รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๑๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
ณ ห้องประชุมใหญ่วุฒิสภา อาคารรัฐสภา (เกียกกาย)
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ด้วยข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอนุญาตให้สมาชิก ปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน หรือปัญหาอื่นใดได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานสภากำหนด แล้วให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าว ให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน ๓๐ วัน แล้วแจ้งให้สมาชิกทราบ วันนี้มีผู้ขอปรึกษาหารือลำดับดังต่อไปนี้นะครับ จะได้เตรียมตัวนะครับ
พรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑. นายนพพล เหลืองทองนารา ๒. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๓. นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ๔. นายภาควัต ศรีสุรพล ๕. นายคำพอง เทพาคำ ๖. นายจตุพร เจริญเชื้อ ๗. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ๘. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ๙. นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ๑๐. นายสิงหภณ ดีนาง ๑๑. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๑๒. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๑๓. นายสมคิด เชื้อคง ๑๔. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๕. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์
พรรคร่วมรัฐบาล ๑. นายนริศ ขำนุรักษ์ ๒. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๓. นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ๔. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ๕. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ๖. นายระวี มาศฉมาดล ๗. นายสุรชาติ ศรีบุศกร ๘. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๙. นายศุภชัย ใจสมุทร ๑๐. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๑๑. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๑๒. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๑๓. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๑๔. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๑๕. นายเทพไท เสนพงศ์ ผมขอท่านสมาชิกได้เริ่มโดยยึดเวลาเคร่งครัดเหมือนเที่ยวที่แล้ว ซึ่งมีสมาชิกที่ได้ใช้เวลาตรงเวลา มีเกินไปเพียง ๒ ท่าน เริ่มต้นจากท่านนพพล เหลืองทองนารา ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา คนพรหมพิราม พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้กระผมเองจะขอนำเรื่อง ในพื้นที่มีอยู่ ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก ก็คือในเรื่องของป้ายบอกทางทางที่จะเข้าอำเภอพรหมพิราม เป็นจุดเชื่อมระหว่างถนนทางหลวงหมายเลข ๑๐๘๖ สายพิษณุโลก-วัดโบสถ์ กับจุดเชื่อม ของถนนสาย ๑๒๗๕ ซึ่งเข้าไปทางตัวอำเภอพรหมพิรามซึ่งเป็นถนนสายใหญ่ ขนาดผมเอง เป็นคนพื้นที่เองก็ยังเลยทางแยกนี้ที่จะเข้าตัวอำเภอเสมอมา แล้วมีประชาชนได้ร้องเรียน ขอให้ทางหลวงได้ทำป้ายบอกทางเข้าของอำเภอพรหมพิรามมานานหลายปีมากแล้ว ก็เลยจะขอนำเรียนเพื่อรบกวนท่านประธานได้ช่วยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินการ ขอสร้างป้ายดังกล่าว
เรื่องที่ ๒ ปัจจุบันมีโครงการของเขื่อนผาจุกในจังหวัดอุตรดิตถ์ แล้วก็มีคลองส่งน้ำ แล้วก็มีโครงการคลองส่งน้ำมาสู่พื้นที่ทั้งจังหวัดพิษณุโลกด้วย ทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ด้วย ทีนี้มันมีอยู่ในส่วนของตำบลวงฆ้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก คลองส่งน้ำนี้ ประชาชนไม่เห็นด้วยเลย เพราะว่าแนวของแม่น้ำกับคลองส่งน้ำมันอยู่ชิดกันไม่กี่สิบเมตรเอง ซึ่งประชาชนมองแล้วไม่ได้มีประโยชน์น่าจะเบี่ยงไปทำในเส้นทางอื่นมากกว่า แล้วก็มี การเวนคืนจนทำให้ที่ของราษฎรแถวนั้นหายไป ราษฎรบางคนเนื้อที่ที่ดินที่อยู่ที่อาศัย หายไปเกือบหมดเลยเพราะฉะนั้นสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ก็อยากจะขอนำเรียนท่าน เพราะว่าเรื่องนี้ได้มีการคุยกันแล้วแต่โครงการก็ยังคงอยู่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย ก็จะรบกวนท่านประธานอีกเรื่องครับ
เรื่องสุดท้ายครับ ในหมู่บ้านหมู่ที่ ๘ ตำบลวงฆ้อง บ้านหัวเขาสมอคร้า ผิวการจราจรภายในหมู่บ้านต้องขอรบกวนครับ
ท่านนพพลครับ ทำหนังสือขึ้นมานะครับ ต่อไปเชิญท่านนริศครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาและประกาศ ให้ทะเลสาบพัทลุงและลุ่มทะเลสาบพัทลุงเป็นมรดกโลก เพราะว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์ ทางธรรมชาติและมีความยาวนานในทางวัฒนธรรมเป็นมรดกโลกได้
เรื่องที่ ๒ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมประมงและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจัดทำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเพื่อการแสดงและอนุรักษ์สัตว์น้ำที่อยู่ในทะเลสาบพัทลุง โดยเฉพาะปลาโลมาพันธุ์อิรวดีซึ่งหายากและใกล้สูญพันธุ์
เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดสอน โรงเรียนป่าไม้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งหลังจากปิดไปตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่ ระดับพื้นที่ที่จะใช้ในการป้องกันรักษาป่านั้นขาดแคลน อาจจะมีการพัฒนาจากโรงเรียนป่าไม้ เป็นโรงเรียนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็น่าที่จะเป็นไปได้
เรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงคมนาคมได้ยกระดับสถานีรถไฟหารเทาให้เป็น ศูนย์กลางของการขนส่งทางรางของจังหวัดพัทลุงตอนล่าง และให้รถไฟสายทักษิณารัถย์ จอดรับผู้โดยสารในสถานีรถไฟหารเทาดังกล่าว เพราะพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความต้องการ เพราะว่ารถไฟสายนี้ออกจากสถานีหาดใหญ่แล้วมาจอดสถานีพัทลุงเลย ซึ่งระยะทางเป็น ๑๐๐ กิโลเมตร คนจังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นจังหวัดพัทลุงตอนล่างไม่สามารถใช้รถไฟ เพราะว่า ห่างไกลทั้งอำเภอหาดใหญ่และห่างไกลทั้งพื้นที่ในสถานีรถไฟพัทลุง แต่ว่ามีความต้องการ ที่จะย้ายรถไฟขบวนนี้เป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับที่อยากให้ยกระดับ เพราะว่าภูมิทัศน์ ของสถานีก็ยังไม่มีความสวยงาม ถ้าได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ก็จะทำให้เป็นการยกระดับ สถานีรถไฟที่สวยงามขึ้น กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณหมอชลน่าน เชิญครับ ไม่อยู่นะครับ ต่อไป ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังอธิบดีกรมชลประทาน ขณะนี้คลองสองพี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณเหนือประตูบางสาม ตำบลบางตะเคียน อำเภอสองพี่น้อง มีผักตบชวาหนาแน่นอยู่บริเวณเหนือประตูนั้นเป็นระยะทางเป็นกิโลเมตร ๆ แล้วครับ อยากจะให้ทางกรมชลประทานได้ส่งเรือกำจัดผักตบชวาที่มีคุณภาพ มีศักยภาพไปดำเนินการ ตักบริเวณนั้นโดยด่วนเนื่องจากว่าน้ำกำลังจะเน่า พี่น้องชาวบ้านที่อยู่ริมคลองสองพี่น้อง ได้รับผลกระทบเป็นอย่างยิ่ง ไม่สามารถใช้น้ำอุปโภค บริโภค และสัญจรไปมากันได้ตามปกติ ถามว่าแล้วทำไมไม่ใช้หน่วยงานในจังหวัด เพราะว่าขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี กำลังดำเนินการตักผักตบชวาบริเวณเหนือประตูระบายน้ำโพธิ์พระยาอยู่ จึงไม่สามารถ ดำเนินการได้ ถามว่าแล้วโครงการชลประทานโพธิ์พระยาทำไมไม่ไปดำเนินการให้ ทางโครงการระบายน้ำโพธิ์พระยาก็กำลังดำเนินการตักผักตบชวาบริเวณคลองหน้าวัดบางสะแกอยู่ อำเภอสองพี่น้องเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องขออนุญาตรบกวนกรมชลประทานได้ส่งเรือกำจัด ผักตบชวาไปดำเนินการโดยด่วน พี่น้องประชาชนจะขอบคุณเป็นอย่างสูง ขอบคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปครับ ท่านธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับน้องบิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทยประจำปีนี้ ที่ไปคว้ามงกุฎมิสอินเตอร์เนชั่นแนล ๒๐๑๙ ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ
ส่วนเรื่องปรึกษาหารือของดิฉันในวันนี้เป็นเรื่องการคุ้มครองสิทธิและการสร้าง ความเสมอภาคให้กับผู้พิการที่มีความหลากหลายทางเพศ ตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ กำหนดวิสัยทัศน์เอาไว้ว่าคนพิการเข้าถึง สิทธิได้จริง ดำรงชีวิตอิสระในสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน ภายใต้แผนนี้ ยังถูกบรรจุในกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ภายใต้แนวคิดที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และคุณคิดว่า ตอนนี้คนพิการไทยอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างยั่งยืนหรือยังคะ ซึ่งดิฉันตอบแทนได้เลยว่ายัง เพราะอย่างที่ดิฉันเคยพูดเอาไว้แล้วว่าผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นถูกโกงความเป็นมนุษย์ ถูกฆ่าตัดตอนความฝัน และยิ่งเป็นผู้พิการแบบนี้ด้วยแล้วถูกอคติทางเพศ ถูกเลือกปฏิบัติ จากการจ้างงาน ถูกกลั่นแกล้งรังแก ถูกบูลลี (Bully) จากสังคมและคนรอบข้าง เพราะฉะนั้น ดิฉันก็จะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางแก้ไขช่วยกันยุติ โดยที่หยุดการเลือกปฏิบัติ จากการจ้างงานขอให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เร่งหามาตรการคุ้มครอง แก้ไขเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ แล้วก็การกลั่นแกล้งรังแกเราก็ต้องยุติ ขอให้กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เร่งการสร้างความเข้าใจ และเปลี่ยนแปลงทัศนคติการกลั่นแกล้งรังแก ต่อบุคคลพิการที่มีความหลากหลายทางเพศนะคะ ซึ่งดิฉันอยากจะบอกว่าคนพิการ ผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นต้องการความเข้าใจมากกว่าความสงสารขอบคุณมากค่ะ
ต่อไป นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก อยากจะให้กรมที่ดินรีบออกโฉนดให้กับพี่น้องประชาชนผู้ถือครอง ที่ดิน ส.ป.ก. และ ภ.บ.ท. ๕ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเหล่านี้ได้เข้าถึงสิทธิในการดูแล ของภาครัฐอย่างทั่วถึงและให้พี่น้องประชาชนสามารถนำที่ดินไปทำธุรกรรมอื่น ๆ ได้
เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตหารือท่านประธานเป็นเรื่องของค่าตอบแทนของพี่น้อง อปพร. หรือ อส.ตร. หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าตำรวจบ้าน เพราะว่าปัจจุบันนี้ ๒ หน่วยงานนี้ เป็น ๒ หน่วยงานที่ยังไม่มีค่าตอบแทนรายเดือนเป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในพื้นที่หนักตลอด ในการดูแลพี่น้องประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชนของตัวเอง จึงอยากฝาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยพิจารณาตั้งเงินเดือน หรือค่าตอบแทนรายเดือนให้กับพี่น้อง ๒ กลุ่มนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติ หน้าที่ต่อไป
เรื่องสุดท้าย อยากจะฝากถึงกระทรวงสาธารณสุขในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมาทุก รพ.สต. ขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์แล้วก็งบประมาณ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ใช้มานานเกิดการชำรุด เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องวัดความดันหรือเครื่องชั่งน้ำหนัก ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้เป็นอุปกรณ์ พื้นฐานที่ทุก รพ.สต. ควรจะมี จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สามารถเข้าถึงคุณภาพทางการแพทย์อย่างมีคุณภาพ ขอบคุณครับ
ต่อไป นายภาควัต ศรีสุรพล ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ภาควัต ศรีสุรพล ขอนแก่น เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องจะมาปรึกษาหารือ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเกี่ยวกับการบริหารจัดการลุ่มน้ำเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ ทั้งนี้แหล่งต้นน้ำในลุ่มเหนือเขื่อนอุบลรัตน์อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอภูเวียง อำเภอเวียงเก่า อำเภอหนองนาคำ และอำเภอสีชมพู ซึ่งตอนนี้ตกอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างหนัก พี่น้องของผม ถึงแม้จะอยู่เหนือเขื่อน แต่ไม่ว่าจะฤดูแล้ง ฤดูฝน เราไม่มีทั้งน้ำกิน น้ำใช้ น้ำทำการเกษตร อย่างเพียงพอ พื้นที่ทำการเกษตรเสียหายอย่างหนักต้องการให้มีการบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน อย่างเป็นระบบและยั่งยืน สืบเนื่องจากพื้นที่ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขื่อนอุบลรัตน์ มีแหล่งต้นน้ำดีของจังหวัดขอนแก่นจากเทือกเขาภูเวียงไหลลงมาสมทบเติมในเขื่อนอุบลรัตน์ คือลำน้ำพอง และที่ไหลจากต้นน้ำจากจากเทือกเขาภูกระดึงคือลำน้ำพอง ในภาวะฝนแล้ง แหล่งน้ำบนเทือกเขาแห้งผาก ทำให้ไม่มีน้ำไหลลงเข้าลำน้ำทั้งสอง โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอเวียงเก่า น้ำใต้ดินเป็นน้ำเค็มพี่น้องไม่สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้ได้ จึงควรสำรวจและ หาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน การแก้ไขต้องทำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจึงสามารถแก้ไข ปัญหาได้อย่างยั่งยืนดังนี้
๑. พื้นที่ต้นน้ำลำธารบนเทือกเขาต้องมีการจัดทำฝายแม้ว เพื่อชะลอน้ำ
๒. พื้นที่เชิงเขาต้องจัดทำแก้มลิงรองรับน้ำเป็นแหล่งธนาคารน้ำให้มีจำนวนมาก หลาย ๆ แหล่ง กระจายจุดรับน้ำเพื่อไว้ใช้ในอุปโภค บริโภคและเพื่อไว้ใช้ในพื้นที่เกษตรกรรม ยามขาดแคลน
๓. ขุดลอกขยายลำน้ำที่แคบและตื้นเขิน จัดทำฝายขนาดเล็กเพื่อชะลอน้ำ ไว้ใช้ในฤดูแล้งเป็นระยะ ๆ ตามลำน้ำ
๔. ปัญหาขาดแคลนน้ำใช้เลี้ยงสัตว์ในเขตพื้นที่ราบรอบเขื่อนอุบลรัตน์ นี่คือวิกฤติเรื่องน้ำที่พี่น้องของผมเดือดร้อนอย่างหนัก แถมข้าวก็ตายแล้งพื้นที่เกษตรกรรม ก็เสียหายเป็นวงกว้าง ท้ายที่สุดผมขออนุญาตนำเอกสารส่งท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ช่วยติดตามงบประมาณ ณ สภาแห่งนี้ ผมจึงขอหารือท่านประธานให้ช่วยเหลือพี่น้อง ทั้ง ๔ อำเภอของผมด้วยครับ
ได้ครับ ต่อไป นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรีครับ ขอนำเรียนท่านประธาน ก่อนอื่น ผมต้องขอนำเรียนว่าเมื่อวันที่ ๑๑ แล้วก็วันที่ ๑๒ ที่ผ่านมาจังหวัดกาญจนบุรีได้รับเกียรติ จากคณะผู้บริหารคือท่านนายกรัฐมนตรีตลอดจนคณะ ครม. ได้เข้าไปลงพื้นที่ใน ครม. สัญจร ซึ่งเป็นครั้งแรกของในสภาของชุดเราที่มี ครม. สัญจร ผมเองก็ได้มีโอกาสร่วมกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนในการต้อนรับ แล้วก็ได้เล็งเห็นครับว่า ทางรัฐบาลนั้นมีความสนใจที่จะเข้าถึงปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นใน ครม. สัญจรที่ผ่านมานะครับ ครั้งแรกนั้นผมมองเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี แล้วก็อยากที่จะให้ทางรัฐบาล ครม. สัญจรไปทุก ๆ จังหวัดนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้หลังจากที่ ครม. สัญจรเสร็จ พ่อแม่พี่น้องประชาชนรู้ว่าผมจะต้องเข้ามาประชุม สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ จึงฝากย้ำแล้วก็ฝากทวงถามนะครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปยังหน่วยงานผู้เกี่ยวข้อง กระทรวงที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือราคาพืชผลของการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของเรื่องราคาข้าว ปัญหาของเรื่องราคาอ้อยนะครับ แล้วก็ปัญหา ของเรื่องราคาพืชผลการเกษตรอื่น ๆ ซึ่ง ณ วันนี้ครับ พ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรี ยังมีความเดือดร้อนนะครับ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะฝากท่านประธานเพื่อที่จะให้ คณะรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้อง รัฐบาลได้เร่งดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณคำพอง เทพาคัม ครับ
ขอประทานอภัยท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ ซึ่งก็เป็นปัญหาที่เกิดจากการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับที่ทำกินที่อยู่อาศัย ของราษฎร กรณี บ้านตามุย บ้านท่าล้ง บ้านกุ่ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งผมเคยหารือกับท่านประธานมาแล้วนะครับว่าให้มีการกำหนดเขต ให้มีการสำรวจก่อน ถึงให้มีการดำเนินการใด ๆ ซึ่งขณะนี้นะครับ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้ตอบมาบอกว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ว่าขณะนี้นะครับได้มีปฏิบัติการรื้อถอน ไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน ในพื้นที่ที่เกิดความขัดแย้งนะครับ การปฏิบัติการครั้งนี้รู้สึกว่า จะใช้ปฏิบัติการที่แสดงออกถึงความก้าวร้าว เห็นบอกว่ามีการส่งชุดปฏิบัติการจากจังหวัดเพชรบุรี ขึ้นไปที่จังหวัดอุบลราชธานีครับ ก็คิดว่าอยากจะหารือท่านประธานว่าฤดูกาลนี้มันใกล้จะถึง ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตมันสำปะหลังแล้วนะครับ ช่วงนี้ถ้ามารื้อถอนตอนนี้ก็จะทำให้ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนนะครับ ชีวิตที่ฝากไว้กับผลผลิตทางการเกษตรก็จะถูกทำลายลง จึงขอให้ได้มีการชะลอการดำเนินการการปฏิบัติการรื้อถอนการทำลายพืชผลทางการเกษตร ของพี่น้องในพื้นที่ขัดแย้ง ไม่เฉพาะตามพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีนะครับทั่วประเทศซึ่งหากมี การที่จะปฏิบัติการใด ๆ ก็ขอให้พี่น้องได้เก็บเกี่ยวผลผลิตไปก่อน ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไป นางสาวกุลวดี นพอมรบดี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวดี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องข้อหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่ ปุรเชษฐ์ อ่อนคำ ท่านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๓ ตำบลเกาะพลับพลา ถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนถนนทางหลวงหมายเลข ๓๒๙๑ สายเขางู-เบิกไพร พิกัดจุดกลับรถสี่แยกบ้านเกาะ ห้วยตะแคง ประมาณกิโลเมตรที่ ๕+๕๐๐ ซึ่งเป็นสี่แยกวัดใจค่ะท่านประธาน เพราะว่ารถที่ออกมาจากหมู่บ้านทั้ง ๒ ฝั่งถนนและรถที่จะ ยูเทิร์น (U-turn) นะคะ บ่อยครั้งก็จะใจตรงกันประสานงานกันทำให้มีอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต และทางเท้าที่มีลักษณะยื่นล้ำถนนออกมาทั้ง ๒ ฝั่งถนน ซึ่งทางชาวบ้านเองก็ได้มีการร้องขอ ให้มีการปรับปรุงจุดอันตรายจุดนี้ ก็คือ
๑. ให้มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร มีการเพิ่มเส้นชะลอความเร็วบนผิวถนน และแก้ไขทางเท้าที่ยื่นปิดเลนจอดรถนะคะ ทำให้ผู้ที่สัญจรไปมาที่อยู่ต่างถิ่นบ่อยครั้งวิ่งเสย ขึ้นบนทางเท้านะคะ
๒. ก็คือในส่วนของ ๓๒๐๘ อยากจะให้มีการติดตั้งไฟกระพริบบริเวณวงเวียน และดิฉันเองต้องขอขอบพระคุณ ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี ที่เดินทางมาจังหวัดราชบุรีและจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งท่านเองก็มาเยี่ยมชม มารับฟังปัญหา ของพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีเต็มวันและท่านเองก็รับปากที่จะแก้ไขปัญหาทุก ๆ อย่างให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ในการมา ครม. สัญจรครั้งที่ ๑ หลังจากที่มีการเลือกตั้งในครั้งนี้ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
ต่อไป ท่านจตุพร เจริญเชื้อ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร เจริญเชื้อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่น ผมขอหารือท่านประธานนะครับ สืบเนื่องจากการหารือ ครั้งก่อนวันที่ ๒๒ สิงหาคม เมื่อคราวสมัยประชุมที่ผ่านมา ผมหารือขอให้กรมทางหลวงนั้น ได้ขยายทางหลวงหมายเลข ๒๐๓๙ ที่เชื่อมออกจากถนนมิตรภาพ อำเภอน้ำพอง ไปยังอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ขยายจาก ๒ ช่องการจราจรเป็น ๔ ช่องการจราจร เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หลังจากที่ผมหารือเสร็จทางท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดขอนแก่นก็ได้ทำหนังสือตอบมายังที่ผม แจ้งมาว่าขณะนี้แขวงทางหลวงที่ ๑ ได้เสนอเรื่อง ไปที่กรมทางหลวง แต่ปรากฏว่ายังไม่ได้รับการอนุมัติงบประมาณในปี ๒๕๖๓ แต่ว่าจะมี การนำเสนอเข้างบประมาณปี ๒๕๖๔ ผมจึงขอหารือท่านประธานขอทราบว่าถ้าท่านจะทำงบ ปี ๒๕๖๔ นั้น ท่านจะเริ่มแผนได้ช่วงเวลาใดนะครับ เพราะว่าหลังจากที่ผมหารือช่วงที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่ามีพี่น้องประชาชนได้สอบถามมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผมจึงอยากจะทราบคำตอบ จากกรมทางหลวงว่าปี ๒๕๖๔ ที่ท่านจะบรรจุแผนเข้าไปสู่เพื่อของบประมาณนั้น ท่านจะเริ่มได้ในช่วงเดือนใด ผมจะได้นำเรื่องนี้ไปรายงานต่อพี่น้องประชาชนให้ได้รับทราบ ต่อไปนะครับ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ต่อไป ท่านระวี มาศฉมาดล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กระผมขออนุญาต หารือผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องไปรษณีย์ สืบเนื่องมาจากการที่ สภาพแรงงานไปรษณีย์ได้เปิดโปงการทุจริตในการสร้างตู้ไปรษณีย์ยักษ์ ๗.๑ ล้านบาท และการปรับปรุงที่ทำการสาขาไปรษณีย์ ๔ สาขา พรรคพลังธรรมใหม่ได้ทำการลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายครั้ง พบว่ามีแนวโน้มที่ส่อการทุจริตชัดเจน จึงยื่นเรื่องต่อ ท่านรัฐมนตรีพุทธิพงษ์ ปรากฏว่านอกจากจะไม่มีการสั่งพักงานผู้บริหารและตั้งกรรมการ สอบสวนการทุจริต กลับมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสภาพแรงงาน ซึ่งเป็น ผู้ชี้เบาะแสการทุจริต ต่อมาพรรคได้เข้าพบและยื่นหนังสือต่อท่านรัฐมนตรีพุทธิพงษ์อีก ๒ ครั้ง และได้เพิ่มข้อมูล ๔ โครงการ มูลค่ามากกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งส่อไปในทางทุจริต และตัวเลขการบริหารงานของไปรษณีย์ที่ล้มเหลว กำไรตลอด ๔ ปีที่ผ่านมาลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนผู้บริหารแล้ว กลับมีการตั้งคณะกรรมการเอาผิด ทางวินัยและเอาผิดทางแพ่งกับสหภาพแรงงาน มีการตั้งคณะกรรมการสอบทุจริต เพียงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการเพื่อหาแพะรับบาป ดังนั้นพรรคพลังธรรมใหม่จึงขอเรียกร้อง ท่านนายกรัฐมนตรีให้ลงมาดูการทุจริตและด้อยประสิทธิภาพของไปรษณีย์ไทยด้วยตนเอง โดยพรรคขอเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณา ดังต่อไปนี้ ๑. พิจารณาการทำงานของ คณะกรรมการบอร์ด (Board) ๒. ขอให้มีคำสั่งพักงานและตั้งกรรมการสอบสวนการทุจริต ผู้บริหาร ๓. ขอให้มีคำสั่งยกเลิกการสอบวินัยสภาพแรงงาน ซึ่งเป็นผู้ชี้เบาะแสการทุจริต ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองผู้ที่จะชี้เบาะแสการทุจริต ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปครับ จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก คือเรื่องสะพานลอยที่ตำบลแสนภูดาษ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา สะพานลอยนี้ควรจะอยู่หน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรที่มีประชากร ๓,๐๐๐-๓,๕๐๐ คน ที่จำเป็นจะต้องข้ามถนน ๖ เลนเพื่อไปทำงาน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่จะต้องไปโรงเรียนนะครับ เนื่องจากว่ามีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ชาวบ้านเลยรวมตัวกันเพื่อที่จะขอสร้างสะพานลอย ซึ่งชาวบ้านและเทศบาลรวมตัวทำเอกสารดำเนินการเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ตอนนี้ งบประมาณยังไม่เข้าเลยครับท่านประธาน แผนปี ๒๕๖๒ สะพานลอยนี้อยู่ในลำดับที่ ๖ ซึ่งยังไม่มีท่าทีว่าจะได้ดำเนินการสร้าง ก็อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการ เรื่องนี้อย่างเร่งด่วนด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เป็นเรื่องของอำเภอแปลงยาวครับ อำเภอแปลงยาว มีคลอง ๑ คลองก็คือคลองวังด้วน อำเภอแปลงยาว ระยะทางประมาณ ๒๔ กิโลเมตร ชาวบ้านหลายหมู่ครับ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลหัวสำโรง หมูที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๑ และหมู่ที่ ๑๒ ตำบลแปลงยาว จำเป็นต้องใช้ในการทำการเกษตรครับ แต่ว่า ด้วยความที่ผักตบชวาหนาแน่นมาก แล้วก็มีการทำฝายทำให้น้ำไม่ระบายตามธรรมชาติ ก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดการเรื่องปัญหาน้ำเน่าเหม็นและไม่ระบาย เพื่อที่จะทำให้ชาวบ้านได้ใช้ทำการเกษตร รวมถึงอุปโภคบริโภค ทั้งหมด ๒ เรื่องครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
ต่อไป ท่านสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม เนื่องจากถนนหมายเลข ๑๐๖๗ เริ่มต้นที่สี่แยกอำเภอบึงนาราง ไปอำเภอโพทะเล อำเภอบางมูลนาก ถึงอำเภอดงเจริญ ถึงตลิ่งชัน เป็นถนนลาดยาง ๒ ช่องทางจราจร ความยาว ๔ อำเภอ ๕๓ กิโลเมตร มีปริมาณ การจราจรวิ่ง ๔,๐๒๓ คันต่อวัน รถบรรทุกตั้งแต่หกล้อขึ้นไป ๔๔๕ คันต่อวัน สถิติปี ๒๕๖๑ ถนนเส้นนี้มีอุบัติเหตุมากเนื่องจากถนนสวนเลนกันแคบ โดยมีจุดที่เสี่ยงอุบัติเหตุบ่อยครั้ง บริเวณหน้าโรงพยาบาลโพทะเลและโรงพยาบาลบางมูลนาก ซึ่งมีจุด ๒ จุดนี้ไม่มีที่พักรถ ตอนสัญจรเข้าออกโรงพยาบาลทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นประจำมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต มาโดยตลอด และอีกช่วงหนึ่งที่เสียงให้เกิดอุบัติเหตุคือเลยศูนย์ชัยพัฒนาการเกษตรสิรินธร อำเภอบางมูลนาก กม. ที่ ๑ บวก ๕๐๐ ถึงสี่แยกดงเจริญ เป็นถนนลาดยางที่เป็นคลื่น เสียหายแทบตลอดทั้งเส้นทาง พี่น้องประชาชนผู้ใช้สัญจรในจังหวัดพิจิตรเลยร้องขอความเมตตา กระทรวงคมนาคมช่วยดูจัดสรรงบประมาณทำถนนดังกล่าวเป็นถนนสี่เลนเพื่อลดอุบัติเหตุ และสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และให้นักท่องเที่ยวใช้เป็นเส้นทางสัญจร ในการไปกราบสักการะหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่ที่วัดคุณพุ่ม ตำบลบางลาย และหลวงพ่อเงิน องค์ใหญ่ที่วัดท้ายน้ำ หลวงพ่อเงินวัดบางคลานที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ตลอดจน ไปสักการะหลวงปู่เขียน วัดสำนักขุนเณร อำเภอดงเจริญ ไปสักการะวัดพระนอนที่สุขุมาราม ตำบลวังตะกู อำเภอบางมูลนาก ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร เพื่อความมั่นคง และมั่งคั่งและยั่งยืนต่อไปครับท่านประธาน
ต่อไปครับ ท่านจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในตำบลคำโคกสูง อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี ได้รับความเดือดร้อนเรื่องถนนค่ะ ถนนสายตำบลคำโคกสูง หนองหญ้าไซ เริ่มจากบ้านหนองไผ่ไปบ้านดงง่าม ถึงบ้านโคกใหญ่ ระยะทางประมาณ ๘ กิโลเมตร สภาพเดิมเป็นถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อตลอดสาย ช่วงฤดูฝนก็มีน้ำกักขังสัญจรไปมาลำบาก ฤดูแล้งก็จะมีฝุ่นละอองซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพพี่น้องประชาชน ซึ่งมีราษฎรจำนวน ๕,๓๗๗ คน ในพื้นที่ตำบลคำโคกสูง ต้องอาศัยถนนสายนี้เป็นเส้นทางหลักในการสัญจรไปมา ได้รับความเดือดร้อนเรื่องถนนลำบากมากค่ะท่านประธาน ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยลงไปสำรวจทำถนนลาดยางให้กับพี่น้องตำบลคำโคกสูง อำเภอวังสามหมอด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖ บ้านโคกเล้า ตำบลบะยาว อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี และหมู่บ้านใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน ในการสัญจรไปมาบนถนนสายบ้านโคกเล้า บ้านนาแก-บ้านภูดิน ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ช่วงฤดูฝนถนนจะลื่นเป็นหลุมเป็นบ่อสัญจรไปมาลำบาก ฤดูแล้งก็จะมีฝุ่นละออง เป็นอันตรายต่อสุขภาพพี่น้องประชาชนบนถนนเส้นนี้ เส้นทางนี้ในการขนส่งสินค้าเกษตร ยังเป็นเส้นทางรับส่งนักเรียน เมื่อประชาชนเจ็บป่วยไม่สบายจะเป็นทางที่ถนนไปรับบริการ โรงพยาบาลสาธารณสุขตำบล ดิฉันขอฝากท่านประธานช่วยทำถนนลาดยางให้กับพี่น้อง บ้านโคกเล้าด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปครับ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกพรรคท้องถิ่นไท แบบบัญชีรายชื่อ วันนี้ผมหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากนายกเทศมนตรีในเขตเทศบาลหลายแห่งทั่วประเทศว่าขณะนี้เขาได้รับปัญหา เรื่องการขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษาในสายงานการสอนในโรงเรียนสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตเทศบาล เพราะว่าขณะนี้มีตำแหน่งหลายตำแหน่งที่ว่างอยู่ จำนวนมาก แล้วก็มีผลกระทบต่อการเรียนการสอนของโรงเรียนในเขตเทศบาลจำนวนหนึ่ง ดังนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะคณะกรรมการ มาตรฐานการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น หรือที่เรียกว่า ก.ถ. หรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยจะได้ช่วยบรรเทาหรือหาแนวทาง มาตรการที่จะทำให้อัตราว่างที่มีอยู่ จำนวนมากในโรงเรียนเทศบาลนั้นจะได้มีอัตราจำนวนหนึ่งที่จะไปบรรจุให้มีการเรียนการสอน ซึ่งนักเรียนจะได้ประโยชน์จากสิ่งที่เขาร้องเรียนมาเพื่อจะให้แก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู และบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าว จึงเรียนมายังท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงาน ดังที่ผมกล่าวมาแล้วเพื่อจะได้เยียวยาแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปครับ นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมมีประเด็นหารือท่านประธานอยู่เรื่องเดียว เรื่องนั้นก็คือขอให้ช่วยบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่อำเภอปากพนัง จากการลงพื้นที่ในอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในหลายตำบลของอำเภอปากพนัง รวมไปถึงอำเภอเชียรใหญ่ เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำขังน้ำเสียในคูคลอง ๘๐ กว่าสาย เป็นต้นเหตุให้เกิดยุงจำนวนมากในพื้นที่ บางบ้านถึงขั้นต้องกางมุ้งรับประทานอาหาร และอาจนำมาสู่โรคไข้เลือดออกได้ เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่าสาเหตุหนึ่งมาจาก การบริหารจัดการน้ำที่ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ที่อยู่ภายใต้การรับผิดชอบ ของกรมชลประทานไม่ได้เปิดประตูระบายน้ำให้มีการถ่ายเท ที่ผ่านมาทางชาวบ้าน ได้ร้องเรียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อที่จะเข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจในการจัดการเรื่องน้ำ จากประตูระบายน้ำเพราะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ดังนั้นเพื่อช่วยบรรเทา ความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนจึงเรียนประธานสภาส่งเรื่องไปยังกรมชลประทาน ได้เข้าไปดูแลแก้ไขโดยการเปิดประตูระบายน้ำที่ตำบลท่าพระยาเพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเล โดยตรง จะเป็นส่วนช่วยให้น้ำได้ระบายออกและการเปิดประตูระบายน้ำบริเวณตำบลท่าพระยา ไม่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนที่เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้งในกระชังด้วย การดำเนินการดังกล่าว น่าจะเป็นแนวทางหนึ่งของการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน
ต่อไป คุณศุภชัย ใจสมุทร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย ผมมีเรื่องที่อยากจะหารือกับท่านประธานในเรื่องว่า การเมืองแทรกแซงสื่อหรือสื่อแทรกแซงการเมือง นับตั้งแต่เมื่อวานจนกระทั่งเที่ยงวันนี้นะครับ มีข่าวที่บอกว่าประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเนชั่น มัลติมีเดีย หรือสื่อเนชั่น ได้มีการแถลงข่าวว่า กลุ่มการเมืองแทรกแซงการประชุมข่มขู่ผู้ถือหุ้นบางกลุ่ม เพื่อให้คัดค้านการเพิ่มทุน จนกระทั่งไม่สามารถที่จะประชุมได้ ภาพออกมาเหมือนว่าการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ในขณะเดียวกันหนังสือที่บริษัทนั้นได้ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ระบุ เรื่องการเมืองแทรกแซงเลย มีแต่เรื่องเทคโนโลยีคุกคามธุรกิจจนไม่สามารถทำธุรกิจได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จนถึงวันนี้ ข่าวมีการออกมาตลอดนะครับ ซึ่งพฤติการณ์ของ ซีอีโอ (CEO) หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผมว่าทำให้การเมืองเสื่อมเสีย จริง ๆ ตัวท่านเอง ก็มีรายชื่อเป็น ส.ว. สำรองอยู่ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็เลยเกิดตั้งคำถามว่าสื่อแทรกแซงการเมือง หรือการเมืองแทรกแซงสื่อ ความจริงแล้วผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทนั้นเขาไม่มีความประสงค์ ที่จะให้เพิ่มทุน เพราะธุรกิจก็เป็นเรื่องปัญหาของท่านเองตรงนั้นนะครับ ตรงนี้เป็นปัญหา ซึ่งผมคิดว่าเราต้องคิดกัน วันนี้นักการเมืองท่านหนึ่งในสภานี้ก็เป็นอดีตประธานของเนชั่น ขณะนี้สามีท่านก็ไปเป็นประธานแทนท่านจึงไม่รู้ว่าใครครอบงำใคร ใครแทรกแซงใคร ท่านจะเกี่ยวข้องกับเนชั่นหรือไม่ ทราบเรื่องการแทรกแซงเรื่องนี้หรือไม่ เรื่อง ส.ส. ถือหุ้นสื่อ กำลังจะมีมาตรฐาน ศาลกำลังจะตัดสินภายในไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว แต่ถ้าคู่สมรส ส.ส. เป็นผู้บริหารสื่อเป็นผู้มีอำนาจมีอิทธิพลในสื่อ เราจะสร้างมาตรฐานกันอย่างไร เพราะฉะนั้น ผมจึงขอกราบเรียนต่อท่านครับ ขอให้สภาทำหนังสือสอบถามไปยังซีอีโอ (CEO) เนชั่นครับว่า การเมืองที่อ้างถึงนี่คือใคร อ้างลอย ๆ แบบนี้เราเสียหายครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ต่อไปครับ คุณสิงหภณ ดีนาง ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องจะนำเรียนหารือท่านประธาน เนื่องจากจังหวัดขอนแก่นได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยแล้ง อันเป็นสาเหตุให้น้ำประปาของอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ไม่มีน้ำใช้ที่เพียงพอครับ ท่านประธาน เนื่องจากต้องอาศัยน้ำดิบจากลำน้ำเชิญ โดยมีแหล่งต้นน้ำอยู่ที่เขื่อนจุฬาภรณ์ ปัจจุบันเขื่อนจุฬาภรณ์มีปริมาณน้ำน้อยมากครับ และตลอดระยะทางของลำน้ำเชิญมีการใช้น้ำ ของพี่น้องเกษตรกรเพื่อใช้ในการเกษตรเป็นจำนวนมาก ทำให้มีปริมาณน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา ไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันการประปาส่วนภูมิภาคมีแหล่งกักเก็บน้ำของอำเภอชุมแพน้อยมากครับ ถ้าหากไม่มีแหล่งน้ำดิบเพื่อกักเก็บน้ำเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้ผมว่าอำเภอชุมแพต้องเกิด วิกฤติแน่นอน ฉะนั้นปีงบประมาณปี ๒๕๖๓ ผมอยากให้การประปาส่วนภูมิภาคจัดงบประมาณ เป็นการเร่งด่วนเพื่อขุดสระกักน้ำดิบสำรองไว้ที่บึงหนองบัว อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน กระผมใคร่เรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรมชลประทานได้จัดงบประมาณปี ๒๕๖๓ เพื่อขุดลอกทำแก้มลิงทั้ง ๒ โครงการด้วยครับ คือ ๑. ก่อสร้างแก้มลิงบ้านหนองบัวพร้อมอาคารประกอบ ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ๒. ก่อสร้างแก้มลิง บึงนาเพียง พร้อมอาคารประกอบระยะที่ ๒ ตำบลนาเพียง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งทั้ง ๒ โครงการนี้จะทำให้พี่น้องเกษตรกรไม่ขาดแคลนน้ำ และยังสามารถพัฒนาเพื่อเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำเป็นแหล่งน้ำดิบต้นทุนสำหรับผลิตน้ำประปา ให้กับพี่น้องอำเภอชุมแพในช่วงฤดูแล้งและในอนาคตอีกต่อไป ฉะนั้นกระผมจึงเรียนผ่านไปยัง การประปาส่วนภูมิภาคและกรมชลประทานได้พิจารณาโครงการเป็นการเร่งด่วนต่อไปด้วยครับ และขอยื่นเอกสารผ่านท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้ง ๒ หน่วยงานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ครับ ส่งมานะครับ ต่อไปครับ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องเรียนท่านประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลลาดบัวขาว และหมู่ที่ ๑๑ ตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่งว่าท่อลอดถนนของชลประทานคลองห้วยหอย บริเวณหมู่ ที่ ๑๑ บ้านโป่งลาน ไม่สามารถระบายน้ำได้ทันในฤดูน้ำหลากทำให้เกิดน้ำท่วมขัง เป็นประจำ ทำให้พืชผลทางการเกษตรและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย จึงขอให้กรมชลประทานได้ขยายท่อลอดและทำประตูปิด-เปิดเพื่อควบคุมระดับน้ำในคลอง ดังกล่าวครับ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนชาวตำบลท่าผา บริเวณหมู่ที่ ๑๓ หมู่ที่ ๑๔ หมู่ที่ ๑๕ และหมู่ที่ ๒๐ ที่ใช้น้ำทำการเกษตรจากคลองชลประทานเดือดร้อนจากน้ำคลองไม่ไหล เนื่องจากคลองชลประทานเส้นหลัก ๙ ซ้ายบริเวณต้นน้ำมีดินตะกอนและวัชพืชขวางทางน้ำ เป็นจำนวนมากในคลองชลประทานทำให้น้ำไม่ไหลไปคลองชลประทานท้ายน้ำ ทำให้พี่น้องเกษตรกร ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวเดือดร้อน จึงขอให้กรมชลประทานพิจารณาดำเนินการครับ
เรื่องที่ ๓ ได้ขอให้กรมทางหลวงได้พิจารณาติดตั้งไฟส่องสว่างที่สี่แยกไฟแดง หัวโป่ง บริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง ซึ่งสี่แยกไฟแดงแห่งใหม่นี้ปัจจุบันนี้ ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ เป็นสี่แยกไฟแดงใหม่ที่เพิ่งมีการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรได้ประมาณ สัก ๔ เดือนที่ผ่านมา ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นได้รับความสะดวกในการสัญจรไปมา และความปลอดภัยแต่ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอในเวลาค่ำคืน จึงขอให้ทางกรมทางหลวง ได้พิจารณาติดตั้งไฟส่องสว่างให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาในเส้นทางดังกล่าวด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปครับ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร คลองสาม ธนบุรี บางกอกใหญ่ พรรคอนาคตใหม่ครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนที่วันก่อนผมนำเรื่องรถติดหน้าห้างไอคอนสยามมาสู่สภา ตอนนี้ก็ประชุมกัน ปัญหาก็บรรเทาลงไปได้แล้ว
เรื่องแรก ผมนำความเดือดร้อนเกี่ยวกับทางเดินและท่อระบายของชุมชนศรีภูมิ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี ซึ่งเป็นที่ของกรมธนารักษ์ ฝากกรมธนารักษ์ประสานกับเขตธนบุรี ช่วยแก้ไขด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องแสงสว่างใต้สถานีรถไฟฟ้าแยกท่าพระมืดมากครับ ช่วยติดด้วยครับ ฝากรถไฟฟ้ามหานครจัดการนะครับ
เรื่องสุดท้าย ผมอยากมาขอเรือครับท่านประธาน แต่ไม่ใช่เรือดำน้ำ ผมมาขอ เรือเมล์โดยสารประจำทางให้พี่น้องฝั่งธนบุรีได้ใช้ อย่างที่ทุกท่านทราบว่าฝั่งธนบุรีเรามีคลอง ถึง ๖๒๕ คลอง ในอดีตได้ชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออก เป็นที่สัญจรเป็นหน้าบ้านของทุกคน แต่ผมว่าปัจจุบันกลายเป็นเวเน่าไปแล้ว กลายเป็นหลังบ้านและเป็นที่ทิ้งน้ำเสียทิ้งขยะ การที่จะมีเรือเมล์มาวิ่งเรือเมล์อาจจะวิ่งช้า แต่วิ่งบ่อย ๆ จะไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าได้ที่วิ่งเร็ว แต่วิ่งน้อย การวิ่งเรือเมล์อาจจะช่วยแก้ปัญหารถติดได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้วก็ส่งเสริมชุมชน ปลูกจิตสำนึก รักคลอง ถ้าให้ดีอยากให้ทำเป็นเรือไฟฟ้าด้วย อย่างไรฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมช่วยพิจารณาศึกษาเดินเรือเมล์ฝั่งธนบุรี อย่าทำแค่ฝั่งพระนคร ขอบคุณมากครับ
ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ พลังประชารัฐ จังหวัดยะลา วันนี้มีเรื่องหารือประธาน ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ขอให้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมพิจารณาซ่อมแซมอาคาร และสร้างหลังคาครอบชานชาลาสถานีรถไฟจังหวัดยะลาซึ่งมีสภาพทรุดโทรม
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องที่ ๒ ขอให้ความเป็นธรรมกับผู้เช่าช่วงอาคารทรัพย์สินของการรถไฟ แห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้เช่าผิดสัญญาและได้เลิกสัญญา แล้วผู้เช่าช่วงได้รับความเสียหาย
เรื่องที่ ๓ ขอให้มีหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เนื่องจากว่าเป็นกลุ่มที่ตกค้างยังไม่ได้รับการให้ความช่วยเหลือ ตามนโยบายที่ ๖๖/๒๕๒๓ ภายหลังจากการวางอาวุธและกลับมาร่วมพัฒนาชาติไทย และมีคำสั่งแต่งตั้งของสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๕๘ แล้ว
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๔ ผมขอหารือถึงกระทรวงมหาดไทย พิจารณาให้ความเป็นธรรม กับกลุ่มลูกจ้างนับชิ้นงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต ๓ กรณีที่มีนโยบายที่จะปรับให้เป็น ลูกจ้างประจำจำนวน ๒๙ ราย แต่ไม่ได้มีการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว และปัจจุบันนี้ มีการเปลี่ยนจากลูกจ้างของการไฟฟ้าไปเป็นลูกจ้างของบริษัท และปัจจุบันนี้มีการลาออก ไปจำนวนมาก เหลือ ๔-๕ ราย เนื่องจากว่าค่าตอบแทนลดลง รายละเอียดเดี๋ยวผม เสนอรายละเอียดเอกสารให้กับท่านประธานต่อไปครับ
ต่อไป คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลา ๒ นาที ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ผู้เดือดร้อน
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องที่จังหวัดน่านได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๗ กันยายน ปี ๒๕๖๒ ถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรติดตามเรื่องช่วยเหลือชดเชยพี่น้องที่ประสบภัยแล้ง ที่ประกาศเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ถึง วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๒ มีพี่น้องที่ประสบภัยแล้ง ที่ขึ้นทะเบียนก่อนประกาศภัย ๓,๓๔๔ ราย เนื้อที่ ๕๕,๐๐๐ ไร่ เม็ดเงิน ๖๓ ล้านบาท ยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยา อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนหลังประกาศซึ่งไม่เข้า หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแต่เดือดร้อนจริง ๘๘,๐๐๐ ไร่ เม็ดเงินขอรับชดเชย ๑๐๑ ล้านบาท ได้ทำหนังสือถึงท่านอธิบดีแล้วให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรได้ช่วยติดตามให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย
เรื่องที่ ๒ เรื่องของเกษตรแปลงใหญ่ ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องที่เข้าโครงการ เกษตรแปลงใหญ่โคเนื้อ ๓ กลุ่ม ที่จังหวัดน่านได้รับอนุมัติจากอนุกรรมการพัฒนาเกษตรและสหกรณ์ ระดับจังหวัดแล้ว ได้ไปติดตามขอสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. ขณะนี้ที่กลุ่มเกษตรโคเนื้อบ้านนาหวาย หมู่ที่ ๘ มีสมาชิกทั้งหมด ๕๘ ราย โคเนื้อ ๒๖๘ ตัว เม็ดเงินที่ขอรับกู้ ๘,๐๔๐,๐๐๐ บาท ได้รับอนุมัติไปแล้วร้อยละ ๖๐ เหลืออีกร้อยละ ๔๐ ยังไม่มีความก้าวหน้า ขอติดตามไปที่ ธ.ก.ส. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรด้วย ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ต่อไป นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตลาดกระบัง ดิฉันขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วที่ดิฉันได้หารือเรื่องของถนนที่มีสภาพชำรุดเสียหาย ในวันนี้ก็ยังมีอย่างต่อเนื่องในเขตกรุงเทพมหานครของเรา การเดินทางของพี่น้องเป็นไป ด้วยความยากลำบาก ดิฉันขอให้สำนักโยธาธิการ กรุงเทพมหานครได้โปรดลงไปดูแลพี่น้อง ที่ถนนชุมชนจัดสรรวัดลาดกระบังด้วยนะคะ ถนนมีสภาพเสียหายเป็นอย่างมากเลย แล้วก็ในส่วนของถนนร่มเกล้า ๒๑/๓ ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงถนนในชุมชนสุทธาวาส ดิฉันต้องขอให้ทางสำนักงานเขตได้ส่งเรื่องถึงการไฟฟ้านครหลวงทำเรื่องขอไฟฟ้าให้กับ พี่น้องประชาชนในชุมชนด้วยค่ะ เพราะในปัจจุบันนี้พี่น้องอยู่ด้วยความยากลำบากมาก เกิดการจี้ชิงวิ่งปล้นกันมากเลย เพราะว่าสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ด้วย ฉะนั้นแล้วถ้าหากว่า เราไม่บริการพี่น้องประชาชนในด้านนี้กับความเสียหายก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของลำรางรอบชุมชนเคหะร่มเกล้ามีระยะทาง ๗ กิโลเมตร ในชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ช่วงที่ผ่านมาเมื่อประมาณ ๕-๖ ปีที่แล้ว มีความพยายามที่จะโอนให้ลำรางนี้เป็นความดูแลของกรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจาก เกิดการยึดอำนาจไปเสียก่อน การบริหารจัดการต่าง ๆ จึงได้หยุดชะงักลง มีพี่น้องประชาชน ก็ได้รับความลำบากเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของน้ำเน่าเสียต่าง ๆ หรือว่าช่องทางการระบายน้ำ การป้องกันน้ำท่วมไม่มีการเข้ามาดูแลเลยค่ะ เพราะว่ายังขัดแย้งกันอยู่ว่าใครจะเป็นผู้ที่จะมา รับผิดชอบโดยตรง ฉะนั้นแล้วดิฉันต้องขอประสานถึงกรุงเทพมหานครไปยังเคหะแห่งชาติ ด้วยนะคะ ได้โปรดมาดูแลพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ต่อไปครับ นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้จะมีเรื่องปรึกษาหารือในเรื่องของ ๑. มาจากคำหารือของเทศบาลตำบลกบินทร์ และเทศบาลตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี และความเดือดร้อน ที่ได้รับมาจากประชาชน ชาวบ้าน สถานศึกษา หน่วยราชการต่าง ๆ มาจากสุนัขจรจัด ไม่มีเจ้าของรับผิดชอบ ปัจจุบันนี้เรามีสุนัขจรจัดเป็นจำนวนมากที่มีการขยายแพร่พันธุ์ อย่างรวดเร็วก่อให้เกิดความเดือดร้อนขาดการดูแล ขาดการฉีดวัคซีนก่อให้เกิดความเดือดร้อน เช่น คุ้ยเขี่ยขยะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเน่า แพร่เชื้อโรคต่าง ๆ กัดทำร้ายสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน กัดประชาชนที่สัญจรผ่านไปมานะครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็กัดเด็กนักเรียน ๒-๓ คน ซึ่งทำให้ ผู้ปกครองต้องเดือดร้อนฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้า ฉีดยาป้องกันบาดทะยัก ซึ่งก่อให้เกิด ความเดือดร้อนโดยทั่วไป อุปสรรคปัญหามาจากพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า ก่อให้เกิดความสับสนกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่จะแก้ไขปรับปรุงต่าง ๆ เรื่องของปศุสัตว์ เรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา ดังนั้นจึงกราบเรียนไปยังท่านประธานสภาที่เคารพ ได้โปรดปรึกษาหารือไปยังกรมปศุสัตว์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย เพื่อจะออก มาตรการบูรณาการแก้ไขปัญหา เช่น ฉีดยาคุมกับสัตว์ทั้งปวงที่ไม่มีเจ้าของ หรือสันนิษฐานว่า ไม่มีเจ้าของ ฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ากับสุนัขทุกตัว ควบคุมกักขังสัตว์เพื่อไม่ก่อให้เกิด ความเดือดร้อนกับประชาชนและผู้คนโดยทั่วไปครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป ท่านสมคิด เชื้อคง ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี มีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง เหมือนกัน เป็นเรื่องร้องทุกข์สำหรับพี่น้องประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานครับ จังหวัดอุบลราชธานีวันนี้หลังจากน้ำท่วมแล้ว ก่อนน้ำท่วมก็มีบ่อน หลังจากน้ำท่วมบ่อนก็เยอะ แล้วตู้สล็อต (Slot) สำหรับหยอดเหรียญ ผมก็ไม่เคยเล่นหยอด เด็ก ๆ นักเรียนยังหยอดเลย หน้าโรงเรียน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ดูภาพบ่อนนะครับ ทำกันมานาน แกล้งจับกันเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ปรากฏว่าจับได้เงิน ๒,๐๐๐ บาท ไฮโล ๓ ลูก และวันนี้ ยังเปิดกันอยู่เท่าที่เขาแจ้งผมมาตู้สล็อต (Slot) อย่างภาพที่ท่านประธานเห็นนี่ละครับ มันน่าเกลียดอยู่หน้าโรงเรียน อยู่หน้าโรงพยาบาล อยู่หลายอำเภอ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด จะทราบหรือไม่ทราบไม่รู้ต้องไปดำเนินการ และเขาอ้างด้วยว่ามีผู้ใหญ่ ไม่รู้ใหญ่ขนาดไหน นี่ขนาดเด็กนักเรียนยังเล่นนะครับท่านประธาน มันน่าเกลียด อ้างว่าใหญ่มากไม่มีใครกล้าจับเลย ตู้สล็อต (Slot) เฉพาะอำเภอเมืองเท่าที่ผมทราบข่าวเกือบ ๑๐๐ ตู้ อำเภอวารินชำราบ ๘๐-๙๐ ตู้ อำเภอเล็ก ๆ รอบนอก นี่ไม่ใหญ่จริงทำไม่ได้นะครับ ผมขอฟ้อง พลเอก ประยุทธ์ ซึ่งดูแลตำรวจ ต้องทำให้ได้ ไม่ใช่พูด พูด พูด แล้วก็ปล่อยอย่างนี้ ชาวบ้านเดือดร้อน หาเงินกระทั่งกับ เด็ก ๆ เลยครับ ไม่มีที่กินแล้วหรือครับ อย่างนี้มันเดือดร้อน
อีกเรื่องหนึ่งครับ ก็อาจจะไม่ใช่บ่อน แต่ก็เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ถนนสายอำเภอน้ำยืนมาที่บ้านท่าโพธิ์ศรี ก็ธรรมดาครับน้ำท่วมมันก็พังหมด ก็ฝากกรมทางหลวง ไปดูแลนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง สะพานข้ามลำโดม อำเภอเดชอุดม ในเขตเทศบาลเมืองเดชอุดม ซึ่งเป็นคอขวด ฝากกรมทางหลวงไปขยายด้วยครับ วันนี้น้ำท่วม วันน้ำท่วมก็พัง คอสะพาน พังหมด และวันนี้ก็อยากให้กรมทางหลวงช่วยไปดูแล ขอบพระคุณครับ
ต่อไปครับ นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องในเขตอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ในเรื่องของถนนเลียบคลองชลประทานป่าสัก-ชัยนาท ซึ่งมีสภาพชำรุด เป็นหลุมบ่อ ถนนปลิ้นเป็นร่องล้อนะคะ แล้วก็บริเวณเลยเส้นวัดประดู่ในหมู่ที่ ๕ ตำบลหนองแก เลยวัดมานิดหนึ่งเป็นเส้นทางที่จะออกไปสู่จังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรีได้ ตรงนี้เป็นจุดโค้งหักศอกพอดี มีประตูเปิด-ปิดน้ำของคลองส่งน้ำชลประทานอยู่ด้วยนะคะ ซึ่งเวลาขับรถผ่านคนที่ใช้รถจะมองไม่เห็นทางข้างหน้าก็มีโอกาสที่จะตกลงไป แล้วก็มีรถตกลงไป ตรงประตูเปิด-ปิดน้ำหลายคันแล้วนะคะท่านประธาน ดิฉันสอบถามดูทราบว่าอยู่ในความรับผิดชอบ ของหน่วยงานกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็กราบเรียนท่านประธาน ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยมาปรับพื้นผิวถนนให้เรียบนะคะ ปรับโค้งหักศอกนี้ แล้วก็ไฟทางแสงสว่างยามค่ำคืนก็มืดมิด รวมทั้งถ้าไม่สามารถที่จะดำเนินการปรับโค้งในช่วง ระยะเวลาอันสั้นนี้ก็อยากให้ดำเนินการติดตั้งไฟกระพริบเป็นสัญญาณเตือนทั้งทางขาไป และขากลับก่อนว่าข้างหน้านั้นอีกประมาณสัก ๑๐๐-๒๐๐ เมตรจะมีโค้งหักศอก ซึ่งอันตรายมาก ซึ่งถ้าสามารถติดตั้งไฟกระพริบ ซึ่งอาจจะใช้งบประมาณไม่มากติดตั้งไปก่อนนะคะ ประมาณ สัก ๑๐๐-๒๐๐ เมตรจะมีโค้งหักศอกซึ่งอันตรายมาก ซึ่งถ้าสามารถติดตั้งไฟกระพริบ ซึ่งอาจจะใช้งบประมาณไม่มากติดตั้งไปก่อนก็จะเป็นการบรรเทาอุบัติเหตุตรงนี้ แล้วก็ช่วยดำเนินการใน ๓-๔ เรื่องที่ดิฉันได้ฝากกราบเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปนะครับ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา พรรคเพื่อไทย ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในยุคข้าวยากหมากแพงมีทุกนาที ชาวคลองสามวาประชากรน่าอยู่กว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานทราบไหมครับ ไม่มีป้ายรถเมล์ ให้ชาวบ้านได้หลบแดดเหมือนกับหลายถนนในเขตไฮโซชั้นใน ชาวคลองสามวาบอกว่า มันน่าน้อยใจนัก ๕ ถนนสายหลัก ถนนหทัยราษฎร์ ถนนคู้บอน ถนนเรียบคลองสอง ถนนนิมิตใหม่ ถนนพระยาสุเรนทร์ ถนนประชาร่วมใจ มีป้ายรถเมล์ที่มีมาตรฐานไม่ถึง ๑๐ ป้าย ให้ ขสมก. กระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานครดำเนินการด่วน ถ้ายังไม่มีงบประมาณ ให้ไปเอาป้ายรถเมล์อัจฉริยะที่ทิ้งร้างทั่ว กทม. มาติดก่อนก็ได้ พี่น้องชาวแขวงบางชัน แขวงสามวาตะวันตก แขวงสามวาตะวันออก แขวงทรายกองดิน แขวงทรายกองดินใต้ ฝากขอบพระคุณการไฟฟ้านครหลวงมีนบุรีหมั่นออกตรวจตราซ่อมกระแสไฟฟ้าดับ ข้าราชการ ที่ขยันทำงาน สภาผู้แทนราษฎรขอชื่นชม ผู้บังคับบัญชาควรเหลียวแลและปูนบำเหน็จ บำนาญ ชาวคลองสามวาฝากไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชุมชนสำคัญ ๆ มีลักเล็กขโมยน้อย เป็นประจำ ทำอย่างไรถึงจะมีตู้แดงของตำรวจ สน. นิมิตใหม่ สน. คันนายาว สน. มีนบุรี สน. บางชันมาติดตั้งแบบไม่มีค่าใช้จ่ายได้บ้างหรือไม่ ชาวบ้านลือกันว่าถ้ามี ๑,๐๐๐ บาท ติดตั้งตู้แดงฟรี ตรวจตราทุกวันจึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีตู่ได้โปรดสั่งการไปยัง ผบ.ตร. ไปตรวจสอบด้วยผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดฝากถามไปยัง ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรณีติดตั้งกล้องซีซีทีวี (CCTV) จำนวน ๓๐๐ ล้านบาท มีไม่ถึง ๓๐๐ ตัวเหตุใดจึงแพงมหาโหดเช่นนี้ และทำไมจึงให้เอกชนทำเอาต์ซอร์ซ (Outsource) นั่งเฝ้าจอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาจะทำอย่างไร นอกจากนี้การท่าเรือแห่งประเทศไทยที่นิคมแหลมฉบัง ใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาททำพิพิธภัณฑ์วันนี้ปิดทิ้งร้างไว้ สภาพรกร้างสิ้นเปลือง งบประมาณภาษีของพี่น้องประชาชนตกลงจะเอาไว้ทำอะไร นอกจากนี้ยังมีกังหันลมปั่นไฟฟ้า ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยกว่า ๕๐ ตัว ใกล้พิพิธภัณฑ์ แล้วก็หอคอยในพื้นที่แหลมฉบัง วันนี้ใบพัดกระดิกอยู่ใบเดียว ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์หรือไม่ ผู้ว่าการท่าเรือ แห่งประเทศไทย รัฐมนตรีคมนาคมโปรดแวะไปดู ขอบพระคุณครับ
ต่อไปนะครับ ท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก สืบเนื่องจาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้หารือท่านประธานเกี่ยวกับราคาผลผลิตข้าวโพดตกต่ำของเกษตรกรไทย เนื่องจากมีการลักลอบนำเข้า ท่านอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก ได้ดำเนินการสั่งให้ทั้งปกครอง ทหาร ตำรวจ ติดตั้งตรวจจุดสกัด บริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ ๒ เป็นระยะเวลา ๑ อาทิตย์แล้วครับ ไม่มีข้าวโพดนำเข้า ซึ่งส่งผลให้ราคาข้าวโพดไทยของเกษตรกรไทยขยับตัวขึ้นพอสมควร แต่ที่สำคัญเกษตรกรเอาข้าวโพดไปขายได้ง่าย ทางเจ้าของไซโร เจ้าของต่าง ๆ รับซื้อสะดวก เพราะไม่มีข้าวโพดประเทศพม่ามาแข่ง ก็อยากจะฝากทางผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะ กรมศุลกากรให้ความสำคัญเรื่องนี้แล้วก็เคร่งครัดในการลักลอบนำเข้า เพราะว่าเกษตรกร ทำข้าวโพดใช้ระยะเวลา ๔ เดือน ลงทุนลงแรง กู้หนี้ยืมสินมาปลูกข้าวโพด เขาใช้เวลา ๔ เดือนถึงจะเก็บ แต่ถ้าท่านให้คนลักลอบนำเข้า การนำเข้าข้าวโพดใช้เวลาแค่ ๑ วัน แลกกันแล้วไม่คุ้มเกษตรกรเขาท้อแท้ แต่ตอนนี้ไปในทิศทางที่ดีก็อยากจะกำชับเจ้าหน้าที่ ให้ปฏิบัติอย่างนี้ต่อไปนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง เนื่องจากจังหวัดตากเป็นแนวตะเข็บชายแดน เรื่องข้าวโพด เหมือนกันครับ มีเกษตรกรบางส่วนซึ่งเป็นคนไทยเข้าไปทำพืชไร่ปลูกข้าวโพดที่ประเทศพม่า แล้วก็จะนำกลับเข้าอีกประมาณ ๒ อาทิตย์ผลผลิตจะออก ก็อยากจะให้กระทรวงพาณิชย์ ดูแลเรื่องนี้ให้ความเป็นธรรมในการนำเข้าข้าวโพดจะใช้วิธีใดก็แล้วแต่ให้มันถูกระเบียบ แล้วก็มีการอะลุ่มอล่วยกันการค้าชายแดนก็จะได้สงบครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปครับ คุณจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจำนวนมากมาปรึกษาหารือกับท่านประธาน ผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันคนไทย ใช้อินเทอร์เน็ตต่อวันสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก ใช้แอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ในการติดต่อสื่อสาร การทำธุรกรรม การค้าขายแบบออนไลน์ซึ่งเรียกว่า อี-คอมเมิรซ์ (e-Commerce) ซึ่งรัฐบาลสมควรให้การสนับสนุนแก่ประชาชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะ นักศึกษาจบใหม่ให้มีช่องในการทำมาหากิน ในทางกลับกันเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๒ ก่อนมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลได้ออกกฎหมาย พระราชบัญญัติประมวลรัษฎากรเพิ่มเติมขูดรีดภาษีประชาชนผู้ทำธุรกิจออนไลน์ มากไปกว่านั้น รัฐบาลยังปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ ได้แก่ การค้ายาเสพติด ออนไลน์ แชร์ลูกโซ่ออนไลน์ และการพนันออนไลน์ ซึ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวม กระผมขอให้รัฐบาลและฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องใช้พระราชบัญญัติประมวลรัษฎากร รวมทั้ง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดคอมพิวเตอร์ เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านเทพไทครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันสนั่น ศรีวิหค ท่านผู้ใหญ่สมพิน วังบุญคง ท่านผู้ใหญ่เกษม บุญสุวรรณ แล้วก็พี่น้องชาวตำบลสามตำบล อำเภอจุฬาภรณ์ ร้องทุกข์เรื่องการสร้างฝายน้ำล้น
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ซึ่งใช้งบประมาณยุทธศาสตร์ ของจังหวัดประจำปี ๒๕๖๐ ด้วยงบประมาณทั้งหมด ๒๒,๗๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นฝายกั้นน้ำล้น ของคลองบ้านสวนลุ่มจนถึงบัดนี้การก่อสร้างก็ยังไม่เสร็จ ส่วนที่เสร็จแล้วก็มีปัญหา ก็คือว่า ทั้ง ๒ ข้างทาง ๒ ข้างฝายมีรอยชำรุด แล้วก็มีดินสไลด์ (Slide) ทำให้ฝายนี่อยู่ที่กลางคลองเลย ไม่ได้เชื่อมอยู่กับฝั่งตลิ่ง เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็รอคอยการสร้างฝายนี้มาเป็น เวลานานพอสมควร แล้วก็ได้ร้องทุกข์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังไม่มีคำตอบให้ พี่น้องประชาชนก็ออกมาประท้วงชุมนุมกัน ผมก็ได้มีโอกาสไปดูที่ก่อสร้าง แล้วก็ไปพบปะกับ พี่น้องประชาชน แล้วก็รับปากกับพี่น้องประชาชนว่าจะนำปัญหาทั้งหมดมานำเรียนกับ ท่านประธานเพื่อที่จะให้นำเรียนต่อไปยังผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทย ต้นสังกัดหน่วยงานของจังหวัด หรือไม่ก็สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินให้เข้าไปตรวจสอบ หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ให้เข้าไปตรวจสอบแล้วก็ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง พี่น้องประชาชน รอความหวังนี้อยู่ ฝากเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ เราได้ใช้เวลา ปรึกษาประมาณ ๑ ชั่วโมง ๕ นาที ผมถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ทั้ง ๓๐ ท่าน ที่ได้กรุณารักษาเวลาอย่างดียิ่ง ขอบพระคุณทุกคนครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม คน
ถึงแม้ว่าองค์ประชุมกระทู้ถาม จะไม่ต้องการองค์ประชุมครึ่งหนึ่งก็ตาม แต่เนื่องจากว่ามีสมาชิกมาเข้าชื่อแล้ว ๓๖๐ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมก็เลยถือโอกาสนี้เปิดประชุมนะครับ
วันนี้มีกระทู้ถามสดด้วยวาจา ๓ กระทู้ กระทู้ถามทั่วไป ๔ กระทู้ เลื่อนมาจาก ครั้งที่แล้ว ๑ กระทู้ ทั้งหมดรวม ๗ กระทู้ ก็ขออนุญาตเรียนเจ้าของกระทู้ถามทุกกระทู้ขอได้ ยึดข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ เป็นหลักนะครับ การตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย อันนี้ครับที่ผมเข้าใจว่าหลายท่านทำไม่ได้ คือเขาเขียนข้อบังคับ เพราะเขารู้ว่าถ้ามีการอภิปรายมันไม่เป็นกระทู้ มันจะเป็นญัตติไป ดังนั้นขอท่านสมาชิก ได้ยึดข้อ ๑๕๒ ทั้งผู้ถามและผู้ตอบนะครับ ในข้อ ๑๕๒ นั้นก็จะเขียนว่าการตอบกระทู้ถาม ของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีให้นำความวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม นั่นคือผู้ตอบ ต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ถ้าเราทำได้อย่างนี้ กระทู้กี่กระทู้ก็สามารถทำงานได้เร็ว ผมก็เรียนย้ำกับสมาชิกอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าต้องการให้ งานของเราผ่านไปโดยเรียบร้อยครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๘ ส. (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้ตอบ
ซึ่งทางท่านคณะรัฐมนตรีก็ได้แจ้งชื่อผู้ตอบมาเรียบร้อยแล้วนะครับ คณะรัฐมนตรีก็มาแล้ว เพราะฉะนั้นก็จะได้ให้ผู้ตั้งกระทู้ได้เริ่มต้น โดยกระทู้นี้รัฐบาลได้มอบให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นผู้ตอบชี้แจง
เชิญท่านวิโรจน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จริง ๆ คำถามในวันนี้เป็นคำถามเกี่ยวกับมาตรการการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังลุกลาม บานปลาย ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจริง ๆ ก็ไม่ได้อยู่ใน ครม. เศรษฐกิจ แต่ว่าเมื่อท่านกล้ามาผมก็ต้องขออนุญาตถามนะครับ จริง ๆ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมากระแส การปิดกิจการ การเลิกกิจการก็ทยอยมาเป็นระลอก แต่พอครึ่งปีหลังหนักข้อเข้าครับ เริ่มมีโรงงานปิดมากขึ้นเรื่อย ๆ บริษัทเลิกกิจการมากขึ้นเรื่อย ๆ บริษัทหลายบริษัทที่ทำอยู่ ก็มีการตัดทอนโอที (OT) ลดโอที (OT) หลายบริษัทหยุดทำงานบางวันโดยจ่ายค่าแรง บางส่วน จากข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า ๑๐ เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนตุลาคม มีโรงงานที่เลิกกิจการ ๑,๙๘๙ แห่ง ซึ่งกระทบกับการจ้างงานเกือบ ๕๐,๐๐๐ คน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนพบว่ามีแรงงานได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น ถึง ๔๓ เปอร์เซ็นต์ และนี่ยังไม่จบนะครับ เพราะว่านี่แค่ ๑๐ เดือน ทั้งปีของปีที่แล้ว ปิดโรงงานไป ๑,๖๐๓ โรงงาน ตอนนี้แค่ ๑๐ เดือน ปิดไป ๑,๙๐๐ โรงงาน ยังเหลือเวลาอีก ๒ เดือน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะปิดอีกเท่าไร คนตกงานก็เพิ่มขึ้น ๒-๓ เท่าตัว ใน ๘ จังหวัด ที่เป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หนี้ครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตามมา ด้วยหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ส่งออกไม่ต้องพูดถึงครับ ท่องเที่ยวก็เหนื่อยจากค่าเงินบาท ที่เพิ่มสูงขึ้น ที่แข็งค่าขึ้นพวกผมอยู่ไม่เป็นไม่เป็นอะไรครับ แต่ประชาชนกำลังจะอยู่ไม่ได้ พวกผมอยู่ไม่เป็นไม่เป็นอะไร แต่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SME) กำลังจะไปไม่เป็น เท่าที่ตามข่าวผมสะเทือนใจมากไม่คิดว่าประเทศจะต้องเอาเศรษฐกิจมาแขวนกับ อัลติส (Altis) ใหม่กับดีแมกซ์ (D-max) ใหม่ จึงอยากจะถาม จริง ๆ ผมอยากจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ประชาชนครึ่งค่อนประเทศไม่รู้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจซึ่งไม่รู้ว่ารู้แล้วจะดีใจหรือเสียใจดี แต่อย่างไรก็ตาม ผมขอถามทางท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลได้เตรียมมาตรการที่เป็น รูปธรรมอะไรบ้างที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแล้วก็เยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้น จากเศรษฐกิจที่นับวันมีแต่สาละวันเตี้ยลงแบบนี้ คำถามที่ ๑ ครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธาน กระผมขออนุญาตตอบเป็น ๒ ส่วนสั้น ๆ ในภาพแม็กโคร (Macro) ความจริงตัวใหญ่ที่สุด ในโลกก็มีอยู่แต่เดี๋ยวนี้ก็เหลือ ๒ ประเทศ ประเทศจีนกับประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน อัตราการเพิ่ม จีเอ็นพี (GNP) ก็ยังอยู่ร้อยละ ๕ ร้อยละ ๖ รองมาจากระดับที่สูงลิ่วเดิมแต่ก็เป็นระดับที่สูงมาก ที่เมืองไทยก็ไม่เคยถึงมานานแล้ว แล้วก็ไม่ได้มีแนวโน้มลดลง พูดกันแยะแต่จีนก็ยังต้องการ วัตถุดิบขายของ แล้วก็ขายของเศรษฐกิจก็ยังเจริญอยู่ สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกาเอง ก็เห็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นคน ภาษาฝรั่งเขาเรียก คัลเลอร์ฟูล (Colorful) มีอะไร ต่ออะไรเยอะแยะ แต่วัดเศรษฐกิจและประชาชนสหรัฐอเมริกาผมคิดว่าวัดง่ายที่สุดก็ดูดาวน์ อินดัสเทรียล เอเวอเรจ (Down industrial average) เพราะคลุมทั้งประเทศ คลุมทั้งธุรกิจ เมื่อวานนี้ดาวน์ (Down) ก็ ๒๗,๐๐๐ นะครับ ใกล้เคียง ๓๐,๐๐๐ ดาวน์ เทอร์ตี เทาซันด์ (Down thirty thousand) ที่ประชาชนสหรัฐฝันกันมา ๕๐ ปีแล้วนะครับ ก็ยังไม่เคยถึง ก็คิดว่าสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกฟังดูตีกัน ทะเลาะกันแต่เศรษฐกิจจริง ๆ นั้นยังเดินอยู่ ขอไปที่ทางตัวเลขของประเทศไทยเองนะครับ การเลิกจ้างนั้นโรงงานตอนนี้ปิดอยู่ประมาณ ปีนี้ประมาณ ๑,๖๐๐ โรงงานต่อ ๓ เดือน โรงงานทั้งปีโรงงานเปิดใหม่สูงกว่าโรงงานปิด ๒ เท่าตัวประมาณ ๔,๐๐๐ ต่อ ๑,๐๐๐ กว่าเป็นอย่างนี้มา ๑๐ ปีแล้วนะครับ ตอนนี้อัตราส่วน ค่อนข้างต่ำ โรงงานเปิดใหม่มากกว่าโรงงานปิดประมาณ ๑.๙๘ เท่านะครับ เคยเปิดใหม่ ขึ้นไปถึง ๓ เท่า เทียบกับโรงงานที่ปิด อันนี้เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังเจริญเติบโต มีโรงงานมากที่อยู่ในธุรกิจซึ่งก็ต้องเรียกว่าไม่ใช่ก็ต้องปิดไป แล้วก็ไปเปิดโรงงานใหม่ ชนิดที่ทันธุรกิจก้าวหน้า ทันโลก ทันของประเทศไทย คนงานเองแรงงานออกไปเดือนหนึ่ง ประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน หางานได้หมดเลยนะครับ เวลานี้ทางผมเป็นคนหางานให้ เรามีงานว่างยกรออยู่ ๗๖,๐๐๐ ตำแหน่งไม่เคยลงมา โรงงานก็ยังต้องการคนใหม่อยู่ จริงอยู่เป็นคนละชนิดกับคนที่ออกไปนะครับ กระทรวงก็มีหน้าที่ท่านก็ทราบดีฝึกคนงาน ที่ออกไปให้ทำงานใหม่ได้ ตอนนี้มีอยู่ทั่วประเทศ ๔๐–๕๐ แห่ง แล้วก็เพิ่งเปิดที่อิสเทิร์น อิโคโนมิก คอร์ริดอร์ (Eastern economic corridor) ที่ฝึกคนที่ใช้เครื่องมือไม่เป็นให้ใช้เครื่องมือ เพื่อให้เข้าไปทำงานในยุคใหม่ก็ยังเหลือแต่เอไอ (AI) แล้วก็ดีอี (DE) ซึ่งทางผมไม่ได้รับผิดชอบ ซึ่งจะต้องจัดฝึกถึง ๕๐๐,๐๐๐ ตำแหน่งใน ๔ ปีข้างหน้า มีอุตสาหกรรม ๒๐ แห่งจัดมหาวิทยาลัย จัดโรงเรียนเพื่อจะจัดงานนี้ กระผมก็กำลังพยายามไปพบกับเขาอาทิตย์หน้าก็จะออกไปดูสิว่า จะลิงก์ (Link) กันได้อย่างไร ระหว่างที่ผมทำซึ่งเป็นแรงงานขั้นต่ำถึงแม้ว่าจะเป็นแรงงาน ที่ใช้เครื่องมือ แต่ว่าแรงงานที่ออกแบบเครื่องมือสูงที่เรียกว่า นิว เอสเคิร์ฟ (New S-curve) แล้วมันจะต่อกันได้ เพราะผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรมที่จะให้ผมหัดแรงงาน ๒๐,๐๐๐ คน แล้วก็เป็นกรรมกรที่ใช้เครื่องจักร แล้วก็มีคนอีกพวกหนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งได้ฝึกออกแบบ เครื่องจักร ออกแบบทำงานระดับสูงแล้วไม่มีวิธีที่แรงงานข้างล่างจะขึ้นไปข้างบน กระผม กำลังดูเรื่องนี้อยู่ครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิโรจน์ ถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ คืออย่างนี้ครับว่า ทางท่านรัฐมนตรีตอบมาอย่างนี้แสดงว่าท่านยังไม่ได้ดูข้อมูลเรื่องอัตรา การใช้กำลังการผลิตที่วันนี้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่านเข้าไปดู ที่ข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแล้วดาวน์โหลด ไฟล์ เอ็กซ์เซล (Download file Excel) มาดู อัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ ที่พึ่งผ่านมานี้ครับ อยู่ที่ ๖๔.๗๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะช็อก เพราะว่าเป็นการต่ำกว่า ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ครั้งแรกนับตั้งแต่ เดือนธันวาคม ๒๕๕๔ และเป็นการต่ำที่สุดในรอบ ๙๔ เดือน หรือเกือบ ๘ ปีเลยทีเดียว ถ้าย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ครั้งนั้นเราเจออะไร ครั้งนั้นเราเจอมหาอุทกภัย อธิบายได้ครับ เพราะว่าโรงงานที่นวนครหลายแห่งปิด นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ได้รับผลกระทบ แต่วันนี้สิ่งที่เราเจอไม่ใช่มหาอุทกภัย แต่เป็นประยุทธภัย ซึ่งมันตอบไม่ได้เลยว่า กำลังการผลิตที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้ต่อให้มีโรงงานเปิดใหม่จะผลิตอะไร จะจ้างงานอย่างไร ผมยังยืนยันว่าเมื่อสักครู่นี้ที่ทางท่านรัฐมนตรีถามมาก็ยังตอบไม่ตรงคำถาม ในสถานการณ์ ที่กำลังการผลิต อัตราการใช้กำลังผลิตต่ำลงอย่างนี้มาตรการระยะสั้นคืออะไร มาตรการ ระยะกลางคืออะไร ก็ที่ผมเรียนให้ทราบว่าพวกผมอยู่ไม่เป็นเป็นเรื่องเล็ก แต่ประชาชน กำลังอยู่ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ ผมจึงถามข้อที่ ๒ ว่ามาตรการระยะสั้นที่ประชาชนได้คาดหวัง ที่จะเห็นในเดือนหน้าหรือภายในปีนี้ หรือต้นปีหน้าคืออะไร นี่คือคำถามที่ ๒ ครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
เผอิญสงสัย เพราะผมเป็นคนแก่อายุมากแล้วก็ทำงานมายาว ผมเห็น ๖๕ เปอร์เซ็นต์ นี่ผมดีใจ เพราะว่า ผมจำได้เวลาผมเข้าไปแก้ปัญหาตอนที่อยู่แบงก์ชาติ ตอนที่อยู่กระทรวงการคลัง เราเห็นตัวเลข ต่ำกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ กำลังการผลิตซื้อมาไม่ได้แปลว่าจะใช้ได้ตลอด กำลังการผลิตต้องมีไว้ ธุรกิจดีก็เร่งขึ้นไป ธุรกิจไม่ดีไม่มีออร์เดอร์ (Order) ก็ลดลงมา อัตรากำลังการผลิตที่ใช้ปกติ ผมคิดว่า ๖๕ เปอร์เซ็นต์นี่เป็นอัตราปกติ ปัญหาที่เรากลัวคือว่าแล้วมันจะลงต่ำกว่านั้นไหม เวลานี้การเจรจาการค้าของประเทศจีนกับประเทศสหรัฐอเมริกาผมดูว่ามีแนวโน้มดีขึ้น ทำท่าทางจะตกลงกันได้ระดับหนึ่งซ้ำก็มีการปรับตัว แล้วอันที่ผมยังไม่เข้าใจคือ อุตสาหกรรมประเทศไทยสามารถเข้าไปเอาประโยชน์จากการที่ ๒ ยักษ์ใหญ่เขาทะเลาะกันนี้ ได้อย่างไรหรือไม่ เราเข้าไปผลิตแทนประเทศจีนได้ไหม หรือเอาสินค้าจากประเทศจีนมาผลิตต่อ แล้วส่งพวกนี้ ท่านคงจะเป็นคนรุ่นใหม่หน่อย เห็น ๖๕ เปอร์เซ็นต์แล้วตกใจ บอกตรง ๆ เลย ผมพูดขึ้นมาผมก็ยิ้ม เพราะว่าถ้าถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครหรอกครับที่ซื้อเครื่องจักรมาแล้ว ผลิตได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องหยุดเป็นเดือนต้องมีเรื่องอะไรต่ออะไร แม้กระทั่งตอนที่บูม (Boom) จนพังเลย ตอนต้มยำกุ้งก็ไม่เคยขึ้นไปเกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้ว ๘๐ เปอร์เซ็นต์ก็พังแล้ว เพราะว่าคุมเงินเฟ้อไม่อยู่ คุมทุกอย่างไม่อยู่ คิดว่าอัตรา ๖๕–๗๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นอัตรา ที่กำลังพอดีพอเหมาะสำหรับการทำงานเชิงปกติ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านวิโรจน์ ถามได้อีกครั้งครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฟังมา ๒ คำตอบแล้ว อันนี้ผมสรุปได้แล้วว่ารัฐบาลยังไม่ได้เตรียมมาตรการเอาไว้รองรับ เพื่อจะแก้ไขปัญหาเยียวยากับเศรษฐกิจที่นับวันจะสาละวันเตี้ยลงเลย ผมคงใช้เวลาไม่ครบ ๑๕ นาทีหรอกครับ ถ้าผมเหลือเวลาผมยินดียกให้ท่านรัฐมนตรี
เรื่องเวลาไม่เกินเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องทำให้ครบ ไม่เกินครับ
ผมยินดีครับ เพราะผม ยังคาดหวังว่าทางท่านรัฐมนตรีจะตอบอะไรที่สามารถให้ความหวังกับประชาชนได้บ้าง ผมขออนุญาตเล่าให้ทางท่านรัฐมนตรีฟังสักนิดหนึ่งว่านอกจากอัตราการใช้กำลังการผลิต ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างที่ผมว่าแล้ว ถ้าหันกลับไปดูดรรชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สำรวจ โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยการค้าไทย ประจำเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ ๗๐.๗ ปรับลดลงเป็นเดือนที่ ๘ ต่อเนื่องกัน แล้ว ๗๐.๗ มันเจ็บจริง ๆ เพราะเป็น ดรรชนีที่ต่ำที่สุดในรอบ ๖๕ เดือนหรือ ๕ ปีเศษ เดือนที่ต่ำกว่านี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ เมื่อวันที่มีการทำรัฐประหาร เกิดขึ้น ณ วันนั้นมีดัชนีอยู่ที่ ๗๐.๕ ผมเรียนถามเป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ คือท่านบอกว่า ท่านเห็นอัตราการใช้กำลังการผลิต ๖๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านบอกท่านยิ้ม แต่ประชาชน ที่นั่งฟังอยู่ตอนนี้ร้องไห้ครับ เพราะระดับ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าจะไม่มีโอที (OT) และหลายโรงงานอาจจะต้องหยุดงานเป็นบางวันและจ่ายค่าจ้างบางส่วน และถ้าท่านดูกราฟ (Graph) มันไม่ใช่ ๖๕ เปอร์เซ็นต์แล้วนิ่ง ๆ กราฟ (Graph) มันเป็นสโลป (Slope) ที่จะลงได้อีก และไม่รู้ว่าจะลงไปถึงเมื่อไร คำถามสุดท้ายผมก็ยังย้ำเหมือนเดิมครับ ผมอยากให้ ท่านตอบสักนิดหนึ่งว่ามาตรการที่จะเข้าไปแก้ไขเศรษฐกิจ พอท่านเห็นความเชื่อมั่น ของผู้บริโภคต่ำอย่างนี้ อัตราการใช้กำลังการผลิตแย่อย่างนี้ ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ หรือครับ ดังนั้นนั่นหมายความว่าประชาชนคงต้องรออัลติส (Altis) ใหม่ ดีแมกซ์ (D-max) ใหม่ หรือชิมช้อปใช้ซึ่งก็ล้มเหลว มีแค่นี้จริง ๆ หรือครับท่านรัฐมนตรี ผมฝากถามครับ อีกคำถามหนึ่งครับว่าไม่มีอะไรเลยจริง ๆ หรือครับ เป็นคำถามสุดท้ายครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านถามในเรื่องวิธีพัฒนาประเทศนะครับ จริง ๆ แล้วทุกประเทศในโลกเคยเจริญมา ด้วยวิธีเดียวกันคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่การสร้างอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือทำให้โลจิสติกส์ คอสต์ (Logistics cost) ถูกลง เมื่อโลจิสติกส์ คอสต์ (Logistics cost) ถูกลง ปรากฏว่านักธุรกิจทำการค้าไม่ได้ดีขึ้นเท่าไร แต่กำไรมากขึ้น เพราะว่าหาของง่าย ค่าขนของถูก ค่าส่งถูก เผอิญผมไม่อยากพูดว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ใช่ รัฐบาลที่ผมอยู่นี่นะครับ รัฐบาลที่แล้วไม่ได้ทำโครงการที่เป็น โลจิสติกส์ (Logistics) จนกระทั่งโครงการแรกผมจำได้เลย เพราะผมนั่งรออยู่ว่าเมื่อไรจะสร้างถนน เมื่อไรจะสร้างรถไฟ เมื่อไรจะสร้างท่าเรือ โครงการแรกที่ออกมาเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว โครงการที่เป็นโครงการโลจิสติกส์ (Logistics) นี้โดยปกติใช้เวลาประมาณ ๑ ปี ถึง ๑๘ เดือน ก่อนจะเห็นเม็ดเงินออกมาแรกนะครับ เพราะว่าท่านคงทราบดีว่าเวลาประมูล โครงการคนที่ออกแบบเขาไม่ได้ออกแบบให้สร้างโครงการได้ เขาออกแบบให้ประมูล โครงการได้ด้วยความเป็นธรรม ผู้ที่ชนะประมูลจะต้องกลับไปและออกแบบโครงการใหม่ หมดเลย ขุดเจาะ อย่างท่านจะเห็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำแม่กลอง เริ่มปักลงไปก็มีระเบิด สงครามโลกครั้งที่ ๒ ต้องเปลี่ยนแบบสะพานไปบางแห่ง ท่อเยอะ อะไร เหตุผล ใช้เวลาประมาณปีกว่า เพราะฉะนั้นเดือนแรกที่เขาได้โครงการเซ็นสัญญา เขาจะเซ็นสัญญา สั่งอิฐ หิน ปูน ทราย ให้มาส่งในอีก ๑๘ เดือน เพราะเขาไม่มีทางสร้างได้ก่อน ๑๘ เดือน เพราะฉะนั้นโครงการพวกนี้ช้ามาก ด้วยเหตุผลใดก็ตามของรัฐบาลที่แล้ว ๆ มา เสื้อเหลือง เสื้อแดงหรืออะไรก็ตาม ไม่มีโครงการเลยที่เป็นลักษณะ อินฟราสตรักเชอร์ (Infrastructure) ออกมาจนกระทั่งเซ็นได้ ผมจำวันได้เลยเพราะว่าผมรออยู่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เริ่มเดือนนี้ก็ ๑๘ เดือน นี่ละจะเป็นครั้งแรกที่อิฐ หิน ปูน ทราย ออกมา โครงการที่เป็น อินฟราสตรักเชอร์ (Infrastructure) จะต่างกับโครงการอื่นนะครับ ต่างตรงที่ว่าโครงการ อินฟราสตรักเชอร์ (Infrastructure) เงินส่วนใหญ่ใช้ไปในการซื้อของ ซื้ออิฐ หิน ปูน ทราย ทำให้คนที่จะผลิต อิฐ หิน ปูน ทราย ก็ต้องสั่งของ ถ้าถามว่าความหมุนเวียนของเงินเท่าไร โดยปกติประมาณ ๑.๗-๑.๗๔ เท่าในแต่ละปี ผมเคยคำนวณไว้ว่าถ้าเผื่อทำงาน ๒ ทริป (Trip) ๓ ทริป (Trip) เงินจะออกมาเท่าไร ออกมาเยอะเป็นแสนล้านบาทนะครับ แต่มันก็อาจจะไม่จำเป็นนัก เพราะโครงการเริ่มเดินหมดแล้วเพราะเซ็นกันมา ปีนี้เซ็นมามาก ภายในสัก ๑ ปี ๒ ปี โครงการที่ท่านเห็นอันหนึ่งเป็นแสน ๆ ล้านบาทเงินจะออกมาและ จะหมุนเวียนในเศรษฐกิจประมาณ ๑.๗ เท่า ที่ผมพูดนี้ถ้าเผื่อพวกนักเศรษฐศาสตร์ก็เข้าใจดีเลยนะครับ เซอคิวเลชัน (Circulation) ของเคอเรนซี (Currency) มันใช้ราว ๆ นี้ ส่วนโครงการอื่นมันมักจะเกิดผลเฉพาะในวันนั้น แล้วก็ระยะหลังมันไม่ อาจจะมีความจำเป็นที่เศรษฐกิจตกต่ำอยากให้มีการใช้จ่าย ก็เอาล่ะ ทำโครงการใช้จ่าย แต่ในที่สุดประเทศเจริญไม่ได้ถ้าไม่มีโครงการอินฟราสตรักเชอร์ (Infrastructure) ซึ่งตอนนี้เริ่มเดินแล้วครับ กรุณารออีกสัก ๑ ปี ๒ ปี จะเดินดี ขอบคุณครับ
ขอขอบคุณทั้งผู้ถาม ผู้ตอบนะครับ ท่านรักษาเวลาครับ ขอบคุณมากครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๑๙ ส. (นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ
เชิญคุณยุทธพงศ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้ยื่นกระทู้สดถามด้วยวาจาถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพราะว่าท่านได้ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๖๒ เรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว แล้ววันนี้ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช. ไม่มาตอบนี่นะครับ คนอื่นจะสามารถ ตอบแทนท่านแล้วจะรับผิดชอบทางกฎหมายได้ไหมครับท่านประธาน เพราะว่าเรื่องนี้ ถ้าไม่ทำอะไรให้โปร่งใสผมจะเอาเรื่องนี้ไปถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง เพราะว่าเรื่องนี้มันมีเรื่องความไม่โปร่งใสส่อไปในทางทุจริตเยอะ ผมก็อยากจะ ขอกราบเรียนถามท่านประธานครับว่าผู้มาตอบนี่ท่านรับผิดชอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี ได้ไหม เพราะว่าคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๖๒ ที่ผมกำลังจะถามท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ หัวหน้า คสช. เป็นคนออกคำสั่งและท่านจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านไม่ได้เป็นคนออกคำสั่งฉบับนี้แล้วท่านจะรู้เหตุผลไหมครับว่า ทำไมท่านนายกรัฐมนตรีถึงต้องออกคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๖๒
ท่านยุทธพงศ์ถามได้เลย
ถามคือท่าน มท. ๑ จะต้องรับผิดชอบนะครับ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๖๒ เรื่อง การดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยมีเหตุผลดังนี้ ว่าปัจจุบันการดำเนินการบริการขนส่งสาธารณะโดยรถไฟฟ้าในโครงการสายสีเขียว ช่วงหมอชิตไปแบริ่ง ช่วงบางหว้าไปถึงสนามกีฬาแห่งชาติ และช่วงหมอชิตไปสะพานใหม่ แล้วก็ไปถึงคูคต จังหวัดปทุมธานี ยังมีปัญหาในการบูรณาการทั้งเรื่องการบริหารการจัดการ โครงการ และการบริหารจัดการสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถเพื่อให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเป็นโครงข่ายเดียวกันตามคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๖๒ ฉบับนี้นะครับ ดังนั้นอาศัยความตามรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๕๗ หัวหน้า คสช. จึงมีคำสั่งดังนี้นะครับ เพื่อให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวโครงการ ส่วนต่อขยายที่ ๑ เขียวเหนือ และโครงการส่วนต่อขยายส่วนที่ ๒ ก็คือเขียวใต้ สามารถเดินรถ แบบต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกันให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง โดยมีท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และเมื่อคณะกรรมการชุดที่มีปลัดกระทรวง มหาดไทยเป็นประธานเจรจาจบกับบริษัทบีทีเอส (BTS) ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการแก้ไขสัญญา ร่วมลงทุนแล้ว ทั้ง ๆ ที่พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนเพิ่งประกาศใช้ไป เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๒ โดยมี พลเอก ประยุทธ์ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฉบับดังกล่าวให้มีคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกรรมการที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายคน และภาคเอกชนรวมกว่า ๒๐ คน สรุปคือประเทศไทยมี พ.ร.บ. ร่วมลงทุนที่ประกาศใช้ เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๒ โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ รัดกุมมาก แต่พลเอก ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. กลับมาออกคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๖๒ มายกเว้นพระราชบัญญัติ ร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชนที่ตัว พลเอก ประยุทธ์ เองเป็นคนออก แล้วก็คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๓/๒๕๖๒ ออกเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒ ก็คือออกหลังจากที่ พ.ร.บ. ร่วมลงทุน ระหว่างรัฐกับเอกชนประกาศใช้เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๒ ห่างกันแค่ ๓๐ กว่าวัน คำถามผมคำถามที่ ๑ ถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช. ทำไมถึงมาออก ม. ๔๔ เพื่อออกคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๖๒ มายกเว้น พ.ร.บ. ร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน ปี ๒๕๖๒ ที่ตัวเองเป็นคนออกในรัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ เองนะครับ นี่คือคำถามที่ ๑ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมขอเรียนตอบคำถามของสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็เป็นไปตามที่ท่านได้ตั้งประเด็นไว้ว่ามันมีการก่อสร้างงานในส่วนต่อขยายเพิ่มเติมขึ้นมาจาก ของเดิมนะครับ เมื่อมีการสร้างงานส่วนต่อขยายแล้วเสร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง จะต้องมีการเดินรถ ให้บริการพี่น้องประชาชน อันนั้นเป็นเรื่องสำคัญประการหนึ่งที่จะต้องหาแนวทาง ในการดำเนินงาน ในการดำเนินการดังกล่าวนี้ รฟม. ซึ่งเป็นคนก่อสร้างก็จะต้องโอนทรัพย์สิน หรืองานโยธาธิการให้กับกรุงเทพมหานคร ซึ่งตามมาด้วยปัญหาของหนี้สาธารณะ ซึ่งกรุงเทพมหานครจะต้องรับมาด้วย นั่นเป็นปัญหาเรื่องหนึ่ง
ปัญหาเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการให้บริการประชาชน จะต้องมีแนวทาง ในการดำเนินการในเรื่องนี้ ในการเริ่มดำเนินการในเรื่องนี้กรุงเทพมหานครได้หาแนวทางก่อน ในการจะดำเนินการโดยทำมาร์เก็ต ซาวน์ดิง (Market sounding) ที่จะหาผู้ที่สนใจ ในการที่จะมาจัดการในเรื่องนี้นะครับ แต่ไม่มีผู้ใดสนใจ ก็อาจจะเป็นไปด้วยเนื่องจากปัญหา ของสัมปทานเดิมที่มีค้างอยู่อีก ๑๐ ปี จะหมดภายในปี ๒๕๗๒ ตามที่ทราบกันนะครับ กรุงเทพมหานครจึงได้หาทางที่จะเจรจากับผู้ประกอบการรายเดิมคือบีทีเอส (BTS) แล้วก็จะดำเนินการตามกฎหมายที่ท่านว่านะครับ จะดำเนินการตามนั้นในขั้นแรก ปัญหาที่ท่านถามก็คือว่า แล้วทำไมท่านจะต้องไปออกคำสั่ง คสช. การดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนดังกล่าว ปัญหาสำคัญอย่างยิ่ง คือเรื่องระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๑๘ เดือน นั่นเป็นปัญหาเรื่องของระยะเวลา ซึ่งจะมีผลกระทบไปถึง ๒ เรื่องที่ผมได้เรียนแล้ว คือการให้บริการพี่น้องประชาชน และการบริหารหนี้ของกรุงเทพมหานคร เมื่อเป็นไปดังนั้นจึงได้มีการเสนอ คสช. เพื่อออกคำสั่งเพื่อจะหาแนวทางที่จะเร่งรัดให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามการที่จะพูดว่า ไม่ทำตามคำสั่งเรื่อง พ.ร.บ. ร่วมทุนตามกฎหมายร่วมทุน ผมขอเรียนว่าในคำสั่งที่ออกนั้น เมื่อพิจารณาดูในองค์ประกอบของคณะกรรมการที่คำสั่งได้ตั้งนะครับ ผมจะขอเรียนเรื่องของ พ.ร.บ. ร่วมทุนก่อน ก็จะมีผู้แทนหน่วยเจ้าของโครงการ ก็คือกรุงเทพมหานคร มีผู้แทนหน่วยกระทรวงต้นสังกัด คือกระทรวงมหาดไทย มีผู้แทนอัยการสูงสุด ผู้แทน สคร. ของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการ มีผู้แทนหน่วยเจ้าของโครงการเป็น กรรมการและเลขานุการ นี่คือคณะกรรมการถ้าดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ. ร่วมทุน มาดูว่าคำสั่ง คสช. ได้แต่งตั้งใครบ้าง ได้แต่งตั้งครบทุกคนตามที่มีนั่น และมีเพิ่มเติม คือมีกระทรวงการคลัง มีปลัดกระทรวงการคลัง มีผู้ดำเนินการสำนักงบประมาณ มีเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เรียกว่าสภาพัฒน์ แล้วมีผู้สังเกตการณ์เพิ่มเติมขึ้นมาจากคณะเดิมก็อาจจะพูดได้ว่า คณะกรรมการก็เป็นไปในนัยขององค์ประกอบของ พ.ร.บ. ร่วมทุน และคณะกรรมการนี้ ก็จะต้องพิจารณาอยู่บนพื้นฐานที่จะต้องให้ประโยชน์ตามที่ผมเรียนแล้วกับพี่น้องประชาชน ให้กับรัฐเพื่อแก้ปัญหา ถ้าจะมองว่ามีจุดที่มีข้อสงสัยว่าทุจริตก็ย่อมเป็นธรรมดาก็มองได้ แต่ก็อยากจะเรียนว่าคนที่ออกคำสั่งกับคนที่ทำทั้งหมดมีเจตนาเพื่อจะแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนตามที่ว่า ไม่มีเจตนาจะทำเป็นอื่นนะครับ และผมเชื่อมั่นว่าด้วยกฎหมาย ด้วยสิ่งที่ประเทศเรามีทุกอย่างมันสามารถดำเนินการได้กับผู้ที่ทุจริตคิดมิชอบไม่ว่าโครงการนี้ หรือโครงการใด ผมก็คงจะตอบได้ว่าเหตุผลที่ต้องออกคำสั่งเรื่องนี้ก็เรื่องของผลประโยชน์ ของประชาชนที่จะต้องรีบแก้ไข ถ้าจะอธิบายนิดหนึ่งคือถ้าไม่หาทางแก้ไขสิ่งที่ประชาชน ต้องแบกรับเรื่องแรกคือในเรื่องของค่าบริการที่ในส่วนต่อขยายเดิมนั้นก็คิดค่าแรกเข้า ทั้ง ๒ ทาง ไม่ว่าจะเป็นส่วนสัมปทานหรือส่วนต่อขยาย อันนี้ประชาชนต้องแบกรับ ต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้วก็ให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก แล้วก็ในเรื่องของ กรุงเทพมหานครจะต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย แต่สรุปว่าที่จะต้องออกคำสั่ง คือเร่งเรื่องระยะเวลาเท่านั้น องค์ประกอบของคณะกรรมการคงเป็นไปตามนัย ของคณะกรรมการร่วมทุน เพียงแต่เร่งในการดำเนินการให้เร็ว อยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ซึ่งจะต้องตรวจสอบแล้วก็ดำเนินการกันต่อไป และถ้ากลไกมีอยู่แล้วก็ดำเนินการให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหน่วยงานหรือรัฐสภาแห่งนี้ก็ดำเนินการได้ครับ ขอเรียนตอบ
ท่านยุทธพงศ์ถามครั้งที่ ๒ เลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในสภาแห่งนี้ก็ได้นำเรื่องการพิจารณาการต่อขยายสัมปทาน รถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กับบริษัทบีทีเอสออกไปอีก ๔๐ ปี ผมต้องเรียนท่านประธานว่า ทำไมถึง ต้องต่อขยายออกไปอีก ๔๐ ปี ในชั้นกรรมาธิการก็ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ ผมเองก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ ซึ่งคณะกรรมาธิการมีมาจากทุกพรรคการเมือง ในสภาแห่งนี้ เรียนท่านประธานครับว่ารถไฟฟ้าของบริษัทบีทีเอส (BTS) ยังเหลือระยะเวลา สัมปทานอีก ๑๐ ปี ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรีบที่จะต้องมาต่อขยายสัมปทานเลย และขณะเดียวกันผมต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ถึงท่าน มท. ๑ ประเด็นที่ท่านบอกว่าวิตกกังวลเรื่องหนี้ คือหนี้นี่มันเป็นหนี้ของรัฐบาล ที่ท่านบอกว่าเป็น หนี้ส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือหรือสีเขียวใต้เป็นหนี้ของ รฟม. และกรุงเทพมหานคร ไปรับโอนภาระหนี้มา ท่านประธานครับ จะหนี้ของ รฟม. หรือ กทม. มันก็เป็นหนี้ของรัฐบาล มันก็เหมือนกระเป๋า ซ้าย กระเป๋าขวาแค่นั้นเองครับ และประเด็นสำคัญที่ผมต้องเรียนท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าท่านไม่มีความจำเป็นเร่งรีบอะไรเลยที่จะต้อง ไปออกมาตรา ๔๔ ในกรณีนี้ ท่านฟังผมนะครับ ให้บันทึกไว้เพื่อเป็นหลักฐาน วันหนึ่งไป ขึ้นศาลฎีกาการเมืองจะได้มีหลักฐาน คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ส่วนต่อขยายเขียวเหนือ ก็คือจากหมอชิตไปถึงคูคต
คุณยุทธพงศ์ครับ ถามครั้งที่ ๒ นะครับ
ครับ ไปถึงคูคต กรุงเทพมหานคร โดยผู้ว่าราชการอัศวินก็ได้จ้างบริษัทบีทีเอส (BTS) วิ่งรถตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ วิ่งไปถึงปี ๒๕๘๕ เรียบร้อยแล้ว ส่วนต่อขยายเขียวใต้กรุงเทพมหานครก็จ้างบริษัทบีทีเอส (BTS) วิ่งรถไปถึง บางปู จังหวัดสมุทรปราการเรียบร้อยแล้ว ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรเลยครับ และประเด็นที่ท่านบอกว่ามาร์เก็ต ซาวน์ดิง (Market sounding)
ต้องถามนะครับ ไม่ใช่ การอภิปรายนะครับ
มาร์เก็ต ซาวน์ดิง (Market sounding) ท่านก็ไปเรียกบริษัทที่สนใจมาถาม แต่ถามว่าใครจะสนใจล่ะครับ เพราะว่าสัมปทานยังไม่หมด ท่านไม่ได้เปิดประมูลใหม่นี่ครับ คำถามผมคำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ คำถามที่ ๒ ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านมั่นใจว่าเรื่องที่ท่านทำโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนจริง ท่านกล้าไปออกทีวี (TV) หรือวิทยุ หรือสถานีไหนก็ได้ ไปออกกับผม ดวลกับผมตัวต่อตัวไหมครับว่าความโปร่งใส ผลประโยชน์ของประชาชนคืออะไร และท่านเร่งรีบอะไรที่จะต้องไปต่อขยายสัมปทานทั้ง ๆ ที่บริษัทบีทีเอส (BTS) ยังเหลือ ระยะเวลาอีก ๑๐ ปี และมันกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนอย่างไร กระทบต่อ ระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างไรขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ข้อท้าทายก็ได้ ไม่ตอบก็ได้นะครับ ไม่เกี่ยวกับประเด็นนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ คำถามคือต่อสัมปทานต่อไปอีก ๔๐ ปี ขออนุญาต ต่อสัมปทาน ๓๐ ปีนะครับ ท่านก็ทราบเองว่าสัมปทานยังเหลืออีก ๑๐ ปี ไม่ใช่ต่อ ๔๐ ปี เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิด ท่านก็คงจะเข้าใจผิดด้วยนะครับ ข้อปัญหาว่าทำไมไม่จำเป็นต้องต่อ หลักการในการดำเนินการอันนี้ก็เนื่องมาจากที่ท่านได้พูดปัญหาของหนี้ และหนี้ของรัฐบาล ไม่ว่าจะกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวาไม่ใช่หนี้อย่างนั้น เป็นหนี้สาธารณะที่จะต้องเป็นภาระ ของคนใดคนหนึ่ง ปัญหาเรื่องนี้กรุงเทพมหานครได้หารือตั้งแต่เริ่มต้นเลยว่าจะขอรับ โครงสร้างพื้นฐานที่ว่านี้มาเพราะไม่มีใครทำได้ ต้องยอมรับสภาพว่ารถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) มีส่วนสัมปทานเดิมและมีส่วนต่อขยาย ๑ แล้ว เป็นของกรุงเทพธนาคม และมีส่วนต่อขยาย ๒ เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาดูโครงสร้างกายภาพแล้วไม่มีใครจะทำได้นอกจากกรุงเทพมหานคร ทาง คจร. จึงได้มีมติให้โอนงานโยธาธิการให้กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครขอข้อแรกเลย ขอรับ ไม่ขอรับหนี้ ซึ่งทางกระทรวงการคลัง หนี้สาธารณะ ไม่ได้นะครับ ก็พอจะหาเหตุผล ง่าย ๆ ถ้าผมคิดเอานะครับว่าหนี้สาธารณะ ถ้าของ รฟม. เป็นของรัฐบาล กรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยงานท้องถิ่นเป็นของตัวเองการที่จะรับงาน รับของมาแล้วให้หนี้คาอยู่กับ รฟม. แล้วต้องให้ รฟม. โดยรัฐบาลไปบริหารจัดการหนี้จะเอาเงินที่ใดมา ไม่จ่ายไม่ได้นะครับ ขั้นต้นหนี้แน่ ๆ เลยคือมีดอกประมาณปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ต้นจะจ่ายเมื่อไรก็ว่ากัน อีกเรื่องหนึ่ง กทม. ได้หารือเรื่องนี้ ทางสภา กทม. ได้ขอว่าจะขอไม่รับ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ สมาชิกผู้ทรงเกียรติที่นี่คงทราบจะขอรับของแล้วให้หนี้อยู่ที่เดิมไม่ได้ มันต้องมีคนจ่ายครับ นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องรับนะครับ ไม่มีความจำเป็นไม่ได้นะครับ ต่อเมื่อรับมาแล้วไม่จำเป็นต้อง ทำอะไร เมื่อรับมาแล้วมีพันธะเกิดทันทีว่าท่านจะจัดการอย่างไรกับหนี้ส่วนนี้ ที่ผมเรียนแล้วดอกเบี้ย ก็ต้องมี ถ้ายังไม่คิดจะทำปล่อยไป ๑๐ ปี ท่านก็ต้องคิดดอกไป ๑๐ ปี ประมาณนะครับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ถ้ารายละเอียดก็ต้องลงไปใส่ในรายละเอียดก็จะมีหนี้ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมได้เรียนแล้วต้องมีคนจัดการเรื่องหนี้ตัวนี้ ถ้าท่านบอกว่า ให้เป็นหนี้รัฐบาล ผมขอเรียนท่านพี่น้องประชาชนทั่วประเทศกับสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สมควรหรือไม่ที่ต้องเอาเงินของรัฐบาลของคนทั้งประเทศมาให้คนกรุงเทพมหานคร ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเฉพาะดอกเบี้ยไม่นับอย่างอื่นอีก ยังมีที่ผมจะเรียน เช่น มีเรื่องของการ วางระบบ รับงานโยธาธิการมาท่านเป็นวิศวกร ผมขออนุญาตผิดระเบียบไปท่านผู้ถาม ก็เป็นวิศวกรก็คงทราบมีงานอีเอ็นเอ็ม (ENM) ที่ต้องทำอีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มีเรื่องของการเวนคืนของ รฟม. อีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มีมูลหนี้ทั้งหมด ต้องมีคนดำเนินการในส่วนนี้ ถ้าเอาเงินของคนทั้งประเทศให้กรุงเทพมหานครก็ได้ครับ ก็มีข้อเสนอนี้อยู่ครับของคณะกรรมาธิการของสภาแห่งนี้ ขณะนี้ทาง ครม. ยังต้องหา รายละเอียดในเรื่องนี้ก่อนที่พิจารณาเรื่องนี้ก่อน รับทั้งหมด ๒๗ ข้อ รับไปหมดว่าจะทำ เรื่องใดได้ ไม่ได้อย่างไร อันนี้คือคำตอบเรื่องว่าทำไมจะต้องหาคนมารับผิดชอบเรื่องหนี้ ส่วนพี่น้องประชาชน
ท่านรัฐมนตรีมีเวลาเหลือ ๔ นาทีครับ เอาไว้ตอบคำถามที่ ๓ ด้วยนะครับ
ครับผม ของพี่น้องประชาชนถ้าไม่หาผู้ดำเนินการตอนนี้อย่างที่ผมเรียนแล้วเขาต้องเสียค่าแรกเข้า ทั้ง ๒ ตอน ไม่ว่าจะเข้าท่อนใดต้องเสีย ๑๕ บาท ก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องหนี้ให้กับพี่น้องประชาชน ก็คงเป็นเหตุผลที่จะเรียนโดยย่อให้ทราบครับ
คุณยุทธพงศ์ เชิญคำถามที่ ๓ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานได้อธิบายความ เพราะว่า ผมเป็นกรรมาธิการแล้วก็ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ท่านประธานครับ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยบอกว่ามันเรื่องอะไรที่จะต้องเอาเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินภาษี ของคนทั้งประเทศมาอุ้มคนกรุงเทพมหานคร ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน กรณีนี้ มันผิดปกติมากครับ ส่วนต่อขยายเขียวใต้จากแบริ่ง แบริ่งมันสุดกรุงเทพมหานครแล้ว ผ่านโรงเรียนนายเรือไปตัวจังหวัดสมุทรปราการไปถึงเคหะบางปูมันไม่ได้อยู่ใน เขตกรุงเทพมหานครเลย มันอยู่ในเขตจังหวัดสมุทรปราการล้วน ๆ ส่วนต่อขยายเขียวเหนือ ออกจากหมอชิตไปสะพานใหม่แล้วก็ไปถึงคูคต จังหวัดปทุมธานี มันก็เป็นเรื่องของคน จังหวัดปทุมธานีอีก ในกรรมาธิการได้เชิญท่านปลัดกรุงเทพมหานครมา ถามว่าให้ กรุงเทพมหานครมารับส่วนต่อขยายเขียวเหนือ เขียวใต้ เคยผ่านสภากรุงเทพมหานครไหม ตอบว่าไม่เคยผ่านสภากรุงเทพมหานคร คนกรุงเทพมหานครไม่ได้รับรู้เรื่องด้วยเลยครับ แล้วประเด็นที่ท่านเป็นห่วงหนักหนาเรื่องหนี้ที่บอกว่าจะต้องมีค่าดอกเบี้ยเป็นพัน ๆ ล้านบาทต่อปี ถามว่าใครจะรับผิดชอบ ผมเรียนท่านประธานเลยครับ ฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีไปถึงท่าน มท. ๑ ท่านเห็นไหมครับ บริษัทบีทีเอส (BTS) เขามีกองทุน เขาเรียกว่าบีทีเอสไอเอฟ (BTSIF) บีทีเอส (BTS) ก็คือชื่อบริษัทที่ได้สัมปทานเดินรถอยู่ ไอ (I) ก็ย่อมาจากอินฟราสตรักเชอร์ ฟันด์ (Infrastructure fund) เหมือนกับที่ท่านไปออก อินฟราสตรักเชอร์ ฟันด์ (Infrastructure fund) สำหรับก่อสร้างทางด่วนก็คือไปเอาเงิน ในอนาคตมาใช้ที่บอกว่าทีเอฟเอฟไอเอฟ (TFFIF) ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (Thailand future fund) อินฟราสตรักเชอร์ ฟันด์ (Infrastructure fund) เพื่ออะไรครับ ก็บอกว่า ถ้ารัฐบาลท่านไม่อยากจะไปเสียดอกเบี้ยไม่อยากจะไปกู้เงินครับ ท่านไปออกกองทุนสิครับ แล้วก็ไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งท่านก็ทำอยู่แล้วทีเอฟเอฟไอเอฟ (TFFIF) ก็ของรัฐบาลนี้ทำ ทำไม่ท่านถึงไม่ทำครับ และขณะเดียวกันผมขอถามท่านนะครับว่าจดหมายที่ผมส่งไปหาท่าน มท. ๑ ให้ท่านยับยั้ง ไม่ให้เอาเรื่องการต่อขยายสัมปทานที่ผมบอกว่า ๔๐ ปี เพราะผมบอกท่านประธาน อยู่แล้วว่ามันเหลืออีก ๑๐ ปี และท่านจะต่ออีก ๓๐ ปี รวมเป็น ๔๐ ปี ผมไม่ได้เข้าใจผิดครับ จดหมายของผมที่ส่งถึงท่านนายกรัฐมนตรีและสำเนาไปถึงท่าน มท. ๑ ท่านได้รับหรือยัง และขณะเดียวกันที่ท่านยืนยันว่าโปร่งใส ที่ผมบอกท่านว่าให้ท่านและผมไปออกทีวี (TV) เดี่ยว ๆ กันประชาชนจะได้รู้ ท่านรับคำท้าผมหรือไม่ ท่านตอบหน่อยเถอะครับ คำถามคือว่า รัฐบาลทำไมไม่ปล่อยให้สัมปทานเดินรถของบีทีเอส (BTS) ที่เหลืออีก ๑๐ ปีให้มันหมด และท่านก็เปิดประมูลใหม่ทั้งระบบเลยครับ ตั้งแต่คูคตผ่านใจกลางกรุงเทพมหานคร คูคต-ปทุมธานี-หมอชิต ผ่านสยามสแควร์ ผ่านสุขุมวิทไปแบริ่ง ออกไปถึงจังหวัดสมุทรปราการ ไปถึงเคหะบางปู ทำไมท่านไม่ปล่อยให้มันหมดแล้วท่านก็ประมูลใหม่ บริษัทอื่นเขาจะได้มา แข่งขันได้ จะได้เกิดความโปร่งใส ประชาชนก็จะได้ประโยชน์สูงสุด ทำไมท่านถึงไม่ทำครับ ทำไมท่านถึงเร่งรีบที่จะต้องเอาเรื่องนี้เข้าคณะรัฐมนตรี และขณะเดียวกันวันนี้ส่วนต่อขยาย เขียวเหนือก็วิ่งปกติอยู่แล้วไม่เห็นมีใครเดือดร้อน ประชาชนก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่ครับ ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีตอบประเด็น ที่เกี่ยวกับกระทู้นะครับ ส่วนเรื่องคำท้าผมเรียนไปแล้วว่าไม่ใช่เป็นประเด็น แล้วก็ต้องเรียน ท่านยุทธพงศ์ว่าอย่าไปใช้เวทีนี้ท้าทายกัน เอาไว้ข้างนอกนะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ในเรื่องของการที่จะใช้เวทีการสร้างความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนท่านก็มีเครื่องมือของท่านที่ท่านผู้ทรงเกียรติก็ใช้อยู่คือ รัฐสภา ท่านมีกลไก ที่จะใช้กฎหมายเรื่องขอยื่นกระทู้ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านมีทุกอย่าง ซึ่งก็น่าจะเป็นแนวทาง ของประเทศที่จะเจริญก้าวหน้าไปในอนาคต ท่านใช้ได้ทุกอย่าง ท่านมีกฎหมายที่จะลงโทษคน ตามกฎหมายได้ ทั้งอาญาทั้งทุกอย่าง ผมก็เรียนตามนั้นนะครับ
ถามในเรื่องของการให้บริการนอกพื้นที่ อันนี้ผมทราบจากกรุงเทพมหานคร ว่าเขาได้เข้าสภาแล้ว อันนี้ผมทราบว่าอย่างนั้น เดี๋ยวขออนุญาตไปตรวจสอบอีกครั้ง ว่าเข้าเมื่อไร อย่างไร
ประเด็นที่ท่านถาม ถ้าพิจารณาถึงการให้เอามาพิจารณาเรื่องสัมปทาน ถ้าอธิบายให้คนเข้าใจง่าย ๆ ก็เป็นการเอารายได้ในอนาคตเหมือนที่ท่านว่า แต่ต่างกันที่ว่า ไม่ได้ใช้การตั้งกองทุนนะครับ เป็นการเอาผลรายได้ที่ได้ในอนาคตมาพิจารณาร่วมกับ ภาระหนี้ นั่นคือแนวทางของการดำเนินการ ท่านก็บอกว่าทำอย่างนี้ดีกว่า ผมก็รับฟังไป ก็จะไปเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้ในขั้นพิจารณาของคณะรัฐมนตรีว่ามีข้อเสนอให้ไปตั้ง เป็นกองทุน ไม่ว่าจะเรียกชื่อกองทุนอะไรก็จะนำไปเรียนให้ รวมทั้งจะต้องพิจารณาด้วยว่า เจ้ากองทุนนี้ผู้สนใจลงทุนมีมากน้อยเพียงใด อย่างไร ดอกเบี้ยอะไร อย่างไร ก็ไปว่ากัน ก็จะนำเรียนไปให้เป็นข้อพิจารณาก็รับไปนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อท่านถามว่า แล้วจำเป็นอย่างไรก็กลับมาเรื่องเดิม ยืนยันอย่างไรก็ต้องเรื่องของหนี้นะครับ เรื่องแรก มีหนี้แน่นอนระยะยาวไปจ่ายหลังปี ๒๕๗๒ ไม่เป็นอะไร ปี ๒๕๗๒ ก็ยังมีหนี้ที่ต้องตั้งจ่าย ในจำนวนนี้เรื่องของอีเอ็นเอ็ม (ENM) ในเรื่องของดอกเบี้ย เรื่องของค่าเวนคืนทั้งหมด ไม่ใช่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๕๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นคือสิ่งที่จะต้องเอาเงิน จากที่ใดมาที่ผมเรียนก็เป็นข้อพิจารณาครับ ตั้งกองทุนก็ได้ รับมาจากรัฐบาลอุดหนุนก็ได้ ท่านก็พูดได้นะครับ ก็รับไปพิจารณา แต่ขณะนี้คณะกรรมการเขาทำมาอย่างนั้นผมคง ไม่สามารถไปเปลี่ยนสิ่งที่คณะกรรมการเขาทำมาได้นะครับ ในเรื่องจดหมายของท่าน ผมได้รับเรื่องข้อความคิดเห็นทุกอย่าง รวมทั้งข้อคิดเห็นของคณะกรรมาธิการทั้งหมด ที่ผมเรียนแล้วก็นำไปพิจารณาไม่ได้เพิกเฉย นำไปพิจารณาแล้วเอาไปพิจารณาตามที่ท่านได้ ให้ข้อคิดเห็นท้วงติงมาทุกอย่างเอาไปใช้หมดนะครับ ก็คงจะเรียนเพื่อกรุณาทราบ
ก็ขออนุญาตผ่านไป
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๒๐ ส. (นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ
เชิญเจ้าของกระทู้ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนราธิวาส เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอถามกระทู้เกี่ยวกับความคืบหน้าในเหตุการณ์ ลอบโจมตีชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน ชรบ. ที่ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ท่านประธานครับ เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้นับตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ ยังความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของทางราชการ ตลอดจนประชาชนจำนวนมาก รัฐบาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาความรุนแรง ลดระดับอย่างเห็นได้ชัด ในห้วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา โดยยึดหลักปฏิบัติตามแนวทาง เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา คำนึงถึงหลัก กฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ ถึงแม้จะยังคงมีกลุ่มที่มุ่งก่อเหตุการณ์รุนแรงอยู่ หน่วยงานความมั่นคงก็ไม่ประมาทที่มีความเข้มงวดกวดขันในการกำหนดมาตรการที่จะ รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้สามารถ กดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงให้มีขีดจำกัดในการเคลื่อนไหวหรือปฏิบัติการ รวมทั้งเสริมสร้าง ด้านการพัฒนาที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น จะส่งผลต่อการสร้างสันติสุข ที่ยั่งยืน ประชาชนทุกคนอยู่ร่วมกันได้ในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างมีความสุข จากเหตุการณ์ ที่กลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธสงครามยิงจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชรบ. บ้านทางลุ่ม หมู่ที่ ๕ ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลานั้น เมื่อวันที่ ๕ ที่ผ่านมา ทำให้ราษฎรเสียชีวิต ๑๕ ราย บาดเจ็บ ๕ รายนั้น อยากทราบว่าขณะนี้หน่วยงานด้าน ความมั่นคงได้มีการดำเนินการเร่งรัดติดตามกลุ่มผู้กระทำความผิดหรือมีความคืบหน้า ของเหตุการณ์อย่างไรบ้างครับ นี่คำถามที่ ๑ ครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายให้ เป็นผู้แทนมาตอบกระทู้ถามเรื่องความคืบหน้าในเหตุการณ์ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ก่อนอื่นในนามของรัฐบาลก็ต้องขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นต่อครอบครัว ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธยิงเข้าใส่จุดตรวจ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ที่บ้านทางลุ่ม ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัด ยะลา จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุด ชรบ. และประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง จากเหตุการณ์ครั้งนี้หลายฝ่ายก็ได้ ออกมาประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุใช้ความรุนแรงต่อประชาชนจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมากแล้วก็เรียกร้องให้ยุติการก่อเหตุด้วยความรุนแรง จากภายหลัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความคืบหน้าในการดำเนินการนั้น เจ้าหน้าที่ก็ได้ดำเนินการที่จะจัดตั้ง จุดตรวจ จุดสกัดตามเส้นทางหลบหนีและลาดตระเวนค้นหาผู้ต้องสงสัยพื้นที่อย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากว่าทางผู้ก่อเหตุรุนแรงนั้นก็ได้มีการใช้ยุทธวิธีในการที่จะสกัดกั้นตามเส้นทางต่าง ๆ ซึ่งเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วก็ได้มีการรวบรวมวัตถุพยานจากสถานที่เกิดเหตุ เรื่องปลอกกระสุน เรื่องของรอยเลือด เส้นทางหลบหนี วัตถุพยานต่าง ๆ ที่คาดว่าอาจจะเป็นของคนร้าย เพื่อจะนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสารพันธุกรรม เพื่อจะเชื่อมโยงเครือข่ายคนร้ายที่ก่อเหตุ นอกจากนี้ก็ได้มีการวิเคราะห์ด้านการข่าว กำหนดเป้าหมายบุคคลต้องสงสัย แล้วก็บุคคลที่คาดว่าจะเป็นคนร้ายที่หลบซ่อนตัวอยู่ ในการดำเนินการก็ได้มีการสืบสวน สอบสวน ติดตามผู้ต้องสงสัยซึ่งได้ให้การรับสารภาพ ปัจจุบันนี้สารภาพ ๑ คน รวมทั้งได้มีการชี้ตัวผู้ก่อเหตุอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะ มีการขยายผลไปยังกลุ่มคนร้ายที่หลบหนีต่อไป
สำหรับผลการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมจากรอยเลือด ลายนิ้วมือแฝง และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุนั้นก็สามารถจะระบุตัวบุคคลได้ ๕ ราย ซึ่งปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่ ได้ออกหมายจับแล้ว ๒ ราย ซึ่งทั้ง ๒ รายนี้ก็ได้มีหมายจับเดิมในคดีสำคัญอยู่ด้วย และที่เหลือ ก็อยู่ในระหว่างที่ขออนุมัติหมายจับต่อไป
นอกจากนี้ได้มีการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าเหตุการณ์นี้มีการใช้อาวุธ หลาย ๆ ประเภท จำนวน ๒๕ กระบอก ซึ่งเป็นอาวุธที่ได้ใช้ก่อเหตุมาแล้วจำนวนมากถึง ๖๕ คดี ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแล้วกว่า ๑๐๐ คน จนทำให้สามารถระบุกลุ่มผู้ร่วม ก่อเหตุได้จำนวนหนึ่ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ปัจจุบันได้เร่งรัดติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ดำเนินการมา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต้องขอเรียนว่าในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่นั้นได้ดำเนินการตามขั้นตอน ของกฎหมายด้วยความระมัดระวัง โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เคารพในหลักสิทธิมนุษยชน อย่างเคร่งครัดภายใต้การรับรู้ของ ๔ เสาหลักก็คือ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ผู้นำในท้องที่ รวมทั้งญาติพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย ในขั้นตอนการดำเนินการและความคืบหน้าของคดี ถึงบัดนี้ ขอบคุณครับ
ขอเชิญท่านสัมพันธ์ ถามครั้งที่ ๒ ครับ
คำถามที่ ๒ ครับ การกระทำของกลุ่ม ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มีเป้าหมายอ่อนแอคือชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านคือ ชรบ. ที่เป็นกำลัง ภาคประชาชนหรือชาวบ้านที่มีจิตอาสามาทำหน้าที่เฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยให้กับ ชุมชนของตัวเองนั้น ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่อาจมีช่องว่างหรือจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามเพ่งเล็ง และหาจังหวะโอกาสที่จะกระทำการได้ง่าย ไม่เหมือนกำลังหลักที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือ อส. ที่มีทักษะและมีความชำนาญการมาก ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงไม่สามารถ ดำเนินการใด ๆ ได้มาก ประเด็นนี้จึงอยากทราบว่าฝ่ายความมั่นคงมีมาตรการอะไร ที่จะเสริมความเข้มแข็งให้กับชุด ชรบ. เพื่อให้มีกำลังประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ครับ
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในชุดรักษา ความปลอดภัยหมู่บ้านหรือ ชรบ. ก็เป็นประชาชน จัดตั้งโดยฝ่ายปกครองเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ในการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ก็จะเป็นราษฎรที่มีจิตอาสาในการเข้าทำหน้าที่ในการฝึกก็ได้มีการผ่านการฝึกหลักสูตร อบรมในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน มีความรู้ในเรื่องของการเฝ้าระวังเหตุ การรักษาความปลอดภัย มีขีดความสามารถในการใช้อาวุธได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในแต่ละหมู่บ้านก็จะมี ๑ หมวด ชรบ. ก็จะมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้บังคับหมวด กำลังประมาณ ๒๐-๓๐ คนตามความเหมาะสมของแต่ละหมู่บ้าน ในงานด้านความมั่นคงในการที่จะดูแล รักษาความปลอดภัยในเรื่องของแผนการรักษาความปลอดภัยได้มีการบูรณาการร่วมกัน เนื่องจากว่า กอ.รมน. เองนั้นก็จะมีการทำงานร่วมกันทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และพลเรือน ในการดูแลความปลอดภัยก็จะมีการแบ่งความรับผิดชอบตามระดับของพื้นที่ พื้นที่ เพื่อเสริมความมั่นคงอาจจะใช้คำว่า พื้นที่สีแดง ก็จะใช้กำลังทหารเป็นหลัก หมู่บ้านเร่งรัด การพัฒนาเป็นพื้นที่สีเหลืองก็จะใช้กำลังทหารพรานกับตำรวจตระเวนชายแดน สำหรับพื้นที่ หมู่บ้านเสริมสร้างการพัฒนาหรือพื้นที่สีเขียวก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกับอาสารักษาดินแดน และ อส. ในระดับตำบลหมู่บ้านก็จะเป็นชุดคุ้มครองตำบล แล้วก็เสริมด้วยชุดรักษา ความปลอดภัยหมู่บ้านหรือ ชรบ. ในส่วนของ ชรบ. ต้องเรียนท่านผู้ทรงเกียรติว่าก็เป็นประชาชนที่มีจิตอาสาที่จะเสียสละเข้ามาทำหน้าที่ ในการดูแลช่วยเหลือความปลอดภัยในหมู่บ้าน ชุมชน ไม่ได้มีอาวุธประจำกาย ใช้อาวุธปืน ลูกซองที่ทางราชการแจกให้และทำหน้าที่ก็มีการหมุนเวียนเข้ามาใช้ จะเห็นได้ว่าชุดรักษา ความปลอดภัยหมู่บ้านไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธ เป็นฝ่ายพลเรือนที่ตั้งขึ้นมาจะต่อสู้ผู้ก่อเหตุ รุนแรง แต่ใช้เพื่อในการที่จะป้องกันเหตุในพื้นที่ชุมชนของตัวเองเท่านั้น ภายหลังเกิดเหตุ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็น ผอ.รมน. ก็ได้สั่งการให้มีการทบทวนในเรื่องของ การกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางหน่วย ในพื้นที่ก็ได้มีการปรับแผนรักษาความปลอดภัย โดยมีการปรับรูปแบบของชุด ชรบ. นี้ เพื่อลดจุดอ่อน แล้วก็เสริมกำลังเจ้าหน้าที่หลักเข้าไปเพื่อให้เชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งถ้าเกิดเหตุการณ์และสามารถที่จะแจ้งเตือน หรือแจ้งขอความช่วยเหลือต่อกำลัง ในบริเวณโดยรอบได้อย่างทันท่วงที มีการฝึกซักซ้อม มีการเตรียมแผนเผชิญเหตุ ซักซ้อม การปฏิบัติ แล้วก็มีการพัฒนาในเรื่องระบบการติดต่อสื่อสารเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น แล้วก็มีการจัดทำแผนพิทักษ์ประชาชนและทรัพยากร มีการกำหนดให้มีการตั้งด่านตรวจ ร่วม ๔ ฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน และประชาชนในหมู่บ้านด้วย ซึ่งในการดำเนินการ ทั้งหมดนี้นอกจากเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับหมู่บ้านแล้วก็ยังช่วยส่งเสริม ในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติดแล้วก็ภัยแทรกซ้อนอื่น ๆ ในพื้นที่ได้อีกด้วย นอกจากนี้ เนื่องจากว่ามันมีเวทีสภาสันติสุขตำบลทั้งหมด ๒๙๐ ตำบล ก็จะมีการสร้างการรับรู้ กระบวนการมีส่วนร่วมประชาชนผ่านเวทีสภาสันติสุขนี้ เพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะต่อปัญหาในพื้นที่เพื่อจะมาต่อต้านการปฏิเสธการใช้ความรุนแรงของผู้ก่อเหตุ ทุกรูปแบบในหมู่บ้านและในพื้นที่ ขอบคุณครับ
ท่านสัมพันธ์ ครั้งที่ ๓ เชิญเลยครับ
ก่อนที่ผมจะถามคำถามสุดท้าย ผมต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ที่ได้มาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจา และแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการแก้ปัญหาความรุนแรงทางภาคใต้ และตั้งใจ ทวงความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสีย
ผมยังมีประเด็นคำถามสุดท้ายที่จะถามท่านรัฐมนตรี ในกรณีการเสียชีวิต และบาดเจ็บของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่เป็นประชาชนทั้ง ๒๐ คน ทางราชการ ได้มีการช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวของเขาเหล่านั้นอย่างไรบ้าง เพราะบุคคลเหล่านี้ คือผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม สิ่งที่จะสร้างขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวของเขา คือเป็นเรื่องสำคัญ หรือจะจัดให้มีสวัสดิการเพื่อให้เขาเหล่านั้นมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น จึงขอเรียนถาม ทางรัฐบาลในประเด็นนี้ด้วยนะครับ
เชิญรัฐมนตรีครับ
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาสอบถามเรื่องของการเยียวยา ต้องเรียนว่าบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่เสียสละ เพื่อส่วนรวม การสร้างขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวของเขาถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ในการดำเนินการของรัฐบาลนั้น ในการเยียวยานั้นก็จะทำทั้งเรื่องของเยียวยาด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านความเป็นอยู่ ทั้งในส่วนของที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน ในส่วนของตัวเงินนั้น กรณีเสียชีวิตเบื้องต้นทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ศอ.บต. ได้มอบให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย ๕๐๐,๐๐๐ บาท มีการมอบค่าจัดการศพรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท เยียวยาขั้นต้นให้อีกรายละ ๖,๐๐๐ บาท สำหรับในขั้นต่อไปนั้นก็จะมีการพิจารณา หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก็จะมีระเบียบปฏิบัติที่จะดูแลเยียวยาให้กับทายาทของผู้เสียชีวิต เรื่องของค่าครองชีพรายเดือนก็จะมีการมอบให้กับบุตรตามระบบการศึกษาจนจบปริญญาตรี มอบทุนการศึกษาตั้งแต่อนุบาลจนถึงปริญญาตรีให้กับบุตร สำหรับผู้บาดเจ็บก็จะมีการเยียวยา ตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาท ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็ตามระดับของความบาดเจ็บ นอกจากนั้นแล้วก็จะมีการมอบค่าครองชีพรายเดือน ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสมรรถภาพ กับเงินช่วยเหลือเฉพาะหน้า ต้องเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในเรื่องของการเยียวยาให้กับครอบครัวนั้น ทางรัฐบาลนั้นก็ได้มุ่งไปสู่ของสภาพจิตใจ ให้กับประชาชน ให้กับครอบครัวได้มีความเข้มแข็งเพื่อให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นคง และปลอดภัยก็จะมีการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีการมอบทุนการประกอบอาชีพตามความถนัด ให้อีกไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งสนับสนุนในเรื่องของจิตใจในการเดินทางประกอบพิธีฮัจญ์ ที่เมกกะ หรือไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดียตามความเหมาะสมภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด ในส่วนของชุมชนและผลกระทบนั้น ทาง ศอ.บต. ก็ได้กำหนดแผนในการที่จะเยียวยา ชุมชนลำพะยา เพื่อจะฟื้นฟูจิตใจสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในชุมชนนั้นในพื้นที่เกิดเหตุได้ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติและเข้มแข็ง ทั้งนี้ก็จะเป็นไปตามความต้องการของชุมชน ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ในระหว่างที่ ศอ.บต. เข้าไปวางแผนในการดำเนินการต่อไป และทั้งนี้เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายนที่ผ่านมาก็ได้มีการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพให้แก่ผู้เสียชีวิต ๑๓ ราย สำหรับผู้เสียชีวิตที่นับถือศาสนาอิสลามก็ได้มีพระราชทานดินในพิธีฝังศพ และประกอบพิธีศาสนาเรียบร้อยอย่างสมเกียรติ ซึ่งได้ยังความปลาบปลื้มให้แก่ครอบครัว ของผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมากและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้นะครับ นอกจากนี้แล้วในส่วนของเจ้าหน้าที่เองปัจจุบันนี้ก็ได้เข้าไปสอบถามครอบครัวของผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บถึงความต้องการอื่น ๆ เพื่อจะพิจารณาในการช่วยเหลือต่อไป
สุดท้ายผมขอเรียนท่านประธานสภาและผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับว่า รัฐบาลเองก็จะทำทุกวิถีทางที่จะนำความสงบสุขคืนมาสู่พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดน ภาคใต้โดยเร็ว รวมทั้งจะไม่ทอดทิ้งผู้รับผลกระทบเหตุการณ์ต่าง ๆ จะช่วยเหลือดูแล เต็มขีดความสามารถเพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นใช้ชีวิต ได้อย่างปกติสุขตลอดไปครับ ขอบคุณครับ
เราจบกระทู้ถามสดด้วย วาจานะครับ และขอบคุณสมาชิกที่ยึดข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ คือกระทู้ถามชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย
ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไปครับ มี ๔ กระทู้ มีขอสลับก็คือกระทู้ที่ ๑.๒.๒ กระทู้ที่ ๑.๒.๔ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอสลับกับกระทู้ที่ ๑.๒.๓ คือหลังจากกระทู้ที่ ๑.๒.๑ แล้วก็จะเป็นกระทู้ที่ ๑.๒.๒ และกระทู้ที่ ๑.๒.๔ กระทู้ที่ ๑.๒.๓ ก็จะต่อจากกระทู้ที่ ๑.๒.๔ นะครับ อันนี้ขอเรียนเพื่อให้ท่านสมาชิกได้ทราบล่วงหน้านะครับ
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๔ เรื่อง ให้ทบทวนแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๓ และแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๗๙ ซึ่งปรับแผนใหม่เป็นแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ (นายบุญลือ ประเสริฐโสภา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ตอบ
เชิญเจ้าของกระทู้ท่านบุญลือครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๕ ประกอบด้วย อำเภอดำเนินสะดวก อำเภอบางแพ อำเภอโพธาราม เฉพาะตำบลบ้านสิงห์ ตำบลบ้านฆ้อง ตำบลบ้านดอนทราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อโรงไฟฟ้ามากที่สุดก็นับจะว่าได้ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน วันนี้ท่านได้รับมอบหมายจาก ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งที่ได้กรุณา เดินทางไปประชุม ครม. สัญจรผ่านไปที่จังหวัดราชบุรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรองนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรี สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ตลอดจนท่านรัฐมนตรี มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ผมเรียนว่ากระทู้วันนี้เป็นกระทู้ที่ผมได้ยื่นไว้หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ผมยื่นไว้เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ผมมีความอดทน เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ท่านประธานคงทราบดีในฐานะท่านประธานเองก็เคยไปศึกษา เป็นนักเรียนวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ ๗ ถ้าผมจำไม่ผิด ผมเองได้มีโอกาสเรียนในรุ่นที่ ๒ แต่เรียนว่าวันนี้ปัญหาพลังงานเป็นปัญหาที่ค่อนข้างจะมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน โดยภาพรวม ผมขอยื่นกระทู้ถามผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา วันนี้ท่านมอบให้รัฐมนตรีสนธิรัตน์โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ นโยบายยุทธศาสตร์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้มีการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า ของประเทศไทยโดยภาพรวมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๗๙ และปรับแผนใหม่ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง ปี พ.ศ. ๒๕๘๐ อาจจะไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๖ ซึ่งได้กำหนดไว้ว่าการนำสาธารณูปโภคของรัฐไปให้เอกชนดำเนินการทางธุรกิจ รัฐต้องคำนึงถึง การลงทุน ประโยชน์ที่รัฐและเอกชนจะได้รับและค่าบริการที่เรียกเก็บจากประชาชน อันประกอบ จึงขอให้ท่านประธาน กพช. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทบทวนนโยบาย และตรวจสอบระงับโครงการที่มีปัญหาเกรงว่าจะผิดกฎหมาย โดยรายละเอียดผมขออนุญาต ท่านประธาน ผมพยายามที่จะใช้ข้อบังคับข้อที่ ๑๕๒ โดยเคร่งครัดจะไม่ให้วกวนวนเวียน ซ้ำซาก แต่มีความจำเป็นจริง ๆ ครับท่านประธาน ระบบการไฟฟ้าผลิตโดยภาพรวม ของประเทศ วันนี้ในจอภาพสไลด์ (Slide) ด้านบนท่านจะเห็นว่าภาพรวมกำลังการผลิต ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ขณะนี้เราปี ๒๕๖๒ จะถึงปี ๒๕๘๐ นั่นหมายถึงว่าอีก ๑๘ ปีข้างหน้า สีม่วง เอสพีพี (SPP) ๑๖ เปอร์เซ็นต์คือโรงไฟฟ้า ๑๐ เมกะวัตต์ แต่ไม่เกิน ๙๐ เมกะวัตต์ สีฟ้า พลังงานน้ำ ซึ่งเราซื้อมาจากประเทศลาวและต่างประเทศประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ สีเขียว วีเอสพีพี (VSPP) ๘ เปอร์เซ็นต์ โรงไฟฟ้าเอกชนซึ่งต่ำกว่า ๑๐ เมกะวัตต์ สีส้ม ไอพีพี (IPP) ๓๓ เปอร์เซ็นต์ คือโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิตสูงกว่า ๙๐ เมกะวัตต์ เช่น โรงไฟฟ้า จังหวัดราชบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น สีเหลืองคือการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต ๓๕ เปอร์เซ็นต์ กำลังการผลิตมาจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศในปี ๒๕๘๐ ถ้าเป็นไปตามที่นโยบายได้เสนอไว้จะเห็นว่าสีม่วง เอสพีพี (SPP) ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของเดิม ๑๖ เปอร์เซ็นต์จะลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ สีฟ้ากำลังการผลิตน้ำ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของเดิมมี ๘ เปอร์เซ็นต์ก็จะลดเหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ สีเขียว วีเอสพีพี (VSPP) ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเดิม ๘ เปอร์เซ็นต์ประทานโทษเพิ่มไป ๑๗ เปอร์เซ็นต์ สีส้ม IPP ๑๓ เปอร์เซ็นต์ของเดิม ๓๓ เปอร์เซ็นต์ จะลดลงไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ สีเหลือง กฟผ. การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตจาก ๓๕ ท่านเห็นตัวเลขเหลือ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ สีขาวพลังงานทดแทน ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเรื่องของในอนาคต นอกจากนี้สีปูนอ่อนก็คือไฟฟ้าพลังงานทดแทน เรื่องนี้เป็นที่น่ายินดีที่รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของนโยบายที่ท่านได้ประกาศไว้ เมื่อวันที่ ๒๕ ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา นโยบายของรัฐบาลเอง นโยบาย ของพรรคภูมิใจไทย ข้อ ๕.๓ หน้า ๙ ในวันแถลงนโยบายเราจะทราบดีว่าเรามีการพัฒนา ภาคเกษตร เราส่งเสริมการเกษตร เช่น อ้อย ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด โดยผ่านเครื่องมือ และมาตรการที่เหมาะสม นั่นหมายความว่าพืชเหล่านี้สามารถที่จะไปทำพืชพลังงานได้ วันนี้ขอบคุณกรมทดแทนพลังงานทดแทนที่ได้ทำโรงไฟฟ้าชุมชนชีวภาพ ชีวมวล ไฮบริด (Hybrid) ชีวภาพ รวมถึงน้ำเสียและของเสียต่าง ๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ แล้วก็ คงจะเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้ประกาศไว้ว่าเราจะเป็นผู้นำอาเซียน (ASEAN) ในการนำเทคโนโลยีการนำพลังงานทดแทนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า มันเป็นประโยชน์ แต่สิ่งที่ผมกำลังจะสอบถามท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธานสภา ถ้าดูตัวเลขเราก็จะเห็นว่าตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่ามาตรา ๕๖ วรรคแรก ที่บอกไว้ว่า รัฐจะต้องดำเนินการให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน อย่างทั่วถึงตามหลักเกณฑ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน วรรคสองที่บอกว่าโครงสร้าง โครงข่าย ขั้นพื้นฐานกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐ อำนาจต่อการดำรงชีวิตของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ รัฐจะต้องประกอบกิจการใดไม่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน หรือรัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละ ๕๑ นั่นแสดงให้เห็นได้ว่าวันนี้รัฐให้การสนับสนุน บริษัทเอกชนเข้าไปดำเนินการธุรกิจพลังงานอย่างมากมาย ผมจึงมีความเป็นห่วง ขอถาม ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า กรณี กระทรวงพลังงานได้กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาพลังงาน โดยให้บริษัทเอกชนรายหนึ่ง เข้าไปเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าในสัดส่วนกำลังการผลิตของรัฐ ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคต่ำกว่า ร้อยละ ๕๑ หรือไม่ ปัจจุบันรัฐส่งเสริมให้บริษัทเอกชนเข้ามามีสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขณะนี้เหลือเพียงร้อยละ ๓๗ แล้วก็จะลดลง ไปเรื่อย ๆ ผมอยากสอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีนโยบายเรื่องนี้ อย่างไรในการกำกับดูแล
เชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณ ท่าน ส.ส. บุญลือ ประเสริฐโสภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ที่กรุณาตั้งคำถามนี้ผ่านไปทางท่านประธาน เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าเรื่องของ พลังงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของไฟฟ้านี่เป็นเรื่องที่จะมีบทบาทสำคัญมากในอนาคต เพราะว่าไฟฟ้าเองเป็นเรื่องการวางแผนระยะยาวต่อการที่จะผลิตเพื่อที่จะให้มีความเพียงพอ ต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็สำคัญกว่านั้นมันเป็นยุคของการเปลี่ยนผ่านที่เป็นการเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยีที่เรียกว่า เอนเนอร์จี ดีสรัปชัน (Energy disruption) อย่างรุนแรงพอสมควร ซึ่งในวงการพลังงานก็ไม่ได้แตกต่างจากวงการอื่น แล้วก็ดูเหมือนมีการเปลี่ยนแปลง ค่อนข้างมากกับภาพในอดีตของการจัดการแผนพลังงานที่พวกเราคุ้นเคย ดังนั้นเวลามอง ภาพรวมพลังงานเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะทำให้ไม่เพียงแต่ความที่เราจะต้องมีพลังงาน อย่างเพียงพอในการใช้ในประเทศ แต่สำคัญที่สุดคือจะทำอย่างไรให้พลังงานนั้นมีต้นทุน ที่ถูกลง เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนนั้นมีภาระในเรื่องของการที่ต้องใช้จ่ายเรื่องพลังงานไฟฟ้า ในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งภาคเอกชนนักลงทุนจากต่างประเทศที่จะเลือกมาลงทุนในประเทศไทย ก็จะดูในเรื่องของต้นทุนพลังงานเป็นองค์ประกอบนะครับ ฉะนั้นเวลาวางแผน ในเรื่องของพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยก็จะมีสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นแผนพีดีพี (PDP) ที่ท่าน ส.ส. กรุณากล่าวถึงนั้นเป็นแผนกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยที่วางเอาไว้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๘๐ ก็คือวางแผนประมาณ ๒๐ ปี ในแผนดังกล่าวนั้นก็จะได้ แบ่งประเภทของพลังงานไฟฟ้าที่มาจากแหล่งต่าง ๆ ประเด็นวันนี้เป็นประเด็นที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินั้นมีความกังวลใจในประเด็นหัวใจก็คือว่าสัดส่วนการผลิต ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลักของในประเทศไทยในส่วนของรัฐวิสาหกิจ ของประเทศไทยมีสัดส่วนที่ลดลง แล้วก็มีคำถามในลักษณะว่ามันต่ำกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ จะเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐนั้นขาดความมั่นคงหรือไม่ในเรื่องของการบริหารจัดการตรงนี้นะครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างนี้ครับ ในเรื่องที่เห็นสัดส่วนของภาคเอกชนสูงขึ้นก็ดี ในเรื่องของการที่จะเห็นการนำเข้าไฟฟ้า จากต่างประเทศก็ดี รวมทั้งประเภทของพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปก็ดีนะครับ มันเป็นการมอง ไปข้างหน้าระยะยาว ผมเองเมื่อเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ ตระหนักในสิ่งเหล่านี้และสิ่งแรกถ้าท่านประธานจำได้นะครับ ผมได้บอกว่าแผนพีดีพี (PDP) ปี ๒๐๑๘ นั้น อาจจะต้องมีการทบทวน เพราะเราคงจะต้องมาดูเรื่องของการเปลี่ยนแปลงไป ของบริบทพลังงานในปัจจุบัน อย่างเช่น เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินั้นได้กรุณา ชี้ให้เห็นอันหนึ่งซึ่งจะเติบโตอย่างมากในอนาคตก็คือเรื่องของพลังงานทดแทนในประเทศ ที่เจริญแล้ว อย่างเช่น เยอรมันมีสัดส่วนพลังงานทดแทนที่ทำจากชีวภาพก็ดี ชีวมวลก็ดี พลังงานลมก็ดี สูงถึงมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนของพลังงานทั้งหมดนะครับ อันนั้นส่งสัญญาณอะไรครับ ส่งสัญญาณว่าทิศทางของพลังงานนั้นมันกำลังเปลี่ยนครั้งใหญ่ มันอาจจะเป็นพลังงานจากเขื่อนที่เราเคยคุ้นเคยกันเมื่อตั้งแต่ ๓๐ ปีที่แล้ว แต่บทบาท ของพลังงานอื่น ๆ ที่เขาเรียกว่า รีนิววาเบิล เอนเนอร์จี (Renewable energy) จะมีสัดส่วน สูงขึ้นมาก ดังนั้นเมื่อเอามาประกอบกันในข้อกังวลใจของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๓๒ ในขณะนั้นรัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีบทบาทในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ชี้ให้เห็นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ที่เราเรียกว่า ไอพีพี (IPP) หรือโรงไฟฟ้าขนาดกลางที่เรียกว่า เอสพีพี (SPP) จะเรียกว่าเล็กก็ได้ เอสพีพี (SPP) แล้วก็เล็กมาก ๆ ที่เรียกว่า วีเอสพีพี (VSPP) ก็เกิดขึ้นจากนโยบายรัฐบาล เมื่อปี ๒๕๓๒ ถ้าว่าไปแล้วก็ย้อนหลังไป ๓๐ ปี โดยขณะนั้นก็มีความตั้งใจที่จะให้ กิจการพลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็เป็นการที่ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคนั้นมีโอกาส ในเรื่องของราคาของพลังงานที่ถูกลงรวมถึงแนวคิด ณ ขณะนั้นคือทำอย่างไรจะลดภาระ ของรัฐในการที่จะลงทุนครับ เพราะว่าการจะสร้างโรงไฟฟ้านั้นใช้เงินมาก แล้วขณะเดียวกัน ก็อยากจะส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจการด้านพลังงานของประเทศ นั่นคือที่มาของการเกิด โรงไฟฟ้าเอกชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไอพีพี (IPP) เอสพีพี (SPP) หรือ วีเอสพีพี (VSPP) ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เวลาเราพูดถึง ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเมื่อสักครู่นั้น ที่ท่านกังวลใจนั้นมีส่วนถูก เพราะท่านมองถึงว่าเราสามารถผลิตด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยต่ำกว่า ๕๑ เปอร์เซ็นต์ กังวลใจถึงความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าก็มีส่วนถูก แต่ในข้อเท็จจริงลักษณะอันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเรื่องของโรงไฟฟ้าหรือพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น ถ้าจะเอาตัวเลขตัวนี้มาใช้ในการประเมินนั้นจะกระทบเป็นวงกว้างพอสมควร เพราะกิจการ ของรัฐหลายอันไม่ว่าจะเป็นด้านของสาธารณูปโภคการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคลื่นความถี่ จะอยู่ในเกณฑ์คล้าย ๆ กัน ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกอย่างนี้ว่า ในกรณีที่เป็นประเด็นของ ๕๑ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นเรื่องของการผลิต ซึ่งในการผลิตนั้นเราจะ มีกลไกในการที่จะบังคับไม่ว่าใครจะผลิตก็ตาม จะเป็นไอพีพี (IPP) เอกชนผลิต จะเป็นเอชพีพี (HPP) หรือวีเอชพีพี (VHPP) ที่ผลิตนั้นจะต้องขายผ่านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขาเรียกว่า ซิงเกิล เอนแฮนซ์ บายเยอร์ (Single enhance buyer) คือผู้ซื้อ ซื้อได้รายเดียว คือรัฐเป็นผู้ซื้อ และโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ผลิต ที่เป็นเอกชนนั้น จะต้องผ่าน การประมูล จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่เรียกว่า กกพ. ไปเป็นผู้พิจารณา แล้วเวลาจะเปิดก็จะต้องเปิดให้โปร่งใสในการเข้ามาแข่งขันกันเพื่อจะเอา ต้นทุนของไฟฟ้าที่ถูกลงแล้วก็เปิด อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะผลิตจากที่ไหนก็ตาม หรือแม้จะนำเข้า จากประเทศเพื่อนบ้านก็ตามนั้นจะเข้าระบบของผู้ซื้อรายเดียว ก็คือตัวผู้ซื้อที่เป็นรัฐเท่านั้น นั่นคือต้นเหตุของการผลิตพลังงานไฟฟ้า แต่หลังจากนั้นแล้วเมื่อรับซื้อเข้ามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบสายส่ง ไม่ว่าจะเป็นระบบการให้บริการไปสู่พี่น้องประชาชนผ่าน กฟผ. ในเรื่องของสายส่งก็ดี ผ่านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในเรื่องระบบสายส่งของต่างจังหวัดก็ดี รวมทั้งการให้บริการกับพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดนั้นก็ผ่านทางด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และในกรุงเทพมหานครก็ผ่านการไฟฟ้านครหลวง ระบบที่เหลือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ระบบสายส่ง ระบบบริหารจัดการนั้นเป็นระบบที่ขึ้นกับรัฐทั้งสิ้น ดังนั้น
ท่านรัฐมนตรีขออภัย นะครับไม่อยากแทรก แต่ว่าต้องสรุปแล้วครับ มันเป็นญัตติไปแล้วไม่ใช่กระทู้นะครับ
ดังนั้นประเด็นอย่างนี้คือสิ่งที่อยากจะเรียนว่าเวลาเรามองตัวเลข ๕๑ เปอร์เซ็นต์นั้น คงจะไม่สามารถมองเฉพาะในส่วนของกำลังผลิตแต่เพียงส่วนเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็น เอกชนหรือใครก็ตามผู้ผลิตนั้นมีอำนาจในการสั่งการให้ผลิต ให้หยุดผลิตต่าง ๆ นั้น จะอยู่ที่ กฟผ. เป็นตัวหลัก ก็แปลว่าอำนาจในการควบคุมความมั่นคงด้านพลังงานแล้วก็ ราคาต่าง ๆ นั้นยังอยู่ที่ กฟผ. เป็นหลัก ดังนั้นอยากจะขอเรียนท่านประธานผ่านไปทาง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าข้อกังวลใจของท่านสมาชิกในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทยที่มีกำลังผลิตลดลงนั้นก็แปลไปตามลักษณะของการผลิตที่ถูกส่งเสริม มาในอดีต แล้วก็เป็นทิศทางที่ดำเนินการมาถึงปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ดีตั้งแต่ผมเข้ามารับ ตำแหน่งก็ได้ตระหนักถึงในสิ่งเหล่านี้ แล้วก็ได้เร่งรัดในส่วนของการเพิ่มกำลังผลิต ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น การเร่งให้เกิดโรงไฟฟ้า ที่จังหวัดสุราษฎรธานีเข้ามาทดแทนความมั่นคงของไฟฟ้าทางภาคใต้ให้เร็วกว่าแผนขึ้นมา หรือแม้กระทั่งการส่งเสริมให้ ๓ การไฟฟ้านั้นเข้าไปมีส่วนในเรื่องระบบของโรงไฟฟ้าชุมชน ในอนาคตอันนี้ก็จะเป็นทิศทาง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเป้าหมาย ๕๑ เปอร์เซ็นต์ เป็นเป้าหมายที่กังวลใจ แต่เป็นเป้าหมายที่อยากจะเห็นบทบาทของการสร้างสมดุลของ แหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าในอนาคตครับ
ท่านรัฐมนตรี ตอบท่านบุญลืออีกครั้งนะครับ ขอความกรุณาเที่ยวนี้ถามนะครับ ไม่อภิปรายแล้วครับ
ขอสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ขออนุญาตถามผ่านท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีนะครับ คำถามที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกรรมการกิจการพลังงาน กกพ. เปิดเผยว่าในที่ประชุม กบง. โดยมีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน นายศิระ จิระพงศ์พันธ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอก่อสร้างขยายโรงไฟฟ้าของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยได้สิทธิจากโรงเก่าจาก ๑ โรงเป็น ๒ โรง กำลังการผลิตจาก ๗๐๐ เมกะวัตต์ เป็น ๑,๔๐๐ เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าราชบุรี ไตรเอนเนอจี้ ตั้งอยู่ตำบลหินกอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นี่คือโรงไฟฟ้าบนสไลด์ (Slide) ถามต่อไปว่าโรงไฟฟ้าที่หมดสัญญา ในปี ๒๕๖๓ คือปีหน้ามีการดำเนินการโดยต้องขอประทานโทษท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าโรงนี้ไม่มี อี-บิดดิง (e-Bidding) ไม่มีการประมูล ขณะนี้ได้ออก อ. ๑ กำลัง ทำประชาคมกับประชาพิจารณ์ ถามต่อไปว่าท่านมีมาตรการอย่างไร รวมถึงโรงไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง ที่ตั้งอยู่หมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านไร่ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านผม อีก ๔,๐๐๐ กว่าเมกะวัตต์ ท่านมีนโยบายอย่างไร เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เกษตรกร ผมเรียนว่าผมไม่ได้เป็นผู้แทนมา ๑๐ ปีนะครับ วันนี้ผมหาคำตอบไม่ได้ ท่านรัฐมนตรี ช่วยกรุณาตอบผมนะครับ
ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานนะครับ เรื่องที่เป็นข้อสอบถามในเรื่องของโรงไฟฟ้าราชบุรีที่เรียกว่า ราช กรุ๊ปนี่ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก่อนที่จะเป็นรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้นมีการจัดหา โรงไฟฟ้าที่จะต้องทำทดแทนโรงไฟฟ้าที่ชื่อว่า ไตรเอนเนอจี้ ขนาด ๗๐๐ เมกะวัตต์ ที่จะต้อง ปลดระวางลงไปในปีหน้านะครับ แล้วก็ผมคงต้องพูดถึงเอกสารที่เกิดขึ้น เพราะว่าผมเอง ไม่ได้ไปมีส่วนในการตัดสินใจในขณะนั้น ก็จะเอาสิ่งที่ได้รับรายงานเป็นเอกสารมาว่า ดำเนินการในขั้นตอนมาอย่างไรนะครับ คือเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ทาง กบง. ในขณะนั้นก็มีมติมอบให้ กกพ. ไปดำเนินการเจรจากับกลุ่มไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ในเรื่องการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าภาคตะวันตกขนาด ๗๐๐ เมกะวัตต์ เพื่อจะเอาส่วนนี้ จ่ายเข้าไปในระบบในปี ๒๕๖๗ แล้วก็ในส่วนของการก่อสร้างใหม่ขนาด ๗๐๐ เมกะวัตต์ เพื่อ ไปเข้าระบบในปี ๒๕๖๘ โดยให้ กกพ. ไปพิจารณาเปรียบเทียบการดำเนินการ ในส่วนนี้กับการเปิดให้มีการประมูลใหม่ในภาคตะวันตกที่ ๗๐๐ เมกะวัตต์ครับ จากนั้น เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม กบง. ก็มีการประชุมและ กกพ. ได้เข้ามาเสนอการเปรียบเทียบ ในสิ่งที่ได้รับมอบหมายจาก กบง. ไปเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ว่าได้เจรจากับกลุ่มราชบุรี ในเรื่องการดำเนินการโรงไฟฟ้าภาคตะวันตกที่ ๗๐๐ เมกะวัตต์ แล้วก็ก่อสร้างใหม่ อีก ๗๐๐ เมกะวัตต์ เปรียบเทียบกับการเปิดประมูล แล้วก็มีรายงานแล้วก็เสนอว่า มีความคุ้มค่ามากกว่าการลงทุนที่จะเปิดการประมูลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุน ระบบส่งไฟฟ้า และอีกอันหนึ่งก็คือที่ตั้งของโรงไฟฟ้าโดยใช้ที่ตั้งเดิมที่มีระบบโครงสร้าง พื้นฐานอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นมติออกมาเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม แล้วก็มีมติเห็นชอบ ให้เกิดกลุ่มราชบุรีนั้นดำเนินการโรงไฟฟ้า ๑,๔๐๐ เมกะวัตต์ ตามข้อเสนอของ กกพ. อันนี้ก็กราบเรียนว่าเป็นสิ่งที่ดำเนินการตามรายงานที่เรียนท่านประธานผ่านไปท่านสมาชิก ซึ่งสิ่งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกังวลใจที่ตามมาก็คือผลกระทบกับพี่น้องประชาชนที่อาจจะ เกิดขึ้น เมื่อผมเข้ามารับตำแหน่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมก็เห็นในปัญหาว่าทำอย่างไรที่จะ ลดปัญหาหากว่าพี่น้องประชาชนนั้นได้รับผลกระทบก็ได้สั่งการให้ทาง กกพ. ไปดำเนินการ หากเกิดการตั้งโรงไฟฟ้าตามที่ได้ดำเนินการไปแล้วจะลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนได้ อย่างไร นั่นคือที่มาของการที่ได้มีการดำเนินการในส่วนที่เอาเงินของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า มาใช้ที่จะดูแลในเรื่องของส่วนลดค่าไฟฟ้าก็ดี ในส่วนของการที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ที่อยู่รอบโรงไฟฟ้าก็ดีนะครับ ซึ่งขณะนี้กำลังทำตัวเลขที่จะส่งมาถึงผมในเร็ว ๆ นี้ แล้วก็ อาจจะต้องทำเพิ่มเติมที่เป็นในอดีตที่เคยทำมาคือพื้นที่ไข่แดง หมายถึงพื้นที่ที่ติดโรงไฟฟ้า แล้วก็พื้นที่ไข่ขาวที่ขยายวงออกไปในรัศมีที่จะลดผลกระทบแล้วทำให้พี่น้องประชาชนนั้น มีผลกระทบได้น้อย หรือมีสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้อย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่กระผมได้ดำเนินการ ไปตามสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็พยายามที่จะแก้ปัญหา แล้วก็พยายามอย่างยิ่งที่จะลดปัญหาที่เกิด ในพื้นที่ ดังนั้นก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าได้ดำเนินการ ในนโยบายอย่างนี้ไปนะครับ
ขอบคุณท่านสมาชิกครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
พอแล้วครับ ท่านบุญลือ เราใช้เวลาเรื่องนี้มามากพอสมควร ผมก็เกรงใจเพื่อน ๆ เพราะว่าไปปรารภบ่นกันอยู่ เรื่องกระทู้กับญัตติ หลายคนก็ไปบ่นอยู่ แต่ว่ามันเป็นหน้าที่นะครับ ให้โอกาสเต็มที่ แต่ว่าท่านบุญลือมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ
นิดเดียวสั้น ๆ ท่านประธานครับ คือเมื่อสักครู่จริง ๆ ผมต้องเป็นคำถามสุดท้าย อีกคำถามหนึ่งนะครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ขณะนี้ทั้ง ๒ โรงไฟฟ้า ที่อยู่ในจังหวัดราชบุรีไม่ได้กระทำ คือถือว่ากระทำผิดนะครับ พระราชบัญญัติการประกอบ กิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๙๗ (๓) เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับ ผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า นั่นหมายความว่า ขยายต่อไปก็คือว่าในเรื่อง ของเงินกองทุน ในเรื่องของค่าทดแทนโรงไฟฟ้าราชบุรีไม่ได้ทำ ขอฝากเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
พอแล้วครับ ท่านบุญลือ เกรงใจเพื่อนสมาชิก ท่านรัฐมนตรีรับไปหน่อยนะครับ ก็เกรงใจเพื่อน ๆ นะครับ ขออภัยด้วย
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๕ เรื่อง แนวทางการแก้ปัญหาและฟื้นฟูป่าพรุควนเคร็ง ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านสัณหพจน์ครับ
ใช้ข้อบังคับเรื่องการกระทู้ ข้อ ๑๕๒ ขอชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ซ้ำซาก แล้วก็ผู้ตอบก็เช่นเดียวกันครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่รักทุกท่านครับ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ครับ วันนี้ผมมีกระทู้ที่จะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ฯพณฯ วราวุธ ศิลปอาชา สืบเนื่องจากปัญหาของป่าพรุควนเคร็ง ในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีไฟป่าหรือไฟมนุษย์กันแน่ สืบเนื่องต่อกันมาหลายปีมากเป็น ๑๐ ปีครับ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๙ จนถึงวันนี้ พ.ศ. ๒๕๖๒ ไฟป่าตรงนี้ครับ แต่จากการสอบถาม จากเจ้าหน้าที่จริง ๆ มันไม่ใช่มาจากป่า จริง ๆ มาจากเงื้อมมือมนุษย์เสียมากกว่าครับ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๙ จนถึงวันนี้ ๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ที่เราเสียหายไปในแต่ละปี แต่ในปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ที่เรียกว่าไฟป่านะครับ มีพื้นที่เสียหายมากในทุกปี แต่ในปี ๒๕๖๒ เป็นปีแรกที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ แต่ในปีที่ผ่านมาไม่เคยประกาศนะครับ แต่หลังจาก ประกาศเสร็จก็จะทำให้หลังจากนั้นสถิติของการติดไฟเยอะมากขึ้นในรอบพื้นที่ ที่กินพื้นที่ กว้างไปทั้งหมดอยู่ที่ ๕ อำเภอในเขตของลุ่มน้ำปากพนัง ประกอบด้วยอำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร อำเภอชะอวด อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอร่อนพิบูลย์ จากพื้นที่ ทั้งหมดที่มีอยู่คือ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ตรงนี้ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบทาง ด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ทำให้ระบบนิเวศของเราเสียหายไป จริง ๆ ป่าพรุควนเคร็งของเรา เป็นป่าที่มีความสำคัญมากของพื้นที่ภาคใต้ตอนบน และเป็นป่าที่ใหญ่ที่สุดในส่วนของภาคใต้ ตอนบน ภาคใต้ตอนล่างจะเป็นป่าพรุแดง แต่ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ตอนบนตรงนี้เป็นพื้นที่ ป่าพรุควนเคร็งที่มีความสมบูรณ์มากนะครับ เป็นป่าไม้เสม็ดขาวที่เราควรจะอนุรักษ์ไว้นะครับ แต่จากปัญหาไฟที่เป็นปัญหาเรื้อรังซ้ำซากอยู่ทุกปี เราจะมีการแก้ไขปัญหานี้แบบยั่งยืนได้ อย่างไร สิ่งหนึ่งที่เราประสบปัญหาอยู่ก็คือจากภัยแล้งในช่วงเดือนเมษายนจนถึงเดือนกรกฎาคม ที่เราแล้งกันทุกปี และช่วงนี้ที่จะเป็นช่วงที่เกิดไฟป่าตรงนี้ สาเหตุก็จากน้ำมือมนุษย์ส่วนหนึ่ง จากการไปหาปลา เผาเพื่อจะให้เข้าไปหาปลาได้ง่ายนะครับ หาผึ้งหรือว่าต้องการเผา เพื่อจะเอากระจูดที่เป็นต้นสูงยาวขึ้นอย่างนี้ครับ จากการแจ้งมาจากเจ้าหน้าที่แล้วก็จากสถิติ ที่ท่านเห็นบนจอภาพแสดงให้เห็นตั้งแต่ในปี ๒๕๔๙-๒๕๖๒ นี่ครับ ๖๙,๐๐๐ กว่าไร่ ที่เสียหายไป ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วเราจะหยุดปัญหานี้ได้อย่างไร ทุกปีชาวบ้านก็ไม่ได้รับการชดเชยจากภัยพิบัติตรงนี้นะครับ เจ้าหน้าที่ที่เข้ามาช่วยก็ใช้ งบประมาณไปมาก ล่าสุดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาใช้ไปถึง ๓๐๐ ล้านบาท ในการที่ช่วยกัน ดับไฟป่าพรุควนเคร็งตรงนี้นะครับ
คำถามที่อยากถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม คำถามที่ ๑ กระผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ต้องการมาตรการ แก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน จึงขอตั้งกระทู้เพื่อสอบถามท่านรัฐมนตรีข้อที่ ๑ ครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีมาตรการหรือแนวทาง แผนงาน โครงการ ในการกำหนดพื้นที่ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน ระหว่างเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขตพื้นที่อนุรักษ์และเขตพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน รวมถึงพื้นที่ ส.ป.ก. อย่างไรให้มีความชัดเจน เพื่อป้องกันการบุกรุกและประโยชน์ในการดูแลรักษาการป้องกันไฟไหม้ป่าพรุครับ
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านสมาชิก ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ท่านสมาชิกจากจังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ
ประเด็นแรก ป่าพรุควนเคร็งนั้นมีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ ๓๑๖,๐๐๐ กว่าไร่ จะแบ่งเป็น ๔ ส่วนด้วยกัน จะเป็นส่วนของพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีอยู่ประมาณ ๒๒๑,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งในส่วนพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้นแบ่งออกเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ จำนวน ๖๒,๕๐๐ กว่าไร่ เกือบ ๖๒,๖๐๐ ไร่นะครับ ซึ่งในตรงนี้จะมีราษฎรอยู่อยู่แล้วประมาณ ๒,๔๐๐ ไร่ แล้วก็จะ มีส่วนของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จำนวน ๑๕๘,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งมีราษฎรนั้นครอบครอง อยู่แล้วประมาณ ๒๑,๐๐๐ กว่าไร่ ส่วนต่อมานะครับ อีกส่วนหนึ่งของพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งนั้น เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ มีเนื้อที่ ๓๔,๘๐๐ กว่าไร่ ประกอบไปด้วยป่าสมบูรณ์ ๑๔,๐๐๐ กว่าไร่ แล้วก็ป่าตามโครงการของ คทช. ๒๒,๐๐๐ กว่าไร่ และมีพื้นที่ในส่วนของ ส.ป.ก. อยู่ ๕๘,๖๓๑ ไร่ ทับซ้อนกับพื้นที่ของ คทช. นะครับ
สมาชิกข้างหลังอย่าเสียงดังนะครับ เชิญครับท่านรัฐมนตรี
ขอบคุณครับ ทับซ้อนกับพื้นที่ของ คทช. อยู่ประมาณ ๗,๗๐๐ กว่าไร แล้วพื้นที่สุดท้ายจะเป็นในส่วนของมูลนิธิชัยพัฒนาอยู่เกือบประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ซึ่งในแต่ละส่วนนั้น เมื่อสักครู่ที่ผมได้กล่าวไปจะมีราษฎรนั้นครอบครองอยู่เป็นลำดับ ๆ ไป แต่ว่าการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ปี ๒๕๖๑ นั้นเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาตามพระราชบัญญัติสงวนและ คุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ แล้วก็พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ ซึ่งในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ก็จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งในพระราชบัญญัติทั้ง ๒ พระราชบัญญัตินั้น ได้กำหนดว่าจะต้องมีการสำรวจการถือครอบครองที่ดินของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้น ให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน โดยที่ผู้ครอบครองที่ดินอยู่นั้นจะต้องเป็นผู้ครอบครองที่ดิน เดิมอยู่แล้วก็ไม่มีการจัดที่ดินให้กับบุคคลภายนอกพื้นที่ ทีนี้ประเด็นอยู่ที่ ๒๔๐ วันนี้ หลายท่านอาจจะถามว่าถ้าครบ ๒๔๐ วันแล้วไม่เสร็จจะเป็นอย่างไร ตามกฎหมายนั้น กำหนดเอาไว้ว่าถ้าหาก ๒๔๐ วันนั้นยังดำเนินการไม่เสร็จทางกรมจะต้องแจ้งให้กับกระทรวง และกระทรวงต้องแจ้งกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่าทำไมยังไม่เสร็จภายใน ๒๔๐ วัน เพราะว่า จริง ๆ แล้วภารกิจหน้าที่ในการที่จะสำรวจทุกอุทยานและทุก ๆ พื้นที่ที่มีราษฎรครอบครอง อยู่ในการที่จะแบ่งว่าใครอยู่ก่อน ใครอยู่หลังนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน แต่ว่า การที่จะสำรวจนั้นจะต้องทำให้เสร็จเรียบร้อย แต่เมื่อได้สิทธิแล้วต้องเรียนว่าราษฎรที่อยู่ ในพื้นที่ดังกล่าวนั้นจะได้สิทธิในการทำกินในพื้นที่ ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่เหล่านั้น แต่อย่างน้อย เมื่อท่านมีสิทธิในการที่จะทำกินแล้วแบ่งเป็นสัดส่วนเรียบร้อยแล้ว ท่านจะสามารถรับ ความช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเงินสนับสนุน เงินชดเชย ไม่ว่าจะเป็นเวลาเกิดเหตุ ไฟไหม้หรือมีการสนับสนุนในส่วนของพี่น้องเกษตรกรตามมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล ขออนุญาตเรียนเบื้องต้นไว้เท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสัณหพจน์ ถามอีกครั้ง เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน มากครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้ความชัดเจนในส่วนของคำถาม เพราะวันที่ ท่านรัฐมนตรีลงไปดูพื้นที่วันนั้นในเขตพื้นที่จริงที่อำเภอเชียรใหญ่ ผมเองก็อยู่ในพื้นที่ แต่อยู่ที่ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
แล้วก็คำถามถัดมาเป็นคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องสำคัญมาก ก็คือน้ำครับ เพราะว่าตั้งแต่คุณพ่อของท่านรัฐมนตรี ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ท่านก็ให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้ แล้วก็ทำให้บึงฉวากเป็นที่รู้จักของคนไทยทั้งประเทศ และผมจึงอยากฝากถาม ท่านรัฐมนตรีว่าจะบริหารจัดการน้ำให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังของผมได้อย่างไร ให้ประชาชน ในพื้นที่ของผมได้มีน้ำใช้กันตลอดทั้งปีนะครับ
คำถามที่ ๒ คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบาย มาตรการหรือแนวทางในการร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างไร ในการบริหารจัดการน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในดิน เพื่อ แก้ปัญหาป่าพรุควนเคร็ง เช่น แกล้งดิน อ่างพวง ฝายชะลอน้ำ เรื่องนี้เป็นข้อสั่งการ ขององคมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายท่านที่ได้สั่งการไว้ในช่วงเกิดเหตุไฟไหม้ ป่าพรุควนเคร็ง รวมทั้งการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวในการอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ให้คนอยู่กับป่าตามแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ ๙
คำถามที่ ๓ ผมขออนุญาตถามรวมไปเลยนะครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมมีมาตรการในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ลักลอบเผาป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ มักอ้างว่าเป็นการกระทำของมนุษย์มีผลความคืบหน้าในทางคดีเป็นอย่างไร รวมทั้งมาตรการ ในการตรวจสอบผู้ถือครองที่ดินย้อนหลังโดยเฉพาะนายทุนรายใหญ่ ซึ่งถือครองพื้นที่ปลูก ปาล์มน้ำมันเป็นจำนวนมากอย่างไรครับ ขอบคุณครับ
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ อุตส่าห์โฆษณาบึงฉวากให้ผมด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ ในส่วนคำถามที่ ๒ เรื่องการบริหารจัดการไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำในการที่จะจัดน้ำเข้าไปอยู่ ที่บริเวณป่าพรุนั้น ต้องขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกผ่านท่านประธานว่าการบริหารจัดการน้ำ ในป่าพรุนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ในปัจจุบัน ณ วันนี้ เวลานี้ เมื่อสักครู่เพิ่งได้ขอรายงานมาครับ มีน้ำอยู่ในป่าพรุประมาณเกือบ ๓๐ เซนติเมตรท่วมอยู่ ดังนั้นการที่จะบริหารจัดการน้ำของป่าพรุโดยธรรมชาติของป่าพรุนั้นจะเป็นป่าที่มีน้ำขังอยู่ ตลอดปี ปัญหาที่เกิดขึ้นคือบางครั้งจะมีคนบางกลุ่มหวังเอาผลเอาง่ายโดยการที่ไปขุดร่องน้ำ นอกบริเวณป่าพรุ โดยที่พอขุดแล้วจะให้ท้องของคลองนั้นอยู่ต่ำกว่าพื้นที่ของป่าพรุ ผลที่ตามมาก็คือว่าน้ำในบริเวณป่าพรุทั้งหมดนั้นจะระบายมาอยู่ในคลอง ต่อมาพอน้ำระบาย มาอยู่ในคลองเสร็จน้ำที่เคยอยู่ในป่าพรุมันก็จะแห้งลง ทีนี้พอแห้งลงเสร็จปุ๊บก็จะเป็นพื้นที่ ที่หลายคนมีคนบางกลุ่มไม่ว่าจะเป็นนายทุนหรือว่าชาวบ้านบางกลุ่มนั้นมองเป็นพื้นที่ ทำเลทองในการที่จะเข้าไปทำการเกษตรเพราะว่าทุกท่านคงทราบดีว่าพื้นที่ป่าพรุนั้น อุดมไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารเกิดจากการสะสมไม่ว่าจะเป็นใบไม้ กิ่งไม้ ต้นไม้ที่ทับถมกันมา ดังนั้นการที่จะให้หน่วยงานใดก็แล้วแต่เข้าไปทำประโยชน์แล้วให้ประโยชน์กับพี่น้อง เกษตรกรนั้นผมต้องเรียนเบื้องต้นก่อนเลยว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราเห็นด้วยแน่นอนถ้าหากว่าทำแล้วพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องคำนึงถึงระบบนิเวศ และต้องคำนึงถึงหลักการของเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๓๕ ด้วยที่ประกาศให้เขตพื้นที่ป่าพรุนั้นเป็นเขตห้ามล่า สาเหตุที่ประกาศเป็นเขตห้ามล่าก็เพื่อที่ว่าจะปกป้องชีวิตสรรพสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในบริเวณ ป่าเหล่านั้นให้อยู่กันอย่างเรียกว่าสันติสุขไม่มีใครมารบกวน ดังนั้นถ้าหากว่าจะมีหน่วยงานใด สามารถเข้าไปเพิ่มปริมาณน้ำในบริเวณป่าพรุได้ตัวผมเองยินดี แต่คงต้องคำนึงถึงหลักว่า ไม่เข้าไปทำให้ระบบนิเวศของป่าพรุเสื่อมลงแล้วก็เสียหายลงอย่างที่เกิดเหตุที่ผ่านมา เพราะว่าช่วงที่ผ่านมามีไฟไหม้เกิดขึ้น เดี๋ยวจะพูดกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะดำเนินการไปได้ อย่างไรแล้ว แต่ว่าสาเหตุของไฟที่เกิดขึ้นก็เพราะว่ามีคนบางกลุ่มได้เข้าไปแล้วก็ดำเนิน กิจการเพื่อที่หวังว่าจะได้พื้นที่ป่าพรุมา การจุดไฟเผานั้นบางครั้งอาจจะเป็นจุดในทำนองที่จุด เพื่อควบคุมไฟ แต่ว่าควบคุมไม่ได้ก็เลยกลายเป็นลามไปหลายร้อยหลายพันเป็นนับหมื่นไร่ ดังนั้นการที่จะบริหารน้ำที่อยู่ในป่าพรุนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้ให้ความเห็นแล้วก็ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ ตัวผมเองนั้นให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อน ไปกว่ากัน เพราะการรักษาสมดุลไม่ว่าจะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ใน พื้นที่และระบบนิเวศของป่าพรุเองเป็นอะไรที่สำคัญมาก ต่างประเทศจับตาดูสถานการณ์ แล้วก็คุณภาพของป่าพรุไทยอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นต้องขออนุญาตเรียนว่าสิ่งใดที่ทำแล้ว สามารถรักษาสมดุลไม่กระทบกระเทือนกับระบบนิเวศของป่านั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเรายินดี
ท่านรัฐมนตรีสรุปนะครับ
ครับ จำนวนคดีที่ผ่านมาในช่วงประมาณ ๕ ปีที่ผ่านมา ประทานโทษครับ ระหว่างปี ๒๕๕๙ ถึงปัจจุบันนั้นได้มีการดำเนินคดีในส่วนของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยไป ๔๙ คดีแล้ว และในส่วนของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อได้ดำเนินคดีไปทั้งหมด ๓๘ คดี ซึ่งขณะนี้ได้อยู่กับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในการดำเนินคดีและจะดำเนินคดี ให้ถึงที่สุดครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณทั้งผู้ถาม ผู้ตอบนะครับ ช่วยรักษาเวลา ผมขออนุญาตกระทู้ต่อไปนะครับ
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๗ เรื่อง ปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของประชาชน (นายจารึก ศรีอ่อน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ
เชิญท่านจารึกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดจันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตนำเรียนปัญหาช้างป่าของจังหวัดจันทบุรีให้ท่านประธานได้ทราบผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดจันทบุรี ขณะนี้เวลานี้พี่น้องประชาชน เขต ๒ จังหวัดจันทบุรีของผมได้รับ ความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าเยอะแยะมากมายนะครับ จากสถิติที่ผ่านมาปัญหาช้างป่า ที่ทำร้ายพี่น้องประชาชนนะครับ เมื่อปีก่อน ๓-๔ ปีที่ผ่านมาทำร้ายพี่น้องประชาชนเสียชีวิตไป ๑๑ ศพ ปีนี้เกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ทำร้ายชีวิตพี่น้องประชาชน เขต ๕ จังหวัดรอยต่อ รวมทั้งจังหวัดจันทบุรีของผมนั้นหนักสุดนะครับ ตอนนี้มีพี่น้องประชาชนเสียชีวิตไปแล้ว ๖ ศพ รวมเมื่อเช้านี้ครับท่านประธานอีก ๑ ศพครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีกำลังดู ที่เกิดเหตุอยู่ครับ รวมเป็น ๗ ศพ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องอย่างนี้ผมเองในฐานะ เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนเรียนว่าไม่สามารถนิ่งนอนใจได้นะครับ เราจะต้องแก้ปัญหา นอกจากชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนแล้วยังมีทรัพย์สินเรือกสวนไร่นาของพี่น้อง ประชาชนเสียหายเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งเราสามารถส่งออกนำเงินเข้าประเทศได้มากมายนะครับ ๒๐-๓๐ ไร่ ใน ๑ คืนช้างป่ามา ๑ โขลง ๒๐-๓๐ ตัว ราพณาสูรท่านประธานครับ ตื่นเช้ามา จะขายได้อยู่แล้ว ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ชั่วพริบตาในคืนเดียว โดนช้างบุก ๑ โขลงราพณาสูรนะครับ สิ่งที่พี่น้องประชาชนอยากจะได้ เดี๋ยวผมจะให้ท่านดูวิดีโอ (Video) เป็นแนวกันช้างแล้วก็ทำคอร์ริดอร์ (Corridor) แล้วทำเป็นซาฟารีให้ช้างได้อยู่ ได้มีอาหารกินนะครับ เดี๋ยวขออนุญาตนำเสนอ ขออนุญาตวิดีโอ (Video) ด้วยครับ โครงการ โมเดล (Model) หรือจันทบุรีโมเดล (Model) เราจะนำร่องขึ้นมาเพื่อทำที่จังหวัดจันทบุรีก่อน ถ้าได้ผลก็สามารถที่จะนำไปใช้กับจังหวัดอื่นได้ครับ
ผมขออภัยสมาชิก บังเอิญ ไม่ได้ดูคลิป (Clip) เพราะว่ามันยาว ก็เลยทำให้กินเวลาไปเยอะ ไม่ได้ขออภัยผู้ถามนะครับ ขออภัยสมาชิกท่านอื่นที่กินเวลาท่านไปมาก ตอนนี้ท่านจารึกถามได้เลยครับ
วิดีโอ (Video) นี้คือสิ่งที่พี่น้องประชาชน อยากจะได้ในเขตจังหวัดจันทบุรี เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแนวทางแก้ไขอย่างไร เกี่ยวกับปัญหาช้างที่ทำร้ายชีวิตพี่น้องประชาชนและทำร้ายเรือกสวนไร่นา ท่านมีแนวทาง ที่จะแก้ไขอย่างไรครับ
ท่านรัฐมนตรี เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านสมาชิกนะครับ ขออนุญาตตัดเรื่องอื่น ๆ ไป เอาสั้น ๆ เลย แล้วกันนะครับ ประเด็นสำคัญคือการที่จะป้องกันช้างไม่ให้ออกมา หัวใจสำคัญคงจะไม่ได้อยู่ ที่การสร้างอุปกรณ์ในการที่จะกันไม่ให้ช้างออกมา สำคัญคือการที่จะดึงช้างกลับเข้าไปในป่า ให้ได้ง่ายกว่า เพราะว่าช้างนั้นพวกเราทุกคนทราบกันดีว่าเป็นสัตว์ที่มีความเฉลียวฉลาดมาก ไม่ว่าท่านจะสร้างด้วยวิธีใด เพราะว่าปัจจุบันนั้นมีช้างอยู่ทั่วประเทศ อยู่ตามธรรมชาติ ประมาณ ๓,๐๐๐-๓,๕๐๐ ตัว มีอยู่ในพื้นที่ทั้งหมด ๖๙ แห่ง ๑๖ กลุ่มป่า ที่มีปัญหาหนัก ๆ จะมีอยู่ประมาณ ๕ กลุ่มด้วยกันก็คือ กลุ่มป่าตะวันออก กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าแก่งกระจาน แล้วก็กลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว ดังนั้นการดำเนินการ สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ป่าเป็นหัวใจสำคัญในการที่จะป้องกันไม่ให้ช้างออกมา จะสร้างรั้วหรือจะสร้างอะไรก็แล้วแต่ แต่หัวใจสำคัญคือต้องทำให้ช้างนั้นอยากกลับไป อยู่บ้านของตัวเองแทนที่จะออกมาหาอาหารข้างนอก ดังนั้นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญในการสร้างเสริม โป่งธรรมชาติ การจัดทำโป่งเทียม การปลูกพืชอาหารช้าง การปรับปรุงทุ่งหญ้า ปรับปรุง และเพิ่มปริมาณแหล่งน้ำขนาดย่อย ทำฝายชะลอน้ำเพื่อทำให้บ้านของช้างนั้นอุดมสมบูรณ์ขึ้น เพราะว่าช้างนั้นไม่ต่างอะไรกับคน เวลาคนไม่มีอะไรกินก็จะเข้าป่าหาอาหาร ดังนั้นเวลาช้าง ไม่มีอะไรกินในป่าก็จะออกมาหาอาหารคนกินเหมือนกัน ดังนั้นจะทำไม่ให้ช้างออกมา ก็ต้องทำให้บ้านช้างนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นั้นเราได้มีการดำเนินการไปในบางพื้นที่ ตามปีงบประมาณแล้ว มีการขุดแหล่งน้ำแล้วก็ทำโป่งเทียม แล้วก็ปลูกพืชที่เป็นอาหาร กับช้าง ขอบคุณครับ
เชิญครับ
เรียนท่านรัฐมนตรีว่าชั่วโมงนี้เอาไม่อยู่แล้ว ครับช้าง ช้างหลงรสชาติของทุเรียนมาก เพราะฉะนั้นเมื่อฤดูทุเรียนก็จะออกมาหากินกัน ทั่วไป ถ้าเราไม่มีแนวกั้นช้างและแนวกั้นช้างของผมเรามีทำซาฟารีซึ่งอยู่ติดกับอ่างน้ำ ประแกดประมาณ ๔,๐๐๐ ไร่ ทำเป็นซาฟารีให้ชาวต่างชาติมาเที่ยว ให้พี่น้องประชาชน ได้เข้าไปเที่ยว ได้ซื้ออาหารให้ช้าง ให้พี่น้องประชาชนได้สร้างแหล่งอาหาร เอาอาหารมาขาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ซื้ออาหารให้ช้างกิน แล้วก็ในพื้นที่แห่งนี้มีอาหารสำหรับช้างด้วย เพราะฉะนั้นช้างท่านจะเห็นจากวิดีโอ (Video) เมื่อสักครู่นี้ ช้างเขามีความสุข เขาสะบัดหู คือเขามีความสุข ช้างไม่ได้กลัวคน ช้างบ้านผมไม่กลัวคนครับ เพราะฉะนั้นเขาได้มีอาหารกิน นักท่องเที่ยวเข้าไปดูอะไรต่าง ๆ ผมว่าตรงนี้จะเป็นการดีมาก ถ้าท่านคิดว่าสร้างแหล่งอาหาร และผมเชื่อเหลือเกินว่าท่านปลูกทุเรียนให้เขากินไม่ได้ เขาเคยได้กินทุเรียน ได้กินลองกอง ได้กินสับปะรด ได้กินกล้วย อย่างไรเขาก็ต้องออกมาแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าการสร้าง แนวกั้นช้างและสร้างซาฟารีให้เขาอยู่ ผมคิดว่าจะเป็นการแก้ปัญหาได้ปัจจุบันทันด่วน การสร้างแหล่งอาหารในป่า ผมคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว แต่ก็อาจจะได้ผล แต่ว่า ปัจจุบันในส่วนพี่น้องประชาชนตายปีหนึ่งเป็นสิบ ๆ คน อันนี้รับไม่ได้จริง ๆ อันนี้คูกั้นช้าง ที่ผมทำ ไปถามพี่น้องประชาชนได้เลยว่าคูกั้นช้างนี้ช้างเห็นร้องไห้เลยครับ ไม่มีปัญญาข้ามได้ แน่นอน พี่น้องประชาชนเล่าให้ผมฟังว่าตอนนี้มีสร้างไปบางส่วนแล้ว ช้างก็จะเดินกินใบไม้ เลาะไปเรื่อย พอสุดคูก็ข้าม สุดคูก็ข้ามอะไรประมาณนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถสร้าง จะเอาอยู่ครับ
ขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีอีก ๑ คำถามนะครับว่าที่ท่านไปสร้างแล้ว ที่ไหนบ้าง อย่างไร และได้ผลอย่างไร เพราะบ้านผมตอนนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับ พี่น้องประชาชนผมอกสั่นขวัญแขวน ตอนนี้ผมใช้วิธีอะไรรู้ไหมครับ ท่านประธานครับ ผมใช้โล่มนุษย์ครับ
ท่านจารึกถามเลยนะครับ
มีชุดเฝ้าระวังช้าง ๒๐-๓๐ ชุด เพื่อกำบัง พี่น้องประชาชนที่ไปกรีดยางเวลากลางคืน เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนผมอกสั่นขวัญแขวน จำนวนมากครับ
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ
ขอบคุณครับ อันนี้เราเห็นใจเลยนะครับ ชาวบ้านเวลาไปเดินอยู่ดี ๆ แล้วก็มีช้างเป็นโขลงเดินเข้ามา อย่างเช่น พวาโมเดล (Model) ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไป เมื่อสักครู่ก็ถือว่าเป็นอีก ๑ มาตรการในการที่จะป้องกันไม่ให้ช้างมารบกวนชาวบ้านได้ ขณะนี้การดำเนินการเท่าที่ทราบนั้นได้มีไปพอสมควรแล้ว แต่การที่จะทำให้ครบ ทั้ง ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรนั้นมันก็จะมีผลกระทบหลายด้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ผ่านมาในส่วนของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราได้มีโมเดล (Model) เกิดขึ้นอย่างเช่น ที่กุยบุรี เขาเรียกระบบเออร์ลี วอร์นิง ซิสเตม (Early warning system) ขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษ เพราะว่าเป็นการสร้างระบบเตือนภัยก่อนหน้าที่ช้างนั้นจะเข้ามาอยู่ในบริเวณ พื้นที่คน เป็นการติดตั้งกล้องไว้ตามจุดต่าง ๆ ที่ช้างนั้นจะเดินออกมาเป็นแนวชายขอบ ของป่าที่ช้างจะออกมา กล้องเหล่านี้จะมีหน้าที่ส่งสัญญาณมาที่ศูนย์คอมมานด์ เซนเตอร์ (Command center) แล้วพอเจ้าหน้าที่ที่คอมมานด์ เซนเตอร์ (Command center) เห็นช้างอยู่ที่จุดใดนั้นปุ๊บเราก็จะมีเขาเรียกว่า ชุดเฝ้าระวังป้องกันช้างออกไปประมาณ ๘-๙ ชุด แต่ละชุดนั้นจะออน สแตนด์บาย (On standby) อยู่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เมื่อเวลามีช้างมาปุ๊บ กล้องทำงานส่งข้อมูลมาที่ศูนย์คอมมานด์ เซนเตอร์ (Command center) ศูนย์คอมมานด์ เซนเตอร์ (Command center) ก็จะส่งข้อมูลไปให้หน่วยต่าง ๆ ในการที่จะผลักดันช้าง ให้กลับเข้าไปในพื้นที่ไม่ให้ออกมาทำร้ายกับพี่น้องประชาชน ประเด็นเรื่องช้างและคน เป็นอะไรที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราให้ความสำคัญทั้งช้างและ ทั้งคน เพราะว่าเวลาคนเดือดร้อน คนยังมีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเป็นปากเป็นเสียงให้ แต่เวลาสัตว์ป่าเดือดร้อน เวลาช้างเดือดร้อน ไม่มีใครเป็นปากเป็นเสียงให้กับช้าง ดังนั้น ในวันนี้สิ่งที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังดำเนินการ ก็คือพยายาม ที่จะหาสมดุลระหว่างความเป็นอยู่ของช้างแล้วก็ความเป็นอยู่ของคน ถ้าหากว่า ช้างอยู่บ้านของเขาได้อย่างมีสุขอาจจะไม่เร็วนัก แต่ว่าขั้นตอนในการที่ป้องกันช้าง ขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้แล้วว่าจะสร้างรั้ว จะสร้างคู แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาดเหลือเกิน ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่เขาก็จะ หาวิธีข้ามมาได้ ดังนั้นการใช้สมาร์ต เออร์ลี วอร์นิง ซิสเตม (Smart early warning system) ในการที่ใช้คนรู้ก่อนว่าช้างจะมาที่ไหนผ่านจุดกล้อง ผ่านจุดอะไรต่าง ๆ เราให้คนไป ต้อนช้างกลับเข้าป่าก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังดำเนินการอยู่ แล้วก็ในขณะเดียวกันคู่ขนานกันไปก็เร่งสร้างแหล่งน้ำทั้งหลายเพื่อให้ บ้านของช้างมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาช้างในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดนั้น พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณได้ทรงมี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ในภาคตะวันออกไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ แล้วก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด หรือที่เรารู้จักกันในนาม ของโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ในภาคตะวันออกเพื่อดำเนินการในการแก้ไขปัญหา การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างช้างกับคน โดยมีพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษา แล้วที่สำคัญมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นองค์ประธานของคณะกรรมการนี้ ดังนั้นเป็นที่มั่นใจได้ว่าพี่น้องประชาชน จะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ แล้วที่สำคัญโครงการใดก็แล้วแต่ที่จะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวนั้น ก็ควรจะสอดคล้องกับโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดด้วย กราบขอบพระคุณครับ
มีอะไร อยากสอบถาม เพิ่มเติมไหมครับ
ไม่มีแล้วครับ กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน และเพื่อนสมาชิก ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขออนุญาตแนะนำท่านสมาชิกนิดหนึ่งนะครับ อย่างกรณีคุณจารึกถามกระทู้ถามเสร็จ ท่านก็ปิดไมโครโฟนแล้วก็นั่งลงฟังนะครับ ท่านไม่จำเป็นต้องยืนฟังตลอด เพราะว่าบางที ท่านรัฐมนตรีท่านตอบยาว ท่านก็จะเมื่อยเฉย ๆ นะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๐๗๖ เรื่อง การขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ
เชิญ คุณอนุรักษ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอบพระคุณ เป็นอย่างสูง ถ้าใช้ภาษาสวยงามหน่อยก็คือฟ้าจรดดิน ดอกฟ้าเอื้อมมาสู่ดินค่ะท่านประธาน เพราะว่าเป็นไฟฟ้าเพื่อการเกษตร แต่ทีนี้มันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องทั้งประเทศ เลยทีเดียวเพราะว่าอะไรคะ เพราะว่าตอนนี้พื้นที่ทางเกษตรร้อยละ ๔๓ หรือประมาณเกือบ ๑๔๐ ล้านไร่ ถนนตัดผ่านตรงไหนพี่น้องต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรตรงนั้นเลยทีเดียว ทั้งประเทศเลย ไม่เฉพาะแต่จังหวัดสกลนครเท่านั้นนะคะ ดิฉันถามคำถามแรกเลยค่ะ ท่านประธาน กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายที่จะขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรหรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดโดยละเอียด ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ในเรื่องของการขยายพื้นที่ให้บริการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรนั้น ในเรื่องนี้ทางกระทรวงมหาดไทยโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้มีการดำเนินการในเรื่องแรกเลย คือมีการสำรวจความต้องการของเกษตรกรในระยะแรกมีการสำรวจแล้ว จำนวนประมาณ ๑๑๓,๐๐๐ รายเศษ ซึ่งในระยะแรกนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ตั้งโครงการในระยะที่ ๑ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จนถึงปี ๒๕๕๙ กลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย ๗๓,๓๐๘ ราย ซึ่งในขณะนี้ ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วในการที่จะให้บริการไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชนในการ ทำการเกษตร
ส่วนในระยะต่อมาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เสนอโครงการเพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ในโครงการระยะที่ ๒ นั้นมีเป้าหมาย ทั้งสิ้น ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ จนถึงปี ๒๕๖๓ เป้าหมาย ๔๐,๐๐๐ รายเศษ ซึ่งสถานภาพในปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น ๒๕,๐๐๐ รายเศษ หรือคิดเป็นร้อยละ ๖๓ นอกจากนั้นในระยะต่อไปการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขณะนี้ได้ดำเนินการสำรวจความต้องการ ของพี่น้องประชาชนเพื่อให้การสนับสนุนพี่น้องประชาชนที่ทำการเกษตรต่อไป โดยในเรื่องนี้ ได้พยายามที่จะตอบสนองความต้องการให้รวดเร็วกว่าในการดำเนินการที่ผ่านมา รวมทั้ง ในการใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการที่จะได้รับบริการในด้านไฟฟ้าด้วย สรุปว่าโดยรวมขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้มีแผนงานที่ทำไปแล้วและดำเนินการ และกำลังดำเนินการสำรวจในขั้นต่อไปครับ
ท่านอนุรักษ์ มีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านรัฐมนตรี ได้ชี้แจงในรายละเอียดเรื่องไฟฟ้าเพื่อการเกษตรทั้งประเทศในปี ๒๕๕๙-๒๕๖๓ นั้น สำรวจไปแล้ว ๔๐,๐๐๐ กว่ารายที่ขอมา ก็ทำได้ประมาณสักไม่ถึงครึ่งในขณะนี้ อีกที่ไม่ถึงครึ่งมันเป็นความเดือดร้อนที่ลงมาในจังหวัดของดิฉันด้วยจำนวนมากเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพคะ ดูเรื่องร้องเรียนสิคะ หอบมาจากอีสาน แล้วก็ได้ยินพี่น้องประชาชนตะโกนไล่หลังดิฉันมาว่าสู้ ๆ เขาบ้านเรามันแล้ง ดิฉันก็เลยมาขอ ความเป็นธรรมจากพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งวันนี้ ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ท่านเล็งเห็นความเดือดร้อนของเกษตรกรของราษฎร ของฐานรากอย่างแท้จริง ซึ่งวันนี้นั้นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็จะสว่างจ้าขึ้นค่ะ เรื่องนี้นั้นดิฉันมีปัญหาที่ว่า อปท. จะต้องอุดหนุนเงินไปให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้ว อปท. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลหรือ อบต. ก็ตามเงินน้อยมากที่จะไปอุดหนุนให้กับไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ดิฉันก็เลยถามคำถามที่ ๒ เลยว่ากระทรวงมหาดไทย จะมีมาตรการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างไร กรณีไฟฟ้าเพื่อการเกษตรกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นแล้ว แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีงบประมาณที่จะขยายให้ประชาชน ทำให้ประชาชนนั้น เดือดร้อนมาก เรือกสวนไร่นาต่าง ๆ ถ้ามีไฟฟ้า แล้งมาเจาะน้ำก็ต้องใช้ไฟฟ้า อันดับแรก ๆ เลยค่ะ ท่านประธานในเรื่องนี้ ดิฉันขอทราบรายละเอียดค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ในคำถามข้อที่ ๒ ในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะ มีงบประมาณหรืองบอุดหนุนไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ อย่างไร เรื่องนี้ก่อนที่จะ เรียนชี้แจงนั้นก็อยากจะเรียนว่าในเรื่องการให้บริการเรื่องของการให้น้ำกับพี่น้องประชาชน โดยการใช้ไฟฟ้านั้นเป็นทางเลือกหนึ่งซึ่งไปแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตาม มันก็มีปัญหาเรื่องที่สำคัญยิ่งคือความเหมาะสมของรายจ่ายหรือต้นทุนการผลิตในการ ที่จะต้องนำมาพิจารณาด้วยในส่วนนี้ อีกส่วนหนึ่งก็คือลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ ในบางพื้นที่มีความเหมาะสมที่จะทำได้แค่พืชใช้น้ำน้อย ไม่สามารถทำการเกษตรที่พืช ใช้น้ำมาก เช่น นา เป็นต้น ซึ่งใช้น้ำถึง ๕๐๐ คิวบิกเมตรต่อครอป (Crop) อย่างนี้มันใช้น้ำมาก อันนี้ก็เป็นข้อมูลหนึ่งซึ่งเป็นตัวที่จะต้องนำไปพิจารณาด้วย
กลับมาเรื่องของการใช้เงินสนับสนุน ก่อนอื่นต้องเรียนให้เข้าใจว่าในการ ขยายเขตให้บริการพื้นที่นั้นเริ่มต้นไม่ว่าประชาชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ต้องมีภาระ เป็นภาระของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ทำไปทั้งสิ้นเมื่อสักครู่นี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็น ผู้ใช้งบประมาณของตนเองขยายเขตให้ทั้งสิ้น โดยพี่น้องประชาชนไม่ต้องจ่าย แล้วก็ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ต้องจ่าย แต่ก็มีสิ่งที่จะต้องเรียนให้ทราบก็คือว่าเกณฑ์ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใช้อยู่ ก็คือเมื่อคิดรายจ่ายเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแล้วในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ก็แล้วแต่จะต้องไม่เกินรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายต้องต่ำกว่านั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก็จะดำเนินการให้เลยไม่ต้องเป็นภาระของเกษตรกร ไม่ต้องเป็นภาระขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะต้องหาเงินมาอุดหนุนในส่วนนี้ อย่างไรก็ตามในการดำเนินงานในส่วนนี้ ถ้าพี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนและมีความจำเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลย ผมยกตัวอย่างในพื้นที่สวนซึ่งในบางปีเหมาะสม สวนที่จะใช้น้ำบาดาลและสูบด้วยไฟฟ้า บางปีเขาอาจจะมีแหล่งน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ บางปีนั้นขาดแคลนถ้าได้น้ำในส่วนนี้ ไปเติมแก้ไขปัญหาพืชสวนก็จะไม่มีเสียหาย อันนี้ก็เหมาะสมที่สุด ก็กลับมาถึงปัญหาว่า ถ้าเกณฑ์ยังอยู่ที่ ๕๐,๐๐๐ บาทเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อรายไม่มีความเหมาะสม เพราะพี่น้อง ประชาชนถ้ามันเกินนั้นประชาชนก็ไม่สามารถมีได้ ก็ยังมีหนทางที่จะดำเนินการได้ เช่น ทางการไฟฟ้าอาจจะพิจารณาเรื่องนี้ว่าจะใช้โครงการอื่นมาสนับสนุน ถ้าลักษณะทำ ณ ที่นั้น ก็จะมีผลกระทบต่อการไฟฟ้า ถ้าจะใช้แนวทางที่รัฐบาลจะให้เงินอุดหนุนไปก็สามารถทำได้ ในเรื่องนี้ก็ชี้แนวทางว่าสามารถที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้โดยอาจจะต้องมีการ พิจารณาดำเนินการในระดับนโยบายนะครับ
ในเรื่องต่อไปถามว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ไม่มีเงิน ในเรื่องนี้ ถ้าการขยายเขตของการไฟฟ้าตามเกณฑ์ที่ผมได้เรียนให้ทราบแล้ว เฉลี่ยแล้วต่อรายเกิน ๕๐,๐๐๐ บาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สามารถที่จะสมทบให้ได้ โดยใช้งบประมาณของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นรายได้ของ อปท. ซึ่งได้มาจากท้องถิ่นจัดเก็บเอง หรือว่ารัฐจัดเก็บให้ หรือว่ารัฐแบ่งให้เป็นเงินอุดหนุนทั่วไปก็สามารถนำมาอุดหนุนได้ ตามอำนาจหน้าที่ ประเด็นปัญหาก็คือว่าแล้วถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีเงินในส่วนนี้ ก็มีแนวทางว่าในขั้นแรกเลยถ้ารัฐบาลจะให้เงินอุดหนุนเพิ่มเติมไปก็ย่อมแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ เช่นเดียวกัน อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าสามารถใช้เงินสะสมได้ โดยปกติใช้ไม่ได้เงินสะสมหรือ เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นเงินสะสมใช้ไม่ได้เพราะมีระเบียบอยู่ ถ้าเป็นในเชิง นโยบายแก้ระเบียบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สามารถสมทบในส่วนนี้ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้ สรุปว่าในขั้นแรกพี่น้องประชาชนไม่ต้องออกค่าใช้จ่าย การไฟฟ้า เป็นผู้จ่ายให้ทั้งสิ้น ถ้าอยู่ในเกณฑ์ไม่เกินเฉลี่ยค่าใช้จ่ายไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อราย สำหรับน้ำด้านการเกษตร ถ้าเกินจากนั้นก็มีแนวทางเชิงนโยบายที่จะแก้ไขในเรื่องค่าใช้จ่าย เฉลี่ยนี้ได้หรือรัฐให้การอุดหนุนไป ถ้าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถ้ามีรายได้ ของตนเองก็สามารถไปสนับสนุนพี่น้องประชาชนได้ ถ้ามีไม่พอเพียงก็สามารถแก้ไขระเบียบได้ โดยใช้เงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีครับ
ท่านอนุรักษ์ มีอะไรสอบถามอีกไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ปกติแล้วมันมี ๓ ข้ออยู่แล้วค่ะ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิข้อที่ ๓
ท่านถามเลย ไม่ต้องขออนุญาตละครับ ท่านมีสิทธิอยู่แล้วเชิญครับ
ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยที่ท่านให้ข้อมูลมาไฟฟ้าเพื่อการเกษตรนั้น ๔๐,๐๐๐ กว่ารายทั่วประเทศ ยังทำไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ รายเลยค่ะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดิฉันมีปึกใหญ่ ๆ ขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตรทั้งนั้น
อันดับที่ ๑ บ้านบ่อร้าง หมู่ ๓ ตำบลบงใต้ อำเภอสว่างแดนดิน
อันดับที่ ๒ บ้านนาดินจี่ หมู่ ๙ ตำบลคำสะอาด อำเภอสว่างแดนดิน
อันดับที่ ๓ บ้านบงเหนือ หมู่ ๑ ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน
อันดับที่ ๔ บ้านขามพัฒนา ตำบลค้อใต้ อำเภอสว่างแดนดิน
อันดับที่ ๕ บ้านไผ่หลวง หมู่ ๑๒ ตำบลหนองหลวง อำเภอสว่างแดนดิน
อันดับที่ ๖ บ้านหินโงม ซังฟาก ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน
อันดับที่ ๗ บ้านโนนสร้างไพร ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน
อันดับที่ ๘ บ้านหินโงม หมู่ ๒ ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน
อันดับที่ ๙ บ้านหนองฮังแหลว หมู่ ๔ ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์
อันดับที่ ๑๐ บ้านโคกไชยวาน หมู่ ๔ ตำบลทุ่งแก อำเภอเจริญศิลป์
อันดับที่ ๑๑ บ้านทุ่งแก หมู่ ๒ ตำบลทุ่งแก อำเภอเจริญศิลป์
อันดับที่ ๑๒ บ้านโศก หมู่ ๘ ตำบลทุ่งแก อำเภอเจริญศิลป์
ท่านอนุรักษ์ ขออภัยเหลือเยอะไหมครับ
ดิฉันต้องการให้สภานี้บันทึกไว้
อันดับที่ ๑๓ บ้านวังอ้อยหนู หมู่ ๑๐ ตำบลทุ่งแก อำเภอเจริญศิลป์
อันดับที่ ๑๔ บ้านโพนใหม่ หมู่ ๑๑ ตำบลบ้านเหล่า อำเภอเจริญศิลป์ ทั้งหมดนั้นจังหวัดสกลนคร
ดิฉันถามคำถามสุดท้ายต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องบอกว่า เป็นพระคุณอย่างสูงเป็นล้านล้านครั้ง ทางกระทรวงมหาดไทยจะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อความต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในชนบทมีจำนวนมากมายขนาดนี้ และจะแก้ปัญหา ให้ทั้ง ๑๔–๑๕ หมู่บ้านที่ดิฉันเอ่ยนามไปอย่างไรบ้างเพื่อที่จะให้มีไฟฟ้าใช้ ขอบพระคุณค่ะ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพอย่างสูง กระผมขอย้อนไปให้ข้อมูลเรื่องหนึ่งของคำถามข้อที่ ๒ เรื่องใช้เงินอุดหนุนของท้องถิ่น เป็นสิ่งที่อยากจะเรียนสภาแห่งนี้เพื่อกรุณาทราบไว้ ในเวลาเดียวกันขณะนี้มีคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมได้มอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้ให้ข้อมูลหรือได้ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการ จากสภาแห่งนี้ ใน ๑ ข้อของคณะกรรมาธิการที่เสนอนั้นไม่เห็นชอบที่จะให้เงินองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นไปให้การสนับสนุนในเรื่องนี้ แต่ผมเรียนเพื่อกรุณาทราบไว้ ก็จะเห็นว่า มีความคิดหลากหลายในส่วนนี้ของสภาของท่านเอง ในส่วนของความต้องการซึ่งมีอยู่มาก ผมขอย้อนกลับไปเมื่อสักครู่นี้เนื่องจากก็ต้องบันทึกเหมือนกันนะครับว่า ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า โครงการระยะที่ ๑ ได้ดำเนินการไปแล้ว ๗๐,๐๐๐ รายเศษ โครงการระยะที่ ๒ มีเป้าหมาย ๔๐,๐๐๐ รายเศษ ทำไปแล้ว ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้เป็นจำนวนรายคือ ๒๕,๐๐๐ ราย ได้ดำเนินการไปแล้วแน่ ๆ ก็ยังมีส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการจะเป็นพื้นที่ไหนบ้างกระผมไม่ได้เอา รายละเอียดมานะครับว่าพื้นที่ไหนบ้าง กว่าจะเสร็จโครงการก็ประมาณปี ๒๕๖๓ คือปีหน้านะครับ ในขณะเดียวกันเราก็เตรียมแผนงานปีต่อไป ในส่วนนี้ท่านถามว่าเกษตรกรมีความต้องการ มากมายขนาดนี้จะดำเนินการอย่างไร ก็เรียนว่าแผนในการที่จะหาไฟฟ้านั้นเราได้เตรียม แผนระยะที่ ๓ ไว้ โดยคำนึงถึงการใช้เทคโนโลยีไปช่วย แล้วก็จะทำให้ตอบสนอง พี่น้องเกษตรกรได้รวดเร็วกว่าเดิม อย่างเช่น ใช้ระบบแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ในการที่จะช่วยตอบสนองพี่น้องประชาชนในการที่จะไม่ต้องเสียเวลา อย่างไรก็ตามที่ผม ได้พูดถึงเวลา แล้วใครที่ยังไม่มีก็อยากจะเรียนข้อมูลเพื่อสภาแห่งนี้ได้กรุณาทราบด้วยว่า นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายรายหัวแล้วเกษตรกรจะต้องมีคุณสมบัติหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ซึ่งไม่ทราบว่าเกษตรกรดังกล่าวนี้มีครบถ้วนหรือไม่ เช่น จะต้องขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร จะต้องไม่อยู่ในเขตพื้นที่หวงห้ามใด ๆ ทั้งสิ้นของทางราชการ จะต้องมีที่ทางสาธารณะ ที่สามารถจะวางสายพาดสายเข้าไปได้ของการไฟฟ้านะครับ จะต้องมีแหล่งน้ำทางการเกษตร แต่ถ้าไม่มีเดี๋ยวผมมีในข้อต่อไปว่าเราจะช่วยแก้ไขอย่างไรนะครับ ต้องมีเอกสารสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสิทธิของตนเองหรือสัญญาเช่านะครับ แล้วต้องเป็นเกษตรกรรายย่อย การติดไฟนั้นก็ใช่ ๑๕ แอมป์ โอเวอร์โหลด (Overload) ๔๕ แอมป์นะครับ นั่นเป็นรายละเอียด ซึ่งผมเข้าใจว่าเกษตรกรเราต้องมีครบ ถ้าไม่มีครบนั้นถ้าเราทำไปก็จะผิดกฎหมายบางตัว เช่นถ้าเป็นที่บุกรุกเป็นต้น ผมกลับมาว่าแล้วถ้าสมมุติพื้นที่บางพื้นที่ยังไม่มีน้ำจะทำอย่างไร หรือมีน้ำน้อยก็มีหนทางออกอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของบ่อน้ำบาดาลนะครับ ซึ่งบ่อน้ำบาดาล ในขณะนี้มีการดำเนินการแล้วโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล แล้วไม่มีแหล่งน้ำก็สามารถที่จะดำเนินการได้ โดยหลักการก็คือว่าใช้เงินไม่มาก แล้วรัฐบาล โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งสิ้น แล้วประชาชนใช้ประโยชน์โดยไม่ต้อง ใช้เงินเลย ซึ่งก็อาจจะไม่เป็นภาระกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องไปหาเงินอุดหนุนครับ เพียงแต่ว่าจะต้องหาน้ำให้ได้ น้ำที่ต้องการนั้นต่ำสุดก็ประมาณ ๔ คิวต่อไร่ต่อวัน ซึ่งก็เหมาะสม ที่จะไปทำพืชใช้น้ำน้อยอย่างที่เรียนให้ทราบแล้ว ในการที่ดำเนินการในขณะนี้พื้นที่ที่เหมาะสม คือประมาณแปลงละ ๖๐ ไร่ ก็คือประมาณ ๔-๘ ครอบครัวต่อแปลงก็จะขุดบ่อน้ำ ๑ บ่อ โดยใช้โซลาร์เซลล์ (Solar cell) ใช้กำลังประมาณ ๓,๐๐๐ วัตต์นะครับ เงินทุนก็ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เกือบ ๆ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นภาระของ ทางรัฐบาลที่จะดำเนินการให้ แล้วก็ให้ประชาชนได้ใช้และดูแลรักษาก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่จะตอบสนองพี่น้องประชาชนได้ครับ ในส่วนที่ยังมีพี่น้องที่ท่านได้กรุณากล่าวไว้ผมก็รับไป ว่าจะไปกวดขันดูว่าเป็นเพราะมีปัญหาประการใด เช่น มีน้ำหรือไม่ มีแหล่งน้ำหรือไม่ หรือว่า ติดขัดเรื่องอะไร เพื่อจะหาทางแก้ปัญหาให้เขาให้เร็วที่สุด แต่ถ้าเป็นเพราะการไฟฟ้า ให้บริการไม่ทัน ผมก็จะไปปรับปรุงให้พี่น้องประชาชนได้มีน้ำใช้ให้เร็วที่สุด รวมทั้งจะเร่ง ในเรื่องของเฟส ๓ (Phase 3) ให้เริ่มต้นได้ต่อเนื่องจากเฟส ๒ (Phase 2) เลยครับ ก็มีเรื่อง ที่จะเรียนเพื่อทราบ
ขอบคุณ ท่านอนุรักษ์ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กรุณาให้เกียรติสภาแล้วก็ มาให้ความชัดเจนกับท่านสมาชิกเราในเรื่องไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ท่านสมาชิกครับ ต่อไปครับ
ระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ วันนี้ไม่มีนะครับ
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป กระผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ตามระเบียบวาระที่ ๗.๑ และระเบียบวาระที่ ๗.๒ คือตั้งกรรมาธิการทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง และระเบียบวาระที่ ๔.๑ ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแล้วขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งคงใช้เวลาไม่มากนัก แล้วก็ได้ทราบว่าวิป (Whip) ทั้งสองฝ่ายได้มีการปรึกษาหารือกันแล้ว และท่านประธาน ชวน หลีกภัย ก็ได้รับทราบแล้ว ไม่ทราบว่าจะมีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญท่านสุทิน คลังแสง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม ขอแสดงความเห็นประกอบเหตุผลครับ สิ่งที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งให้ทราบว่าจะเลื่อน เมื่อสักครู่นี้วิป (Whip) ของฝ่ายค้าน ได้พูดคุยแล้วก็หารือกับท่านประธานสภา แล้วก็หารือกับวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาล ก็ได้ข้อสรุป อย่างที่ท่านประธานได้กรุณาว่า ถัดจากนี้ก็จะเป็นวาระแต่งตั้งกรรมาธิการเพิ่มเติมนะครับ ถัดจากนั้นไปก็จะเลื่อนระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วขึ้นมา คือ ๔.๑ ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... แล้วก็ต่อด้วย ๔.๒ รายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำวันนี้ และท่านประธาน ชวน ได้กรุณาว่าหากการพิจารณาวันนี้จะล่วงเลยเวลาไปก็ต้องล่วงเลย ท่านตั้งใจจะเอาให้เสร็จ ในวาระที่กรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ อันนี้เห็นด้วย และท่านกรุณาเพิ่มเติมว่าในสัปดาห์หน้า จะมีการปรับเฉพาะกิจนิดหน่อย คือวันพุธท่านหารือจบก็จะเข้าญัตติด่วนเลยที่เรียงลำดับไว้ ก็คือการศึกษาผลกระทบมาตรา ๑๔ แล้วก็ต่อด้วยศึกษาหลักเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ และท่านก็กรุณาอีกครั้งหนึ่งว่าในสัปดาห์หน้าก็เช่นกัน เวลาจะล่วงเลยก็ต้องเอาให้จบครับ และมีดำริและปรารภเป็นข้อตกลงร่วมกันอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งน่ายินดีและต้องฝากขอบคุณ ท่านประธานและวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลว่าต่อไปนี้เราจะเพิ่มเป็นวันศุกร์อีก ๑ วัน ซึ่งจะเป็น วันใดบ้างก็สุดแล้วแต่สมาชิก แต่ว่าเป็นวันพิเศษสำหรับการพิจารณาญัตติโดยเฉพาะ เป็นญัตติทั่วไป ดำริแล้วก็ตกลงร่วมกันทั้งหมด พวกกระผมเห็นด้วยและกราบขอบคุณ ท่านประธาน แล้วก็ฝากเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งสำหรับวาระแจ้งเพื่อทราบ ซึ่งช่วงหลังเข้ามาเยอะ ผมอยากจะให้ทุกคนได้คิดว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ได้รังเกียจ เราเห็นคุณค่าของวาระแจ้ง เพื่อทราบนะครับ อยากฝากเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกว่าเรื่องแจ้งเพื่อทราบ โดยเฉพาะรายงานการปฏิบัติงานขององค์กรต่าง ๆ ประจำปีเป็นช่องทางหนึ่ง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนจะได้ตรวจสอบองค์กรเหล่านั้น แล้วก็เป็นช่องทางเป็นรูปแบบ ชัดเจนที่องค์กรเหล่านั้นจะยึดโยงกับประชาชน นั่นก็คือโอกาสที่จะเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากเรียนท่านประธานไปถึงสมาชิกว่าพวกเราคงต้องให้ความสำคัญ อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง แล้วก็ให้แง่มุมที่เป็นประโยชน์กับองค์กรเหล่านั้นเพื่อ ๑. จะได้ เป็นประโยชน์กับประชาชนในการตรวจสอบองค์กรเหล่านี้
ประการที่ ๒ เขาจะไม่ได้ดูแคลนสภาเราได้ ในอดีตองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามา รายงานผมได้ยินครับท่านประธาน กลับไปเขาไปนินทาเราบอกว่ามารายงานก็อย่างนั้น พอไม่มารายงานก็บอกว่าไม่ยึดโยงกับประชาชน แต่มาเราก็ไม่ได้ให้แง่มุมหรือไม่สนใจที่จะ อภิปรายเขาหรอก และยิ่งสำคัญกว่านั้นก็คือเมื่ออภิปรายเสร็จแล้ว กลับไปแล้วเราก็ไม่ได้ ไปติดตามว่าข้อสังเกตจากที่เราอภิปรายเขานำไปปฏิบัติหรือไม่ อันนี้จึงฝากท่านประธาน ผ่านไปยังสมาชิกว่า ณ ต่อไปนี้ทางเราฝ่ายค้านเอง ๗ พรรคเรียกร้องให้ความสำคัญกับ วาระแจ้งเพื่อทราบและรายงานการปฏิบัติงานขององค์กรต่าง ๆ อยากให้ทุกคนตั้งใจศึกษา แล้วก็อภิปรายให้เป็นประโยชน์เต็มที่ให้เขาได้เห็นศักยภาพของสภาเรา แต่ก็มีข้อจำกัด เหมือนกันว่ามันเข้ามาเยอะมากจะทำอย่างไรจะได้ประโยชน์ทุกวาระ ก็เรียนเสนอแล้ว ท่านประธานสภาก็กรุณาอีก ซึ่งต้องขอบคุณท่านว่าต่อไปนี้ท่านกรุณาจะบรรจุเรื่องเพื่อทราบ ไม่มากเหมือนเดิม สัปดาห์ล่ะ ๒-๓ เรื่อง เห็นด้วยครับสมาชิกจะได้เตรียมตัว เพราะถ้า เป็นอย่างที่ผ่านมา ส.ส. ไม่ใช่ซูเปอร์แมน (Superman) นะครับท่านประธาน ๒ วันล่วงหน้า แล้วก็ว่ากัน ๗ เรื่องนี่อย่างไรก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นเป็นนิมิตหมายที่ดี ทั้งฝากข้อสังเกต แล้วก็เห็นด้วยกับข้อสรุปที่ท่านประธานกรุณาครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ขอบคุณ ท่านสุทิน คลังแสง ครับ ที่กรุณาเสนอแนะข้อเสนอแนะดี ๆ ให้กับทางสภาเรา ความจริง ผมเองก็หารือกับท่านประธาน ชวน มาโดยตลอดนะครับว่าทำอย่างไรจะให้การประชุมสภา ของพวกเราได้พิจารณาในเรื่องหลาย ๆ เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ผมขอเสนอว่าวันพุธประชุมตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาเลยนะครับ ผมฝากวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายไปหารือกันด้วยครับ วันพุธก็ประชุมตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาเป็นต้นไป แล้วก็วันพฤหัสบดีเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกาเลยครับ เพราะวันพุธเราประชุมเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ใช่ไหมครับ ช่วงเช้าท่านสมาชิกเราก็บอกว่าต้องเดินทางเข้ามาจากหมู่บ้านจากท้องถิ่น แล้ววันพฤหัสบดีจะได้ประชุมแต่เช้า เชิญท่านวิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าตามที่ท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ได้เรียนท่านประธาน ผมเองก็ได้รับการพูดคุยโดยเฉพาะกับท่านผู้นำฝ่ายค้าน คือท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และท่านเลขาธิการพรรคเพื่อไทยตอนช่วงเช้า เราได้มีการพูดคุยหารือว่า หลังจากที่กระทู้เสร็จก็จะเป็นในเรื่องของการพิจารณาในส่วนของร่างข้อบังคับ แล้วก็ ตามด้วยรายงานการพิจารณาการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหา ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ผมเองไม่ได้ขัดข้องครับท่านประธานว่าที่เราจะต้องมา พิจารณาหรือเลื่อนก็ตามที เพราะอย่างใดอย่างหนึ่งท่านประธานครับ การที่จะเอาญัตติ หรือวาระ ๔.๑ ๔.๒ เอามาไว้ก่อน ๒.๑ หรือ ๒.๗ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเรียนท่านประธานว่า ที่ประชุมได้นั่งคุยกันก็คือพอหลังจากที่ตั้งซ่อมคณะกรรมาธิการเสร็จแล้วก็จะมาเป็น ๔.๑ มาเป็น ๔.๒ แล้วถ้ามีเวลาต่อก็จะพิจารณาในเรื่องของรับทราบรายงานประจำปี ส่วนการที่เราจะเพิ่มเติมในการที่จะมีการมาพูดกันในสภาเกี่ยวกับเรื่องญัตติทั่วไป ในวันที่ ๒๒ ก็จะเป็นเรื่องญัตติในส่วนของเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาการศึกษาโครงการผันน้ำโขง ชี มูล แล้วก็รวมเรื่องในทำนองเดียวกัน เอามาพิจารณาพร้อมกันไม่ได้ขัดข้องครับ ท่านประธานครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอเอาเฉพาะ เพียงแค่วันนี้ เอาข้อ ๔.๑ ข้อ ๔.๒ เสร็จแล้วก็ตามในส่วนของเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อ ที่ประชุมก็คือเรื่องรับทราบ ผมเองก็เห็นใจท่านประธาน ที่ท่านประธานต้องบรรจุไว้ก็เพราะ เนื่องจากว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญเราก็มีการบัญญัติไว้ชัดเจนเลยว่าจะต้องมารายงาน ให้สภาผู้แทนราษฎรได้ทราบเป็นระยะ ๆ ซึ่งเราก็ปฏิบัติตามหลักการและกฎเกณฑ์มาโดยตลอด ถ้าเราจะไปตัดในส่วนตรงนี้แล้วไม่ทราบ ไม่รายงาน ผมก็คิดว่าในส่วนตรงนี้มันก็คงเป็นไปไม่ได้ ผมขอว่าในชั้นนี้เอาในส่วน ข้อ ๔.๑ ข้อ ๔.๒ เอาให้เสร็จก่อน ส่วนในเรื่องการที่จะเลื่อน เรื่องอื่นก็ขอรับไปที่จะไปพบปะคุยกันอีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณท่านวิรัชครับ ผมว่าถ้าวิป (Whip) ๒ ฝ่ายเราได้ประชุมปรึกษาหารือกันทุกอย่างก็คงจะเป็นไปด้วยความราบรื่น ก็เอาวันนี้ก่อนนะครับ แล้ววันต่อ ๆ ไปทั้ง ๒ ฝ่ายพิจารณาแล้วก็เสนอทางท่านประธานมา แต่ว่าแนวโน้มที่ได้ฟังท่านสุทิน คลังแสง นำเสนอก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขอดำเนินการตามที่ผมขอปรึกษาหารือเลยนะครับ เพื่อจะเป็นการไม่เสียเวลา ขอเลื่อน ระเบียบวาระที่ ๗ ขึ้นมาพิจารณา
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ
๗.๑ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สิน ทางปัญญา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นางสาวศุภมาส อิศรภักดี)
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนางสาวศุภมาส อิศรภักดี ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๙๙ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จึงขอเชิญ ทางพรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้รับรองด้วยนะครับ แล้วช่วยพิจารณา ด้วยว่าการเสนอชื่อเป็นกรรมาธิการนั้นจะต้องไม่เกิน ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ขอให้ตรวจสอบด้วย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ขอเสนอ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงก็คือ คุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นะครับ ต่อไปเป็น
๗.๒ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์)
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๙๙ (๓) ตำแหน่งที่ว่างลง เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จึงขอเชิญทางพรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อ กรรมาธิการ แต่ก็ขอให้มีการตรวจสอบด้วยนะครับ อย่าเป็นเกิน ๒ คณะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ขอเสนอ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ก็เป็นอันว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงคือ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นะครับ ต่อไปเป็น
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ พ.ศ. ....
ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแล้ว
ด้วย คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... เสร็จเรียบร้อย จึงเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณา
ก่อนการพิจารณารายงานนะครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุมว่าเนื่องจาก ข้อบังคับการประชุมมิได้กำหนดวิธีการพิจารณาเกี่ยวกับร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ไว้ ผมจึงขอเรียนหารือว่า เห็นสมควรนำข้อบังคับ ข้อ ๑๘๖ เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับโดยให้นำข้อบังคับว่า ด้วยการเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งจะต้องใช้เวลา พอสมควร เพื่อให้ร่างข้อบังคับมีผลบังคับใช้โดยเร็วนะครับ ผมเห็นสมควรดำเนินการดังนี้
๑. การพิจารณาร่างข้อบังคับให้กระทำเป็น ๓ วาระ ตามลำดับเช่นเดียวกับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ
๒. ในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการให้คณะกรรมาธิการเป็นผู้เสนอรายงานและ ให้สมาชิกอภิปราย
๓. ถ้าที่ประชุมลงมติรับหลักการให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณากำหนดเวลาแปรญัตติหรือจะพิจารณาโดยกรรมาธิการเต็มสภา
จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีผมจะ ดำเนินการตามนี้นะครับ
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
เชิญครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. .... มีท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์เป็นประธานใช่ไหมครับ เชิญครับ กรรมาธิการขึ้นได้ทั้ง ๒ ฝั่งนะครับ เมื่อคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่แล้วนะครับ ผมขอเชิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงผลการพิจารณา เชิญท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ พ.ศ. .... ขอรายงานต่อท่านประธานและ ท่านสมาชิกทุกท่าน ดังนี้
ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๙ เมื่อวันพุธที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๒ ได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๙ คน เพื่อยกร่างข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... โดยกำหนดให้พิจารณาร่างให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ดำเนินการยกร่างข้อบังคับดังกล่าวเสร็จแล้ว ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้าง ๔ ส่วนดังนี้
๑. บททั่วไป เป็นบทที่ว่าด้วยเรื่องทั่วไปของร่างข้อบังคับนี้ อันประกอบด้วย ชื่อร่าง วันที่ใช้บังคับ นิยามและการนำมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการ ของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาใช้บังคับแก่สมาชิกและคณะกรรมาธิการ ตามความในมาตรา ๒๑๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ รวมทั้งผู้รักษาการ ตามข้อบังคับนี้
๒. หมวด ๑ มาตรฐานทางจริยธรรม เป็นบทที่ว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรม ที่เป็นการนำมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ได้ให้สภาของเราดำเนินการร่างประมวลจริยธรรมตามที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประกาศไว้
๓.หมวด ๒ จริยธรรมอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ ซึ่งเป็นบทว่าด้วยจริยธรรมของสมาชิกและคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ โดยกำหนดเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่และอำนาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการซึ่งได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ วรรคสอง เช่นเดียวกัน เพื่อเปิดช่องทางให้สภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดจริยธรรมเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับการปฏิบัติ หน้าที่ของตนได้
๔. หมวด ๓ การส่งเสริมและควบคุมให้เป็นไปตามจริยธรรมเป็นบทที่ว่าด้วย กลไกและมาตรฐานในการส่งเสริมควบคุมคุณธรรมจริยธรรมของสมาชิกและกรรมาธิการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ อันประกอบด้วยองค์ประกอบของคณะกรรมการจริยธรรมของ สภาผู้แทนราษฎร หน้าที่และอำนาจวิธีการพิจารณาระยะเวลาในการพิจาณา การลงมติ และบทลงโทษของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งการดำเนินการในกรณี ที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับอันเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง คณะกรรมาธิการจึงขอเสนอร่างข้อบังคับที่มีรายละเอียดดังกล่าวนี้ต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา ต่อไป กระผมขอเรียนเพิ่มเติมเล็กน้อยผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกว่าร่างข้อบังคับประมวล จริยธรรมที่เรากำลังจะพิจารณานี้เป็นร่างที่คณะกรรมาธิการยกร่างขึ้นมาดังที่ท่านประธาน ได้กล่าวเมื่อสักครู่ซึ่งไม่ใช่ร่างที่จะใช้จริง ถ้าหากว่าที่ประชุมนี้ได้อภิปรายกันพอสมควรแล้ว ก็จะได้นำร่างที่ยกร่างนี้ให้คณะกรรมาธิการของสภา ซึ่งกำหนดจะมีต่อไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญ หรือกรรมาธิการเต็มสภาตามที่ท่านประธานได้ขออนุญาตได้ใช้ข้อบังคับในการพิจารณา ในครั้งนี้เพื่อพิจารณาในวาระ ๒ และวาระ ๓ ต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับ
มีท่านสมาชิก ท่านใดประสงค์ที่จะอภิปรายจะแสดงความคิดเห็นไหมครับ ถ้าไม่มีผมก็คงจะต้อง ขอที่ประชุม เชิญท่านครับ มีอะไรจะแสดงความคิดเห็นเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชำนาญ จันทร์เรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมอยากจะอภิปรายในวาระที่ ๑ นี้สักเล็กน้อย สักประมาณ ๓-๔ ประเด็นนะครับ ผมจะ ตั้งข้อสังเกตไว้ คือในส่วนที่ ๑ จริยธรรมมันเป็นอุดมการณ์ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ลักษณะ ของมันไม่ได้เข้าข่ายลักษณะของการเป็นอุดมการณ์ นี่คือความเห็นของผมครับ และข้อ ๑๐ กับข้อ ๑๙ มันก็ลักษณะเดียวกันคือไม่ปล่อยปละละเลยยินยอมบุคคลในครอบครัว ที่จริงน่าจะอยู่ด้วยกัน
ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตรบกวนคือขอกำหนดเวลาสัก ๑๐ นาทีนะครับ
ไม่ถึงครับ
โอเคครับ ถ้าได้สั้นกว่านั้นก็ยิ่งดีครับ สภาเราจะได้พิจารณาเรื่องต่อ ๆ ไปครับ
ในส่วนที่ ๒ จริยธรรมอันเป็น ค่านิยมหลัก ผมอยากเรียนถามว่าเป็นค่านิยมของประเทศไทยหรือว่าของใคร หรือเป็น ค่านิยม ๑๒ ประการ หรืออย่างไรนะครับ คำว่า ค่านิยมหลัก มันหลักของใคร อย่างไรครับ
ส่วนในข้อ ๑๔ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง ปราศจากอคติโดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลกระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบด้วยกฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ประเด็นก็คือตรงที่ว่า ทั้งนี้ตามความเหมาะสม แห่งสถานภาพ ก็แสดงว่าทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ใช่ไหมครับ เพราะว่าเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความยุติธรรมเป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติโดยไม่หวั่นไหวอะไรพวกนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ไม่ว่าสภาพร่างกายเป็นอย่างไร หรือสถานะอย่างไร ต้องปฏิบัติเสมอ นี่คือความเห็นของผม
ข้อ ๑๖ ขอให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชน หรือสื่อมวลชน อันอยู่ในความรับผิดชอบของตน ประเด็นที่ผมจะหารือก็คือว่าถ้าเกิดเราเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกิดผู้สื่อข่าว เพื่อนฝูง ญาติมิตรถามในเรื่องเกี่ยวกับกิจการ ของสภา หรือเรื่องต่าง ๆ ที่ประชาชนมองว่าทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ หรือมีข้อพิพาทกันอยู่ เราไม่สามารถพูดได้ใช่หรือไม่
ข้อ ๑๗ ไม่ให้คำปรึกษากับบุคคลภายนอกหรือแสดงความคิดเห็นข้อมูล ต่อสื่อสาธารณะ หรือสาธารณชนในเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณา การพิจารณาของอะไร ของสภาผู้แทนราษฎรหรือว่าของกรรมาธิการ หรือการพิจารณาของศาลหรือขององค์กรอิสระ หรืออะไร แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นในส่วนของสภา น่าจะอธิบายให้ชัดเจน แล้วก็เว้นแต่เป็น การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายขององค์กร อันนี้หมายถึงองค์กรไหนครับ องค์กรวิชาชีพ ของตนเองหรือไม่ อย่างไร เหลืออีก ๓ ประเด็นนิดเดียวครับ
ข้อ ๒๐ ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี คู่กรณีภาษากฎหมายใช้ว่าคู่ความ คู่กรณี หมายถึงใครกับใครครับ คู่กรณีที่พิพาทกับตนเองหรือไม่ อย่างไร
ข้อ ๒๑ ไม่กระทำการอันเป็นลักษณะการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเป็นเหตุทำให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ อันนี้ผมไม่เห็นด้วยจนเป็นเหตุทำให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเดือดร้อน เสียหาย หรือกระทบ ต่อการปฏิบัติหน้าที่นั้น การกระทำอันเป็นลักษณะการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศนั้น ทำไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะกระทบหรือไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ เช่น มาโอบหลัง โอบไหล่ คุกคามด้วยสายตาหรือวาจา มันก็ไม่กระทบต่อหน้าที่ละครับ แต่ว่าทำไม่ได้อยู่แล้วนะครับ
วรรคสอง ข้อ ๒๑ ไม่นำความสัมพันธ์ทางเพศที่ตนมีต่อบุคคลใดมาเป็นเหตุ หรือมีอิทธิพล การใช้คำว่า ความสัมพันธ์ทางเพศ มันจะหมายถึงการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ อย่างบางคนขออภัยผมพูดจริงนะครับ ไม่ได้ตลกขบขันอะไร แต่บางคนอายุมากแล้ว ไม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศได้ แต่มีความสัมพันธ์ทางชู้สาวล่ะ เอื้อประโยชน์กันล่ะ เลี้ยงดูปูเสื่อกันล่ะ อันนี้จะควบคุมหรือไม่ครับ
สองประเด็นสุดท้าย ข้อ ๔๐ เรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและ กรรมาธิการ ข้อ ๔๐ สมาชิกและกรรมาธิการพึงพบปะเยี่ยมเยียนเพื่อรับฟังเรื่องร้องทุกข์ และความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของประชาชน ต้องปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความเสมอภาค เท่าเทียมกัน ฟังเผิน ๆ ก็ดูดีนะครับ แต่ความเสมอภาคนี้อาจจะไม่เป็นธรรมก็ได้นะครับ มีบ่อยครั้งที่เราปฏิบัติอย่างไม่เสมอภาคแต่เป็นธรรม เช่น ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่อยู่ ในชนบทห่างไกล ไม่จำเป็นต้องเสมอภาคนะครับ แต่ต้องเป็นธรรม การให้โอกาสใช้สอบ มหาวิทยาลัยในโควตาอะไรต่าง ๆ นานา เขาเรียก ไวลด์ การ์ด (Wild card) พูดง่าย ๆ ก็แล้วกันนะครับ
ข้อสุดท้ายครับ ข้อสุดท้ายที่เป็นประเด็นในวันนี้ที่ผมยกขึ้นมานี้ ผมจะเรียนถาม คณะกรรมาธิการวิสามัญว่าหมวดนี้จริยธรรมอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและ กรรมาธิการ รวมถึงการกระทำของกลุ่มมิตรภาพด้วยหรือไม่ ตัวอย่างสมมุติว่าก็มีขึ้นจริงบ้าง ในบางครั้ง ก็คือว่ามีการเคลื่อนย้ายสมาชิกไปสมัคร ไปลงชื่อในกลุ่มมิตรภาพหนึ่งซึ่งคิดว่า ตัวเองน่าจะได้รับการเลือกตั้งแล้วก็หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่แน่ว่าลาออกจากกลุ่มเดิม หรือยัง หรือการลาออกนั้นมีผลหรือยัง ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวอย่างผิดปกตินี้นะครับ อย่างเช่น จากกลุ่มสหรัฐอเมริกาเสร็จก็ไปกลุ่มเยอรมัน กลุ่มเยอรมันเสร็จก็ไปกลุ่มฝรั่งเศส จากกลุ่มฝรั่งเศสก็ไปกลุ่มฟินแลนด์ อันนี้จะอยู่ในอำนาจหน้าที่หรือเครือข่ายของคณะกรรมการ จริยธรรมนี้ด้วยหรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านกรรมาธิการ จะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ ในฐานะกรรมาธิการ ขอเรียนชี้แจงข้อข้องใจ ข้อซักถามของ ท่านสมาชิกนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านชำนาญ จันทร์เรือง เกี่ยวกับเรื่องที่ท่านสงสัย หลายข้อหลายกระทงความทีเดียวนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบเรียนเบื้องต้น เพื่อความเข้าใจของท่านชำนาญแล้วก็ท่านสมาชิกว่าร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ที่เราร่างขึ้นมาในวันนี้อิงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ๒ มาตรา มาตราแรกก็คือมาตรา ๑๒๘ วรรคหนึ่ง ที่กำหนดว่า ส.ส. ของเรามีสิทธิที่จะร่างข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของเราเองนะครับ อันนี้คงไม่มีปัญหาที่มาเกี่ยวข้องในวันนี้ที่ท่านซักถาม
อีกมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญก็คือมาตรา ๒๑๙ ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่าให้มี การกำหนดสิ่งที่เรียกว่ามาตรฐานทางจริยธรรม อันนี้เป็นของใหม่นะครับ ถามว่ารัฐธรรมนูญ กำหนดให้ใครเป็นคนร่างครับ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระนะครับ อันนี้อาจจะ ทำความไม่สบายใจให้กับพวกเรา ถ้าถามต่อไปว่าอันนี้บังคับกับใครบ้าง คำตอบก็คือใช้บังคับ กับศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ที่สำคัญก็คือในวรรคสอง ที่ได้กำหนดไว้ว่า เมื่อประกาศใช้บังคับแล้วให้ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย อันนี้นะครับ แล้วก็มาตรฐานทางจริยธรรมอันนี้ได้ประกาศใช้แล้ว เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๑ นั่นก็คือมาตรฐานทางจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญนี้ ได้มีผลบังคับใช้ต่อ ส.ส. ส.ว. และ ครม. แล้วครับ อันนี้นี่เองที่เป็นสาเหตุอันหนึ่งที่เราต้อง เขียนในข้อ ๔ นะครับ ข้อ ๔ บอกว่าท่านดูในข้อบังคับ ให้นำมาตรฐานทางจริยธรรมของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาใช้บังคับ แก่สมาชิกและกรรมาธิการด้วย ตามมาตรา ๒๑๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อันนี้จึงจำเป็นที่เราต้องคัดลอกมาตรฐานทางจริยธรรม ผมใช้คำย่อ ๆ ว่าของศาลรัฐธรรมนูญ มาทั้งหมด มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าในที่ประชุมกรรมาธิการเราก็ถกเถียงกัน บางคน ก็บอกว่าการไปลอกมาทั้งหมดนี้มันดูเสียหน้า แต่เมื่อมันเป็นภาคบังคับจากมาตรา ๒๑๙ ของรัฐธรรมนูญเราจำเป็น ถ้าลอกมาบางส่วนเดี๋ยวก็มีข้อครหา มีคนมาแย้ง มาติงอีกว่า เนื้อหาไม่ครบ เราก็เลยลอกมาทั้งหมดแล้วก็จะปรากฏ นี่ขอเรียนท่านชำนาญครับ จะปรากฏอยู่ตั้งแต่หมวด ๑ ทั้งหมวดเลยครับ หมวด ๑ ทั้งหมวดที่เป็นส่วน ๑ ส่วน ๒ ส่วน ๓ อันนี้คือเราลอกมาจากมาตรฐานทางจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด เพราะฉะนั้นข้อต่าง ๆ ที่เป็นข้อสงสัยของท่านชำนาญ ไม่ว่าจะเป็นข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ผมจดไว้ อาจจะไม่ครบถ้วน ขอประทานโทษด้วย ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ เหล่านี้ก็คือข้อความที่ปรากฏอยู่ในภาคบังคับ ภาคบังคับที่เขาให้เราต้องใช้ คือมาตรฐาน ทางจริยธรรมเรียกว่า มาตรฐานทางจริยธรรมรวมของประเทศในตอนนี้ก็ได้ เพราะฉะนั้น ข้อความต่าง ๆ ที่เขียนมันก็ออกจะขัดหูอยู่บางส่วน ผมเองก็รู้สึก ในที่ประชุมก็รู้สึกว่ามันจะ ไม่ตรงกับเรื่องของ ส.ส. อยู่หลายข้อ ผมยกตัวอย่างเช่นข้อ ๒๐ ที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่นี้ ผมอ่านเฉพาะตอนต้นนะครับ ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี เราก็ฟังแล้วมันขัดหู เพราะว่า ส.ส. ส่วนใหญ่ก็คงไม่มีคู่กรณี แต่ขอกราบเรียนด้วยเหตุผลที่พูดมาข้างต้นว่า เราจำเป็นที่จะต้อง ลอกมา ซึ่งส่วนนี้ก็เหมือนกับที่ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้พูดในตอนต้นว่า ก็แล้วแต่ที่ประชุม ถ้าท่านไม่เห็นด้วยหรืออยากจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร อันนั้นก็ว่ากันต่อไป ขอบคุณครับ
เชิญท่านกรรมาธิการ ชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพและ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับ กรณีที่ท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามคือ ท่านชำนาญ จันทร์เรือง และท่านกรรมาธิการ คุณหมอสุกิจได้กรุณาชี้แจงในกรณีของมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระที่บังคับใช้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น แล้วทั้ง ๒ ท่านก็มีความเห็นที่ว่า มันอาจจะขัด ๆ และอาจจะไม่เหมาะสมกับการบังคับใช้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของข้อ ๔ ที่บัญญัติว่า ให้นำมาตรฐานทางจริยธรรม ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดินและหัวหน้าหน่วยธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาบังคับใช้ แก่สมาชิกและกรรมาธิการด้วยตามมาตรา ๒๑๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผมก็กราบเรียนอย่างนี้ครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ วรรคสอง เขาบอกอย่างนี้นะครับ ให้จัดทำมาตรฐานจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง ให้รับฟังความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย และเมื่อประกาศใช้บังคับแล้วให้ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะกำหนดจริยธรรมเพิ่มขึ้นเหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ ของตน แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง แล้วให้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญครับ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๓ ได้บัญญัติให้ในกรณีที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรให้ถือว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งได้ตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๗ (ฉบับชั่วคราว) ให้ทำหน้าที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างไรครับ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระก็ได้ถือเอารัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ในการที่จะต้องประกอบ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ บอกว่าต้องฟังความเห็นสภาผู้แทนราษฎร แต่อย่าลืมว่ามาตรฐานจริยธรรม ฉบับนี้ออกในปี ๒๕๖๑ สภาผู้แทนราษฎรมีการเลือกตั้งและมีสมาชิก ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ขณะที่ฟังความเห็นไม่มีสภาผู้แทนราษฎร แต่ทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ไปใช้การฟังความเห็นจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติแทน เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ของสภาผู้แทนราษฎร ทำไมสำคัญครับ สภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้นเกิดมาจาก คสช. ซึ่งมาจากการรัฐประหาร แต่สภาผู้แทนราษฎรนั้นเกิดมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และเป็นองค์กรเดียวในขณะนี้ในประเทศไทยที่มาจากประชาชนมันมีความแตกต่างกัน
ประการที่ ๒ สภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้นไม่ได้มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มีแต่ฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว นั่นคือความเห็นค่อนข้างไปทาง คสช. เป็นหลัก ไม่ได้ฟังเสียง โต้แย้งในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่สภาผู้แทนราษฎรนั้นมีทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มีการโต้แย้งตามระบอบประชาธิปไตย
อีกประการหนึ่งก็คือว่า ในส่วนของสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้นไม่ต้องไปหา ประชาชน ฟังเสียงจากรัฐบาลเป็นหลักก็สามารถที่จะทำกฎหมายเพราะไม่ได้มาจากประชาชน จึงไม่ต้องไปหาเสียง ไม่ต้องพบปะประชาชน แต่สภาผู้แทนราษฎรนั้นจะต้องไปพบปะประชาชน เพื่อดูแลทุกข์สุขของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทย แล้วมีหน้าที่อีกอย่างหนึ่งก็คือกำกับดูแล ตรวจสอบรัฐบาลนอกจากฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นจุดร่วมจุดเดียวของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็คือการออกกฎหมายเท่านั้น ส่วนอื่นแตกต่างกันเลย ในเนื้อแท้และวิถีชีวิต วิถีปฏิบัติงาน ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎรนั้นแตกต่างกัน แต่คณะกรรมาธิการยกร่าง มาตรฐานจริยธรรมซึ่งนำโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ไปฟังความเห็นของสภานิติบัญญัติ แห่งชาติประกอบ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ระบุไว้ชัดว่าต้องฟังความเห็นของสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ได้ฟัง ไปฟังสภานิติบัญญัติแห่งชาติประกอบแล้วก็เอามาบังคับใช้สภาผู้แทนราษฎร เหมือนกับบังคับให้ยอมจำนนต้องยอมรับสภาพ ซึ่งท่านสมาชิกที่อภิปรายหรือท่านกรรมาธิการ ที่อภิปรายก็ถูกแล้วเพราะว่ามันไม่ตรงกับเรา ผมขอเรียนว่าในส่วนของมาตรฐานจริยธรรม ปี ๒๕๖๑ ที่ร่างโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระสามารถร่างได้ดีมาก ครอบคลุม มาตรฐานจริยธรรมอย่างกว้างขวาง แต่ดีมากอย่างนั้นมันเหมาะสมกับข้าราชการตุลาการ องค์กรอิสระซึ่งเป็นข้าราชการประจำ ไม่ได้เหมาะกับ ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็น ข้าราชการการเมือง ซึ่งมีวิถีชีวิตและวิถีการปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน เรียนเบื้องต้นอย่างนี้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือในหมวด ๑ ทั้งหมด ข้อ ๒๓ ซึ่งตรงนี้อยู่ในมาตรฐานที่ลอกมา เมื่อสักครู่ ท่านกรรมาธิการบอกว่าเราลอกมาจากมาตรฐานจริยธรรมตุลาการทั้งหมดคือ ข้อ ๒๓ อุทิศเวลาแก่ทางราชการ ไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือผู้อื่น กรณีนี้ดูปุ๊บก็รู้ว่าร่างได้ดีมาก นั่นคือสมาชิกจะต้องอุทิศเวลาแก่ทางราชการ ประเด็นนี้คืออะไร เขาถือเวลาราชการเป็นตัวนำ ไม่ได้ถือประเทศชาติ ประชาชนเป็นตัวนำ มาดูวิถีชีวิต ถ้าข้าราชการประจำก็คือ ๘ โมงเช้าถึง ๔ โมงครึ่งนั่นจบ ถ้าเบียดบังในเวลา ๘ โมงเช้า ถึง ๔ โมงครึ่งไปทำกิจกรรมอย่างอื่นอย่างนี้ถือว่าเบียดบังเวลา ไม่อุทิศเวลาราชการ แต่สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราประชุมตีสาม ตีสี่ ๓ วันติด เที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสอง เราก็ต้องไปพบประชาชน แก้ปัญหาให้ประชาชน เราไม่ได้ผูกกับเวลาราชการ แต่เราผูก กับประเทศชาติและประชาชน ทำไมเราต้องไปผูกกับตรงนี้ด้วย นี่คือความไม่เหมาะสม ของการที่เราไปลอกประมวลมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการที่ร่างไว้ ผมเป็นกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยผมไม่เห็นด้วยที่จะไปลอกเขา ผมเห็นว่าเราควรจะแก้ไขทั้งหมดให้เหมาะสม กับเรา การร่างประมวลจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระผมถือว่าดี แต่ไม่เหมาะสม ดีกับไม่เหมาะสมนั้นต่างกันนะครับ ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องกล้าหาญ กล้าที่จะร่างประมวลจริยธรรมให้เหมาะสมกับเราไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ การร่างนั้น ผมเคยโต้เถียงในกรรมาธิการว่าเราควรจะแก้ไขสิ่งที่อยากแก้ให้เหมาะสม เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ระบุให้เราแก้ได้ แล้วเราไม่คิดว่าสิ่งที่ไปฟังสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วมาบังคับใช้ กับสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เราต้องกล้า กล้าที่จะโต้แย้ง ในสิ่งที่ไม่ถูกต้องและบังคับจากเรา เราต้องไม่ยอมจำนนกับสิ่งนี้ เราเป็นองค์กรเดียวที่เป็น ตัวแทนประชาชนจำเป็นต้องจำนนด้วยหรือ สิ่งเหล่านี้ถ้าเรากล้าเราก็อาจจะได้สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งสอดคล้องกับเรา แต่ถ้าเราไม่กล้าคิดเกรงว่าจะเป็นเรื่องเล็ก เกรงว่าจะเสียเวลา เดี๋ยวจะต้องส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ผมคิดว่า เราต้องกล้าหาญในการแก้ให้เหมาะสมกับเรา ถึงแม้ว่าจะมีการส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตีความมันก็จะเป็นการบ่งบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา มีปัญหาอย่างไร รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มอบให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่างมาตรฐานประมวลจริยธรรม ถ้าฟัง จากสภาผู้แทนราษฎรแล้วให้บังคับสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่เมื่อมีปัญหาโต้แย้งจากเราก็ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญตีความ นั่นหมายความว่ามันขัดกับหลักการแยกอำนาจและถ่วงดุลอำนาจ องค์กรตุลาการคือศาลรัฐธรรมนูญร่าง กฎหมายกฎระเบียบเอง แล้วตีความเอง ผมว่า เราควรจะแก้ไปไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ถ้าสมมุติตีความแบบที่ศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่า ถูกต้องนั่นหมายความว่าอำนาจตุลาการล้นเกินหรือไม่ เฉพาะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้าอำนาจตุลาการล้นเกินแสดงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาจำเป็นที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเกิดว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกแบบหนึ่งคือตีความว่าไม่ถูกต้อง ไม่บังคับ กับสภาผู้แทนราษฎรเนื่องจากไปฟังสภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงไม่บังคับแก่สภาผู้แทนราษฎร ก็จะเป็นการดี นั่นคือว่ามาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นตรงไปตรงมา เมื่อเห็นว่าไม่ถูกต้องก็แก้ไขให้ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรจะ กล้าที่กระทำ ถ้าเราไม่กล้าปล่อยเลยตามเลยปล่อยไว้ หลักการสิ่งที่เราเห็นไม่ถูกต้องไม่กล้า ต่อสู้ก็จะถูกฝังกลบอยู่ใต้พรมอย่างนี้โดยไม่มีใครทำ เราเป็นตัวแทนของอำนาจนิติบัญญัติ ถ้าเราไม่กล้านั่นหมายถึงเป็นตัวอย่างของคนทั้งประเทศ ทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ทุกชั้น ทุกระดับ ที่อยู่ในสังคมนี้ก็จะไม่กล้าเหมือนเรา ไม่กล้าโต้แย้งในปัญหาที่เขาประสบ ถ้าเปรียบเทียบ สมัยก่อนก็คือว่ารู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี กลัวไปหมด กลัวทุกอย่าง หรือพูดง่าย ๆ กับยุคสมัย ก็คือว่าเป็นพวกที่อยู่เป็น แต่การอยู่เป็นนั้นเป็นการที่เราไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้เลย ประเทศเราเคยอยู่ระดับเดียวกับประเทศญี่ปุ่นนั่นคือมีรถไฟพร้อมประเทศญี่ปุ่น เคยแข่งกับ ประเทศเกาหลี เคยแข่งกับประเทศไต้หวัน เคยแข่งกับประเทศมาเลเซีย ตอนนี้เราแทบแข่ง กับใครไม่ได้แล้วเราอยู่ท้ายเกือบตารางของอาเซียน (ASEAN) เพราะว่าวัฒนธรรมการอยู่เป็น วัฒนธรรมหรือความไม่กล้าซุกปัญหาอยู่ใต้พรมในทุกระดับ ดังนั้นผมคิดว่าเราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรที่จะกล้าหาญในการที่จะโต้แย้งอำนาจตุลาการที่ร่างกฎหมาย ตรงนี้และไปฟังความเห็นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วมาบังคับใช้ให้เราโดยแก้ในข้อ ที่เราเห็นไม่ถูกต้อง ในส่วนหมวด ๑ ทั้งหมดเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ สิ่งเหล่านี้อาจจะ เป็นการโต้แย้งอำนาจตุลาการ ซึ่งขณะนี้ค่อนข้างจะเป็นอำนาจที่มีอำนาจสูงมากในประเทศไทย แต่เราต้องกล้าหาญ การกล้าหาญอาจจะมีผลกระทบหลายอย่างแต่ก็สามารถที่จะเป็นตัวนำ ให้ประชาชนทั้งประเทศกล้าที่จะทำแบบเรา นั่นคือกล้าที่จะโต้แย้งในทุกอณู ถ้าสมมุติว่า เรากล้าทำตรงนี้และประชาชนทั่วไปทั้งประเทศเห็นหมด ในหน่วยงานในพื้นที่ตัวเองอยู่ ก็กล้าโต้แย้งสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่ ผมเชื่อว่าจะเป็นการปฏิรูปประเทศอย่างก้าวกระโดด นั่นคือ ทุกคนมีความกล้าหรืออาจจะเรียกว่า เราอาจจะอยู่ไม่เป็น เราอยู่ไม่เป็นแต่ทำให้ประเทศพัฒนา ผมว่าเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ดังนั้นผมขอเชิญชวนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองเรียกศักดิ์ศรีของตัวเอง ในฐานะตัวแทนของประชาชนขึ้นมาโต้แย้งในส่วนหมวด ๑ ของมาตรฐานจริยธรรม ในสิ่งที่ร่างไว้ดีขอชมเชยว่าร่างไว้ดี แต่ไม่เหมาะสมกับเราร่างให้เหมาะสมเพื่อไปสู่การตีความ และสร้างมาตรฐานใหม่ทางจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรครับ
เชิญคุณหมอ ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ในนามกรรมาธิการยกร่าง ท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่าง ท่านอดีตประธานรัฐสภา เราได้นำเรียนท่านประธานและผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกได้เรียบร้อยแล้วว่า ในชั้นนี้เรามี วัตถุประสงค์อย่างไร สมาชิกจะพิจารณาอย่างไร แล้วก็จะนำเสนออย่างไรต่อไป กราบเรียน ด้วยความเคารพเพื่อประหยัดเวลาเราต้องการให้ท่านพิจารณาว่าจะรับหลักการของ ร่างว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการที่เรายกร่างมาให้ท่าน หรือไม่ ถ้าท่านรับหลักการเราก็เข้าสู่วาระเหมือนกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อไป คือตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาร่างในวาระ ๒ แล้วกลับมาวาระ ๒ ในสภา แล้วก็ รับร่างเห็นชอบในวาระ ๓ สิ่งที่กรรมาธิการยกร่างได้ดำเนินการมาเราเปิดโอกาสให้สมาชิก ถกเถียงกันมาก แม้กระทั่งข้อความเห็นต่าง ความเห็นร่วมเพื่อมาบอกกับท่านสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านเพื่อได้เห็นว่าหลังจากที่เรารับร่างไปแล้วหรือไม่รับร่างก็แล้วแต่ท่าน ถ้าไม่รับร่าง ก็คือเราไม่มีประมวลจริยธรรม ถ้าร่างนี้ไม่ดีก็ไปยกร่างกันใหม่มาให้ท่านได้พิจารณาใหม่ แต่ผมเองในฐานะที่เป็นกรรมาธิการยกร่างเราพิจารณาด้วยความรอบคอบแม้จะมีความเห็นต่าง ร่างนี้สมควรรับร่างไว้พิจารณาอย่างยิ่งเพราะเราพยายามรักษาความครอบคลุมไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรฐานจริยธรรมแม้เราไม่ได้เขียนไว้ในร่างเรา รัฐธรรมนูญก็บังคับให้เรา ต้องอยู่ภายใต้บังคับร่างมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แม้ไม่เขียน ไม่ต้องเขียนไว้เลยก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับนั้นอยู่แล้วเพราะเขาบังคับ เพียงแต่กรรมาธิการยกร่าง เห็นว่าถ้านำมาเขียนไว้ก็สะดวกกับท่านสมาชิกและกรรมาธิการจะได้ดูเป็นแนวทางที่ชัดเจน แล้วก็มีบทกำหนดโทษในหมวดว่าด้วยการควบคุม ๓ หมวด เราแยกให้ชัดเจนนะครับ หมวดที่เป็นมาตรฐานเราปฏิเสธไม่ได้ว่าจะไม่ใส่เพราะมีข้อถกเถียงว่าถ้าตัดเพียง ข้อใดข้อหนึ่งไป ถ้ามีการว่าแย้งกับรัฐธรรมนูญเราจะทำอย่างไร ก็เป็นคำถามที่มาถาม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ให้ช่วยกันตัดสิน ข้อเสนอของกรรมาธิการหลาย ๆ ท่าน อยากให้สภาเรามีข้อพิจารณาในการที่จะมีความเห็นต่างจากมาตรฐานจริยธรรมที่ไม่เหมาะสม กับเรา อันนี้กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยแต่ไม่สามารถดำเนินการมาเป็นร่างได้ เพียงแต่ถ้าท่านรับร่างแล้วในชั้นการพิจารณาร่างในวาระ ๒ สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นครับ สามารถที่จะเสนอความเห็น สามารถที่จะแปรญัตติปรับ ตัด ลด ได้หมด แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ในชั้นของการพิจารณาร่าง เมื่อกลับมาสู่สภาเราถ้าเห็นชอบตามนั้น วาระ ๓ เราเห็นชอบ ตามนั้นด้วยมันก็เป็นมาตรฐานจริยธรรมเราพร้อมที่จะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ถ้ามีเพื่อนสมาชิกเข้าชื่อกันว่ามันขัดหรือแย้งกับศาลรัฐธรรมนูญก็เข้าชื่อกันได้ ก็ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไป ผมว่าตรงนั้นก็ดีที่สุดจะได้พิสูจน์ว่าสิ่งที่เราเห็นว่ามันไม่เหมาะสม ทางศาลรัฐธรรมนูญเขาจะตีความว่าอย่างไร ผมเห็นด้วยแต่ต้องเป็นในชั้นของการพิจารณาร่าง ในวาระ ๒ ในชั้นของกรรมาธิการพิจารณาร่างเรามีโอกาสอยู่ครับ เพราะฉะนั้นชั้นนี้ ด้วยความเคารพท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกที่เคารพ เรารับร่างไว้ก่อนแล้วก็ตั้งวิสามัญ ไปพิจารณาในรายละเอียด สิ่งที่เราจะปรับปรุงแก้ไขจะเปลี่ยนแปลงใด ๆ อยู่ในชั้นนั้น แล้วเรามาว่ากันอีกทีนั่นคือการปกป้องสิทธิของเราในโอกาสต่อไป กราบเรียนด้วยความเคารพ
ขอบคุณ คุณหมอชลน่านที่ช่วยอธิบายชี้แจงเพิ่มเติม เชิญท่านปิยบุตรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปิยบุตร แสงกนกกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาของที่ประชุมแห่งนี้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องข้อบังคับประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการสักเล็กน้อย แต่ก่อนที่จะอภิปรายลงในรายละเอียด เพื่อความสบายใจของคณะกรรมาธิการที่ท่านทำงานอย่างหนัก ผมยืนยันว่าในส่วนของผม และเพื่อนสมาชิกก็คงรับหลักการแน่นอน แต่อยากจะชี้แจงตรงประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้อง ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านและกรรมาธิการได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่นี้ครับ โดยปกติแล้ว ท่านประธาน เรื่องของมาตรฐานจริยธรรมเขาจะกำหนดเอาไว้ให้องค์กรแต่ละองค์กรว่ากันเอง ศาลเขาก็มีของเขาเขาก็ว่าของเขา องค์กรอิสระก็มีของเขาก็ว่าของเขา สภาผู้แทนราษฎรเรา ก็ว่ากันเองของเรา วุฒิสภาเขาก็ว่ากันเองของเขา คำว่า มาตรฐานจริยธรรมคือ ใช้ระบบ ตรวจสอบควบคุมกันเองภายใน สมาชิกคนไหนละเมิดจริยธรรม สมาชิกคนไหนใช้วิธีการลงชื่อ ย้ายกลุ่มไปเรื่อย ๆ เพื่อสกัดกั้นการโหวต เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกร้องเรียนกันขึ้นมาก็ว่ากันเองไป ตามลำดับ แต่บังเอิญเป็นอย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ที่ใช้กันอยู่มันกำหนด ในลักษณะที่ผิดแผกแตกต่างไปจากหลักการที่ควรจะเป็นครับ หลักการที่ว่านั้นก็คือองค์กรใด ให้ตรวจสอบควบคุมจริยธรรมกันเองนั้น ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปเขียนล็อกเอาไว้ ในมาตรา ๒๑๙ ที่บอกว่าให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดมาตรฐาน จริยธรรมเสร็จแล้วก็เอามาตรฐานจริยธรรมเอามาใช้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย นี่คือความแปลกประหลาดที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนเอาไว้ เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้พวกเราก็ต้องทำตาม แต่อย่างน้อยที่สุดเรายังมีช่องมีรูให้เรา หายใจอยู่ตรงที่ว่าพวกเราสภาผู้แทนราษฎรสามารถออกมาตรฐานจริยธรรมเพิ่มเติม ขยายความเข้ามาได้ นี่คือช่องทางที่เป็นรูระบายเอาไว้ เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาเรื่องนี้ จึงเป็นประเด็นปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญออกแบบมาได้ไม่เหมาะสมไม่สอดคล้องกับหลักการ ท่านลองไปสำรวจมาตรฐานจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรในที่ต่าง ๆ ทั่วโลกได้เลยครับ ไม่มีที่ไหนหรอกครับไปให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมากำหนดให้ แล้วตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คุณกำหนดคุณก็ใช้กับพวกคุณเอง แต่นี่กำหนดเสร็จแล้วมาใช้กับ ส.ส. ด้วย ทั้ง ๆ ที่พวกเรา ต้องตรวจสอบควบคุมกันเองในเรื่องจริยธรรม ศาลรัฐธรรมนูญท่านจะมารู้ได้อย่างไร เรื่องจริยธรรมของ ส.ส. เขาทำกันอย่างไร ถูกไหมครับ เช่นเดียวกันพวกเราก็ไม่รู้หรอกครับ ว่าจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของพวกเขา แต่รัฐธรรมนูญนี้ กำหนดแบบนี้ ซึ่งถ้าในวันหน้ามีโอกาสได้แก้รัฐธรรมนูญผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องแก้ครับ แยกกันไปเลย องค์กรใครองค์กรมัน ทีนี้ประเด็นปัญหามันอยู่ตรงนี้เท่ากับว่าเรามีมาตรฐานจริยธรรม ที่ใช้กับพวกเราคู่ขนานกัน ๒ อัน อันที่ ๑ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านกำหนดมาให้เราใช้ อีกอันหนึ่งคือพวกเรากำหนดเพิ่มเติมขึ้นมาเอง แล้ว ๒ มาตรฐานนี้ความเข้มข้นไม่เท่ากัน มาตรการบังคับไม่เท่ากัน กรณีที่เป็นมาตรฐานจริยธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้พวกเราใช้ ถ้าเกิดมี ส.ส. ท่านใดไปผิดมาตรฐานจริยธรรมแบบร้ายแรงเป็นไปได้ว่าจะถูกเข้าชื่อส่งไปที่ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช. จะส่งไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ขึ้นชื่อว่าศาลฎีกาเขาจะต้องวินิจฉัยประเด็น เรื่องกฎหมายถูกหรือไม่ครับ ถูกหรือผิดกฎหมาย แต่รัฐธรรมนูญนี้เป็นครั้งแรกที่ประหลาดมาก ให้ศาลฎีกามาวินิจฉัยว่า ส.ส. ทำผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ นี่คือกรณีมาตรฐานจริยธรรม ที่ศาลรัฐธรรมนูญท่านกำหนดให้เราใช้ อีกช่องทางหนึ่งคือมาตรฐานจริยธรรมที่พวกเรากำลัง ทำกันอยู่ แต่บทลงโทษของมันไปได้ไกลที่สุดคือตักเตือน ประณาม ชี้แจงกันในที่ประชุม ซึ่งก็ถูกต้องเหมาะสมแล้ว จริง ๆ มันมีอีกโทษหนึ่งที่ต่างประเทศเขาใช้กันคือโทษปรับ โทษตัดเงินเดือน แต่ในร่างนี้ไม่ได้เอามาใช้ ซึ่งก็เป็นกลไกของสภาที่จะจัดการกันเอง นั่นหมายความว่ากลไกที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกแบบมาให้เราในมาตรฐานจริยธรรม ของเขาแล้วเอามาใช้กับเราโทษมันแรงกว่า คือท่านอาจจะถูกร้องไปที่ศาลฎีกาวินิจฉัยได้ ถูกพ้นจาก ส.ส. ได้ ในขณะที่มาตรฐานจริยธรรมที่พวกเราออกแบบกันบทลงโทษมันก็คือ ตักเตือนกันภายใน ประณามกันภายในที่ประชุม นี่คือความลักลั่นกันของ ๒ ระบบนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพิกลพิการของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในมาตรา ๒๑๙ ทีนี้ปัญหาที่ท่านกำลังถกเถียงกันในสมาชิกและในกรรมาธิการว่าจะทำอย่างไร ในเมื่อ รัฐธรรมนูญสิ่งที่เป็นอยู่บังคับเราบอกว่าให้เอามาตรฐานที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมานั้น มาใช้กับพวกเราด้วย เขียนเอาไว้เลยในวรรคสอง เขียนเอาไว้ชัดเลยบอกว่าให้ใช้บังคับ แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย แล้วก็ต่อไปว่าไม่ห้าม สภาผู้แทนราษฎรที่จะกำหนดจริยธรรมเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของตน แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง คำว่า ไม่ขัดหรือแย้ง ตรงนี้ หมายถึงอย่างไรครับ ผมคิดว่าในที่ประชุมแห่งนี้ต้องทำความเข้าใจร่วมกัน คำว่า ไม่ขัดหรือแย้ง นั่นหมายความว่าสิ่งที่เราเขียนเติมขึ้นมาจะต้องไม่ขัดกับสิ่งที่มาตรฐานทางจริยธรรม ที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกำหนดขึ้นมา ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปลอก ไปตัดแปะของเขา ทั้งฉบับมาเสียบเข้าไปในนี้ สิ่งที่เราตัดแปะเข้ามาอยู่ตรงนี้ครับ ตั้งแต่ข้อ ๖ ครับ ข้อ ๖ จนถึง ข้อ ๒๗ นั่นก็คืออยู่ในส่วนที่ ๑ จริยธรรมมันเป็นอุดมการณ์ ส่วนที่ ๒ จริยธรรมมันเป็น ค่านิยมหลัก ส่วนที่ ๓ จริยธรรมทั่วไป ตั้งแต่ข้อ ๖ จนถึงข้อ ๒๗ ทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ได้ไปตัดแปะเอาทั้งดุ้นเลยที่อยู่ในจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญเอามาใส่คำต่อคำ เวิร์ดบายเวิร์ด (Word by word) เรียงประโยคเลยครับ เพียงแต่เลขข้อไม่เหมือนกัน เท่านั้นเอง พอเอาเข้ามาใส่ทั้งหมดปัญหามันก็เกิดขึ้นว่าหลายเรื่องมันไม่สอดคล้องกับ ส.ส. เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอทางออกแบบนี้ครับ ท่านต้องอธิบายความแบบนี้ครับ มาตรา ๒๑๙ วรรคสอง เขียนบอกว่าพวกเราออกจริยธรรมได้เพิ่มเติมแต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐาน ทางจริยธรรมของพวกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คำ ๆ นี้หมายถึงสิ่งที่เราเติมเข้ามาเพิ่มครับ สิ่งที่เราเติมเข้ามาเพิ่มเท่านั้นที่จะต้องไม่ไปขัดกับมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีความจำเป็นอื่นใดเลยที่เราต้องไปก็อปปีแอนด์เพสต์ (Copy and paste) ไปตัด ไปคัดลอก แล้วเอามาแปะลงในมาตรฐานจริยธรรมของเรา ยิ่งไปกว่านั้นท่านประธาน มาตรา ๒๑๙ วรรคสอง ก็บังคับอยู่ในตัวเองอยู่แล้วว่าพวกเราต้องเอามาตรฐานทางจริยธรรม ของศาลรัฐธรรมนูญมาใช้ด้วย แล้วร่างที่ท่านร่างกันมาในข้อ ๔ เขียนเอาไว้ชัดเช่นเดียวกันว่า ให้นำมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาใช้กับสมาชิกและกรรมาธิการด้วย ดังนั้นมันไม่มีทางเลย ที่ฉบับนี้ ท่านลองจินตนาการตามดูครับ ที่ท่านร่างกันมาฉบับนี้ สมมุติท่านตัดข้อ ๖ ถึงข้อ ๒๗ ออกไปทั้งหมด อย่างไรก็ตามร่างนี้ก็ไม่ขัดกับมาตรฐานทางจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มันไม่ขัดเพราะอะไรครับ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราต้องเอามาตรฐานทางจริยธรรมของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาใช้อยู่แล้ว ทั้งดุ้นครับ สิ่งที่ต้องพึงกังวลมีแต่เพียงว่าตั้งแต่ข้อ ๒๘ จนถึงข้อ ๔๙ ที่เราเติมเข้ามา ส่วนนี้ล่ะครับ ห้ามไปขัดกับของเขาเท่านั้นเอง เพราะถ้าหาก ท่านตีความกัน คำว่า เอากฎหมายฉบับหนึ่งมาใช้กับเราโดยไม่ขัดหรือแย้ง วิธีการของท่าน คือไปลอกมาทั้งดุ้นเอามาแปะอย่างนี้การเขียนกฎหมายจะผิดเพี้ยนไปหมดครับ ต่อไป เราตราพระราชบัญญัติ ๑ ฉบับ เรามีการยืมกันบอกว่าให้เอามาตราหนึ่งของอีกฉบับหนึ่ง มาใช้โดยอนุโลม นั่นหมายความว่าท่านต้องยกมาทั้งกระบิมาใส่ใน พ.ร.บ. ใหม่อย่างนั้นหรือ ผมอยากเรียนทำความเข้าใจตรงนี้เพราะก่อนหน้านั้นเราก็ประสบปัญหาตอนเรา ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้วเช่นเดียวกัน ประเภทยกมาทั้งกระบิเลย เพราะรัฐธรรมนูญบอกว่าห้ามไปขัดหรือแย้งกับกฎเกณฑ์อันอื่น ๆ ไม่มีความจำเป็นครับ โดยสภาพมันไม่ขัดอยู่แล้ว แล้วมันก็เอามาใช้อยู่แล้วเพราะรัฐธรรมนูญสั่งให้เราเอามาใช้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากทางคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งเราคงจะตั้งต่อไปในการแก้ไข ปรับปรุงขอให้ช่วยพิจารณาประเด็นนี้ด้วย ในส่วนความเห็นของผม ผมเห็นว่าไม่มี ความจำเป็นต้องคัดลอกมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาแปะเอาไว้ ในเรื่องนี้ เพราะ ๑. อย่างไรเราก็ต้องใช้มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อยู่แล้วรัฐธรรมนูญบังคับ แล้วท่านย้ำรอยเข้าไปอีกในข้อ ๔ ท่านก็เขียนอีกว่าต้องเอามาใช้ เช่นเดียวกัน ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องไปตัดแปะ คัดลอกมา ท่านเพียงแต่พึงระวังว่า ส่วนที่เราเติมเข้ามาอย่าให้ขัดกับของศาลรัฐธรรมนูญแล้วกัน ผมก็ขออนุญาตใช้เวลา ในที่ประชุมนี้ชี้แจงเรื่องนี้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านกรรมาธิการครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ด้วยความเคารพต่อท่านอาจารย์ปิยบุตรครับ ที่ท่านได้อภิปรายชี้แนะต่อคณะกรรมาธิการ ของพวกเรา ผมอยากจะขอกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าสิ่งที่ท่านได้ชี้แจงนั้น คณะกรรมาธิการของเราก็ได้รับมาพิจารณา แล้วก็มีการถกเถียงเป็นเวลานานในประเด็น ที่ท่านได้เสนอแนะนั้น รวมทั้งประเด็นว่าเราจะนำประมวลจริยธรรมที่ตุลาการรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้และ รัฐธรรมนูญบังคับให้เราต้องมาใช้ด้วยนั้นจะเอามาประกาศใช้ตัดแปะภาษาที่ท่านใช้มา หรือไม่ หรือเราบอกว่าเราใช้ข้อ ๔ อย่างเดียวก็พอ แล้วก็เอามาตรฐานประมวลจริยธรรม ที่ตุลาการได้กำหนด แล้วก็รัฐธรรมนูญบอกว่าให้เราใช้นั้นเอาใส่ไว้ในภาคผนวก ก็มีการถกเถียง ผมค่อนข้างที่จะเห็นด้วยคือนอกจากจะเห็นด้วยกับท่านว่า ไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่อยากจะเห็นข้อความเหล่านี้ในสิ่งบางประการที่เราไม่ได้ใช้ แต่คณะกรรมาธิการ หลายท่านก็มีความห่วงใยว่าเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้วมาตรฐานจริยธรรมนี้ถึงแม้ว่า เราจะไม่ใส่ มันก็ถูกใช้โดยตัวของมันเองแล้วหลังจากที่มาตรฐานนี้ได้ประกาศใช้ตั้งแต่ วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๑ เราจะไม่รับรู้หรือจะไม่เห็นชอบด้วยก็แล้วแต่ แต่มันเป็นกฎหมาย ที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญแล้ว อย่างไรมันต้องมาใช้บังคับกับเราอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการเห็นว่าถ้าเราเอาไปใส่ไว้ในภาคผนวกสมาชิกของเรา ๕๐๐ คน อาจจะไม่ได้อ่าน แล้วเกิดกระทำความผิดแล้วก็บอกไม่ได้เห็นเพราะไม่ได้ปรากฏอยู่ในตัวแท้ของประมวล จริยธรรมที่เราได้ประกาศไว้ ด้วยความห่วงใยต่อท่านสมาชิก เพราะฉะนั้นในที่สุด กรรมาธิการส่วนใหญ่ก็แล้วกันเพราะยังมีคนที่ไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้อยู่ อาจจะหมายถึง ตัวผมด้วยนะครับ แต่ด้วยความเคารพครับเกรงว่าสมาชิกจะกระทำความผิดทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดว่าเราต้องใช้บังคับกับพวกเราด้วย นั่นเป็นประการที่ ๑
ในประการที่ ๒ เนื่องจากประมวลจริยธรรมนี้นอกจากองค์กรสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแล้ว สมาชิกวุฒิสภา คณะรัฐมนตรี และส่วนราชการอื่นซึ่งใช้คนละ กรรมการกับพวกเรานั้นก็เหมือนกับเราพะอืดพะอมกับที่ต้องประกาศใช้อันนี้เช่นเดียวกัน อย่างที่ท่านธีรัจชัยได้พูดว่ามันอาจจะดีแต่ไม่เหมาะสมกับองค์กรบางองค์กร แล้วก็เห็นด้วย กับท่านอาจารย์ปิยบุตรที่ได้อภิปรายว่าโดยปกติประมวลจริยธรรมนั้นขององค์กรใดองค์กรนั้น ต้องเป็นคนร่างและเป็นคนที่จะต้องบังคับใช้ ซึ่งก็ตรงอย่างที่ว่านั้นในประมวลจริยธรรม ที่เราผ่านมาใช้ ๒-๓ ฉบับแล้ว เราก็ใช้หลักการนั่นล่ะคือสภาผู้แทนราษฎรเรามีคณะกรรมการ ไปร่างขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการมา ก็ดำเนินการตามนั้น แต่อันนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ได้กำหนดว่า ประมวลจริยธรรมนั้นต้องมาบังคับ กับหลายองค์กร รวมทั้งเราด้วยและถ้าเราไม่ปรากฏมี แต่เมื่อเรากระทำความผิดร้องไปที่ ป.ป.ช. แล้วไปที่ศาลมันก็บังคับให้เราต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของประมวลจริยธรรมนั้นด้วย อันนี้คือเบื้องต้นที่อยากจะเรียนต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอาจารย์ปิยบุตรและพวกเราอีก แต่ในประเด็นนี้เราก็ได้พูดกันมากว่าในการที่จะทำเฉพาะประมวลจริยธรรมของเรานั้น เราเห็นว่าบางข้อไม่ได้เหมาะสม แต่ว่าการบังคับใช้กฎหมายจริง ๆ เราได้กำหนดไว้ตั้งแต่ ข้อ ๒๘ ไปนี่ จริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนอกจาก ต้องปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดโดยคณะกรรมการของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เรายังมีสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรและบทบัญญัติของกฎหมายทั่วไป อยู่ด้วย การที่จะพิจารณาเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้กำหนดไว้ในข้อ ๔๒ ซึ่งมีตัวแทนของพวกเราอย่างหลากหลาย เช่น มีประธาน สภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานกรรมการ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผู้ที่เคยดำรง ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้าน ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ คน ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ประธานประสานงานวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลอะไรอย่างนั้นครับ ประธานประสานงานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน และ มีบุคคลอื่น ๆ อีกทั้งหมด ๑๕ ท่าน ท่านเหล่านี้จะเป็นคนที่บังคับใช้กฎหมายประมวล จริยธรรมดังกล่าวนี้ไว้ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าในประมวลจริยธรรมของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างชัดเจนเราก็ไม่สามารถจะดำเนินการได้ในเรื่องที่ว่า หมวด ๑ ที่ว่าด้วยถ้ากระทำความผิดในหมวด ๑ นั้นเป็นกระทำความผิดขั้นร้ายแรง ซึ่งต้องส่งไปที่ศาล เราได้กำหนดว่าการที่จะพิจารณาในขั้นร้ายแรงนั้นต้องเป็นมติของกรรมการประมวลจริยธรรมนี้ ต้อง ๒ ใน ๓ ๒ ใน ๓ ยังไม่พอครับ ก็ต้องมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร จำนวนสมาชิก ๕๐๐ คนนี้ได้อภิปรายว่าความผิดที่คณะกรรมาธิการจริยธรรมได้ลงมติไป ๒ ใน ๓ นั้น จะเห็นชอบด้วยหรือไม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเห็นด้วยว่าร้ายแรง ต้องมีจำนวน ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ จึงจะส่งไปที่ ป.ป.ช. เพื่อสอบสวนและส่งไปที่ศาลต่อไป เพราะฉะนั้น เราจะเห็นว่าขั้นตอนของการใช้บังคับกฎหมายโดยที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญนั้นเราได้กำหนดไว้ ในตั้งแต่ข้อ ๒๗ ไปถึงข้อ ๔๒ ถ้าท่านสมาชิกได้อ่านรายละเอียดแล้วก็จะเห็นว่าบางอย่าง เราอาจกังวลใจอาจจะไม่เห็นด้วยแต่ต้องใช้ ทีนี้ผมขอกราบเรียนด้วยสั้น ๆ ว่าเมื่อเรา จำเป็นต้องใช้นั้นจะเขียนอย่างไร จะเขียนแปะตัดอย่างที่อาจารย์ปิยบุตรว่าหรือจะเอาเฉพาะ ข้อ ๔ แล้วรายละเอียดซึ่งเรารู้ว่าสมาชิกเราถ้าเราบอกให้ไปอ่านเองอาจจะไม่อ่านก็ใส่ ในภาคผนวกก็ได้ นั่นเป็นวิธีเขียน ซึ่งผมคิดว่าเราเอาไว้ให้กรรมาธิการที่สภาผู้แทนราษฎร จัดตั้งต่อไปนั้นไปพิจารณากำหนดการเขียนที่มันสอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเรา และไม่ขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ แล้วผมก็เรียนว่าอย่างไรก็ตาม ร่างที่ว่านี้ถึงแม้ว่าเราจะเห็นชอบไปในวันนี้ก็ไม่ใช่ร่างจริงเป็นการยกร่างเท่านั้น ร่างจริง ก็ต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการที่พวกเราจัดตั้งขึ้นมาและคำแปรญัตติของพวกเรา ผมว่าในวันนี้ถ้าเราจะให้แสดงความคิดเห็นเพื่อฝากให้คณะกรรมาธิการที่จะมีขึ้นนั้นรับไป พิจารณาในการเขียนและการว่าจะตัดอะไรออก อะไรสมควร แล้วก็เป็นเรื่องที่พวกเรา ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราควรจะเอาใจใส่แล้วก็ไปแปรญัตติเอา ซึ่งต้องลงมติแล้วตอนนั้น ตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเสียงข้างมากเอาอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น แล้วสุดท้ายก็ต้องลงมติในวาระสาม แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องคำนึงถึงว่ามันถูกบังคับ โดยรัฐธรรมนูญซึ่งเราอาจจะไม่เห็นด้วย ถ้าเราเอาตามที่เราเอาถึงแม้จะเป็นเสียงข้างมาก ก็แล้วแต่ครับ ก็อาจจะมีคนข้องใจซึ่งไม่แค่เฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนข้างนอกก็ได้ อาจจะยื่นไปให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะพิจารณาว่ามาตรฐานจริยธรรม ของเรานั้นขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ อันนี้ผมกล่าวไว้เบื้องต้นครับท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ผม นิกร จำนง ในฐานะกรรมาธิการ อยากจะเรียนว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่มากแล้วก็ มีการคุยกันครึ่งวันในกรรมาธิการ ประเด็นก็คือผมเองอยากจะเรียนว่าผมมีส่วนอยู่ตอนนั้น ตอนที่เขายกร่างจริยธรรมและผมไม่เห็นด้วย ผมไม่เห็นด้วยตรงที่ว่าคุณจะมายกร่างและ มาครอบอีกสถาบันหนึ่งได้อย่างไร ก็คือสภาผู้แทนราษฎร เราก็เป็นสถาบันหนึ่งเลยนะครับ ทีนี้ประเด็นก็คือว่าเราไปดูเนื้อในของการยกร่างคราวนี้ตามรัฐธรรมนูญ ผู้ที่ยกร่างขึ้นมาก็คือ ไม่ใช่เป็นศาลอย่างเดียว ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรง ตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยธุรการของ ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ คือเขารวมกันร่างมา ในการร่างตรงนั้นประกาศในวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๑ มีผู้ลงนามร่วมมา มีท่านนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีท่านศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้งซึ่งตอนนี้ท่านมาเป็นรองประธานวุฒิสภา มีท่าน พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ท่านวัชรพล ประสารราชกิจ พลเอก ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แล้วก็คุณวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ เขาทำตามรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ ก็คือว่านี่เป็นการร่วมกันแล้วก็ลงนามร่วมกันมา องค์กรอิสระกับศาลรัฐธรรมนูญ ทีนี้ประเด็นก็คือคราวนั้นผมได้แย้งว่าผมเป็นสมาชิก สปท. อยู่ ตอนที่เขายกร่างนี่ว่าแล้วสภาผู้แทนราษฎรไม่มีคุณจะทำอย่างไร เขาก็อ้างรัฐธรรมนูญว่า ในระหว่างนั้น ตามกรอบนั้นสภา สนช. นี่ถือเป็นทั้ง ๒ อย่าง เป็นทั้งสภาผู้แทนราษฎรและ เป็นทั้งวุฒิสภาทำหน้าที่ในอันเดียว ดังนั้นถ้าอ้างตามรัฐธรรมนูญตรงนี้เขาโอเค (OK) ถือว่า มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับที่ประกาศใช้อยู่ ทีนี้ประเด็นก็คือใน ๓ หน่วยที่จะต้องมาถาม คือออกมาว่าตามมาตรา ๒๑๙ นอกจากร่างมาแล้วให้มามีผลบังคับใช้กับสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็วุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภา และ ครม. เรื่องมันก็เลยเข้าไปถามที่ สนช. สนช. แอปพรูฟ (Approve) ก็ได้ ๒ สภา และ ครม. ก็แอปพรูฟ (Approve) ก็เท่ากับว่าเขาถามหมดแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ คือถามมาหมดแล้ว ทีนี้ประเด็นก็คือว่าพอมาถึงตรงนี้ก็อนุญาตไว้ ซึ่งฟังดูก็ตลกและให้คุณไปร่างได้ที่ต่างไปแต่ทั้งนี้ต้องไม่แย้ง หมายความว่าถ้าเราร่างนี่ ถ้าเราลงโทษตัวเองหนักกว่าที่เป็นอยู่นี่ให้คุณร่างได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่าที่ร่างที่ยกขึ้นมา แล้วตามมาตรฐานจริยธรรม วันที่ ๓๐ มกราคมที่ว่า ดังนั้นในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เดิมเราคิดจะตัดบางส่วน เช่นคู่ความหรือคู่กรณีมันใช้กับศาลอย่างเดียว ไม่ไปคุยกับคู่กรณี ไม่ไปเล่นกอล์ฟอะไรตามที่ว่าเป็นเรื่องศาล ทีนี้ประเด็นก็คือเรามีความเห็นกันว่าถ้าอย่างนั้น เรามาเขียนให้ชัดเลยว่าตรงนี้เราเป็นภาระจำยอมเพราะรัฐธรรมนูญบังคับเรา เราจะเอามา ขังไว้ในห้องที่ ๑ ในนี้ในร่างจริยธรรมของเรา เรามีอยู่ ๓ ห้อง ห้องที่ ๑ เราดึงมาทั้งเซต (Set) เลยตามที่กฎหมายบัญญัติก็คือว่าไม่แก้สักคำหนึ่ง ไม่เปลี่ยนสักคำ ไม่ว่าคำว่าคู่กรณี ไม่มีกับเรา เราก็เอามาทั้งหมดเพื่อจะชี้ว่าเราเป็นภาระจำยอมตามบทบังคับของรัฐธรรมนูญ เอามาไว้อีกห้องหนึ่ง พอต่อจากนั้นที่เป็นของเราแท้ ๆ ก็คือส่วนที่ ๒ คือหมวด ๒ หมวด ๓ ท่านจะเห็นว่าเราไล่มาตั้งแต่มาตรา และเราเขียนไว้ชัดเพื่อจะประทับตราไว้ว่าในข้อ ๔ ที่เขียนไว้ให้นำมาตรฐานของตรงนี้มาเป็นข้อบังคับตรงนี้ด้วย แล้วเราก็เขียนไว้ ตัดลอกมาเลย ทั้งหมด จะให้เห็นว่ามาไม่เพี้ยนแม้แต่คำเดียวเพราะเราเอามาและมาใส่ไว้ในห้องที่ ๑ คือส่วนของหมวด ๑
หมวด ๒ จริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ นี่เราว่าตามของเราเลย ก็คือแม้แต่สมาชิกจะต้องไปเยี่ยมเยียนประชาชนอันนี้เป็นเรื่องของ ส.ส. ล้วน ๆ แล้วส่วนที่ ๓ เป็นห้องที่ ๓ ในการจัดการการควบคุมของเราเอง ก็มีคณะกรรมการ ซึ่งเราดีไซน์ (Design) ขึ้นมาเองเป็น ๑๕ คนตามที่ว่าและมีกันครบ แล้วการลงโทษนี่นะครับ ของวุฒิสภาเองลงโทษ สมมุติว่าจะลงโทษโดยกรรมการที่เขาตั้งขึ้นมา เขาใช้โหวต ๓ ใน ๕ ของวุฒิสภาปัจจุบันที่เขาร่างผ่านสภาไปแล้ว แต่ของเรานี่เราใช้ ๒ ใน ๓ กรรมการ และ กรรมการ ๑๕ คน มีอำนาจเต็มในการจะตักเตือน คือเป็นเรื่องของเรา แต่ในส่วนที่ถ้าหากว่ามีความผิดอย่างร้ายแรงตามที่ในหมวด ๑ ที่เป็นห้องแรกที่เรา จำเป็นต้องกระทำจะเป็นหมวดอุดมการณ์อะไรต่าง ๆ ตรงนี้เองของเราจะใช้วิธีว่านอกจาก ๒ ใน ๓ ของกรรมการแล้วต้องเอามาเข้าที่ประชุมนี้ เพราะการส่งตรงนี้โทษต้องส่งไป ที่ ป.ป.ช. แล้วส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ มันเป็นการลงโทษก็คือฆ่าเสียให้ตายเลยก็คือถอดออก จาก ส.ส. ดังนั้นเราต้องเอามาเข้าที่ประชุมนี้ ที่ประชุมนี้เราอาจจะประชุมลับก็ได้ แล้วก็ ที่ประชุมนี้ต้องมีเห็นชอบด้วยเสียง ๒ ใน ๓ ถึงจะส่งต่อไป มันเป็นเรื่องของเราโดยแท้ ดังนั้น ผมเรียนท่านประธานว่าส่วนที่ ๑ มันเป็นสภาพบังคับ เราก็เอามาทั้งเซต (Set) แล้วก็ เขียนประทับตราไว้ว่านี่เราเอามาจากตรงนี้ตามรัฐธรรมนูญ เราไม่มีทางเลือก แต่ส่วน ๒ ส่วนที่ ๓ เป็นของเราโดยแท้ แล้วเราจัดการในเรื่องสภาของเราเองได้ เป็นศักดิ์ศรีของเรา ก็เลยนำเรียนว่าตรงนี้เป็นหลักการใหญ่นะครับ ก็นำเรียนท่านสมาชิกว่าข้อตัดสินของ กรรมาธิการเราคุยกันอยู่ยืดยาวตรงนี้ไม่ใช่เรามองไม่เห็น แต่เราคิดว่าเป็นแบบนี้ ไม่อย่างนั้น จะมีการไปยื่นและจะมีปัญหาในการตีความ ในเมื่อบังคับอย่างไรก็บังคับอยู่แล้วก็แยกส่วน คุณไปอยู่ห้องหนึ่งเลยล็อกกุญแจไว้ ในอนาคตถ้ามีการแก้รัฐธรรมนูญเราจะได้แก้ห้องนี้เสีย ก็นำเรียนท่านสมาชิกเพื่อทราบครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ สั้น ๆ ครับ นิดเดียวครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายชำนาญ จันทร์เรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมเคารพที่ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้เสนอว่าเราสามารถไปทำได้ตอนแปรญัตติ หรือสงวนคำแปรญัตติไว้ จากคำอภิปรายของผมกับท่านธีรัจชัยกับท่านอาจารย์ปิยบุตร คือโดยหลักจริง ๆ แล้วประมวลจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคือกฎหมายกลาง กฎหมายกลางก็เหมือนกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง กฎหมายว่าด้วยความรับผิด ทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ แล้วก็กฎหมายอื่นที่จะออกตามก็ไม่ขัดหรือแย้งแน่นอน มาตรา ๒๑๙ เขาบรรจุไว้ครับ แล้วมาตรฐานก็จะต้องไม่ต่ำกว่านั้น แต่ถ้าสมมุติว่าไปแปรญัตติในวาระที่ ๒ ในชั้นแปรญัตติตัดออก ผมเสนอแน่ ๆ ว่าจะให้เหลือแต่ข้อ ๔ มันจะขัดหลักการหรือไม่ ถ้าเรารับวาระที่ ๑ นี้ไป แต่เข้าใจว่าคงรับหลักการกันหมด สมมุติว่าถ้าเราจะรับหลักการจริง ๆ ในชั้นแปรญัตติโปรดสังเกตว่าเวลาออกกฎกระทรวงหรือระเบียบกระทรวงที่มีกฎหมายแม่ อยู่แล้ว หรือกฎหมายกลางอยู่แล้วออกไปแล้ว เวลาเอามาเขาไม่เอามาทั้งดุ้น สมมุติว่า ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ เขาจะใช้ภาษาของเขาเอง ภาษาของหน่วยงานนั้นเอง อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างข้อเดียว อย่างข้อ ๒๐ อย่างคู่กรณี อย่างไรเราก็ไม่มีคู่กรณีแน่ ๆ หัวข้อบังคับ ก็บอกอยู่แล้ว ข้อบังคับร่างว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ มันจะเป็นคู่กรณีอย่างไรครับ ผมเสนอว่าถ้าเกรงกลัวมันจะมีปัญหาทีหลัง คงไว้ แต่ให้แก้ ให้ใช้ภาษาของเรา เราเป็นสภาผู้แทนราษฎร เราเป็นสภานิติบัญญัติ เราตรากฎหมาย ไม่ใช่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมาตรากฎหมาย อันนี้อันที่ ๑ นะครับ
ในส่วนของเกรงปัญหาว่าเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ผมว่าการที่จะหยิบยก ประเด็นร่างข้อบังคับไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญหยิบยกเองไม่ได้นะครับ คนนอก ผมก็ยังไม่เห็น ยกเว้นจะเป็นช่องทางผู้ตรวจการแผ่นดินเขาก็ไม่ใช่ผู้เสียหายทีเดียวนักนะครับ ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโหวตด้วยเสียงไม่ต้องเอกฉันท์ เสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด ผมว่าไม่น่าจะมีใครไปป่วน ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญมาตีข้อบังคับให้เราไปใช้ตามของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผมเสนออย่างนี้นะครับ ขอบคุณครับ
ไม่มี ท่านสมาชิก เชิญท่านประธานกรรมาธิการครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ขอตอบด้วยความเคารพต่ออาจารย์ชำนาญสั้น ๆ ว่า ในเรื่องร่างที่เราเสนอ มันไม่ได้มีข้อบังคับใดที่จะแปรญัตติไม่ได้ในมาตราใด เพราะว่า หลักการก็คือขอให้มีประมวลจริยธรรมสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันนี้คือหลักการ เพราะฉะนั้นท่านจะแปรญัตติอย่างไรก็ได้ถ้าให้มีประมวลจริยธรรมนี้เกิดขึ้น แต่ประการสำคัญ เท่านั้นที่ไม่ได้ขัดกับหลักการแต่จะเป็นประเด็นคือประมวลจริยธรรมนี้ต้องดำเนิน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๙ ในวรรคสองนี้อย่างชัดเจนเท่านั้นเพื่อความเข้าใจสั้น ๆ ท่านประธานครับ เพราะว่าเผื่อสมาชิกที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการจะได้แปรญัตติแล้วท่านจะได้ คำนึงถึงข้อนี้ ในมาตรา ๒๑๙ วรรคสอง ในการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง ให้รับฟังความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา คณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย ซึ่งอันนี้เราได้อภิปรายกันแล้วว่าเราไม่ได้มีส่วน เพราะว่าเราไม่อยู่ตอนนั้น แต่ สนช. ทำหน้าที่แทน เมื่อประกาศใช้บังคับแล้วให้บังคับ ขณะนี้มาแล้ว ให้บังคับแก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา คณะรัฐมนตรีด้วย คือประมวลตามข้อบังคับ แล้วเขาใช้กับเราด้วยแต่ไม่ห้าม ซึ่งเรากำลังทำอยู่ขณะนี้ แต่ไม่ห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะรัฐมนตรีที่จะกำหนดจริยธรรมเพิ่มขึ้น เขาบอกเพิ่มขึ้นได้นะ ให้เหมาะสม กับการปฏิบัติหน้าที่ของตน แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง แล้วให้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ง่าย ๆ ก็คือว่าอันไหนที่เราไม่ใช้ก็ไม่มีปัญหา แต่ว่า ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้นั้นคือเป้าหมายที่ใหญ่ แล้วผมคิดว่าพวกเราเอง คงไม่อยากให้สังคมตำหนิเหมือนกันว่าสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีหน้าที่ในการออกกฎหมายนั้น เราไปออกประมวลจริยธรรมของเราต่ำกว่าองค์กรอื่น ๆ ซึ่งผมคิดว่าไม่เป็นที่ต้องการ ของพวกเรา แล้วก็ประมวลจริยธรรมนั้นดูว่ามันร้ายแรงหนัก แต่จริง ๆ ก็เป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ซึ่งเราไม่กระทำความผิดแล้วในเรื่องเหล่านั้น อันนี้ผมขอเรียนไว้เบื้องต้น แต่โดยสรุปก็คือ ที่อาจารย์ชำนาญพูดถึงว่าเราจะแปรญัตติไม่ได้หรือจะไปเปลี่ยนแปลงจะเขียนหรือไม่เขียน เขียนหน้าเขียนหลัง ถ้าไม่ผิดรัฐธรรมนูญแล้วหลักการให้ทำได้ทั้งนั้น ไม่ผิดรัฐธรรมนูญแล้วก็ ให้มีประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบังคับใช้ที่กำหนดเวลาในรัฐธรรมนูญ อันนี้ก็ทำได้ ขอบพระคุณครับ
ไม่มี อภิปรายแล้ว ปิดอภิปรายแล้วนะครับ ก็จะขอมติเพราะเรายังอยู่ในขั้นรับหลักการอยู่ แต่ก่อนจะลงมติคงจะต้องนับองค์ประชุมก่อนนะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อน
(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ช่วยแจ้ง กรรมาธิการงบประมาณที่ประชุมอยู่ด้วยนะครับ ก่อนที่จะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน
กราบเรียนท่านประธาน ผม มานัส อ่อนอ้าย หมายเลข ๒๘๔
ใจเย็น ๆ นั่งก่อนครับ ผมยังพูดไม่จบ
ขออนุญาตครับ
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโดยเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน เชิญเลยครับ ท่านเมื่อสักครู่นี้ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม มานัส อ่อนอ้าย สมาชิกหมายเลข ๒๘๔ ขอแสดงตนครับ
มีท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหมครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน สรัสนันท์ อรรณนพพร หมายเลข ๓๙๗ แสดงตนค่ะ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ขอแสดงตนครับ
ท่านประธานครับ ผม สุรทิน พิจารณ์ พรรคประชาธิปไตยใหม่ หมายเลข ๔๓๘ ขอแสดงตนครับ
ครับ มีอีกไหมครับ ถ้าไม่มี ขอปิดการแสดงตนครับ เชิญเจ้าหน้าที่นับองค์ประชุม แสดงผลครับ ทั้งหมดมีท่านสมาชิกเข้าร่วมประชุม ๔๐๖ บวก ๔ เป็น ๔๑๐ ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้น ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไป จะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ฉบับนี้หรือไม่ครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนเสียงได้ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หมายเลข ๗๕ ขอใช้สิทธิด้วยการออกเสียงเห็นชอบครับ
เห็นชอบ มีใครใช้บัตรออกเสียงไม่ได้ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน สรัสนันท์ อรรณนพพร หมายเลข ๓๙๗ เห็นด้วยค่ะ
จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกหมายเลข ๖๕ เห็นด้วยครับ
ครับ
ขออนุญาตครับ จักรพล ตั้งสุทธิธรรม หมายเลข ๐๕๔ เห็นด้วยครับ
มีอีกไหมครับ หมดแล้วนะครับ ถ้าเช่นนั้นผมขอปิดการใช้สิทธิลงคะแนนแล้วนะครับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม มติรับหลักการเป็นเอกฉันท์ ไม่มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยเลยครับ ตกลงสภาแห่งนี้มีมติรับหลักการในร่างจริยธรรมที่คณะกรรมาธิการเสนอมาครับ
ต่อไป ขอเชิญท่านสมาชิกกำหนดจำนวนกรรมาธิการครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา แบบบัญชีรายชื่อ ขออนุญาตเสนอจำนวน กรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๙ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีเสนอกรรมาธิการ ๓๙ ท่าน ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมกำหนดกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๓๙ ท่าน ซึ่งสัดส่วนกรรมาธิการ ของแต่ละพรรคการเมืองเป็นดังนี้ พรรคเพื่อไทย ๑๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๙ ท่าน พรรคอนาคตใหม่ ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่าน พรรคชาติไทย พัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่าน พรรครวมพลังประชาชาติไทย ๑ ท่าน ขอเชิญตัวแทนพรรคการเมืองเสนอรายชื่อ กรรมาธิการตามสัดส่วนที่ท่านได้รับจัดสรร เชิญพรรคเพื่อไทยก่อนครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๑ ท่าน ท่านแรก นายนิยม เวชกามา ท่านที่ ๒ นายขจิตร ชัยนิคม ท่านที่ ๓ นายนิรมิต สุจารี ท่านที่ ๔ นางมนพร เจริญศรี ท่านที่ ๕ นางผ่องศรี แซ่จึง ท่านที่ ๖ นายดะนัย มะหิพันธ์ ท่านที่ ๗ นายชลน่าน ศรีแก้ว ท่านที่ ๘ นายทศพร เสรีรักษ์ ท่านที่ ๙ นายสุรสาล ผาสุข ท่านที่ ๑๐ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และท่านสุดท้ายนางสาวธนพร โสมทองแดง ขอผู้รับรองค่ะ
มีผู้รับรองครบ ต่อไปของพรรคพลังประชารัฐ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรค พลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๙ ท่าน นายภิญโญ นิโรจน์ ท่านที่ ๒ นายรณเทพ อนุวัฒน์ ท่านที่ ๓ นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ท่านที่ ๔ สะถิระ เผือกประพันธุ์ ท่านที่ ๕ นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ท่านที่ ๖ นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ท่านที่ ๗ นายสุชาติ อุสาหะ ท่านที่ ๘ รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ท่านที่ ๙ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองครบ นะครับ ต่อไปพรรคอนาคตใหม่ จำนวน ๖ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคอนาคตใหม่ จำนวน ๖ ท่าน ๑. นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ๒. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๓. นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ๔. นายสมัคร ป้องวงษ์ ๕. นายฐิตินันท์ แสงนาค และ ๖. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ขอบคุณครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๔ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๔ ท่าน ท่านแรกครับ ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ท่านที่ ๒ ท่านดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ท่านที่ ๓ นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ท่านที่ ๔ ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองครบ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. .... สัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่าน ดังนี้ ๑. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๔. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครบ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม อนุรักษ์ จุรีมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๑ ขอเสนอสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือท่านนิกร จำนง ขอผู้รับรอง ด้วยครับ
มีผู้รับรองครบ พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน คือพลตำรวจตรี อภิชัย ศรีโสภิต ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครบ พรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอเสนอชื่อกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ พ.ศ. .... สัดส่วนพรรคประชาชาติ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ขอผู้รับรองครับ
ครบครับ พรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ตามสัดส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่าน ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองครบ ที่เหลือเป็นของพรรครวมพลังประชาชาติไทยกับพรรคเพื่อชาติ ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ในสัดส่วนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ขอเสนอ นายวีระชัย คล้ายทอง ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองครบ ครบทั้ง ๓๙ ท่านแล้วนะครับ ให้ท่านเลขาธิการอ่านทบทวนรายชื่อ ท่านตรวจสอบรายชื่อด้วยว่า ถูกต้องไหม ๓๙ ท่าน อ่านรายชื่อตรวจสอบอีกทีหนึ่งครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... จำนวน ๓๙ ท่าน มีดังนี้ ๑. นายนิยม เวชกามา ๒. นายขจิตร ชัยนิคม ๓. นายนิรมิต สุจารี ๔. นางมนพร เจริญศรี ๕. นางผ่องศรี แซ่จึง ๖. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๗. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๘. นายทศพร เสรี รักษ์๙. นายสุรสาล ผาสุข ๑๐. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๑. นางสาวธนพร โสมทองแดง ๑๒. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๑๓. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๑๔. นายภิญโญ นิโรจน์ ๑๕. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๑๖. นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ๑๗. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๑๘.นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๑๙. นายสุชาติ อุสาหะ ๒๐. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๒๑. นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ๒๒. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๒๓. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒๔. นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ๒๕. นายสมัคร ป้องวงษ์ ๒๖. นายฐิตินันท์ แสงนาค ๒๗. นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ๒๘. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๒๙. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๓๐. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ๓๑. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓๒. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๓๓. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๓๔. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๓๕. นายนิกร จำนง ๓๖. พลตำรวจตรี อภิชัย ศรีโสภิต ๓๗. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ๓๘. นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ๓๙. นายวีระชัย คล้ายทอง
ทั้ง ๓๙ ท่าน ที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญถูกต้องครับ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้วนะครับ กำหนดระยะเวลา แปรญัตติจะใช้เวลาเท่าไร เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธาน อรรถกรครับ ขออนุญาตเสนอระยะเวลาในการแปรญัตติจำนวน ๗ วัน แล้วก็ขออนุญาต เสนอระยะเวลาพิจารณาทั้งหมด ๓๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ใช้เวลา พิจารณา ๓๐ วัน โดยแปรญัตติภายใน ๗ วัน มีท่านใดจะเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้กำหนดแปรญัตติภายใน ๗ วัน โดยให้พิจารณาเสร็จภายใน ๓๐ วัน เป็นการจบในระเบียบวาระนี้แล้วนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔.๒ ซึ่งที่ประชุมให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ
๔.๒ รายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ
ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
คณะกรรมาธิการขอใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
แล้วก็ แจกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณา แล้วมีการแก้ไขข้อความหน้า ๗ หัวข้อ ๒.๑.๓ ตามแบบแทรก ให้ท่านสมาชิกแล้วใช่หรือไม่ครับ ตามใบแทรกที่ได้แจกท่านสมาชิกแล้วครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจกเอกสาร)
ถ้าท่านประธานพร้อมก็แถลงผลการพิจารณาได้เลยนะครับ
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการ ได้รับมอบหมาย จากกรรมาธิการเพื่อให้ชี้แจงรายงานที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้วต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๗ สมัยสามัญประจำปี วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ ครั้งที่ ๘ วันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และครั้งที่ ๙ วันพฤหัสบดีที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ได้พิจารณาญัตติเกี่ยวกับปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๑ ญัตติ สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา ศึกษาปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยกำหนดระยะเวลาพิจารณาไว้ ๖๐ วัน ซึ่งต่อมาสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้มีการขยายระยะเวลาในการพิจารณาออกไปอีก ๖๐ วัน รวมทั้งสิ้น ๑๒๐ วันนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำเสร็จแล้ว โดยในการพิจารณาดำเนินการของคณะกรรมาธิการนั้น ได้มีการประชุมเพื่อศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ซึ่งได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานและ บุคคลที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม รวมทั้งได้มีการเดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่ตลอดจน ได้จัดให้มีการสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณา ศึกษาดังกล่าวคณะกรรมาธิการได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหา พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ จำนวน ๖ คณะ เพื่อพิจารณาศึกษาพืชเฉพาะแต่ละชนิด ซึ่งประกอบด้วย
๑. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องข้าว
๒. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องข้าวโพดและมันสำปะหลัง
๓. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้ และสมุนไพร
๔. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องปาล์มและยางพารา
๕. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องมะพร้าวและสับปะรด
๖. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องอ้อย
ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ได้นำมาจัดทำเป็นรายงานผลการศึกษาดังที่ท่านได้รับไปแล้ว ในการพิจารณาศึกษาของ แต่ละคณะอนุกรรมาธิการนั้นบางคณะอนุกรรมาธิการก็ได้ประสานงานกับหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้องและได้แก้ไขปัญหาจนสำเร็จลุล่วงไปแล้ว ในเรื่องปัญหาราคาข้าวซึ่งไม่ว่า พรรคการเมืองใดซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจะใช้คำว่า ราคาเป้าหมาย หรือการประกันรายได้ หรือการประกันราคาก็ตาม แต่ต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้จัดให้มีการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวให้ได้รับราคาไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท
ในส่วนของปัญหาเรื่องข้าวโพดและมันสำปะหลัง ข้าวโพดเป็นปัญหาที่แก้ ไม่ยาก เนื่องจากประเทศไทยผลิตข้าวโพดได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ เราผลิต ข้าวโพดได้เพียงประมาณ ๕ ล้านตันต่อปี แต่เราต้องบริโภคภายในประเทศและใช้เป็นอาหารสัตว์ ภายในประเทศถึง ๘ ล้านตันต่อปี แต่สาเหตุที่ราคาข้าวโพดตกต่ำนั้นก็เกิดจากการนำ ปลายข้าวสาลีเข้ามามากจนเกินไปเพื่อเอามาเข้าโรงงานอาหารสัตว์ จนกระทั่งทำให้ราคา ข้าวโพดตกเหลือ ๗ บาท แล้วได้รับการร้องเรียนเป็นญัตติเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร จากการ ที่ได้ประสานงานกับทางกระทรวงพาณิชย์ทำให้การนำเข้าปลายข้าวสาลีนั้นลดลงจนกระทั่ง ราคาข้าวโพดขึ้นไปจนถึง ๘ บาท แล้วในที่สุดถึง ๙.๕๐ บาท ก็ถือได้ว่าคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องข้าวโพดและมันสำปะหลังก็ได้แก้ไขปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง แล้วนะครับ
ในส่วนของปัญหาราคาพืชผักผลไม้ ทางกรรมาธิการได้มีการเดินทาง โดยใช้เงินงบประมาณส่วนตัวไปดูตลาดที่เมืองกวางตุ้ง ประเทศจีน โดยไปดูที่ตลาดเจียงหนาน พบว่าตลาดผลไม้เจียงหนานเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ส่งผลไม้ไปทั่วทั้งประเทศจีนเพื่อประชากร ทั้ง ๑,๓๐๐ ล้านคนได้บริโภค จากการที่ได้ตรวจสอบก็มีปัญหาอยู่เพียงเล็กน้อยซึ่งได้ ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ไปบ้างแล้ว แต่ก็อยากฝากทางรัฐบาลเพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหา ต่อไปก็คือ ที่ด่านจากประเทศเวียดนามจะเข้าไปสู่ประเทศจีน บางครั้งต้องไปรอถึงประมาณ ๓ วันด้วยกันทำให้ผลไม้เน่าเสีย เรียกว่าด่านผิงเสียง ซึ่งได้กราบเรียนไปทางกระทรวงพาณิชย์ ได้รับทราบแล้ว
ในส่วนของปัญหาราคาปาล์มและยางพารา ปัญหาราคาปาล์มเนื่องจาก ปาล์มผลิตในประเทศเป็นน้ำมันปาล์มได้ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันเท่านั้นเอง แต่ก็นำไปใช้ เป็นน้ำมันดีเซลผสมน้ำมันปาล์มปัจจุบันใช้อยู่ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์ เราก็มีการประสานงานแล้ว ทางกระทรวงพลังงานได้ปรับการใช้น้ำมันปาล์มจากบี ๗ (B7) เป็นบี ๑๐ (B10) ซึ่งจะ ทำให้ประเทศไทยต้องใช้น้ำมันปาล์มมาในการเป็นเชื้อเพลิงโดยประมาณแล้วประมาณ ๒ ล้านตันต่อปี จากการที่เราผลิตได้ ๓ ล้านตัน แต่ปรากฏว่าราคาน้ำมันปาล์มก็ไม่ขึ้นไปดังที่ คาดการณ์ไว้ ก็ต้องฝากด้วยว่าปัญหาหลักอีกอันหนึ่งก็คือการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์ม อย่างผิดกฎหมายโดยมาทางเรือทะเลนะครับ ก็ต้องฝากรัฐบาลไว้ด้วย
ในส่วนของราคาพืชผลการเกษตรอนุกรรมาธิการที่ ๕ ได้พิจารณาเรื่อง ของมะพร้าว ก่อนหน้าที่เราจะได้เข้ามาเป็นกรรมาธิการ ราคามะพร้าวในตลาดอยู่ที่ประมาณ ลูกละ ๕ บาท แต่จากการที่คณะอนุกรรมาธิการได้เอาใจใส่และได้ประสานงาน กับหน่วยราชการต่าง ๆ เนื่องจากมีการลักลอบนำมะพร้าวเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ประเทศไทยผลิตมะพร้าวได้โดยประมาณคือปีละ ๘๖๐,๐๐๐ ตัน แต่ว่าเราบริโภค ในประเทศโดยประมาณคือ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ตัน จากการที่ผ่านมานั้นมีการลักลอบนำเข้า จากประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมากจนทำให้ราคาตกต่ำลงมาเหลือลูกละ ๕ บาท จากการ ที่อนุกรรมาธิการได้พยายามหยุดยั้งการลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายโดยให้นำเข้ามา ได้เฉพาะที่ด่านแหลมฉบัง ที่ท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือคลองเตยก็ทำให้ราคามะพร้าวขึ้นมา จนถึง ๑๕ บาท แล้วในขณะนี้ถึง ๒๐ บาท จาก ๕ บาท
ในคณะที่ ๖ คือคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาปัญหาราคาอ้อย ทางอนุกรรมาธิการได้ประสานงานกับทางกระทรวงพลังงานให้นำอ้อยซึ่งปัจจุบันเอาไปทำ เอทานอล (Ethanol) ซึ่งปัจจุบันเอทานอล (Ethanol) นั้นแก๊สโซฮอล์ทั้งหลายผสม เอทานอล (Ethanol) เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ซึ่งจากการที่ใช้เอทานอล (Ethanol) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทำให้เราไม่ได้ใช้น้ำอ้อยโดยตรงมาทำ แต่ใช้กากน้ำตาลหรือโมลาส (Molasses) ซึ่งมาทำได้โมลาส (Molasses) ใช้อยู่ประมาณ ๑,๕๔๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ในขณะที่เราใช้ มันสำปะหลังอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์คือประมาณ ๖๖๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน จากการที่เราได้ประสานงานกับกระทรวงพลังงานให้เพิ่มการใช้ปริมาณการใช้เอทานอล (Ethanol) จากอี ๑๐ (E10) แก๊สโซฮอล์ขึ้นไปใช้เป็นอี ๒๐ (E20) ซึ่งจะมีผลในปีหน้านี้ จะทำให้ประเทศไทยสามารถนำน้ำอ้อยไปทำเอทานอล (Ethanol) ประมาณ ๑๐ ล้านตันต่อปี อ้อยจะหายไปจากตลาดประมาณ ๑๐ ล้านตันต่อปี ก็จะส่งผลทำให้ในปีหน้านี้ราคาอ้อย ในตลาดจะมีราคาสูงขึ้น คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ได้และได้จัดนำมาเป็นรายงานผลการศึกษา รวมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพื่อเสนอ ต่อสภาตามรายละเอียดของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้แจกให้ท่านแล้ว จึงขอเสนอ รายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการเพื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณา ต่อไป ดังที่กระผมจะให้แต่ละคณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๖ คณะ ได้นำเสนอในรายละเอียด ต่อไป คณะแรกคือคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาข้าว ขอเรียนเชิญครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ในฐานะกรรมาธิการ ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ปัญหาข้าวเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ ปัญหาข้าวมีมาตลอดอย่างช้านาน ในอดีตข้าวของเรานั้น สามารถส่งออกต่างประเทศได้อันดับ ๑ ของโลก แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีพื้นดิน ประมาณ ๓๒๑ ล้านไร่ ทำเกษตรกรรมประมาณ ๑๕๐ ล้านไร่ ปลูกข้าวประมาณ ๗๐ ล้านไร่ แต่อย่างไรก็ตามปีหนึ่งโดยเฉลี่ยเราสามารถผลิตข้าวได้ ๓๓ ล้านตันข้าวเปลือก ท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องกราบเรียนว่าปัญหาข้าวเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามครับ โลกนี้ ประเทศนี้พื้นดินมีน้อยแต่ประชากรเพิ่มมากขึ้น ผู้บริโภคก็มากขึ้น แต่ทำอย่างไรที่พี่น้อง เกษตรกรชาวนาไทยเรานั้นสามารถที่จะขายข้าวไม่ต่ำกว่าต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลหลายรัฐบาลก็แก้ปัญหา ไม่ว่าโครงการรวบรวมข้าวเปลือกประกันราคาข้าวเปลือก จำนำราคาข้าวเปลือก แต่สุดท้ายที่สุดพี่น้องเกษตรกรชาวนาทั้งประเทศก็ยังมีหนี้สิน ล้นพ้นตัวไม่สามารถที่จะมาชำระหนี้ได้ ดังที่เป็นข้อมูลเบื้องต้นอยู่แล้วว่าชาวนาฆ่าตัวตาย จำนวนมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าโครงการนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรามีดิน ถ้าไม่มีน้ำ มีน้ำไม่มีดิน ปัญหาเบื้องต้นดินเปรี้ยวดินเสีย ดินเค็ม จะแก้อย่างไร ในขณะเดียวกันนั้นเราได้บอกแล้วว่าภัยแล้งที่เกิดขึ้นก็ดี ผลกระทบน้ำท่วมมากก็กระทบ เพราะฉะนั้นตรงนี้กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติว่าสภาแห่งนี้จะต้องช่วยกัน เสนอแนะแก้ไขปัญหา ในการที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องข้าว เราได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าผู้ผลิต แปรรูป การตลาด ทุกส่วนมาหารือ ดังนั้นกราบเรียนว่าวิธีการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ หรือเรียกว่าตั้งแต่ผลิต แปรรูป การตลาด ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ผลิต กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้แปรรูป กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้จำหน่าย แต่ทั้ง ๓ หน่วยงาน ดังกล่าวนั้นที่ผ่านมาอาจจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกันเท่าที่ควร ไม่มีเอกภาพในการบริหารจัดการ คณะอนุกรรมาธิการเราตระหนักอย่างยิ่งว่าวิธีการแก้ไขปัญหานั้นควรจะแก้ไขอย่างไร เราได้สรุปกันเป็นพื้นฐานเบื้องต้นจากเอกสารที่ได้มอบให้ท่านทั้งหลาย ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติไปหมดแล้ว จะขออธิบายย่อ ๆ สั้น ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์และสร้างความเข้าใจ กับมวลสมาชิก ปัญหาจริง ๆ แล้วนั้นเราบอกแล้วว่าที่ผ่านมาเราบริหารไม่เอกภาพ จริง ๆ หน่วยงานของเรา มีหลายส่วนนะครับ องค์กรเกษตรกรมีหลายส่วน ไม่ว่าสหกรณ์ ไม่ว่ากลุ่มเกษตรกรที่มีอยู่ ทั่วประเทศ สหกรณ์ก็มีอยู่ระดับอำเภอ มีนโยบายรวมกันผลิต รวมกันซื้อรวมกันขาย กลุ่มเกษตรกรมีทั้งหมด ๗,๓๘๔ กลุ่มทั่วประเทศเป็นนิติบุคคล แต่ขาดความเชื่อมโยง การตลาด ไม่รู้ว่าตลาดอยู่ตรงไหน วันนี้เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นน้ำ ต้นน้ำ จะทำอย่างไร รายละเอียดได้นำเรียนในเอกสารไปแล้ว ส่วนกลางน้ำนั้นคือแปรรูป เมื่อก่อน การผลิตตั้งแต่เบื้องต้น ต้องเรียนว่าเราไม่ได้มีการวิจัยวิเคราะห์พื้นที่หรือการแบ่งพื้นที่ เพาะปลูก ซึ่งหลาย ๆ ท่านบอกว่าการแบ่งโซนนิง (Zoning) หรือแบ่งพื้นที่เพาะปลูก ผมต้องกราบเรียนว่าวันนี้เราสามารถจะบริหารจัดการได้ รัฐบาลหลายรัฐบาลก็มีนโยบาย เช่น นาแปลงใหญ่ นาแปลงเล็ก นาแปลงน้อย แต่จริง ๆ แก้ปัญหาไม่ได้ การจะบริหาร แบ่งโซนนิง (Zoning) พื้นที่เพาะปลูกมันต้องมีการออกกฎหมายบางส่วน เพราะพื้นดินนั้น ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพื้นดินลุ่ม ๆ ดอน ๆ ไม่สามารถจะแก้ได้ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์มีหน้าที่พัฒนาที่ดิน มีการจัดรูปที่ดินระบบชลประทานอย่างไร ผมคงไม่ต้องกล่าว ณ ที่นี้ จะกล่าวว่าวันนี้ถ้าหากว่าตั้งแต่ต้นเริ่มผลิต ไม่ว่าพันธุ์ข้าวก็ดี ดินก็ดี กระทรวงเกษตร และสหกรณ์มีกรมการข้าว มีเจ้าหน้าที่เพียงเล็กน้อย มีนักวิชาการก็ไม่กี่คน การวิจัยพันธุ์ข้าว แต่ละพันธุ์ข้าวนั้นต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ถึงจะวิเคราะห์ได้ว่าข้าวพันธุ์นี้ดีหรือไม่ดี วันนี้ตลาดอยู่ที่ไหน ตลาดอยู่ภายในตลาดต่างประเทศ วันนี้ผู้บริโภคก็ต้องคิดว่า เราต้องหาตลาด อยากกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติว่าวันนี้ โครงการให้พี่น้องได้เห็นภาพว่าข้าวที่ผ่านมานั้นรัฐบาลใช้คำว่า ประกันรายได้ ประกันรายได้ ก็หมายความว่าถ้าพี่น้องเกษตรกรชาวนาขายข้าวไม่ได้ตามเป้าหมาย รัฐบาลจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบ แต่ขณะเดียวกันโครงการของเราได้คิดแล้วว่าโครงการข้าวนะครับ ข้าวตันหนึ่ง มี ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ออกมาเป็นข้าวสารได้ประมาณ ๔๘๐ กิโลกรัม ถ้าแปลเป็นเงินแลก เป็นเงินก็จะได้ประมาณ ๑๕,๐๐๐ กว่าบาท พอเป็นข้าวชั้น ๒ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็จะได้ ยอดเงินอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จะได้ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าบาท พอเป็นปลายข้าวก็จะ มีประมาณ ๑๗๐ กิโลกรัม แปลเป็นเงิน ๒,๐๐๐ กว่าบาท รำข้าวมีประมาณ ๑๐๐ กิโลกรัม ก็จะได้ประมาณ ๘๕๐ กิโลกรัม แกลบวันนี้สามารถมีประมาณ ๒๕๐ กิโลกรัม แปลเป็นเงินได้ ๑,๒๕๐ บาท ถ้ารวมแล้วจะเห็นว่าข้าวเกวียนหนึ่งเกษตรกรสามารถแปรรูปเสร็จเรียบร้อย สามารถทำข้าวได้ถึง ๒๐,๐๐๐ บาท นี่เรียกว่าข้าวขาวธรรมดา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ คงจะเห็นภาพว่าวันนี้ผลิตแปรรูปการตลาดถ้าสามารถบริหารจัดการ องค์กรได้ อย่างน้อย ๒๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินหรืองบประมาณภาษี พี่น้องประชาชนมาใช้จ่าย แต่ถ้าหากว่าจะแปรรูปชั้นสูงท่านจะสังเกตว่าวันนี้ข้าวสามารถ แปรไปได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าขนมทุกอย่าง ไม่ว่าก๋วยเตี๋ยว ไม่ว่าของทุกสิ่งทุกอย่าง ขนมทั้งหมดมาจากข้าว ไม่ว่าขนมจีน ไม่ว่าขนมปัง ทุกอย่างมาจากข้าวหมด แม้แต่เหล้า สาโทสาเกก็เอามาจากข้าว ผมสรุปรวมว่ารวมเบ็ดเสร็จแล้ว ถ้าหากทำตามแผ่นชาร์ต (Chart) ที่คณะกรรมาธิการได้นำเสนอจะได้ข้าวมูลค่ารวมเบ็ดเสร็จไม่น้อยกว่า ๑๖๐,๐๐๐ บาท คณะกรรมาธิการเราก็ได้ไปศึกษาดูงานนะครับ หลายพื้นที่จะเห็นว่าโรงงานข้าวบริสุทธิ์ ข้าวปลอดสารพิษนะครับ เขาเรียกว่าข้าวอินทรีย์ตั้งแต่เบื้องต้น ที่จังหวัดลพบุรีที่อำเภอท่าวุ้ง เราพาคณะกรรมาธิการไปดูว่าเขาแปรรูปข้าวทั้งหมดนั้น สามารถจำหน่ายได้ตันหนึ่ง ๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เป็นพยานหลักฐานครับ ตัวเลขจริงครับ สื่อมวลชนก็ไปดู ผู้แทนราษฎรเราก็ไปดู วิธีการทำตั้งแต่ต้น ถ้าหากเราใช้บูรณาการ เขาเรียกว่าเพิ่มมูลค่าจากข้อมูลนั้น เรามีเอกสารยืนยันชัดเจนครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่น่ากังวลครับ ถ้าใช้แผนตรงนี้ถ้าผลิตแปรรูปการตลาด ตลาดซื้อขายล่วงหน้าอยู่ที่ไหน มันมีอยู่แล้ว เราสามารถมีออร์เดอร์ (Order) จากประเทศ บางประเทศอาจจะบริโภคข้าวชั้นดี ข้าวหอมมะลิ หรือข้าวชั้นหนึ่ง ชั้นสอง คือตลาดซื้อขาย ล่วงหน้า วันนี้รัฐบาลต้องมีหน้าที่ทางการตลาด ท่านต้องไปหาตลาดมาก่อนและมาวางแผน ให้พี่น้องเกษตรกรปลูกข้าวชนิดใด พื้นที่ไหน เขาเรียกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องใช้งบประมาณ แผ่นดินอย่างที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นไม่ว่าประกันรายได้ก็ดี จำนำก็ดีหรือไม่ว่ารวบรวมก็ดี ผมเคยนั่งในคณะกรรมาธิการชุดนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ จะเห็นข้อมูลตรงนี้ดีว่าการแก้ปัญหานั้น ไม่ถูกจุด เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าหากว่าโครงการดังกล่าวตามที่คณะกรรมาธิการเราได้เห็นแล้วนั้น จะเห็นว่าข้าวควรจะราคาเท่าไร แล้ววันนี้สหกรณ์ทั่วประเทศ มียุ้ง มีฉาง มีลาน มีตาชั่ง มีเครื่องอบความชื้นทุกอย่างมีครบเหลือแต่จะเพิ่มว่าจะแปรรูปแบบข้าวไปเป็นสินค้าอะไร เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้เวลามาพอสมควร จึงอยากจะเห็นว่า การบริหารจัดการที่ผ่านมานั้นไม่มีเอกภาพ ผมได้กราบเรียนท่านประธานหลายครั้งว่า ถ้าหากวันนี้รัฐบาลมองเห็นว่าผลิตแปรรูปการตลาดครบวงจร ผมคิดว่าพี่น้องชาวนา จะไม่เดือดร้อน เพราะรู้ว่าราคาข้าวล่วงหน้าเท่าไร และควรจะปลูกข้าวพันธุ์อะไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็กราบเรียนด้วยความเคารพ เพราะฉะนั้นสรุปให้ว่าผมเสนอแนวทางตั้ง กระทรวงการข้าว ทุกอย่างจะมีข้อมูลในเอกสารไว้ชัดเจน เราได้เตรียมการ ได้วางแผน มาหลายสิบปี เราวิเคราะห์ เรามีข้อมูลหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าหากโครงการ ดังกล่าวบรรลุตามเป้าหมาย ถ้ารัฐบาลมีนโยบายจะช่วยชาวนาอย่างจริงจัง ตั้งกระทรวง การข้าวครับ หลายท่านบอกว่าทำไมจะต้องตั้งกระทรวงการข้าว เพราะที่ผ่านมา การบริหารจัดการไม่เอกภาพ ถามว่าทำไมกระทรวงแรงงานมีผู้ใช้แรงงานแค่ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ตั้งกระทรวงแรงงานได้ แต่เกษตรกร ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ และเป็นผู้ผลิตข้าวเลี้ยงคนทั้งโลก เมื่อก่อนนี้รัฐบาลส่งข้าวไปต่างประเทศ เราเคย เก็บค่าพรีเมียม (Premium) มีงบประมาณอยู่ในกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร สุดท้าย ขอสรุปว่าถ้าหากรัฐบาลเอาแผนโครงการของเราไปตั้งกระทรวงการข้าวจะบริหารบูรณาการ แบบครบวงจร ขอขอบคุณอย่างสูงครับ สุดท้าย ๆ ต้องตั้งกระทรวงการข้าวครับ
ต่อไปเป็นรายงาน ของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาราคาข้าวโพดและมันสำปะหลัง ขอเรียนเชิญ ประธานครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอนันต์ ผลอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร ขออนุญาต รายงานผลในฐานะประธานอนุกรรมาธิการข้าวโพดและมันสำปะหลัง ซึ่งจะขอใช้เวลา ในการรายงานไม่ยาว เนื่องจากมีเอกสารอยู่ในมือของท่านสมาชิกอยู่แล้ว ผมก็จะพูดเฉพาะ ในส่วนที่เป็นประเด็นสำคัญ ๆ ที่คิดว่าท่านสมาชิกได้ฟังแล้วก็ได้เข้าใจในเบื้องต้นไปก่อน ข้าวโพดมีพื้นที่เพาะปลูกในประเทศไทยประมาณ ๖ ล้านไร่ มีผลผลิตประมาณ ๔ ล้านตัน มันสำปะหลังมีพื้นที่ในการเพาะปลูก ๘ ล้านไร่ มีผลผลิตประมาณ ๓๐ ล้านตัน ทั้ง ๒ พืชนี้เป็นพืชที่อายุสั้น ก็คือข้าวโพดประมาณ ๑๒๐ วัน และมันสำปะหลังเป็นพืชที่ต้องใช้เวลาประมาณ ๑ ปี เพราะฉะนั้นผลของการศึกษาเรื่องนี้ เราได้ดำเนินการเป็นขั้นตอน ก็คือมีการประชุม ๑๐ ครั้ง เชิญหน่วยงานเข้ามาชี้แจง ประมาณ ๑๔๕ คนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้าวโพดและมันสำปะหลัง และมีการ ไปรับฟังปัญหาของเกษตรกรใน ๒ จังหวัด คือที่จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดนครราชสีมา มีเกษตรกรเข้าไปสะท้อนปัญหาโดยผ่านแบบสอบถามที่เราทำแบบสอบถามให้ เพื่อจะรับฟัง ปัญหาในเชิงลึกของคนที่เป็นเกษตรกรที่มีอาชีพทางนี้ และมีคำถามไปสู่ทางบ้านที่ไม่ได้ เข้าร่วมสัมมนาและประชุมด้วยก็ประมาณ ๑,๐๐๐ คน และมีการไปศึกษาแล้วก็มีการ ไปดูงานทั้งหมด ๑๐ ครั้ง ผลของการศึกษา ผลของการไปดูแล้วปรากฏว่าข้าวโพด เรื่องที่ เกี่ยวข้องกับข้าวโพด สภาพปัญหาที่ไปรับฟังในเบื้องต้นนี้ก็คือการไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ๒. การนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศเข้ามาทำอาหารสัตว์ ๓. การเกิดภัยธรรมชาติและโรคระบาดรุนแรง ผลจากการไปรับฟังนั้นเกษตรกรมาให้ แนวทางแก้ไขก็คือส่งเสริมให้สหกรณ์เข้ามารับซื้อผลผลิต ส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ให้ช่วยรับซื้อผลผลิตในท้องถิ่น เชื่อมโยงการตลาดอาหารสัตว์โดยตรง เก็บภาษี นำเข้าข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ยกเลิกมาตรการการนำเข้าข้าวสาลี ๑ ต่อ ๓ ลดระยะเวลาการนำเข้าให้เหลือเพียง ๔ เดือน และให้มีคลังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นำเข้ามา บริเวณชายแดนพร้อมควบคุมการขนย้ายอย่างเข้มงวด และมีการทำประกันภัยข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการจะให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายกับรัฐบาลก็คือ ๑. สนับสนุนเงินทุนพร้อมเครื่องมือให้สหกรณ์การเกษตรและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ให้มีศักยภาพรับซื้อผลผลิตให้มาก ๒. แก้ไขประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ การนำเข้าวัตถุดิบและอาหารสัตว์ ๓. ส่งเสริมการทำประกันภัยข้าวโพดและเลี้ยงสัตว์ ครอบคลุมทุกพื้นที่ มาตรการระยะกลางเรื่องของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สภาพปัญหาที่ไปพบ ก็คือเกษตรกรขาดองค์ความรู้ก็ควรจะมีการฝึกอบรมเกษตรกรให้เป็นสมาร์ต ฟาร์มเมอร์ (Smart farmer) ด้านของข้าวโพด ระบบของสหกรณ์การเกษตรขาดประสิทธิภาพการรับซื้อ ผลผลิตเนื่องจากว่าขาดกำลังเงินและบุคลากร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ขาดประสิทธิภาพ ในการรับซื้อผลผลิตก็ขาดสภาพคล่องทางการเงินเหมือนกัน วิธีการแก้ไขก็คือส่งเสริมให้ความรู้ เกษตรกร ส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แปลงใหญ่และการเพาะปลูกระบบจีเอพี (GAP) ส่งเสริมการวิจัยข้าวโพดพันธุ์ดีมาให้เกษตรกรได้เพาะปลูก และข้อเสนอเชิงนโยบายสนับสนุน เงินทุนพร้อมเครื่องมือให้เกษตรกร ให้สหกรณ์การเกษตรผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) มีศักยภาพรับซื้อผลผลิตให้มากขึ้น แก้ไขประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ การนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์และส่งเสริมการทำประกันภัยพืชผล ส่วนมาตรการ ระยะยาวทั้งข้าวโพดและมันสำปะหลังจะมีสิ่งที่เหมือนกันก็คือการขาดแหล่งน้ำและระบบ น้ำชลประทานในการเพาะปลูก การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการควบคุมการผลิต การขาด เอกสารสิทธิและที่ดินทับซ้อนเขตป่าไม้ ขาดการบริหารจัดการข้าวโพดอย่างเป็นระบบ นี่คือ สิ่งที่เป็นปัญหาของข้าวโพด ส่วนแนวทางแก้ไขสนับสนุนระบบชลประทานและอ่างเก็บน้ำ เจาะน้ำบาดาลให้ครบทุกพื้นที่ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและประเมินผลผลิต วางแผนการตลาด กำหนดพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดที่เหมาะสม แก้ไขปัญหาแนวเขตพื้นที่ ทำกินทับซ้อน สนับสนุนให้มีกรรมการบริหารจัดการข้าวโพดระดับชาติและมีกองทุน เพราะฉะนั้น ข้อเสนอเชิงนโยบาย ปรับแผนยุทธศาสตร์น้ำใหม่ให้มีระบบน้ำครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูก ข้าวโพดใน ๖.๘ ล้านไร่ ภายในเวลาไม่เกิน ๒๐ ปี ควรทำโซนนิง (Zoning) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้ชัดเจน ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวขอบเขตป่าใหม่ แล้วออกเอกสารสิทธิ ให้ครบ และมีพระราชบัญญัติข้าวโพดและกองทุน
กลับไปถึงเรื่องของมันสำปะหลังนะครับ มันสำปะหลังผมคิดว่าตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไปจะเกิดปัญหาในทุกระดับเลย สภาพปัญหาขณะนี้ตลาดส่งออกแป้งมันและมันเส้น และผลผลิตมันสำปะหลัง การลักลอบนำเข้าข้าวโพดและมันสดจากประเทศเพื่อนบ้าน การนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศที่มาทำอาหารสัตว์ การเกิดภัยธรรมชาติและโรคระบาด อย่างรุนแรง ในประเด็นสภาพปัญหาอย่างนี้ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกไปยังรัฐบาลว่าขณะนี้ ที่ท่าเรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่เคยมีการส่งมันเส้นไปยังประเทศจีน ขณะนี้ที่ท่าเรือ การส่งออกซบเซา ประเทศจีนไม่ได้สั่งมันเส้นไปจากประเทศไทยเนื่องจากไปใช้พืชอื่น ทดแทน ปัญหานี้จะเป็นปัญหาที่จะก่อให้เกิดกับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เหลือเฉพาะ โรงแป้งเท่านั้นที่ยังเป็นความหวังของเกษตรกรอยู่ ยังดีที่ผมคิดว่ารัฐบาลได้ตัดสินใจยกรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรีไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้เกษตรกร คนปลูกมันสำปะหลังได้ราคาประกันที่ตันละ ๒,๕๐๐ บาท โดยเป็นต้นทุนของการเพาะปลูก นั้น ประมาณ ๑,๘๐๐ บาท การขนส่งนั้นประมาณ ๒๐๐ บาท แล้วให้กำไรเกษตรกรคน เพาะปลูกมันสำปะหลัง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือประมาณอีก ๒๐๐ บาทต่อตัน รวมเบ็ดเสร็จ อยู่ที่ ๒,๕๐๐ บาท ฉะนั้นผมเชื่อมั่นว่าในอีกเดือน ๒ เดือนข้างหน้า ราคามันสำปะหลัง ในประเทศจะตกลงเนื่องจากปัญหาตลาดประเทศจีนไม่ได้รับซื้อ ด้วยมาตรการเดียวกันนี้ ข้อเสนอแนะก็คือรัฐบาลต้องจัดหาตลาดแถบยุโรป การเจรจาเพิ่มโควตาและเจรจาลดภาษี ตลาดเดิม และปรับปรุงคุณภาพมันสำปะหลังส่งออกให้ดีขึ้น เก็บภาษีนำเข้าข้าวสาลีและ ข้าวบาร์เลย์เพิ่มขึ้นให้เหมือนกับข้าวโพด ถ้ารัฐบาลไม่เปิดเจรจากับตลาดใหม่หวังประเทศจีน อย่างเดียวอนาคตของมันสำปะหลังก็จะมืดมน แล้วต้องกำหนดมาตรฐานโรงงานผลิต มันเส้นให้มีเครื่องร่อนดินแปลว่าทำมันเส้นสะอาด เพราะหลายครั้งที่เราเคยส่งออก มันสำปะหลังไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ปลอมปนไปกับมันสำปะหลังไม่ว่าเป็นแป้ง เป็นวัตถุที่ไม่พึงปรารถนาเจือปนไป ทำให้ประเทศที่รับซื้อเราส่งคืนมันสำปะหลังมาในอดีต อย่างที่เราเห็น แล้วในอนาคตมันสำปะหลังยังต้องพบกับปัญหาเรื่องของภัยแล้ง ขณะนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกให้ทราบว่าปีหน้าเป็นปีที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ขณะนี้ ปริมาณน้ำในเขื่อนต่าง ๆ ลดน้อยลงอย่างมากมาย ถ้ารัฐบาลไม่หาวิธีการบริหารจัดการน้ำ ที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกร เกษตรกรจะล่มสลาย มันสำปะหลังเป็นพืชที่คนส่วนใหญ่ เพาะปลูกในพื้นที่ที่ไกลแหล่งน้ำและระบบชลประทาน เป็นพื้นที่ที่มีความเป็นดินปนทรายสูง ไม่ได้เป็นดินเหนียวทำไม่ได้ มันสำปะหลังมีความจำเป็นการใช้น้ำในช่วงที่เจริญเติบโต ครั้งแรกก็คือใช้ระบบน้ำหยด ไม่ได้ใช้น้ำอะไรมากมาย ผมได้ให้ข้อเสนอแนะนี้กับรัฐบาลไป ในช่วงหนึ่งว่าอย่างน้อยกรมน้ำบาดาลต้องรีบเร่งไปเจาะน้ำบาดาล แล้วกระทรวงพลังงาน ก็ต้องทำพลังงานแสงอาทิตย์ไปสูบน้ำเพื่อจะใช้ระบบน้ำหยดไปสู่ระบบเกษตรกรที่ปลูก มันสำปะหลัง ถ้าอย่างนี้เกษตรกรก็จะมีโอกาสรอดได้ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกก็คือส่วนที่ ๒ นอกจากจะมีน้ำให้แล้วก็ควรจะมีการส่งเสริมวิจัยพันธุ์ มันสำปะหลังที่มีเชื้อแป้งมาให้เกษตรกรเพาะปลูก ให้มีเชื้อแป้งที่มีแป้งมาก ๆ และต้อง พยายามระมัดระวังเรื่องชายแดน เพราะประเทศไทยมีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนมากกว่า ๒๖ จังหวัด เพราะฉะนั้นท่าข้าม ธรรมชาติในวันไหนที่ราคาของมันสำปะหลังในประเทศไทยดีเพื่อนบ้านเขาจะมาช่วยขายด้วย แล้วไม่ได้มาช่วยขายอย่างเดียวนะครับ ก็ยังนำเอาโรคและแมลงระบาดเข้ามากับพันธุ์ มันด้วย ขณะนี้ในประเทศเพื่อนบ้านเป็นโรคใบด่างเยอะ ประเทศไทยก็เริ่มมีใน ๘ จังหวัด ถ้าไม่ลาม เราสามารถควบคุมได้ สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เกษตรกรคนปลูกมันสำปะหลัง ลืมตาอ้าปากได้ครับ ผมก็คิดว่าสิ่งที่ผมได้นำเสนอเรื่องของข้าวโพดและมันสำปะหลัง ที่เราได้ศึกษามาและส่วนหนึ่งก็จะเป็นเอกสารและข้อเสนอแนะส่งไปให้กับรัฐบาล ขอขอบคุณท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านครับ ขอบคุณมากครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ คณะต่อไปคือคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้ และสมุนไพรครับ ขอเรียนเชิญครับ
เชิญครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ และ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้ และสมุนไพรค่ะ
อนุกรรมาธิการนี้ได้วางแนวทางการศึกษาพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้ แล้วก็สมุนไพรในแต่ละประเภทอย่างเป็นระบบนะคะ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน ในการศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้และ สมุนไพรนั้นได้ศึกษาในลักษณะผลผลิตโดยรวมนะคะ และกำหนดการศึกษาพืชเศรษฐกิจ บางชนิดที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นหลัก โดยศึกษาผักเศรษฐกิจทั้งหมด ๔ ชนิด คือกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่และมันฝรั่ง และผลไม้เศรษฐกิจ ๖ ชนิด คือทุเรียน เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ ลำไยและลองกอง คณะอนุกรรมาธิการนั้นได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงได้ไปศึกษาดูงานในสถานที่ต่าง ๆ และได้สรุปผลการศึกษาไว้ดังนี้นะคะ
ในเรื่องของการชี้แจงนั้นดิฉันจะขอแบ่งออกเป็นปัญหาของผัก ผลไม้ และสมุนไพร โดยที่แบ่งเป็นต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ แล้วก็จะเสนอข้อเสนอแนะ ในการแก้ไขปัญหาเป็นแบบต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำเช่นกันนะคะ
ปัญหาหลักของผัก ผักโดยรวมนั้นไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของราคา เนื่องจาก มีพื้นที่เพาะปลูกผักจำกัด แต่ความต้องการการบริโภคภายในประเทศนั้นมีสูง ปัญหาหลัก จึงเป็นปัญหาในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ผลผลิตจะต้องมีความปลอดภัย ปลอดสารเคมี เป็นผักออร์แกนิก (Organic) ส่วนผักเศรษฐกิจโดยเฉพาะกระเทียม และหอมหัวใหญ่พบว่ามีการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศและประเทศจีนเข้ามา ตีตลาดทำให้สินค้าดังกล่าวของประเทศไทยมีราคาตกต่ำ
ปัญหาหลักของผลไม้ ประเทศไทยสามารถเพาะปลูกผลไม้ได้ในหลาย ๆ พื้นที่ เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะตลาด ต่างประเทศและประเทศจีน ปัญหาหลักของผลไม้เป็นในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพให้ได้ มาตรฐานสากลและเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้า คุณภาพของผลไม้นั้น ยังไม่เป็นที่ยอมรับจากต่างประเทศแม้ว่าเราจะมีมาตรฐานรับรอง แต่ก็ไม่ได้ตรวจได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่สามารถที่จะตรวจได้ทุกกล่อง ยังมีบางส่วนที่ผิดพลาด จึงทำให้ ต่างประเทศนั้นยังต้องส่งคนเข้ามาควบคุมในการดูแลเรื่องมาตรฐานอยู่ นอกจากนี้ปัญหา ในเรื่องของราคา ราคาผลไม้นั้นแปรปรวนและอาจจะไม่ได้ผลผลิตตามที่คาดหวังไว้ทั้งใน เรื่องปริมาณและคุณภาพ
ปัญหาหลักของพืชสมุนไพร ประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกสมุนไพรน้อย โดยเป็นการปลูกแซมนะคะ ไม่เน้นปลูกเป็นพืชเชิงเศรษฐกิจ ปัญหาหลักของสมุนไพรก็คือ การเพิ่มพื้นที่ปลูกในระบบแปลงใหญ่ การปลูกในระบบอินทรีย์เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพ มาตรฐานในการใช้วัตถุดิบเป็นการผลิตสมุนไพรและยา เรายังไม่เคยรวบรวมข้อมูลสมุนไพร อย่างจริงจังนะคะ ไม่มีบิ๊กดาต้า (Big data) และไม่เคยเก็บรวบรวมบรรยายสรรพคุณของ สมุนไพรว่าเป็นอย่างไรบ้าง จึงควรทำเรื่องนี้อย่างละเอียด การปลูกสมุนไพรนั้นก็เป็นการ ปลูกตามยถากรรม ยังไม่ได้มีตลาดรองรับที่แน่นอน
ต่อไปนะคะ จะแบ่งปัญหาเป็นปัญหาในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ของผัก ผลไม้ และสมุนไพร เป็นสไลด์ (Slide) ที่ ๑๖ เลยค่ะ ปัญหาในเรื่องของการผลิต ซึ่งเท่ากับว่าเป็นปัญหาในด้านของต้นน้ำ เกษตรกรขาดการวางแผนในด้านการผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในส่วนของปริมาณแล้วก็คุณภาพ เนื่องจาก ขาดองค์ความรู้ ข้อมูลและเครื่องมือต่าง ๆ ในการวิเคราะห์เพื่อวางแผนในการผลิต เกษตรกรมีการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง ยาฆ่าศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ผลผลิตจึงเป็น ผลผลิตที่อาจจะมีสารตกค้างหรือว่าสารเคมีปนเปื้อน ทำให้ไม่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก
ปัญหาในเรื่องของการแปรรูป ซึ่งเป็นปัญหากลางน้ำ เกษตรกรไทยคุ้นชิน กับการขายผลผลิตแบบสดมากกว่าจะเป็นการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ขาดการส่งเสริม และสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐในการผลิตแบบครบวงจรจนถึงการทำการตลาด การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในเชิงอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาส ทางการตลาดนั้นยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งในเรื่องของการสนับสนุนองค์ความรู้ การวิจัย พัฒนา การตลาดและเงินทุนที่จะสนับสนุนให้กับเกษตรกรแล้วก็ผู้ประกอบการ ปัญหาอุปสรรคของกฎระเบียบและขั้นตอนในการขอขึ้นทะเบียน และการให้อนุญาต ในการผลิตมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก
ปัญหาด้านการตลาดหรือว่าปัญหาด้านปลายน้ำ มีการนำเข้าสินค้าเกษตร ราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านและประเทศจีนเข้ามาตีตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้ผลผลิต ภายในประเทศมีราคาตกต่ำ การดำเนินโครงการทางด้านการตลาดและการบริหารจัดการ เพื่อการระบายผลผลิตส่วนเกินยังทำได้ไม่ดีพอ ภาครัฐยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร การแข่งขันจากล้งจีนเป็นปัญหาสำคัญในระยะยาวที่จะควบคุมตลาดผลไม้ไทย ทั้งในเรื่อง ของการเป็นผู้กำหนดราคาสินค้า คุณภาพ และมาตรฐานที่เขาต้องการ ตลอดจนการผูกขาดตลาด ปัญหาในเรื่องของกฎระเบียบ มาตรฐานทางภาษี การกีดกันทางการค้าของประเทศผู้นำเข้า เช่น การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบ พิธีการศุลกากร หรือว่าข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า เกษตรนำเข้าจากไทยในแต่ละปีของรัฐบาลจีนและเขตปกครองตนเองของมณฑลต่าง ๆ ในประเทศจีน เป็นต้น
นอกจากปัญหาต้นน้ำ กลางน้ำ แล้วก็ปลายน้ำแล้ว เรายังมีปัญหาในด้าน การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าด้วย หน่วยงานในการตรวจสอบ มาตรฐานสินค้าเกษตร อาหาร และยา แยกเป็นหลายหน่วยงานทำให้ขาดการบูรณาการ ในการทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ มีขั้นตอนหลายอย่างที่ไม่เชื่อมต่อกันทำให้การทำงานนั้น มีความล่าช้า มีปัญหาทางด้านกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับการ ปรับปรุงส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถผลิต แปรรูป แล้วก็ ส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห้องปฏิบัติการในการวิจัยและหน่วยตรวจสอบรับรองข้อมูล ยังมีจำนวนไม่ได้เพียงพอไม่ได้อยู่ในพื้นที่ และเครื่องมือก็ยังไม่ได้มีประสิทธิภาพเพียงพอ เกษตรกรไม่ได้รับการส่งเสริมให้นำเครื่องมือในการตรวจวัดคุณภาพผลผลิตที่มีคุณภาพมาใช้ เท่าที่ควร เช่นเครื่องวัดความสุกของทุเรียน เป็นต้น
ปัญหาในด้านการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน จะสังเกตได้ว่าในประเทศไทย ระบบการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางรางนั้นยังไม่ได้รับการพัฒนา ให้เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุน ระบบการขนส่งและกระจาย สินค้าก็ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ระบบการขนส่งทางรางไม่ได้รับการพัฒนาให้สามารถ ขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงสร้างพื้นฐานของการขนส่งสินค้า เช่น ห้องเย็น ท่าเรือพาณิชย์ สถานีขนถ่ายตู้สินค้ายังไม่ได้รับการพัฒนาและสนับสนุนได้อย่าง มีประสิทธิภาพและมีจำนวนไม่เพียงพอ ช่วงเวลาในการเปิด-ปิดด่านของประเทศไทย ไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาเปิด-ปิดด่านพรมแดนของประเทศเพื่อนบ้านทำให้เป็นอุปสรรค ในการค้าแล้วก็ในการขนส่งสินค้าด้วย แนวทางในการแก้ไขพัฒนา ปัญหาเรื่องผัก ผลไม้และสมุนไพรก็จะแบ่งออกเป็นมาตรการในการพัฒนาคุณภาพ ด้านการผลิต ด้านการแปรรูป แล้วก็ด้านการตลาด มาตรฐานการพัฒนาคุณภาพทางด้าน การผลิตนั้นก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งคุณภาพและปริมาณความต้องการของตลาด ส่งเสริมให้เกษตรกรวางแผนการผลิต โดยใช้การตลาดนำการผลิตเป็นการผลิตแบบเกษตร แปลงใหญ่ และการทำโซนนิง (Zoning) พื้นที่ปลูกพืชแต่ละชนิด ส่งเสริมการพัฒนาสายพันธุ์พืช ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และให้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตในระบบการเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และมาตรฐานจีเอพี (GAP) ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ส่งเสริมให้เกษตรกร นำเครื่องมือเครื่องจักร เทคโนโลยีเข้ามาใช้ทางการเกษตรให้มากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
มาตรการพัฒนาคุณภาพด้านการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าแล้วก็แก้ไข ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาผลไม้ตกต่ำ ราคาสินค้าตกต่ำ ส่งเสริมการนำผลผลิต ทางการเกษตรให้แปรรูปไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่งเสริมการดำเนินงานและงบประมาณ ให้กับหน่วยงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในการแปรรูปการผลิต ในช่วงที่เราศึกษาอยู่ เราจะพบว่าหน่วยงานในการวิจัยนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณเท่าที่ควร ส่งเสริม ให้โรงงานอุตสาหกรรมและโรงคัดบรรจุผลไม้เข้าสู่มาตรฐานสากล ต้องปรับปรุงกฎระเบียบ กฎหมายและหลักเกณฑ์ในการขอขึ้นทะเบียน การให้อนุญาตผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ จากผลไม้และสมุนไพร มาตรการพัฒนาในด้านของการตลาดนั้น การระบายผลผลิตส่วนเกิน เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นโดยใช้กลไกการตลาดระบายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ โดยการหาช่องทางการตลาดใหม่ ๆ มุ่งเน้นการซื้อของชนชั้นกลางในประเทศเป็นสำคัญ เพื่อช่วยเร่งระบายผลผลิตส่วนเกินจากแหล่งผลิตออกสู่ตลาด ในอดีตนั้นเราใช้เป็น การระบายสินค้าส่วนเกินไปสู่ตลาดเดิม ๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะระบายผลผลิตออกไปได้ มากขึ้นเท่าที่ควรนะคะ แต่ว่าตอนนี้ทางอนุกรรมาธิการก็จะเน้นไปที่ชนชั้นกลางเป็นหลัก ซึ่งจากการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการในเบื้องต้นนั้นก็มีบริษัทขายตรงจำนวน ๒ บริษัท ก็คือ บริษัท ทีเอ ลีดเดอร์ จำกัด และบริษัท ซัคเซสมอร์-บีอิ้งค์ จำกัด ได้แสดงเจตจำนง ในการยื่นหนังสือต่อกรรมาธิการเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการให้ความร่วมมือ ในการระบายสินค้าเกษตรล้นตลาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นจำนวนบริษัทละ ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัม ทั้ง ๒ บริษัทก็จะรวมเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ภาคธุรกิจเอกชนนั้น จะเข้ามามีบทบาทในการตอบแทนสังคม ช่วยเหลือเกษตรกรและภาครัฐในการแก้ไขปัญหา พืชผลทางการเกษตรล้นตลาดของประเทศไทยต่อไป
การแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายงบประมาณของจังหวัด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นสามารถเบิกจ่ายงบประมาณในรายการเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินเพื่อนำไปชำระผลผลิตทางการเกษตรที่เกษตรกรส่งไปขายในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ได้ก่อน การแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้นควรส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในการแปรรูปผัก ผลไม้ และสมุนไพรเพื่อเพิ่มมูลค่าการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก
ทีนี้มาดูในเรื่องของการขยายตลาดกันบ้างค่ะ ทางอนุกรรมาธิการ ก็มีแนวความคิดว่า จะต้องส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรในระบบบริการสุขภาพของประชาชน ทดแทนยาแผนปัจจุบันและนำไปใช้ในด้านปศุสัตว์ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ ส่งเสริม การขยายตลาดใหม่ในการส่งออกผัก ผลไม้และผลไม้ชนิดใหม่ ๆ ที่มีโอกาสและมีศักยภาพ ในการส่งออกไปขายในประเทศอื่น ๆ ส่งเสริมแบรนด์ (Brand) ผลไม้ไทย ทั้งในระดับประเทศ และท้องถิ่นก็มีการควบคุมการนำเข้าและการค้าที่ไม่เป็นธรรม ควรจัดระเบียบล้งจีนให้เข้า สู่ระบบการควบคุม การตรวจสอบตามกฎหมาย แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการซื้อยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยให้ภาครัฐกำหนดแหล่งที่มาของวัตถุดิบสมุนไพรว่าจะต้องมาจาก ภายในประเทศเท่านั้น เนื่องจากว่าในการศึกษาในอนุกรรมาธิการนั้น เราพบว่ามีการนำเข้าสมุนไพรจาก ต่างประเทศเข้ามาเป็นสารตั้งต้นในการผลิตสมุนไพรหรือว่าผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจาก สมุนไพรอย่างมากนะคะ เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร ที่นำเข้าจากต่างประเทศ การส่งเสริมการค้าต้องมีการอำนวยความสะดวกในการส่งเสริม การส่งออกแบบเบ็ดเสร็จทั้งข้อมูลข่าวสาร กฎระเบียบต่าง ๆ พัฒนาระบบสารสนเทศ ให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิตและการตรวจสอบย้อนกลับ พิจารณาขยายเวลาในการ เปิด-ปิดด่านพรมแดนให้สอดคล้องกับประเทศที่เราจะส่งออกสินค้าไปขาย นำกรอบ ความร่วมมือที่ประเทศไทยและประเทศจีนเป็นประเทศในสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มาเจรจาในการขอลดภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้านำเข้าจากประเทศจีนในอัตราที่เท่าเทียมกัน ทุกประเทศ มาตรการด้านการพัฒนาตรวจสอบและการรับรองมาตรฐานสินค้า ควรรวม หน่วยงานที่ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรให้เป็นหน่วยงานเดียวกันในรูปแบบ ของหน่วยงานอิสระเพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายทำงานได้อย่างสอดคล้องแล้วก็ทำงานเป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนให้มีห้องปฏิบัติการในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสินค้า เกษตรและสารสกัดสมุนไพร รวมทั้งห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ ส่งเสริมให้มีการจัดทำมาตรฐาน วัตถุดิบสารสกัดผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ดี ส่งเสริมให้มีการจัดทำเอกสารกล่าวอ้างทางสุขภาพ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร ส่งเสริมการสร้างการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการนำเครื่องมือ ตรวจสอบคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรมาใช้ มาตรการพัฒนาทางด้านการขนส่งและ โครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาระบบขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ทางราง ให้เชื่อมต่อกัน อย่างมีประสิทธิภาพจากแหล่งผลิตสู่ตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ พัฒนาระบบ ขนส่งทางรางให้สามารถขนส่งสินค้าทางการเกษตรได้จริงและมีประสิทธิภาพ สนับสนุน ให้มีการจัดตั้งศูนย์ฉายรังสีประจำภูมิภาคที่ใกล้จุดผ่านแดน การสร้างห้องเย็น จุดพัก และการกระจายสินค้า เครื่องมือเครื่องจักรและอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการขนถ่ายสินค้า
มาตรการสุดท้าย ก็คือการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ มาใช้เพื่อยกระดับการผลิตการตลาดและความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งในวันนี้เราเตรียม ๒ รูปแบบเพื่อที่จะมาสาธิตให้สมาชิกทุกท่านได้รับชมกันนะคะ อันแรกก็คือไทย ฟรุต แมป (Thai fruit map) ก็คือแผนที่ผลไม้ จริง ๆ แล้วชื่อภาษาไทยก็คือโครงการพัฒนาเว็บท่า เพื่อผลไม้ เดี๋ยวจะมีต้นแบบของเว็บ (Web) มาให้ทุกท่านได้ชมกันด้วยค่ะ เดี๋ยวขอเจ้าหน้าที่ เปิดเว็บไซต์ (Website) ด้วยนะคะ ชื่อภาษาไทยว่าโครงการพัฒนาเว็บท่าเพื่อผลไม้ไทยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ไทย ฟรุต แมป (Thai fruit map) ก็เดี๋ยวรอโหลด (Load) สักแป๊บหนึ่งนะคะ อันนี้หน้าตาก็จะเป็นแบบนี้ ถ้าเกิดว่าเราสนใจ ในเรื่องของทุเรียนลองคลิก (Click) ไปที่ทุเรียนก็จะเห็นเป็นภาพนี้นะคะ ก็จะรู้ว่าในประเทศไทย มีทุเรียนในจังหวัดใดบ้าง แล้วก็ถ้าทุกท่านลองคลิก (Click) สมมุติว่าคลิก (Click) ที่ทุเรียน ในจังหวัดระยองก็จะมีข้อมูลของจังหวัดระยองมาทุก ๆ สวนเลยนะคะ อาจจะมี ๑๐ สวน ๒๐ สวน หรือ ๑๐๐ สวนก็ได้ แล้วก็ข้อมูลก็สามารถที่จะกดลิงก์ (Link) ได้เลยนะคะ กดลิงก์ (Link) ที่สวนใดสวนหนึ่งที่ท่านสนใจนะคะ ลองกดได้เลยคะ พอกดไปสวนที่เราสนใจ ก็จะขึ้นมา โดยที่มีข้อมูลในเรื่องของเวลาเปิด-ปิด ราคา หรือว่ามีข้อมูลในเรื่องที่เกี่ยวกับ สถานที่ท่องเที่ยวมีแผนที่ให้ด้วยนะคะ ทุกท่านสามารถที่จะกดในแผนที่เข้าไปได้เลย แล้วมันก็จะเชื่อมกับกูเกิล แมป (Google map) ให้นะคะ เดี๋ยวขอเป็นสไลด์ (Slide) ถัดไป นอกจากจะมีข้อมูลทั่ว ๆ ไปของสวนที่เราสนใจแล้วก็ยังสามารถที่จะทำการจองล่วงหน้าได้ด้วย เดี๋ยวขอสไลด์ (Slide) ตัวอย่าง การจองล่วงหน้าเป็นอย่างไรรอสักครู่นะคะ คือการที่มีเว็บไซต์ (Website) อันนี้มันจะทำให้เจ้าของสวนก็สามารถที่จะขายผลไม้ได้เอง มันเป็นการที่จะเชื่อมต่อ ระหว่างผู้บริโภคแล้วก็คนขาย โดยที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ถ้าลองคลิก (Click) ดูที่จองล่วงหน้า อันนี้มันยังคลิก (Click) ไม่ได้จริง เพราะว่าอันนี้มันเป็นเว็บไซต์ (Website) ต้นแบบ ถ้าเกิดว่าทุกท่านคลิก (Click) คำว่า จองล่วงหน้า เสร็จแล้วมันก็จะมีให้ใส่ชื่อนามสกุล ข้อมูลของเราลงไปเป็นแบบนี้ จองได้แล้วนะคะ ยังสามารถที่จะสร้างทัวร์ (Tour) ได้อีก ลองคลิก (Click) สร้างทัวร์ (Tour) นะคะ ข้อมูลของทุกท่าน สมมุติว่าท่านอยากไปสวน สุภัทราแลนด์ก็สามารถคลิก (Click) เพิ่มเข้าไป ถ้าสมมุติว่าอยากจะไปสวนละไมก็คลิก (Click) เพิ่มเข้าไปอีกสวนหนึ่ง และพอเรายืนยันมันก็จะมีการประมวลผลมาให้ว่าเส้นทาง ควรที่จะเป็นอย่างไร นอกจากนั้นก็ยังสามารถที่จะเลือกไกด์ได้ด้วย สามารถเลือกไกด์ได้เลย ในเว็บไซต์ (Website) นี้นะคะ นอกจากนั้นเว็บไซต์ (Website) นี้ต้องทำให้รองรับ ๕ ภาษา เป็นอย่างน้อย หรือจะกี่ภาษาก็ได้แล้วแต่เราทำ อันนี้มันจะเป็นการยกระดับผลไม้ไทย ให้เข้าสู่เศรษฐกิจ 4.0 อย่างแท้จริง เว็บไซต์ (Website) นี้จะทำให้เราได้รับเขาเรียกว่า มีหน้าร้าน เป็นแบบหน้าร้านออนไลน์ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ สวนเลยทีเดียว พูดคุยติดต่อ กับลูกค้าได้โดยตรง รับจองชมสวนได้ จัดทัวร์ (Tour) บริการเองได้แล้วก็ยังสามารถที่จะ ขายผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีก อันนี้ก็คือจบในเรื่องของไทย ฟรุต แมป (Thai Fruit Map)
ต่อไปอีกอันหนึ่งก็จะเป็นระบบการติดตามตรวจสอบย้อนกลับ โดยอาศัย คิวอาร์ โค้ด (QR code) เปิดสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ได้เลยนะคะ ทุกท่านคะ ดิฉันขอ ประชาสัมพันธ์นิดหนึ่งว่าในเอกสารนี้เราแจกให้ทุกท่านไปแล้ว ถ้าเกิดท่านใดอยากที่จะ สแกน (Scan) ตามก็สามารถที่จะทำตามคู่มือที่ทุกท่านได้รับแจกไปได้เลย ถ้าสมมุติว่า เราสแกนคิวอาร์ โค้ด (Scan QR code) ตามนี้ พอสแกน (Scan) ปุ๊บมันก็จะมีข้อมูลออกมา ว่าเป็นผลิตภัณฑ์อะไร มาตรฐานการรับรองอะไร น้ำหนักเท่าไร จำนวนบรรจุเท่าไร วันที่เก็บ เก็บมาตั้งแต่วันไหน หมดอายุวันไหน แล้วก็มาจากที่ไหนในประเทศไทย ต้นกำเนิดมาจากที่ใด นอกจากนี้ก็ยังจะอัปโหลด (Upload) คลิปวิดีโอ (Clip video) ไปได้ด้วย หมายถึงว่า คลิปวิดีโอ (Clip video) อะไรคะ คลิปวิดีโอ (Clip video) ที่เป็นการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ สวนนั้น ๆ รวมถึงเอกสารการรับรองคุณภาพก็สามารถที่จะคลิกลิงก์ (Click link) เข้าไปได้เลย ถ้าสมมุติว่าเราลองคลิก (Click) แล้ว อันนี้มันก็ยังเป็นต้นแบบอยู่ พอลองคลิก (Click) แล้ว ด้านซ้ายก็จะเป็นในส่วนของใบรับรอง ด้านขวาทุกท่านค่ะเป็นเอกสารก็จะหน้าตาแบบนี้ มันแล้วแต่ว่าจะเป็นเอกสารรับรองของอะไร อันนี้เป็นไฮไลต์ (Highlight) มาก ๆ เลยค่ะ พอเราสแกนคิวอาร์ โค้ด (Scan QR code) เข้าไป มันสามารถที่จะรู้ได้เลยว่าจำนวนคน ที่สแกนคิวอาร์ โค้ด (Scan QR code) นั้นมีจำนวนกี่คน หมายความว่าอันนั้นก็คือผู้ที่สนใจ ในสินค้าเรา นอกจากนั้นยังรู้ตำแหน่งของคนที่สแกน (Scan) อีกด้วยว่าสแกน (Scan) อยู่ที่ไหน สแกน (Scan) อยู่ในประเทศไทยหรือเปล่า หรือว่าสแกนอยู่ประเทศจีน หรือว่า สแกน (Scan) อยู่ประเทศฮ่องกง เมื่อเราได้ข้อมูลเหล่านี้มาแล้วคือเราได้อะไร ๑. คือได้รู้ว่า เราขายสินค้าอะไร ขายได้จำนวนเท่าไร แล้วก็ลูกค้าอยู่ตำแหน่งไหนบนโลกใบนี้ นั่นก็คือ บิ๊กดาต้า (Big data) ตัวบิ๊กดาต้า (Big data) อันนี้ทำให้เราสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ แล้วก็ใช้ประโยชน์ ในการวางแผนวิเคราะห์ในส่วนอื่น ๆ ได้ต่อไปค่ะ นอกจากนี้ทุกท่านยังไม่ต้องกลัวว่า คิวอาร์ โค้ด (QR code) อันนี้จะถูกนำไปถ่ายเอกสาร หรือว่าจะไปปลอมแปลงคิวอาร์ โค้ด (QR code) ได้ คือไม่สามารถที่จะปลอมแปลงได้ ไม่สามารถที่จะลอกเลียนแบบได้เพราะว่า มีเทคโนโลยีอันหนึ่งที่เราจะใส่เข้าไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะปลอมแปลงได้ ถ้าเกิดว่าเป็น คิวอาร์ โค้ด (QR code) ปลอมเวลาสแกน (Scan) ก็จะไม่ขึ้นข้อมูลก็จะเห็นเป็นดำ ๆ ในจอแบบนี้ ในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้ และสมุนไพร ก็ขออนุญาตจบเพียงเท่านี้ ขอบคุณค่ะ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ คณะต่อไปคือคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องมะพร้าวและ สับปะรดครับ เรียนเชิญครับ
ขออนุญาต ทางท่านอนุกรรมาธิการ การรายงานของทุกคณะอนุกรรมาธิการก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ถ้าจะกระชับ ๆ นิดหนึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ ช่วยกระชับเวลานิดหนึ่งเพราะว่าเนื้อหา รายละเอียดอยู่ในเอกสารพอสมควรแล้ว เราอธิบายพอคร่าว ๆ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้เข้าใจ ในเจตนารมณ์ในวัตถุประสงค์ก็คงจะไปค้นคว้าต่อในเอกสารได้ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ และท่านสมาชิกทุกท่านครับ ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องมะพร้าวและสับปะรด ขอกราบเรียนชี้แจงดังนี้ครับ พื้นที่ปลูกมะพร้าวทั่วประเทศประมาณ ๗๖๐,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่ที่ปลูกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มากที่สุดประมาณ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ ผลผลิตมะพร้าวต่อปี ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ ตัน ความต้องการใช้ภายในประเทศประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี แต่ทำไมราคามะพร้าว ตกต่ำเมื่อผลผลิตน้อยกว่าความต้องการใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทำมะพร้าวขาวหรือมะพร้าว กะทิสำเร็จรูป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๕ เปอร์เซ็นต์ มะพร้าวหัวขูดหรือมะพร้าวบริโภค ภายในประเทศ อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ทำน้ำมันมะพร้าว ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้ประชุมทั้งหมด ๖ ครั้ง และประชุมนอกสถานที่ ๒ ครั้ง ทางคณะอนุกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาทั้งหมด ๗ องค์กร ๗ หน่วยงาน ๑. ตัวแทนเกษตรกร ๒. กรมการค้าภายใน ๓. กรมการค้า ต่างประเทศ ๔. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ๕. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ๖. กรมวิชาการเกษตร ๗. กรมศุลกากร ๘. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ๙. ผู้ประกอบการเมื่อเราวิเคราะห์สาเหตุมะพร้าวตกต่ำก็มีสาเหตุหลัก ๆ มาไม่กี่ประการ
ประการแรก คือประการที่สำคัญที่สุดในการป้องกันราคามะพร้าวตกต่ำ คือการลักลอบนำมะพร้าวจากต่างประเทศเข้ามา
ประการที่ ๒ การนำมะพร้าวเข้ามาโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น เมื่อเรามาประชุมปัญหาหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวตกต่ำ ก่อนที่เราจะตั้งอนุกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งราคามะพร้าวประมาณ ๕.๕๐ บาท ถึง ๖.๕๐ บาท และปัจจุบันราคามะพร้าวขั้นต่ำ ๑๕ บาท บางจุดก็ ๒๐ บาท บางแห่งก็ ๒๑ บาท ๒๒ บาท เมื่อเรารู้หลักการและเหตุผล แล้วเราประชุมกันทั้งหมด ๖ ครั้ง นอกสถานที่ ๒ ครั้ง เราสรุปได้ดังนี้
๑. การป้องกันการลักลอบนำมะพร้าวต่างประเทศที่เข้ามาหรือเรียกว่า มะพร้าวเถื่อน ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดและจริงจัง และมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลด้วย
๒. การอนุญาตนำมะพร้าวเข้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งไม่ขัดตามหลักการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอ (WTO)
สุดท้ายคณะอนุกรรมาธิการประชุมและสรุปก็ให้นำเข้าได้ ๒ ท่า คือท่าเรือ คลองเตย และท่าเรือแหลมฉบัง มะพร้าวเป็นสินค้าควบคุมเมื่อเข้าถึงท่าเรือคลองเตยและ ท่าเรือแหลมฉบัง เพราะฉะนั้นการขนย้ายก็ต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน สมมุติว่า เข้ามา ๑ คอนเทนเนอร์ (Container) ขึ้นรถทะเบียน ๑๒๓๔ จะย้ายไปจังหวัดไหนจุดไหน ของโรงงานที่ประกอบการมะพร้าวต้องแจ้งกรมการค้าภายใน
๓. มาตรการต่าง ๆ ที่เรากล่าวมาแล้วข้างต้นเราต้องป้องกันตามหลักเกณฑ์ กติกาการนำเข้าอย่างเข้มงวด อย่างเช่นการตรวจสุขอนามัยคือศัตรูของแมลงมะพร้าว ๒. ระเบียบต่าง ๆ ที่เรานำเข้ามาให้ถูกต้องตามหลักการค้ากติกาโลกซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ เรามีการนำเข้าเฉพาะนอกกรอบดับเบิลยูทีโอ (WTO) ส่วนในกรอบอาฟตา (AFTA) ช่วงนี้ ไม่มีการอนุมัตินำเข้า และในกรอบดับเบิลยูทีโอ (WTO) ก็ไม่มีการนำเข้า นำเข้าเฉพาะ นอกกรอบดับเบิลยูทีโอ (WTO) ซึ่งผู้นำเข้าต้องเสียภาษี ๕๔ เปอร์เซ็นต์ เมื่อท่านนำเข้ามา ผลิตกะทิสำเร็จรูปเพื่อการส่งออกท่านก็สามารถที่จะคืนภาษีได้ด้วย เพราะฉะนั้นหลักการ ใหญ่ ๆ ในการป้องกันราคามะพร้าวตกต่ำ คือการลักลอบนำมะพร้าวจากต่างประเทศเข้ามา และการอนุมัตินำมะพร้าวให้เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย ทำอย่างไรให้สมดุลกันทั้งเกษตรกร อยู่ได้และผู้ประกอบการโรงงานอยู่ได้ด้วย นี่คือส่วนของมะพร้าวสั้น ๆ ส่วนการส่งเสริมให้ พี่น้องประชาชนเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวปลูกมะพร้าวเพิ่มขึ้นเพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ มีศัตรูแมลงมะพร้าวโดยเฉพาะหนอนหัวดำ หรือตัวดำหนาม แมลงดำหนาม ซึ่งทำให้ มะพร้าวลดพื้นที่ เกษตรกรลดพื้นที่การปลูกมะพร้าวมาเป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้น อนุกรรมาธิการก็ได้รวบรวมและประชุมก็ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ส่งเสริมปลูกมะพร้าวเพิ่ม โดยที่มะพร้าวอายุ ๕๐ ปีขึ้นไปก็ให้ปลูกซ่อมแซม และ ๓. ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบวิจัย หาพันธุ์มะพร้าวที่ใหม่ ๆ และท้ายที่สุดของการกำจัดศัตรูมะพร้าวก็ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ รีบเร่งแก้ไขปัญหาที่มันเกิดขึ้น นี่คือส่วนของมะพร้าว
ในส่วนของสับปะรด ปัญหาของสับปะรดปีนี้จะมีปัญหาน้อยมาก เพราะว่า เมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้วพี่น้องเกษตรกรไม่ได้ปลูกสับปะรดเพราะว่าราคามะพร้าวถูกลดพื้นที่ เพื่อไปปลูกพืชอื่น เพราะฉะนั้นปีนี้ราคาสับปะรดประมาณ ๗ บาทบวกลบและผู้ประกอบการ ทางโรงงานก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เพราะฉะนั้นมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามที่คณะอนุกรรมาธิการ หลายคณะจะจัดโซนนิง (Zoning) และจัดโน้น ปัญหาที่เกิดขึ้นก็พยายามแก้ไขปัญหาอยู่ ส่วนปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ กับผู้ประกอบการโรงงานกับหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าการจ้างแรงงาน ต่างด้าวซึ่งมีปัญหาอยู่ตามสื่อต่าง ๆ คณะอนุกรรมาธิการก็ได้ประชุมเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบมาแก้ปัญหาลุล่วงไปด้วยดีครับ เพราะฉะนั้นคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้ประชุม และผลที่ออกมาก็มีประสิทธิภาพมีประสิทธิผลพอสมควรครับ ขอบคุณมากครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ คณะต่อไปคือคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องอ้อยนะครับ เรียนเชิญครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการและฐานะประธาน คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องอ้อย กระผมกราบเรียนว่าเรื่องอ้อย อาจจะแตกต่างจากพืชทางการเกษตรชนิดอื่นนะครับ เพราะว่าอ้อยนั้นถือว่าเป็นพืชที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของกระทรวงอุตสาหกรรมแตกต่างจากพืชชนิดอื่น จะเป็นความรับผิดชอบ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อ้อยเป็นพืชที่มีกฎหมายรองรับ คือมีพระราชบัญญัติ อ้อยและน้ำตาลทราย ปี ๒๕๓๗ เป็นตัวที่กำกับระบบต่าง ๆ อยู่ และอ้อยเป็นพืชที่เกษตรกร เป็นผู้ปลูกอ้อย โรงงานน้ำตาลเป็นผู้ผลิตน้ำตาลจากอ้อยนั้นนำไปจำหน่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ นำเงินที่ได้หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาแบ่งให้เกษตรกร ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ให้โรงงานน้ำตาล ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือความแตกต่างที่อ้อยแตกต่างจากชนิดอื่น ประเทศไทยของเรานั้นปลูกอ้อยได้ปีละประมาณ ๑๑๐-๑๓๐ ล้านตัน อ้อยทั้งหมด ถูกนำไปผลิตเป็นน้ำตาลทรายนำไปจำหน่าย น้ำตาลทรายเราผลิตได้ประมาณปีละ ๑๔ ล้านตัน นำไปจำหน่ายในต่างประเทศ ๒.๖ ล้านตัน แล้วก็จำหน่ายในตลาดโลกอีก ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือความแตกต่างที่ผมอยากกราบเรียนครับ อ้อยนั้นเนื่องจากมีปัญหาซับซ้อนมาก การแก้ปัญหาเรื่องอ้อยต่าง ๆ นั้นต้องกราบเรียนว่าเราได้แบ่งปัญหาของอ้อยออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือปัญหาที่ส่งผลโดยตรงกับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ส่วนที่ ๒ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น จากความต้องการมีผลกระทบต่อปริมาณความต้องการใช้และราคาของน้ำตาลทราย และผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาลทรายครับ
สำหรับในปัญหาที่เกิดขึ้นจากผลโดยตรงกับเกษตรกรนั้นก็แบ่งออกได้เป็น ราคาอ้อยตกต่ำ คือส่วนที่ ๑ ปัญหาราคาอ้อยตกต่ำเป็นปัญหาใหญ่ เป็นปัญหาหลักที่เกิดขึ้นกับ เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ส่วนที่ ๒ ก็คือมาตรการไฟไหม้และรถตัดอ้อย เรียกว่าอ้อยไฟไหม้ ปีนี้จะเป็นปัญหาหนักสำหรับเกษตรกร เพราะว่าแรงงานต่าง ๆ ในการตัดอ้อยนั้นถ้าเป็น อ้อยสดจะหายากมาก เกษตรกรส่วนหนึ่งที่ผ่านมาก็จะมีการเผาอ้อย
ต่อไปอีกเรื่องหนึ่งก็คือต้นทุนการผลิตอ้อยเพิ่มสูงขึ้น นี่ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นกับ เกษตรกร การขนส่งอ้อยไปยังโรงงานก็มีปัญหาเพราะว่าอ้อยต่าง ๆ ที่ขนไปนั้นอาจจะต้อง สูงกว่ารถบรรทุกธรรมดา น้ำหนักอาจจะมาก แถมรถบรรทุกไปจอดรอไม่ใช่ไปถึงแล้วส่งอ้อยได้ ต้องจอดรอหลายวันทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้น
อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ว่าเกษตรกรได้ ๗๐ ส่วน โรงงานน้ำตาลได้ ๓๐ ส่วนนั้นยังมีข้อที่จะต้องพิจารณากันอีกต่อไป
อีกประการหนึ่ง คือปัญหาการขึ้นทะเบียนชาวไร่อ้อย ปกติแล้วชาวไร่อ้อยจะ ได้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากการช่วยเหลือของรัฐบาลก็ดี จากสมาคมชาวไร่อ้อยก็ดีจะต้อง เป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนชาวไร่อ้อย ซึ่งขณะนี้ติดตามดูแล้วเกษตรกรจำนวนไม่น้อยปลูก อ้อย ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ แล้วไม่ไปขึ้นทะเบียนทำให้เสียโอกาสที่จะได้รับเงินช่วยเหลือต่าง ๆ
สำหรับปัญหาที่มีผลกระทบกับปริมาณความต้องการใช้และราคาของ น้ำตาลทรายนั้น กราบเรียนว่าปัญหาก็คือมีการยกเลิกเรียกว่าโควตา ก หรือยกเลิกควบคุม การผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายในประเทศ จากเดิมที่มีการควบคุมมีการกำหนด มาโดยตลอดพอรัฐบาลชุดที่ผ่านมาประกาศยกเลิกโควตา ก ทำให้แต่ละโรงงานก็ผลิตน้ำตาล ออกมาแข่งกันขายราคาตกมีผลกับเกษตรกร
ปัญหาอีกประการหนึ่งก็คืออ้อยล้นตลาดปีละ ๑๒๐-๑๓๐ ล้านตัน ถ้านำไป ผลิตน้ำตาลอย่างเดียวปัญหาต้องเกิดขึ้นตลอดไปจึงมีการนำอ้อยไปผลิตเป็นพลังงานทดแทนไป ผลิตเป็นเอทานอล (Ethanol) เอทานอล (Ethanol) ก็มีปัญหาอีกว่ามีการกำหนดเป็นแผน เรียกว่า แผนการผลิตพลังงานทดแทน ซึ่งแผนปี ๒๕๐๐ แผนของเออีดีพี ๒๐๑๘ (AEDP 2018) ได้กำหนดให้อ้อยได้ลดโควตา การผลิตเอทานอล (Ethanol) จากวันละ ๑๑.๓ ล้านตัน ลดลงมาเป็นวันละ ๖.๓ ล้านตัน ทำให้การวางแผนการเตรียมจะลงทุนการผลิตเอทานอล (Ethanol) จากอ้อย จากมันสำปะหลังมีปัญหานี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น ผมกราบเรียนว่าในเรื่องดังกล่าวนั้น ปัญหาก็เกิดขึ้นมาโดยตลอด ผมจะพยายามสรุปเพราะเห็นท่านประธานได้แนะนำให้เราสรุป เท่าที่กราบเรียนนะครับ ปัญหาการส่งเสริมการผลิตเอทานอล (Ethanol) เป็นเชื้อเพลิงนั้น เป็นปัญหาที่จะต้องใช้ความละเอียดอ่อน เพราะว่าการนำอ้อยออกจากระบบจำนวนปริมาณอ้อยออกมากที่สุดก็คือการผลิตเอทานอล (Ethanol) ส่วนการเอาอ้อยออกไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นนั้น กราบเรียนว่าเป็นเรื่อง ที่นำอ้อยไม่มาก แต่มูลค่าสูงก็มีส่วนเหมือนกันทำให้การผลิตเอทานอล (Ethanol) ก็ดี ผลิตสาร เช่น พวกพลาสติกชีวภาพ พวกกรดแลกติก (Lactic) หรืออย่างอื่นเป็นเครื่องสำอาง บ้าง เป็นพวกยาบ้างต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับจึงเป็นปัญหาที่สำคัญ ผมจะสรุปว่า ในเรื่องของอ้อยนั้นเรามีปัญหาต่าง ๆ อีกอันหนึ่งก็คือปัจจุบันมีการเก็บภาษีความหวาน ปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มต่าง ๆ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ และพอ ๒ ปีก็เพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่า เป็นภาษีแบบก้าวหน้า ทำให้มีการนำน้ำตาลไปผลิตเป็นเครื่องดื่มต่าง ๆ ก็จะมีข้อจำกัด ที่ลดลง กรณีแบบนี้โรงงานผลิตเครื่องดื่มหลายแห่งก็เตรียมที่จะนำสารทดแทนความหวาน เข้ามาแทน แต่รัฐบาลไม่ได้เก็บภาษีจากสารทดแทนดังกล่าวแต่เก็บเฉพาะเรื่องน้ำตาล ซึ่งก็จะมีผลกระทบในส่วนนี้อาจจะแก้ไขได้ โดยนำเงินภาษีบางส่วนอย่างปีที่แล้วเราเก็บภาษี จากน้ำตาลในเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้ประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ปีนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวก็น่าจะ มากพอสมควร ถ้าได้นำเงินส่วนนี้บางส่วนมาช่วยเกษตรกรชาวไร่อ้อยก็จะทำให้การ ดำเนินการต่าง ๆ ได้ผลดีขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ก็กราบเรียนเป็นข้อเสนอแนะ ระยะสั้นว่าในการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ตอนนี้มีเงินที่รัฐบาลช่วยเหลือเป็นปัจจัยการผลิต กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ถ้าปีที่แล้วก็ประมาณ ๖,๕๐๐ ล้านบาท คณะอนุกรรมาธิการ ก็ขอให้รัฐบาลได้จัดสรรเพิ่มเติมเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้ปีที่แล้วเราช่วยเกษตรกร ได้ตันละ ๗๐ บาท ๗๐ บาทก็แบ่งเป็นช่วงแรกได้ไป ๕๓ บาท ช่วงหลังได้ไปอีก ๑๗ บาท ถ้า ๒ ส่วนร่วมกันเป็น ๗๐ บาท แต่ถ้ารัฐบาลจัดสรรเงินเพิ่มเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จะทำให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือในเรื่องปัจจัยการผลิต ซึ่งปัจจุบันต้นทุนการผลิตอ้อย ก็สูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการปลูก การกำจัดศัตรูพืช ซึ่งขณะนี้ก็กราบเรียนว่าการกำจัด ศัตรูพืชก็มีปัญหาอีก เพราะว่าสารกำจัดศัตรูพืชที่ใช้อยู่และได้ผลมากก็คือพวกพาราควอต (Paraquat) ต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลพอหยุดก็จำเป็นต้องฝากว่าต้องหาสารอื่นมาทดแทนยาฆ่าหญ้า ที่เกษตรกรใช้ คืออย่าให้ราคาสูงเกินไป อย่าให้เป็นพิษเป็นภัยกับมนุษย์และจะต้องมีคุณภาพ สามารถกำจัดหญ้าได้ไม่น้อยกว่าสารเดิมที่ใช้อยู่นั่นคือสิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่สำหรับรัฐบาล เกษตรกรเดือดร้อนเรื่องนี้มากพอสมควร เพราะปัจจุบันราคาต้นทุนสูงขึ้นมาก
ในระยะสั้นอีกเรื่องหนึ่งก็คือการแก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย ปี ๒๕๒๗ ว่าจะต้องเพิ่มในเรื่องของผลิตภัณฑ์จากอ้อยว่าน้ำอ้อยก็ดี ผลิตภัณฑ์อื่นก็ดี จากน้ำตาลในการผลิตน้ำตาลทรายหรือผลิตอย่างอื่นให้สามารถนำมาคำนวณเป็นส่วนที่จะ แบ่งส่วนผลประโยชน์ชาวไร่อ้อยกับทางโรงงานที่ผลิตดังกล่าว เพราะปัจจุบันเราได้เฉพาะ ที่ผลิตเป็นน้ำตาลและบางส่วนก็ได้จากกากน้ำตาล ส่วนกากอ้อยที่นำไปผลิตกระแสไฟฟ้า ยังไม่นำมาคำนวณ หรือว่าน้ำอ้อยที่ได้จากต้นอ้อยขณะนี้ก็ยังไม่ใช่สารที่จะมาคำนวณ ตามพระราชบัญญัติเดิม เพราะฉะนั้นการแก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งขณะนี้ทราบว่ายังอยู่ที่กฤษฎีกาและมีปัญหาพอสมควรก็เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ของเราจะต้องเข้ามาช่วยกันในส่วนนี้ เพราะว่าเท่าที่ทราบทางรัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหา บางส่วนไม่ได้ครบถ้วนก็เป็นหน้าที่ของพวกเราในสภาผู้แทนราษฎรจะช่วยกันก็กราบเรียนว่า ในระยะยาวการวิเคราะห์วิจัยในเรื่องการนำอ้อยไปผลิตเป็นสารผลิตภัณฑ์อื่นนอกจากน้ำตาล ซึ่งจะทำให้มีมูลค่าสูงขึ้น ถึงแม้จะใช้ปริมาณอ้อยน้อยลงแต่ก็เป็นเรื่องที่พวกเราจะต้อง พิจารณาช่วยกันครับ ผมคิดว่าในการนำเสนอวันนี้จะพยายามรวบรัดให้เหลือเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ซึ่งท่านสามารถอ่าน เพิ่มเติมได้จากรายงานที่เราส่งถึงมือทุกท่านแล้วครับ คณะสุดท้ายคือคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องปาล์มและยางพารา เรียนเชิญครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ในฐานะที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษา ปัญหาเรื่องปาล์มและยางพารา ซึ่งสถานการณ์ปาล์มน้ำมันนะครับ ปาล์มน้ำมันที่ผลิตได้ทั่วโลก ๗๔ ล้านตัน อันดับ ๑ ก็คือประเทศอินโดนีเซีย อันดับ ๒ ประเทศมาเลเซีย อันดับ ๓ คือประเทศไทย ความต้องการที่เราใช้ในขณะนี้ใช้น้อยกว่าจึงเกิดปัญหาทำให้ราคาปาล์มน้ำมัน ตกต่ำ ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ได้ดูแล้วว่าการจะแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันได้จะทำอย่างไรบ้าง ก็คือวันนี้ต้องเร่งนำปาล์มน้ำมันมาผลิตเป็นปาล์มขวดขายในราคาถูก ซึ่งในขณะนี้มีปาล์มน้ำมัน จากประเทศมาเลเซียมาขายลิตรละ ๒๑ บาท ถ้าเราผลิตปาล์มขวดขายสู้กับเขาที่ชายแดน ประเทศมาเลเซีย ๒๐ บาท นอกจากนั้นแล้วก็มีปาล์มขวดตามชายแดนเขมร ประเทศพม่า และประเทศลาว อันที่ ๒ ก็นำปาล์มน้ำมันมาปั่นกระแสไฟฟ้า และสิ่งที่จะเกิดประโยชน์ และลดปริมาณปาล์มน้ำมันได้มากที่สุดก็คือ นำปาล์มน้ำมันมาทำ บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) และบี ๑๐๐ (B100) นะครับ ก็จะแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันให้กับพี่น้องประชาชนได้ ส่วนยางพาราในขณะนี้เราผลิตได้ปีละประมาณ ๕ ล้านตัน เราใช้น้อยกว่าที่ผลิตได้ แล้วก็จำนวนยางพารา ต้นยางพารามากขึ้น จึงมีนโยบายที่รัฐบาลได้เริ่มแล้วก็คือ ประกันรายได้ให้กับเกษตรกรซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นน้ำ ส่วนกลางน้ำเราก็บอกว่า ให้ทุกกระทรวงที่มีอยู่วันนี้นำยางพารามายกระดับเป็นอุตสาหกรรมยางพาราให้ใช้มากที่สุด ส่วนปลายน้ำกรรมาธิการได้ศึกษาแล้วว่าทำอย่างไรน้ำยางพาราจะหายไปจากที่เกษตรกร ผลิตมาก ๆ นี่ก็คือโครงการถนนพารา ซอยล์ ซีเมนต์ (Para soil cement) ซึ่งถนน ๑ กิโลเมตรจะใช้น้ำยางพาราประมาณ ๑๒ ตัน แต่บอกว่าท่านทำถนนที่ไหนต้องใช้ น้ำยางพาราที่นั่น ซึ่งขณะนี้ถ้า ๑ กิโลเมตร ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านเราก็จะสามารถใช้น้ำ ยางพาราไปประมาณปีละหนึ่งล้านตัน ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ปลูก ยางพารา
และประเด็นสุดท้ายก็คือวันนี้การยางต้องตัดยางพาราปีละ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ วันนี้เราก็เลยมีโครงการสวนยางยั่งยืนที่จะแก้ปัญหาลดต้นยางพาราลง ก็คือใน ๗๖ ต้นต่อไร่ ให้ลดเหลือ ๔๐ ต้นต่อไร่ อีก ๓๖ ต้นให้ปลูกไม้มีค่า เช่น ไม้พยุง ไม้ยางนา ไม้ตะเคียน ในแปลงยางพารา ถ้าตัด ๑ ล้านไร่ ๗๖ ล้านต้น ยางพาราก็จะหายไปประมาณ ๓๖ ล้านต้น ก็จะเหลือแค่ยางพารา ๔๐ ล้านต้นก็จะลดปริมาณยางพาราลงได้อีก แล้วก็เพิ่มไม้มีค่า ในแปลงยางพารานะครับ แล้วก็สามารถที่จะเลี้ยงแพะในแปลงยางพารา ประกอบอย่างอื่น ได้ด้วย ก็มีประเด็นที่จะชี้แจงแค่นี้ก่อนนะครับ ถ้ามีใครที่จะสอบถามก็ได้ ขอบคุณครับ
คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำได้รายงานผลการศึกษาของแต่ละ คณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๖ คณะครบถ้วนแล้ว และได้นำเสนอต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ หากท่านมีข้อสงสัยประการใดกรุณาสอบถามได้เลยครับ
เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับท่าน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะที่ได้ศึกษางานตามที่ได้รับมอบหมาย จากสภา แล้วนำมารายงานต่อสภาให้สมาชิกได้พิจารณา กระผมมี ๒ ประเด็นที่จะสอบถาม ท่านคณะกรรมาธิการ เวลาอาจจะคลาดเคลื่อนเล็กน้อยเพราะได้ฟังกรรมาธิการถึง ๒ ชั่วโมงกว่า ด้วยความตั้งใจ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าที่จะถามนี้เป็นสาระจริง ๆ
กระผมได้มีโอกาสไปร่วมรับกรรมาธิการที่เดินทางไปศึกษาดูงานที่จังหวัดนครพนม ข้ามไปประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และประเทศจีนตอนใต้โดยผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ ๓ นครพนม-คำม่วน เพื่อดูเส้นทางการส่งผลไม้ของประเทศไทยไปยังประเทศจีนตอนใต้ ผมได้เรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะว่ามูลค่าการค้าชายแดนที่สะพานข้าม แม่น้ำโขงแห่งที่ ๓ นครพนม-คำม่วน ได้พัฒนาขึ้นตามลำดับถึงปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ๒ ปีที่ผ่านมาเริ่มลดลงเหลือประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่ง ก็คือน่าจะมาจากสภาพถนนในประเทศเพื่อนบ้านชำรุด จึงได้ฝากท่านประธานนำข้อสังเกต ผ่านสภาไปยังรัฐบาลให้พิจารณาประสานงานเพื่อประโยชน์ในการส่งสินค้า โดยเฉพาะผลไม้ จากประเทศไทยไปยังประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดถ้าผ่านเส้นทางสะพานข้าม แม่น้ำโขงแห่งที่ ๓ แต่จากการอ่านรายงานกระผมยังไม่เห็นข้อสังเกตในเรื่องนี้เนื่องจาก เอกสารหนามากผมอาจจะอ่านไม่พบก็ได้ จึงขอถามท่านประธานเป็นข้อแรกในเรื่องนี้
ในประเด็นที่ ๒ จากการอ่านรายงานของกรรมาธิการในข้อสังเกตเรื่องอ้อย ข้อ ๘.๙ (๗) หน้า ๓๖๒ พบว่า คณะกรรมาธิการได้ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย พิจารณาทบทวนมติ เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ กรณียกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร ได้แก่ พาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเสต (Glyphosate) ซึ่งสารเคมีทั้ง ๒ ชนิดดังกล่าวคือ ยาฆ่าหญ้า โดยกรรมาธิการเห็นว่ายังเป็นสารเคมีที่มีความจำเป็นต้องใช้ในไร่อ้อยจนกว่า กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาแนว ทางการใช้สารเคมีอื่นจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการผลิตอ้อยเพื่อลดผลกระทบต่อ ต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้มีโอกาสไปทำงาน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม คณะกรรมาธิการ ได้มีมติแบน (Ban) ๓ สารพิษที่ใช้ในภาคเกษตรกรรม ด้วยเหตุผลสำคัญ คือคณะกรรมาธิการให้ความสำคัญกับสุขอนามัยที่ดีของเกษตรกร ประชาชน และ สิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นเรื่องสำคัญมากกว่าประโยชน์อื่นใด
ในประการต่อมาคณะกรรมาธิการไม่สนับสนุนการหาสารเคมีใดมาทดแทน แต่มีความเห็นเสนอให้ใช้โครงการเกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติ เหตุผลสำคัญ ที่คณะกรรมาธิการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนผู้บริโภค ก็คือกรรมาธิการเชื่อในข้อมูลในแถลงการณ์ของแพทยสภา และสภาเภสัชกรรมได้ออก แถลงการณ์ร่วมกันเสนอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายแบน (Ban) ๓ สารพิษจากข้อมูล การเจ็บป่วย การตายของเกษตรกรและประชาชน ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่เชื่อหมอแล้ว เราจะเชื่อใคร ในเรื่องสุขภาพอนามัยของประชาชนถือเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ ในขณะเดียวกันกรรมาธิการที่ผมได้รับมอบหมายก็มิได้ละเลยเกษตรกรที่เคยใช้ยาฆ่าหญ้า จะหาทางเลือกให้เหมาะสมกับเกษตรกรเหล่านี้อย่างไร กรรมาธิการได้ไปศึกษาดูงานเกษตร แปลงใหญ่ซึ่งเป็นเกษตรอินทรีย์ แต่ประสบความสำเร็จได้ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เป็นคนนำไปเองที่จังหวัดลพบุรีเกษตรแปลงใหญ่ และที่จังหวัดสระบุรีก็เกษตรแปลงใหญ่ เกษตรอินทรีย์นะครับ กรรมาธิการทราบว่ามีผู้ประกอบกิจการโรงงานน้ำตาลไปปลูกอ้อย อินทรีย์ยังประเทศเพื่อนบ้านนับหมื่น ๆ ไร่ จึงน่าจะเป็นข้อสังเกตว่าอ้อยอินทรีย์ก็ทำได้ ท่านประธานที่เคารพครับ มีนวัตกรรมใหม่ทางวิชาการที่กรรมาธิการที่กระผมรับผิดชอบอยู่ โชคดีครับ เมื่อวานมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งท่านอธิการบดีและคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ เดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่ามหาวิทยาลัยแม่โจ้จะแถลงข่าวเร็ว ๆ นี้เปิดตัว ยาปราบวัชพืช ยาฆ่าหญ้าซึ่งเป็นสารชีวภัณฑ์เป็นอินทรีย์ให้เกษตรกรได้ทราบในเร็ว ๆ นี้ว่า คนไทยสามารถทำได้ราคาถูก เกษตรกรปลอดภัย ผู้บริโภคปลอดภัย สิ่งที่อยากจะเรียนกับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะก็คือ เมื่อเดือนที่ผ่านมากระผมและคณะเดินทาง ไปดูงานที่จังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อร่วมผลักดันกับทุกภาคส่วนในจังหวัดหนองบัวลำภู โดยท่าน ส.ส. ไชยา พรหมา ส.ส. อาวุโสของจังหวัดหนองบัวลำภูบอกว่า หนองบัวลำภูโมเดล (Model) จะเกิดขึ้น แปลวิกฤติให้เป็นโอกาส หนองบัวลำภูเป็นจังหวัดที่เคยใช้ยาฆ่าหญ้ามาก ท่านประธานครับ เกษตรกรที่มาต้อนรับคณะกรรมาธิการที่นั่งแถวหน้าทั้งหมดขาขาดเกือบหมด เป็นน่าอเนจอนาถ ทุกคนบอกกับผมว่าจะแนะนำลูกหลานไม่ให้ใช้ยาฆ่าหญ้าอีกเป็นอันขาด และขอให้ทางรัฐบาลดูแลเยียวยาเกษตรกรในการเจ็บป่วยด้วย จากการที่กระผมได้ กราบเรียนข้างต้น กระผมจึงไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการในข้อ ๘.๙ (๗) ที่ให้มีการทบทวนการแบนสารพิษพาราควอต (Paraquat) ไกลโฟเสต (Glyphosate) ถ้าสภานี้ผ่านข้อสังเกตดังกล่าว พรรคการเมืองหลายพรรคที่มีความเห็นควรแบน (Ban) ๓ สารพิษ แต่ ส.ส. ของแต่ละพรรคอาจจะมีความเห็นต่างกับพรรค ต่างกับนโยบายพรรค คงจะสับสนวุ่นวายพอสมควร ถ้า ส.ส. ในแต่ละพรรคได้ผ่าน ได้อ่าน ได้เห็นข้อสังเกตในข้อ ๘.๙ (๗) ที่ให้คงใช้พาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเสต (Glyphosate) ที่ให้คงใช้พาราควอต (Paraquat) และไกลโฟเสต (Glyphosate) ผมมั่นใจว่า ส.ส. จำนวนมากที่มีหลักคิดในการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน เป็นสำคัญ น่าจะไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตข้อนี้ จึงขอปรึกษากับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ผ่านท่านประธานสภาว่ากรรมาธิการจะทบทวนข้อสังเกต ข้อ ๘.๙ (๗) ได้หรือไม่ อย่างไร โดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตนี้และถ้าจะมีการลงมติ ผมก็จะคัดค้านมติในข้อนี้ แต่ผมมั่นใจว่าท่านประธานและคณะคงจะพิจารณาทบทวนในเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ ขอขอบคุณครับ
ท่านประธาน จะชี้แจงเลยหรือครับ
ครับ
ไม่ให้สมาชิก อภิปรายก่อนสัก ๒-๓ คน
เป็นราย ๆ ดีไหมครับ
ผมว่า ท่านประธานฟังก่อนครับ เพราะว่ากรรมาธิการชี้แจงไปเยอะแล้ว ฟังความเห็นท่านสมาชิก นิดหนึ่งแล้วก็ค่อยชี้แจงนะครับ ผมจะขออนุญาตแจ้งให้ท่านสมาชิกทราบ ต่อไปเป็น ท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ท่านคารม พลพรกลาง แล้วก็นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ เชิญท่านภาคภูมิครับ ท่านภาคภูมิอยู่ในห้องประชุมไหมครับ อยู่ เชิญครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดู ไมโครโฟนด้วย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ จากที่ได้รับฟังคณะกรรมาธิการในเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ เรื่องด้วยกัน แต่ผมจะขออนุญาตมุ่งเน้นไปที่เรื่องข้าวโพด ผลผลิต ข้าวโพดตกต่ำ ซึ่งผมได้พูดในการหารือต่อท่านประธานมา ๒ ครั้ง ๒ อาทิตย์ติดแล้ว แล้วก็ โชคดีที่มีญัตตินี้เรื่องนี้เข้ามาก็เลยจะถือโอกาสพูดในเรื่องมาตรการผลผลิตข้าวโพดตกต่ำ เราจะเห็นได้ว่าจากรายงานของคณะกรรมาธิการ ข้าวโพดที่ประเทศไทยผลิตได้ก็อยู่ ประมาณ ๕ ล้านตัน แต่ความต้องการโรงงานอาหารสัตว์ที่จะใช้ในประเทศไทย ๘.๓ ล้านตัน ก็ยังเป็นข้อสงสัยว่าทำไมในเมื่อเราผลิตได้น้อยความต้องการเยอะ แต่ทำไมราคามันตกลง ทุกปี ๆ ขึ้นบ้างลงบ้างแล้วแต่โอกาส ปีนี้ขึ้นลง ๆ ผมว่าประมาณ ๔-๕ รอบแล้ว ตอนนี้ราคา ก็อยู่ที่ประมาณ ๘ บาท ถ้าไปส่งที่หน้าโรงงานก็ถึง ๙ บาท ยังแตะไม่ถึง ๑๐ บาทเลยปีนี้ ซึ่งปีที่แล้วถือว่าเป็นปีที่ข้าวโพดสูงมาก แล้วก็เนื่องจากมีมาตรการจากที่ทางคณะรัฐบาล ชุดที่แล้วที่ป้องกันไม่ให้เอาข้าวสาลีนำเข้าอะไรต่าง ๆ ผมว่าเป็นเรื่องที่ได้ผลพอสมควร จากที่ คณะกรรมาธิการได้พูดถึงสาเหตุข้าวโพด ราคาผลผลิตของประเทศไทยตกต่ำและราคาต่ำ ก็มีสาเหตุอยู่หลายเรื่อง องค์ความรู้ของประชาชนผมถือว่าเขาก็ผลิตข้าวโพดตามปกติของเขา ก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรที่ทันสมัย สภาพพื้นที่เราจะไปอ้างว่าประเทศอเมริกาหรือลาตินอเมริกา ราคาข้าวโพดอยู่ที่ ๔ บาทกว่า ของประเทศไทย ๗-๘ บาทก็ถือว่าเยอะแล้วมันคนละอย่างกัน มันคนละบริบท เขาปลูกทีเป็นหลายร้อยหลายหมื่นเอเคอร์ คนไทย ประชาชน เกษตรกร ตาดำ ๆ เต็มที่ ๒๐ ไร่ ๓๐ ไร่ แล้วยิ่งในพื้นที่ผมนี่โดยเฉพาะจังหวัดตาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของคนปลูกข้าวโพดเป็นชาวเขาหมด พื้นที่เป็นที่ลาดชันสูงมาก ต้นทุนสูงมาก เทปุ๋ยหว่านปุ๋ย ไปทีฝนตกมาทีเรียบร้อยครับ ปุ๋ยไปกองอยู่ตรงตีนดอยหมดข้างบนไม่ได้อะไรเลย เก็บผลผลิตที ใช้มอเตอร์ไซค์เก็บ ลากมาทีละกระสอบ ๆ มาขนกัน นี่คือวิถีชีวิตชาวบ้านราคาได้ขนาดนี้ ผมถือว่าเขาก็พออยู่ได้ เพราะว่าเขาไม่คิดค่าแรง ถ้าเขาคิดค่าแรงเมื่อไรขาดทุนเมื่อนั้น อุปกรณ์ต่าง ๆ เราก็สู้ต่างประเทศไม่ได้ อุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี การหว่าน การไถ ส่วนใหญ่ของคนไทยจะใช้แรงงานคนหมด ผมเชื่อว่าจะมีชุดทำงานกลุ่มเกษตรกรหลายกลุ่มที่มารายงานท่านในคณะกรรมาธิการว่ากลุ่มนี้ มีต้นทุนเท่านี้ ผลิตได้ไร่เท่านี้ ต่อไร่เท่านี้ ซึ่งแต่ละที่ก็แตกต่างกัน ท่านจะเห็นในการรายงาน ของท่านนะครับ ฉะนั้น ๓-๔ เรื่องที่ผมพูดมาก็เป็นเรื่ององค์ประกอบที่ทำให้ต้นทุนการผลิต ของเกษตรกรไทยสูงพอขายได้ราคา ซึ่งที่บอกครับ สูงกว่าต่างประเทศเยอะมาก แต่เกษตรกร ก็ยังบอกว่าขาดทุนเพราะว่าต้นทุนมันสูงนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมพูดมาได้ ๒ ครั้งแล้ว คือเรื่องการลักลอบนำเข้าข้าวโพด ผมยังยืนยันว่าเป็นส่วนหนึ่งแล้วก็เป็นผลกระทบที่กระทบชิ่งครับ หมายความว่า หมัดตรงเลย น็อก (Knock) เลยนะครับ ถ้ามีการลักลอบข้าวโพดมาบ่อย ๆ อย่างนี้ ผมเห็น ในกรรมาธิการที่จะให้การนำเข้าข้าวโพดแบบถูกกฎหมาย จากเดือนกุมภาพันธ์-เดือนสิงหาคม เลื่อนออกไปอีก ๑ เดือน คือเป็นเดือนมีนาคม-เดือนมิถุนายน จาก ๗ เดือนเลื่อนเหลือ ๓ เดือน ผมกลับมองมุมกลับนะครับว่าการที่ท่านให้การนำเข้าอยู่ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ มันจะ ส่งผลกระทบคือมันก็เหมือนเปิดโอกาสให้คนลักลอบนำเข้ายาวขึ้นนะครับ มันมีได้หรือมีเสีย ผมว่าท่านลองไปวิเคราะห์ใหม่นะครับว่าการที่ท่านปล่อยให้ข้าวโพดนำเข้าแบบถูกกฎหมาย อยู่แค่เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ๔ เดือน เท่ากับท่าน ปล่อยให้เขามีโอกาสลักลอบนำเข้า ๔ ลบ ๑๒ ๘ เดือนนะครับ แล้วผมเชื่อว่าช่องว่างวิธีการ ลักลอบนำเข้ามันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จากการสอบถามเรื่องข้าวโพดของพี่น้องจังหวัดต่าง ๆ บ้านผมจังหวัดตากนะครับ คิดว่าไม่น่าจะเกินเดือนมกราคมข้าวโพดน่าจะหมดแล้ว ประมาณกลางเดือนก็จะหมด ถามจังหวัดเพชรบูรณ์ไป ซึ่งเป็นที่ผลิตข้าวโพดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย ก็ตอบเสียงเดียวกันไม่เกินกลางเดือนมกราคมก็หมดแล้ว ปลายเดือนธันวาคม แทบจะเกลี้ยงแล้ว โคราชตอนนี้แทบจะหมดแล้ว เพราะเจอปัญหาภัยแล้ง เจอปัญหา หนอนกระทู้ ปีนี้อย่างไรรับรอง ผมเชื่อว่าเดือนมกราคมข้าวโพดประเทศไทยน่าจะหมด จากตลาดแล้ว ใกล้จะหมดเดือนกุมภาพันธ์นี้ไม่เหลือ ถ้าท่านปล่อยให้เปลี่ยนเลื่อนจาก เดือนกุมภาพันธ์ไปเดือนมีนาคมอีก ผมก็เชื่อว่าเป็นช่องว่างที่จะมีการลักลอบนำเข้ามหาศาล เพราะอย่างข้าวโพดประเทศไทยปีนี้ไม่พออยู่แล้ว ทุกปีท่านบอกว่าผลิตได้ ๕ ล้านตัน ผมเชื่อว่าปีนี้ไม่ถึง ๔ ล้านตัน เจอทั้งภัยแล้ง หนอนกระทู้ น้ำท่วม มันไม่เหลือแล้วปีนี้ อย่างไรฝากท่านพิจารณาอีกทีนะครับ ที่ผมบอกผมยังยืนยันว่าเหมือนท่านปล่อย ท่านให้โอกาส คนลักลอบนำเข้าในระยะเวลานานกว่าเดิม และผมเชื่อว่าวิธีการมีเยอะแยะนะครับ ผมยกตัวอย่างที่ชายแดนบ้านผม มันเป็นปกติของการค้าชายแดน มันก็จะมีลักลอบบ้าง อะไรบ้าง เจ้าหน้าที่เขาก็ทำงานเต็มที่ครับ แต่ก็จะลอดหูลอดตาบ้าง เพราะพื้นที่ชายแดน อย่างอำเภอแม่สอด แม่น้ำเมยข้ามไปก็ ๑๐ เมตร เดินข้ามยังได้เลยครับ บางแห่งเป็น ที่พื้นดินติดกันเลย ท่านก้าวขาท่านก็ข้ามเข้าประเทศพม่าไปแล้ว การลักลอบนำเข้าสำหรับ ผมถือว่าเป็นเรื่องการดำเนินปกติ แต่ไม่ใช่น่าเกลียดขนาดที่จะโจ๋งครึ่มเป็นบางครั้งที่ออกตามข่าว มันก็มีบ้างนะครับ ก็ว่าตามบริบท เจ้าหน้าที่เขาก็ทำงานเต็มที่ของเขาแล้วนะครับ ฉะนั้น ผมอยากจะให้กรรมาธิการชุดนี้พิจารณาเรื่องการนำเข้าข้าวโพดนะครับ
ผมยังมีเรื่องอีกเรื่องหนึ่งคือในพื้นที่บ้านผมในจังหวัดตาก ตอนนี้มีเกษตรกร กลุ่มหนึ่งที่ไปปลูกข้าวโพดที่ประเทศพม่า เขาไม่มีที่ทำกินของประเทศไทยครับ เขาต้องไปใช้ พื้นที่ประเทศพม่าปลูก ซึ่งคนหนึ่งผมว่าไม่ต่ำกว่า ๒๐-๓๐ ไร่ ปริมาณข้าวโพดทุกปี ที่คนไทยไปใช้พื้นที่ประเทศพม่าปลูกอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ตัน ผลผลิต ไม่น่าเกินครึ่งเดือนข้าวโพดออกแล้ว แต่กฎหมายนำเข้ายังไม่อนุญาตให้นำเข้า ผมก็เลยจะ ฝากกรรมาธิการชุดนี้ว่านอกจากผลผลิตราคาจะต่ำแล้ว คนที่ไปปลูกถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายนะครับ แต่ว่าตามจริยธรรมคุณธรรมเขา เขาไม่มีที่ทำกินเขาก็ต้องไปปลูกฝั่งนั้น ก็อยากจะให้กรรมาธิการเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาเสนอต่อรัฐบาลให้ด้วยนะครับ ก็ต้องขอบคุณ คณะกรรมาธิการที่พูดถึงเรื่องแนวทางการแก้ปัญหาพืชผลทางข้าวโพด ผมก็คิดว่าครอบคลุม พอสมควร แล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มาตรการของคณะกรรมาธิการที่จะนำไปเสนอต่อรัฐบาล ทุกเรื่องนะครับ ก็ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านคารม เชิญครับ ท่านช่วยยกมือด้วยนะครับ ถ้าท่านจะอภิปรายครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม คารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมได้พูดถึงรายงาน เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยผมจำเพาะที่จะพูดอภิปราย ในส่วนของข้าวแล้วก็จะมีข้อสังเกตไม่เกิน ๓ ประเด็น ที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยัง กรรมาธิการ ผมเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ดอยู่ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จำนวน ๒ ล้านไร่ เป็นพื้นที่ ที่ปลูกข้าวหอมมะลิ ผมได้ฟังกรรมาธิการ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม คือท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่แล้วก็เป็นรุ่นคุณอา คงไม่ถึงคุณพ่อได้พูดถึงเรื่องข้าวซึ่งเป็นปัจจัย เป็นอาหาร ที่คนไทยเรียกว่าเป็นทั้งสินค้าที่บริโภคแล้วก็เป็นสินค้าที่นำรายได้ให้ประเทศไทย แต่ทุกวันนี้ ชาวนาก็ยังจน พ่อแม่ผมก็ทำนา ท่านประธานครับ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากเด็กจนอายุ ๕๐ ปี เปลี่ยนแปลงเพียงแค่เส้นทางจากที่ผมผ่านในทุ่งกุลาร้องไห้ จากสุวรรณภูมิไปจังหวัดสุรินทร์ มาจังหวัดบุรีรัมย์ มีเพียงแค่ยุ้งฉางของพ่อค้าคนกลางที่เปลี่ยนแปลง ราคาข้าว ความจน ของชาวบ้านไม่เปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หดหู่ เหตุผลที่ผมต้องพูดถึงแล้วก็ขอเอ่ยชื่อ ท่านอุบลศักดิ์เนื่องจากว่าท่านเป็นผู้อาวุโสแล้วก็ได้พูดคุย ข้าวนะครับ ประเทศไทย เคยส่งออก ทุกวันนี้เราต้องไปตามประเทศอินเดีย ต้องไปตามประเทศเวียดนามต่อไป ท่านประธานครับ ประเทศนี้มันแปลก แปลกตรงที่ว่าคนส่วนใหญ่หาเลี้ยงคนส่วนน้อย ต้นทุนของข้าวมีหลายเหตุตั้งแต่เรื่องที่ดินเป็นกระดุมเม็ดแรกเหมือนสมาชิกพรรคของผม ที่พูด กระดุมเม็ดแรกผิดมันก็ผิดไปหมด ผมมีที่นาสัก ๑๐ กว่าไร่ก็เยอะนะครับ ไม่ใช่คน จะไปมีที่นา ๑,๗๐๐ ไร่ได้ หรือเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ เหมือนบริษัทใหญ่ ๆ เป็นชาวนาใส่สูท ชาวนาธรรมดาไม่มีทางที่จะมีที่นาได้ นี่ก็คือแหล่งสะสมความจน แหล่งสะสมสิ่งที่ทำให้ เขาไม่มีชีวิตที่ดีขึ้น ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้จะนำไปเสนอรัฐบาลให้หาแนวทางแก้ไข ผมเชื่อว่าสภานี้พูดคุยเรื่องข้าวมานาน ท่านประธานก็อยู่มานาน แต่เราก็แก้ไม่ได้ เหตุผล ที่เราแก้ไม่ได้เพราะว่าคนที่เป็นรัฐบาลศึกษาแล้วก็ไม่ได้ไปแก้ไข เพราะว่าคนที่เป็นชาวนา มันเป็นฐานของคนรวย ท่านลองไปดูต้นทุนการผลิต เริ่มจากที่นา เริ่มจากต้นทุนในเรื่องปลูกข้าว ต้นทุนในเรื่องเก็บเกี่ยว ต้นทุนเรื่องเงินจาก ธ.ก.ส. ก็เป็นเรื่องใหญ่ รายงานฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงเลย ท่านไปดูคณะกรรมการบริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเป็นประธาน ท่านไปดูดอกเบี้ยของเงินกู้ให้ชาวนาให้พี่น้องผม ที่อาจจะฟัง การอภิปรายอยู่ ดูการอภิปรายอยู่ขณะนี้ ดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ (MRR) ๖ กว่านี่ไม่ได้ถูกนะครับ เอาดอกเบี้ยไปให้ชาวนาคนจนเอามาจ่ายเลี้ยงคนรวย อันนี้ก็คือต้นทุนการผลิต ผมอยาก จะเรียนนะครับ ผมจะถามอยู่ในรายงานนี้บางหน้าที่ผมสนใจ ผมอยากจะเรียนครับว่า ในวันนี้เราเป็นสภาชุดแรกที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมดีใจที่ผมได้พูดให้เกษตรกร ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีสถานะต่างจากเมื่อที่ผมเป็นเด็ก ๆ ๕๐ ปีเลย แต่หนี้เยอะขึ้น ที่ดินก็เอาไป จำนอง ธ.ก.ส. ถ้าเหลือก็จำนองหนี้นอกระบบเอามาทำนา แล้วข้าวก็ขาย เมื่อเช้าจะเรียนท่านประธานว่าได้โทรศัพท์ถามทางบ้านที่อยู่จังหวัดร้อยเอ็ดโรงสีที่พอรู้จักกัน พ่อค้าคนกลางก็ไม่ทุกคน แต่บางคนก็หากินกับชาวนา ความชื้นตั้งไว้ที่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เวลาไปชั่งไม่มีเลยครับตัววัดความชื้นที่เป็นกลางของรัฐบาล ชาวนา พ่อแม่พี่น้องเขาจะมี เครื่องวัดความชื้นที่ไหนครับ ตั้งไปที่ ๑๗ ๑๘ เวลาจาก ๑๕ ไป ๑๗ ๑๘ ลบ ๑,๐๐๐ บาท แทนที่จะได้ตันละ ๑๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท ลดลงมาอันนี้หากินบนหลังคนครับ เพราะฉะนั้น ในนี้ได้พูดถึงกว้าง ๆ แต่ก็ถือว่าได้เริ่มต้นนำเข้าสู่สิ่งที่จะไปแก้ไข
ประเด็นต่อมาครับ ขอวกไปที่ท่านกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอุบลศักดิ์ อีกครั้งหนึ่ง ท่านอุบลศักดิ์พยายามจะบอกว่าเริ่มต้นที่ข้าวเกวียนละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ทำเป็นแป้ง ทำเป็นก๋วยเตี๋ยว ทำเป็นสารพัดอาหารให้คนทาน แต่ว่าสิ่งที่ควรจะทำได้มากกว่านั้น ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ทุกวันนี้คนบ้านนอกซื้อเหล้าขาว ซื้อสุราของคนรวย ของเสี่ยเบียร์ แต่เหล้าสาโทหรือเหล้าที่ชุมชนเขาทำไม่มีอะไรที่จะเป็นช่องทางที่ให้เปิดช่องว่างให้เขามีช่อง ที่จะทำได้ ทั้งที่ความจริงมันเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำไป แล้วก็ไม่ต้องไปซื้อ ไม่ต้องไปเสียเงิน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ ผมคิดแบบนี้ว่า วันนี้เราต้องกล้าที่จะบอกความจริงว่า ชาวนาไทยจะต้องจนอย่างนี้ทั้งที่ปลูกข้าวหรือครับ ทุกวันนี้มันสู้ใครไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าเรามีผู้บริหารเวลาชาวนาไปหาก็ไม่ออกไปเจอ ความจริง ไม่พูดความจริง มันก็เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้ผมตั้งข้อสังเกตไว้ว่า มันจะต้องพูดความจริงมากกว่านี้ มันจะต้องมีการแก้ไข มันจะต้องเปิดช่อง ซึ่งผมไม่ทราบว่า กรรมาธิการท่านไหนจะต้องตอบ ในหน้า ๔๐ มันจะมีชาร์ต (Chart) อยู่ ซึ่งครอบคลุมอยู่หลายเรื่อง ตั้งแต่ปัจจัยการผลิต พูดง่าย ๆ ว่าต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พูดภาษาให้ดูดีหน่อยเป็น อย่างนั้นนะครับ แต่ประเด็นก็คือว่าอย่างเรื่องการประกันสินค้าทางการเกษตรเรื่องข้าวอย่างนี้ ผมก็อยากจะเรียนว่ามันควรจะนำมาใช้ให้เต็มที่ มันควรจะนำมาใช้อย่างจริงจังสำหรับชาวนา เขาจะได้มีความมั่นคง ทุกวันนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสังคม ที่เป็นอยู่อย่างนี้เขาขายข้าวก็ได้ราคาต่ำ อยากมีเงินก็ไปทำอย่างอื่น ก็เพราะว่าข้าวไม่มีราคา เวลารัฐบาลมีนโยบายที่จะมาแทรกแซงราคาเพื่อให้ชาวนาเขาอยู่ได้ เพราะข้าวมันเป็นสินค้า ที่พิเศษ มันต้องแทรกแซง มันเสรีอย่างเดียวไม่ได้ เราก็ถูกคนบางกลุ่ม เราก็ถูกคนบางคน ไม่อยากให้ทำแบบนั้น ทั้งที่ความจริงถ้าทำบางช่วงบางเวลามันมีประโยชน์ ผมจึงอยากจะเรียนว่า วันนี้ ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ควรที่จะทำเรื่องนี้ให้ชาวนาได้มีโอกาสสักครั้งหนึ่ง ลืมตาอ้าปากได้จริง ๆ ไม่ใช่ให้ชาวนาใส่สูท ให้บริษัทที่ทำนามีที่เป็นแสนไร่ได้ ชาวนามีที่ สัก ๑๐ กว่าไร่ยังไม่ได้เลยครับ นี่ประเทศไทยนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้คือต้นทุน ผมมีเวลาอีก ๑ นาที ผมอยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ภาคอีสานทั่วประเทศมีระบบชลประทานเกี่ยวกับข้าว ๒๒ เปอร์เซ็นต์ในพื้นที่การเกษตร เราไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้เลย เรามีงบประมาณเยอะแยะ เราซื้ออาวุธเยอะแยะ เราใส่เรื่องนี้ไปกับระบบชลประทานไม่ได้ ใครเห็นแก่ตัวครับ ถ้าคนที่อยู่ใกล้อำนาจ กับงบประมาณ ผมไม่อยากจะพูดตรง ๆ ว่าเราไม่ได้ใส่ใจช่วยเหลือชาวบ้าน ชาวนา ชาวไร่ จริงหรือเปล่า ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงตั้งข้อสังเกตว่าสุดท้ายจริง ๆ คือว่า ธ.ก.ส. ผมจะสนใจ เป็นพิเศษ เพราะเหตุว่าคนนี้คือคนที่ปล่อยเงินกู้ให้กับเกษตรกร ในนี้บอร์ด (Board) บริหาร ผู้บริหารไม่มีที่จะเป็นมาจากกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ แต่ละคนเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ชาวนา เพราะฉะนั้นก็เลยกราบเรียนว่า ผมจึงขอตั้งข้อสังเกตไปยังท่านกรรมาธิการ เพื่อจะได้นำสิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตนี้ไปเพิ่มเติมหรือว่าเสนอแนะกับรัฐบาลต่อไปเพื่อให้เกิด ประโยชน์มากที่สุด กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญขออนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาชี้แจงร่วมใช่ไหมครับ ยินดีครับ ท่านพิพัฒน์ สุทธิวิเศษศักดิ์ เชิญครับ สมาชิกที่จะอภิปรายต่อไปนะครับ ท่านเทพไท ต่อจากท่านจอมขวัญก็แล้วกันรู้สึกว่าท่านจอมขวัญถูกเรียกชื่อไว้ก่อน สมาชิกที่จะอภิปราย ต่อไปกรุณายกมือด้วยจะได้เห็นชัดว่าท่านยังต้องการใช้สิทธิอภิปรายอยู่หลังจากแจ้งชื่อ เพราะบางท่านก็ไม่อยู่ในห้องประชุมเป็นต้น ถ้าจะอภิปรายต่อต้องยกมือนิดหนึ่งครับ ท่านจอมขวัญเสร็จแล้วท่านเทพไท แล้วท่านครูมานิตย์ จากนั้นก็ท่านสัญญา นิลสุพรรณ เชิญท่านจอมขวัญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นดิฉันจะขอชื่นชมต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ท่านมีความมุ่งมั่นทุ่มเทจนเกิดผลของ การทำงานที่ได้นำเสนอต่อสภาในวันนี้นะคะ มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการถึง ๖ คณะ พิจารณาศึกษาเรื่องข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง มะพร้าว สับปะรด ยางพารา ปาล์ม ผักผลไม้ สมุนไพร อ้อย และได้มีการนำเสนอรายงานข้อมูล ข้อเสนอแนะเป็นแนวทางเป็นมาตรการ ที่จะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เช่น แนวทางการแก้ไข ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ จากรายงานในหน้า ๒๔๓-๒๕๓ ที่กล่าวถึงมะพร้าวผลแก่ หรือมะพร้าวแกง ซึ่งจำนวน ๓๕ เปอร์เซ็นต์เป็นมะพร้าวขูดที่ใช้บริโภคภายในประเทศ และ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เป็นมะพร้าวแกงที่นำไปกะเทาะเปลือกเป็นมะพร้าวเนื้อขาวที่ส่งโรงงาน กะทิสำเร็จรูป และมีอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ที่นำไปแปรรูปเป็นน้ำมันมะพร้าว โดยในรายงานนั้น ไม่ได้เอ่ยถึงมะพร้าวผลสดหรือมะพร้าวอ่อน ดิฉันจึงมีข้อสังเกตว่าทำไมจึงไม่มีเรื่องราคา มะพร้าวอ่อนตกต่ำในรายงานฉบับนี้ เช่น ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครซึ่งจะมีการปลูกมะพร้าว น้ำหอม ซึ่งมีผู้ปลูกจำนวน ๒,๒๕๒ ราย พื้นที่เพาะปลูกจำนวน ๒๐,๙๗๒ ไร่
แล้วข้อสังเกตอีกประการหนึ่งจากรายงานในหน้า ๑๖๑-๑๗๔ เกี่ยวกับปัญหา ผัก ผลไม้ พืชผลไม้เศรษฐกิจ ๖ ชนิดที่เป็นพืชหลัก ก็คือ ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ ลิ้นจี่ ลำไย ซึ่งดิฉันเห็นว่าผลไม้ ๖ ชนิดนั้นเป็นผลไม้เศรษฐกิจหลัก แต่ผลไม้ชนิดอื่น ๆ ก็มีราคาตกต่ำเช่นเดียวกัน อย่างเช่น ในจังหวัดดิฉันไม่มีทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ ลิ้นจี่ แต่พื้นที่การเกษตร ในจังหวัดสมุทรสาคร มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๑๘,๙๔๗ ไร่ จำนวนเกษตรกรถึง ๑๐,๘๕๗ ครัวเรือน ซึ่งก็ปลูกผลไม้เป็นหลัก เช่น ปลูกมะม่วง ๙๓๗ ราย เป็นจำนวน ๗,๑๘๒ ไร่ ปลูกมะนาว ๙๓๒ ราย จำนวน ๖,๐๔๐ ไร่ ปลูกชมพู่ ๑๑๙ ราย จำนวน ๗๗๐ ไร่ ปลูกพุทรา ๑๑๒ ราย จำนวน ๕๔๕ ไร่ ปลูกฝรั่ง ๑,๒๖๐ ราย จำนวน ๖,๘๖๕ ไร่ ปลูกแก้วมังกร ๖๘ ราย จำนวน ๖๒๑ ไร่ และสุดท้ายนะคะซึ่งมีความสำคัญมากก็คือกล้วยไม้ มีเกษตรกร ปลูกกล้วยไม้ ๔๕๑ ราย จำนวน ๓,๖๗๕ ไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้ดิฉันก็ได้รับคำถามจาก พี่น้องเกษตรกรทั้งผู้ปลูกผลไม้และกล้วยไม้ว่ารัฐบาลจะช่วยอย่างไร เพราะว่าราคาผลผลิต มันตกต่ำมาก ดิฉันก็มีข้อสังเกตเพียง ๒ ประการนี้ ซึ่งก็อยากจะนำเสนอไว้ให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำให้ครอบคลุม ให้ทั่วถึงกับเกษตรกรที่ปลูกพืชผัก ผลไม้ให้ครบถ้วน เพื่อพัฒนาตลาดผลไม้ให้เกิด ความเข้มแข็ง และเป็นการช่วยเหลือดูแลเกษตรกรให้มีความอยู่ดีกินดี ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านเทพไทครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เรื่องแนวทางแก้ปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งผมขออภิปรายในบทที่ ๕ เรื่องแนวทางแก้ปัญหาปาล์มและยางพาราตกต่ำ ก็ต้องเรียน กับท่านประธานว่า พืช ๒ ตัวนี้เป็นพืชหลักในเขตพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ ในเขตเลือกตั้งของผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอจุฬาภรณ์กับอำเภอชะอวดก็ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่ที่ปลูกยางพารา พื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติก็ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่ปลูกปาล์มน้ำมัน แล้วก็พื้นที่อำเภอพระพรหมก็มีทั้งปาล์ม ยางพารา แล้วก็ผลไม้ แต่ผมอยากจะเจาะไปที่ ๒ พืชนี้ก็คือว่า จากรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน้ำมันปาล์ม ผมดูข้อเสนอการแก้ปัญหา เรื่องราคาปาล์มตกต่ำ หลัก ๆ ก็คือห้ามนำเข้า แล้วก็ป้องกันปราบปรามการลักลอบน้ำมันเข้ามา กับส่วนที่ ๒ เป็นการส่งเสริมให้ใช้ภายในประเทศ ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าสำหรับปาล์ม ผมไม่ได้หนักใจในเรื่องราคาเท่าไรนะครับ ซึ่งผมก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ที่ได้นำเอา นโยบายที่พรรคของผมหาเสียงเอาไว้ นั่นก็คือประกันรายได้เกษตรกร แล้วก็รัฐบาล ก็ได้ประกาศชัดว่าประกันรายได้ปาล์มน้ำมัน ๑๘ เปอร์เซ็นต์ที่กิโลกรัมละ ๔ บาท แล้วก็ประกันราคายางที่กิโลกรัมละ ๖๐ บาท ในขณะนี้เราก็ต้องยอมรับความจริงว่าราคา ๔ บาท เกษตรกรก็พออยู่ได้ แต่ก็ไม่ได้กำไรหรอกท่านประธาน ยางพาราก็เช่นเดียวกัน กิโลกรัมละ ๖๐ บาทก็ไม่ได้กำไร แต่ก็พออยู่ได้มันผ่านยุคทองไปแล้ว ยุคปี ๒๕๕๓ ยุคของรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ยางพารากิโลกรัมละ ๑๘๐-๒๐๐ บาท สถานการณ์นั้นผ่านแล้วก็คิดว่าคงจะไม่หวนกลับมาแล้ว แต่ว่าวันนี้เกษตรกรก็พอใจสำหรับราคาที่รัฐบาลให้ประกันรายได้ไป ในส่วนมาตรการผมคิดว่า มาตรการที่กรรมาธิการชุดนี้ได้ศึกษาเรื่องส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมัน ผมคิดว่าน้ำมันปาล์ม ที่ไม่น่าหนักใจก็คือว่าเราสามารถที่จะใช้น้ำมันปาล์มไปได้ในหลาย ๆ ทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลิตเป็นไบโอดีเซล (Biodiesel) ผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า หรือว่าไปสนับสนุนผลิต เป็นการบริโภคหรือการส่งออก หรือการทำเป็นอุตสาหกรรมอะไร ผมคิดว่าทำได้ และในวันนี้ถ้าดูจากราคาของน้ำมันปาล์มที่รัฐบาลประกันกิโลกรัมละ ๔ บาท ตอนนี้ราคา ก็ขยับขึ้น ๓.๒๐ บาท ๓.๘๐ บาทแล้ว ผมก็เชื่อว่าสัก ๒-๓ เดือนก็ทะลุ ๔ บาทราคาประกัน แน่นอน ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ต้องที่จะต้องมาควักงบประมาณสนับสนุนโครงการนี้ ผมเชื่อว่า ก็ทะลุค่อนข้างแน่ แต่ว่าที่ผมเป็นห่วงก็คือผมเป็นห่วงเรื่องราคายางพาราครับ ท่านประธาน คือยางพาราก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าตอนนี้เราต้องชดเชยจากนโยบายประกัน ค่อนข้างจะเยอะมาก ราคาต่อหน่วยเยอะมาก เพราะเราประกันที่ยางแผ่นกิโลกรัมละ ๖๐ บาท น้ำยางสดกิโลกรัมละ ๕๗ บาท ยางก้นถ้วยหรือขี้ยางเศษยางกิโลกรัมละ ๒๓ บาท แต่ว่า ราคาจริง ๆ ที่ท้องตลาดในวันนี้ผมก็ได้สอบถามจากเกษตรกรในพื้นที่เลือกตั้งของผม ๓๐ บาท ๓๒ บาท ซึ่งรัฐบาลต้องชดเชยราคาต่อหน่วย ๓๐ บาท ก็ค่อนข้างจะสูงนะครับ ท่านประธาน ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ถ้าหากว่าเราไม่สนับสนุนให้มีมาตรการให้มีการใช้ยาง ให้ราคายางมันเขยิบขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ ๕๕ บาท หรือ ๖๐ บาท หรือทะลุราคาประกัน รัฐบาลก็จะต้องสิ้นเปลืองงบประมาณและแบกรับภาระตรงนี้เยอะมากครับท่านประธาน ซึ่งจากรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมก็เห็นว่าหลายส่วนพยายามที่จะศึกษา แล้วก็สนับสนุนให้มีการใช้น้ำยางพาราไปในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เรื่องทำถนน ไปทำถนน แบบดินซีเมนต์หรือว่าไปทำอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้อีกหลายส่วน ซึ่งผมก็ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าที่ผมหนักใจก็คือว่า เราเอาสินค้าที่มันมีราคาแพงแล้วก็ไปทดแทนกับสินค้า ที่มันราคาถูก ถึงอย่างไรมันก็ไม่ยั่งยืนครับท่านประธาน มันต่างกับที่เราเอาสินค้าราคาถูก ไปใช้ทดแทนสินค้าราคาแพง อันนี้อย่างไรมันก็ยั่งยืน อย่างไรมันก็ก้าวหน้า อย่างไรมันก็ พัฒนา แต่เอาล่ะนี่มันคือปัญหาเฉพาะหน้าที่เราจะต้องแก้ช่วยเหลือเกษตรกรก่อน แต่ว่าสิ่งที่ ผมเห็นแล้วผมค่อนข้างที่จะหนักใจ ก็คือมาตรการใช้น้ำยางพาราสด ๓๕.๒ เปอร์เซ็นต์ สำหรับในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง คณะกรรมาธิการชุดนี้นำเสนอเรื่องนี้ว่าสามารถที่จะนำ ยางพาราไปใช้ในอุตสาหกรรมเสาคอนกรีตหรือคอนกรีตผสม แล้วก็บอกว่าจะใช้ส่วนผสม ของน้ำยางในปริมาณยางแห้ง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อคอนกรีต ๑ ลูกบาศก์เมตร สามารถดูดซึม ปริมาณยางออกจากระบบได้ ๑.๕๕ ล้านตันต่อปี คือที่ผมรู้สึกกังวลก็คือว่าเราเอาสินค้า ยางพาราที่มีต้นทุนสูงแล้วก็ไปใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างไปทำเสาเข็ม ไปผสมเสาเข็ม ผมว่าต้นทุนมันต่างกับเอาหิน เอาดิน เอาทราย เอาปูนซีเมนต์ไปใช้มากเลย แล้วก็ยางพารา ที่ไปผสมเป็นเสาเข็มแล้วก็ตอกฝังลงไปในดิน ผมคิดว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย มันไม่มี ประโยชน์อะไรเลยแล้วก็เสียเงิน เสียงบประมาณไปเปล่า ๆ เลย ถ้าหากว่าจะเอายางพาราไปทำพวกเกาะกลางถนนหรือว่าแบริเออร์ (Barrier) อะไรอย่างนี้ ผมก็ยังพอฟังได้ พอทำว่าได้โอเค (OK) ละเป็นสินค้า เป็นวัสดุ หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องโชว์ แม้ว่าจะแพงสักนิด หรือเอาไปทำถนน เทถนนแทนยางมะตอย ผมก็เชื่อโอเค (OK) มันอาจจะแพงไปนิดหน่อยแต่ว่ามันได้ประโยชน์ก็คือได้ใช้ รถวิ่งบนถนนมันก็ทำให้สภาพ มันนุ่มขึ้น แรงเสียดสีกับล้อยางรถมันน้อยลงทำให้เซฟ (Save) หน้ายางรถ อันนี้พอฟังได้ แต่ว่าพอกรณีผมมาดูผลการศึกษาและนำเสนอว่าเอาน้ำยางไปผสมกับคอนกรีตและไปทำ เสาเข็มอย่างนี้ อันนี้ผมค่อนข้างกังวลนิดนะครับท่านประธาน ว่าถ้าทำแล้วมันจะคุ้มค่า หรือไม่ก็อยากจะฝากไปถึงกรรมาธิการชุดนี้ว่าผมสนับสนุนให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กับยางพารา แต่ว่าก็อยากจะให้ดูด้วยว่าสินค้าอะไรหรือผลิตภัณฑ์อะไรที่มันเหมาะสม กลัวว่าถ้าหากคณะกรรมาธิการชุดนี้เสนอไปแบบนี้ไปถึงรัฐบาล ขอโทษนะครับ รัฐบาลบ้าจี้ตาม และทำตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นไป ผมเกรงว่าเราจะสูญเปล่า เราน่าจะเอาเรื่องน้ำยางพารา ยางสดไปทำผลิตภัณฑ์อื่นน่าจะดีกว่านะครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าผมก็กังวลเรื่องผลิตภัณฑ์หรือสินค้าทางการเกษตร ๒ ตัวนี้ และผมก็ทราบว่านโยบายประกันรายได้ที่รัฐบาลทำอยู่ก็ไม่ได้ทำแบบยั่งยืนนะครับ ท่านประธาน คือ ๖ เดือนต่อครั้งหนึ่ง ซึ่งผมก็เกรงว่าถ้าหากเราไม่พัฒนาให้ราคายางพารา มันขยับไปใกล้เคียงกับราคาประกันหรือทะลุราคาประกัน ผมก็เกรงว่าจะเป็นปัญหากับ รัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของงบประมาณที่รัฐบาลต้องหามาชดเชยโครงการนี้ เลยฝากเป็นข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
ท่านครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ได้นั่งฟังกรรมาธิการ วิสามัญระบายชี้แจงร่วม ๒ ชั่วโมงกว่ากับเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำ สภาผู้แทนราษฎร ก็ดีใจครับ แต่ส่วนใหญ่ท่านก็คุยในเรื่องของ เชิงโครงสร้างวิชาการ ปัญหาที่แท้จริงของเกษตรกรยังไม่ค่อยได้รับฟังเท่าไร ซึ่งท่านประธาน ก็ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกร ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เหมือนกับผู้อภิปรายท่านหนึ่งได้อภิปรายพูดถึงเมื่อสักครู่ว่ายังไม่เห็นการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยังจน แล้วก็จน จนลงไปกว่าเดิม เพราะว่าที่ไร่ ที่นา ตัวโฉนด ตัว น.ส.๓ วันนี้นั้นอยู่กับกลุ่มทุน หรือไม่ก็อยู่กับสถาบันทางการเงินกันทั้งหมดแล้ว ท่านประธานครับ ผมคงจะคุยเรื่องข้าว เพราะว่าด้วยเวลาค่อนข้างจำกัด เนื่องจากว่าผมเป็นผู้แทนจากจังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรส่วนใหญ่ ก็ทำนา ก็มีอย่างอื่นบ้างปะปน มันสำปะหลัง อ้อย ยางพาราบ้าง ประปรายไม่มากนัก แต่ข้าว ถือว่าเป็นสินค้าที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทยคือข้าวหอมมะลิ ทั้ง กข ๑๕ และ กข ๑๐๕ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าที่ผมนั่งฟังผมยังไม่ได้ฟังปัจจัยการผลิต ต้นทุนการผลิต ของชาวนา ชาวนากว่าจะทำนาได้แต่ละไร่ลงทุนไปประมาณ ๕,๐๐๐ บาท รวมทั้งพันธุ์ข้าว ค่าไถ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย ยาฆ่าหญ้า ค่าเกี่ยว ค่าขนขึ้นยุ้งฉาง นี่ยังไม่รวมถึงค่าเช่าที่บางคน ต้องเช่านามาอีก มันก็เลยมีสุภาษิตคำหนึ่งที่เขาเขียนไว้ว่า ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ทำนาปรัง มีแต่ซังกับหนี้ มันเป็นมาอย่างนี้จริง ๆ วัฏจักร เพราะสินค้าทางการเกษตรเป็นสินค้าประเภทเดียวที่ผู้ผลิตไม่สามารถที่จะกำหนดราคาเองได้ ผู้ซื้อเท่านั้น ถ้าท่านประธานไปภาคอีสาน จริง ๆ ท่านประธานก็เป็นคนแปดริ้วก็เห็นอยู่ เจ้าของฉางข้าวรับซื้อข้าวมีที่ดินอยู่ประมาณ ๒ ไร่ แต่ชาวนาบางคน ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ทั้งเช่า ทั้งของตัวเองก็จนอยู่นั่นล่ะครับ มีทั้งหนี้ ธ.ก.ส. มีทั้งหนี้สหกรณ์ มีทั้งหนี้ภายนอก รวมแล้ว เป็นหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ๆ ทุกวันเพราะว่าไม่สามารถที่จะช่วยเขาได้ โดยเฉพาะอีสานบ้านผม ที่จังหวัดสุรินทร์เราทำนากันได้ปีละ ๑ ครั้งเท่านั้นเอง ปีไหนถ้าฝนฟ้าดีก็โชคดีหน่อย แต่ก็มาเจอปัจจัยก็คือไม่มีราคา แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดฝนแล้ง เช่นปีนี้ฝนแล้ง แล้งทั้งปี พอเริ่มมีฝนหน่อย ท่านประธานที่เคารพครับ ข้าวสวยขึ้นมาพอจะตั้งรวงข้าวได้ก็เกิดโรคไหม้ คอรวงหรือว่าคอรวงข้าวหัก หลังจากนั้นไม่พอก็เกิดโรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะนำมาพูดในวันนี้ เพราะเรื่องอื่นนั้นเท่าที่ได้อ่านกรรมาธิการได้ใส่ผลงานทางวิชาการ ไว้เกือบหมดแล้ว ปัญหาตรงนี้ชาวนาบางคนหมดไปเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของนาที่ตัวเองไปทำ นาแปลงหนึ่งลงทุนประมาณ ๕,๐๐๐ บาท วันนี้ผมอยากเห็นรัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงค่าชดเชย เรื่องของอุทกภัย เรื่องของโรคต่าง ๆ ที่แพร่ระบาดเพิ่มสักทีเถอะครับ ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท มันน้อยเกินไป ขอเพิ่มอย่างน้อยไร่ละ ๒,๕๐๐ บาทไป นี่เป็นอย่างต่ำนะครับ เพราะอย่างอื่นนั้น เราไปดูแลเขาเยอะแยะ ธนาคารเจ๊งเราก็ไปอุดหนุนเขา ไปค้ำเขา แต่ชาวนาที่ตายก็ตายไป การทำประกันวันนี้ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย ก็เห็นด้วย ก็ดีแต่สำหรับคนที่มีข้าวแต่ก็ได้ตันละ ๑๕,๐๐๐ บาทในอีสานแทบไม่ได้อะไรเลยครับ เพราะว่าข้าววันนี้มันอยู่ที่ตันละ ๑๖,๐๐๐ บาท ผมกราบเรียนท่านประธานถามว่าทำไมข้าวตันละ ๑๖,๐๐๐ บาทวันนี้ ก็เพราะข้าวมันมีน้อยครับ ท่านประธานก็เห็นข่าว ติดตามข่าวเมื่อสักครู่นี้ว่าน้ำมันท่วมเกือบหมดทุกจังหวัด เหลือแต่ จังหวัดสุรินทร์กับจังหวัดร้อยเอ็ดส่วนหนึ่ง พอข้าวสวยขึ้นมาก็เกิดโรค เพราะฉะนั้นข้าวหอมมะลิ แทบจะไม่มีเลย ให้ตันละ ๑๗,๐๐๐ บาท ก็แทบจะไม่มีคนที่จะได้ส่วนหลักประกันตรงนี้ ได้มากมายเลย แต่กลับเสียหายอีก ผมจึงอยากมากราบเรียนกับนโยบายอีกตัวหนึ่งนอกจาก เรื่องของปัจจัยที่ทำให้ข้าวเสียหายแล้วก็คือ มีพรรคการเมืองหนึ่งวันนี้ก็จัดตั้งรัฐบาลด้วย อันนี้ชาวบ้านขอมาผมไม่ได้ว่าไม่ดีนะครับ แต่ผมอยากประชาสัมพันธ์ให้ ไปหาเสียงบอกไว้ว่า ค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ วันนี้ผมก็ดีใจ นโยบายนี้ไม่ใช่ไม่ดีใจนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ รอว่าเมื่อไรรัฐบาลจะประกาศ ถามว่าทำไมที่ผมมาเรียกร้อง ๑. ผมอยากประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล ๒. วันนี้คนที่เกิดโรคไหม้คอรวงกับเพลี้ยกระโดดไม่กล้า รายงานเข้ามา เพราะกลัวว่าเมื่อรายงานเรื่องนี้มาแล้วจะไม่ได้ค่าเก็บเกี่ยวก็เลยต้องชะลอกันอยู่ ไม่รู้จะเอาอย่างไรวันนี้ เพราะถ้ารายงานค่าเสียหายได้ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท แต่ถ้าเอาค่าเก็บเกี่ยว ที่หาเสียงไว้ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาทมันจะได้มากกว่า เพราะเขาเชื่อมั่นเนื่องจากว่า รัฐบาลไปให้ก่อนที่จะลงทุนก่อนที่จะเริ่มทำนาไร่ละ ๕๐๐ บาท ส่งเสริมปัจจัยการผลิตไม่เกิน ๒๐ ไร่ ซึ่งรัฐบาลก็ให้ไปแล้ว อันนี้ก็ขอบคุณ แต่ ๒,๐๐๐ บาทไม่ทราบว่าเมื่อไรจะให้ ผมจะได้ช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยเหมือนกับการประกันราคาสินค้าทางการเกษตร ผมฝากไว้ จริง ๆ ครับ แล้วเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อคณะกรรมาธิการท่านไม่ได้คุยเรื่องของ ทุนมากนัก ทุนนี่ก็เป็นตัวสำคัญ น้ำก็เป็นตัวสำคัญ ในอีสานจะทำการเกษตรรายได้ดี มันเป็นไปได้ยากครับ เพราะว่าพื้นที่ทั้งหมดมีระบบชลประทาน ๑๒ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ในภาคอีสาน ฉะนั้นวันนี้ปัจจัยที่สำคัญอีกปัจจัยหนึ่งก็คือน้ำ น้ำคือชีวิต ถ้ามีน้ำเกษตรกรนอกจากปลูกข้าวแล้ว ยังทำการเกษตรอย่างอื่นได้อีกเยอะแยะ ข้าวเราทำได้ปีเดียว นาปรังก็แทบไม่มี ฉะนั้น ผมอยากให้รัฐบาลส่งเสริมงบประมาณให้ทำระบบชลประทานอย่างน้อย ๆ ปีนี้หรือปีหน้า ให้เกิดขึ้นมาได้สัก ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านเขียนมาอย่างไรให้สวยหรู สวยหรูมากปีนี้ สวยหรูกว่าสมัยที่แล้ว เพราะหน้าปกสมัยที่แล้วใช้กระดาษปอนด์ธรรมดา เที่ยวนี้ใช้กระดาษมันอาร์ต อย่างดีเลยก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ถ้าขาดปัจจัยเรื่องทุน ปัจจัยในการผลิตก็คือเรื่องน้ำ เรื่องที่ดิน แล้วก็การส่งเสริม ก็ฝากพี่อุบลศักดิ์ด้วยที่บอกว่าตันละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตันละ ๖๐๐,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน เป็นอันว่าตันหนึ่งไม่ต้องมากหรอกครับ แต่ขอให้ปัจจัยการผลิตมันดี รัฐบาลช่วยส่งเสริม โดยเฉพาะไปทำสหกรณ์แล้วให้ชาวนา รวมกลุ่มโดยรัฐบาลเป็นเซ็นเตอร์ (Center) กลางส่งข้าวไปขายต่างประเทศเอง โดยไม่ผ่าน กระบวนการพ่อค้าคนกลางระดับต้นน้ำ กลางน้ำ แล้วก็ปลายน้ำคือ ๕ เสือที่กรุงเทพมหานคร ผมก็คิดว่าแค่นี้ชาวนาก็คงจะลืมตาอ้าปากได้แล้ว ผมไม่อยากเห็นนโยบายที่บอกว่า ทำนาปี มีแต่หนี้กับซัง ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ แล้วก็ไม่อยากเห็นชาวนาผูกคอตาย สมัยที่แล้ว ชาวนาเริ่มมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แล้วก็ฝากอีกเรื่องหนึ่งนโยบายชิมช็อปใช้ ถามว่าวันนี้ดีไหม ผมก็ไม่เถียงถ้ารัฐบาลบอกว่าดีก็ชื่นชมด้วย แต่เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะเอาไปส่งเสริม เพิ่มขึ้นมาอีกช่วยแก้ปัญหาชาวไร่ชาวนาที่ทำให้นาเสียหายเกิดจากอุทกภัย วาตภัย โรคระบาดต่าง ๆ ผมคิดว่าไปเสริมตรงนี้ ถ้าเศรษฐกิจชาวนาดีขึ้นมา คนรากหญ้าดีขึ้นมา เม็ดเงินมันหมุน เม็ดเงินมันพลิก ผมเชื่อแน่ว่าประเทศนี้เศรษฐกิจดีแล้ว วันนี้ถ้าไปส่งเสริม เรื่องพวกนี้ผมคิดว่าชาวนาคงดีขึ้น นิดเดียวครับท่านประธาน แล้วก็ฝากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นิดเดียวครับ วันนี้หน่วยป้องกันกำจัดศัตรูพืชยุบไปนานแล้วก็คิดว่าบ้านเมือง วันนี้กับพี่น้องเกษตรกรคงจะไม่มีภัยที่มาทำลายพืช วันนี้มีมาทุกระบบ ผมอยากให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รื้อฟื้นหน่วยป้องกันกำจัดศัตรูพืชเพื่อที่จะได้ลงไปแก้ปัญหา เอาเฉพาะเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ เกษตรตำบลวันนี้ช่วยไม่ได้หรอกครับ นำแต่ความรู้ ไปให้อย่างเดียวแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือแล้วก็สิ่งต่าง ๆ ไม่มี ก็ขอฝากไว้ ขอบพระคุณมากครับ ด้วยความเคารพครับ
ต่อไป ท่านสัญญา นิลสุพรรณ แล้วก็ท่านประเสริฐ ศรนุวัตร์ ท่านจีรเดช ศรีวิราช ท่านบัลลังก์ อรรณนพพร ท่านอิสสระ สมชัย เชิญท่านสัญญา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำที่ท่านได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำ ผมเองพื้นที่ของจังหวัดนครสวรรค์ในเขตผม ๓ อำเภอ อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอชุมแสง ทั้ง ๓ อำเภอประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องข้าว ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็คณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ได้มีนโยบายช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร เรื่องของการประกันราคาข้าวก็ดีหรือเงินที่ช่วยต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนทำให้เกษตรกรตอนนี้ก็มีความสุข แต่สิ่งที่อยากจะฝากไว้อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของข้าวบางชนิด โดยเฉพาะในพื้นที่ของ อำเภอชุมแสง แล้วผมเองก็ได้รับหนังสือจากท่าน ส.ส. โชติวุฒิ ส.ส. จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกข้าว เขาเรียกข้าวปทุมธานี ก็คือเหมือนข้าวหอมปทุมธานีที่ชาวบ้าน เรียกกันนี่ก็ประสบปัญหาเดียวกับหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งรัฐบาลมีการประกันราคา โดยกำหนด ราคาอ้างอิงไว้ที่ ๑๐,๒๓๖ บาท แต่ปรากฏว่าเกษตรกรขายจริง ๆ ได้เพียง ๗,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๘,๐๐๐ บาท บวกกับ เงินชดเชยซึ่งทางรัฐบาลให้ไว้ครั้งแรก ๗๐๐ บาท และมาปรับเพิ่มให้อีก ๔๐๐ บาท เป็น ๑,๑๐๐ บาทเศษ ก็ต้องเรียนว่าก็ยังถือว่าข้าวหอมปทุมก็ยังมีรายได้ที่ต่ำกว่าข้าวปกติ ข้าวเจ้านะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่เกษตรกรฝากมานะครับ ฝากมาถึงทางรัฐบาลว่าท่านพอจะมี แนวทางจะเพิ่มเติมอย่างไร เพราะว่าข้าวหอมปทุมเองเป็นข้าวที่ต้นทุนการผลิตจะสูงกว่า ข้าวเจ้านะครับ ต้นทุนการผลิต แล้วระยะเวลาก็ใช้เวลาปลูกนานกว่า อันนี้ก็ฝากไปทาง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะครับ ถ้าจะมีโอกาสหรือว่าจะย้อนหลังไปให้ตั้งแต่เริ่มโครงการ ก็จะเป็นพระคุณต่อเกษตรกรอย่างสูงนะครับ
กลับมาเรื่องของแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรกรตกต่ำ ผมอ่านจากรายงานนะครับ ก็เห็นว่าท่านคณะกรรมาธิการได้เอาใจใส่ แล้วก็ได้ใส่ใจ รายละเอียดค่อนข้างมา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอาจจะเห็นว่ายังน้อยไปนิดหนึ่งในเรื่องของการ ลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะเกษตรกรที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องแหล่งน้ำ เรื่องแหล่งน้ำถือว่า เป็นสายเลือดที่จะทำให้เกษตรกรลดภาระต้นทุนการผลิตข้าว อย่างที่ท่านอาจจะทราบอยู่ ราว ๆ ๓,๐๐๐ บาทปลาย ๆ ถึง ๕,๐๐๐ บาทแล้วแต่พื้นที่ แต่ว่าเกษตรกรบางที่ที่เขา ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำ สิ่งที่ต้นทุนการผลิตเมื่อสักครู่ ท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ ขออนุญาต เอ่ยนามท่านนะครับ ที่ท่านได้พูดถึงต้นทุนการผลิต แถวบ้านผมมีอีกอันก็คือเขาเรียก ค่าน้ำ ค่าน้ำก็คือเราต้องไปตามน้ำ เราต้องมีการออกค่าน้ำมันกันไปตามน้ำ ช่วยกันไปจ่าย ค่าไฟฟ้าก็ดี หรือว่าเป็นต้นทุนการผลิตในการที่จะไปหาน้ำ ไร่หนึ่งบางคนเป็น ๑,๐๐๐ บาท เกือบ ๑,๐๐๐ บาทก็มี อันนี้ถือว่าเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างมาก เวลาผลิตออกมาผลผลิตต่อไร่ ก็ไม่ถึงตันนะครับ ก็ได้ประมาณ ๖๐-๗๐ ถังอย่างนี้ ก็กลายเป็นว่าต้นทุนการผลิตก็จะสูง จึงฝากท่านคณะกรรมาธิการได้ลองพิจารณาในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ผมคิดว่า ประเทศไทยน่าจะต้องบูรณาการเรื่องแหล่งน้ำ โดยเฉพาะโครงการ โขง ชี มูล ที่เราเคยพูดถึง หรือว่าการผันน้ำจากแม่น้ำยมเข้ามาเติมน้ำที่เขื่อนภูมิพล เขื่อนภูมิพลถือว่าเป็นหัวใจหลัก ของเกษตรกรไล่มาตั้งแต่ในโซน (Zone) ภาคเหนือเกือบทั้งหมดลงไปถึงภาคกลาง ล้วนแต่ใช้ปัจจัยจากเขื่อนภูมิพลเป็นหลัก ผมคิดว่าอยากให้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญนะครับ แล้วก็ลงทุนในโครงการตรงนี้ผมคิดว่าคุ้มเกินคุ้ม เราลงทุนครั้งเดียวแต่ว่าจะได้ประโยชน์ ในระยะยาวไปไม่รู้กี่ปี เราอาจจะไม่ต้องมาใช้โครงการประกันราคาข้าวหรือโครงการจำนำอีกก็ได้ เพราะว่าจากการที่ผมลงพื้นที่ไปพูดคุยญาติผมก็ทำนากันเกือบหมด ก็นั่งคุยกันเขาก็บอก ถ้าจริง ๆ แล้วเขามีน้ำทำได้อย่างพอเพียงไม่ต้องดิ้นรนเขาอยู่ได้ ราคาอาจจะไม่ต้อง ไปประกันจนสูงมากเขาก็อยู่ได้ ราคาสัก ๗,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท เขาก็มีความสุข แต่ถ้าเขามีน้ำหมายถึงเขามีน้ำทำอย่างเพียงพอเขาอาจจะทำปีหนึ่ง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง จริง ๆ แล้วประเทศไทยดินอุดมสมบูรณ์ถือว่าดีที่สุดในโลกก็ว่าได้ ผมว่าเรามาดูเรื่องของ การจะทำอย่างไรให้ศักยภาพของประเทศเราสูงขึ้นไปนะครับ อย่างเดียวเลยครับ ก็คือผมคิดว่าเรื่องน้ำสำคัญที่สุด จึงอยากจะฝากว่าถ้าท่านมีโอกาส หรือจะนำเสนอนโยบายหรือแนวทางก็อยากให้ท่านได้มุ่งเน้น โดยเฉพาะพิจารณาเลยครับ อย่างของผมเอง ๓ จังหวัด จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร ผมเคยได้ หารือในสภานี้ไปแล้วก็ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ผมคิดว่าลงทุนไม่น่าถึงหมื่นล้านบาท น่าจะไม่ กี่พันล้านบาทด้วยซ้ำไป แต่ว่าประโยชน์ที่เกษตรกรได้รับ ๓ จังหวัด อันนี้ผมอยากจะให้ ทางหน่วยงานภาครัฐได้ให้ความสำคัญอันนี้จะมีประโยชน์อย่างสูงนะครับ แล้วก็ส่งเสริม ผมคิดว่าการบูรณาการเรื่องน้ำ อบต. ทุก อบต. ตอนนี้มีโครงการขุดลอกกันเองทั้งหมด แต่ไม่มีงบประมาณ อบต. ทุก อบต. อยากลอกคลองในพื้นที่ตัวเอง แต่ถ้าเราเข้าไปช่วย จับ อบต. ทุก อบต. มาเชื่อมกันเป็นจิกซอว์ (Jigsaw) อบต. นี้เขาเชื่อมกันหมดนะครับ เขาเชื่อมแหล่งน้ำ เขาเชื่อมทางน้ำกันทั้งหมด นอกจากหน่วยงานอย่างกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำก็ดี กรมพัฒนาที่ดินก็ดี เราส่งเสริมไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เขาได้พัฒนาในเรื่องของแหล่งน้ำของตัวเอง อันนี้ก็จะเป็นการช่วยอย่างมากนะครับ
สุดท้ายผมเห็นด้วยในแนวทางของท่านคณะกรรมาธิการในเรื่องของ การส่งเสริมให้กลุ่มสหกรณ์และเกษตรกรมีพลังและบริหารจัดการสินค้าทางการเกษตรได้ อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะว่าเขาขายกันเอง เขารวมกลุ่มสามารถจะไปเชื่อมต่อกับ ทางพ่อค้าหรือผู้ส่งออกได้โดยตรงเขาก็สามารถขายสินค้าได้ราคาสูงขึ้น ผลกำไรในสหกรณ์ ก็สามารถจะมาแบ่งปันในฐานะที่เป็นสมาชิกได้อีกตรงนี้จะต่อยอด แล้วก็ทำให้เขามีศักยภาพ ในตัวเองที่จะพัฒนาสินค้าของเขาได้ต่อไป สุดท้ายก็ขอขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ที่ท่านได้จัดทำเล่มรายงานแนวทางมาค่อนข้างมาก เดี๋ยวจะกลับไปอ่านแล้วก็จะมีแนวทาง ตรงไหนที่จะได้นำเสนอจะได้นำเรียนท่านผ่านท่านประธานสภาต่อไป ขอบคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ
ท่านบัลลังก์ อรรณนพพร ท่านประเสริฐพงษ์หรือครับ ยกมือด้วยก่อนจะพูดนะครับ ประสงค์จะพูดช่วยยกมือด้วยนะครับ เชิญครับ ขอบคุณครับ
เรียนท่านประธานสภา ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ ขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับการรายงานผลแนวทางการแก้ไขปัญหา ราคาปาล์มน้ำมัน ซึ่งพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้มีการปลูกปาล์มเยอะมากหลายจังหวัด ไม่เฉพาะที่จังหวัดกระบี่ที่เป็นพื้นที่ปลูกเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย ซึ่งจากรายงานของ คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน มีหลายประเด็นที่คิดว่ารัฐบาลจะต้องเอามาเป็นข้อ ที่จะต้องเร่งดำเนินการเป็นลำดับแรก ๆ และไม่ควรจะปล่อยทิ้งไว้เป็นลำดับหลัง ๆ เพราะว่า พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มทางภาคใต้ตอนนี้เดือดร้อนมาก ช่วงเวลา ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีโครงการประกันราคา แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่จำนวน ๒๕ ไร่ แล้วก็ บางจังหวัดอย่างเช่นที่จังหวัดตรัง บ้านท่านประธานชวน หลีกภัย ก็มีประชาชนร้องเรียน เข้ามาว่าโครงการดังกล่าวยังไม่ถึงมือประชากร ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนปาล์มนะครับ ปาล์มน้ำมันการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มก็มีการพิจารณากัน แล้วชาวบ้านชาวช่องที่อยู่ ทางภาคใต้ก็ยังคิดว่ารูปแบบการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มโดยผ่านทางช่องชายแดน ลักษณะของการใช้กองทัพมดเข้ามาทางฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ปัญหานี้ก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่องนะครับ แม้ว่าหน่วยงานที่เข้ามาชี้แจงต่อกรรมาธิการจะยืนยัน ไว้แล้วก็ตาม แต่คิดว่ายังมีวิธีการตรวจสอบรถบรรทุกพวกถังเก็บสต็อก (Stock) ที่เราต้องรู้ เท่าทันด้วยนะครับ ซึ่งรัฐบาลจะต้องให้ความจริงใจต่อการจัดการปัญหาเรื่องของการลักลอบ การนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศนะครับ ซึ่งมีข้อครหามาตลอดว่ามีกลุ่มบางกลุ่ม ที่ได้ผลประโยชน์จากการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มเหล่านี้หรือไม่นะครับ ถัดมาเป็นเรื่องที่ การทำโครงการประกันราคาของปาล์ม พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ขอบคุณ แต่เขามองว่ารูปแบบของการทำโครงการประกันราคารายได้เป็นเรื่องของการสนับสนุน เพียงแต่ปลายเหตุเท่านั้นนะครับ ไม่ได้มีท่าทีของการส่งเสริมให้ต่อเนื่องหรือยั่งยืนสำหรับ ชีวิตเกษตรกรชาวสวนปาล์ม เพราะว่าพี่น้องชาวสวนปาล์มพยายามดิ้นรนต่อสู้ให้มีการ ส่งเสริมการใช้น้ำมันบี ๑๐๐ (B100) น้ำมันบี ๑๐๐ (B100) มีเฉพาะขายจุดแบ่งปันทาง ภาคใต้นะครับ ยังไม่มีการส่งเสริมจากภาครัฐโดยจริงจัง เพราะว่าอาจจะมีเรื่องของ ผลประโยชน์ไปขัดกันกับผู้ค้าน้ำมันเดิมหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นข้อสงสัยของกลุ่มเกษตรกร ที่พยายามออกมาดิ้นรนต่อสู้นะครับ อยากให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการต่าง ๆ ในการรับรอง คุณภาพน้ำมันบี ๑๐๐ (B100) รวมทั้งรัฐบาลจะต้องส่งเสริมให้มีการตั้งโรงกลั่นน้ำมัน บี ๑๐๐ (B100) ในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชนหรือในรูปแบบต่าง ๆ ให้ในพื้นที่ภาคใต้ ขยายไปทั่วประเทศไทยนะครับ
ถัดมาเป็นเรื่องของการส่งเสริมสนับสนุนแล้วก็ต้องยกร่างพระราชบัญญัติ ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยสำเร็จครับ รัฐบาลนี้จะต้องเร่งดำเนินการ ยกร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อให้มีโครงสร้างราคาน้ำมันปาล์ม ที่เป็นธรรมกับพี่น้องชาวเกษตรกร เพราะว่าคนทางภาคใต้เดินทางไปประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซียก็ตามมีการเปรียบเทียบราคาในระบบเรียลไทม์ (Real time) รายวันเลยนะครับ ทางอินเทอร์เน็ตต่างประเทศก็เป็นคำถามที่พี่น้องชาวเกษตรกร ตั้งคำถามว่าเหตุอันใดชาวสวนปาล์มทางภาคใต้ถึงมีราคาที่แตกต่างกัน เมื่อเทียบอัตรา ซีพีโอ (CPO) ซึ่งจากรายงานของกรรมาธิการก็ยืนยันแล้วว่าซีพีโอ (CPO) น้ำมันปาล์มของ พี่น้องชาวเกษตรกรไม่ต่ำกว่า ๒๐ นะครับ ส่วนของการส่งเสริมการส่งออกรัฐบาลก็จะต้อง เร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่าน้ำมันปาล์มสามารถส่งออกเป็นสินค้าไปยังตลาดที่ใหญ่ขึ้น อย่างเช่นประเทศอินเดีย แต่ประเด็นก็คือว่าประเทศของเราได้รับความน่าเชื่อถือจากต่างชาติ มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะที่ผ่านมาก็ยังโดนตั้งแง่กันอยู่ เราจะขยายตลาดออกไปตรงนั้น ได้หรือไม่ ก็เป็นโจทย์ที่สำคัญที่รัฐบาลจะต้องเอาไปขบคิด รวมถึงงานวิจัยที่มีการส่งเสริม การแปรรูปน้ำมันปาล์มนะครับ บางประเทศของเหลวจากน้ำมันปาล์มสามารถเอาไปผลิต เป็นสารเคลือบผนังฉนวนกันความร้อนในเวลากลางคืนสำหรับประเทศเมืองหนาวได้ด้วยนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และที่สำคัญอีกอันหนึ่งพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มมักจะเป็น ข้อกังวลเสมอว่าเมื่อมีคณะกรรมการพิจารณาการนำเข้าถั่วเหลืองหรือเป็นพวกพืชไขมัน ราคาน้ำมันปาล์มก็จะตกลงทุกครั้งเลยสำหรับคนที่จะไปขายทะลายปาล์ม เพราะฉะนั้น ก็ฝากไปถึงคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะอยู่ในการพิจารณาการนำเข้าถั่วเหลือง ซึ่งมาแทนกันได้ของปาล์มน้ำมันนะครับ
อีกอันหนึ่งก็คือการปลดล็อกให้กับโรงงานหีบน้ำมันปาล์มที่สามารถผลิต กระแสไฟฟ้าส่งขายได้ แต่ปรากฏว่ามีข้อจำกัดที่ภาครัฐไปปิดกั้นเอาไว้ เรื่องแบบนี้ก็จะทำให้ โรงงานที่รับซื้อเขาสามารถลดต้นทุน เพราะฉะนั้นเมื่อเขาลดต้นทุนได้กระบวนการที่เขา ต้องการกำไรสูงสุดแล้วก็สามารถที่จะคิด มีวิธีคิดแบบวินวิน (Win Win) กับกลุ่มผู้ปลูก ปาล์มน้ำมัน ก็จะเป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะยกระดับให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ได้ขายราคาที่สูงขึ้นแล้วก็ข้อมูลการบริหารน้ำมันปาล์ม กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตกเป็นจำเลยอยู่นะครับ ตกเป็นจำเลยของเกษตรกรที่ติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอว่า ข้อมูลของการรายงานของกรมการค้าภายในมีลักษณะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ลักษณะเหมือนกับ เขย่งราคา เพราะว่าเพื่อทำให้มีการคิดต้นทุนสูงขึ้น ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมประเภทอุตสาหกรรม ปาล์มน้ำมันหรือผู้ใช้อุตสาหกรรมปาล์ม แล้วก็ผู้ใช้น้ำมันมีกำไร มีลักษณะของการกอบโกย ที่สูงเกินจริงครับ เรื่องของการตรวจวัดปริมาณน้ำมันปาล์มที่เป็นเรียลไทม์ (Real time) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็รับเรื่องลักษณะนี้ไปแล้ว แต่ยังมีข้อกังวลอยู่ว่ารูปแบบการตรวจสอบ จะต้องให้มีประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง หมายความว่าประชาชนเขาไม่ค่อยจะ ไว้ใจระบบราชการเท่าไร ก็ฝากรัฐบาลคิดถึงประเด็นตรงนี้ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ ส่วนพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้กำหนดระยะเวลาการสนับสนุนราคา เชื้อเพลิงชีวภาพได้ไม่เกิน ๓-๗ ปี ก็จะส่งผลโดยตรงต่อราคา บี ๒๐ (B20) ที่จะมีราคาสูงขึ้น ก็จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไบโอดีเซล (Biodiesel) ลดลงเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ ก็จะเป็นเรื่องที่จะกระทบต่อกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มทางภาคใต้เช่นเดียวกัน ก็อยากฝากไป ถึงรัฐบาลแล้วก็ให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักว่าถึงเวลาที่จะยกระดับให้พี่น้อง ชาวเกษตรกรได้ขายผลิตภัณฑ์ของปาล์มน้ำมันได้มีราคา มีวิธีคิดแบบวินวิน (Win Win) ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ อย่าให้กำไรไปตกอยู่กับกลุ่มพ่อค้าจนรวย จนกระทั่งมีการฮั้วตั้งโต๊ะ เพื่อกำหนดราคากันเอง ซึ่งเรื่องแบบนี้มันก็เป็นอันรู้กันล่ะครับ ฝากภาครัฐด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ต่อไป ท่านจีรเดชนะครับ
ท่านประธานครับ บัลลังก์ อรรณนพพร ครับ
ขอท่าน หลังจากท่านจีรเดชนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม จีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดพะเยา พรรคพลังประชารัฐ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ได้ให้โอกาสอภิปรายในปัญหาทางด้าน การเกษตรที่ผลผลิตที่มีราคาตกต่ำ ผมเองนั้นก็ลูกชาวบ้านหลานชาวนาได้เห็นปัญหา รับทราบปัญหาแบบนี้มาทั้งชีวิตครับ ซึ่งอาชีพเกษตรกรรมนั้นและในจังหวัดพะเยา ของผมนั้นถือว่าเป็นอาชีพหลักของพี่น้องไม่ต่างจากพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ หากอาชีพ เกษตรกรรมมีปัญหาราคาตกต่ำก็จะทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมาอีกมากมาย ซึ่งมีผู้อภิปราย หลายท่านได้กล่าวไปแล้วและหลายท่านก็ได้ให้การเสนอความเห็นกันอย่างมากมาย หลายแนวทาง ชีวิตของพี่น้องเกษตรกรฝากไว้กับปัจจัยหลายอย่างครับ ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนการผลิตซึ่งนับวันก็จะสูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงาน ค่าปลูก ค่าเก็บเกี่ยว อีกทั้งยังมีความเสี่ยงในเรื่องของภัยพิบัติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ฝนแล้ง แม้แต่โรคระบาด ปีไหนฟ้าฝนดี มีผลผลิตดีก็ทำให้สินค้าทางการเกษตร ที่บ้านผมจังหวัดพะเยานั้นส่วนใหญ่ ก็จะปลูกข้าวและข้าวโพด มันสำปะหลังบ้าง ผลผลิตก็ออกมาเป็นจำนวนมากครับ ท่านประธาน เมื่อผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมากราคาก็จะตกต่ำก็มักจะประสบปัญหา มาโดยตลอด เหยียบย่ำซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรมาอย่างนี้มาตลอดครับ ท่านประธานครับ ไม่เฉพาะเรื่องราคาตกต่ำเท่านั้น ตั้งแต่ผมจำความได้มาถึงวันนี้ น้ำท่วม ฝนแล้ง พูดกันมา ตลอดเวลา มาถึงวันนี้ ๕๐ ปีท่านประธาน ปัญหาฝนแล้ง น้ำท่วม ผ่านมาทุกยุค ทุกสมัย ทุกรัฐบาล วันนี้ก็ยังเป็นแบบเดิมก็ฝากได้ช่วยในเรื่องของการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยไปกว่าต้นทุนการผลิต ซึ่งผมเองก็ถือว่าพี่น้องเกษตรกร ส่วนใหญ่ก็มักประสบปัญหาเช่นนี้มาตลอด วันนี้นับว่าโชคดีต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล ที่มีมาตรการให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยมีการกำหนดนโยบายต่าง ๆ ขึ้นมา เช่น ให้มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกร นโยบายในการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรเพื่อเป็น หลักประกันให้กับพี่น้องเกษตรกรอีกทางหนึ่งที่ให้มีความมั่นใจจากการมีรายได้จากการขาย สินค้าทางการเกษตรที่จะมีราคาที่สูงขึ้น รายได้ก็จะมากขึ้น ซึ่งนโยบายการประกันราคานี้ ก็เป็นความหวังให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง อีกนโยบายซึ่งรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ ก็คือในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะเรื่องข้าวซึ่งจังหวัดพะเยาของผมนั้น ส่วนใหญ่ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะทำนาปลูกข้าว ซึ่งรัฐบาลก็ให้ค่าปลูกไร่ละ ๕๐๐ บาท คนละไม่เกิน ๒๐ ไร่ ก็สามารถที่จะผ่อนคลายในเรื่องปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ ในระดับหนึ่ง แต่พี่น้องก็ฝากมานอกจากราคาค่าปลูกแล้วรัฐบาลที่ผ่านมาให้ค่าเก็บเกี่ยว ไร่ละ ๑,๕๐๐ บาท ไม่เกิน ๑๒ ไร่ ก็สามารถที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้มากทีเดียว และปีนี้นั้นผมทำนายว่าราคาพืชผลทางการเกษตรอาจจะราคาสูงขึ้นกว่าราคาประกัน สาเหตุเนื่องจากปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่ว่าจะฝนทิ้งช่วง ตลอดจนมาปีนี้ปลายปีก็เริ่ม จะมีฝนแล้ง การที่รัฐบาลเตรียมเงินไว้เป็นค่าประกันราคาข้าวนั้นอาจจะไม่ได้ใช้ ก็ขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่ได้ใช้เงินประกันราคา ก็ขอเอามาเป็นค่าเก็บเกี่ยวให้พี่น้องเกษตรกร อย่างน้อยก็ไร่ละ ๑,๕๐๐ บาท คนละไม่เกิน ๑๒ ไร่ก็ยังดี ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชน เกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ จะได้มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากพ้นจากปัญหาหนี้สินและความยากจนจะได้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนครับท่านประธาน ฝากท่านประธานถึงรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้โปรดพิจารณาในเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ยังมีเกษตรกร และผู้คนอีกจำนวนหนึ่งซึ่งขาดโอกาสเข้าถึงนโยบายของรัฐบาลซึ่งส่วนใหญ่เป็นพี่น้อง เกษตรกรที่ยากจนไม่ได้รับการเหลียวแล แม้แต่ที่ดินทำกินของตัวเองก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่มีพื้นที่ทำกินที่มีเอกสารสิทธิเป็นของตัวเองบางครั้งจึงถูกกล่าวหาว่าทำกินทับซ้อนพื้นที่ป่าบ้าง บางครั้งก็ถูกกล่าวหาบุกรุกป่าบ้าง บางครั้งพื้นที่ป่าก็มาทับซ้อนพื้นที่ของเขาบ้าง บางหมู่บ้าน บางตำบล บางอำเภอ เขาได้อยู่อาศัยและทำมาหากินนับสิบนับร้อยปีท่านประธาน ก็ขอฝาก คนกลุ่มนี้ แม้รัฐบาลจะมีนโยบายให้ความช่วยเหลืออย่างไร ไม่ว่าจะประกันราคา หรือเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิต แต่คนเหล่านี้จะไม่ได้รับสิทธิเหล่านั้น เพราะเข้าไม่ถึง นโยบายรัฐครับ ท่านประธานครับ จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการแก้ไข โดยเร่งด่วน ให้ออกเอกสารสิทธิรับรองสิทธิทำกินให้กับคนกลุ่มนี้อย่างเป็นรูปธรรมเสียทีครับ ท่านประธาน เพื่อให้เข้าถึงนโยบายที่รัฐให้ความช่วยเหลือและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับประชาชนในกลุ่มที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนให้มีรายได้ ที่สูงขึ้นพ้นจากความยากจนและมีหลักประกันในเรื่องที่ดินทำกินครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ
ท่านบัลลังก์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่วันนี้ได้ให้โอกาสมาอภิปรายในเรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร วันนี้ผมขออนุญาตจะอัปเดต (Update) ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องข้าว ผมจะอภิปรายในบทที่ ๒ แล้วเป็นข้อมูล ณ ปัจจุบัน ณ วันนี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากภาคอีสานเราก็ทราบดีว่าเราเกิดวิกฤติภัยแล้ง ชาวนา ต้องหว่านข้าว ๒ รอบ ๓ รอบ พอแล้งเสร็จข้าวจะเป็นต้นหน่อยก็เกิดน้ำท่วม น้ำท่วมทำให้ ข้าวเน่าเสีย แต่ท่านประธานที่เคารพ ณ ปัจจุบันนี้ท่านประธาน ราคาข้าวเปลือก ณ เวลานี้ โดยเฉพาะข้อมูลตัวนี้เพิ่งได้มาสด ๆ ร้อน ๆ นะครับท่านประธาน ข้าวนาปีของภาคอีสาน ปัจจุบันข้าว กข ๖ ต้นเตี้ยราคาอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐-๑๐,๓๐๐ บาทต่อตัน ความชื้นที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ ๑๐๕ ราคาที่ ๑๒,๐๐๐-๑๒,๕๐๐ บาทต่อตัน ความชื้นที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายว่ามันเกิดภาวะภัยแล้งบ้าง น้ำท่วมบ้าง ราคาข้าวจะดีจะไม่ได้ใช้เงินประกันราคาข้าว ข้อมูลตัวนี้น่าจะเป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยตรงเท่าไร โดยเฉพาะ ณ วันนี้โรงสีแถวอีสานได้ปิดการรับซื้อข้าวสดเกือบทุกโรงแล้วประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุเกิดขึ้นมาหลายสาเหตุ ราคาข้าวปัจจุบัน ณ วันนี้มีสาเหตุเนื่องจาก ข้าวตอนนี้ยังมีความชื้นสูงแล้วการเก็บเกี่ยวออกมาพร้อมกันทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง แล้วทีนี้พอออกมาพร้อมกันโรงสีไม่สามารถที่จะรับข้าวที่จะอบข้าวตัวนี้ได้ทัน ประเด็นปัญหาของโรงสีก็คือเรื่องการเงินครับ ซึ่งตอนนี้ธนาคารได้ตัดวงเงินของโรงสี ทำให้เกิดการขาดสภาพคล่องเลยซื้อข้าวได้น้อยลง ตอนนี้เกษตรกรเคว้งคว้างไม่มีที่ขายข้าวแล้ว อยากประกาศให้ทั้งประเทศได้รับรู้ว่าให้รัฐบาลได้รับรู้ว่าตอนนี้ชาวนากำลังเดือดร้อนหนัก
ประเด็นที่ ๒ ที่ราคาข้าวลงมามาก ข้าวเหนียวตอนนี้ลงมามากกว่าข้าวหอมมะลิ และจะมีแนวโน้มลงอย่างรุนแรงต่อเนื่อง เพราะปีที่แล้วข้าวเหนียวราคาดีชาวนาจึงปลูกข้าว มากขึ้น ไม่เฉพาะภาคอีสานนะครับ แต่ยังมีปลูกเพิ่มในภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน เป็นจำนวนมาก เก็บเกี่ยวพร้อมกันตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๒ ทำให้ข้าวเปลือก ร่วงจากตันละ ๑๔,๕๐๐ บาท ข้าวสดเหลือ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ณ ปัจจุบันนี้ แล้วทีนี้ราคา ข้าวสารที่โรงสีไปส่งที่พวกท่านอภิปรายว่าพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบชาวนา ท่านดูราคาตลาด ข้าวสาร ณ ต้นเดือน ๔๓-๔๕ บาทต่อกิโลกรัม ท่านประธานที่เคารพ ตอนนี้ราคาข้าวสารเหลือ ๒๘-๓๐ บาทต่อกิโลกรัมในวันนี้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะนิ่งเฉยไม่ได้ รัฐบาลยังไม่มีนโยบายส่งเสริมให้ชาวนาเก็บไว้ในยุ้งฉาง ของตนเอง รัฐบาลต้องมีมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่ง ณ เวลานี้ ณ ปัจจุบันนี้ให้ชาวนาชะลอ การขายข้าว เพราะตอนนี้ทั้งลงทุนเยอะขายข้าวไม่ได้ราคา คำว่า ชาวนาเป็นกระดูกสันหลัง ของชาติ ตอนนี้กระดูกไม่ได้เป็นชิ้นแล้วครับ กระดูกเป็นเถ้าถ่านแล้วชาวนา กระดูกสันหลัง ของชาติตอนนี้เป็นเถ้าถ่านโดนเผาไปหมดแล้ว ผมขออนุญาตที่จะเสนอแนะคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำและเสนอต่อรัฐบาลว่า ต้องออกมาตรการเร่งด่วน โดยเฉพาะมาตรการตอนนี้ที่ชะลอการขายข้าวได้ดีที่สุดก็คือ การจำนำยุ้งฉาง ท่านประธานที่เคารพ คำว่า จำนำอาจจะแสลงหู แต่มันใช้ได้ผล เพราะฉะนั้น ถ้าเราชะลอการขายข้าวสดออกมาได้ ถ้าเราตากเป็นข้าวแห้งมีโอกาสที่ชาวนาจะขายข้าว ได้ราคา เพราะฉะนั้นให้รัฐบาลรีบแก้ปัญหาโดยด่วน ผมขออนุญาตในบทสรุปว่าถ้าหาก รัฐบาลปล่อยไปเช่นนี้ต่อไปราคาข้าวจะตกอย่างต่อเนื่อง ผมมีความคิดเห็นในบทวิเคราะห์ ของผมต่างจากสมาชิกท่านอื่น ซึ่งถ้าราคาข้าวตกต่ำมาก ๆ โครงการประกันรายได้ ซึ่งรัฐบาล ก็จะต้องเสียเงินชดเชยให้กับเกษตรกรมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น ราคาข้าวสารของ ประเทศเราตอนนี้เช็ก (Check) ราคาหั่งเช้งได้เลยนะครับลงทุกวัน วันนี้ก็ลงมาอีกนะครับ ท่านประธาน ลงเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นโครงการประกันรายได้จะทำให้สูญเสียเงินงบประมาณ ว่าข้าวมันได้ลงอย่างต่อเนื่องอย่างมหาศาล ผมคิดว่ารัฐบาลต้องเปลี่ยนโครงการแน่นอน เพราะว่าจะไม่มีเงินมาชดเชยกับเกษตรกรในส่วนต่างของราคาข้าว เพราะฉะนั้นท่านประธาน ที่เคารพ มีวิธีเดียวจริง ๆ ที่จะดึงราคาให้ข้าวราคาสูงขึ้นได้ก็คือการชะลอการขายข้าวเปลือก ของชาวนา ทำอย่างไรก็ได้ออกมาตรการอย่างเร่งด่วน ออกมาอย่างไรก็ได้ที่จะให้ชาวนา ตอนนี้ได้ตากข้าวแล้วก็เก็บไว้ในยุ้งฉาง โดยเฉพาะในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตัวกระผมพร้อมกับทีมงานประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเอ่ยนาม คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ลงพื้นที่ที่อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น ได้ไปดูกลุ่ม เกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์ และในวันนั้นก็ได้ขายข้าวอินทรีย์ออนไลน์ภายในประเทศ ยังไม่ถึงต่างประเทศ ในระยะเวลา ๔-๕ นาทีที่เราไลฟ์ (Live) สดออนไลน์ (Online) ขายข้าว เราขายข้าวอินทรีย์นี้ได้จำนวนมาก ราคาข้าวอินทรีย์นี้ราคานี้สูงกว่าข้าวปกติกิโลกรัมหนึ่ง ประมาณสัก ๕-๑๐ บาท เพราะฉะนั้นในบทการพิจารณาการศึกษาปัญหาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะบทที่ ๒ เรื่องข้าว ท่านต้องนำไปพิจารณาใหม่ในการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนด้วย เพราะว่าผมได้อ่านดูแล้วในบทวิเคราะห์ ข้อ ๒.๙.๑๐ ที่บอกว่าให้ภาคเอกชนเป็นหลัก ในการขายโดยกลไกการค้าเสรี ไม่มีการแทรกแซงตลาด บิดเบือนกลไกทางการตลาด มันก็เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นครับ ไม่มีการบิดเบือนกลไก ราคาข้าวชาวนาก็ขายได้ตกต่ำ และตอนนี้ทั้งประเทศชาวนาไม่มีที่ขายข้าวแล้วครับ เพราะว่าโรงสีได้หยุดรับแล้ว เนื่องจาก ปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งผมได้กล่าวขึ้นมา ก็ขอกราบขอบพระคุณนะครับ ที่วันนี้ได้มีโอกาสได้มาอภิปรายสถานการณ์ความเป็นจริง ของข้าวประเทศไทยในวันนี้ ชาวนาไม่ว่าแต่จะใช้หนี้สิน หากินแต่ละวันพอให้ลูกให้หลาน ไปโรงเรียนก็ไม่มีแล้ว เรื่องหนี้สินไม่ต้องไปพูดถึงครับ อย่างไรก็ไม่มีปัญญาใช้ แล้วก็อยากให้ รัฐบาลสั่งการมาตรการเร่งด่วนเพราะว่ามันจะไม่ทันเหตุการณ์ พอหลังจากข้าวอยู่ในมือ โรงสีอยู่ในมือผู้ส่งออก ข้าวตอนนั้นจะน้อยแล้วเพราะว่าสภาวะทั้งแล้งทั้งน้ำท่วม ถ้าราคาข้าว ขึ้นไปตอนนั้นก็ไม่มีประโยชน์เพราะว่าเกษตรกรไม่ได้รับส่วนต่างในตัวนั้น ก็ขอฝาก ท่านประธานไว้ด้วยกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านอิสสระ สมชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้จัดทำรายงาน แนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ผมมีข้อสังเกตในเบื้องต้นว่าสมุดนี้ ที่รายงานมาแม้ว่าจะทำประณีตอย่างไรก็ยังมีข้อบกพร่องเยอะนะครับ ยกตัวอย่างเลยครับ ในหน้า ค ๕ แล้วไปโผล่ ค ๒๓ ตั้งแต่หน้า ๕ หน้า ๖ ไม่มีเลขหน้ากำกับเลยครับ แบบนี้ จะถือเป็นเอกสารอ้างอิงต่อไปในอนาคตไม่ได้นะครับ ต้องขอให้เรียบร้อยกว่านี้นะครับ นำมาเสนอต่อกรรมาธิการ
ส่วนที่ ๒ ภาพถ่ายประกอบ โดยเฉพาะรายงานเรื่องข้าวท่านพิมพ์มาให้มันพอมี รูปอย่างนั้นหรืออย่างไรครับ อ่านออกไหมครับ ทุกรูปผมอ่านไม่ออกเลย ทั้ง ๆ ที่ใส่แว่นตา ผมอยากจะทำให้มันเรียบร้อยกว่านี้ เพราะว่าเอกสารนี้จะต้องใช้เก็บไว้สำหรับอ้างอิงนะครับ ผมอ่านอย่างไรก็อ่านไม่ออก อ่านอย่างไรก็อ่านไม่ได้ เกือบจะทุกรูป เกือบจะทุกแผ่น ในหนังสือเล่มนี้ นี่ขอตำหนิเลยว่าไม่สมควรที่จะเก็บไว้เป็นเอกสารอ้างอิงของสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะอภิปรายโดยเฉพาะเรื่องข้าว เพื่อนสมาชิกหลายคน ก็ได้อภิปรายไปแล้ว แต่ว่าผมมีประเด็นส่วนตัวเพิ่มเติมที่อยากจะอภิปราย ท่านประธานครับ ช่วงที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรในรัฐบาล คสช. ๕ ปีเต็ม ผมกลับไปทำการเกษตร ไปทำนา ตามบรรพบุรุษพ่อแม่เคยพาทำ เมื่อได้ไปทำจริง ๆ แล้วจึงได้รู้ได้เห็นปัญหาเกษตรกร ที่ทำไมเขาจึงมีความทุกข์ ความยาก มีหนี้สินไม่มีท่าทีว่าจะลดน้อยถอยลงเลย มีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อย โฉนด น.ส. ๓ เดี๋ยวนี้ไปอยู่ที่ ธ.ก.ส. หมดแล้ว ไปอยู่ที่สหกรณ์หมดแล้ว ปัญหานั้น เนื่องจากว่าส่วนหนึ่งก็คือเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวนี้มันตกต่ำครับ ตามรายงานในบทวิเคราะห์นี้ หน้า ๒๔ ผมมาอ่านดูในข้อ ๒.๙.๑ ปัญหากระบวนการผลิตข้าว ทั้งระบบ จากการวิเคราะห์ข้าวทั้งระบบพบว่าตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยการผลิต กระบวนการผลิตข้าว การจัดการหลังเก็บเกี่ยว การแปรรูปขั้นต้นและการตลาด การแปรรูปขั้นต้น และการตลาดนั้น ๒ อันหลังนี้ไม่ต้องไปพูดถึงเพราะว่าชาวนาไม่มีโอกาสทำครับ แต่ผมจะขอพูดถึง ปัจจัยการผลิต กระบวนการผลิตข้าว การจัดการหลังเก็บเกี่ยว ซึ่งได้ทำรายงานมานี้ ท่านประธานครับ ปัจจัยการผลิตของการทำนาชาวนานั้น หลัก ๆ ก็คือเรื่องทุน ทุนที่จะมาใช้ ดำเนินการทำนาจะต้องมีเงิน เงินเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมาซื้อพันธุ์ข้าวก็ดี ปุ๋ยก็ดี หรือจ้างแรงงรานก็ดี แต่ปรากฏว่าปัจจุบันนี้ ชาวนาเมื่อไม่มีเงินก็ต้องไปเพิ่มหนี้ที่ ธ.ก.ส. ขึ้นมา ในรอบปีเราจึงได้ยินเสมอว่าชาวนานั้น เรียกร้องให้ทางรัฐบาลนั้นพักการชำระหนี้บ้าง พักชำระดอกเบี้ยบ้าง เพราะเขาไม่สามารถ จะมีเงินชำระหนี้ไหว
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องที่ดิน ที่ดินคือที่นานั่นละครับ เดี๋ยวนี้ท่านประธานครับ เกษตรกรส่วนใหญ่นาที่ทำนั้นทั้งมีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิ ที่มีเอกสารสิทธินั้น ก็อยู่ที่ธนาคารอย่างที่ผมเรียนให้ทราบ ส่วนหนึ่งในที่ทำนานั้นเมื่อไม่มีที่นาเป็นของตนเอง ก็จำเป็นต้องไปเช่าที่นาคนอื่นเขามาทำหรือไม่ก็ไปบุกรุกในที่ป่าสงวนทำ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ก็เท่ากับว่าไปเพิ่มต้นทุนการผลิตให้กับชาวนาเขา ไปเพิ่มทั้ง ๆ ที่ราคาผลผลิตนั้น ไม่เพียงพอที่จะมาใช้จ่ายเหล่านี้ ในส่วนที่ ๒ กระบวนการผลิตข้าว ภาคอีสานนั้นได้ชื่อว่า ผลิตข้าวหอมมะลิมีชื่อเสียงมาก เพราะฉะนั้นการผลิตข้าวในภาคอีสานเขาจะทำอย่างนี้ครับ เขาจะปลูกข้าวเหนียวพอได้กิน พอได้บริโภคในครอบครัวเท่านั้น นอกเหนือไปกว่านั้น เขาจะปลูกข้าว จะเป็นข้าวหอมมะลิหรือเป็นข้าว กข ๑๕ ธรรมดาแค่นั้นเพื่อที่จะขาย ข้าวหอมมะลินั้นเป็นข้าวที่ขึ้นชื่อมากในภาคอีสาน อันนี้ก็จำเป็นที่จะต้องมีพันธุ์ข้าว เดี๋ยวนี้ พันธุ์ข้าวเหล่านี้ ท่านประธานครับ ถ้าไม่เก็บไว้เองก็ต้องไปซื้อจากสหกรณ์ อันนี้ก็ไปเพิ่ม ต้นทุนการผลิตให้เขาแล้ว
ประเด็นที่ ๓ กระบวนการผลิตข้าวนั้นระบบชลประทานนี้จำเป็นมาก ระบบชลประทานนี้ ท่านประธานที่เคารพ ปีนี้ท่านคงได้ยินข่าวจังหวัดอุบลราชธานีน้ำท่วม ทั้งจังหวัดเลยครับ ๒๕ อำเภอ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติทั้งหมดเลย ปรากฏว่าน้ำท่วมชาวนา ไม่มีข้าวเหลือเลยถึงวันนี้น้ำเหลือไหมครับ น้ำไม่เหลือ น้ำไหลลงแม่น้ำโขงหมด ผมเสียดายว่า น้ำเหล่านี้ไหลทิ้งแม่น้ำโขงไปทั้งหมดเลย ถ้าหากว่าเรามีระบบชลประทานที่ดี เก็บน้ำ ที่มันท่วมนี้ไว้บางส่วนก็จะทำให้ชาวนาเขาสามารถทำนาปรังได้ อันนี้รัฐบาลจะต้องไปคิดแก้ คิดแก้เรื่องทำอย่างไรจึงจะมีระบบชลประทานที่ว่าสามารถกักเก็บน้ำได้ ในส่วนที่ ๒ ที่ทำอยู่ เวลานี้การสูบน้ำด้วยสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ทางภาคอีสานทุกแม่น้ำจะมีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า แต่ไม่เพียงพอ ผมไปเปิดดูในงบประมาณแล้วครับ มีสถานีสูบน้ำน้อยเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ ไปช่วยเกษตรได้มากที่สุด อยากให้ทางรัฐบาลไปเพิ่มส่วนนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๔ คือเรื่องปุ๋ย ปุ๋ยที่ใช้เวลานี้ไปถามหาตามชาวบ้านไม่ค่อยมีหรอก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยที่เป็นมูลสัตว์ไม่มี ส่วนใหญ่จะเป็นปุ๋ยเคมีทั้งนั้น นอกจากปุ๋ยเคมีแล้วยังมี ยาฆ่าหญ้าขึ้นมาอีก ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรกำลังจะพิจารณาเรื่องนี้อยู่ ท่านประธานครับ อันนี้ก็ไปเพิ่มต้นทุนในการผลิตให้กับเขา การทำนาปัจจุบันนี้กระบวนการผลิตนั้นไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนในอดีต ในอดีตใช้ควายทำนา ใช้คนไถนา ใช้แรงคนปักดำ ทุกวันนี้ไม่มีแล้วครับ ควาย มีรถคูโบต้า มีรถไถเดินตาม มีสิงห์คะนองนาทำนา เกี่ยวข้าว ท่านประธานครับ ในอดีตนั้นเกี่ยวข้าวใช้คนเกี่ยว ทุกวันนี้ข้าว ๒๐-๓๐ ไร่ ใช้เวลา ๓ ชั่วโมงเกี่ยวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เกี่ยวแล้วก็ต้องรีบเอาไปขาย เมื่อสักครู่นี้ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่นได้พูดถึงว่า การเอาข้าวไปขายทุกวันนี้ ผมเรียนได้เลยท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้ชาวนาในภาคอีสานนั้น ไม่มียุ้งข้าว ไม่มีเล้าข้าวเหมือนสมัยอดีตแล้วครับ เพราะอะไรครับ เพราะขายแล้วต้องรีบส่ง โรงสีทันทีเลย เมื่อไปขายที่โรงสีแล้วข้าวต้นฤดูเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนนั้น ข้าวจะราคาดี ตันละประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ตันละประมาณไม่เกิน ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาทก็ดี ๑๒,๐๐๐ บาทก็ดี จะต้องถูกหักความชื้น ๑๘ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๒๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๒๕ เปอร์เซ็นต์บ้าง ความชื้นเหล่านี้ไม่มีใครเป็นคนไปตรวจดูว่ามันชื้นจริงตามตัวเลขนั้น หรือไม่ มันน่าจะมีเครื่องวัดความชื้นกลางไปนะครับ แต่ว่าชาวนาไม่มีทางเลือกว่าเท่าไร ก็ต้องเอาตามนั้น นอกจากหักความชื้นแล้วก็ยังต้องหักสิ่งปลอมปนอีกนะครับท่านประธาน สิ่งปลอมปนที่มันมากับข้าว เช่น ฟางบ้าง ดอกหญ้าบ้าง อันนี้ก็ต้องถูกหักอีกนี่คือความเสียเปรียบ ของชาวนาครับท่านประธาน ทีนี้การจัดการหลังเก็บเกี่ยวนี้ครับ และทีนี้ด้านราคาและการตลาด ในรายงานนี้ระบุไว้ในเรื่องราคาและการตลาดนะครับท่านประธาน ในหน้า ๒๖ นี้บอกว่า โดยที่ชาวนาไม่มีสิทธิที่จะกำหนดทิศทาง ชาวนาขาดอำนาจในการต่อรอง ถูกกดขี่ ขูดรีด จากพ่อค้าคนกลาง ผมก็อยากจะเรียนให้ทราบว่าสิ่งซึ่งท่านเสนอมานั้นท่านพูดแต่ปัญหา ท่านไม่ได้ชี้แจงเลยว่าวิธีแก้จะทำอย่างไรในการแก้ไขปัญหาคนกลาง ยกแต่ปัญหานี้ซึ่งเขารู้กัน ทั้งบ้านทั้งเมืองละครับว่าเขารู้กันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ท่านเสนอมาด้วย สุดท้ายนิดเดียวไม่ถึงนาทีครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าอย่างเช่นปีนี้น้ำท่วมที่ จังหวัดอุบลราชธานี ผมก็ต้องขอขอบคุณสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยไปขายต่างประเทศนะครับ ท่านได้กรุณาส่งข้าวไปให้พื้นที่ผมสำหรับมอบให้กับชาวไร่ชาวนา ผมถือว่าเป็นการตอบแทน ชาวนาอย่างหนึ่ง ก็ต้องขอถือโอกาสขอบคุณที่ถึงแม้ว่าท่านจะค้าขายอย่างไร เมื่อถึงเวลา ชาวนาเจ็บปวดจากการถูกน้ำท่วม ท่านก็ยังเห็นใจส่งข้าวไปช่วยตั้งหลายสิบตันนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
เนื่องจาก รายงานการพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลของเกษตรกรตกต่ำของคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่จะต้องส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการ เพราะฉะนั้น จะต้องมีการลงมติ และยังมีท่านสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายอีกหลายท่าน ดังนั้นผมขอ ท่านรังสิมาเป็นท่านสุดท้ายสำหรับคืนนี้นะครับ แล้วเราจะเลื่อนไปพิจารณาต่อในวันพรุ่งนี้ ท่านรังสิมาเชิญครับ เอาสั้น ๆ นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันได้อ่านรายงานเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำ แต่ว่าท่านเปิดไปที่หน้า ๕ ขอบเขตการพิจารณาของท่านศึกษาสาเหตุ ที่ทำให้สินค้าเกษตรตกต่ำคือไม่ใช่พืชผลการเกษตรตกต่ำ ราคาตกต่ำ ทีนี้ดิฉันก็เลยมาเปิดดูว่า เมื่อท่านศึกษาสาเหตุที่ทำให้สินค้าเกษตรตกต่ำ ปัจจัยที่มีผลต่อราคา ทั้งปัจจัยในประเทศ และปัจจัยนอกประเทศ แนวนโยบายและมาตรการของรัฐเกี่ยวกับสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมสินค้าเกษตร ใช้วิธีรวบรวมข้อมูลแล้วก็ข้อเท็จจริงในการเชิญหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนมาชี้แจงแสดงความคิดเห็น และเดินทางไปรับฟังข้อมูลและข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อนำมาพิจารณาเสนอแนวทางแก้ไขสินค้าเกษตรทั้งระบบ แต่พอดิฉันเปิดไปแล้วท่านไม่มีเกลือ ไม่มีประมง คืออันนี้ท่านเขียนไว้สินค้าเกษตรตกต่ำ แล้วก็มีแต่มะพร้าว ทีนี้ดิฉันก็อยากจะเรียนท่านนิดหนึ่งนะคะว่า อย่างเรื่องเกลือในนี้ไม่มี แต่วันนี้ดิฉันต้องขอบคุณท่านประธานณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ท่านเป็นประธาน คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม ชาวเกษตรกรนาเกลือก็ได้มา ร้องเรียนท่าน ดิฉันก็ได้เข้าไปประชุมด้วยนะคะ ก็ได้ฝากทางท่านประธานไปว่าขณะนี้ พี่น้องชาวนาเกลือจะเลิกทำเกลือกันหมดแล้วเพราะว่าเกลือมันถูกมาก จากเคย ๕,๐๐๐ กว่าบาท เหลือแค่พันกว่าบาท แล้วก็ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ให้ความสำคัญอันนี้นะคะ ส่วนเรื่องประมง ก็เช่นกัน สินค้าประมงตอนนี้ก็แย่นะคะ ดิฉันเปิดก็ไม่มีอีกเหมือนกัน ท่านพิจารณาแต่พืชผลอย่างเดียวแต่ในขอบเขตท่านมีก็อยากจะฝากตรงนี้ไว้ว่าประมง ตอนนี้ราคาตกต่ำเพราะว่าอะไรรู้ไหมคะ สินค้าจากต่างประเทศ จากประเทศพม่า ไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึก ตอนนี้ปลาหมึกมีมากเลย วันนั้นดิฉันก็ได้หารือแต่ ๒ นาทีไม่มีโอกาสที่จะได้ อธิบายนะคะ เพราะว่าขณะนี้ปลาหมึกลักลอบเข้ามาขายที่ตลาดสหกรณ์ประมงแม่กลอง เป็นจำนวนมากแล้วเขาก็ไม่ขายในตลาดปลา ไปขายรอบ ๆ ตลาดปลาค่ะ เพราะฉะนั้น ดิฉันก็อยากจะฝากว่าทำไมประมงลักลอบเข้ามามันผ่านด่านมาตั้งเท่าไรทำไมมันมาได้ แล้วก็ไม่มีใครตรวจเลย แล้วคนซื้อก็ฉลาดค่ะ ถ้าเกิดตลาดปลาเปิดขายเขายังไม่ซื้อเขารอซื้อ สินค้าของประเทศพม่าที่มาเปิดขายเพราะ ๑. ราคาถูกกว่า ๒. สดกว่า เพราะฉะนั้น ราคาของเกษตรกรที่ทำประมงเขาก็ได้ราคาที่ถูกแล้วก็ขายสู้สินค้าที่นำเข้ามาไม่ได้ ตรงนี้ ดิฉันก็ฝากท่านไว้นะคะ แต่ที่ดิฉันจะอภิปรายคือเรื่องมะพร้าว เมื่อสักครู่นี้มะพร้าวคือตอนนี้ ประชาชนเริ่มดีขึ้นแล้วเพราะมะพร้าวขาดคอ และอีกประการหนึ่งคือดิฉันก็ได้เสนอทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า มะพร้าวตอนก่อนนี้มีการลักลอบนำเข้ามาจากทางจังหวัดปัตตานีเป็นจำนวนมาก ทำให้มะพร้าวของบ้านเราเหลือลูกละ ๓-๔ บาท บางทีตกลงมาแล้วไม่มีใครเก็บเลยนะคะ แต่สมัยก่อนลูกละ ๒๐ กว่าบาท มีแต่คนมาขโมยเพราะว่าสามารถไปตัดได้ราคาดี แต่ตอนนี้ล่วงก็ยังไม่มีใครเก็บ แต่ขณะนี้เมื่อรัฐมนตรีสั่งปิดด่านปัตตานี มะพร้าว ที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย จากประเทศมาเลเซียไม่สามารถเข้ามาได้ ก็ทำให้ราคามะพร้าวสูงขึ้น แต่ว่าตอนนี้มะพร้าวมันน้อยลงเพราะว่าขาดช่วงมันก็เลย ทำให้มะพร้าวสูงขึ้น แต่ก็เกิดปัญหาอีกเมื่อมะพร้าวไม่มีคนที่มีอาชีพกะเทาะมะพร้าวขาว ก็ไม่มีงานทำ เพราะฉะนั้นการที่นำมะพร้าวเข้า ดิฉันก็เห็นด้วยแต่ต้องเข้าในปริมาณ ที่เพียงพอไม่ใช่ว่ามาลักลอบนำเข้า แล้วก็ทำให้เราไม่สามารถเก็บภาษีได้ ไม่สามารถควบคุมสัตว์ แมลงที่มากับมะพร้าวแล้วก็สารต่าง ๆ ที่ติดมากับมะพร้าวมีผลกระทบต่อผู้บริโภค
และอีกประการหนึ่งคือดิฉันก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าดิฉันดู ในรายงานว่ากรมศุลกากรได้จับกุมมะพร้าวที่ลักลอบเมื่อปี ๒๕๕๙ ๑๒๙ ตัน ปี ๒๕๖๐ ๔๔๐ ตัน ปี ๒๕๖๑ ได้ ๔๕ ตัน ปี ๒๕๖๑ ที่จับได้น้อยเพราะราคามะพร้าวของเรามันถูก ราคามะพร้าวต่างประเทศมันสูงกว่าการลักลอบก็เลยน้อยลง แต่การที่จับกุมดิฉันเคยถาม ในกรรมาธิการว่าท่านจับกุมแล้วมะพร้าวเอาไปไหน เขาก็บอกว่ามะพร้าวที่จับกุมทั้งหมด เขาเอาไปฝัง ฝังตั้งเท่าไรท่านลองคิดดู อย่างปี ๒๕๖๐ ๔๔๐ ตัน ตั้งกี่ลูก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าลูก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าผล ดิฉันถามว่าเอาไปฝังดิฉันจะเอาแม็คโครไปขุดก็ยังตอบดิฉันไม่ได้ว่า ฝังที่ไหนนะคะ ดิฉันก็เลยถามว่าการทำลาย การจับ เมื่อท่านจับแล้วท่านเอาไปไว้ที่ไหน ไปทำลายอย่างไรอย่างนี้ แต่ว่าการตอบดิฉันคิดว่ามันไม่เคลียร์ (Clear) แล้วก็จะทำให้ การลักลอบจับได้แล้วมันก็วนกลับมาอีกมันก็ไม่ได้แก้ปัญหา แต่ที่ดิฉันจะอภิปรายต่อไป คือเรื่องผลผลิตที่ได้ต่อจากมะพร้าวอีกคือวุ้นมะพร้าว คือสมัยก่อนที่ดิฉันเด็ก ๆ เขาเอา แต่เนื้อมะพร้าว แต่น้ำมะพร้าวเขาทิ้งแล้วมันก็เกิดปัญหาทำให้น้ำเน่าเสียมีผลกระทบ เพราะฉะนั้นก็มีวิวัฒนาการ มีนักวิชาการก็เอาน้ำมะพร้าวเป็นสินค้าทำเป็นวุ้นมะพร้าวส่งไป ตามโรงงาน อย่างเช่นนมถั่วเหลืองเขาก็จะซอยวุ้นมะพร้าวเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วก็เอาไปผสม ในเครื่องดื่มตามที่ขายตามเซเว่น-อีเลฟเว่น ตามห้างต่าง ๆ ท่านลองไปดื่มดูจะมีวุ้นมะพร้าวในนั้น แต่มันเกิดปัญหาคือวุ้นมะพร้าว พอเอาไปใส่ในนมถั่วเหลืองทางสรรพสามิตก็ไปเก็บภาษีเขา ๓ เปอร์เซ็นต์รายได้ของการขาย ทีนี้มันก็เลยทำให้บริษัทเพิ่มรายจ่ายก็เลยไม่สั่งวุ้นมะพร้าวมาใส่ในเครื่องดื่มก็ส่งผลกระทบ ไปที่เกษตรกรอีก ตอนนี้จังหวัดดิฉันก็มาร้องเรียนดิฉันมากว่าจะทำอย่างไรไม่ให้สรรพสามิต มาเก็บภาษีเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่ใส่วุ้นมะพร้าว เพราะว่าวุ้นมะพร้าวไม่มีน้ำตาลเลยแต่เขาเก็บ ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่ทำวุ้นมะพร้าวก็เดือดร้อนมาก เพราะฉะนั้นก็ต้องฝาก ท่านคณะกรรมาธิการว่าถ้าท่านแก้ไขราคามะพร้าวแล้วท่านต้องแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผลผลิต ที่ต่อเนื่องจากมะพร้าวอีกนะคะ ทุกตัวเลยไม่ใช่เฉพาะมะพร้าวอย่างเดียว อะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นสินค้าต่อเนื่องทางการเกษตรท่านไม่ควรที่จะไปเก็บภาษีเขาเพื่อที่จะไม่เป็นมลภาวะด้วย เพราะถ้าเขาไม่มาทำวุ้นมะพร้าวมันก็ทำให้น้ำเน่าเสีย พอมาทำเป็นวุ้นมะพร้าวเพื่อสร้างรายได้ ให้กับเกษตรกรท่านไปเก็บภาษี พอโรงงานไม่ซื้อมันก็ส่งผลกระทบมาถึงเกษตรกรพี่น้อง ชาวสมุทรสงครามได้รับความเดือดร้อนมาก ก็ขอฝากทางคณะกรรมาธิการด้วยนะคะ ที่จะเสนอให้ทางรัฐบาลหาแนวทางการแก้ไขไม่เก็บภาษีเกี่ยวกับสินค้าที่ต่อเนื่องทางการเกษตร เพื่อที่จะเอามาแปรรูปต่อไปนะคะ ก็ขอกราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ท่านพรเทพ ขอเป็นพรุ่งนี้นะครับ ผมขอเลื่อนการพิจารณารายงานของกรรมาธิการไปเป็นพรุ่งนี้นะครับ วันนี้ขอปิดประชุมครับ ขอบพระคุณครับ