ขจิตร ชี้ปัญหาราคายางถูก วอนรัฐเร่งช่วยเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒

ขจิตร ชัยนิคม หารือปัญหาราคายางพาราตกต่ำในพื้นที่อุดรธานี วิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐที่ไม่เอื้อเกษตรกร และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนการแปรรูปยางและพัฒนาช่องทางการตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนยาง

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรมา กฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๐ เขาบอกเริ่มต้นที่วันเลือกตั้ง แต่ชาวบ้านพอเลือกปุ๊บ หรือยังไม่เลือก เขาเสนอปัญหาผู้แทนราษฎรแล้ว เริ่มชีวิตการเป็นผู้แทนราษฎรไม่ใช่จะมาเริ่มวันที่ทำอะไร อยู่ในสภานี้ เพราะฉะนั้นตั้งแต่เลือกตั้งมา ผมพบประชาชน พบปัญหามากมาย แต่สิ่งที่ ประชาชนเสนอเป็นลำดับต้น ๆ คือเรื่องราคายางพารา ผมถูกเชิญไปดูเรื่องตลาดยางพาราที่สหกรณ์ยางพาราที่ห้วยปลาโด อำเภอบ้านดุง ไปดูการขายยางพาราที่นั่น ขายยางถ้วยก็ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่า ให้หาวิธีช่วย แล้วเขาก็บอกว่าวิธีการรัฐบาลเดิม ๆ ที่บอกว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีนโยบาย ที่ผมใช้คำว่า ประชาชนวิจารณ์ว่าแย่มาก ใช้ไม่ได้ เขาปลูกยางมา ๕ ๖ ๗ ปี พอเขาจะ กรีดยางปีแรกเริ่มรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์นี่ละ เขาบอกให้มีนโยบายให้เขาขาย ต้นยาง ล้มต้นยางทิ้ง นี่ไม่ใช่นโยบาย เป็นเชิงปฏิบัติการเลย เกษตรอำเภอไปรวบรวมมาใครจะตัด ยางทิ้งไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท มันเป็นความเจ็บปวดของคนสวนยาง เขาปลูกมาจนกระทั่ง ได้กรีดยาง ๗ ปี แล้วไปจ้างเขาจะโค่นทิ้งแล้วปลูกอย่างอื่นแทน เป็นนโยบายที่แย่มาก แล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อประยุทธ์อีกแหละ จะเป็นเพราะว่าท่านอับจนปัญญาในการที่จะนำ ยางพาราไปขาย ท่านก็พูดว่าใครอยากขายยางราคาแพงไปขายที่ดาวอังคาร คำพูดก็คือว่า ไม่มีปัญญาแล้วอยากไปทำอะไรก็ไปทำกันเอง ชาวยางพาราชาวสวนยางก็เลยไปตั้งกลุ่ม ไปตั้งสหกรณ์ ไปตั้งตลาดเอง วันนี้ขายยางถ้วย ท่านประธานครับ ผมพูดในฐานะที่ไปดู สวนยางภาคอีสาน ส่วนมากวันนี้เขาทำยางถ้วยครับ คือกรีดยางผสมน้ำกรด เสร็จแล้วก็ได้ ก้อนยางมาเขาก็จะไปขาย ตอนนี้ราคาอยู่ ๒๕ บาท ๒๔ บาท ๒๒ บาท ซึ่งถือว่าถูกมาก ไม่คุ้มทุน ชาวสวนยางพาราต้องตื่นดึกมาก ๖ ทุ่ม ตีสอง ไปกรีดยาง กรีดยางเสร็จกว่าจะเอา น้ำกรดไป เสร็จก็ประมาณสัก ๘ โมงถึงจะได้กลับมานอน ชีวิตชาวสวนยางลำบากครับ ถ้าลำบากแล้วราคาไม่คุ้มทุนอีก ผมจึงมีความเห็นว่าเป็นเรื่องด่วนมากที่ใครก็ตาม ซึ่งวันนี้ ผมพูด ผมก็วังเวงเหมือนกันท่านประธาน ผมไม่รู้ผมพูดจะให้ใครรับปัญหาไป นายกรัฐมนตรี เราก็คนที่ ๓๐ ยังไม่ได้ถวายสัตย์ ครม. เราก็ชุดที่ ๒๙ ชุดที่ ๒๙ นายกรัฐมนตรีชุดที่ ๓๐ แล้วนายกรัฐมนตรีชุด ๓๐ ยังไม่ปฏิญาณตนก็มานั่งประชุม ครม. ไม่รู้อะไรกันแน่ แต่ว่า เมื่อสภาเปิดให้ดำเนินการผมก็ต้องพูด พูดผ่านประธานไป ไปยังคนที่ทำเรื่องยางพารา อยู่ทั่วประเทศ อันนี้ผมไม่นับว่าชาวสวนยางพาราภาคใต้ซึ่งเดือดร้อนมากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงอยากกราบเรียนไปยังรัฐบาล อย่างไรเราก็ขาดรัฐบาลไม่ได้ ถึงแม้ว่า จะเป็นชุดไหนบวกชุด ๒๙ บวก ๒๐ ก็เป็นกันไปเถอะนะครับ แต่ว่าให้ดูแลความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ชาวสวนยางต้องการสนับสนุนเรื่องสหกรณ์บ้าง ไปทำไปเปลี่ยนแปลง ผลิตภัณฑ์ยาง ทำอย่างไรเขาถึงจะมีเครื่องมือ คนภาคอีสาน ยางภาคอีสานทำไม กลุ่มสหกรณ์จึงจะมีงบประมาณลงไปช่วยเหลือให้แปรรูปยางก้อนให้เป็นยางแผ่น ยางเครป (Crepe) หรือยางอะไรซึ่งทำง่าย ๆ โดยการรีดน้ำออกประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ทำเป็น แผ่นหยัก ๆ ที่เป็นหลุม แล้วก็ขายได้ราคามากขึ้น เรื่องอย่างนี้รัฐบาลต้องไปส่งเสริม ไม่ใช่ไปบอกให้เขาตัดต้นยาง ความเจ็บปวดมาก แล้วผมไปที่ไหนพี่น้องชาวสวนยางเขาจะ บ่นให้ฟังเป็นประจำ ซึ่งราคาผลิตผลทางการเกษตรที่หลาย ๆ ท่านกำลังเสนออยู่ก็ชัดเจน อยู่แล้ว มันเป็นความเดือดร้อนจากภาคใต้ขึ้นภาคเหนือทั่วภาคอีสานสำหรับยางพารา ขณะนี้รถพิกอัป (Pickup) ที่ชาวสวนยางดาวน์ (Down) มาแล้วก็ถูกยึด ถูกยึด ถูกยึดจำนวน ไม่ถ้วน เป็นความเดือดร้อนแสนสาหัสที่คนที่เป็นรัฐบาล ถ้ารัฐบาลอยู่เดี๋ยวนี้ต้องเปลี่ยน นโยบาย ต้องเปลี่ยนนโยบายการผลิตยางพารา เรื่องการผลิตชาวบ้านเขามีวิธีการเขาขยัน เขาทำเองครับ แต่เรื่องการขายนี่ช่วยหน่อย ตลาดที่อยู่สวนยางเบื้องต้นหรือว่าแหล่งที่จะต้องแปรรูป ผลิตภัณฑ์เบื้องต้นสำหรับคนขายยางให้เขาลืมตาอ้าปากได้ ให้เขามีรายได้มากขึ้น เป็นเรื่องที่ รัฐบาลควรจะทำ ท่านประธานครับ ผมบอกชาวบ้านผมครับ เวลาไปหาเสียงผมจะบอกว่า พี่น้องเกิดมายากจนไม่ใช่ความผิดของพี่น้อง พี่น้องขยันปลูกยาง ปลูกข้าว ปลูกอะไร ได้ผลผลิตแล้วขายราคาตกต่ำไม่ใช่ความผิดของพี่น้อง แต่เป็นความผิดของรัฐบาล เป็นความผิดของผู้นำ เป็นความผิดของคณะรัฐมนตรีที่บริหารอยู่วันนี้ ที่ไม่สามารถส่งเสริม ให้ประชาชนได้ขายผลผลิตในราคาที่คุ้มทุนได้ ท่านประธานครับ ถ้าจะย้อนอดีตไปยังรัฐบาล ที่สามารถทำราคายางกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ๑๒๐ บาท ก็ไปศึกษาบ้างสิครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรีต้องไปวิ่งเรื่องยาง ต้องไปเชิญประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์มาประชุม แล้วต้องไปทลายตลาดประเทศสิงคโปร์ ถึงสามารถที่จะทำ ราคายางขึ้นได้ ไม่ใช่มานั่งพูดเวลาอยากตลกก็ตลก เวลาอยากไม่เอาใจใส่ใครก็ดูถูก ประชาชนไป อย่างนี้มันช่วยไม่ได้ มันช่วยประชาชนไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นความเจ็บปวด ที่ฝากผมมาผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลให้เปลี่ยนเลย นโยบายที่จะให้เขาโค่นต้นยางทิ้ง ไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ควรจะพูดแล้ว ไม่ควรจะมีแล้ว สิ่งที่ควรก็คือไปดูว่าอะไรจะทำให้ ราคายางเขาได้เพิ่มขึ้น อันนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้แล้วทำได้ง่าย ท่านประธานครับ ถ้าอยากรู้ว่า ทำง่ายหรือทำไม่ง่ายให้รัฐบาลไปดูว่าใครเขาซื้อยางถ้วยอยู่ในภาคอีสาน แล้วเขาได้กำไร เท่าไร เขาสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาอย่างไร ก็ทำกันแค่นั้น ทำให้ประชาชน ทำให้กลุ่ม เกษตรกร ทำให้วิสาหกิจที่มีนโยบายอยู่แล้วก็เอาทุนลงไป ไม่ได้ลงทุนมากเลยครับ ขอเพียงแต่เอาใจใส่ประชาชนและเคารพประชาชน ดูแลประชาชนด้วยหัวใจ ไม่ใช่ว่าพูดไป วัน ๆ หนึ่ง โดยพูดไปพูดมาก็เป็นการดูถูกประชาชนด้วยซ้ำไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ