ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องการกู้เงินของรัฐบาล โดยมีจุดเน้นเกี่ยวกับแผนการบริหารหนี้สาธารณะและพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ โดยเฉพาะมาตรา 20 และมาตรา 22-23 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินนั้น
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ก่อนอื่นต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานนะคะ ที่วันนี้ให้โอกาสดิฉันเปึนผู้หนึ่งที่จะได้ร่วมอภิปราย ในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งพวกเรานั้นถูกมาตรา ๑๙๐ มาบังคับใช้ ซึ่งดิฉันคิดว่ามาตรา ๑๙๐ นั้น จริง ๆ หลักการมันดีค่ะท่านประธาน หลักการของมาตรา ๑๙๐ นั้นพวกเราก็รู้ว่า หนังสือสัญญาใด ๆ ที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวางหรือมีผลผูกพันด้านการค้าการลงทุน งบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ตรงนี้รัฐบาลต้องมาขอความเห็นชอบ จากรัฐสภา มาตรา ๑๙๐ ดี แล้วก็ดิฉันคิดว่ามันมียุคใดสมัยใดบ้างที่พ่อแม่พี่น้อง ประชาชนจะได้รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของรัฐสภาแห่งนี้ได้เท่ากับมาตรา ๑๙๐ อนุญาตไว้ แต่การเขียนกฎหมายท่านประธาน การเขียนกฎหมายนั้นมันไม่น่าจะเขียนให้ดูสับสน จนข้าราชการนั้นปฏิบัติไม่ได้ เช่น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาคือวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒ นี้ ท่านประธานคะ เหลือเชื่อค่ะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ นั้น ดิฉันอภิปรายไปแล้วว่ากลัวจนเกินเหตุ ต้องนําเข้าสู่สภาเปึนเรื่องของร่างบันทึก การประชุม มันเหมือนกับว่าให้รัฐสภานั้นมาบันทึกมารับรองบันทึกการประชุม ตลกมาก นั่นหมายความว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญนั้น เขียนรัฐธรรมนูญละเอียดถึงขั้นตอนจนเกินไป จนปฏิบัติกันไม่ถูกสับสนมาก วันนี้ก็เช่นเดียวกันเรามาประชุมร่วมของรัฐสภา ซึ่งเปึนเรื่อง ของกรอบการเจรจาการกู้เงินจากต่างประเทศตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ชื่อยาวมาก แน่นอนค่ะ ฝ์ายรัฐบาลวันนี้มีเสียงมากกว่าก็คงจะชนะไป และดิฉัน ก็คิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกรณ์ จาติกวณิช นั้นคงจะไม่กลัว จนเกินเหตุไปเหมือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนะคะ เดี๋ยวท่านชนะไป ท่านก็ไปกู้เงิน ท่านก็ไปประชุมจะประชุมกับเวิลด์ แบงก์ จะประชุมกับ ไจก้า หรือใคร ก็แล้วแต่ เมื่อมีร่างบันทึกการประชุมคงจะไม่ต้องเอามาให้รัฐสภาแห่งนี้เห็นชอบเหมือน เมื่อวันอังคารนะคะ ท่านประธานคะ วันนี้เรามาพิจารณาถึงเรื่องกรอบการเจรจากู้เงิน แน่นอนในชื่อของกรอบ เจราการกู้เงินนั้นมีคําว่า แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งดิฉันก็ต้องนําพระราชบัญญัติ การบริหารหนี้สาธารณะนั้นมาพิจารณา ซึ่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะนั้น มาตรา ๒๐ ก็บอกไว้ว่า ให้กระทรวงการคลังกู้เงินได้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใด อย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ คือ ข้อที่ ๑ ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ หรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่า รายได้ เปึนเงินบาทนะคะอันนี้ ข้อที่ ๒ บอกว่าพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ข้อที่ ๓ บอกว่า ปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ ข้อที่ ๔ ให้หน่วยงานอื่นกู้ต่อ เอาละ วันนี้เรามาพิจารณากัน ถึงข้อใน (๒) ของมาตรา ๒๐ คือพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมาตรา ๒๐ กําหนดไว้แบบนี้ ทําให้การกู้นั้นจะต้องดําเนินการตามมาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ ของพระราชบัญญัติ หนี้สาธารณะ ถามว่ามาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะนั้นบอกไว้ว่าอย่างไร เปึนการกู้เงินเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้กระทําได้เมื่อมีความจําเปึนต้องใช้จ่ายเงิน นอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจําป้ และต้องใช้เปึนเงินตราต่างประเทศ หรือ จําเปึนต้องกู้เงินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของประเทศ โดยให้ กระทรวงการคลังนั้นกู้เปึนเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ นั่นหมายความว่าเราจะต้องมาคํานึงถึงร้อยละ ๑๐ ของ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ซึ่งในป้ ๒๕๕๒ นั้นงบประมาณรายจ่ายประจําป้คือ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เสร็จแล้ว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาทนั่นเอง ทีนี้ถามว่า ทําอย่างไร ขณะนี้รัฐบาลนั้นกู้เงินไปแล้วนะคะท่านประธาน รัฐบาลนั้นกู้เงินไปแล้วถึง จากข้อมูลสํานักงานเศรษฐกิจการคลังนั้นบอกว่า รัฐบาลนั้นกู้เงินไปแล้วถ้าไม่นับ ๔ โครงการที่เรากําลังพูดถึงนี้นะคะ เปึนเงิน ๖๙,๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งดิฉันต้องลบออกจาก ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท จะเหลือวงเงินตามงบประมาณอยู่ ๑๑๓,๙๐๐ ล้านบาท และวันนี้อีก ๔ โครงการค่ะท่านประธาน ๔ โครงการนั้นรวมเปึน ๓๔,๔๕๙.๒๐ ล้านบาท ก็จะเหลือวงเงินกู้อยู่อีก ๗๙,๔๔๐ ล้านบาท เปึนเงินที่เราพูดง่าย ๆ แล้วกันท่านประธานคะ ๗๙,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออยู่นะคะ ณ ขณะนี้เหลืออยู่ ๗๙,๕๐๐ ล้านบาทนั้น มันเปึนเงิน ที่เยอะอยู่เหมือนกัน ท่านประธาน ดิฉันคิดว่าในป้ ๒๕๕๒ นั้น ตามพระราชบัญญัติ หนี้สาธารณะนั้น โครงการ ๔ โครงการนี้ที่จะเข้ามากู้ เปึนงบประมาณของ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถ้าเราพิจารณาดูแล้วเปึนของพรรคภูมิใจไทยค่ะ ท่านประธาน แต่ดูสิคะว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของกระทรวงคมนาคมและ กระทรวงมหาดไทยนั้นเปึนของพรรคภูมิใจไทย ทําให้ดิฉันคิดว่าพรรคอื่น กระทรวงอื่น จะไม่ทําบ้างหรือคะ ในเมื่อมีเงินเหลืออีก ๗๙,๕๐๐ ล้านบาท เวลาก็เหลืออีก ๔ เดือนครึ่ง ทําไมกระทรวงอื่นไม่ทํากันบ้าง ลองดูนะคะว่ากระทรวงอะไรบ้าง กระทรวงศึกษาละคะ ทําไมไม่กู้เพื่อมาปรับปรุงโรงเรียน หรือจะทําส้วมให้โรงเรียนนั้นดีขึ้นก็ได้ หรือกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โครงการของชลประทาน จะสร้างเขื่อน จะทําให้น้ํานั้นดูดี หรือจะ ปรับปรุงตลิ่ง อะไรก็แล้วแต่ หรือกระทรวงอุตสาหกรรมละคะ ก็ทําได้เยอะแยะเลย จะให้สินเชื่อกับนักลงทุนรายย่อยใหม่ ๆ หรือโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม เฉพาะทางก็ได้ หรือโครงการสินค้าใหม่จากนวัตกรรมก็น่าสนใจนะคะ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพรรคกิจสังคมล่ะ ก็น่าสนใจ ทําไมท่านไม่พัฒนา เขตอุทยานแห่งชาติให้เปึนสถานที่ท่องเที่ยวที่ยั่งยืนละคะ หรือกระทรวงการคลังก็ตาม ทําไมไม่ให้กรมธนารักษ์พัฒนาที่อยู่อาศัย โอ้โฮ หลายกระทรวงมากเลยค่ะที่น่าที่จะมาใช้บริการของ ๗๙,๕๐๐ ล้านบาทนี้เสียให้เต็มที่ แต่ท่านประธานคะ การที่จะใช้โครงการต่าง ๆ นั้นใช้ศักยภาพของรัฐบาลนั้นมันต้อง เรียกว่าต้องดูเหมือนกัน เช่น ธนาคารพาณิชย์ของไทยตอนนี้นะคะท่านประธาน ไม่ยอม ปล่อยกู้ให้กับประชาชนหรือภาคเอกชนเลย เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องใช้ศักยภาพของ ตนเองนั้นมากู้เสียให้เต็มที่นะคะท่านประธาน แล้วก็ทําไมล่ะ ทําไมรัฐวิสาหกิจ ณ ขณะนี้ใน (๓) ของกรอบการเจรจานั้นเปึนเรื่องของอะไร เปึนเรื่องของประปานครหลวง ท่านประธาน ประปานครหลวงนั้นเปึนรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจทําให้ดิฉันต้องมาดูมาตรา ๙ ของพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะท่านประธาน ดิฉันคงต้องขอเวลาเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง ของพรรคเพื่อไทยนะคะ ท่านประธานคะ มาตรา ๙ นั้นกําหนดไว้สําคัญมากท่านประธาน สําคัญมากบอกว่า ถ้าเปึนการกู้เงินเพื่อการลงทุนรัฐวิสาหกิจนั้นจะต้องเสนอแผนงาน ลงทุนให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ทั้งนี้ หากเปึนการกู้เงินเกิน ๕๐ ล้านบาท จะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีด้วย ดิฉันขอถามท่านประธานในฐานะที่ท่านควบคุมการประชุมแห่งนี้ ดิฉันขอทราบ ความเห็นชอบ หนังสือความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติก่อนค่ะ ถ้าดิฉันไม่มี นั่นหมายความว่าข้อที่ ๓ เรื่องประปานครหลวงซึ่งเปึน รัฐวิสาหกิจนั้นจะต้องตกไปค่ะ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ต้องตกไปค่ะท่านประธานตามมาตรา ๙ เพราะว่าขัดต่อกฎหมายพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะนะคะท่านประธาน ทีนี้การพัฒนา มันดี ดิฉันเห็นด้วยว่ามันควรที่จะพัฒนาประเทศ แต่อย่ากระจุกอยู่เฉพาะกรุงเทพฯ หรือ เขตชานเมืองนะคะ ต้องให้ประชาชนจากต่างจังหวัดเขาได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารัฐบาลนั้นถ้าอยากจะกู้เงินเหลืออีก ๗๙,๕๐๐ ล้านบาทนั้นก็กู้กัน เสียให้เต็มที่ไปเลย ให้ประชาชนนั้นเปึนหนี้เปึนสินกันเสียให้เต็มที่อย่างที่ไม่ต้อง เกรงอกเกรงใจกันเลยนะคะ