สุนัย จุลพงศธร แสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการกู้เงินและการขึ้นภาษี ซึ่งเข้าใจว่าอาจก่อให้เกิดวิกฤติทางจิตวิทยาสังคมและผลกระทบต่อประชาชนในหลายด้าน และมีความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการ
ที่พรรคฝ์ายค้านได้ตั้งแนวในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการกู้เงินและการขึ้นภาษี ท่านประธานครับ ท่านก็คงจะต้องเหนื่อยหน่อย เพราะว่าท่านอยู่ในภาวการณ์ที่ต้องอุ้มรัฐบาลนี้ ท่านสังเกตไหมครับว่าในช่วง ๒-๓ วัน ที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการกู้เงิน ตอนนี้มันเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ องค์ประชุม ของรัฐสภาชักไม่ครบแล้ว เท่าที่ทราบนั้นเปึนเพราะว่าท่านวุฒิสมาชิกหลายท่านเริ่มรู้สึก และเข้าใจเช่นเดียวกันกับ ส.ส. ฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลบางท่าน เราเปึนนักการเมือง ด้วยกัน อยู่ในวงการอย่างนี้ เริ่มรู้แล้วว่ามวยคนนี้ที่ชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น น่าจะไม่มีฝ้มือ และกําลังจะนําประเทศไปสู่วิกฤติอย่างยิ่งในอนาคต เกี่ยวกับเรื่อง เศรษฐกิจของบ้านเมือง ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเกี่ยวกับวงเงินกู้ จํานวนมาก กระผมเองจะขอนําเสนอมุมมองในเรื่องของจิตวิทยาสังคมกับภาวะวิกฤติ ของสังคมขณะนี้ที่ยังไม่มีใครกล่าวถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวใน สภานี้เท่าที่กระผมจับความได้ และครั้งก่อน ๆ รวมตลอดทั้งที่ท่านออกรายการช่อง ๙ เมื่อคืนนี้กระผมนั่งเฝัาดูท่านอยู่ ขณะนี้วงเงินจริง ๆ มันเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วนะครับ เริ่มต้นจากโครงการที่พิจารณาในวันนี้ ๓ โครงการนี้ว่าไปแล้ว ๑๐,๒๐๐ กว่าล้านบาท รถไฟฟัาสายบางซื่อ-ท่าพระ ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ด้วยความเปึนห่วงอย่างยิ่งบอกว่ากระผมลืมพูดไป เอกสารที่ท่านแนบมานั้น มันมีหน้าหลังด้วย ส.ส. หลายคนมองแต่หน้าแรกปรากฏว่าหน้าหลังนี่ซ่อนอีก ๕๔,๘๕๔ ล้านบาท สายหัวลําโพง-บางแค ๓ โครงการนี้รวบรวมเหนาะ ๆ เข้าไปแล้ว ๙๙,๓๑๓ ล้านบาทแล้วครับ บวกกับเงินกู้ที่ท่านบอกว่ามาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ กลางป้ที่เปึนเรื่องเช็ค ๒,๐๐๐ บาทนี่ละครับอีก ๑๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวบรวม เบ็ดเสร็จแล้วขณะนี้ก็เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าไปแล้วครับ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งวันจันทร์ที่เราจะพิจารณาออกพระราชกําหนดมาแล้วอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เบ็ดเสร็จ ล้านเศษ ๆ แล้วครับ ท่านประธานครับ คงจําได้นะครับว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านนี้ท่านได้พูดเมื่อประมาณ เดือนมีนาคมหรือเดือนเมษายน พูดถึงเรื่องงบกระตุ้นเศรษฐกิจกลางป้ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท จะแจกเช็คคนละ ๒,๐๐๐ บาท สําหรับผู้ที่มีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทลงมา แล้วท่านก็บอกว่า เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดความหวัง แล้วเงินจะกลับมาใหม่ จะเติบโตขึ้น แต่วันนี้ ปรากฏว่ามันกลับหนักขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นถ้าจะเปรียบเทียบฝ้มือความสามารถ จริง ๆ แล้ว วันนี้กระผมเข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับท่านไม่ได้อยู่ในที่นี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นเปึนญาติของท่าน ถ้าท่านจะตั้งต่อไปกระผม ไม่ว่าละครับ อยู่ต่อเถอะครับ เพราะท่านเปึนคนหนุ่มที่มีประกายไฟ แต่กําลังไหม้ลามพรรค ของท่านแล้ว ขอให้ท่านอยู่นาน ๆ เถอะครับ รับรองได้ว่าผลสุดท้ายรู้ผลกันแน่นอนว่าความเสื่อมศรัทธาจะไปถึงขนาดไหน ท่านประธานครับ ทําไมกระผมถึงกล่าวเช่นนั้น ไม่ใช่ว่ากระผมจะไปกล่าวดูถูกท่าน แต่กระบวนการจัดการนั้นมันได้ส่งภาพสะท้อนของความไร้ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ในหลายเรื่อง เรื่องแค่ ๑๕,๐๐๐ บาท ผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านให้ ๒,๐๐๐ บาทนั้น คนชนบททั้งหมดไม่พอใจท่านมาก ว่าท่านไม่ให้ความเท่าเทียมกัน แล้วคนชนบทเขายากจนกว่าคน ๑๕,๐๐๐ บาทที่ได้เงินเดือนอีกทําไมเขาจึงไม่ได้รับ การดูแล นี่ก็เรื่องหนึ่งแล้ว
อีกเรื่องหนึ่ง ปรากฏว่าพอท่านจะเริ่มแจกปัืนป์วนไปหมดครับ เงิน ๒,๐๐๐ บาทนี้ นี่เปึนอีกตัวอย่างหนึ่งที่มีหลักฐานยืนยันอยู่ในมือก็คือ เช็คที่จ่ายให้แก่ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เช็คเลขที่ ๐๑๗๖๗๕๑ ครับ ยังมีข่าวเรื่อย ๆ ที่ โทรศัพท์เข้ามาว่า เศรษฐีบางคนเปึนพ่อค้าไม่ได้เปึนคนงานก็ได้เงิน รวมตลอดทั้งคนยาก คนจนที่มาขอรับเช็คเปึนลมล้มวุ่นวายไปหมดที่หน้า กทม. ถ้าจะเปรียบเทียบเล็ก ๆ ท่านประธานครับ กระผมว่าความสามารถของรัฐบาลท่านในการจัดการเรื่องนี้สู้ป์อเต็กตึ๊ง ไม่ได้ครับ เพราะป์อเต็กตึ๊งนี่เขาแจกของเขาเรื่อย ๆ ครับ งานเทกระจาดเขาแจกเรื่อย ๆ มีระบบหมด แค่แจกของท่านนี่ยังไม่ได้แจกให้คนจนจริงเลย ดังนั้นถ้าเราจะมองเมื่อสักครู่นี้ กระผมหลักฐานให้เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ดูแล้วนะครับ ชัดเจนที่สุดครับ ชื่อท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน เลขเช็คชัดเจนหมด ยังไม่ได้พูดถึงหลักฐานอื่น ท่านประธานครับ การที่ท่านเปึนคนหนุ่มมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในภาวการณ์ที่มี นายกรัฐมนตรีที่หนุ่มเหลือเกิน แต่ปรากฏว่าท่านได้สร้างวีรกรรมที่ประเทศไทย กรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ตั้งมานี้ไม่เคยมีคือแค่ ๕ เดือน ตัวเลขเหนาะ ๆ ท่านกู้ไปถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ท่านประธานครับ แน่นอนที่สุดครับ เพื่อนสมาชิกหลายคน เห็นว่าจะไปสร้างถนน ๔ เลนก็ดีใจ คนกรุงเทพฯ เห็นว่าจะสร้างรถไฟใต้ดินก็ดีใจ สร้างถนน ๔ เลน วันนี้ยอดการขายรถยนต์ก็ตกต่ําลง ราคาน้ํามันก็แพงขึ้น เอาไว้ให้อะไร วิ่งครับ ในอนาคต รวมตลอดทั้งสร้างรถไฟใต้ดินในภาวการณ์ขณะนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเรายามร่ํารวยอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้เมื่อเราจนลงหลังคารั่วบ้างอาจจะไม่เปลี่ยนหรืออาจจะใช้ สิ่งอื่นทดแทน เมื่อยากจนลงกระผมเชื่อว่าหลายอย่างในบ้านต้องอดออมครับ กระผมคิดว่า ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้นั้นเราจะไปอ้างว่า อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่าเปึนโครงการเก่า คงพูดไม่ได้หรอกครับ วันนี้เปึนภาวะวิกฤติจริง ๆ กระผมว่า การนําพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใส่เกล้าใส่กระหม่อมในเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงนั้นเปึนเรื่องมีเหตุผลอย่างยิ่ง แต่รู้สึกเหมือนกับว่าท่านมิได้ใส่ใจในเรื่องนี้ เลยครับ กลับทุ่มเทการกู้เงินสารพัดกู้จนไม่รู้จะว่าอย่างไร ท่านประธานครับ การกู้เงินเปึน ตัวเลขที่ท่านแถลงออกมาเปึนระยะ ๆ นี้ กระผมมองว่าเพื่อนในพรรคของท่านหลายคน โดยเฉพาะที่เข้าใจการเมืองมองเห็นแล้วว่าท่านกําลังก่อวิกฤติเชิงจิตวิทยาสังคม เพราะ วันนี้ประชาชนเข้าใจดีอย่างยิ่งนะครับว่า การสร้างหนี้สาธารณะนั้นมันมีผลโดยตรงต่อ ความยากลําบากของเขา ท่านแถลงการกู้เงินแถลงทีเดียวเปึนระยะไม่ได้ แถลงทีเดียว บอก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คนก็ตกใจทั้งบ้านทั้งเมือง นี่เมื่อมาเจียระไนแต่ละก้อน ๆ มันไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว จากแค่ ๕ เดือนเท่านั้น พูดถึงการกู้ยังไม่ทันจบ ท่านไม่ได้ดูแลเรื่องจิตวิทยาสังคมเลย ท่านบอกว่าจะประกาศขึ้นน้ํามันทันที พอจะขึ้น ภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ ท่านบอกเปึนภาษีบาป แล้วน้ํามันภาษีอะไรละครับ ท่านใส่ภาษี สรรพสามิตถึง ๑๐ บาท จําได้ไหมครับ ครั้งแรกบอก ๕ บาท ท่านก็รีบพูดตั้งแต่ต้น พอพูด ตั้งแต่ต้นปัูบเกิดอะไรขึ้นครับ เกิดวิกฤติมีความวิตกกังวลทันที ชาวบ้านสะสมน้ํามันทันทีครับ กระผมก็ไม่รู้ว่า การขึ้นภาษีของท่านทําไมบอกล่วงหน้าเหลือเกิน ท่านประธานครับ ภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ตรงนี้เอง ที่กระผมมองว่ามันได้ก่อภาวะวิกฤติเชิงจิตวิทยาสังคมอย่างรุนแรงที่ประชาชน เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า เมื่อรัฐบาลที่เข้ามาโดยไม่ชอบ ด้วยระบบประชาธิปไตย มาก่อ วิกฤติมาก่อหนี้ขนาดหนัก ก็ส่งผลถึงประชาชนทันทีคือเก็บภาษีทันที ท่านประธานครับ พอเก็บภาษีหนักขึ้นอะไรจะเกิดขึ้นครับท่านประธาน เมื่อภาษีน้ํามัน ราคาน้ํามันเหมือน ระดับน้ําที่แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านก็จะเกิดกระบวนการขนน้ํามันเถื่อนที่มันเกิดขึ้น แล้วในอดีต โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งท่านก็จะต้องแก้ปัญหาเรื่องจิตวิทยาตรงนี้อีกว่าไม่ได้ เกี่ยวกับพวกท่าน ท่านประธานครับ เหล้า บุหรี่ เกิดขบวนการที่ขนเหล้า บุหรี่ เถื่อนกันยกใหญ่ ในที่สุดท่านก็จะไม่สามารถจะได้ภาษีดังตามที่ท่านคาดอีก เพราะจะเกิดการทุจริต เกิดกระบวนการมดขนของกัน ภาษีน้ํามัน ภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่ก็จะเกิดการหนีภาษีกัน อย่างขนานใหญ่ ยังไม่ทันเท่านั้นครับ ระบบภาษีที่ท่านพูดถึงนี้ระบบการกู้นี้มันได้ส่งผล สะเทือนไปถึงระบบค่าอาหารแล้วครับ วันนี้ข้าวปลาอาหารขึ้นราคาหมดแล้วครับ เดี๋ยวนี้ ท่านประธานไปกินเถอะครับ ข้าวเปล่าเดี๋ยวนี้จานหนึ่ง ๑๐ บาทยังไม่ได้แล้วครับ ๑๒ บาทแล้ว น้ําเปล่าขวดหนึ่งเดี๋ยวนี้ขึ้นอีกแล้วครับ ดังนั้นมันจึงส่งผลจากสิ่งที่ท่านทํานี้ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนในเรื่องข้าวของแพงขึ้นทันที ค่าครองชีพทั้งระบบ ปรับขึ้นหมด คดีอาชญากรรมหนักขึ้น ท่านจะเห็นนะครับ ยาเสพติดขยายตัวทันทีครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรีไม่ได้พูดถึงเลยท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลของท่าน ต่อประเทศชาติ ต่อค่าเงินบาท กําลังอยู่ในภาวะวิกฤติที่จะติดตามมา ปัญหาตรงนี้เอง ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในภาวการณ์ที่เกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจท่านก็ไม่ได้ คิดกระบวนการใหม่ ๆ ท่านทําง่าย ๆ หาสตางค์ไม่ได้ หาสตางค์ด้วยวิธีเดียวคือขึ้นภาษี ท่านหาสตางค์ด้วยวิธีเดียวคือกู้หนี้ยืมสิน อันนี้มันง่ายมากครับ พอกู้หนี้เสร็จก็ต้องเก็บ ภาษีประชาชนมาใช้ แต่ไม่ได้ทํามาค้าขาย ภาวะตรงนี้เกิดอะไรขึ้นครับ ในขณะที่ปัญหา วิกฤติการณ์ทางการเมืองมันได้ส่งภาพสะท้อนชัดเจนแล้วครับ คือการประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่ภูเก็ตในเดือนมิถุนายนปลายเดือนนี้ ปรากฏว่าไม่เกิดความเชื่อมั่นต่อท่านแล้ว ทําให้ต้องเกิดการเลื่อนประชุมออกไป ถ้าท่านจะกล่าวหาคนเสื้อแดงว่าจะไปต่อต้าน การประชุมซัมมิทก็ไม่ใช่ครับ เพราะว่าคนเสื้อแดงของภูเก็ตได้ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า ไม่ต่อต้านการประชุม และจะไม่ไปร่วมดําเนินการใด ๆ ขัดขวางใด ๆ ทั้งสิ้น แถลงเสร็จอีก ๒ วันปรากฏว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่า ถ้าผู้นําต่างประเทศมาประเทศไทยแล้ว เกิดวิตกกังวลว่า ฝ์ายรักษาความปลอดภัยไม่ดี ก็ให้ฝ์ายรักษาความปลอดภัยของประเทศ นั้นนําอาวุธเข้ามาได้ ท่านเห็นไหมครับ ปรากฏว่าใครละครับจะเอาอาวุธเข้ามา ถ้าจะต้องเอา อาวุธเข้ามาแสดงว่ามันรุนแรงแล้ว ดังนั้นวิกฤติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น บางทีท่านไม่ได้ใช้ กระบวนการจัดการที่ดีเลย ท่านได้ใช้กระบวนการพูดกันไปวัน ๆ เหมือนขึ้นภาษี เมื่อคืนนี้ กระผมดูท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านยิ้มแล้วยิ้มอีก ขึ้นอันนั้นก็ได้ขึ้นอันนี้ก็ได้ โฆษกก็ปัอนให้ท่านถาม ท่านก็บอกขึ้นอย่างนั้นขึ้นอย่างนี้ ท่านครับ การขึ้นภาษี การกู้เงิน นี่เปึนเรื่องแย่มากนะครับในความรู้สึกของประชาชน และวันนี้เขารู้แล้วว่าเขาต้องรับภาระ ทั้งนั้น เพราะท่านเปึนอยู่ได้ไม่ตลอด ๑๐ ป้หรอกครับ ๑๐ เดือนจะถึงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ภาระสุดท้ายอยู่กับใครครับ อยู่กับประชาชนที่ต้องใช้หนี้ในรูปของการเก็บภาษีและ ข้าวของแพงขึ้น ความยากลําบากมาเยือนประชาชนทั่วทั้งประเทศแล้ว ดังนั้นภาวการณ์ อย่างนี้กระผมจึงเชียร์ท่านให้อยู่ต่อไปเถอะครับ รับรองได้ว่าได้ผล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะบอกว่าสนับสนุนการกู้มากมายเปึน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านล้าน แล้วพึ่งพอใจ ก็เชิญเถอะครับ แต่ว่าพรรคฝ์ายค้าน พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วย ดังนั้นด้วยเหตุนี้เองครับท่านประธาน ที่เราจึงได้ตั้งแนวในการดําเนินการที่จะตอบโต้ ตรวจสอบในรูปลักษณะต่าง ๆ กัน ที่ทําให้ท่านประธานจําเปึนต้องใช้ความสามารถสูงใน การควบคุมการประชุมสภา ท่านประธานครับ วันนี้สัญญาณที่ส่อให้เห็นว่าท่านหมด ประสิทธิภาพจริง ๆ แล้ว การลงทุนจากต่างประเทศลดไป ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ครับ การส่งออกติดลบ การเก็บภาษีไตรมาสแรกต่ํากว่าเปัา ๓๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โรงงาน อุตสาหกรรมพังทลาย ในภาวการณ์เช่นนี้ท่านกลับทุ่มเงินขนาดใหญ่ให้สู่กระบวนการ การก่อสร้าง องค์กร ทีดีอาร์ไอ ฝ์ายวิชาการเขาได้ตั้งข้อสังเกตแล้วว่า การที่เกิดภาวการณ์ อย่างนี้ แล้วท่านทุ่มเงินไปอย่างนี้ สู่กระบวนการก่อสร้างนั้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มีผลประโยชน์อยู่ในนี้แน่นอน คอร์รัปชันจะตามมาด้วย ดังนั้นท่านลองคิดดูเถอะครับว่า สิ่งเหล่านี้มันมีเหตุผลอย่างไร ในขณะที่ท่านทุ่มเงินเปึนจํานวนมากให้กับระบบการ ก่อสร้าง ทั้ง ๆ ที่ภาวการณ์ขนาดนี้กําลังเกิดภาวะวิกฤติ ปรากฏว่าเกษตรกรได้อะไรครับ วันนี้เห็นภาพชัดเจนว่าท่านไม่ได้ทุ่มเทดูแลเรื่องเกษตรกรเลยครับ เงินที่จะไปรับจํานํา ข้าวเปลือก ท่านให้ป้เดียว ครั้งเดียวต่อคนเท่านั้น คนจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดชัยนาท จังหวัดอยุธยา เปึนพื้นที่นาที่ทํานา ๒ ครั้งต่อป้ แต่กลับได้รับเงินที่จะดูแล เพียงแค่คนละ ๓๕๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ป้เดียว ครั้งเดียวเท่านั้น ชาวนา ชาวไร่จะอยู่ อย่างไรครับ ตรงนี้เองครับท่านประธาน ที่กระผมเห็นว่าสิ่งที่ท่านทําอยู่นี้น่าจะต้องมี การทบทวน แต่ไม่เปึนไรหรอกครับ มันเปึนสิทธิของท่าน อํานาจของท่าน เมื่อท่านคิดว่า ท่านเชื่อมั่นแล้ว ดีแล้ว ก็ดําเนินการเถอะ แต่ถ้าท่านไม่ฟังกระผม ถ้าท่านเปึนนักรัฐศาสตร์ ท่านต้องดูว่ามันเกิดปรากฏการณ์อะไรบ้างรอบ ๆ ตัวท่าน ทั้งใกล้และไกล และ ปรากฏการณ์เหล่านั้นกําลังบอกเนื้อแท้ว่า แม้แต่พวกท่านเองก็เริ่มไม่ไว้วางใจท่านแล้ว ได้มีคนผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถเรื่องนี้ได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์ท่านในหลายเรื่อง ท่านรัฐมนตรีครับผ่านท่านประธานว่า ท่านต้องตรวจสอบเรื่องนี้ เหตุการณ์ที่กระผม กราบเรียนมานี้ ท่านประธานครับ มันจะเกิดบรรยากาศมากขึ้น ๆ ท่านลองคิดดูเถอะครับ การสมานฉันท์ก็ไม่จบ ท่านประธานก็ใช้ความพยายามจะดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เท่าที่ดูสังเกตวิธีการต่าง ๆ ท่านก็ไม่มีทางแก้ไข ใช้กระบวนการโยกโย้ ท่านประธานครับ กระผมกําลังจะกราบเรียนให้เชื่อมโยงกับการกู้หนี้ยืมสินและการขึ้นภาษีว่า วันนี้มันได้ พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าท่านไม่มีความสามารถในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่ท่านมี ความสามารถสูงสุดที่กระผมไม่ปฏิเสธคือความสามารถในการยื้อที่จะอยู่ในอํานาจต่อไป เมื่อท่านยื้อ ดื้อดึงที่จะอยู่ในอํานาจต่อไปด้วยกระบวนการต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่แก้ปัญหา เศรษฐกิจไม่ได้ ในอนาคตอะไรจะเกิดขึ้นครับ วันนี้ด้วยเพราะเรามีล้นเกล้าพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเท่านั้นที่เปึนหลักชัยอยู่ วันนี้ประชาชนทุกคนอดทนที่สุด ที่จะยอมรับสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกบ้าง ผิดบ้าง ทุกวันนี้ก็เพื่อพ่อหลวงเท่านั้น กระผมจึงฝากท่านว่าถ้าคนท้องหิวถึงที่สุด และความเข้าใจของประชาชนนั้นยกระดับขึ้นแล้ว เขาจะทนสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ โครงการที่ ท่านพูดถึงเมืองไทย ไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ ท่านฟังผมให้ดีนะ ถึงป้ ๒๕๕๕ ถ้ายังมีท่านอยู่นะ ไม่ใช่ไทยเข้มแข็งครับ แต่จะเปึนไทยตัวแข็ง เตรียมเผาได้ครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมกราบเรียนมานี้ทั้งหมดนั้นกระผมหวังอยู่เท่านั้นเองว่า หวังอยู่กับวุฒิสมาชิก เมื่อเช้ากราบด้วยความเคารพ วันนี้โดยเฉพาะสถานการณ์ขณะนี้ กระผมเห็นว่ามีแต่วุฒิสมาชิกเท่านั้นที่จะเปึนพลังตรวจสอบความถูกต้องในสภาแห่งนี้ มีแต่วุฒิสมาชิกเท่านั้นที่จะดําเนินการถ่วงดุลเตือนสติรัฐบาลได้ ลําพังแต่พรรคฝ์ายค้านนั้น เราคงไม่อยู่ในฐานะตรงนั้นจริง ๆ แล้ววันนี้กระผมได้กราบเรียนท่านด้วยความหวัง อย่างยิ่งว่า เพื่อน ส.ส. บางส่วนในพรรคซีกรัฐบาล ท่านตั้งคําถามตรง ๆ กับตัวเอง เมื่อท่านอยู่ในห้องเงียบ ๆ กับตัวเองเถอะครับว่า ท่านยังจะเชื่อมั่นรัฐบาลนี้พาท่านไปสู่ หุบเหวอีกหรือ วันนี้ขอกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านทําอยู่ของรัฐบาลวันนี้นั้นได้ส่งสัญญาณ อันตรายที่สุดในอนาคตแล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ