รังสิมันต์ ตั้งข้อสังเกตการใช้อำนาจรัฐ ชี้กระทบสิทธิ-ความยุติธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒

รังสิมันต์ โรม แสดงความกังวลต่อรายงานความคืบหน้าที่ดูสวยงามเกินจริง โดยตั้งประเด็นอภิปรายในด้านกฎหมาย ความยุติธรรม และการทุจริตภายใต้รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้การใช้อำนาจออกกฎหมายและคำสั่งต่าง ๆ ภายใต้การนำของหัวหน้า คสช. กระทบสิทธิเสรีภาพประชาชนและไม่ถูกระบุในรายงาน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะคดีทหารและคดีการเมือง พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปอย่างแท้จริงแทนการปรับปรุงผิวเผิน โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ถูกละเลย

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ก่อนอื่นผมได้อ่านรายงาน ความคืบหน้า ผมพบว่าที่อ่านมาสวยหรูมาก สวยหรูจริง ๆ ดูดีเสียหมด เหมือนกับไม่ได้เป็น เหตุการณ์ ไม่ได้เป็นสิ่งที่สะท้อนออกมาจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นตลอด ๕ ปีที่ผ่านมาภายใต้ การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ มีด้วยกันทั้งหมด ๓ เรื่อง เรื่องแรกเป็นในเรื่องของกฎหมาย เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของ ความยุติธรรม และเรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ

ในเรื่องของกฎหมายผมพบว่ารายงานฉบับนี้ได้ให้ความสำคัญกับการ ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อชีวิตประชาชน หรือที่เรียกกันว่า เรกูลาทอรี กิลโลทิน (Regulatory Guillotine) มีการปรับปรุงให้มีกฎหมายกลางเพิ่มประสิทธิภาพ และลดผลกระทบจากผลการบังคับใช้กฎหมาย แต่ท่านประธานครับ ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ชื่ออาจจะฟังคล้าย ๆ กับคณะรัฐประหารหลายคณะ แต่ไม่เป็นอะไร ได้มีการออกประกาศการกระทำและคำสั่ง ต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ที่อ้างความมั่นคงของชาติ แต่แท้ที่จริงแล้วนั้นคือการปิดปากของประชาชน มีการออก พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ แต่แท้ที่จริงแล้วคือการสร้างกฎเกณฑ์และสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่ต้องการแสดงออก ของประชาชนนั่นเอง มีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ที่ให้อำนาจทหารเข้าค้น เคหะสถาน หรือควบคุมตัวประชาชนได้นานถึง ๗ วัน ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน วิพากษ์วิจารณ์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากนัก ก็อาจจะมีทหารไปหาท่านประธาน ที่บ้านได้เช่นเดียวกัน มากไปกว่านั้นครับท่านประธาน มีการออกคำสั่งอีกหลายคำสั่ง ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นกฎหมายผังเมือง เพื่อให้กับการสร้างโรงงานบางประเภท ลัดขั้นตอน อีไอเอ (EIA) ให้อำนาจ กสทช. ควบคุมเนื้อหาของสื่อมวลชน รวมทั้งยังสั่งลงโทษได้ มากไปกว่านั้นมีการยืดหนี้ค่ายมือถือแบบไม่มีดอกเบี้ยนานถึง ๑๐ ปี ที่สำคัญไปกว่านั้นครับ มีการออกคำสั่งทวงคืนผืนป่า เหมือนจะดี เพราะเราไม่มีป่าไม้กันมากเท่าไร แต่ผลที่ตามมา คือมีประชาชนชาวบ้านถูกจับกุมดำเนินคดี ทั้ง ๆ ที่เขาอาศัยมาก่อนที่จะมีอุทยานด้วยซ้ำไป นี่ยังไม่นับรวมถึงการออกคำสั่งที่ปิดเหมืองทอง และอาจจะสร้างความเสียหายให้กับ ประเทศไทยของเราเป็นมูลค่ามากกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท กฎหมายและคำสั่งเหล่านี้ ถ้าไม่ออกโดยหัวหน้า คสช. ที่นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ออกโดยสภาตรายาง หรือ สนช. ที่วันนี้ได้กลายสภาพไปเป็น ส.ว. เรียบร้อยแล้ว ไม่มีวาระเหล่านี้อยู่ในรายงาน ฉบับนี้เลยแม้แต่น้อย

ด้านที่ ๒ ที่ผมคงต้องเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมา ในเรื่องของ ความยุติธรรม มีการบอกเอาไว้ในรายงานฉบับนี้ว่าจะมีการรับแจ้งความทุกท้องที่ ห้ามนำ ผู้ต้องหาออกแถลงข่าว จัดให้มีทนายความทุกสถานีตำรวจ มีการปล่อยตัวชั่วคราว ในวันหยุดราชการ แต่ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้กลับไม่มีการพูดถึงคดีในศาลทหาร ที่จับกุมโดยทหาร พิพากษาพิจารณาคดีโดยทหาร ณ วันนี้จากข้อมูลของไอลอว์ (iLaw) เรามีคดีในศาลทหาร อยู่ทั้งสิ้น ๑,๗๒๓ คดี แล้วอย่างนี้เราจะปฏิรูปอะไรกัน เราจะทำอย่างไรกับประชาชน ที่ต้องกลายเป็นจำเลยจากกฎหมายและคำสั่งของ คสช. เราจะทำอย่างไรกับชาวบ้าน ๑๔ คนที่ต้องถูกจำคุกจากคำสั่งทวงคืนผืนป่า เราจะทำอย่างไรกับชาวบ้านอำเภอเทพาที่ถูก ดำเนินคดี เพียงเพราะเขาต้องการปกป้องสิ่งแวดล้อมจากการพยายามสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ไม่มีประเทศไหน หรือมีน้อยมากที่กำลังยอมรับว่าถ่านหินเป็นสิ่งที่ใช้ได้ในเรื่องไฟฟ้า เราจะทำอย่างไรกับการที่นักกิจกรรมจำนวนไม่น้อยที่อยู่ตรงข้ามกับ คสช. ถูกทำร้ายร่างกาย อย่างเป็นระบบและมีความต่อเนื่อง เราจะทำอย่างไรกับชนกลุ่มน้อยที่ถูกทหารวิสามัญ ฆาตกรรม มีกล้องวงจรปิดครับท่านประธาน แต่แล้วมันก็หายไป ปัญหาที่แท้จริงของ กระบวนการยุติธรรมไทยคือการที่เราใช้มันเป็นเครื่องมือโดยผู้ที่ยึดกุมอำนาจทางการเมือง ใช้เล่นงานบุคคลตรงข้ามหรือกลุ่มตรงข้าม คำถามคือสิ่งที่เสนอมาในรายงานฉบับนี้จะแก้ไข ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร นี่ไม่ใช่การปฏิรูปครับ แต่มันแค่เพียงการปรับปรุงปรุงแต่ง เพียงเล็กน้อยเท่านั้น กล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงท่านประธานเป็นนักกฎหมายผมเองก็เป็น นักกฎหมาย เราต่างรู้ดีว่าการปล่อยตัวชั่วคราวโดยหลักมันคือสิทธิของพวกเราทุก ๆ คน แต่วันนี้ในรายงานเล่มนี้กลับมาโฆษณาในทำนองว่านี่คือการปฏิรูปกฎหมายแล้ว ท่านครับ อย่าเอาความไม่สะดวกของราชการแล้วท่านไปปรับปรุงตรงนี้แล้วบอกว่านี่คือความสำเร็จ ที่ผ่านมาท่านแค่ไม่สะดวก ท่านแค่อยากนอนอยู่บ้าน แล้วท่านก็ปล่อยให้คนอีกจำนวนมาก ต้องถูกขังในช่วงวันเสาร์ วันอาทิตย์ ในช่วงเวลาที่ท่านอยู่ที่บ้านดูทีวี (TV) หรือทำอย่างอื่น มันไม่ใช่การปฏิรูปเลยครับ ในด้านอื่นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือ ประพฤติมิชอบ มีการโฆษณาครับท่านประธานว่าต้องการรณรงค์ให้ประชาชนรังเกียจ การทุจริตคอร์รัปชัน แต่ท่านประธานครับ มีประชาชนจำนวนไม่น้อยเขาอยากจะตรวจสอบ อุทยานราชภักดิ์ เขานั่งรถไฟฟรีไปดูหน่อยว่าอุทยานราชภักดิ์ที่ว่ามีการโกงกัน มีการหักหัว คิวกันมันมีจริงไหม ผลคืออะไรครับ ถ้าท่านประธานอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นท่านประธาน อาจจะเป็นหนึ่งในจำเลยร่วมกับจ่านิว คือถูกทหารจับกุมดำเนินคดีที่จังหวัดราชบุรี ประชาชนต้องการการตรวจสอบทุจริตครับ แต่เขาทำไม่ได้ นี่ยังไม่รวมถึงการตีแผ่ ทุกรายละเอียดข้อมูลธุรกิจของลูกชาย พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา ที่มีการตั้งอยู่ในค่ายทหาร แล้ว พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา ก็ได้แถลงเอาไว้ ณ ที่นี้ในรัฐสภาว่ามีอยู่จริง ยืนยัน