จิราพร ชี้ไทยเหลื่อมล้ำรายได้หนึ่งโลก ห่วงคนจนพุ่ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒

จิราพร สินธุไพร ตั้งข้อสังเกตถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่รุนแรงในประเทศไทย โดยอ้างข้อมูลต่างประเทศที่ชี้ว่าไทยเป็นประเทศที่มีช่องว่างรายได้สูงที่สุดในโลก พร้อมตั้งคำถามต่อผลการดำเนินงานของรัฐบาล คสช. ที่แม้จีดีพีจะเติบโตแต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจนขึ้น จำนวนคนจนเพิ่มสูงขึ้น และคนเพียง 1% ถือครองสินทรัพย์กว่าสองในสามของประเทศ ขณะที่แผนปฏิรูปประเทศดูไม่เป็นระบบ ขาดโครงการใหญ่ที่บูรณาการอย่างต่อเนื่อง และมีโครงการสำคัญด้านเศรษฐกิจหลายโครงการที่ยังไม่คืบหน้า จึงแสดงความกังวลว่าแผนดังกล่าวอาจ

นางสาวจิราพร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสดิฉันได้อภิปรายในวันนี้ เมื่อวานนี้ค่ะท่านสมาชิกได้อภิปรายแผนปฏิรูปประเทศกันอย่างกว้างขวาง หลากหลาย ครอบคลุมหลายประเด็นค่ะ ในส่วนของดิฉันเองหลังจากที่ได้ศึกษารายงานความคืบหน้า การดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศที่นำเสนอโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ดิฉันมีข้อสังเกตในประเด็นของการแก้ไขปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำของประเทศ ซึ่งจากรายงานหน้าที่ ๔ ข้อที่ ๒.๒.๑ ได้ระบุถึงผลงาน ของการปฏิรูปประเทศว่าทำให้มีคนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พี่น้องประชาชนได้รับ โอกาสที่เป็นธรรม ในประเด็นนี้เองค่ะท่านประธานที่เคารพ ดิฉันคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้อง นำเอาข้อเท็จจริง สภาพที่เกิดขึ้นกับประเทศของเรามาพูดคุยกัน ซึ่งการจะนำเอาเฉพาะ ข้อมูลรายงานจากรัฐบาลและข้อมูลภายในประเทศมาพูดคุยกันอาจจะไม่เพียงพอ วันนี้ เราจำเป็นที่จะต้องเอาข้อมูล เอาสถิติจากนานาชาติที่ได้รับการยอมรับมาพิจารณาร่วมกับ ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา ดิฉันได้มีโอกาสอ่านรายงานของซีเอส โกลบอล เวลฺท์ รีพอร์ต ปี ๒๐๑๘ (CS Global Wealth Report 2018) ซึ่งเป็นรายงานที่จัดทำขึ้น จากหน่วยงานของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ระบุว่าในปี ๒๕๖๑ ประเทศไทยได้กลายเป็น ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก และสิ่งนี้เองอาจจะถือเป็น ผลงานความล้มเหลวของรัฐบาล คสช. ในการบริหารประเทศ ในห้วง ๕ ปี ที่ผ่านมา ที่ผ่านมานี้รัฐบาลได้ประกาศอย่างต่อเนื่องว่า จีดีพี (GDP) ของประเทศ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตค่ะ ดิฉันไปถามพี่น้องประชาชนพี่น้องกลับบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีล้วงเข้าไป ในกระเป๋าไม่มีเงิน พี่น้องกระเป๋าแฟบค่ะ ค้าขายลำบาก และที่สำคัญทุกวันนี้ไปดูได้เลยค่ะ มีแต่ขายด่วนแต่ไม่มีการซื้อด่วนค่ะ และในขณะที่รัฐบาลประกาศว่า จีดีพี (GDP) ของประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องเศรษฐกิจดีขึ้น เรากลับพบว่าในประเทศไทยมีจำนวนคนจน เพิ่มขึ้นทุกปี ในปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยมีคนจนอยู่ประมาณ ๔,๘๐๐,๐๐๐ คน แต่หลังจากที่ รัฐบาล คสช. เข้ามาบริหารประเทศได้มีการเปิดให้ลงชื่อจำนวนคนจน ปรากฏว่าประเทศไทยมี จำนวนคนจนพุ่งขึ้นเป็น ๑๔,๕๐๐,๐๐๐ คน จำนวนนี้เองดูแล้วอาจจะทำให้รัฐบาล พออกพอใจเพราะสามารถที่จะแจกจ่ายบัตรคนจนได้เพิ่มมากขึ้น และที่น่ากังวลที่สุดคือ ประเทศไทยในขณะที่จำนวนคนจนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกับพบว่าคน ๑ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศถือครองสินทรัพย์กว่า ๖๖.๙ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าคน ๑ เปอร์เซ็นต์นี้ ถือครองสินทรัพย์มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งนี้กำลังตอกย้ำ ให้เราเห็นว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะรวยกระจุกจนกระจาย กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยของเรามีโครงสร้างเศรษฐกิจที่บิดเบี้ยว และกำลังสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทย ของเรากำลังเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งนี้เป็นข้อมูลที่ตรงข้ามกับรายงานของ สสช. โดยสิ้นเชิง ท่านประธานที่เคารพ ที่ผ่านมา รัฐบาลบอกว่าจะไปปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ แต่เรากลับพบว่านโยบายเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่กลับมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับบน ให้ประโยชน์กับบริษัท ยักษ์ใหญ่ เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มเจ้าสัว ในขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อย พี่น้องเกษตรกร คนยากคนจน คนส่วนใหญ่ของประเทศกับไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม และจากที่ดิฉันได้ศึกษารายงานของ สสช. ดิฉันไม่อาจให้ความไว้วางใจได้ว่าแผนปฏิรูป ประเทศฉบับนี้จะทำให้ประเทศไทยหลุดจากกับดักความยากจน และทำให้ความเหลื่อมล้ำ ลดลงได้ การปฏิรูปประเทศคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างขนาดใหญ่ การปฏิรูปเศรษฐกิจ คืองานใหญ่ค่ะ แต่ปรากฏว่าจากรายงานของ สสช. กลับพบว่าเราจะกำลังขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศผ่านโครงการเพียงไม่กี่โครงการค่ะ และโครงการนั้นก็เป็นโครงการย่อย เล็กน้อย เป็นโครงการไม่ใหญ่ ดูแล้วเป็นลักษณะการทำงาน โปรเจกต์ บาย โปรเจกต์ (Project by project) คือทำเป็นงานแล้วจบ ไม่ใช่การทำงานแบบบูรณาการในระยะยาว แล้วนอกจากโครงการจะไม่มากมีโครงการเพียงไม่กี่โครงการ ในเอกสารหน้าที่ ๗ ก็พบว่า มีถึง ๓ โครงการที่เป็นประเด็นด้านเศรษฐกิจไม่มีความคืบหน้า มี ๑ โครงการ ที่กำลังจะ จัดตั้งสำนักงานบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยัง ไม่ได้รับการก่อตั้งสำเร็จ ท่านประธานที่เคารพคะ ความยากจน ความลำบากของ พี่น้องประชาชนรอนานไม่ได้นะคะ แล้วนอกจากนี้เมื่อมาดูหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการ ปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศพบว่ามีเพียงไม่กี่หน่วยงาน จากที่ดิฉันดูในรายชื่อในเอกสาร มีไม่ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของมิติเศรษฐกิจประเทศทั้งหมด ขาดหน่วยงานที่สำคัญหลาย หน่วยงาน อาทิ กระทรวงพาณิชย์ แบงก์ชาติ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศ ท่านประธานที่เคารพคะ การปฏิรูปเศรษฐกิจหากขาดองค์ประกอบ สำคัญก็เปรียบเสมือนร่างกายที่ขาดอวัยวะที่สำคัญ ยากค่ะที่จะปฏิรูปได้สำเร็จ สุดท้ายนี้ค่ะ ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาล คสช. ได้เคยประกาศว่าจะปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งท่านปฏิรูป ประเทศไทยยิ่งมีความเหลื่อมล้ำเพิ่มมากขึ้น ยิ่งท่านปฏิรูปกลับพบว่าพี่น้องประชาชน ลำบากยากจนมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่เราต้องสูญเสียงบประมาณไปมหาศาล แต่พบว่าผลลัพธ์ที่ได้ กลับไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้สามารถสรุปได้ว่ารัฐบาล คสช. นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปฏิรูปประเทศโดยการที่ไม่ปฏิรูป ปฏิรูปทางวาทกรรม เพียงเท่านั้นค่ะ และรัฐบาลนี้ไม่ได้ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง ดิฉันจะขอจบการอภิปรายเพียงเท่านี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ