ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง เสนอแนะให้รัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายและรับผิดชอบหนี้สาธารณะอย่างเต็มที่ โดยเน้นย้ำว่าการบริหารจัดการของประเทศควรเป็นการบริหารจัดการที่ดี ไม่ใช่การบริหารเม็ดเงิน เพื่อให้โครงการต่าง ๆ มีประสิทธิภาพและไม่ให้ประเทศไปไม่รอดในอนาคต
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่า คงต้องเรียนต่อท่านประธานว่าเพื่อให้พี่น้องประชาชนผู้ติดตามช่วงนี้ได้เข้าใจ และก็ทราบว่ากําลังพิจารณาเรื่องใดอยู่ บางท่านอาจจะเรียกว่าติดตามตลอด แต่บางท่านอาจจะไม่ติดตามตลอดนะครับ สําหรับผู้ที่ไม่ติดตามตลอดก็ขออนุญาตกราบ เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเปึนเรื่องของกรอบการเจรจาเงินกู้จากต่างประเทศ ตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๒ ภายใต้แผนการบริหาร หนี้สาธารณะ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองได้มีโอกาสกล่าว แล้วก็ มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องของการที่จะบริหารชาติบ้านเมืองให้ชาติบ้านเมืองนี้ มีความสุข แล้วก็พี่น้องประชาชนอยู่ร่วมกันมีความสุข อยากกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าการที่พี่น้องประชาชนจะมีความสุขได้นั้น สิ่งหนึ่งก็คือพี่น้องประชาชนต้องไม่มีหนี้ ถือว่าเปึนเรื่องแรกและเรื่องสําคัญ และเปึนหัวใจสําคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลพึงประสงค์ ในการที่จะนําไปคิดและก็พึงปฏิบัติ แต่อยากจะกราบเรียนครับว่าหนี้นั้นไม่ได้หมายความว่า พี่น้องประชาชนก่อหนี้เพียงอย่างเดียว หนี้ดังกล่าวนั้นอาจจะเปึนในเรื่องของครอบครัว หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งก่อขึ้นด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ตามแต่สิ่งที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือหนี้ที่เราเรียกว่า หนี้สาธารณะหรือหนี้ของประเทศ ที่พี่น้องประชาชนทุกคนมี ส่วนร่วมกันในการที่จะต้องใช้หนี้หรือเปึนหนี้ร่วมกัน อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องของหนี้นั้น ถ้าหากเปึนหนี้ของบุคคลนั้นแน่นอนที่สุดบุคคลต้องรับผิดชอบใน บุคคลคนนั้นต้องรับผิดชอบ แต่ในขณะเดียวกันนั้นถ้าเปึนหนี้สาธารณะหรือหนี้เรียกว่า เปึนหนี้ที่เราร่วมกันก็คือหนี้ของชาตินั้น หนี้ของแผ่นดินนั้นต้องอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่า โดยเนื้อแท้แล้วทุกคนต้องมีส่วนร่วมกันในการรับผิดชอบโดยถัวเฉลี่ย การหาร แต่เท่าที่เปึนอยู่ในปัจจุบันหรือสิ่งที่สําคัญก็คือเราบริหารหรือเราจัดการโดยวิธี ทางกฎหมาย วิธีทางกฎหมายในการที่จะทําให้บุคคลใดนั้นเสียภาษีหรือไม่เสียภาษีหรือ ต้องรับผิดชอบหนี้หรือไม่รับผิดชอบหนี้ อยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า โดยเนื้อแท้แล้วท้ายที่สุดก็คือพี่น้องประชาชน ชาวไร่ ชาวนา ชาวบ้าน หรือคนยากคนจน นั้น หรือพี่น้องข้าราชการนั้นเปึนผู้เสียภาษีโดยเนื้อแท้ เพราะถือว่าเปึนผู้บริโภค แต่ผู้ประกอบการนั้นหาได้เปึนผู้เสียภาษีโดยตรงไม่ แต่เปึนผู้ที่จะคอยเก็บผลต่างของ รายได้นําไปให้รัฐในฐานะเปึนผู้เสียภาษีแทนเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วพี่น้องประชาชนเปึน บุคคลที่เสียภาษีโดยแท้ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ผมเองนั้นได้เรียบเรียงในส่วนหนึ่งที่ว่าในอนาคต เดิมที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาบริหารประเทศ ต้องอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่า ก่อนที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ต่างประเทศเขายังไม่เปึน ปัญหากัน ยังไม่มีปัญหาโลก ทางภาวะเศรษฐกิจหรือที่เราเรียกว่า ซับไพรม (Subprime) ยังไม่มี ที่เกิดขึ้นในประเทศอเมริกา หลังจากนั้นก็เกิดขึ้น อยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับว่า ครั้งแรกเลยที่ต้องเอามาดําเนินการในเรื่องของ งบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ซึ่งต้องถือว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นเปึนคน ใช้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ สูงสุดหรือมากสุด เพราะว่าป้ ๒๕๕๒ นั้นงบประมาณ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ แม้จะผ่านในสมัยที่เปึนนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ต่อนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ตามแต่ แต่เนื้อแท้โดยแท้แล้วบุคคลที่ใช้ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยเนื้อแท้ เพราะว่า รัฐบาลท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นั้นยังไม่มีโอกาสได้ใช้เลย เพราะบริหารประเทศได้ ๒ เดือนกว่าเท่านั้นเอง โครงการต่าง ๆ ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะหลุดพ้นออกไปได้ ในป้ ๒๕๕๒ นั้นตั้งงบประมาณขาดดุลไว้ทั้งหมด ๓๔๗,๐๖๐ ล้านบาทเศษ อันนี้คือสิ่งที่ รัฐบาลเปึนหนี้เอาไว้ ในขณะเดียวกันอันดับที่ ๒ ก็คือไปก่อหนี้ยืมสินเขาอีก ทั้งหมดมาอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญ เปึนเงิน ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะเดียวกันอันดับที่ ๓ ก็คือ ไปกู้จากไจก้า อีกทั้งหมด ๖,๐๐๐ กว่าล้านเยน อันนี้ต้องไปคิดเปึนตัวเงินนะครับว่าเท่าไร ในขณะเดียวกันก็มาดําเนินการในช่วงที่ ๔ ที่จะมาขอกู้เงินตรงช่วงนี้อีก ต้องบอกว่า ช่วงที่ ๔ ที่ขอเงินกู้เอาไปดําเนินการในโครงการทั้งหมด ๔ โครงการ เปึนเรื่องของ การประปาบ้าง ถนนบ้าง แล้วก็สะพานข้ามแม่น้ํานนทบุรีบ้าง แล้วก็เปึนเรื่องของรถไฟฟัา ๒ ช่วง ที่เรียกว่า รถไฟฟัาสีน้ําเงิน แต่อยากจะกราบเรียนครับ โดยเนื้อแท้ของมันจะอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินกู้ครั้งนี้ ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ที่จะเกิดขึ้นอีก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จะเปึนขาดดุล ป้ ๒๕๕๔ ที่วางแผน เอาไว้ที่จะขาดดุลอีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๕ อีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคิดหรือประเทศเราจะไปไหวไหม ไปไหวไหม ไปไม่ไหวนะครับ เพราะกรอบ แนวคิดของคนที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่ท่านมีกรอบแนวคิดในเรื่องของ การบริหารประเทศ ท่านมีกรอบอยู่ ๓ เรื่อง โดยเม็ดเงินในการบริหารประเทศ ท่านวางไว้ มีอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ คือภาษี ท่านได้ทําแล้วครับ เก็บภาษีเพิ่ม เก็บภาษีเหล้า บุหรี่ ภาษีน้ํามัน ภาษีอะไรก็ตามแต่ ท่านเอามาใช้ ใช้ไม่พอ
เรื่องที่ ๒ ที่ท่านทํากรอบไว้ก็คือ กู้ เพราะท่านวางกรอบไว้มี ๓ เรื่อง เท่านั้นเอง กู้ ตอนนี้กู้เละเทะไปหมดเลย วันจันทร์จะเข้าอีกนะครับท่านประธาน ท่านประธานก็คงรู้นะครับ อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช่ไหมท่านประธาน แล้วเดี๋ยวต่ออีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช่ไหมท่านประธาน มันจะไหวหรือท่านประธาน ทุกวัน ๆ นี้รัฐสภา มาผ่านแต่เรื่องกู้ ๆ มันไปไม่รอดครับ
เรื่องที่ ๓ กรอบที่ ๓ ท่านบอกว่า ถ้าไม่อย่างนั้นต้องขายชาติ คือเอา ประเทศไปขาย ถ้าแนวคิดอย่างนี้มันไปไม่ได้นะท่านประธาน การบริหารจัดการที่ดีผมเอง ได้เรียนบริหารการจัดการมานะครับ ต้องเรียนต่อท่านประธานครับว่า ทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชน ก็คือบริหารธุรกิจนะครับ ต้องอยากจะกราบเรียนท่านประธานดังนี้ครับว่า การบริหารไม่ใช่บริหารเม็ดเงิน ในขณะนี้ประเทศเราทั้งประเทศเลย ผมบอกทุกหน่วยงานเลย เราไม่ได้เปึนการบริหาร เราเปึนการจัดการครับ แค่การจัดการ การจัดโครงการ งบประมาณหรืองบการเงินเท่านั้น เราไม่ได้เรื่องของการบริหาร ยังไม่ได้เข้าเนื้อแท้ของ หลักการบริหารเลยท่านประธาน แย่งกันในเรื่องของงบประมาณเพียงอย่างเดียว แล้วก็ไป ทําโครงการอย่างเดียว การบริหารการจัดการที่ดีบางครั้งมันไม่จําเปึนต้องใช้เม็ดเงิน แต่หลัก ของการบริหารก็คือการที่เราจะต้องว่าด้วยเรื่องของการบริหาร การควบคุม การจัดการที่ดี ทําให้โครงการต่าง ๆ หรือเนื้อแท้ของงานนั้นมีประสิทธิภาพประสิทธิผล เช่น การใช้ บุคลากรให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผล เช่น การใช้สมองคนให้มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล มันสมองของพี่น้องประชาชนวันนี้ทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวง ทั้งประเทศนี่ เราใช้หรือยังที่จะหาเงินเข้ามาในประเทศ ยัง แต่ปรากฏเรากลับไม่ดําเนินการในสิ่งเหล่านี้ เราไปมองเห็นว่าเม็ดเงินเท่านั้นเองที่จะทําให้พี่น้องประชาชนหรือคนในบ้านเมืองนั้น มีความสุข ไม่ใช่ ท่านเอาเม็ดเงินลงมามากเท่าไรนะครับ ท่านประธานครับ ในขณะนี้ถ้ากู้ จากต่างประเทศ เงินเฟัอจะเกิดในประเทศ กู้ในประเทศเงินฝ๋ดจะเกิดขึ้น ก็สําหรับคนที่ อยู่ในประเทศ นั่นหมายความว่าธุรกิจต่าง ๆ จะไม่มีเม็ดเงินในการหมุนเวียนธุรกิจ ซึ่งตอนนี้เขาก็เปึนอย่างนั้นอยู่แล้ว แล้วในขณะเดียวกันจะมากู้ในประเทศอีก บางคนนี่ ไม่ได้เรียนมาอย่าพูด พูดไม่ได้ เอาไว้ให้คนที่เขามีความรู้ความสามารถจริง ๆ มีความรู้ ความคิดจริง ๆ ถึงมาพูด ไม่ใช่สักแต่พูด นี่มันเรื่องของประเทศ สิ่งที่จะพูดนี่ต้องบอกเลย ครับท่านประธานว่า ๖๐ ล้านกว่าคนนี่ต้องรับผิดชอบในอนาคต ผมเองเปึนผู้แทนราษฎร ในยุคนี้สมัยนี้ผมไม่อยากให้เปึนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ในฐานะคนที่เรียนมาในเรื่องนี้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ ผมบอกได้เลยว่าประเทศไป ไม่รอด ณ เวลานี้ถ้าบริหารอย่างนี้ อีก ๕ ป้ไปไม่รอด นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องเข้าใจ ท่านอย่าไปบอกพี่น้องประชาชนว่าไปรอด ๆ มันไปไม่รอด ณ วันนี้เราอยู่บนขุนเขา อยู่บนหุบเหว แล้วในขณะเดียวกันนี่ไปบอกพี่น้องประชาชนบอกว่า ไปได้เลย ๆ ไม่ตก หรอก เขาไม่ตกเดินไป ๆ มันตกไหมครับ เขาไม่ทันรู้ไม่ทันมองนี่ครับท่านประธาน มันก็ตก สิครับ สิ่งเหล่านี้ต้องบอกกับพี่น้องประชาชนในฐานะคนที่มีความรู้ความเข้าใจ มีข้อมูล พื้นฐานที่มากกว่าพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนน่ะเขาไม่ได้ติดตามมัวแต่ทํามาหากิน เขาไม่รู้ไม่เข้าใจ ไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริง สิ่งเหล่านี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากเอาไว้สําหรับท่านประธานในฐานะที่ผมเองเคารพนับถือเปึนอย่างยิ่ง ว่าต้องดูแลชาติบ้านเมืองครับท่านประธาน อะไรที่ไปไม่ไหวก็ต้องบอกกับพี่น้องประชาชน ว่าไปไม่ไหวแล้วเราต้องหาทางแก้ร่วมกันครับ ไม่ใช่ทะเลาะกันอยู่อย่างนี้ครับ ขอบคุณ ครับท่านประธาน