ประมวล แจงปัญหามะพร้าวตก ชี้ลักลอบนำเข้า-เร่งควบคุมเข้ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ประมวล พงศ์ถาวราเดช ชี้แจงผลการศึกษาปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ โดยระบุว่าเกิดจากปัญหาการลักลอบนำเข้ามะพร้าวเถื่อนและการนำเข้าตามกฎหมาย จึงเรียกร้องให้มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดและสอดคล้องกับกติกาการค้าโลก พร้อมเสนอแนวทางส่งเสริมการปลูกและการวิจัยพันธุ์ใหม่เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมมะพร้าวอย่างยั่งยืน รวมถึงรายงานความคืบหน้าของคณะอนุกรรมาธิการในการแก้ไขปัญหาสับปะรดและปัญหาภาคเกษตร เช่น การจัดโซนนิ่ง การจ้างแรงงานต่างด้าว และความร่วมมือกับโรงงานและหน่วยงานรัฐที่ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ และท่านสมาชิกทุกท่านครับ ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องมะพร้าวและสับปะรด ขอกราบเรียนชี้แจงดังนี้ครับ พื้นที่ปลูกมะพร้าวทั่วประเทศประมาณ ๗๖๐,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่ที่ปลูกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มากที่สุดประมาณ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ ผลผลิตมะพร้าวต่อปี ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ ตัน ความต้องการใช้ภายในประเทศประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี แต่ทำไมราคามะพร้าว ตกต่ำเมื่อผลผลิตน้อยกว่าความต้องการใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทำมะพร้าวขาวหรือมะพร้าว กะทิสำเร็จรูป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๕ เปอร์เซ็นต์ มะพร้าวหัวขูดหรือมะพร้าวบริโภค ภายในประเทศ อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ทำน้ำมันมะพร้าว ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้ประชุมทั้งหมด ๖ ครั้ง และประชุมนอกสถานที่ ๒ ครั้ง ทางคณะอนุกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาทั้งหมด ๗ องค์กร ๗ หน่วยงาน ๑. ตัวแทนเกษตรกร ๒. กรมการค้าภายใน ๓. กรมการค้า ต่างประเทศ ๔. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ๕. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ๖. กรมวิชาการเกษตร ๗. กรมศุลกากร ๘. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ๙. ผู้ประกอบการเมื่อเราวิเคราะห์สาเหตุมะพร้าวตกต่ำก็มีสาเหตุหลัก ๆ มาไม่กี่ประการ

ประการแรก คือประการที่สำคัญที่สุดในการป้องกันราคามะพร้าวตกต่ำ คือการลักลอบนำมะพร้าวจากต่างประเทศเข้ามา

ประการที่ ๒ การนำมะพร้าวเข้ามาโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น เมื่อเรามาประชุมปัญหาหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวตกต่ำ ก่อนที่เราจะตั้งอนุกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งราคามะพร้าวประมาณ ๕.๕๐ บาท ถึง ๖.๕๐ บาท และปัจจุบันราคามะพร้าวขั้นต่ำ ๑๕ บาท บางจุดก็ ๒๐ บาท บางแห่งก็ ๒๑ บาท ๒๒ บาท เมื่อเรารู้หลักการและเหตุผล แล้วเราประชุมกันทั้งหมด ๖ ครั้ง นอกสถานที่ ๒ ครั้ง เราสรุปได้ดังนี้

๑. การป้องกันการลักลอบนำมะพร้าวต่างประเทศที่เข้ามาหรือเรียกว่า มะพร้าวเถื่อน ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดและจริงจัง และมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลด้วย

๒. การอนุญาตนำมะพร้าวเข้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งไม่ขัดตามหลักการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอ (WTO)

สุดท้ายคณะอนุกรรมาธิการประชุมและสรุปก็ให้นำเข้าได้ ๒ ท่า คือท่าเรือ คลองเตย และท่าเรือแหลมฉบัง มะพร้าวเป็นสินค้าควบคุมเมื่อเข้าถึงท่าเรือคลองเตยและ ท่าเรือแหลมฉบัง เพราะฉะนั้นการขนย้ายก็ต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน สมมุติว่า เข้ามา ๑ คอนเทนเนอร์ (Container) ขึ้นรถทะเบียน ๑๒๓๔ จะย้ายไปจังหวัดไหนจุดไหน ของโรงงานที่ประกอบการมะพร้าวต้องแจ้งกรมการค้าภายใน

๓. มาตรการต่าง ๆ ที่เรากล่าวมาแล้วข้างต้นเราต้องป้องกันตามหลักเกณฑ์ กติกาการนำเข้าอย่างเข้มงวด อย่างเช่นการตรวจสุขอนามัยคือศัตรูของแมลงมะพร้าว ๒. ระเบียบต่าง ๆ ที่เรานำเข้ามาให้ถูกต้องตามหลักการค้ากติกาโลกซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ เรามีการนำเข้าเฉพาะนอกกรอบดับเบิลยูทีโอ (WTO) ส่วนในกรอบอาฟตา (AFTA) ช่วงนี้ ไม่มีการอนุมัตินำเข้า และในกรอบดับเบิลยูทีโอ (WTO) ก็ไม่มีการนำเข้า นำเข้าเฉพาะ นอกกรอบดับเบิลยูทีโอ (WTO) ซึ่งผู้นำเข้าต้องเสียภาษี ๕๔ เปอร์เซ็นต์ เมื่อท่านนำเข้ามา ผลิตกะทิสำเร็จรูปเพื่อการส่งออกท่านก็สามารถที่จะคืนภาษีได้ด้วย เพราะฉะนั้นหลักการ ใหญ่ ๆ ในการป้องกันราคามะพร้าวตกต่ำ คือการลักลอบนำมะพร้าวจากต่างประเทศเข้ามา และการอนุมัตินำมะพร้าวให้เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย ทำอย่างไรให้สมดุลกันทั้งเกษตรกร อยู่ได้และผู้ประกอบการโรงงานอยู่ได้ด้วย นี่คือส่วนของมะพร้าวสั้น ๆ ส่วนการส่งเสริมให้ พี่น้องประชาชนเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวปลูกมะพร้าวเพิ่มขึ้นเพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ มีศัตรูแมลงมะพร้าวโดยเฉพาะหนอนหัวดำ หรือตัวดำหนาม แมลงดำหนาม ซึ่งทำให้ มะพร้าวลดพื้นที่ เกษตรกรลดพื้นที่การปลูกมะพร้าวมาเป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้น อนุกรรมาธิการก็ได้รวบรวมและประชุมก็ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ส่งเสริมปลูกมะพร้าวเพิ่ม โดยที่มะพร้าวอายุ ๕๐ ปีขึ้นไปก็ให้ปลูกซ่อมแซม และ ๓. ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบวิจัย หาพันธุ์มะพร้าวที่ใหม่ ๆ และท้ายที่สุดของการกำจัดศัตรูมะพร้าวก็ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ รีบเร่งแก้ไขปัญหาที่มันเกิดขึ้น นี่คือส่วนของมะพร้าว

ในส่วนของสับปะรด ปัญหาของสับปะรดปีนี้จะมีปัญหาน้อยมาก เพราะว่า เมื่อ ๒-๓ ปีที่แล้วพี่น้องเกษตรกรไม่ได้ปลูกสับปะรดเพราะว่าราคามะพร้าวถูกลดพื้นที่ เพื่อไปปลูกพืชอื่น เพราะฉะนั้นปีนี้ราคาสับปะรดประมาณ ๗ บาทบวกลบและผู้ประกอบการ ทางโรงงานก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เพราะฉะนั้นมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามที่คณะอนุกรรมาธิการ หลายคณะจะจัดโซนนิง (Zoning) และจัดโน้น ปัญหาที่เกิดขึ้นก็พยายามแก้ไขปัญหาอยู่ ส่วนปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ กับผู้ประกอบการโรงงานกับหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าการจ้างแรงงาน ต่างด้าวซึ่งมีปัญหาอยู่ตามสื่อต่าง ๆ คณะอนุกรรมาธิการก็ได้ประชุมเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบมาแก้ปัญหาลุล่วงไปด้วยดีครับ เพราะฉะนั้นคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้ประชุม และผลที่ออกมาก็มีประสิทธิภาพมีประสิทธิผลพอสมควรครับ ขอบคุณมากครับ