ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรทำนาในจังหวัดสุรินทร์ จากภัยธรรมชาติและโรคพืชที่ทำให้ข้าวเสียหาย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเพิ่มค่าชดเชยและประกาศนโยบายสนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 2,000 บาทโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับความเสียหายซ้ำซ้อน.
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ได้นั่งฟังกรรมาธิการ วิสามัญระบายชี้แจงร่วม ๒ ชั่วโมงกว่ากับเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำ สภาผู้แทนราษฎร ก็ดีใจครับ แต่ส่วนใหญ่ท่านก็คุยในเรื่องของ เชิงโครงสร้างวิชาการ ปัญหาที่แท้จริงของเกษตรกรยังไม่ค่อยได้รับฟังเท่าไร ซึ่งท่านประธาน ก็ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกร ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เหมือนกับผู้อภิปรายท่านหนึ่งได้อภิปรายพูดถึงเมื่อสักครู่ว่ายังไม่เห็นการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยังจน แล้วก็จน จนลงไปกว่าเดิม เพราะว่าที่ไร่ ที่นา ตัวโฉนด ตัว น.ส.๓ วันนี้นั้นอยู่กับกลุ่มทุน หรือไม่ก็อยู่กับสถาบันทางการเงินกันทั้งหมดแล้ว ท่านประธานครับ ผมคงจะคุยเรื่องข้าว เพราะว่าด้วยเวลาค่อนข้างจำกัด เนื่องจากว่าผมเป็นผู้แทนจากจังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรส่วนใหญ่ ก็ทำนา ก็มีอย่างอื่นบ้างปะปน มันสำปะหลัง อ้อย ยางพาราบ้าง ประปรายไม่มากนัก แต่ข้าว ถือว่าเป็นสินค้าที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทยคือข้าวหอมมะลิ ทั้ง กข ๑๕ และ กข ๑๐๕ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าที่ผมนั่งฟังผมยังไม่ได้ฟังปัจจัยการผลิต ต้นทุนการผลิต ของชาวนา ชาวนากว่าจะทำนาได้แต่ละไร่ลงทุนไปประมาณ ๕,๐๐๐ บาท รวมทั้งพันธุ์ข้าว ค่าไถ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย ยาฆ่าหญ้า ค่าเกี่ยว ค่าขนขึ้นยุ้งฉาง นี่ยังไม่รวมถึงค่าเช่าที่บางคน ต้องเช่านามาอีก มันก็เลยมีสุภาษิตคำหนึ่งที่เขาเขียนไว้ว่า ทำนาปีมีแต่หนี้กับซัง ทำนาปรัง มีแต่ซังกับหนี้ มันเป็นมาอย่างนี้จริง ๆ วัฏจักร เพราะสินค้าทางการเกษตรเป็นสินค้าประเภทเดียวที่ผู้ผลิตไม่สามารถที่จะกำหนดราคาเองได้ ผู้ซื้อเท่านั้น ถ้าท่านประธานไปภาคอีสาน จริง ๆ ท่านประธานก็เป็นคนแปดริ้วก็เห็นอยู่ เจ้าของฉางข้าวรับซื้อข้าวมีที่ดินอยู่ประมาณ ๒ ไร่ แต่ชาวนาบางคน ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ทั้งเช่า ทั้งของตัวเองก็จนอยู่นั่นล่ะครับ มีทั้งหนี้ ธ.ก.ส. มีทั้งหนี้สหกรณ์ มีทั้งหนี้ภายนอก รวมแล้ว เป็นหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ๆ ทุกวันเพราะว่าไม่สามารถที่จะช่วยเขาได้ โดยเฉพาะอีสานบ้านผม ที่จังหวัดสุรินทร์เราทำนากันได้ปีละ ๑ ครั้งเท่านั้นเอง ปีไหนถ้าฝนฟ้าดีก็โชคดีหน่อย แต่ก็มาเจอปัจจัยก็คือไม่มีราคา แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดฝนแล้ง เช่นปีนี้ฝนแล้ง แล้งทั้งปี พอเริ่มมีฝนหน่อย ท่านประธานที่เคารพครับ ข้าวสวยขึ้นมาพอจะตั้งรวงข้าวได้ก็เกิดโรคไหม้ คอรวงหรือว่าคอรวงข้าวหัก หลังจากนั้นไม่พอก็เกิดโรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะนำมาพูดในวันนี้ เพราะเรื่องอื่นนั้นเท่าที่ได้อ่านกรรมาธิการได้ใส่ผลงานทางวิชาการ ไว้เกือบหมดแล้ว ปัญหาตรงนี้ชาวนาบางคนหมดไปเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของนาที่ตัวเองไปทำ นาแปลงหนึ่งลงทุนประมาณ ๕,๐๐๐ บาท วันนี้ผมอยากเห็นรัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงค่าชดเชย เรื่องของอุทกภัย เรื่องของโรคต่าง ๆ ที่แพร่ระบาดเพิ่มสักทีเถอะครับ ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท มันน้อยเกินไป ขอเพิ่มอย่างน้อยไร่ละ ๒,๕๐๐ บาทไป นี่เป็นอย่างต่ำนะครับ เพราะอย่างอื่นนั้น เราไปดูแลเขาเยอะแยะ ธนาคารเจ๊งเราก็ไปอุดหนุนเขา ไปค้ำเขา แต่ชาวนาที่ตายก็ตายไป การทำประกันวันนี้ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย ก็เห็นด้วย ก็ดีแต่สำหรับคนที่มีข้าวแต่ก็ได้ตันละ ๑๕,๐๐๐ บาทในอีสานแทบไม่ได้อะไรเลยครับ เพราะว่าข้าววันนี้มันอยู่ที่ตันละ ๑๖,๐๐๐ บาท ผมกราบเรียนท่านประธานถามว่าทำไมข้าวตันละ ๑๖,๐๐๐ บาทวันนี้ ก็เพราะข้าวมันมีน้อยครับ ท่านประธานก็เห็นข่าว ติดตามข่าวเมื่อสักครู่นี้ว่าน้ำมันท่วมเกือบหมดทุกจังหวัด เหลือแต่ จังหวัดสุรินทร์กับจังหวัดร้อยเอ็ดส่วนหนึ่ง พอข้าวสวยขึ้นมาก็เกิดโรค เพราะฉะนั้นข้าวหอมมะลิ แทบจะไม่มีเลย ให้ตันละ ๑๗,๐๐๐ บาท ก็แทบจะไม่มีคนที่จะได้ส่วนหลักประกันตรงนี้ ได้มากมายเลย แต่กลับเสียหายอีก ผมจึงอยากมากราบเรียนกับนโยบายอีกตัวหนึ่งนอกจาก เรื่องของปัจจัยที่ทำให้ข้าวเสียหายแล้วก็คือ มีพรรคการเมืองหนึ่งวันนี้ก็จัดตั้งรัฐบาลด้วย อันนี้ชาวบ้านขอมาผมไม่ได้ว่าไม่ดีนะครับ แต่ผมอยากประชาสัมพันธ์ให้ ไปหาเสียงบอกไว้ว่า ค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ วันนี้ผมก็ดีใจ นโยบายนี้ไม่ใช่ไม่ดีใจนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ รอว่าเมื่อไรรัฐบาลจะประกาศ ถามว่าทำไมที่ผมมาเรียกร้อง ๑. ผมอยากประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล ๒. วันนี้คนที่เกิดโรคไหม้คอรวงกับเพลี้ยกระโดดไม่กล้า รายงานเข้ามา เพราะกลัวว่าเมื่อรายงานเรื่องนี้มาแล้วจะไม่ได้ค่าเก็บเกี่ยวก็เลยต้องชะลอกันอยู่ ไม่รู้จะเอาอย่างไรวันนี้ เพราะถ้ารายงานค่าเสียหายได้ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท แต่ถ้าเอาค่าเก็บเกี่ยว ที่หาเสียงไว้ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาทมันจะได้มากกว่า เพราะเขาเชื่อมั่นเนื่องจากว่า รัฐบาลไปให้ก่อนที่จะลงทุนก่อนที่จะเริ่มทำนาไร่ละ ๕๐๐ บาท ส่งเสริมปัจจัยการผลิตไม่เกิน ๒๐ ไร่ ซึ่งรัฐบาลก็ให้ไปแล้ว อันนี้ก็ขอบคุณ แต่ ๒,๐๐๐ บาทไม่ทราบว่าเมื่อไรจะให้ ผมจะได้ช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยเหมือนกับการประกันราคาสินค้าทางการเกษตร ผมฝากไว้ จริง ๆ ครับ แล้วเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อคณะกรรมาธิการท่านไม่ได้คุยเรื่องของ ทุนมากนัก ทุนนี่ก็เป็นตัวสำคัญ น้ำก็เป็นตัวสำคัญ ในอีสานจะทำการเกษตรรายได้ดี มันเป็นไปได้ยากครับ เพราะว่าพื้นที่ทั้งหมดมีระบบชลประทาน ๑๒ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ในภาคอีสาน ฉะนั้นวันนี้ปัจจัยที่สำคัญอีกปัจจัยหนึ่งก็คือน้ำ น้ำคือชีวิต ถ้ามีน้ำเกษตรกรนอกจากปลูกข้าวแล้ว ยังทำการเกษตรอย่างอื่นได้อีกเยอะแยะ ข้าวเราทำได้ปีเดียว นาปรังก็แทบไม่มี ฉะนั้น ผมอยากให้รัฐบาลส่งเสริมงบประมาณให้ทำระบบชลประทานอย่างน้อย ๆ ปีนี้หรือปีหน้า ให้เกิดขึ้นมาได้สัก ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านเขียนมาอย่างไรให้สวยหรู สวยหรูมากปีนี้ สวยหรูกว่าสมัยที่แล้ว เพราะหน้าปกสมัยที่แล้วใช้กระดาษปอนด์ธรรมดา เที่ยวนี้ใช้กระดาษมันอาร์ต อย่างดีเลยก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ถ้าขาดปัจจัยเรื่องทุน ปัจจัยในการผลิตก็คือเรื่องน้ำ เรื่องที่ดิน แล้วก็การส่งเสริม ก็ฝากพี่อุบลศักดิ์ด้วยที่บอกว่าตันละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตันละ ๖๐๐,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน เป็นอันว่าตันหนึ่งไม่ต้องมากหรอกครับ แต่ขอให้ปัจจัยการผลิตมันดี รัฐบาลช่วยส่งเสริม โดยเฉพาะไปทำสหกรณ์แล้วให้ชาวนา รวมกลุ่มโดยรัฐบาลเป็นเซ็นเตอร์ (Center) กลางส่งข้าวไปขายต่างประเทศเอง โดยไม่ผ่าน กระบวนการพ่อค้าคนกลางระดับต้นน้ำ กลางน้ำ แล้วก็ปลายน้ำคือ ๕ เสือที่กรุงเทพมหานคร ผมก็คิดว่าแค่นี้ชาวนาก็คงจะลืมตาอ้าปากได้แล้ว ผมไม่อยากเห็นนโยบายที่บอกว่า ทำนาปี มีแต่หนี้กับซัง ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ แล้วก็ไม่อยากเห็นชาวนาผูกคอตาย สมัยที่แล้ว ชาวนาเริ่มมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แล้วก็ฝากอีกเรื่องหนึ่งนโยบายชิมช็อปใช้ ถามว่าวันนี้ดีไหม ผมก็ไม่เถียงถ้ารัฐบาลบอกว่าดีก็ชื่นชมด้วย แต่เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะเอาไปส่งเสริม เพิ่มขึ้นมาอีกช่วยแก้ปัญหาชาวไร่ชาวนาที่ทำให้นาเสียหายเกิดจากอุทกภัย วาตภัย โรคระบาดต่าง ๆ ผมคิดว่าไปเสริมตรงนี้ ถ้าเศรษฐกิจชาวนาดีขึ้นมา คนรากหญ้าดีขึ้นมา เม็ดเงินมันหมุน เม็ดเงินมันพลิก ผมเชื่อแน่ว่าประเทศนี้เศรษฐกิจดีแล้ว วันนี้ถ้าไปส่งเสริม เรื่องพวกนี้ผมคิดว่าชาวนาคงดีขึ้น นิดเดียวครับท่านประธาน แล้วก็ฝากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นิดเดียวครับ วันนี้หน่วยป้องกันกำจัดศัตรูพืชยุบไปนานแล้วก็คิดว่าบ้านเมือง วันนี้กับพี่น้องเกษตรกรคงจะไม่มีภัยที่มาทำลายพืช วันนี้มีมาทุกระบบ ผมอยากให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รื้อฟื้นหน่วยป้องกันกำจัดศัตรูพืชเพื่อที่จะได้ลงไปแก้ปัญหา เอาเฉพาะเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ เกษตรตำบลวันนี้ช่วยไม่ได้หรอกครับ นำแต่ความรู้ ไปให้อย่างเดียวแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือแล้วก็สิ่งต่าง ๆ ไม่มี ก็ขอฝากไว้ ขอบพระคุณมากครับ ด้วยความเคารพครับ