สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ชื่ออาจจะออกเสียงยากนะครับ เป็นชื่อคนมลายู อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดยะลา เกี่ยวกับรายงานความคืบหน้า เกี่ยวกับการดำเนินการการปฏิรูปประเทศที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอเข้ามา มีประเด็นที่น่าสนใจที่ได้ศึกษาในรายงานตั้งแต่เมื่อวาน มีหลายประเด็นที่ผม อยากจะอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ หรือว่าเรื่องของการศึกษา แต่ด้วยเวลาที่จำกัด ผมมีเวลา ๑๕ นาที ผมจะขอไปประเด็นที่ถือว่าน่าสนใจในเหตุผลแล้วก็รูปแบบกระบวนการที่ปรากฏ ในรายงานฉบับนี้ ผมจะขออภิปรายใน ๒ ประเด็นคือ เรื่องของด้านกฎหมาย แล้วก็ ในส่วนของกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับ ในส่วนของด้านกฎหมายที่สภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เหตุผล หรือให้กระบวนการควิก วิน (Quick Win) ไว้ การผลักดันกฎหมายลดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในสังคม ประเด็นนี้น่าสนใจ ถือว่าเป็นการพัฒนากฎหมายนะครับ ท่านประธานครับเมื่อวานวันที่ ๒๖ มิถุนายน เป็นวันต่อต้านการทรมานสากลนะครับ การต่อต้านการทรมาน การบังคับคนให้สูญหาย เป็นเหตุการณ์ที่มีอยู่มาโดยตลอด เราได้ยินมาโดยตลอดในสังคมไทยเรา และมาเป็นประเด็น ที่สาธารณะให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการบังคับให้สูญหาย เมื่อปี ๒๕๔๗ เมื่อท่านทนายสมชาย นีละไพจิตร ได้สูญหายไป และเป็นที่มาของการเรียกร้องจากบุคคล หลายฝ่ายให้มีกฎหมายฉบับนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ผมก็ไปสำรวจดูว่ามีใครเสนอกฎหมาย ฉบับนี้บ้าง ปรากฏว่ารัฐบาลที่แล้วเป็นผู้เสนอกฎหมาย โดยคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน การกระทำบุคคลสูญหาย สนช. สภานิติบัญญัติแห่งชาติผ่านรับหลักการ ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณานะครับ แต่ท้ายสุด ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใดนะครับ ไม่มีการบรรจุในวาระและพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ผมเอง ได้ยื่นกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อขอทราบความคืบหน้าและความคิดเห็นเกี่ยวกับ กฎหมายที่ไม่ผ่านสภาในรัฐบาลครั้งที่แล้วว่ามีแนวความคิดที่จะพัฒนา มีแนวความคิด ในการที่จะนำเสนอกฎหมายฉบับนั้นหรือไม่อย่างไรนะครับ การดำเนินการตามแผน การปฏิรูปประเทศเรามองภาพรวมแล้วถือว่าเป็นเจตจำนงในการที่จะพัฒนานำไปสู่ สิ่งที่ดีกว่า ฉะนั้นกฎหมายอะไรที่เป็นตัวปัญหาให้กับสังคมนะครับ ตามแนวทางการปฏิบัติ เรื่องการผลักดันกฎหมายลดความเหลื่อมล้ำ ลดปัญหากฎหมายที่ไม่เป็นธรรมในสังคม ทบทวนกฎหมายที่ล้าหลัง ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากอภิปรายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของร่างพระราชบัญญัติป้องกันการปราบปรามการทรมานสักครู่นี้ก็เป็นสิ่งที่สภาหรือ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาทบทวนในการนำเสนอเข้ามาในสภา ผมเองเป็นผู้หนึ่ง ที่กำลังรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้ามาในสภาเช่นเดียวกัน เพราะว่าประเทศไทยเราลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมาน รวมถึงในส่วนของ อนุสัญญาการคุ้มครองการบังคับบุคคลให้สูญหาย กฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่เราเห็นว่า เป็นกฎหมายที่มีมาตรฐาน มาตรฐานการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้อยกว่า กฎหมายอาญาปกติที่มีการบังคับใช้ในสังคมไทยมาเป็นระยะเวลานาน นั่นคือ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ตราขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๔๕๗ ปัจจุบันนับได้ ๑๐๕ ปี กฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีมาตรฐานในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพด้อยกว่ากฎหมายอาญาปกติ ต้องรับพิจารณา ต้องพิจารณาทบทวน เพราะเราได้รับการร้องเรียนมาโดยตลอดว่า การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ โดยเจ้าหน้าที่บางกลุ่มบางฝ่าย มีการใช้กฎหมายโดยไม่สุจริต มีการบังคับ มีการซ้อม มีการทรมาน มีการข่มขู่ ขู่เข็ญ เพราะกฎหมายไม่มีมาตรฐานในการ ให้ตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ กฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่มีการบังคับใช้ และมีการประกาศใช้โดยคณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกันก็คือ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ ซึ่งมีการประกาศใช้ ช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๘ หลังจากที่มีเหตุการณ์โดยคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ประกาศ บังคับใช้ เป็นพระราชกำหนด กฎหมายฉบับนี้ก็มีปัญหาเรื่องของการร้องเรียนว่าผู้ปฏิบัติใช้กฎหมาย โดยไม่สุจริต มีการบังคับโดยประชาชนผู้ที่ถูกใช้กฎหมายไม่อยู่ในสถานะหรือสภาวะที่จะ คุ้มครองสิทธิตามกฎหมายอาญาปกติได้ กระบวนการในการใช้กฎหมาย พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรฐานในการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมาย โดยศาลยุติธรรมก็ด้อยกว่าการใช้กฎหมายอาญาปกติ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผมไม่แน่ใจว่าก่อนหน้าที่จะมีการนำเสนอรายงานฉบับนี้ มีใครหรือมีหน่วยงานใดกล่าวถึงกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ด้วยหรือไม่ ผมก็อยากจะฝากอภิปราย เข้าไปในที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อฝากให้กับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินำไป พิจารณาต่อไป สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้รวบรวมนำเสนอให้กับ ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาเพื่อปฏิรูปกฎหมาย นำไปสู่การปฏิรูปประเทศในอนาคต ตามเป้าประสงค์ของแผนชาติ กฎหมายที่มีปัญหาที่เราคิดว่าเป็นปัญหาแล้วเราจะต้อง ร่วมกันพิจารณาวิธีปฏิบัติ ร่วมกันพิจารณาในส่วนของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา หรือค่าทดแทนค่าชดเชยจำเลย ในคดีอาญา กฎหมายฉบับนี้ตราขึ้นบนพื้นฐานของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ของผู้ที่เป็นผู้เสียหายและผู้ที่เป็นจำเลยในคดีอาญา เอาไปตอบกับสาธารณชน ไปตอบกับ ชาวโลกได้ว่าประเทศไทยมีกฎหมายฉบับนี้ แต่เราไปดูเนื้อหาจริง ๆ แล้วเราสามารถ บังคับใช้ได้มากน้อยเพียงใด กฎหมายระบุว่าจะจ่ายเงินทดแทนให้กับจำเลยในคดีอาญาได้ เมื่อมีคำพิพากษาว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็น ความผิด และศาลยุติธรรมเมื่อพิจารณาคดี ศาลตั้งบนสมมติฐานว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ พยานหลักฐานในการนำสืบ หากเกิดข้อระแวงสงสัย ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ยกฟ้อง พิพากษาอย่างนี้เรียกร้องค่าทดแทนได้ไหมครับ ไม่ได้ นี่คือประเด็นปัญหาที่ถ้าเรา จะปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปกฎหมาย ลดความเหลื่อมล้ำ กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมก็ต้องทบทวน ฝากด้วยนะครับทางคณะที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ระเบียบข้อบังคับที่ใช้อยู่ในประเทศนี้ อะไรที่เป็นปัญหา สร้างเงื่อนไขที่ย้อนแย้งกับแนวคิดที่จะปฏิรูปประเทศ นำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น นำไปสู่ความเป็นผู้เจริญ ขอให้ทบทวนการสแกน (Scan) ใบหน้าที่มีประกาศใช้ในพื้นที่ เหตุผล การสแกน (Scan) ใบหน้าเรื่องของกรณีที่มีการซื้อซิม (Sim) โทรศัพท์เป็นการละเมิดสิทธิ ขั้นพื้นฐานของประชาชนหรือไม่ มีข้อเรียกร้องจากประชาชนในพื้นที่ และมีการบังคับใช้ ทั่วประเทศหรือไม่ อย่างไร อดีตเราเคยมีข้อเสนอให้มีการจดทะเบียนผู้ขออนุญาตเปิดใช้ ซิม (Sim) โทรศัพท์ เพราะต้องการเรียกร้องเพื่อต้องการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ใช้ซิม (Sim) ใบนี้ หมายเลขนี้ แต่มาตรฐานเจตนารมณ์ในการออกข้อกำหนดดังกล่าวนั้นเพื่อเป็นการ ควบคุมเพราะมีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่แล้วก็ยังไม่เกิดผลสัมฤทธิ์นะครับ ก็มีการออกมาตรการการสแกน (Scan) ใบหน้าอีก ถามว่ามาตรการดังกล่าวนี้ผลสัมฤทธิ์ของมันคืออะไร แล้วจะเอาการสแกน (Scan) ใบหน้านี้ ไปทำอะไร ต้องตอบให้ได้ นี่เป็นข้อกังวลที่ประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้เราตรวจสอบ ให้เรา สอบถามกับทางหน่วยงานราชการความมั่นคง ซึ่งผมเชื่อว่าเจตนารมณ์ในการออกกฎหมาย ออกระเบียบเพื่อที่จะให้มีการคุ้มครองสิทธิ คุ้มครองหลักประกันความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่เราออกกฎหมาย ออกข้อบังคับ ออกระเบียบไป ต้องไม่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และถ้าจำเป็นต้องตอบให้ได้ว่าทำแล้วผลของมัน คืออะไร ได้ดีมากน้อยเพียงใด คุ้มหรือไม่ นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากนะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของด้านกระบวนการยุติธรรม ผมมีเวลาอีก ๓ นาที ด้านกระบวนการยุติธรรมนะครับ กระบวนการยุติธรรมรวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นธรรม นี่คือ สิ่งที่คนที่อยู่ในวงการศาล คนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมจะทราบอยู่เสมอว่า หลักการ รวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นธรรม เป็นสิ่งที่จำเป็น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิ ของประชาชน หลักแล้วประชาชนต้องได้รับการปล่อยชั่วคราว จะไม่อนุญาตให้ ปล่อยชั่วคราวได้ต้องมีเหตุผล ๑ ๒ ๓ ๔ ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย เราทำอย่างไรให้ลบ คำกล่าวของคนในอดีตที่บอกว่า คุกมีไว้ขังคนจน ตรงนี้ต้องช่วยกันพิจารณาว่าเราจะกำหนด มาตรการอย่างไร กองทุนยุติธรรม กองทุนการประกันตัว คนจนยื่นคำร้องที่สำนักงาน ยุติธรรมจังหวัด ส่งคำร้องเป็นคอขวดกลับมาที่กรมพิจารณา กว่าจะได้รับการพิจารณา เงื่อนไขใหญ่คดีสำคัญ คดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้รับอนุมัติ ในวงเงินให้ประกันตัว เหล่านี้เป็นปัญหาที่ผมอยากจะฝากกับทางเลขาธิการ ท่านคณะทำงาน ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เป็นผู้มารับฟังความคิดเห็นของสภาแห่งนี้ ในวันนี้ว่าเราเจตนาดีในการที่จะร่วมกันปฏิรูปประเทศ วันนี้ผมอาจจะพูดเหมือนกับจะไปอยู่ ฝ่ายค้าน ผมมีเจตนาต้องการที่จะนำปัญหาที่เราได้ยิน ได้เห็น ได้สัมผัสกับประชาชนในพื้นที่ มานำเสนอเพื่อที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศ ร่วมกันปฏิรูปประเทศตามเจตจำนงของ แผนพัฒนาชาติครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน