รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒

อนุรักษ์ นิยมเวช หารือเรื่องการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ โดยมีข้อสังเกตและเรียกร้องให้รัฐบาลมีข้อมูลที่ครบถ้วนและแม่นยำในการพิจารณาโครงการรัฐวิสาหกิจ และตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินกู้ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการคอร์รัปชันและไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ในกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ผมมีข้อสังเกตในตัวการกู้เงินดังกล่าวประมาณ ๖ ข้อ ในการกู้เงินดังกล่าว

ข้อสังเกตประการแรกก็คือว่า การกู้เงินของรัฐบาลในเรื่องโครงการ ๓ โครงการดังกล่าว เปึนไปตามกรอบวินัย การเงิน การคลัง หรือเปล่า แล้วก็ก่อให้เกิด ประโยชน์ทางเศรษฐกิจในการสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างไรในโครงการ ทั้ง ๓ โครงการนี้ โดยเฉพาะในการกู้เงินดังกล่าว ได้มีการระบุเหตุผลในการกู้ของโครงการ ไว้ว่าเปึนการกู้เงินเพื่อการลงทุนในเงินต่างประเทศ และมีการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยี พอดีผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ผมดูแล้วในโครงการทั้ง ๓ โครงการ บางโครงการก็ไม่มีความจําเปึนจะต้องใช้ใน ลักษณะของตัวเงินตราต่างประเทศ มีบางโครงการ อย่างเช่น ในเรื่องของอาจจะใช้เงินกู้ใน ประเทศไทยก็ได้ หรือเรื่องการถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี เท่าที่ผมดูเอกสารประกอบ ของการกู้เงิน นะครับ ดูแล้วมีเฉพาะโครงการในเรื่องของการปรับปรุงกิจการน้ําประปาที่มี ในเรื่องของเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ์น แต่โครงการอันอื่น ๆ อาจจะไม่มีความจําเปึน ในแง่ของการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นเลยกราบเรียนว่าความจําเปึนในเหตุผล ในการกู้ที่เขียนโดยรวมมานี้ อาจจะต้องแยกพิจารณาเปึนรายโครงการว่ามีความจําเปึน อะไรนะครับ

ข้อสังเกตประการที่ ๒ การเลือกแหล่งทุนของรัฐบาลในการกู้ยืมเงิน นี่นะครับ รัฐบาลได้มีการพิจารณาว่าจะใช้เงินกู้จากแหล่งเงินกู้ในประเทศไทยได้ไหม เนื่องจากปัจจุบันมีเงินในสภาพคล่องในระบบของสถาบันการเงินในประเทศอยู่สูง ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากแหล่งข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะฉะนั้นมันอาจจะไม่มีความจําเปึนจะต้องใช้เงินกู้จากต่างประเทศ เพราะว่า สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงไป ถ้ามีความเปึนไปได้ก็อาจจะใช้เงินกู้จากในประเทศ

ข้อสังเกตประการที่ ๓ เรื่องของการสร้างผลตอบแทนในแต่ละโครงการ ใน ๓ โครงการดังกล่าว กราบเรียนท่านประธานนะครับ เวลาที่เราจะกู้เงินอะไรก็ตาม ในทางธุรกิจ เราก็คงจะต้องดูเรื่องของเราเรียกว่า ฟ้ซิบิลิตี้ สตัดดี้ (Feasibility Study) ดูความเปึนไปได้ของแต่ละโครงการ จากข้อมูลที่ทางรัฐบาลส่งมาให้กับทางรัฐสภา ข้อมูล ขาดความละเอียดในเรื่องของตัวความเปึนไปได้ของแต่ละโครงการ โดยเฉพาะในเรื่องของ ตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจซึ่งให้มานี่นะครับ ถ้าเราดูแล้วในบางโครงการส่วนใหญ่ แล้วก็มีเรื่องผลตอบแทนของ อีไออาร์อาร์ (EIRR) มานะครับ แต่บางตัว ตัวอย่างเช่น ที่ผมจะยกให้ท่านประธานก็คือว่า อย่างโครงการเรื่องถนน ๔ เลน ก็ให้ผลตอบแทน อีไออาร์อาร์ มา ซึ่งตัวเลขค่อนข้างจะต่ํา ถ้าดูแล้วต่ํากว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วรายละเอียด ของ อีไออาร์อาร์ ก็ไม่มีประกอบในแง่ของการพิจารณา ในขณะเดียวกันโครงการดังกล่าว จากเอกสารที่ส่งมาขาดตัวเลขของตัว ไฟแนนเชียล ไออาร์อาร์ (Financial IRR) เหมือนกัน คือ เอฟไออาร์อาร์ (FIRR) นะครับ ไม่ได้บอกว่าผลตอบแทนทางการเงินเปึนกี่เปอร์เซ็นต์ หรือว่าตัว เน็ท เพรสเซนท์ แวลู (Net Present Value) ของโครงการเปึนเท่าไร หรือว่า เบนเนฟ่ท คอสท์ เรโช (Benefit Cost Ratio) ของโครงการดังกล่าวนี้เปึนอย่างไร และระยะเวลาในการคืนทุนของโครงการดังกล่าวเปึนอย่างไร ก็ขาดความสมบูรณ์ในการ ที่จะกู้ยืมเงินโดยที่ว่าในโครงการดังกล่าวมันมีความเปึนไปได้มากขนาดไหน เพราะฉะนั้นผมว่าเวลาในทางธุรกิจหรือว่าในทางโครงการรัฐบาลต่าง ๆ เหล่านี้ ผมว่าในคราวหน้านะครับ หรือว่าถ้าเปึนไปได้มีเอกสารประกอบในการพิจารณา ควรจะต้องให้ข้อมูลกับทางรัฐสภาครบถ้วนมากกว่านี้นะครับ หรืออย่างในโครงการ สะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาซึ่งค่อนข้างจะให้ตัวเลขค่อนข้างจะสมบูรณ์นะครับว่า เอ็นพีวี (NPV) ของโครงการอยู่ที่เท่าไร ก็คือ ๗,๒๑๓ ล้านบาท เบนเนฟ่ท คอสท์ เรโช อยู่เท่าไร อีไออาร์อาร์ อยู่เท่าไร ระยะเวลาคืนทุนเท่าไร ซึ่งโครงการดังกล่าวก็มีตัวเลขที่ค่อนข้างจะ เรียบร้อย แต่รายละเอียดของแต่ละอันในการทําฟ้ซิบิลิตี้ ไม่ได้บอกนะครับ หรืออย่างกรณี ของตัวโครงการปรับปรุงน้ําประปา ก็มีแค่ตัวเลข ๒ ตัวแค่นั้นเอง ก็คือมีเรื่องของ อีไออาร์อาร์ ก็คือ เรื่องโครงการผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ กับเรื่องของ ไฟแนนเชียล ไออาร์อาร์ ผลตอบแทนทางการเงิน ซึ่งโครงการน้ําประปาดังกล่าวนี้เปึนตัวเลือกผลตอบแทน ค่อนข้างจะสูงนะครับ ซึ่งให้ผลตอบแทนกับประชาชนในการจะได้ประโยชน์จากโครงการ ดังกล่าวสู่รัฐบาลค่อนข้างจะมาก ได้ถึง ๓๒.๙๖ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงมีความเห็นว่า ในโครงการของถนน ๔ เลน กับโครงการข้ามแม่น้ําเจ้าพระยา แล้วก็โครงการของตัวการ ปรับปรุงการประปา ถ้ารัฐบาลมีตัวเลขต่าง ๆ ให้ครบถ้วนกับทางรัฐสภาจะเปึนประโยชน์ ในการพิจารณาในการที่จะให้การอนุมัติในเรื่องของเงินกู้นะครับ

ประการต่อไป ในเรื่องของแหล่งเงินกู้ต่างประเทศในแต่ละโครงการที่ รัฐบาลเสนอใน ๓ โครงการ แหล่งเงินกู้แต่ละแหล่งมีเงื่อนไขและมีการสร้างข้อผูกมัด ในการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละโครงการหรือเปล่านะครับ มีการกําหนดสเปก (Spec) สินค้า และผูกขาดในการซื้อสินค้าจากประเทศผู้ให้กู้นะครับ ถ้าเราดูในโครงการของ ทั้ง ๓ โครงการนี่นะครับ โดยเฉพาะโครงการจากประเทศญี่ปุ์นในโครงการของ ไจก้า (JICA) ส่วนใหญ่แล้วจะวางเงื่อนไขไว้เลยนะครับบอกว่า การจัดซื้อจัดจ้างในโครงการ ดังกล่าวของไจก้าต้องเลือกแหล่งเงินทุน ก็คือว่าจะต้องจัดซื้อจัดจ้างเปึนไปตามโครงการ และหลักเกณฑ์ระเบียบที่ไจก้ากําหนด คือประเทศญี่ปุ์นกําหนดอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นโดยหลักแล้วก็กลายเปึนว่าการกู้ยืมเงินเราก็มีข้อจํากัดในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยผู้ให้กู้ เพราะฉะนั้นในรายละเอียดในการที่รัฐบาลบอกว่าจะใช้เงินกู้นี่นะครับ ต้องบอกรายละเอียดด้วยว่าเราถูกข้อจํากัดในรายละเอียดจะเปึนอุปสรรคในการทํา โครงการไหม จะเปึนข้อจํากัดอะไรหรือเปล่า แล้วภายใต้ระเบียบของแต่ละแหล่งเงินกู้ มันคืออะไร เพราะฉะนั้นในเอกสารที่ให้มาค่อนข้างจะกว้าง เพราะฉะนั้นเวลาที่ท่านมาขอ อนุมัติกรอบ เวลาไปเจรจาสัญญาจริง ๆ นะครับ ทางรัฐสภาจะได้ดูเปรียบเทียบกัน ระหว่างกรอบของท่านกับสัญญาที่ทําไปมันตรงกันไหม เพราะฉะนั้นเราอนุมัติกรอบไปกับ สัญญาถ้ามาคนละเรื่องแล้วมันจะเปึนอย่างไร อันนั้นก็คือข้อที่เรามองว่าบางอย่าง มันกว้างเกินไป

อีกอย่างหนึ่งในเรื่องข้อสังเกตประการที่ ๔ ที่ผมพูดก็คือแหล่งเงินกู้ ต่างประเทศในแต่ละโครงการที่รัฐบาลเสนอ ในคราวนี้รัฐบาลจะใช้เงินกู้ประมาณ ๓ ที่ ก็คือว่าในโครงการถนน ๔ เลน ใช้ เอดีบี (ADB) และ เวิลด์ แบงก์ (World Bank) นะครับ ในโครงการข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาใช้ของไจก้า ในโครงการของการปรับปรุงประปาก็ของ ไจก้า ซึ่งโดยหลักแล้วเพราะแต่ละแหล่งตามที่รัฐบาลเสนอต้นทุนในการกู้ต่าง ๆ รวมทั้ง ตัว สวอพ (Swap) นี่นะครับ ต้นทุนในการดําเนินการต่าง ๆ เหล่านั้น ผมเลยมีคําถามว่า ถ้าเปึนไปได้เราสามารถจะเจรจาแหล่งเงินกู้ที่ถูกที่สุดแหล่งเดียวได้ไหม เพื่อทําให้ต้นทุน ถูกสุด หรือว่ารัฐบาลมีเหตุผลอะไรที่จะต้องกระจายแหล่งไปว่าใช้ทั้งเวิลด์ แบงก์ ใช้ เอดีบี อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เหตุผลและความจําเปึนดูจากคอสท์ต้นทุนของเงินกู้เปึนหลัก หรือเปล่า หรือมีความจําเปึนอะไรถึงต้องกระจายไปอย่างนี้นะครับ

ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งนะครับ ก็คือประการที่ ๕ ก็คือขอให้ชี้แจงข้อมูล โดยละเอียดในเรื่องความเห็นชอบในกรอบการเจรจา ตามที่ผมได้เรียนไปแล้วในเรื่องของ การจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องที่เกี่ยวกับภายใต้ระเบียบของแต่ละแหล่งเงินกู้

อีกเรื่องหนึ่งนะครับก็คือ เรื่องการเบิกจ่ายเงินกู้นะครับ ที่บอกว่าจะให้ เงื่อนไขเงินกู้ที่เปึนประโยชน์สูงสุด มันก็ค่อนข้างจะกว้าง ๆ ไป ซึ่งเราก็คงอยากจะได้ รายละเอียดว่าเงื่อนไขที่เปึนประโยชน์สูงสุดมันคืออะไร พอในเที่ยวหน้าพอมาเอาตัวสัญญาเงินกู้มาให้ทางรัฐสภาอนุมัติเพื่อการลงนาม เราจะได้ เปรียบเทียบได้ว่า เงื่อนไขที่กําหนดมันสอดคล้องกับตัวที่เราอนุมัติกรอบไปหรือเปล่า คือ บางทีเราให้กรอบไปที่กว้างนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาที่มาอนุมัติเงินกู้ เราก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ท่าน ไปเจรจาในกรอบมันคืออะไรนะครับ คือทางรัฐสภาก็อยากจะได้รายละเอียดที่มันมี ความชัดเจน เพื่อจะได้ตรวจสอบในแง่ว่าต่อไปท่านส่งอนุมัติเงินกู้มาแล้วจะได้ตรงกับ กรอบที่ท่านไปเจรจาเอาไว้นะครับ

ประการสุดท้ายท่านประธานครับ ก็คือเรื่องของการกํากับดูแลการเบิกจ่าย ในแต่ละโครงการ ก็คือว่าในการเบิกจ่ายโครงการแต่ละโครงการรัฐบาลมีมาตรการในการ กํากับดูแลการเบิกจ่ายในแต่ละโครงการอย่างไรนะครับ ถ้ามีการอนุมัติ ขออนุญาต ท่านประธานอีกสัก ๑ นาทีนะครับ ให้เปึนไปโดยความสุจริต โปร่งใส และสามารถ ตรวจสอบได้นะครับ ไม่มีปัญหาในเรื่องของคอร์รัปชัน รวมตลอดถึงการเก็บมีการเก็บค่า เราเรียกภาษาธุรกิจว่ามีการมาร์คอัพ (Mark up) บวกราคาเข้าไป ทําให้ต้นทุนมันสูงกว่าปกติ ที่อย่างตัว ทีดีอาร์ไอ (TDRI) มาพูดถึงปัญหาค่าคอมมิชชัน (Commission) ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของแต่ละโครงการ ผมก็อยากจะให้รัฐบาลลงมาชี้แจงว่ามีค่าใช้จ่ายพวกนี้ หรือเปล่า แล้วมีการตรวจสอบได้ไหม ทําให้ต้นทุนมันสูงกว่าปกติหรือเปล่านะครับ หรือว่า ในการทําตรวจสอบ นอกจากสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินแล้ว จะต้องใช้บุคคลภายนอก หรือองค์กรกลางมาตรวจสอบในเรื่องเก่า ๆ ได้ไหมนะครับ เพื่อทําให้โครงการสามารถจะ ตรวจสอบแล้วทําให้ประชาชนจะได้ประโยชน์สูงสุด

อีกเรื่องหนึ่งเรื่องสุดท้ายนะครับ ในเรื่องของโครงการดังกล่าวก็คือว่า ในโครงการดังกล่าวนี้ได้ดําเนินการตามมาตรฐานในเรื่องของสิ่งแวดล้อมไหม แล้วได้ ดูเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องของการเวนคืนหรือเปล่านะครับ ทั้งหมด ก็คือเปึนข้อสังเกตของผมในเรื่องของการพิจารณาในเรื่องของการกู้เงินของรัฐบาลในเรื่อง การใช้เงินกู้ต่างประเทศครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ