ประเสริฐพงษ์ หารือปัญหาราคาปาล์มตก หนุนใช้บี100-ผลักดันกฎหมายน้ำมันอย่างยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ หารือปัญหาราคาปาล์มน้ำมันที่ตกต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกร โดยตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของโครงการประกันราคา การลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ และการขาดนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งร่างกฎหมายเพื่อสร้างกลไกราคาที่เป็นธรรม ส่งเสริมการผลิตน้ำมันบี100 และเปิดโอกาสให้โรงงานหีบน้ำมันปาล์มสามารถผลิตไฟฟ้าได้ รวมถึงผลักดันการขยายตลาดส่งออกอย่างมีระบบ ควบคู่กับการตรวจสอบการบริหารจัดการราคาอย่างโปร่งใส เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรมและเกิดนโยบายที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ภูมิลำเนาจังหวัดกระบี่ ขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับการรายงานผลแนวทางการแก้ไขปัญหา ราคาปาล์มน้ำมัน ซึ่งพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้มีการปลูกปาล์มเยอะมากหลายจังหวัด ไม่เฉพาะที่จังหวัดกระบี่ที่เป็นพื้นที่ปลูกเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย ซึ่งจากรายงานของ คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน มีหลายประเด็นที่คิดว่ารัฐบาลจะต้องเอามาเป็นข้อ ที่จะต้องเร่งดำเนินการเป็นลำดับแรก ๆ และไม่ควรจะปล่อยทิ้งไว้เป็นลำดับหลัง ๆ เพราะว่า พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มทางภาคใต้ตอนนี้เดือดร้อนมาก ช่วงเวลา ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีโครงการประกันราคา แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่จำนวน ๒๕ ไร่ แล้วก็ บางจังหวัดอย่างเช่นที่จังหวัดตรัง บ้านท่านประธานชวน หลีกภัย ก็มีประชาชนร้องเรียน เข้ามาว่าโครงการดังกล่าวยังไม่ถึงมือประชากร ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนปาล์มนะครับ ปาล์มน้ำมันการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มก็มีการพิจารณากัน แล้วชาวบ้านชาวช่องที่อยู่ ทางภาคใต้ก็ยังคิดว่ารูปแบบการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มโดยผ่านทางช่องชายแดน ลักษณะของการใช้กองทัพมดเข้ามาทางฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ปัญหานี้ก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่องนะครับ แม้ว่าหน่วยงานที่เข้ามาชี้แจงต่อกรรมาธิการจะยืนยัน ไว้แล้วก็ตาม แต่คิดว่ายังมีวิธีการตรวจสอบรถบรรทุกพวกถังเก็บสต็อก (Stock) ที่เราต้องรู้ เท่าทันด้วยนะครับ ซึ่งรัฐบาลจะต้องให้ความจริงใจต่อการจัดการปัญหาเรื่องของการลักลอบ การนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศนะครับ ซึ่งมีข้อครหามาตลอดว่ามีกลุ่มบางกลุ่ม ที่ได้ผลประโยชน์จากการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มเหล่านี้หรือไม่นะครับ ถัดมาเป็นเรื่องที่ การทำโครงการประกันราคาของปาล์ม พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ขอบคุณ แต่เขามองว่ารูปแบบของการทำโครงการประกันราคารายได้เป็นเรื่องของการสนับสนุน เพียงแต่ปลายเหตุเท่านั้นนะครับ ไม่ได้มีท่าทีของการส่งเสริมให้ต่อเนื่องหรือยั่งยืนสำหรับ ชีวิตเกษตรกรชาวสวนปาล์ม เพราะว่าพี่น้องชาวสวนปาล์มพยายามดิ้นรนต่อสู้ให้มีการ ส่งเสริมการใช้น้ำมันบี ๑๐๐ (B100) น้ำมันบี ๑๐๐ (B100) มีเฉพาะขายจุดแบ่งปันทาง ภาคใต้นะครับ ยังไม่มีการส่งเสริมจากภาครัฐโดยจริงจัง เพราะว่าอาจจะมีเรื่องของ ผลประโยชน์ไปขัดกันกับผู้ค้าน้ำมันเดิมหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นข้อสงสัยของกลุ่มเกษตรกร ที่พยายามออกมาดิ้นรนต่อสู้นะครับ อยากให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการต่าง ๆ ในการรับรอง คุณภาพน้ำมันบี ๑๐๐ (B100) รวมทั้งรัฐบาลจะต้องส่งเสริมให้มีการตั้งโรงกลั่นน้ำมัน บี ๑๐๐ (B100) ในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชนหรือในรูปแบบต่าง ๆ ให้ในพื้นที่ภาคใต้ ขยายไปทั่วประเทศไทยนะครับ

ถัดมาเป็นเรื่องของการส่งเสริมสนับสนุนแล้วก็ต้องยกร่างพระราชบัญญัติ ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยสำเร็จครับ รัฐบาลนี้จะต้องเร่งดำเนินการ ยกร่างพระราชบัญญัติปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มเพื่อให้มีโครงสร้างราคาน้ำมันปาล์ม ที่เป็นธรรมกับพี่น้องชาวเกษตรกร เพราะว่าคนทางภาคใต้เดินทางไปประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซียก็ตามมีการเปรียบเทียบราคาในระบบเรียลไทม์ (Real time) รายวันเลยนะครับ ทางอินเทอร์เน็ตต่างประเทศก็เป็นคำถามที่พี่น้องชาวเกษตรกร ตั้งคำถามว่าเหตุอันใดชาวสวนปาล์มทางภาคใต้ถึงมีราคาที่แตกต่างกัน เมื่อเทียบอัตรา ซีพีโอ (CPO) ซึ่งจากรายงานของกรรมาธิการก็ยืนยันแล้วว่าซีพีโอ (CPO) น้ำมันปาล์มของ พี่น้องชาวเกษตรกรไม่ต่ำกว่า ๒๐ นะครับ ส่วนของการส่งเสริมการส่งออกรัฐบาลก็จะต้อง เร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่าน้ำมันปาล์มสามารถส่งออกเป็นสินค้าไปยังตลาดที่ใหญ่ขึ้น อย่างเช่นประเทศอินเดีย แต่ประเด็นก็คือว่าประเทศของเราได้รับความน่าเชื่อถือจากต่างชาติ มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะที่ผ่านมาก็ยังโดนตั้งแง่กันอยู่ เราจะขยายตลาดออกไปตรงนั้น ได้หรือไม่ ก็เป็นโจทย์ที่สำคัญที่รัฐบาลจะต้องเอาไปขบคิด รวมถึงงานวิจัยที่มีการส่งเสริม การแปรรูปน้ำมันปาล์มนะครับ บางประเทศของเหลวจากน้ำมันปาล์มสามารถเอาไปผลิต เป็นสารเคลือบผนังฉนวนกันความร้อนในเวลากลางคืนสำหรับประเทศเมืองหนาวได้ด้วยนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และที่สำคัญอีกอันหนึ่งพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มมักจะเป็น ข้อกังวลเสมอว่าเมื่อมีคณะกรรมการพิจารณาการนำเข้าถั่วเหลืองหรือเป็นพวกพืชไขมัน ราคาน้ำมันปาล์มก็จะตกลงทุกครั้งเลยสำหรับคนที่จะไปขายทะลายปาล์ม เพราะฉะนั้น ก็ฝากไปถึงคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะอยู่ในการพิจารณาการนำเข้าถั่วเหลือง ซึ่งมาแทนกันได้ของปาล์มน้ำมันนะครับ

อีกอันหนึ่งก็คือการปลดล็อกให้กับโรงงานหีบน้ำมันปาล์มที่สามารถผลิต กระแสไฟฟ้าส่งขายได้ แต่ปรากฏว่ามีข้อจำกัดที่ภาครัฐไปปิดกั้นเอาไว้ เรื่องแบบนี้ก็จะทำให้ โรงงานที่รับซื้อเขาสามารถลดต้นทุน เพราะฉะนั้นเมื่อเขาลดต้นทุนได้กระบวนการที่เขา ต้องการกำไรสูงสุดแล้วก็สามารถที่จะคิด มีวิธีคิดแบบวินวิน (Win Win) กับกลุ่มผู้ปลูก ปาล์มน้ำมัน ก็จะเป็นอีกหนึ่งทางออกที่จะยกระดับให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ได้ขายราคาที่สูงขึ้นแล้วก็ข้อมูลการบริหารน้ำมันปาล์ม กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตกเป็นจำเลยอยู่นะครับ ตกเป็นจำเลยของเกษตรกรที่ติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอว่า ข้อมูลของการรายงานของกรมการค้าภายในมีลักษณะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ลักษณะเหมือนกับ เขย่งราคา เพราะว่าเพื่อทำให้มีการคิดต้นทุนสูงขึ้น ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมประเภทอุตสาหกรรม ปาล์มน้ำมันหรือผู้ใช้อุตสาหกรรมปาล์ม แล้วก็ผู้ใช้น้ำมันมีกำไร มีลักษณะของการกอบโกย ที่สูงเกินจริงครับ เรื่องของการตรวจวัดปริมาณน้ำมันปาล์มที่เป็นเรียลไทม์ (Real time) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็รับเรื่องลักษณะนี้ไปแล้ว แต่ยังมีข้อกังวลอยู่ว่ารูปแบบการตรวจสอบ จะต้องให้มีประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง หมายความว่าประชาชนเขาไม่ค่อยจะ ไว้ใจระบบราชการเท่าไร ก็ฝากรัฐบาลคิดถึงประเด็นตรงนี้ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ ส่วนพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้กำหนดระยะเวลาการสนับสนุนราคา เชื้อเพลิงชีวภาพได้ไม่เกิน ๓-๗ ปี ก็จะส่งผลโดยตรงต่อราคา บี ๒๐ (B20) ที่จะมีราคาสูงขึ้น ก็จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไบโอดีเซล (Biodiesel) ลดลงเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ ก็จะเป็นเรื่องที่จะกระทบต่อกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มทางภาคใต้เช่นเดียวกัน ก็อยากฝากไป ถึงรัฐบาลแล้วก็ให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักว่าถึงเวลาที่จะยกระดับให้พี่น้อง ชาวเกษตรกรได้ขายผลิตภัณฑ์ของปาล์มน้ำมันได้มีราคา มีวิธีคิดแบบวินวิน (Win Win) ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ อย่าให้กำไรไปตกอยู่กับกลุ่มพ่อค้าจนรวย จนกระทั่งมีการฮั้วตั้งโต๊ะ เพื่อกำหนดราคากันเอง ซึ่งเรื่องแบบนี้มันก็เป็นอันรู้กันล่ะครับ ฝากภาครัฐด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ