นิยม จี้รัฐบาลเร่งแก้วิกฤตเกษตร ชี้ช่องว่างนโยบายหลังเลือกตั้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒

นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจภาคการเกษตรที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะปัญหาขาดทุนในการขายข้าวและอ้อย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามนโยบายที่เคยสัญญาไว้ เช่น การกำหนดราคาประกันขั้นต่ำสำหรับสินค้าเกษตร และเสนอให้สภาตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาระยะยาว พร้อมชี้ให้เห็นช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความไม่เป็นรูปธรรมของนโยบายตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก วันนี้เองต้องขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้บรรจุญัตติเร่งด่วนในเรื่องของสินค้าการเกษตร ท่านประธานครับ หลาย ๆ ท่านที่พูดไปก็ถือว่าทุกท่านทราบว่าปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของ พี่น้องประชาชน เพราะคนส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือภาคการเกษตร แต่วันนี้จะเห็นได้ว่าไปที่ไหนครับ พี่น้องการเกษตรขายข้าวก็ขาดทุน อ้อยก็ขาดทุน เพราะฉะนั้นเองไม่สามารถที่จะยืนอยู่ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งขาดทุน ยังไม่พอ วันนี้ไม่มีจะกินแล้วครับ เมื่อเช้านี้ก็ฟังการปฏิรูปประเทศ ๔-๕ ปีที่ผ่านมาในการ ปฏิรูปประเทศ วันนี้พี่น้องประชาชนบอกว่าปฏิรูปปากท้องพี่น้องประชาชนก่อนได้หรือไม่ เพราะว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นสิ่งที่รับแต่ความเจ็บปวด ๕ ปีที่ผ่านมาหลังจากมีการ รัฐประหารมานี้ เพราะฉะนั้นผมลงพื้นที่ ผมไม่กล้าไปเดินในตลาดสดเลยครับท่านประธาน เขาจะถามกันว่าขายของไม่ได้ อะไรไม่ได้ ก็คือภาพรวมของพี่น้องภาคการเกษตรอยู่ไม่ได้ ท่านประธานทราบหรือไม่ครับ ข้าวเราไม่ต้องพูดถึงอดีต นโยบายอะไรที่ผ่านมาหรอกครับ แต่อะไรก็ช่างครับท่านประธาน สิ่งสำคัญถ้าพี่น้องประชาชนรากหญ้า พี่น้องภาคการเกษตร อยู่ไม่ได้ ผมเชื่อว่าประเทศอยู่ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นเองผมอยากจะกราบเรียนว่า ข้าวตันละหรือเกวียนละ ๖,๐๐๐ กว่าบาท อาจจะดูได้ตามข้อมูลข่าวสารว่า ๗,๐๐๐ กว่าบาท จริง ๆ ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าเราต้องหักค่าความชื้นบ้าง ความชื้นเฉลี่ยที่ ๒๕ ก็ประมาณ ๖,๒๐๐-๖,๓๐๐ บาทอย่างนี้เป็นต้น แล้วจะอยู่ได้อย่างไร ต้นทุนการผลิตก็ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท แล้วครับ ต่อตัน ต่อไร่ เพราะฉะนั้นวันนี้เองถ้าผมจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่า ถ้าวันนี้จะเห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทยเองวันนี้ไม่เสียโอกาสที่ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่มีนโยบายที่จะให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกรและอีกหลาย ๆ พรรค วันนี้ไม่ต้องมาตั้ง กรรมาธิการวิสามัญ ผมว่าใช้เวลานาน แต่นโยบายที่เคยพูดไว้ ไม่ว่าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้ง รัฐบาล ข้าวเกวียนละ ๑๒,๐๐๐ บาท ข้าวขาว ๕ เปอร์เซ็นต์ ข้าวหอมมะลิ ๑๘,๐๐๐ บาท ทำไปเลยครับ ไม่มีใครเขาคัดค้านหรอกครับ อ้อยตันละ ๑,๐๐๐ บาทอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผมอยากจะกราบเรียนให้ประธานทราบว่า วันนี้เองวิกฤตินะครับ ช่องว่างระหว่างคนจนกับ คนรวยห่างกันมาก ผมไปนั่งร้านอาหารมีเด็กเสิร์ฟเข้ามาผมก็บอกกับเด็กว่า กินอย่างไรก็ได้ ช่วยคุมราคาให้หน่อยอย่าให้เกิน ๖๐๐ บาท เด็กมันชี้ไปที่แกงส้มบอกว่าหม้อนี้ค่าแรงหนู ยังไม่ได้เลย ๓๐๐ บาท นี่มันถึงสะท้อนความรู้สึกของเรา เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่า วันนี้ทุกคนที่อภิปรายหรือพูดมาตั้งแต่เช้าไม่ว่าเรื่องของการปฏิรูปประเทศก็ดี แม้กระทั่ง ปัญหาของพี่น้องประชาชนก็ดี หลายท่านที่พูดออกมารู้นะครับ แต่ว่าทำไมล่ะครับวันนี้ นโยบายที่ท่านพูดไว้ เลือกตั้งตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคม จนวันนี้เองยังไม่เป็นรูปธรรมเลย เพราะฉะนั้นข้าวนาปี ข้าวนาปรัง เดี๋ยวก็ออกมา อ้อยอีก เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียน ว่าสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นไม่ว่าอ้อย ข้าว ปาล์ม พืชของแต่ละชนิด ทุกตัวที่ถือว่าเป็นปัญหา แล้วก็เดือดร้อน ผมอยากให้ทางท่านประธาน แล้วก็ฝากเพื่อนสมาชิกทุกคนตั้งกรรมาธิการ วิสามัญแล้วก็ศึกษาอย่างจริงจัง ศึกษาทั้งระยะสั้น ระยะยาว แล้วก็ศึกษาถึงอนาคตว่า พืชทางการเกษตรของประเทศไทยมันจะไปในทิศทางไหน ผมเชื่อว่าภาษีทุกบาท ทุกสตางค์ที่พี่น้องประชาชนเสียนี่ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องภาคการเกษตร มาจากรากหญ้า เพราะเขาซื้อเครื่องมือ เครื่องจักร ซื้อของกินของใช้ อุปโภคบริโภค โดนบวกภาษีมา หมดแล้ว ๗ เปอร์เซ็นต์ถือว่าปลายทาง แล้วเขาก็ไม่มีสิทธิที่จะมาขอคืน เพราะฉะนั้นภาษี ทุกอย่างที่เขาได้เสียไปนี่ให้กลับคืนมาให้เขาเถอะครับ เป็นนโยบายนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ชดเชยประกันรายได้ แม้กระทั่งจำนำที่ผ่านมา ผมยังมีความเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ได้ประโยชน์ ถึงแม้ว่าผู้ที่กำหนดนโยบายจะไม่อยู่แล้วก็จริง แต่ความหวังและความฝัน ของผมหลังจากที่บางท่านอาจจะไปติดคุกหรือออกไปต่างประเทศ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชน คิดว่าจะอยู่ดีกินดี หนักกว่าเดิมอีกครับ เพราะฉะนั้นคงจะฝากไว้ท่านประธาน เอาละครับ ผมคงจะไม่ต้องพูดมาก เรื่องที่สำคัญที่ผมได้นำเสนอก็คือเรื่องของข้าว วันนี้เอง ที่ผมไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะทำได้ ตรงไหนรู้ไหมครับ ผมดูจากตารางที่ผ่านมาขาดทุนมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ แล้วก็สิ่งสำคัญตั้งแต่รัฐประหารก็ติดลบมาตลอด ละครับ แต่ทำไมครับ ไม่เคยได้รับการแก้ไข ตรงนี้มันเป็นประเด็นที่สำคัญที่ผมอยากจะ สะท้อน เพราะฉะนั้นตอนหาเสียงก็เป็นนโยบายที่พูดกันชัดเจนเท่านั้นเท่านี้ แต่วันนี้ ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมเลย เอาละครับ ผมคงจะไม่รบกวนเวลา แล้วผมคงมีโอกาสที่จะได้ ไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็คงจะเอาข้อมูลที่เป็นรายละเอียดของพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรสะท้อนให้กับทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้รับทราบ ขอบพระคุณมากครับ