ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการกู้เงินจากต่างประเทศเพื่อใช้ในโครงการต่างๆ เช่น โครงการขยายถนน, โครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา, โครงการประปานครหลวง และโครงการรถไฟสายสีน้ำเงิน โดยมีวงเงินรวม 36,000 ล้านบาท และสอบถามถึงเหตุผลที่ไม่เริ่มต้นโครงการในระยะเวลาที่เหมาะสม และถามว่าโครงการเหล่านี้มีความจำเป็นและสำคัญจริงหรือไม่ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความคุ้มค่าของการใช้เม็ดเงินในการก่อสร้างถนน และเรียกร้องการทราบว่ามีวิธีการอื่นที่ดีกว่า
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ เสนอกรอบเจรจาการกู้เงินจากต่างประเทศ ซึ่งถือเปึนหนังสือสัญญาตามนัยของ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้เพื่อให้รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะฝากข้อคําถาม ข้อสังเกตเพื่อให้ สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้ช่วยกันพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการที่จะพิจารณาให้ ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจานี้หรือไม่ ตามเอกสารและจากคําแถลงของทางรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง เรื่องกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าว ได้อภิปรายไปแล้ว กระผมจะไม่กล่าวซ้ําในประเด็นนั้น แต่สิ่งที่จะกราบเรียนท่านประธาน ก็เปึนประเด็นที่อยากจะฝากเปึนความเห็นที่เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้นําเสนอ เรื่องกรอบ การเจรจาเงินกู้ตรงนี้นําเสนอมาทั้งหมด ๔ โครงการ รายละเอียดกระผมจะไม่ลง แต่ประเด็นข้อคําถามที่เพื่อนสมาชิกถามในโครงการที่ ๔ กระผมต้องถามซ้ํา เพราะว่า ท่านขอกรอบเจรจาทั้ง ๔ กรอบในหลักการและเหตุผลที่เสนอเข้ามา แต่ว่าในรายละเอียด ของกรอบเจรจาทั้ง ๖ กรอบที่ท่านขอกับรัฐสภาแห่งนี้กลับไม่มีโครงการที่ ๔ ซึ่งเปึน โครงการการก่อสร้างรถไฟสายสีน้ําเงิน ช่วงหัวลําโพง-บางแค และช่วงบางซื่อกับท่าพระ ของการรถไฟฟัาขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เผอิญสมาชิกหลายท่านได้ไปหาเอกสาร ข้อมูลมาประกอบ ทราบข่าวว่าใช้วงเงินทั้งหมดประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้เปึนแค่กรอบการเจรจาเท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐสภาจะ พิจารณาก็ดูความเปึนไปได้ ดูประโยชน์ที่จะได้รับ และสิ่งที่จะเปึนสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด รวมทั้ง แผนการบริหารหนี้สาธารณะของประเทศชาติบ้านเมืองที่จะเปึนภาระในอนาคต ตรงนั้น คงเปึนประเด็นที่จะต้องพูดกัน ท่านประธานครับ สิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานที่เปึนข้อคําถามใน ๖ กรอบที่ท่านขอ กรอบที่ ๑ เปึนเรื่องของวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน ท่านก็เสนอมาเปึนเอกสาร แล้วก็ที่สําคัญที่สุดต้องขอบคุณท่านประธานนะครับที่ให้เจ้าหน้าที่ของสภาเรา พยายามหาข้อมูลมาให้สมาชิก ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วรายละเอียดมีมาก ดีครับ ดีกว่า ที่รัฐบาลเสนอมาอีก เปึนเอกสารประกอบที่ใช้ได้ กรอบเหตุผลในเรื่องที่ ๑ นั้นเปึนเรื่อง วัตถุประสงค์การกู้เงิน ก็เสนอมาใน ๓ กรอบแรก คือกรอบเรื่องขยายถนนเปึน ๔ ช่องจราจร กรอบเรื่องการสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาที่จังหวัดนนทบุรี แล้วก็ เรื่องของการประปานครหลวงที่จะขยายโครงข่าย ซึ่งมีเม็ดเงินทั้งหมด ท่านสมาชิกพูดไป กระผมพยายามตรวจสอบตัวเลขครับ แต่ก็ไม่ได้ตรงกัน กรอบแรก ๑๗๐.๓๐ นะครับ โดยประมาณทั้งหมดก็ ๓๑๑ ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ สําหรับ ๓ กรอบ วัตถุประสงค์ท่านเขียนรองรับทั้ง ๓ กรอบนะครับ แต่ว่าวัตถุประสงค์ของ กรอบที่ ๔ ก็ไม่ได้นําเสนอมา ถ้าท่านคิดว่านั่นเปึนกรอบที่จะให้รัฐสภาพิจารณาในกรอบที่ ๔ เรื่องการสร้างรถไฟนะครับ เมื่อไม่มีรายละเอียดมาให้เรามันก็เปึนเรื่องยากครับ ท่านประธานครับที่เราจะให้ความเห็นชอบในกรอบที่ ๔ ไปด้วย กรอบที่ ๒ เปึนกรอบ วงเงินนะครับที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ๓ กรอบแรกนี่ใช้เงินไปทั้งหมด ถ้าตีเปึนเงินไทยกรอบแรก ๕,๖๒๐ ล้านบาท กรอบที่ ๒ ใช้เงินไป ๒,๖๕๗.๒๐ ล้านบาท กรอบที่ ๓ ๒,๐๐๐ ล้านบาท รวมเม็ดเงินก็ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ถ้ารวม กรอบที่ ๔ ตามที่เราได้ตัวเลขมา ตรงนั้นอีกเกือบประมาณ ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ถ้าเม็ดเงินรวมก็ขณะนี้ถ้ารัฐสภาแห่งนี้อนุมัติไม่เฉพาะ ๓๑๑ ล้านเหรียญสหรัฐหรือ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท มันจะอยู่ที่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทหรือ ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ว่าในเอกสารรายละเอียดที่ท่านรัฐมนตรีนําเสนอ ต่อสภาโดยวาจานั้นไม่มีให้เราเห็น กรอบที่ ๓ เปึนกรอบเรื่องของต้นทุนระยะเวลาการกู้เงิน เท่าที่เสนอมาแน่นอนครับ ถ้าท่านเปรียบเทียบกู้ภายในกับกู้ภายนอก อัตราการกู้ภายใน ระยะเวลา ๑๘ ป้ ต้นทุนสูงกว่าแน่นอน และเมื่อเทียบกับการกู้เงินต่างประเทศที่ท่านมี ต้นทุนมาให้เราเห็น อย่างเช่น กู้จากธนาคารโลก อายุ ๑๘ ป้ ต้นทุนอยู่ที่ ๓.๘๗-๕.๓๗ อันนี้ยกตัวอย่างนะครับท่านประธานครับ ของ เอดีบี ๓.๔๑ แต่ระยะเวลากู้ยืม ๗ ป้ ของ ไจก้า ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษไปเลยนะครับเพราะว่าเปึนที่ เข้าใจกันแล้ว ๓.๘๙ ระยะเวลากู้ ๑๖ ป้ ท่านประธานครับ กรอบในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งไม่ค่อยมีรายละเอียดครับว่า ท่านจะดําเนินการอย่างไร เพียงแต่เขียนให้เห็นว่า จะดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้ระเบียบของแต่ละแหล่งเงินกู้ ซึ่งตอนที่เราพิจารณา การกู้จาก ไจก้า การจัดซื้อจัดจ้างท่านเสนอรายละเอียดมาพอสมควร ถ้าผมจําได้ไม่ผิด การจัดซื้อจัดจ้างใช้กฎและระเบียบตามกฎหมายภายในประเทศของเขา ถ้าการเจรจาตรงนี้ จะเปึนประโยชน์ก็ต้องดูด้วยนะครับว่าประเทศเราถ้าไปใช้เงื่อนไขกฎหมายต่างประเทศ ของเขาแล้วเราจะได้ประโยชน์อย่างไร จะเสียประโยชน์อย่างไร กรอบระยะเวลาเบิกจ่าย เงินกู้กระผมไม่ติดใจในตรงนั้น การกํากับและตรวจสอบการใช้เงิน ท่านบอกจะมี หน่วยงานภายในของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เจ้าของแหล่งเงินกู้ แน่นอนครับ เอดีบี ไจก้า และ เวิลด์ แบงก์ ตรวจสอบท่านแน่ และที่สําคัญครับคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินของเราเองเขาจะมาตรวจสอบ อันนี้เปึนหลักประกันว่ามีผู้ตรวจสอบสําหรับ โครงการของท่าน ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่กระผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อประกอบการพิจารณาและท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ
ประการแรกสุดครับ โครงการที่ท่านเสนอเข้ามา ไม่ว่าจะเปึน ๑ ๒ ๓ ๔ เสนอรายละเอียดตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ของสภาหามาให้นะครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๕ คําถามกระผมในตรงนี้ โครงการเหล่านี้นะครับไม่ว่าจะเปึนการขยายถนน ๔ ช่องจราจรจากภาคตะวันตกไปภาคตะวันออกก็ดี หรือสิ่งที่ท่านใส่เข้ามา ๓-๔ เส้น นี่นะครับ ในสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ถือว่ามีความจําเปึนเหมาะสมไหมที่จะเริ่มต้น ในป้ ๒๕๕๒ ทั้ง ๆ ที่โครงการเหล่านี้คิดกันมานานพอสมควร บนพื้นฐานของสภาวะ เศรษฐกิจอย่างนี้กระผมต้องถามว่าเหมาะสมไหม จะขยับขยายไปรอให้จังหวะที่สภาวะ เศรษฐกิจมันดีกว่านี้ ภาระหนี้สิน หนี้สาธารณะของประเทศชาติบ้านเมืองเรา ไม่มีข้อจํากัดถึงขนาดนี้ ตรงนั้นถามว่าทําไมท่านไม่มองในประเด็นนี้ ทําไมไม่ขยับไป บางโครงการท่านไปเริ่มต้นป้ ๒๕๕๓ ครับ แต่บอกมาขอกรอบมาใช้กรอบของป้ ๒๕๕๒ กระผมก็ไม่แน่ใจว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไรก็ต้องมีคําถามกับท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานไปด้วย โดยเฉพาะโครงการของการก่อสร้างสะพานที่จะเริ่มต้น ในป้ ๒๕๕๓ นั่นเรื่องของการประปา
ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ที่กระผมต้องถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี ลําดับความสําคัญของการที่เราจะเอาเงินมาใช้โดยการกู้เงินจาก ต่างประเทศมา แล้วใช้ในโครงการที่ท่านเสนอมาเพื่อให้รัฐสภาอนุมัติ ถามว่าโครงการ เหล่านี้เมื่อจัดลําดับความสําคัญแล้วเปึนลําดับความสําคัญต้น ๆ จริงหรือไม่ กระผมต้อง ถามอย่างนี้ครับ เพราะว่ามันมีความจําเปึนที่จะต้องไปใช้เงินสําหรับโครงการอื่น เพื่อรักษาชีวิตประเทศไทยของเราให้รอดอยู่ ถ้าท่านยืนยันท่านมีเหตุผลว่าโครงการเหล่านี้ มีความจําเปึนมีความสําคัญท่านก็อธิบายมา กระผมยกตัวอย่าง โครงการที่ ๔ รถไฟฟัา สายบางซื่อ-ท่าพระ อะไรที่ท่านเขียนมาตรงนี้นะครับ กระผมถามว่าการที่ท่านเอาเงิน ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทไปสร้าง มันตอบสนองความต้องการของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ได้ขนาดไหน ที่กระผมพูดตรงนี้ไม่ได้มีความอิจฉาหรือมองว่าพี่น้องกรุงเทพมหานครได้ โอกาสนะครับ ตรงนั้นไม่ใช่ครับ กระผมยินดีครับในฐานะที่เปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย ตรงไหนมีความสําคัญก็พัฒนากันไป แต่ลักษณะการพัฒนาแบบแยกส่วนตรงนี้มัน สมควรไหมครับ ขณะที่ความต้องการรถไฟฟัาของกรุงเทพฯ ทั้งหมด ๙ สาย ใช้เม็ดเงิน แต่ละสายประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะทําให้มันครอบคลุมนี่นะครับ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านหยอดไปแค่ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทได้อะไรครับ ท่านประธานครับ นั่นก็เปึนคําถามผม
ข้อต่อไปท่านประธาน กระผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ความคุ้มค่าเม็ดเงิน ต่อราคา กระผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ท่านจะไปขยายถนน ๔ เลน กระผมดูราคา ต่อหน่วยแล้วกระผมตกใจครับ กระผมไม่ใช่วิศวกร ไม่เคยทํางานก่อสร้าง ไม่เปึน ผู้รับเหมา ประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตรครับ ท่านประธานครับ ระยะทาง ๑๐๕ กิโลเมตร ราคาก่อสร้างท่านประธานครับ ๓,๓๔๐ ล้านบาท หารตรง ๆ ก็ได้ครับ ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตรด้วย ความคุ้มค่าของการใช้เม็ดเงินเหล่านี้มันเกิด ประโยชน์จริงหรือไม่ และมีวิธีการอื่นที่ดีไหม อย่างกระผมยกตัวอย่าง รถไฟฟัา ในกรุงเทพฯ ๙ สาย แทนที่เราจะกู้มา เราใช้วิธีการอื่นได้ไหมละ กระผมคิดว่ามีวิธีการที่ ดีกว่านั้นอยากทราบว่ารัฐมนตรีช่วยตอบกระผมด้วยครับ มีวิธีการอื่นที่ดีกว่าไหม แล้วมี ข้อจํากัดอะไรที่ท่านไม่ใช้ เช่น ให้ภาคอื่น ๆ เขามาลงทุนให้ กระผมยกตัวอย่างนะครับ
ท่านประธานครับอีกเรื่องหนึ่งครับ สิ่งที่กระผมเปึนห่วงก็คือว่า