รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗ ก็อนุญาตให้สมาชิกหารือได้ แล้วก็มี ผู้ยื่นความจำนงหารือวันนี้มากเป็นพิเศษ แล้วก็มาตามเวลา จึงขอขอบพระคุณมากครับ ทั้งหมด ๔๑ ท่าน ผมคิดว่าขอความร่วมมือพวกเรา ๒ นาทีนะครับ ผมเกรงใจที่จะไปตัดเสียง ของท่าน เพราะฉะนั้นขอให้ดูเวลาสักนิดหนึ่งแล้วก็จบภายใน ๒ นาที ถ้าท่านใดที่มีข้อเสนอ มากก็อาจจะแบ่งไว้นะครับ เพราะไม่ได้มีข้อจำกัดว่าเสนอแล้วเสนอใหม่ไม่ได้ เพราะฉะนั้น วันหน้าก็เสนอได้ ข้อเสนอนั้นก็ไม่ยาวเกินไป เราจะได้ใช้เวลา แล้วทั้งหมดทั้ง ๔๑ ท่านจะได้ มีโอกาสได้เสนอข้อปรึกษาหารือวันนี้ ผมขอเริ่มจากอันดับที่ ๑ นะครับ ท่านแรกคือ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพอย่างสูง ผม กรุงศรีวิไล พรรคพลังประชารัฐ เขต ๕ จังหวัดสมุทรปราการ ปัญหาที่ อยากกราบเรียนท่านประธานและขอปรึกษาวันนี้ก็คือ ปัญหาภาษีอากรของราษฎรก็ดี ส่วนบุคคลก็ดี หรือว่าบริษัทอิมพอร์ต (Import) เอ็กซ์พอร์ต (Export) เกรย์ มาร์เก็ต (Gray market) เกี่ยวกับยานยนต์ต่าง ๆ ของประเทศนี้ก็ดี หมู่บ้านจัดสรรโครงการต่าง ๆ ท่านประธานครับ กล้ายืนยันได้อย่างเต็มภาคภูมิ และในหน้าที่ของประชาชนคนหนึ่งของ ประเทศนี้ คือผมเห็นการกระทำมาตลอดว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นไม่ได้เสียภาษีตามกฎเกณฑ์ ถูกต้อง หมายถึงว่าพูดภาษาชาวบ้านว่าหนีภาษี หลบภาษีกันตลอดครับ เพราะฉะนั้น กระทรวงการคลังท่านรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะหา แนวทางป้องกันอย่างไรกับการคอร์รัปชันหลบเลี่ยงภาษีของประเทศชาติ ผมกล้ายืนยันได้ว่า ถ้าประเทศนี้ทุกท่านบริสุทธิ์ใจเสียภาษีส่วนบุคคลก็ดี รายได้เสียภาษีถูกต้องให้กับ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิตอะไรต่าง ๆ ก็ดี ถนนในประเทศไทยทุกสายต้องทำด้วย ทองคำครับ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมเองไม่ใช่ว่าพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ผมเป็นศิลปิน แสดงมา ๕๐ ปีไม่เคยขาดการเสียภาษีแม้แต่ปีเดียว ไม่เคยหลบซ่อนทั้งสิ้น ทรัพย์สินมีเท่าไรในตัวไม่ได้คิดเอามาเป็นสมบัติของตัว การหลบภาษีนี้ทำกันได้ครับ แต่ว่ามันอยู่ด้วยใต้จิตวิญญาณและสำนึกของมนุษย์ว่าจะทำกันหรือเปล่า ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๔ อำเภอทุ่งสง อำเภอบางขัน ผมขออนุญาตท่านประธานหารือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่สัก ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมต่อประเด็น การสร้างอุโมงค์ลอดถนนสายหลัก สาย ๔๑ ไปยังโรงพยาบาลทุ่งสง ปัจจุบันนี้การที่จะสัญจร ไปมา และการที่จะขนส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลทุ่งสงจากตัวอำเภอทุ่งสงเกิดอุบัติเหตุ มากมายนะครับ เพราะว่าจะต้องเลี้ยวไปทางเลี่ยงนิดหนึ่ง ซึ่งทำเฉพาะครั้งเฉพาะคราว เกิดอุบัติเหตุมากมาย ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนต้องเสียชีวิตมากมาย เพราะฉะนั้น อยากให้ทางกระทรวงคมนาคมทำอุโมงค์ลอดถนนสายหลัก สาย ๔๑ ไปยังโรงพยาบาลทุ่งสง
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อประเด็นกรรมสิทธิ์ที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน พื้นที่ อำเภอบางขันเกือบทั้งอำเภอนะครับ ๔ ตำบลเป็นพื้นที่ป่า พี่น้องประชาชนเข้าไป ทำมาหากินหลายชั่วคนครับ แต่ว่ายังไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ดิน ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนสินทรัพย์ ให้เป็นทุนได้ เป็นความเดือดร้อนมาก เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยัง กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะพิจารณาทำกรรมสิทธิ์ที่ดิน ให้กับพี่น้องประชาชนตามข้อเท็จจริง ตามความเป็นจริง แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอทุ่งสงและอำเภอบางขัน ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ขอเชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เรื่องที่จะขอหารือวันนี้ ก็คือเรื่องขอให้มีการเร่งรัดติดตามคดีการลอบทำร้ายนักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหว ทางการเมือง ในรอบ ๑๘ เดือนที่ผ่านมานะคะ นับตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ถึงปัจจุบันมีการลอบทำร้าย นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหวทางการเมืองแล้วถึง ๑๕ ครั้ง และคดีไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้ง ๆ ที่เหตุบางครั้งส่วนใหญ่จะเกิดใจกลางกรุงเทพมหานครในเวลากลางวัน บนทางเท้า เหตุเกิดแม้กระทั่งที่ทางเท้าบริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แต่ตำรวจก็ไม่สามารถ ติดตามคนร้ายได้เลยสักราย ในจำนวน ๑๕ คดี มีเพียง ๓ คดีเท่านั้นที่มีความคืบหน้าไป เล็กน้อย อีก ๑๒ คดีไม่มีความคืบหน้า ทั้งคดีเผารถยนต์ คดีทำร้ายร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น คุณเอกชัย หงส์กังวาน ถูกทำร้ายร่างกายทั้งหมด ๙ ครั้ง โดนเผารถยนต์ ๒ ครั้ง คุณอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ คุณพริษฐ์ ชีวารักษ์ ถูกโทรศัพท์ข่มขู่หลังจากที่วิจารณ์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ล่าสุดคุณสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือที่เรียกว่าจ่านิว เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ถูกทำร้ายร่างกาย มีคนเห็นเหตุการณ์มากมายค่ะ แต่เหตุผลที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เป็นเหตุผล คลาสสิก (Classic) ค่ะ คือกล้องวงจรปิดเสีย เพราะฉะนั้นดิฉันมีความเห็นว่าคนเรา หลายสิบล้านคนอยู่ด้วยกัน ย่อมจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ ความคิดเห็นที่แตกต่าง เป็นความสวยงามนะคะ การคุกคามทำลายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญไทย ของผู้นำประเทศที่ผ่านมาเกือบ ๕ ปี หลังจากการเลือกตั้งมีสภาผู้แทนราษฎร มีการเลือก นายกรัฐมนตรีสำเร็จเสร็จสิ้นไปแล้ว เรื่องการทำร้ายร่างกายนักกิจกรรมก็ยังไม่เสร็จนะคะ คิดว่าเรื่องนี้ไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ไทย ขออย่าเลือกปฏิบัตินะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปคือ นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานสภา คือช่วงนี้เป็นช่วงที่เกษตรกรมีความเดือดร้อน อย่างมากเกี่ยวกับการเพาะปลูก เพราะว่าฝนแล้ง อยากให้กรมฝนหลวง กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้ช่วยผลักดันงบประมาณและการทำฝนหลวงให้จังหวัดลพบุรีและจังหวัด ใกล้เคียงที่ประสบภาวะฝนแล้งให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อการเพาะปลูกที่สมบูรณ์ขึ้น
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องขอให้ขุดลอกคลองสาธารณะ หมู่ ๒ ตำบลบ้านเกาะเกตุ อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ตอนนี้ตื้นเขิน พอหน้าฝนมาน้ำก็ท่วมและล้นคลองมา หน้าแล้งก็เก็บกักน้ำไม่อยู่นะครับ
เรื่องที่ ๓ คืออยากให้กรมทางหลวงชนบทดูแลถนนในอำเภอโคกเจริญ ซึ่งมีอยู่หลายสายนะครับ สายที่หนึ่งระหว่างสาย ๒๒๑๙ ตอนดอนดึง-โคกเจริญ ระหว่าง กม. ๔๑ ถึง กม. ๔๖ ซึ่งเป็นทางเล็กและเป็นทางเข้าผ่านอำเภอ อยากจะให้กรมทางหลวงชนบท หรือว่ากรมทางหลวงทำเป็นถนน ๔ เลน (Lane) เพราะว่ามันเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วก็ ตอนนี้เป็นทาง ๒ เลน (Lane) คนใช้สัญจรเยอะ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุประจำวันเว้นวันก็ว่าได้ อยากจะให้ดูแลส่วนนี้ และอีกเส้นหนึ่งครับ เส้นหมู่ ๒ จากบ้านเกาะเกตุ ถนนลาดยาง สาย ๒๒๑๙ ถึงถนน บ้านโคกเจริญ บ้านหนองร่าเริง เป็นผิวจราจรกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑,๔๐๐ เมตร มีความชำรุด ทรุดโทรม ทำให้การสัญจรไปมาไม่สะดวก ขอให้กรมทางหลวงชนบท หรือว่ากรมทางหลวง ที่รับผิดชอบอยู่ช่วยดูแลและปรับปรุงให้ดีขึ้น ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือ นายฐิตินันท์ แสงนาค เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ เขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง ที่กระผมต้องหารือท่านประธานในวันนี้เนื่องจากว่า จังหวัดขอนแก่นเป็น จังหวัดใหญ่ เป็นเมืองหลวงภาคอีสาน ณ วันนี้อุโมงค์ทางลอดแห่งเดียวของจังหวัดขอนแก่น บริเวณถนนมิตรภาพตัดถนนประชาสโมสรเกิดชำรุด มีน้ำท่วมขัง และล่าสุดปิดการจราจร ๑ ช่องทาง ที่ผมต้องเรียนอย่างนี้เนื่องจากว่าอุโมงค์แห่งนี้มีความยาว ๕๘๐ เมตร มีงบประมาณในการก่อสร้าง ณ ปี ๒๕๕๖ ๓๖๐ ล้านบาท ท่านประธาน ไม่ใช่น้ำท่วมขัง ธรรมดา ไม่ต้องรอฝนพันปี ฝน ๑ ปีก็ท่วมเป็นประจำครับ และที่ต้องเรียนท่านประธาน ในวันนี้เนื่องจากว่าวันที่ ๓๐ มิถุนายนที่จะถึง จังหวัดขอนแก่นจะจัดสอบ ก.พ. มีผู้มาสอบ ๓๑,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ ผู้มาสอบ ๓๑,๐๐๐ คน ผู้ติดตามอีกราว ๕๐,๐๐๐ คน ถ้าถนนอุโมงค์ทางลอดใช้การไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้น ขอนแก่นโกลาหลแน่นอน ดังนั้นผมจึงฝาก ท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาลนครขอนแก่น ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานรีบดำเนินการก่อนที่ขอนแก่นจะเป็นอัมพาต ในการจราจร ท่านประธานครับต้องเรียนว่าการสอบ ก.พ. ครั้งนี้ใช้สถานที่สอบ ๑๑ สนาม ทั้งภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงเรียนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ๑๑ สนาม รับผู้มาสอบ ๓๑,๐๐๐ คน เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนครับท่านประธาน ฝากท่านประธานไปยัง ผู้รับผิดชอบให้ดำเนินการให้โดยด่วน ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปคือ นายเทพไท เสนพงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน โดยคุณชัยฤทธิ์ ณรงค์ทิพย์ เป็นราษฎรจาก ตำบลช้างซ้าย อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งร้องเรียนเรื่องประปาภูมิภาค ซึ่ง อบต. ช้างซ้าย พื้นที่ ๔ หมู่บ้าน มีปัญหาเรื่องระบบประปาหมู่บ้าน นั่นก็คือว่าไม่สามารถ ที่จะนำน้ำจากบาดาลมาทำประปาได้ เพราะน้ำจะมีสนิมเหล็ก มีกลิ่นเหม็น เพราะฉะนั้น อยากจะให้การประปาส่วนภูมิภาคได้เข้ามาดูแลและแก้ไข การประปาส่วนภูมิภาคได้เสนอ งบประมาณขยายเขตของการประปา ใช้งบประมาณวงเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งการประปามองว่าเป็นการลงทุนที่สูงเกินไป ไม่สามารถที่จะขยายให้กับราษฎรได้ แต่ว่าก็อยากจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาคว่าการประปา ส่วนภูมิภาคเป็นรัฐวิสาหกิจ การลงทุนหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทโดยเฉลี่ยถือว่าคุ้มค่า สำหรับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นอยากจะฝากเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังผู้รับผิดชอบว่ากรุณาสนับสนุนและขยายเขตประปาส่วนภูมิภาคไปยังพื้นที่ใน ๔ หมู่บ้านของตำบลช้างซ้าย นั่นก็คือหมู่ ๔ หมู่ ๘ หมู่ ๑๑ และหมู่ ๑๒ เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ใช้น้ำประปา อย่างมีคุณภาพ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอขอบพระคุณสำหรับท่านประธานที่จะนำเรื่องนี้ไปสู่ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาคครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพค่ะ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ มีเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องตำบลกรุงชิง หมู่ที่ ๗ และหมู่ที่ ๘ บ้านทับน้ำเต้าและบ้านห้วยตง ร้องเรียนในเรื่องของการคมนาคมขนส่งค่ะท่านประธาน เนื่องจากว่าสายทางจากบ้านกรุงชิงถึงบ้านห้วยตงกว่า ๑๗ กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ยังเป็น เส้นทางแบบเดิม ยังเป็นหลุมเป็นบ่อ สายทางนี้เป็นความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทค่ะ แต่อยู่ในเขตของป่าสงวนแห่งชาติป่ากรุงชิงกว่า ๑๗ กิโลเมตร ที่ดิฉันต้องมานำเรียนเรื่องนี้ ให้กับท่านประธานก็เนื่องจากว่าพื้นที่ดังกล่าวตรงนี้นอกจากมีพี่น้องประชาชนกว่า ๑,๓๐๐ คน กว่า ๘๐๐ ครัวเรือนแล้วนะคะ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เป็นพื้นที่การขนส่ง ทางการเกษตร แต่ละปี ๆ มีผลผลิตออกจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นไร่สวนทุเรียนค่ะ มูลค่ากว่า ๑๐๐ ล้านบาทต่อปี แต่เส้นทางคมนาคมขนส่งจะเกิดปัญหาทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ฝนตก น้ำป่าไหลหลาก ในหน้าปกติหน้าแล้งก็ยังเป็นถนนดินแดงนะคะ ระยะทาง ๑๗ กิโลเมตร ท่านประธานเชื่อไหมคะว่าต้องใช้เวลา ๒ ชั่วโมง จากต้นทางไปถึงปลายทาง แล้วพื้นที่ ดังกล่าวเป็นพื้นที่อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ ทางหลวงชนบทปรารถนาดีค่ะ อยากจะทำถนนเส้นนี้ แต่ยังไม่ได้รับการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แล้วมันมีกรณีสังเกตดังนี้ค่ะ ในเขตที่ต่อเนื่องกันก็คือพื้นที่ของหมู่ที่ ๑๐ ตำบลคลองสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ เป็นสายทาง ที่มาต่อเชื่อมกันกับสายทางดังกล่าว สามารถทำถนนคอนกรีตมาสุดเขตได้ค่ะ แต่ทำไมทาง ป่าสงวนแห่งชาติป่ากรุงชิงถึงไม่อนุญาตให้ทางหลวงชนบทได้เข้าทำพื้นที่ตรงนี้ พี่น้องกว่า ๑,๓๐๐ คน เกิดความสงสัยเลยอยากได้รับคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เลยวานดิฉัน มานำเรียนท่านประธานทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือ นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส. จังหวัดปราจีนบุรี สังกัดพรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอกราบเรียน ปรึกษาหารือในเรื่องของเกษตรกรของอำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอนาดี หลาย ๆ ตำบล กำลังเดือดร้อนเรื่องพืชไร่ พืชผลการเกษตร ที่ถูกแมลงและพวกตัวหนอนกับข้าวโพด ซึ่งเป็น ปัญหาอย่างเร่งด่วน ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานสภาไปถึงจังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดครับ เพราะปัญหานี้มันจะหนักยิ่งกว่าปัญหาราคาตกต่ำ เพราะถ้าตกต่ำมันก็ยังมีขายได้พอได้ซื้อข้าวกินครับ แต่ปัญหาของแมลงทำลายพืชผล การเกษตรอย่างด่วน เร็ว ดังนั้นปัจจัยของชาวปราจีนบุรี โดยเฉพาะอำเภอกบินทร์บุรี ในตำบลวังท่าช้าง ตำบลวังตะเคียน ตำบลเขาไม้แก้ว ตำบลต่าง ๆ ใกล้เคียง หรือแม้แต่ จังหวัดใกล้เคียงครับ เพราะโรคแมลงนี้มันมาทางอากาศ จึงกราบเรียนท่าน
ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องพืชผลการเกษตรเช่นเดียวกัน ของมันซึ่งถูกเพลี้ย ถูกแมลงเข้าทำลาย ดังนั้นผมจึงขอกราบเป็นวาระเร่งด่วนที่จะผ่านไปยังผู้รับผิดชอบ ในจังหวัดปราจีนบุรีขอได้ช่วยเร่งจัดการ มิฉะนั้นแล้วประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนนั้น จะมีผลกระทบอย่างมากทีเดียว เรื่องของปากท้อง เรื่องรายได้ และสิ่งต่าง ๆ จะตามมา ด้วยความเคารพครับ ผมขอกราบเรียนท่านได้โปรดให้ความกรุณาอย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือ นายจารึก ศรีอ่อน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี เขต ๒ วันนี้มีประเด็นหารือแจ้งให้ท่านประธานเรื่องปัญหาช้างป่าของ จังหวัดจันทบุรีครับ จังหวัดจันทบุรีของผมตามความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนไทย อาจจะ มองว่าเป็นเมืองที่เศรษฐกิจดี ขายผลไม้ได้ราคา มีสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นทะเลอันงดงาม แต่มีพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งของจังหวัดจันทบุรีอยู่ด้วยความอกสั่นขวัญแขวน เพราะปัญหา ช้างป่าครับ ท่านประธานครับ ช้างป่าตอนนี้ที่เราสำรวจกันครั้งล่าสุดมีประมาณ ๔๐๐ กว่าตัว อยู่ในเขารักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรอยต่อ ๕ จังหวัดนะครับ ขณะนี้เวลานี้ได้ลงมา เพ่นพ่านในจังหวัดจันทบุรีเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นลงมาแล้วถ้าลงมาเดินธรรมดา ก็ไม่มีปัญหาครับ ลงมาแล้วทำลายเรือกสวนไร่นาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะต้นทุเรียน แล้วก็ทำลายชีวิตของพี่น้องประชาชน วันนี้ก็มีเผา ๑ ศพ ใน ๓ ปีที่ผ่านมาทำให้ชีวิต พี่น้องประชาชนจังหวัดจันทบุรีของผมเสียชีวิต ๑๑ ราย บาดเจ็บอีก ๑๘ ราย เพราะฉะนั้น อยากให้ท่านประธานได้เรียนท่านผู้เกี่ยวข้องทางรัฐบาลก็ตาม ได้งบประมาณมา เมื่อปี ๒๕๖๐ ๑๐๐ ล้านบาท จากท่านรองประวิตร วงษ์สุวรรณ และงบยุทธศาสตร์ ภาคของตะวันออก รวมแล้ว ๑๐๐ ล้านบาท ได้สร้างแนวป้องกันช้าง ขณะนี้ทำไปได้ ประมาณ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เหลืออีก ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะใช้เงินงบประมาณ อีกประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ได้จบครับ พี่น้องประชาชนของผมจะได้อยู่ดีมีความสุข ไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวนเหมือนปัจจุบัน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ก็คือขอให้ขยายทางหลวง ๔๐๘๕ สายปากน้ำเทพาถึงธารคีรี เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทาง ๒ ช่องจราจร ขยายเป็น ๔ ช่องจราจร เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีรถสิบล้อบรรทุกทรายวิ่งอยู่ตลอดเวลา ในครั้งที่แล้วในช่วงที่ผมเป็น ส.ส. ก็ได้ทำหนังสือถึง กรมทางหลวงไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือได้รับการร้องเรียนจากนายรอเซะ บินแระแนะ นายกสมาคม ตาดีกา จังหวัดสงขลาว่าค่าตอบแทนครูตาดีกาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมของจังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดสตูลได้รับค่าตอบแทนเต็ม แต่จังหวัดสงขลาได้เฉพาะ ๔ อำเภอเท่านั้น คืออำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอนาทวี ส่วนที่เหลือยังไม่ได้รับค่าตอบแทน ในส่วนตรงนี้เงินน้อยนิดไม่มาก คนหนึ่ง ก็ประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท แล้วอีกอย่างหนึ่งเมื่อวานนี้ก็มีผู้อภิปรายไปแล้ว เรื่องของ อาหารกลางวันของนักเรียนตาดีกาซึ่งพ่อแม่ต้องออกค่าใช้จ่ายในตรงนี้ ก็อยากจะขอ ความกรุณาจากท่านประธานหารือไปทาง ศอ.บต. ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้ว่าช่วยจัดหาอาหาร กลางวันให้นักเรียนตาดีกาด้วย ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปคือ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ขอเชิญครับ
ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสครับ กราบเรียนท่านประธาน ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่ครับ เรื่องที่ผมจะนำเรียนปรึกษาหารือ ท่านประธานมันมาจากทวิตเตอร์ (Twitter) มาจากชาวเน็ต (Net) เมื่อวานผมได้โพสต์ (Post) รูปกระเพราไข่ดาวอันแสนอร่อยของสภาแห่งนี้นะครับ แล้วก็มีพี่น้องที่ชอบ แล้วกดไลค์ (Like) ใช่แล้วกดทวิช (Twitch) มากมายหลายท่าน แล้วก็มีคอมเมนต์ (Comment) ถามว่างบประมาณในสภาหรือค่าใช้จ่ายนี้มันใช้เท่าไรหรือครับ ก่อนอื่นเลย ผมไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิดนะครับว่าทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่สภาได้ดูแลเราเป็นอย่างดี คืออยากบอกไว้ตรงนี้ว่าขอบคุณมากนะครับ ทั้งเจ้าหน้าที่สภาทั้งหลายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน เพื่อให้สภาอันทรงเกียรตินี้ปฏิบัติ หน้าที่ต่อไปได้ รวมถึงท่านประธานด้วยที่ให้โอวาทเราเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับการประหยัด การใช้งบประมาณของสภา ผมจึงนำเรียนท่านเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารด้วย เพราะว่า ผมเห็นเป็นการดีอย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ผมเป็นเด็กผมเคยได้ยินมา เกี่ยวกับข้อครหาของประชาชนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของสภา ผมก็ท่องคำขวัญวันเด็ก ตั้งแต่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีว่า ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย ผมก็รู้สึกดีมากที่ได้มาเป็น ผู้แทนราษฎรคราวที่ท่านเป็นประธาน แล้วจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาแห่งนี้ แล้วกู้ศรัทธาของประชาชนกลับมา ให้ศรัทธาในสภาผู้แทนราษฎร สภาที่มาจากการเลือกตั้ง และเป็นตัวแทนของประชาชน เราไม่อยากกินดีกว่าประชาชนเราเท่าไรหรอก ถ้าประชาชน ของเรายังลำบาก อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายคารม พลพรกลาง ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นทนายความ เป็นเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด วันนี้เกษตรกรที่จังหวัดร้อยเอ็ด ที่อีสาน โดยเฉพาะบ้านผมสุวรรณภูมิฝนไม่ตกเลยครับ แต่อย่าสงสัยนะครับว่าผมคนเดียว ทำหลายหน้าที่ นายกรัฐมนตรีประยุทธ์เป็นทหาร เป็น คสช. เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็น ผมไม่ได้ใช้เวลาของสภาไปทำนา ไปว่าความในขณะทำหน้าที่ ต้องเรียนว่าวันนี้ผมจะถามใคร ในเรื่องประเด็นที่ผมหารือท่านนี้ผมยังนึกไม่ออก ถ้าถามหางถาม ครม. เดิม ถามหัว ถามคุณประยุทธ์ ยังไม่เข้ามานั่ง วันนี้ก็เลยถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นึกไม่ออกว่าชื่ออะไร ถามผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดด้วยว่าปัญหาภัยแล้งที่เกิดอยู่ทุกวันนี้ จะแก้ไขอย่างไร เดือนมิถุนายนนี้น้ำไม่มีแล้วครับ บ้านผมทุ่งกุลาร้องไห้ นายกรัฐมนตรี ตื่นหรือยังไม่ทราบ นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ลิสเซิน ทู มี (Listen to me) ไม่ใช่ ลิสเซิน ทู เฮียร์ (Listen to here) ฟังผมหน่อยนะครับ
อย่าไปออกนอก ไปกระทบ คนภายนอก
ไม่ได้ออกนอกนะครับ ท่านประธาน
อย่าไปกระทบคนภายนอกครับ เอาเรื่องที่ปรึกษา ไม่ใช่กระทู้ครับ เอาเรื่องที่ปรึกษา
ไม่ใช่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ไม่ใช่คนภายนอกนะครับ ด้วยความเคารพครับ
ตอนนี้อยู่ภายนอกครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน โอเค (OK) ผมเคารพท่าน ประเด็นก็คือขอหารือครับ ให้ไปดูระบบชลประทาน ให้ไปดูฝน หน่อยครับ ให้กองปฏิบัติการฝนหลวงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำฝนเทียมให้ จังหวัดร้อยเอ็ดหน่อยครับ ให้อีสานหน่อยครับ งบประมาณที่ท่านทุ่มลงในที่อื่นเยอะ ๆ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซื้อเรือดำน้ำ ซื้อโน้นซื้อนี้ สร้างความเป็นธรรม สร้างความเท่าเทียมกัน ให้บ้านนอกหน่อยครับ ชาวบ้านชาวนาเขารอฝน ท่านเคยดูแลไหมครับ รัฐบาลเดิม ๆ ไม่อยากโทษครับ แต่อนาคตใหม่เข้ามา ผมนี้เป็นลูกชาวนา อยากเห็นชาวนามีอยู่มีกิน อยากเห็น ชาวนาได้รับความเป็นอยู่ที่ดี จึงฝากเรื่องนี้ถามไปยังรัฐมนตรี ถามไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ร้อยเอ็ดช่วยตอบผมด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปคือ นายเกษมสันต์ มีทิพย์ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กราบขอเรียนปรึกษาท่านประธานครับ คือเนื่องจากอาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่มีวันสำคัญต่าง ๆ มากมาย ถึงแม้ว่าวันเหล่านั้นจะไม่ได้เป็นวันหยุดก็ตาม อย่างเช่นวันที่ ๒๖ มิถุนายน เป็นวันสุนทรภู่ โรงเรียนต่าง ๆ มากมาย ให้เด็กนักเรียนจัดพิธีการรำลึกถึงสุนทรภู่ เป็นต้น และยังมีวันที่ ๒๔ มิถุนายน ที่เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง วันที่ ๒๗ มิถุนายน ซึ่งตรงกับวันนี้ เป็นวันที่เรามีรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทยคือ พระราชบัญญัติธรรมนูญ การปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช ๒๔๗๕ และวันที่สำคัญที่สุดของสภาแห่งนี้ คือวันประชุมแห่งแรกของสภาผู้แทนราษฎร วันที่ ๒๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ ซึ่งจะ เวียนมาบรรจบครบรอบ ๘๗ ปี ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งผมคิดว่าเราควรที่จะตระหนัก แล้วก็อย่างน้อย ๆ ก็คือรำลึกถึงในวันนี้ด้วยนะครับ ถ้าเกิดว่า เราไม่มีวันนี้เราไม่สามารถที่จะมาปฏิบัติหน้าที่เป็นสมาชิกในที่นี้ ไม่สามารถที่จะมา ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธาน หรือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ในที่นี้ได้เลย ผมไม่ขอเรียกร้องไปมากกว่า การที่ให้สภาแห่งนี้จัดการรำลึกถึงวันประชุมสภาแห่งแรกของประเทศโดยวิธีใดก็ได้ ยืนรำลึก ๑ นาทีก็ได้ของวันที่ ๒๘ มิถุนายน ในอาทิตย์ที่ใกล้ ๒๘ มิถุนายนของทุกปี เพื่อที่จะไม่ให้ เป็นการลืมรากเหง้าของตัวเอง อย่างไรผมใคร่ขอเรียนท่านประธานโปรดพิจารณาด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ มีพิธี ทำบุญครับ ท่านต่อไป นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทยครับ ผมมีเรื่อง ความเดือดร้อนที่จะหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือเรื่องช้างป่าบุกรุกกินพืชผลการเกษตร และทำร้ายประชาชน บาดเจ็บเสียชีวิต ในตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน ตำบลเขาจ้าว อำเภอปราณบุรี ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี และแนวเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช้างป่าเป็นสัตว์ที่มีการ ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วมากและจะหากินในเขตชุมชน ทำให้เกิดปัญหาโดยตลอด จึงอยากจะ หารือท่านช่วยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ใช่ไหมครับที่ดูแลเรื่องช้างอยู่ และกระทรวงมหาดไทย แต่วันนี้เท่าที่ทราบกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ดูแลเรื่องช้างไม่ได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาอย่างนี้เลย มีแต่กระทรวงมหาดไทยที่ดูแล ซึ่งก็แก้ปัญหาค่อนข้างจะช้า ซึ่งถือว่าทำให้เกิดปัญหา ความเดือดร้อน จึงขอให้ท่านช่วยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระยะสั้น ระยะยาว ระยะสั้น เมื่อสักครู่นี้เท่าที่ทราบมานะครับ การใช้แนวกันรั้วถือว่าได้ประโยชน์ ส่วนระยะยาว การควบคุมพันธุ์ช้างก็ขอให้หน่วยงานช่วยศึกษาด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องเสาไฟแสงสว่างริมถนน ช่วงถนนเพชรเกษม ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๒๔๐-๒๔๓ เขตเทศบาลตำบลปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีแต่เสาไฟข้างทาง แต่ไม่มีแสงสว่างมานานเป็นปี ทำให้มองไม่เห็น สภาพถนนครับ ทำให้เกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอแจ้ง กรมทางหลวงช่วยสั่งการโดยด่วน ท่านประธานครับ ทั้ง ๒ เรื่องนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องที่เกิด ความไม่ปลอดภัยในชีวิตประชาชนขั้นพื้นฐาน จึงอยากให้ท่านประธานช่วยกำชับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขให้ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นายซูการ์โน มะทา ขอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ก็ต้องขอบคุณท่านประธานที่เปิด เวทีให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยได้มีโอกาสหารือเรื่องราวความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ซึ่งเวทีแห่งนี้ได้ถูกปิดมา ๕ ปีแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับ การร้องเรียนร้องขอจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ ๖ ตำบลกาบัง อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา มีปัญหาความเดือดร้อนอยู่ ๓ เรื่องด้วยกัน ซึ่งหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ ให้ความช่วยเหลือนั้นคืออยู่ในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็กระทรวงการคมนาคม
ประเด็นแรก เนื่องจากพี่น้องประชาชนที่บ้านปาโต๊ะ หมู่ที่ ๖ ตำบลกาบัง อำเภอกาบัง จังหวัดยะลานั้นมีความเดือนร้อนในเรื่องของน้ำกินน้ำใช้ หรือน้ำบริโภค ขอให้ทางรัฐบาลได้ขยายในระบบของการประปาหมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนี้ก็ฝาก ท่านประธานถึงการประปาส่วนภูมิภาคให้ไปขยาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนบ้านปาโต๊ะได้มี น้ำดื่มน้ำใช้ทุกครัวเรือนนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการขยายเขตไฟฟ้าก็ที่บ้านปาโต๊ะเช่นกันนะครับ พี่น้องประชาชนอยู่กันมาเกือบ ๖๐ ปี เป็นหมู่บ้านหนึ่งในอีกหลายหมู่บ้านที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ก็ฝากทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการด้วยนะครับ
ส่วนเรื่องสุดท้ายเกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมนะครับ เนื่องจากเส้นทาง บ้านลาแลถึงบ้านบาโหย ในเขตความรับผิดชอบของทางหลวงชนบทที่ ๑๒ จังหวัดสงขลานั้น มีแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่แหล่งน้ำหนึ่ง เขาเรียกว่าแหล่งน้ำแร่บ้านแอและ พี่น้องประชาชน ได้ไปใช้บริการ ๒๔ ชั่วโมง ขาดไฟแสงสว่าง ขอสนับสนุนไฟแสงสว่างจากทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป นายนิยม เวชกามา ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปัญหาใหญ่ของพี่น้องประชาชนหนีไม่พ้นเรื่องน้ำ เรื่องปากเรื่องท้อง พี่น้องบ้านผมจังหวัดสกลนครก็เหมือนที่อื่น ท่านประธานครับ ๒ เรื่องสั้น ๆ
เนื่องจากเส้นทางของหมู่บ้านซึ่งเป็นคลองชลประทานห้วยเดียกใช้การ ไม่ได้เลย ของหมู่บ้านหนองแฝกพัฒนากับบ้านนาคำซึ่งอยู่หลังโครงการพระราชดำริ หนองหมากเฒ่า วันนี้ไปไม่ได้แล้วครับ พี่น้องเดินทางไปมาไร่นาไปไม่ได้ ต้องขอให้ ท่านประธานว่าจัดสรรงบประมาณบางส่วนซึ่งคงไม่มากได้ไปดูแลพี่น้องเขาเดินทางไป ทำไร่ทำนาลำบากครับ
อีกอันหนึ่งคือเรื่องไฟฟ้าเหมือนพี่น้อง ส.ส. เราท่านอื่น คือไฟฟ้าตอนนี้ พี่น้องประชาชนออกไปอยู่ตามไร่ตามนาปรากฏว่าไฟฟ้าขอยากมาก ไฟฟ้าการเกษตร จังหวัดสกลนครต้องส่งเรื่องมาที่จังหวัดอุดรธานี ผมสอบถามไปที่เจ้าหน้าที่บอกต้องใช้เวลา ๔-๕ เดือน ลำบากมากท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟฟ้าในเขตโพนนาแก้วบ้านผม จังหวัดสกลนคร ตำบลบ้านแป้นลำบากมาก และที่สำคัญต้องฝากท่านประธานไปถึง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในอำเภอโพนนาแก้ว อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย ฟ้าร้องก็ดับแล้ว จากสาเหตุใดต้องเตรียมการแก้ไขด้วยท่านประธาน อยากให้ มันใช้ได้ถึงระดับหนึ่ง ไม่ใช่จะสบายมากหรอก เพียงแต่ว่าอย่าให้แค่ฟ้าร้องก็ดับทั้งอำเภอ มันเป็นเรื่องยาก มันเกิดการเสียหาย ขอบคุณมากท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือ นายสุรทิน พิจารณ์ ครับ ขอเชิญนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อครับ ท่านประธานครับ มี ๓ ประเด็นที่กราบเรียนท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๑ คือหารือเรื่องเงินเยียวยาของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยนะครับ ผรท. หรือเราเคยเรียกว่าคอมมิวนิสต์นั่นเองครับ ท่านประธานครับจากที่รัฐบาลที่แล้วก็ได้ เยียวยาไปแล้วนะครับ ทั้งหมด ๑๘,๐๐๐ ราย ที่เหลืออีก ๑๐๐,๐๐๐ ราย อยากจะเร่งทาง ฝ่ายความมั่นคงครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีพี่น้องกระทบอยู่ ๕ อำเภอ คืออำเภอน้ำอูน อำเภอพังโคน อำเภอพรรณานิคม อำเภอกุดบาก อำเภอวาริชภูมินะครับ อันนี้พี่น้องได้รับ ผลกระทบมาเป็นเวลาเกือบ ๕๐ ปีแล้วครับ ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานครับ พี่น้องเขื่อนสิรินธรที่ได้รับผลกระทบนั้นมีทั้งหมด ๓ อำเภอ คืออำเภอสิรินธร อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอบุณฑริก จำนวน ๓๐ กว่าหมู่บ้าน ๘,๐๐๐ กว่าครอบครัวนะครับ เยียวยาไปบ้างแล้ว ๑,๒๐๐ กว่าราย รายละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท เหลือทั้งหมดอีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ราย ท่านประธานครับพี่น้องเขื่อนทั้ง ๒ เขื่อนนี้ทางราชการก็แบ่งที่ดินให้ แต่ให้ขึ้นไปอยู่บนภูเขา ท่านประธานครับที่ดินที่แบ่งให้เป็นลูกรังทั้งหมด ทำนาไม่ได้ พี่น้องจึงได้รับผลกระทบจาก การสร้างเขื่อนเหล่านี้ เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นางสาวศรีนวล บุญลือ ครับ
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าพเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ มีปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ถนนสายหลัก เลขที่ ๑๐๑๓ ทางลอดถนนสาย สันป่าตอง แม่วาง จนถึงตลาดอุ๊ยคำ เมื่อปี ๒๕๕๙ ถนนนี้ยังมีถนนดี ไฟฟ้าส่องแสงสว่าง ปัจจุบันนี้เมื่อปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมามีการทำถนนจากแขวงทางหลวงได้แต่ถนน แต่ไฟฟ้า ส่องแสงสว่างไม่ได้ ดังนั้นอุบัติเหตุการสัญจรไปมาบ่อยครั้งทำให้ประชาชนเดือดร้อน มีการเสียชีวิตบ่อยครั้ง เดือนละ ๓ หรือ ๔ ครั้งตลอดมา จึงเรียนท่านประธานฝากไปยัง แขวงทางหลวงที่รับผิดชอบก็คืออำเภอสันป่าตอง ที่ผ่านมาเมื่อดำรงตำแหน่งอยู่เป็น ส.จ. ก็ติดตามให้กับประชาชนแต่เรื่องก็เงียบหายไป ก็เรียนฝากทางท่านประธานด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องโครงการก่อสร้างอ่างน้ำแม่วาง คณะกรรมการเครือข่าย ลุ่มน้ำแม่วางได้ส่งโครงการมาถึงกรมชลประทาน แล้วก็ได้ติดตามมีหนังสือตอบรับจาก กรมชลประทานบอกว่ากำลังสำรวจและจะเร่งดำเนินการ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ แต่ตอนนี้ก็ได้ปีเศษแล้วเรื่องเงียบหายไป ก็อยากจะเรียนฝากทางท่านประธานเพื่อ ประสานงานให้กับกลุ่มเครือข่ายลุ่มน้ำแม่วาง ถ้าก่อสร้างอ่างน้ำนี้ขึ้นได้ประชาชนที่ใช้อุปโภค และบริโภคทั้ง ๔ อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอแม่วาง อำเภอสันป่าตอง อำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง จะได้ผลประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ประชาชนที่รอรับการใช้น้ำอุปโภค และบริโภคประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าราย ขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง ขอขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ขอเชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๒ อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ วันนี้ขอหารือท่านประธานในส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใน ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นแรก จะเป็นเรื่องของถนนสาย ๔๐๘ วิ่งมาจากสงขลามาถึง นครศรีธรรมราช ตรงนี้ครับตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ มาจนถึงบัดนี้ ปี ๒๕๖๒ ถนน ๒ ฝั่ง ๔ เลน (Lane) เสร็จมาแล้วเกือบ ๗ ปี แต่ติดอยู่นิดเดียวครับ แค่ไม่กี่ร้อยเมตรที่เวนคืนกันไม่ได้ ทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมา ผมเชื่อว่าทั้งประเทศไทยหรือชาวใต้ทั้งหมดผ่านเส้นทางนั้น เกิดอุบัติเหตุแล้วกว่าร้อยครั้ง มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายสิบราย และบาดเจ็บเยอะกว่าร้อย เหมือนกัน ตรงนี้เป็นปัญหาที่สะสมกันมานาน ผมไม่ทราบว่าทำไมถึงแก้กันไม่ได้ ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมช่วยจัดการให้เสร็จด้วยนะครับก่อนที่จะมี ลูกของท่านรัฐมนตรีท่านใดจะวิ่งไปทางนั้นแล้วเกิดอุบัติเหตุเอานะครับ
ประเด็นที่ ๒ ในส่วนของถนนที่บอกว่า ถนนปลอดฝุ่น ในเขตของอำเภอ เชียรใหญ่ไปสู่อำเภอปากพนัง ในเส้นเลียบแม่น้ำลุ่มน้ำปากพนัง ตรงนั้นเป็นถนนที่ปลอดฝุ่น จริง ๆ เพราะหลุมเยอะ วิ่งกันระวัง น้ำเยอะเลยไม่มีฝุ่น ขาดการดูแลมานาน แล้วก็เส้นจาก อำเภอเชียรใหญ่ไปสระโพธิ์ด้วยนะครับ
ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของประมงพาณิชย์กับประมงชายฝั่ง ระเบียบตรงนี้ อยากให้หน่วยงานราชการหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูระเบียบว่าตรงไหนที่จะผ่อนปรน ให้กับประมงพาณิชย์ได้บ้าง และในส่วนของประมงชายฝั่งที่เป็นประมงที่ถูกกฎหมายที่ได้ไป ยื่นคืนอุปกรณ์ประมงที่ถูกกฎหมายแต่ไม่ได้รับการชดเชยจากหน่วยงานของรัฐให้ชดเชย ให้ด้วย ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เชิญนะครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง ขออนุญาตที่จะได้หารือ ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนในเขตดินแดงซึ่งผมรับผิดชอบอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ทุกคนมองว่า เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง แต่ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเรา เกิดขึ้นกับญาติพี่น้องเรา หรือว่าคนที่เรารู้จักก็จะมองว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่ นั่นก็คือเรื่องของปัญหาไฟฟ้าแสงสว่างที่ส่อง ในยามวิกาลที่มีการดับมาเป็นเวลานาน เท่าที่ผมได้ทราบแล้วลงไปตรวจ ไปรับฟังปัญหาจาก พี่น้องประชาชนก็คือในบริเวณที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของการเคหะแห่งชาติที่มีพื้นที่ รับผิดชอบอยู่ในเขตดินแดง ๓ องค์กรด้วยกันก็คือ สำนักงานเคหะชุมชนห้วยขวาง สำนักงานเคหะชุมชนดินแดง ๑ และสำนักงานเคหะชุมชนดินแดง ๒ โดยเฉพาะที่ เคหะชุมชนดินแดง ๒ ที่บริเวณแฟลต ช. ๗ ถึง ช. ๑๑ ไฟฟ้าดับทั้งบริเวณมาเป็นเวลา ๕ ปีแล้วยังไม่ได้รับการแก้ไข บริเวณซอยประชาสงเคราะห์ ๕ ที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบ ของการเคหะดินแดง ๒ ก็ดับตลอดซอย และยังมีที่อื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ฉะนั้น ขออนุญาตท่านประธานได้นำเรื่องเรียนการเคหะแห่งชาติเพื่อได้ไปช่วยแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในบริเวณดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว ตำบลสำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมมีประเด็นที่ปรึกษาหารือ ๓ ประเด็น
ประเด็นแรกก็คือการขอขยายช่องทางจราจร ๔ เลน (Lane) จากแยก พระพุทธ อำเภอเทพา ตำบลลำไพล อำเภอสะบ้าย้อยไปยังอำเภอกาบังของจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นทางหลวงหมายเลข ๔๐๘๕ ระยะทางประมาณ ๕๐ กิโลเมตร เส้นทางดังกล่าวเป็น เส้นทางที่ตอนนี้ได้รับอุบัติเหตุมากมายจากแยกลำไพลไปจนถึงอำเภอเทพาก็มีการร้องเรียน ดังนั้นก็ขอให้กระทรวงคมนาคมที่ดูแลรับผิดชอบโดยเฉพาะแขวงทางหลวงสงขลาที่ ๒ อำเภอนาหม่อมที่ดูแลให้บรรจุเข้าแผน เส้นทางที่ ๒ ก็คือเส้นทาง ๔๒ จากบ้านคลองแงะ ไปยังตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ระยะทางประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ซึ่งผ่านตำบลคลองแงะ อำเภอนาทวี แล้วก็ตำบลลำไพล ซึ่งขณะนี้แขวงทางหลวงสงขลาที่ ๒ ได้บรรจุอยู่ในแผน ๕ ปีแล้ว ดังนั้นก็ขอให้ท่านประธานนำเรียนไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อดำเนินการ
เรื่องสุดท้ายนะครับ เกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจของด่านนอก ด่านนอกถือว่า เป็นด่านชายแดนที่มีมูลค่าการส่งออกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีผู้เข้าออกโดยเฉพาะ วันปกติประมาณ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คน วันเสาร์-วันอาทิตย์ประมาณ ๑๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ คน วันนักขัตฤกษ์หรือหยุดยาวของประเทศมาเลเซียจะมีคนเข้าออกประมาณเกือบ ๓๐,๐๐๐ คน ปัจจุบันวิกฤตเศรษฐกิจของด่านนอกต้องรอจากรัฐบาลปัจจุบันเข้าไปแก้ไข โดยเฉพาะการเข้าออกด่านนอกในปัจจุบัน ผมเองก็ได้รับการร้องเรียนมาจาก ท่านนายกเทศมนตรีเกชา เบ็ญจคาร ซึ่งปัจจุบันจะขอยกฐานะจากเทศบาลตำบลสำนักขาม เป็นเทศบาลเมืองด่านนอกนะครับ เปลี่ยนชื่อ ดังนั้นก็ขอให้ท่านประธานนำเรียนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคมและท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ ท่านต่อไปคือนายพยม พรหมเพชร ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอหาดใหญ่รอบนอก อำเภอนาหม่อม กระผมมีเรื่องจะหารือท่านประธานสภาเกี่ยวกับ เรื่องถนนหนทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางหลวงแผ่นดิน สายที่ ๔ ส่วนแยกควนลัง-ท่าชะมวง ซึ่งเป็นถนนเพชรเกษม มีการจราจรหนาแน่นมีหน่วยงานราชการต่าง ๆ หลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจภูธรภาค ๙ การนิคมอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของภาคใต้คือ โตนงาช้าง สำคัญที่สุดก็คือสายนี้การจราจรจากสามแยกท่าชะมวงมาถึงสี่แยกควนลัง ในช่วงเช้าประสบอุบัติเหตุบ่อย ๆ ขาดการดูแลมาเป็นเวลานาน อยากจะขอทราบแล้วก็ หารือว่าเมื่อไรจะได้งบประมาณในการดูแลในส่วนนี้ ซึ่งระยะทางประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากที่สุด และขอเรียนว่าอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นบ่อย และในตอนกลางคืน ก็มีการปล้นจี้อยู่บ่อย ๆ ถึงแม้ว่าท้องถิ่นหรือส่วนราชการจะได้ดูแลอยู่แล้ว แต่เนื่องจากว่า ตอนกลางคืนนั้นไม่มีไฟ ไม่มีกระแสไฟส่องทาง ก็ขอนำเรียน กระผมได้สอบถามไปยัง ผู้ที่รับผิดชอบโดยเฉพาะส่วนราชการที่รับผิดชอบ ท่านบอกว่าจะได้งบประมาณในปีหน้า ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ แต่ถามท่านผู้หลักผู้ใหญ่ไปกว่านั้น ผอ. สำนัก ท่านบอกว่าไม่มี โครงการจะได้งบประมาณ ก็ขอเรียนหารือเพื่อท่านประธานได้ประสานไปยังส่วนที่ รับผิดชอบต่อไป เพื่อแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนดังที่ได้รับการแนะนำมาจากพี่น้องประชาชน ในจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอหารือเรื่องมาตรการแก้ไขการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ จากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก ท่านประธานครับ ขอหารือไปยังรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข ก.พ. และหน่วยงานราชการที่มีแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ปัญหา ที่เกิดจากการขาดแคลนมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกก็คือเกิดจากจำนวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอ ส่วนที่ ๒ ก็คือเกิดจากปัญหาการกระจายตัวของวิชาชีพ เรามีแพทย์ ปัจจุบันนี้ ๓๕,๓๘๘ ราย เทียบประชากรแล้ว ๑,๘๔๓ คน อยู่กรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดใกล้เคียงกัน เรายัง ขาดแคลนพยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาลวิชาชีพ พยาบาลเทคนิค และบุคลากร อื่น ๆ ปัญหาที่สำคัญคือเรื่องขวัญกำลังใจ เนื่องจากไม่ได้บรรจุไปทำงานเป็นลูกจ้าง ๔-๕ ปี ก็ยังรอบรรจุไม่ได้ อัตราไม่เพียงพอทุกหน่วยราชการในกระทรวงสาธารณสุข อันที่ ๒ ก็คือ เรื่องสวัสดิการ และอันที่ ๓ ก็คือเรื่องของการเรียนต่อ แพทย์ที่อยู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะ ที่อยู่ชนบทน่าจะได้รับการดูแลได้เรียนต่อ แต่นี้มีปัญหาก็คือว่าการใช้ทุน แพทย์ที่จบแล้ว จะต้องมาใช้ทุน ๓ ปี บางแห่งไม่ได้ใช้ทุน โดยมีการเสียค่าปรับ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งใช้มา ประมาณ ๓๐ กว่าปี ทราบว่าปี ๒๕๖๒ นี้กระทรวงสาธารณสุขจะเพิ่มค่าปรับเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ กระทรวงกับหน่วยราชการพวกเราไม่อยากได้เงิน แต่อยากให้ แพทย์ได้ใช้ทุนให้ครบ ๓ ปี หรือแม้กระทั่งที่ไปเรียนหมอเชี่ยวชาญ แล้วก็กลับมาก็ไม่ครบ ซึ่งตรงนี้อยากขอร้องและทำความเข้าใจว่าอยากให้ซึมซับวิถีชีวิตของชาวบ้านและได้ใช้ทุน ให้ครบ เรื่องของบุคลากรในเรื่องของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ขวัญกำลังใจ ซี ผู้ชำนาญการ เรื่องเกี่ยวกับการใช้ทุนต่าง ๆ นะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นายศักดินัย นุ่มหนู ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตที่จะเรียนหารือกับท่านประธานซึ่งเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตราด มีหลายเรื่องครับ แต่ว่าด้วยเวลาอันจำกัดขออนุญาตที่จะได้เรียนหารือใน ๓ เรื่องด้วยกัน สำหรับเรื่องแรก ก็คือเรื่องของการก่อสร้างอาคารที่จอดรถขนาด ๖ ชั้นที่โรงพยาบาลตราด ซึ่งตอนนี้ที่โรงพยาบาลตราดนั้นมีปัญหามากในเรื่องของที่จอดรถ พี่น้องที่มาเยี่ยมผู้ป่วย หรือว่านำญาติพี่น้องมารักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่มีที่ที่จะจอดรถกันเลยนะครับ ถือว่า มีจำนวนที่น้อยมาก ๆ การก่อสร้างนี้ได้เริ่มสร้างกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ แล้วก็ยุติการก่อสร้างไป ทำให้พี่น้องคนตราดเวลาที่มาโรงพยาบาลนั้นค่อนข้างที่จะมีความยุ่งยากลำบากมาก ๆ ครับ ซึ่งสถานที่จอดรถนั้นมีไม่เพียงพอ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทางกระทรวงสาธารณสุขนั้นจะต้องได้ดูแล ต่อไปนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนตราดนั้นรอคอยกันมายาวนาน
หารือเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องของการสร้างถนนรอบเกาะช้าง บนอำเภอเกาะช้าง เรื่องนี้ทางผู้นำท้องถิ่นของอำเภอเกาะช้างเองก็ได้มีการยื่นเรื่องไปยัง ส่วนงานต่าง ๆ ตรงนี้มีการยื่นเรื่องมาแล้วร่วม ๆ เกือบ ๒๐ ปีแล้วครับท่านประธาน บนเกาะช้างนั้นมีพื้นที่อีกช่วงหนึ่งคือช่วงของบ้านบางเบ้ากับบ้านสลักเพชร เป็นช่วงที่ ยังไม่มีถนนสามารถที่จะไปเชื่อมต่อกันได้ ก็อยากที่จะได้ฝากเอาไว้ด้วยสำหรับเรื่องของการที่ จะต้องมีถนน เพราะว่าตรงนี้เวลาที่ชาวบ้านเขาไปมาหาสู่กัน ๒ หมู่บ้านนี้ต้องอ้อมเกาะ อ้อมภูเขาเป็นระยะทางมากไปกลับ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรทีเดียวครับ ตรงนี้เดือดร้อนกันมาก
แล้วก็เรื่องสุดท้ายครับก็คือเรื่องของการที่จะสร้างจุดกลับรถบนถนน สายตราด-คลองใหญ่ ตรงบ้านท่าเส้น คลองสน ตรงนี้ไม่มีที่กลับรถ ระยะทาง ๕ กิโลเมตร ถือว่าไกลมาก แล้วก็มีทั้งโรงเรียนและวัดด้วยนะครับ ท่านประธานครับฝากเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ขอเชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประเด็นปรึกษาหารือจากชาวบ้านที่ร้องเรียนมาคือ เรื่องของการทบทวนด่านตรวจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางความรุนแรงที่เกิด ขึ้นมา ๑๕ ปีจนถึงปัจจุบัน ปริมาณด่านตรวจก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ด่านตรวจที่พูดถึงนั่นคือ ด่านตรวจตำรวจ ทหาร อาสาสมัครทหารพราน ทั้งด่านลอย และในปี ๒๕๕๖ ยังมี ด่านชุดคุ้มครองตำบล ปัจจุบันมีประมาณ ๑๖๔ แห่งใน ๓ จังหวัด และ ๔ อำเภอ จังหวัดสงขลา ยังไม่รวมด่านตามเทศกาล ด่านเฉพาะกิจ จะมีช่วงที่หน้าบ้านดิฉันก็มีด่าน ในช่วงก่อนเลือกตั้ง อดีตนักการเมืองปัตตานี ยะลา นราธิวาส ก็มีด่านค่ะ รวมแล้ว ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ จุด ถามว่าผลดีมีไหม มีค่ะ รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องของการป้องปราม ความรู้สึกของประชาชนว่ามีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ก็มีคำถามต่อมาค่ะว่า เคยมีระเบิดตู้เอทีเอ็ม (ATM) ๓๐ จุด ในวันเดียวกัน เวลาไล่เลี่ยกัน ทำไมด่านตรวจ ไม่สามารถที่จะพบได้ ชาวบ้านฝากถามมาว่าด่านตรวจนั้นเพื่อสร้างผลงานหรือเปล่า เพื่อขอ งบประมาณเพิ่มเติมหรือเปล่า เคยมีการติดตามประเมินผลหรือไม่อย่างไร ดิฉันเห็นด้วยว่า การมีด่านตรวจนั้นมีความจำเป็น แต่จะมีมากน้อยแค่ไหนต้องมีหลักเกณฑ์ค่ะ ต้องมี การตรวจสอบติดตามประเมินผล ถ้าถึงขั้นงานวิจัยก็จะยิ่งดีค่ะ ฉะนั้นในช่วงเวลาที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต ดิฉันคิดว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินให้คุ้มค่าจากภาษีประชาชนในเรื่องการมีด่าน ในอนาคตนั้นเป็นเรื่องสำคัญ และสุดท้ายเรื่องการเลือกปฏิบัติในการตรวจ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายสำลี รักสุทธี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จากจังหวัดมหาสารคาม สิ่งที่ผมจะเรียนปรึกษาท่านประธานในครั้งนี้ก็คือ จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีภูเขา แล้วก็ไกลทะเล แล้วก็เป็น จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยใหญ่ ๒ แห่ง เป็นจังหวัดที่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวครับ มีอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งชาวจังหวัดมหาสารคามจะใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว นั่นก็คือแก่งเลิงจาน มีอดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งได้เสนอโครงการแล้วก็ได้รับงบประมาณไปประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท แต่ทำยังไม่เสร็จครับ รัฐบาลนั้นก็หมดวาระไป ผมในฐานะที่เป็นคนชาว จังหวัดมหาสารคามได้รับการร้องเรียน ร้องขอจากพี่น้องประชาชนว่าให้นำเรื่องนี้ไปเสนอ ทางสภาเพื่อให้ช่วยพิจารณาฝากท่านประธานได้ช่วยพิจารณานำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยจัดงบประมาณไปสานต่อสิ่งที่พี่น้องชาวจังหวัดมหาสารคามต้องการ นั่นก็คือ แหล่งท่องเที่ยวและเป็นแหล่งทำมาหากินของพี่น้องประชาชนด้วยครับ เพราะว่าเนื้อที่แห่งนี้ ๑,๙๔๕ ไร่ ตรงกลางนั้นมีรูปร่างแล้วเป็นเกาะประมาณ ๕ ไร่ ถ้าทำสำเร็จจะเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่ดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าชมครับ นั่นก็คือแก่งเลิงจาน จังหวัดมหาสารคาม ขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือ นายนริศ ขำนุรักษ์ ขอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือปัญหา และความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
เรื่องที่ ๑ ขอให้ท่านประธานได้กรุณามีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อที่จะเร่งรัดและก่อสร้าง คณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งจะรองรับผู้ป่วยของ จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราชตอนล่าง จังหวัดกระบี่บางส่วน และจังหวัดสงขลา บางส่วนได้
เรื่องที่ ๒ ขอให้ท่านประธานได้กรุณามีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมได้ขยายไหล่ทางถนนเรียบเขาบรรทัดตั้งแต่อำเภอป่าบอน อำเภอตะโหมด อำเภอกงหรา อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอป่าพะยอม ซึ่งขณะนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จังหวัดพัทลุงกระจายตัวอยู่ริมเขาบรรทัด จึงจำเป็นต้องมีถนนที่มีไหล่ทาง
เรื่องถัดมาขอให้ท่านกรุณามีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ก่อสร้างถนนแยกจากบ้านโคกทรายไปห้วยลึกและไปท่าเทียบเรือน้ำลึก จังหวัดสงขลา ซึ่งมีรถขนส่งสินค้าเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ถนนเป็น ๒ ช่องจราจร ซึ่งมีการจราจรที่คับคั่ง อยู่แล้ว ไม่สามารถรองรับรถบรรทุกสินค้าใหญ่ ๆ ได้
เรื่องที่ ๓ ขอให้ท่านประธานได้กรุณามีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้พัฒนา ทะเลสาบสงขลาพื้นที่จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ในรูปแบบของ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยองค์การมหาชน หรือ อพท. ซึ่งองค์กรนี้ได้พัฒนาพื้นที่ในประเทศที่ประสบความสำเร็จแล้วหลายพื้นที่ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งถ้าไปพัฒนาพื้นที่ทะเลสาบก็จะสามารถประสบความสำเร็จเหมือนกับที่มี ผลงานประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายพื้นที่ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายจีรเดช ศรีวิราช ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมเป็น ส.ส. ตลาดล่าง ด่าใครไม่ได้ ว่าใครไม่เป็น มุ่งเน้นแต่เรื่องปากท้องพี่น้องประชาชน อย่างเดียวครับท่านประธาน เมื่อวานได้ปราศรัยในเรื่องของกองทัพหนอนกระทู้ระบาด เมื่อตอนเช้า ช่วงบ่ายทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รีบสั่งการ หน่วยงานต่าง ๆ เข้าดำเนินการในพื้นที่เป็นที่เรียบร้อย ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดที่ทำการเกษตร มีพื้นที่การเกษตรกว่า ๑,๔๕๐,๐๐๐ ไร่ ประชาชนส่วนใหญ่ก็ประกอบอาชีพทางการเกษตร อาศัยพึ่งน้ำ ซึ่งปัญหาขณะนี้ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นคือปัญหาภัยแล้งครับ ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ พร้อมกับท่าน ร้อยเอก ดอกเตอร์ธรรมนัส พรหมเผ่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๑ รับทราบปัญหาพี่น้องประชาชน ณ โอกาสนี้ต้องเป็นปัญหาที่เร่งด่วนนะครับ ก็คือ เรื่องภัยแล้ง ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งสำรวจ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งทางจังหวัดเร่งสำรวจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่ได้รับความ เสียหายขณะนี้ ผมคาดว่าหลายหมื่นไร่แล้ว เพราะว่าเกิดจากปัญหาฝนทิ้งช่วงมากว่า ๑ เดือนแล้ววันนี้ฝากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยนะครับว่ารีบดำเนินการปฏิบัติการ ขึ้นบินเพื่อทำฝนหลวง ฝนเทียมได้แล้วครับก่อนที่พี่น้องประชาชนคนจังหวัดพะเยา ทราบว่า ในหลายพื้นที่ในประเทศไทยก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งสำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ อ่างเก็บน้ำ ซึ่งจังหวัดพะเยาได้รับงบประมาณที่ผ่านมาน้อยมาก ก็ขอให้พัฒนาในเรื่องของ อ่างเก็บน้ำให้เยอะ ๆ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้นะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือ นายชัยชนะ เดชเดโช ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้มีประเด็นหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ขอให้ท่านประธานทำหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ขอให้ขยายถนนหมายเลข ๔๐๑๕ ทางหลวง ๔๐๑๕ เป็นถนน ๔ ช่องจราจร เนื่องจากว่าช่วงระหว่างหน้าอำเภอลานสกา ถึงหน้าอำเภอช้างกลางเนื่องจากว่าถนนเส้นนี้ เป็นถนนที่มีผู้คนใช้สัญจรมาก เนื่องจากเป็นเมืองการท่องเที่ยว ก็ขอรบกวนท่านประธานให้ ทำหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ขอให้ท่านประธานได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ เรื่องช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมังคุด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจะถึง ฤดูกาลวันที่ ๒๐ กรกฎาคมนี้ เนื่องจากว่าไม่อยากให้ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง
เรื่องที่ ๓ ขอให้ท่านประธานทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปถึงอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในการตรวจสอบควบคุมระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือระบบอีบิดดิ้ง (e-Bidding) เนื่องจากว่าที่ผ่านมานี้ผมได้รับทราบข้อมูลว่ามีการทุจริต นำข้อมูลภายในกรมบัญชีกลางไปซื้อขายข้างนอก ทำให้บุคคลที่เป็นข้าราชการระดับสูง ในกรมบัญชีกลางได้มีรายได้ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ เพราะฉะนั้นผมเองอยากให้ รัฐบาลชุดนี้ได้ทบทวนในการใช้การจัดซื้อจัดจ้างระบบอีบิดดิ้ง (e-Bidding) ให้กลับมาเป็น ระบบอีออกชั่น (e-Auction) ผ่านตลาดกลางแบบในอดีตถึงจะดีกว่า ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๑๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วง การประปาส่วนภูมิภาคของอำเภอด่านขุนทด ได้ใช้น้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำลำสะแกตอนบน เดิมนั้นมีน้ำอยู่ประมาณสัก ๙-๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้เหลือน้ำเพียง ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเองครับ ถ้าหากฝนทิ้งช่วง ไปถึงเดือนสิงหาคม น้ำดิบที่ผลิตน้ำประปาในเขตเทศบาลด่านขุนทดก็ดีหรือเขตรอบข้าง มีผลกระทบแน่นอน จึงขอให้ทางการประปาได้เตรียมการแก้ไขเบื้องต้น
อีกเรื่องครับท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากถนนหลวงสายสีคิ้วชัยภูมิ ๒๐๑ เดิมทีนั้นเป็นถนน ๒ ช่องจราจร ขณะนี้ได้มีการก่อสร้างเป็น ๔ ช่องจราจร แต่เนื่องจากว่า จุดกลับรถบางช่วงห่างกันเป็นสิบ ๆ กิโลเมตร ทำให้พี่น้องประชาชนที่จะต้องกลับรถเกิด ความเดือดร้อนลำบาก โดยเฉพาะรถเพื่อการเกษตร รถไถ บางครั้งทำให้พี่น้องต้องย้อนศร หรือบางรายท่านประธานครับ ยืนบนช่องเกาะกลางเพื่อกลับรถ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ จึงขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมได้จัดสร้างจุดกลับรถเพิ่มขึ้น เพื่อพี่น้อง จะได้สัญจรไปมาสะดวก ลดอุบัติเหตุด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายพรชัย อำนวยทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ผมมีประเด็นที่จะหารือท่านประธานผ่านไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นในเรื่องของการเกิดโรคใบด่างในมันสำปะหลัง สืบเนื่องจากโรคไวรัสใบด่าง ในมันสำปะหลังเกิดระบาดที่ประเทศเวียดนาม แล้วระบาดผ่านมายังประเทศกัมพูชา แต่ในขณะนี้ระบาดเข้ามายังประเทศไทย ผ่านจังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี และในขณะนี้ เกิดระบาดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งโรคไวรัสใบด่างนั้นเป็นมหันตภัยอย่างร้ายแรงที่จะ เกิดขึ้นกับมันสำปะหลัง ท่านประธานครับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมการค้าภายใน ได้อนุมัติเงินไป ๒๐ ล้านบาท เพื่อจ่ายชดเชยให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ และกรมวิชาการเกษตรได้จัดสรรงบประมาณในการทำลายพืชมันสำปะหลังที่เกิดโรค ไร่ละ ๑,๑๔๘ บาท ซึ่งงบประมาณที่จัดสรรให้นั้นไม่ตรงประเด็นกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะทางรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณให้นั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่ในวันนี้การระบาด ของโรคไวรัสใบด่างในมันสำปะหลัง เราจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดการระบาด วันนี้เราต้อง ฉีดสารเคมีในการที่จะทำลายแมลงหวี่ขาว คือพาหะนำโรคของไวรัสใบด่าง วันนี้ไม่มี งบประมาณ เกษตรกรก็ไม่สามารถที่จะป้องกันในการระบาดไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้ วันนี้พื้นที่ จังหวัดนครราชสีมามีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง ๑๘๐,๐๐๐ กว่าไร่ ได้รับผลกระทบจาก โรคไวรัสใบด่างและกำลังขยายไปยังจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดต่าง ๆ อย่างใกล้เคียง ก็ฝาก ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป นางกันตวรรณ ตันเถียร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉัน ขอปรึกษาท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยใน จังหวัดพังงา ท่านประธานคะ ปัญหาอุทกภัยดิฉันเชื่อว่ามีทุกจังหวัด แต่ช่วงนี้ในจังหวัดพังงา ซึ่งเป็นจังหวัดในแถบอันดามันอยู่ในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งจะเริ่มเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม สิ้นสุดประมาณปลายเดือนตุลาคม นี่แค่ช่วงเริ่มต้นฤดูนะคะ แต่จังหวัดพังงาของดิฉัน เกิดน้ำท่วมไปแล้ว ๕ อำเภอด้วยกัน และทางจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ ๔ อำเภอ ใน ๕ อำเภอที่ประสบภัย มีอำเภอกะปง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วทุ่ง แล้วก็มีอำเภอเมืองจังหวัดพังงา รวมทั้งสิ้น ๑,๗๐๐ ราย และมีทั้งหมด ๔๔๒ ครัวเรือน ปัญหาที่พบ ที่ดิฉันได้ลงไปพบนี้ ประชาชนเสียหายทั้งทรัพย์สิน แล้วก็มีทั้งด้านพืชผล ตลอดจนสัตว์น้ำที่ประชาชนเลี้ยงดูอยู่ ดิฉันได้พบว่าปัจจุบันนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่ทั้ง ๕ อำเภอประกาศเป็น พื้นที่ประสบภัยพิบัติ ๔ อำเภอ แต่เมื่อไปดูในระเบียบราชการในเงินทดรองจ่ายเพื่อ ช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดพังงา เงินที่ได้รับไม่เพียงพอต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และดิฉันเชื่อว่า ปัญหาอย่างนี้ไม่เฉพาะจังหวัดพังงาเท่านั้น พี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศก็ประสบ ปัญหาเช่นนี้ ดิฉันจำได้ว่าตลอดเวลาที่เราดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราเคยมีการประชุม คณะอนุกรรมาธิการน้ำ แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม และมีการตั้งคณะกรรมการระดับ จังหวัด แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ยังเกิดซ้ำซาก ก็ต้องฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการ การทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ให้เน้นไปที่กระบวนการป้องกันมากกว่าการบรรเทา ฝากท่านประธานไว้เบื้องต้น กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นายสุเทพ อู่อ้น ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนแรงงาน จะขอหารือกับท่านประธานในส่วนของกระทรวงแรงงาน เนื่องจากปัจจุบัน ในการปรับค่าจ้างประจำปี ๒๕๖๒ ผ่านมาแล้ว ๖ เดือนยังไม่มีการประกาศปรับให้กับ พี่น้องผู้ใช้แรงงาน พี่น้องประชาชนซึ่งมีค่าครองชีพที่สูงกว่ารายรับในปัจจุบันนี้ สินค้า อุปโภคบริโภค ค่าขนส่ง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทางมีการปรับตัวขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้เป็น เงินจำนวนน้อยไม่กี่บาทสำหรับการปรับค่าจ้าง แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพี่น้อง ผู้ใช้แรงงานที่จะใช้ดำรงชีพการเลี้ยงครอบครัว และการปรับที่ผ่านมาขาดระบบในเรื่องของ การปรับไม่ล้อกับระบบในการปรับ จีดีพี (GDP) หรือ ซีพีไอ (CPI) สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหามา โดยตลอดนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องของกระทรวงแรงงานในการบังคับใช้กฎหมาย คุ้มครองแรงงาน มาตรา ๑๑/๑ ซึ่งกำหนดไว้ให้ผู้ประกอบกิจการมอบหมายบุคคลหนึ่งบุคคลใด จัดหางานให้บุคคลเหล่านั้นมาทำงานในกระบวนการผลิต และจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้ทำงาน ด้วยหรือไม่ ให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานในขณะเดียวกัน ของลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง ได้รับสิทธิผลประโยชน์เกี่ยวกับสวัสดิการและค่าจ้าง โดยเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งปัจจุบันสภาพการจ้างเหล่านี้มีหลายสถานประกอบการ ละเลยไม่ปฏิบัติตาม กระทรวงแรงงานก็ขาดการตรวจสอบที่ดี จะเห็นได้ว่าจะมีผล ล้อไปถึงกับการจ้างงานในส่วนของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นางอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงผู้บริหารกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการให้สวัสดิการของครูโรงเรียนเอกชน ท่านประธานที่เคารพคะ เงินกองทุนจากครูที่ส่งเข้ากองทุนจากครูโรงเรียนเอกชนนั้น ๓ เปอร์เซ็นต์ จากเจ้าของโรงเรียนเอกชนนั้น ๓ เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนั้นเป็น ๖ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ท่านประธานคะ ประมาณเดือนละ ๑๔๐ ล้านบาท ดิฉันไม่ถามว่ากองทุนสงเคราะห์ ในปัจจุบันนี้มีเงินกี่พันล้านบาท แต่ว่าเมื่อดอกผลที่ย้อนกลับมาสู่ครูโรงเรียนเอกชนจำนวนถึง ๑๗๘,๑๗๒ คนในปัจจุบันนั้นยังไม่เป็นที่ประทับใจเท่าที่ควร ดิฉันจึงมาร้องขอแทน ครูโรงเรียนเอกชนเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศดังต่อไปนี้ค่ะ
ข้อ ๑. ค่ารักษาพยาบาทที่ให้ในปัจจุบันนี้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทถ้วนนั้น ขอให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทนี้เข้าโรงพยาบาลเอกชนได้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ
ข้อ ๒ เมื่อครูที่อยู่ครบ ๑๐ ปีแล้วจะมีเงินตัวเอง ๓ เปอร์เซ็นต์ เงินจาก โรงเรียน ๓ เปอร์เซ็นต์ เงินสมทบจากรัฐบาล ๖ เปอร์เซ็นต์ รวมเป็น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ดิฉัน ขอมาร้องเรียนแทนครูทั้งประเทศว่าควรให้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๓ เปอร์เซ็นต์นั้นเอามาจากไหน ดอกผลของกองทุนทำไมไม่ให้เราบ้าง นั่นคือข้อที่ ๒ ควรเป็นสมทบ เมื่อ ๑๐ ปี แล้วควรเป็น ๓ เปอร์เซ็นต์ นิดเดียวค่ะ ข้อสุดท้ายค่ะ ครูโรงเรียนเอกชน
คุณอนุรักษ์ครับ ทำเป็นเรื่อง มาได้ครับ
ข้อต่อไปจะเป็นหนังสือ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ทำเป็น หนังสือมาได้ครับ ท่านต่อไป นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ วันนี้จะมาหารือท่านประธานเรื่องของ การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ ผมคงไม่มาอภิปรายในเรื่องของประเด็น ความเป็นกลางทางการเมือง หรือว่าเรื่องของการขัดต่อมาตรา ๑๑๔ ของรัฐธรรมนูญ เพราะว่าเราพูดกันมามาก และมันชัดเจนที่สุดในวันเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้ามี ส.ว. เพียงแค่สัก ๕๐ คนงดออกเสียง ผมว่าสถานการณ์คงจะนุ่มนวลกว่านี้ หรือว่า เพียงแค่คนเดียวที่เป็นญาติพี่น้องโดยตรงอาจจะงดออกเสียงเสีย สภาพสังคมคงไม่เกิด ความสงสัย แต่วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นมันเหมือนปาฏิหาริย์ทางการเมือง คน ๒๐๐ กว่าคนที่ มีความเป็นกลางทางการเมือง ลงมติไปทิศทางเดียวกันหมด วันนี้พี่น้องประชาชนก็สงสัย มันคือการเหยียบย่ำหัวใจของประชาชน แต่ท่านประธานวันนี้ผ่านมานานมากแล้ว ขั้นตอน กระบวนการการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงแม้แต่รายชื่อของคณะกรรมการสรรหา ยังอยู่ในเมืองลับแล ไม่มีใครทราบ รองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งถึงกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ไม่ใช่เรื่องของประชาชน ท่านประธานครับ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ ผมมาเรียกร้องให้ท่านประธานทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น คสช. ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้เปิดเผยออกมาว่าคณะกรรมการในการคัดสรร ส.ว. คือใครบ้าง และกระบวนการขั้นตอนที่ท่านทำทั้งหมดคืออะไร เป็นอย่างไร เพราะผม ถือว่าหน่วยงานทุกหน่วยงาน บุคคลทุกบุคคลที่กินภาษีจากพี่น้องประชาชน พวกเราในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนของประชาชนมีสิทธิตรวจสอบ ผมขอท่านประธานครับ สถานที่แห่งนี้คือสภาผู้แทนราษฎรเป็นศักดิ์ศรีของพวกเรา ท่านประธานโปรดทำหนังสือ ไปสอบถามให้เกิดความชัดเจน เราจะได้เป็นตัวแทนของประชาชน แล้วก็ทำให้ประชาชน เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ สักที ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไป นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เขต ๒ ขออนุญาตหารือท่านประธาน
ประการที่ ๑ คือสืบเนื่องจากมีการสร้างรถไฟฟ้ารางคู่หน้าวัดปฐมพานิช อำเภอบ้านหมี่ และมีการทำสะพานกลับรถค่อนข้างจะไกล ประมาณ ๔ กิโลเมตร ขณะนี้ พี่น้องเดือดร้อนเรื่องเกี่ยวกับการสัญจร ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็บริษัทผู้รับเหมาได้ ส่งคนเข้าไปช่วยเจรจาหาสถานที่ที่เหมาะสมในการทำท่อลอดด้วย
ประการที่ ๒ เนื่องจากว่าที่ตำบลบ้านข่อย อำเภอเมือง เป็นพื้นที่ที่อยู่ ปลายทางในการรับน้ำ ขณะนี้สำนักงานชลประทานที่ ๑๐ ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยการ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่จุดบ้านกระเบาเรียง เพื่อที่จะให้ชาวนานั้นได้มีน้ำทำนา เพราะฉะนั้น รบกวนว่าทางกรมชลประทานได้ช่วยตั้งงบประมาณในการที่จะทำท่อลอดใหม่ เพราะว่า ปัจจุบันนี้ระดับของน้ำ แล้วก็ระดับของท่อลอดนั้นต่างกันมาก เพื่อจะเป็นประโยชน์กับพื้นที่ ในการเกษตรของพี่น้อง
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปคือ นางมนพร เจริญศรี เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน มีเรื่องหารือต่อท่านประธาน
เรื่องแรก เนื่องจากขณะนี้ที่จังหวัดนครพนมมีการก่อสร้างถนนทางหลวง เส้นทางสาย ๒๑๒ จากอำเภอเมืองผ่านไปที่อำเภอท่าอุเทนและอำเภอบ้านแพง ขณะที่ ในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ถนนมีการยกสูงกว่าระดับหมู่บ้าน เมื่อถนนยกสูงกว่าทำให้เมื่อมีฝนตกลง ทำให้น้ำไหลเข้าสู่หมู่บ้านของชาวบ้าน แล้วชาวบ้านเดือดร้อนจะต้องหางบประมาณ ในการที่จะทำท่อระบายน้ำออก ขณะเดียวกันถนนเส้นนี้เป็นถนนแล้วก็เป็นโครงการที่ สืบเนื่องมาจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้ออกแบบและสำรวจไว้แล้ว ขณะนี้ชาวบ้าน ก็ชื่นชมและได้รับประโยชน์จากการก่อสร้างถนนเส้นนี้ นอกจากนั้นถนนเส้นนี้ยังเป็นจุดที่ ทำให้เกษตรกรนำผลไม้คือสับปะรดมาวางจำหน่าย แต่เมื่อมีการก่อสร้างถนนเส้นนี้ขณะนี้ กรมทางหลวงควรจะจัดหาสถานที่ในการจำหน่ายสับปะรดให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนั้น บริเวณที่จะสร้างจุดกลับรถนั้น กรมทางหลวงควรจะพิจารณาว่าการสร้างจุดกลับรถนั้น จะต้องสามารถที่จะอำนวยความสะดวกต่อพี่น้องประชาชนในอนาคต ขณะที่มีการก่อสร้าง ในบริเวณทางแยก หรือจุดเลี้ยว หรือจุดโค้ง จุดใดจุดหนึ่ง ขณะนี้แขวงการทางควรจะติดตั้ง สัญญาณไฟที่สามารถส่องสว่างให้เห็นทั้งกลางวันและกลางคืน รวมทั้งขณะนี้หลายครั้งที่เกิด อุบัติเหตุต่อพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่ามีกลุ่มนายทุน กลุ่มหนึ่งนำเงินจำนวนมากในการที่จะซื้อหาที่ดินในการก่อสร้างมัสยิด ดิฉันอยู่ในพื้นที่ จังหวัดนครพนมเป็นชาวพุทธ การนับถือศาสนาเป็นสิทธิของทุกคน เป็นเสรีของคนไทย แต่การที่จะเอางบประมาณหรือจุดใดจุดหนึ่งไปก่อสร้าง ขณะนี้ชาวนครพนมส่วนมากนับถือ ศาสนาพุทธ แต่ว่าในขณะที่กลุ่มนายทุนไปหาซื้อที่ดินก็อ้างถึงว่ารัฐบาลให้จัดหาที่ดิน ในการก่อสร้างมัสยิด ดิฉันอยากจะให้ท่านประธานนำเรื่องนี้ไปหารือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดสระบุรีนะคะ ดิฉันได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องบ้านห้วยลี่ หมู่ที่ ๕ ตำบลตลิ่งชัน ของเขตอำเภอเมืองว่า กระแสไฟฟ้าในครัวเรือนจำนวนกว่า ๓๐ ครัวเรือน ในหมู่บ้านนี้ไม่เพียงพอต่อการใช้งานใน ครัวเรือน คือไฟตกตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าแล้วก็ช่วงเย็น ซึ่งก็สร้างความเสียหาย กับเครื่องใช้ไฟฟ้า แล้วก็เป็นระยะเวลากว่า ๒ ปีแล้วที่อยู่ในสภาพเช่นนี้ นอกจากนั้นก็ยังมี ในพื้นที่ของหมู่ที่ ๘ ตำบลกุดนกเปล้า ในเขตอำเภอเมือง หมู่ที่ ๘ ตำบลหนองยาว เขตอำเภอเมือง แล้วก็หมู่ที่ ๖ ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ก็จะฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จัดสรรหรือลงมาดูแลในเรื่องของการขยาย เขตไฟฟ้า แล้วก็ทำให้มีการใช้ในครัวเรือนได้อย่างพอเพียงค่ะ
ส่วนในเรื่องที่ ๒ ก็เป็นปัญหาเรื่องของภัยแล้ง เช่นเดียวกันกับเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่าน ในเขตจังหวัดสระบุรีของดิฉัน อำเภอพระพุทธบาทนี้ก็จะเป็นพื้นที่ ปลูกข้าวโพดเป็นจำนวนมากหลายตำบล ทั้งตำบลนายาว ตำบลธารเกษม ตำบลพุคำจาน ตำบลห้วยป่าหวาย ตำบลพุกร่าง ตำบลหนองแก แล้วก็ตำบลพระพุทธบาทด้วยนะคะ ประสบปัญหาภัยแล้ง แล้วก็หนอนกระทู้ลายจุด ซึ่งเป็นปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรต้องการ รับความช่วยเหลือโดยด่วน ก็กราบเรียนท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานของกรมฝนหลวง และการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยจัดในเรื่องของฝนเทียมลงมาให้ เกษตรกรได้ปลูกข้าวโพด แล้วก็ในเรื่องของหนอนด้วยนะคะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไป นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ต่อเนื่องจากเมื่อวานนะคะพูดแล้วถูกตัดเวลาไป คือถนนเส้น ๓๐๙๓ จากสมุทรสงครามไปปากท่อ ขณะนี้ปากท่อราชบุรีทำถนน ๔ ช่องทางมาจ่อไว้แล้วนะคะ แต่เส้น ๓๐๙๓ นี้เป็นเส้นแรกของจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ว่าไม่ได้รับการขยาย ๔ ช่องจราจร แล้วก็น้ำท่วมอุบัติเหตุมาก ก็ขอฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอีกโครงการหนึ่ง คือโครงการจัดรูปที่ดินตามผังเมืองถนนสาย ข๕ งบประมาณสร้างเสร็จแล้วใช้งบประมาณ ๕๐ ล้านบาท ๒-๓ ปีแล้วนะคะ ประชาชนไม่สามารถใช้ได้ก็ขอให้ช่วยเร่งให้เปิดให้ประชาชน สามารถใช้ได้นะคะ
อีกเรื่องหนึ่งคือ พี่น้องประชาชนในตำบลบางจะเกร็ง บริเวณดอนหอยหลอด สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ร้องเรียนดิฉันมาร่วม ๓ ปีแล้ว ร้องเรียน ทุกสัปดาห์เลยค่ะ แล้วก็ร้องเรียนไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ทุกหน่วยงานเลยแต่ไม่ได้รับการ ช่วยเหลือแล้วก็แก้ไข คือว่ามีบริษัท ไฟร์ซัน พาราไดส์ จำกัด ไปขนถ่ายกะลาปาล์ม กากถั่วเหลือง และแร่ต่าง ๆ ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนคือมีฝุ่นมาก ประชาชนมีผื่นคัน หายใจไม่สะดวก แล้วก็มีกลิ่นเหม็น มีน้ำหนักเกิน เวลารถบรรทุกวิ่งจะ สะเทือนไม่สามารถนอนหลับพักผ่อนได้ การจราจรก็ติดขัด แล้วก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย เพราะฉะนั้นก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็กรมทางหลวงชนบท การท่องเที่ยวได้หา แนวทางการแก้ไข เพราะ ๒-๓ ปีแล้วไม่สามารถแก้ไขให้ประชาชนได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ กรุงเทพมหานครและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขออนุญาตหารือ ท่านประธานนะคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการที่ ในหน่วยงานนี้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังได้ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาของพื้นที่ ในเรื่องของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนใช้สอยร่วมกัน ดิฉันขอเรียน ท่านประธานนะคะว่าสิ่งที่ดิฉันจะนำปรึกษาหารือท่านประธานในวันนี้เป็นตัวแทนของ คนกรุงเทพมหานคร คนที่มีพื้นที่ในกรุงเทพมหานครไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยต่าง ๆ ตอนนี้เราเสียภาษีเหมือน ๆ กับทุกท่าน ทุก ๆ คนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่ว่าการได้รับ การบริการจากหน่วยงานของรัฐจะเกิดไม่เท่าเทียมกัน เนื่องจากว่าบางพื้นที่หน่วยงานของรัฐ ไม่สามารถที่จะเข้าไปบริหารจัดการหรือพัฒนาพื้นที่ตรงบริเวณนั้นได้ ดิฉันขออนุญาต ยกตัวอย่างพื้นที่ในส่วนของที่สาธารณะ กรุงเทพมหานครสามารถที่จะจัดสรรงบประมาณ ลงไปพัฒนาได้ ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง การที่จะทำเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ ท่อระบายน้ำจากขนาดเล็กให้ขนาดใหญ่ขึ้น แต่พื้นที่ที่เป็นเอกชนรวมไปถึงในส่วนของ รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ กรุงเทพมหานครยังไม่ยอมที่จะดำเนินการในส่วนของการจัดสรร งบประมาณลงไป ทั้ง ๆ ที่ข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครนั้นก็มีตราไว้อยู่แล้ว บังคับใช้ กฎหมายมาตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๕๓๖ เป็นข้อบัญญัติในส่วนของกรุงเทพมหานคร เรื่องค่าใช้จ่ายในการที่ประชาชนจะใช้สอยร่วมกัน ในการที่กรุงเทพมหานครสามารถนำ งบประมาณลงมาพัฒนาได้ และมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยที่ดิฉันมีส่วนในการแก้ไขเพิ่มเติม ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พุทธศักราช ๒๕๕๔ โดยการที่กรุงเทพมหานครสามารถ จัดสรรในส่วนของงบประมาณลงมาพัฒนาในพื้นที่ที่เป็นเอกชน ที่เอกชนยินยอมที่จะให้ กรุงเทพมหานครนำมาพัฒนาได้ ขอฝากท่านประธานด้วยนะคะให้ประสานหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาพัฒนาด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๘ อำเภอประคำ อำเภอโนนดินแดง อำเภอละหารทราย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ แล้วก็อำเภอนางรอง ท่านประธานครับ ขออนุญาตที่จะหารือเรื่องที่พี่น้องเดือดร้อนมานาน ในเรื่องของเส้นทาง คมนาคม สาย ๓๔๘ ช่วงช่องตะโกครับ ช่องตะโกเป็นช่องที่เชื่อมระหว่าง ๒ ภาค ก็คือ ภาคตะวันออกกับภาคอีสาน โดยเฉพาะอีสานตอนล่าง ช่องตะโกระยะทางอยู่แค่ ๓ กิโลเมตรครับ แต่เส้นทางลาดชันคดโค้งไปมามีอุบัติเหตุตลอดครับ อุบัติเหตุแทบทุกวัน แล้วอุบัติเหตุแต่ละครั้งรถติดครึ่งค่อนวันถึงวันก็มีครับ จริงอยู่ว่าตรงช่องตะโกอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติตาพระยา มีเรื่องของสัตว์ป่ามีเรื่องของป่าไม้ก็จริงอยู่ แต่วันนี้จากการแก้ไข ปัญหาคอขวดตรงวังน้ำเขียว สาย ๓๐๔ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเหมือนกัน ประสบ ความสำเร็จครับ โดยการทำเป็นอุโมงค์แล้วก็สะพานต่างระดับขึ้นมา ดังนั้นท่านประธานครับ ช่องตะโกซึ่งพี่น้องเดือดร้อนมานาน แล้วเป็นสถานที่เชื่อม ๒ ภาค เป็นเส้นทางหลักต้อง แก้ไขครับ โดยการทำเป็นอุโมงค์ก็ได้ หรือจะเป็นสะพานต่างระดับก็ได้ครับ ใช้งบประมาณ ไม่มากครับ ฝากท่านประธานบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทางหลวงของท่านอธิบดีอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ช่วยแก้ปัญหา ให้เส้นทางหลักสาย ๓๔๘ ตรงนี้สามารถเกิดความปลอดภัยและสร้างความเจริญให้กับพื้นที่ ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ทั้งหมด ๔๑ ท่านครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่รักษาเวลาอย่างดียิ่งนะครับ ทำให้เราสามารถ เปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ได้ปรึกษาได้ ซึ่งเกือบทั้งหมดก็เป็นปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ขอเรียนไว้เลยว่าโดยปกติแล้วเมื่อมีสภาและมีรัฐบาลแล้ว สภาก็จะเปิดโอกาสให้มีการ ปรึกษาได้ แต่ว่าไม่ได้ยืดยาวอย่างนี้ครับ ในสมัยที่ผ่าน ๆ มาก็สักครึ่งชั่วโมง ซึ่งก็ได้ประมาณ สัก ๑๐ กว่าท่าน และไม่เกิน ๑๑-๑๒ ท่าน แต่ว่าถือว่าในโอกาสที่เราก็มีปัญหาอัดอั้นกันมา แล้วไม่มีโอกาสได้นำปัญหาชาวบ้านมาบอกกล่าวไปยังฝ่ายบริหาร ก็เปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ สมาชิกได้มีโอกาสได้ใช้สิทธินี้เต็มที่นะครับ เนื่องจากว่าเราได้ค้างเรื่องมาเมื่อวานนะครับ ผมก็ถือโอกาสเรียนว่าขณะนี้องค์ประชุมครบแล้วครับ ๔๔๖ ท่านครับ ผมขออนุญาต เปิดประชุมครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๖ คน
ระเบียบวาระที่เราจะ พิจารณาในวันนี้ก็คือการประชุมวันพฤหัสบดี
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
(ถ้ามีเรื่องค้างการพิจารณามาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒)
เรื่องที่ค้างพิจารณาจากเมื่อวานนี้ก็คือเรื่องซึ่งได้พิจารณากันมาแล้วก็จบ โดยมีการเสนอชื่อผู้ที่จะอภิปรายต่อในเรื่องเพื่อทราบนี้นะครับ อีก ๒๐ ท่าน เมื่อวานนี้ ก็ได้ขอร้องว่าช่วยพิจารณาลองปรับเวลาแล้วก็จำนวนคนนะครับ เพราะว่าเราได้เปิดโอกาส ให้มีการอภิปรายรายงานเรื่องของการดำเนินการตามแผนการพัฒนาปฏิรูปประเทศตาม มาตรา ๑๖๒ มาตรา ๑๗๐ อย่างเต็มที่มาแล้ว เรามีเรื่องของชาวบ้านจริง ๆ ก็คือเรื่องที่เป็น ญัตติด่วนนะครับ ซึ่งบัดนี้ได้มีการเสนอญัตติเข้ามาแล้ว ๘ ญัตติครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ราคาพืชผลการเกษตร ซึ่งผมว่าเรื่องนั้นคือเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรชาวบ้านทั่วไปคงติดตามอยู่ แล้วก็เราคิดว่าจะบรรจุให้เมื่อวาน แต่ว่าเราติดด้วยเรื่องรายงานเพื่อทราบนี้ เพราะฉะนั้น ผมขอความกรุณาพวกเรานะครับว่า ช่วยกันประหยัดเวลาเพื่อให้ปัญหาชาวบ้านได้นำมา พิจารณาในช่วงวันนี้นะครับ มิเช่นนั้นเรื่องจะค้างแล้วก็จะน่าเสียดายครับ ขอเชิญครับ ท่านวิรัชครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตเรียนประธานอย่างนี้ว่า ถ้าเผื่อเห็นรายชื่อผู้ที่จะอภิปราย ในส่วนของแผนการปฏิรูปประเทศ ในซีกของพรรคเพื่อไทย แล้วก็ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านยังเหลืออีกหลายท่าน แล้วแต่ละท่านก็หลายนาที แล้วก็ยังมีในส่วนของฝ่ายรัฐบาลอีกหลายท่าน แต่ถึงอย่างไรก็ตามท่านประธานครับผมเอง เมื่อสักครู่ก็ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับในส่วนหนึ่ง หลายท่านก็บอกว่าทำอย่างไรก็ตามวันนี้ให้ ญัตติด่วนในการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรเข้าให้ได้ แล้วถ้าไม่ทันจริง ๆ ก็ไปตั้ง กรรมาธิการช่วงอาทิตย์หน้าก็ได้ครับท่านประธาน ไม่ได้ขัดข้องครับ ขอขอบคุณครับ
หมายความว่าอย่างไรครับ
ก็จะอภิปรายยาวในส่วนของ ราคาพืชผลทางการเกษตร
อย่างไรให้ญัตติเรื่องปัญหา ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำนี้ขอเข้าให้ได้ใช่ไหมครับ
ครับ
ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ที่พวกเรา ผมก็ขอความร่วมมือได้มีการเสนอชื่อมาก็ลดลงมาจาก ๒๐ ท่านของฝ่ายค้านเข้าเสนอกันมา ๑๒ ท่าน เวลาที่ขอมาก็สมเหตุสมผลนะครับ คือขอ ๕ นาที ๘ นาที ๑๐ นาที ๑๕ นาที ของฝ่ายรัฐบาลก็เสนอมา ๖ ท่าน เวลาก็มีแตกต่างกันไป มี ๓ นาที มี ๑๐ นาที มี ๑๕ นาที มี ๒๐ นาที ขอความร่วมมือนะครับ ผมจะเปิดโอกาส แต่ว่าขอเราช่วยกระชับเวลานะครับ เพราะว่าผมคิดว่าประเด็นนั้นก็ได้พูดกันมากว้างพอสมควรแล้ว ก็ขออนุญาตที่ประชุมว่า เราจะต้องพยายามหาทางให้วาระญัตติด่วนได้มีโอกาสได้พิจารณา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อประเด็นที่ท่านประธานหารือและ ท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาล ทางพรรคฝ่ายค้านเราพยายามจำกัดเรื่องของคนและเวลา โดยลดจำนวนคนมาให้ครึ่งหนึ่งแล้ว แล้วก็เวลานี่เราจะพยายามอภิปรายให้กระชับขึ้น ส่วนประเด็นเรื่องของญัตติเรื่องราคาพืชผลการเกษตรทางนี้พร้อมทำงานเพื่อประชาชนครับ ทราบว่าเป็นเรื่องสำคัญวันนี้ถ้าเราจะประชุมกันดึกสักหน่อยทางฟากฝั่งฝ่ายนี้ยินดีครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมขอเชิญ เข้าสู่การอภิปรายต่อเลยนะครับ ขอเชิญเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ และคณะเข้ามาได้ครับ
(ผู้ชี้แจงเข้าประจำที่)
ท่านแรกขอฝ่ายค้าน นางสาวจิราพร สินธุไพร ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสดิฉันได้อภิปรายในวันนี้ เมื่อวานนี้ค่ะท่านสมาชิกได้อภิปรายแผนปฏิรูปประเทศกันอย่างกว้างขวาง หลากหลาย ครอบคลุมหลายประเด็นค่ะ ในส่วนของดิฉันเองหลังจากที่ได้ศึกษารายงานความคืบหน้า การดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศที่นำเสนอโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ดิฉันมีข้อสังเกตในประเด็นของการแก้ไขปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำของประเทศ ซึ่งจากรายงานหน้าที่ ๔ ข้อที่ ๒.๒.๑ ได้ระบุถึงผลงาน ของการปฏิรูปประเทศว่าทำให้มีคนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พี่น้องประชาชนได้รับ โอกาสที่เป็นธรรม ในประเด็นนี้เองค่ะท่านประธานที่เคารพ ดิฉันคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้อง นำเอาข้อเท็จจริง สภาพที่เกิดขึ้นกับประเทศของเรามาพูดคุยกัน ซึ่งการจะนำเอาเฉพาะ ข้อมูลรายงานจากรัฐบาลและข้อมูลภายในประเทศมาพูดคุยกันอาจจะไม่เพียงพอ วันนี้ เราจำเป็นที่จะต้องเอาข้อมูล เอาสถิติจากนานาชาติที่ได้รับการยอมรับมาพิจารณาร่วมกับ ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา ดิฉันได้มีโอกาสอ่านรายงานของซีเอส โกลบอล เวลฺท์ รีพอร์ต ปี ๒๐๑๘ (CS Global Wealth Report 2018) ซึ่งเป็นรายงานที่จัดทำขึ้น จากหน่วยงานของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ระบุว่าในปี ๒๕๖๑ ประเทศไทยได้กลายเป็น ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก และสิ่งนี้เองอาจจะถือเป็น ผลงานความล้มเหลวของรัฐบาล คสช. ในการบริหารประเทศ ในห้วง ๕ ปี ที่ผ่านมา ที่ผ่านมานี้รัฐบาลได้ประกาศอย่างต่อเนื่องว่า จีดีพี (GDP) ของประเทศ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตค่ะ ดิฉันไปถามพี่น้องประชาชนพี่น้องกลับบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีล้วงเข้าไป ในกระเป๋าไม่มีเงิน พี่น้องกระเป๋าแฟบค่ะ ค้าขายลำบาก และที่สำคัญทุกวันนี้ไปดูได้เลยค่ะ มีแต่ขายด่วนแต่ไม่มีการซื้อด่วนค่ะ และในขณะที่รัฐบาลประกาศว่า จีดีพี (GDP) ของประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องเศรษฐกิจดีขึ้น เรากลับพบว่าในประเทศไทยมีจำนวนคนจน เพิ่มขึ้นทุกปี ในปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยมีคนจนอยู่ประมาณ ๔,๘๐๐,๐๐๐ คน แต่หลังจากที่ รัฐบาล คสช. เข้ามาบริหารประเทศได้มีการเปิดให้ลงชื่อจำนวนคนจน ปรากฏว่าประเทศไทยมี จำนวนคนจนพุ่งขึ้นเป็น ๑๔,๕๐๐,๐๐๐ คน จำนวนนี้เองดูแล้วอาจจะทำให้รัฐบาล พออกพอใจเพราะสามารถที่จะแจกจ่ายบัตรคนจนได้เพิ่มมากขึ้น และที่น่ากังวลที่สุดคือ ประเทศไทยในขณะที่จำนวนคนจนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกับพบว่าคน ๑ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศถือครองสินทรัพย์กว่า ๖๖.๙ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าคน ๑ เปอร์เซ็นต์นี้ ถือครองสินทรัพย์มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งนี้กำลังตอกย้ำ ให้เราเห็นว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะรวยกระจุกจนกระจาย กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยของเรามีโครงสร้างเศรษฐกิจที่บิดเบี้ยว และกำลังสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทย ของเรากำลังเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งนี้เป็นข้อมูลที่ตรงข้ามกับรายงานของ สสช. โดยสิ้นเชิง ท่านประธานที่เคารพ ที่ผ่านมา รัฐบาลบอกว่าจะไปปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ แต่เรากลับพบว่านโยบายเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่กลับมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับบน ให้ประโยชน์กับบริษัท ยักษ์ใหญ่ เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มเจ้าสัว ในขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อย พี่น้องเกษตรกร คนยากคนจน คนส่วนใหญ่ของประเทศกับไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม และจากที่ดิฉันได้ศึกษารายงานของ สสช. ดิฉันไม่อาจให้ความไว้วางใจได้ว่าแผนปฏิรูป ประเทศฉบับนี้จะทำให้ประเทศไทยหลุดจากกับดักความยากจน และทำให้ความเหลื่อมล้ำ ลดลงได้ การปฏิรูปประเทศคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างขนาดใหญ่ การปฏิรูปเศรษฐกิจ คืองานใหญ่ค่ะ แต่ปรากฏว่าจากรายงานของ สสช. กลับพบว่าเราจะกำลังขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศผ่านโครงการเพียงไม่กี่โครงการค่ะ และโครงการนั้นก็เป็นโครงการย่อย เล็กน้อย เป็นโครงการไม่ใหญ่ ดูแล้วเป็นลักษณะการทำงาน โปรเจกต์ บาย โปรเจกต์ (Project by project) คือทำเป็นงานแล้วจบ ไม่ใช่การทำงานแบบบูรณาการในระยะยาว แล้วนอกจากโครงการจะไม่มากมีโครงการเพียงไม่กี่โครงการ ในเอกสารหน้าที่ ๗ ก็พบว่า มีถึง ๓ โครงการที่เป็นประเด็นด้านเศรษฐกิจไม่มีความคืบหน้า มี ๑ โครงการ ที่กำลังจะ จัดตั้งสำนักงานบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยัง ไม่ได้รับการก่อตั้งสำเร็จ ท่านประธานที่เคารพคะ ความยากจน ความลำบากของ พี่น้องประชาชนรอนานไม่ได้นะคะ แล้วนอกจากนี้เมื่อมาดูหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการ ปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศพบว่ามีเพียงไม่กี่หน่วยงาน จากที่ดิฉันดูในรายชื่อในเอกสาร มีไม่ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของมิติเศรษฐกิจประเทศทั้งหมด ขาดหน่วยงานที่สำคัญหลาย หน่วยงาน อาทิ กระทรวงพาณิชย์ แบงก์ชาติ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศ ท่านประธานที่เคารพคะ การปฏิรูปเศรษฐกิจหากขาดองค์ประกอบ สำคัญก็เปรียบเสมือนร่างกายที่ขาดอวัยวะที่สำคัญ ยากค่ะที่จะปฏิรูปได้สำเร็จ สุดท้ายนี้ค่ะ ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาล คสช. ได้เคยประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งท่านปฏิรูป ประเทศไทยยิ่งมีความเหลื่อมล้ำเพิ่มมากขึ้น ยิ่งท่านปฏิรูปกลับพบว่าพี่น้องประชาชน ลำบากยากจนมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่เราต้องสูญเสียงบประมาณไปมหาศาล แต่พบว่าผลลัพธ์ที่ได้ กลับไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้สามารถสรุปได้ว่ารัฐบาล คสช. นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปฏิรูปประเทศโดยการที่ไม่ปฏิรูป ปฏิรูปทางวาทกรรม เพียงเท่านั้นค่ะ และรัฐบาลนี้ไม่ได้ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง ดิฉันจะขอจบการอภิปรายเพียงเท่านี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ รักษาเวลาได้ดี ต่อไปผมขอทางฝ่ายค้านอีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับต้องขอบคุณจริง ๆ ๕ ปีจำสภาไม่ได้ มาสภาใหม่อีก ความจริงเรื่อง การปฏิรูปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ๒๐ ปี เป็นเรื่องใหญ่ ใคร ๆ ก็อยากพูด พี่น้องประชาชน ก็รอฟัง ผมเองก็ถูกถอดไปถอดมาเพราะน้องนุ่งเยอะ ก็เลยได้เวลานิดหนึ่งจนไม่รู้ว่า จะพูดอะไร ท่านประธานครับ ผมเองต้องขอบคุณที่ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติมานั่งเป็นหนังหน้าไฟ ซึ่งความจริงท่านต้องรับผิดชอบในส่วนของท่านอยู่แล้ว แต่ว่าวันนี้ได้ถูกมอบหมายมาจากท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะฉะนั้นผมเอง คงไม่ได้เข้าเนื้อหาสาระมากมายนัก เพราะผมดูในแผนของท่านที่ส่งมา ในเรื่องรายงาน ความคืบหน้าตามแผนปฏิรูปประเทศ ท่านประธานครับ ผมเองดูแล้วมันไม่ได้ล้มเหลวหรอก แผนพัฒนาประเทศ คือไม่ปฏิรูปเลยในความรู้สึกของผมที่อ่านดูในแผนที่ท่านส่งมา อ่านดูกลับไปกลับมา ๒๐ กว่าหน้า ผมเองเห็นว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะท่านขึ้นหัว มาเลยว่าการเมืองรู้รักสามัคคี เป็นแค่ถ้อยคำซึ่งเอามาบอกประชาชน เป็นการโกหก ประชาชนเท่านั้นเองครับ พอท่านยึดอำนาจไปท่านเขียนรัฐธรรมนูญออกมา เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เคยมีในโลกอันนี้ด้วยซ้ำไป เป็นรัฐธรรมนูญที่แบ่งสันปันส่วน ซึ่งไม่เคยมี ไม่เคยมีประเทศไหนใช้มา เพราะฉะนั้นท่านเขียนมาก็ผิดแล้ว การปฏิรูปมันเป็นไป ไม่ได้เลย แล้วท่านบอกว่ารู้รักสามัคคี หมายความว่าท่านจะจัดการปรองดอง แต่ท่านประธานครับ ตั้งแต่ท่านปฏิวัติมาแล้วก็จัดการเรื่องปรองดอง โดยให้แต่ละภาค ไปจัดการปรองดองกันแบบภาคอีสานผมนี้ต้องมาที่โคราช มาค่ายทหาร เอาจังหวัดโน้น จังหวัดนี้มา ไปรับมาโดยใช้คนในพื้น กอ.รมน. ไปพูดไปคุยบอกไปหน่อย ไปให้เจ้านาย เห็นหน้าไม่เช่นนั้นพวกผมอยู่ยาก ผมเองคนหนึ่งที่มาที่โคราช ได้อะไรไหม ไม่ได้อะไรเลย ท่านประธานครับ มานั่งสักพักหนึ่งพอแม่ทัพภาคเปิดงานเสร็จก็กินข้าวแล้วกลับ อันนี้คือ การปรองดองหรือไม่ แต่ก็ไม่เป็นไรก็มี ส.ส. อาวุโสหลายท่านซึ่งท่านเลิกไปแล้ว ก็ถือโอกาส มาชิงพูดกันในเวทีตรงนั้น แต่หลายคนก็หายไปไม่ได้กลับมา กลับมาประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงกราบเรียนประธานว่าโดยจิตอาสาพัฒนาซึ่งข้อต่อมานี้ เวลาสั้น ๆ ไม่ต้องไปเขียนในแผนหรอกครับจิตอาสา นี่มันเป็นธรรมชาติของคนไทย รัก สามัคคี ไม่ต้องพูดถึง อาสาอยู่แล้วครับท่านประธาน บ้านผมสะพานข้ามแม่น้ำต่าง ๆ พระพาชาวบ้านทำ บ้านผมเรียกว่า ขัว ถ้าอีสานพูด ก็เรียกใช้กันมาเท่าทุกวันนี้ ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณแม้แต่บาทเดียว อันนี้คือว่าไม่เกี่ยวกับ ไม่ต้องไปเขียนรายละเอียดถึงขนาดจิตอาสาต้องมาเป็นแผนปฏิรูปประเทศหรอกครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานรู้ไหมพูดถึงจิตอาสานี้ สนามบินเสรีไทยที่จังหวัดกาฬสินธุ์ บ้านกำนันทิด ไม่ได้ใช้งบประมาณแม้แต่บาทเดียว สู้กับญี่ปุ่นตอนเป็นเสรีไทย ไปดูยังอยู่ ใช้คนล้วน ๆ เงินทองไม่ต้องเสีย ทุกคนไปหามไปแบกหิน ไปเอาข้าวไปกิน อันนี้เป็นเรื่องของ จิตอาสา ผมดูแล้วเขียนแบบนี้แถวบ้านผมคนอีสานเขาเรียกว่า อยากหัว คือขำกลิ้งพูดง่าย ๆ มันไม่ใช่เรื่องปฏิรูป มันเป็นเรื่องโบราณ แต่เอามาเขียนเป็นปฏิรูป ผมเองก็มีเวลาสั้น ๆ ก็ขอพูดให้เห็นว่ามันไม่ใช่ครับท่านประธาน นิดเดียวครับท่านประธาน โดยเฉพาะเรื่อง ที่บอกว่าให้นักเรียนที่ทำพานที่จังหวัดสกลนครมาพูดหน่อย ผมยังงงจนเดี๋ยวนี้ว่าทำ พานไหว้ครู เมื่อวันที่ ๑๓ นี้
ท่านนิยมครับ
ขอนิดเดียวครับ จะจบแล้ว ทำพานไหว้ครู วันที่ ๑๓ เขาบอกว่าทำไม่ได้ อันนี้หมายถึงว่านักเรียนยังคิดออกอย่างอื่นไม่ได้แล้ว จะให้ใครทำครับ
จบเลยครับ
ครับ ขอบคุณมากครับ
ผมขออนุญาตให้ฝ่ายค้าน อีกท่านครับ ท่านพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอขอบพระคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้ผมได้อภิปราย ในวันนี้ อย่างนี้ครับท่านประธาน เกี่ยวกับในแผนปฏิรูปประเทศโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ หากเราย้อนกลับไปดูแผนปฏิรูปฉบับนี้ที่ลงนามโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว เฉพาะในด้านเศรษฐกิจมีอยู่ ๔๒๓ หน้าครับท่านประธาน มีการเขียนครอบคลุมในหลายมิติ ผมนับ ๆ ดูโครงการ ภายใต้แผนปฏิรูปเศรษฐกิจมีร่วม ๆ ประมาณ ๕๐ กว่าโครงการ ทีนี้เมื่อพิจารณาแผน ปฏิรูปนี้แล้วควบคู่กับรายงานความคืบหน้าที่เรากำลังรับทราบกันอยู่ในการประชุมครั้งนี้ ผมมีข้อห่วงใยที่จะเรียนต่อท่านประธานฝากไปยังคณะรัฐมนตรีรวมถึงขณะทำงานต่าง ๆ ข้อห่วงใย ๓ ประการคืออะไรครับ ข้อที่ ๑ คือความล่าช้า ข้อที่ ๒ คือความล่าช้า และข้อที่ ๓ คือความล่าช้าครับท่านประธาน ล่าช้าอย่างไรครับท่านประธาน ผมจะไล่เลียงให้ฟังนะครับ ในแผนความคืบหน้านี้ ด้านเศรษฐกิจหยิบยก ๖ โครงการที่เรียกว่าโครงการที่สำคัญ และเร่งด่วน หรือควิกวิน (Quick Win) มีอยู่ ๖ โครงการครับท่านประธาน ๖ โครงการนี้ มาไล่เลียงกันดูนะครับ โครงการที่ ๑ คือโครงการจัดตั้งสำนักงานบูรณาการการแก้ไขปัญหา ความยากจนและเลื่อมล้ำ โครงการนี้เขียนเอาไว้ในแผนอย่างชัดเจน ที่ลงนามไว้เมื่อ เดือนเมษายน ปี ๒๕๖๑ ว่าจะต้องจัดตั้งสำนักงานนี้ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาศแรกของปี ๒๕๖๑ แปลว่าอะไรครับ ล่วงเลยมาแล้วถึงปัจจุบัน สำนักงานนี้ล่าสุดตั้งเสร็จแล้ว ล่วงเลยมาประมาณ ๑ ปีครับท่านประธาน นอกจากนั้นภายใต้แผนนี้ยังมีข้อสังเกตที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องของ ตัวชี้วัดครับท่านประธาน ในรายงานนี้ สำนักงานนี้จะต้องมีการพยายามที่จะขับเคลื่อน แก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ พร้อมกับหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ โดยมีตัวชี้วัดที่เรียกว่า ดัชนีความสุข ความเป็นอยู่และรายได้ของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ต้องเพิ่มขึ้น อันนี้คือดัชนีที่เขียนเอาไว้นะครับว่าเพิ่มขึ้น คำถามครับท่านประธาน เพิ่มขึ้น ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ เรียกว่าเพิ่มขึ้นไหมครับ ดังนั้นผมพยายามจะชี้ให้เห็นว่าการตั้งดัชนีเช่นนี้ ไม่มีประสิทธิภาพครับท่านประธาน อย่างน้อยเราควรต้องกำหนดเป้าหมายเทียบเคียงกับ ประเทศต่าง ๆ ว่าดัชนีทั้ง ๓ ตัวนี้ควรจะอยู่ที่เท่าไร นอกจากนั้นยังมีดัชนีอีกตัวที่บอกว่า จำนวนชุมชนที่เข้มแข็งเพิ่มขึ้น ไม่ทราบว่าวัดอย่างไรว่าชุมชนเข้มแข็งเป็นอย่างไร และเพิ่มขึ้นเท่าไร นอกจากนั้นภายใต้โครงการนี้ถ้าเราดูในแผนปฏิรูประบุไว้ว่ามีงบประมาณ อยู่ที่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ล่าสุดในรายงานความคืบหน้าไม่ระบุงบประมาณแล้ว ตรงส่วนนี้ ก็ใคร่ขอเรียนถามไปทางท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่า เท็จจริงเป็นอย่างไร ไปกันต่อครับ
โครงการที่ ๒ ท่านประธานครับ คือโครงการที่ระบุไว้ในรายงานความคืบหน้า ว่าปรับสถานภาพรัฐวิสาหกิจชุมชนให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งแท้จริงแล้วจริง ๆ โครงการนี้ถ้าเรา ไปดูแผนตั้งต้นเขียนไว้ว่าเป็นโครงการที่ชื่อว่า การพัฒนาธุรกิจชุมชน ถ้าเขียนแบบนี้แล้ว ท่านสมาชิกอ่านแล้วจะงงว่าทำไมตั้งวงเงินงบประมาณตั้ง ๒,๕๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อแค่ปรับ สถานภาพของวิสาหกิจหรืออย่างไร โครงการนี้เขียนเป้าหมายเอาไว้ค่อนข้างดีครับ เป้าหมายมีอยู่ ๕ เป้าหมายนะครับ ผมขออนุญาตที่จะไล่เลียงให้ฟังอย่างรวดเร็วนะครับ
เป้าหมายแรก คือการมีเครือข่ายธุรกิจชุมชน มีสินค้าประจำพื้นที่ทั่วประเทศ ภายในปี ๒๕๖๑
ข้อที่ ๒ มีอีคอมเมิร์ซ เซ็นเตอร์ (e-Commerce center) ทุกภาคในประเทศ ภายในปีที่แล้วเช่นกันครับ
ข้อที่ ๓ คือมีอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์ม (e-Commerce platform) ที่จะสร้าง รายได้
ข้อที่ ๔ มีเซ็นเตอร์ ออฟ เอ็กซ์เซลเลนต์ (Center of excellent) ขออนุญาต ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ เพราะว่าในเอกสารราชการก็เขียนเช่นนั้นนะครับ ในทุกพื้นที่ป้าหมาย ภายในไตรมาสที่ ๒ ของปี ๒๕๖๑ และทุกภูมิภาคทั่วประเทศภายในปี ๒๕๖๑ และ
ข้อที่ ๕ คือสถาบันการเงินในชุมชนครับ
ทั้งหมดนี้ท่านประธานไม่ปรากฏซึ่งความคืบหน้าในรายงานที่เรากำลัง รับทราบกันอยู่เลย ทั้ง ๆ ที่กรอบระยะเวลาทั้งสิ้นคือ ๑๒ เดือน วงเงินงบประมาณก็มีระบุ เอาไว้ ซึ่งวงเงินงบประมาณระบุไว้ ๒,๕๕๗ ล้านบาท และวงเล็บว่าอยู่ระหว่างการหารือ ผ่านไป ๑ ปี ครบรอบกรอบเวลาทำงานแล้วก็ยังคงวงเล็บเหมือนเดิมว่าอยู่ระหว่างการหารือ ผมไปต่อนะครับท่านประธาน
โครงการอีกโครงการหนึ่งคือโครงการการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าหลัง และไม่จำเป็น หรือที่เราเรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า เรกูลาทอรี กิลโลทิน (Regulatory Guillotine) นะครับ โครงการนี้มีความสำคัญครับท่านประธาน การที่จะแก้ไขกฎหมาย ที่ล้าหลังจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจในการแข่งขันได้ ยกตัวอย่าง ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อประมาณปี ๒๕๔๐ นะครับ เขาทำเรกูลาทอรี กิลโลทิน (Regulatory Guillotine) นะครับ แก้ไขกฎหมาย ๑๑,๐๐๐ ฉบับกว่าเกือบ ๆ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเรียกว่า ถูกยกเลิกกันไปเลย อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็เป็นการปรับปรุง ประเทศเกาหลีใต้ใช้เวลา ๑ ปี
สำหรับแผนปฏิรูปเรากำหนดไว้ ๕ ปีครับท่านประธาน ผ่านไปแล้ว ๑ ปี เกิดอะไรขึ้นครับ ๑ ปีสิ่งที่เกิดขึ้น ประเทศเกาหลีใต้ ๑ ปีแก้ไขกฎหมายไป ๑๑,๐๐๐ ฉบับ ของเรา ๑ ปีเรายังไปไม่ถึงไหนครับ ล่าสุดตามรายงานความคืบหน้าคือทางคณะกรรมการ ได้ว่าจ้างทีดีอาร์ไอ (TDRI) หรือสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศเป็นผู้ดำเนินการ อันนี้คือ ความล่าช้าที่เกิดขึ้น และ
โครงการที่ ๔ ในรายงานความคืบหน้าคือการส่งเสริมใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้กับเกษตรกร ที่เรียกว่าสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) หรือพรีซิชัน ฟาร์มมิ่ง (Precision Farming) โครงการนี้มีกรอบเวลา ๒ ปี มีการพัฒนาแอปพลิเคชัน (Application) ที่เรียกว่า อะกรีแมป (Agri-Map) ผมลองดาวน์โหลด (Download) มาเล่นแล้วครับ ท่านประธานก็ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ความคืบหน้าดูจะดีครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ เคลือบแคลงและสงสัยคือเรื่องของงบประมาณครับท่านประธาน ไม่มีการระบุงบประมาณ ที่ใช้ว่าเป็นเท่าไร ตั้งแต่แผนปฏิรูปประเทศตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วก็ไม่ได้ระบุ ในรายงานความคืบหน้าก็ไม่ได้ระบุนะครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและต้องเร่งด่วนมาก เราทราบกันดีว่าปีงบประมาณ ที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. ใช้เม็ดเงินกว่า ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการสนับสนุนราคาพืชผล ทางการเกษตร โครงการลักษณะนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะขับเคลื่อนให้กับเกษตรกรไทย มีศักยภาพสูงขึ้น ขับเคลื่อนให้เกษตรกรไทยสามารถลดต้นทุนในการผลิต ลดความเสี่ยง ในการเพาะปลูกได้ ดังนั้นผมจึงเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะทำงานได้โปรดพิจารณา เรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบ และจริงใจต่อประชาชน ทั้งหมดนี้คือความล่าช้าใน การดำเนินงาน คือการกำหนดตัวชี้วัดที่ไม่มีประสิทธิภาพ คือการกำหนดวงเงินงบประมาณที่ ไม่ละเอียด ไม่ชัดเจน มีความเคลือบแคลง ทีนี้เมื่อผมพิจารณาแผนปฏิรูปประเทศในด้าน เศรษฐกิจผมมองเห็นสิ่งหนึ่งที่ไม่มีอยู่ในแผนนี้ คือประเทศไทยถ้าเราต้องการที่จะก้าวข้าม ประเทศกับดักรายได้ปานกลาง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจำเป็นต้องมีนวัตกรรม เราจำเป็นต้องมี เทคโนโลยีเป็นของตัวเอง หมดเวลาแล้วกับการพัฒนาประเทศโดยการดึงนักลงทุนต่างชาติ เข้ามาลงทุน หมดเวลาแล้วกับการแข่งขันโดยใช้ค่าแรงที่ต่ำ ถึงเวลาที่ต้องใช้นวัตกรรม ใช้เทคโนโลยีภายใต้แผนนี้ ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศ ในด้านเศรษฐกิจ มีโครงการที่เรียกว่า จะสร้างให้เกิดระบบนิเวศทางด้านวิจัยและพัฒนาและระบบนิเวศทางนวัตกรรม แต่ก็ต้อง เรียนว่าเมื่อไปดูในรายละเอียดลึกแล้วยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ แผนหลายอย่างระบุไว้ว่า ต้องเสร็จสิ้นภายในปี ๒๕๖๑ แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน ไม่มีรายงานกลับมา ดังนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พรรคอนาคตใหม่ โดยหัวหน้าพรรคของผมคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พูดหลายครั้งและในหลายเวลา เกี่ยวกับ การพัฒนาเศรษฐกิจและพัฒนาอุตสาหกรรม เราพูดถึงไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) เราบอกว่า การพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาอุตสาหกรรมมีวิธีการที่เราจะสามารถก้าวข้ามประเทศอื่น หรือที่เขาเรียกว่าเพรส คลิปปิง (Press clipping) คือเทคโนโลยีที่ประเทศอื่นยังวิจัยและพัฒนา ได้ไม่สมบูรณ์ มันเป็นโอกาสของประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยที่จะแข่งขันได้ทัน โดยการลงทุนโดยรัฐ ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจัง ใส่เม็ดเงินลงไปเพื่อพัฒนา เทคโนโลยีให้เป็นของเราเอง นวัตกรรมเป็นของเราเอง ดังนั้นก่อนที่ผมจะจบการอภิปราย ผมก็อยากจะเรียนว่าปัญหาความยากจน ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนเป็นปัญหา ระดับชาติ ผมอยากจะวิงวอนให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามานี้โปรดแสดงความ จริงใจที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โปรดคิดถึงความลำบากของพ่อแม่ พี่น้องประชาชน เกษตรกร พ่อค้าแม่ขาย ฐานรากทางสังคม ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาปรากฏใน โซเชียล มีเดีย (Social media) หลายที่ เขาบอกว่าทำไมรอบนี้เลือกอนาคตใหม่ทำไมได้ อนาคตเก่า ดังนั้นครับท่านประธาน ถ้าคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะมีขึ้นนี้ ถ้าท่านไม่ทำ หรือทำไม่ได้ รอบหน้าพวกผมเข้าไปทำแล้วกัน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลา ไว้ดีครับ มีท่านขอปรึกษาเรื่องการอภิปราย ท่านอิทธิรัตน์ เชิญเลยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อิทธิรัตน์ จันทรสุรินร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตหารือท่านนิดหนึ่ง แล้วก็ต้องเรียนท่านสมาชิกว่าที่ผมหารือไม่ได้เป็น การปิดกั้นการแสดงออกในเรื่องของความคิดเห็น ในเรื่องแผนปฏิรูปประเทศในครั้งนี้นะครับ ผ่านมาวันนี้วันกว่าแล้ว ผมกลัวว่าการประชุม ของเรา ๒ วันที่ผ่านมาจะเป็นโมฆะการประชุมหรือเปล่าครับท่านประธาน มีโมฆะบุรุษ วันนี้อาจจะมีโมฆะการประชุมหรือไม่ ที่ผมต้องเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ ท่านประธาน ลองไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ เนื้อหาในมาตรา ๒๗๐
ท่านอิทธิรัตน์จะปรึกษา เรื่องการอภิปราย
ใช่ครับ
หรือว่าจะหยิบประเด็นอื่น ขึ้นมาครับ
ไม่ครับ ปรึกษาเลยครับ
ถ้าอย่างนั้นก็จบแค่นี้
ท่านประธานฟังนิดหนึ่งได้ไหมครับ
ผมขออนุญาตไปต่อ เลยนะครับ ขอเชิญท่านผู้อภิปราย
ท่านประธานนิดเดียวครับ คณะรัฐมนตรีต้องแจ้งความคืบหน้าต่อรัฐสภา
เข้าใจแล้วครับ ท่านหยิบยก ประเด็นนั้นขึ้นมาอีกก็จบแล้วครับ เพราะเมื่อวานก็มีผู้พูดแล้ว ผมขออนุญาตต่อไปนะครับ เนื่องจากมีการเพิ่มผู้อภิปรายเข้ามาอีกท่านหนึ่งของพรรคเสรีรวมไทย แต่ผมขออนุญาตให้ ทางพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายต่ออีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ คุณหมอ ๑๐ นาที ลดลงมาเหลือสัก ๗ นาที เพื่อให้เพื่อนอีก ๓ นาที เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานที่เคารพ ในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศที่เสนอโดยสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามมาตรา ๒๗๐ ของประเทศไทยนั้น กระผมว่า เป็นการปฏิบัติที่ตรงข้ามนะครับ เพราะว่ามันไม่ใช่เป็นการปฏิรูปไปสู่ประชาธิปไตย เป็นการปฏิรูปไปสู่อำนาจนิยมเสียมากกว่าท่านประธานที่เคารพ ทำไมถึงว่าอย่างนั้นครับ เพราะว่าคณะที่เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดนั้น ก็เป็นคณะซึ่งปกครองประเทศในขณะนั้น ผู้ที่ปฏิบัติ จึงต้องปฏิบัติตามนโยบายของท่านเหล่านั้น ก็พูดกันง่าย ๆ ว่าถ้าเราพูดถึงประชาธิปไตย นั่นคืออำนาจของพี่น้องประชาชน ท่านผู้ทรงเกียรติในที่นี้ ๕๐๐ ท่านนั้น เป็นผู้ที่ประชาชน เลือกมา ก็เป็นของประชาชน โดยประชาชน แล้วก็เพื่อประชาชน แต่ก็ยังมีบางท่าน ผู้ทรงเกียรติในวุฒิสภา ในสมาชิกวุฒิสภากล่าวว่า ผมชอบเผด็จการประชาธิปไตย ผมก็ยอมรับนะครับ มันก็เป็นประชาธิปไตยของคนส่วนน้อยกลุ่มหนึ่งซึ่งมี คสช. คณะรัฐมนตรี แล้วก็แม่น้ำทั้งห้า หรือสภานั้นเอง เพราะฉะนั้นมีการเลือกตั้งขึ้นมา ๒๕๐ คน จึงเป็นการเลือกตั้งโดยสมาชิกของคนส่วนน้อยก็เป็นประชาธิปไตยนะครับ ถ้าเราจะเรียก ให้ถูกได้ว่า ๕๐๐ คนนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีก ๒๕๐ คนนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทน คสช. อันนี้เป็นการเข้าใจที่ถูกต้องเลย เพราะฉะนั้นเมื่อมีอำนาจอย่างนี้ผู้ที่กระทำการในเรื่อง การร่างปฏิรูปของประเทศจึงมีแนวคิดเช่นนั้น จึงเกิดปัญหามากมายว่ามันถอยหลังไปสู่ คนกลุ่มน้อยปกครองประเทศเท่านั้นเองนะครับ การเศรษฐกิจก็เหมือนกัน เมื่อปกครอง อย่างนี้การร่างการปฏิรูปประเทศจึงมองไปถึงอำนาจนิยม มองไปถึงนายทุนผูกขาดที่เข้ามา จึงทำให้ประเทศของเราประชาชนยากจนเป็นที่สุดของโลกแล้วนะครับ อันดับ ๑ คนรวย มีเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน นอกนั้นจนหมดครับ ถ้าพูดถึง จีดีพี (GDP) เราก็พูดเสมอว่า จีดีพี (GDP) ของประเทศเรานั้นได้เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ๆ แต่ใน ๑๐ ประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ เราเป็นอันดับโหล่ครับ สูงแค่ประเทศพม่า ประเทศลาวเท่านั้น พอพูดถึง จีดีพี (GDP) กระผมอยากจะกราบเรียนท่านที่เคารพว่า คงมีคนฟังที่บ้านด้วย ความเข้าใจ จีดีพี (GDP) ก็คือรายได้ของประเทศเท่านั้นเอง พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้านก็มี รายได้ประจำครอบครัวแล้วครับ สามีภรรยาหาเงินได้ ๒๐,๐๐๐ บาท ใช้จ่ายให้ลูก ไปเรียนหนังสือ ๑๐,๐๐๐ บาท ใช้จ่ายอย่างอื่นจิปาถะ ๕,๐๐๐ บาท ก็เหลือ ๕,๐๐๐ บาท มันเพิ่มแต่ละปี ถ้าปีหน้าเหลือ ๖,๐๐๐ บาท ก็เพิ่มเป็นเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป นี่เป็น จีดีพี (GDP) ของครอบครัวนะครับ ก็เป็น จีดีพี (GDP) ของหมู่บ้าน ของประเทศสูงมากคือละเอียดขึ้นไปหน่อย นั่นก็คือว่ารายได้ ของงบประมาณของแผ่นดินล่ะ การลงทุนล่ะ รายจ่ายของพี่น้องประชาชนก็มารวมหมด หักลบการค้าขายซื้อขายต่างประเทศ อันนี้เป็น จีดีพี (GDP) ของประเทศ เราเพิ่มน้อยที่สุด แล้วครับท่านที่เคารพทั้งหลาย เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในการปฏิรูปเหล่านี้ไม่ได้มีดีอะไร ขึ้นเลย ผมคิดว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลองท่านประธานที่เคารพครับ มาพูดถึงลึก เข้าไปหน่อยในเรื่องสังคมการสาธารณสุข การสาธารณสุขเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน โดยตรง ผมจึงขอพูดในที่นี้ว่าเราปฏิรูปอย่างไรว่าพี่น้องประชาชนเรานั้นเดือดร้อนเรื่องนี้ เดิมทีเราใช้บัตรทองที่เรียกว่า ๓๐ บาท รักษาทุกโรคนะครับ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค ก็ไม่เท่าเทียมกันเสียแล้วครับ มันมีกองทุนหลายกองทุนไม่ว่ากองทุนข้าราชการ กองทุน บัตรทอง กองทุนของรัฐวิสาหกิจ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในกองทุน เหล่านี้ใน ๔๘.๘ ล้านคน เป็นกองทุนบัตรทองนะครับ ก็ได้งบแค่ ๒,๕๙๒.๘๙ บาท เดี๋ยวนี้ อาจจะเพิ่มเป็น ๓,๐๐๐ บาทแล้วนะครับ กองทุนสิทธิข้าราชการมี ๔.๙๗ ล้านคน ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนนะครับ มีรายได้ ๑๒,๖๗๖.๖ บาท ต่อหัวต่อคน ของพี่น้องประชาชน ๓,๐๐๐ บาทนะครับ ประกันสังคม ๓,๓๕๔ บาท นี่คือความเหลื่อมล้ำที่การปฏิรูปจะต้อง จัดการในเรื่องนี้เพื่อหางบประมาณให้เพิ่มขึ้น แล้วที่น่าเสียดายที่ผ่านมานั้นท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่ผ่านมานั้นเราไปแยกว่ามีคนจน ๑๔ ล้านคน เดี๋ยวนี้เป็น ๑๔,๕๐๐,๐๐๐ คน แล้วครับ คนจนไปหักจาก ๔๘ ล้านบาท ก็เหลือ ๓๐ กว่าล้านบาท ๓๐ ล้านบาทนั้นจ่าย โคเป (Co-pay) ต้องจ่ายร่วมนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็ฝากท่านผู้ปฏิรูป ที่ร่างปฏิรูปนี้ช่วยด้วยให้แก้ไขปฏิรูปให้ถึงประชาชนครับ
ถ้าพูดถึงการศึกษามีตัวเลขตัวหนึ่งที่น่าสนใจนะครับ งบประมาณการศึกษา ปีหนึ่งประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้จ่าย ๕ แท่ง ท่านประธานที่เคารพทราบไหมครับ นักเรียนเราตั้งแต่ชั้นประถม ถึงมัธยม ถึงมหาวิทยาลัย ๑๔ ล้านคนครับ เรามาดูค่าเฉลี่ยนะครับ ถ้าเอาเงินไปแจกเขาแต่ละคนจะได้คนละประมาณ ๓๕,๗๐๐ บาท นั่นหมายความว่านักเรียน ทุกคนควรจะได้ขนาดนี้ บ้านผมจังหวัดนครพนมหรือที่อื่นก็ตาม นักเรียนบ้านผมได้ปีละ ๒,๐๐๐ บาทครับ ๒,๐๐๐ บาทนี้ก็ไปใช้ซื้อนมซื้ออะไรก็ไม่ได้เพราะเขาซื้อให้หมด อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ท่านต้องดูในเรื่องนี้ ทำอย่างไรละครับ หัวใจของการศึกษาอยู่ที่ เด็กนักเรียน เงินต้องไปสู่บ้านนอกและประชาชนให้มากที่สุด หารกันให้แน่นอน โรงเรียน มีพันคนก็คูณไปเลยก็ไปแบ่งกัน แล้วเงินนั้นส่งไปโดยตรงครับ เป็นนิติบุคคลหรืออะไรก็ได้ ออกกฎหมายมา เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ฝากนะครับ ท่านประธานที่เคารพ หลายคนในที่นี้ ได้แนะนำว่าอยากให้สภาเป็นผู้พิจารณาเรื่องการปฏิรูปประเทศ ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะพี่น้องประชาชนของเรานั้น ๕๐๐ คน มาจากประชาชน เป็นของประชาชนเราต้องทำ โดยประชาชน ขอบพระคุณอย่างสูงครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณคุณหมอครับ ผมขออนุญาตไปทางฝ่ายรัฐบาลนะครับ ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะตั้ง ข้อสังเกตจากการได้อ่านรายงานความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศ เป็นที่ทราบกันอยู่นะครับ ว่าการปฏิรูปประเทศเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล แต่เมื่อได้อ่านรายงานแล้ว ผมมีความรู้สึกว่าความสำคัญนั้นเป็นแต่เพียงภาพที่บอก แต่การปฏิบัตินั้นดูจะไม่เป็น ความจริงเท่าไร จึงทำให้ผมมีคำถามเกิดขึ้น ๓ คำถาม
คำถามที่ ๑ แผนปฏิรูปประเทศนี้สำคัญจริงหรือ จากการที่กำหนดใน มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้จะต้องมารายงานต่อสภาแห่งนี้ทุก ๓ เดือน แสดงว่าตอนที่คิดทำแผนปฏิรูปนั้น ได้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ และต้องการให้เกิด การปฏิรูปที่เป็นผลสำเร็จตามเป้าหมายที่แท้จริง แต่เมื่อถึงการปฏิบัติครับ ท่านประธานครับ วันนี้เราพบว่าในรายงานของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฐานะที่เป็น เลขานุการ มีกระทรวงเพียง ๔ กระทรวงเท่านั้น แล้วก็มีหน่วยงานอีก ๗ หน่วยงานเท่านั้น ที่รายงานความคืบหน้า กระทรวงที่เหลือ หน่วยงานราชการที่เหลืออีกจำนวนมากไม่มี ในรายงานอันนี้ เพราะฉะนั้นจึงทำให้เกิดคำถามว่ากระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ นี้ ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปประเทศตามนโยบายของรัฐบาลที่ตั้งใจไว้นี้จริงหรือ ประเด็นที่ จะต้องพิจารณาก็คือในการที่จะปฏิรูปนี้ถ้ากระทรวงและหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้ ให้ความสำคัญ งานปฏิรูปคงจะสำเร็จยากนะครับ แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่ากระทรวงและ หน่วยงานเหล่านั้นมีความจริงใจและเห็นความสำคัญของการปฏิรูปตามแผนนี้จริงหรือไม่ ผมอยากขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลควรที่จะต้องกำกับการปฏิบัติแผนปฏิรูป ให้มากกว่านี้และให้จริงจังกว่านี้ เพื่อให้กระทรวงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนั้น ให้ความสำคัญและนำไปสู่การปฏิบัติจริง
คำถามที่ ๒ ที่เป็นคำถามที่ผมมีก็คือว่า แผนปฏิรูปครั้งนี้จะปฏิรูปได้ จริงหรือ จากข้อมูลของรายงานพบว่าการปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๑ ด้านนั้นจะต้องมีโครงการ ที่จะทำให้เกิดการปฏิรูปตามนั้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพียงเรื่องเดียวนะครับ เช่นในด้าน การเมืองมีโครงการโรงเรียนประชาธิปไตย ซึ่งถือว่าเป็นควิกวิน โปรเจกต์ (Quick Win Project) ของแผนปฏิรูป แต่เมื่อไปดูในสาระแล้วพบว่าโครงการนี้ต้องการปฏิรูปและพัฒนา ระบบการศึกษาตลอดจนหลักสูตรการสร้างเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งฟังดูดีนะครับ แล้วก็หวังว่าจะพัฒนา โรงเรียนนี้ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบแล้วก็โรงเรียนทั้งหมดเดินตามแนวทางนี้ เมื่อมาดู ในวัตถุประสงค์ของโครงการพบว่าโครงการต้องการให้มีหลักสูตรการเสริมสร้างวัฒนธรรม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในทุกระดับชั้น ให้เป็นหลักสูตรภาคบังคับ วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ ให้มีการทดสอบความรู้ด้านการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขผ่านคะแนนโอเน็ต (O-NET) แล้วก็แกต/แพต (GAT/PAT) ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายวิชานี้ โครงการนี้เราก็จะมี วิชาเสริมสร้างวัฒนธรรมการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข แล้วนักเรียนก็ได้อ่านตำรา ได้อ่านเอกสาร ครูได้บรรยาย แล้วก็สอบได้คะแนนโอเน็ต (O-NET) แกต/แพต (GAT/PAT) ถ้าสมมุติสอบได้คะแนนสูง กระทรวงศึกษาธิการก็จะมา รายงานว่านักเรียนของเรามีวัฒนธรรมทางการเมืองตามแผนปฏิรูปแล้ว ซึ่งในความเป็นจริง เราพบว่าความเป็นประชาธิปไตยนั้นมันไม่ได้อยู่ที่ตอบข้อสอบได้ แต่มันอยู่ที่จิตสำนึกและ การกระทำของนักเรียนเป็นสำคัญ โครงการในลักษณะนี้เป็นโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการ มีเยอะมากแล้วก็ประสบความล้มเหลวมามากพอแล้ว เราไม่ควรที่จะต้องทำอีก วัฒนธรรม ประชาธิปไตยนั้นไม่ได้วัดจากหลักสูตร ไม่ได้วัดจากคะแนนโอเน็ต (O-NET) คะแนน แกต/แพต (GAT/PAT) เพราะฉะนั้นแผนปฏิรูปของประเทศจะต้องพุ่งตรงไปยังสาเหตุของ ปัญหาที่ประชาธิปไตยของเรายังไม่พัฒนา เพื่อให้เราสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้โดยตรง แผนปฏิรูปประเทศนั้นถ้าดูกันในเรื่องวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ก็คือการที่จะสร้างผล การเปลี่ยนแปลงของประเทศใน ๑๑ ด้านให้เกิดขึ้น แล้วก็ประชาชนได้รับประโยชน์จริง ความเชื่อมั่นศรัทธาต่อการปฏิรูปของประเทศของประชาชนจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ประชาชนจึงจำเป็นที่จะต้องมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศแล้วก็เปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ให้สำเร็จ แผนการปฏิรูปประเทศนี้เป็นแผนการปฏิรูปที่เราเห็น ผมอยากจะขออนุญาต เรียกว่าเป็นแผนปฏิรูปประเทศของข้าราชการ แต่ไม่ใช่ของประชาชน การปฏิรูปใดก็ตาม จะสำเร็จได้ต้องเริ่มที่รากฐาน ซึ่งนั่นก็คือประชาชน ดังนั้นถ้าการตั้งต้นปฏิรูปประเทศ ด้วยการมอบนโยบายจากข้างบนหรือที่เรียกกันว่าผู้ใหญ่ใจดี ผู้ใหญ่รู้ดี ไม่มีทางที่จะสำเร็จได้ การออกแบบโครงการควรจะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมโดยเฉพาะประชาชนที่มีส่วนได้เสีย ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อฐานความคิดเป็นเช่นนี้แผนการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้าน จึงควรเริ่มต้นด้วยโครงการจำนวนที่ไม่มาก เช่นสัก ๓ โครงการในแต่ละด้าน และนำประชาชนที่มีส่วนได้เสียและส่วนราชการเข้ามาร่วมมือกันในการจัดโครงการที่จะปฏิรูป ร่วมกัน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมนะครับ เช่นการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ เราเริ่มด้วย ๓ โครงการดีไหม โครงการที่ ๑ คือการปฏิรูปการเรียนการสอนในชั้นเรียน โครงการที่ ๒ การปฏิรูประบบฝึกหัดครู และโครงการที่ ๓ การปฏิรูประบบการศึกษา ตลอดชีวิต ซึ่งผมไม่มีเวลาที่จะอธิบายในคอนเซ็ปต์ (Concept) เหล่านี้ นี่เป็นหัวใจที่ทำให้ การศึกษาของเราไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นนี่คือตัวอย่าง ขอให้มีแฟล็กชิป (Flagship) เพียง ๓ โครงการในแต่ละด้านพอแล้วนะครับ
คำถามที่ ๓ ที่ผมมีกับตัวเองในการอ่านรายงานก็คือว่าโครงสร้างยุทธศาสตร์ชาติ กับแผนปฏิรูปประเทศนั้นสัมพันธ์กันอย่างไร แผนปฏิรูปประเทศกับยุทธศาสตร์ชาติซึ่งได้มี การพัฒนาต่อมามีแผนแม่บท มีแผนปฏิบัติราชการกระทรวง แผนพัฒนาจังหวัดและ กลุ่มจังหวัด เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าแผนปฏิรูปประเทศในความเป็นจริงนั้นทำเสร็จก่อน แล้วก็รัฐบาลก็เร่งที่จะลงมือปฏิบัติเพื่อหวังจะให้เกิดการปฏิรูปที่เร็วขึ้น ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทนั้นมาเสร็จทีหลัง เพราะฉะนั้นจึงทำให้แผนปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทไม่ได้สอดคล้องกันเท่าที่ควร ด้วยโครงสร้างของแผนนั้นในระบบที่ได้วางไว้ ตามรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติถือว่าสำคัญที่สุด แล้วก็รองลงมาก็เป็นแผนแม่บท แล้วตามด้วยแผนปฏิบัติราชการกระทรวง หรือแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แล้วหลังจากนั้นก็จะมีแผนปฏิบัติราชการเป็นรายปีต่อไป ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่จะต้อง มีการกลับมาทบทวนว่าแผนปฏิรูปประเทศกับแผนแม่บทตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ วันที่ ๑๒ มีนาคมที่ผ่านมานั้น ตาม พ.ร.บ. ปฏิรูปประเทศ มาตรา ๖ นั้นสัมพันธ์กันอย่างไร แผนปฏิรูปประเทศที่นำมารายงานนี้ผมคิดว่าควรจะต้องนำกลับไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับ แผนแม่บทใหม่ตาม พ.ร.บ. ปฏิรูปประเทศ มาตรา ๑๓ จากคำถามทั้ง ๓ ข้อนี้ผมมี ข้อเสนอแนะครับท่านประธานครับ ข้อเสนอแนะที่ผมคิดว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ควรจะต้องพิจารณาก็คือ เมื่อแผนแม่บทออกมาแล้ว กระทรวง จังหวัด หรือกลุ่มจังหวัด จะต้องไปทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีตามกรอบหรือตามแนวทางของแผนแม่บทที่ว่านั้น เพราะฉะนั้นแผนปฏิรูปประเทศ โครงการที่ทำจะต้องไม่ทับซ้อนกับแผนปฏิบัติราชการของ กระทรวงและจังหวัด ซึ่งเขาจะมีเป็นประจำทุกปี ผมเชื่อว่าถ้าลงไปดูรายละเอียดของ โครงการในแผนปฏิรูปประเทศจะมีโครงการทับซ้อนเหล่านี้อยู่ค่อนข้างมาก แผนปฏิรูป ประเทศในแต่ละด้านควรระบุให้ชัดเจนว่าปัญหาสำคัญที่ต้องการแก้ไขเร่งด่วนในแต่ละด้าน คืออะไร แล้วก็ทำโครงการ ซึ่งผมเข้าใจว่าทางคณะกรรมการก็พยายามจะคิดแนวคิดเรื่อง แฟล็กชิป โปรเจกต์ (Flagship Projects) ขึ้นมา โดยหวังว่าแฟล็กชิป โปรเจกต์ (Flagship Project) นี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนการปฏิรูป อันนี้เป็นความเข้าใจที่ผมพยายามจะเข้าใจ เพราะฉะนั้นเราน่าจะทำโครงการแบบนี้สัก ๒-๓ โครงการในแต่ละด้านก็น่าจะพอแล้ว แล้วก็ วัดผลกันให้เห็นผลสำเร็จภายใน ๑-๒ ปี ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ อย่างเช่นในด้าน การบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูปเร่งด่วนที่ควรจะทำก็คือการแก้กฎระเบียบของ กรมบัญชีกลางว่าด้วยพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งวันนี้เรารู้แล้วว่ากฎระเบียบของ ทางราชการนั้นทำให้ส่วนราชการทั้งหลายไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แล้วถ้าพยายามจะ ปฏิบัติหน้าที่ก็จะถูก สตง. สอบ แล้วก็สุดท้ายก็ปฏิบัติผิด แล้วก็ถูกลงโทษในรูปแบบต่าง ๆ นี่คือปัญหาในการปฏิรูปที่เป็นพื้นฐานอย่างยิ่ง การปฏิรูปเรื่องการจัดสรรงบประมาณ วันนี้สังคมของเราพัฒนาไปสลับซับซ้อนมาก แต่เราพบว่ามันมีองค์กรในภาคประชาสังคม หรือว่าองค์กรศาสนาซึ่งทำประโยชน์ให้กับประเทศให้กับราชการเยอะมาก แต่เขาไม่สามารถ ที่จะรับงบประมาณจากทางราชการได้ เช่นการปฏิรูปโรงเรียนสอนศาสนาที่จะบูรณาการกับ วิชาสามัญเพื่อให้เรานำศีลธรรมกลับเข้ามาในชั้นเรียนของเรา ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เป็นรูปธรรมเลยนะครับ อย่างเช่นโรงเรียนในด้านพุทธศาสนาก็มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งมีแผนกธรรม แผนกบาลี แล้วก็แผนกสามัญ สิ่งนี้ยังไม่ได้รับการพัฒนา หรือในศาสนา อิสลาม เรามีโรงเรียนประจำมัสยิดหรือโรงเรียนตาดีกา ซึ่งวันนี้เมื่อเช้าได้มีการหารือ โดยท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ว่าขอข้าวกลางวัน ขอเงินช่วยเหลือ ตัวนี้เป็นสิ่งที่บอกชัดเจนว่า ระบบราชการที่เรามีอยู่อันนี้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปประเทศในเรื่องของการนำศาสนา มาเป็นประโยชน์ต่อการสร้างวัฒนธรรมให้กับประเทศชาติของเรา จากตัวอย่างดังกล่าวนี้ผมคิดว่าถ้าเราทำ ๒-๓ โครงการ ได้สำเร็จก็จะเกิดโมเมนตัม (Momentum) ของการปฏิรูปขึ้น แล้วก็จะทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการปฏิรูปมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากขออนุญาตเรียนเสนอท่านประธานผ่านไปยังฝ่ายเลขานุการและ รัฐบาลว่าขอให้ทบทวนแผนปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับแผนแม่บทตาม พ.ร.บ. ปฏิรูประเทศ มาตรา ๑๓ แล้วก็ไม่ทับซ้อนกับแผนปฏิบัติราชการกระทรวง แผนพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัด ที่มีอยู่แล้ว ในเวลาเดียวกันถ้าแผนปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๑ ด้าน มีโครงการ ๒-๓ โครงการ ในแต่ละด้านที่เป็นแฟล็กชิป (Flagship) แล้ว เราก็จะมีโครงการทั้งหมดประมาณ ๒๕-๓๐ โครงการเท่านั้นที่จะต้องมารายงานต่อสภาทุก ๆ ๓ เดือน เมื่อเป็นเช่นนี้โครงการ ตามแผนปฏิรูปก็จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศ เพราะฉะนั้นจึง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าขอให้รัฐบาลและหัวหน้าโครงการตาม แผนปฏิรูป ๒๕-๓๐ โครงการนี้มาเข้าร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่จะรายงานต่อสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะได้นำข้อสังเกตของสภาไปปรับปรุงโครงการให้ดียิ่งขึ้น แล้วก็เกิดอิมแพกต์ (Impact) ต่อการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้น ถ้าเราทำอย่างนี้ได้การปฏิรูปของประเทศก็จะสำเร็จ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน ผมเชื่อว่าความตั้งใจของรัฐบาลที่ทำ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ต้องการที่จะให้รัฐบาล ได้ทำงานกับสภาอย่างใกล้ชิด จึงได้กำหนดว่าจะต้องมีการรายงานปีละ ๔ ครั้ง เพราะฉะนั้น ก็ขอให้รัฐบาลได้กรุณามารับฟังความคิดเห็นของสภาในเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ทั้งประเทศ เพื่อที่จะได้ร่วมมือกันขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศของเราอย่างใกล้ชิด และให้ประสบความสำเร็จให้ได้ กรุณาอย่ามองว่าสภาคือคนที่จะคัดค้านการปฏิรูปประเทศ ผมเชื่อว่าทุกคนในสภาก็ต้องการการปฏิรูปประเทศเช่นเดียวกัน ขอให้เราหันหน้าเข้าหากัน แล้วก็มาพูดคุยกันด้วยหลักและเหตุและผล แล้วก็รับฟังซึ่งกันและกัน ตรงนั้นจะเป็น การเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปประเทศในความหมายที่แท้จริง ผมต้องขออนุญาตขอบคุณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยเฉพาะท่านเลขาธิการสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ได้พยายามทำรายงาน ผมนึกภาพออกนะครับว่าโครงการ แต่ละกระทรวงที่ออกมานั้นมันดูไม่สวยเหมือนกับที่ออกมาในรายงานนี้หรอก ท่านได้ ปรุงแต่งไว้ดีมากเลยครับ ท่านทำเมค อัพ (Make up) ได้ดีมาก ท่านพยายามนะครับ แต่ที่สำคัญก็คือว่าเราอยากเห็นรายงานจริง ๆ ของจริง เราจะได้รู้ว่ากระทรวงและกรม หรือส่วนราชการต่าง ๆ ทำอย่างไร ถ้าเราเห็นสิ่งที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติทำให้ดูดีแล้ว ซึ่งอันนี้เป็นหน้าที่ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้องขอบคุณตัวนั้น แต่ผมคิดว่าจำเป็นที่เราควรจะต้องได้เห็นของจริง เราจะได้รู้ว่า ส่วนราชการของเราเวลาทำการปฏิรูปจริง ๆ แล้วเขาคิดอย่างไร แต่จากรายงานที่ออกมานั้น ผมมีความรู้สึกว่าส่วนราชการและกระทรวงมองโครงการการปฏิรูปประเทศนั้นเป็นส่วนเกิน จากแผนปฏิบัติราชการที่เขามีอยู่ ซึ่งมันกลับหัวกลับหางกับความตั้งใจของรัฐบาลในการ ปฏิรูปประเทศ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า การปฏิรูป ประเทศเป็นจิตวิญญาณที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงประเทศ จำเป็นที่รัฐบาลจะต้อง ให้ความสำคัญแล้วก็ให้ถือว่าการพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กับสภาปีละ ๔ ครั้ง มาพูดเรื่องของชาติบ้านเมืองที่สำคัญ ๆ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แล้วก็จะเป็นประโยชน์ ต่อการขับเคลื่อนประเทศ ถ้าเรามีทัศนคติที่เป็นบวกต่อกันแบบนี้ผมคิดว่าการปฏิรูปประเทศ ของเรามีอนาคตและประเทศไทยและประชาชนคนไทยของเราก็มีอนาคตด้วยเช่นเดียวกัน แต่ในทางกลับกันถ้าไม่เป็นแบบนี้เราก็จะเห็นความวุ่นวายและการต่อสู้ของคนที่พยายามจะ เปลี่ยนแปลงกับคนที่ไม่เปลี่ยนแปลง ตรงนั้นเป็นปัญหาอย่างยิ่ง แล้วก็ต้องขอขอบคุณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอีกครั้งหนึ่งที่ท่านได้พยายามทำหน้าที่อันนี้ เป็นอย่างดี ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ถ้าท่าน เลขาธิการมีช่วงใดที่ท่านอยากจะตอบก็บอกนะครับ ต่อไปผมขอเชิญท่านต่อไปคือ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ขอเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ ให้โอกาสผมได้ขึ้นมาแสดงความคิดความเห็นในเรื่องของแผนปฏิรูปประเทศไทย ที่จะต้องรายงานตามรัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้เราได้มีการอภิปราย เราได้มีการแสดง ความคิดเห็นอยากหลากหลาย ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแผนปฏิรูปและ แผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยส่วนตัวผมต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการทำเรื่องของแผนปฏิรูปประเทศฉบับปัจจุบัน ซึ่งสักครู่ผมจะได้นำเรียน เหตุผลประกอบให้กับท่านประธานได้รับทราบถึงสาเหตุที่ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องของ การจัดทำแผนปฏิรูป ซึ่งแผนที่ทางสภาได้นำส่งให้กับทางสมาชิกของเราได้พิจารณา อยู่ในขณะนี้ ก็อยู่ในไตรมาสเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ เป็นครั้งที่ ๓ ของการพิจารณา เพื่อที่จะรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามแผน ท่านประธานครับ ถ้าเราได้ลงไปดูในรายละเอียดที่ปรากฏในเอกสาร เราจะได้เห็นถึงความล้มเหลวของการทำ เพื่อให้แผนที่กำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนว่าในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ที่คนเขียนกำหนดไว้ ที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในนี้ผมอยากจะได้เรียนท่านประธานถึงสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นการ ดำเนินการที่เพ้อฝัน และคนคิดคนเขียนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของการวาดฝันที่จะ ทำให้เกิดความสวยหรู ในการที่จะทำให้ประเทศชาติดูดี โดยเฉพาะเรื่องของด้าน การบริหารราชการแผ่นดินท่านประธานครับ การบริหารราชการแผ่นดินถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ในการที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อน ทำให้พี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี กลไกหลัก ก็คือส่วนราชการ องค์กรต่าง ๆ ที่มีการเกิดขึ้นมาภายใต้กฎหมายที่บังคับใช้สูงสุดก็คือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่แผนการปฏิบัติ ก็คือเรื่องของ การกระจายอำนาจ ท่านประธานครับ การกระจายอำนาจเมื่อวานนี้ก็มีบางท่านได้พูด ผมขออนุญาตที่จะได้นำเรียนท่านประธานสักเล็กน้อย แต่เป็นประเด็นที่ไม่ได้ซ้ำกับคนอื่น ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนประธานถึงเรื่องการกระจายอำนาจก็คือ ถ้าเรามองถึง การกระจายอำนาจในปัจจุบัน เราจะเห็นรูปแบบการปกครองโดยเฉพาะส่วนท้องถิ่น ในประเทศไทย มีทั้งรูปแบบการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานคร และพัทยา รูปแบบการปกครองท้องถิ่นโดยทั่วไปก็คือในส่วนของจังหวัดก็จะมี อบจ. มีนายก อบจ. มีสมาชิกสภา อบจ. มีเทศบาล มี อบต. แถมยังมีกำนัน ยังมีผู้ใหญ่บ้าน ฉะนั้น ถ้าท่านประธานลองนึกตามผมไปนะครับว่าในองคาพยพของการทำงานในการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในระดับจังหวัด ต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นจังหวัดของ ท่านประธานเอง ใน ๑ อำเภอจะมีตัวแทนในหลายระดับไล่ตั้งแต่กำนัน ไล่ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน ส.ท. อบต. แถมยังมีนายก อบจ. ดูแล แต่ในทิศทางกลับกัน กทม. ท่านประธานครับ ของเดิมเรามีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่มาจากการเลือกตั้งในสัดส่วนประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คนต่อ ส.ก. ๑ คน เรามีสมาชิก สภาเขต เขตละประมาณ ๗ คน หรือ ๘ คน แล้วแต่จำนวนประชากร แต่จากการ ปฏิวัติรัฐประหารของ คสช. ก็ได้มีการสั่งให้ยกเลิก โดยเฉพาะในส่วนของสมาชิกสภาเขต ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุดในการที่จะลงไปรับเรื่องปัญหา ความเดือดร้อนมาร่วมในการแก้ไขปัญหา เราพยายามที่จะไปชี้แจงกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง กับ สนช. ขออนุญาตครับท่านประธาน พรรคท่านประธานก็มีตัวแทนไปร่วมกับ พรรคเพื่อไทย แต่ท้ายที่สุดคนที่รับผิดชอบที่อยู่ในส่วนของกรรมาธิการก็ไม่ได้ฟังเหตุฟังผล ออกกฎหมาย กทม. มาให้ ส.ก. เหลือคงไว้เฉพาะ ส.ก. กับผู้ว่าราชการ กทม. ก็ยกเลิก และยุบสภาเขตไป ท่านประธานครับ ถามว่าอย่างนี้แล้วจะถือว่าเป็นเรื่องของการกระจาย อำนาจได้อย่างไรครับ ส.ก. เดิมมี ๖๐ คน ของใหม่เขียนให้เหลือ ๕๐ คน ของเดิมประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คนต่อ ส.ก. ๑ คน ของใหม่เขียน ๑๕๐,๐๐๐ คน ต่อ ส.ก. ๑ คน อย่างนี้หรือ ที่เรียกว่าการกระจายอำนาจ ฉะนั้นผมอยากจะให้ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้ลองไปพิจารณานะครับว่ากรุงเทพมหานครมีปัญหามากมายนานัปการ การที่คนจะเข้าถึงตัวแทนของเขา ที่จะช่วยเป็นปากเป็นเสียง ที่จะช่วยดูแลในการแก้ไข ปัญหา มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่มีแค่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่มีแค่สมาชิก สภากรุงเทพมหานคร หรือมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งก็เข้าถึงอย่างยากเย็น ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ตรงนี้ฝากไว้ อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ที่อยากจะได้ นำเรียนท่านประธานก็คือว่าเรื่องของการป้องกัน ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ผมขออนุญาตให้ท่านต่อไป ขอท่าน สงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้ผมไปอ่านเอกสารเพิ่มเติมเยอะแยะ เจตนาเมื่อคืนนี้ ผมต้องการจะสื่อสาร ๒ ฉบับ แต่ไม่มีโอกาส ผมจะพูดถึงเรื่องมาตรา ๑๘ ของ พระราชบัญญัติของท่าน ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ ใน (๑) ท่านสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการ และเงื่อนไขในการทำงานและการปฏิรูปประเทศ แล้วพอมา (๔) ท่านก็มีหน้าที่ ในการนำเสนอต่อหน่วยงานต่าง ๆ ท่านครับ ผมเองใกล้ชิดกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติมานาน เคยเป็นคนกำกับดูแลโครงการต่าง ๆ ของสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติภาคเหนือหลายโครงการ แต่วันนี้ต้องเรียนท่านว่า คณะกรรมการที่ท่านทำอยู่ขณะนี้เป็นการออกกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ และ หมวดที่กำหนดว่าต้องปฏิรูป ท่านครับมันจะเหมือนกับครั้งนั้นหรือเปล่าที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ต้องมีความพยายามที่จะให้หน่วยงานของท่านมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศ คือคณะกรรมการตามมาตรา ๘๙ แต่รัฐสภาก็เขียนไปอีกแบบหนึ่ง กลายเป็นว่าท่านก็ไม่ได้ เข้าอยู่ในโครงสร้างตามรัฐธรรมนูญต้องการ ตามเจตนารมณ์ที่เขียนไว้ ก็กลายเป็นสภาของ ท่านอานันท์ ปันยารชุน ที่เข้ามานั่ง ก็ทำอะไรไม่ได้มาก ไปล้อกับกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือ กฎหมายว่าด้วย กกต. เราพูดกันอย่างหนึ่ง ท่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็อยู่ ใคร ๆ ก็อยู่หมด พอออกมาเป็น กฎหมายก็กลายเป็นกระทรวงการเลือกตั้งไปเลย ผมพูดทั้งหมดเพื่อจะโยงว่าเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญกับกฎหมายฉบับที่ท่านถืออยู่ ปี ๒๕๖๐ พ.ร.บ. นี้อาจจะไม่สอดคล้องต้องกัน แต่ผมจะมองว่าในเส้นทางหนึ่งครับท่าน คือเส้นทางยุทธศาสตร์ชาติมีท่านเป็นคนกำกับ มีรถวิ่งอยู่เส้นทางนี้ ๑๑ คัน แต่จริง ๆ แล้วด้วยความเข้าใจของผมในการอ่านรัฐธรรมนูญ และอ่านบันทึกการประชุมของการเขียนกฎหมาย มองเห็นชัดเจนว่าคนที่จะทำหน้าที่ ของท่านน่าจะเป็นการเสนอแนะแล้วยังกำกับดูแลฝ่ายรัฐบาล คือคนบริหารเงิน ท่านครับ มันอีหลักอีเหลื่อกันหลายอย่าง มันซ้อนไปซ้อนมาหลายอย่างจนผมงงว่าจริง ๆ แล้วมันจะทำ อะไรได้หรือไม่ ท่านครับการปฏิรูปแต่ละด้าน รถ ๑๑ คันของท่านมันมีหมดครับท่าน ปฏิรูประบบราชการตามรถคันที่ ๒ กับสุดท้ายแล้วเป็นเรื่องของคันที่ ๑๑ คือเรื่องของทุจริต ใช่ไหมครับ แต่ละเรื่องมันพันกันหมดเลย มันไม่สามารถจะแยกเป็นเรื่อง ๆ ตามที่ท่านทำมา ผมยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง ทุจริตของประเทศนี้ ถ้าท่านจะปฏิรูปทำไมไม่มีการแนะนำ หน่วยงานต่าง ๆ ติดตาม คณะทำงานเรื่องราคากลางของโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะ เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ทั้งหลาย นี่คือตัวปัญหาของการทุจริต ไม่มีใครพูดถึงเลย ผมจะชวนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน ท่านต้องคิดให้ดีมีส่วนร่วมในการดูแลปฏิรูป ไม่ใช่ไปเขียนบทความอะไรต่าง ๆ แบบนั้น ท่านต้องตรวจสอบกระบวนการสะสมทุนของ คนที่ท่านอยากตรวจสอบ กระบวนการสะสมทุนของครอบครัวเขามาจากอะไร ถ้าเขาเป็น นักธุรกิจเขาร่ำรวยไปอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรเลยกินเงินเดือนมา ทำไมวันนี้ เขารายงานทรัพย์สินขนาดนั้น กระบวนการปฏิรูปต้องดูว่ามันมีช่องว่างตรงไหน ท่านครับ ท่านบัณฑูรเคยตอบคำถามเป็นเอกสารถึงสภา ขออนุญาตท่านประธานสั่งเลขาธิการไปดูว่า ท่านตอบเป็นเอกสาร ผมถามไปท่านก็ตอบเป็นเอกสารมารัฐสภาว่า อำนาจตามมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ ของกฎหมายวิธีการงบประมาณเป็นอำนาจเฉพาะมอบให้ใครไม่ได้ แล้วก็มอบให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด มอบให้อธิบดี มอบให้ปลัดกระทรวงไปเปลี่ยนแปลงงบประมาณหมดเลย ตัวนี้มันต้องปฏิรูปท่าน เมื่อกฎหมายไม่เปลี่ยน มาตรา ๑๘ บอกว่าเงินหลวงต้องออกเป็น พระราชบัญญัติ จะแก้ไขเพิ่มเติมก็ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติเพิ่มเติม พอมาตรา ๑๙ กฎหมายเดิมมาบอกว่า การเปลี่ยนแปลงข้อความ หรือว่าข้อมูล หรือว่า สารบัญญัติตามมาตรา ๑๘ ให้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและ ผอ. สำนักงบประมาณ ผอ. สำนักงบประมาณเซ็นเองมอบอำนาจไปหมดเลย มันมีผลต่อการทุจริต ผมมองอย่างนั้น ท่านเลขาธิการครับท่านช่วยกรุณาไปดูเรื่องนี้ การปฏิรูปต้องทำอย่างนี้ การทำงานต่าง ๆ ของรถ ๕ คัน ถ้ามันละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิ ท่านต้องแก้ไข ผมยกตัวอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ไฟฟ้าฝ่ายผลิตนี่ไปอย่าง ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคท่านขยายเขตไฟฟ้าไม่ว่าจะเกษตร หรืออะไรก็ตามมันจะขยายไกลเสียเงินเยอะ วินาทีที่เขาจ่ายไฟเขายึดสิ่งที่ประชาชนออกเงิน ไปหมดเลย เป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน เวลาเขาไม่ได้จ่ายเงินเดือนก็ตัดไฟเขาอีก นี่คือการละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิ เมื่อก่อนนั้นดูเหมือนว่าจะเขียนไว้ในมาตรา ๒๙ คราวนี้ ดูเหมือนจะเป็นมาตรา ๒๖ อธิบายอย่างชัดเจนว่าละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิมีตรงไหนบ้าง ท่านประธานครับไม่มีเวลามาก แต่ผมยืนยันว่าวันนี้ประมุขอาจจะใช้ภาษานี้ไม่ได้ก็ได้ ท่านประธานฝ่ายนิติบัญญัติผมดีใจครับท่าน ท่านเป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติของ พลเมืองโดยแท้ เพราะหลายอย่างที่ผมเห็นต่างท่าน และหลายอย่างที่ท่านเห็นต่างกับผม มันจบลงตรงนี้ ผมไม่อยากให้พวกเราไม่ปฏิรูปกันเอง พวกเราต้องไม่ทะเลาะกันเองด้วยในหมู่นักการเมือง วันนี้ท่าน มาตรา ๑๓๐ มาตรา ๑๓๑ มาตรา ๑๓๒ เปลี่ยนแปลงระบบสภาไปหมดครับ ผมถึงบอกว่าเมื่อผมมีโอกาสไปร่างข้อบังคับ ผมจะพยายามทำให้มันดีที่สุด แล้วให้มันมี ช่องทางออกให้เราสามัคคีกันได้ ให้เราทำงานเพื่อประเทศชาติได้ ท่านครับรัฐใดที่ใช้อำนาจ เป็นกฎหมายวิกฤตครับ หายนะครับ เราต้องให้รัฐไทยเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องบังคับเขา ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายครับ ทุกวันนี้ที่มีปัญหาเนื่องจากรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ สั่งว่า ๕ ปีต้องแก้ไข เพราะว่าเขตอำนาจขององค์กรต่าง ๆ จะซ้ำกัน ไม่มีใครทำเลย ก็เกิด การยึดอำนาจ วันนี้ผมไม่โทษใคร ผมโทษพวกเรากันเอง ถ้าเรายังทะเลาะกันอย่างที่ เขาต้องการ เรายืนอยู่ไม่ได้แล้วครับ วันนี้เป้าหมายคือพัฒนาบ้านเมืองเพื่อประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ขอเชิญ ท่านต่อไปนะครับ นายสุรทิน พิจารณ์ ๓ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ๑๑ ประเด็นที่เรื่องการปฏิรูป ผมจะเน้นที่การเมืองอันที่ ๑ ครับ
ข้อที่ ๑ บอกว่ารู้รักสามัคคี การปฏิรูปการเมืองจะเน้นไปที่พรรคการเมือง ตั้งแต่รัฐบาลได้ปฏิวัติมานะครับ ตั้งแต่มีคณะรัฐประหารมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบัน เลือกตั้งไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่เคยสนับสนุนงบประมาณ พรรคการเมืองเลยแม้กระทั่งสตางค์แดงเดียวครับท่านประธาน อยากถามว่าอันนี้จะปฏิรูปได้ เหมือนกับ มาตรา ๒๗๐ ได้อย่างไร ยกตัวอย่างนะครับ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พอปฏิวัติ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ได้งบประมาณมา ๖๐๐,๐๐๐ บาท ก็ตามมาเอาเงินหมด ทุกบาททุกสตางค์ครับ แถมเงินที่โอนมามีดอกเบี้ย ๔๕.๕๐ บาท กลับมาทวงเอาอีกครับท่าน อันนี้หรือการปฏิรูป พรรคการเมืองมันจะดำเนินการได้อย่างไรครับ ผมพูดสั้น ๆ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องการเลือกตั้ง เพราะว่าให้เวลาผมน้อยครับ ๓ นาที เลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม เลือกตั้งคราวที่แล้วสุจริตจริงหรือครับ ผมอยู่ฝ่ายรัฐบาล ก็จริง แต่ว่าเรื่องนี้ติเพื่อก่อนะครับ เห็นจะ ๆ ว่ามันไม่ยุติธรรม ไม่สุจริตนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งคือรายงานเกี่ยวกับโรงเรียนประชาธิปไตยนะครับ บอกว่า ยังไม่สามารถจะประชุมกันได้เนื่องจากว่าประธานลาออก รายงานฉบับนี้เป็นการโกหกสภา เป็นการเขียนขึ้นจากฝ่ายประจำเท่านั้น ผมเข้าใจว่าการปฏิรูปไม่มีเลยทางด้านการเมืองครับ ผมเหลืออีกหน่อยนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งอยากจะขอเรียนต่อท่านประธานว่าเรื่องเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ ปฏิรูปจริงหรือ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ชาวบ้านยากจนลง ยากจนข้นแค้นครับท่านประธาน ไม่ใช่ธรรมดา ออกบัตรคนจน แต่ออกบัตรคนจนไปช่วยคนรวย ช่วยอย่างไร บัตรคนจน เวลาจะไปซื้อต้องไปรูดเครื่องของเสี่ยครับ มีเครื่องเดียวที่ตลาดนั่นละ ชาวบ้านได้อะไรครับ เสี่ยได้สตางค์ ชาวบ้านได้ผงชูรส ได้น้ำปลา เศรษฐกิจของรากหญ้าจนลงทุกวัน ๆ ครับ ชาวบ้านไม่มีจะกินแล้ว ท่านประธานครับ ผมเวลาน้อยครับ กราบเรียนท่านประธาน เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปนะครับ นายรังสิมันต์ โรม เชิญเลยครับ
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ก่อนอื่นผมได้อ่านรายงาน ความคืบหน้า ผมพบว่าที่อ่านมาสวยหรูมาก สวยหรูจริง ๆ ดูดีเสียหมด เหมือนกับไม่ได้เป็น เหตุการณ์ ไม่ได้เป็นสิ่งที่สะท้อนออกมาจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นตลอด ๕ ปีที่ผ่านมาภายใต้ การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ มีด้วยกันทั้งหมด ๓ เรื่อง เรื่องแรกเป็นในเรื่องของกฎหมาย เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของ ความยุติธรรม และเรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ
ในเรื่องของกฎหมายผมพบว่ารายงานฉบับนี้ได้ให้ความสำคัญกับการ ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อชีวิตประชาชน หรือที่เรียกกันว่า เรกูลาทอรี กิลโลทิน (Regulatory Guillotine) มีการปรับปรุงให้มีกฎหมายกลางเพิ่มประสิทธิภาพ และลดผลกระทบจากผลการบังคับใช้กฎหมาย แต่ท่านประธานครับ ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ชื่ออาจจะฟังคล้าย ๆ กับคณะรัฐประหารหลายคณะ แต่ไม่เป็นอะไร ได้มีการออกประกาศการกระทำและคำสั่ง ต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ที่อ้างความมั่นคงของชาติ แต่แท้ที่จริงแล้วนั้นคือการปิดปากของประชาชน มีการออก พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ แต่แท้ที่จริงแล้วคือการสร้างกฎเกณฑ์และสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่ต้องการแสดงออก ของประชาชนนั่นเอง มีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ที่ให้อำนาจทหารเข้าค้น เคหะสถาน หรือควบคุมตัวประชาชนได้นานถึง ๗ วัน ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน วิพากษ์วิจารณ์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากนัก ก็อาจจะมีทหารไปหาท่านประธาน ที่บ้านได้เช่นเดียวกัน มากไปกว่านั้นครับท่านประธาน มีการออกคำสั่งอีกหลายคำสั่ง ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นกฎหมายผังเมือง เพื่อให้กับการสร้างโรงงานบางประเภท ลัดขั้นตอน อีไอเอ (EIA) ให้อำนาจ กสทช. ควบคุมเนื้อหาของสื่อมวลชน รวมทั้งยังสั่งลงโทษได้ มากไปกว่านั้นมีการยืดหนี้ค่ายมือถือแบบไม่มีดอกเบี้ยนานถึง ๑๐ ปี ที่สำคัญไปกว่านั้นครับ มีการออกคำสั่งทวงคืนผืนป่า เหมือนจะดี เพราะเราไม่มีป่าไม้กันมากเท่าไร แต่ผลที่ตามมา คือมีประชาชนชาวบ้านถูกจับกุมดำเนินคดี ทั้ง ๆ ที่เขาอาศัยมาก่อนที่จะมีอุทยานด้วยซ้ำไป นี่ยังไม่นับรวมถึงการออกคำสั่งที่ปิดเหมืองทอง และอาจจะสร้างความเสียหายให้กับ ประเทศไทยของเราเป็นมูลค่ามากกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท กฎหมายและคำสั่งเหล่านี้ ถ้าไม่ออกโดยหัวหน้า คสช. ที่นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ออกโดยสภาตรายาง หรือ สนช. ที่วันนี้ได้กลายสภาพไปเป็น ส.ว. เรียบร้อยแล้ว ไม่มีวาระเหล่านี้อยู่ในรายงาน ฉบับนี้เลยแม้แต่น้อย
ด้านที่ ๒ ที่ผมคงต้องเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมา ในเรื่องของ ความยุติธรรม มีการบอกเอาไว้ในรายงานฉบับนี้ว่าจะมีการรับแจ้งความทุกท้องที่ ห้ามนำ ผู้ต้องหาออกแถลงข่าว จัดให้มีทนายความทุกสถานีตำรวจ มีการปล่อยตัวชั่วคราว ในวันหยุดราชการ แต่ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้กลับไม่มีการพูดถึงคดีในศาลทหาร ที่จับกุมโดยทหาร พิพากษาพิจารณาคดีโดยทหาร ณ วันนี้จากข้อมูลของไอลอว์ (iLaw) เรามีคดีในศาลทหาร อยู่ทั้งสิ้น ๑,๗๒๓ คดี แล้วอย่างนี้เราจะปฏิรูปอะไรกัน เราจะทำอย่างไรกับประชาชน ที่ต้องกลายเป็นจำเลยจากกฎหมายและคำสั่งของ คสช. เราจะทำอย่างไรกับชาวบ้าน ๑๔ คนที่ต้องถูกจำคุกจากคำสั่งทวงคืนผืนป่า เราจะทำอย่างไรกับชาวบ้านอำเภอเทพาที่ถูก ดำเนินคดี เพียงเพราะเขาต้องการปกป้องสิ่งแวดล้อมจากการพยายามสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ไม่มีประเทศไหน หรือมีน้อยมากที่กำลังยอมรับว่าถ่านหินเป็นสิ่งที่ใช้ได้ในเรื่องไฟฟ้า เราจะทำอย่างไรกับการที่นักกิจกรรมจำนวนไม่น้อยที่อยู่ตรงข้ามกับ คสช. ถูกทำร้ายร่างกาย อย่างเป็นระบบและมีความต่อเนื่อง เราจะทำอย่างไรกับชนกลุ่มน้อยที่ถูกทหารวิสามัญ ฆาตกรรม มีกล้องวงจรปิดครับท่านประธาน แต่แล้วมันก็หายไป ปัญหาที่แท้จริงของ กระบวนการยุติธรรมไทยคือการที่เราใช้มันเป็นเครื่องมือโดยผู้ที่ยึดกุมอำนาจทางการเมือง ใช้เล่นงานบุคคลตรงข้ามหรือกลุ่มตรงข้าม คำถามคือสิ่งที่เสนอมาในรายงานฉบับนี้จะแก้ไข ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร นี่ไม่ใช่การปฏิรูปครับ แต่มันแค่เพียงการปรับปรุงปรุงแต่ง เพียงเล็กน้อยเท่านั้น กล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงท่านประธานเป็นนักกฎหมายผมเองก็เป็น นักกฎหมาย เราต่างรู้ดีว่าการปล่อยตัวชั่วคราวโดยหลักมันคือสิทธิของพวกเราทุก ๆ คน แต่วันนี้ในรายงานเล่มนี้กลับมาโฆษณาในทำนองว่านี่คือการปฏิรูปกฎหมายแล้ว ท่านครับ อย่าเอาความไม่สะดวกของราชการแล้วท่านไปปรับปรุงตรงนี้แล้วบอกว่านี่คือความสำเร็จ ที่ผ่านมาท่านแค่ไม่สะดวก ท่านแค่อยากนอนอยู่บ้าน แล้วท่านก็ปล่อยให้คนอีกจำนวนมาก ต้องถูกขังในช่วงวันเสาร์ วันอาทิตย์ ในช่วงเวลาที่ท่านอยู่ที่บ้านดูทีวี (TV) หรือทำอย่างอื่น มันไม่ใช่การปฏิรูปเลยครับ ในด้านอื่นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือ ประพฤติมิชอบ มีการโฆษณาครับท่านประธานว่าต้องการรณรงค์ให้ประชาชนรังเกียจ การทุจริตคอร์รัปชัน แต่ท่านประธานครับ มีประชาชนจำนวนไม่น้อยเขาอยากจะตรวจสอบ อุทยานราชภักดิ์ เขานั่งรถไฟฟรีไปดูหน่อยว่าอุทยานราชภักดิ์ที่ว่ามีการโกงกัน มีการหักหัว คิวกันมันมีจริงไหม ผลคืออะไรครับ ถ้าท่านประธานอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นท่านประธาน อาจจะเป็นหนึ่งในจำเลยร่วมกับจ่านิว คือถูกทหารจับกุมดำเนินคดีที่จังหวัดราชบุรี ประชาชนต้องการการตรวจสอบทุจริตครับ แต่เขาทำไม่ได้ นี่ยังไม่รวมถึงการตีแผ่ ทุกรายละเอียดข้อมูลธุรกิจของลูกชาย พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา ที่มีการตั้งอยู่ในค่ายทหาร แล้ว พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา ก็ได้แถลงเอาไว้ ณ ที่นี้ในรัฐสภาว่ามีอยู่จริง ยืนยัน
ท่านรังสิมันต์พยายาม อย่าไปเอ่ยชื่อคนนอกนะครับ
ครับ สิ่งที่ตามมาก็คือว่าเราก็ไม่สามารถ ที่จะตรวจสอบคอร์รัปชันใด ๆ ได้ ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก แต่ผมต้องขออนุญาตว่า นาฬิกา ๒๒ เรือนของ พลเอก ประวิตร เราก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ ผมก็ไม่รู้นะครับว่า คน ๆ เดียวจะเอานาฬิกาตั้ง ๒๒ เรือนไปทำอะไร มากไปกว่านั้นครับท่านประธาน สิ่งที่ผม สื่อสารทั้งหมดนี้ออกมาเราจะพบว่าการตรวจสอบการคอร์รัปชันโดยองค์กรภาครัฐ ไม่ว่าคดีไหนจะออกมาทางเดียวกันหมดเลยครับท่านประธาน คือบริสุทธิ์ โปร่งใส ไม่มีทุจริต ในบริบทที่ทุกคนก็รู้ว่า คสช. อยู่ในฐานะที่ให้คุณให้โทษแก่องค์กรตรวจสอบทั้งหลายนี้ ได้โดยตรง และบุคคลเหล่านี้ที่ถูกกล่าวหาก็ตาม ณ วันนี้ก็ต่างมีชีวิตที่สุขสบายได้เป็น ส.ว. กันถ้วนหน้า ถ้าเราเปรียบเทียบการปฏิรูปเป็นเหมือนการรีโนเวต (Renovate) บ้าน หรือการปรับปรุงบ้าน แต่ในบ้านของเรากลับมีขยะที่เน่าเหม็นรกเต็มไปหมด การที่เราคุยโวว่าจะเอาข้าวของหรู ๆ มาลง จะซื้อเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) อย่างดีมาตกแต่ง แต่ไม่คิดจะเคลียร์ (Clear) ขยะที่มีอยู่ออกไป ไม่คิดจะอุดรอยรั่วบนหลังคา แล้วมันจะเรียกว่า การรีโนเวต (Renovate) ได้อย่างไร การปฏิรูปก็เช่นกัน หากเราจะนำเสนอโครงการสวยหรู ต่าง ๆ นานา แต่ปล่อยปละละเลยปัญหาที่คณะรัฐประหารได้ทิ้งเอาไว้
หมดเวลาแล้วครับ
จะจบแล้วครับท่อนเดียว
หมดเวลาแล้วครับ ขออภัยด้วยครับ ได้ให้เวลาคุณรังสิมันต์มากกว่าคนอื่น
ขอบคุณท่านประธานมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปครับ ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ขอเชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ จากการที่ได้อ่านรายงานการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศนั้น ตามประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๖ เมษายนนั้นก็มี ๑๑ ด้าน ผมสนใจในเรื่องของ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีข้อความหนึ่งว่าสร้างความสมดุลระหว่าง การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ ตรงนี้ผมจะย้อนหลังนิดหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ในเขตตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง มีตำบลหนึ่งซึ่งได้สูญหายไปจากประเทศไทยไปแล้ว ๑ ตำบล ก็คือตำบลป่าบาลา-ฮาลา ซึ่งตรงนั้นก็มีทั้งโรงพัก มีทั้งที่ว่าการของตำบล มีทั้งมัสยิด มีที่ชุมชน แต่เนื่องจากว่าในสมัยนั้นประชาชนที่อยู่ที่นั่นก็ได้รับการร้องขอว่า ให้มีการย้ายออกจากพื้นที่เพราะเนื่องจากสมัยนั้นมีปัญหาในเรื่องของการปราบโจร จีนคอมมิวนิสต์ที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้น ประชาชนที่อยู่ที่นั่นก็ให้ความร่วมมือ แล้วก็ได้ย้าย จากตรงนั้นออกมาอยู่ข้างนอกแล้วมาอยู่ในเขตป่า ก็ให้ความร่วมมือบอกว่าหลังจากที่มี การปราบเสร็จเรียบร้อยก็จะโยกย้ายกลับไปที่เดิม แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้ย้ายกลับไป อยู่ที่เดิมก็บอกว่าตรงนั้นประกาศเป็นเขตป่าไปเรียบร้อยแล้ว ตรงนี้ต่างหากอยากจะนำเรียน ให้กับท่านประธานว่าอยากจะขอการพิจารณาว่าสภาพปัญหาของคนเหล่านี้สมควร ที่จะได้รับการพิจารณาใหม่ในระหว่างที่มีการปฏิรูปประเทศ เนื่องจากว่าป่าบาลา-ฮาลา เป็นป่า ที่มีความสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำ อาจจะต้องมีวิธีการพิจารณาหาความเป็นธรรมกับ คนเหล่านี้ด้วย ตรงนี้ผมอยากจะนำเรียนสั้น ๆ เพราะว่าเรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นมานาน ก็อยากจะ ให้รายงานให้ทราบว่าเกี่ยวข้องกับป่าต้นน้ำ แล้วก็ชุมชนที่อยู่อาศัยที่อยู่เดิมถูกออกจาก ปัญหาอื่นแล้วก็จะกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้ เนื่องจากว่าถูกประกาศเป็นเขตป่า ตรงนี้ก็อยากจะให้ ทางท่านประธานได้รับทราบ แล้วก็ช่วยให้เกิดการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป นั่นส่วนที่ ๑
ส่วนที่ ๒ เนื่องจากว่ารายงานความคืบหน้าของการปฏิรูปประเทศในด้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นก็มีเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องของป่าชุมชนซึ่งผมสนใจมาก เนื่องจากว่า ณ วันนี้พืชผลทางเศรษฐกิจ อย่างเช่นจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ที่อยู่ในภาคใต้ส่วนใหญ่ก็รายได้หลักในเรื่องของพืชผลทางการเกษตรเป็น ยางพารา แล้วก็เมื่อราคายางพาราได้ตกต่ำไป บังเอิญในปีที่ผ่านมาก็สามารถที่จะขายทุเรียน ได้ราคาดี จากเดิมทีราคา ๑๗-๑๘ บาทต่อกิโลกรัม หมอนทองนะครับ ขยับขึ้นมาเป็น ๒๕ บาท ถึงขนาดว่าสุดท้ายเราขายได้ราคาถึง ๙๕-๑๐๐ บาท อันนี้เป็นเรื่องดีของเกษตรกร เฉพาะหมอนทอง แล้วก็มีพวงมณี มีมูซังคิง ถึงวันนี้มูซังคิงปีนี้ก็สามารถขายได้กิโลกรัมละ ๕๐๐ บาท ที่อำเภอเบตง ก็อยากจะนำเรียนให้ทราบตรงนี้ แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า เนื่องจากว่าถ้าเราไม่มีการปฏิรูปในเรื่องของป่าต้นน้ำ ก็อาจจะ เป็นปัญหา เพราะว่าความต้องการของพี่น้องหลังจากที่ราคายางไม่ค่อยดีแล้วก็มีทางออก ในเรื่องของรายได้ด้านเศรษฐกิจเป็นเรื่องทุเรียนมาทดแทน แต่เนื่องจากว่าพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ก็มีการรุกพื้นที่เขตต้นน้ำ พอรุกพื้นที่เขตต้นน้ำผมก็เป็นห่วงว่าในอนาคตข้างหน้าถามว่า เรามีความคาดหวัง เรามีความฝันว่าเราจะได้ขายทุเรียนในราคา ๑๐๐ กว่าบาท ๒๐๐ บาท ๕๐๐ บาทอย่างที่เป็นทุกวันนี้ มันอาจจะเป็นความล้มเหลวในอนาคตก็ได้ ในเมื่อทุกอย่าง ในเรื่องของการเกษตรต้องผูกพันกับเรื่องน้ำเป็นการเฉพาะเลยนะครับ ตรงไหนไม่มีน้ำ การเกษตรก็ไม่สมบูรณ์ ตรงไหนไม่มีน้ำการเกษตรก็เกิดความล้มเหลว ตรงนี้ต่างหากที่สนใจ ตรงที่เป็นป่าต้นน้ำชุมชน ผมหลังจากที่พอทราบข่าวว่ามีการปฏิรูปในเรื่องของป่าต้นน้ำ ชุมชนขึ้นมานั้นเราก็ไป ขอบคุณมากครับท่านประธาน ความจริงอยากจะบอกอีกเยอะ เรื่องป่าต้นน้ำเพราะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต อีก ๕ นาทีใช่ไหมครับ เมื่อสักครู่มองตัวเลขไม่เห็น ขออภัยครับ
ขอบคุณมากครับ คุณอับดุลอายี ครับ ขอบพระคุณมากครับ ผมเห็นด้วยกับทุกประเด็นที่ท่านพูดครับ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมเอาไว้ค่อยเสนอนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไปครับ ผมขออนุญาต เชิญท่านสาคร เกี่ยวข้อง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ๒ วันมาแล้ว ที่ได้รับฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของแผนปฏิรูปประเทศ ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๕ ๕ ปี ทุกด้านทั้งด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ ยุติธรรม กฎหมาย และอื่น ๆ ผมเองก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่ายังมีเรื่องที่ พี่น้องประชาชนได้ฝากมาให้เรียนต่อท่านประธาน และได้เห็นว่ายังมีอีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจ คือการปฏิรูปด้านพลังงาน ด้านพลังงานได้เขียนไว้ว่าจะปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร การจัดการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับของประชาชน กำหนดทิศทางพัฒนา การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงการจัดการบริหารพลังงานอย่างมีธรรมาภิบาล ท่านประธานครับ อ่านดู เปิดดูจากรายงานที่ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ทำให้มาแล้วก็อยากจะเห็น อยากจะร่วมวิพากษ์วิจารณ์ อยากจะร่วมเสนอแนะ อยากจะเห็น อยากจะให้เป็นว่าทางด้านพลังงานที่ท่านคิด ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้คิดที่จะปฏิรูป อยากจะฝากไปว่าควรจะปฏิรูปด้านพลังงานรวมไปถึง พัฒนาพลังงาน มุ่งสู่พลังงานทางเลือก มุ่งสู่พลังงานทดแทน เพราะว่าเรายังมีพืชพลังงาน ทดแทน พืชพลังงานบนดินอีกมาก ปัจจุบันนี้ทั่วโลกก็พยายามหาทางออกในการแก้วิกฤต พลังงาน ประเทศของเรายังมีพืชพลังงานอีกหลายอย่าง ปาล์มน้ำมัน อ้อย มันสำปะหลัง ที่จะนำไปสู่การแก้ไขวิกฤตพลังงานได้ มันเป็นพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า น้อยกว่าเดิมและดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย ปาล์มน้ำมันนี่ท่านสามารถจะแก้ปัญหาได้ไปถึง การปฏิรูปเศรษฐกิจ ท่านสามารถแก้ปัญหาไปถึงการปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อม รักษาสิ่งแวดล้อม ดูแลเศรษฐกิจ กระจายรายได้ไปสู่พี่น้องประชาชนในภาคเกษตรเป็นอย่างมาก เดี๋ยวนี้ในภาคใต้และภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยได้มีการทำเกษตรปลูกปาล์มน้ำมันและมี ผลผลิตค่อนข้างสูง พลังงานทดแทนที่มาจากปาล์มน้ำมันเกษตรกรจากปาล์มน้ำมันได้รับ ผลกระทบจากราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำเป็นอย่างมากต่อเนื่องมายาวนานหลายปี แต่หลังจาก ที่มีการเรียกร้องจากกลุ่มเกษตรกรพยายามช่วยเหลือตัวเอง ขยับตัวไปใช้พลังงาน บี ๑๐๐ (B100) ในภาคเกษตร ในภาคท่องเที่ยว ในภาคประมง ทำให้พืชผลเกษตรทางด้าน ปาล์มน้ำมันมีราคาขยับตัวขึ้นอย่างชัดเจน จึงอยากฝากทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ อยากเห็นในแผนปฏิรูปพลังงาน สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน การใช้ พลังงานทางเลือกอย่างจริงจัง ผ่านไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม ภาคอุตสาหกรรมไปดูแล ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ค่ายเครื่องกล เครื่องยนต์ต่าง ๆ ปรับจูน (Tune) ให้มีการใช้ให้มี การรับรองเครื่องยนต์ว่าสามารถใช้พลังงานจากไบโอดีเซล (Biodiesel) ได้ ไม่ว่าจะเป็น บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) บี ๑๐๐ (B100) ไม่ว่าท่านจะบังคับเป็นภาคบังคับ บี ๑๐ (B10) ภาคบังคับ บี ๒๐ (B20) ภาคทางเลือก หรือ บี ๑๐๐ (B100) ในอนาคต ท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้จัดทำแผนปฏิรูปว่าท่านจะต้องบรรจุเรื่องเหล่านี้ไว้ แล้วจะแก้ปัญหาได้ในหลายภาคส่วน ในหลายการปฏิรูปทั้ง ๑๑ ด้านของท่าน ท่านครับ นอกจากที่ท่านจะปฏิรูปแล้วท่านก็สามารถจะเชื่อมโยงไปถึงยุทธศาสตร์ชาติด้านต่าง ๆ ทั้ง ๖ ด้าน เท่าที่ผมได้อ่านและศึกษามา ท่านสามารถไปเชื่อมโยงถึงยุทธศาสตร์ความมั่นคง ทางด้านพลังงาน เดิมเรานำเข้าพลังงาน นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เสียดุล เสียเงิน เสียทองไปสู่ต่างประเทศมาก ถ้าเราพัฒนาเข้าไปในแผนปฏิรูปเราพัฒนา พลังงานปฏิรูปด้านพลังงานอย่างชัดเจนก็จะนำไปสู่ความมั่นคงทางด้านพลังงาน และยังเชื่อมโยง ไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติทางด้านความสามารถในการแข่งขัน เราสามารถที่จะแข่งขันกับพลังงาน ของโลกส่งไปขายยังประเทศใกล้เคียง ยังประเทศอาเซียน (ASEAN) ในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ของเราก็เช่นกัน สามารถที่จะส่งไปขายและสามารถที่จะทำความมั่นคงมาสู่ ภูมิภาคได้ ท่านครับยังช่วยไปถึงยุทธศาสตร์ทางด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม คุณภาพ ชีวิตของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับราคาที่ยุติธรรมที่เป็นธรรมที่มีความต้องการเพิ่มดีมานด์ (Demand) ให้มากขึ้น ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะทางภาคใต้ก็ประสบปัญหา เกี่ยวกับราคายาง ราคาปาล์ม เปลี่ยนจากยางเป็นปาล์ม ซึ่งเป็นพืชที่ให้ผลผลิตมากกว่า มีรายได้สู่ครัวเรือนต่อเนื่องมากกว่าไม่เกี่ยวกับฤดูกาลมากนัก ก็ทำให้ก้าวไปสู่การปฏิรูป ด้านคุณภาพชีวิต อีกทั้งการที่เราสนับสนุนหรือมีแผนปฏิรูปพลังงานให้เป็นแผนไปสู่ พลังงานทดแทน ไปสู่พลังงานที่ยั่งยืนเป็นพืชพลังงานบนดินครับท่านประธาน เป็นพืชพลังงานบนดินที่ใช้ไปไม่มีวันหมด เราปลูกเพิ่มได้ ในขณะนี้เรามีพื้นที่ปลูกปาล์มถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ มีพี่น้องเกษตรกรอยู่ในภาคปาล์มน้ำมันถึง ๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน เพราะฉะนั้นเรื่องต่างๆ เหล่านี้ผมจึงอยากจะฝากทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ อยากจะฝากท่านประธานไปยังผู้จัดทำการปฏิรูปโดยเฉพาะการปฏิรูปพลังงานว่า ถ้าท่านได้บรรจุไว้ในเรื่องของพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก มันยังรวมไปถึงพลังงาน ตัวอื่น อย่างเช่นพลังงานไบโอแก๊ส (Biogas) พลังงานไบโอแมส (Biomass) พลังงานชีวภาพ พลังงานชีวมวล ที่สามารถที่จะขยายต่อยอดไปได้ และยังขยายไปถึงพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย พี่น้องเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังที่ท่านจะนำไปสู่พลังงานเอทานอล (Ethanol) แก๊สโซฮอล์ ๘๕ (Gasohol 85) อี ๘๕ (E85) อี ๒๐ (E20) ต่าง ๆ เหล่านี้มันสามารถ แก้ปัญหาในระยะยาวให้ประเทศได้ ถ้าท่านทำการปฏิรูปอย่างถูกต้องและชัดเจน ท่านประธานครับ การปฏิรูปด้านพลังงานที่ได้เขียน ได้มีสาระสำคัญและได้ส่งไปสู่ ความควิกวิน (Quick Win) ความควิกวิน (Quick Win) นี่ละครับจะต้องช่วยไปถึง ความมั่นคง จะต้องช่วยไปถึงพี่น้องเกษตรกรและมียุทธศาสตร์เชื่อมโยงกับความสมดุล เชื่อมโยงกับแผนปฏิรูป ผมจึงขอเรียนฝากท่านประธานไปยังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติไปยังผู้เกี่ยวข้องที่มารับฟังในวันนี้ว่าอยากเห็นความชัดเจนในการปฏิรูป ภาคพลังงาน การพลังงานของประเทศไทยอยู่ในการปฏิรูป ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไป นางสาวสกุณา สาระนันท์ ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ และสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๕ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ เมื่อวานจนกระทั่งปัจจุบัน เราก็ได้เห็นเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในเอกสารปฏิรูปประเทศ จะเห็นได้ว่ามีหลายประเด็นซึ่งเป็นปัญหานะคะ ซึ่งดิฉันตั้งข้อสังเกตว่ามีปัญหาเป็น ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ อันแรกก็คือเป็นปัญหาด้วยตัวแผนปฏิรูปประเทศเองนะคะ และอันที่ ๒ ก็คือเป็นปัญหาที่การปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับการตั้งแผนปฏิรูปไว้ชัดเจน แต่การปฏิบัติ ไม่สอดคล้อง อย่างเช่นในเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็เช่นเดียวกันนะคะ เราจะเห็นได้ว่าในแผน ปฏิรูปประเทศบอกชัดเจน ทิศทางชัดเจนว่าเรื่องของทรัพยากรของประเทศจะต้องมี การคุ้มครอง รักษาและใช้ประโยชน์อย่างสมดุลแล้วก็ยั่งยืน แต่ในทางปฏิบัติแล้วกลับตรงกันข้าม ขอยกตัวอย่างอย่างเช่นในภาคอีสานของเรานี้ ในขณะที่แผนปฏิรูปมีทิศทางชัดเจน กลับพบว่าหลายพื้นที่ในภาคอีสานรัฐบาลได้อนุญาตให้มีการทำเหมืองแร่นะคะ เหมืองแร่ โปแทช (Potash) ซึ่งเป็นเหมืองแร่เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันนี้นะคะ ในขณะนี้เองรัฐบาลได้อนุมัติประทานบัตรให้กับบริษัทที่เข้ามาขุดเจาะ ทำเหมืองแร่ในที่จังหวัดอุดรธานี ๒๔,๖๐๐ ไร่ ที่จังหวัดนครราชสีมา ๙,๐๐๐ ไร่ และที่ จังหวัดชัยภูมิอีก ๙,๗๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่กว้างขวางนะคะ ซึ่งจะไปทำให้ระบบนิเวศนี้เสียหาย ในขณะที่รัฐบาลเองเพิ่งสั่งระงับปิดเหมืองทองอัคราไป แล้วก็สร้างปัญหาที่ประเทศเรา จะต้องไปใช้หนี้สินจำนวนมาก ในขณะเดียวกันเองมืออีกข้างหนึ่งก็ไปสร้างปัญหาใหม่ ท่านประธานที่เคารพคะ ที่จังหวัดสกลนครก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่ายังจะไม่ได้รับประทานบัตร ให้บริษัทเข้าไปขุดเจาะ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ที่จังหวัดสกลนครรัฐบาลได้อาชญาบัตรกับ บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแทช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เข้าไปสำรวจในพื้นที่นั้น ทั้ง ๆ ที่จังหวัดสกลนครเองในแผนปฏิรูปประเทศก็กำหนดชัดเจนว่าจังหวัดสกลนครเป็น พื้นที่ที่จะต้องคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ ท่านประธานที่เคารพคะ ประเทศไทย เรามีพื้นที่เพียง ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่บนโลกใบนี้นะคะ และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของประเทศที่มีความหลากหลายทาง ชีวภาพ จังหวัดสกลนครเป็น ๑ ใน ๙ จังหวัดที่ตามแผนปฏิรูปนี้ให้เป็นจังหวัดที่มีศูนย์เรียนรู้ ที่จะทำให้เป็นศูนย์เรียนรู้ของความหลากหลายทางชีวภาพ แต่รัฐบาลนี้กลับได้อนุมัติให้มี การไปสำรวจขุดเจาะเหมืองแร่โปแทช (Potash) จึงจะเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่ได้มีความจริงใจที่จะทำ ตามแผนปฏิรูปอันนี้ ถ้าท่านเองเป็นผู้ที่ร่างแผนอันนี้ขึ้นมา แต่ท่านก็ยังไม่ปฏิบัติตาม แล้วจะ ให้ประชาชนเชื่อว่าแผนฉบับนี้จะน่าเชื่อถือได้แค่ไหน ก็ไม่ต่างกับกระดาษเปล่า ๆ แผ่นหนึ่ง เท่านั้นเอง ปัจจุบันนี้ที่จังหวัดสกลนครหลังจากที่รัฐบาลให้อาชญาบัตรเข้าไปสำรวจขุดเจาะ ก็เกิดความวุ่นวาย ประชาชนไม่ได้รับการอธิบายให้เข้าใจ ประชาชนมีความกังวลก็ออกมา ต่อต้าน ออกมาคัดค้าน เมื่อประชาชนออกมาคัดค้านแทนที่จะได้รับการดูแลช่วยเหลือจาก ภาครัฐ กลับปรากฏว่าทุกครั้งที่เราทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะส่งเสียงบอกกับ ผู้นำของประเทศ แต่คำตอบที่เราได้รับกลับกลายเป็นว่ามันเป็นนโยบายของรัฐ นี่คือความ เจ็บปวดของพี่น้องประชาชน ยิ่งไปกว่านั้นด้วยคำพูดของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ เองเมื่อครั้งที่ท่านได้ออกพื้นที่ไปยังจังหวัดบึงกาฬ ท่านได้ทำเฟซบุ๊ก ไลฟ์ (Facebook live) ในนาทีที่ ๑๑ กว่า ๆ ของเฟซบุ๊ก ไลฟ์ (Facebook live) อันนั้น ท่านได้ พูดถึงว่าที่ภาคอีสานนี้มีทรัพยากรที่สำคัญที่ประเทศของเราจะนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ ท่านพูด ถึงการทำเหมืองแร่โปแทช (Potash) ว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาในการที่จะขยายผลเรื่องนี้ ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่สบายใจ ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้จะเห็นได้ว่าสิ่งที่รัฐบาล ได้กระทำนี้ขัดต่อบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๕๗ (๒) และมาตรา ๕๘ ซึ่งว่าด้วย การคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติของประเทศและคุ้มครองประชาชน พูดถึงการแชร์ ประโยชน์ของทรัพยากรของประชาชนในประเทศของเรา นอกจากนี้ท่านก็ยังได้ทำสวนทาง ขัดกับแผนปฏิรูปประเทศ ขัดกับยุทธศาสตร์ประเทศ ฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะขอให้รัฐบาล ได้กรุณาทบทวนใหม่ ดิฉันไม่อยากเห็นว่ารัฐบาลนี้พูดอีกอย่างหนึ่งแต่ไปกำหนดให้ ภาคอีสานของเราเสมือนว่าท่านมองเป้าหมายชี้ทิศทางให้ภาคอีสานของเราเป็นศูนย์รวมของ อุตสาหกรรมที่จะสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ดิฉันไม่เห็นด้วยค่ะ เนื่องจากว่าในขณะที่ แผนปฏิรูปด้านอื่น ๆ ท่านก็ได้บอกประกาศปาว ๆ ว่าจะลดความเหลื่อมล้ำ แต่ถ้ายังเดินหน้า ในการที่จะกระทำแบบนี้ต่อไป จะกลายเป็นว่าเราได้สร้างความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อนขึ้นมาใหม่ ทำไมดิฉันถึงได้บอกว่าอย่างนั้น วันนี้ประชาชนที่ภาคอีสานของเราส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร มีรายได้น้อย เป็นคนยากจน เรามีความเสี่ยงกับสภาพดินฟ้าอากาศ เรามีความเสี่ยงกับ ราคาพืชผลเกษตรก็หนักหนาสาหัสแล้ว ถ้าวันนี้รัฐบาลยังปล่อยให้มีอุตสาหกรรมที่จะทำลาย ที่ทำมาหากินของเราแบบนั้น ดิฉันมองว่าจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้า อย่างน้อยที่สุดอยากให้ รัฐบาลนี้เห็นว่าประชาชนคนอีสานก็เป็นเพื่อนร่วมชาติ เพื่อนร่วมโลกใบนี้เช่นกัน นอกจากนั้นท่านได้อ้างว่าประชาชนคนไทยจะได้ใช้ปุ๋ยราคาถูก ท่านประธานที่เคารพคะ เราก็ทราบกันอยู่นะคะ วันนี้เองประเทศไทยมีแท่นขุดเจาะน้ำมัน แต่คนไทยก็ใช้น้ำมัน ในราคาที่แพงกว่าเพื่อนบ้าน วันนี้ประเทศไทยปลูกอ้อยทำน้ำตาลกันเอง ประชาชน คนไทยก็ใช้น้ำตาลในราคาที่สูงกว่าเพื่อนบ้าน เราปลูกปาล์มเราก็ใช้น้ำมันปาล์มในราคาที่ แพงกว่าที่อื่นนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันไม่เห็นด้วยเนื่องจากว่าภาคอีสานยังมีช่องทางอื่นที่จะสามารถสร้างโอกาส ได้ในอนาคต เราไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี เพราะว่าปุ๋ยทางชีวภาพจะเข้ามาทดแทน ภาคอีสานมีศักยภาพที่จะเป็นผืนดินในการที่จะเป็นแหล่งเกษตรอินทรีย์ป้อนสู่ตลาดโลกได้ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอเรียกร้องให้ ขอบคุณค่ะ
ต้องขอบคุณ ท่านสกุณานะครับ หมดเวลาพอดี เสียดายเนื้อหาสาระดี ๆ ครับ ท่านวีระกร คำประกอบ ยกมือมีเรื่องที่จะหารืออะไรหรือครับ เชิญครับ
ขออภิปรายครับ ท่านประธานครับ ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้พูดเลยครับท่านประธาน เลยขออนุญาตพูดในเรื่องของความคืบหน้า ในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศครับ
ถ้าท่าน วีระกรจะอภิปรายขอความกรุณานั่งก่อนครับ เดี๋ยวสักครู่นะครับ ต้องให้ทางตัวแทนวิป (Whip) ได้ประสานงานกันด้วยครับ ขอเชิญท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เป็นการ นำเสนอแผนปฏิรูปประเทศ ๕ ปีแรก ซึ่งแผนปฏิรูปประเทศ ๕ ปีแรกนั้นก็ได้มาจาก แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ที่จริงแล้วประเทศไทยก็พัฒนาประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมา ๕๐-๖๐ ปีแล้ว แผนนั้นก็ใช้การได้ครับ เพราะโดยปกติ ทางสากลแล้วในการเขียนแผนพัฒนาประเทศนั้นจะต้องเขียนให้มันยืดหยุ่นและสามารถ ปรับเปลี่ยนได้ แต่ประเทศไทยแปลกครับ กลับเขียนแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นกฎหมาย เมื่อเขียนเป็นกฎหมายแล้วหน่วยราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. นี้ เรียกว่า พ.ร.บ. การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ หากใครไม่กระทำตาม กลับไปให้ ป.ป.ช. ต้องชี้มูล แล้วก็ต้องทำความผิด ถามว่า ป.ป.ช. เกี่ยวอะไรกับเรื่องการพัฒนาประเทศ ป.ป.ช. มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตไม่ใช่หรือครับ แต่ พ.ร.บ. นี้ให้ ป.ป.ช. เป็นผู้ชี้มูล ถ้าหากว่าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดไม่ปฏิบัติตาม แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เป็นเรื่องที่แปลกมาก ในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนเขียน แผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นกฎหมายหรอกครับ มีประเทศไทยเป็นประเทศแรกครับ แล้วก็แผน ปฏิรูปประเทศ ๕ ปีนั้นผมไปอ่านดูทั้ง ๑๑ ด้านแล้ว ไม่มีด้านไหนเลยที่พูดถึงการกระจาย อำนาจ แสดงว่าผู้เขียนแผนยุทธศาสตร์ชาติไม่เข้าใจหรือครับว่าการพัฒนาประเทศนั้น จะต้องให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ ถ้าสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ถ้าไม่มีบุคลากรหรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ไม่ทราบว่าการพัฒนาประเทศนั้นต้องกระจายอำนาจ ผมว่าสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติควรจะยุบได้แล้ว อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์นะครับ ฉะนั้นผมเรียนว่าที่ผมพูดอย่างนั้น เพราะว่าทุกตารางนิ้วในประเทศไทยนั้นอยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชนทุกคนไม่ว่าท่านประธานหรือผม ไม่ว่าทุกคนนั่งในที่นี้ก็อยู่ในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น ซึ่งมีทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง แบ่งเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๗๖ แห่ง แบ่งเป็นเทศบาล ๒,๔๔๒ แห่ง แบ่งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ๕,๓๒๐ แห่ง แล้วก็รูปแบบพิเศษ ๒ แห่ง ก็คือ กทม. แล้วก็เมืองพัทยา ท่านประธานครับ ในปัจจุบัน การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศต่าง ๆ ผมว่าประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ใช้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ขับเคลื่อน แต่แปลกใจว่าทำไมแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี หรือแผนปฏิรูปประเทศ ๕ ปีแรกกลับไม่ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจเลย แสดงว่าผู้เขียนแผนนี้ต้องการบอนไซประเทศให้อยู่แค่นี้ใช่ไหมครับ ไม่ต้องการให้ประเทศ เจริญใช่ไหมครับ จงใจให้ประเทศถดถอยล้าหลังอยู่กับที่ ผมถือว่าเป็นอย่างนี้นะครับ ฉะนั้นผมจะขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานทราบว่าประเทศที่เขาเจริญแล้วเขาให้ความสำคัญ กับการกระจายอำนาจมาก ผมยกตัวอย่าง ๒ ประเทศให้ท่านประธานได้รับทราบ ประเทศแรกคืออเมริกา อเมริกามี ๕๒ รัฐ แต่ละรัฐสามารถออกกฎหมายดูแล ปกครองตนเอง แต่ละรัฐเลือกตั้งตั้งแต่ระดับผู้ว่าการรัฐ นายกเทศมนตรีเมืองทุกระดับ เลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนทั้งนั้นนะครับ ไม่เหมือนประเทศไทยครับ สมาชิกวุฒิสภามาจาก การสรรหา พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเลือกผู้แทนราษฎรได้ ๕๐๐ คน แต่ ส.ว. ที่ตั้งขึ้นมา โดยการสรรหาจากคณะ คสช. แค่ไม่กี่คน แล้วก็มาชนะโหวตในสภาแห่งนี้ นี่ละครับเขาถึง แต่งเพลงว่าประเทศกูมี ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ ประเทศกูมี ถ้าใครไม่เคยฟังก็เข้าไป ในยูทูบ (YouTube) เขียนว่า ประเทศกูมี เพลงนั้นจะขึ้นมาทันที ออกมาวันแรกดูกัน เป็นล้าน ๆ วิว (View) ครับ ท่านประธานได้ดูหรือยังครับ เชิญเข้าไปดูในยูทูบ (YouTube) ได้นะครับท่านประธาน ทีนี้มาถึงว่าประเทศที่ ๒ ประเทศที่ ๒ ในเอเชียคือประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกเมื่อปี ๒๔๘๘ มาถึงวันนี้ ๗๔ ปี ประเทศญี่ปุ่น กลับมาเจริญรุดหน้าเป็นระดับต้น ๆ ของโลก เพราะอะไรครับ เพราะว่าประเทศญี่ปุ่นนั้น ให้ความสำคัญต่อการกระจายอำนาจ ผมไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นมา ๖ ครั้ง ประเทศญี่ปุ่น อุดหนุนเงินให้กับท้องถิ่น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประเทศ แต่ประเทศไทยครับ ปี ๒๕๖๒ นี้อุดหนุนเงินให้กับท้องถิ่น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประเทศ ซึ่งแตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง แล้วประเทศนี้จะเจริญได้อย่างไร ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าการกระจายอำนาจนั้น เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๐ นั้นให้ความสำคัญ รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากประชาชน ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ หลังจากปี ๒๕๔๐ มานี้ ประเทศไทยเจริญขึ้นอย่างทันตาเห็น ถ้าท่านพี่น้องอยู่ในช่วงเวลานั้นท่านจะรู้ว่าประเทศไทย เจริญขึ้นหลังจากรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ หลังจากนั้นมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อก่อนปี ๒๕๔๐ นั้น มีแค่เทศบาล ๑๐๐ กว่าแห่ง มี อบจ. ๗๐ กว่าจังหวัด รวมแล้วก็ ๒๐๐ กว่าแห่ง แต่หลังจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นมา มี อบต. ขึ้นมา ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ทำให้ประเทศชาติเจริญรุดหน้า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติไม่ทราบหรือครับเรื่องนี้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่เห็นหรือครับเรื่องนี้ว่าประเทศชาติมันเจริญเพราะการกระจายอำนาจ ทั่วโลกเขาก็ทำกัน แต่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกลับไม่เห็น ขอให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาตินำเรื่องนี้กลับไปคิดนะครับ อีก ๓ เดือนผมจะมาติดตามว่าจะเขียน กระจายอำนาจลงไปในแผนปฏิรูปประเทศหรือไม่ หรือว่าต้องการให้เงินกระจุกอยู่แต่ ส่วนกลาง เขาเรียกว่ากระจุกอำนาจ ไม่ใช่กระจายอำนาจ ผมเรียนว่าเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ทั้งหลายในประเทศไทยนี้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ใส่เงินลงไป ไม่รู้กี่ล้านล้านบาท แต่ภาคอีสานครับ เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) มีไหมครับพี่น้อง ผมจะกราบเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับว่าผมเคยเป็นกรรมาธิการ ปี ๒๕๕๕ และผม แปรญัตติขอเงิน ๒๐๐ ล้านบาทไปสร้างรถไฟไปอีสานกลาง ไปบ้านท่านประธานละครับ เริ่มจากอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม ได้เงินและได้เส้นทางเรียบร้อย เงินที่จะสร้าง ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่เดี๋ยวนี้ขึ้นเป็น ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้สร้างอะไรเลยครับ ฝากท่านประธานถึง ผู้มีอำนาจดำเนินการรถไฟอีสานกลางให้กับพี่น้องประชาชนภาคอีสานครับ เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) เงินแค่ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเล็กน้อยมากนะครับ แล้วก็ฝากทาง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าท่านจะต้องให้ความสำคัญกับการกระจาย อำนาจใน ๓ เดือนข้างหน้าถ้าท่านยังไม่เขียนกระจายอำนาจลงไปในแผนปฏิรูปประเทศ ผมจะขอพูดอีกครั้งหนึ่งในโอกาสต่อไป ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณ ท่านอนุรักษ์นะครับ ลำดับต่อไปเชิญท่านเรวัต วิศรุตเวช แต่ขออภัยนิดหนึ่งท่านเรวัตครับ ขอเรียนแจ้งให้ท่านวีระกร คำประกอบ ได้ทราบนะครับ ช่วงที่ท่านได้ยกมือขอขึ้นพูดนั้น ปรากฏว่าผมดูในโพยทุกโพยแล้วไม่มีชื่อท่าน แต่ตอนนี้ ผมได้บรรจุชื่อท่านลงในผู้อภิปรายในฟากฝ่ายรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ฉะนั้นท่าน ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวอย่างไรท่านต้องได้พูดแน่ ๆ ท่านไม่ได้ฟังผมเลยนี่ ไม่ได้ฟังประธานเลย ท่านวีระกร คือตอนนี้ผมได้บรรจุชื่อท่านไว้ในผู้อภิปรายฝ่ายรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว เพราะที่ ท่านยกมือผมตรวจดูทุกโพยไม่มีชื่อท่าน ต้องขออภัยจริง ๆ แต่ตอนนี้ท่านมีชื่อแล้ว ท่านไม่ต้องกังวล ท่านไม่ต้องไปรบกวนท่านประธานวิป (Whip) นะครับ เชิญท่านเรวัตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เนื่องจากเป็นประเด็นที่สำคัญมากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่อภิปรายก็จะเกิดความเสียหายครับ ในหมวด ๑๖ เรื่องการปฏิรูปประเทศที่กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๕๘ ซึ่งบัญญัติไว้ว่าให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศอย่างน้อย ในด้านต่าง ๆ ให้เกิดผล ซึ่งก็มีหลายด้านนะครับ ด้านการเมือง ด้านกฎหมาย ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ และด้านอื่น ๆ ซึ่งในด้านอื่น ๆ นั้นจะมีบัญญัติไว้เป็น ๕ ข้อ ในข้อที่ ๔ หรือใน (๔) บัญญัติไว้ว่า ให้ปรับระบบหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนได้รับสิทธิและ ประโยชน์จากการบริหารจัดการ และเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ และสะดวกเท่าเทียมกัน ในข้อนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะหลักประกันสุขภาพเป็นโครงการที่สำคัญและ จำเป็นสำหรับประชาชน โครงการนี้ได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลกและจาก นานาชาติ และโครงการนี้ได้ช่วยชีวิตพี่น้องประชาชนคนไทยยามเจ็บป่วยมาหลายล้านคน โดยที่ครอบครัวไม่ต้องประสบกับสภาวะการล้มละลายตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ที่เริ่มโครงการ จนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นจึงควรดำเนินการและพัฒนาโครงการนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นใน (๔) ก็เป็นเรื่องที่ดี ผมขอแสดงความชื่นชม แต่ประเด็นที่เป็นปัญหาครับ ฝากท่านประธานถึง ท่านเลขาธิการนะครับ ที่บัญญัติไว้ใน (๕) ที่จำเป็นต้องอภิปราย เพราะว่าใน (๕) ได้บัญญัติ ไว้ว่าให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วน ที่เหมาะสม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถจะปฏิบัติได้เลยครับ โดยมีหลักฐานที่ชัดเจน ว่าตั้งแต่มีประเทศไทยและกระทรวงสาธารณสุขตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เราไม่เคยประสบความสำเร็จที่จะมีจำนวนแพทย์มากพอเพื่อดูแลประชาชนในสัดส่วน ที่เหมาะสม แม้ว่าจะมีการเพิ่มโรงเรียนแพทย์และเพิ่มการผลิตแพทย์จำนวนเท่าใดก็ตาม ก็ไม่สามารถทำให้เกิดสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรที่เหมาะสมได้ครับ เช่นเดียวกับ อีกหลายประเทศในโลกก็เช่นเดียวกัน ไม่สามารถดำเนินการและแก้ไขปัญหานี้ได้ อย่างแท้จริง ดังนั้นจึงควรเลือกวิธีดำเนินการได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับเทคโนโลยี ในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งพรรคเสรีรวมไทยของเราเป็นพรรคที่ทันสมัย ทันโลก ทันเหตุการณ์ ซึ่งความทันสมัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุครับ แต่ขึ้นอยู่กับสมอง ทัศนคติ อินไซด์ วิสดอม (Inside wisdom) ความเข้าใจ รู้จักชีวิต รู้จักโลก รู้ว่าโลกเปลี่ยนแปลง เราก็ปรับตัว และเปลี่ยนแปลงตัวเพื่อให้ก้าวทันโลก เราก็จะไม่ตกยุคครับ ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยี ที่ก้าวหน้าไปเร็วมาก เรามีบิก ดาตา (Big Data) และ เอไอ (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเรา ควรจะนำมาใช้ในวงการแพทย์ และบางประเทศก็ได้มีการนำมาใช้แล้วและได้พิสูจน์แล้วว่า ได้เป็นผลที่น่าพอใจ เพราะฉะนั้นโดยสรุปครับ ผมจึงขอให้ดำเนินการตามมาตรา ๒๕๘ (๕) โดยใช้บิก ดาตา(Big Data) และ เอไอ (AI) เพื่อพัฒนาวงการแพทย์ครับท่านเลขาธิการครับ
ขอบคุณครับ ลำดับต่อไป เชิญท่านปรีดา บุญเพลิง ต่อจากท่านปรีดา บุญเพลิง แล้วก็จะเป็นท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ แล้วก็ท่านปิยบุตร แสงกนกกุล นะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมในวันนี้เนื่องจากแผนพัฒนา และแผนปฏิรูปประเทศที่ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้นำเสนอนั้น ก็ถือว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลและของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการทำงานร่วมกัน มีข้อบกพร่องมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็คงจะต้องเพิ่มเติม ในส่วนที่บกพร่องเพื่อนำไปพัฒนาและปฏิรูปต่อไป ผมจะมุ่งเน้นมายังด้านการศึกษา เพราะว่าชื่อพรรคก็ปรากฏแล้วว่าครูไทย เพราะฉะนั้นการศึกษาเป็นหัวใจของประเทศ การศึกษาจะต้องนำการเมือง จากที่ทุกพรรคได้อภิปรายมาผมก็เห็นด้วยที่จะแก้ไข แต่สิ่งที่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำ ณ วันนี้ เริ่มต้น ณ วันนี้ก็คือเรื่องของลูกหลานของเรา อีก ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้าลูกหลานของท่านทั้งหมดจะมาวิถีชีวิตอย่างไรนั้นเป็นสิ่งที่น่าห่วง เพราะฉะนั้น ขอกราบเรียนนะครับว่าด้านการศึกษาเป็นส่วนสำคัญยิ่ง สิ่งสำคัญที่จะต้องทำนั่นก็คือ การปฏิรูปหลักสูตร หลักสูตรของประเทศไทยจากอดีตที่ผ่านมาท่านทั้งหลายได้ผ่านหลักสูตร ของแต่ละแผนมาตลอด เปลี่ยนมาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนถึงวันนี้จะเห็นว่าการศึกษาของ ประเทศไทยทุกท่านก็พูดอยู่ตลอดเวลาว่าล้าหลังประเทศนั้นประเทศนี้ แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าล้าหลังจริงประเทศไทยล่มจมไปนานแล้ว ก็ต้องชื่นชมครูบาอาจารย์ที่ได้ทำหน้าที่ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ หลักสูตรของประเทศไทย ณ วันนี้ที่จะต้องทำนั่นก็คือเรื่องของ คุณธรรมและจริยธรรม สิ่งที่เราขาดหายไปอย่างยิ่ง ณ วันนี้ก็คือวิชาหน้าที่พลเมือง ศีลธรรม โลกทั้งโลกสอนคนให้เป็นคนเก่ง เก่งแล้วก็แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน แล้วก็เพื่อที่จะครอบครอง แต่ละประเทศ ให้ตัวเองเป็นผู้นำ แล้วหายนะก็เกิดขึ้น ประเทศไทยก็อยู่ในภาวะเหมือนกัน วันนี้คงเห็นแล้วนะครับว่าผลพวงจากการจัดการศึกษาของประเทศจะเห็นเด็กในรุ่นใหม่นี้ แตกต่างจากเด็กในรุ่นเก่า ยกตัวอย่าง เช่น ประเพณีวัฒนธรรมของชาวไทยเริ่มจะหดหายไป เด็กรุ่นใหม่จะไม่ยึดติดในขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวไทย และไม่ยอมรับหรือขัดแย้ง กับผู้ที่ดูแลตัวเอง นั่นก็คือพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา คงได้เห็นข่าวแล้วนะครับว่า หลังจากที่ติดยาเสพติดออกจากคุกมาข่มขืนแม่ อย่างนี้มันเกิดขึ้นในประเทศไทยได้อย่างไร น่าห่วงอย่างมากครับ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนท่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติได้ดูหลักสูตรนี้เข้าไปด้วย และวิชาสำคัญอย่างหนึ่งก็คือวิชาประวัติศาสตร์ของ ชาติไทยหายไปในยุคหนึ่ง จนถึงวันนี้เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้ว่าที่มาที่ไปของตนเองเป็นอย่างไร ผมจำได้ที่ครูสอนมาตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้ เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้ว่าที่มาที่ไปของประเทศเป็นอย่างไร คิดเรื่องข้างหน้าแต่ไม่มองข้างหลัง เพราะฉะนั้นขอเรียนฝากว่าควรจะให้เด็กได้เรียนเป็นคนดี แล้วค่อยเก่ง เก่งให้ทันโลก แล้วดีให้เป็นคนดีของประเทศไทย เพราะว่าคนไทยมีจีน (Gene) ของตนเองที่เด่นที่สุดในโลกนั่นก็คือเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ต้อนรับนานาประเทศ ทุกประเทศที่มาประเทศไทยจะไม่อยากกลับไปประเทศของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น ต่างประเทศที่มาแต่งงานกับคนไทยนะครับ ผมเชื่อมั่นว่าความเป็นไทยได้กลืนชาติของเขา ไปแล้ว ลูกของเขาที่เกิดมาเขาไม่ได้ใช้สัญชาติของประเทศเขานะครับ เขาใช้สัญชาติไทย ผมมีหลานเป็นอเมริกัน พ่อเป็นอเมริกัน แต่พ่อเขาใช้สัญชาติไทย ไม่เหมือนกับบางประเทศ ที่อยู่ข้างเรายังเป็นสัญชาติของเขาอยู่ ยกตัวอย่าง เช่น ประเทศมาเลเซีย มีประเทศมาเลเซีย- ประเทศไชนีส ประเทศมาเลเซีย-ประเทศอินเดีย ประเทศสิงคโปร์-ประเทศไชนีส ประเทศสิงคโปร์-ประเทศอินเดีย แต่ประเทศไทยนี่เป็นไทยโดยตรงไม่มีสัญชาติอื่น เพราะฉะนั้นเห็นเด่นชัดว่าความเป็นคนไทยโดดเด่นยิ่งกว่าประเทศอื่น ในส่วนของด้านการศึกษาควรจะต้องปฏิรูปหลักสูตรใหม่ทั้งหมด ๘ กลุ่มสาระ เด็กระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานจำเป็นที่จะต้องเรียนไหมในบางวิชา และเลยมาถึงด้านที่ ๒ ก็คือเรื่อง บุคลากรทางการศึกษาคือครู ครูวันนี้กับครูในอดีตแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ย้อนหลังไปอีก ๕ ปี ท่านทั้งหลายก็คงจะได้ยินคำว่า ครูคือปูชนียบุคคล วันนี้ได้ยินไหมครับ เราจะได้ยิน ศัพท์ใหม่ขึ้นมา ครูคือผู้มีหน้าที่สอนแล้วก็จบกันไป ประเทศไทยครูคือพ่อแม่ ถึงใช้คำว่า ลูกและศิษย์ ครูไทยเป็นครูที่เสียสละอันดับหนึ่งของโลก โดยเฉพาะครูประถมศึกษาหรือ ครูประชาบาล ผมเป็นครูประชาบาลมาทั้งชีวิตตั้งแต่รับราชการมาจนเกษียณ ผมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการนะครับ ตั้งกระทรวงศึกษาธิการมา ๑๐๐ กว่าปี ถามว่ามีสภาไหน ที่อนุมัติงบประมาณให้โรงเรียนสร้างเสาธง โรงเรียนประชาบาลไม่เคยได้รับงบประมาณ สร้างเสาธงเลยนะครับ ท่านทั้งหลายที่ผ่านการศึกษาประชาบาลมานั่งอยู่นี่ทั้งหมด ท่านผ่านมาแล้ว แล้ววันนี้ท่านไปดูโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนประชาบาลที่มีเสาธงโก้ ๆ สมัยผมเป็นครูใหญ่ผมเอาไม้ไผ่ทำเป็นเสาธง แล้วผูกธงชาติหมายถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โรงเรียนประถมศึกษาไม่เคยได้รับงบประมาณนี้เลย น่าสงสารไหมครับ โดยเฉพาะครูในอดีต คนที่ประกอบวิชาชีพครูเป็นลูกชาวไร่ ชาวนา เป็นลูกเกษตรกร ใครที่คิดจะเรียนต่อจะประกอบอาชีพอื่นไม่ได้ ลูกชาวไร่ ชาวนา เรียนได้คือครูเท่านั้นเอง พอเรียนจบแล้วก็มาเป็นครู คิดจะเป็นครูนี่เป็นหนี้นะครับ เป็นหนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เป็นหนี้อย่างไร พ่อแม่เป็นชาวนา ถ้าปีไหนฟ้าฝนดีก็โอเค (OK) พ่อแม่ไม่เป็นหนี้เป็นสิน แล้ง น้ำท่วม กู้หนี้ยืมสินส่งลูกเรียน พอมาเป็นครูหนี้ครั้งแรกที่เกิดขึ้นหลังจากที่พ้นทดลอง ปฏิบัติราชการ กู้หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมาใช้หนี้ให้พ่อแม่ เริ่มเป็นหนี้แล้วครับ ๒. เป็นหนี้ จากการบวชเรียน ถ้าเป็นผู้ชายกู้มาบวช ๓. เป็นหนี้จากค่าสินสอดที่จะต้องแต่งงาน นี่เป็นหนี้เป็นวิถีชีวิตทุกคนจะเหมือนกันหมด นี่เป็นหนี้ส่วนตัว ส่วนที่ ๒. เป็นหนี้จาก การประกอบวิชาชีพ เด็กนักเรียนไม่มีข้าวกิน ไม่มีดินสอ ไม่มีสมุด ไม่มีปากกา ครูนะครับ เด็กยากจนที่จะต้องดูแล อาหารกลางวันไม่มี ครู นมโรงเรียนไม่มี ครู เพราะฉะนั้นสิ่งที่ครู จะต้องจ่ายตรงนี้คือหนี้ของครูในส่วนที่ ๒ ส่วนที่ ๓ หนี้จากภาษีสังคม ใครย้ายโรงเรียนบ่อย คนนั้นจะจนที่สุดเพราะมีลูกศิษย์เยอะ การ์ดแต่งงาน การ์ดงานบวช งานบุญ งานศพ มาที่ครู เงินใส่ซองไม่พอ วันนี้ผลวิจัยออกมาแล้วว่าครูนี่ไม่สามารถไปงานบวช งานบุญได้เหมือนกับ ผู้แทนราษฎร เพราะว่าไม่มีเงินใส่ซอง นี่ปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นการเป็นหนี้ ของครู ส่วนที่ ๔ ก็คือเป็นหนี้จากความกตัญญู มีอาชีพเดียวที่บรรจุแล้วขอย้ายกลับบ้านและ การขอย้ายกลับบ้านแต่ละครั้งลำบากลำบน จะต้องจ่ายเป็นหลักกิโลเมตร นั่นเป็นหนี้อีก สิ่งเหล่านี้หลายท่านคงไม่ทราบ ผมในฐานะที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูจะเรียนให้ท่าน ได้ทราบนะครับ นี่คือวิถีชีวิตของครู และสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปก็คือ ณ วันนี้ กระบวนการผลิตครูผิดฝาผิดแบบไปหมด ในอดีตเรามีโรงเรียนฝึกหัดครู เป็นการเตรียม ความพร้อมของคนที่จะเป็นครู หาคนดีคนเก่งมาเรียนครู วันนี้ใครก็ได้มาเรียนครู มาถึงยุคหนึ่งคุรุสภาได้มีการออกใบประกอบวิชาชีพของครูเพื่อที่จะ แสดงมาตรฐานให้สังคมได้รู้ว่า คนจะเป็นครูจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพเหมือนกับวิชาชีพอื่น เราทำมาแล้ว และถึงวันนี้ย้อนหลังไปอีกไม่กี่ปี รัฐบาลก็ได้มีการแก้ไข ใครก็ได้ไม่จบครู ก็มาสอบเป็นครูได้ ในเมื่อปี ๒ ปีที่แล้วเป็นปัญหาของการจัดการเรียนการสอน เพราะฉะนั้น คงจะต้องดูแลครูให้ดี ในกระบวนการผลิตจะต้องปฏิรูปใหม่ ในรายละเอียดผมจะไม่พูดถึง
ประเด็นที่ ๒ กระบวนใช้ครู ใช้ครูให้ถูกกับวิชาเอกที่เขาเรียน ปัญหาที่เกิดขึ้น กับโรงเรียนประถมศึกษาหรือโรงเรียนประชาบาลใช้ครูที่ไม่ตรงกับวิชาเอก จบวิชาอะไร ก็มาอยู่ที่ประถม วิชาอะไรก็มาอยู่ที่ประถม ไม่ได้เรียนเรื่องพื้นฐานวิถีชีวิตของเด็ก จิตวิทยาเด็กไม่ได้เรียนก็ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดมาตรฐานของความเป็นครูและ ในขณะเดียวกันมาตรฐานของเด็กได้
ประเด็นที่ ๓ เรื่องสวัสดิการครู อันนี้พูดกันมากในเรื่องของหนี้สินครู ณ วันนี้ เป็นหนี้กันมหาศาลเลยครูบาอาจารย์เป็นหนี้ออมสินคนละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูคนละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วเป็น ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท วิถีชีวิตครู น่าสงสารอย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลและสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติจะต้องหาวิธีการที่จะต้องแก้ปัญหาหนี้สินของครูให้ได้ ซึ่งครูบาอาจารย์ได้รวม องค์กรขึ้นมาดูแลเรื่องนี้อยู่ เดี๋ยวจะนำเสนอรัฐบาลให้แก้ไขปัญหานี้โดยครูทั้งภาครัฐ และเอกชนจะต้องได้รับสิทธิเท่ากัน สิทธิในการรักษาพยาบาล โรงเรียนเอกชนหรือครูเอกชน นี่ลำบากครับ ไม่ได้เท่าเทียมกับภาครัฐ ๒. เรื่องค่าประกอบวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นชำนาญการ ชำนาญการพิเศษหรือเชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ เพราะฉะนั้นคงจะต้องให้ค่าวิชาชีพ เหมือนกันในส่วนของภาคเอกชน และในส่วนของเงินเดือนขอกราบเรียนนะครับว่า เงินเดือน ๑๕,๘๐๐ บาท หลักสูตร ๕ ปี ณ วันนี้สวัสดิการของครูเรื่องบ้านพักครูไม่ได้รับการเอาใจใส่ และดูแลมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วครับ ข่าวที่โคราชออกมาเห็นไหมครับ บ้านพักครูที่ไม่ปลอดภัย ครูถูกคุกคามทางเพศ ไม่ได้รับการดูแล บ้านพักครูไม่มี เงินเดือน ๑๕,๘๐๐ บาท บรรจุครั้งแรก ค่าเช่าบ้าน ๓,๐๐๐ บาท กินวันละ ๓ มื้อ มื้อละ ๑๐๐ บาท ๓๐๐ บาทต่อวัน ๙,๐๐๐ บาท เหลืออยู่ ๓,๘๐๐ บาท ค่าน้ำมันรถไปสอนนักเรียนก็ไม่มี ค่าแต่งตัว ค่าน้ำค่าไฟไม่พอครับ รัฐบาลจะเอาคุณภาพจากครูได้อย่างไร ถ้าเราจะไม่ให้สวัสดิการที่ดี กับเขาอย่างเพียงพอ ครูคิดที่จะต้องตั้งธนาคารครูไทยที่จะดูแลในเรื่องของค่าใช้จ่ายของเขา ทั้งหมด ณ วันนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั้งประเทศรวมกันแล้วมีเงินมากมาย แต่จะขอจัดตั้ง ธนาคารครูไทยเพื่อจะดูแลในวงวิชาชีพ ก็อยากจะเรียนเสนอทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติในการแก้ปัญหา ต่อเนื่องไปถึงธนาคารประชาชนและธนาคารวิถีพุทธ รัฐบาลที่ผ่านมาตั้งอิสลามแบงก์ เราก็น่าจะมีบุดดิสต์ แบงก์ (Buddhist Bank) ขึ้นมา เพื่อดูแลงานทางด้านศาสนาพุทธของเราให้มันเด่นชัดในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของศาสนา ก็เรียนในเรื่องของปัจจัยในการประกอบอาชีพ ใน ๒ อย่างระหว่างบ้านพักกับปัจจัย ในการประกอบอาชีพ ตำรวจมีแฟลตตำรวจ มีรถยนต์ในโรงพัก ในการดูแลประชาชน โรงพยาบาล มีบ้านพัก มีแฟลต มีรถสำหรับรับส่งคนป่วย ครูไม่มีรถสำหรับที่จะดูแลเด็ก เพื่อที่จะพาเด็กไปแข่งขันกีฬา พาเด็กไปแข่งขันทางวิชาการ เด็กเจ็บป่วยพาเด็ก ไปโรงพยาบาล ไม่มีนะครับ รัฐไม่เคยดูแลเรื่องนี้เลย เอารถที่ไหนไปส่งเด็ก รถครูครับ น้ำมันใครเติม ครูครับ เอาเงินจากไหน เงินเดือนครูครับ เพราะฉะนั้นเงินเดือนครูจะอยู่ในวงของการประกอบวิชาชีพ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนฝาก ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของสวัสดิภาพ ครูบาอาจารย์ก็อยากจะได้เหมือนทหารกับตำรวจ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทหารถูกอุบัติเหตุ ตำรวจถูกอุบัติเหตุตาย ได้เลื่อนยศ ลูกเต้าได้รับการดูแลให้รับราชการทหาร ให้รับราชการตำรวจ ครูตายไม่ได้อะไรเลย ยศก็ไม่ได้ ลูกหลานก็ไม่มีใครดูแล สิ่งเหล่านี้อยากฝากให้รัฐบาลดูแลให้หน่อยนะครับ
และในส่วนหนึ่งก็คือในด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม อยากจะเรียนฝาก เรื่องบัตรคนจนนี่เป็นสิ่งที่ละอาย ผมไม่อยากให้มีในประเทศไทย อายคนทั้งโลก เราน่าจะมี บัตรคนดีปลดหนี้ประชาชน ให้ทุกคนมีบัตรคนดีแล้วทำความดี มีคะแนนให้แล้วประเมิน เป็นค่าของเงิน สิ้นเดือนท่านก็เอาความดีของท่านตีค่าเป็นเงินได้เดือนละ ๕๐๐ บาท เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท แล้วแต่ใครทำความดีมากน้อย เป็นหนี้ ธ.ก.ส. ก็เดินไป ธ.ก.ส. เอาความดีไปปลดหนี้ นักศึกษาที่กู้เงิน กยศ. ถ้าเขารวมกลุ่มกันเป็น กลุ่มเยาวชนในหมู่บ้านต้านยาเสพติด ไม่มียาไอซ์ ไม่มียาบ้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า ให้คะแนนเขา เสร็จแล้วก็ประเมินเป็นค่าของเงิน แต่ละเดือนถ้าเขาทำความดีหมู่บ้าน ก ไม่มี ยาเสพติดเลยให้คะแนนเต็มร้อยเลย เสร็จแล้วเขาก็เอาเงินตัวนี้ไปปลดหนี้กองทุน กยศ. ครูจะได้ไม่ต้องถูกฟ้องในฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน สิ่งเหล่านี้อยากจะเรียนให้ทางสภาพัฒนา การเศรษฐกิจแห่งชาติคิดเรื่องนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหา ประเทศไทยจะมีคนดีทั้งแผ่นดิน คนที่ติดคุก ออกจากคุกมาทำความดีไปช่วยชาวบ้านก็ได้แต้ม ได้มีเงินเดือนออกมา เขาไม่มีหนี้เขาก็อยู่ในสังคมได้ เขาก็จะไม่หวนกลับไปที่คุกอีก นี่คือสิ่งที่เราต้องการเห็นคนดี ทั้งแผ่นดินนะครับ และส่วนทางด้านการเกษตรก็อยากจะเรียนว่าสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ ในปัจจุบันก็คือเรื่องการถือครองที่ดินของประชาชนในส่วนของ ส.ป.ก. ก็ดี สทก. ก็ดี ภ.บ.ท. ก็ดี อยากจะให้รัฐบาลได้ดูแลเรื่องนี้อย่างชัดเจนก็คือ ให้แก้พระราชบัญญัติให้ ถือครองที่ดินโดยการเป็นโฉนดที่ดินในการดำเนินการ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียน ท่านประธาน ในส่วนรายละเอียดจะขอเพิ่มเติมอีกที แล้วก็ขอฝากเรียนก่อนจบนะครับว่า กระทรวงศึกษาธิการน่าน้อยใจ ประชาชนทั้งแผ่นดินรออยู่ว่าวันนี้ไม่มีพรรคใดที่อยากจะมา บริหารกระทรวงศึกษาธิการ โยนกันไปโยนกันมา หารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะเป็นใคร ครูบาอาจารย์ก็รออยู่ ถ้าไม่มีจริง ๆ ผมในฐานะหัวหน้าพรรคครูไทย เพื่อประชาชน ดูแลครูมาทั้งแผ่นดิน อาสาเป็นรัฐมนตรีดูแลให้ครับ ขอบคุณมากครับ
เป็นข้อเสนอ ที่ดีมากเลยนะครับ ผมว่า พลเอก ประยุทธ์ คงรับฟังอยู่ ต่อไปเชิญท่านอาดิลันครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ชื่ออาจจะออกเสียงยากนะครับ เป็นชื่อคนมลายู อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดยะลา เกี่ยวกับรายงานความคืบหน้า เกี่ยวกับการดำเนินการการปฏิรูปประเทศที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอเข้ามา มีประเด็นที่น่าสนใจที่ได้ศึกษาในรายงานตั้งแต่เมื่อวาน มีหลายประเด็นที่ผม อยากจะอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ หรือว่าเรื่องของการศึกษา แต่ด้วยเวลาที่จำกัด ผมมีเวลา ๑๕ นาที ผมจะขอไปประเด็นที่ถือว่าน่าสนใจในเหตุผลแล้วก็รูปแบบกระบวนการที่ปรากฏ ในรายงานฉบับนี้ ผมจะขออภิปรายใน ๒ ประเด็นคือ เรื่องของด้านกฎหมาย แล้วก็ ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับ ในส่วนของด้านกฎหมายที่สภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เหตุผล หรือให้กระบวนการควิก วิน (Quick Win) ไว้ การผลักดันกฎหมายลดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในสังคม ประเด็นนี้น่าสนใจ ถือว่าเป็นการพัฒนากฎหมายนะครับ ท่านประธานครับเมื่อวานวันที่ ๒๖ มิถุนายน เป็นวันต่อต้านการทรมานสากลนะครับ การต่อต้านการทรมาน การบังคับคนให้สูญหาย เป็นเหตุการณ์ที่มีอยู่มาโดยตลอด เราได้ยินมาโดยตลอดในสังคมไทยเรา และมาเป็นประเด็น ที่สาธารณะให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการบังคับให้สูญหาย เมื่อปี ๒๕๔๗ เมื่อท่านทนายสมชาย นีละไพจิตร ได้สูญหายไป และเป็นที่มาของการเรียกร้องจากบุคคล หลายฝ่ายให้มีกฎหมายฉบับนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ผมก็ไปสำรวจดูว่ามีใครเสนอกฎหมาย ฉบับนี้บ้าง ปรากฏว่ารัฐบาลที่แล้วเป็นผู้เสนอกฎหมาย โดยคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน การกระทำบุคคลสูญหาย สนช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติผ่านรับหลักการ ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณานะครับ แต่ท้ายสุด ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใดนะครับ ไม่มีการบรรจุในวาระและพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ผมเอง ได้ยื่นกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อขอทราบความคืบหน้าและความคิดเห็นเกี่ยวกับ กฎหมายที่ไม่ผ่านสภาในรัฐบาลครั้งที่แล้วว่ามีแนวความคิดที่จะพัฒนา มีแนวความคิด ในการที่จะนำเสนอกฎหมายฉบับนั้นหรือไม่อย่างไรนะครับ การดำเนินการตามแผน การปฏิรูปประเทศเรามองภาพรวมแล้วถือว่าเป็นเจตจำนงในการที่จะพัฒนานำไปสู่ สิ่งที่ดีกว่า ฉะนั้นกฎหมายอะไรที่เป็นตัวปัญหาให้กับสังคมนะครับ ตามแนวทางการปฏิบัติ เรื่องการผลักดันกฎหมายลดความเหลื่อมล้ำ ลดปัญหากฎหมายที่ไม่เป็นธรรมในสังคม ทบทวนกฎหมายที่ล้าหลัง ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากอภิปรายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของร่างพระราชบัญญัติป้องกันการปราบปรามการทรมานสักครู่นี้ก็เป็นสิ่งที่สภาหรือ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาทบทวนในการนำเสนอเข้ามาในสภา ผมเองเป็นผู้หนึ่ง ที่กำลังรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้ามาในสภาเช่นเดียวกัน เพราะว่าประเทศไทยเราลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมาน รวมถึงในส่วนของ อนุสัญญาการคุ้มครองการบังคับบุคคลให้สูญหาย กฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่เราเห็นว่า เป็นกฎหมายที่มีมาตรฐาน มาตรฐานการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้อยกว่า กฎหมายอาญาปกติที่มีการบังคับใช้ในสังคมไทยมาเป็นระยะเวลานาน นั่นคือ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ตราขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๔๕๗ ปัจจุบันนับได้ ๑๐๕ ปี กฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีมาตรฐานในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพด้อยกว่ากฎหมายอาญาปกติ ต้องรับพิจารณา ต้องพิจารณาทบทวน เพราะเราได้รับการร้องเรียนมาโดยตลอดว่า การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ โดยเจ้าหน้าที่บางกลุ่มบางฝ่าย มีการใช้กฎหมายโดยไม่สุจริต มีการบังคับ มีการซ้อม มีการทรมาน มีการข่มขู่ ขู่เข็ญ เพราะกฎหมายไม่มีมาตรฐานในการ ให้ตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ กฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่มีการบังคับใช้ และมีการประกาศใช้โดยคณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกันก็คือ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ ซึ่งมีการประกาศใช้ ช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๘ หลังจากที่มีเหตุการณ์โดยคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ประกาศ บังคับใช้ เป็นพระราชกำหนด กฎหมายฉบับนี้ก็มีปัญหาเรื่องของการร้องเรียนว่าผู้ปฏิบัติใช้กฎหมาย โดยไม่สุจริต มีการบังคับโดยประชาชนผู้ที่ถูกใช้กฎหมายไม่อยู่ในสถานะหรือสภาวะที่จะ คุ้มครองสิทธิตามกฎหมายอาญาปกติได้ กระบวนการในการใช้กฎหมาย พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรฐานในการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมาย โดยศาลยุติธรรมก็ด้อยกว่าการใช้กฎหมายอาญาปกติ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผมไม่แน่ใจว่าก่อนหน้าที่จะมีการนำเสนอรายงานฉบับนี้ มีใครหรือมีหน่วยงานใดกล่าวถึงกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ด้วยหรือไม่ ผมก็อยากจะฝากอภิปราย เข้าไปในที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อฝากให้กับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินำไป พิจารณาต่อไป สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้รวบรวมนำเสนอให้กับ ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาเพื่อปฏิรูปกฎหมาย นำไปสู่การปฏิรูปประเทศในอนาคต ตามเป้าประสงค์ของแผนชาติ กฎหมายที่มีปัญหาที่เราคิดว่าเป็นปัญหาแล้วเราจะต้อง ร่วมกันพิจารณาวิธีปฏิบัติ ร่วมกันพิจารณาในส่วนของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา หรือค่าทดแทนค่าชดเชยจำเลย ในคดีอาญา กฎหมายฉบับนี้ตราขึ้นบนพื้นฐานของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ของผู้ที่เป็นผู้เสียหายและผู้ที่เป็นจำเลยในคดีอาญา เอาไปตอบกับสาธารณชน ไปตอบกับ ชาวโลกได้ว่าประเทศไทยมีกฎหมายฉบับนี้ แต่เราไปดูเนื้อหาจริง ๆ แล้วเราสามารถ บังคับใช้ได้มากน้อยเพียงใด กฎหมายระบุว่าจะจ่ายเงินทดแทนให้กับจำเลยในคดีอาญาได้ เมื่อมีคำพิพากษาว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็น ความผิด และศาลยุติธรรมเมื่อพิจารณาคดี ศาลตั้งบนสมมติฐานว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ พยานหลักฐานในการนำสืบ หากเกิดข้อระแวงสงสัย ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ยกฟ้อง พิพากษาอย่างนี้เรียกร้องค่าทดแทนได้ไหมครับ ไม่ได้ นี่คือประเด็นปัญหาที่ถ้าเรา จะปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปกฎหมาย ลดความเหลื่อมล้ำ กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมก็ต้องทบทวน ฝากด้วยนะครับทางคณะที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ระเบียบข้อบังคับที่ใช้อยู่ในประเทศนี้ อะไรที่เป็นปัญหา สร้างเงื่อนไขที่ย้อนแย้งกับแนวคิดที่จะปฏิรูปประเทศ นำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น นำไปสู่ความเป็นผู้เจริญ ขอให้ทบทวนการสแกน (Scan) ใบหน้าที่มีประกาศใช้ในพื้นที่ เหตุผล การสแกน (Scan) ใบหน้าเรื่องของกรณีที่มีการซื้อซิม (Sim) โทรศัพท์เป็นการละเมิดสิทธิ ขั้นพื้นฐานของประชาชนหรือไม่ มีข้อเรียกร้องจากประชาชนในพื้นที่ และมีการบังคับใช้ ทั่วประเทศหรือไม่ อย่างไร อดีตเราเคยมีข้อเสนอให้มีการจดทะเบียนผู้ขออนุญาตเปิดใช้ ซิม (Sim) โทรศัพท์ เพราะต้องการเรียกร้องเพื่อต้องการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ใช้ซิม (Sim) ใบนี้ หมายเลขนี้ แต่มาตรฐานเจตนารมณ์ในการออกข้อกำหนดดังกล่าวนั้นเพื่อเป็นการ ควบคุมเพราะมีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่แล้วก็ยังไม่เกิดผลสัมฤทธิ์นะครับ ก็มีการออกมาตรการการสแกน (Scan) ใบหน้าอีก ถามว่ามาตรการดังกล่าวนี้ผลสัมฤทธิ์ของมันคืออะไร แล้วจะเอาการสแกน (Scan) ใบหน้านี้ ไปทำอะไร ต้องตอบให้ได้ นี่เป็นข้อกังวลที่ประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้เราตรวจสอบ ให้เรา สอบถามกับทางหน่วยงานราชการความมั่นคง ซึ่งผมเชื่อว่าเจตนารมณ์ในการออกกฎหมาย ออกระเบียบเพื่อที่จะให้มีการคุ้มครองสิทธิ คุ้มครองหลักประกันความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่เราออกกฎหมาย ออกข้อบังคับ ออกระเบียบไป ต้องไม่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และถ้าจำเป็นต้องตอบให้ได้ว่าทำแล้วผลของมัน คืออะไร ได้ดีมากน้อยเพียงใด คุ้มหรือไม่ นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของด้านกระบวนการยุติธรรม ผมมีเวลาอีก ๓ นาที ด้านกระบวนการยุติธรรมนะครับ กระบวนการยุติธรรมรวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นธรรม นี่คือ สิ่งที่คนที่อยู่ในวงการศาล คนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมจะทราบอยู่เสมอว่า หลักการ รวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นธรรม เป็นสิ่งที่จำเป็น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิ ของประชาชน หลักแล้วประชาชนต้องได้รับการปล่อยชั่วคราว จะไม่อนุญาตให้ ปล่อยชั่วคราวได้ต้องมีเหตุผล ๑ ๒ ๓ ๔ ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย เราทำอย่างไรให้ลบ คำกล่าวของคนในอดีตที่บอกว่า คุกมีไว้ขังคนจน ตรงนี้ต้องช่วยกันพิจารณาว่าเราจะกำหนด มาตรการอย่างไร กองทุนยุติธรรม กองทุนการประกันตัว คนจนยื่นคำร้องที่สำนักงาน ยุติธรรมจังหวัด ส่งคำร้องเป็นคอขวดกลับมาที่กรมพิจารณา กว่าจะได้รับการพิจารณา เงื่อนไขใหญ่คดีสำคัญ คดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้รับอนุมัติ ในวงเงินให้ประกันตัว เหล่านี้เป็นปัญหาที่ผมอยากจะฝากกับทางเลขาธิการ ท่านคณะทำงาน ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เป็นผู้มารับฟังความคิดเห็นของสภาแห่งนี้ ในวันนี้ว่าเราเจตนาดีในการที่จะร่วมกันปฏิรูปประเทศ วันนี้ผมอาจจะพูดเหมือนกับจะไปอยู่ ฝ่ายค้าน ผมมีเจตนาต้องการที่จะนำปัญหาที่เราได้ยิน ได้เห็น ได้สัมผัสกับประชาชนในพื้นที่ มานำเสนอเพื่อที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศ ร่วมกันปฏิรูปประเทศตามเจตจำนงของ แผนพัฒนาชาติครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณ คุณอาดิลันนะครับ ต่อไปเป็นคิวของท่านปิยบุตร แสงกนกกุล หลังจากท่านปิยบุตรแล้ว ก็จะเป็นท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แล้วก็ท่านสุทิน คลังแสง ต่อ ๆ ไปนะครับ เพื่อจะได้เตรียมตัว เชิญคุณปิยบุตรครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ผมรับหน้าที่ในฐานะเป็นคนสรุปในส่วนของ พรรคอนาคตใหม่เกี่ยวกับรายงานความคืบหน้าของแผนการดำเนินการการปฏิรูปประเทศ เพื่อนสมาชิกของเราตั้งแต่เมื่อวานต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ได้อภิปรายกันไปแล้วหลากหลาย ประเด็น ไล่เลียงมาตั้งแต่ภาพรวมของแผน ความคืบหน้าของแผนในรอบ ๓ เดือนนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ก็พูดไล่เลียงกันไปเรื่อยในกิจกรรมปฏิรูป ประเทศที่สำคัญและเร่งด่วนที่พวกท่านเรียกกันว่าควิกวิน (Quick Win) เราไล่เลียงกันไป ตั้งแต่เรื่องการกระจายอำนาจ เรื่องพลังงาน เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องป่าชุมชน เรื่อง ๑๙๑ เรื่องการรับแจ้งความในทุกท้องที่ เรื่องทนายความประจำทุก สน. เรื่องอีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) เรื่องกฎหมายข้อมูลข่าวสารสาธารณะ การเปลี่ยนวิสาหกิจชุมชนให้มี ฐานะเป็นนิติบุคคล เรื่องสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) เรื่องเรกูลาทอรี กิลโลทีน (Regulatory Guillotine) เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งหลายทั้งปวง รวมทั้งวันนี้ได้พูดถึงเรื่อง การตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราวในวันเสาร์ วันอาทิตย์ และเรื่องเศรษฐกิจต่าง ๆ จริง ๆ แล้วทั้งหมดที่พูดไป ผมอ่านแผนปฏิรูปแล้วก็รายงานความคืบหน้าแผนการปฏิรูป ประเทศทั้งหมด เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าหน่วยงานบางหน่วยงานมีความจำเป็นที่จะต้อง อยู่ในแผนการปฏิรูปด้วย จำเป็นจะต้องถูกปฏิรูปด้วยว่าอย่างนั้นเถอะ แต่ไม่ปรากฏ อยู่ในแผนการปฏิรูป มีอยู่ ๓ หน่วยงานหลัก ๆ ครับ ๓ หน่วยงานนี้ในช่วงระยะเวลาหลายปี ที่ผ่านมาถูกตั้งคำถามจากพี่น้องประชาชน ถูกตั้งคำถามจากสื่อมวลชนจำนวนมาก แต่ ๓ หน่วยงานนี้ไม่ปรากฏว่าจะต้องถูกปฏิรูปด้วย หน่วยงานใดบ้าง อันที่ ๑ กองทัพ กองทัพไม่อยู่ในแผนการปฏิรูปเลยนะครับ ทั้ง ๆ ที่กองทัพนี้ถูกตั้งคำถามมาตลอดเวลาว่า กองทัพควรไปทำหน้าที่อะไร กองทัพมีหน้าที่สำคัญในการปกป้องแผ่นดิน ปกป้องประเทศ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แต่ปรากฏว่ากองทัพไทยกลับทำหน้าที่ในการ ก่อรัฐประหารอยู่บ่อยครั้ง เราจะทำอย่างไรที่จะปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับหลักการ ประชาธิปไตย เอารัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้งขึ้นมาอยู่เหนือกองทัพ เอากองทัพนั้น ให้เคารพหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ทำอย่างไรให้กองทัพปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง มิใช่ทำหน้าที่คอยรัฐประหารทุก ๆ ๔-๖ ปี เช่นเดียวกันครับ อีกหน่วยงานหนึ่งคือศาล เมื่อวานนี้ผมได้พูดไปแล้วเล็กน้อย ศาลเองก็ถูกตั้งคำถามมาตลอด ๑๓ ปีที่ผ่านมา ถึงกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ ถึงมาตรฐานในการตัดสิน แต่ปรากฏว่าไม่มีการปฏิรูปศาลเลย และสุดท้ายครับ หน่วยงานที่ควรจะต้องถูกปฏิรูปที่สุด แต่บังเอิญท่านท่านนี้ดันเข้ามา เกี่ยวข้องในฐานะหัวโต๊ะของการปฏิรูป นั่นคือหัวหน้า คสช. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นบุคคลที่ควรถูกปฏิรูปที่สุดในการปฏิรูปครั้งนี้ ผมอ่านแผนทั้งหมดและรายงาน ความคืบหน้า ก็จะขอสรุปอย่างนี้แล้วกันว่ามีลักษณะแผนการปฏิรูปและรายงาน ความคืบหน้านี่นะครับ มีอยู่ ๓ ข้อครับ
ข้อแรก แผนการปฏิรูปทำให้เกิดสิ่งที่ผมขออนุญาตเรียกว่าซุปเปอร์ (Super) รัฐบาล หมายถึงอะไรครับ โดยปกติแล้วแต่ไหนแต่ไรมาเราก็มีการปฏิรูปของเราได้ตลอด ตามระบบปกติ นั่นก็คือมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้วก็มีเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร ไปเลือกเอานายกรัฐมนตรีขึ้นมาและนายกรัฐมนตรีก็ตั้งรัฐบาล แล้วก็บริหารประเทศ ตามนโยบายที่ได้หาเสียงกับประชาชน ในบางเรื่องต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญของ นักวิชาการก็เชิญกันเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ บางเรื่องก็ปรึกษาข้าราชการประจำผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ที่ผ่านมาก็มีที่เราเรียกกันเล่น ๆ ว่า สภาพัฒน์ ก็คอยทำแผนยุทธศาสตร์ แผนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมาโดยตลอด แล้วก็รัฐบาลเป็นคนดำเนินการ รัฐบาลก็มี อำนาจในฐานะรับฉันทานุมัติมาจากประชาชนในการผลักดันนโยบายที่พี่น้องประชาชน ได้เลือกกันมานี่คือระบบปกติ เราสามารถปฏิรูปในระบบปกติได้ แต่แล้วมันก็มีการปฏิรูป ในระบบพิเศษขึ้นมา การปฏิรูปในระบบพิเศษคืออะไรครับ นี่คือตัวอย่างของการปฏิรูป แบบพิเศษ คือมีรัฐประหารเกิดขึ้น เมื่อรัฐประหารเกิดขึ้นก็อ้างเรื่องการปฏิรูป เมื่อมี การปฏิรูปก็ต้องคณะกรรมการปฏิรูป เสร็จแล้วก็จะเกิดระบบรัฐที่มันซ้อนกันนะครับ ผมขอเรียกว่าเป็นรัฐซ้อนรัฐ ในภาษาทางทฤษฎีเขาเรียกว่าเป็นดูอัล สเทต (Dual State) หรือ ดีพ สเทต (Deep State) ทุกวันนี้มันเกิดรัฐซ้อนรัฐขึ้นมาครับ หลังจากเรามีการยึดอำนาจ รัฐหนึ่งก็คือรัฐตามปกติครับ เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน แต่รัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนอำนาจน้อยมากและถูกลิดรอนลงไปเรื่อย ๆ เพราะมันเกิดอีกรัฐหนึ่งซ้อนขึ้นมาครับ และรัฐนี้มี คสช. มีคณะรัฐประหาร มีกองทัพ ขออนุญาตใช้คำทางตำรานิดหนึ่งเขาเรียกว่ามันเป็นกระบวนการมิลิทาไรเซชัน ออฟ สเทต (Militarization of State) คือแปลงรัฐปกติให้กลายเป็นรัฐทหารมากขึ้น มีกองทัพ มี กอ.รมน. มี คสช. เสร็จแล้วก็ยังมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ซึ่ง พลเอก ประยุทธ์ ก็นั่งหัวโต๊ะ และมีนายทหารจำนวนมากนั่งอยู่ในนั้น เสร็จแล้วก็มีคณะกรรมการปฏิรูป ชุดต่าง ๆ ตามมา แล้วก็พวกเขาเหล่านี้ก็มากำกับรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ถ้าหากบังเอิญว่า รัฐบาลจากการเลือกตั้งหัวโต๊ะนายกรัฐมนตรีเป็นคนคนเดียวกับหัวโต๊ะของ คณะยุทธศาสตร์ชาติก็คงจะไปกันได้ดี แต่ถ้าหัวโต๊ะของคณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง บังเอิญเป็นคนละฝ่ายกับคนที่นั่งหัวโต๊ะของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติก็จะเกิด ปัญหาทันที มันก็จะเกิดระบบวิ่งกันคนละเลน (Lane) แต่เลน (Lane) หนึ่งที่คร่อมอีกเลน (Lane) หนึ่งนั้นมีอำนาจมากกว่านะครับ มันคือระบบรัฐซ้อนรัฐกันเกิดขึ้น ทีนี้มันจะทำให้เกิดซุปเปอร์ (Super) รัฐบาลอย่างไรครับ คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่าง ๆ จะกลายเป็นคนที่ไม่สามารถจะริเริ่มสร้างสรรค์นโยบายต่าง ๆ ได้เลย สิ่งที่นำไปหาเสียง อาจจะไม่ได้นำมาใช้ ถ้ามันไม่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปทั้ง ๆ ที่ พี่น้องประชาชนเลือกมา แผนการเหล่านี้จะส่งผลให้รัฐมนตรีกลายเป็นเพียงซุปเปอร์ (Super) ปลัดครับ กลายเป็น ซุปเปอร์ (Super) ปลัด หมายถึงอะไรครับ คือแผนการปฏิรูปคิด เอาไว้เสร็จหมด หลายหน้าอยู่ในนี้ ลงไปกำหนดหมดเลยครับ หน่วยงานอะไรบ้าง เรียกได้ว่า ท่านข้ามหัวรัฐมนตรีเลย ท่านลงไปบอกเลยหน่วยนั้น หน่วยนี้ ต้องทำภายในวันนั้น วันนี้ ด้วยเงินเท่าไร ต่าง ๆ เต็มไปหมด คำถามที่ผมถามคือรัฐมนตรีอยู่ตรงไหนครับ รัฐมนตรี ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรเป็นคนเลือกนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีเป็นคนไปตั้งรัฐมนตรี มันเชื่อมโยงไปหาประชาชนตามระบบรัฐสภา รัฐมนตรีอยู่ตรงไหน นี่ผมถามแทนเผื่อทาง ซีกรัฐบาลด้วย ก็คือรัฐมนตรีอยู่ตรงไหน เท่ากับว่าทุกท่านคิดกันมาเสร็จ และท่านก็สั่งลงไป หน่วยงาน รัฐมนตรีทำหน้าที่ไปคอยติดตามงานสิว่าที่แผนปฏิรูปวางกันไว้เขาทำกันไป ถึงไหนแล้ว คุณไปตามงานมา ถ้าเป็นแบบนี้ตำแหน่งรัฐมนตรีจะถูกลดทอนคุณค่าจาก ผู้บริหารประเทศที่จะคิดสร้างสรรค์นโยบายต่าง ๆ กลายเป็นคนติดตามงานและนักการเมือง จะเข้าไปเป็นรัฐมนตรีเพียงเพื่อมีโอกาสใช้งบประมาณเท่านั้น แต่ไม่ได้คิดถึงเรื่องนโยบาย เรื่องความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นี่นะครับลึก ๆ แล้วคือการลดทอนคุณค่าของนักการเมืองจาก การเลือกตั้งครับ
ประเด็นต่อมาครับ ข้อที่ ๒ แผนปฏิรูปคือการสร้างอุตสาหกรรมปฏิรูปครับ ผมใช้คำว่า อุตสาหกรรมการปฏิรูป หมายถึงอะไร เวลาเราเริ่มต้นการปฏิรูปในระบบพิเศษ แบบนี้จะมีการรัฐประหารเกิดขึ้น รัฐประหารเสร็จก็ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมา เสร็จแล้ว ตั้งคณะกรรมการก็ต้องไปตั้งหน่วยงานนั้น หน่วยงานนี้เต็มไปหมด พอมีหน่วยงาน มีกรรมการ ก็ต้องมีการประชุม มีการประชุมก็ต้องมีการจ่ายเงิน จ่ายเงินเดือน จ่ายเบี้ยประชุม เสร็จแล้ว รายงานก็จะออกมาเป็นปึก ๆ เป็นกระดาษ แล้วก็จะบอกว่าให้ไปออกกฎหมาย แล้วก็เอางบไปใช้ แล้วก็ผลลัพธ์ก็ทำรายงาน วนเวียนกันอยู่แค่นี้ อุตสาหกรรมการปฏิรูปได้ผลผลิตออกมาคือ กองกระดาษเบ้อเริ่ม ได้เท่านั้นเอง แล้วก็มีคนหน้าเดิม ๆ บุคคลใดบ้างที่อยู่ในแวดวง อุตสาหกรรมปฏิรูป คนหน้าเดิม ๆ ทั้งนั้น ไม่ขอเอ่ยนาม แต่ให้ท่านนึกในใจ ท่านก็จะไล่ชื่อมา ไล่เลียง ซ้ำกันไปซ้ำกันมา เป็นพวกเทคโนแครต (Technocrat) ข้าราชการประจำ ภาคประชาชนบางกลุ่มที่แอบสนับสนุนรัฐประหาร มันก็จะวนเวียนซ้ำไป ซ้ำมาอยู่แบบนี้ นี่คืออุตสาหกรรมการปฏิรูป
ข้อที่ ๓ ผมเรียนว่านี่คือแผนการปฏิรูปที่ทำให้วุฒิสภานั้นขึ้นมาขี่คออยู่เหนือ สภาผู้แทนราษฎร หลักฐานอยู่ตรงไหนครับ เปิดรัฐธรรมนูญดูมาตรา ๒๗๐ ท่านประธาน ลองดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เขาบอกว่ารายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผน การปฏิรูปประเทศให้นำมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรทุก ๆ ๓ เดือน ซึ่งพวกเราก็กำลัง ปฏิบัติหน้าที่นี้อยู่ แต่ว่าวุฒิสภาครับ วุฒิสภากลับมีอำนาจอะไรครับ วุฒิสภาแต่งตั้ง จาก คสช. มีอำนาจติดตาม เสนอแนะและเร่งรัด พวกเราทำได้เพียงมานั่งแล้วก็ลุกขึ้น อภิปราย โชคดีท่านประธานเห็นความสำคัญให้เวลาเราอภิปรายถึงวันครึ่ง แต่เสร็จแล้ว ก็ไม่มีอะไรครับ ๓ เดือนหน้าพบกันใหม่ แล้ว ๓ เดือนหน้าก็พบกันใหม่ แต่วุฒิสภาสิครับ มีอำนาจติดตามเสนอแผนและเร่งรัด เท่านั้นยังไม่พอครับ เวลาปฏิรูปเมื่อสักครู่ผมพูดไปแล้ว ปฏิรูปเสร็จก็ต้องออกกฎหมาย บรรดากฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิรูป ใช้กระบวนการ นิติบัญญัติแบบพิเศษ กระบวนการนิติบัญญัติแบบปกติคือเข้าตามตรอกออกตามประตู คือแบบระบบ ๒ สภา ต้องเริ่มที่สภาผู้แทนราษฎรแล้วไปวุฒิสภา วุฒิสภามีอำนาจน้อยกว่า สภาผู้แทนราษฎร นี่คือกระบวนการนิติบัญญัติตามปกติ คุณทำได้เพียงถ่วงดุลเล็ก ๆ น้อย ๆ สุดท้ายอำนาจชี้ขาดสุดท้ายอยู่ที่นี่ ที่สภาผู้แทนราษฎร นี่คือกระบวนการนิติบัญญัติ ตามระบบปกติ แต่ถ้าหากเป็นการออกกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปมันใช้ช่องพิเศษ ท่านประธาน ช่องพิเศษที่ว่าคือเราต้องเสนอเข้ามาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มานั่งร่วมกันเหมือนวันที่ ๕ มิถุนายนที่เลือกนายกรัฐมนตรีนั่นแหละ แล้ว ส.ว. ชุดนี้คือใคร ผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเรียบร้อยแล้วในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๙ คน โหวตเป็นแถวเดียวกัน ทั้งหมด มานั่งประชุมร่วมกันแล้วก็ออกกฎหมายร่วมกัน นี่คือการลิดรอนอำนาจของ สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เท่านั้นยังไม่พอ เกิดมีข้อสงสัยละครับว่า เอ๊ะ กฎหมายนี้เป็นการปฏิรูปไหม กฎหมายนั้นเป็นการปฏิรูปไหม เกิดมี ส.ส. หรือ ส.ว. จำนวนหนึ่งเข้าชื่อถึงท่านประธานรัฐสภามีความสงสัยเกิดขึ้นว่ากฎหมายนี้ต้องเข้า กระบวนการนิติบัญญัติแบบพิเศษหรือไม่ ท่านประธานรัฐสภาก็จะต้องตั้งกรรมาธิการ พิจารณาร่วมกัน แล้วท่านประธานทราบไหมครับ ประธานกรรมาธิการชุดนั้นคือประธาน วุฒิสภา คือวุฒิสภามาขี่คอเราอีกแล้วครับ จะชี้ว่ากฎหมายไหนเป็นกฎหมายที่ต้องเป็นตาม แนวปฏิรูปต้องเข้ากระบวนการนิติบัญญัติแบบพิเศษ ประธานวุฒิสภามีอำนาจบทบาทสำคัญ ในการชี้ผ่านกรรมาธิการร่วม นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่ ส.ว. เข้ามาครอบงำขี่คอตัว ส.ส. มากขึ้น เรื่อย ๆ ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เรียนท่านประธานแบบนี้ ทุกวันนี้สภาผู้แทนราษฎร ของเราซึ่งมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนกำลังถูกลิดรอนอำนาจลงไปเรื่อย ๆ เราถูกดูถูกตลอดเวลาว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งทางการเมือง เวลาเขารัฐประหาร เมื่อใดก็โทษมาที่นักการเมืองทุกครั้ง โดยที่คณะรัฐประหารลืมส่องกระจกตัวเองทุกครั้ง ยึดอำนาจทีไรโทษนักการเมืองหมด พอยึดเข้ามาแล้วก็อ้างว่าปฏิรูปประเทศ ปฏิรูป ประเทศทีไรลดอำนาจของนักการเมืองจากการเลือกตั้งทุกที พอลดอำนาจลงไปแล้วสิ่งที่ ผมอยากจะวิงวอน ส.ส. เพื่อนสมาชิกในที่นี้ด้วยกัน พวกเรามาจากการเลือกตั้งของ พี่น้องประชาชน พวกเราต้องผนึกกำลังป้องกันไม่ให้พวกองค์กรแปลกปลอมพวกนี้เข้ามา ลิดรอนอำนาจของพวกเราที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มิใช่คอยเปิดประตูให้เขา เข้ามาขยับแดนอำนาจเรื่อย ๆ อย่างเช่น ล่าสุดซึ่งผมเสียดายเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานไม่บรรจุญัตติเรื่องการตรวจสอบการได้มาซึ่ง ส.ว. เป็นที่น่าเสียดายจริง ๆ เราจะมีโอกาสได้ไปตรวจสอบการได้มาซึ่ง ส.ว. แต่ท่านประธานตีญัตติตกไป ทีนี้ ผมขออนุญาตสรุปแบบนี้ในการปฏิรูปครั้งนี้ เหลือเวลาอีกประมาณ ๖ นาทีขออนุญาต สรุปแบบนี้ การปฏิรูปประเทศไทยแยกไม่ออกจากการรัฐประหาร การปฏิรูปประเทศ ครั้งนี้เป็นผลพวงของรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ รัฐประหารทุกครั้ง ไม่มีความชอบธรรม เขาจะแสวงหาความชอบธรรมได้เขาจะต้องมีข้ออ้างครับ ข้ออ้าง ที่ซ้ำไปซ้ำมาก็คือนักการเมืองไม่ดีจำเป็นต้องปฏิรูปประเทศ บ้านเมืองมีความขัดแย้งแล้วก็ เข้ามายึดอำนาจ วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้ง ดังนั้นคำว่า ปฏิรูปของประเทศไทย มันไม่ใช่ คำว่ารีฟอร์ม (Reform) ในภาษาอังกฤษหรอกครับ คำว่า ปฏิรูปของประเทศไทย เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันเป็นเพียงข้ออ้างของการรัฐประหารทุกครั้ง คำว่า ปฏิรูป จึงกลายเป็นเครื่องมือ ในการครองอำนาจของคณะรัฐประหาร คำว่า ปฏิรูป จึงกลายเป็นกลไกในการ สืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารที่อยากอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ และที่สำคัญครับ การปฏิรูป ประเทศครั้งนี้เป็นการนำเอาสิ่งที่ผมขออนุญาตใช้คำว่า ระบอบรัฐประหาร เข้ามาฝังตัวอยู่ใน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษอีกครั้งครับ มันคือการ คอนสทิทิวชันเนไลเซชัน ออฟ คูล ดาตา (Constitutionalization of cool data) เอารัฐประหารเข้ามาฝังอยู่ใน รัฐธรรมนูญ แล้วรัฐประหารก็จะถูกต้องตามรัฐธรรมนูญเสมอตลอดกาลชั่วกัลปาวสาน นี่ละครับคือการปฏิรูปที่เกิดขึ้นในยุคสมัยของ คสช. ดังนั้นการปฏิรูปประเทศของ คสช. คือการปฏิรูปที่ไม่เห็นหัวประชาชน เวียนวนอยู่กับคนไม่กี่คนซ้ำไปซ้ำมาหน้าเดิม ๆ แบ่งสัดส่วนแล้วก็จะเป็นนายพล แบ่งสัดส่วนแล้วก็จะเป็นเทคโนแครต (Technocrat) เจ้าประจำ แบ่งสัดส่วนแล้วก็จะเป็นข้าราชการประจำ แบ่งสัดส่วนแล้วก็จะมีนักวิชาการ หน้าเดิม ๆ แบ่งสัดส่วนแล้วก็จะมี ส.ว. ตลอดชีพที่เป็น ส.ว. แต่งตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ วนเวียน ซ้ำไปซ้ำมาอยู่กันแบบนี้วนซ้ำไปซ้ำมา เรียกได้ว่าถ้าเราลองไปไล่การปฏิรูปตั้งแต่รัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ ต่อเนื่องมาปี ๒๕๕๗ จะเห็นคนเหล่านี้เดินชนกันอยู่ในห้องประชุมทุกครั้ง จะเห็น รายชื่อของคนเหล่านี้อยู่ในเอกสารการประชุมทุกครั้ง แล้วถ้าหากมีใครลองรวบรวมสถิติดู จะเห็นได้ว่าเราใช้งบประมาณไปเท่าไรตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนว่าการปฏิรูปของ คสช. คือการปฏิรูปที่ไม่เห็นหัวประชาชน เวียนวนกัน อยู่กับคนไม่กี่คน แล้วส่งผลให้เกิดซุปเปอร์ (Super) รัฐบาล ส่งผลให้ระบบราชการขึ้นมา อยู่เหนือรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ส่งผลให้เกิดรัฐซ้อนรัฐ ส่งผลให้สมาชิกวุฒิสภามีอำนาจขี่คอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตสรุปทิ้งท้ายแบบนี้ครับท่านประธาน ผมอยากเชิญชวน เรียกร้องเพื่อนสมาชิกในที่นี่ทุกท่าน พวกเราเป็นองค์กรผู้ใช้อำนาจรัฐเพียงองค์กรเดียว ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน องค์กรอื่นทั้งหลายทั้งหมดในประเทศนี้มาจาก การแต่งตั้ง ดังนั้นนี่คือความศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเราถือเอาไว้เพราะเราเป็นคนใช้อำนาจ แทนประชาชน เรามาจากการเลือกตั้งของประชาชน พวกเราต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเราสามารถ ปฏิรูปกันได้ในระบบปกติ ไม่จำเป็นต้องปฏิรูปโดยระบบพิเศษ ไม่จำเป็นต้องเปิดประตู เชิญชวนให้รัฐประหารเข้ามาเป็นผู้นำในการปฏิรูป เราปฏิรูปกันเองได้ รณรงค์เลือกตั้งหาเสียง มีนโยบายแข่งขันกันเสร็จแล้วเสียงข้างมากเป็นรัฐบาล เสียงข้างน้อยตรวจสอบเสียงข้างมาก มีอะไรเสนอแนะซึ่งกันและกัน ผลักดันกันไป ครบวาระกลับไปเลือกตั้งใหม่ เราสามารถ ผลักดันนโยบายเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดประตูเชิญกองทัพเข้ามายึดอำนาจ แล้วมาริเริ่มการปฏิรูปให้เรา ผมอยากเรียกร้องเพื่อนสมาชิกให้คิดถึงศักดิ์ศรีของพวกเรา อย่าเปิดประตูให้เขาเข้ามาอีกเลยครับ เริ่มต้นปฏิรูปด้วยกันเอง ปฏิรูปประเทศไทยด้วยแรง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยแรงของพี่น้องประชาชน ไม่จำเป็นต้องอาศัยรัฐประหาร ไม่จำเป็นต้องอาศัยรัฐราชการ ไม่จำเป็นต้องอาศัย ส.ว. จากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณ ท่านปิยบุตรนะครับ ก่อนที่ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม จะได้อภิปรายเป็นท่านต่อไป ผมขออนุญาตชี้แจงในประเด็นที่ท่านปิยบุตรได้พูดถึงการบรรจุญัตตินะครับ ขอเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายได้รับทราบว่าทางท่านประธานและรองประธานทั้ง ๒ ท่าน จะพิจารณาบรรจุกระทู้ถามก็ตาม ญัตติใด ๆ ก็ตามเราจะคำนึงถึงกฎระเบียบ ข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญเป็นองค์ประกอบ ผมเองเรียนกับท่านสมาชิกว่าผมเข้าใจความรู้สึก ของท่านทั้งหลาย โดยเฉพาะเข้าใจความรู้สึกของผู้ยื่นญัตติ แต่ผมจะทำหรือตัดสินใจ อะไรตามความรู้สึกรักชอบพอเป็นส่วนตัวนั้นไม่ได้ ต้องยึดข้อบังคับ ต้องยึดรัฐธรรมนูญ เป็นที่ตั้ง ขอเรียนชี้แจงให้ท่านได้รับทราบดังนี้นะครับ ผมรับประกันว่าทั้งท่านประธาน ทั้งรองประธานทั้ง ๒ ท่าน เราจะพยายามทำตัวให้เป็นกลางที่สุด แล้วก็ยึดความถูกต้อง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูข้อบังคับและกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นที่ตั้ง ก็ต้องขอเรียน ให้ท่านทราบ เชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ต่อไปเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังท้องถิ่นไทย ผมขออภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานการปฏิรูป ประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม ๒๕๖๒ เพื่อเป็นข้อเสนอแนะการปฏิรูปประเทศให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อจะนำไปสู่เป้าหมาย ของการปฏิรูปต่อไป ผมขอเรียนต่อท่านประธานและสมาชิกทั้งหลายว่า ถ้าเราจะยอมรับ กันว่าการปฏิรูปประเทศจำเป็นต้องมีการปฏิรูปหรือไม่ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่าน มองเห็นความจำเป็นของการปฏิรูปประเทศ อาจจะต่างกันด้วยวิธีการ วิธีคิด และข้อเสนอ ที่จะต้องทำการปฏิรูป แต่ผมคิดว่าการที่จะทำให้ประเทศของเราเดินไปข้างหน้านั้นผมเห็นความจำเป็นของ การปฏิรูปและเห็นว่าโจทย์หลักของประเทศก็คือปัญหาประเทศเรามีหลายด้านครับ ท่านสมาชิกได้พูดไปก็มากแล้ว ไม่ว่าทางด้านการเมือง ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ความเหลื่อมล้ำหรือการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เราเห็นว่าที่ผ่านมาปัญหา ประเทศก็ยังดำรงอยู่ แต่โจทย์การปฏิรูปประเทศมันตั้งต้นกันที่ว่าเราจะทำให้ปัญหาที่มีอยู่ ดังที่กระผมกล่าวนี้จะไปสู่การแก้ปัญหาของประเทศและไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร ในการปฏิรูป ดังนั้นในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ มาตรา ๒๕๘ และมาตรา ๒๕๙ ได้พยายาม ที่จะบัญญัติเอาไว้ นั่นคือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่มีข้อสรุปเรื่องการปฏิรูปประเทศอันเป็น แนวทางและหลักที่จะทำให้ประเทศไปสู่ความสามัคคีปรองดองและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามหลักของเศรษฐกิจพอเพียง มีความสมดุลของประชาชนในสังคมให้เท่าเทียมกัน และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในการดำเนินงานของกระบวนการก่อนจะมาถึงวันนี้ มีพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินงานการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งมีคณะกรรมการปฏิรูปตามที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ ๑๑ ด้าน ท่านประธานที่เคารพว่า ทั้ง ๑๑ ด้านเมื่อเราอ่านรายงานครั้งนี้ก็อาจจะเข้าใจยากอยู่บ้าง เพราะว่าในรายงานเพื่อจะ ไปตอบโจทย์เรื่องของเป้าหมายของการปฏิรูปค่อนข้างจะดูยาก ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า ถ้าจะปฏิรูปการเมือง เป้าหมายและธงของการปฏิรูปอยู่ตรงไหนต้องบอกให้ชัด เพราะสมาชิกหลายท่านเข้าใจไม่ตรงกัน แต่ว่าถ้าเราจะทำให้การเมืองไปสู่เป้าหมาย เช่น การเมืองต้องเป็นการเมืองของประชาชน เป็นการเมืองของพลเมืองก็ต้องวางเป้าหมายให้ชัด การบริหารราชการแผ่นดินปัญหามันอยู่ตรงไหน ถ้าปัญหาระบบราชการไม่บริการประชาชน รวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง เราจะวางเป้าหมายไปสู่อะไร ปฏิรูปตำรวจ ทำอย่างไร ให้ตำรวจได้บริการประชาชน ดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน นั่นคือเป้าหมาย ทุกอย่างต้องมีเป้าหมาย เช่น ปฏิรูปสังคม ปฏิรูปการกระจายอำนาจทางด้านการเมือง เป็นต้น ซึ่งสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้ว ผมอยากจะเรียนว่านี่คือประโยชน์ที่ประชาชน ควรจะได้รับว่าปฏิรูปแต่ละด้านแล้วประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร นี่คือเรื่องใหญ่ ของประเทศ ผมคิดว่าไม่ใช่ประโยชน์เรา ไม่ใช่ประโยชน์สมาชิก เพราะสมาชิกคือตัวแทน ประชาชนที่นำปัญหาความเดือดร้อน นำสิ่งที่จะต้องปฏิรูปกลับไปสู่ประโยชน์ของประชาชน อย่างแท้จริง ผมว่าโจทย์นี้เราต้องช่วยกันคิด ถ้าเราคิดว่าการปฏิรูปประเทศเป็นสิ่งที่ต้องคิด และลงถึงประชาชนนั้น นี่คือความจำเป็นและต้องผลักดันในการปฏิรูปร่วมกัน ส่วนผู้ปฏิรูป จะเป็นใคร ผมดีใจนะครับว่าเราจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูป เพราะเราคือตัวแทน ของประชาชน แต่วิธีการก็ค่อยเสนอกันไปว่าจะทำอย่างไร ซึ่งช่วงท้ายผมจะเสนอว่าทางออกน่าจะเป็นอย่างไร ผมกลับมาดูรายงานสักนิดหนึ่งว่า ในรายงานจริง ๆ แล้วการผลักดันขับเคลื่อนการปฏิรูปที่เป็นรายงานค่อนข้างจะเป็นงาน ที่เป็นความเร่งด่วนของประชาชนที่เราใช้ภาษาอังกฤษว่าควิกวิน (Quick Win) เมื่อเป็น อย่างนี้ผมก็ไม่เข้าใจว่าคณะกรรมการปฏิรูปต้องมาใส่ใจและให้ความสนใจ ซึ่งตรงนี้ ก็อาจจะมีข้อบกพร่องอยู่บ้างว่า ในบางคณะมันอาจจะมีผู้ที่ลาออกไปบ้าง ยังไม่เติม ให้มันเต็มบ้าง ซึ่งส่วนนี้ผมเรียนว่าคณะรัฐมนตรีที่จะเข้ามาดำเนินงานการปฏิรูปประเทศ ต่อเนื่องกันไปจะต้องทำให้ชัดเจนและให้ครบถ้วน เพื่อจะทำให้การปฏิรูปมันมีเป้าหมาย ในแต่ละด้านอย่างที่ผมได้กล่าวไว้แล้ว ทีนี้โครงการที่เป็นควิกวิน (Quick Win) แน่นอน วิธีทำง่ายที่สุดก็คือให้ส่วนราชการต่าง ๆ เสนอโครงการเข้ามาว่า ด้านการเมืองหน่วยใดบ้าง ช่วยไปติดตามและส่งเข้ามา มันก็จะเป็นอย่างนี้ตลอด ด้านบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านสังคม ด้านกระบวนการยุติธรรม หรือด้านเศรษฐกิจ เพราะเราจะเห็นว่า หน่วยที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้รับผิดชอบและส่งโครงการและกิจกรรมเข้ามา มันจึงทำให้ มีข้อที่จะต้องไปปรับไปวิเคราะห์กันบ้างว่า โครงการเหล่านี้มันไปตอบโจทย์เป้าหมาย ตรงไหน อย่างไร แน่นอน ๓ เดือน มันไม่ได้ตอบโจทย์ แต่ผมอยากจะเสนอสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและเสนอคณะกรรมการปฏิรูปว่า ถ้าจะทำให้สภาเข้าใจมากขึ้น ผมเข้าใจว่าในเล่มอาจจะต้องปรับปรุงเพื่อทำให้ท่านสมาชิกทั้งหลายได้เข้าใจ เพราะว่า การปฏิรูปผมเรียนว่าต้องมีเป้าหมายในแต่ละด้าน เป้าหมายในแต่ละด้านนั่นก็คือสิ่งที่ ต้องทำให้สำเร็จคืออะไร ด้านการเมืองจะทำอะไรเป็นสิ่งสำคัญ ด้านเศรษฐกิจจะทำอะไร มันไม่ใช่ตีขลุมไปหมด ต้องปักธง หรือแฟล็กชิป (Flagship) ของแต่ละด้าน เพื่อจะทำให้ สมาชิกเข้าใจว่าแต่ละด้านเราเน้นตรงไหน อย่างไร จะไปเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อย่างไร อันนี้เราไม่เห็น เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อเห็นแต่โครงการ ๓ เดือน เป็นความเร่งด่วน ที่จะต้องแก้ไขมันจึงเป็นปัญหาว่าเราไม่เห็นเป้าหมาย อันนี้ด้วยความเคารพว่า ถ้าจะเสนอรายงานในคราวต่อไป ผมเสนอว่า ๑. จะต้องบอกถึงด้านแล้วบอกถึงเป้าหมาย ว่าแต่ละด้านแฟล็กชิป (Flagship) มันปักธงตรงไหน มันปกธงไปสู่อะไร ยกตัวอย่างเช่น ด้านการเมือง เราจะปักธงเรื่องการกระจายอำนาจ เพราะว่าสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้ว เราจะปักธงว่าการเมืองต้องเป็นของพลเมืองไม่ใช่แค่นักการเมือง ผมว่าประเทศเรา ยังมีปัญหาเรื่องความเข้าใจการเมือง มันไม่ใช่มาเล่นกันในสภาอย่างเดียว ด้วยความเคารพ ผมว่าการเมืองมันโยงใยถึงพี่น้องประชาชนที่ต้องเข้าใจและทำประชาชนให้เป็นพลเมือง นี่คือการปักธงแฟล็กชิป (Flagship) ด้านการเมือง หรือจะปักธงเรื่องการกระจายอำนาจ ที่สมาชิกหลายท่านคาดหวังว่ารวมอำนาจมันเดินหน้าไม่ได้ประเทศเราจะฝากความหวังไว้ ที่ส่วนราชการทั้งหมด ผมดูแล้วผู้รับผิดชอบราชการเกือบทั้งหมด ประชาชน เอกชน ประชาสังคม และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเกือบจะไม่มีเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราปักธงในแต่ละด้านแฟล็กชิป (Flagship) ไปนี่คือช่องที่ ๑ ด้าน แล้วสิ่งที่ต้องทำให้ถึงเป้าหมายมันคืออะไร จากนั้นก็ดูว่า ความก้าวหน้าหรือความคืบหน้าตามที่เราเสนอมันเยอะแยะไปหมดอ่านไม่รู้เรื่อง คือรู้แต่ไม่ชัดเจนว่ากำลังทำอะไรที่จะดำเนินการต่อ แล้วจะทำอะไรต่อไป ทำไปถึงไหน อนาคตจะทำอะไรต่อ ผมคิดว่าน่าจะจัดระบบอย่างที่กระผมได้นำเรียนเป็นข้อเสนอแนะ ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ มีอยู่ ๒-๓ เรื่องที่ผมอยากจะนำเสนอว่า นอกจากเป้าหมายแล้วก็นำสิ่งที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รวบรวม แล้วผมอยากจะเรียกร้องให้คือเราไปพูดถึงอดีตมันจะลำบาก ผมคิดว่าเราควรจะร่วมกัน พูดถึงอนาคต เพราะถ้าย้ำอยู่กับอดีตมันไม่มีทางไปรอดหรอกครับ เราอยู่กับข้างหน้า หรืออนาคต หรือเราจะย้อนอดีต ถ้าเราวนเวียนอยู่กับย้อนอดีต ถ้าเราจะเดินหน้า เราจะแก้ กันอย่างไรในการปฏิรูป ตรงนี้ผมเห็นด้วย เพราะฉะนั้นจะเดินหน้าในการปักธง เรื่องการปฏิรูปแต่ละด้านอย่างไรก็อาจจะต้องทำรายงานมาว่าธงแต่ละด้าน และเรามา อภิปรายกันว่าอะไรที่ยังไม่สะใจก็เพิ่มเติมตกแต่งแล้วก็สิ่งที่ทำมาแล้ว และสิ่งที่จะทำต่อไป คืออะไร สุดท้ายเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสภานี้ ผมคิดว่าเราควรมีข้อเสนอร่วมกัน ผมเอง ถ้าคิดปฏิรูปประเทศแล้วแยกเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ประเทศเดินหน้าไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าเรายอมรับกันว่าการปฏิรูปประเทศเป็นของทุกคนทั้งสภา ประชาชน และภาคส่วน ต่าง ๆ ผมคิดว่าในฐานะที่เราเป็นผู้แทนปวงชน เราอาจจะตั้ง ผมไม่แน่ใจว่าจะทำได้แค่ไหน อาจจะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญติดตามการปฏิรูปประเทศอีกก็ได้ แล้วก็มีข้อเสนอแล้วก็ช่วยกัน ผมยังเห็นประโยชน์ของการปฏิรูป แม้ว่ามันจะเดินหน้าไปด้วยความบางส่วนไม่เห็นด้วย และเห็นด้วย แต่ผมคิดว่าถ้าปฏิบัติแล้วประโยชน์มันเกิดกับประชาชน และนี่คือสิ่งที่เราหวัง เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมก็อยากให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้นำไปปรับปรุงในส่วนที่ผมได้เสนอไป ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นะครับ ลำดับต่อไปก็คงเป็นคิวของท่านสุทิน คลังแสง แล้วก็ท่านวีระกร คำประกอบ และท่านสุดท้ายก็คือ ท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ เชิญท่านสุทิน คลังแสง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั่งฟังมาเมื่อวานนี้ได้เห็นเพื่อนสมาชิกของเราขึ้นพูด หลายท่านผมชื่นชมนะครับ ชื่นชมว่าจริง ๆ เราแยกไม่ออกว่าใครเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เราได้แสดงออกถึงความรู้สึกที่แท้จริง นี่คือผู้แทนราษฎรคือเงาสะท้อนของประชาชน ไม่เหมือนกับอีกสภาหนึ่ง ๒๕๐ เรียบวุธ ท่านประธานครับ แต่ก็อดสงสารเพื่อนสมาชิก เราไม่ได้ว่าใครที่มีตั้งความหวังไว้กับการปฏิรูปครั้งนี้สูงหน่อยก็น่าสงสารมากหน่อย ใครแบ่งใจไว้บ้างก็น่าสงสารน้อยหน่อย ใครไม่มีความหวังเลยน่าสงสารอีกแบบ แต่สงสารที่สุด คือท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเคารพกันนะครับ แล้วก็เคารพ ท่านมาก
ท่านสุทินครับ ไม่ต้องไปสงสารคนอื่นละครับ ท่านเข้าเนื้อหาที่จะแสดงความคิดเห็นว่า
กำลังจะบอกว่าสงสารอย่างไรรู้ไหมครับ ผมอ่านเอกสารท่านแล้ว ดูจริง ๆ แล้ว ดูวันสองวันแล้ว นี่คือรายงานความไม่คืบหน้า ในรอบ ๓ เดือน ไม่ใช่รายงานความคืบหน้า ทำไมครับ เอาข้อเท็จจริงเลยท่านประธาน ๓ เดือนที่ท่านบอกนี้ เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ใครขับเคลื่อนปฏิรูปบ้าง มันเป็นช่วงข้าราชการเข้าเกียร์ว่าง จะเลือกตั้ง ผู้นำปฏิรูปก็สุมหัวกัน พวกเราก็สุมหัวกันเรื่อง เลือกตั้ง เข้าเกียร์ว่างกันหมด หลายคนบอกด้วยซ้ำไปว่าดูก่อนว่าใครจะมา ปฏิรูปนี้จะได้ทำ หรือเปล่า อาจจะต้องพับ เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงคือไม่มีการขับเคลื่อนปฏิรูป ถ้าพูดแบบนี้จะ หาว่าผมไปดูถูกดูแคลนว่าคนไม่ทำงาน พอมาอ่านโดยเอกสารแล้วมันฟ้อง หลายคนอาจจะ บอกว่าท่านเขียนดี แต่ผมดูแล้วครับ ถ้าเป็นนักศึกษาผมส่งเปเปอร์ (Paper) นี้ตกนะท่าน ผมให้ตก เพราะอะไรครับ ไม่สะท้อนความเป็นจริง ที่พูดมาผมไม่ได้บอกว่าโกหก ไม่ใช่ความจริงเลย ไม่ใช่ความจริง ไม่ใช่ความคืบหน้า ท่านอ่านหน้า ๔ ก็ได้ครับ ดูความคืบหน้าในระดับชุมชน ในระดับท้องถิ่น ในระดับภาค ในระดับประเทศ เขียนมานี้ผมไม่มีเวลาอ่านให้ดู ผมอ่านไป จริง ๆ แล้วเขาพูดถึงประเทศไหน ไม่ใช่ประเทศเราเลย หรือเป็นประเทศกูมีก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ คือท่านเขียนมาความคืบหน้าสวยหรูหมด ดีหมด คุณภาพชีวิตดี เศรษฐกิจดี กำลังในการแข่งขันภาคธุรกิจเข้มแข็งขึ้น ประเทศมีประชาธิปไตยที่มั่นคง อันนี้ไม่ใช่ประเทศ เราเลยช่วง ๓ เดือนมานี้ มันฟ้องตรงไหนครับ ก็ไปดูรายงานจากต่างประเทศสิ ส.ส. จิราพร สินธุไพร พูดชัด เศรษฐกิจดีได้อย่างไร คุณไปดู ซีเอส โกบอล เวลธ์ (CS Global Wealth) เขารายงานสิครับ ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงอันดับหนึ่งของโลก มันแย้งกับที่ท่านเขียน หรือถ้านั่น เป็นจริง ที่เขียนมาถ้ามันเป็นจริงอย่างที่ท่านเขียน ผมไม่เชื่อว่า ๓ เดือนจะเนรมิตได้ขนาดนี้ มันจึงไม่ใช่ผลงานของการปฏิรูป แล้วยิ่งไปดูควิกวิน (Quick Win) ท่านประธานครับ มันไม่ใช่ปฏิรูปเลย ผมไปดูโครงการ มันเป็นเอางานรูทีน (Routine) ของข้าราชการ มาเขียน แล้วเป็นรูทีน (Routine) ระดับเสมียนด้วย งานรูทีน (Routine) ของเสมียน ปลูกต้นไม้ เพื่อความยั่งยืนอย่างนี้ หรือไม่ก็โซลาร์ เซลล์ (Solar cell) โซลาร์ ฟาร์ม (Solar farm) อันนี้ เขาทำอยู่แล้ว พลังงานเขาทำอยู่แล้ว หลานผมเขาก็ทำ เขาเป็นเจ้าหน้าที่อยู่นั่น เพราะฉะนั้น ทำไมผมสงสารท่านเลขาธิการ ก็มันไม่มีงาน ไม่ได้คืบหน้าจริง ๆ แต่ท่านก็ต้องปั้นให้ ท่านต้องทำรายงานให้ได้เพราะรัฐธรรมนูญบังคับ ๓ เดือนต้องทำ เพราะฉะนั้น ท่านเก่ง ท่านทศพรท่านเก่ง ท่านก็ปั่นให้ ปั่นสำนวนมาให้จนดูดี เพราะฉะนั้นท่านก็ปั้นน้ำ จนเป็นตัว จะปั้นอย่างไรเราก็ดูออกเพราะคนตามกันอยู่ แต่ถ้าท่านเอารายงานนี้ไปให้ สนช. แน่นอนผ่าน เพราะเขาไม่เปิดดู แต่มาที่นี่ไม่ได้นะท่านประธาน ท่านเลขาธิการ เที่ยวหน้า เที่ยวต่อไปท่านยิ่งจะลำบาก เพราะเขาเห็นเที่ยวนี้แล้ว เที่ยวหน้าเขาตามจองเวรอีก เพราะฉะนั้นที่ท่านเขียนมานี้ ท่านเลขาธิการท่านปั้นให้ เจ้าหน้าที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติเขาเมก (Make) ให้ แต่เมก (Make) อย่างไรก็ดูออก ท่านประธานครับ ผมลงอย่างนี้ ผมบอกว่าการปฏิรูปเที่ยวนี้ไม่สำเร็จ ที่ไม่สำเร็จเพราะอะไร ท่านไปดูนะ ผมไปดูทั่วโลก ศึกษาความสำเร็จ ความล้มเหลวของการปฏิรูปมาทั่วโลก แล้วก็ดูทฤษฎีของการปฏิรูป องค์กรมา การปฏิรูปเกิดได้ด้วย ๓ ปัจจัย ฟังนะ แล้วครั้งนี้จะเข้าปัจจัยไหน ๑. อยู่ดี ๆ ปัจจัยภายนอกมาเร่งเล้าให้เราปฏิรูป เฮ้ย บ้านคุณใช้ไม่ได้แล้วนะ บริษัทคุณใช้ไม่ได้แล้วนะ มันเสื่อมที่สุดนะ พวกคุณถึงปฏิรูปนะ ไม่ปฏิรูปฉันไม่คบนะ นี่ปัจจัยภายนอกเขาเร่งเข้ามา ตัวที่ ๒ คือปัจจัยภายใน คนในองค์กรรู้ว่ามีปัญหาลุกขึ้นเรียกร้องปฏิรูปเอง ถ้าคนในประเทศ ตระหนัก ตื่นรู้ว่ามันจำเป็น เขาจะลุกขึ้นมาเรียกร้องปฏิรูป นี่เหตุที่ ๒ เหตุที่ ๓ ต่างประเทศก็ไม่บังคับ ภายในก็ไม่ได้ตื่นรู้ แต่ผู้นำมีวิสัยทัศน์นำปฏิรูปเองเลย มีอยู่ ๓ สาเหตุเท่านั้นทั่วโลก แต่ของเราครั้งนี้เข้าสาเหตุไหนครับ ต่างประเทศเขาก็ไม่ได้ มาบีบเราหรอก ในประเทศก็ไม่ได้มีครับ ไม่ได้ตกผลึกถึงขนาดเรียกร้องให้ปฏิรูป มีบ้าง ๙ ปี ๑๐ ปีก่อนผ่านมาแล้ว คราวนี้มีเพียง กปปส. ไปเดินขบวน แล้วก็บอกให้ปฏิรูป มีคนกลุ่มเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นปัจจัยที่ ๑ ปัจจัยที่ ๒ ไม่ใช่ ปัจจัยที่ ๓ ถามว่า ผู้นำประเทศหูตาสว่างไสวขึ้นมา มีวิสัยทัศน์กว้างไกลลุกขึ้นมานำปฏิรูปใช่หรือเปล่า ไม่เลย ท่านยึดอำนาจ ท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ท่านพูดถึงอะไรครับ รักษาความสงบ พอยึดอำนาจ ไปเสร็จถึงมีคนจับยัดใส่มือท่าน ไปง้างปากให้ท่านพูดเรื่องปฏิรูป แล้วพอท่านเดินมา ๕ ปี ก็พวกที่กวักมือเรียกท่านมายึดอำนาจ ด่าท่านเองไม่ไปไหนเลย ๕ ปี ไม่ไปไหน ๆ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปครั้งนี้สาเหตุมันไม่ได้มาจาก ๓ ปัจจัยเลย ล้มเหลวประการแรกเลย ปัจจัยที่เป็นเหตุก็คือ เอามาเป็นข้ออ้างเพื่อล้มอำนาจของรัฐบาลเก่า เมื่อมันเริ่มต้นด้วย ปัจจัยที่ไม่มีในโลกอย่างนี้มันก็ผิดเพี้ยนมาอีก มันจึงมาสู่ปัจจัยสำเร็จชุดที่ ๒ ผมจะบอกให้ มันจะสำเร็จได้ด้วย ๓ อย่าง สำหรับปฏิรูปในโลกนี้ ทุกระดับ ทุกองค์กร และทุกระดับ จนไปถึงประเทศ ๑. ผู้นำเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว แน่วแน่ มีสิทธิ ๒. คนในองค์กรให้ความร่วมมือ ในการปฏิรูปมีโอกาสสำเร็จและ ๓. บริบทของสังคม ก็บริบทของสังคมขณะนั้นมันเอื้อ สำเร็จ แล้วดูเที่ยวนี้สิครับ ผู้นำเราเด็ดเดี่ยวไหมครับ วันนี้ไม่มาฟังเลย ผมมีความรู้สึกว่า วันนี้ไม่รู้มีใครมาไข่ทิ้งไว้แล้วให้เลขาธิการอุ้มไข่มาที่นี่และให้เราดู พ่อแม่ไม่สนใจไข่ตัวเองเลย ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ๑. ผู้นำเรานี่ไม่ได้ตระหนักหรอกเรื่องปฏิรูป ๒. ไม่เข้าใจอีก และ ๓. มีผลประโยชน์ขัดกันกับเรื่องที่จะปฏิรูป นี่อันที่ ๑
อันที่ ๒ คนในประเทศวันนี้ให้ความร่วมมือไหม ไม่ครับ ทำไมไม่ เพราะคุณ ไม่ให้เขามีส่วนร่วม นี่จะเอาเข้ามาสภายังมาเร่งเร้าอยู่อีกนี่ว่ารีบพูดนะ รีบพูดนะ ไม่ได้ แล้วจะมาบังคับให้พวกเรารับเอาแผนปฏิรูปเป็นของสภา ผมไม่รับหรอกครับ เพราะคุณไม่ให้ ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วจะมายัดให้สภารับไม่เอา เพราะฉะนั้นปัจจัยที่ ๒ คนในประเทศ ไม่ให้ความร่วมมือ
ปัจจัยที่ ๓ ที่ล้มเหลวเที่ยวนี้คืออะไรครับ บริบทสังคมไม่ได้ท่านเลขาธิการ เรามาปฏิรูปในบรรยากาศยึดอำนาจ สิทธิเสรีภาพไม่มี ใครจะพูดอิสระเสรีไม่ได้ เดี๋ยวเรียก ปรับทัศนคติหมด และประการสำคัญที่สุดบ้านเมืองแตกแยก วันนี้ถ้าผู้นำพูดเรื่องปฏิรูปปั๊บ เขาก็จะมองคุณทันที ระแวงคุณทันที นี่ผลประโยชน์ทับซ้อน นี่อยู่ในอำนาจ บรรยากาศ มันไม่ให้ พอไม่ให้ปั๊บ ความล้มเหลวเกิดตั้งแต่ต้น และ
ประการสำคัญที่สุดที่เป็นความล้มเหลว คือตัวผู้นำเองไม่รู้เรื่องปฏิรูป หลายท่านพูดแล้วครับ แผนปฏิรูปเสร็จก่อนยุทธศาสตร์มีที่ไหน เขาชกมวยเสร็จแล้วค่อยมา รำมวย ค่อยมาไหว้ครู ยุทธศาสตร์คือทิศทางของประเทศ เป้าหมายที่จะไป ส่วนการปฏิรูปคือการมาพัฒนา จะเอารถ ไปทางเรือ ไปทางน้ำ จะเลือกทางอะไรที่จะจัดการ ให้มันไปสู่เป้าหมายได้เร็วและมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ต้องเสร็จก่อน แล้วค่อยมาปฏิรูป แต่นี่แผนปฏิรูปเสร็จปีหนึ่ง ยุทธศาสตร์ตามหลังมาปีหนึ่ง หมายความว่า คุณหารถ หาเรือ หาเครื่องมือที่จะเดินทางแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน ท่านเลขาธิการพูดเอง เมื่อวานนี้ ท่านทศพรครับ ขออนุญาตชื่นชมท่านครับ ท่านบอกว่าตอนนี้สิ่งที่เรากำลังจะทำ คือปรับแผนปฏิรูปให้เข้ากับยุทธศาสตร์ ก็เพราะมันออกมามันคนละส่วน แทนที่คุณจะนับหนึ่ง ก่อนคุณไปนับสิบ คุณต้องไหว้ครูก่อนถึงชกมวย นี่คุณไปชกมวยก่อนจะมาไหว้ครู มันก็เลย สะเปะสะปะ วันนี้ต้องปรับแผนปฏิรูปไปเข้ากับอะไรครับ เข้ากับยุทธศาสตร์ อันนี้ผิด เบื้องต้นเลย จริง ๆ ยุทธศาสตร์เสร็จก่อน รู้เป้าหมายจะไปไหนก่อน แล้วค่อยมาเลือกรถ เลือกเครื่องบิน แล้วก็ปฏิรูป เครื่องมือที่จะไปสู่เป้าหมายถึงจะใช่ พออย่างนี้เสร็จปั๊บ ท่านประธานครับ มันเลยเกิดข้อผิดเพี้ยนไปหมด ผมยกตัวอย่างเลย ปฏิรูปอันแรก ด้านเศรษฐกิจดูนะครับ ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้คืออะไร ส.ส. จิราพรพูดไว้ชัด ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมสูงมาก ใครพูด ซีเอส โกลบอล เวลท์ (CS Global Wealth) สถาบันจัดความมั่งคั่งนานาชาติ เขาพูดไว้ชัดเจน เป็นอันดับหนึ่ง ของโลก แล้วพอไปดู ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง ท่านจะได้เห็นว่าปัญหามันตัวเท่าช้าง แต่พอมา ปฏิรูปเอาไม้เรียวไปตีช้าง ในควิกวิน (Quick Win) ของท่าน มันเป็นเรื่องของไมโคร (Micro) เล็ก ๆ น้อย ๆ มันจะไปแก้ปัญหามหึมาได้อย่างไร ปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ ท่านประยุทธ์ รัฐบาล คสช. รู้ไหม ๕ ปี ท่านปั้นจากเศรษฐีเป็นมหาเศรษฐี เป็นอัครมหาเศรษฐีคือ ทรัพยากรของประเทศมันไปอยู่กับกลุ่มเดียว ท่านประธานท่านฟังนะครับ มีเศรษฐี ในประเทศไทย ๕ อันดับ ปี ๒๕๕๗ พลเอก ประยุทธ์ ก็เป็นนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งปีทั้งชาติ ทั้งชีวิตเขานี่ ๔ ปี เขามีทรัพย์สิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พลเอก ประยุทธ์ อยู่ ๕ ปี ปีนี้เขามี ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวยขึ้นอีก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ชั่วชีวิตเขาหาได้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕ ปีหาได้ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะเป็นล้าน ๆ ในอีก ๒-๓ ปีข้างหน้า เพราะเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) อยู่ในมือนายทุนพวกนี้ทั้งหมด อีก ๕ บริษัทอันดับสูงที่รวยที่สุดในประเทศ รวยขึ้น ๒๐๐-๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๕ ปีของ พลเอก ประยุทธ์ นั่นหมายความว่า ๕ ปีเขาสร้างเศรษฐีขึ้นเป็นอัครมหาเศรษฐี ในขณะเดียวกัน สร้างคนจนเพิ่มจาก ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน เป็น ๑๔ ล้านคน ท่านเลขาธิการทศพรแถลงวันก่อน ผมชื่นชมท่าน หนี้สินครัวเรือนพุ่งขึ้นเป็นอันดับ ๑๐ ของโลก แล้วฟังอีกสักเรื่องไหมครับ ปัญหาเศรษฐกิจ วันนี้ข้อมูลจากสำนักงานฟื้นฟูชีวิตเกษตรกรเขาบอกว่าอย่างไรครับ ที่ดินในมือเกษตรกรวันนี้กำลังจะหลุดจากจำนองจำนำ ๓๕ ล้านไร่ ในขณะที่บริษัทเดียววันนี้ มีบริษัทหนึ่งมีที่ดิน ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ประชาชนทั้งประเทศ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีที่ดินเป็นของ ตัวเอง นี่คือโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจ แล้วท่านแก้อย่างไร ปฏิรูป ไปดูในควิกวิน (Quick Win) สิครับ เรื่องเศรษฐกิจ วิธีแก้ของท่าน ท่านจะปฏิรูปแบบไหนถึงจะไปแก้ปัญหาพวกนี้ได้ ท่านบอกว่าจัดตั้งสำนักงานบูรณาการแก้ไขปัญหาความยากจน ท่านประธานครับ ไม้เรียว ตีช้าง มันต้องผ่าโครงสร้างเศรษฐกิจ คุณต้องกล้าแก้ไขปัญหาการผูกขาดตัดตอน ทางเศรษฐกิจไหมล่ะ นั่นถึงจะเรียกปฏิรูป แบบนี้ไม่ใช่ปฏิรูป แล้วอีกเรื่องหนึ่งเรื่องการเมือง นี่คือต้นเหตุเลย ผมกำลังจะบอกว่าการปฏิรูปครั้งนี้ที่ผู้นำไม่เข้าใจเลยคืออะไร ๑. คุณไม่พูด เรื่องปฏิรูปการศึกษาเลย ในนี้ ๑๑ ด้าน ไม่พูดเรื่องการศึกษาได้อย่างไร ปฏิรูปประเทศ ไม่ปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร เดี๋ยวนี้จะพัฒนาด้านไหน เขาโนว์เลดจ์ เบส (Knowledge base) ก็คือองค์ความรู้เป็นฐานทั้งนั้น แล้วแยกการศึกษาไปปฏิรูปเดี่ยวหรือ ไม่ใช่ การศึกษา ต้องปฏิรูปแบบบูรณาการกับด้านอื่น มีที่เขาทำล้มเหลวชัดเจนคือการศึกษากับการเมือง การเมือง เพื่อนผมพูดไปเยอะแล้วว่าเกิดการเมืองอัปลักษณ์ ปฏิรูปอย่างไรวันนี้ ๔ เดือนแล้วยังตั้ง รัฐบาลไม่ได้ ปฏิรูปอย่างไร ได้สูตรนับคะแนนแบบโลกต้องตะลึง ปฏิรูปอย่างไรเป็น ส.ส. อยู่ดี ๆ ถูกปลดออกเฉยเลย พรรคไหนไม่รู้ ปฏิรูปได้อย่างไร ท่านประธาน วันนี้เกิดงูเห่า เกิดแย่งตำแหน่งกันอัปลักษณ์ แต่นั่นเราพูดกันเองนะ แต่มาฟังต่างชาติพูด วอชิงตัน โพสต์ (Washington Post) พูดวันที่ ๘ เราเลือกนายกรัฐมนตรีได้วันที่ ๕ วอชิงตัน โพสต์ (Washington Post) เขาว่าอย่างไร เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ควรช่วยเหลือ ประเทศไทย ชัด บีบีซี (BBC) บอกว่าอย่างไร บอกว่า พลเอก ประยุทธ์ ละจากเปรมโมเดล (Model) มาเป็นสฤษดิ์โมเดล (Model) อาศัยสภา อาศัยผู้แทนเป็นเกราะกำบัง แท้จริงคือ เผด็จการ แล้วใครพูดอีก อันเฟรล (ANFREL) เครือข่ายเลือกตั้งเสรีของเอเชีย ประณาม กกต. เลย จัดการเลือกตั้งใช้ไม่ได้ วัน ๒ วันนี้ นี่คือภาพสะท้อนการปฏิรูปการเมือง วันนี้อธิบายไม่หมด เรื่องความล้มเหลวในการปฏิรูปการเมือง และสำคัญที่สุดท่านประธานครับ เรื่องโครงสร้าง การเมืองท่านทำลายย่อยยับ วัฒนธรรมการเมืองเรียบร้อยอีก พรรคที่ ๑ ต้องได้จัดตั้ง รัฐบาลก่อน ๒ ๓ รอก่อน ท่านชวนเคยทำไว้ ท่านบรรหารเคยทำไว้ ท่านชวลิตหลีกทางให้กัน วันนี้ไม่สนใจแล้ว นี่คือวัฒนธรรมการเมืองที่ทำลาย ฉันได้ที่ ๒ ที่ ๓ ไม่เกี่ยว ฉันจะแย่งตั้ง เหลืออะไร โครงสร้างก็ไม่เหลือ วัฒนธรรมก็ไม่เหลือ โครงสร้างทางการเมืองที่ชัดเจนคือ ส.ว. รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ เขาไปไกลแล้ว ส.ว. เลือกตั้ง วันนี้ดึงกลับไปเป็นอะไรไม่รู้ วันนี้ยังไม่รู้ที่มาเลย ส.ว. ผมถึงบอกว่าเป็น ส.ว. ลูกไม่มีพ่อ หาพ่อไม่เจอ ผมถึงได้ยื่น เพราะอันนี้มันเป็นเรื่องที่ทำกันเละเทะมาก การได้มาซึ่ง ส.ว. ไป ๆ มา ๆ ง้างปากก็ไม่พูด จะทำอย่างไรก็ไม่บอก แถมออกมานิดเดียวว่า ๖ คน ใช่หมดเลยเป็นเองหมด และเอา หลักเกณฑ์อะไรไปสรรหากัน ไม่มี และวันนี้ชาวบ้านข้องใจ มีญาติโกโหติกา มีทหารเท่านั้น มีลูกน้องเท่านี้ แล้วเราจะตรวจสอบ ตรวจสอบไม่ได้ ท่านประธานแหละทีนี้ เรื่องท่านกับผม แล้วตอนนี้ ญัตตินี้ผมต้องการทำให้การเมืองมันชัดเจน ชาวบ้านเขาสงสัยที่ไปที่มา มันสะเทือนใจ เขาเลือกผู้แทนแทบเป็นแทบตาย พวกหนึ่งมา ๒๐๐ มาได้อย่างไร ๒๕๐ ขอเพียงสิทธิให้เขารู้ เขาไม่มีสิทธิมาเปลี่ยนแปลงหรอก อยากรู้เท่านั้น ไม่บอก แถมบอก ชาวบ้านไม่เกี่ยว นี่สำนึกทางการเมืองมันพัฒนาได้อย่างไร ระบบก็ทำลายแล้ว วัฒนธรรม ก็ทำลายแล้ว ผู้นำประเทศส่งสัญญาณว่าจะสร้างวัฒนธรรมการเมืองแบบใหม่ กูจะเอาอย่างนี้ของกู ไม่เกี่ยว วันดีคืนดีเมื่อวานออกมาสารภาพ ไม่ได้ตรวจดูคุณสมบัติ มันถือหุ้นสื่อเยอะเลย ก็จะตรวจได้อย่างไรไม่มีกรรมการ ไม่ตั้งกรรมการ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมไม่ยอม ท่านประธานกับผมเคารพกัน เป็นสหายกัน ชื่นชมกันมาตลอด แต่เมื่อท่านไม่รับ ญัตตินี้ของผม พรุ่งนี้ผมต้องแจ้งความดำเนินคดี มาตรา ๑๕๗ ครับ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็ไม่เท่านั้น ผมอยากรู้เหมือนกันว่าวันก่อนประธาน ส.ว. บอกว่า ส.ส. ตรวจสอบ ส.ว. ไม่ได้ ผมไม่ได้ตรวจสอบ ส.ว. ผมตรวจสอบ คสช. วันนี้ออกมาบอกตรวจสอบ คสช. ไม่ได้ ท่านไม่สงสารชาวบ้านบ้างหรือครับ เขาอยากรู้ แล้วบอกว่าตรวจสอบไม่ได้ ถ้าสภาอย่างนี้ ตรวจสอบไม่ได้ ใครตรวจสอบได้ ไปหาคำตอบจากที่ไหน ผมจำเป็นครับ และเรื่องการปฏิรูป ยุติธรรมนี่ท่านครับ ได้ยินไหมว่าสองมาตรฐานมันดังมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว เดี๋ยวนี้ยิ่งหนัก กว่าเดิมอีก เมื่อวานทำอะไรครับ ๔๑ ส.ส. รับเรื่อง ๓๒ หลุด ๖ แต่ไม่สั่งพัก แต่เดือนก่อน คนหนึ่งพัก เหล่านี้คืออะไร แล้วก็ท่านประธานครับ วันนี้จัดตั้งรัฐบาลผมได้ข่าวว่ากำลังจะ เอาคนที่มีมลทิน เอาคนซึ่งเคยเซ็นโกงเงินกู้ธนาคารกรุงไทยมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคลัง ท่านอุตตมเป็น ๕ คน ในการเซ็นอนุมัติให้มีการกู้ธนาคารกรุงไทย ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านสุทิน ขอความกรุณาว่าเราพยายามไม่พูดถึงคนข้างนอกโดยไม่จำเป็น เพราะคนข้างนอกเขาไม่มี โอกาสมาชี้แจง
ขอบคุณครับ
เพราะว่า ข้อกล่าวหาท่านไม่รู้จริง ไม่จริง เราก็ไม่มีการตรวจสอบ ฉะนั้นก็ขอให้เลี่ยง ๆ นิดหนึ่งนะครับ
แต่ผมเลี่ยงแล้วท่านไม่ใช่คนข้างนอกเลย ท่านคือคนที่จะมาร่วมงานเราที่นี่ แล้วก็มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง จริง ๆ แล้วท่านต้องมา สภาด้วย ท่านก็มีสิทธิที่จะมา เอาละผมก็จะพยายาม เพราะฉะนั้นนี่มันเป็นตัวสะท้อนว่า การเมืองต่อไปนี้ผู้นำประเทศไม่สนใจที่จะปฏิรูปการเมืองหรอก ทำไมไม่ไปปฏิรูปครับ เขามี ผลประโยชน์ทับซ้อนกับปฏิรูปอย่างไร ถ้าปฏิรูปให้การเมืองเป็นประชาธิปไตยจริง ๆ ไม่มีสิทธิได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิสืบทอดอำนาจ จึงให้มันบูด มันเบี้ยวเข้าไว้ พอมันบูด มันเบี้ยวอย่างนี้ซิกแซ็กแล้วนี่ฉันก็จะได้เป็น เพราะฉะนั้นท่านเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่องของปฏิรูปจริง ๆ เขาเอาไว้สำคัญ หลังจากที่เขาจะต้องอยู่ในอำนาจ เพราะฉะนั้นผมมีเวลาน้อยมาก ผมอยากจะพูด อีกหลายประเด็น แต่สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คือตัวผู้นำประเทศคือตัวปัญหาที่จะทำให้การปฏิรูป ไม่สำเร็จ บวกกับปัจจัยภายในประเทศและบริบทขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะปฏิรูป เพราะท่านได้ไปสร้าง สังคมให้มันเกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน เกิดความหวาดระแวงกันอย่างหนักแล้ว วันนี้จะคิด จะพูดอะไรปั๊บ คนมันไม่ได้มองกันโดยสุจริตใจแล้ว เพราะฉะนั้นก็เป็นว่าคราวหน้า ๓ เดือน ข้างหน้าท่านเลขาธิการครับ ก็ให้กำลังใจหวังว่ามันจะได้ขับเคลื่อนต่อก็จะได้มีอะไร มารายงาน แต่ถ้าไม่มีอะไรปั๊บ ท่านก็รายงานเลยมันไม่คืบหน้าก็บอกว่าไม่คืบหน้าเลย ขอบคุณอย่างสูงครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณ ท่านสุทินนะครับ ความจริงแล้วผมก็ชอบฟังท่านสุทินพูดเพราะได้ความรู้เยอะนะครับ ท่านขจิตรมีอะไรหารือเลยครับ ถ้าอภิปรายคงไม่ได้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานครับ เมื่อคืนนี้ ผมฟังท่านสงวน พงษ์มณี พูดถึงเรื่องความชอบธรรม พูดถึงเรื่องที่เรากำลังพูดกันอยู่นี้ มันเป็นเรื่องการปฏิรูปประเทศตามหมวด ๖ ในรัฐธรรมนูญ ทีนี้ในหมวด ๖ เขากำหนดไว้ ชัดเจนว่าคนที่จะมารายงานต่อรัฐสภาคือคณะรัฐมนตรี ผมพยายามไปเปิดดูว่ามีกฎหมาย มีอะไรให้อำนาจท่านเลขาธิการได้บ้าง เพราะมันเป็นหน้าที่คณะรัฐมนตรี ความรู้เดิมผมที่มี ความรู้เดิมหมายความว่าก่อนปี ๒๕๕๗ ผมอ่านกฎหมายทุกฉบับ หลังจากยึดอำนาจมานี้ ผมไม่อ่าน เพราะฉะนั้นความรู้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ มาเรื่องกฎหมายผมอาจจะน้อย เพราะฉะนั้น ผมมีข้อถาม คือผมไม่อยากให้สภาแห่งนี้ทำอะไรไปโดยไม่มีมาตรฐานครับ ผมเลยถาม ท่านประธานไปยังท่านเลขาธิการ คำถามผมครับ ขอทราบหน่อยว่า ท่านอาศัยอำนาจอะไร
ท่านขจิตร ด้วยความเคารพนะครับ คือเมื่อเช้าท่านชวนได้วินิจฉัย หรือตอนที่ท่านสงวนได้ถาม ท่านชวนก็ได้วินิจฉัยไว้แล้ว ท่านประธานได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าคณะรัฐมนตรีต้องเป็น ผู้ชี้แจง แต่ว่าได้มอบอำนาจให้กับทางเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาชี้แจงรายงานเรื่องนี้กับทางสภาผู้แทนราษฎรได้ตอบไปแล้วนะครับ ฉะนั้นก็ขออนุญาตว่า
ท่านประธานฟังผมอีกนิดเดียวครับ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา ๑๐ ผมอ่านเจอเฉพาะว่า คณะรัฐมนตรีมีอำนาจจะมอบให้รัฐมนตรีมาแทน มันไม่ลงไปถึงอธิบดีถึงเลขาธิการ ผมเลยอยากถามไปยังท่านเลขาธิการว่าที่ท่านมอบมา มันตามระเบียบบริหารราชการ แผ่นดินมาตราใด ตอบผมแค่นี้ครับ แล้วผมก็จะผ่าน
เดี๋ยวจะให้ ท่านเลขาธิการตอบ ขอบคุณท่านขจิตรครับ เชิญนั่งครับ เชิญท่านวีระกร คำประกอบ ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต เดี๋ยวเพื่อให้ มันจบ ผมไม่ต้องการจะลุกขึ้นมาอีกนะครับ ผมไม่ได้กวนที่ประชุมนะครับ ผมต้องการ มาตรฐาน ถ้าตอบไม่ได้การอภิปรายมา ๒ วันต้องเลื่อนนะครับ ให้ ครม. มา ถ้าตอบได้ เชิญจบเลยครับ ขอบคุณครับ
ได้เรียนแล้วครับว่า เดี๋ยวท่านเลขาธิการจะตอบ เชิญท่านวีระกรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธาน ที่เคารพครับ พอดีวันนี้เป็นวันเรียกว่า วันสุนทรภู่ ๒๖ มิถุนายน ใคร่ขอเอาสักตอนเดียว เท่านั้นละครับ เขาบอกว่า เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ คำว่า พิเคราะห์ให้เหมาะความ ก็คงหมายถึงเรื่องของเราอยู่ในระเบียบวาระเรื่องอะไร เราก็สมควรที่จะพูดกันอยู่ในเรื่องนั้น เรากำลังพูดเรื่องของความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ รัฐธรรมนูญ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ แต่ก็ปรากฏว่า หลาย ๆ ท่านก็ใช้วาระนี้โฉบไปทางนั้นบ้าง โฉบไปทางนี้บ้าง เช่น พูดเรื่องการปฏิรูปการเมือง ก็ไปจนถึงโน่น
ท่านวีระกรครับ ด้วยความเคารพนะครับ ผมอยากให้ท่านเข้าเนื้อหาเลย ท่านก็อย่าโฉบไปทางโน้น อย่าโฉบ ไปทางนี้มากนักเดี๋ยวก็เกิดการประท้วงกันวุ่นวายหมด เชิญเข้าเนื้อหาเลยครับ
ก็เวลาคนอื่นโฉบท่านก็ยอมให้เขาโฉบ พอผมโฉบบ้าง ท่านก็หยุดเลย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องแรกด้านการเมือง ด้านการเมือง มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านโดยเฉพาะบางท่านที่พูดก็โยงไปเรื่องนั้นเรื่องนี้ โดยเฉพาะพูดถึง เรื่องการปฏิรูปที่ควรปฏิรูปก็ไม่ปฏิรูป ควรจะต้องปฏิรูปกองทัพอย่างนั้น ปฏิรูปศาลอย่างนั้น ปฏิรูป พลเอก ประยุทธ์ อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานทำไมปล่อยให้เขาพูดละครับท่าน มันออกนอกประเด็นเยอะมาก แต่สำหรับผมมองเห็นว่าในด้านการเมืองนี้การปฏิรูปได้ ดำเนินการก้าวหน้าไปเยอะครับท่านประธาน ถ้าเราไม่ก้าวหน้าวันนี้ก็ไม่มีผู้แทนราษฎร ที่จะมาพูดกันในสภาอย่างนี้ได้ ก็ยังไม่มีการเลือกตั้ง วันที่เขาออกข้อกฎหมายฉบับนี้ เรื่องแผนการปฏิรูปประเทศไทยก็ออกกันมาเมื่อปี ๒๕๖๑ ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นจะเรียกว่า เผด็จการทหารก็ได้นะครับ แต่เป็นรัฐบาล คสช. ซึ่งแน่นอนไม่มีระบอบประชาธิปไตย วันนี้ก็มีการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น การเมืองเรามีสภาผู้แทนราษฎร ถ้าไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ใครจะเอาความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนมาบอกกล่าว ถ้าเราไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ก็อย่างที่บางท่านพูดนะครับ ก็ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการตรวจสอบ บางคนไปว่าคนนั้น คนนี้หน่อยก็โดนค้นบ้านบ้าง โดนทำร้ายร่างกายบ้าง อย่างเพื่อนสมาชิกที่มาจากภาคใต้ ได้พูดถึง ส.ส. อาดิลันได้พูดถึง หรือการอุ้ม อย่างนี้เป็นต้น แต่วันนี้เรามีผู้แทนราษฎร เรามีสภาที่เราจะมาบอกกล่าวให้กับท่านประธานและคณะรัฐมนตรีที่ต้องมาฟังเราครับ ได้รับทราบว่าวันนี้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ในส่วนของการเมืองนั้นได้มีการปฏิรูปไปมากทีเดียวนะครับท่านประธาน เพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะว่าพูดไปพูดมาก็ไปหลายนาทีแล้วเหมือนกันครับ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานครับ มันมีหลายเรื่องด้วยกันในการบริหารราชการแผ่นดินที่เป็นส่วนที่ดีนะครับ แต่ว่าผมขอฝากไว้เรื่องหนึ่ง การบริหารราชการแผ่นดินโดยการถ่ายโอนกิจการจากส่วนกลาง ไปให้กับระดับท้องถิ่นทำ บางอันมันทำไม่ได้ครับ ตำบลแม่เล่ย์ อำเภอแม่วงก์ มีถนนถ่ายโอน ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ตำบลเดียวมีถนนถ่ายโอน ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร แล้วมันจะไปซ่อมกัน อย่างไรครับ ถนนส่วนใหญ่ก็สร้างตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ วันนี้ ๒๒ ปี ๒๐ กว่าปีแล้วครับสร้างมา เละเทะหมด มีแต่หลุมบ่อ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมาชิกที่พูดกันอยู่ในสภา เมื่อเช้านี้ผมก็ได้ยิน ท่านก็มาหารือท่านประธาน เป็นถนนขนมครกบ้างล่ะ เป็นถนนโลกพระจันทร์บ้างล่ะ ท่านครับก็เล่นไปถ่ายโอน นี่คือการบริหารราชการแผ่นดินที่ขอฝากท่านไปว่าถ้าท่าน ได้มีโอกาสปรับปรุงแผนในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน ใครเป็นคนคิดผมไม่ทราบ การถ่ายโอนไปแต่ไม่ถ่ายเงินไปให้เขา ทุกวันนี้ อบต. ไม่มีงบประมาณ ท่านประธาน ก็ทราบดี ไม่รู้ละส่งงานไปให้เขาเยอะเลย จนกระทั่งวันนี้เหลืองบในการบริหารจัดการ จัดซื้อจัดจ้างประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทุก อบต. ละครับ ๑๐ ล้านบาทเหลือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วจะเอาเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทไปทำอะไรละครับ สมาชิก อบต. ก็นั่งกระจองอแงกัน ๒๐ คน หมู่ละ ๒ คน คนนั้นก็จะขอไปซ่อมนั่น คนนี้จะขอไปทำนี่ นี่คือการบริหารราชการ แผ่นดินที่ผมคิดว่าต้องปฏิรูปครับ อย่างไรฝากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านไปด้วย ถ้าเป็นไปได้ช่วยใส่ในส่วนนี้ไป คือการถ่ายโอนอำนาจจากส่วนกลางไปให้ท้องถิ่นทำควรจะดูความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ไม่ใช่ว่าเขามีงบ ๑๐ ล้านบาท แล้วเป็นงบประจำ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าเหลืองบจัดซื้อ จัดจ้าง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้เขาดูถนน ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร แต่ตำบลแม่เล่ย์ท่านไปดู ได้เลย ผมต้องไปขอเอางบที่เขาเรียกว่างบฉุกเฉินเอามาช่วยซ่อมถนน เพราะรถวิ่งไม่ได้เลย มันเป็นถนนแอสฟัลติก (Asphaltic) พอมันเป็นหลุมบ่อไม่รู้จะซ่อมอย่างไร ซ่อมแบบ ลวก ๆ รถอ้อยวิ่ง ๓-๔ รอบ ไม่ใช่ ๓-๔ เดือนนะครับ ปลิ้นหมดแล้วครับ หลุดหมดแล้วครับ นี่คือผมกำลังจะยื่นญัตติในเรื่องนี้ ได้ปรึกษากับท่านว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วจะยื่นญัตติให้ถ่ายโอนกลับ จะยื่นญัตติขอความกรุณาว่าให้ถ่ายโอนกลับเถอะ ถนน อบต. ดูแล เส้นใดที่เกิน ๑ กิโลเมตร ถ่ายโอนกลับให้หมดครับ ท่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติครับ ช่วยจดไว้ด้วย อบต. มีปัญญาที่จะดูแลได้แค่ถนนสั้น ๆ ครับ ถนนในหมู่บ้าน ถนนสั้น ๆ ความยาวไม่เกิน ๑ กิโลเมตร ไม่สามารถที่จะมาดูแลถนนยาว ๒๐-๓๐ กิโลเมตร ได้อย่างในตำบลแม่เล่ย์นั้นดูไม่ได้นะครับ ฝากท่านด้วยว่าต้องมีการถ่ายโอนนะครับ ถ้าท่านปรับแผนปฏิรูปประเทศมันก็จะสอดคล้องกับที่เราจะแก้ไขกฎหมายเพื่อจะถ่ายโอน ย้อนกลับมาให้ส่วนกลางได้ดำเนินการเหมือนเดิม แต่ไม่ได้แปลว่ารับทั้งหมดนะครับ ๑ กิโลเมตรให้ท้องถิ่นดูแล เกิน ๑ กิโลเมตรส่วนกลางยังคงดูแล เพราะเขาไม่มีศักยภาพ ต้องบอกไม่มีศักยภาพ ทั้งช่าง ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือที่จะไปดูแลถนนยาว ๆ อย่างนั้น เป็นไปไม่ได้นะครับ
ต่อไปในเรื่องของด้านกระบวนการยุติธรรม ผมยอมรับนะครับ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้พูดถึงระบบของศาลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น อันนี้ถือได้ว่า เขาได้มีการปฏิรูปได้ดีมากขึ้นเยอะ ไม่มีคดีความที่ค้างอยู่ในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา มีศาล เฉพาะทางจังหวัดนครสวรรค์ก็ตั้งศาลปกครอง ถึงแม้จะใหญ่เกินไปหน่อย โอ้โฮ เรียกว่า ใครเข้าจังหวัดนครสวรรค์นึกว่าเป็นสวรรค์วิมานเลยนะครับ เขามีศาลปกครองใหญ่โต มโหฬารมาก เห็นว่าใช้อยู่วันละ ๓-๔ ห้องเท่านั้นครับห้องพิจารณา แล้วที่เหลือว่างเชียว คือมีศาลแรงงานกำลังจะขึ้นศาลแรงงานภาค ๖ อีกนะครับ มีศาลอุทธรณ์ภาค ๖ อะไร ต่าง ๆ ซึ่งก็ยอมรับว่าการที่มีศาลเฉพาะทางนั้นเป็นเรื่องที่ดี ได้มีการทำให้การพิจารณา ความรวดเร็วการที่ออกระเบียบบางตัว เช่น ถ้าหากว่าคดีแพ่ง ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ยืน ไม่มีฎีกาอย่างนี้เป็นต้น ก็ทำให้สิ้นสุดกันแค่อุทธรณ์ก็จบไวครับ ท่านประธานครับ ก็ต้องขอบคุณนะครับ แต่สิ่งที่ขอฝากอีกแล้วนะครับ ขอฝากท่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติไปก็คือ ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมท่านต้องยอมรับมันมีศาล มีอัยการ มีตำรวจ แล้วก็มีเรือนจำ เราไม่เคยคิดถึงเรือนจำเลยท่านประธานครับ คนที่ต้อง ติดคุกติดตารางวันนี้ท่านประธานก็คงจะทราบว่า ไม่ใช่ร้อยทั้งร้อยที่ติดคุกเพราะความชั่ว โดยสันดาน ผมเพิ่งไปเยี่ยมผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งถูกข้อหาลักทรัพย์ ท่านประธาน ติดคุก ๒ ปี ลักทรัพย์อะไรครับ งบประมาณมีอยู่นิดเดียวครับ มันก็ไปจ้างแบคโฮ (Backhoe) ไปขุดดิน เอามาทำถนนให้ชาวบ้านเดิน ท่านประธาน คนอย่างนี้มันชั่วต้องติดคุก ๒ ปีครับ ท่านประธาน จิตใจนี่มันจริง ๆ ถ้าเป็นระบบลูกขุน ผมว่าไม่ติดหรอก การที่จะให้คนติดคุก จริง ๆ โดยไม่ต้องรอลงอาญาด้วย ติดจริง ๆ ผมไปเยี่ยมมา แล้วท่านประธานไปดูเขานอน ในคุกครับ คุกจังหวัดนครสวรรค์สร้างปี ๒๔๓๕ สมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านประธานเชื่อไหม ไม่มีการขยายเลยวันนั้นผมว่ามีคนอยู่ในคุก นักโทษติดคุกไม่เกิน ๒๐๐ คน วันนี้ท่านประธาน เดาสิมีกี่คน คุกจังหวัดนครสวรรค์ ๔,๕๐๐ คน ท่านรู้ไหมครับ เขานอนอย่างไร ผู้ใหญ่แก้ว เล่าให้ผมฟังว่ามันต้องนอนตะแคงครับ มีพื้นที่แค่นี้สำหรับนอนตะแคง แล้วไม่ใช่แค่นี้นะครับ ขานี่ท่านเคยได้ยินคำว่า สับหว่างขา ไหมครับ ผมก็เพิ่งจะทราบ คำว่า สับหว่างขา ของนักโทษในเรือนจำจังหวัดนครสวรรค์ คือต้องเอาขามาสับหว่างกันอย่างนี้ครับ ไม่อย่างนั้นนอนไม่ได้ท่านประธานครับ ต้องเอาขามาสับหว่างกันอย่างนี้ครับ เห็นแล้วน่าทุเรศมาก คนหนึ่งพื้นที่ต่อหนึ่งคนไม่เกินครึ่งตารางเมตร หรือ ๐.๓ ตารางเมตร อะไรอย่างนี้ ท่านประธานครับ มันเป็นไปได้ไหม ระบบคุกเราต้องควบคุมเรือนนอน โดยเฉพาะ เรือนนอน ผมกำลังจะยื่นญัตติเหมือนกันการปรับปรุงคุก จะเอาคุกจังหวัดนครสวรรค์ เป็นจังหวัดนครสวรรค์โมเดล (Model) เอาแบบว่าคนอยากเข้าคุกจังหวัดนครสวรรค์เลย ก็แล้วกัน จะมีสวนสาธารณะในคุก จะมีที่สำหรับเตะฟุตบอลในคุก เย็น ๆ มีสันทนาการ เตะฟุตบอลกัน แม้กระทั่งห้องสมุดก็จะต้องติดแอร์ (Air-condition) ให้นักโทษไปนั่ง อ่านหนังสือ คุณเอาคนไปเข้าคุก คุณไม่ต้องการให้เขามีจิตใจที่ดีขึ้นหรือเมื่อออกมาสู่สังคม ภายนอก เราก็อยากจะให้เขาออกมาสู่สังคมด้วยความที่เรียกว่าพร้อม จิตใจพร้อม มีร่างกาย ที่แข็งแรง ไม่ใช่ไปนอน แล้วท่านรู้ไหมครับว่าเมื่อสัก ๑๐ ปีที่แล้วคุกจังหวัดนครสวรรค์ ถ้าท่านเข้าไปเยี่ยม ข้างฝานี่ให้ท่านเดาว่ามีอะไร เต็มไปหมดเลย เป็นรอยเต็มไปหมดเลย รอยอะไร รอยเลือด ตบยุงครับ นักโทษ ๔,๐๐๐ กว่าคนต้องตบยุง ผมบอก ผบ. ผบ. ว่าอย่างไร รู้ไหม คุณวีระกร นักโทษเรามี ๔,๕๐๐ คน ยุงมันก็ทยอยกัดแบ่งกันไปคนละตัวสองตัวจะไป เดือดร้อนอะไร ท่านประธานครับ ผมก็บอกท่าน ผบ. ไปว่ายุงจากตำบลกลางแดดมันก็รู้ว่า ตรงนี้เป็นพื้นที่หากินของมัน ยุงจากตำบลนครสวรรค์ตกมันก็มาตรงนี้ เพราะมันรู้ว่าเป็นพื้นที่ หากินของมัน ยุงจากทุกตำบลในเขตอำเภอเมือง ตกหกโมงเย็นมันมารุมกันอยู่ที่คุก จังหวัดนครสวรรค์ เพราะมันไม่มีมุ้งลวดท่านประธาน ผมเองเป็นคนแรกที่ควักเงินในกระเป๋า ติดมุ้งลวดให้เขาครับท่านประธาน จนเดี๋ยวนี้ปรากฏว่าคุกจังหวัดนครสวรรค์ได้ปรับปรุงนะครับ ท่าน ผบ. ท่านใหม่เป็นผู้หญิงดูแลสวยงามแต่ภายนอก แต่ขยายพื้นที่คุกไม่ได้ครับท่านประธาน อันนี้น่าเห็นใจนะครับ ฝากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปด้วย เราปฏิรูป กระบวนการยุติธรรม เราปฏิรูปศาลอย่างที่ผมบอกแล้วสวยเหมือนสวรรค์วิมานเลยครับ เราปฏิรูปอัยการเงินเดือนอะไรก็โอเค (OK) ตำรวจก็โอเค (OK) มีโรงพักเรียบร้อย โรงพักใหม่ สวยงามหมด ลืมดูเรื่องคุก ท่านประธานครับ ขอฝากท่าน
ต่อไปเรื่องของเศรษฐกิจ ดูเหมือนว่ารัฐบาลในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ว่า คสช. นะครับ เพราะว่าผมอยู่พรรคพลังประชารัฐ เพียงแต่เน้นให้เห็นว่าเศรษฐกิจไม่ควรที่จะ ไปอิงแต่ตัวเลข จีดีพี (GDP) เท่านั้น เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่พูดถูก จีดีพี (GDP) เป็นการเฉลี่ย รายได้ คนรวยก็รวยไปเลย ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นไปเป็น ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราก็ไม่ได้ไปอิจฉาเขานะครับท่านประธาน แต่มันไปเอาตัวเลขอย่างนั้นมาเป็น จีดีพี (GDP) ไม่ได้ คนคนหนึ่งรายได้ปีหนึ่งเพิ่มขึ้น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ ประชาชนบ้านนอกเจอข้าว ๖,๐๐๐ กว่าบาท มา ๓ ปี ๔ ปี แล้วครับ เจอ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด สารพัดหมด ความยากจนในพื้นที่บ้านนอกบ้านผมนี่มันแสนสาหัสครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็บอกได้เลยว่าเราไม่ควรที่จะเอาแต่ จีดีพี (GDP) มาดูนะครับ จะหมดเวลาแล้วครับ
ขอไปถึงเรื่องโรงพยาบาลจังหวัดนครสวรรค์อีกนิดหนึ่งนะครับ ๕๐ ปีของการที่ เราตั้งโรงพยาบาลจังหวัดนครสวรรค์ตั้งแต่มีคนป่วยประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ คน วันนี้ผู้ป่วย โอพีดี (OPD) ๒,๕๐๐ คนครับท่านประธาน วันก่อนผมไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล สวรรค์ประชารักษ์ต้องแหวกคนเดินครับ แหวกเลยนะครับ ไม่ใช่ว่าขอผ่านหน่อยนะครับ ไม่มีครับ อุปกรณ์ที่ต้องถือไปเวลาไปโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์คืออะไรครับ คือเสื่อครับ ต้องนั่งกันเป็นครอบครัว นั่งกันเต็มไปหมดครับ
เราก็จะไปถึงเรื่องของพลังงานก็คงจะไม่พูดมากนะครับ ขอต่อในภาค ๒ นะครับ เรื่องพลังงานจะไปอยู่ในเรื่องของราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ซึ่งเดี๋ยวจะมีญัตติของผมต่อ ช่วยฟังต่อด้วยนะครับ ภาค ๒ เดี๋ยวมาครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านวีระกร ที่ช่วยรักษาเวลา ผมฟังท่านบรรยายเรื่องคุกจังหวัดนครสวรรค์นี่นึกว่าท่านไปอยู่ที่นั่นหลายปี
เห็นภาพไหมครับ
เก็บภาพ ได้ละเอียดยิบเลยนึกว่าไปอยู่หลายปี ก็ขอบคุณท่านวีระกรครับ ท่านสุดท้ายคือท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ เป็นท่านสุดท้ายแล้ว หลังจากท่านนพดลแล้วก็คงจะเป็นทางฝ่ายเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต้องชี้แจงอธิบายต่อ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ขออภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนปฏิรูปประเทศไทยตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเท่าที่ดูผมคิดว่า ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ถึงเรื่องการปฏิรูป ก็คงจะต้องอยู่เรื่องของการปฏิรูปที่จะมี การเปลี่ยนแปลงการบริหารประเทศที่มีปัญหาได้ตลอด แต่ใน ๑๐ กว่าด้านที่ร่างมา ก็คิดว่าเป็นประเด็นที่ ๓ เดือนที่ทางฝ่ายเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติได้เป็นตัวแทนของทุกคณะมารายงานให้ทางพวกผมได้ทราบ คิดว่าโครงการ แต่ละเรื่อง แต่ละด้านที่เสนอมาก็คงจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้ แต่ผมอยากจะ มองว่าในรูปแบบของการปฏิบัติในพื้นที่ซึ่งผมคิดว่าประชาชนจะได้รับการดูแล หรือได้รับ ประโยชน์อย่างทั่วถึงอย่างไรนั้นยังไม่ค่อยชัดเจน เพราะว่ารูปแบบในการทำงานตามกิจกรรม หรือโครงสร้างเป็นรูปแบบระบบราชการเป็นหลัก ไม่ได้มีรูปแบบในเรื่องของภาคประชาชน เข้ามาร่วมดำเนินการ เรามีการบริหารราชการแผ่นดินหลายแนวทาง ซึ่งเรามีทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ปัจจุบันเรามีท้องถิ่นซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งในการดูแล พี่น้องประชาชน และมีตัวแทนของพี่น้องประชาชนอยู่แทบทุกหมู่บ้าน ทุกพื้นที่และมีการ เข้าถึงของการบริการได้รวดเร็ว แต่การนำนโยบายของส่วนภูมิภาคไปปฏิบัติในพื้นที่ ไม่ได้มีการเชื่อมโยงกัน เพราะว่าอำนาจและหน้าที่ที่ซ้ำซ้อนกันระหว่างภูมิภาค กับส่วนท้องถิ่นเป็นภารกิจที่ยังไม่ได้ถ่ายโอนชัดเจนไปทุกเรื่อง แต่ว่าหน้าที่ที่จะต้องทำในพื้นที่ เป็นเรื่องเดียวกัน ตรงนี้ผมอยากจะนำเสนอปัญหาว่าจะมีแนวทางอย่างไรในเรื่องของภารกิจ ที่ซ้ำซ้อน จะทำร่วมกันในพื้นที่กับท้องถิ่นได้อย่างไร งบประมาณที่มีอยู่และซ้ำซ้อนกัน ในภารกิจของทุกส่วนระหว่างภูมิภาคและท้องถิ่นจะร่วมกันทำได้อย่างไร บุคลากรที่มีซ้ำซ้อน กันในหน้าที่ระหว่าง ๒ หน่วยงาน ๒ การบริหารนี้จะร่วมกันทำได้อย่างไร ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เพราะปัจจุบันนี้คนหนึ่งทำงานตามหน้าที่ แต่ไม่มีอำนาจก็จะเกิดปัญหาในเรื่องของการถูกตรวจสอบทักท้วงนะครับ การใช้งบประมาณ ก็จะเกิดความซ้ำซ้อนกัน ซึ่งตรงนี้เองผมคิดว่าน่าจะเอาแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนได้เร็วที่สุด เพราะว่าในเรื่องของรัฐสภาเราเอง ซึ่งผมคิดว่าปัจจุบันนี้ ในเรื่องของการปฏิรูปซึ่งจะเดินต่อไปข้างหน้าโดยเฉพาะเรื่องการเมือง ซึ่งเท่าที่มองแล้ว ไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจนเพราะว่าลาออกกันไปร่วมหมดแล้วนะครับ จะทำอย่างไรผมอยากจะ เสนอว่ารัฐสภาเองควรจะเป็นเจ้าภาพในการที่จะมอบหมาย หรือหาหน่วยงานที่เป็นกลาง มาเป็นเจ้าภาพในการปฏิรูปในเรื่องของการเมืองและหน่วยงานอื่น ๆ แต่ละด้านที่ไม่มีเจ้าภาพ ก็ควรจะเร่งรัดให้ดำเนินการได้ ผมคิดว่าระยะเวลา ๓ เดือนที่ทำไปแล้วไม่เดินต่อไป ความเดือดร้อนของประชาชนก็จะเกิดขึ้น การปฏิรูปของประเทศก็จะไม่เดินนะครับ ซึ่งผมคิดว่าอยากจะนำเสนอในเรื่องนี้ว่ารัฐสภาเรา ซึ่งเราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ควรจะมาเป็นเจ้าภาพในการที่จะดูแลในเรื่องนี้ในการปฏิรูปของประเทศ มิใช่ตาม มาตรา ๒๗๐ ที่จะให้วุฒิสภาเป็นผู้ติดตาม แต่ไม่ได้เป็นเจ้าภาพในการที่จะดำเนินการต่อไป ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านนพดลนะครับ ท่านสมาชิกครับ สำหรับการอภิปรายเกี่ยวกับรับทราบรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ช่วง ๓ เดือน เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ ก็หมดผู้อภิปราย จากนี้ไปก็จะได้เชิญคุณทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ชี้แจงในลำดับต่อไป เชิญครับ
กราบขอบพระคุณครับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ทศพร ศิริสัมพันธ์ ในฐานะเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่ในฐานะ เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ในส่วนที่ทางคณะรัฐมนตรีก็ได้ปฏิบัติ หน้าที่ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ที่คณะรัฐมนตรีได้แจ้งความคืบหน้าในการ ดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุก ๓ เดือนนั้น คณะรัฐมนตรีก็ได้แจ้ง ความคืบหน้ามาเป็นเอกสารต่อสภาแล้ว ส่วนการที่คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมมา ทำหน้าที่ในการอธิบายชี้แจงในรายละเอียดนั้นก็ได้รับความกรุณาจากท่านประธานสภา ได้อนุญาตเมื่อวานนี้ให้ผมมาชี้แจงต่อรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะชี้แจงสรุปเป็น ๔ ประเด็น สั้น ๆ
ในเรื่องที่ ๑ ก็คงขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้ กรุณาให้ความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ รวมทั้งหลายท่านก็ได้มีการอภิปรายว่าจะช่วยกรุณา ติดตามสอดส่องในเรื่องของการปฏิรูป เพื่อที่จะให้เป็นผลสำเร็จตามที่ได้มีการกำหนดเอาไว้ ตัวอย่างที่ท่านได้มีการยกกันก็คือในเรื่องที่ได้มีการออกแนวทางที่ไม่ต้องมีการใช้สำเนา หรือซีร็อกซ์ (Xerox) บัตรประชาชนหรือว่าทะเบียนบ้าน บางแห่งก็อาจจะยังไม่ครบถ้วน ท่านก็จะกรุณาชี้แจงแล้วก็นำเสนอติดตามสอดส่องดูอีกทีหนึ่ง ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ ในการที่จะนำไปปรับปรุงต่อไป ในส่วนของรายละเอียดทั้งหมด ทั้ง ๑๐ กว่าชั่วโมงนั้น ทางทีมฝ่ายเลขาที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทั้งหมดเราก็ได้ลงรายละเอียด ในความคิดในเรื่องของข้อเสนอแนะของท่านทั้งหมด แล้วผมก็จะนำเสนอในที่ประชุม คณะรัฐมนตรีให้รับทราบถึงแนวความคิด ข้อกังวล แล้วก็ข้อเสนอแนะของทุกท่าน เพื่อจะนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไป
สำหรับประเด็นที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตนำเสนอ ก็คือในเรื่องของข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องของความก้าวหน้าในเรื่องของการปฏิรูปตามแผนการปฏิรูปประเทศ ในตัวรัฐธรรมนูญได้มีบทบัญญัติกำหนดเอาไว้ในมาตรา ๒๕๙ ว่าในเรื่องของการปฏิรูปนั้น จะต้องมีการดำเนินการให้เสร็จภายใน ๑ ปีหลังจากที่ได้มีการออกรัฐธรรมนูญมาแล้ว เป็นการประกาศใช้แล้ว เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ทางรัฐบาลเองก็ได้เร่งในเรื่องของ การประกาศใช้แผนปฏิรูปให้ทัน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าจะต้องให้ทันภายในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ด้วยเหตุผลนี้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ก็ได้กำหนดบทบัญญัติเงื่อนไขเวลาต่าง ๆ ให้เสร็จทันภายใน ๑ ปี เหตุผลนี้เองที่ทำให้ แผนการปฏิรูปประเทศนั้นออกมาก่อน
ท่านสมาชิก จะประท้วงข้อบังคับข้อใดครับ
ข้อ ๖๑ ครับ
ว่าอย่างไรครับ มีผิดอะไรครับข้อ ๑๑
ผมต้องขอประทานโทษ ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผมไม่ได้ประท้วงท่านนะครับ แต่เมื่อสักครู่นี้มีการอภิปรายของสมาชิกสภาในห้องนี้ ได้กล่าวถึงคำพิพากษาของ การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณี
ถ้าไม่ประท้วง ท่านผู้ชี้แจงก็เชิญนั่งลงก่อนนะครับ
คือผมจะขออนุญาตประท้วง เพื่อให้บันทึกไว้ในการอภิปรายของ ส.ส. ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านสุทิน คลังแสง ที่พูดถึง เรื่องคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีของ ส.ส. ๒ ส่วนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมขออนุญาตอ่านคำชี้แจงประกอบการประท้วงเพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานได้ไหมครับ ท่านประธานครับ
มันผ่าน ขั้นตอนนั้นไปแล้วท่านสมาชิกครับ
เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ที่จะฝากให้กับท่านเลขาธิการได้บันทึกไว้เพื่อให้เป็นหลักฐาน
ได้ครับ
ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านทศพรต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ที่ผมได้อธิบายไปเมื่อสักครู่นี้ก็คือหมายความว่า รัฐธรรมนูญนั้นได้กำหนดเอาไว้ว่าแผนปฏิรูปประเทศนั้นจะต้องออกมาภายใน ๑ ปีหลังจาก ที่ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งหมายความว่าจะต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ด้วยเหตุผลตรงนี้นี่เองก็เลยต้องมีการเร่งรัดในการทำแผนปฏิรูปให้ทัน ตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนด ในขณะเดียวกันในส่วนของกระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ก็เป็นกฎหมายอีกฉบับหนึ่งซึ่งจะกำหนดเงื่อนเวลาเอาไว้ ซึ่งยาวกว่าการจัดทำแผนปฏิรูป ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าในส่วนของยุทธศาสตร์ชาตินั้นก็ได้มีการประกาศใช้ออกมาในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๑ หมายความว่า ๖ เดือนหลังจากที่แผนปฏิรูปได้ออกมาแล้ว ซึ่งในข้อเท็จจริง ดังกล่าวนี้เดี๋ยวอีกสักครู่หนึ่งในประเด็นที่ ๓ ผมก็จะได้เรียนอธิบายว่าในตัวกฎหมายเอง ก็จะได้มีการกำหนดว่าเมื่อตัวยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทออกมาแล้วจะต้องมีการ ปรับปรุงหรือทบทวนตัวแผนปฏิรูปประเทศให้มีความสอดคล้องกันอีกทีหนึ่ง
ผมขออนุญาตกลับมาในประเด็นที่ ๒ ซึ่งเป็นการรายงานความก้าวหน้า ในข้อเท็จจริงเรื่องการปฏิรูปในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา แต่ในคาบของเดือนมกราคมถึง เดือนมีนาคมที่จะนำเสนอต่อทุกท่านผมก็ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องการปฏิรูป ประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ยาก เป็นเรื่องที่ได้รับการต่อต้านในบางส่วน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ในการที่ดำเนินการก็ได้แยกออกมาเป็น ๒ แนวทาง
แนวทางที่ ๑ ที่ท่านได้อภิปรายกันไปแล้ว ก็คือได้สกัดบางเรื่องที่สามารถ ทำได้สั้น ๆ แล้วก็เกิดผลมาก่อน สามารถดำเนินการไปได้ก่อนก็ดึงออกมาดำเนินการ ที่เราเรียกว่าควิกวิน (Quick Win) ตัวอย่างเช่น ก็ได้พยายามดึงบางเรื่องออกมา ๔๐ กว่าเรื่อง เช่น เรื่องทนายอาสาทุกสถานี เรื่องรับแจ้งความทุกสถานี เรื่องห้ามเอา ผู้ต้องหามาออกแถลงข่าว พวกนี้เป็นต้น ก็พยายามดันเรื่องที่สามารถทำได้เร็วให้ออกมาก่อน แต่ถึงกระนั้นก็ตามในหลายเรื่องก็ยังไม่สามารถที่จะออกมาได้ ในช่วงที่ผ่านมาด้วยเหตุผล หลาย ๆ ประการ
ในส่วนที่ ๒ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีการทำการปฏิรูปซึ่งเป็นเรื่องการใหญ่ ที่จะต้องมีการดำเนินการ เมื่อวานท่านผู้อภิปรายท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดถึง ผมขออนุญาตกลับมายกตัวอย่างอีกครั้งหนึ่ง เช่น ในเรื่องของการที่จะทำให้เปลี่ยนระบบ เป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์หรือรัฐบาลดิจิทัล ในเรื่องดังกล่าวนี้ก็เป็นเรื่องที่ยาก แล้วก็ต้องใช้เวลา แล้วก็ต้องทำเป็นขั้นตอน ไม่สามารถที่จะปฏิรูปแล้วเสร็จภายใน ๒ เดือน ๓ เดือน หรือแม้แต่กระทั่งใน ๑ ปี เพราะเป็นเรื่องที่จะต้องมีการเตรียมการเยอะ เช่น การที่จะให้ส่วนราชการนั้นนำข้อมูลมาเชื่อมต่อกันได้ หรือแม้แต่ระบบที่เราเรียกว่า ศูนย์บริการร่วมวัน สต็อป เซอร์วิส (One Stop Service) ถ้าคีย์ (Key) จากหน่วยงาน ที่ ๑ ไปแล้ว ถ้าไม่แก้แบบฟอร์ม (Form) ของทางราชการไปหน่วยงานที่ ๒ ก็ต้องคีย์ (Key) ข้อมูลซ้ำ ๆ ก็จะถามอีกว่าชื่ออะไร อยู่ที่ไหน เลขประจำตัวอะไร ถ้าเป็นระบบดิจิทัลที่แท้จริง ข้อมูลพวกนี้มันจะต้องไหลกันได้ แล้วก็ไม่ต้องมีการเข้ามาเชื่อมโยง ทั้งหมดพวกนี้มันก็ จะต้องมีการออกกฎหมายเพื่อที่จะปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ก็เลยมีการออก กฎหมายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์หรือรัฐบาลดิจิทัลขึ้นมา เพื่อให้สามารถ ที่จะดำเนินการได้แล้วก็เป็นขั้นตอน ฉะนั้นในหลายเรื่องก็จะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ พอสมควร ซึ่งในรายงานที่มาสู่สภาแห่งนี้ก็จะเป็นช่วงคาบของเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม แต่ในช่วงเดือนเมษายนก็จะมีหลายเรื่องที่อยู่ในแผนปฏิรูป ก็ได้มีการ ดำเนินการออกมา อาทิเช่น
ท่านทศพร ขออนุญาตครับ มีผู้ประท้วง เชิญท่านขจิตรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ผมไม่ได้ประท้วง ผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๕ วรรคสอง ผมใช้สิทธิในฐานะผู้ถามปัญหาไว้แล้วว่าขออนุญาตท่านเลขาธิการ ขออนุญาตท่านประธาน ผมต้องการให้สภานี้ปฏิรูปโดยการทำอะไรที่มีกฎหมายรองรับ ความรู้ผมอาจจะไม่ถึง มาตรา ๒๗๐ ที่เรากำลังทำอยู่นี้เขาบอกว่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรูป ประเทศ การจัดทำและการดำเนินการในยุทธศาสตร์
ท่านขจิตรครับ ท่านไม่ได้ประท้วง ขอเชิญนั่งครับ
ผมใช้สิทธิพาดพิงตามข้อ ๔๕
เดี๋ยวผม จะให้สิทธิ
ผมต้องได้พูดนะครับ
เดี๋ยวผม ให้สิทธิ ใจเย็น ๆ เชิญนั่งก่อนครับ
มันง่าย ๆ ครับท่านประธาน ค้างไว้ เพราะท่านประธานคนก่อนบอกว่าเลขาธิการก่อนชี้แจงท่านจะพูดให้ผมทราบว่า ท่านอาศัยกฎหมายอะไร เพราะว่าโดยความบริสุทธิ์ใจ มาตรา ๑๐ คณะรัฐมนตรีต้องเป็น คนแถลง แล้วท่านบอกว่า นายกรัฐมนตรีทำหนังสือมอบให้ท่าน
เชิญท่าน นั่งก่อนครับ
ผมเพียงแต่ถามว่าท่านมอบตามกฎหมาย ข้อไหน แค่นั้น ถ้าไม่มีกฎหมายให้มอบ ทุกอย่างที่ทำมา ๒ วัน โมฆะ แล้วต้องมารายงาน ใหม่ครับ
เชิญนั่งครับ
เชิญท่านเลขาธิการครับ อาศัยกฎหมาย อะไรเท่านั้น ถ้าท่านอ้างกฎหมายไม่ได้ท่านต้องหยุด ขอบคุณครับ
เชิญท่าน ต่อครับ
ท่านประธานจะกรุณาให้ผมชี้แจงประเด็นที่ ๒ ที่ค้างอยู่ก่อนไหมครับ
เชิญเลยครับ
ในประเด็นที่ค้างอยู่ เมื่อสักครู่ที่ผมได้อธิบายว่าในเรื่องของการปฏิรูป เขาก็เลยแยกออกมาเป็น ๒ แนวทาง แนวทางที่ ๑ ก็คือสิ่งที่ทำได้เร็ว ๆ และออกไปก่อน ส่วนแนวทางที่ ๒ ก็คือเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็จะต้องมีการออกกฎหมายเพื่อที่จะ ปลดล็อกหลายอย่าง ที่ผมได้ยกตัวอย่างไปแล้ว เมื่อสักครู่ก็เป็นในเรื่องของรัฐบาล อิเล็กทรอนิกส์หรือรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งหลายเรื่องในการปฏิรูป ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ไม่อยากเห็นมีการออกกฎหมายมาก แต่ในที่สุดจากประสบการณ์ของผมก็คือต้องมี กฎหมายเพื่อไปถอนอำนาจหรือไปถอนตะปู เพื่อที่จะทำให้การปฏิรูปนั้นเกิดขึ้นได้ ฉะนั้น ตั้งแต่เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคาบหน้าก็จะมีการรายงาน ในเรื่องของกฎหมายหลาย ๆ ฉบับที่ได้มีการออกมาเพื่อที่เปิดทางให้เราสามารถทำการ ปฏิรูปได้ เมื่อสักครู่ยกตัวอย่างเรื่องรัฐบาลดิจิทัลไปแล้ว นอกจากนั้นก็มีกฎหมายจริยธรรม กฎหมายป่าชุมชน กฎหมายไม้มีค่า อันนี้ถ้าจะทำให้สามารถขายไม้ได้ ประชาชนสามารถ ดำเนินการตรงนี้ได้ก็ต้องมีกฎหมายรองรับเช่นเดียวกัน ในเรื่องของสาธารณสุขปฐมภูมิ เรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) วิสาหกิจเพื่อสังคม วิสาหกิจเพื่อชุมชน สถาบันการเงิน ภาคประชาชน พวกนี้ก็เป็นกฎหมายที่ออกมาในเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม รวมทั้ง เรื่องขายฝากด้วย ตรงนี้ก็จะทำให้พ่อแม่ พี่น้องประชาชนในระดับล่างได้รับประโยชน์ เพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นถ้าไม่มีการดำเนินการในจุดนี้ การปฏิรูปก็จะมาติดไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่ได้มีการคลายล็อกออกมา ก็เลยจำเป็นที่จะต้องมีการออกกฎหมาย ออกพระราชบัญญัติขึ้นมาเพื่อเอื้ออำนวยให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ จากนั้นมาก็ยังไม่จบ เมื่อกฎหมายเหล่านี้ออกมาแล้วในขั้นตอนต่อไปก็ยังต้องมีการออกลูกบทอีก ผมก็เชื่อว่า ในการรายงานต่อสภาครั้งต่อไปก็จะมารายงานความก้าวหน้าว่าได้มีลูกบท ได้มีการ ดำเนินการอะไรต่าง ๆ ต่อไป ในส่วนของเรื่องการทบทวนก็เป็นหัวใจสำคัญที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติก็ได้มีการอภิปรายไปแล้ว และตอนครั้งแรกสุดผมก็ได้อธิบายไปแล้ว ในมาตรา ๑๓ ของพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศนั้น ก็บอกว่า เมื่อกรณีมีเหตุจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศด้านใด เพราะมีการ แก้ไขเพิ่มเติมยุทธศาสตร์ชาติ หรือเพราะแผนแม่บท หรือเพราะเหตุผลอื่นใดก็ให้ คณะรัฐมนตรีแจ้งให้คณะกรรมการปฏิรูปด้านนั้นดำเนินการแก้ไขปรับปรุงแผนการปฏิรูป ด้านนั้นโดยเร็ว บัดนี้อย่างที่ผมได้กราบเรียนทางสภาไปว่าตัวยุทธศาสตร์ชาติและ แผนแม่บทนั้นก็ได้มีการประกาศใช้แล้ว แล้วผมก็ได้นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเป็นมติไปแล้วให้มีการปรับปรุงแก้ไขแผนการปฏิรูป ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้ก็กำลังอยู่ในระหว่าง ของการดำเนินการซึ่งในกระบวนการนั้นกฎหมายก็เขียนบอกว่าต้องกลับไปใช้มาตรา ๑๑ มาตรา ๖ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าจะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น แล้วก็นำกลับเข้ามา เสนอสภานี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อทราบ ซึ่งตรงนี้เองก็จะเป็นโอกาสอันสำคัญที่จะสามารถทำให้เอา ข้อคิดแนวความเห็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ทางท่านผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสเอาไปมีส่วนร่วม เป็นปัจจัยนำเข้าในการที่จะปรับปรุงแก้ไขตัวแผนการปฏิรูปประเทศให้สมบูรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะที่ผมได้ยินท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านบอกว่าอาจจะมีการตั้งกรรมาธิการ ทางสภาผู้แทนราษฎรก็อาจจะเป็นจุดที่จะสามารถทำให้การปรับแผนตรงกับความต้องการ ของประชาชน ซึ่งท่านผู้แทนราษฎรก็จะได้นำความต้องการของประชาชนนั้นมาใช้ในการ ปรับปรุงแผนให้ดีขึ้น นอกจากนั้นในข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของท่านที่อยากจะให้เป็นเรื่องใหญ่ ๆ แล้วก็มีความคมขึ้น วัดผลได้ชัดเจนขึ้น มีตัวชี้วัด มีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ผมเองก็จะ รวบรวมไปนำเสนอในคณะรัฐมนตรี แล้วก็เอาไปใช้ในกระบวนการปรับปรุงทบทวนแผน ตามมาตรา ๑๓ ให้สมบูรณ์มากขึ้น
ในประเด็นที่ ๔ ที่ขออนุญาตกราบเรียนก็คือในเรื่องของรายงานต่าง ๆ ที่จะได้มีการนำมาเสนอต่อสภาในทุก ๆ ๓ เดือน ผมเองก็จะขออนุญาตกลับไปปรับ ตัวแบบฟอร์ม (Form) ตัวเอกสารให้อ่านง่ายขึ้น แล้วก็จะใช้รายงานในลักษณะที่จะเป็น เปอร์เซ็นต์ความก้าวหน้า มีไฟเหลือง ไฟเขียว ไฟแดง ให้เห็นว่าก้าวไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในแต่ละเรื่องที่ดำเนินการ ส่วนตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์นั้นก็อาจจะต้องรอ ในเรื่องของการดำเนินการไประยะหนึ่งถึงจะออกดอก ออกผล ที่จะมานำเสนอได้มากขึ้น แล้วทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเองในฐานะฝ่ายเลขาก็ได้เตรียมระบบ ทางดิจิทัล ระบบทางอิเล็กทรอนิกส์เตรียมไว้ ได้มีการจัดทำระบบกับทางเนคเทค (NECTEC) เพื่อที่จะให้ประชาชนและท่านผู้แทนราษฎรสามารถเข้าไปสู่ระบบได้ชัดเจนมากขึ้น
สุดท้ายนะครับ ผมก็ขอขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งที่ทางท่านผู้ทรงเกียรติ ในสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความสนใจ และผมก็จะนำข้อสังเกตทั้งหมดไปปรับปรุง เพื่อจะให้ การปฏิรูปบรรลุเป้าหมายแล้วก็ทำให้บ้านเมืองของเราดีขึ้น กราบขอบพระคุณครับ
พอสมควรแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ท่านกำลังทำผิดกฎหมาย เพราะว่าถ้าสภาแห่งนี้จะเอาแบบนี้ว่าต่อไปเราให้นายกรัฐมนตรีหรือ ครม. จะให้อธิบดี หรือปลัดกระทรวงมาชี้แจงแทนได้ใช่ไหมครับ และต่อไปนี้เราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คณะรัฐมนตรีได้อย่างไรครับ เพราะว่า ครม. ก็จะให้ข้าราชการมาชี้แจงทั้งหมด สภาแห่งนี้ จะเอาแบบนี้หรือครับท่าน ฝากท่านได้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ
เชิญท่านนริศครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานว่า ผมรอคำตอบจากผู้มาชี้แจงอยู่ในประเด็นคำถามประเด็นหนึ่งนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ของท่านสุทิน คลังแสง ที่พูดถึงการตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญว่า ๒ กรณี ตัดสิน ถ้าฟังแล้วดูว่าไม่เป็นธรรมประมาณนั้นนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าผู้ชี้แจงจะไม่ตอบคำถามนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะได้รับความเสียหายจากคำอภิปรายของท่านสุทิน คลังแสง ผมก็อยากให้ ผู้ชี้แจงได้ชี้แจงว่า ๒ กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินไปในเรื่องหุ้นสื่อเหมือนกันหรือต่างกัน อย่างไร สำหรับผมเห็นว่า ๒ กรณีต่างกันครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่เตรียมตัวที่จะอภิปรายแต่ไม่มีโอกาส อีก ๓ เดือนก็จะเจอกันอีก ผมไม่ทราบ ว่าข้อมูลดิบหรือเอกสารที่มากกว่านี้มีไหม อีก ๓ เดือนท่านก็เอามาแบบนี้ คือผมสนใจมาก เรื่องการปฏิรูปประเทศหลายด้านนะครับ ผมไม่มีโอกาสได้พูด วันนี้ถามท่านผู้ชี้แจงว่า ท่านพอจะให้เอกสารได้ประมาณไหน ผมจะได้เอาไปศึกษาภายในพรรคของผมเพื่อที่จะมา พูดคุยกับท่านอีก ๓ เดือน ท่านตอบผมด้วยนะครับว่าท่านจะให้ได้ประมาณไหน แล้วก็ ส่งผ่านท่านประธานมาก็แล้วกัน ขอบคุณครับ
เชิญท่าน ชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ผม ทศพร ศิริสัมพันธ์ สำหรับเรื่องข้อมูลอย่างที่ผมได้เรียนนำเสนอไปแล้วนะครับว่าขณะนี้ทางเว็บไซต์ (Website) ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็จะเปิดให้ท่านสามารถเข้าถึง ตัวข้อมูลของเรื่องความก้าวหน้าแล้วก็การดำเนินการได้โดยทั้งหมด ส่วนถ้าท่าน ต้องการให้เอาเอกสารทั้งหมดมาที่สภา ผมอาจจะขออนุญาตขอคำแนะนำด้วยนะครับว่า อาจจะมาในรูปของทัมบ์ไดร์ฟ (Thumb drive) หรือว่าในรูปของตัว ซีดี (CD) เพราะว่า จะเป็นเอกสารที่เยอะมาก แต่ถ้าท่านสะดวกในการที่จะให้ผู้ช่วยของท่านเข้าสู่ระบบทางเว็บไซต์ (Website) ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็จะช่วยเป็นการประหยัดกระดาษ ของประเทศไปได้เยอะ ก็สุดแท้แต่นะครับ ผมก็จะเตรียมไว้ ๒ ลักษณะว่าอาจจะส่งมาใน ลักษณะที่เป็น ซีดี (CD) แต่ถ้าท่านต้องการข้อมูลที่เป็นลักษณะทันเวลาหรือเรียลไทม์ (Real time) ก็เข้าไปที่เว็บ (Web) ของทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่จะเปิดให้ได้ตลอดเวลาครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตไปพบท่านเลยนะครับ จะได้เอาเอกสารที่พอสมควร ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านเกียรติมีอะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เผอิญผม ตั้งคำถาม ๔ ข้อที่ค่อนข้างชัดและเฉพาะเจาะจงมาก แล้วพอดีท่านเลขาอาจจะด้วยเหตุผลใด ก็แล้วแต่นะครับ ท่านไม่ได้ตอบเจาะจงเลย ผมตั้งคำถามนี้ผมอยากให้บันทึกไว้นะครับ เพราะแผนปฏิรูปของท่านจะนำไปสู่การปฏิบัติเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้ถ้าไม่มีแผนย่อย ผมก็ถามว่า ท่านจะทำแผนย่อยไหมที่มีระยะ ๓ ปี ๕ ปี ทำได้ใช่ไหมครับ และจะทำใช่ไหมครับ อันนี้ขอยืนยันนะครับจะได้บันทึกไว้
อันที่ ๒ ก็คือผมขอร้องให้มีการใส่ตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมที่ประชาชนรู้สึกได้ จับต้องได้ เห็นผลได้ภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล อันนี้ท่านจะใส่เข้าไปใช่ไหมครับ
อันที่ ๓ เรื่องที่ทำได้เลย อย่างเช่นที่ผมขอไป ๒ เรื่อง เรื่องส่วนต่างดอกเบี้ย กับเรื่องราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ ทำได้เลยไม่ต้องแก้กฎหมาย ไม่ต้องมีงบประมาณใด ๆ ทั้งสิ้น จะทำใช่ไหมครับ แล้วรอบหน้าจะมารายงานว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนใช่ไหมครับ อย่างเช่น ถ้าท่านจะตั้งเป้า วันนี้ส่วนต่างดอกเบี้ย ๗ เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมครับ ท่านบอกใน ๓ เดือนทำเหลือ ๕ เปอร์เซ็นต์ได้ไหมครับ ทำให้เป้ามันชัด เพราะผมยืนยันว่าทำได้ถ้าตั้งใจทำ
ข้อสุดท้าย เรื่องที่ขาดหายไปท่านจะเอาไปใส่ใช่ไหมครับ ทุก ๆ ประเด็นที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปทั้งหมด ท่านจะนำไปใส่ที่ยังตกหล่นไปจากรายงานฉบับนี้ใช่ไหมครับ ช่วยยืนยันนิดหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านทศพร ช่วยตอบนิดหนึ่งครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ทศพร ศิริสัมพันธ์ อีกครั้งหนึ่งนะครับ สำหรับประเด็นในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องของเป็นช่วง ระยะ ๆ นั้น จริง ๆ แล้วเราก็ทำเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะว่าเมื่อเข้าไปดูในแต่ละกิจกรรมย่อย บางเรื่องก็ทำเสร็จ ๑ ปี บางเรื่อง ๒ ปี บางเรื่อง ๓ ปี สุดแท้แต่สารัตถะของเรื่องนั้น ๆ ฉะนั้น ตรงนี้ไม่มีปัญหาในการที่เข้าไปดำเนินการ
ในส่วนที่ ๒ ตัวชี้วัดนั้นเมื่อสักครู่นี้ผมได้เรียนไปแล้วว่าจะกลับไปทำตัวชี้วัด ให้คมขึ้น แล้วผมก็เข้าใจว่าประเด็นของท่านนั้นก็คือประชาชนได้อะไรนะครับ เป็นตัวชี้วัดที่คล้าย ๆ กับไปดูผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นกับประชาชน อันนี้เราก็จะเข้าไปปรับนะครับ
ส่วนประเด็นที่ท่านได้อภิปรายไว้เมื่อวานผมก็จดเอาไว้นะครับ ในเรื่องดอกเบี้ย มาร์จิ้น (Margin) ในเรื่องต้นทุนหน้าโรงกลั่น เรื่องโซเชียล บุลลี (Social bully) อะไรต่าง ๆ พวกนั้น ประเด็นทั้งหมดของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหมดนี่นะครับ ผมจะรวบรวมทั้งหมดไป แล้วก็ไปให้คณะกรรมการปฏิรูปแต่ละด้าน ว่านี่คือสิ่งที่ได้รับข้อเสนอแนะมาจากสภา แล้วก็ จะเอาไปนำเสนอเพื่อที่จะบรรจุต่อไป แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องไหนจะได้รับการบรรจุ เรื่องไหน จะไม่ได้รับการบรรจุ อันนั้นก็เป็นที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศจะต้องพิจารณา แล้วก็ เรื่องนั้นในที่สุดก็จะต้องอย่างที่ผมได้เล่ากระบวนการทบทวนแผนก็จะต้องกลับมาทางสภานี้ อีกทีหนึ่ง ซึ่งท่านอาจจะถามได้ว่าทำไมเรื่องนั้นได้บรรจุแล้ว เรื่องนี้ไม่บรรจุมีเหตุผลอะไร ก็อาจจะต้องเป็นอีกรอบหนึ่งที่จะมานำเสนอครับ ฉะนั้นทั้งหมด ๔ ข้อ แล้วก็ของท่านอื่น ๆ ด้วยก็ได้ลงรายละเอียดแล้วก็จะรับไปปฏิบัติทั้งหมด เรียบร้อยครับ
เชิญท่าน นายแพทย์ระวี เห็นท่านรอนานแล้ว เชิญเลยครับ ท่านมีอะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่ประชุมนะครับ ผมมีวาระที่จะขอปรึกษาหารือครับ ผมขออนุญาตที่จะปรึกษาหารือ
ยังไม่ถึง นะครับ เอาเรื่องนี้ยังไม่จบนะครับ เชิญท่านนั่งก่อนนะครับ
ครับผม ขอบคุณครับ
ตกลง ถือว่าเป็นการจบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารับทราบ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประจำเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ แล้วนะครับ ขอบคุณท่านที่มาชี้แจงของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เชิญครับ
กราบเรียนประธานที่ประชุมครับ กระผมขออนุญาตที่จะขอปรึกษาหารือครับ
มีเรื่อง อะไรครับ
ผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. สัดส่วน พรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะปรึกษาหารือ กับท่านประธาน เนื่องจากญัตติด่วนของผมในเรื่องเกี่ยวกับการต่ออายุสัมปทานทางด่วน ที่ถูกบรรจุเป็นวาระต่อจากญัตติราคาพืชผลทางการเกษตร
เนื่องจาก เรายังไม่ถึงนะครับ เดี๋ยวรอให้ผมไล่ตามระเบียบวาระถึงเรื่องด่วนแล้วก็เรื่องญัตติ ก่อนนะครับ แล้วท่านค่อยเสนอ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ คือเมื่อสักครู่นี้ผมงงท่านสมาชิกหมอระวี ตกลงท่านเอาอย่างไรครับ ท่านจะเสนอเลื่อนวาระ ญัตติของท่านขึ้นมาก่อนเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตร ผมจะได้ดำเนินการในซีกของ ฝ่ายค้านได้ต่อครับ อยากจะถามท่านคุณหมอเอาอย่างไรครับ เอาให้ชัดครับ ไม่ต้องหารือ ถ้าท่านจะเสนอเลื่อน
ใจเย็น ๆ ครับ ผมยังไม่ได้เชิญท่านเสนอ
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน ทีนี้ก่อนจะพิจารณาเรื่องด่วน ท่านหมอระวี มีอะไรจะเสนอครับ เชิญครับ
ผมขออนุญาตต่อเลยนะครับ ผมจะขออนุญาต เนื่องจากวาระด่วนของผมที่ได้เสนอญัตติ เรื่องการต่ออายุสัมปทาน ทางด่วน ซึ่งถูกบรรจุต่อจากญัตติราคาพืชผลทางการเกษตรนะครับ ซึ่งทราบข่าวว่าในญัตติเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรเป็นเรื่องสำคัญของประเทศเกี่ยวพัน กับประชาชนทั่วทั้งประเทศเช่นกันแล้วก็มีความสำคัญ แต่ว่ามีการเสนอผู้ที่จะอภิปรายมาก คาดว่าอย่างน้อย ๆ ญัตตินี้วันนี้คงจะไม่จบ ญัตติราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำคงจะต้อง ต่อไปวันพุธหรือวันพฤหัสบดีหน้า ดังนั้นในญัตติของผมคงจะถูกเลื่อนออกไป หลังญัตติราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ แต่เนื่องจากผมมีเหตุผลสำคัญที่อยากจะ ขออนุญาตที่ประชุมที่จะขอเลื่อนวาระการประชุมของผมเพื่อขึ้นมาทำการอภิปรายก่อน ผมมีเหตุผลที่สำคัญดังต่อไปนี้นะครับ ข้อที่ ๑ บอร์ด (Board) การทางพิเศษได้ส่ง
ท่านต้อง เสนอเป็นญัตติเลื่อนเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม แล้วก็ต้องขอผู้รับรองก่อนครับ แล้วถึงจะ อภิปรายได้ครับ
ถ้าขอเป็นการปรึกษาหารือก่อน จะได้ไหมครับ
ได้ครับ
ขอเป็นการปรึกษาหารือก่อน ส่วนถ้าที่ประชุมเห็นชอบก็ต้องเสนอทำการขอเลื่อนญัตติขึ้นมาจะได้ไหมครับ
อนุญาต ให้ปรึกษาหารือครับ เชิญครับ
ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาต ที่จะพูดต่อนะครับ
เชิญครับ
ในเรื่องแรกก็คือบอร์ด (Board) การทางพิเศษได้รับหนังสือตอบจากอัยการสูงสุดแล้วเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน แล้วก็ได้ส่งเรื่องนี้ ไปยังคณะรัฐมนตรีแล้ว ทีนี้ข่าวที่ได้รับมาคณะรัฐมนตรีมีสิทธิที่จะนำวาระนี้เข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรีในวันอังคารหน้า อาจจะเข้าในวันอังคารหน้า ซึ่งถ้าเข้าคณะรัฐมนตรีก็มีสิทธิ ที่จะลงมติต่อสัญญาสัมปทาน ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นในการเสนอญัตติของผมก็ไม่มี ความหมายแล้ว เพราะว่ารัฐบาลต่อสัญญาไปนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เหตุผลก็คือว่า การต่ออายุสัมปทานครั้งนี้ผมคิดว่าสมาชิกสภานี่ น้อยท่านที่จะทราบ ท่านทราบหรือไม่ว่าการต่ออายุสัมปทานครั้งนี้มีมูลค่าสัญญาประมาณ ๘๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดเงินที่สูงมากนะครับ
ประการต่อไปก็คือ การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในช่วงของรัฐบาลที่กำลัง จะเปลี่ยนถ่ายไปสู่รัฐบาลใหม่ แม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ก็จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ดังนั้นผมจึงได้เสนอญัตติด่วนนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะมีความประสงค์ว่าเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้ มูลค่า สัญญาประมาณ ๘๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ควรที่จะได้รับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อที่จะศึกษาข้อดีข้อเสียในการจะต่อสัญญา ๓๐ ปีหรือไม่ แล้วอีกข้อหนึ่งก็คือว่า ขณะนี้ เป็นเวลาเกือบ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ถ้าคุยญัตติเรื่องการเกษตรอย่างไรก็คุยได้นิดเดียวก่อนที่จะ ปิดการประชุมในเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา แต่ในวาระของผมจากการประสานงานกันระหว่าง วิป (Whip) ก็จะใช้เวลาไม่เกิน ๒ ชั่วโมงก็จะจบทันพอดี เพราะว่าที่ได้มีการคุยกันนอกจาก ที่กระผมถ้าสมมุติว่าเปิดให้เลื่อนญัตติขึ้นมาได้นะครับ ก็จะพูดคุยไม่เกิน ๑ ชั่วโมงในส่วนผม แล้วก็ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็จะมีคนพูดไม่เกินฝ่ายละ ๒๐ นาที ทั้งหมดภายใน ๒ ชั่วโมง ก็จะจบได้ แล้วก็ที่สำคัญนะครับ
พอสมควรแล้ว กระมังครับ เดี๋ยวท่านก็ไปปรึกษาหารือกับประธานวิป (Whip) ดูนะครับ
จะให้ทำการปรึกษาหารือกับวิป (Whip) ก่อนหรือครับ
ท่านไป ปรึกษากับวิป (Whip) ก็แล้วกันนะครับ โอเค (OK) ครับ ต่อไป
ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาต ปรึกษาหารือก่อนใช่ไหมครับ
ครับ ต่อไปผมเข้าระเบียบวาระต่อนะครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนนะครับ มีญัตติด่วนที่ ๑ เรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำของท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ และท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย เป็นผู้เสนอ เนื่องจากมีญัตติทำนองเดียวกัน อีก ๑๐ ฉบับ ที่มีผู้เสนอเข้ามา
ญัตติแรกคือ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาราคาอ้อยตกต่ำ (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ และนายนิรมิต สุจารี เป็นผู้เสนอ)
ญัตติที่ ๒ เรื่อง ขอสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพารา (นายขจิตร ชัยนิคม เป็นผู้เสนอ)
ญัตติที่ ๓ เป็นญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ (นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นผู้เสนอ)
ญัตติที่ ๔ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาผลผลิต ทางการเกษตรราคาตกต่ำ (นายนริศ ขำนุรักษ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ญัตติที่ ๕ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ (นายวีระกร คำประกอบ เป็นผู้เสนอ)
ญัตติที่ ๖ เป็นญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ญัตติที่ ๗ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางช่วยเหลือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำแก่เกษตรกรผู้เพาะปลูก ข้าวและอ้อย (นายนิยม ช่างพินิจ เป็นผู้เสนอ)
ญัตติที่ ๘ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การแก้ไขปัญหาราคาพืชผลของเกษตรกรตกต่ำ (นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นผู้เสนอ)
ญัตติที่ ๙ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ (นายเสมอกัน เที่ยงธรรม เป็นผู้เสนอ)
ญัตติที่ ๑๐ เป็นญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางช่วยเหลือพืชผลทางการเกษตรราคาตกต่ำ (นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องทำนองเดียวกันทั้งหมด ซึ่งน่าจะต้องนำมาพิจารณา รวมกัน จะมีท่านสมาชิกขัดข้องไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ทั้งหมดมาพิจารณารวมกันทั้ง ๑๐ ฉบับ ผมดำเนินการตามนี้ต่อไปนะครับ สำหรับญัตติของสมาชิกที่ผมได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ที่เสนอมายังไม่ได้ปรากฏในหนังสือใน ระเบียบวาระที่แจ้งให้ท่านทราบ ผมจะให้เจ้าหน้าที่ได้แจกจ่ายเอกสารให้ท่านสมาชิกเพื่อ เป็นการประกอบการพิจารณานะครับ เชิญเจ้าหน้าที่แจกเอกสารได้ครับ มีไหมครับ เอกสาร
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นิดเดียวครับ
เชิญท่าน นายแพทย์ระวีครับ
ได้ปรึกษาหารือกับทางวิป (Whip) รัฐบาล ผมขออนุญาตที่จะสรุปแจ้งท่านประธานว่า เนื่องจากวันนี้สมาชิกผู้ร่วม ประชุมหลายท่านอาจจะติดภารกิจต้องรีบเดินทางกลับไป ถ้าเกิดปัญหาจะต้องมีการโหวต นับองค์ประชุมอาจจะส่งผลทำให้ญัตติทางการเกษตรอาจจะเกิดปัญหาได้นะครับ ผมก็เลยขออนุญาตที่จะไม่เลื่อนญัตตินี้ แต่ผมจะใช้วิธีการที่ผมจะดำเนินการทำหนังสือถึง ประธานสภาเพื่อส่งหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ชะลอการตัดสินใจในเรื่องนี้ ไว้ก่อน จนกว่าสภาจะได้มีการจัดตั้งกรรมาธิการในเรื่องนี้ขึ้นมาครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ แจกเอกสารหรือยังครับ เชิญท่านครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตหารือท่านประธาน นิดเดียวครับ ต่อญัตติเรื่องการพิจารณาการที่จะต่อสัญญาสัมปทานทางด่วน
เรากำลัง อยู่ในการพิจารณาเรื่องด่วนอยู่นะครับ คงจะพิจารณาเรื่องอื่นไม่ได้ครับ
นิดเดียวครับผม ขอ ๓๐ วินาทีท่านประธาน
ไม่ได้ครับ เดี๋ยวผิดข้อบังคับ แล้วก็ญัตตินี้จะตกไปครับ
ผมขออนุญาตเสนอญัตติด่วน เรื่อง ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำครับท่านประธาน
เชิญ ผู้เสนอญัตติท่านแรกเลยนะครับ ท่านวีระกร เจ้าของญัตติ เชิญอภิปรายสนับสนุนครับ
เชิญครับ ผมนึกว่าท่านไม่มา
ท่านชูวิทย์ใช่ไหมครับ ญัตติแรก ขออภัยนะครับ กระดาษมันสับสนหน่อยนะครับ ไม่ทราบว่า ญัตติของใครมาคนแรก ท่านชูวิทย์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นเขตมีหลายอำเภอ เป็นอำเภอใหม่ที่ผมเป็นอีกหลายอำเภอ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมและเพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติด่วนขอให้สภาได้พิจารณา ศึกษาปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ตลอดระยะเวลา ๕-๖ ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจ บ้านเมืองของเราแย่แล้วก็จะแย่มาก ๆ ต่อไปก็สืบเนื่องมาจากพืชผลการเกษตร ที่พี่น้องประชาชนทำการเพาะปลูกแล้วไม่มีที่ขาย ไม่มีราคา ซึ่งพืชผลทางการเกษตรนั้น ทางภาคอีสานประกอบด้วยข้าวเปลือกหอมมะลิ ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์ม แล้วก็พืชเกษตรอื่น ๆ อีก ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศเกิดจากพืชผลการเกษตร ไม่เป็นราคา ก็ทำให้เศรษฐกิจของประเทศถดถอย ขอยกตัวอย่างนะครับว่าในช่วงที่รัฐบาล พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ ๒๐,๐๐๐ บาท อ้อยตันละ ๑,๒๐๐ บาท มันสำปะหลังกิโลกรัมละ ๕-๖ บาท แล้วก็ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ ๔-๕ บาท ตลอดระยะเวลา ๕-๖ ปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาล คสช. ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แก้ปัญหาพืชผลการเกษตรไม่ตรงจุด ซึ่งบ้านผมบอกว่า เกาไม่ถูกที่คันนะครับ ซึ่งทำให้เกษตรกรที่ทำนา ท่านก็บอกว่าข้าวมันถูกไม่มีปัญญาขาย หยุดทำเถอะ ก็จ้างไม่ให้เกษตรกรทำนา แล้วก็ให้ไปปลูกพืชทดแทน เช่น ข้าวโพด ก็ปลูกข้าวโพดหมด ก็ไม่รู้จะไปขายให้ใคร ก็ทำให้พืชผลทางการเกษตรไม่เป็นราคา ยางพาราซึ่งอดีต ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย กิโลกรัมหนึ่งก็เกือบ ๑๐๐ บาท ขี้ยาง กิโลกรัมละ ๕๐ บาท ท่านก็บอกว่ายางไม่มีราคา ก็รู้จักตัดทิ้งบ้างสิ ถ้าไม่มีที่ขายก็จะพา ไปขายดาวอังคารบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพืชผลการเกษตรซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เป็นคลังอาหารของโลก ราคาตกต่ำก็ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศแรงซื้อลดลง ประชาชนลำบากมากขึ้น จะเห็นได้ว่าในช่วงพืชผลการเกษตรเป็นราคา ยางพารากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ กิโลกรัมละ ๒๐ บาท พี่น้องมีแรงซื้อ อยากกินเนื้อกิโลกรัมละ ๓๐๐ บาท ก็สามารถที่จะซื้อ เนื้อวัวกิโลกรัมละ ๓๐๐ บาท คนละ ๑ กิโลกรัม ๒ กิโลกรัม คนที่ไม่มีปัญญาก็ซื้อหมู กิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท คนละ ๑ กิโลกรัม ๒ กิโลกรัม คนที่ไม่มีปัญญาก็ซื้อเนื้อไก่ อยากกิน เงาะก็ซื้อเงาะ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท มาวันนี้เศรษฐกิจไม่ดี พืชผลการเกษตรไม่เป็นราคา อยากจะกินเนื้อวัวก็ไม่สามารถที่จะได้กินเนื้อวัวก็กลับมาซื้อเนื้อหมู อยากจะกินเนื้อหมู ก็ไม่ได้กินเนื้อหมูก็กลับมาซื้อเนื้อไก่ อยากกินเงาะก็แทนที่จะซื้อ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ตอนนี้ก็ซื้อ ๑ กิโลกรัม ๓๐ บาท ทำให้เศรษฐกิจถดถอย เกษตรกรเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ถ้าท่าน อยากรู้ปัญหาพืชผลการเกษตรไม่เป็นราคา ท่านต้องไปถาม ธ.ก.ส. ว่าวันนี้พืชผลการเกษตร ไม่เป็นราคา เกษตรกรมีหนี้มากขึ้นหรือไม่ ท่านประธานครับ ช่วงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลมีโครงการรับจำนำข้าว เกษตรกรมีหนี้ ยกตัวอย่าง นาย ก มีหนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็ทำนาขายข้าวก็ได้ผ่อนใช้ปีละแสน ๆ เกษตรกรสามีภรรยาก้มหน้าดำนา ลุกขึ้นมา มองหน้ากันก็ยิ้มใส่กัน สามีภรรยาว่าแม่มึงอีก ๒ ปี ๓ ปี ถ้ามีโครงการจำนำข้าวอีกเราคง เป็นไทยแล้ว แต่ผ่านมาสักครู่เดียวเกือบจะได้เป็นไทยแล้ว ก็กลับมาเป็นลาวเหมือนเดิม ไม่สามารถที่จะมีเงินไปชำระหนี้ได้ เกษตรกรมีภาระหนี้สินมากขึ้น ต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้น ราคาปุ๋ยก็แพงขึ้น โรคและแมลงก็มีมากขึ้นทุกวัน เอกชน บริษัทที่ผูกขาดในการส่งออก ราคาพืชผลการเกษตรก็กดราคาพี่น้องประชาชน สภาพภูมิอากาศในขณะนี้ ช่วงนี้เป็นฤดูฝน ขณะนี้ฝนแล้ง พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่หลายจังหวัดได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาฝนแล้ง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอสรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับปัญหาพืชผลการเกษตร ที่มีราคาตกต่ำ สินค้าเกษตรค่อนข้างมีราคาผันผวน โดยมีหลายปัจจัย ความต้องการของ สินค้าลดลง การส่งออกลดลง การผลิตที่ไม่มีคุณภาพของเกษตรกร สภาพภูมิอากาศ ราคาเฉลี่ยในการขายพืชผลการเกษตร ซึ่งเกษตรกรของเรา เช่น ทำนาก็ไม่สามารถที่จะขาย ผลผลิตและมาใช้หนี้ได้เพราะต้นทุนปุ๋ยก็แพง ค่าแรงก็แพง แต่ขายพืชผลการเกษตร ได้ราคาถูก ส่งผลให้เกษตรกรมีความเดือดร้อน ประสบภาวะขาดทุนทุก ๆ ปี ก่อให้เกิด หนี้สินเพิ่มพูน ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตต่อได้ เกษตรกรที่มีสวนยางในขณะนี้ก็เริ่มเปลี่ยน อาชีพใหม่จาก ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เคยมีสวนยางก็เริ่มเปลี่ยนอาชีพจากขายยางมาเป็นขายรถยนต์ จากขายรถยนต์ก็ขายสวนยาง ตอนนี้ก็เป็นเกษตรกรรับจ้างกรีดยาง จากสถานะที่ ยางไม่เป็นราคา ข้าวไม่เป็นราคาก็ขายนาไปทำอาชีพใหม่ ซึ่งเกิดจากสินค้าเกษตร ไม่เป็นราคา ตลอดระยะเวลา ๔-๕ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้ส่งเสริมและเข้าไปจัดการ เรื่องการตลาดให้กับพี่น้องประชาชนที่ทำการเกษตร และเสร็จแล้วยังไม่มีการแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกร วันนี้เกษตรกรมีหนี้สินล้นพ้นตัว ผมอยากเสนอให้รัฐบาล แก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็คือแก้ไขปัญหาระยะสั้น ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาระยะยาว ระยะยาว ทำอย่างไรครับ ก็คือเกษตรกรที่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. ฝาก ธ.ก.ส. ครับว่าวันนี้เป็นหนี้ ไม่มีสิทธิ ที่จะใช้หนี้ได้ถ้าพืชผลการเกษตรไม่เป็นราคา อยากจะส่งเสริมให้ทาง ธ.ก.ส. ชวนให้เกษตรกรปลูกไม้ยืนต้นเป็นไม้เศรษฐกิจ สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจแก้ปัญหามลภาวะ โดย ธ.ก.ส. ต้องมีแรงจูงใจครับว่าใครที่ดำเนินการปลูกไม้ เศรษฐกิจแล้ว ธ.ก.ส. จะพักหนี้ให้ ธ.ก.ส. จะลดดอกเบี้ยให้เป็นแรงจูงใจให้กับเกษตรกร แล้วก็รัฐบาลใหม่ที่กำลังจะมาต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาพืชผลการเกษตร และนอกจากนั้นแล้ว ผมขอฝากว่าให้ท่านประธานเมื่อเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเสร็จแล้วให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาศึกษาเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจังให้กับพี่น้องเกษตรกร กราบขอบพระคุณครับ
เจ้าของ ญัตติต่อไปครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ
เดี๋ยว ขอเรียงตามญัตติที่ผมอ่านไปเมื่อสักครู่นี้ว่ามีญัตติของใครบ้าง ญัตติต่อไปเป็นของท่าน สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ ท่านวีระกรขออนุญาตเรียงตามญัตติก่อนนะครับ ท่านมีอะไร ประท้วงครับ
กราบขออภัยท่านคุณหมอสมบูรณ์ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย เป็นผู้ยื่นญัตติร่วมกับ คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ เมื่อสักครู่คุณชูวิทย์ได้อภิปรายไปก็เป็นส่วนของผมที่จะ อภิปรายในการยื่นญัตติด่วนตัวนี้ด้วย ก็เลยขออนุญาตครับ
ก็ให้ เจ้าของญัตติได้อภิปรายสนับสนุนทีละท่านก่อนครับ
ผมก็เป็นผู้ยื่นญัตติร่วมครับ
เดี๋ยวผม ขออนุญาตให้ทีละท่านก่อนครับ เสร็จแล้วเดี๋ยวผมจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งของเจ้าของ แต่ละฉบับก่อนนะครับ เชิญฉบับต่อไปครับ
ผมก็เป็นเจ้าของญัตตินะครับ
ผมเข้าใจ บางครั้งมีหลายท่านก็ให้สิทธิคนเดียวเจ้าของญัตติ เชิญต่อครับ
หมายความว่า ท่านประธาน จะอนุญาตให้ผมอภิปรายต่อจาก
ไม่ใช่ครับ ให้ครบทุกญัตติก่อน เจ้าของญัตติทั้ง ๑๐ ฉบับก่อน แล้วผมก็จะย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่งครับ
ครับ
ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ขออนุญาตได้นำเสนอญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาราคาอ้อยตกต่ำดังต่อไปนี้
เนื่องจากอ้อยถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย มีปลูกมาก ในภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอื่น ๆ ๒ ปีที่ผ่านมารัฐบาลเคยขอให้พี่น้องประชาชน เกษตรกรได้เปลี่ยนจากการทำนามาเป็นปลูกอ้อยจึงทำให้มีการปลูกอ้อยมากขึ้น มีปริมาณ อ้อยมากขึ้น มีผลทำให้ราคาอ้อยในปีที่ผ่านมานี้ลดลงอย่างมาก พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนมาก เพราะขายได้ราคาตันละประมาณ ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาท ต่ำกว่าราคาต้นทุนการผลิต อย่างมาก เกษตรกรมีหนี้มีสินซึ่งทำให้เดือดร้อนเพราะว่าราคาอ้อยต่ำลง ราคาปุ๋ยแพงขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น ยังต้องใช้ยาฆ่าศัตรูพืชต่าง ๆ ในราคาที่สูง ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอญัตติ ดังกล่าวเพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาราคาอ้อยตกต่ำตามข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ ดังที่กระผมจะขออภิปรายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
ปัจจุบันนี้ถือว่าอ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทย ผลผลิตอ้อยในประเทศไทยนั้น เมื่อปลูกแล้วก็จะนำไปทำเป็นน้ำตาลหรือไปผลิตน้ำตาล โรงงานน้ำตาลก็จะนำอ้อยไปผลิต เป็นน้ำตาล น้ำตาลที่ผลิตได้ประมาณ ๑ ใน ๓ จะเป็นน้ำตาลที่บริโภคภายในประเทศ ๒ ใน ๓ จะเป็นน้ำตาลที่ส่งออกไปจำหน่ายไปขายในต่างประเทศ การที่พื้นที่ปลูกอ้อย ในปัจจุบันในประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อยประมาณ ๑๐-๑๒ ล้านไร่ พื้นที่ปลูกอ้อยนั้น จะเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีนะครับ จากเดิมเคย ๙,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ๑๐ ล้านไร่ เดี๋ยวนี้เพิ่มขึ้นมาถึง ประมาณ ๑๐-๑๒ ล้านไร่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผลผลิตอ้อยต่อไร่ที่เกษตรกรทำอยู่ ก็แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แตกต่างกันไปตามที่เกษตรกรจะได้ดูแลตั้งแต่มีปัจจัย ที่เกี่ยวข้อง เช่น พันธุ์อ้อย การดูแลรักษา การให้น้ำต่าง ๆ เหล่านี้ ราคาอ้อยต่าง ๆ นั้น ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง ถ้าช่วงใดราคาอ้อยสูงเกษตรกรก็จะเปลี่ยนมาปลูกอ้อยมาก ดินฟ้าอากาศต่าง ๆ ก็มีผลมาก นโยบายรัฐบาลก็เช่นเดียวกัน เช่น ๒ ปีที่แล้วรัฐบาลได้ให้ พี่น้องประชาชนเกษตรกรที่ทำนาเปลี่ยนมาปลูกอ้อย โดยมีการอุดหนุนค่าใช้จ่ายเข้าไป ทำให้ปริมาณอ้อยสูงขึ้น ราคาอ้อยลดลง ท่านประธานที่เคารพครับ ผลผลิตอ้อยในประเทศไทย ปัจจุบันนั้นผลผลิตอ้อยที่ผลิตได้ทั้งหมดก็ประมาณปีละ ๑๒๐-๑๓๐ ล้านตัน มีการนำไปผลิต เป็นน้ำตาลทรายได้ประมาณปีละ ๑๐-๑๓ ล้านตัน บางส่วนนอกจากจำหน่าย นอกจากใช้ ในประเทศ นอกจากส่งต่างประเทศแล้วปัจจุบันยังมีบางส่วนนำมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นเอทานอล (Ethanol) ไบโอดีเซล (Biodiesel) ต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้ราคาอ้อยในประเทศไทยของเรามีเสถียรภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ต้นทุน การผลิตซึ่งเกี่ยวข้องกับที่เราจะได้ศึกษากันต่อไป ต้นทุนการผลิตอ้อยจะสูงขึ้นแทบทุกปี เฉลี่ยแล้วประมาณปีละ ๔๐-๖๐ บาท ปัจจุบันต้นทุนการผลิตอ้อยต่อไร่อยู่ประมาณ ๘๐๐-๑,๐๐๐ บาทต่อตัน ราคาขายอ้อยในปัจจุบันขึ้น ๆ ลง ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๐ ราคาอ้อยสูงขึ้น สูงมาเรื่อย ๆ จนปี ๒๕๖๐ ประมาณ ๙๐๐ บาทต่อตัน พอมาปี ๒๕๖๑ ที่รัฐบาลให้ปลูกอ้อยมากขึ้นราคาอ้อยทรุดลงครับ เหลือตันละประมาณ ๘๘๐ บาทต่อตัน นี่คือสิ่งที่นำเสนอที่ประชุม
ผมจะกราบเรียนว่าปัจจุบันราคาอ้อยนั้นจะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอยู่หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาอ้อยในประเทศไทยจะเกี่ยวโยงหรือผูกพันกับราคาน้ำตาลทรายดิบ ในตลาดโลก ซึ่งน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกปัจจุบันมีแนวโน้มที่ราคาจะลดลงเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่าในปี ๒๕๕๗ ราคาประมาณตันละ ๑๓,๑๓๐ บาท ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงปี ๒๕๖๐ น้ำตาลทรายที่ขายในตลาดโลกนั้นจะอยู่ประมาณ ๑๔,๗๑๕ บาทต่อตัน พอมาปี ๒๕๖๑ ปีที่แล้วที่เราเดือดร้อน ที่มีปัญหาจนต้องยื่นญัตติในวันนี้ ราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลก ลดลงครับ จากเดิม ๑๔,๐๐๐ บาท เหลือเพียง ๑๐,๑๐๕ บาท นี่คือสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ราคาอ้อยในประเทศไทยของเราต่ำลง
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เมื่อใดเงินไทย ค่าเงินบาทแข็ง ราคาอ้อยที่ไปขายต่างประเทศก็จะลำบาก ปริมาณการผลิตอ้อยในประเทศ เมื่อใดผลิตมาก เราก็จะได้ราคาน้อยลง การบริโภคภายในประเทศก็เช่นเดียวกัน ปกติแล้ว การบริโภคในประเทศอยู่ประมาณ ๑ ใน ๓ ของน้ำตาลทรายที่ผลิตได้ หรือประมาณ ๒.๖ ล้านตัน ปริมาณการส่งออกประมาณ ๒ ใน ๓ ของปริมาณน้ำตาลทรายที่ผลิต ในประเทศ ซึ่งเทียบแล้วก็ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน จากการผลิตน้ำตาลได้ ในประเทศประมาณ ๑๐-๑๓ ล้านตัน สิ่งที่จะเป็นปัจจัยที่จะช่วยบ้านเราได้มากขึ้นและ ตลอดไปก็คือการนำอ้อย นำน้ำตาล หรือว่าพวกกากน้ำตาลไปผลิตเป็นพลังงานทดแทน ซึ่งปกติแล้วเราเคยตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า แต่ละปีเราน่าจะนำอ้อยไปผลิตพลังงานทดแทน ได้ประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ทุกวันนี้ยังไม่ถึง แต่ก็เพิ่มขึ้น ดีขึ้น นอกจากนี้ผมอยาก กราบเรียนว่าวิธีการที่เราจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ก็คือ เรื่องของการพัฒนาระบบ กฎหมาย แก้กฎหมาย พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ บทบาทหน้าที่ของรัฐมนตรีที่จะมารับผิดชอบเกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอ้อย ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการกองทุน คณะกรรมการอ้อย คณะกรรมการน้ำตาล ซึ่งใน พ.ร.บ. ดังกล่าวก็จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับระบบอ้อย กองทุนอ้อย กองทุนน้ำตาลทราย เกี่ยวกับการผลิตอ้อย เกี่ยวกับการผลิตน้ำตาลทราย ระบบจำหน่ายน้ำตาลทราย ภายในประเทศ เกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์ของชาวไร่อ้อยและโรงงานน่าจะได้มีการ ปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ. ดังกล่าวเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรและโรงงานน้ำตาล ตลอดถึง ผู้เกี่ยวข้องได้รับผลประโยชน์ที่เหมาะสมต่อไป ผมอยากสรุปว่าปัญหาของเกษตรกร ชาวไร่อ้อยในปัจจุบันที่เป็นอยู่ในขณะนี้ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญควรจะได้นำไปพิจารณา เช่น ต้นทุนการผลิต ด้านปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น เช่น ปุ๋ยเคมี สารกำจัดศัตรูพืช ทั้งสารฆ่าแมลง ศัตรูอ้อย สารเคมีกำจัดวัชพืช
ปัญหาที่ ๒ ที่น่าจะนำไปพิจารณาคือการขาดแคลนแรงงานในการจัดเก็บ ผลผลิต ได้แก่ การตัดอ้อยเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงาน รวมถึงแรงงานที่มีราคาสูงขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น นี่คือปัญหา ปัญหาเกี่ยวกับค่าขนส่งที่แพงขึ้น ปัญหาราคาอ้อยต่ำไม่คุ้มทุน ทำให้เกษตรกร ชาวไร่อ้อย โดยเฉพาะที่ปลูกมากในภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดชัยภูมิของกระผมนั้น มีการปลูกอ้อยมาก พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก เพราะเดี๋ยวนี้ขาดทุน ใครทำไร่อ้อยมาก ก็ขาดทุนมาก ใครทำน้อยก็พออยู่ได้ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิของผม ได้ฝากมาว่า ถ้าสภาได้พิจารณาในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ปัญหา ดังกล่าวน่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร ขอกราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเจ้าของญัตติ ท่านขจิตร ชัยนิคม เชิญอภิปรายครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรมา กฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๐ เขาบอกเริ่มต้นที่วันเลือกตั้ง แต่ชาวบ้านพอเลือกปุ๊บ หรือยังไม่เลือก เขาเสนอปัญหาผู้แทนราษฎรแล้ว เริ่มชีวิตการเป็นผู้แทนราษฎรไม่ใช่จะมาเริ่มวันที่ทำอะไร อยู่ในสภานี้ เพราะฉะนั้นตั้งแต่เลือกตั้งมา ผมพบประชาชน พบปัญหามากมาย แต่สิ่งที่ ประชาชนเสนอเป็นลำดับต้น ๆ คือเรื่องราคายางพารา ผมถูกเชิญไปดูเรื่องตลาดยางพาราที่สหกรณ์ยางพาราที่ห้วยปลาโด อำเภอบ้านดุง ไปดูการขายยางพาราที่นั่น ขายยางถ้วยก็ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่า ให้หาวิธีช่วย แล้วเขาก็บอกว่าวิธีการรัฐบาลเดิม ๆ ที่บอกว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีนโยบาย ที่ผมใช้คำว่า ประชาชนวิจารณ์ว่าแย่มาก ใช้ไม่ได้ เขาปลูกยางมา ๕ ๖ ๗ ปี พอเขาจะ กรีดยางปีแรกเริ่มรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์นี่ละ เขาบอกให้มีนโยบายให้เขาขาย ต้นยาง ล้มต้นยางทิ้ง นี่ไม่ใช่นโยบาย เป็นเชิงปฏิบัติการเลย เกษตรอำเภอไปรวบรวมมาใครจะตัด ยางทิ้งไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท มันเป็นความเจ็บปวดของคนสวนยาง เขาปลูกมาจนกระทั่ง ได้กรีดยาง ๗ ปี แล้วไปจ้างเขาจะโค่นทิ้งแล้วปลูกอย่างอื่นแทน เป็นนโยบายที่แย่มาก แล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อประยุทธ์อีกแหละ จะเป็นเพราะว่าท่านอับจนปัญญาในการที่จะนำ ยางพาราไปขาย ท่านก็พูดว่าใครอยากขายยางราคาแพงไปขายที่ดาวอังคาร คำพูดก็คือว่า ไม่มีปัญญาแล้วอยากไปทำอะไรก็ไปทำกันเอง ชาวยางพาราชาวสวนยางก็เลยไปตั้งกลุ่ม ไปตั้งสหกรณ์ ไปตั้งตลาดเอง วันนี้ขายยางถ้วย ท่านประธานครับ ผมพูดในฐานะที่ไปดู สวนยางภาคอีสาน ส่วนมากวันนี้เขาทำยางถ้วยครับ คือกรีดยางผสมน้ำกรด เสร็จแล้วก็ได้ ก้อนยางมาเขาก็จะไปขาย ตอนนี้ราคาอยู่ ๒๕ บาท ๒๔ บาท ๒๒ บาท ซึ่งถือว่าถูกมาก ไม่คุ้มทุน ชาวสวนยางพาราต้องตื่นดึกมาก ๖ ทุ่ม ตีสอง ไปกรีดยาง กรีดยางเสร็จกว่าจะเอา น้ำกรดไป เสร็จก็ประมาณสัก ๘ โมงถึงจะได้กลับมานอน ชีวิตชาวสวนยางลำบากครับ ถ้าลำบากแล้วราคาไม่คุ้มทุนอีก ผมจึงมีความเห็นว่าเป็นเรื่องด่วนมากที่ใครก็ตาม ซึ่งวันนี้ ผมพูด ผมก็วังเวงเหมือนกันท่านประธาน ผมไม่รู้ผมพูดจะให้ใครรับปัญหาไป นายกรัฐมนตรี เราก็คนที่ ๓๐ ยังไม่ได้ถวายสัตย์ ครม. เราก็ชุดที่ ๒๙ ชุดที่ ๒๙ นายกรัฐมนตรีชุดที่ ๓๐ แล้วนายกรัฐมนตรีชุด ๓๐ ยังไม่ปฏิญาณตนก็มานั่งประชุม ครม. ไม่รู้อะไรกันแน่ แต่ว่า เมื่อสภาเปิดให้ดำเนินการผมก็ต้องพูด พูดผ่านประธานไป ไปยังคนที่ทำเรื่องยางพารา อยู่ทั่วประเทศ อันนี้ผมไม่นับว่าชาวสวนยางพาราภาคใต้ซึ่งเดือดร้อนมากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงอยากกราบเรียนไปยังรัฐบาล อย่างไรเราก็ขาดรัฐบาลไม่ได้ ถึงแม้ว่า จะเป็นชุดไหนบวกชุด ๒๙ บวก ๒๐ ก็เป็นกันไปเถอะนะครับ แต่ว่าให้ดูแลความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ชาวสวนยางต้องการสนับสนุนเรื่องสหกรณ์บ้าง ไปทำไปเปลี่ยนแปลง ผลิตภัณฑ์ยาง ทำอย่างไรเขาถึงจะมีเครื่องมือ คนภาคอีสาน ยางภาคอีสานทำไม กลุ่มสหกรณ์จึงจะมีงบประมาณลงไปช่วยเหลือให้แปรรูปยางก้อนให้เป็นยางแผ่น ยางเครป (Crepe) หรือยางอะไรซึ่งทำง่าย ๆ โดยการรีดน้ำออกประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ทำเป็น แผ่นหยัก ๆ ที่เป็นหลุม แล้วก็ขายได้ราคามากขึ้น เรื่องอย่างนี้รัฐบาลต้องไปส่งเสริม ไม่ใช่ไปบอกให้เขาตัดต้นยาง ความเจ็บปวดมาก แล้วผมไปที่ไหนพี่น้องชาวสวนยางเขาจะ บ่นให้ฟังเป็นประจำ ซึ่งราคาผลิตผลทางการเกษตรที่หลาย ๆ ท่านกำลังเสนออยู่ก็ชัดเจน อยู่แล้ว มันเป็นความเดือดร้อนจากภาคใต้ขึ้นภาคเหนือทั่วภาคอีสานสำหรับยางพารา ขณะนี้รถพิกอัป (Pickup) ที่ชาวสวนยางดาวน์ (Down) มาแล้วก็ถูกยึด ถูกยึด ถูกยึดจำนวน ไม่ถ้วน เป็นความเดือดร้อนแสนสาหัสที่คนที่เป็นรัฐบาล ถ้ารัฐบาลอยู่เดี๋ยวนี้ต้องเปลี่ยน นโยบาย ต้องเปลี่ยนนโยบายการผลิตยางพารา เรื่องการผลิตชาวบ้านเขามีวิธีการเขาขยัน เขาทำเองครับ แต่เรื่องการขายนี่ช่วยหน่อย ตลาดที่อยู่สวนยางเบื้องต้นหรือว่าแหล่งที่จะต้องแปรรูป ผลิตภัณฑ์เบื้องต้นสำหรับคนขายยางให้เขาลืมตาอ้าปากได้ ให้เขามีรายได้มากขึ้น เป็นเรื่องที่ รัฐบาลควรจะทำ ท่านประธานครับ ผมบอกชาวบ้านผมครับ เวลาไปหาเสียงผมจะบอกว่า พี่น้องเกิดมายากจนไม่ใช่ความผิดของพี่น้อง พี่น้องขยันปลูกยาง ปลูกข้าว ปลูกอะไร ได้ผลผลิตแล้วขายราคาตกต่ำไม่ใช่ความผิดของพี่น้อง แต่เป็นความผิดของรัฐบาล เป็นความผิดของผู้นำ เป็นความผิดของคณะรัฐมนตรีที่บริหารอยู่วันนี้ ที่ไม่สามารถส่งเสริม ให้ประชาชนได้ขายผลผลิตในราคาที่คุ้มทุนได้ ท่านประธานครับ ถ้าจะย้อนอดีตไปยังรัฐบาล ที่สามารถทำราคายางกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ๑๒๐ บาท ก็ไปศึกษาบ้างสิครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรีต้องไปวิ่งเรื่องยาง ต้องไปเชิญประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์มาประชุม แล้วต้องไปทลายตลาดประเทศสิงคโปร์ ถึงสามารถที่จะทำ ราคายางขึ้นได้ ไม่ใช่มานั่งพูดเวลาอยากตลกก็ตลก เวลาอยากไม่เอาใจใส่ใครก็ดูถูก ประชาชนไป อย่างนี้มันช่วยไม่ได้ มันช่วยประชาชนไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นความเจ็บปวด ที่ฝากผมมาผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลให้เปลี่ยนเลย นโยบายที่จะให้เขาโค่นต้นยางทิ้ง ไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ควรจะพูดแล้ว ไม่ควรจะมีแล้ว สิ่งที่ควรก็คือไปดูว่าอะไรจะทำให้ ราคายางเขาได้เพิ่มขึ้น อันนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้แล้วทำได้ง่าย ท่านประธานครับ ถ้าอยากรู้ว่า ทำง่ายหรือทำไม่ง่ายให้รัฐบาลไปดูว่าใครเขาซื้อยางถ้วยอยู่ในภาคอีสาน แล้วเขาได้กำไร เท่าไร เขาสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาอย่างไร ก็ทำกันแค่นั้น ทำให้ประชาชน ทำให้กลุ่ม เกษตรกร ทำให้วิสาหกิจที่มีนโยบายอยู่แล้วก็เอาทุนลงไป ไม่ได้ลงทุนมากเลยครับ ขอเพียงแต่เอาใจใส่ประชาชนและเคารพประชาชน ดูแลประชาชนด้วยหัวใจ ไม่ใช่ว่าพูดไป วัน ๆ หนึ่ง โดยพูดไปพูดมาก็เป็นการดูถูกประชาชนด้วยซ้ำไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญเจ้าของญัตติต่อไปครับ ท่านภราดรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ต้องขอบคุณ ท่านประธานและสภาแห่งนี้นะครับ ที่ได้กรุณารับญัตติด่วนของเพื่อนสมาชิกรวมกันทั้งสิ้น ๑๑ ญัตติด่วนด้วยกัน ในส่วนของญัตติของผมและของพรรคภูมิใจไทย เพื่อนสมาชิกอีก ๒๐ ท่านได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาของพวกเราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ผมขออนุญาตท่านประธาน อ่านญัตติ แล้วหลังจากอ่านญัตติจบแล้วผมขออนุญาตท่านประธานนำเสนอเหตุผลประกอบ ด้วยปัจจุบันพืชผลทางการเกษตรประกอบด้วย ยางพารา ข้าว ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และอ้อย มีราคาตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อรายได้และการดำรงชีวิตของเกษตรกรต้องแบกรับภาระ หนี้สินเนื่องจากปัญหาต้นทุนการผลิตสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ผลผลิตล้นตลาด ผลผลิต ต่อพื้นที่ต่ำ และสภาพผันแปรของตลาดซื้อขายสินค้าหลายครั้งเกิดการชุมนุมเรียกร้องให้ ภาครัฐเข้ามามีมาตรการช่วยเหลือเกี่ยวกับราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ รัฐบาลควรมีมาตรการ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูก รวมถึงส่งเสริมภาคเกษตรในการผลิตและจำหน่ายสินค้า ทางการเกษตรเพื่อการจำหน่ายในประเทศและส่งออกสินค้าทางการเกษตรไปยังต่างประเทศ หากคณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาและหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อให้ สินค้าเกษตรมีเสถียรภาพด้านราคา เกษตรกรได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม สร้างรายได้ ให้กับเกษตรกรแล้ว คุณภาพชีวิตและครอบครัวเกษตรกรจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของประชาชนและส่งผลกระทบต่อระบบ เศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นพวกผมจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ที่ประชุม พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และ ข้อ ๔๒ ผมขออนุญาตท่านประธานนำเสนอเหตุผลเพิ่มเติมประกอบญัตติด่วนครับ ผมเรียน ท่านประธานในเบื้องแรกแบบนี้ว่า มันเหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ได้มีการเลือกตั้งใหญ่ทุกครั้ง ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกลองสังเกตดูครับ ผมอยู่ ในสภาแห่งนี้ตั้งแต่สภาชุดที่ ๒๓ ชุดที่ ๒๔ แล้วก็ชุดนี้ชุดที่ ๒๕ ทุก ๆ ครั้งหลังจากที่เลือกตั้ง เสร็จแล้ว มีสภาแล้ว ปัญหาเรื่องแรก ๆ ญัตติแรก ๆ ซึ่งเป็นญัตติด่วนที่ถูกเสนอเข้ามา ในสภาแห่งนี้หนีไม่พ้นละครับ หนีไม่พ้นเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ผมอยู่ในสภาแห่งนี้ ๑๐ กว่าปี ปัญหาเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นมาโดยตลอด ผมย้อนหลังไปไกล กว่านั้นครับ ย้อนหลังไปเมื่อสมัยผมเป็นเด็ก คุณพ่อผมเป็น ส.ส. สมัยแรกเมื่อปี ๒๕๒๙ ผมนั่งดูทีวี (TV) คุณพ่อก็หยิบเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำนี่ละเข้ามาตั้งกระทู้ ในสภาผู้แทนราษฎร มันสะท้อนให้เห็นถึงอะไรครับ มันสะท้อนให้เห็นว่าประเทศนี้ไม่เคย แก้ไขปัญหาเรื่องราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำให้กับพี่น้องราษฎรได้เลย ท่านจะเห็นครับ ว่าทุก ๆ รัฐบาล หลังจากที่จัดตั้งรัฐบาลกันเสร็จสรรพเรียบร้อย แต่ละรัฐบาล ๆ ก็จะมา มีนโยบายเร่งด่วน บางรัฐบาลก็เรียกโครงการจำนำข้าว บางรัฐบาลก็มีโครงการประกันสินค้า ทางการเกษตร บางรัฐบาลก็พยายามที่จะเข้ามาแทรกแซงราคาสินค้าทางการเกษตร ท่านจะเห็นว่าแต่ละนโยบายของแต่ละรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีตนั้นมันเป็นการแก้ไขปัญหา ในระยะสั้นทั้งสิ้น ท่านจะสังเกตว่าหลังจากที่หมดสิ้นรัฐบาลชุดนั้น ๆ ไป สิ่งที่เกิดตามมา ก็คือราคาสินค้าเกษตรก็กลับราคาตกต่ำไปอยู่ที่เดิมเพื่อรอให้มีรัฐบาลใหม่ แล้วก็รอให้ รัฐบาลใหม่มาเสนอนโยบายใหม่ มันก็วนอยู่แบบนี้ครับ ผมบอกกับท่านประธานครับว่า วิธีการแบบเดิม ๆ มันไม่สามารถที่จะนำมาซึ่งผลลัพธ์แบบใหม่ ๆ มันจึงไม่ใช่ เรื่องแปลกหรอกครับที่หลายรัฐบาลที่ผ่านมามันจึงแก้ไขปัญหาเรื่องราคาสินค้า ทางการเกษตรไม่ได้เลย เพราะเรามองมิติแบบเดิม ๆ เรามองวิธีการแก้ไขปัญหาแบบเก่า ๆ วิธีแบบเดิม ๆ ไม่จำนำเราก็ประกัน ไม่ประกันเราก็เข้าไปแทรกแซงโดยใช้รัฐเข้าไปแทรกแซง ราคาสินค้า นี่คือวิธีการต่าง ๆ ที่มันผ่านมา วันนี้ผมยินดีครับ ผมยินดีที่ได้เห็นสภาแห่งนี้ ได้ร่วมกันพิจารณาและกำลังจะตั้งกรรมาธิการขึ้นเพื่อพิจารณาศึกษาวิธีการที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม แต่มันจะไม่เกิดประโยชน์เลยครับท่านประธาน ถ้าหากว่า การตั้งกรรมาธิการชุดนี้มีวิธีการคิดเหมือนเดิม เหมือนกับรัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาลที่เคยปฏิบัติ มาก่อน มันก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องการเกษตรของประเทศนี้ในระยะยาวได้ ปัญหาหลักใหญ่ใจความของสินค้าทางการเกษตรทุกชนิด ถ้าจะพูดกันง่าย ๆ พูดกันแบบ กำปั้นทุบดิน เอาหลักเศรษฐศาสตร์ง่าย ๆ มาอธิบาย ปัญหามันก็เกิดขึ้นเพราะอุปสงค์ มันมากกว่าอุปทาน สินค้าที่ผลิตมันมากกว่าสินค้าที่บริโภค เพราะฉะนั้นสินค้ามันก็เหลือ ท่านประธานจะสังเกตเห็นครับ บางปีประเทศคู่แข่งสินค้าทางการเกษตรของพวกเรา เช่น ประเทศอินเดีย ประเทศเวียดนาม บางปีประเทศเหล่านี้เกิดประสบกับปัญหาอุทกภัย เกิดปัญหาที่ไม่สามารถทำให้ผลผลิต ของเขาผลิตได้ตามเป้าหมาย ราคาผลผลิตในประเทศของพวกเรามันก็สูงขึ้น ราคาในตลาดโลก มันก็สูงขึ้น แน่นอนครับ เพราะอุปสงค์มันขาด ในขณะที่อุปทานมันเท่าเดิมราคามันก็สูงขึ้น นี่คือหลักการตลาด นี่คือหลักการเศรษฐศาสตร์ที่สามารถเอามาอธิบายได้แบบง่าย ๆ ผมบอกกับท่านประธานครับว่าที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ๒ กระทรวง ซึ่งเป็นกระทรวงฝ่ายผลิตและเป็นกระทรวงฝ่ายขายไม่เคยมาพูดคุยกัน อย่างชัดเจน และไม่เคยมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเป็นรูปธรรม หมายความว่า ฝ่ายผลิตจะผลิตอะไรก็ผลิตไป ฝ่ายขายมีหน้าที่ขาย ท่านจะขายได้หรือขายไม่ได้ ก็เป็นเรื่องของ ผู้ผลิตไป นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่จะต้องให้คณะกรรมาธิการชุดนี้นำไปช่วยพิจารณาเพื่อหา ทางออกต่อไป ผมยินดีครับ ยินดีที่เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา เราได้ มีกระทรวงใหม่เกิดขึ้น ๑ กระทรวง จริง ๆ แล้วเป็นการรวมกระทรวงวิทยาศาสตร์เข้ากับ อุดมศึกษา เราเรียกกระทรวงใหม่ว่า กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงนี้ละครับผมคิดว่ามันกำลังจะเป็นคำตอบให้กับทุกคนในประเทศนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะ ภาคการเกษตร หากว่ากระทรวงนี้สามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่ามันจะ เปลี่ยนโฉมหน้าของสังคมประเทศไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมด้านการเกษตร เมื่อสักครู่ ผมพูดค้างไว้เรื่องอุปสงค์ อุปทาน อย่างนี้ครับ ที่ผ่านมาประเทศไทยเราอ่อนด้อยมากในเรื่อง อาร์แอนด์ดี (R&D) ในเรื่องรีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลอปเมนต์ (Research and Development) ในเรื่องการวิจัยและการพัฒนาที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้น เราไม่เคยที่จะทำการวิจัยเลยว่า เราจะทำอย่างไรให้ผลผลิตทางการเกษตรต่อ ๑ ไร่ มันเพิ่มขึ้น ผมยกตัวอย่างข้าว ทุกวันนี้ ข้าวนาปี นาปรัง บ้านผมทำได้ประมาณ ๑ ไร่ ได้ประมาณสัก ๘๐-๙๐ ถัง เราไม่เคยมีการคิด เลยครับว่าเราจะทำอย่างไร เพื่อที่จะทำให้ผลผลิตต่อ ๑ ไร่ จาก ๘๐-๙๐ ถัง เพิ่มขึ้นเป็น ๑๕๐ หรือ ๒๐๐ ถัง ประเทศเราไม่เคยคิดเลยครับว่าในวันที่อุปสงค์มันมากกว่าอุปทาน อุปสงค์ส่วนเกินเราจะเอาไปทำอะไร วิธีการแก้ไขปัญหาของเราสำหรับเกษตรกรทำอย่างไร สินค้าทางการเกษตรขายไม่ได้ ขายไม่ได้ราคาก็ปิดถนนครับ เอาสินค้าทางการเกษตรไปกอง บนถนนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลงมาแก้ไขปัญหา ก็ไม่พ้นรัฐบาล รัฐบาลก็จะต้องไปใช้วิธีการ แบบเดิม ๆ คือเข้าไปแทรกแซง เข้าไปจำนำบ้าง เข้าไปประกันบ้าง แล้วแต่นโยบายของรัฐบาลนั้น ๆ นี่คือวิธีการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาโดยตลอดของประเทศนี้ ซึ่งมันแสดงให้เห็นแล้วว่า มันใช้ไม่ได้ เมื่อสักครู่ผมพูดไว้ว่าในกรณีที่อุปสงค์มันมากกว่าอุปทาน เราไม่เคยคิดเลยครับว่า เราจะเอาอุปสงค์ส่วนเกินนี้เอาไปทำอะไร ผมยกตัวอย่าง ๕ พืชเศรษฐกิจหลักครับ วันนี้ข้าวเราขายกันเป็นกิโลกรัม กิโลกรัมละเท่านั้นเท่านี้บาท กิโลกรัมละ ๒๐ บาท ๓๐ บาท ใครจะไปคิดครับ วันหนึ่งถ้าหากว่ากระทรวงใหม่ที่ผมว่าได้ไปลองทำการวิจัย ได้ไปลองทำการศึกษาเรื่องข้าวดู ไปดูสารอาหารในเมล็ดข้าวนี้ว่ามันสามารถที่จะไปทำ ยารักษาโรคได้ไหม มันสามารถที่จะไปทำเครื่องสำอางได้ไหม จากข้าวที่ขายเป็นกิโลกรัม ใครจะไปคิดครับว่าในอนาคตวันข้างหน้าเราจะต้องมาขายข้าวเป็นเมล็ดละกี่บาท เรื่องอ้อย เรื่องมันสำปะหลัง วันนี้เรามีสิ่งที่จะมารองรับอยู่ นั่นก็คือเราสามารถที่จะเอาพืช พวกนี้ไปทำเป็นพลังงานทดแทน ไปผลิตเป็นเอทานอล (Ethanol) เพื่อที่จะมาทำเป็น พลังงานทดแทนได้ ในส่วนของปาล์ม พรรคภูมิใจไทยเราพูดเอาไว้ในขณะที่รณรงค์หาเสียง เลือกตั้ง เดี๋ยวในวันพรุ่งนี้ก็จะมีเพื่อนสมาชิกท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ก็จะมาอธิบาย เรื่องปาล์มอย่างละเอียด ผมพูดคร่าว ๆ ครับ เรื่องปาล์มเรามีแนวคิดว่าในขณะที่ปาล์ม มันล้นตลาด ในขณะที่ราคาปาล์มมันถูกลงทุกวัน ๆ วันนี้เหลือ ๒ บาท ๓ บาท เราจะทำ อย่างไรละครับที่จะให้ปาล์มมันราคาขยับขึ้นไปที่ ๔ หรือ ๕ บาท เรามีแนวคิดว่า ทำไมรัฐบาลไม่สร้างโรงผลิตไฟฟ้าแล้วใช้ปาล์มนี่ละครับเป็นเชื้อเพลิง ในการที่จะไป ผลิตไฟฟ้าแทนน้ำมันดีเซล (Diesel) ซึ่งราคาต้นทุนถูกกว่า แล้วเราได้ ๒ ทางครับ ๑. เราได้ พลังงานราคาถูก ๒. เราได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เราสามารถที่จะซื้อผลปาล์มสดจาก พี่น้องเกษตรกรในราคาที่สูงขึ้น สูงขึ้นจนกระทั่งเท่ากับราคาของน้ำมันดีเซล (Diesel) หรือน้อยกว่าราคาของน้ำมันดีเซล (Diesel) เราสามารถที่จะคำนวณและไปกำหนดราคาเป็น ฟิกซ์เรต (Fixed Rate) ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกปาล์มในภาคใต้ได้ เราก็สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาได้เช่นเดียวกัน เช่นเดียวกันกับยางพารา ซึ่งเช่นเดียวกันครับ ก็จะมีเพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยเช่นเดียวกันจะมานำเสนอเรื่องยางพารา ในรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ นี่คือตัวอย่างครับว่าเราสามารถที่จะแปรรูปสินค้าทางเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยที่จะไปแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด แบบนี้เลย และผมบอกกับท่านประธานเพิ่มเติมอีกนิดเดียวสำหรับข้าว ในอนาคตข้างหน้านี้ ข้าวโอกาสที่ราคามันจะสูงขึ้น ๆ มันเป็นไปได้น้อยครับ เพราะว่าในอนาคตสินค้าพืชผล ทางการเกษตรชนิดอื่นที่เขาใช้กินแทนข้าว เมื่อข้าวราคาสูงเขาก็หันไปกินสินค้าเกษตร ชนิดอื่นที่มันมีพลังงานคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) เช่นเดียวกันกับข้าว เพราะฉะนั้น ความต้องการข้าวในอนาคตมันก็จะน้อยลงไป น้อยลงไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น มันไม่มีทางออกอื่นแล้วครับ ถ้าพี่น้องเกษตรกรยังคงที่จะทำนากันแบบนี้ ในฐานะรัฐบาล จำเป็นที่จะต้องหาทางออกทำการแปรรูปข้าว เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นมากกว่าขายข้าว เป็นวัตถุดิบแบบนี้ ก่อนที่ผมจะจบการอภิปราย ผมฝากกรรมาธิการ ซึ่งกำลังจะตั้งขึ้น ในอีกไม่ช้านี้นะครับ ผมฝากเป็นแนวคิด เป็นแนวทางซึ่งทางพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทางทีมงาน ของพรรคเราได้ช่วยกันคิดเป็นนโยบายของพรรค ซึ่งเราต่อยอดมาจากอ้อยและน้ำตาล อ้อยและน้ำตาลทุกวันนี้เรามีพระราชบัญญัติคุ้มครองนะครับ พระราชบัญญัติอ้อยเมื่อสักครู่ คุณหมอสุรวิทย์ได้อภิปรายไป พ.ร.บ. อ้อยกำเนิดมาเมื่อปี ๒๕๒๗ พ.ร.บ. อ้อยจะเป็นโมเดล (Model) สำหรับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นให้กับพวกเรา สิ่งที่ผมบอกว่ามันเป็นโมเดล (Model) ก็เพราะว่าอ้อยมีการแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนสำหรับชาวไร่อ้อย กับสำหรับโรงงานผู้ผลิต น้ำตาล แบ่งสัดส่วนสำหรับกำไรหลังจากที่ขายน้ำตาลแล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์จะทอนให้กับ ชาวไร่อ้อย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของกำไรจะเป็นของเจ้าของโรงงานน้ำตาล นี่คือแนวคิดที่ พรรคภูมิใจไทยพยายามที่จะนำเสนอและฝากกับกรรมาธิการไปเพื่อให้ไปทำศึกษา ความเป็นไปได้กับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น สำหรับอ้อยวันนี้พวกเราก็ยังไม่พอใจนักละครับ เพราะว่ากฎหมายมันเก่าเกินไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ อย่างที่คุณหมอพูดเมื่อสักครู่พวกผม ก็เห็นด้วยครับว่าจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข จำเป็นที่จะต้องมีการทบทวนกฎหมายใหม่ ประเด็นที่พวกผมมองวันนี้ ๗๐ : ๓๐ แบ่งกัน สัดส่วนกำไรแบ่งกัน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับชาวไร่อ้อย อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับโรงงานน้ำตาล ก็จริง แต่เป็นการแบ่งกำไรในส่วนของน้ำตาลเท่านั้น วันนี้เขาเรียกซังอ้อย ซังอ้อยเมื่อก่อนนี้ ไม่มีประโยชน์นะครับ ทิ้งอย่างเดียว น้ำตาลโมลาส (Molasses) เดี๋ยวนี้อันนี้เอาไปใช้ผลิต เอทานอล (Ethanol) ได้ ซึ่งอันนี้เป็นกำไรส่วนเพิ่มที่โรงงานน้ำตาลได้เพิ่มเติมไป ซึ่งกฎหมาย ฉบับเดิมปี ๒๕๒๗ ยังไม่ครอบคลุมถึง เราพยายามที่จะนำเสนอและแก้ไขกฎหมาย ในประเด็นนี้ต่อไปว่าผลผลิตจากการผลิตเอทานอล (Ethanol) จะต้องมาแบ่งสัดส่วน ๗๐ : ๓๐ คืนให้กับเกษตรกร ๗๐ และ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับโรงงานผลิตน้ำตาลด้วย นี่คือโมเดล (Model) นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากกับท่านประธานถึงกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้น ให้ร่วมกันพิจารณา และร่วมกันหาทางออกให้กับสินค้าทางการเกษตร มาช่วยกันดูครับว่าสินค้าทางการเกษตร เราจะแก้ไขปัญหาในระยะยาวอย่างไร ไม่ใช่มีเพียงนโยบายที่แก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร เพียงระยะสั้นเหมือนอย่างที่ผ่านมาในทุก ๆ รัฐบาลเท่านั้น ก็ฝากท่านประธานถึงคณะกรรมการ ที่กำลังจะตั้งขึ้นด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญเจ้าของญัตติฉบับต่อไปครับ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมพร้อมด้วยเพื่อนสมาชิก นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จากจังหวัดราชบุรี นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย จากจังหวัด อุบลราชธานี คุณสาคร เกี่ยวข้อง จากจังหวัดกระบี่ ร่วมกันเสนอญัตติขอให้สภาพิจารณา แก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ความทั้งหมดปรากฏในเอกสารญัตติที่ได้ แจกจ่ายให้กับเพื่อนสมาชิกแล้ว ผมขออนุญาตไม่อ่านนะครับ จะได้อภิปราย และจะมีเพื่อน มาอภิปรายลงในรายละเอียดด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า กระผมกราบขอบคุณ ท่านประธานและสภาที่ได้บรรจุญัตตินี้ขึ้นมาเพื่อที่จะให้พวกเราซึ่งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งได้รับความเดือดร้อน อยู่อย่างแสนสาหัสในขณะนี้ ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรนี้มีอยู่หลายสาเหตุขณะนี้ แต่ว่าสำคัญที่สุดก็คือราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา อ้อย ปาล์ม ทุกอย่างครับ สินค้าเกษตรตกต่ำแทบทั้งสิ้น ๒. เดือดร้อนจากราคาปัจจัยการผลิต ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ราคาสูงทั้งสิ้น ๓. สินค้าอุปโภค บริโภค ในตลาดทั่วไปราคาสูง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในการจับจ่ายของ พี่น้องเกษตรกร ๔. ทำให้สังคมขาดความสวยงามไปเยอะ บ้านผมนี่ตลาดบางตลาดแทบร้าง เลยนะครับ หลังจากที่ราคายางลดลงมา ๓๐-๔๐ บาท จากราคายางที่ ๒๐๐ บาท ในอดีต ๔-๕ ปีนี้ตลาดบางตลาดเงียบเหงามาก ขาดความสวยงาม ในชนบทไม่มีหนังตะลุง มโนราห์ แทบหาดูไม่ได้เลย ๕. กระทบต่อปัญหาการศึกษา มีนักเรียน นักศึกษา ต้องออกจากโรงเรียน จากมหาวิทยาลัยกลางคันเป็นจำนวนมาก ท่านประธานชวน หลีกภัย เป็นบุคคลหนึ่ง ที่สำรวจว่านักเรียน นักศึกษา ออกจากสถานศึกษาเป็นจำนวนเท่าไร ท่านได้จัดงานระดมทุน ให้กับนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อที่จะไม่ให้บุตรหลานของเกษตรกรต้องออกจากสถานศึกษากลางคัน เพราะว่ามันเป็นการ ทำลายอนาคตของเขา เป็นการทำลายอนาคตของประเทศชาติ และจากสภาพการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เราสูญเสียพืชพันธุ์ทางการเกษตรดี ๆ ไปตั้งหลายชนิด โดยเฉพาะพันธุ์ข้าว พันธุ์ข้าว ของพวกเราเป็นข้าวดี ๆ ถูกบางนโยบายเข้ามาทำลาย เราไม่เก็บพันธุ์ข้าวดี ๆ เอาไว้ เราผลิต พันธุ์ข้าวที่สามารถผลิตได้เร็วเพื่อไปขายตอบสนองต่อบางนโยบาย ทำให้เราได้สูญเสีย พันธุ์ข้าวไป และทำให้สังคมในชนบทซึ่งเคยสวยงาม คนในครอบครัวกินข้าวพร้อมกัน โอภาปราศรัย กลายเป็นว่าทิ้งนา ทิ้งไร่ เข้าเมืองขายแรงงาน นี่คือสภาพการณ์ของ พี่น้องเกษตรกรในวันนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า สาเหตุของปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน ๑. มาจากอุปสงค์ อุปทาน ผมคิดว่าท่านภราดรได้พูดไว้ อย่างชัดเจน ๒. เกิดจากบางรัฐบาล บางรัฐมนตรี ไม่มีฝีมือในการบริหารพืชผลเกษตร ไม่มีฝีมือ ไม่มีทักษะ ไม่มีความรู้ในการบริหารพืชผลทางการเกษตร ๓. มีการทุจริต คอร์รัปชัน ท่านประธานคงจำได้ครับ เรามีโกงลำไย เรามีโกงข้าว เรามีโกงยาง โกงข้าวโพด มีโกงทุกอย่างครับ การทุจริตคอร์รัปชันจึงเป็นปัญหาสำคัญของการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรเช่นกัน ๔. เรื่องตลาด ซึ่งก็มีปัญหาทั้งตลาดภายใน ตลาดภายนอก ผมจึงขออนุญาตได้กราบเรียนกับท่านประธานว่า แม้ผมเสนอที่จะให้สภา รับญัตติผมไปพิจารณา แต่ว่าถ้าสภาจะมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาผมก็ไม่ขัดข้อง ผมจึงขออนุญาตฝากคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นในท้าย ๆ ญัตตินี้ว่า
๑. ขอให้พิจารณาเรื่องการวางแผนการผลิต วางแผนการปลูกหรือโซนนิ่ง (Zoning) เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญครับ พื้นที่ประเทศไทยไม่ได้ปลูกยางพาราได้ทั่วประเทศ พื้นที่ประเทศไทยเหมาะสำหรับปลูกข้าวในบางพื้นที่ พื้นที่ลำไยอยู่ตรงไหน พื้นที่กระเทียม อยู่ตรงไหน ต้องมีการโซนนิ่ง (Zoning) ผมอยากให้กรรมาธิการได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา พิจารณา
๒. เรื่องการตลาด ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญทั้งตลาดภายในประเทศ ทั้งตลาด ภายนอกประเทศ ให้กรรมาธิการได้ศึกษาโดยละเอียด
๓. ผมอยากให้กรรมาธิการได้พิจารณาอดีตของการแก้ไขปัญหาพืชผล ทางการเกษตรว่า วันที่เขาบริหารประสบความสำเร็จนั้นเขาทำอย่างไร ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการดูแลรักษาราคายางพารา ๒ ครั้ง ที่ประสบความสำเร็จ ครั้งแรก ในปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๓๗ ในวันที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ทำราคายางจาก ๑๔ บาท จนสุดท้ายยางขึ้นมาราคา ๔๓ บาท สูงสุด ในประวัติการณ์ในช่วงนั้น ช่วงที่ ๒ ที่ราคายางเราทำได้ประสบความสำเร็จคือช่วงที่ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ราคายางที่ภาคใต้ยืน ๑๘๐ บาท ยืนอยู่หลายเดือน แล้วก็ไปแตะ ๒๐๐ บาทเป็นบางช่วง แต่ว่าไม่เคยต่ำกว่า ๑๕๐ บาท ในช่วงรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมจึงอยากให้ทางคณะกรรมาธิการกลับไปดูอดีตว่าที่เขาทำ แล้วประสบความสำเร็จเขาทำเช่นไร
สุดท้ายอยากให้ทางคณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็นต่อ คนที่จะรับไปทำ รับไปแก้ไขปัญหาว่าการบริหารพืชผลทางการเกษตรให้ประสบความสำเร็จต้องซื่อสัตย์ ต้องสุจริต ต้องไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ต้องยึดพี่น้อง เกษตรกรเป็นหลักสำคัญในการบริหาร ผมจึงขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอฝากคณะกรรมาธิการที่เกิดขึ้น ขอให้รับข้อเสนอแนะจากผมไปพิจารณา เพื่อประกอบการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
เชิญ ท่านวีระกรครับ เจ้าของญัตติ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าในญัตติของผมที่เสนอ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหา ราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำนั้น ก็สืบเนื่องมาจากในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี่ละครับ พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อนเยอะ เราก็เข้าใจ มันเป็นช่วงของรัฐบาลที่เราไม่มี สภาผู้แทนราษฎร มีคำกล่าวอยู่ว่าในสมัยที่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนอาจจะอดอยาก แต่ว่าในช่วงที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ประชาชนอาจจะอดตายได้ อันนี้เป็นคำกล่าวที่ดูแล้ว มีความเป็นไปได้นะครับ ในขณะในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปีแรกก็เห็นได้ชัดเจนว่า พี่น้องเกษตรกรในบ้านนอกผมก็แย่ลง ๆ ทุกปี ปีแรกโดนยึดอีส้ม เขาเรียกอีส้ม ก็คือไม่ว่า คูโบต้า ยันม่าร์นี่ก็จะเริ่มโดนยึดแล้ว ปีสองปีแรกอีส้มโดนยึด พอมาปีที่ ๓ เริ่มจะยึดอีซูซุ แล้วครับท่านประธาน รถพิกอัป (Pickup) โดนยึดอีกแล้ว จนกระทั่งปีกลายนี้แย่สุด ๆ บอกกันว่าปีที่แล้วนี้เป็นการเผาหลอก แต่ปีนี้เผาจริงเลยตอนนี้ เดือดร้อนเยอะมาก อันนี้ เพียงบรรยายให้เห็นภาพ เหมือน ๆ กับเพื่อนสมาชิกท่านที่ได้เสนอญัตตินี้ก็ได้บรรยาย เช่นเดียวกันว่า ขณะนี้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่มีสภาผู้แทนราษฎร นับแต่นี้เป็นต้นไปนี่ละครับ ทำไมเราถึงจะต้องมามีสภาผู้แทนราษฎร เพราะเรามีหน้าที่ ที่จะนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเสนอ แล้วไม่ใช่เสนอให้รัฐบาลได้รับทราบเฉย ๆ ผมเองในวันนี้ได้เสนอทางออกในแต่ละเรื่องให้กับรัฐบาลด้วย ซึ่งจะไปเสนออีกครั้งหนึ่ง ก็ในการประชุมกรรมาธิการ หลังจากกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ถ้าสรุปตกผลึกออกมา อย่างไรก็จะนำเสนอไปยังรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็ยินดีที่พรรคประชาธิปัตย์เขาดูแล ในเรื่องของเกษตรและพาณิชย์ ก็หวังใจว่าทางรัฐบาลซึ่งได้รับดูแลในเรื่องของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ก็คงจะได้แก้ไขปัญหาต่อไป พูดถึงเรื่องข้าวครับ ท่านประธาน เดี๋ยวนี้มันเหลือ ๖,๐๐๐ กว่า ความจริงมันก็ ๖,๐๐๐ กว่ามาตั้งแต่หลังรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็จะตกมาจนกระทั่งถึงนั้น เพราะไม่มีการประกันราคา ในสมัย รัฐบาลก่อนนั้น การประกันราคาเป็นเรื่องที่ประชาชนดีใจเพราะมันได้ราคาสูงมาก แต่ดูเหมือนจะสูงเกินไปหรือเปล่าไม่ทราบ มันไม่สามารถที่จะทำได้อย่างต่อเนื่อง ล้นไปหมด ยุ้งฉางทั่วประเทศ ข้าวเต็มไปหมด เพราะรับซื้อข้าวทุกเม็ด อันนี้ก็ผิดไปนิดหนึ่ง ในลักษณะที่ ควรจะแก้ไข ก่อนอื่นต้องเรียนกับท่านว่า รัฐบาลไม่ควรจะซื้อข้าวเลย ถ้ารัฐบาลรับมาเป็น เจ้าของข้าวก็จะมีปัญหาในเรื่องการระบายข้าว ดังที่รัฐบาลที่ผ่านมาเจอปัญหา แล้วไม่รู้ จะไประบายที่ไหน เพราะต้นทุนมันแพงเหลือเกิน ถ้าระบายผิด ระบายถูกก็จะต้องติดคุก ติดตะรางกันอย่างที่เห็นนี่ครับ เพราะฉะนั้นวิธีการนั้นดูแล้วมันไปทางอื่นไม่ได้ ข้าวมัน ก็ต้องเป็นข้าว เอาไปทำแวลู แอดเดด (Value Added) มันก็ไม่มากเท่าใด เช่น ไปทำขนม ก๊อบแก๊บ ท่านลองนึกดูสิ ขนมถุงก๊อบแก๊บจะใช้ข้าวสักกี่เม็ด เพราะว่ามันเอาไปทอด เสียจนพองเลยครับท่านประธาน มันได้ไม่กี่เม็ดละครับ สรุปก็คือดูแล้วแก้ไม่ได้ มันก็ต้องแก้ ข้าวก็คือต้องเป็นข้าวนี่นะครับ ก็ขอเสนอว่า
ข้อที่ ๑ รัฐบาลต้องทำอย่างไรที่จะให้ในช่วงที่ผลิตผลการเกษตรคือข้าว ได้ออกสู่ตลาด จะต้องดึงข้าวออกจากตลาดให้มากที่สุดก่อนที่ข้าวผลิตผลของชาวนา จะออกมา ท่านจะทำได้อย่างไร มันก็อยู่ที่รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์นี่ละครับ ต้องฝากท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ว่าที่จะต้องเดินสายออกไปต่างประเทศเพื่อที่จะขายข้าว ล่วงหน้า การขายข้าวล่วงหน้าผมเองเคยเป็นเลขาท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณมาก่อน ดูแลต่างประเทศไปกับท่านตลอดนะครับ การที่ท่านได้ออกไปขายข้าวในต่างประเทศ ช่วยได้เยอะครับ การที่ได้ออเดอร์ (Order) ข้าวมาจากต่างประเทศ ก็จะมาระบายต่อ ให้กับผู้ส่งออกเพื่อให้เขาซื้อข้าวที่ยังตกค้างอยู่ในตลาดเมืองไทยออกจากตลาดให้หมด เมื่อข้าวออกจากตลาดทำอย่างไรครับ พอข้าวชาวนาออกมันก็จะเป็นราคาสูงเลยครับ เพราะพ่อค้าที่จะรับซื้อข้าวส่งออกมันก็จะแย่งกันซื้อ เนื่องจากไม่มีข้าว อันนี้ก็จะทำให้ราคา ข้าวสูงขึ้น แต่สูงอย่างไรก็ตามครับท่านประธาน มันไม่สามารถสูงกว่าราคาข้าวในตลาดโลกได้ วันนี้จากการที่ผมได้ดูของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่ได้มีการส่งข้าวออกไปขาย ต่างประเทศในราคา เอฟโอบี (FOB) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้ ก็จะตกอยู่ตีเป็น ข้าวเปลือกเลยนะครับ ตีเป็นข้าวเปลือกเลยก็จะอยู่ราว ๆ เกวียนละ ๗,๐๐๐ บาท ท่านประธาน มันไม่สูงกว่านั้น มันก็ไปทางอื่นไม่ได้ นอกจากรัฐบาลจะต้องอุดหนุน แต่การอุดหนุนเพื่อไม่ให้ผิดระเบียบ ดับเบิลยูทีโอ (WTO) ซึ่งรัฐบาลก่อนหน้านี้คือรัฐบาล คสช. ไม่กล้าทำ เพราะเหตุว่าโดนหลายกระทงจาก ยูเอ็น (UN) จาก ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปไตย การทำอะไรนั้นก็จะถูกเทียร์ (Tier) นั่น เทียร์ (Tier) นี่ หรือการที่จะโดนแบน (Ban) ดังนั้นถ้าไปทำผิดระเบียบ ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เขา ในเรื่องของการอุดหนุนราคาข้าวอย่างชัดเจนก็กลัวจะโดน ก็เลยไม่มีการอุดหนุน ปล่อยเลยตามเลย ราคาก็เลยเป็นราคาที่มันเป็นไปตามของตลาดโลกเขาก็คือ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ๗,๐๐๐ บาท หักกำไรบ้าง อะไรบ้างก็จะเหลือประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าบาท แต่ถ้าทำอย่างผมว่าก็คือ เราเคลียร์ (Clear) ตลาดก่อนหน้าที่ข้าวจะออก มันก็จะได้ราคาข้าวประมาณ ๗,๐๐๐ บาท สิ่งที่รัฐบาลต้องทำก็คือต้องตั้งงบประมาณวันนี้เลยครับ สมมุติว่าช่วยเฉพาะข้าวนาปี ข้าวนาปีออกประมาณ ๑๕ ล้านเกวียน ๑๕ ล้านตัน ช่วยไปเลยครับ ๓,๐๐๐ บาท ไม่ต้องคิด อะไรมาก ส่งเงินเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ให้ชาวนา ซึ่งขณะนี้ชาวนาทุกคนขึ้นทะเบียนเกษตรกร กับเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัดไว้หมด การที่ขึ้นทะเบียนรู้เลยครับว่า ชาวนาคนนี้ผลิตข้าวได้เท่าไร ไม่มั่วไปเอาข้าวเขมร ข้าวพม่าเอาเข้ามาขาย ไม่ใช่เอามาแทรก มาแซม เหมือนในช่วงก่อนหน้าโน้นที่ราคาข้าวหมื่นกว่า ข้าวเขมรมา ข้าวพม่า ทะลักเข้ามา ท่านเชื่อไหมครับจากแม่สอดเข้ามาคืนหนึ่งประมาณเกือบร้อยพ่วงครับ ข้าวจากไหนไม่รู้ละ แม่สอดไม่ได้ปลูกข้าว แต่ว่าข้าวขนมาจากแม่สอดมาจังหวัดนครสวรรค์ คืนเกือบร้อยพ่วง แต่ว่าถ้าทำในวิธีผมก็คือการอุดหนุน จะอุดหนุนเรียกว่าช่วยเหลือการใส่ปุ๋ย ให้กับชาวนา เกวียนหนึ่งอุดหนุน ๓,๐๐๐ บาท ถ้าเขาขายได้ ๗,๐๐๐ บาท อุดหนุนให้เขา ๓,๐๐๐ บาท ส่งตรงเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ให้ชาวนาโดยตรงเลยครับ ชาวนาทุกคนที่ขึ้นบัญชี กับเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ มีบัญชี ธ.ก.ส. ครบหมด โอนเข้าปุ๊บเงินไม่หายไปไหน ท่านประธาน อยู่หมดนะครับ ก็คงจะเพียงเท่านี้ละครับ ชัดเจนว่าถ้าข้าวขึ้นราคาอย่างอื่น ตามมาหมด กล้วยแขกก็ขายได้ เสื้อผ้าก็ขายได้ โรงงานต่าง ๆ ขายมอเตอร์ไซค์ ขายรถพิกอัป (Pickup) ขายอีส้มได้หมด คูโบต้า ยันม่าร์ ขายได้หมด ก็ขอต่อไปในเรื่องของ ข้าวโพด ข้าวโพดนี่ง่ายครับท่านประธาน ที่ว่าง่ายการแก้ไขปัญหาข้าวโพดง่าย เพราะว่า ประเทศไทยใช้ข้าวโพดปีละ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่เราผลิตได้ปีละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เท่านั้นเองท่านประธาน ท่านเห็นไหมครับว่าโรงงานอาหารสัตว์ใช้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เราผลิตได้แค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ถ้าหากว่ากระทรวงพาณิชย์ ฝากท่านจุรินทร์ไว้อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือกระทรวงพาณิชย์อย่าทำเหมือนก่อน ๆ ปล่อยอนุมัติเอาปลายข้าวสาลี เข้ามาเกินกว่าเหตุ มันจะทำให้ราคาข้าวโพดตกทันที แต่ถ้าไม่เอาปลายข้าวสาลีเข้ามาก็ไม่ได้ เพราะเราต้องการ ใช้ภายในประเทศนี่ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ว่าเราผลิตได้แค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ก็ต้อง เอาปลายข้าวสาลีมาแทนครับ คราวนี้ถามว่าผมมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้นอีกท่านประธานครับ ถ้าหากว่าเราคุยกับโรงงานอาหารสัตว์ที่ต้องการใช้ข้าวโพด ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ประเทศเรา ผลิตได้แค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เขาต้องนำเข้าปลายข้าวสาลีมาโดยขออนุมัติกระทรวงพาณิชย์ เพื่อไม่ให้เก็บภาษีขาเข้า แทนที่จะเป็นอย่างนั้นท่านประธาน คุยกันเลยเอาอย่างนี้ เราผลิต ได้แค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ข้าวโพดนี่ เธอรับซื้อข้าวโพดของคนไทย ๘ บาท เท่ากันหมด ถ้าเป็นข้าวโพดประเทศไทยตามที่ได้มีการสำรวจแล้วว่ามีข้าวโพดตรงไหนบ้าง ให้โรงงาน อาหารสัตว์รับซื้อ ๘ บาท แล้วท่านมีสิทธิที่จะนำเข้าปลายข้าวสาลีมากเท่าไรก็ได้ เขาจะได้ ไปคิดวิธีการสูตรอาหารสัตว์ของเขา แล้วเตรียมที่จะส่งออกอาหารสัตว์ไปยังต่างประเทศ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ครับท่านประธาน เขาก็จะขยายโรงงานเขาต่อไปด้วย เนื่องจากว่า รัฐบาลเปิดไฟเขียวให้นำเข้าปลายข้าวสาลีโดยไม่มีภาษีขาเข้าเลย จะเอาเข้ามาเท่าไร เชิญตามสบาย ขอให้ซื้อข้าวโพดจากคนไทย ๘ บาท อันนี้เกษตรกรก็จะพอใจ
สำหรับปาล์มน้ำมัน ซึ่งเดี๋ยวก็จะพูดต่อเรื่องอ้อยด้วยนะครับ เรื่องปาล์มอ้อย เป็นเรื่องของการไดเวอร์ซิไฟด์ (Diversified) พวกผลิตผลการเกษตรเหล่านี้แทนที่จะบริโภค แต่เพียงอย่างเดียว ในวันนี้ครับท่านพี่น้องครับ ปาล์มน้ำมันได้ถูกใช้ไปทำไบโอดีเซล (Biodiesel) แต่เดิมนี้เชื่อกันว่าโรงงานรถยนต์ทุกโรงงานมีความต้องการอย่างเดียวก็คือ ห้ามใส่น้ำมันปาล์มเกิน ๗ เปอร์เซ็นต์ เมื่อก่อนนี้เราใช้ บี ๗ (B7) กันมาโดยตลอดครับ น้ำมันดีเซล (Diesel) ที่ผสมเรียกว่าไบโอดีเซล (Biodiesel) ที่ไม่ใช่ดีเซล (Diesel) บริสุทธิ์ นี่เราผสม ๗ เปอร์เซ็นต์ท่านประธาน ทั้งนี้ก็เพราะโรงงานรถยนต์ทั้งหลายบอกว่าถ้าเกิน ๗ เปอร์เซ็นต์ เครื่องพัง พูดไปพูดมาประชุมกันหลายรอบทำอย่างไรจะเพิ่มได้ เพราะราคา ปาล์มตกต่ำ เราจะทำอย่างไรจะให้ราคาน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น ท่านเชื่อไหมครับ จาก ๗ เปอร์เซ็นต์ พอรัฐบาลบอกว่าจะลดภาษีผลิตรถยนต์ให้เท่านั้นละครับ เป็นมูลค่า ๓๐,๐๐๐ บาท พี่แกบอกทำได้เลยครับ เดี๋ยวนี้เป็น บี ๒๐ (B20) ทันทีเลยท่านประธาน ทั้งโตโยต้า อีซูซุ ออกมาพร้อมกันเลยไม่ได้โฆษณาให้เขานะครับ แต่จะบอกว่า ๒ ยี่ห้อดี ที่ออกใหม่ รีโว (Revo) นี่ใช้ บี ๒๐ (B20) แล้วครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนปีที่แล้ว ยังบอกเลยว่าใช้ไม่ได้ ทำไม่ได้ แต่พอลดภาษีให้ ๓๐,๐๐๐ บาท ทำได้เลยครับ ตอนนี้ก็คือ กำลังจูงใจให้คนมาใช้ บี ๒๐ (B20) พอ บี ๒๐ (B20) เท่านั้นส่งสัญญาณเลยว่าต่อไปนี้ น้ำมันปาล์มจะถูกมาใช้ทำไบโอดีเซล (Biodiesel) แล้วมากขึ้น ราคาขยับทันทีเลยครับ ราคาน้ำมันปาล์ม นี่ก็เพราะว่าเราไดเวอร์ซิไฟด์ (Diversified) หรือเปลี่ยนแปลงเอาไปใช้เป็น พลังงานมากขึ้น แล้วเชื่อผมเถอะครับ ถ้าคิดว่าราคาปาล์มมันยังถูกลงอีก แต่ก็ไม่ได้ เดี๋ยวคนกินน้ำมันปาล์มครัวเรือนต่าง ๆ จะมาด่าผมนะครับ แต่ตอนนี้มันขยับขึ้น แต่ราคา ในซุปเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ราคาน้ำมันปาล์มยังคงที่ แต่ว่าทำให้ราคาน้ำมันปาล์ม ในตลาดที่จะเอามาใส่ไบโอดีเซล (Biodiesel) นี้ยกระดับราคาเขาขึ้นนะครับ
พูดไปถึงอ้อยเลยนะครับ อ้อยก็คงเช่นเดียวกัน ณ วันนี้จะไปพึ่งพา ๗๐ : ๓๐ พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล ที่ผมเองก็เป็นกรรมาธิการเมื่อปี ๒๕๒๗ ไม่ได้แล้ว ตอนนั้นเราก็ว่าหรูแล้ว มีพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล ระบบ ๗๐ : ๓๐ แบ่งปัน ผลประโยชน์ระหว่างชาวไร่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ โรงงานน้ำตาล ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรูแล้ว เพราะก่อนหน้านั้นโรงงานน้ำตาลเอาเปรียบมหาศาล เอาเปรียบผู้ผลิตอ้อย ชาวไร่อ้อย มหาศาล แต่จนกระทั่งมีระบบนี้ก็ยังคงเอาเปรียบมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งหลายตระกูล ติดอันดับท็อปเทน (Top Ten) เศรษฐีของประเทศไทยทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนนี้ไม่ได้มีอะไรเลย เดี๋ยวนี้ก็รวยติดระดับท็อปเทน (Top Ten) ก็เพราะรวยมาจากชาวไร่อ้อย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถามว่าเรายังพึ่งโรงงานน้ำตาลได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหม ไม่ได้แล้วครับ น้ำตาลตลาดโลกตกลง ตกลงมาทุกปี ๓ ปีซ้อนแล้วครับ จนกระทั่งวันนี้ ราคาอ้อยลงมาอยู่ที่ ๖๐๐ กว่าบาท หรือไม่เกิน ๗๐๐ บาทแล้ว บวกค่าความหวานแล้วก็ ไม่เกิน ๗๐๐ บาท ถามว่าทำไม โรงงานน้ำตาลยังเอาเปรียบมากอย่างเก่าไหม ไม่ใช่แล้วครับ วันนี้พอไปตรวจสอบจริง ๆ โรงงานน้ำตาลก็จะไปไม่รอดแล้ว โรงงานน้ำตาลก็แย่แล้วครับ ไม่เหมือนเมื่อก่อน ๆ ที่ราคาน้ำตาลตลาดโลกมันดี ถามว่าทำไมราคาน้ำตาลตลาดโลก มันตกต่ำ ประเทศอินเดียออกมาเล่นครับ ประเทศอินเดียไม่รู้จะปลูกอะไร ส่งเสริมประชาชน ปลูกอ้อยเป็นแถวหมดเลย เลยทำให้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำอย่างที่ผมกราบเรียน ท่านประธานไปแล้ว ทางออกมีครับ ไม่ใช่ไม่มี บังเอิญถ้าเรารับซื้อ โรงกลั่นวันนี้รับซื้อ เอทานอล (Ethanol) ไปผสมน้ำมันเบนซิน วันนี้รับซื้อลิตรละ ๑๘ บาท ๑๙ บาท ถ้ารับซื้อที่ ๒๐ บาท ไม่รู้มันพอดีเลยครับ ตีกลับมาเป็นราคาอ้อยนี่ อ้อยจะได้ตันละ ๑,๐๐๐ บาท พอดีเลยท่านประธาน บังเอิญที่เป็นราคาที่พรรคพลังประชารัฐไปสัญญากับประชาชน เขาไว้ว่าจะได้ ๑,๐๐๐ บาท ก็อย่างที่เรียนแล้วว่าไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเอาอ้อยทั้งหมด มาทำเอทานอล (Ethanol) วันนี้เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ๒ ปีที่ผ่านมาจนถึงปีที่แล้วเราปลูกอ้อยกันอยู่ ประมาณ ๑๓๐ ล้านตัน เราปลูกเมื่อ ๒ ปีที่แล้วกับเมื่อปีที่แล้วเราปลูก ๑๓๐ กว่าล้านตัน แต่ปีนี้เชื่อว่าปริมาณอ้อยที่ออกสู่ตลาดคงจะต่ำมาก เพราะปีที่แล้วจะบอกว่าหมดกัน ถ้วนหน้า เจ๊งกันถ้วนหน้า เหลือ ๖๐๐ กว่าบาท หมดเนื้อหมดตัวชาวไร่อ้อย ปีนี้คาดว่า ปลูกไม่เกิน ๑๒๐ ล้านตัน ๑๒๐ ล้านตันทำอะไรบ้างครับท่านประธาน ก่อนอื่นก็คือ ทำน้ำตาล วันนี้เราบริโภคน้ำตาล ๒,๕๐๐,๐๐๐ ตัน หรือ ๒.๕ ล้านตัน ต้องใช้อ้อยมาทำ ๒.๕ ล้านตัน นี่ ๒๕ ล้านตัน ท่านจำตัวเลขนะครับ เราปลูกอ้อยปีนี้ประมาณ ๑๒๐ ล้านตัน เอามาทำน้ำตาลบริโภคในประเทศ ๒๕ ล้านตัน เหลือประมาณ ๙๕ ล้านตัน ๙๕ ล้านตันนี่ ถ้าเอาส่งออกเป็นน้ำตาลส่งออกทั้งหมดเจ๊งครับ เพราะตลาดโลก ปีนี้ก็คาดว่าจะต่ำกว่า ปีที่แล้วอีกราคาน้ำตาลตลาดโลก เทรนด์ (Trend) ลงเอา ลงเอา ลงเอา อ้อยที่ ประเทศอินเดียปลูกกันมากมายมหาศาล ดังนั้นวิธีการก็คือเอามาทำเอทานอล (Ethanol) วันนี้เรามีเอทานอล (Ethanol) ใช่ไหม ใช่ เรามี อี ๑๐ (E10) หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ทั่วไปนี้จะผสมเอทานอล (Ethanol) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โรงกลั่นจะกลั่นน้ำมัน ออกมาที่ออกเทน นัมเบอร์ ๘๗ (Octane Number 87) พอเติมเอทานอล (Ethanol) เข้าไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เอทานอล (Ethanol) มีออกเทน นัมเบอร์ ๑๒๙ (Octane Number 129) สูงกว่าออกเทน นัมเบอร์ (Octane Number) ของเบนซินซึ่งมี ๘๗ กลั่นมาเป็น ๘๗ บวก เอทานอล (Ethanol) ไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ น้ำมันก็จะขึ้นมาเป็นแก๊สโซฮอล์ ๙๑ (Gasohol91) แต่ถ้าเป็นเอทานอล (Ethanol) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โรงกลั่นเขาก็จะกลั่นออกมาเป็น อี ๘๙ (E89) ก็จะออกมาเป็นแก๊สโซฮอล์ ๙๕ (Gasohol95) เห็นไหมครับ แต่ถามว่าเอทานอล (Ethanol) ที่ทำปัจจุบันนี้ใช้น้ำอ้อยไหม ไม่ใช่ เอทานอล (Ethanol) ปัจจุบันนี้นะครับท่านประธาน เราใช้น้ำ เขาเรียกว่า จริง ๆ บ้านผมเรียกน้ำเหลือง แต่ว่ามันคือกากน้ำตาล เรียกกากน้ำตาล เขาใช้กากน้ำตาลก็คือส่วนที่เหลือจากการกลั่นน้ำตาลออกมานี่มันจะมีกากน้ำตาล ซึ่งกากน้ำตาลนี้จะเอาไปทำได้ ๒ อย่าง ๑. ไปทำโรงเหล้า โรงเหล้ารับซื้อไปเพื่อไปหมัก ทำแอลกอฮอล์ ทำเหล้า ซึ่งก็คงใช้พอสมควรแต่ก็คงไม่มากนัก อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ กากน้ำตาลนี้เอามาทำเอทานอล (Ethanol) เพราะฉะนั้นในปัจจุบันไม่ได้ใช้อ้อย ใช้แต่กากน้ำตาลเพื่อเอามาทำเอทานอล (Ethanol) ถามเอทานอล (Ethanol) ปัจจุบันนี้ เราใช้กันยังไม่มาก เพราะเราใส่อี ๑๐ (E10) ซึ่งปัจจุบันรถยนต์ที่ผลิตในช่วง ๕ ปีให้หลังมานี้ใช้ได้ถึง อี ๘๕ (E85) ทุกคันครับ ท่านประธาน ได้ผลิตมาเพื่อโครงสร้างสำหรับใช้น้ำมันถูก ๆ อย่าง อี ๘๕ (E85) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่ากระทรวงพลังงานซึ่งต่อไปก็ไม่รู้ว่าใครจะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านช่วยนิดเถอะครับ คือถ้าเอาใจโรงกลั่น เราก็ไม่สามารถที่จะช่วยชาวไร่อ้อยได้ ถ้าเราช่วยชาวไร่อ้อยก็จะทำให้โรงกลั่นมองไม่ค่อยดี นิดหน่อย แต่ก็ต้องจำเป็นนะครับท่านประธาน ผมไม่ได้ก้าวไปจนถึงเอกซ์ตรีม (Extreme) คือสุดยอด ซึ่งผมอยากจะเรียนท่านว่าถ้าหาก อี ๘๕ (E85) ใช้สักครึ่งหนึ่งของน้ำมันเบนซิน ปัจจุบันนี้ ปัจจุบันน้ำมันเบนซินใช้ปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านลิตร ถ้าเอาเพียงว่าใช้ อี ๘๕ (E85) สัก ๖,๐๐๐ ล้านลิตร ท่านรู้ไหมครับว่า อ้อยหายไปจากตลาดเลยครับ ๖๐ ล้านตันเอาไปทำ เอทานอล (Ethanol) ก็แปลว่า ถ้าหากว่าสุดยอดก็คือให้ราคาอ้อยดี ๆ เลย ดีที่สุด แต่เดี๋ยวก็โดนด่าอีก เพราะว่าจะทำให้น้ำมันแพงอีก แล้วน้ำตาลก็จะแพงขึ้นด้วยมากเกินไป มันอยู่ที่คนหมุนวาล์วนี่ละครับท่านประธาน คำว่า หมุนวาล์ว ก็คือว่าจะใช้เอทานอล (Ethanol) กี่เปอร์เซ็นต์จะใช้เอทานอล ๘๕ (Ethanol85) หมดเลยหรือครึ่งหนึ่งของเบนซิน อันนี้เรียกว่าหมดเลยครับน้ำตาลไม่เหลือ คือขอโทษอ้อยไม่เหลือเลยเอามาทำเอทานอล (Ethanol) กับทำน้ำตาลบริโภคในประเทศส่งออกเหลือนิดเดียวหรือแทบไม่ส่งออกเลย ก็คือ จะทำให้ราคาน้ำตาลสูงมาก ราคาอ้อยก็จะสูงมากและราคาน้ำตาลก็สูง คนบริโภคน้ำตาล ก็จะมาว่าท่านได้ ดังนั้นจึงต้องบาลานซ์ (Balance) หรือว่าเปิดวาล์วให้มันพอเหมาะละครับ ว่าเราจะใช้เอทานอล (Ethanol) กันกี่เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ผมเรียนแล้ว ถ้าโรงกลั่นซื้อ เอทานอล (Ethanol) แค่ ๒๐ บาท ชาวไร่อ้อยขายอ้อยได้ทันทีตันละ ๑,๐๐๐ บาท มันจะคอนเวิร์ส (Converse) กันมาพอดีเลยครับ เปลี่ยนมาเป็นราคาค่าเอทานอล (Ethanol) กับค่าอ้อยเท่ากันเลยคือ ๑,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนท่านประธาน ให้ทราบว่า ถ้าหากว่าเราเอาแค่ง่าย ๆ แก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ปัจจุบันเราผสมเอทานอล (Ethanol) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เอทานอล (Ethanol) ผสม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่เกรงใจ โรงกลั่นสเต็ป (Step) แรกเอาเป็น อี ๒๐ (E20) ให้หมดเลยครับ คือผสมเอทานอล (Ethanol) ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็จะใช้อ้อยประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เพื่อผลิตตัวนี้ ในส่วนเกิน เพราะเหตุว่าวันนี้กากน้ำตาลเราผลิตเอทานอล (Ethanol) ได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น คือประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ตันจากที่เราต้องใช้ทั้งหมด มันจะผลิตเอทานอล (Ethanol) ได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านลิตร ซึ่งปัจจุบันเราต้องใช้ถึง ๑,๕๐๐ ล้านลิตร ถ้าหากว่าเราเพิ่มเป็น อี ๒๐ (E20) เราจะใช้อ้อยเยอะครับ ประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตัน โดยจะผลิตเอทานอล (Ethanol) ได้ ๒,๒๐๐ ล้านลิตร ก็เพียงแต่ว่าใช้แค่นี้อ้อยก็จะหายไปจากตลาดมากทีเดียวนะครับ อ้อยก็จะหายไปจากตลาด เราก็จะใช้อ้อยมาเป็นเชื้อเพลิงทำเอทานอล (Ethanol) ได้เยอะขึ้น แค่ อี ๒๐ (E20) ก็จะทำให้ราคาน้ำตาลสูงขึ้นแล้ว เพราะเหตุว่าน้ำตาลจะหายไป จากตลาดโลกประมาณ ๑.๕ ล้านตัน ๑.๕ ล้านตันนี้ก็มากพอสมควร ราคาน้ำตาล ในตลาดโลกก็จะขึ้นขยับขึ้น ถ้าไม่พอจาก อี ๒๐ (E20) มาช่วยกันใช้ อี ๘๕ (E85) ใส่ เอทานอล (Ethanol) ให้มากขึ้นเป็น ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ก็จะทำให้ปริมาณอ้อยที่เราต้องใช้ ในการผลิตเอทานอล (Ethanol) นั้นสูงขึ้นเยอะ อันนี้ก็เรียนเพื่อทราบว่าเรามีวิธีการ ที่จะแก้ไข แต่ว่าต้องปรับเปลี่ยนผลิตผลการเกษตรมาในทางการเป็นพลังงาน นอกเหนือ จากการใช้เป็นน้ำตาล ใกล้แล้วครับท่านประธาน ใกล้แล้วครับ ขอบคุณที่มองหน้าผมนะครับ
เรื่องของมันสำปะหลัง ประเทศไทยผลิตได้ ๓๐ บริโภคในประเทศ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ที่เหลือส่งไปเมืองจีน เราผลิต ๓๐ ใช้ ๖ มันเหลืออีกตั้ง ๒๔ อันนี้ยาก เพราะต้องส่งไปเมืองจีน ยืมเมืองจีนหายใจอย่างเดียวเลยท่านประธาน เมืองจีนไปทำอะไร เขาก็ไปทำอาหารสัตว์นี่ละ คราวนี้อย่างที่ผมเรียนไปถึงตอนต้นที่ว่าถ้าเราคุยกับโรงงาน อาหารสัตว์ได้แล้ว อยากให้เขาขยายเพื่อที่จะเอาผลิตผลในประเทศเราไปขายเป็นอาหารสัตว์ ทั่วโลก ในยุโรปเขาไม่ได้เลี้ยงวัวเหมือนบ้านเรานะครับท่านประธาน ในยุโรป ในอเมริกา เขาให้ เดินทุ่งอยู่ประมาณวันหนึ่งไม่กี่ชั่วโมงหรอกครับ แล้วก็เข้าไปฟีด (Feed) ในโรงนาเขา มันกิน อาหารสัตว์ทั้งนั้นนะครับ มันซื้อที่ไหน ก็ซื้อจากพวกเรานี่ละเอาไปขายให้เขา ถ้าหากว่า เราช่วยเหลือสนับสนุนให้โรงงานอาหารสัตว์เหล่านี้เอามันสำปะหลังไปใช้ เหมือนกับ ประเทศจีนเขาซื้อไปทำอะไร เขาซื้อไปทำแป้งกับอาหารสัตว์เป็นหลักเลยครับ ถ้าหากว่า โรงงานอาหารสัตว์ในประเทศเปลี่ยนสูตร เขาเปลี่ยนสูตรได้นะครับไม่ใช่ว่าตายตัว ขอให้โปรตีน ได้เท่านั้นเปอร์เซ็นต์ เช่น ๑๓ เปอร์เซ็นต์อะไรอย่างนี้ ขอให้ผสมกันแล้วให้โปรตีนมากเพียงพอ เขาก็จะซื้อมันสำปะหลังได้มากขึ้น เหมือนที่ประเทศจีนเขาก็มีสูตรของเขา เราก็เอาสูตรที่ใช้ มันสำปะหลังให้มากขึ้น โดยที่อย่าไปหวังว่าเราจะต้องไปพึ่งพาเมืองจีนเขามากจนเกินไป ถ้าพึ่งพาเมืองจีนมากเกินไปก็จะเป็นอย่างนี้ครับ ราคามันก็จะขึ้นบ้าง ลงบ้าง วันนี้ก็ต้องฝาก ท่านประธานด้วยว่ามันก็มีเรื่องของโรคมันใบด่าง ตอนนี้แก้ยากมากนะครับ ปีนี้อาจจะแย่เลย เพราะมันเพิ่งจะระบาด ปีที่แล้วมันระบาดอยู่แถวเขมร ปีนี้มันเข้ามาเมืองไทยแล้ว ปีนี้ก็เกรงว่า ชาวไร่มันสำปะหลังจะแย่นะครับ เพราะเหตุว่าโรคมันใบด่างซึ่งขณะนี้เริ่มกระจาย เริ่มแพร่ เริ่มระบาดไปเยอะ เพราะฉะนั้นก็ไม่มีอะไรมากครับ ถ้าเราสามารถที่จะนำมันสำปะหลังนี้ ไปใช้เป็นเอทานอล (Ethanol) ก็ได้ แต่ว่าเอทานอล (Ethanol) ราคาเมื่อคอนเวิร์ส (Converse) มาแล้วทำให้ราคามันสำปะหลังตกลงก็อย่าไปใช้ แต่ปัจจุบันก็ใช้กันเยอนะครับ เพียงแต่ว่าทำอย่างไร เราอย่าไปพึ่งพาเมืองจีนเขาเยอะ ก็จะช่วยทำได้พอสมควรทีเดียวนะครับ เอาละครับท่านประธาน วันนี้ก็ยังเหลือเรื่องยางพารา แต่ไม่เอาแล้วครับ เดี๋ยวคนอื่น เขาต่อครับ ยางพารา ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ และขอให้ท่านประธานได้กรุณาพิจารณา ให้มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปญัตติของท่านหมอจาตุรงค์ ผู้เสนอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ พร้อมกับท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ท่านนิยม เวชกามา ท่านนิรมิต สุจารี ร่วมกันเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และมีสมาชิก ส.ส. พรรคเพื่อไทย ร่วมลงชื่ออีกจำนวนมาก ท่านประธานครับ วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีจริง ๆ หลังจากที่เราได้ มีโอกาสพบปะพี่น้องชาวบ้าน พอพี่น้องประชาชนบอกว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยเราจะเสนอญัตติ เรื่องแก้ไขปัญหา ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เขาดีใจมาก ส่งไลน์มาบอกในหลายเรื่อง ซึ่งในโอกาสต่อไปคงจะได้กล่าวต่อไป ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีโอกาส มีพื้นที่ที่เป็นเกษตรกร พื้นที่ทั้งหมด ๓๒๑ ล้านไร่ สามารถเพาะปลูกทำเกษตรกรรมได้ ๑๓๔ ล้านไร่ เราสามารถปลูกข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย ทั้งหมดนี่คือวิถีชีวิตหรือบริบทของพี่น้องที่อยู่ตามต่างจังหวัด ซึ่งต้องเรียนว่าเขาปลูกข้าว ปลูกยางพารา มาตั้งแต่กำเนิด ถ้าจะให้เขาเปลี่ยนไปปลูก อย่างอื่นเขาก็จะย้อนถามเราว่าแล้วจะให้ปลูกอะไร นั่นคือปัญหา เพราะตั้งแต่บริบทของ พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เขาปลูกข้าว ปลูกสินค้าเกษตร เราจะต้องเป็นผู้ชี้แนะและช่วยดูแลเขา พี่น้องครับ ถ้าย้อนหลังไปเมื่อ ๕-๖ ปีก่อน เกษตรกรพี่น้องชาวบ้านยิ้มแย้มแจ่มใสมีความสุข ทุกอย่าง สินค้าเกษตรทุกรายการมีราคา พูดถึงข้าว ข้าวภาคอีสานเราทำแค่ครั้งเดียว ครอป (Crop) เดียวซึ่งเป็นข้าวห้อมมะลิ หัวใจของเขาก็คือราคาสินค้าคือข้าว ถ้าเขาทำนา อย่างเดียว ถ้าข้าวราคาตก ปีนี้เขาเป็นหนี้แล้วก็ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ หนี้สะสม ดังนั้นสิ่งซึ่งผมจะนำเรียนว่าที่ผ่านมานั้นราคาสินค้าในช่วง ๕-๖ ปีนั้นไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ผมมักจะบอกว่าใครปลูก ยางพารานั้นเหมือนมีตู้ เอทีเอ็ม (ATM) อยู่ในสวน อยู่ในไร่ อยู่ในเจ้าของ นึกอยากจะได้เงิน สัก ๒,๐๐๐ บาท ตื่นตีหนึ่งไปกรีดยาง เช้าหยอดน้ำกรดได้ยางก้นถ้วยไปขาย ได้เงินให้ลูก ไปเรียนหนังสือเท่ากับกด เอทีเอ็ม (ATM) อยู่ในบ้าน ไม่ต้องไปกด เอทีเอ็ม (ATM) ที่ในเมือง ไม่ต้องเสียเวลา ครอบครัวอบอุ่น แต่ในปัจจุบันนี้ท่านประธานครับ สินค้าเกษตร ผมขออนุญาตพูดถึงข้าวนะครับ จากที่เคยได้ราคาวันนี้ผมคิดว่าเขาขายสินค้าได้ลดลง ประมาณเท่าตัวหรือครึ่งหนึ่ง แทบจะทุกตัว ข้าวจากเกือบ ๒๐ บาท เหลือ ๑๐ บาท ปาล์มจาก ๓-๔ บาท เหลือ ๒.๕๐ บาท มันจาก ๒-๓ บาท เหลือ ๑.๒๕ บาท ยางพารา จาก ๑๐๐-๑๒๐ บาท เหลือ ๕๐ บาท ยางก้นถ้วยจาก ๕๐ บาท เหลือ ๒๔ บาท ช่วงปิดหน้ายางก่อน ๆ นั้นเหลือ ๑๐ กว่าบาท จนเขาบอกว่าเขาไม่อยากกรีด เพราะว่า ไม่รู้จะลงทุนอย่างไร ปล่อยไปเลย พอเรารู้ว่ามีญัตตินี้เขารีบบอกเลยครับว่าช่วยกันนะครับ จะติดตามดูแล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยเราดูแลในเรื่องสินค้าเกษตรเป็นหลัก ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนนั้นทุกข์แสนสาหัส อย่าให้เคราะห์ซ้ำกรรมซัด อย่าให้มีสิ่งซึ่งทำให้เขาเป็นหนี้สินซ้ำเติม อันดับแรกเลย ก็ขอนำเรียนว่าสิ่งซึ่งเขาได้มีความกังวลในหลายเรื่อง ๑. ก็คือเรื่องของลดต้นทุนการผลิต การลดต้นทุนนั้นขณะนี้เขาใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีถึง ๓ ตัว ซึ่งเป็นนโยบายที่ พาราควอท (Paraquat) ก็ดี นโยบายที่ไกลโฟเสต (Glyphosate) ก็ดี ที่เราไม่อยากให้ใช้ เพราะว่าจะสะสมถึง ๔๐๐ ปี ทำให้ดินสภาพไม่ดี เพราะฉะนั้นสินค้าเกษตรที่เขาเคยปลูกได้ โดยเฉพาะข้าว ไร่หนึ่ง ๑๐๐ ถัง ลดลงไปเรื่อย ๆ เพราะดินไม่ดี ดินเป็นกรด เพราะดิน มีแต่สารเคมีตกค้าง นี่คือสิ่งซึ่งเราต้องช่วยกันลด พันธุ์ข้าวพอรู้ว่าจะมีการเก็บพันธุ์ข้าว พอรู้ว่าข้าวที่เขามีอยู่เขาอาจจะไม่ต้องไปซื้อ ไปหาพันธุ์ข้าวเขารู้สึกช้ำใจแล้วก็เสียใจมาก ฝากบอกเพื่อนผู้แทนทุกคนเลยครับว่า ให้เขาได้มีโอกาสมีความหลากหลาย มีทางเลือก เมื่อก่อนนี้กรมส่งเสริมการเกษตรหรือกรมการข้าวสนับสนุนข้าวพันธุ์ดีให้เขา ก็อยากจะฝาก ท่านประธานว่านี่คือความหวังว่าเมล็ดข้าว พันธุ์ข้าว อยากให้เขาสามารถเลือกเป็นอิสระ ท่านประธานครับ เรื่องที่สำคัญก็คือการแก้ไขปัญหา ผมอยากจะเห็นเรื่องของ การดูแลสิ่งแวดล้อม อยากให้คิดกว้างไปครับ ดูครับ อย่างเช่นในต่างประเทศเขามีการให้ รางวัลพิเศษ อินเทนซีฟ (Intensive) ถ้าใครจับปลาทูน่ามีดอลฟิน (Dolphin) ฟรี อย่างนั้นได้รางวัลอินเทนซีฟ (Intensive) ได้การดูแล ในเมืองไทยในไร่นานั้นเมื่อก่อนเรามี กุ้งหอยปูปลา มีนกมา นกกระยาง นกกระเรียนอยู่ ปรากฏว่าวันนี้ไม่กล้าไปลง เพราะว่า เจอแต่สารเคมี ถ้าประชาชนทำข้าวแบบอินทรีย์ ไม่มีสารเคมีและมีนกไปลงได้ มีสิ่งมีชีวิต อยู่ได้ เราต้องไปให้ อีโค อินเทนซีฟ (Eco Intensive) กับเขาเพื่อจะจูงใจให้ทำสินค้าที่มี คุณภาพ และจะทำให้มีคุณภาพ ทำให้ราคาดีแล้วก็ปลอดภัยกับตัวเขาเอง การใช้ยาฆ่าแมลง สารปราบศัตรูพืชทั้งหมดกรม สปสช. ได้ประกาศแล้วว่า มีเกษตรกรเสียชีวิต ๑,๗๐๐ กว่าราย ป่วยประมาณ ๕,๐๐๐ ราย เนื่องจากการใช้ยาปราบศัตรูพืชทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคาร์บาเมต (Carbamate) ไม่ว่าจะเป็นไกลโฟเสต (Glyphosate) ไม่ว่าจะเป็น ทุกอย่าง เราต้องช่วยลดเพื่อดูแลสุขภาพ ท่านประธานครับ
อันดับถัดไปก็คือเรื่องซึ่งจะเรียนบอกท่านประธานผ่านไปยังผู้ซึ่งจะตั้ง กรรมาธิการว่าวันนี้นั้นเรามีโอกาสอย่างที่หลายคนได้ร่วมกันมีญัตติว่า เราคงต้องมอง ในภาพรวมและมองในภาพใหญ่ ทำอย่างไรให้ประชาชน ๑. เพิ่มรายได้ รายได้ทำอย่างไรครับ ประชาชนเขามีโอกาสแค่ผลิต แต่เขาไม่มีโอกาส หาตลาด การหาตลาดนั้นก็มีปัญหาเรื่องพ่อค้าทั้งต่างประเทศ ในประเทศ ในเรื่องกฎหมาย นิติบัญญัติ ระเบียบ ข้อบังคับ เราคงต้องปรับปรุงแก้ไข บางทีอาจจะต้องที่เขาบอกว่าเขาใช้ว่า กิโยติน (Guillotine) กฎหมาย แต่ว่าเราปรับปรุงเพื่อเอื้อให้เป็น วัน สต็อป เซอร์วิส (One Stop Service) ให้เขาสามารถดำเนินการหาตลาดแล้วก็มารับสินค้าเราได้ เรามีศูนย์โอทอป (OTOP) เรามีศูนย์ของจังหวัด เราจะทำให้เกษตรกร สหกรณ์ พบกันโดยที่ราคาสินค้าเกษตร ไดเร็กต์ (Direct) โดยตรงก็น่าจะเป็นการดี ต่างประเทศเรามีทูตพาณิชย์เป็นผู้ซึ่งขายข้าวได้ เราก็ต้องช่วยกันในเรื่องของการเพิ่มรายได้ ต้องนำเรียนว่าวันนี้ผมอยากให้กรรมาธิการ ชุดที่เราจะตั้งขึ้นนี้ ดูในภาพรวมแล้วทำให้แบบยั่งยืน นอกจากศึกษาทุกตัว สินค้าเกษตร ทุกตัวแล้ว เราคงต้องดูบริบท ดูทั้งหมดว่าเราจะแก้ไขระยะยาวอย่างไร ปาล์มน้ำมัน ที่มีการทำโปรโมชัน (Promotion) บอกว่าให้ห้างสรรพสินค้าเพิ่มราคา ๑๐ บาท จาก ๒๔ บาท เป็น ๓๔ บาท ปรากฏว่าน้ำมันในห้างสรรพสินค้านั้นประชาชนอยู่ ๆ ก็ตกใจ ต้องใช้ของแพง อีก ๑๐ บาท ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เราคงต้องดูในภาพรวมทั้งหมด วันนี้ต้องเรียนว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะท่านชนก จันทาทอง ท่านก็บอกว่าอยากจะ พูดเรื่องยางพารา จะได้มีโอกาสพูดหรือไม่ เพราะว่ายางพารานั้นตกจริง ๆ หลายคนที่ร่วม ลงญัตตินั้นก็ถาม ท่านนิยมก็บอกว่าจะมีโอกาสพูดหรือไม่ เพราะฉะนั้นเราจะมีโอกาสแบ่งเวลา ให้ได้อภิปรายกันให้ทั่ว แล้ววันนี้เป็นญัตติซึ่งถือว่าทุกคนร่วมกันภูมิใจ พร้อมใจกันทำให้ เกษตรกร ท้ายที่สุดนี้ก็ขอขอบคุณท่านประธาน และเราคงจะได้ร่วมกันตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาอย่างถ่องแท้ให้ยั่งยืนต่อไป ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ
ครับ ญัตติต่อไปเป็นของท่านนิยม ช่างพินิจ เชิญเจ้าของญัตติเสนอครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก วันนี้เองต้องขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้บรรจุญัตติเร่งด่วนในเรื่องของสินค้าการเกษตร ท่านประธานครับ หลาย ๆ ท่านที่พูดไปก็ถือว่าทุกท่านทราบว่าปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของ พี่น้องประชาชน เพราะคนส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือภาคการเกษตร แต่วันนี้จะเห็นได้ว่าไปที่ไหนครับ พี่น้องการเกษตรขายข้าวก็ขาดทุน อ้อยก็ขาดทุน เพราะฉะนั้นเองไม่สามารถที่จะยืนอยู่ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งขาดทุน ยังไม่พอ วันนี้ไม่มีจะกินแล้วครับ เมื่อเช้านี้ก็ฟังการปฏิรูปประเทศ ๔-๕ ปีที่ผ่านมาในการ ปฏิรูปประเทศ วันนี้พี่น้องประชาชนบอกว่าปฏิรูปปากท้องพี่น้องประชาชนก่อนได้หรือไม่ เพราะว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นสิ่งที่รับแต่ความเจ็บปวด ๕ ปีที่ผ่านมาหลังจากมีการ รัฐประหารมานี้ เพราะฉะนั้นผมลงพื้นที่ ผมไม่กล้าไปเดินในตลาดสดเลยครับท่านประธาน เขาจะถามกันว่าขายของไม่ได้ อะไรไม่ได้ ก็คือภาพรวมของพี่น้องภาคการเกษตรอยู่ไม่ได้ ท่านประธานทราบหรือไม่ครับ ข้าวเราไม่ต้องพูดถึงอดีต นโยบายอะไรที่ผ่านมาหรอกครับ แต่อะไรก็ช่างครับท่านประธาน สิ่งสำคัญถ้าพี่น้องประชาชนรากหญ้า พี่น้องภาคการเกษตร อยู่ไม่ได้ ผมเชื่อว่าประเทศอยู่ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นเองผมอยากจะกราบเรียนว่า ข้าวตันละหรือเกวียนละ ๖,๐๐๐ กว่าบาท อาจจะดูได้ตามข้อมูลข่าวสารว่า ๗,๐๐๐ กว่าบาท จริง ๆ ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าเราต้องหักค่าความชื้นบ้าง ความชื้นเฉลี่ยที่ ๒๕ ก็ประมาณ ๖,๒๐๐-๖,๓๐๐ บาทอย่างนี้เป็นต้น แล้วจะอยู่ได้อย่างไร ต้นทุนการผลิตก็ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท แล้วครับ ต่อตัน ต่อไร่ เพราะฉะนั้นวันนี้เองถ้าผมจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่า ถ้าวันนี้จะเห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทยเองวันนี้ไม่เสียโอกาสที่ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่มีนโยบายที่จะให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกรและอีกหลาย ๆ พรรค วันนี้ไม่ต้องมาตั้ง กรรมาธิการวิสามัญ ผมว่าใช้เวลานาน แต่นโยบายที่เคยพูดไว้ ไม่ว่าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้ง รัฐบาล ข้าวเกวียนละ ๑๒,๐๐๐ บาท ข้าวขาว ๕ เปอร์เซ็นต์ ข้าวหอมมะลิ ๑๘,๐๐๐ บาท ทำไปเลยครับ ไม่มีใครเขาคัดค้านหรอกครับ อ้อยตันละ ๑,๐๐๐ บาทอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผมอยากจะกราบเรียนให้ประธานทราบว่า วันนี้เองวิกฤตินะครับ ช่องว่างระหว่างคนจนกับ คนรวยห่างกันมาก ผมไปนั่งร้านอาหารมีเด็กเสิร์ฟเข้ามาผมก็บอกกับเด็กว่า กินอย่างไรก็ได้ ช่วยคุมราคาให้หน่อยอย่าให้เกิน ๖๐๐ บาท เด็กมันชี้ไปที่แกงส้มบอกว่าหม้อนี้ค่าแรงหนู ยังไม่ได้เลย ๓๐๐ บาท นี่มันถึงสะท้อนความรู้สึกของเรา เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่า วันนี้ทุกคนที่อภิปรายหรือพูดมาตั้งแต่เช้าไม่ว่าเรื่องของการปฏิรูปประเทศก็ดี แม้กระทั่ง ปัญหาของพี่น้องประชาชนก็ดี หลายท่านที่พูดออกมารู้นะครับ แต่ว่าทำไมล่ะครับวันนี้ นโยบายที่ท่านพูดไว้ เลือกตั้งตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคม จนวันนี้เองยังไม่เป็นรูปธรรมเลย เพราะฉะนั้นข้าวนาปี ข้าวนาปรัง เดี๋ยวก็ออกมา อ้อยอีก เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียน ว่าสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นไม่ว่าอ้อย ข้าว ปาล์ม พืชของแต่ละชนิด ทุกตัวที่ถือว่าเป็นปัญหา แล้วก็เดือดร้อน ผมอยากให้ทางท่านประธาน แล้วก็ฝากเพื่อนสมาชิกทุกคนตั้งกรรมาธิการ วิสามัญแล้วก็ศึกษาอย่างจริงจัง ศึกษาทั้งระยะสั้น ระยะยาว แล้วก็ศึกษาถึงอนาคตว่า พืชทางการเกษตรของประเทศไทยมันจะไปในทิศทางไหน ผมเชื่อว่าภาษีทุกบาท ทุกสตางค์ที่พี่น้องประชาชนเสียนี่ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องภาคการเกษตร มาจากรากหญ้า เพราะเขาซื้อเครื่องมือ เครื่องจักร ซื้อของกินของใช้ อุปโภคบริโภค โดนบวกภาษีมา หมดแล้ว ๗ เปอร์เซ็นต์ถือว่าปลายทาง แล้วเขาก็ไม่มีสิทธิที่จะมาขอคืน เพราะฉะนั้นภาษี ทุกอย่างที่เขาได้เสียไปนี่ให้กลับคืนมาให้เขาเถอะครับ เป็นนโยบายนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ชดเชยประกันรายได้ แม้กระทั่งจำนำที่ผ่านมา ผมยังมีความเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ได้ประโยชน์ ถึงแม้ว่าผู้ที่กำหนดนโยบายจะไม่อยู่แล้วก็จริง แต่ความหวังและความฝัน ของผมหลังจากที่บางท่านอาจจะไปติดคุกหรือออกไปต่างประเทศ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชน คิดว่าจะอยู่ดีกินดี หนักกว่าเดิมอีกครับ เพราะฉะนั้นคงจะฝากไว้ท่านประธาน เอาละครับ ผมคงจะไม่ต้องพูดมาก เรื่องที่สำคัญที่ผมได้นำเสนอก็คือเรื่องของข้าว วันนี้เอง ที่ผมไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะทำได้ ตรงไหนรู้ไหมครับ ผมดูจากตารางที่ผ่านมาขาดทุนมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ แล้วก็สิ่งสำคัญตั้งแต่รัฐประหารก็ติดลบมาตลอด ละครับ แต่ทำไมครับ ไม่เคยได้รับการแก้ไข ตรงนี้มันเป็นประเด็นที่สำคัญที่ผมอยากจะ สะท้อน เพราะฉะนั้นตอนหาเสียงก็เป็นนโยบายที่พูดกันชัดเจนเท่านั้นเท่านี้ แต่วันนี้ ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมเลย เอาละครับ ผมคงจะไม่รบกวนเวลา แล้วผมคงมีโอกาสที่จะได้ ไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็คงจะเอาข้อมูลที่เป็นรายละเอียดของพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรสะท้อนให้กับทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้รับทราบ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณ ท่านนิยมครับ ต่อไปเป็นญัตติของท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เชิญเสนอครับ อยู่ไหมครับ
อยู่ค่ะท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาและศึกษาการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลของเกษตรกร ที่ตกต่ำ โดยดิฉันเองไม่ได้เสนอเพียงลำพัง มีเพื่อนสมาชิกที่สนับสนุนแล้วก็เห็นด้วย พร้อมทั้ง ยังอยากอภิปรายจำนวนหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นท่านกันตวรรณ ตันเถียร จากจังหวัดพังงา ท่านจุติ ไกรฤกษ์ จากจังหวัดพิษณุโลก ท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านวชิราภรณ์ กาญจนะ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านอันวาร์ สาและ จากปัตตานี พันโท สินธพ แก้วพิจิตร นครปฐม ท่านมนตรี ปาน้อยนนท์ ประจวบคีรีขันธ์ ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ท่านภานุ สุราษฎร์ธานี ท่านเดชอิศม์ ขาวทอง ท่านถาวร เสนเนียม ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ท่านชัยชนะ เดชเดโช ท่านอัศวิน วิภูศิริ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านเทพไท เสนพงศ์ และท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ดิฉันได้กราบเรียนรายนามผู้สนับสนุนกับท่านประธานก็เนื่องจากว่าวันนี้ ท่านคงเล็งเห็นแล้วว่า พวกเราเองที่มาจากการเลือกตั้งสำคัญที่สุดก็คือ คำนึงถึง พี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง วันนี้ถ้าท่านได้ไปดูเกษตรกรซึ่งเป็นจำนวนลดน้อยลงจาก เมื่อก่อนที่เราได้เห็น วันนี้เกษตรกรลดเหลือแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ เหลือแค่เพียง ๑๔ ล้านคน ถามว่าทำไมถึงลดน้อยลงเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เพราะว่ามันไม่มี หนทางให้เขาเดิน ทางค่อย ๆ แคบลงเรื่อย ๆ กับอาชีพของเขา วันใดที่เขาล้วงกระเป๋า เงินที่เคยมีอยู่เต็มกระเป๋าวันนี้ลดน้อยลงครึ่งหนึ่ง และเหลืออีกครึ่งหนึ่งจนแทบจะไม่เหลือเงิน ส่งลูกไปโรงเรียน ทุกข์ของเกษตรกรก็เลยกลายเป็นทุกข์ของแผ่นดิน เลยเป็นหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องนำเรื่องเข้ามาในสภา นำเรียนปรึกษาพร้อมกับตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อเตรียมพร้อม เมื่อไรที่มีคณะรัฐมนตรีจะได้เริ่มทำงานแก้ไขปัญหา กันอย่างจริงจัง ท่านประธานสภาคะ สถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำทำให้ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก และเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สิน ปัญหาความยากจน ปัญหาของครอบครัวรวมถึงปัญหาสังคม ที่ตามมา หากไม่มีการศึกษาวางแผนอย่างเป็นยุทธศาสตร์และมีการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด และเป็นระบบแล้ว เราจะเห็นปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นในทุกฤดูกาลและทุก ๆ ปี สิ่งที่ดิฉันเอง ตั้งใจและอยากเห็นก็คือว่า อยากเห็นการแก้ปัญหาทั้งระบบ ไม่อยากจะใช้และพยายาม จะเลี่ยงใช้คำว่า บูรณาการ เพราะดิฉันเห็นแล้วว่ากระบวนการของข้าราชการในปัจจุบัน คำว่า บูรณาการ คงเป็นได้แค่คำพูด เพราะสุดท้ายแล้วแม้ท่านจะบอกว่าบูรณาการ บูรณาการ แต่ข้าราชการแต่ละกระทรวงไม่ได้คำนึงถึงพี่น้องเป็นที่ตั้ง กลับมองถึงประโยชน์ ของแต่ละกรม กลับมองถึงประโยชน์ของแต่ละกระทรวง และใช้คำว่า บูรณาการ เป็นแค่ วาทกรรมทางการเมืองเท่านั้น ดิฉันเองจึงอยากจะให้ท่านประธานได้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อเตรียมพร้อมและหาทางแก้ไขปัญหาค่ะ สาเหตุที่ดิฉันต้องพูดถึงเรื่องของราคา พืชผลเกษตรก็เพราะว่า วันนี้กลไกที่จะขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจสำคัญที่สุดก็คือ เรื่องของการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นยาง ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน ข้าว ข้าวโพด อ้อย พืชเศรษฐกิจต่าง ๆ นี่ยังไม่รวมถึงพืชตามฤดูกาล มังคุดหรือมะพร้าวที่เราล้วนแล้วเห็นว่า ทุก ๆ ฤดูกาลที่เกิดขึ้นมักจะมีปัญหาเกิดขึ้นตามมาตลอด แล้วหน่วยงานสำคัญที่ควรจะ เข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนกลับทำงานล่าช้า และจะไปถึงหลังจากผลผลิต ออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องแก้ไขปัญหาเพียงลำพัง หรือไม่การลงพื้นที่เพื่อไปแก้ปัญหากลับเป็นการสร้างปัญหาให้กับเกษตรกรด้วยซ้ำ สิ่งที่เห็นชัดก็คือว่า วันนี้เกษตรกรต้องเผชิญกับเรื่องของปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ในทุกฤดูกาล สิ่งสำคัญต่อมาก็คือว่า พี่น้องเกษตรกรมักถูกเอารัดเอาเปรียบจาก พ่อค้าคนกลาง วันนี้แต่ละกลุ่มของพืชมีพ่อค้าคนกลางที่คอยกดราคา คอยตรึงราคา แล้วอ้างว่าตลาดล้นแล้ว ของเยอะแล้ว ราคาค่อย ๆ โดนกดต่ำ กดต่ำลงเรื่อย ๆ นี่สะท้อน อะไรคะ สะท้อนว่ากลไกทางรัฐเองยังไม่ประสบความสำเร็จ แม้จะมีเรื่องของสหกรณ์ แม้ว่าจะอยากให้พี่น้องประชาชนไปตั้งกลุ่มเพื่อที่จะคานกับอำนาจของล้งหรือหรืออำนาจ ของพ่อค้าคนกลาง แต่สุดท้ายแล้วพี่น้องก็ไม่มีหลังพิง ได้แต่ยืนเพียงลำพังอีกเช่นกัน สิ่งที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า วันนี้เกษตรกรต้องเผชิญปัญหาเรื่องของหนี้สินครัวเรือนสูง แน่นอนว่าเมื่อเงินในกระเป๋าไม่มี หนี้สินครัวเรือนสูง ท่านจะสามารถผลิตพืชเกษตรได้มี คุณภาพได้อย่างไรคะ ไม่มีเงินซื้อปุ๋ย ไม่มีเงินซื้อพันธุ์ที่ดี ไม่มีเงินบำรุง ผลผลิตที่ออกมาก็เป็น ผลผลิตที่ปล่อยตามยถากรรม ทั้ง ๆ ที่วันนี้เราอยากเห็นพี่น้องเกษตรกรผลิตผลผลิต ที่มีคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าจะได้ราคาดี แต่วันนี้ถ้าเขามีหนี้สินที่ยังคงสูงอยู่ก็แน่นอนค่ะ ไม่มีกำลังที่จะพัฒนาสินค้า และสำคัญที่สุดก็คือว่า วันนี้เรากำลังปล่อยให้พี่น้องประชาชน หาตลาดโดยลำพัง ทั้ง ๆ ที่รัฐเองมีศักยภาพสามารถเปิดตลาดใหม่ ๆ สามารถหาตลาด เพื่อกระจายสินค้า หรือถ้าเรายังไม่สามารถหาตลาดส่งออกได้ วันนี้วิธีการกระจายสินค้าได้รวดเร็วและเร่งด่วนที่สุดก็คือหน่วยของราชการที่เคยทำ ๆ กันมาในอดีต เมื่อไรที่ผลผลิตล้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะมีคนอยู่ในองค์กรเท่าไร ก็กระจายตามหน่วยองค์กรต่าง ๆ ให้รวดเร็วที่สุด ที่ดิฉันพูดอย่างนี้ท่านประธานคะ เพราะเพื่อนหลายคนที่ลุกขึ้นอภิปรายก่อนหน้าดิฉันก็บอกแล้วว่า เราไม่อยากจะลุกขึ้น อภิปรายเรื่องนี้ ปัญหานี้ในทุกครั้งที่เปิดสมัยประชุม ทุกคนหวังใจว่าอยากเห็นการแก้ไข ปัญหาให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เพราะถ้าสำเร็จเราก็จะไม่ต้องมาลุกขึ้นอภิปราย ไม่ต้องมา ตั้งกรรมาธิการ แต่สิ่งสำคัญนอกจากนั้นก็คือว่า ถ้าต้องแก้ปัญหา มีทั้งปัญหาหน้างาน ปัญหาระยะกลาง และปัญหาระยะยาว ซึ่งวันนี้ทางรัฐบาลเองต้องอาศัยอำนาจที่ท่านมีแก้ไข ปัญหาอย่างจริงใจ และสำคัญที่สุดก็คือว่าวันนี้ให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนที่เป็น เกษตรกรเป็นที่ตั้ง
ปัญหายางพาราดิฉันคงหลีกเลี่ยงที่จะพูดไม่ได้ เพราะว่าวันนี้ยางพาราเป็น พืชสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นของภาคใต้ไปถึงภาคอีสานและภาคเหนือบางส่วนแล้ว และปัญหา ยางพาราวันนี้เราจะเห็นจากเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ราคายางพาราแกว่งขึ้นและลงอย่างมี นัยสำคัญ เมื่อดิฉันได้มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก ราคายางพาราจะตกอยู่ ประมาณ ๖๐ บาท หลังจากนั้นมาเขยิบขึ้นเป็น ๘๐ บาท ๑๐๐ บาท ๑๒๐ บาท ๑๔๐ บาท สมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นมากราฟ (Graph) ค่อย ๆ ลดลง ลดลง ลดลง และมา ณ ปัจจุบันนี้ ๕๐ บาทเท่านั้นค่ะท่านประธาน ท่านลองคิดดูว่า จากเดิมส่งลูกเรียน ๓ คน มีเงินอยู่ ๑๐๐ บาท วันนี้ลดเหลือครึ่งเดียว ลูกยังต้องส่งเรียน เหมือนเดิม ค่าใช้จ่ายยังมีประจำเหมือนเดิม แต่ถามว่าวันนี้เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลง นโยบายจากรัฐอย่างไรบ้าง สำคัญก็คือว่าดิฉันอยากเห็นทางรัฐบาลได้ผลักดันการใช้ ยางพาราไปทำเรื่องของถนนบังคับใช้เลยค่ะ ท่านต้องไปคุยกับทางหลวงชนบท ทางหลวง แผ่นดิน หรือแม้แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าท่านไม่เชื่อว่ามันทำได้ วันนี้เรามีถนน สายทางที่ได้ทำนำร่องไปแล้ว เราลงไปดูได้เลยค่ะที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ท่านนายกนิพนธ์ ท่านได้ทำเป็นตัวอย่าง มีถนนที่ผลิตพร้อมกับส่วนผสมของยางพาราทำได้ และสามารถใช้ได้จริง สิ่งสำคัญไปเหนือจากนั้นก็คือว่ามันสามารถลดจำนวนยางพาราที่มีอยู่ ในตลาด ถ้าเราสามารถทำได้ทั้งประเทศ จำนวนยางพาราที่มันมีคงค้างอยู่ในตลาดก็ลดลง อย่างเห็นได้ชัด อย่างที่ ๒ ก็คือเราต้องมีนโยบายเรื่องของการแปรรูปที่เห็นชัด ไม่ใช่แค่เรียก ผู้ประกอบการมา แต่หมายถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีความพร้อม ระดับกลาง ระดับเล็ก สามารถแปรรูปได้และส่งเสริมเพิ่มมูลค่าของกลุ่มของเขาด้วย
เรื่องของปาล์มน้ำมันก็เช่นเดียวกันค่ะ เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปบ้างแล้ว เรื่องของเปลี่ยนจาก บี ๗ (B7) มาเป็น บี ๑๐ (B10) สำคัญไปกว่านั้นก็คือว่า ดิฉันอยากเห็น รัฐบาลส่งเสริมการปลูกพืชให้มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มราคาให้กับพวกเขา เพิ่มราคาขาย
ประการสุดท้ายท่านประธานคะ ดิฉันขอพูดถึงเรื่องพืชที่กำลังจะออกมา ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ นั่นก็คือเรื่องของมังคุด เพื่อนสมาชิกที่อยู่ ในห้องนี้อาจจะไม่คุ้นเคย เพราะว่ายังไม่คิดด้วยซ้ำว่ามังคุดอาจจะเป็นปัญหา แต่นำเรียนท่านประธานว่า วันนี้มังคุดเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศเลย และประเทศไทยก็เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกด้วย วันนี้เรากำลังเผชิญปัญหา เพราะว่าเราไปหวังแต่ตลาดของประเทศจีน ทั้ง ๆ ที่วันนี้ตลาดส่งออก ตลาดคู่ค้า มีทั้งประเทศเวียดนาม ประเทศฮ่องกง ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศกัมพูชา และประเทศเกาหลีใต้ แต่ถามว่าทำไมวันนี้เราหวังแต่ประเทศจีนคะ เพราะว่าวันนี้ พ่อค้าคนกลางที่เข้ามาบุกซื้อมาตั้งล้ง ล้วนแล้วแต่เป็นคนจีนเข้ามา ปีที่ผ่านมาเราเจอ ปัญหาล้งฮั้วกัน เราใช้การแก้ปัญหาแบบไหน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกล้งมาคุยกัน ทำข้อตกลงกันว่าเราจะไม่ทำเรื่องของการฮั้วราคา สกัดกั้นการฮั้วราคา ก่อนหน้านั้น ทำได้ท่านประธานคะ แต่มาปีนี้ค่ะ ล้งจีนมาแบบใหม่ แทนที่จะใช้นอมินี (Nominee) คนไทย แทนที่จะหุ้นกับ คนไทยเป็นบางส่วน ล้งจีนลงมาทำเอง กินเอง รวบเองเลยค่ะ แบบนี้ดิฉันขอให้ท่านประธาน นำเรียนไปยังกระทรวงพาณิชย์ขอให้บังคับใช้ พ.ร.บ. ต่าง ๆ ที่มีให้เคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็น การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ร.บ. การทำงานของคนต่างด้าว พ.ร.บ. การแข่งขัน ทางการค้า พ.ร.บ. มาตรฐานสินค้าและการเกษตร ที่สำคัญค่ะท่านประธานคะ วันนี้นอกจาก ช่วยดูแลให้ราคาเป็นธรรมแล้ว สำคัญก็คือช่วยผ่อนปรนด้วยค่ะเรื่องของแรงงาน วันนี้การคัด มังคุดขึ้นตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ต้องใช้คนชำนาญเฉพาะด้าน ชำนาญเฉพาะทาง และต้องเป็นคนที่มีความอดทนค่อนข้างสูง วันนี้หลายคนถามว่า แล้วคนไทย แรงงานไทย ทำได้ไหม บอกได้เลยท่านประธานคะ ทำได้ค่ะแต่หายากมาก วันนี้เราใช้คนงานจากที่ไหน มาคัดมังคุด ถ้าเป็นล้งใหญ่ ๆ วันนี้มีการแปรเปลี่ยนเป็นใช้เครื่องมือ แต่ถ้าล้งไหน เป็นล้งเล็ก ๆ ก็ยังอาศัยแรงงานต่างด้าว และแรงงานต่างด้าวที่ดิฉันพูดถึงล้วนแล้วแต่เป็น แรงงานต่างด้าวที่มาจากจังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด ทีนี้พอมาจากต่างถิ่น เกิดปัญหาอะไรคะ เกิดการย้ายแรงงานข้ามถิ่น ซึ่งนั่นคือการทำผิดกฎหมาย ดิฉันอยาก นำเรียนท่านประธานว่าถ้าวันนี้เราไม่มีแรงงานกลุ่มนี้มาเป็นแรงงานคัดมังคุดขึ้นตู้ คอนเทนเนอร์ (Container) เราจะเสียโอกาสการรับซื้อมังคุดเข้าแต่ละล้ง ๆ แล้วเรา ก็จะเจอปัญหามังคุดล้นตลาด แต่ขณะเดียวกันสามารถแก้ไขได้อย่างไรคะ วันนี้ถ้าจังหวัด เปิดโควตาไปเลยค่ะ พร้อมกับขึ้นทะเบียนว่ามีล้งไหนบ้างที่มารับซื้ออยู่ในจังหวัด นครศรีธรรมราช ในพรหมคีรี หรือในอำเภอที่มีเกี่ยวข้อง มีจำนวนกี่ล้ง อยากขออนุญาต โอนถ่ายแรงงานจากจังหวัดจันทบุรีมาที่จังหวัดนครศรีธรรมราชจำนวนกี่คน เวลาเท่าไร ถ้าท่านอนุโลมอย่างนี้ได้ก็สามารถรับซื้อมังคุดเข้าแต่ละล้ง ๆ ได้เป็นจำนวนมากท่านต้อง เคร่งครัดกับผู้ประกอบการต่างชาติ แต่ท่านต้องผ่อนปรนเพื่อที่จะทำให้สินค้าเกษตรสามารถ รับซื้อเข้าล้งได้อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญอีกอย่างค่ะ วันนี้เรามีบุคลากรท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นหอการค้า ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ขาดแต่คนนำค่ะท่านประธานคะ วันนี้ถ้ารัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ท่านมีนโยบายเลยว่าเปิดฤดูกาลเงาะ เปิดฤดูกาลมังคุด หรือเปิดฤดูกาลสับปะรด ถ้าเมื่อไร ที่เราเห็นแล้วว่าแนวโน้มของราคาเริ่มมีปัญหาในประเทศต้องเริ่มจัดการกันก่อนค่ะ อย่าเพิ่งไปหวังว่าจะต้องส่งออกเป็นหลัก เพราะอย่างตอนนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช ราคาตกลงมาเหลือ ๓๐ บาท ก็เพราะว่าประเทศจีนที่เป็นตลาดที่ส่งออกหลักเขาก็มีผลไม้ ที่กำลังส่งออกอยู่เช่นเดียวกัน วันนี้ก็เลยต้องนำเรียนท่านประธานว่าดิฉันเองหวังว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญที่กำลังจะตั้งขึ้นคงจะได้เล็งเห็นปัญหาของเพื่อนสมาชิกที่ได้นำเรียนไป วันนี้อาจจะมีแค่ผู้นำเสนอญัตติที่ได้อภิปราย แต่ดิฉันคิดว่าอาทิตย์หน้าคงมีเพื่อนสมาชิก ได้ชี้ประเด็นอีกหลาย ๆ ประเด็นที่เกี่ยวข้อง
สุดท้ายนี้ ดิฉันเข้าใจค่ะว่าวันนี้เราอยากแก้ปัญหาให้ถูกจุด แล้วก็ดิฉันเข้าใจ เกษตรกรด้วยว่าการสู้เพียงลำพังมันเหนื่อยขนาดไหน วันนี้เขาเฝ้ารอ เฝ้ารอรัฐบาล เฝ้ารอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นเพียงหลังให้เขาพิงเท่านั้นค่ะท่านประธานคะ วันนี้แรงเขา เดินหน้ากันเต็มที่ รอแค่หลังพิงจากรัฐบาลเท่านั้น กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ขอเชิญเจ้าของญัตติต่อไปครับ อภิปรายเสนอครับ ท่านเสมอกัน เที่ยงธรรม ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา แก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ กระผมขออนุญาตไม่อ่านตัวญัตตินะครับ เพราะว่าตัวญัตติพร้อมผู้รับรองทั้ง ๕ คนนี้ได้อยู่ในมือท่านประธานเรียบร้อยแล้ว กระผม อยากจะขออภิปรายสนับสนุนในญัตติที่ผมขอเสนอ ผมได้เสนอมาเป็นคนที่ ๑๐ จากการที่ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านที่ผ่านมา ผมเชื่อว่า ทุกวันนี้สภาเราได้รับทราบ แล้วก็ได้รู้สึกเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจริง ๆ แล้วเหมือนจะเป็น ประเพณีของสภาในทุกสมัย ญัตติแรก ๆ หลังจากมีการเลือกตั้ง หลังจากมีการเปิดสภาแล้ว จะต้องเป็นญัตติที่เกี่ยวกับราคาพืชผลทางการเกษตรของพ่อแม่พี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวไทย ปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาหลัก ๆ เลย ประเทศไทยเรา ผมจะขออนุญาตพูดถึง พืชเศรษฐกิจหลัก อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าว ปาล์ม ยางพารา และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ผลไม้ประจำฤดูกาล มันเกิดขึ้นมาอะไรครับ เพราะว่าจำนวนเยอะ จำนวนล้นตลาด ผู้บริโภค น้อยกว่าผู้ผลิต แล้วถามเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมาใส่ใจเกษตรกรให้เป็นหลัก เมื่อสักครู่นี้ ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผมบอกว่าจำนวนเกษตรกรน้อยลง ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศหรือประมาณ ๑๔ ล้านรายเศษ แต่ถ้าเกิดเรามองถึงจำนวน ครอบครัวของพวกเขาด้วยแล้ว ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของประชากร ทั้งหมดในประเทศ แปลว่าอะไรครับ แปลว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดในประเทศ นี่คือกำลังซื้อหลักของประเทศ แล้วถ้าเกิดรายได้ของกลุ่มคนที่กำลังซื้อหลักของประเทศ ลดลง ก็ทำให้ทุก ๆ คนขายของได้ลดลงด้วย ถ้าเกิดไม่มีการอัดฉีดจากภาครัฐ ผมเชื่อว่า จะสะเทือนไปถึงร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นโชห่วย ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอี (SMEs) ส่วนที่จะอยู่ได้ ก็คือเป็นโมเดิร์น เทรด (Modern Trade) ก็คือเป็นร้านค้าอย่างเช่นที่มาจากต่างประเทศ เป็นต้น แล้วปัญหาต่อไปคืออะไรครับ ปัญหาต่อไปคือ ถ้าสังเกตได้ ต้นทุนทุกอย่าง ในการผลิตของเราเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ว่าราคาย้อนลง ราคานี้กลับกลายเป็นตกต่ำลงทุกวัน และทุกวันนี้มีการรณรงค์เรื่องสุขภาพกัน ผมเชื่อว่าทุกคนในนี้รักษาสุขภาพกันหมด พี่ ๆ เพื่อน ๆ สมาชิกทุกคนพยายามลดแป้งและน้ำตาล แปลว่าอะไรครับ แปลว่าทุก ๆ คน พยายามกินข้าวน้อยลง บริโภคน้ำตาลน้อยลง น้ำตาลทำมาจากอ้อย ประเทศไทยเราเป็น ประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกในการผลิตน้ำตาลและส่งออกน้ำตาล แต่ในขณะเดียวกัน ปริมาณการบริโภคหรือการใช้น้ำตาลทั่วโลกกลับลดลงเรื่อย ๆ อีกสิ่งหนึ่งผมอยากจะให้ ท่านประธานลองคิดว่าเป็นเรื่องแปลกไหมครับ ข้าวเราเคยเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก ยางพาราเราเป็นยักษ์ใหญ่ ๑ ใน ๓ ของโลก น้ำตาลถ้าผมจำไม่ผิดเราก็เป็นอันดับ ๒ รองจาก ประเทศบราซิล แต่ ๓ ผลิตผลการเกษตรอันนี้ผมไม่เคยเห็นชาวนา ไม่เคยเห็นเกษตรกรรวยจาก ผลิตภัณฑ์ทั้ง ๓ ตัวนี้เลยครับ ทั้ง ๆ ที่เราเป็นยักษ์ใหญ่ เราไปไหนเราสามารถพูดได้ ฉันเป็น อันดับ ๑ ฉันเป็นอันดับ ๒ หรือฉันก็เป็น ๑ ใน ๓ แต่ปรากฏว่าเป็นพืชผลที่ราคาตกต่ำที่สุด ในโลกเหมือนกัน ตรงนี้ก็เกินปัญญาของผมที่ผมจะหาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร ผมถึงเสนอ ญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรช่วยกันศึกษา ปัญหาต้นทุนครับ ปุ๋ยขึ้นทุกวัน ตอนนี้ที่กำลังจะตาม ขึ้นมาก็คือไฟฟ้าการเกษตร ถึงแม้ว่าจะถูกกว่าไฟฟ้าเพื่อการอุปโภค บริโภค แต่ก็ยังอยู่ใน สัญญาณที่ว่าค่อย ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ ในเรื่องของราคา เป็นที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ สินค้าเกษตรต่าง ๆ จะถูกจะแพง คนกลางก็ได้อย่างเดียว ผมไม่เคยเห็นเจ้าของโรงสีคนไหนจน ผมไม่เคยเห็นเจ้าของโรงงานน้ำตาลจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำตาล ผมเชื่อว่าถ้าเอามา ลำดับญาติกันแล้วทั้งประเทศนี้มีไม่น่าจะเกิน ๑๐ นามสกุล แต่ละนามสกุลรวมกันแล้วนี่ ผมว่าขนาดใหญ่ อาจจะสูสีกับ จีดีพี (GDP) ของประเทศได้ แล้วทำไมเกษตรกรที่ปลูกอ้อย ปีที่แล้วประมาณ ๑๒๐ กว่าล้านตันอ้อย ถ้าเกิดเทียบเป็นจำนวนไร่คิดง่าย ๆ ก็อาจจะสักประมาณ ๑๐ กว่าล้านไร่ ผมยังไม่เคยเห็นมีเกษตรกรคนไหนรวยเลยครับ อย่างที่บอกครับ มีผู้อภิปรายว่าเกษตรกรแต่ก่อนขายข้าว ขายอ้อย เดี๋ยวนี้กลายเป็นขายรถ ขายบ้าน เพราะว่า รถก็ไม่มีใช้โดนยึด บ้านก็ต้องไปเช่าเขาอยู่ ส่วนที่ดินก็ยังเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ดินโดนยึด มีที่ที่จะปลูกได้ก็โดนจับ เพราะว่าเราไปบุกรุกที่ป่า ซึ่งเป็นป่าสงวน ซึ่งอย่างของผม ในจังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอด่านช้าง เกือบทั้งอำเภอเป็นพื้นที่ป่าสงวนหมด ผมได้ลองไป ลงพื้นที่ดู บอกเป็นป่าสงวน แต่ผมเข้าไปมันคือป่าเสื่อมโทรม ถามว่าป่าเสื่อมโทรม แล้วเป็นอย่างไรต่อครับ ป่าเสื่อมโทรมนี้จริง ๆ แล้วต้องขอบคุณชาวบ้าน ต้องขอบคุณ เกษตรกรด้วยซ้ำ เพราะว่าป่าเสื่อมโทรมที่เห็นกลับกลายเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่เป็น อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชไร่ ผมเชื่อว่าอย่างน้อยก็ยังดีกว่าการที่เราปล่อยให้มันแห้งแล้ง ให้มันมีอ้อยบ้าง ให้มันมีมันบ้าง ให้มันมีข้าวโพดบ้าง อย่างน้อยผมเชื่อว่าเรื่องพวกนี้มันก็ยังลดในเรื่องของมลภาวะได้ครับ แล้วก็สาเหตุที่ผมอยากจะขอเสนอให้มีการศึกษาพิจารณานี้ ผมมองว่าเราคงไม่สามารถ ที่จะไปควบคุมกลไกของราคาได้ เราต้องยอมรับครับ เรามีแต่พูดว่าเราเป็นเบอร์ ๑ ในการส่งออกข้าว เราเป็นเบอร์ ๑ เบอร์ ๒ ในการส่งออกน้ำตาล เราเป็นเบอร์ ๑ เบอร์ ๒ ในการส่งออกยางพารา เรายอมรับเถอะครับว่า จริง ๆ แล้วเราไม่มีศักยภาพในการเป็น เจ้าตลาด ฉะนั้นสิ่งที่เราจะทำได้คืออะไรครับ เราต้องช่วยเกษตรกรลดต้นทุนครับ ทุกวันนี้ ผมเชื่อว่าทุก ๆ คนชอบใช้ของจากประเทศจีน เพราะอะไรครับ ไม่ใช่เพราะเป็นของดีครับ แต่เป็นของถูกแล้วทุกคนคิดว่ามันคุ้มค่ากับราคาที่ซื้อไป คุณจะไปซื้อของจากประเทศยุโรป ชิ้นละ ๑๐๐ บาทใช้ได้ ๑ ปี คุณยอมซื้อของจากประเทศจีนชิ้นละ ๒๐ บาทใช้ได้ ๓ เดือน ๓ เดือนเปลี่ยนที เขารู้สึกว่า ๓ เดือนเขาใช้เงินทีละ ๒๐ บาท เขาประหยัดกว่า มันสะท้อนให้เห็นว่าหลัก ๆ เลยปัญหาคือต้นทุนครับ ประเทศไทยเราทุกวันนี้ต้นทุนการผลิต ข้าวแพงกว่าประเทศเวียดนาม ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นเพราะเหตุอันใด อาจจะเป็น เพราะค่าแรงหรือเปล่า ค่าแรงที่เราขยันกันขึ้น
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้นะครับ เกษตรกรไทยเราตอนนี้ชินกับ การได้รับของแจกฟรี ทุกรัฐบาลครับ เดี๋ยวไม่ว่าจะเป็นประกันราคา ไม่ว่าจะเป็นจำนำ ไม่ว่าจะเป็นจ่ายเงินชดเชย สุดท้ายแล้วคืออะไรครับ สุดท้ายแล้วเกษตรกรก็คือนอนรอ ความหวัง ทำไมเราไม่ลองทำว่า เราสอนให้เกษตรกรทำมาหากินเป็น เราสอนให้เกษตรกร ไปตกปลาเป็น เพื่อที่เขาจะได้ไปตกปลาทานได้ ทุกวันนี้เราทำอะไรครับ เราไม่ได้เพียงแค่ ปล่อยปลาในบ่อแล้วให้เกษตรกรไปตกกิน ทุกวันนี้เราเอาปลาแล้วก็ปรุงอาหาร เสร็จเรียบร้อยแล้วส่งไปให้เกษตรกรกิน พอกินหมดรัฐบาลปลาก็หมด เกษตรกรก็อดกิน ต่อไป
อีกเรื่องหนึ่งระบบราชการเป็นที่น่าแปลกไหมครับ องค์การตลาดเพื่อการเกษตร เพิ่งได้รับรางวัลเป็นตลาดที่ดีเยี่ยมติดอันดับ ๑ ใน ๕ ของโลก แต่ว่าเกษตรกรไม่สามารถเข้าไป ซื้อสินค้าในตลาด อ.ต.ก. ได้เลยเพราะอะไรครับ เพราะราคาแพงมาก ๆ ชื่อจริง ๆ แล้ว องค์การตลาดเพื่อการเกษตรกร ผมว่าน่าจะมีหน้าที่ส่งเสริมสินค้าเกษตรของไทยไม่ใช่ผลักดัน ให้หน้าที่นี้เป็นของกระทรวงพาณิชย์ ผมเคยทำงานเป็นลูกจ้างอยู่กระทรวงพาณิชย์ อยู่กรมส่งเสริมการส่งออกอยู่สักพักหนึ่ง นักวิชาการพาณิชย์ที่กระทรวงพาณิชย์ผมเชื่อว่า เก่งกันหลายคนครับ แต่ปัญหาคือไม่สามารถเก่งได้ทุกด้าน จริง ๆ กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการส่งออกน่าจะทำหน้าที่เพียงแค่โฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นตัวกลาง ในการพาผู้ชำนาญการในด้านสินค้าต่าง ๆ สินค้าอุตสาหกรรมก็น่าจะเป็นกระทรวง อุตสาหกรรม สินค้าเกษตรก็น่าที่จะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกไปช่วยกันขาย แต่ทุกวันนี้เป็นอย่างไรครับ ทุกวันนี้ข้าวราคาตกก็ให้กระทรวงพาณิชย์ไปช่วยขาย สินค้าอุตสาหกรรมตัวไหนไม่ดีก็ไปให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นคนช่วยขาย ซึ่งแต่ละคนแล้วบุคลากรเขาไม่ได้มีความสามารถเฉพาะทางในด้านนั้น อย่าลืมนะครับ รัฐบาลหรือข้าราชการเราไม่เหมาะ เราไม่มีความชำนาญในการขายของ ทำไมเราไม่เชิญ เอกชนที่ชำนาญในการขายของมาช่วยเกษตรกร มาช่วยเอาสินค้าเกษตรของ เกษตรกรไทยเราเอาไปขาย แล้วเราก็ช่วยกันล้อมกรอบว่าอย่าให้เขาไปรวมกันโกง แต่ให้เขาไปรวมกันตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย
อีกเรื่องหนึ่งนี่นะครับ สุดท้ายนี้เลยก็ได้ผมไม่อยากจะใช้เวลาเปลืองนะครับ ผมอยากจะเห็นอะไรครับ ผมอยากจะเห็นว่าญัตติที่เสนอต่าง ๆ เกี่ยวกับพืชผล ราคาเกษตรตกต่ำนี่ครับ อยากจะให้เป็นครั้งสุดท้ายในการเสนอญัตติประเภทนี้กับสภาชุดนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าอนาคตต่อไปเกษตรกรจะตายหมด อยากจะให้เกษตรกรทุก ๆ คน ได้ลืมตาอ้าปากได้เสียที ตั้งกันขึ้นมา ศึกษาขึ้นมา ศึกษาแล้ว ลงไปทำแล้ว แต่ผมก็ยัง ไม่เข้าใจอยู่ดีครับว่าไปทำกันแล้วนี่ ทำไมเกษตรกรไทยเรายังลืมตาอ้าปากไม่ได้เสียทีหนึ่ง
สุดท้ายนี้ผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๕๑ ข้อ ๔๒ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการศึกษาแก้ไขปัญหา ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำและส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลรับไปดำเนินต่อไป กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นเจ้าของญัตติฉบับสุดท้ายนะครับ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญเสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เขต ๓ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการช่วยเหลือราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้เสนอได้นำเสนอไปหลายเรื่องด้วยกันแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาข้าว ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม ยางพารา และอีกหลาย ๆ ตัว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพแล้วก็ขอชื่นชมรัฐบาลครับ สามารถทำให้พี่น้องประชาชนของผม เป็นหนี้กันทั่วหน้า สามารถทำให้ประชาชนคนชั้นกลางจนเสมอภาคกันครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสผมได้อภิปราย ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาเรื่องราคาข้าวตกต่ำ สมัยก่อนข้าวเกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้เหลือ ๖,๐๐๐ กว่าบาท มันสำปะหลังเมื่อก่อน ๓.๕๐ บาท เดี๋ยวนี้เหลือ ๑.๕๐ บาท อ้อยเมื่อก่อนตันละ ๑,๓๐๐ บาท เดี๋ยวนี้เหลือ ๓ ตัน ๑,๐๐๐ บาท และอีกหลาย ๆ ตัว การบริหารจัดการนั้นผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ผลิต กระทรวงอุตสาหกรรมแปรรูป กระทรวงพาณิชย์การตลาด แต่ทั้ง ๓ หน่วยงาน ดังกล่าวนั้นไม่ได้เคยสัมผัสกันเลย ฝ่ายผลิตก็ผลิตไป แปรรูปก็ว่าไป การตลาดก็ว่าไป เพราะฉะนั้นตรงนี้เราต้องบูรณาการแบบครบวงจร ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ หรือเขาเรียกว่า ผลิต แปรรูป การตลาด แบบบูรณาการแบบครบวงจร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทยอีกฐานะหนึ่ง จะไปนั่งทำงานอยู่ทั้งหลาย ๆ ส่วน ไม่ว่า คชก. ผู้ที่อนุมัติเงินให้สินค้าทุกตัวไปแก้ไขปัญหา ตั้งแต่รวบรวมข้าวเปลือก ประกันราคาข้าวเปลือก จำนำราคาข้าวเปลือก แต่ละโครงการนั้น ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าแผนแต่ละแผนนั้นก็ใช้ได้ แต่ผู้บริหารจัดการนั้นมันมีช่องว่าง มากมายทำให้มีปัญหา แต่อย่างไรก็ตามครับผมต้องกราบเรียนว่าวันนี้ท่านทราบไหมครับว่า ประเทศไทยนั้นมีพื้นที่ทั้งหมด ๓๒๑ ล้านไร่ เป็นพื้นที่การเกษตร ๑๕๐ ล้านไร่ ทำนาปี ๖๐.๗๙ ล้านไร่ นาปรัง ๘.๔๖ ล้านไร่ ชาวนามีอยู่ประมาณ ๔.๑๖ ล้านครัวเรือน สามารถผลิตข้าวได้ปีละ ๓๑.๖๑ ล้านตันข้าวเปลือก สามารถส่งสินค้าออกได้ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อก่อนนี้ชาวนาขายข้าวออกไปต่างประเทศ ครั้งหนึ่งชาวนาเคยขาย ข้าวเกวียนละ ๑,๓๐๐ บาท แต่รัฐบาลส่งข้าวออกไปขายต่างประเทศสามารถเก็บค่าต๋ง หรือค่าพรีเมียม (Premium) ตันละ ๒,๕๐๐ บาท เงินดังกล่าวมากองอยู่ที่กองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร แต่เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรนั้นปรากฏว่าพี่น้องชาวนาทั้งประเทศ ไม่ค่อยได้ใช้เลย ส่วนใหญ่ใครเป็นรัฐบาลก็จะเอาเงินตรงนี้ไปช่วยเหลือกับทุกอาชีพ แต่เวลาชาวนาเดือดร้อนไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม้แต่ล่าสุดนั้น ท่านทราบไหมว่า การรวบรวมข้าวเปลือกของรัฐบาลผมเป็นคนเสนอเองว่า บางองค์กรต่าง ๆ อยากได้ปุ๋ยราคาถูก ปัจจัยต่าง ๆ ถูกขอให้รัฐบาลชดเชย แต่ผมไม่เห็นด้วย ผมบอกว่าเอาเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และไปให้องค์กรต่าง ๆ ซื้อข้าวดึงออกจากท้องนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์กรต่าง ๆ สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร แต่ท่านทราบไหมว่ารัฐบาลก็ไม่ฉลาดพอ ชาวนาเก่ง โดยที่รัฐบาลให้จ่ายดอกเบี้ย ๑ บาท และรัฐบาลชดเชยให้ ธ.ก.ส. อีก ๓-๔ บาท แต่บางสถานที่เอาไป ๑ บาท ปรากฏอย่างไรครับ เอาไปให้เขากู้ ก็แสดงว่าชาวนาฉลาดกว่า รัฐบาลที่แล้ว ท่านประธานที่เคารพ ข้อเท็จจริงมีอยู่แล้วครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าแนวทางการแก้ปัญหาทั้งระบบนั้นทำอย่างไร วันนี้ต้องบูรณาการ ต้องเอาทุกส่วนมาวางแผนด้วยกัน วันนี้พื้นที่เพาะปลูกนั้น รัฐบาลยังไม่เข้าใจ คำว่า โซนนิ่ง (Zoning) หรือแบ่งพื้นที่เพาะปลูก ผมก็บอกกับรัฐบาล ไปหลายหนว่าเหมือนนาแปลงใหญ่ เมื่อก่อนบอก ๓,๐๐๐ ไร่ เท่ากับนาแปลงใหญ่ ปรากฏว่า เกษตรกรไม่เข้าใจ กระโดดตรงโน้นแปลงหนึ่ง ตรงนี้แปลงหนึ่ง แล้วก็บอกว่านาแปลงใหญ่ จนเหลือ ๓๐๐ ไร่ อย่างไรก็ตามทางชลประทานก็บอกว่าอยากจะบูรณาการให้ จะต่อน้ำ ไปให้แต่ละไร่นานั้นมันทำไม่ได้ เพราะต้องผ่านนาที่เขาไม่ได้ทำ ท่านทราบไหม คำว่า โซนนิ่ง (Zoning) หรือแบ่งพื้นที่เพาะปลูกนั้น เขาต้องแบ่งเป็นโซน ๆ (Zone) ยกตัวอย่างเช่น อำเภอท่าวุ้งบ้านผม ทำนาส่งออก อำเภอบ้านหมี่ปลูกข้าวบริโภคภายใน หรืออำเภอเมือง ปลูกข้าวแปรรูป นี่วิธีการทำงานต้องบอกรัฐบาลให้ทำเป็น เพราะแต่ละคนมารับผิดชอบ กระทรวง ทบวง กรม มาหวังอย่างเดียวครับหาของทอน เป็นที่ประจักษ์ครับ เหมือนบางอย่างโครงการ เช่นรัฐบาลบอกว่าให้ลดพื้นที่เพาะปลูกคนละ ๑๐ กว่าไร่ ประมาณ ๑๒ ไร่ ให้ไร่ละ ๑,๕๐๐ บาท ท่านทราบไหมครับว่าสุดท้ายก็เหมือนเอาเงินภาษี ประชาชนเอาไปให้พ่อค้า แล้วพ่อค้าก็ไปปลูกสินค้าตัวเองส่งให้บริษัทยักษ์ใหญ่ นี่แสดงว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ได้ลงทุนเลย โดยยืมมือรัฐบาลนี่เห็นชัดเจนครับ กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพว่า การทำงานนั้นต้องยอมรับว่า มีดินไม่มีน้ำ มีน้ำไม่มีดิน ดินเปรี้ยว ดินเสีย รัฐบาลรู้ไหม ก็ไม่รู้ อยากทำอะไรก็ทำ ผลผลิตก็ไม่สามารถที่จะได้ผลคุ้มทุน ข้าวต้นทุน เกวียนเท่าไรครับ ๘,๐๐๐ กว่าบาท แต่วันนี้ขายได้เพียง ๖,๐๐๐ กว่าบาท และจะไม่ให้ ชาวนาจนได้อย่างไร ผมถึงบอกว่าชื่นชมรัฐบาลสามารถทำให้จนเสมอภาคกันได้ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้อยากให้เห็นภาพว่ารัฐบาลต้องวิเคราะห์ ต้องทำความเข้าใจ อย่างถ่องแท้ ไม่ใช่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้างแล้วก็สั่งการ ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเรียกว่า ทำแผนแม่บท รัฐบาลมีเครือข่าย มีโครงสร้าง เราต้องบอกว่าแผนแม่บททำอย่างไรครับ ท่านประธาน ก็หมายความว่าโซน (Zone) นี้ทำอย่างไร ดินอย่างไร เปรี้ยวอย่างไร น้ำมีอย่างไรให้มันบริบูรณ์เหมือนในภาคกลางหลายจังหวัด เขาเรียกว่าจัดรูปที่ดิน รัฐบาลก็ต้องลงทุนจัดรูปที่ดิน ปรับดินให้เหมือนกัน ท่านประธานอาจจะเคยไป ประเทศเวียดนาม ประเทศเวียดนามมีน้ำอุดมสมบูรณ์ ประเทศไทยเราใช้ขุดคลองส่งน้ำ น้ำมากไหลลงทะเล น้ำน้อยเกษตรกรต้องซื้อเครื่องสูบน้ำ แต่ประเทศเวียดนาม หรือประเทศไต้หวัน หรือประเทศอิสราเอล หรือประเทศเนเธอร์แลนด์เขาใช้ยกคูพูนดิน ขึ้นมาข้างถนนแล้วก็ปล่อยน้ำวาล์ว สิ่งไหนที่ต่ำเขาก็อัดดินขึ้นที่สูงและเก็บน้ำไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้ลดต้นทุนเกษตรกร วันนี้ท่านทราบไหมครับว่า ถ้าเราจะสูบน้ำมาใช้ เหมือนเคยทำมา ทำท่อจะใช้เครื่อง เสียค่าไฟฟ้าไร่หนึ่ง ๓,๐๐๐ บาท คุ้มไหมครับ ไม่คุ้ม เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานฝากไปถึงรัฐบาลที่จะดำเนินการต่อไป ถ้าไม่เข้าใจมาถามจะบอกนะครับ ไม่ได้หวงวิชา เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องกราบเรียนด้วย ความเคารพ มีดินไม่มีน้ำ มีน้ำไม่มีดิน ดินเปรี้ยว ดินเสีย ดินเค็ม ทำอย่างไร ส่วนราชการ มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีครบหมด ไม่ว่ากรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรมีครบหมด แต่ผู้บริหารใช้ไม่เป็น หรือใช้เขาไม่ทำตามก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็กราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านเกษตร ท่านทราบไหมครับว่าวันนี้พื้นที่ดินทำเกษตรน้อยลง ประชากรมากขึ้น แต่สินค้ากลับต่ำลง มันเป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะต่างประเทศเขาบริโภคเยอะ เพราะคนเกิดมากขึ้น ที่ดินน้อยลง พื้นที่เพาะปลูกน้อยลง แต่ประเทศไทยบริหารเก่งมาก ยิ่งบริหารเท่าไรก็ยิ่งราคาต่ำเท่านั้น ผมถึงบอกว่าชื่นชม ไม่รู้เอาสมองส่วนไหนมาบริหารประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าถ้าทำไม่ได้อย่าไปเป็นรัฐบาลเลย คิดว่าจะมีตำแหน่งเท่ ๆ โก้ ๆ ผมว่าอย่าไปเป็น ถ้าไม่มีองค์ความรู้ อันนี้ฝากท่านประธานไปบอกการจัดตั้งรัฐบาล ดูแต่ละคนแล้วนั้นไม่มี องค์ความรู้แต่ละเรื่องเลย คนเก่งตรงนี้ไปทำด้านนั้น เพราะหวังอะไรครับ หวังโควตากันเพื่อจะ เป็นรัฐบาล พี่น้องเกษตรกรผมรอไม่ได้หรอกครับ วันนี้พี่น้องของผมนั้นเดือดร้อน อย่างแสนสาหัสเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ตกอยู่ในสภาพล้มละลาย ท่านจะสังเกตเห็นว่าเมื่อก่อนนี้ คนจนน้อย ปีนี้เพิ่มขึ้นมาอีกกี่ล้านคน รัฐบาลชื่นชมมาก ประกาศว่าท่านดีใจมากเลย ปรากฏทำบัตรประชาชนคนจนมากขึ้น นี่แสดงว่าบริหารงานให้คนจนมากขึ้น เขาเรียกว่า รวยกระจุกจนกระจาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า ถ้าเห็นคนจน มากขึ้น จริง ๆ ต้องบริหารว่าบัตรคนจนน้อยลง ถ้าหากว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราจะยกเลิกบัตรคนจนทั้งหมด และจะทำบัตรคนรวยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ผมเห็นแล้วผมสมเพช บริหารเท่าไรก็จนเรื่อย ปีนี้เพิ่มมาอีกกี่แสนคนทำบัตรคนจนให้ แล้วถ้าอยู่อีก ๓ ปีจะจนอีกเท่าไร ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า อยากให้รัฐบาลนี่ตั้งเสียทีเถอะ ๓ เดือนกว่าแล้วยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เห็นประกาศบอกว่า กลางเดือนกรกฎาคม เท่ากับ ๓ เดือนครึ่ง ผมว่ารอปีหน้าเลยดีไหมครับ ตั้งรัฐบาลใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เกษตรกรรอไม่ได้ จะรอได้อย่างไร ท่านครับ เมื่อคนจนมีอยู่จำนวนมาก คนรวยมีไม่กี่คนมันจะอยู่ได้ไหมครับ เห็นบอกว่าจะให้คนจน หมดประเทศก็หมายความว่าตายพร้อมกันทั้งประเทศใช่ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงภาคเกษตร ท่านต้องฟัง เกษตรกรบ้าง ผมในฐานะที่เป็นประธานกลุ่มเกษตรกรมีทั้งหมด ๗,๓๘๔ ตำบล เป็นนิติบุคคล รวมเบ็ดเสร็จแล้วมี ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน เขารอไม่ได้ เมื่อรอไม่ได้อะไรจะเกิดขึ้นครับ ความจนเห็นไหมครับ คนกลุ่มหนึ่งร่ำรวยจากคนจน ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศเห็นไหมครับ รถบีเอ็ม รถเบนซ์ ชนสะพานตาย เวรกรรม แต่พี่น้องเกษตรกรผมอยู่ชนบทยากจนขายข้าวเกวียน ๖,๐๐๐ บาท บอกพออยู่ได้ ส่งลูกเข้าเมืองหลวง ท่านทราบไหมครับก็ต้องขายตัว นั่นคือความเจ็บปวดของ พี่น้องเกษตรกรของผม เพราะฉะนั้นวันนี้กราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ถ้ารัฐบาล คิดใหม่ ทำใหม่ อย่าคิดแบบเดิม ก็ขอขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เนื่องจากผู้เสนอญัตติซึ่งเป็นผู้มีสิทธิอภิปรายก่อนตามข้อบังคับ ได้อภิปรายครบทั้ง ๑๑ ฉบับแล้ว เนื่องจากมีรายชื่อที่ท่านสมาชิกต้องการอภิปรายอีกเกือบ ๓๐ ท่าน เราจะประชุมกันต่อไหมครับ ท่านประธานชวนแจ้งไว้จะได้ขึ้นมาทำหน้าที่ประชุม เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ รายชื่อที่เราได้ส่งให้ท่านประธานเหลืออีก ๒ ท่าน ขอความกรุณาท่านประธาน ๒ ท่านนี้ ก็ถือว่าเราจะได้พักวันนี้แล้วก็ไปต่อยกยอดไปวันพุธครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ได้ครับ เชิญท่านอภิชาติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านประธานได้ให้ความกรุณาในการให้ผมได้ยื่น ญัตติร่วมกับคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส. อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในการยื่น ญัตติด่วนเพื่อพิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยให้ทางสภา พิจารณาในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาหาแนวทางในการแก้ไข และนำเรื่องเสนอให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไข ซึ่งจากการที่มีท่านผู้เสนอญัตติ ๑๑ ท่านแรก ก็ได้มีการอภิปรายชี้แจงเกี่ยวกับราคาสินค้าเกษตรตกต่ำที่เกี่ยวกับพืชที่สำคัญ ทางเศรษฐกิจอยู่ ๕ ประเภท ก็คือ ข้าว ข้าวนาปีหรือข้าวนาปรัง อ้อยโรงงาน ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ก็เป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นพืชหลักของพี่น้องเกษตรกรชาวไทย จำนวน ๑๓.๓๖ ล้านคน ที่ถือว่าเป็นแรงงานภาคเกษตร ๑ ใน ๓ ของแรงงานทั้งประเทศที่มาประกอบอาชีพทางด้าน การเกษตรที่จะหารายได้ในการเลี้ยงตนและครอบครัว ซึ่งพี่น้องเกษตรกรเหล่านี้ต้องประสบ กับปัญหาไม่ว่าภาวะความเดือดร้อนจากดินฟ้าอากาศ หรือว่าจากสภาวะการแข่งขัน ของทางด้านตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกในยุคปัจจุบันเป็นโลกยุคโลกาภิวัตน์ การแข่งขัน จากต่างประเทศค่อนข้างรุนแรง และประเทศไทยเราได้เข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN) เออีซี (AEC) ทำให้พ่อค้าของประเทศเพื่อนบ้านของเรามีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง ในการที่จะรับซื้อ หรือว่าในการที่จะแข่งขันนำสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาขาย หรือว่าบางครั้งเราก็ไปซื้อสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศของเรา อันเป็นผล ที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรของพี่น้องเกษตรกรต้องผันผวนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี ๒๕๖๒ นี้ ราคาพืชเกษตรที่มีความผันผวนอยู่ ๒ ประเภทที่ราคาตกต่ำถึงระดับติดลบ ที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรของเราขาดทุน ก็คือข้าวและยางพารา พืช ๒ ชนิดนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่ง ซึ่งพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคอีสานที่มีทั้งสวนยางพารา ที่มีทั้งการปลูกข้าว ข้าวในทางภาคอีสานของเราส่วนใหญ่จะเป็นข้าวนาปี ข้าวนาปรังจะทำการปลูกในพื้นที่ ที่มีการชลประทานที่ดี แต่ผลปรากฏว่าราคาข้าวนาปีที่ส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ เมื่อก่อนราคาดีตันหนึ่ง ประมาณตันละ ๑๗,๐๐๐ บาท ปัจจุบันราคาลดลงมาเหลือตันละ ๑๕,๓๐๐ บาท ยางพารา ที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ได้เสนอว่าราคากิโลกรัมละ ๕๐ บาท นั่นคือราคาที่ปักษ์ใต้ แต่ในราคาทางภาคอีสาน ราคาโรงงานกิโลกรัมละ ๔๐ บาท แต่ถ้าราคาที่หน้าสวนยางพาราจะมีราคาเพียง ๒๐ กว่าบาท นั่นเป็นราคาที่แตกต่างกัน และทำให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในทางภาคอีสานประสบการขาดทุน มีรายได้จาก การขายน้ำยางหรือว่ายางสดตลอดจนยางก้อนนี้ไม่เพียงพอในการที่จะมาเลี้ยงตนเองและ ครอบครัว ซึ่งนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ทางคณะรัฐบาล คสช. เข้ามาบริหาร ประเทศชาติ ภาคการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรไทยเป็นเป้าสายตาของผู้ที่สนใจทางด้าน การเมืองและนโยบายสาธารณะ เพราะว่ารัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้นำนโยบายประชานิยมมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ราคาสินค้าการเกษตรคือข้าวมีราคา ดีมาก ส่วนรัฐบาล คสช. ที่มาบริหารในช่วง ๔-๕ ปีนี้จะนำพาภาคเกษตรกรไปสู่จุดใด มีนโยบายในการบริหารภาคเกษตรอย่างไร อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งผู้สนใจทางด้านการเมือง ติดตามกันมาโดยตลอด ในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมาเราจะเห็นถึงการบริหารงานของทางรัฐบาล คสช. ที่จะใช้คำสำคัญในการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรอยู่ ๓ คำ ๑. จะต้องลดต้นทุน การผลิต ๒. จะต้องเพิ่มผลผลิต ๓. จะใช้อุปสงค์ อุปทาน มาในการแก้ไขปัญหาราคา สินค้าเกษตรอย่างสมดุล ซึ่งจะทำให้การแทรกแซงราคาสินค้าทางด้านการเกษตรไม่สามารถ ที่จะนำมาดำเนินการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นที่พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกพืชเกษตรบางชนิด ไม่สามารถที่จะได้รับการแก้ไขได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งน่าห่วงใยเพราะว่าการแข่งขันทางด้าน ราคาสินค้าการเกษตรที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีความรุนแรง และการดำเนินการของภาครัฐ อาจจะไม่ทันกาลต่อการดำเนินการของภาคเอกชน ซึ่งตอนนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดวงการค้าข้าว มีการแข่งขันกันจากต่างประเทศ ไม่ว่าของประเทศอินเดีย ของประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า เขมร พันธุ์ข้าวที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราที่มีตอนนี้ เขามีพันธุ์ข้าวที่ได้รับไปจากประเทศไทย มีการปรับปรุงพันธุ์ออกมาจนข้าวประเทศ เพื่อนบ้านแบบประเทศพม่าหรือว่าประเทศกัมพูชาชนะเลิศการประกวดข้าวหอมมะลิ เป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน และสิ่งเหล่านี้จะทำให้ราคาข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ ของไทยเรา เมื่อนำไปขายในตลาดโลกจะมีคู่แข่งที่ขายในราคาที่ถูกกว่า คุณภาพหรือว่าความหอม ความนุ่มของเมล็ดข้าวนั้นดีเท่าเทียมกันกับข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งทางรัฐบาล ในปัจจุบันจะต้องมุ่งเน้นในการที่จะมาป้องกันการปลอมปนข้าวที่จะทำให้คุณภาพ ข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ ของเราต้องด้อยคุณภาพขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อค้าส่งออกข้าว ตอนนี้มุ่งเห็นแต่กำไร มีการเอาข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ จำนวน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ไปปนกับ ข้าวพวงหอมมะลิซึ่งเป็นข้าวพันธุ์เบาที่ปลูกใหม่ ใช้ระยะเวลาไม่เกิน ๑๐๐ วัน ก็สามารถ เก็บเกี่ยวได้ผลผลิตมากนะครับ เมล็ดไม่เหมือนกัน แต่เขาปลอมปนเข้าไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดต้นทุนให้ราคาสินค้าข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ สามารถที่จะมีต้นทุนถูกลง และนำไปขายในตลาดโลก ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้ตลาดค้าข้าวของประเทศไทยเราต้องเสีย คุณภาพและเสียราคาไปในส่วนหนึ่ง หมดความเชื่อถือไป และพี่น้องเกษตรกรของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องทางภาคอีสานจะเสียเปรียบ เนื่องจากเกษตรกรที่อยู่ทางภาคกลาง จะปลูกข้าวได้ปีหนึ่ง ๔-๕ ครั้ง เป็นข้าวนาปรัง ส่วนพี่น้องเกษตรกรทางภาคอีสาน เป็นการปลูกข้าวนาปีที่ใช้ระยะเวลาตามขั้นตอน ตามระยะเวลาที่ปลูกก็คือ ๑๐๐ กว่าวัน สำหรับข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ แล้วก็ข้าวที่ขายได้ก็จะเป็นข้าวที่มีคุณภาพดี แต่ตอนนี้ มีข้าวปลอมปนที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาขายตัดราคา ทำให้พี่น้องเกษตรกร ชาวนาทางภาคอีสานของเราต้องเดือดร้อนขายสินค้าไม่ได้ ซึ่งพ่อค้าตอนนี้ก็มีการอ้างว่า ค่าเงินบาทแข็งทำให้ราคาสินค้าข้าวตกลงมา ทั้ง ๆ ที่ว่าการแข่งขันนั้นเป็นการแข่งขัน ข้าวที่ไม่มีคุณภาพจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาปลอมปน และมาตัดราคาสินค้าเกษตร ของทางไทยเรา ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งทางรัฐบาลจะต้องพึงเร่งดำเนินการ และมาตรการที่ทาง รัฐบาล คสช. ที่ผ่านมาได้พยายามออกโมเดล (Model) ในการพัฒนาภาคเกษตรโดยเน้น การบริหารจัดการอุปสงค์ อุปทานของสินค้ารายชนิด การสร้างต้นแบบของพี่น้องเกษตรกร เช่น ยัง สมาร์ต ฟาร์มเมอร์ (Young Smart Farmer) หรือว่าเกษตรกรแปลงใหญ่ รวมถึง การให้การสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนเป็นครั้งคราว เช่น โครงการ ๙๑๐๑ เป็นต้น โดยอาศัยหน่วยราชการเป็นกลไกในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาทางด้านเกษตรให้แก่ พี่น้องประชาชน แต่การดำเนินการโครงการดังกล่าวนั้นดูอาจจะมีหลักการ มีเหตุผล ในเชิงแนวคิด แต่ศักยภาพในการดำเนินการของภาครัฐนั้นยังอยู่ในขอบเขตที่จำกัด เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดที่ใหญ่และความหลากหลายของภาคเกษตรแล้ว จะทำให้ผลงาน ของทางรัฐบาลที่ดำเนินการไปไม่ปรากฏผลที่ชัดเจน เพราะว่าความล่าช้าและความไม่ชัดเจน ในเป้าหมายของทางรัฐบาล คสช. ที่ได้ดำเนินการมาในช่วงนี้ จึงก่อให้เกิดปัญหาราคาสินค้า เกษตรตกต่ำในส่วนนี้ แล้วก็เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรของเราได้รับ ความยากลำบากจากการขายสินค้าเกษตรไม่ได้ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ต้องประสบกับ ภาวะหนี้สินที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากการประกอบอาชีพทางเกษตร ดังนั้นกระผมและคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จึงได้เสนอญัตติด่วนขึ้นมา เพื่อให้ทางสภาได้พิจารณาในการหาแนวทาง ศึกษาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการ ในการพิจารณาในครั้งนี้ครับ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาครับ
ขอบคุณท่านอภิชาติครับ ต่อไปท่านอนุรักษ์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณ ผู้ยื่นญัตติทุกญัตติที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างสูงค่ะ ราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำทุกพืชพันธุ์ชนิด เกษตรกรกว่า ๒๕ ล้านคนจะดำรงชีวิตอยู่อย่างไร นั่นคือพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะลงไปนะคะว่าจังหวัดสกลนครบ้านดิฉันนั้น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่เลยทีเดียว แล้วอำเภอสว่างแดนดิน ดงพระเจ้า ดงแห่งคอมมิวนิสต์เก่านะคะ เป็นนักอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่นั้น เดี๋ยวนี้ดงนั้นได้กลายเป็นยางพาราไปหมดแล้ว แล้วก็ อีกอำเภอเจริญศิลป์นั้นดงคอมมิวนิสต์เก่าเช่นเดียวกัน ท่านประธานคะ ชื่อว่า ดงผาลาด เดี๋ยวนี้เป็นดงยางพาราที่ยิ่งใหญ่อำเภอหนึ่งในจังหวัดสกลนครเลยทีเดียว แต่เมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมานี้ต้องบอกว่ายางพารา ข้าว อ้อย มันสำปะหลังนั้นตกต่ำ เมื่อตกต่ำแล้ว เกิดเหตุการณ์อย่างไรขึ้นคะ ดิฉันจะเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า เมื่อพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำแล้วนั้นก็มีการย้ายถิ่นฐานของแรงงาน เชื่อไหมคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ว่าเฉพาะปีเดียวปี ๒๕๖๐ นั้นเด็กผู้หญิงอายุ ๑๐-๑๔ ปี คลอดบุตร ๒,๕๕๙ คน พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เมื่อพ่อแม่ย้ายถิ่นฐานแรงงานมากรุงเทพมหานคร ท่านประธาน ทั้ง ๒ ท่านอาจจะไม่เคยเห็นชินตาสักเท่าไร แต่ถ้าเป็นคนภาคอีสานเดินทางเข้ามาใน กรุงเทพฯ ๖๐๐-๗๐๐ กิโลเมตร จะเห็นรถ วีไอพี (VIP) พิกอัป (Pickup) เก่า ๆ ๓ ชั้น ชั้นแรก ติดพื้นกระบะจะเต็มไปด้วยข้าวสาร ปลาร้า ชั้นที่ ๒ อัดแน่นไปด้วยมนุษย์ที่พืชผล ทางการเกษตรตกต่ำนี่ละค่ะ เดินเข้ามารับจ้างในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีโรงงาน หรือต้องการแรงงาน แรงงานแลกเงินเพื่อส่งเงินกลับบ้าน พยุงชีวิตให้รอดทุกครอบครัว ชั้นที่ ๓ ถุงปุ๋ยเก่า ๆ ที่บรรจุเสื้อผ้าเก่า ๆ พอได้มาเปลี่ยน นี่คือภาพที่เห็นชินตาเมื่อพืชพันธุ์ ธัญญาหารทุกชนิดในประเทศไทยของเกษตรกรตกต่ำค่ะ ท่านประธานคะ น่าสังเวชใจ เป็นอย่างยิ่ง วันนี้นั้นถึงแม้ว่าจะเป็นคนสุดท้ายรอแล้วรอเล่าดิฉันก็จะยอมรอเพื่อที่จะมา ขอบคุณ ขอบคุณพลังอำนาจของพี่น้องประชาชนที่ทำให้เรามีวันนี้ค่ะ ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือผู้หญิงที่ ๑๐ ขวบ ถึง ๑๔ ขวบ ๒,๕๕๙ คนคลอด การย้ายถิ่นฐานของแรงงาน บ้านขาดความอบอุ่นค่ะ แล้วเด็กชายที่ ๑๔ ปี ถึง ๑๙ ปี ติดยาเสพติดเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ คน เราจะมีวิธีการอย่างไร ในกรรมาธิการจะศึกษาอย่างไรก็ตาม ดิฉันกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพถึงผู้มีอำนาจสั่งการ ต้องสั่งการอย่างเร่งด่วนว่าปัญหานี้จะลดน้อยถอยลง พี่น้องประชาชนคนไทย สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย เลข ๑๓ หลักค่ะ ท่านประธานคะ เขาเป็น คนไทยที่ควรจะได้รับการดูแล อย่าผลักเขาเป็นโรฮิงญาในประเทศไทย นั่นคือข้อมูล ที่ดิฉันได้บอกกล่าวว่าพืชผลทางการเกษตรนั้นสมควรที่จะได้รับราคาที่อยู่ได้ เขาไม่ต้องการ ความร่ำรวยมากมายนะคะ พี่น้องเกษตรกรบ้านดิฉันไม่ต้องการความร่ำรวยมากมาย ต้องการยางถ้วย เขาบอกว่า ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาทเท่าเงาะก็สามารถที่จะอยู่ได้แล้ว ยางพาราในภาคอีสาน ข้าว ๑๕,๐๐๐ บาท อยู่ได้แล้ว อ้อยตันละ ๑,๕๐๐ บาท อยู่ได้แล้ว มันสำปะหลัง ๔ บาท อยู่ได้แล้ว มีแต่สมองอันเป็นเลิศในประเทศไทยสำหรับ นักบริหารชั้นครูจะต้องทำให้เกษตรกรร่ำรวย แล้วการย้ายถิ่นฐานที่มีปัญหาทั้งต้นทาง และปลายทาง ปลายทางถ้าเข้ามาในกรุงเทพมหานคร ท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่า ท่านอุบลศักดิ์ ขออนุญาตเอ่ยชื่อนะคะว่าเมื่อมาอยู่ในปลายทาง เมื่อเข้ามาอยู่ใน กรุงเทพมหานครแล้วก็เป็นโสเภณีค่ะ น่าสังเวชใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ ท่านประธานคะ ดังนั้นแล้วพืชผลทางการเกษตรทุกตัวจะต้องสมบูรณ์แบบ จะต้องมีราคา จะต้องทำให้ พี่น้องประชาชนอยู่ได้อย่างสง่างาม และสิ่งหนึ่งที่นอกจากพืชผลทางการเกษตรแล้ว อีสานแล้ง ร้อน แห้ง แตกระแหงนั้นจะต้องมีน้ำ ถ้ามีน้ำจะไม่มีการย้ายถิ่นฐานเลย คนกรุงเทพฯ จะไม่ได้เรียกคนอีสานว่าอ้ายเสี่ยวเลยนะคะถ้ามีน้ำ ท่านประธานที่เคารพคะ รบกวนเวลามาก เกรงใจค่ะ ยิ่งร้อนแล้งยิ่งแห้งเหือด ยิ่งเดือดยิ่ง เพราะความจริงโหยหิว ไส้กิ่วขาด ต้องร่อนเร่เซซังพลังชาติ ด้วยอำนาจขาดพลังน้ำชอกช้ำจน ต้องการให้พืชผล ทางการเกษตรทุกตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณท่านอนุรักษ์ครับ ส่วนที่เหลือเราเลื่อนไปสัปดาห์หน้า วันนี้ผมขออนุญาตปิดประชุมนะครับ สวัสดีครับ