สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการขึ้นภาษีและกู้เงินของรัฐบาล โดยเรียกร้องให้ท่านประธานรัฐสภาใช้มาตรา 177 เพื่อวินิจฉัยเรื่องนี้เสียก่อน และไม่ให้รัฐบาลกู้เงินเป็นหนี้จนช้าลงไป
ต้องขอ อภัยท่านสมาชิกวุฒิสภาที่ท่านได้อภิปราย ผมจะประท้วงตอนกลางก็เกรงว่าท่านจะ ขัดจังหวะ ก็รอให้ท่านเครื่องบินลง แต่มิได้เปึนการประท้วงท่านในเนื้อหาที่ท่านอภิปราย แต่เปึนการประท้วงท่านประธานสภา ซึ่งมิใช่ท่านประธานสภาที่ชื่อ ชัย ชิดชอบ ผมขอ อนุญาตยกมือไหว้ท่านอีกครั้งหนึ่งด้วยความเคารพอย่างยิ่ง อยากให้ท่านมีสุขภาพดี ไม่อยากให้ท่านเครียด แต่บังเอิญการประชุมขณะนี้ไม่ชอบครับ เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะทอดไมตรีกับทางวุฒิสภาเพื่อให้ท่านได้ใช้ดุลยพินิจ ในการดูแลบ้านเมืองจากการที่ทางรัฐบาลกําลังจะขึ้นภาษีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และกําลังจะ กู้เงินอย่างมโหฬารที่สุด แต่ปรากฏว่าท่านประธานวุฒิสภาได้ขึ้นมาก่อนที่ท่านจะขึ้นมานั้น ได้เป่ดประชุมไปเฉย ๆ เลย ผมจึงทําการประท้วงเพื่อให้เห็นว่า การประชุมยังไม่ชอบ ยังไม่ได้เริ่มต้น ที่ประชุมยังไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทําผิดข้อบังคับ ท่านประธานครับ ท่านประธานคงจะจําได้นะครับว่า เมื่อวันอังคารนั้นกระผมเองได้เสนอว่า ท่านประธานครับ การเสนอที่ท่านประธานให้มีการพิจารณารวมกัน ๔ ญัตติ โดยให้รัฐมนตรีทําการแถลง เลย ๔ ท่าน ทั้ง ๔ ญัตตินั้นเปึนการไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เพราะเปึนการเสนอ ญัตติซ้อนญัตติ เราได้มีการปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้ กระผมเองไม่อยากจะให้เกิด ความรู้สึกว่า พรรคฝ์ายค้านโดยเฉพาะกระผม สุนัย จุลพงศธร นั้น มาขัดขวาง การพิจารณาของรัฐบาล แต่ว่าการพิจารณาในสภานั้นจําเปึนที่จะต้องรักษาข้อบังคับเพื่อ เปึนเกียรติประวัติของท่านประธานรัฐสภาที่มีรูปท่านติดอยู่ข้างนี้มันจะปรากฏเปึน ประวัติศาสตร์ตลอดชีวิตของประเทศไทย ซึ่งไม่รู้ว่าจะยาวเท่าไรนะครับ จากการที่ กู้หนี้ยืมสินนี่ไม่รู้จะยาวเท่าไร แต่ผมอยากจะเห็นเกียรติยศของท่าน ดังนั้นการโต้แย้งกัน ในข้อ ๔๗ ว่าตกลงแล้วเปึนญัตติซ้อนญัตติ ตกไปแล้ว แต่ท่านประธานสภาคราวที่แล้ว ท่านก็บอกว่า ท่านจะใช้มาตรา ๑๗๗ เพื่อจะตีความ เราก็โต้แย้งกัน กระผมได้ขอความ กรุณาท่าน ยกมือไหว้ท่านว่า ท่านครับผมอยากจะเห็นท่านเปึนปูชนียบุคคลของประเทศไทย ไม่อยากจะทําให้ท่านต้องเสียภาพลักษณ์หรือถูกฟัองร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผมจึงบอกว่าให้ท่านยุติการประชุมสักครู่ แล้วไปหารือกับท่านเลขาธิการกับเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะหาทางออกที่ดี แต่ท่านดูเสมือนว่าลูกหลานได้แนะนํานั้นดูเสมือนหนึ่งว่าท่านจะ มองข้ามความหวังดีของลูกหลานไป ปรากฏว่าท่านก็ยังเดินหน้าต่อไป แต่สุดท้ายท่าน เลยใช้วิธีการผ่ากลาง คือฉันก็ไม่เชื่อเธอ แต่ฉันก็ไม่เชื่อฉัน ฉันป่ดประชุมไปเสียเฉย ๆ ดังนั้นการป่ดประชุมไปเฉย ๆ ของท่านนั้นคือลักษณะผ่ากลาง ถ้าท่านแน่จริงคราวที่แล้ว ท่านต้องประชุมต่อสิ เพราะอะไรครับ เพราะท่านก็รู้ว่าไปไม่ไหวเหมือนกัน เมื่อไปไม่ไหว ทําอย่างไรดีละ ก็เลยป่ดประชุม พอป่ดประชุมก็มาต่อวันพฤหัสบดี พอต่อวันพฤหัสบดีปัูบ ใช้กระบวนการสิ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า ลักไก่ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ท่านประธานด้วย ความเคารพ ไม่ใช่ท่านนะครับ แต่ว่าน่าจะเปึนกระบวนการที่รู้กันหรือไม่ ไม่ทราบ ด้วยความเคารพท่านประธานวุฒิสภาอาจจะไม่เข้าใจข้อขัดแย้งตรงนี้ ซึ่งมันค้างจาก คราวที่แล้ว แต่ว่ามันก็ยากที่จะเข้าใจเช่นนั้นได้ เพราะท่านก็รู้อยู่มันเปึนประเด็นสําคัญ แล้วท่านก็ลักไก่เป่ดประชุมเลย พอเป่ดประชุมปัูบก็ให้ทางวุฒิสมาชิกพูดเลย แต่ว่ายัง ไม่จบครับ เรายังไม่เห็นด้วย แต่ด้วยความเคารพท่านวุฒิสมาชิกก็ไม่ขัดขวาง จนกระทั่ง เครื่องบินท่านจะลง ผมเลยขึ้นประท้วงเพื่อให้เปึนข้อกฎหมายว่าสภานี้ยังไม่เห็นด้วย จึงขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการบอกกับประธานสภาก่อนว่า ตกลงญัตติซ้อนญัตตินั้น ไม่เชื่อฝ์ายค้าน หรือท่านจะใช้มาตรา ๑๗๗ ก็ว่ากันไป ก็ต้องมาปรึกษาหารือกัน ท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ เรื่องนี้ผมคิดว่ามันเปึนประเด็นสําคัญ ถ้าจะกู้ เงินชาวบ้าน กู้เงินเปึนหนี้ ให้ประเทศไทยเปึนหนี้ช้าลงไปหน่อยไม่เสียหายท่านประธาน ครับ เพราะวันนี้รัฐบาลนี้ไม่ได้ยึดโยงกับพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเลย เงินไม่มีแต่จะทําถนน เงินไม่มีแต่จะสร้างโน่นสร้างนี่ ทําไม ไม่หันกลับมาพออยู่พอกินในภาวะวิกฤติอย่างนี้ ดังนั้นถ้าท่านประธานรัฐสภาจะได้ วินิจฉัยเรื่องนี้เสียก่อน ให้ชัดเจนก่อนไม่ทําให้เสียหาย เพราะท่านประธานยังมีเวลา วันจันทร์ วันอังคารอีก เราก็พร้อมจะมาประชุมครับ ขอความกรุณาท่านประธานเถอะครับ ด้วยความเคารพครับ