่านผู้ใดอภิปรายนะครับ เพราะต่างท่านก็เข้าใจดีแล้ว ก็ถือว่า ป่ดอภิปรายก็แล้วกันนะครับ เชิญคุณวรวัจน์ เชิญครับ เจ้าของยาสูบ เชิญครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะเรียนท่านประธานครับ ผมได้ดูกรอบเกี่ยวกับเรื่องการเจรจาร่างพิธีสารว่าด้วยการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่ผิดกฎหมาย ผมอยากนําเรียนฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลสักนิด อันที่จริงแล้ว ผมอยากเรียนท่านประธานว่า ในอดีตทางครอบครัวผมได้ทํากิจการเกี่ยวกับยาสูบจริง แต่ในปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้ดําเนินการในส่วนนั้นแล้วนะครับ แต่ว่าผมดูในส่วนของคําสั่งของ รัฐบาลของกรมควบคุมโรคในหลาย ๆ ประการ ค่อนข้างจะจํากัดเกี่ยวกับการผลิต ใบยาสูบของประเทศไทย ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ยาสูบที่เรานําเข้ามาบริโภคมี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งผลิตภายในประเทศโดยโรงงานยาสูบ อีกส่วนหนึ่งเปึนใบยาสูบสําหรับ การนําเข้า แต่คําสั่งของกรมควบคุมโรคที่ออกมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึนคําสั่งเกี่ยวกับ การควบคุมการผลิตนะครับ เรื่องของฉลาก หีบห่อ บรรจุภัณฑ์ หรือแม้แต่เรื่องของ การห้ามโฆษณาส่งเสริมการขาย หรือว่าการควบคุมการค้าการปลูกพืชทดแทนยาสูบ ทั้งหมดจะแต่งตั้งโดยกระทรวงสาธารณสุขเปึนส่วนใหญ่ ผมอยากเรียนปัญหาข้อเท็จจริง ในประเด็นนี้นะครับว่า ถ้าท่านทําแบบนี้ผมเรียนท่านเลยนะครับว่า ผู้ค้าใบยาสูบ ผู้ผลิต ใบยาสูบ เกษตรกรที่ผลิตใบยาสูบที่อยู่ภายในประเทศไทยจะได้รับข้อจํากัดในสิ่งเหล่านี้ อย่างมาก เพราะท่านกําลังกีดกันใบยาสูบที่ผลิตภายในประเทศไทย แต่ผมอยากเรียน ท่านนะครับ โดยความเปึนจริงท่านไม่สามารถไปกีดกันยาสูบที่นําเข้ามาจากต่างประเทศ หรือบุหรี่ของต่างประเทศท่านกีดกันเขาไม่ได้เลย เขาจะเอาเข้ามาขายภายในประเทศไทยอย่างเต็มที่ ท่านกีดกันเขาไม่ได้เลย ท่านจะเก็บ ภาษีมันก็มาแบบบุหรี่เถื่อน แต่กลไกที่ท่านควบคุมตรงนี้จะได้รับผลกระทบต่อโรงงาน ยาสูบโดยตรง แล้วได้รับผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบโดยตรง ซึ่งผมดูตรงนี้แล้ว นี่นะครับ ผมฝากรัฐบาลนะครับว่าถ้าไม่ทบทวนกระบวนการจัดการตรงนี้แล้ว เกษตรกร ผู้ผลิตใบยาสูบของประเทศไทยจะตายหมด ผมอยากเรียนรัฐบาลเรื่องของใบยาสูบ นิดหนึ่งนะครับว่า ท่านต้องเข้าใจนะครับ ประเทศไทยเปึนผู้ผลิตใบยาสูบที่เปึนตัวผสม ตัวยาสูบจะมี ๒ ส่วน ส่วนที่เปึนตัวพวกแคลสซิเคิล ไทพ์ (Classical type) คือคล้าย ๆ กับเหมือนเปึนวิสกี้ (Whisky) อีกตัวหนึ่งคือ ฟ่ลเลอร์ (Filler) คือตัวคล้ายกับเปึนโซดา ของประเทศไทยเปึนผู้ผลิตฟ่ลเลอร์หรือตัวผสมเหมือนโซดาที่ดีที่สุดในโลก เพราะผสม แล้วไม่ทําให้กลิ่นและรสเสียหายไป จริง ๆ แล้วเปึนยาสูบที่มีศักยภาพ แต่ถ้าท่านไปทํา แบบนี้นะครับ การปลูกพืชทดแทนใบยาสูบก็ใช้คนของกระทรวงสาธารณสุขไปนี่ จริง ๆ แล้วยาสูบเปึนพืชที่มีกฎหมายพิเศษนะครับ ท่านไปตั้งจากกรมวิชาการก็ผิด เพราะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้มีเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของยาสูบเลย เพราะฉะนั้น การดําเนินการของท่านเกี่ยวกับยาสูบทั้งหมดท่านไม่เข้าใจ และผมเรียนนะครับ ถ้าท่าน แก้ไขพืชเกษตรโดยที่ท่านไม่ทําความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วนี่ ไม่เปึนที่น่าสงสัยเลยครับ ทําไมวันนี้เกษตรกรทั่วประเทศเดือดร้อนเพราะแนวคิดของท่านเปึนอย่างมาก ผมขอ อนุญาตท้วงติงรัฐบาลไปนะครับว่า ถ้าท่านทําแบบนี้เกษตรกรตายหมด โดยเฉพาะ เกษตรกรที่ผลิตใบยาสูบ ผมทํานายไว้ตรงนี้ได้เลยนะครับถ้าท่านออกมาตรการอย่างนี้ แบบนี้ออกมา ภายในเวลาไม่กี่ป้นี่นะครับ เกษตรกรที่ปลูกใบยาสูบที่อยู่ภายในประเทศไทย ตายทั้งหมด แล้วหลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือว่าโรงงานยาสูบของประเทศไทยก็จะ อยู่ไม่ได้ แล้วโรงงานยาสูบก็จะถูกประมูลยึดไป เมื่อดําเนินการต่อไปไม่ได้แล้วก็จะโดนยึด ไปโดยต่างประเทศ จะมีบริษัทต่างชาติเข้ามาซื้อโรงงานยาสูบไป แล้ววันนั้นใบยาสูบ ทั้งหมดจะถูกต่างชาติยึดครอง เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้ผมไม่อาจจะกล่าวหาทาง รัฐบาลนะครับว่า รัฐบาลรู้ หรือไม่รู้ หรือมีกระบวนการจงใจทําให้ยาสูบเสียหาย ผมเชื่อมั่นนะครับท่านเดินอย่างนี้โรงงานยาสูบโดนยึดแน่ ๆ โดนยึดแน่นอนครับ แล้ววันนั้น เกษตรกรก็จะไม่มี แล้วบุหรี่ต่างประเทศจะมาครอบงําตลาดยาสูบของประเทศไทย ทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานนะครับ กรอบการเจรจาและวิธีการที่ ดําเนินการและกรอบนี้ไม่ถูกต้อง ผมคิดว่าท่านสมาชิกหลายท่านไม่ได้อยู่ในธุรกิจของ ยาสูบมาก่อน ท่านไม่เคยรู้ครับ ใบยาสูบของประเทศไทยทําอย่างไร แต่ผมนี่ผมต้องเรียน นะครับ ท่านรู้ว่าผมโตขึ้นมากับครอบครัวยาสูบ ผมเกิดขึ้นมากับยาสูบ และผมคิดว่า ในสภาแห่งนี้มีผู้ที่เข้าใจเรื่องยาสูบน้อยมาก เพราะฉะนั้นกรอบการเจรจาครั้งนี้ ผมเรียน ท่านว่าถ้าท่านปล่อยผ่านไปนี่ท่านกําลังทําร้ายเกษตรกรยาสูบโดยท่านไม่เข้าใจ และท่าน กําลังจะทําให้ประเทศไทยเสียหาย และโรงงานยาสูบเสียหายตรงนี้อย่างมาก ผมต้อง เรียนท่านนะครับ กรอบท่านนี่ผมไม่ทราบจะยับยั้งท่านได้หรือเปล่านะครับ แต่ผมคิดว่า ออกมาอย่างนี้ไม่ถูก โดยเฉพาะคนที่เกิดขึ้นมาจากตรงนี้ เห็นตรงนี้ ผมคิดว่าท่านต้อง ทบทวนสักนิดหนึ่งนะครับ วันนี้กรอบนี้ผมคิดว่าปล่อยผ่านไปโดยไม่ดูในรายละเอียดนี่จะ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเกษตรกรและก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศไทยเปึนอย่างมาก ก็ขออนุญาตนําเรียนท่านประธานผ่านถึงรัฐบาล และผ่านไปถึงท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ ด้วยนะครับว่ากรอบนี้ถ้าท่านจะกรุณาชะลอได้ชะลอไปก่อนสักระยะหนึ่ง ทบทวนนะครับ เอาผู้ที่เข้าใจเกี่ยวกับยาสูบจริง ๆ มาชี้แจง ผมเชื่อว่าถ้าถามคนที่เข้าใจจริง ๆ เขาจะตอบ ท่านได้เลยครับว่าทํากรอบแบบนี้ออกมาอันตรายต่อกิจการยาสูบของประเทศ และ อันตรายต่อโรงงานยาสูบ และจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อรายได้ของรัฐในอนาคตด้วยนะครับ ก็ขออนุญาตให้ข้อมูลและท้วงติงในประเด็นนี้เอาไว้ ผมคิดว่าไม่ทราบว่าท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ซึ่งเคยดูโรงงานยาสูบอยู่ท่านจะกรุณามองให้ละเอียดและดูให้ลึก หรือชะลอไปก่อนจะได้หรือไม่ แต่ถ้ามาตรการออกไปโดยที่เราไม่รอบคอบนี่นะครับ ถ้ามันก่อให้เกิดผลเสียหายกับประเทศแล้วมันเอาคืนไม่ได้นะครับ ก็ขออนุญาตนําเรียน ท่านสมาชิกรัฐสภา ท่านที่เปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยกรุณารับฟัง อย่างน้อยก็ถือว่าเปึนคน ที่เปึนตัวแทนของเกษตรกรที่มาพูดให้ท่านฟังในสภาแห่งนี้ด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ไม่มีท่านผู้ใดอภิปรายต่อ ก็ถือว่าป่ดการอภิปราย ก็พอกระมังคุณหมอวรงค์ พอแล้วครับ ผมขอมติที่ประชุมเลยนะครับ ถ้าผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการก็กดปุ์ม ไม่รับหลักการ นะครับ ถ้าผู้ใดเห็นชอบก็กดปุ์ม เห็นด้วย ก็แล้วกันนะครับ ถ้าใครไม่เห็นด้วยก็กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ก็แล้วกันครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ ผมเองจริง ๆ อยากจะฟังคําตอบจากทางรัฐบาล สักนิดหนึ่ง เพราะว่าพวกเราเองฟังท่านวรวัจน์แล้วก็ยังงง ๆ อยู่ครับว่ามันมีผลกระทบ อะไรบ้าง
ไม่งงหรอกถูกต้องทุกอย่าง
ไม่ใช่ครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องฟังนิดหนึ่งครับ นี่ขนาดท่านไตรรงค์เองหรือ ใครเองก็ยังสอบถามยังมองกันนะครับ ถ้าท่านประธานจะอนุญาตให้ท่านรัฐมนตรี ให้รายละเอียดตามที่ท่านวรวัจน์ได้พูดไปมีข้อเท็จจริงอย่างไรก็จะเปึนประโยชน์ต่อสภาครับ
ก็ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวให้เข้าครบ ผมนับองค์ประชุมสักนิดหน่อยครับ แล้วก็ขอความกรุณาอย่าลุกออกไปก็แล้วกันครับ เพื่อรวบรัดครับ ท่านรัฐมนตรีจะสรุปชี้แจงสักหน่อยไหมครับ สัก ๔-๕ นาทีครับ เชิญครับ
ข้อเปึนห่วงของเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ผมก็พยายามรับฟังตลอดนะครับ แล้วก็เข้าใจว่าผู้ที่มีหน้าที่ในการไปเจรจาตามกรอบนี้ได้ฟังไว้ด้วยนะครับ ขออนุญาตที่จะ รับไว้ในการพิจารณาครับ
ก็พอกระมังครับ คุณวรวัจน์
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตจริง ๆ นะครับเรื่องนี้ ผมไม่มีความประสงค์ที่จะไป ขัดขวางรัฐบาลนะครับ แต่ประเด็นนี้ผมต้องกราบเรียนจริง ๆ ครับ ด้วยความที่ผมเกิด ขึ้นมาจากตรงนี้แล้วผมเข้าใจเรื่องของยาสูบจริง ๆ แล้วผมคิดว่าท่านนะครับ ผมว่าหลายท่าน ที่เคยอยู่กระทรวงการคลัง หลายท่านที่เคยกํากับดูแลโรงงานยาสูบอยู่ท่านต้องเข้าใจ ประเด็นนี้ว่าวันนี้โรงงานยาสูบยืนเกือบไม่ได้แล้ว เพราะบุหรี่จากต่างประเทศเข้ามารุก ตลาดภายในประเทศ ผมอยากเรียนนะครับ ในอดีตการเจรจาของรัฐบาลในอดีตเกี่ยวกับ เรื่องการภาษี ภาษีที่เราปล่อยให้การนําบุหรี่เข้ามาภายในประเทศเหลือ ๐ ทําให้ตลาด ยาสูบต่างประเทศเข้ามาบุกประเทศไทย จนกระทั่งวันนี้โรงงานยาสูบเกือบยืนอยู่ไม่ได้ แต่ใบยาสูบซึ่งส่งไปขายที่ประเทศมาเลเซียเราไม่สามารถส่งไปขายที่ทางประเทศ มาเลเซียได้ ถ้าส่งไปได้จะต้องถูกเก็บประมาณกิโลกรัมละเกือบ ๕๐๐ บาท โดนภาษี ประมาณ ผมเข้าใจว่าเกือบ ๕๐ เท่าหรืออย่างไรนี่ครับ แพงมากเลย จนกระทั่งเรามีการ ลักลอบเอาใบยาสูบไปขายที่ตลาดชายแดนภาคใต้แล้วส่งนําไปขายที่ทางประเทศ มาเลเซีย แต่สุดท้ายมา
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธาน
มีคุณหมอวรงค์ประท้วงอีกแล้วครับ ผมว่าจะยาวอีกแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาประมาณสักไม่เกิน ๑ นาทีครับ ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่าผมประท้วงท่านผู้อภิปรายว่าให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากว่ากรอบนี้ สาระสําคัญคือ เปึนการควบคุมการนําเข้าบุหรี่เถื่อนครับ สาระสําคัญอยู่แค่นี้เองครับ เปึนข้อตกลงของ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ในการให้ประมาณ ๑๖๔ ประเทศตกลงร่วมกัน ในการควบคุมการนําเข้าบุหรี่เถื่อนทุกประเทศทั่วโลกและจะไม่มีผลกระทบต่อระบบบุหรี่ ในประเทศไทยโดยเด็ดขาดครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนอย่างนี้นะครับ ผมอยากให้ท่านดูให้ละเอียดในเรื่องนี้ วันนี้ผมคิดว่าท่านสมาชิกสภาได้มีเวลาดูเรื่องนี้นิดเดียว แล้วก็จริง ๆ แล้วกระทรวง สาธารณสุขไม่ได้เข้าใจในประเด็นนี้นะครับ เพราะว่ายาสูบเปึนพืชพิเศษ มีกฎหมายพิเศษ วันนี้ใบยาสูบ กรมสรรพสามิตเก็บเงิน แล้วก็กระทรวงสาธารณสุขควบคุม กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้ไปส่งเสริมการเพาะปลูกนะครับ เพราะถือว่าเปึนพืชที่มี กฎหมายพิเศษ วันนี้ยาสูบของประเทศไทยตกต่ํามาก โรงงานยาสูบเกือบจะป่ดกิจการ ผมเรียนท่านประธานตรงนี้ก่อนนะครับ ผมไม่มีธุรกิจเกี่ยวกับใบยาสูบเหลือเลย แต่ว่าท้วงติง ท่านไว้ในที่นี้ เพราะผมเห็นว่าถ้าออกไปโดยปราศจากการท้วงติงแล้วก็เราปล่อยไปอย่าง รวก ๆ แล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเกษตรกร แล้วก่อให้เกิดความเสียหายให้กับ โรงงานยาสูบ และจะก่อให้เกิดความเสียหายให้กับแหล่งจัดเก็บภาษีของประเทศอย่างยิ่ง ก็ขออนุญาตท้วงติงไว้ตรงนี้นะครับ และขอบันทึกไว้เปึนหลักฐานนะครับ
บันทึกไว้เปึนหลักฐานแล้วครับ
เพราะว่า ผมคิดว่าตรงนี้เกิดความเสียหาย แต่ถ้ารัฐบาลจะดันออกไปโดยที่จะไม่ชะลอหรือทบทวน ผมเชื่อว่าตรงนี้นะครับ รัฐบาลไม่ได้เชิญผู้ค้ายาสูบหรือเกษตรกรยาสูบที่อยู่ในภาคต่าง ๆ ภาคเหนือ ภาคอีสานมาคุยเลย จู่ ๆ ท่านผ่านตรงนี้ออกมาเลย โดยท่านไม่ได้รับฟังเขาเลย ผมเกรงจะก่อให้เกิดความเสียหาย แล้ววันนี้ถ้าสภาแห่งนี้ตัดสินไปโดยที่เราขาดข้อมูล ที่ชัดเจน แล้วไม่มีการมาชี้แจงที่ชัดเจนนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็ไม่สามารถมาชี้แจง ในประเด็นนี้ได้อย่างชัดเจนนี่นะครับ ผมว่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย ผมไม่ทราบว่า สามารถที่จะตั้งคณะกรรมการหรือคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาได้ไหมครับ
ผมว่าสภานี่นะครับคุณวรวัจน์ เปึนผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านนะครับ ท่านพอรู้ดีรู้ชอบทุกอย่างนะครับ อะไรต่าง ๆ นี้สอนท่าน ไม่ได้ละครับ ท่านจะใช้เอกสิทธิ์ของท่านในการโหวต ใช้สิทธิของท่านว่าเห็นชอบหรือไม่ เห็นชอบนะครับ ชี้นําไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ เพราะว่าแต่ละท่านมีคุณวุฒิสูงส่งทั้งนั้นครับ เหนือผมทุกคนนะครับ ก็ขอยุติแค่นี้นะครับ ด้วยความกรุณา
ผมขออนุญาต นําเรียนท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ คือในกรอบนี้นะครับ ที่ผมพยายามจะอภิปรายนี่ ทั้ง ๆ ที่คนอื่นมีผู้อภิปรายน้อย เพราะว่าอาจจะไม่ได้อยู่กับกิจการของยาสูบ ผมเอง บังเอิญที่มีประสบการณ์ทางนี้มาก ผมก็พยายามอธิบายให้ท่านสมาชิกแห่งรัฐสภาฟังว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี่จะคืออะไร แล้วถ้าเราตัดสินใจไปอย่างนี้ วันข้างหน้าที่มีความเสียหาย
มีผู้ประท้วงครับท่าน ผมว่าพอ
ท่านประธานครับ นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานว่า ท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้วว่า มีการป่ดอภิปรายนะครับ แล้วกําลังตรวจสอบองค์ประชุม แต่ท่านผู้อภิปรายยังอภิปรายต่อ ผมขออนุญาตประท้วงครับ
คือถูกต้องครับ ผมพยายามปรองดอง ทุกฝ์ายนะครับ ขอความกรุณา คือหมายความว่าคุณวรวัจน์ก็เปึนเจ้าของยาสูบเก่า แต่ตอนนี้ท่านเลิกแล้วไปทําบริษัท บางปู แต่ว่าครอบครัวนะครับ ตัวท่านไม่ได้ทํา นะครับ ฉะนั้นอย่าไปห่วงวิตกกังวลอะไรทั้งสิ้น เป่ดโอกาสให้คนหนุ่ม ๆ ได้มีโอกาส เป่ดเผยความในใจบ้างครับ เพื่อจะได้นอนหลับสบายครับ อันนี้พอแล้วครับ หลานรัก พอแล้ว
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมได้ให้ข้อมูลกับท่านสมาชิกรัฐสภาแล้วนะครับ แล้วก็ขอ อนุญาตท้วงติงในฐานะที่ผมถือว่าเปึนตัวแทนของคนที่เคยอยู่ตรงนี้
ถูกต้อง
ก็แล้วแต่ ท่านจะตัดสินใจ ถ้าท่านจะตัดสินใจไปในประเด็นที่ท่านว่า จะดําเนินการไปแล้วก่อให้เกิด ความเสียหายในอนาคตนะครับ ก็เปึนความรับผิดชอบของสภาแห่งนี้ แต่ผมขออนุญาต บันทึกไว้เปึนหลักฐานครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
บันทึกไว้หมดแล้วครับ ต่อไป ผมจะขอสอบองค์ประชุมครับ ครบหรือไม่ครบนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าสู่ห้องประชุม ทุกท่านแล้วนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เมื่อนั่งที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว โปรด เสียบบัตรแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อย ทุกท่านแล้วนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนนะครับ เรียบร้อยหมดแล้ว นะครับ ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ก็มาเสียบตอนหลังครับ แสดงผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุม ในเรื่องกรอบการเจรจาร่างพิธีสารว่าด้วย การค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมาย ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใช้สิทธินะครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์มงดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติได้ใช้สิทธิของท่านครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
แสดงผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ใช้สิทธิ ๓๓๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒ ท่าน งดออกเสียง ๑๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบกรอบการเจรจาร่างพิธีสารว่าด้วย การค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมาย
กระผมกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับ และวันจันทร์ ขอเชิญท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าประชุมเรื่องพระราชกําหนด เพราะว่าจะต้อง ดําเนินการตามกฎหมายโดยรวดเร็วนะครับ ได้บรรจุระเบียบวาระแล้ว กราบขอบคุณ อีกครั้ง ขอป่ดประชุมครับ