กรณ์ จาติกวณิช หารือเรื่องสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และแจ้งว่ารัฐบาลได้กู้ยืมเงิน 350,000 ล้านบาทเพื่อชดเชยการขาดดุลในงบประมาณ และมีแผนจะกู้ยืมเพิ่มเติม 70,000 ล้านบาทจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังอธิบายว่ารัฐบาลมีความจำเป็นต้องลงทุนในโครงการต่าง ๆ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับระบบเศรษฐกิจและประชาชน
ขอบคุณครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกรัฐสภาทุก ๆ ท่านนะครับ วันนี้ผมได้มีโอกาสได้นั่งฟัง ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น แล้วก็ความเปึนห่วงที่หลาย ๆ ท่านมีต่อสภาวะเศรษฐกิจของ ประเทศเรามาก็ประมาณ ๘ ชั่วโมง ก็ได้รับข้อเสนอแนะหลายข้อที่ผมขออนุญาตเรียน ตามตรงว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง แล้วรัฐบาลก็จะรวบรวมไปสังเคราะห์แล้วก็นํามาใช้ ในการที่จะตัดสินใจในส่วนของนโยบายที่มีความเหมาะสมต่อการแก้ปัญหาของพวกเรา ต่อไป ผมก็ขออนุญาตเรียนนะครับว่า ปัญหาของพวกเราทุก ๆ คนที่ร่วมกันรับผิดชอบต่อ พี่น้องประชาชนคนไทยทางด้านเศรษฐกิจในช่วงนี้ก็ถือว่าหนักหนาสาหัสนะครับ ในส่วน ของรัฐบาลก็ได้ดําเนินการตามมาตรการหลายมาตรการ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหา ระยะสั้น และปัญหาในระยะยาวของพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ อย่างไรก็แล้วแต่ ผมขอ อนุญาตก่อนอื่นเลยนะครับที่จะชี้แจงในส่วนของข้อเท็จจริงตามที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ก็อาจจะคลาดเคลื่อนไปบางส่วน เพื่อไม่ให้สับสน
อันดับแรกนะครับ รัฐบาลเข้ามารับภาระหน้าที่ครบประมาณก็ ๕ เดือน จริง แต่ที่ผู้อภิปราย เมื่อสักครู่ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลภายใน ๕ เดือนได้กู้ยืมไป ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไม่ใกล้เคียงความเปึนจริง อันดับแรก ตามงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ คือป้ปัจจุบันนะครับ การกู้ยืมคือ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนงบประมาณที่รัฐบาล ของท่านเองได้กําหนดไว้ว่าเปึนรัฐบาลที่จะต้องขาดดุลในวงเงิน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จากนั้น ก็มีการกู้ยืมเพิ่มเติมอีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบประมาณกลางป้ ซึ่งก็เปึนงบกลางป้เช่นเดียวกันรัฐบาลท่านได้เริ่มต้นไว้นะครับ แล้วพวกผมเมื่อมารับ ภาระหน้าที่ก็สานต่อ เพราะฉะนั้นวงเงินกู้ทั้งหมดในส่วนของการชดเชยการขาดดุล งบประมาณจนถึงวันนี้มีทั้งหมดก็ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นทางรัฐบาลก็ได้มา ขออนุญาตจากทางรัฐสภาในการที่จะไปเจรจากู้ยืมเพิ่มเติมจากองค์การต่างประเทศ รวมแล้ว ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรวมทั้งหมดก็ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนเรื่องของรายได้ที่คาดว่าอาจจะต่ํากว่าเปัา ก็เปึนสิ่งที่พวกเราก็ยืนยันแล้วก็พูดอย่าง ตรงไปตรงมามาตั้งแต่วันแรกที่ได้แถลงนโยบายของทางรัฐบาล ส่วนแผนในการกู้ยืม ในอนาคตก็เปึนเรื่องของอนาคต ซึ่งเราต้องมาช่วยกันพิจารณา นอกเหนือจากนั้นผมก็จะ ขออนุญาตเรียนนะครับว่า ในส่วนของรัฐบาลที่เข้าไปกู้ยืมก็ในกรณีที่เราประเมินว่า มีความจําเปึนจริง ๆ ผมขออนุญาตเรียนว่าเรารักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด เมื่อเราประมาณการว่ารายได้ของรัฐบาลในช่วงป้งบประมาณป้หน้า คือป้ ๒๕๕๓ มีแนวโน้มโอกาสที่จะปรับลดลง สิ่งที่เราได้ทําทันทีก็คือ เสนอกรอบงบประมาณใหม่ที่เปึน งบประมาณที่มีปริมาณเม็ดเงินลดลงถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เดิมทีรัฐบาลได้เสนอกรอบ งบประมาณไว้นะครับ ที่ ๑.๙ ล้านล้านบาท แต่เมื่อเราประเมินว่ารายได้ของรัฐบาล อาจจะต่ํากว่าเปัาถึงเกือบ ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในช่วงป้หน้า เราก็ได้ขอมติทางคณะรัฐมนตรีที่จะแก้กรอบเพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลลงเหลือ ๑.๗ ล้านล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นความรอบคอบ รอบด้านของทางรัฐบาล และ ความระมัดระวังในการใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนมีจริง แต่นอกเหนือจากค่าใช้จ่าย ทั่วไป ซึ่งมีความจําเปึนอยู่แล้วรัฐบาลก็ประเมินว่าในสภาวะปัจจุบันความจําเปึนที่รัฐบาล จะต้องลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลมองว่าสร้างประโยชน์ให้กับระบบเศรษฐกิจ ในระยะยาว ส่งผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนในระยะสั้นยังมีครับ และรัฐบาลมี ความจําเปึนต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อลงทุนในโครงการเหล่านี้ เศรษฐกิจไทยขาดการลงทุน ตลอดช่วงสิบกว่าป้ที่ผ่านมา โครงการต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนรอคอยมานาน ไม่ว่าจะเปึน ระดับท้องถิ่น ถนนไร้ฝุ์น ระบบพัฒนา ระบบน้ําชลประทานไปถึงโครงการขนาดใหญ่ที่ หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา ผมขอใช้คําว่า โม้ไว้เยอะครับ ๗ เส้นทางรถไฟฟัา ๑๐ เส้นทาง รถไฟฟัา สุดท้ายไม่ทําสักเส้นทางหนึ่งประชาชนรอคอยอยู่ ถามว่านี่คือจังหวะที่เหมาะสม ที่ควรจะรอคอยในการลงทุนหรือไม่ ผมได้ชี้แจงไปแล้วครั้งหนึ่ง ผมขออนุญาตชี้แจง อีกครั้งหนึ่งนะครับว่า จังหวะและเวลาที่เหมะสมที่สุดที่รัฐบาลจะเดินหน้าในการลงทุน ในโครงการเหล่านี้คือ เวลานี้ครับ เวลาที่เงินเหลืออยู่ในระบบเพราะเอกชนไม่พร้อมจะ ลงทุน เวลาที่อัตราดอกเบี้ยต่ําที่สุดเปึนประวัติการณ์ ทําให้ต้นทุนการลงทุนของรัฐบาล ต่ําลง เวลาที่ประชาชนคนไทยไม่มีงานทํา สามารถที่จะสร้างงานสร้างรายได้ให้กับ ประชาชนได้จากโครงการการลงทุนของรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมมั่นใจครับ และรัฐบาลนี้ มั่นใจนะครับว่า แนวทางการที่เราเดินมานะครับแล้วก็ข้อเสนอในเรื่องของการลงทุนของ รัฐบาลนั้นมีความเหมาะสมทั้งในตัวโครงการ ทั้งในจังหวะเวลา ซึ่งรัฐบาลก็พยายามที่จะ เดินหน้าในส่วนนี้ต่อนะครับ ผมจะขออนุญาตตอบคําถามในรายละเอียดเล็กน้อยนะครับ ก็มีท่านสมาชิกได้ถามเกี่ยวกับเรื่องของจังหวะเวลาในการที่จะไปเจรจากู้ยืมตามกรอบ ที่ได้มาเสนอขอคําอนุญาตจากทางรัฐสภาในวันนี้นะครับ วันนี้การอภิปรายความจริงก็ กว้างขวางนะครับ ไปถึงหลาย ๆ เรื่อง ที่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ตรงกับประเด็นการพิจารณา ของรัฐสภาเท่าใดนัก ก็ไม่เปึนไรครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมขออนุญาตย้ําอีกครั้งหนึ่ง เท้าความนะครับว่าวันนี้เรามาพิจารณาเรื่องของกรอบเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ ภายใต้แผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ เพื่อสนับสนุน ๔ โครงการที่รัฐบาลได้นําเสนอนะครับ ในแง่ของจังหวะเวลาหลังจากที่ได้รับอนุมัตินะครับ ถ้าท่านสมาชิกรัฐสภากรุณา เราจะสามารถที่จะเจรจาเพื่อนํารายละเอียดของตัวสัญญา มาให้ทางรัฐสภาได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งในส่วนของโครงการประปาและโครงการถนน ๔ ช่องทางนะครับ ในช่วงเดือนกันยายน ๒๕๕๒ ส่วนโครงการสะพานข้ามแม่น้ํา เจ้าพระยาจะดําเนินการแล้วเสร็จเพื่อนําสัญญามาให้ทางรัฐสภาได้พิจารณา ในรายละเอียดอีกทีหนึ่ง ในช่วงมีนาคม ๒๕๕๓ ในส่วนของรถไฟฟัาเส้นสีน้ําเงินนะครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีคมนาคมได้ชี้แจง ว่าเดิมทีได้มีการเจรจาไปแล้วในระดับหนึ่ง แต่รัฐบาลชุดปัจจุบัน เมื่อมาศึกษาในรายละเอียดถึงตัวสัญญาที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ได้ เจรจาไว้กับทางญี่ปุ์น เราได้สังเกตนะครับว่า เงื่อนไขที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้เจรจาไว้ มีใน เรื่องของการกํากับนะครับว่า รัฐบาลไทยจะต้องซื้อของจากญี่ปุ์นในสัดส่วนเท่าใด ซึ่งเรา มองว่าเงื่อนไขนี้อาจจะทําให้ฝ์ายไทยเราเสียเปรียบ ดังนั้นเราจึงได้เสนอกับทางญี่ปุ์น ขอที่จะเจรจาใหม่ และเมื่อเราถือว่าเปึนการเจรจาใหม่ตามมารยาทและเพื่อความโปร่งใส เราจึงได้นําโครงการนี้กลับมาในวันนี้ให้รัฐสภาได้มีโอกาสได้พิจารณา เพราะฉะนั้นสาเหตุ ที่ท่านได้มีโอกาสพิจารณาโครงการนี้ในวันนี้ก็เพราะรัฐบาลเห็นว่าน่าจะเปึนประโยชน์ต่อ ประเทศไทยและประชาชนคนไทยทุกคน และตามเงื่อนไขสัญญาที่เราขอเป่ดเจรจาใหม่ กับทางญี่ปุ์นก็จะไม่มีเงื่อนไขว่า เราจะต้องมีผู้รับเหมาจากญี่ปุ์นหรือตามที่ท่านบางคน กังวล ไม่มีเงื่อนไขว่าเราต้องซื้อสินค้าทุน หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จากทางญี่ปุ์น ดังนั้นเมื่อเรา เป่ดการเจรจาตามแนวใหม่ ทางญี่ปุ์นก็อาจจะยอมให้เรากู้หรือไม่ ซึ่งเราก็มีแผนรองรับไว้แล้ว เพราะโครงการนี้เราถือว่าเปึนโครงการที่มีความสําคัญที่จะต่อเส้นทางรถไฟฟัาใต้ดินที่มี อยู่แล้วในปัจจุบันข้ามไปฝัืงธน แล้ววกกลับมาฝัืงกรุงเทพมหานครอีกครั้งหนึ่ง ครบเปึน วงจร ซึ่งในกรณีที่ญี่ปุ์นไม่พร้อมที่จะปล่อยกู้ให้เราตามเงื่อนไขที่เรากําหนด เราก็พร้อม รัฐบาลนี้พร้อมที่จะเดินหน้าในโครงการนี้ด้วยการกู้ยืมเงินในประเทศ เพราะฉะนั้นแผนรองรับต่าง ๆ นานาเรามีครบถ้วน ต่อความกังวลต่อประเด็นที่ว่าทําไม อย่างเช่น การประปานครหลวงนั้นเราถึงไม่ได้พึ่งพารายได้ของทางตัวรัฐวิสาหกิจในการ ลงทุน ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับว่าในทุกโครงการที่รัฐบาลได้นําเสนอในวันนี้ มีทั้งสัดส่วนที่เปึนเม็ดเงินงบประมาณ มีทั้งสัดส่วนที่เปึนวงเงินกู้มาสมทบ ในส่วนของ การประปา ผมขอเรียนนะครับว่ามูลค่าโครงการทั้งหมด ๗,๔๐๐ ล้านบาทนั้น ๓,๔๐๐ ล้านบาท เปึนรายได้ของการประปาเอง เปึนเงินกู้จากต่างประเทศจาก ไจก้า ตามที่วันนี้เรามาเสนอขอคําอนุมัติจากทางรัฐสภาอยู่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท และเปึนเงินกู้ ในประเทศอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ได้คิดครบถ้วนนะครับว่าแหล่งทุนที่ เหมาะสมสําหรับแต่ละโครงการนั้นควรจะมาจากที่ใด เท่าไร และในสัดส่วนที่กู้ยืมเงินจาก ประเทศก็เปึนเพราะตามที่ผมได้เรียนไปก่อนหน้านี้ มีความจําเปึนเพราะเรามี ความจําเปึนต้องซื้อสินค้าทุนบางประเภทจากต่างประเทศ ต้องใช้ตราสารต่างประเทศ เงินตราต่างประเทศในการซื้อสินค้าทุนเหล่านั้น จึงมีความจําเปึนที่จะต้องกู้ยืมเงินจาก ต่างประเทศเพื่อที่จะได้มีเงินตราต่างประเทศมาชําระตามความต้องการของสินค้า ประเภทนั้น นี่ก็คือที่มาและสาเหตุครับ แต่ในภาพใหญ่ที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านมี ความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินของรัฐบาลโดยรวม ประเด็นนี้ผมเห็นใจแล้วก็เข้าใจ แล้วผมขออนุญาตเรียนกับสมาชิกรัฐสภาทุก ๆ ท่านนะครับว่า ในส่วนของรัฐบาลเองเราก็มี ความกังวลมีความเปึนห่วงแล้วมีความระมัดระวังในเรื่องของการก่อหนี้ แต่อย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตเรียน ณ เวลานี้ในเมื่อภาคเอกชนไม่มีความพร้อม กําลังซื้อของของพี่น้อง ประชาชนขาดหาย กําลังซื้อของประเทศคู่ค้าของเราก็ตกลง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือกําลัง การผลิตเราลดลง พี่น้องประชาชนคนไทยเริ่มที่จะไม่มีงานทํา ถ้ารัฐบาลไม่ทําอะไร รัฐบาลเพียงแค่ใช้เงินตามเม็ดเงินภาษีที่เก็บมาได้การลงทุนจะไม่เกิด การสร้างงานจะไม่มี ประเด็นปัญหาก็คือพี่น้องประชาชนเองนั่นแหละครับจะเปึนผู้ที่จะต้องรับภาระหนี้สิน ครัวเรือน หนี้สินส่วนตัวเพิ่มขึ้น เพราะภาระค่าครองชีพยังคงเดิม ดังนั้นเมื่อรัฐบาลมองว่า ภาระหนี้รัฐบาลสามารถที่จะรับได้ แล้วผมยืนยันนะครับว่ารับได้ตามภาระหนี้ที่เราได้ นําเสนอ เราก็ตัดสินใจว่าเราควรที่จะแก้ปัญหาแทนพี่น้องประชาชน เพื่อพี่น้องประชาชนเอง จะได้มีรายได้ ไม่จําเปึนต้องก่อหนี้เปึนภาระส่วนตัว ซึ่งเราก็มีความเปึนห่วงว่าในกรณีนั้น พี่น้องประชาชนจะแบกรับภาระได้หรือไม่ หลายท่านนะครับได้เท้าความกลับไปถึง มาตรการระยะสั้นของรัฐบาล แล้วก็มีคําถามถึงผลนะครับว่ามีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ผมคิดว่าการที่จะวัดนะครับว่าผลของมาตรการต่าง ๆ มีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ผมเรียน ตามตรงครับ ณ วันนี้ยังวัดไม่ได้ เงินเพิ่งเริ่มกลับเข้ามาในระบบ เรียนฟรีพี่น้องประชาชน เพิ่งได้รับ อสม. เพิ่งได้รับไปเดือนเดียว เช่นเดียวกับเบี้ยผู้สูงอายุ ส่วนเช็ค ๒,๐๐๐ บาท ผมยืนยันได้ครับว่ากลับเข้ามาในระบบ แต่ผลต่อการบริโภคโดยรวมผมคิดว่าสถิติทาง เศรษฐกิจอีกไม่นานก็จะชี้ให้เราได้เห็น แต่ที่ผมขออนุญาตยืนยันในส่วนของตรงนี้นะครับ ก็คือทาง กทม. เอง ทางกระทรวงมหาดไทยเองได้รายงานเข้ามาแล้วว่ายอดขายป้นี้ของ โรงรับจํานําทั่วประเทศตกลงครับ โดยเฉพาะในช่วงปัจจุบันซึ่งเปึนช่วงใกล้เวลาเป่ดเทอม โดยปกติแล้วยอดจํานําของพี่น้องประชาชนจะสูงกว่าปัจจุบันค่อนข้างมาก และสาเหตุที่ เราสามารถอ้างได้นะครับว่าทําไมพี่น้องประชาชนถึงใช้บริการของโรงรับจํานําน้อยลง ก็เพราะภาระค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องชุดเรียน หนังสือเรียนของผู้ปกครองปรับลดลง และพี่น้องประชาชนมีเงินในกระเปิาที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น นี่ก็คือตัวอย่างให้เห็น นะครับว่ารัฐบาลสามารถที่จะเพิ่มภาระหนี้สินของรัฐบาลเองได้เพื่อลดภาระของพี่น้อง ประชาชนไม่ต้องเปึนหนี้เปึนสิน และนี่คือเปัาหมายในส่วนของรัฐบาลนี้ครับ เพราะฉะนั้น ในวันนี้ผมก็หวังนะครับว่าการชี้แจงของทางผมและท่านรัฐมนตรีว่าการคมนาคม จะเพียงพอต่อการพิจารณาของท่านสมาชิกรัฐสภานะครับว่ามีความเหมาะสมในการที่จะ มอบหมายให้ผมและกระทรวงการคลังไปเจรจาในรายละเอียดเงินกู้เพื่อมาสนับสนุน ๔ โครงการที่เราได้นําเสนอในวันนี้ เพื่อนํารายละเอียดมาให้ทางท่านสมาชิกรัฐสภาได้ พิจารณาอีกครั้งหนึ่งหรือไม่ ขอบพระคุณครับ