สงวน ชี้ร่าง ป.ร.บ. ปฏิรูปขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒

สงวน พงษ์มณี ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความไม่สอดคล้องระหว่างเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญกับบทบัญญัติในกฎหมายฉบับต่าง ๆ โดยเฉพาะในประเด็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานปฏิรูป การจัดสรรงบประมาณ และการตรวจสอบการทุจริต พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารและการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด รวมถึงการคุ้มครองสิทธิของประชาชนจากการกระทำที่อาจละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้ผมไปอ่านเอกสารเพิ่มเติมเยอะแยะ เจตนาเมื่อคืนนี้ ผมต้องการจะสื่อสาร ๒ ฉบับ แต่ไม่มีโอกาส ผมจะพูดถึงเรื่องมาตรา ๑๘ ของ พระราชบัญญัติของท่าน ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ ใน (๑) ท่านสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการ และเงื่อนไขในการทำงานและการปฏิรูปประเทศ แล้วพอมา (๔) ท่านก็มีหน้าที่ ในการนำเสนอต่อหน่วยงานต่าง ๆ ท่านครับ ผมเองใกล้ชิดกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติมานาน เคยเป็นคนกำกับดูแลโครงการต่าง ๆ ของสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติภาคเหนือหลายโครงการ แต่วันนี้ต้องเรียนท่านว่า คณะกรรมการที่ท่านทำอยู่ขณะนี้เป็นการออกกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ และ หมวดที่กำหนดว่าต้องปฏิรูป ท่านครับมันจะเหมือนกับครั้งนั้นหรือเปล่าที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ต้องมีความพยายามที่จะให้หน่วยงานของท่านมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศ คือคณะกรรมการตามมาตรา ๘๙ แต่รัฐสภาก็เขียนไปอีกแบบหนึ่ง กลายเป็นว่าท่านก็ไม่ได้ เข้าอยู่ในโครงสร้างตามรัฐธรรมนูญต้องการ ตามเจตนารมณ์ที่เขียนไว้ ก็กลายเป็นสภาของ ท่านอานันท์ ปันยารชุน ที่เข้ามานั่ง ก็ทำอะไรไม่ได้มาก ไปล้อกับกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือ กฎหมายว่าด้วย กกต. เราพูดกันอย่างหนึ่ง ท่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็อยู่ ใคร ๆ ก็อยู่หมด พอออกมาเป็น กฎหมายก็กลายเป็นกระทรวงการเลือกตั้งไปเลย ผมพูดทั้งหมดเพื่อจะโยงว่าเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญกับกฎหมายฉบับที่ท่านถืออยู่ ปี ๒๕๖๐ พ.ร.บ. นี้อาจจะไม่สอดคล้องต้องกัน แต่ผมจะมองว่าในเส้นทางหนึ่งครับท่าน คือเส้นทางยุทธศาสตร์ชาติมีท่านเป็นคนกำกับ มีรถวิ่งอยู่เส้นทางนี้ ๑๑ คัน แต่จริง ๆ แล้วด้วยความเข้าใจของผมในการอ่านรัฐธรรมนูญ และอ่านบันทึกการประชุมของการเขียนกฎหมาย มองเห็นชัดเจนว่าคนที่จะทำหน้าที่ ของท่านน่าจะเป็นการเสนอแนะแล้วยังกำกับดูแลฝ่ายรัฐบาล คือคนบริหารเงิน ท่านครับ มันอีหลักอีเหลื่อกันหลายอย่าง มันซ้อนไปซ้อนมาหลายอย่างจนผมงงว่าจริง ๆ แล้วมันจะทำ อะไรได้หรือไม่ ท่านครับการปฏิรูปแต่ละด้าน รถ ๑๑ คันของท่านมันมีหมดครับท่าน ปฏิรูประบบราชการตามรถคันที่ ๒ กับสุดท้ายแล้วเป็นเรื่องของคันที่ ๑๑ คือเรื่องของทุจริต ใช่ไหมครับ แต่ละเรื่องมันพันกันหมดเลย มันไม่สามารถจะแยกเป็นเรื่อง ๆ ตามที่ท่านทำมา ผมยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง ทุจริตของประเทศนี้ ถ้าท่านจะปฏิรูปทำไมไม่มีการแนะนำ หน่วยงานต่าง ๆ ติดตาม คณะทำงานเรื่องราคากลางของโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะ เมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ทั้งหลาย นี่คือตัวปัญหาของการทุจริต ไม่มีใครพูดถึงเลย ผมจะชวนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน ท่านต้องคิดให้ดีมีส่วนร่วมในการดูแลปฏิรูป ไม่ใช่ไปเขียนบทความอะไรต่าง ๆ แบบนั้น ท่านต้องตรวจสอบกระบวนการสะสมทุนของ คนที่ท่านอยากตรวจสอบ กระบวนการสะสมทุนของครอบครัวเขามาจากอะไร ถ้าเขาเป็น นักธุรกิจเขาร่ำรวยไปอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรเลยกินเงินเดือนมา ทำไมวันนี้ เขารายงานทรัพย์สินขนาดนั้น กระบวนการปฏิรูปต้องดูว่ามันมีช่องว่างตรงไหน ท่านครับ ท่านบัณฑูรเคยตอบคำถามเป็นเอกสารถึงสภา ขออนุญาตท่านประธานสั่งเลขาธิการไปดูว่า ท่านตอบเป็นเอกสาร ผมถามไปท่านก็ตอบเป็นเอกสารมารัฐสภาว่า อำนาจตามมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ ของกฎหมายวิธีการงบประมาณเป็นอำนาจเฉพาะมอบให้ใครไม่ได้ แล้วก็มอบให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด มอบให้อธิบดี มอบให้ปลัดกระทรวงไปเปลี่ยนแปลงงบประมาณหมดเลย ตัวนี้มันต้องปฏิรูปท่าน เมื่อกฎหมายไม่เปลี่ยน มาตรา ๑๘ บอกว่าเงินหลวงต้องออกเป็น พระราชบัญญัติ จะแก้ไขเพิ่มเติมก็ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติเพิ่มเติม พอมาตรา ๑๙ กฎหมายเดิมมาบอกว่า การเปลี่ยนแปลงข้อความ หรือว่าข้อมูล หรือว่า สารบัญญัติตามมาตรา ๑๘ ให้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและ ผอ. สำนักงบประมาณ ผอ. สำนักงบประมาณเซ็นเองมอบอำนาจไปหมดเลย มันมีผลต่อการทุจริต ผมมองอย่างนั้น ท่านเลขาธิการครับท่านช่วยกรุณาไปดูเรื่องนี้ การปฏิรูปต้องทำอย่างนี้ การทำงานต่าง ๆ ของรถ ๕ คัน ถ้ามันละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิ ท่านต้องแก้ไข ผมยกตัวอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ไฟฟ้าฝ่ายผลิตนี่ไปอย่าง ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคท่านขยายเขตไฟฟ้าไม่ว่าจะเกษตร หรืออะไรก็ตามมันจะขยายไกลเสียเงินเยอะ วินาทีที่เขาจ่ายไฟเขายึดสิ่งที่ประชาชนออกเงิน ไปหมดเลย เป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน เวลาเขาไม่ได้จ่ายเงินเดือนก็ตัดไฟเขาอีก นี่คือการละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิ เมื่อก่อนนั้นดูเหมือนว่าจะเขียนไว้ในมาตรา ๒๙ คราวนี้ ดูเหมือนจะเป็นมาตรา ๒๖ อธิบายอย่างชัดเจนว่าละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิมีตรงไหนบ้าง ท่านประธานครับไม่มีเวลามาก แต่ผมยืนยันว่าวันนี้ประมุขอาจจะใช้ภาษานี้ไม่ได้ก็ได้ ท่านประธานฝ่ายนิติบัญญัติผมดีใจครับท่าน ท่านเป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติของ พลเมืองโดยแท้ เพราะหลายอย่างที่ผมเห็นต่างท่าน และหลายอย่างที่ท่านเห็นต่างกับผม มันจบลงตรงนี้ ผมไม่อยากให้พวกเราไม่ปฏิรูปกันเอง พวกเราต้องไม่ทะเลาะกันเองด้วยในหมู่นักการเมือง วันนี้ท่าน มาตรา ๑๓๐ มาตรา ๑๓๑ มาตรา ๑๓๒ เปลี่ยนแปลงระบบสภาไปหมดครับ ผมถึงบอกว่าเมื่อผมมีโอกาสไปร่างข้อบังคับ ผมจะพยายามทำให้มันดีที่สุด แล้วให้มันมี ช่องทางออกให้เราสามัคคีกันได้ ให้เราทำงานเพื่อประเทศชาติได้ ท่านครับรัฐใดที่ใช้อำนาจ เป็นกฎหมายวิกฤตครับ หายนะครับ เราต้องให้รัฐไทยเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องบังคับเขา ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายครับ ทุกวันนี้ที่มีปัญหาเนื่องจากรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ สั่งว่า ๕ ปีต้องแก้ไข เพราะว่าเขตอำนาจขององค์กรต่าง ๆ จะซ้ำกัน ไม่มีใครทำเลย ก็เกิด การยึดอำนาจ วันนี้ผมไม่โทษใคร ผมโทษพวกเรากันเอง ถ้าเรายังทะเลาะกันอย่างที่ เขาต้องการ เรายืนอยู่ไม่ได้แล้วครับ วันนี้เป้าหมายคือพัฒนาบ้านเมืองเพื่อประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน