ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หารือปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำอย่างต่อเนื่องที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตเกษตรกร พร้อมวิพากษ์การบริหารจัดการของรัฐที่ไม่ตรงจุดและเรียกร้องมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นเขตมีหลายอำเภอ เป็นอำเภอใหม่ที่ผมเป็นอีกหลายอำเภอ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมและเพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติด่วนขอให้สภาได้พิจารณา ศึกษาปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ตลอดระยะเวลา ๕-๖ ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจ บ้านเมืองของเราแย่แล้วก็จะแย่มาก ๆ ต่อไปก็สืบเนื่องมาจากพืชผลการเกษตร ที่พี่น้องประชาชนทำการเพาะปลูกแล้วไม่มีที่ขาย ไม่มีราคา ซึ่งพืชผลทางการเกษตรนั้น ทางภาคอีสานประกอบด้วยข้าวเปลือกหอมมะลิ ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์ม แล้วก็พืชเกษตรอื่น ๆ อีก ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศเกิดจากพืชผลการเกษตร ไม่เป็นราคา ก็ทำให้เศรษฐกิจของประเทศถดถอย ขอยกตัวอย่างนะครับว่าในช่วงที่รัฐบาล พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ ๒๐,๐๐๐ บาท อ้อยตันละ ๑,๒๐๐ บาท มันสำปะหลังกิโลกรัมละ ๕-๖ บาท แล้วก็ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ ๔-๕ บาท ตลอดระยะเวลา ๕-๖ ปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาล คสช. ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แก้ปัญหาพืชผลการเกษตรไม่ตรงจุด ซึ่งบ้านผมบอกว่า เกาไม่ถูกที่คันนะครับ ซึ่งทำให้เกษตรกรที่ทำนา ท่านก็บอกว่าข้าวมันถูกไม่มีปัญญาขาย หยุดทำเถอะ ก็จ้างไม่ให้เกษตรกรทำนา แล้วก็ให้ไปปลูกพืชทดแทน เช่น ข้าวโพด ก็ปลูกข้าวโพดหมด ก็ไม่รู้จะไปขายให้ใคร ก็ทำให้พืชผลทางการเกษตรไม่เป็นราคา ยางพาราซึ่งอดีต ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย กิโลกรัมหนึ่งก็เกือบ ๑๐๐ บาท ขี้ยาง กิโลกรัมละ ๕๐ บาท ท่านก็บอกว่ายางไม่มีราคา ก็รู้จักตัดทิ้งบ้างสิ ถ้าไม่มีที่ขายก็จะพา ไปขายดาวอังคารบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพืชผลการเกษตรซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เป็นคลังอาหารของโลก ราคาตกต่ำก็ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศแรงซื้อลดลง ประชาชนลำบากมากขึ้น จะเห็นได้ว่าในช่วงพืชผลการเกษตรเป็นราคา ยางพารากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ กิโลกรัมละ ๒๐ บาท พี่น้องมีแรงซื้อ อยากกินเนื้อกิโลกรัมละ ๓๐๐ บาท ก็สามารถที่จะซื้อ เนื้อวัวกิโลกรัมละ ๓๐๐ บาท คนละ ๑ กิโลกรัม ๒ กิโลกรัม คนที่ไม่มีปัญญาก็ซื้อหมู กิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท คนละ ๑ กิโลกรัม ๒ กิโลกรัม คนที่ไม่มีปัญญาก็ซื้อเนื้อไก่ อยากกิน เงาะก็ซื้อเงาะ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท มาวันนี้เศรษฐกิจไม่ดี พืชผลการเกษตรไม่เป็นราคา อยากจะกินเนื้อวัวก็ไม่สามารถที่จะได้กินเนื้อวัวก็กลับมาซื้อเนื้อหมู อยากจะกินเนื้อหมู ก็ไม่ได้กินเนื้อหมูก็กลับมาซื้อเนื้อไก่ อยากกินเงาะก็แทนที่จะซื้อ ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ตอนนี้ก็ซื้อ ๑ กิโลกรัม ๓๐ บาท ทำให้เศรษฐกิจถดถอย เกษตรกรเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ถ้าท่าน อยากรู้ปัญหาพืชผลการเกษตรไม่เป็นราคา ท่านต้องไปถาม ธ.ก.ส. ว่าวันนี้พืชผลการเกษตร ไม่เป็นราคา เกษตรกรมีหนี้มากขึ้นหรือไม่ ท่านประธานครับ ช่วงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลมีโครงการรับจำนำข้าว เกษตรกรมีหนี้ ยกตัวอย่าง นาย ก มีหนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็ทำนาขายข้าวก็ได้ผ่อนใช้ปีละแสน ๆ เกษตรกรสามีภรรยาก้มหน้าดำนา ลุกขึ้นมา มองหน้ากันก็ยิ้มใส่กัน สามีภรรยาว่าแม่มึงอีก ๒ ปี ๓ ปี ถ้ามีโครงการจำนำข้าวอีกเราคง เป็นไทยแล้ว แต่ผ่านมาสักครู่เดียวเกือบจะได้เป็นไทยแล้ว ก็กลับมาเป็นลาวเหมือนเดิม ไม่สามารถที่จะมีเงินไปชำระหนี้ได้ เกษตรกรมีภาระหนี้สินมากขึ้น ต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้น ราคาปุ๋ยก็แพงขึ้น โรคและแมลงก็มีมากขึ้นทุกวัน เอกชน บริษัทที่ผูกขาดในการส่งออก ราคาพืชผลการเกษตรก็กดราคาพี่น้องประชาชน สภาพภูมิอากาศในขณะนี้ ช่วงนี้เป็นฤดูฝน ขณะนี้ฝนแล้ง พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่หลายจังหวัดได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาฝนแล้ง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอสรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับปัญหาพืชผลการเกษตร ที่มีราคาตกต่ำ สินค้าเกษตรค่อนข้างมีราคาผันผวน โดยมีหลายปัจจัย ความต้องการของ สินค้าลดลง การส่งออกลดลง การผลิตที่ไม่มีคุณภาพของเกษตรกร สภาพภูมิอากาศ ราคาเฉลี่ยในการขายพืชผลการเกษตร ซึ่งเกษตรกรของเรา เช่น ทำนาก็ไม่สามารถที่จะขาย ผลผลิตและมาใช้หนี้ได้เพราะต้นทุนปุ๋ยก็แพง ค่าแรงก็แพง แต่ขายพืชผลการเกษตร ได้ราคาถูก ส่งผลให้เกษตรกรมีความเดือดร้อน ประสบภาวะขาดทุนทุก ๆ ปี ก่อให้เกิด หนี้สินเพิ่มพูน ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตต่อได้ เกษตรกรที่มีสวนยางในขณะนี้ก็เริ่มเปลี่ยน อาชีพใหม่จาก ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เคยมีสวนยางก็เริ่มเปลี่ยนอาชีพจากขายยางมาเป็นขายรถยนต์ จากขายรถยนต์ก็ขายสวนยาง ตอนนี้ก็เป็นเกษตรกรรับจ้างกรีดยาง จากสถานะที่ ยางไม่เป็นราคา ข้าวไม่เป็นราคาก็ขายนาไปทำอาชีพใหม่ ซึ่งเกิดจากสินค้าเกษตร ไม่เป็นราคา ตลอดระยะเวลา ๔-๕ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้ส่งเสริมและเข้าไปจัดการ เรื่องการตลาดให้กับพี่น้องประชาชนที่ทำการเกษตร และเสร็จแล้วยังไม่มีการแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกร วันนี้เกษตรกรมีหนี้สินล้นพ้นตัว ผมอยากเสนอให้รัฐบาล แก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็คือแก้ไขปัญหาระยะสั้น ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาระยะยาว ระยะยาว ทำอย่างไรครับ ก็คือเกษตรกรที่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. ฝาก ธ.ก.ส. ครับว่าวันนี้เป็นหนี้ ไม่มีสิทธิ ที่จะใช้หนี้ได้ถ้าพืชผลการเกษตรไม่เป็นราคา อยากจะส่งเสริมให้ทาง ธ.ก.ส. ชวนให้เกษตรกรปลูกไม้ยืนต้นเป็นไม้เศรษฐกิจ สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจแก้ปัญหามลภาวะ โดย ธ.ก.ส. ต้องมีแรงจูงใจครับว่าใครที่ดำเนินการปลูกไม้ เศรษฐกิจแล้ว ธ.ก.ส. จะพักหนี้ให้ ธ.ก.ส. จะลดดอกเบี้ยให้เป็นแรงจูงใจให้กับเกษตรกร แล้วก็รัฐบาลใหม่ที่กำลังจะมาต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาพืชผลการเกษตร และนอกจากนั้นแล้ว ผมขอฝากว่าให้ท่านประธานเมื่อเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเสร็จแล้วให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาศึกษาเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจังให้กับพี่น้องเกษตรกร กราบขอบพระคุณครับ