นริศ ขำนุรักษ์ หารือปัญหาราคาผลผลิตเกษตรตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่สูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจครัวเรือนเกษตรกร จึงเสนอให้ตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาและเร่งแก้ไขปัญหา พร้อมเสนอแนวทางการจัดโซนนิ่งการเพาะปลูก เสริมระบบการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเรียนรู้จากบทเรียนความสำเร็จในอดีต โดยย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการด้วยความซื่อสัตย์และให้เกษตรกรเป็นศูนย์กลางของทุกนโยบาย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมพร้อมด้วยเพื่อนสมาชิก นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จากจังหวัดราชบุรี นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย จากจังหวัด อุบลราชธานี คุณสาคร เกี่ยวข้อง จากจังหวัดกระบี่ ร่วมกันเสนอญัตติขอให้สภาพิจารณา แก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ความทั้งหมดปรากฏในเอกสารญัตติที่ได้ แจกจ่ายให้กับเพื่อนสมาชิกแล้ว ผมขออนุญาตไม่อ่านนะครับ จะได้อภิปราย และจะมีเพื่อน มาอภิปรายลงในรายละเอียดด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า กระผมกราบขอบคุณ ท่านประธานและสภาที่ได้บรรจุญัตตินี้ขึ้นมาเพื่อที่จะให้พวกเราซึ่งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งได้รับความเดือดร้อน อยู่อย่างแสนสาหัสในขณะนี้ ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรนี้มีอยู่หลายสาเหตุขณะนี้ แต่ว่าสำคัญที่สุดก็คือราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา อ้อย ปาล์ม ทุกอย่างครับ สินค้าเกษตรตกต่ำแทบทั้งสิ้น ๒. เดือดร้อนจากราคาปัจจัยการผลิต ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ราคาสูงทั้งสิ้น ๓. สินค้าอุปโภค บริโภค ในตลาดทั่วไปราคาสูง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในการจับจ่ายของ พี่น้องเกษตรกร ๔. ทำให้สังคมขาดความสวยงามไปเยอะ บ้านผมนี่ตลาดบางตลาดแทบร้าง เลยนะครับ หลังจากที่ราคายางลดลงมา ๓๐-๔๐ บาท จากราคายางที่ ๒๐๐ บาท ในอดีต ๔-๕ ปีนี้ตลาดบางตลาดเงียบเหงามาก ขาดความสวยงาม ในชนบทไม่มีหนังตะลุง มโนราห์ แทบหาดูไม่ได้เลย ๕. กระทบต่อปัญหาการศึกษา มีนักเรียน นักศึกษา ต้องออกจากโรงเรียน จากมหาวิทยาลัยกลางคันเป็นจำนวนมาก ท่านประธานชวน หลีกภัย เป็นบุคคลหนึ่ง ที่สำรวจว่านักเรียน นักศึกษา ออกจากสถานศึกษาเป็นจำนวนเท่าไร ท่านได้จัดงานระดมทุน ให้กับนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อที่จะไม่ให้บุตรหลานของเกษตรกรต้องออกจากสถานศึกษากลางคัน เพราะว่ามันเป็นการ ทำลายอนาคตของเขา เป็นการทำลายอนาคตของประเทศชาติ และจากสภาพการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เราสูญเสียพืชพันธุ์ทางการเกษตรดี ๆ ไปตั้งหลายชนิด โดยเฉพาะพันธุ์ข้าว พันธุ์ข้าว ของพวกเราเป็นข้าวดี ๆ ถูกบางนโยบายเข้ามาทำลาย เราไม่เก็บพันธุ์ข้าวดี ๆ เอาไว้ เราผลิต พันธุ์ข้าวที่สามารถผลิตได้เร็วเพื่อไปขายตอบสนองต่อบางนโยบาย ทำให้เราได้สูญเสีย พันธุ์ข้าวไป และทำให้สังคมในชนบทซึ่งเคยสวยงาม คนในครอบครัวกินข้าวพร้อมกัน โอภาปราศรัย กลายเป็นว่าทิ้งนา ทิ้งไร่ เข้าเมืองขายแรงงาน นี่คือสภาพการณ์ของ พี่น้องเกษตรกรในวันนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า สาเหตุของปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน ๑. มาจากอุปสงค์ อุปทาน ผมคิดว่าท่านภราดรได้พูดไว้ อย่างชัดเจน ๒. เกิดจากบางรัฐบาล บางรัฐมนตรี ไม่มีฝีมือในการบริหารพืชผลเกษตร ไม่มีฝีมือ ไม่มีทักษะ ไม่มีความรู้ในการบริหารพืชผลทางการเกษตร ๓. มีการทุจริต คอร์รัปชัน ท่านประธานคงจำได้ครับ เรามีโกงลำไย เรามีโกงข้าว เรามีโกงยาง โกงข้าวโพด มีโกงทุกอย่างครับ การทุจริตคอร์รัปชันจึงเป็นปัญหาสำคัญของการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรเช่นกัน ๔. เรื่องตลาด ซึ่งก็มีปัญหาทั้งตลาดภายใน ตลาดภายนอก ผมจึงขออนุญาตได้กราบเรียนกับท่านประธานว่า แม้ผมเสนอที่จะให้สภา รับญัตติผมไปพิจารณา แต่ว่าถ้าสภาจะมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาผมก็ไม่ขัดข้อง ผมจึงขออนุญาตฝากคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นในท้าย ๆ ญัตตินี้ว่า
๑. ขอให้พิจารณาเรื่องการวางแผนการผลิต วางแผนการปลูกหรือโซนนิ่ง (Zoning) เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญครับ พื้นที่ประเทศไทยไม่ได้ปลูกยางพาราได้ทั่วประเทศ พื้นที่ประเทศไทยเหมาะสำหรับปลูกข้าวในบางพื้นที่ พื้นที่ลำไยอยู่ตรงไหน พื้นที่กระเทียม อยู่ตรงไหน ต้องมีการโซนนิ่ง (Zoning) ผมอยากให้กรรมาธิการได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา พิจารณา
๒. เรื่องการตลาด ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญทั้งตลาดภายในประเทศ ทั้งตลาด ภายนอกประเทศ ให้กรรมาธิการได้ศึกษาโดยละเอียด
๓. ผมอยากให้กรรมาธิการได้พิจารณาอดีตของการแก้ไขปัญหาพืชผล ทางการเกษตรว่า วันที่เขาบริหารประสบความสำเร็จนั้นเขาทำอย่างไร ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการดูแลรักษาราคายางพารา ๒ ครั้ง ที่ประสบความสำเร็จ ครั้งแรก ในปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๓๗ ในวันที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ทำราคายางจาก ๑๔ บาท จนสุดท้ายยางขึ้นมาราคา ๔๓ บาท สูงสุด ในประวัติการณ์ในช่วงนั้น ช่วงที่ ๒ ที่ราคายางเราทำได้ประสบความสำเร็จคือช่วงที่ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ราคายางที่ภาคใต้ยืน ๑๘๐ บาท ยืนอยู่หลายเดือน แล้วก็ไปแตะ ๒๐๐ บาทเป็นบางช่วง แต่ว่าไม่เคยต่ำกว่า ๑๕๐ บาท ในช่วงรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมจึงอยากให้ทางคณะกรรมาธิการกลับไปดูอดีตว่าที่เขาทำ แล้วประสบความสำเร็จเขาทำเช่นไร
สุดท้ายอยากให้ทางคณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็นต่อ คนที่จะรับไปทำ รับไปแก้ไขปัญหาว่าการบริหารพืชผลทางการเกษตรให้ประสบความสำเร็จต้องซื่อสัตย์ ต้องสุจริต ต้องไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ต้องยึดพี่น้อง เกษตรกรเป็นหลักสำคัญในการบริหาร ผมจึงขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอฝากคณะกรรมาธิการที่เกิดขึ้น ขอให้รับข้อเสนอแนะจากผมไปพิจารณา เพื่อประกอบการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ