สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ หารือปัญหาราคาอ้อยตกต่ำที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างรุนแรง จากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ลดลง อัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เอื้อ และการบริโภคในประเทศที่ต่ำ พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และเสนอปรับปรุง พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแบ่งปันผลประโยชน์ ส่งเสริมการใช้อ้อยผลิตพลังงานทดแทน และแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานและค่าขนส่งที่สูงต่อเนื่อง
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ขออนุญาตได้นำเสนอญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาราคาอ้อยตกต่ำดังต่อไปนี้
เนื่องจากอ้อยถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย มีปลูกมาก ในภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอื่น ๆ ๒ ปีที่ผ่านมารัฐบาลเคยขอให้พี่น้องประชาชน เกษตรกรได้เปลี่ยนจากการทำนามาเป็นปลูกอ้อยจึงทำให้มีการปลูกอ้อยมากขึ้น มีปริมาณ อ้อยมากขึ้น มีผลทำให้ราคาอ้อยในปีที่ผ่านมานี้ลดลงอย่างมาก พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนมาก เพราะขายได้ราคาตันละประมาณ ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาท ต่ำกว่าราคาต้นทุนการผลิต อย่างมาก เกษตรกรมีหนี้มีสินซึ่งทำให้เดือดร้อนเพราะว่าราคาอ้อยต่ำลง ราคาปุ๋ยแพงขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น ยังต้องใช้ยาฆ่าศัตรูพืชต่าง ๆ ในราคาที่สูง ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอญัตติ ดังกล่าวเพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาราคาอ้อยตกต่ำตามข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ ดังที่กระผมจะขออภิปรายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
ปัจจุบันนี้ถือว่าอ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทย ผลผลิตอ้อยในประเทศไทยนั้น เมื่อปลูกแล้วก็จะนำไปทำเป็นน้ำตาลหรือไปผลิตน้ำตาล โรงงานน้ำตาลก็จะนำอ้อยไปผลิต เป็นน้ำตาล น้ำตาลที่ผลิตได้ประมาณ ๑ ใน ๓ จะเป็นน้ำตาลที่บริโภคภายในประเทศ ๒ ใน ๓ จะเป็นน้ำตาลที่ส่งออกไปจำหน่ายไปขายในต่างประเทศ การที่พื้นที่ปลูกอ้อย ในปัจจุบันในประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อยประมาณ ๑๐-๑๒ ล้านไร่ พื้นที่ปลูกอ้อยนั้น จะเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีนะครับ จากเดิมเคย ๙,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ๑๐ ล้านไร่ เดี๋ยวนี้เพิ่มขึ้นมาถึง ประมาณ ๑๐-๑๒ ล้านไร่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผลผลิตอ้อยต่อไร่ที่เกษตรกรทำอยู่ ก็แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แตกต่างกันไปตามที่เกษตรกรจะได้ดูแลตั้งแต่มีปัจจัย ที่เกี่ยวข้อง เช่น พันธุ์อ้อย การดูแลรักษา การให้น้ำต่าง ๆ เหล่านี้ ราคาอ้อยต่าง ๆ นั้น ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง ถ้าช่วงใดราคาอ้อยสูงเกษตรกรก็จะเปลี่ยนมาปลูกอ้อยมาก ดินฟ้าอากาศต่าง ๆ ก็มีผลมาก นโยบายรัฐบาลก็เช่นเดียวกัน เช่น ๒ ปีที่แล้วรัฐบาลได้ให้ พี่น้องประชาชนเกษตรกรที่ทำนาเปลี่ยนมาปลูกอ้อย โดยมีการอุดหนุนค่าใช้จ่ายเข้าไป ทำให้ปริมาณอ้อยสูงขึ้น ราคาอ้อยลดลง ท่านประธานที่เคารพครับ ผลผลิตอ้อยในประเทศไทย ปัจจุบันนั้นผลผลิตอ้อยที่ผลิตได้ทั้งหมดก็ประมาณปีละ ๑๒๐-๑๓๐ ล้านตัน มีการนำไปผลิต เป็นน้ำตาลทรายได้ประมาณปีละ ๑๐-๑๓ ล้านตัน บางส่วนนอกจากจำหน่าย นอกจากใช้ ในประเทศ นอกจากส่งต่างประเทศแล้วปัจจุบันยังมีบางส่วนนำมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นเอทานอล (Ethanol) ไบโอดีเซล (Biodiesel) ต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้ราคาอ้อยในประเทศไทยของเรามีเสถียรภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ต้นทุน การผลิตซึ่งเกี่ยวข้องกับที่เราจะได้ศึกษากันต่อไป ต้นทุนการผลิตอ้อยจะสูงขึ้นแทบทุกปี เฉลี่ยแล้วประมาณปีละ ๔๐-๖๐ บาท ปัจจุบันต้นทุนการผลิตอ้อยต่อไร่อยู่ประมาณ ๘๐๐-๑,๐๐๐ บาทต่อตัน ราคาขายอ้อยในปัจจุบันขึ้น ๆ ลง ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๐ ราคาอ้อยสูงขึ้น สูงมาเรื่อย ๆ จนปี ๒๕๖๐ ประมาณ ๙๐๐ บาทต่อตัน พอมาปี ๒๕๖๑ ที่รัฐบาลให้ปลูกอ้อยมากขึ้นราคาอ้อยทรุดลงครับ เหลือตันละประมาณ ๘๘๐ บาทต่อตัน นี่คือสิ่งที่นำเสนอที่ประชุม
ผมจะกราบเรียนว่าปัจจุบันราคาอ้อยนั้นจะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอยู่หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาอ้อยในประเทศไทยจะเกี่ยวโยงหรือผูกพันกับราคาน้ำตาลทรายดิบ ในตลาดโลก ซึ่งน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกปัจจุบันมีแนวโน้มที่ราคาจะลดลงเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่าในปี ๒๕๕๗ ราคาประมาณตันละ ๑๓,๑๓๐ บาท ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงปี ๒๕๖๐ น้ำตาลทรายที่ขายในตลาดโลกนั้นจะอยู่ประมาณ ๑๔,๗๑๕ บาทต่อตัน พอมาปี ๒๕๖๑ ปีที่แล้วที่เราเดือดร้อน ที่มีปัญหาจนต้องยื่นญัตติในวันนี้ ราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลก ลดลงครับ จากเดิม ๑๔,๐๐๐ บาท เหลือเพียง ๑๐,๑๐๕ บาท นี่คือสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ราคาอ้อยในประเทศไทยของเราต่ำลง
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เมื่อใดเงินไทย ค่าเงินบาทแข็ง ราคาอ้อยที่ไปขายต่างประเทศก็จะลำบาก ปริมาณการผลิตอ้อยในประเทศ เมื่อใดผลิตมาก เราก็จะได้ราคาน้อยลง การบริโภคภายในประเทศก็เช่นเดียวกัน ปกติแล้ว การบริโภคในประเทศอยู่ประมาณ ๑ ใน ๓ ของน้ำตาลทรายที่ผลิตได้ หรือประมาณ ๒.๖ ล้านตัน ปริมาณการส่งออกประมาณ ๒ ใน ๓ ของปริมาณน้ำตาลทรายที่ผลิต ในประเทศ ซึ่งเทียบแล้วก็ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน จากการผลิตน้ำตาลได้ ในประเทศประมาณ ๑๐-๑๓ ล้านตัน สิ่งที่จะเป็นปัจจัยที่จะช่วยบ้านเราได้มากขึ้นและ ตลอดไปก็คือการนำอ้อย นำน้ำตาล หรือว่าพวกกากน้ำตาลไปผลิตเป็นพลังงานทดแทน ซึ่งปกติแล้วเราเคยตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า แต่ละปีเราน่าจะนำอ้อยไปผลิตพลังงานทดแทน ได้ประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ทุกวันนี้ยังไม่ถึง แต่ก็เพิ่มขึ้น ดีขึ้น นอกจากนี้ผมอยาก กราบเรียนว่าวิธีการที่เราจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ก็คือ เรื่องของการพัฒนาระบบ กฎหมาย แก้กฎหมาย พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ บทบาทหน้าที่ของรัฐมนตรีที่จะมารับผิดชอบเกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอ้อย ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการกองทุน คณะกรรมการอ้อย คณะกรรมการน้ำตาล ซึ่งใน พ.ร.บ. ดังกล่าวก็จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับระบบอ้อย กองทุนอ้อย กองทุนน้ำตาลทราย เกี่ยวกับการผลิตอ้อย เกี่ยวกับการผลิตน้ำตาลทราย ระบบจำหน่ายน้ำตาลทราย ภายในประเทศ เกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์ของชาวไร่อ้อยและโรงงานน่าจะได้มีการ ปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ. ดังกล่าวเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรและโรงงานน้ำตาล ตลอดถึง ผู้เกี่ยวข้องได้รับผลประโยชน์ที่เหมาะสมต่อไป ผมอยากสรุปว่าปัญหาของเกษตรกร ชาวไร่อ้อยในปัจจุบันที่เป็นอยู่ในขณะนี้ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญควรจะได้นำไปพิจารณา เช่น ต้นทุนการผลิต ด้านปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น เช่น ปุ๋ยเคมี สารกำจัดศัตรูพืช ทั้งสารฆ่าแมลง ศัตรูอ้อย สารเคมีกำจัดวัชพืช
ปัญหาที่ ๒ ที่น่าจะนำไปพิจารณาคือการขาดแคลนแรงงานในการจัดเก็บ ผลผลิต ได้แก่ การตัดอ้อยเพื่อป้อนเข้าสู่โรงงาน รวมถึงแรงงานที่มีราคาสูงขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น นี่คือปัญหา ปัญหาเกี่ยวกับค่าขนส่งที่แพงขึ้น ปัญหาราคาอ้อยต่ำไม่คุ้มทุน ทำให้เกษตรกร ชาวไร่อ้อย โดยเฉพาะที่ปลูกมากในภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดชัยภูมิของกระผมนั้น มีการปลูกอ้อยมาก พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก เพราะเดี๋ยวนี้ขาดทุน ใครทำไร่อ้อยมาก ก็ขาดทุนมาก ใครทำน้อยก็พออยู่ได้ นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิของผม ได้ฝากมาว่า ถ้าสภาได้พิจารณาในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ปัญหา ดังกล่าวน่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร ขอกราบขอบคุณครับ