สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ญาณธิชา บัวเผื่อน พูดถึงปัญหาการผลิตและจำหน่ายผัก ผลไม้ และสมุนไพร โดยเน้นย้ำถึงปัญหาคุณภาพ การพัฒนามาตรฐานสากล และปัญหาการนำเข้าสินค้าผักจากต่างประเทศ เธอหารือเรื่องการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบสินค้าเกษตร อาหาร และยา การขนส่งและการพัฒนาทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรในระบบบริการสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องการขยายตลาดใหม่ การควบคุมการนำเข้าและการค้าที่ไม่เป็นธรรม และการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่มาใช้เพื่อยกระดับการผลิตและการตลาด

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน กรรมาธิการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ และ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้ และสมุนไพรค่ะ

อนุกรรมาธิการนี้ได้วางแนวทางการศึกษาพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้ แล้วก็สมุนไพรในแต่ละประเภทอย่างเป็นระบบนะคะ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน ในการศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้และ สมุนไพรนั้นได้ศึกษาในลักษณะผลผลิตโดยรวมนะคะ และกำหนดการศึกษาพืชเศรษฐกิจ บางชนิดที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นหลัก โดยศึกษาผักเศรษฐกิจทั้งหมด ๔ ชนิด คือกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่และมันฝรั่ง และผลไม้เศรษฐกิจ ๖ ชนิด คือทุเรียน เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ ลำไยและลองกอง คณะอนุกรรมาธิการนั้นได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงได้ไปศึกษาดูงานในสถานที่ต่าง ๆ และได้สรุปผลการศึกษาไว้ดังนี้นะคะ

ในเรื่องของการชี้แจงนั้นดิฉันจะขอแบ่งออกเป็นปัญหาของผัก ผลไม้ และสมุนไพร โดยที่แบ่งเป็นต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ แล้วก็จะเสนอข้อเสนอแนะ ในการแก้ไขปัญหาเป็นแบบต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำเช่นกันนะคะ

ปัญหาหลักของผัก ผักโดยรวมนั้นไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของราคา เนื่องจาก มีพื้นที่เพาะปลูกผักจำกัด แต่ความต้องการการบริโภคภายในประเทศนั้นมีสูง ปัญหาหลัก จึงเป็นปัญหาในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ผลผลิตจะต้องมีความปลอดภัย ปลอดสารเคมี เป็นผักออร์แกนิก (Organic) ส่วนผักเศรษฐกิจโดยเฉพาะกระเทียม และหอมหัวใหญ่พบว่ามีการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศและประเทศจีนเข้ามา ตีตลาดทำให้สินค้าดังกล่าวของประเทศไทยมีราคาตกต่ำ

ปัญหาหลักของผลไม้ ประเทศไทยสามารถเพาะปลูกผลไม้ได้ในหลาย ๆ พื้นที่ เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะตลาด ต่างประเทศและประเทศจีน ปัญหาหลักของผลไม้เป็นในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพให้ได้ มาตรฐานสากลและเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้า คุณภาพของผลไม้นั้น ยังไม่เป็นที่ยอมรับจากต่างประเทศแม้ว่าเราจะมีมาตรฐานรับรอง แต่ก็ไม่ได้ตรวจได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่สามารถที่จะตรวจได้ทุกกล่อง ยังมีบางส่วนที่ผิดพลาด จึงทำให้ ต่างประเทศนั้นยังต้องส่งคนเข้ามาควบคุมในการดูแลเรื่องมาตรฐานอยู่ นอกจากนี้ปัญหา ในเรื่องของราคา ราคาผลไม้นั้นแปรปรวนและอาจจะไม่ได้ผลผลิตตามที่คาดหวังไว้ทั้งใน เรื่องปริมาณและคุณภาพ

ปัญหาหลักของพืชสมุนไพร ประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกสมุนไพรน้อย โดยเป็นการปลูกแซมนะคะ ไม่เน้นปลูกเป็นพืชเชิงเศรษฐกิจ ปัญหาหลักของสมุนไพรก็คือ การเพิ่มพื้นที่ปลูกในระบบแปลงใหญ่ การปลูกในระบบอินทรีย์เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพ มาตรฐานในการใช้วัตถุดิบเป็นการผลิตสมุนไพรและยา เรายังไม่เคยรวบรวมข้อมูลสมุนไพร อย่างจริงจังนะคะ ไม่มีบิ๊กดาต้า (Big data) และไม่เคยเก็บรวบรวมบรรยายสรรพคุณของ สมุนไพรว่าเป็นอย่างไรบ้าง จึงควรทำเรื่องนี้อย่างละเอียด การปลูกสมุนไพรนั้นก็เป็นการ ปลูกตามยถากรรม ยังไม่ได้มีตลาดรองรับที่แน่นอน

ต่อไปนะคะ จะแบ่งปัญหาเป็นปัญหาในระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ของผัก ผลไม้ และสมุนไพร เป็นสไลด์ (Slide) ที่ ๑๖ เลยค่ะ ปัญหาในเรื่องของการผลิต ซึ่งเท่ากับว่าเป็นปัญหาในด้านของต้นน้ำ เกษตรกรขาดการวางแผนในด้านการผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในส่วนของปริมาณแล้วก็คุณภาพ เนื่องจาก ขาดองค์ความรู้ ข้อมูลและเครื่องมือต่าง ๆ ในการวิเคราะห์เพื่อวางแผนในการผลิต เกษตรกรมีการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง ยาฆ่าศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ผลผลิตจึงเป็น ผลผลิตที่อาจจะมีสารตกค้างหรือว่าสารเคมีปนเปื้อน ทำให้ไม่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก

ปัญหาในเรื่องของการแปรรูป ซึ่งเป็นปัญหากลางน้ำ เกษตรกรไทยคุ้นชิน กับการขายผลผลิตแบบสดมากกว่าจะเป็นการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ขาดการส่งเสริม และสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐในการผลิตแบบครบวงจรจนถึงการทำการตลาด การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในเชิงอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาส ทางการตลาดนั้นยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งในเรื่องของการสนับสนุนองค์ความรู้ การวิจัย พัฒนา การตลาดและเงินทุนที่จะสนับสนุนให้กับเกษตรกรแล้วก็ผู้ประกอบการ ปัญหาอุปสรรคของกฎระเบียบและขั้นตอนในการขอขึ้นทะเบียน และการให้อนุญาต ในการผลิตมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก

ปัญหาด้านการตลาดหรือว่าปัญหาด้านปลายน้ำ มีการนำเข้าสินค้าเกษตร ราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านและประเทศจีนเข้ามาตีตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้ผลผลิต ภายในประเทศมีราคาตกต่ำ การดำเนินโครงการทางด้านการตลาดและการบริหารจัดการ เพื่อการระบายผลผลิตส่วนเกินยังทำได้ไม่ดีพอ ภาครัฐยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร การแข่งขันจากล้งจีนเป็นปัญหาสำคัญในระยะยาวที่จะควบคุมตลาดผลไม้ไทย ทั้งในเรื่อง ของการเป็นผู้กำหนดราคาสินค้า คุณภาพ และมาตรฐานที่เขาต้องการ ตลอดจนการผูกขาดตลาด ปัญหาในเรื่องของกฎระเบียบ มาตรฐานทางภาษี การกีดกันทางการค้าของประเทศผู้นำเข้า เช่น การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบ พิธีการศุลกากร หรือว่าข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า เกษตรนำเข้าจากไทยในแต่ละปีของรัฐบาลจีนและเขตปกครองตนเองของมณฑลต่าง ๆ ในประเทศจีน เป็นต้น

นอกจากปัญหาต้นน้ำ กลางน้ำ แล้วก็ปลายน้ำแล้ว เรายังมีปัญหาในด้าน การควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าด้วย หน่วยงานในการตรวจสอบ มาตรฐานสินค้าเกษตร อาหาร และยา แยกเป็นหลายหน่วยงานทำให้ขาดการบูรณาการ ในการทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ มีขั้นตอนหลายอย่างที่ไม่เชื่อมต่อกันทำให้การทำงานนั้น มีความล่าช้า มีปัญหาทางด้านกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับการ ปรับปรุงส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถผลิต แปรรูป แล้วก็ ส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห้องปฏิบัติการในการวิจัยและหน่วยตรวจสอบรับรองข้อมูล ยังมีจำนวนไม่ได้เพียงพอไม่ได้อยู่ในพื้นที่ และเครื่องมือก็ยังไม่ได้มีประสิทธิภาพเพียงพอ เกษตรกรไม่ได้รับการส่งเสริมให้นำเครื่องมือในการตรวจวัดคุณภาพผลผลิตที่มีคุณภาพมาใช้ เท่าที่ควร เช่นเครื่องวัดความสุกของทุเรียน เป็นต้น

ปัญหาในด้านการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน จะสังเกตได้ว่าในประเทศไทย ระบบการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางรางนั้นยังไม่ได้รับการพัฒนา ให้เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุน ระบบการขนส่งและกระจาย สินค้าก็ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ระบบการขนส่งทางรางไม่ได้รับการพัฒนาให้สามารถ ขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงสร้างพื้นฐานของการขนส่งสินค้า เช่น ห้องเย็น ท่าเรือพาณิชย์ สถานีขนถ่ายตู้สินค้ายังไม่ได้รับการพัฒนาและสนับสนุนได้อย่าง มีประสิทธิภาพและมีจำนวนไม่เพียงพอ ช่วงเวลาในการเปิด-ปิดด่านของประเทศไทย ไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาเปิด-ปิดด่านพรมแดนของประเทศเพื่อนบ้านทำให้เป็นอุปสรรค ในการค้าแล้วก็ในการขนส่งสินค้าด้วย แนวทางในการแก้ไขพัฒนา ปัญหาเรื่องผัก ผลไม้และสมุนไพรก็จะแบ่งออกเป็นมาตรการในการพัฒนาคุณภาพ ด้านการผลิต ด้านการแปรรูป แล้วก็ด้านการตลาด มาตรฐานการพัฒนาคุณภาพทางด้าน การผลิตนั้นก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งคุณภาพและปริมาณความต้องการของตลาด ส่งเสริมให้เกษตรกรวางแผนการผลิต โดยใช้การตลาดนำการผลิตเป็นการผลิตแบบเกษตร แปลงใหญ่ และการทำโซนนิง (Zoning) พื้นที่ปลูกพืชแต่ละชนิด ส่งเสริมการพัฒนาสายพันธุ์พืช ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และให้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตในระบบการเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และมาตรฐานจีเอพี (GAP) ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ส่งเสริมให้เกษตรกร นำเครื่องมือเครื่องจักร เทคโนโลยีเข้ามาใช้ทางการเกษตรให้มากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

มาตรการพัฒนาคุณภาพด้านการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าแล้วก็แก้ไข ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาผลไม้ตกต่ำ ราคาสินค้าตกต่ำ ส่งเสริมการนำผลผลิต ทางการเกษตรให้แปรรูปไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่งเสริมการดำเนินงานและงบประมาณ ให้กับหน่วยงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในการแปรรูปการผลิต ในช่วงที่เราศึกษาอยู่ เราจะพบว่าหน่วยงานในการวิจัยนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณเท่าที่ควร ส่งเสริม ให้โรงงานอุตสาหกรรมและโรงคัดบรรจุผลไม้เข้าสู่มาตรฐานสากล ต้องปรับปรุงกฎระเบียบ กฎหมายและหลักเกณฑ์ในการขอขึ้นทะเบียน การให้อนุญาตผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ จากผลไม้และสมุนไพร มาตรการพัฒนาในด้านของการตลาดนั้น การระบายผลผลิตส่วนเกิน เป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นโดยใช้กลไกการตลาดระบายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ โดยการหาช่องทางการตลาดใหม่ ๆ มุ่งเน้นการซื้อของชนชั้นกลางในประเทศเป็นสำคัญ เพื่อช่วยเร่งระบายผลผลิตส่วนเกินจากแหล่งผลิตออกสู่ตลาด ในอดีตนั้นเราใช้เป็น การระบายสินค้าส่วนเกินไปสู่ตลาดเดิม ๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะระบายผลผลิตออกไปได้ มากขึ้นเท่าที่ควรนะคะ แต่ว่าตอนนี้ทางอนุกรรมาธิการก็จะเน้นไปที่ชนชั้นกลางเป็นหลัก ซึ่งจากการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการในเบื้องต้นนั้นก็มีบริษัทขายตรงจำนวน ๒ บริษัท ก็คือ บริษัท ทีเอ ลีดเดอร์ จำกัด และบริษัท ซัคเซสมอร์-บีอิ้งค์ จำกัด ได้แสดงเจตจำนง ในการยื่นหนังสือต่อกรรมาธิการเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการให้ความร่วมมือ ในการระบายสินค้าเกษตรล้นตลาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นจำนวนบริษัทละ ๕๐,๐๐๐ กิโลกรัม ทั้ง ๒ บริษัทก็จะรวมเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ภาคธุรกิจเอกชนนั้น จะเข้ามามีบทบาทในการตอบแทนสังคม ช่วยเหลือเกษตรกรและภาครัฐในการแก้ไขปัญหา พืชผลทางการเกษตรล้นตลาดของประเทศไทยต่อไป

การแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายงบประมาณของจังหวัด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นสามารถเบิกจ่ายงบประมาณในรายการเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินเพื่อนำไปชำระผลผลิตทางการเกษตรที่เกษตรกรส่งไปขายในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ได้ก่อน การแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้นควรส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในการแปรรูปผัก ผลไม้ และสมุนไพรเพื่อเพิ่มมูลค่าการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก

ทีนี้มาดูในเรื่องของการขยายตลาดกันบ้างค่ะ ทางอนุกรรมาธิการ ก็มีแนวความคิดว่า จะต้องส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรในระบบบริการสุขภาพของประชาชน ทดแทนยาแผนปัจจุบันและนำไปใช้ในด้านปศุสัตว์ทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ ส่งเสริม การขยายตลาดใหม่ในการส่งออกผัก ผลไม้และผลไม้ชนิดใหม่ ๆ ที่มีโอกาสและมีศักยภาพ ในการส่งออกไปขายในประเทศอื่น ๆ ส่งเสริมแบรนด์ (Brand) ผลไม้ไทย ทั้งในระดับประเทศ และท้องถิ่นก็มีการควบคุมการนำเข้าและการค้าที่ไม่เป็นธรรม ควรจัดระเบียบล้งจีนให้เข้า สู่ระบบการควบคุม การตรวจสอบตามกฎหมาย แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการซื้อยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยให้ภาครัฐกำหนดแหล่งที่มาของวัตถุดิบสมุนไพรว่าจะต้องมาจาก ภายในประเทศเท่านั้น เนื่องจากว่าในการศึกษาในอนุกรรมาธิการนั้น เราพบว่ามีการนำเข้าสมุนไพรจาก ต่างประเทศเข้ามาเป็นสารตั้งต้นในการผลิตสมุนไพรหรือว่าผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจาก สมุนไพรอย่างมากนะคะ เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร ที่นำเข้าจากต่างประเทศ การส่งเสริมการค้าต้องมีการอำนวยความสะดวกในการส่งเสริม การส่งออกแบบเบ็ดเสร็จทั้งข้อมูลข่าวสาร กฎระเบียบต่าง ๆ พัฒนาระบบสารสนเทศ ให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิตและการตรวจสอบย้อนกลับ พิจารณาขยายเวลาในการ เปิด-ปิดด่านพรมแดนให้สอดคล้องกับประเทศที่เราจะส่งออกสินค้าไปขาย นำกรอบ ความร่วมมือที่ประเทศไทยและประเทศจีนเป็นประเทศในสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มาเจรจาในการขอลดภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้านำเข้าจากประเทศจีนในอัตราที่เท่าเทียมกัน ทุกประเทศ มาตรการด้านการพัฒนาตรวจสอบและการรับรองมาตรฐานสินค้า ควรรวม หน่วยงานที่ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรให้เป็นหน่วยงานเดียวกันในรูปแบบ ของหน่วยงานอิสระเพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายทำงานได้อย่างสอดคล้องแล้วก็ทำงานเป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนให้มีห้องปฏิบัติการในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพสินค้า เกษตรและสารสกัดสมุนไพร รวมทั้งห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ ส่งเสริมให้มีการจัดทำมาตรฐาน วัตถุดิบสารสกัดผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ดี ส่งเสริมให้มีการจัดทำเอกสารกล่าวอ้างทางสุขภาพ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร ส่งเสริมการสร้างการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการนำเครื่องมือ ตรวจสอบคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรมาใช้ มาตรการพัฒนาทางด้านการขนส่งและ โครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาระบบขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ทางราง ให้เชื่อมต่อกัน อย่างมีประสิทธิภาพจากแหล่งผลิตสู่ตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ พัฒนาระบบ ขนส่งทางรางให้สามารถขนส่งสินค้าทางการเกษตรได้จริงและมีประสิทธิภาพ สนับสนุน ให้มีการจัดตั้งศูนย์ฉายรังสีประจำภูมิภาคที่ใกล้จุดผ่านแดน การสร้างห้องเย็น จุดพัก และการกระจายสินค้า เครื่องมือเครื่องจักรและอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการขนถ่ายสินค้า

มาตรการสุดท้าย ก็คือการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ มาใช้เพื่อยกระดับการผลิตการตลาดและความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งในวันนี้เราเตรียม ๒ รูปแบบเพื่อที่จะมาสาธิตให้สมาชิกทุกท่านได้รับชมกันนะคะ อันแรกก็คือไทย ฟรุต แมป (Thai fruit map) ก็คือแผนที่ผลไม้ จริง ๆ แล้วชื่อภาษาไทยก็คือโครงการพัฒนาเว็บท่า เพื่อผลไม้ เดี๋ยวจะมีต้นแบบของเว็บ (Web) มาให้ทุกท่านได้ชมกันด้วยค่ะ เดี๋ยวขอเจ้าหน้าที่ เปิดเว็บไซต์ (Website) ด้วยนะคะ ชื่อภาษาไทยว่าโครงการพัฒนาเว็บท่าเพื่อผลไม้ไทยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ไทย ฟรุต แมป (Thai fruit map) ก็เดี๋ยวรอโหลด (Load) สักแป๊บหนึ่งนะคะ อันนี้หน้าตาก็จะเป็นแบบนี้ ถ้าเกิดว่าเราสนใจ ในเรื่องของทุเรียนลองคลิก (Click) ไปที่ทุเรียนก็จะเห็นเป็นภาพนี้นะคะ ก็จะรู้ว่าในประเทศไทย มีทุเรียนในจังหวัดใดบ้าง แล้วก็ถ้าทุกท่านลองคลิก (Click) สมมุติว่าคลิก (Click) ที่ทุเรียน ในจังหวัดระยองก็จะมีข้อมูลของจังหวัดระยองมาทุก ๆ สวนเลยนะคะ อาจจะมี ๑๐ สวน ๒๐ สวน หรือ ๑๐๐ สวนก็ได้ แล้วก็ข้อมูลก็สามารถที่จะกดลิงก์ (Link) ได้เลยนะคะ กดลิงก์ (Link) ที่สวนใดสวนหนึ่งที่ท่านสนใจนะคะ ลองกดได้เลยคะ พอกดไปสวนที่เราสนใจ ก็จะขึ้นมา โดยที่มีข้อมูลในเรื่องของเวลาเปิด-ปิด ราคา หรือว่ามีข้อมูลในเรื่องที่เกี่ยวกับ สถานที่ท่องเที่ยวมีแผนที่ให้ด้วยนะคะ ทุกท่านสามารถที่จะกดในแผนที่เข้าไปได้เลย แล้วมันก็จะเชื่อมกับกูเกิล แมป (Google map) ให้นะคะ เดี๋ยวขอเป็นสไลด์ (Slide) ถัดไป นอกจากจะมีข้อมูลทั่ว ๆ ไปของสวนที่เราสนใจแล้วก็ยังสามารถที่จะทำการจองล่วงหน้าได้ด้วย เดี๋ยวขอสไลด์ (Slide) ตัวอย่าง การจองล่วงหน้าเป็นอย่างไรรอสักครู่นะคะ คือการที่มีเว็บไซต์ (Website) อันนี้มันจะทำให้เจ้าของสวนก็สามารถที่จะขายผลไม้ได้เอง มันเป็นการที่จะเชื่อมต่อ ระหว่างผู้บริโภคแล้วก็คนขาย โดยที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ถ้าลองคลิก (Click) ดูที่จองล่วงหน้า อันนี้มันยังคลิก (Click) ไม่ได้จริง เพราะว่าอันนี้มันเป็นเว็บไซต์ (Website) ต้นแบบ ถ้าเกิดว่าทุกท่านคลิก (Click) คำว่า จองล่วงหน้า เสร็จแล้วมันก็จะมีให้ใส่ชื่อนามสกุล ข้อมูลของเราลงไปเป็นแบบนี้ จองได้แล้วนะคะ ยังสามารถที่จะสร้างทัวร์ (Tour) ได้อีก ลองคลิก (Click) สร้างทัวร์ (Tour) นะคะ ข้อมูลของทุกท่าน สมมุติว่าท่านอยากไปสวน สุภัทราแลนด์ก็สามารถคลิก (Click) เพิ่มเข้าไป ถ้าสมมุติว่าอยากจะไปสวนละไมก็คลิก (Click) เพิ่มเข้าไปอีกสวนหนึ่ง และพอเรายืนยันมันก็จะมีการประมวลผลมาให้ว่าเส้นทาง ควรที่จะเป็นอย่างไร นอกจากนั้นก็ยังสามารถที่จะเลือกไกด์ได้ด้วย สามารถเลือกไกด์ได้เลย ในเว็บไซต์ (Website) นี้นะคะ นอกจากนั้นเว็บไซต์ (Website) นี้ต้องทำให้รองรับ ๕ ภาษา เป็นอย่างน้อย หรือจะกี่ภาษาก็ได้แล้วแต่เราทำ อันนี้มันจะเป็นการยกระดับผลไม้ไทย ให้เข้าสู่เศรษฐกิจ 4.0 อย่างแท้จริง เว็บไซต์ (Website) นี้จะทำให้เราได้รับเขาเรียกว่า มีหน้าร้าน เป็นแบบหน้าร้านออนไลน์ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ สวนเลยทีเดียว พูดคุยติดต่อ กับลูกค้าได้โดยตรง รับจองชมสวนได้ จัดทัวร์ (Tour) บริการเองได้แล้วก็ยังสามารถที่จะ ขายผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีก อันนี้ก็คือจบในเรื่องของไทย ฟรุต แมป (Thai Fruit Map)