รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ขจิตร ชัยนิคม กล่าวถึงปัญหาการกู้เงินต่างประเทศของไทย และการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้เงินกู้เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ แต่เพื่อใช้ไปในโครงการที่ไม่จำเป็น และไม่ช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ขจิตร ชัยนิคม ยังถามถึงมาตรฐานของการกู้เงินต่างประเทศและว่าโครงการที่รัฐบาลเสนอในวันนี้จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของไทยหรือไม่

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้ราษฎร มหาสารคาม

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในการพิจารณากรอบการเจรจาเพื่อจะกู้เงินต่างประเทศ พูดสั้น ๆ อย่างนั้นนะครับ ในครั้งนี้ ผมดูแล้วตั้งแต่เข้ามาอยู่ในสภา ตั้งแต่รัฐบาลนี้แถลงนโยบาย สิ่งที่ผมได้ยินเวลาเอาเข้ามา ก็คือมีการกู้เงิน แล้วการกู้แต่ละครั้งท่านก็เอาไปทําโครงการใหญ่โต ทําเสมือนหนึ่งว่า ประเทศนี้ไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ ยิ่งเวลาท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ไม่ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ตาม ท่านมาพูด ยิ่งเห็นชัดเจนว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลนี้น่าเปึนห่วงมาก ที่น่าเปึนห่วงเพราะว่า มันสะท้อนว่าท่านไม่ได้สําเหนียกรู้อย่างแท้จริงว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤติ ทางเศรษฐกิจ เพราะท่านมักจะอ้างว่าโครงการทั้งหมดในวันนี้ท่านบอกว่าเปึนมาแต่ รัฐบาลก่อน ๆ ก็เลยมาทําตาม ก็แสดงว่าหูท่านได้ยิน ตาท่านก็ดูว่าวิกฤติของโลกมันเกิด วิกฤติประเทศไทย แต่ท่านไม่ได้คํานึงเอาวิกฤตินั้นมาเปึนตัวตั้งในการที่จะไปกู้หนี้ในการ ที่จะไปทําอะไรเลย นี่คือสิ่งที่ผมฟังมาวันนี้ เพราะฉะนั้นผมยืนยันกับท่านประธานว่า ในฐานะที่เปึนผู้แทนราษฎรที่ประชาชนชนบท ชาวจังหวัดมหาสารคาม ภาคอีสาน เขาเลือกมานี่ วันนี้ฟังทุกโครงการนี้จะส่งผลถึงพี่น้องประชาชนในชนบทที่กําลังทุกข์ยากเดือดร้อน ประสบภาวะวิกฤติไม่มีเงินมีทอง แล้วสินค้าการเกษตรก็ล้นอยู่ที่บ้านไม่เปึนราคา ท่านไม่ได้ใช้เงินเพื่อที่จะทําให้เศรษฐกิจมันเปลี่ยนแปลงเร็ว แล้วก็แก้เศรษฐกิจ แล้วท่านกู้มา จนผมงงไปหมดแล้ว แรก ๆ ท่านบอก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวท่านก็ว่า ๑.๕๗ ล้านบาท วันนี้บางกรอบท่านบอกว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บางโครงการก็ ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เปึนเรื่องรถไฟฟัา เปึนเรื่องสะพานข้ามแม่น้ํา เปึนเรื่องซึ่งไม่เร่งด่วน คือบอกว่า ถ้าไม่ทําสิ่งเหล่านี้พี่น้องประชาชนก็ไม่ได้เดือดร้อนยากจนลง แต่สิ่งที่เขากําลังยากจนอยู่นี้ คือ สินค้าเขาเต็มบ้าน ขายไม่ได้ราคา เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ประชาชน ๗-๘ ล้านคน ไม่มีรายได้ ตกงาน ท่านไปยืมเงินมาท่านก็ไม่ดูแลเขา เสร็จแล้วท่านก็บอกเอาคนเงินที่มี เงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท แจกไป ๒,๐๐๐ บาท คนที่ได้ ๒,๐๐๐ บาท ก็อย่างที่ ท่านเรวัตว่า ถ้ารู้ว่า ๒,๐๐๐ บาทแล้วต้องเปึนหนี้อีก ๕๐,๐๐๐ บาท มาเอาไปคืนเลย ไม่เอาแล้ว นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมถามท่านว่าในขณะที่ท่านเปึนรัฐบาล ท่านมีมันสมองในการที่จะดูว่าโครงการเก่า ๆ ที่มันต่อมาจากรัฐบาลที่แล้วถ้าท่านหยุด ท่านไม่ทําไม่ก่อหนี้สิ่งนี้ท่านจะเปึนอะไร ทําไมต้องมากู้เพิ่ม กู้ตอนนี้ กู้โดยไม่เลือก แล้วทําไมไม่ใช้สติปัญญาหาวิธีกู้เงิน กู้มากกว่านี้ก็ได้ แต่กู้มาแล้วท่านเอาไปซื้อ ไปประกันสินค้าเกษตรที่มันเกิดขึ้นในชนบท ข้าวทุกเม็ด ยางทุกแผ่น ข้าวโพดทุกเม็ด ให้ประกันราคาขายได้ตลอด เงินเปึนแสนล้านบาทให้มันไปอยู่กับมือประชาชน ทําไมไม่ทํา ถ้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจวิกฤติ ผมอยากจะถามท่านหน่อยว่าโครงการที่ขอวันนี้ กรอบเจรจา วันนี้อะไรที่มันส่งผลเร็ว ๆ ที่จะแก้เศรษฐกิจวันนี้มันไม่มี ผมเปึนผู้แทนราษฎร เปึน ครูบาอาจารย์มาธรรมดานี่แหละ ไม่ต้องเปึนคนที่นักเศรษฐกิจหรือว่าเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังอะไรนี่ แต่ถ้าผมไปเปึนผมจะไม่ทําอย่างนี้ ผมจะทําให้พี่น้องประชาชน ลืมตาอ้าปากจากเงินกู้ กู้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้มันไปอยู่ในมือ เกษตรกร คนทุกข์คนยากเดือดร้อนเขาจะได้มีเงินจับจ่ายใช้สอย แล้วมันก็จะฟุ๋นคืนมาได้ แต่นี่มันสร้างสะพานข้ามแม่น้ํา แล้วมันจะกู้อะไรเวลานี้ มันไม่มี มันไม่ต้องไปเรียนอะไร มากหรอก มองดูก็รู้ว่าสร้างไป ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไปเกี่ยวอะไรกับ เศรษฐกิจเฉพาะหน้าวันนี้ แต่ว่าผลผลิตการเกษตรที่กองอยู่เต็มถนน กองอยู่ตามสวนที่มัน จะเปึนเงิน ผมไม่อยากให้ท่านไปแจกฟรีหรอก แต่ว่าไปรับประกันเขาสิ ประกันให้มันได้ จริง ๆ ไม่ใช่ประกันแล้วทําพอเหยาะ ๆ แหยะ ๆ เหมือนมันสําปะหลัง ประกันเสร็จแล้ว ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เวลาไปขายก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง ฟัองกันมาหมด สินค้าทุกตัวบอกประกัน เปึนการทําเปึนตัวอย่างทั้งนั้น ทําไมไม่ทุ่มเงินตัวนี้ลงไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะถามว่า ในตามพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ เขามีกําหนดไว้ไหม ว่า มาตรฐานของประเทศที่กําลังพัฒนาอย่างประเทศไทยเขากําหนดวงเงินกู้สูงสุดไว้ไหม แล้วผมอยากได้รับคําตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าวันนี้มันเกินมาตรฐานที่ เขาตั้งไว้หรือยัง แล้วมันใกล้จะเกินแล้ว วันจันทร์นี้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเปึนอย่างไร แล้วในขณะที่มันทะลุไปแล้ว จีดีพี ป้หน้ามันลดลงมันเปึนอย่างไร มันจะเกิดอะไรขึ้น ภาระหนี้ เหล่านี้ท่านมากู้แล้วก็ไม่รู้ว่าท่านจะอยู่นานเท่าไร มีคนที่ได้ยินท่านประธานพูดว่าก็อยู่ ไม่นาน ผมก็ไม่ทราบท่านประธานของผมพูดจริงหรือเปล่า มันคงอยู่ ๓ เดือนอะไรนี่ ท่านประธานบอกว่า ๓ เดือน ๖ เดือนอะไร สื่อเขาบอกทํานองนี้แหละ เพราะฉะนั้นท่านกู้ แล้วท่านก็จะไปใช่ไหมล่ะ โครงการนี้ เสร็จแล้วคนที่จะไปไหนไม่ได้คือพี่น้องประชาชนผม ใช่ไหมล่ะ ต้องก้มหน้าก้มตารับหนี้ แล้ววันนี้ถ้าหากจะมีคนออกมาเชียร์รัฐบาลนี้ เขาตะโกนว่าอย่างไรล่ะ เขาก็ต้องตะโกนว่า อภิสิทธิ์ กู้ กู้ ใช่ไหมล่ะ นี่มันเปึนอย่างไรกัน ทําไมไม่รู้จักว่านี่เข้ามา ผมเพิ่งได้รับหนังสือวันนี้ วันจันทร์จะขออะไรก็ขอกฎหมายก็ใช้เสียงมาก มันจะทะลุเพดานแล้วใช่ไหมล่ะ ตามมาตรฐานของประเทศที่กําลังพัฒนา หรือว่าท่านต้องกู้ไม่มีลิมิต (Limit) เหมือน ประเทศญี่ปุ์นอย่างนั้นหรือ ศักยภาพของท่านมันเท่าเขาหรือ สป่ริต (Spirit) มันเท่าเขาหรือ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ์น หัวหน้าพรรคอะไรเปลี่ยนกัน พอใครตามว่าข้อผิดพลาดนิดหน่อย เขาแสดงความรับผิดชอบแล้ว แต่ของเรายิงกันไม่รู้กระสุนหมดเท่าไร เลือดท่วมแผ่นดิน ไม่มีใครออกมารับผิดชอบในเหตุการณ์เหล่านี้ แล้วก็พูดกันไปต่าง ๆ นานา สภาวะอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมถึงไม่เห็นด้วย แล้วก็เมื่อมาดูรัฐธรรมนูญ ผมก็ไปชําเลืองดู รัฐธรรมนูญหมวดว่าด้วยเศรษฐกิจ ก็อุตส่าห์เขียนไว้นะนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนที่ ๗ เขียนว่า แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ รัฐธรรมนูญกําหนดไว้เลย ว่ารัฐบาลใดก็ตามมาแล้ว ต้องทําตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๓ ว่าไว้ชัดเลย รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้มีการดําเนินการตามแนวนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง นี่อุตส่าห์ เขียนไว้ก่อนมาตราแรกเลยนะ ปกติถ้าเขียนก่อนนี่สําคัญ เวลาชาติบ้านเมืองเกิดวิกฤติ ท่านน่าจะไปพลิกดูนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แต่ท่านไม่ดู ท่านบอกว่าวันนี้ท่านตกอยู่ใน กระแสทุนนิยมโลกาภิวัตน์ เสร็จแล้วก็วิ่งตามเขาใหญ่ ใส่เงินทุ่มลงไป มันไม่ได้หรอกครับ เพราะท่านกู้แล้ว ท่านก็จะไป ไม่รู้ใคร แต่ว่าประชาชนรับหนี้แน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าดู ตามแนวนโยบายแห่งรัฐในภาวะวิกฤติแห่งนี้ โครงการทั้งหมดที่พูดอยู่วันนี้หรือจะพูดอยู่ วันจันทร์อีก ก็เลยไปเลยก็ได้มันไม่เหมาะสม ถ้าท่านกลับมาดูประเทศไทยวันนี้ ถ้าไม่กู้มา สร้างสิ่งเหล่านี้จะอยู่ได้ไหม อยู่ได้ เพราะการอยู่ การกิน ปัจจัยต่าง ๆ มันท่วมประเทศไทย อยู่แล้ววันนี้ เพราะฉะนั้นต้องพูดความจริงในเวลาชาติเกิดวิกฤติ ไม่ใช่ว่าทําแล้วก็ออกมา แถลงว่าโครงการเหล่านี้มาจากรัฐบาลก่อน ๆ ทั้งสิ้น มันใช้ไม่ได้ครับ ก็เหมือนกับท่านว่า ไม่ได้พิจารณาอะไร พอดีมีโอกาสโครงการใหญ่ โครงการใหญ่ ๆ แบบนี้ไม่ต้องว่าใคร หรอกครับ ถามชาวบ้านเขาก็รู้ว่าเศรษฐกิจมันจะดีอยู่กระเปิาใคร เพราะฉะนั้นผมถึง ไม่เห็นด้วยเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับ