รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องการกู้เงินจากต่างประเทศและการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ไม่ดี โดยวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการเร่งรีบและขาดระเบียบในการดำเนินการ และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงการใช้เงินอย่างชัดเจนและรัดกุม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรถไฟฟ้าสายสีม่วงและโครงการอีสท์ เวสท์ คอริดอร์ และเรียกร้องการตรวจสอบการบริหารจัดการเงินทุนของโครงการเหล่านี้

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กรณีกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จาก ต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ เอกสารฉบับนี้ที่ส่งมาให้พวกกระผมได้ศึกษา ก่อนที่จะมาอภิปรายในวันนี้หรือมาเสนอข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลในวันนี้นั้น มันมี ข้อบกพร่องท่านประธาน เพราะหนังสือท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทํากราบเรียนประธานรัฐสภาในเรื่องนี้ ที่จริงแล้วมี ๔ โครงการที่จะกู้เงิน แต่ปรากฏว่า ส่งเอกสารมาในตอนแรกมีแค่ ๓ โครงการ คือ โครงการทําถนน ๔ เลน ทําสะพาน ทําระบบประปา แต่ไม่มีรถไฟฟัาสายสีน้ําเงินนะครับ แล้วปรากฏว่าเมื่อวานนี้รัฐบาลได้ส่ง เอกสารแนบเข้ามาแบบกะทันหันเลยครับ ส่งเข้ามาบอกว่าจะกู้เพื่อทําโครงการรถไฟฟัา สีน้ําเงินช่วงหัวลําโพงและบางแค เปึนวงเงินประมาณ ๒๔,๑๘๒ ล้านบาท เพิ่มเติมเข้ามาเฉย ๆ เลยท่านประธาน อย่างนี้ผมคิดว่ามันเปึนการเร่งรีบจนเกินไป เงินกู้ มากมายขนาดนี้ทําเปึนเด็กเล่น ส่งเข้ามาคิดจะแนบอะไรเข้ามาก็แนบ คิดจะให้รัฐสภา แห่งนี้พิจารณาอะไรเร่ง ๆ ด่วน ๆ ก็ทําไป ไม่มีระบบ ไม่มีระเบียบ ไม่มีขั้นตอน แล้วใคร ที่ไหนจะศึกษาได้ทันครับท่านประธาน ผมใช้เวลาศึกษามาทั้งหมดนี่ท่านประธาน ๓-๔ วัน เพื่อจะมาอภิปรายข้อเสนอแนะในวันนี้ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจําได้ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๒ วันที่รัฐสภาได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพวกกระผม พรรคเพื่อไทยทําหน้าที่ฝ์ายค้าน ผมครับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นี่ละครับเปึนคนที่ ลุกขึ้นอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการบริหารงานของเด็กหนุ่ม ๒ คน วันนั้นผมพูดชัดเจน ครับ ผมได้ทําแผ่นเพื่อมาบรรยายในห้องนี้ ผมเขียนไว้ชัดเจนเลยว่าวันนี้ประเทศไทย ถังแตก ๒๐ มีนาคมนะครับ ถังแตก วันนี้สังคมเริ่มมายอมรับแล้วครับว่าประเทศไทย ถังแตกจริง ๆ เพราะด้วยการบริหารของเด็กหนุ่ม ๒ คนครับ

ท่านประธาน วันนั้นผมจําได้ครับว่าประเทศไทยจะไม่มีเงิน รัฐบาลเก็บ ภาษีไม่ได้ตามเปัา สิ่งที่จะเกิดขึ้นผมพูดได้ชัดเจนว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีบาป ภาษีเหล้า บุหรี่ กาแฟ สถานบันเทิง สถานบริการ วันนี้ความจริงปรากฏครับ นอกจากนั้นผมยังได้ อภิปรายท่านประธานว่า รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีสรรพสามิตของน้ํามัน ขูดรีดประชาชน วันนี้ความจริงก็ปรากฏขึ้นมาอีกท่านประธาน ได้เพิ่มเพดานภาษีน้ํามันจาก ๕ บาท เปึน ๑๐ บาท ขณะนี้กําลังรอการแก้กฎหมายแค่นั้นเองเพื่อจะได้เก็บเพิ่ม แต่สิ่งที่ประชาชน คนไทยเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรครับ ปุิย ราคาปุิยขึ้นเลย ท่านประธาน ผมขออนุญาตเอาตัวเลขเพื่อชี้ให้สังคมได้เห็นเพียงเล็กน้อย กรณีปุิยยูเรีย ๔๖-๐-๐ ราคาตลาดเมื่อตอนน้ํามันขึ้นไป ๑๔๐ เหรียญ ๑,๓๐๐-๑,๖๐๐ บาทต่อ ๑ กระสอบ คือ ๑๐๐ กิโลกรัม สมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พยายามที่จะลดราคาน้ํามัน พยายามที่จะ ช่วยเหลือเกษตรกร ปุิยยูเรียลงมาเหลือ ๖๐๐ บาทต่อกระสอบ วันนี้ราคาล่าสุดปุิยยูเรีย ๔๖-๐-๐ ราคาอยู่ที่ ๗๒๐ บาทต่อกระสอบ อย่างนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ต้นทุน การผลิตสินค้าการเกษตรราคาต้นทุนมันสูง แต่ราคาขายแทบจะไม่มีเลย ท่านประธาน ลองดูลิ้นจี่ วันนี้ลิ้นจี่ออกมาเต็มพื้นที่เต็มท้องตลาด ราคากิโลกรัมละ ๘ บาท ๕ บาท พี่น้องเกษตรกรตายอย่างเดียวครับ ทีนี้การกู้เงินของรัฐบาลไม่ได้กู้เงินมาเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจเลย กู้มารอบแรกท่านประธาน ก็บอกว่าเงินจะหมุนไป จะหมุนไป แล้วเกิดการใช้ ๒ รอบ ๓ รอบ ๒,๐๐๐ บาท วันนี้อยากจะถามรัฐบาลว่ามันไปได้กี่รอบครับ ถึงครึ่งรอบ หรือยัง หรือว่าได้ ๑ ส่วน ๔ รอบแค่นั้นเอง ความเสียหายมันเกิดขึ้นเพราะการบริหารงาน ของรัฐบาลบริหารไม่เปึน หาเงินเข้าประเทศไม่เปึน มีแต่กู้ กู้ กู้ มาใช้จ่าย จนการ์ตูนของ หนังสือพิมพ์บางฉบับบอกว่าท่านรัฐมนตรีรัฐบาลชุดนี้เปึนลูกศิษย์อาจารย์กู้ อย่างนี้ ไม่อายหรือครับท่านประธาน และที่สําคัญที่สุดคิดจะหาเงินโดยการแก้กฎหมายนําเอา ค่าธรรมเนียมศาลมาใช้ประโยชน์ เอาเงินค่าลงทะเบียนของนักศึกษามาใช้ประโยชน์ เอาเงินหวยบนดิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้ประโยชน์ ทําไมไม่คิดจะทําหวยบนดินสักทีหนึ่ง ข้อกฎหมายก็เป่ดกว้างให้แล้ว หรือว่ารัฐบาลชุดนี้ สนับสนุนของเถื่อน สนับสนุนเจ้ามือหวยใต้ดิน หรือว่าอย่างไร อะไรที่เปึนของเถื่อน ดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้จะชอบ อย่างกรณียกตัวอย่างครับท่านประธาน การจัดเพิ่มภาษี สุรา เหล้า วันนี้มีการกักตุนสุรา มีการกักตุนบุหรี่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือลักลอบนําเข้า ตามแนวชายแดนบ้าง ร้านค้าปลอดภาษีใหญ่ ๆ ในเมืองหลวง มีการลักลอบเอาออกมา จําหน่าย คนรวยนี่นะครับซื้อของไม่ต้องเสียภาษี ถ้าท่านประธานอยากจะทราบ ท่านรัฐมนตรีอยากจะทราบจะไปล่อซื้อกับผมก็ได้ ซื้อไวน์ยี่ห้อดี ๆ ไม่ต้องเสียภาษีเลย แต่คนจนซื้อเหล้าโรงเหล้าขาวต้องเสียภาษีเพิ่ม วันนี้การกักตุนสินค้าเกิดขึ้น ทั่วทุกหัวระแหง พี่น้องประชาชนที่ติดบุหรี่อยากจะสูบใจจะขาด ไปหาซื้อบุหรี่ก็ไม่มีขาย บอกว่าขาดตลาด แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นน้ํามันอีกท่านประธาน ขบวนการลักลอบน้ํามันเข้าตาม แนวชายฝัืงหรือจากเพื่อนบ้าน ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเปึนประเทศมาเลเซียซึ่ง ราคาน้ํามันเขาถูกกว่าเรา มันก็จะเพิ่มพูนขึ้น พ่อค้าน้ํามันเถื่อนก็จะเกิดขึ้นมา ทุกหัวระแหง ท่านประธาน สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะดูแลอย่างไร ผมไม่อยากให้รัฐบาลคิดสั้นครับ อย่าหน้ามืดนะครับ ถึงขั้นที่จะไปเอาเฮโรอีนหรือยาบ้ามาจําหน่ายต่อนะครับ หรือส่งออกไป ต่างประเทศเพื่อนํารายได้เข้าประเทศ ผมไม่อยากเห็นสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นกับรัฐบาลชุดนี้ เพราะดูเหมือนทําอะไรจะหน้ามืดตามัวไปหมดครับท่านประธาน ผมให้โอกาสรัฐบาลชุดนี้ ทําหน้าที่มา ๖ เดือน ๖ เดือนเลยครับ เกือบจะ ๖ เดือนเต็ม ๆ แล้ว รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่ได้ทํางานทําได้ ๓ เดือนมีแต่คนมาขับไล่ รัฐบาลนี้ได้ทํางานเต็มที่ละครับ ๖ เดือน ถามว่าวันนี้ท่านทําอะไรบ้าง ท่านคิดจะหาเงินเข้าประเทศวิธีไหนบ้าง ท่านไม่มีเลย ไม่มีแนวนโยบายที่จะหารายได้เข้าประเทศ ผมพูดอยู่อย่างเดียววันนั้น กู้ กู้ กู้ แล้วตอนผม อภิปรายในงบประมาณผมก็บอกว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้จ่าย ผมแทบจะไม่พูดถึง ในโครงการใน หน่วยงานนั้น ๆ ผมพูดอยู่ตลอดเวลาว่า รายได้นั้นจะเข้าสู่ประเทศอย่างไร แล้ววันนี้สิ่งที่ เกิดขึ้นท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนเลยครับว่าการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงาน ๓ หน่วยงาน กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต มันไม่เข้าเปัาครับ ที่สําคัญที่สุด เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนี่แหละครับ บอกว่า จะเก็บ รายได้ต่ํากว่าเปัา ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคมนะครับ แต่มาเมื่อ วันที่ ๒ พฤษภาคม ต้นเดือนนี้ละครับ นายกรณ์ จาติกวณิช ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ มติชนและข่าวสดบอกว่า จะเก็บเงินรายได้ต่ํากว่าเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ที่น่า หัวเราะที่สุดคือ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านพูดในวันเดียวกันเลยครับ บอกว่า เก็บรายได้ต่ํากว่าเปัา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลชุดเดียวกัน นั่งประชุมด้วยกัน ตัวเลขเขย่งกันถึงแสนล้านบาท ท่านไม่มีความละเอียดอ่อน ท่านไม่เข้าใจเรื่องตัวเลขเลย ท่านบริหารบ้านเมืองลําบากนะครับ ตัวเลขเขย่งกันถึงแสนล้านบาท แล้วในระยะเวลา ๒ เดือน ท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช พูดตัวเลข ๒ ตัวเลข เก็บไม่เข้าเปัา ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท พอมาอีก ๒ เดือนก็ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แบบนี้ท่านจะออกนโยบายดําเนินการ หารายได้เข้าประเทศได้อย่างไร ท่านไม่มีความละเอียดอ่อนกับตัวเลข ท่านอยู่ กระทรวงการคลังท่านต้องเล่นกับตัวเลขให้สอดคล้องกับความเปึนจริง ทําสิ่งใดก็ต้องทํา ให้ทันกับเหตุการณ์ เพราะมีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ แม้แต่กระทั่งในพรรคท่านก็บอก มาว่านโยบายต่าง ๆ ของท่านที่ได้ทํามันล่าช้า มันไม่ทันกินครับ ซึ่งในช่วงที่ผมอภิปราย ไม่ไว้วางใจผมก็บอกว่ารัฐบาลชุดนี้เด็กหนุ่ม ๒ คนความรู้สึกช้า ท่านต้องทําอะไรล่วงหน้า ท่านต้องคาดการณ์ให้รัดกุม ตัวเลขต่าง ๆ หน่วยงานจัดเก็บนี่ผมลงไปดูในพื้นที่ ท่านประธาน เขาจัดเก็บไม่ได้ตามเปัาละครับ มันมีรั่วไหล มันเก็บไม่ทั่วถึง ท่านเคยศึกษา ไหม วันนี้ผมนี่นะครับท่านประธาน ได้เชิญกรมศุลกากรเข้ามาในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินได้ให้ข้อคิดที่เปึนสิ่งที่ช่วยเหลือรัฐบาลมา โดยตลอดว่า จะเก็บเงินอย่างไร เก็บเงินภาษีสุราอย่างไร การจัดเก็บภาษีเงินได้ของนิติ บุคคล บริษัทต่าง ๆ เขาทํากันอย่างไร ควรจะเก็บอย่างไร ไม่ใช่ปล่อยให้บริษัททําบัญชี ๒ เล่ม เล่มหนึ่งเอาซ่อนไว้ เอาเล่มที่โกงเบ็ดเสร็จแล้ว โกงภาษีหลวงแล้วเอามาเสนอต่อ สรรพากร ต้องเปลี่ยนต้องแก้ไขระบบการตรวจสอบใหม่ครับ บ้านเมืองมันถึงจะไปได้ ท่านไม่ต้องไปเพิ่มภาษีมรดก ท่านไม่ต้องไปจัดเก็บภาษีที่ดิน ภาษีบาปแทบจะไม่ต้องเลย เพียงแต่จัดเก็บภาษีที่ท่านเก็บทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเปึนภาษีมูลค่าเพิ่มแวต (VAT) หรือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล เก็บให้ถูกต้อง อย่าให้มันรั่วไหล การนําเข้าสินค้าต่าง ๆ อย่าให้ มันหลบเลี่ยงภาษีมากแค่นั้นละครับ ประเทศชาติประเทศไทยไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเลย วันนี้บาปกรรมมันตกกับพี่น้องประชาชนคนยากคนจน วันนี้รัฐบาลบอกว่าเอาเงินไป ช่วยเหลือคนจน เอาไปช่วย ๒,๐๐๐ บาท มันก็ไม่ถึงมือคนจน มันถึงผู้มีรายได้ที่ผู้มี เงินเดือนอยู่แล้วได้ ๒,๐๐๐ บาท เอาเงินไปช่วยผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท ซึ่งเปึนโครงการ ต่อเนื่องตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนถึงรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช มาถึง รัฐบาลนี้เอาไปให้ผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาท มันก็เปึนสิ่งที่ดี เห็นด้วย เอาไปให้ อสม. ๖๐๐ บาท ต่อเดือน แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือว่า เอาไปให้เขาแล้วก็ไปตีหัวเขากลับ ค่าน้ํามันเพิ่มขึ้นชาวบ้านตามบ้านนอกใช้รถดีเซลเปึนพาหนะ เขาต้องขนสินค้าเกษตรเข้า ออกจากไร่ สวน ไปสู่ท้องตลาด ใช้น้ํามันดีเซล ท่านไปเก็บค่าน้ํามันเพิ่มจากเขา มันแฟร์ (Fair) ไหมครับ มันยุติธรรมไหมครับ คนจน มันจะไม่พอกินอยู่แล้ว ราคาสินค้าเกษตร ก็ตกต่ํา แต่ก็ไปรีดเอาค่าน้ํามันจากเขามาอีกเปึนภาษีน้ํามัน เขาจะอยู่ได้อย่างไรครับ คนรวยไม่เดือดร้อนครับท่านประธาน แล้วภาษีที่ดินท่านคิดจะไปเก็บกับคนจน ชาวไร่ ชาวนา ที่แถวถนนสีลมนะครับ ไร่ละ ๔๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ กว่าล้านบาท ๓๐๐ กว่าล้านบาท ขึ้นมาเปึนคอนโดมิเนียมสูง ๆ แล้วไปเก็บภาษีเขาไหม คนรวยกลับไม่เสียภาษี คนจนกลับต้อง เสียภาษี มันยุติธรรมไหมครับ คนจนเขาจะตายอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ต้องฝากรัฐบาลไว้ แล้ววันนี้นะครับ ผมอยากจะเท้าความให้พี่น้องประชาชนตลอดจนเพื่อนสมาชิกในรัฐสภา แห่งนี้ได้รับทราบว่า กรอบวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณนั้น รัฐบาลได้ใช้เต็ม วงเงินตามกฎหมาย มาตรา ๒๑ ของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท เปึนตัวเลขที่เปึนเพดานกรอบวงเงินสูงสุดที่จะกู้ได้ รัฐบาล ทําขาดดุลไปนะครับ ทั้งป้ ๒๕๕๒ และเพิ่มเติมงบประมาณกลางป้ ๓๔๗,๐๐๐ ล้านบาท เหลือวงเงินกู้ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลก็บอกว่าจะกู้ให้เต็มวงเงิน อันนี้เต็มสูบไปแล้วครับ ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน สําหรับการกู้เงินในวันนี้ที่ รัฐบาลมาขอกรอบวงเงินกู้จากรัฐสภาเปึนไปตามมาตรา ๒๒ บวกด้วยมาตรา ๒๖ และ มาตรา ๒๗ ของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ ทําไมผมถึงต้องเน้นว่าใช้ทั้งมาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ การขอวงเงินกู้ครั้งนี้น่าเกลียดน่าชังมากท่านประธาน ไม่ได้บอกเลยครับว่า วงเงินกู้ที่เราจะกู้ต่างประเทศเหลือเท่าไร แตกต่างจากเมื่อครั้งที่มาขอสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ขออนุญาตท่านประธานอ่าน เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่วันนั้นมาขอกรอบวงเงินกู้ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือพูดง่าย ๆ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ อันนั้นบอกได้ ชัดเจนเลยว่ากรอบวงเงินกู้ต่างประเทศเหลืออยู่เท่าไร แต่วันนี้ไม่รู้รัฐบาลมั่วซั่ว หรือรัฐบาลคิดว่าสภาแห่งนี้ไม่ได้ให้ความสนใจ ไม่ได้บอกเลยครับว่ากรอบวงเงินกู้เหลือ เท่าไร ผมเองไปศึกษาดู ท่านประธาน ถ้าเปึนมาตรา ๒๒ พระราชบัญญัติบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ เขากําหนดไว้ชัดเจนครับว่า กรอบวงเงินกู้ต่างประเทศที่จะกู้ได้ คือกู้ได้เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ก็คือ ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท วันนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่ล่ะครับ ผูกพันไปแล้ว กู้ไปแล้ว ๑๐๔,๐๖๓ ล้านบาท คงเหลือวงเงิน ๗๙,๔๓๖ ล้านบาท ทีนี้ครับใน ๔ โครงการที่เสนอมา ท่านประธาน มันจะ มีเปึนเงินกู้เพื่อมาใช้กับกระทรวงคมนาคม มีเงินกู้ที่มาใช้กับการประปานครหลวง ซึ่งเปึน รัฐวิสาหกิจ มันก็มีอีกครับ มาตรา ๒๖ กับมาตรา ๒๗ ของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ พูดไว้ชัดเจนว่ารัฐบาลสามารถค้ําประกันวงเงินกู้ต่างประเทศให้กับรัฐวิสาหกิจได้ ท่านประธาน มันก็เลยเปึนที่มาที่รัฐบาลชุดนี้พยายามที่จะนําเสนอมาโดยหลวม ๆ ถ้าตามไม่ทัน ก็เบลอไปหมดเลยท่านประธาน ไม่รู้ท่านไปกู้วงเงินไหนกันแน่ เดี๋ยวก็จะรอ จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ชี้แจงว่าวงเงินก้อนไหนท่านจะกู้จาก มาตรา ๒๒ หรือใช้มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ เอาให้มันชัดเจน เพราะถึงวันนี้ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมได้พูดว่ารัฐบาลนี้ใช้เพดานวงเงินกู้ตามมาตรา ๒๑ ครับ ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วรัฐบาลบอกว่าจะออกพระราชกําหนดอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วพระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกเสร็จ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๔๔๑,๐๐๐ ล้านบาท เบ็ดเสร็จรัฐบาลชุดนี้กู้ไปแล้ว ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้ววันนี้มาขอกู้ ท่านประธานถ้าดูจากตัวเลขที่เสนอมา ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือ ๓๑๑ ล้านเหรียญยูเอส ยัดไส้มาอีก ๒๘๙ ล้านเหรียญยูเอส ผมคูณมาง่าย ๆ ก็ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่เอกสารที่ ส่งมาเบ็ดเสร็จเอาเปึน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท มั่วน่าดูเลย ถ้าผมตามไม่ทันนี่ ท่านลักไก่ผม แน่นอน มันกู้วงเงินไหนแน่นอนครับ แต่ก็โชคดีครับ ที่มาตรา ๒๒ ต้องเขียนไว้ชัดเจนว่า กู้ไป ไปทําอะไร โครงการอะไร อันนี้ชัดเจน แต่คราวที่แล้วท่านกู้ตามมาตรา ๒๑ เหมือนกัน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ อันนั้นไม่มีโครงการแนบ ไม่มีรายละเอียด แนบเลย แต่อย่างไรก็ดี ท่านขอกรอบวงเงินไป แต่ก่อนที่ท่านจะทําสัญญา มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญก็บอกว่าท่านต้องมาขอเอาสัญญามาให้สภาแห่งนี้ผ่านความเห็นชอบ อีกครั้งหนึ่ง ก็เปึนข้อดีของมาตรา ๑๙๐ บางคนท่านอาจจะบอกว่ามาตรา ๑๙๐ ไม่ดี แต่ผมมองอีกมุมหนึ่งมันก็ดีเหมือนกันท่านประธาน มันดีตรงไหนครับ ดีตรงที่จะได้คอย จับผิดรัฐบาล ซึ่งไม่มีความซื่อตรง ไม่มีความโปร่งใส จะเอาเงินไปกู้อีลุ่ยฉุยแฉกไม่ได้ เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดินครับ เด็กไทย ลูกหลานไทยที่เกิดมาวันนี้ เปึนหนี้กันทุกครัวเรือน และที่สําคัญที่สุดท่านประธาน ผมก็อยากจะถามรัฐบาล เหมือนกันว่า กู้ไปกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกวันนี้อีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาง่าย ๆ แล้วท่านจะใช้เมื่อไรหมดครับ ท่านจะเอาปัญญาที่ไหนมาใช้ วันนี้ฟัง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดเหมือนกับว่าถ้าเศรษฐกิจ โลกดี เราก็จะดีตาม โอ้โฮ อันนี้ความหวังอย่างนี้ พี่น้องประชาชนฟังนะครับ เวลา ท่านนายกรัฐมนตรีท่านให้สัมภาษณ์ ท่านบอกว่าถ้าเศรษฐกิจโลกดี เราก็จะดีตาม อย่างนี้ ไม่ใช่ผู้นําละครับ แก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ไม่ได้แน่นอน รอฟัา รอเทวดามาโปรด มันไม่ได้ครับ ผมอยากจะฝากประเด็นไว้ว่าเมื่อผมอ่านทั้ง ๓ โครงการ เปึนที่น่าสังเกตท่านประธาน วันนี้เอามายัดไส้อีก ๑ โครงการก็ไม่ว่ากันละครับ โครงการเหล่านี้อยู่กับ กระทรวงมหาดไทย อยู่กับกระทรวงคมนาคม มันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เอ๊ะ โครงการพวกนี้ เปึนของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เขาดูแล ทําไมต้องรีบให้ผ่าน และยิ่งมาดูประธานรัฐสภา ก็จะเอาผ่านให้ได้ ก็อดสงสัยไม่ได้อีกครับว่ามันมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ เพราะอะไร ครับท่านประธาน เมื่อเช้าผมดูทีวีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลเพื่อชาติ สื่อมวลชนเขาถามครับว่าถ้ามีรัฐบาลเพื่อชาติและ เอาทุกพรรคการเมืองมารวมกัน ท่านเห็นว่าอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีท่านตอบน่ารักครับ ท่านบอกว่าเดี๋ยวจะมาแย่งผลประโยชน์กัน โอ้ แสดงว่าที่ผ่านมานี้ทํากันอยู่แล้ว แย่งกัน เรียบร้อยแล้ว กลัวพวกผมจะมาแย่งเพิ่มอีกหรือครับ อย่างนี้น่าเกลียดยอมรับกลางเวทีเลย สื่อต้องฟังให้ดี พี่น้องประชาชนฟังรายการนี้ที่ผมกําลังอภิปรายอยู่นี้ ฟังให้ชัดเจนนะครับ ว่ารัฐบาลชุดนี้เปึนอย่างไร ๔ ประเด็นนี่ละครับ โครงการแต่ละโครงการไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท เปึนของกํากับดูแลโดยพรรคภูมิใจไทย เปึนรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ทั้งนั้น และสิ่งที่น่าเปึนห่วงครับ วันนี้สื่อมวลชนเขาออกมาเลยครับ เขาบอกว่าเขาเปึนห่วง เรื่องค่าเค นักวิชาการบางแห่งบางสถาบันออกมาว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สามารถตัด ลดงบประมาณในโครงการต่าง ๆ ได้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะมันมีค่าเก๋าเจี๊ยะ เก๋าเจี๊ยะ ท่านประธานเข้าใจนะครับ ภาษาจีน คือค่าอะไรก็แล้วแต่ ค่าคอมมิชชัน ค่าปากถุง ค่าอะไร ถ้าพูดแปลเปึนภาษาไทยเก๋าเจี๊ยะ ก็คือค่าหมากิน เปึนค่าเค สิ่งที่น่าเกิดขึ้นและ น่าละอายที่สุดท่านประธาน ผมขอชี้แจงนิดหนึ่งครับ

กรณีรถไฟฟัาสายสีม่วง อันนี้เปึนตัวอย่างที่ดีเลยครับ โครงการนี้เกิดที่สมัย รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ต่อเนื่องถึงรัฐบาลท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยมีวงเงิน งบประมาณที่จะก่อสร้างรถไฟฟัาสายสีม่วงเปึนเงินกู้เหมือนกันครับท่านประธาน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าอยู่มาค่าน้ํามันมันเพิ่มครับ ค่าน้ํามันในตลาดโลก มันเพิ่มจาก ๖๐ เหรียญต่อบาร์เรล สมัยรัฐบาลก่อนหน้าท่านสมัคร สุนทรเวช เข้ามามันก็ เริ่มขึ้นทุกวัน เปึนที่รู้กันครับ จนขึ้นมาอยู่ที่สูงสุด ๑๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล วันนั้นค่าวัสดุ อุปกรณ์ก่อสร้างขึ้นกันหมดเลยครับ ทําให้การประมูลเกิดไม่ได้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่สามารถที่จะหาผู้รับเหมามาก่อสร้างได้ ก็เลยมีการขอเพิ่มค่าเค หรือพูดง่าย ๆ เพิ่ม ค่าวัสดุ ค่าอุปกรณ์ก่อสร้าง เพิ่มวงเงินงบประมาณ รัฐบาลที่ผ่านมาท่านสมัคร สุนทรเวช นะครับ ถ้าจําไม่ผิด ก็ดําเนินการปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณมาเปึน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจําตัวเลขไม่ผิดนะครับ ก็มาตกสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บังเอิญ ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ท่านเข้ามารับตําแหน่งเปึนรัฐมนตรี อันนี้จากเอกสารที่ผมได้ จากหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ก็เป่ดการประมูลกัน ปรากฏว่า ผู้ประมูลได้ครับ เสนอราคาไว้ที่ ๑๖,๗๒๔ ล้านบาท ก็มีการต่อรองกันละครับ ต่อรองกัน ลงมาเหลือ ๑๔,๙๐๐ กว่าล้านบาท เหตุผลทั้ง ๆ ที่น้ํามันตอนนี้เหลือ ๕๐ เหรียญนะครับ ค่าวัสดุก่อสร้างมันต้องลงอยู่แล้ว ท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ ท่านก็น่ารัก ท่านให้ สัมภาษณ์ท่านบอกว่า จริงอยู่ราคาน้ํามันมันลดลง แต่ปรากฏว่าค่าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง มันไม่ลดตามน้ํามัน อย่างนี้แทนที่จะใช้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ เพราะตอนนั้นที่ตั้งไว้ครั้งแรกมัน ๖๐ เหรียญต่อบาร์เรล ค่าวัสดุก่อสร้างตอนนั้นก็ราคาถูก วันนี้น้ํามันเหลือ ๕๐ เหรียญต่อบาร์เรล ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมันทําได้อยู่แล้ว ท่านประธาน แต่มันไปประมูลได้ ๑๔,๐๐๐ล้านบาท ท่านโสภณ ซารัมย์ ก็เลยบอกว่า ท้าครับว่าให้อภิปรายสายสีม่วงในสภา เพราะว่าคําถามนี้เกิดขึ้นจากท่านรองประธาน คณะกรรมาธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ท้วงติงเรื่องนี้ขึ้นมา ท่านประธาน อย่างนี้ครับ เสียดายไหมครับท่านประธาน ผมก็เปึนห่วง อย่างโครงการ พวกนี้นะครับทําขึ้นมาตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แล้ว อย่างอีสท์ เวสท์ คอริดอร์ (East West Corridor) ถนน ๔ ช่องทางนั้น เราต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ท่านเปึนอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านมองเห็น ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในการพัฒนาประเทศชาติเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความเปึนอยู่ที่ดี พี่น้องเกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากได้ คนรากหญ้ามีรายได้ ท่านได้คิดโครงการถนนไป ทางอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ ทั้ง ๔ โครงการไม่ใช่ ของใหม่ มันเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลังประชาชนมาจนถึงรัฐบาลเพื่อไทย จนถึง นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็หยิบยกเอาสิ่งเหล่านี้มาทํา จริงอยู่ครับมันเปึนประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน แต่ถามว่าวันนี้มันช้าเกินไปไหม ประเทศชาติกําลังวิกฤติ เราทําไม ไม่เอาเงินกู้เหล่านี้มาทําในสิ่งอื่นที่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร พี่น้องรากหญ้าจริง ๆ อย่างกรณีเงินที่จะลงไปสู่ชนบท ท่านประธานทราบไหมครับว่า พวกกระผมนี่ได้รับการร้องขอ จาก อบต. จากเทศบาล ว่าให้ดูแลถนนหนทางในชนบทเพื่อให้มีการก่อสร้างได้เร็วที่สุด พี่น้องประชาชนจะได้นําสินค้าจากไร่นาออกสู่ตลาด ทํามาค้าขายได้สะดวก แต่วันนี้ มันโดนตัดไปหมดไม่รู้เปึนเพราะอะไรท่านประธาน ผมยังเปึนห่วงเลยครับว่าอีกเดือน สองเดือนนี่รัฐบาลถ้ากู้ยืมเงินไม่ทัน ออกพันธบัตรไม่ทัน จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายเงินเดือน ข้าราชการครับ โครงการต่าง ๆ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะลงไปในพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนแหล่งน้ํา อย่างที่ท่านใฝ์ฝันหา เพรียกหา โดยที่ลอกเอาโครงการต่าง ๆ ในอดีตมาใช้ เราไม่ว่ากัน แต่มันจะทันกาลไหม เอาเครื่องจักรไปขุด แทนที่จะใช้แรงงานคนขุด เพื่อให้คนมีงานทํา มีรายได้ ท่านเคยคิดไหมครับ บริษัทใหญ่ ๆ โครงการใหญ่ ๆ นั้นเงิน มันไปเข้ากระเปิา ผู้บริหารโครงการ เจ้าของธุรกิจไม่กี่โครงการ ไม่กี่เจ้าของ ไม่กี่บริษัทแค่นั้นเอง มันไม่ได้ไป ทั่วถึงถึงพี่น้องประชาชนละครับ วันนี้รัฐบาลต้องใส่ใจเรื่องนี้ อย่าหลงครับ อย่าหลง ประเด็น ผมเชื่อครับว่าท่านอภิสิทธิ์ เชชาชีวะ กับท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านมีความ ซื่อสัตย์ จริงใจ ท่านต้องตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ละครับ อย่าให้พรรคร่วมรัฐบาลหรือคนที่โกง บ้านโกงเมือง คนทุจริตต่อเงินภาษีประชาชนมาเอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชน มาบริหาร มาโกงเงินภาษีพี่น้องประชาชนเอาไปได้ อย่างนี้สังคมไทยรับไม่ได้ท่านประธาน ผมก็เสียใจอย่างยิ่งครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ถ้าท่าน ได้เปึนนายกรัฐมนตรีต่อ ผมเชื่อว่าคนจนจะไม่มีเหลือแล้วครับในประเทศไทย เพราะ โครงการต่าง ๆ นโยบายต่าง ๆ ท่านเขียนไว้ชัดเจน ผมได้ไปปรึกษาหารือกับท่านหลาย ครั้งครับ ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะดี ๆ มา ผมจะรอไว้ครับ รอไว้จนกว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ เปึนรัฐบาล ผมจะนํามาใช้ และผมคิดว่าผมจะมีโอกาสได้ไปนั่งแทนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนี่แหละ จะบริหารบ้านเมืองให้ดูว่าจะหารายได้เข้าประเทศได้อย่างไร ท่านประธาน

นอกจากนั้นนะครับ ผมอยากจะฝากไว้ว่ารัฐบาลชุดนี้ทําอะไร โดยเฉพาะ กระทรวงการคลัง ทําให้รอบคอบและรัดกุม วงเงินต่าง ๆ ท่านกู้เท่าไรท่านต้องแจ้งให้ สังคมทราบ ท่านอย่าไปโอ้เอ้หรือไปฟังอย่างโน้น พูดไปซ้ําแล้วซ้ําอีก เลยไม่รู้ว่าท่านเปึน หนี้อยู่เท่าไร ผมบวกตัวเลขของผมมานะครับ เอาง่าย ๆ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จากมาตรา ๒๑ ที่กู้เต็ม วงเงินและจะกู้ให้เต็มวงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านจะออกเปึนพระราชกําหนด อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะออกเปึนพระราชบัญญัติ เบ็ดเสร็จ ๑,๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เปึนหนี้เรียบร้อย และวงเงินกู้วันนี้อีกต่างหาก ตอนแรกขอมา ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๒๘๙ ล้านเหรียญก็ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทแต่บวกตัวเลขที่ท่านส่งมา ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็บวกเปึน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาให้ชัดเจน ท่านจะกู้หนี้ ยืมสินไปทําอะไร ท่านต้องคิดให้ดีครับ เพราะวันนี้ท่านประธานสุดท้ายแล้วครับ หนังสือพิมพ์เขาล้ออยู่ตลอดเวลา นี่เปึนรูปท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เชื่อมั่น ประเทศไทย เชื่อมั่นอภิสิทธิ์ (กู้ว่าจะไม่เบี้ยวหนี้) คิดดูเอาเองก็แล้วกันครับ หนังสือพิมพ์ เขาล้อทุกฉบับเปึนผมนี่นะครับ ผมต้องหารายได้เข้าประเทศ อย่าไปกู้อย่างเดียวครับ ท่านประธาน ถ้าคิดไม่ออกเชิญผมไป เมื่อวานที่จริงท่านเชิญผมไปแล้วท่านก็ยกเลิก กรรมาธิการ กะว่าจะไปเสนอแนะข้อคิดเห็นดี ๆ ให้ท่านหาเงินเข้าประเทศได้ ท่านกลับมา เบี้ยวไม่ยอมให้พวกคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันเงินไปพบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอบคุณครับ