ประสงค์ วิจารณ์แผนปฏิรูปขัดประชาธิปไตย-เรียกร้องงบการศึกษาเป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒

ประสงค์ บูรณ์พงศ์ วิพากษ์วิจารณ์แผนปฏิรูปประเทศที่ขัดหลักประชาธิปไตยและก่อให้เกิดการผูกขาดอำนาจ พร้อมเน้นปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะด้านสุขภาพและการศึกษา จึงเรียกร้องให้มีการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรมและปฏิรูประบบเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานที่เคารพ ในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศที่เสนอโดยสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามมาตรา ๒๗๐ ของประเทศไทยนั้น กระผมว่า เป็นการปฏิบัติที่ตรงข้ามนะครับ เพราะว่ามันไม่ใช่เป็นการปฏิรูปไปสู่ประชาธิปไตย เป็นการปฏิรูปไปสู่อำนาจนิยมเสียมากกว่าท่านประธานที่เคารพ ทำไมถึงว่าอย่างนั้นครับ เพราะว่าคณะที่เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดนั้น ก็เป็นคณะซึ่งปกครองประเทศในขณะนั้น ผู้ที่ปฏิบัติ จึงต้องปฏิบัติตามนโยบายของท่านเหล่านั้น ก็พูดกันง่าย ๆ ว่าถ้าเราพูดถึงประชาธิปไตย นั่นคืออำนาจของพี่น้องประชาชน ท่านผู้ทรงเกียรติในที่นี้ ๕๐๐ ท่านนั้น เป็นผู้ที่ประชาชน เลือกมา ก็เป็นของประชาชน โดยประชาชน แล้วก็เพื่อประชาชน แต่ก็ยังมีบางท่าน ผู้ทรงเกียรติในวุฒิสภา ในสมาชิกวุฒิสภากล่าวว่า ผมชอบเผด็จการประชาธิปไตย ผมก็ยอมรับนะครับ มันก็เป็นประชาธิปไตยของคนส่วนน้อยกลุ่มหนึ่งซึ่งมี คสช. คณะรัฐมนตรี แล้วก็แม่น้ำทั้งห้า หรือสภานั้นเอง เพราะฉะนั้นมีการเลือกตั้งขึ้นมา ๒๕๐ คน จึงเป็นการเลือกตั้งโดยสมาชิกของคนส่วนน้อยก็เป็นประชาธิปไตยนะครับ ถ้าเราจะเรียก ให้ถูกได้ว่า ๕๐๐ คนนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีก ๒๕๐ คนนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทน คสช. อันนี้เป็นการเข้าใจที่ถูกต้องเลย เพราะฉะนั้นเมื่อมีอำนาจอย่างนี้ผู้ที่กระทำการในเรื่อง การร่างปฏิรูปของประเทศจึงมีแนวคิดเช่นนั้น จึงเกิดปัญหามากมายว่ามันถอยหลังไปสู่ คนกลุ่มน้อยปกครองประเทศเท่านั้นเองนะครับ การเศรษฐกิจก็เหมือนกัน เมื่อปกครอง อย่างนี้การร่างการปฏิรูปประเทศจึงมองไปถึงอำนาจนิยม มองไปถึงนายทุนผูกขาดที่เข้ามา จึงทำให้ประเทศของเราประชาชนยากจนเป็นที่สุดของโลกแล้วนะครับ อันดับ ๑ คนรวย มีเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน นอกนั้นจนหมดครับ ถ้าพูดถึง จีดีพี (GDP) เราก็พูดเสมอว่า จีดีพี (GDP) ของประเทศเรานั้นได้เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ๆ แต่ใน ๑๐ ประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ เราเป็นอันดับโหล่ครับ สูงแค่ประเทศพม่า ประเทศลาวเท่านั้น พอพูดถึง จีดีพี (GDP) กระผมอยากจะกราบเรียนท่านที่เคารพว่า คงมีคนฟังที่บ้านด้วย ความเข้าใจ จีดีพี (GDP) ก็คือรายได้ของประเทศเท่านั้นเอง พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้านก็มี รายได้ประจำครอบครัวแล้วครับ สามีภรรยาหาเงินได้ ๒๐,๐๐๐ บาท ใช้จ่ายให้ลูก ไปเรียนหนังสือ ๑๐,๐๐๐ บาท ใช้จ่ายอย่างอื่นจิปาถะ ๕,๐๐๐ บาท ก็เหลือ ๕,๐๐๐ บาท มันเพิ่มแต่ละปี ถ้าปีหน้าเหลือ ๖,๐๐๐ บาท ก็เพิ่มเป็นเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป นี่เป็น จีดีพี (GDP) ของครอบครัวนะครับ ก็เป็น จีดีพี (GDP) ของหมู่บ้าน ของประเทศสูงมากคือละเอียดขึ้นไปหน่อย นั่นก็คือว่ารายได้ ของงบประมาณของแผ่นดินล่ะ การลงทุนล่ะ รายจ่ายของพี่น้องประชาชนก็มารวมหมด หักลบการค้าขายซื้อขายต่างประเทศ อันนี้เป็น จีดีพี (GDP) ของประเทศ เราเพิ่มน้อยที่สุด แล้วครับท่านที่เคารพทั้งหลาย เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในการปฏิรูปเหล่านี้ไม่ได้มีดีอะไร ขึ้นเลย ผมคิดว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลองท่านประธานที่เคารพครับ มาพูดถึงลึก เข้าไปหน่อยในเรื่องสังคมการสาธารณสุข การสาธารณสุขเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน โดยตรง ผมจึงขอพูดในที่นี้ว่าเราปฏิรูปอย่างไรว่าพี่น้องประชาชนเรานั้นเดือดร้อนเรื่องนี้ เดิมทีเราใช้บัตรทองที่เรียกว่า ๓๐ บาท รักษาทุกโรคนะครับ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค ก็ไม่เท่าเทียมกันเสียแล้วครับ มันมีกองทุนหลายกองทุนไม่ว่ากองทุนข้าราชการ กองทุน บัตรทอง กองทุนของรัฐวิสาหกิจ กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในกองทุน เหล่านี้ใน ๔๘.๘ ล้านคน เป็นกองทุนบัตรทองนะครับ ก็ได้งบแค่ ๒,๕๙๒.๘๙ บาท เดี๋ยวนี้ อาจจะเพิ่มเป็น ๓,๐๐๐ บาทแล้วนะครับ กองทุนสิทธิข้าราชการมี ๔.๙๗ ล้านคน ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนนะครับ มีรายได้ ๑๒,๖๗๖.๖ บาท ต่อหัวต่อคน ของพี่น้องประชาชน ๓,๐๐๐ บาทนะครับ ประกันสังคม ๓,๓๕๔ บาท นี่คือความเหลื่อมล้ำที่การปฏิรูปจะต้อง จัดการในเรื่องนี้เพื่อหางบประมาณให้เพิ่มขึ้น แล้วที่น่าเสียดายที่ผ่านมานั้นท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่ผ่านมานั้นเราไปแยกว่ามีคนจน ๑๔ ล้านคน เดี๋ยวนี้เป็น ๑๔,๕๐๐,๐๐๐ คน แล้วครับ คนจนไปหักจาก ๔๘ ล้านบาท ก็เหลือ ๓๐ กว่าล้านบาท ๓๐ ล้านบาทนั้นจ่าย โคเป (Co-pay) ต้องจ่ายร่วมนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็ฝากท่านผู้ปฏิรูป ที่ร่างปฏิรูปนี้ช่วยด้วยให้แก้ไขปฏิรูปให้ถึงประชาชนครับ

ถ้าพูดถึงการศึกษามีตัวเลขตัวหนึ่งที่น่าสนใจนะครับ งบประมาณการศึกษา ปีหนึ่งประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้จ่าย ๕ แท่ง ท่านประธานที่เคารพทราบไหมครับ นักเรียนเราตั้งแต่ชั้นประถม ถึงมัธยม ถึงมหาวิทยาลัย ๑๔ ล้านคนครับ เรามาดูค่าเฉลี่ยนะครับ ถ้าเอาเงินไปแจกเขาแต่ละคนจะได้คนละประมาณ ๓๕,๗๐๐ บาท นั่นหมายความว่านักเรียน ทุกคนควรจะได้ขนาดนี้ บ้านผมจังหวัดนครพนมหรือที่อื่นก็ตาม นักเรียนบ้านผมได้ปีละ ๒,๐๐๐ บาทครับ ๒,๐๐๐ บาทนี้ก็ไปใช้ซื้อนมซื้ออะไรก็ไม่ได้เพราะเขาซื้อให้หมด อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ท่านต้องดูในเรื่องนี้ ทำอย่างไรละครับ หัวใจของการศึกษาอยู่ที่ เด็กนักเรียน เงินต้องไปสู่บ้านนอกและประชาชนให้มากที่สุด หารกันให้แน่นอน โรงเรียน มีพันคนก็คูณไปเลยก็ไปแบ่งกัน แล้วเงินนั้นส่งไปโดยตรงครับ เป็นนิติบุคคลหรืออะไรก็ได้ ออกกฎหมายมา เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ฝากนะครับ ท่านประธานที่เคารพ หลายคนในที่นี้ ได้แนะนำว่าอยากให้สภาเป็นผู้พิจารณาเรื่องการปฏิรูปประเทศ ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะพี่น้องประชาชนของเรานั้น ๕๐๐ คน มาจากประชาชน เป็นของประชาชนเราต้องทำ โดยประชาชน ขอบพระคุณอย่างสูงครับ ท่านประธานครับ