สัญญา นิลสุพรรณ หารือปัญหาราคารับซื้อข้าวหอมปทุมธานีที่ต่ำกว่าต้นทุนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์และสิงห์บุรี พร้อมเสนอให้รัฐพิจารณาเพิ่มมาตรการชดเชยและปรับนโยบายเพื่อคุ้มครองรายได้เกษตรกรอย่างเป็นธรรม ทั้งยังเน้นย้ำความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำเพื่อลดต้นทุนการผลิต เสนอให้รัฐเร่งลงทุนในโครงการบูรณาการน้ำและสนับสนุนท้องถิ่นพัฒนาแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบ รวมถึงสนับสนุนให้สหกรณ์และเกษตรกรมีบทบาทมากขึ้นในการบริหารจัดการสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าและรายได้อย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำที่ท่านได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำ ผมเองพื้นที่ของจังหวัดนครสวรรค์ในเขตผม ๓ อำเภอ อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอชุมแสง ทั้ง ๓ อำเภอประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องข้าว ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็คณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ได้มีนโยบายช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร เรื่องของการประกันราคาข้าวก็ดีหรือเงินที่ช่วยต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนทำให้เกษตรกรตอนนี้ก็มีความสุข แต่สิ่งที่อยากจะฝากไว้อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของข้าวบางชนิด โดยเฉพาะในพื้นที่ของ อำเภอชุมแสง แล้วผมเองก็ได้รับหนังสือจากท่าน ส.ส. โชติวุฒิ ส.ส. จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกข้าว เขาเรียกข้าวปทุมธานี ก็คือเหมือนข้าวหอมปทุมธานีที่ชาวบ้าน เรียกกันนี่ก็ประสบปัญหาเดียวกับหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งรัฐบาลมีการประกันราคา โดยกำหนด ราคาอ้างอิงไว้ที่ ๑๐,๒๓๖ บาท แต่ปรากฏว่าเกษตรกรขายจริง ๆ ได้เพียง ๗,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๘,๐๐๐ บาท บวกกับ เงินชดเชยซึ่งทางรัฐบาลให้ไว้ครั้งแรก ๗๐๐ บาท และมาปรับเพิ่มให้อีก ๔๐๐ บาท เป็น ๑,๑๐๐ บาทเศษ ก็ต้องเรียนว่าก็ยังถือว่าข้าวหอมปทุมก็ยังมีรายได้ที่ต่ำกว่าข้าวปกติ ข้าวเจ้านะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่เกษตรกรฝากมานะครับ ฝากมาถึงทางรัฐบาลว่าท่านพอจะมี แนวทางจะเพิ่มเติมอย่างไร เพราะว่าข้าวหอมปทุมเองเป็นข้าวที่ต้นทุนการผลิตจะสูงกว่า ข้าวเจ้านะครับ ต้นทุนการผลิต แล้วระยะเวลาก็ใช้เวลาปลูกนานกว่า อันนี้ก็ฝากไปทาง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนะครับ ถ้าจะมีโอกาสหรือว่าจะย้อนหลังไปให้ตั้งแต่เริ่มโครงการ ก็จะเป็นพระคุณต่อเกษตรกรอย่างสูงนะครับ
กลับมาเรื่องของแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรกรตกต่ำ ผมอ่านจากรายงานนะครับ ก็เห็นว่าท่านคณะกรรมาธิการได้เอาใจใส่ แล้วก็ได้ใส่ใจ รายละเอียดค่อนข้างมา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอาจจะเห็นว่ายังน้อยไปนิดหนึ่งในเรื่องของการ ลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะเกษตรกรที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องแหล่งน้ำ เรื่องแหล่งน้ำถือว่า เป็นสายเลือดที่จะทำให้เกษตรกรลดภาระต้นทุนการผลิตข้าว อย่างที่ท่านอาจจะทราบอยู่ ราว ๆ ๓,๐๐๐ บาทปลาย ๆ ถึง ๕,๐๐๐ บาทแล้วแต่พื้นที่ แต่ว่าเกษตรกรบางที่ที่เขา ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำ สิ่งที่ต้นทุนการผลิตเมื่อสักครู่ ท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ ขออนุญาต เอ่ยนามท่านนะครับ ที่ท่านได้พูดถึงต้นทุนการผลิต แถวบ้านผมมีอีกอันก็คือเขาเรียก ค่าน้ำ ค่าน้ำก็คือเราต้องไปตามน้ำ เราต้องมีการออกค่าน้ำมันกันไปตามน้ำ ช่วยกันไปจ่าย ค่าไฟฟ้าก็ดี หรือว่าเป็นต้นทุนการผลิตในการที่จะไปหาน้ำ ไร่หนึ่งบางคนเป็น ๑,๐๐๐ บาท เกือบ ๑,๐๐๐ บาทก็มี อันนี้ถือว่าเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างมาก เวลาผลิตออกมาผลผลิตต่อไร่ ก็ไม่ถึงตันนะครับ ก็ได้ประมาณ ๖๐-๗๐ ถังอย่างนี้ ก็กลายเป็นว่าต้นทุนการผลิตก็จะสูง จึงฝากท่านคณะกรรมาธิการได้ลองพิจารณาในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ผมคิดว่า ประเทศไทยน่าจะต้องบูรณาการเรื่องแหล่งน้ำ โดยเฉพาะโครงการ โขง ชี มูล ที่เราเคยพูดถึง หรือว่าการผันน้ำจากแม่น้ำยมเข้ามาเติมน้ำที่เขื่อนภูมิพล เขื่อนภูมิพลถือว่าเป็นหัวใจหลัก ของเกษตรกรไล่มาตั้งแต่ในโซน (Zone) ภาคเหนือเกือบทั้งหมดลงไปถึงภาคกลาง ล้วนแต่ใช้ปัจจัยจากเขื่อนภูมิพลเป็นหลัก ผมคิดว่าอยากให้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญนะครับ แล้วก็ลงทุนในโครงการตรงนี้ผมคิดว่าคุ้มเกินคุ้ม เราลงทุนครั้งเดียวแต่ว่าจะได้ประโยชน์ ในระยะยาวไปไม่รู้กี่ปี เราอาจจะไม่ต้องมาใช้โครงการประกันราคาข้าวหรือโครงการจำนำอีกก็ได้ เพราะว่าจากการที่ผมลงพื้นที่ไปพูดคุยญาติผมก็ทำนากันเกือบหมด ก็นั่งคุยกันเขาก็บอก ถ้าจริง ๆ แล้วเขามีน้ำทำได้อย่างพอเพียงไม่ต้องดิ้นรนเขาอยู่ได้ ราคาอาจจะไม่ต้อง ไปประกันจนสูงมากเขาก็อยู่ได้ ราคาสัก ๗,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท เขาก็มีความสุข แต่ถ้าเขามีน้ำหมายถึงเขามีน้ำทำอย่างเพียงพอเขาอาจจะทำปีหนึ่ง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง จริง ๆ แล้วประเทศไทยดินอุดมสมบูรณ์ถือว่าดีที่สุดในโลกก็ว่าได้ ผมว่าเรามาดูเรื่องของ การจะทำอย่างไรให้ศักยภาพของประเทศเราสูงขึ้นไปนะครับ อย่างเดียวเลยครับ ก็คือผมคิดว่าเรื่องน้ำสำคัญที่สุด จึงอยากจะฝากว่าถ้าท่านมีโอกาส หรือจะนำเสนอนโยบายหรือแนวทางก็อยากให้ท่านได้มุ่งเน้น โดยเฉพาะพิจารณาเลยครับ อย่างของผมเอง ๓ จังหวัด จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร ผมเคยได้ หารือในสภานี้ไปแล้วก็ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ผมคิดว่าลงทุนไม่น่าถึงหมื่นล้านบาท น่าจะไม่ กี่พันล้านบาทด้วยซ้ำไป แต่ว่าประโยชน์ที่เกษตรกรได้รับ ๓ จังหวัด อันนี้ผมอยากจะให้ ทางหน่วยงานภาครัฐได้ให้ความสำคัญอันนี้จะมีประโยชน์อย่างสูงนะครับ แล้วก็ส่งเสริม ผมคิดว่าการบูรณาการเรื่องน้ำ อบต. ทุก อบต. ตอนนี้มีโครงการขุดลอกกันเองทั้งหมด แต่ไม่มีงบประมาณ อบต. ทุก อบต. อยากลอกคลองในพื้นที่ตัวเอง แต่ถ้าเราเข้าไปช่วย จับ อบต. ทุก อบต. มาเชื่อมกันเป็นจิกซอว์ (Jigsaw) อบต. นี้เขาเชื่อมกันหมดนะครับ เขาเชื่อมแหล่งน้ำ เขาเชื่อมทางน้ำกันทั้งหมด นอกจากหน่วยงานอย่างกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำก็ดี กรมพัฒนาที่ดินก็ดี เราส่งเสริมไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เขาได้พัฒนาในเรื่องของแหล่งน้ำของตัวเอง อันนี้ก็จะเป็นการช่วยอย่างมากนะครับ
สุดท้ายผมเห็นด้วยในแนวทางของท่านคณะกรรมาธิการในเรื่องของ การส่งเสริมให้กลุ่มสหกรณ์และเกษตรกรมีพลังและบริหารจัดการสินค้าทางการเกษตรได้ อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะว่าเขาขายกันเอง เขารวมกลุ่มสามารถจะไปเชื่อมต่อกับ ทางพ่อค้าหรือผู้ส่งออกได้โดยตรงเขาก็สามารถขายสินค้าได้ราคาสูงขึ้น ผลกำไรในสหกรณ์ ก็สามารถจะมาแบ่งปันในฐานะที่เป็นสมาชิกได้อีกตรงนี้จะต่อยอด แล้วก็ทำให้เขามีศักยภาพ ในตัวเองที่จะพัฒนาสินค้าของเขาได้ต่อไป สุดท้ายก็ขอขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ที่ท่านได้จัดทำเล่มรายงานแนวทางมาค่อนข้างมาก เดี๋ยวจะกลับไปอ่านแล้วก็จะมีแนวทาง ตรงไหนที่จะได้นำเสนอจะได้นำเรียนท่านผ่านท่านประธานสภาต่อไป ขอบคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ