สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

อนุพงษ์ เผ่าจินดา หารือเรื่องการให้เงินอุดหนุนของท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนเกษตรกร และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำที่เกษตรกรต้องการ

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพอย่างสูง กระผมขอย้อนไปให้ข้อมูลเรื่องหนึ่งของคำถามข้อที่ ๒ เรื่องใช้เงินอุดหนุนของท้องถิ่น เป็นสิ่งที่อยากจะเรียนสภาแห่งนี้เพื่อกรุณาทราบไว้ ในเวลาเดียวกันขณะนี้มีคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมได้มอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการได้ให้ข้อมูลหรือได้ให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการ จากสภาแห่งนี้ ใน ๑ ข้อของคณะกรรมาธิการที่เสนอนั้นไม่เห็นชอบที่จะให้เงินองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นไปให้การสนับสนุนในเรื่องนี้ แต่ผมเรียนเพื่อกรุณาทราบไว้ ก็จะเห็นว่า มีความคิดหลากหลายในส่วนนี้ของสภาของท่านเอง ในส่วนของความต้องการซึ่งมีอยู่มาก ผมขอย้อนกลับไปเมื่อสักครู่นี้เนื่องจากก็ต้องบันทึกเหมือนกันนะครับว่า ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า โครงการระยะที่ ๑ ได้ดำเนินการไปแล้ว ๗๐,๐๐๐ รายเศษ โครงการระยะที่ ๒ มีเป้าหมาย ๔๐,๐๐๐ รายเศษ ทำไปแล้ว ๖๓ เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้เป็นจำนวนรายคือ ๒๕,๐๐๐ ราย ได้ดำเนินการไปแล้วแน่ ๆ ก็ยังมีส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการจะเป็นพื้นที่ไหนบ้างกระผมไม่ได้เอา รายละเอียดมานะครับว่าพื้นที่ไหนบ้าง กว่าจะเสร็จโครงการก็ประมาณปี ๒๕๖๓ คือปีหน้านะครับ ในขณะเดียวกันเราก็เตรียมแผนงานปีต่อไป ในส่วนนี้ท่านถามว่าเกษตรกรมีความต้องการ มากมายขนาดนี้จะดำเนินการอย่างไร ก็เรียนว่าแผนในการที่จะหาไฟฟ้านั้นเราได้เตรียม แผนระยะที่ ๓ ไว้ โดยคำนึงถึงการใช้เทคโนโลยีไปช่วย แล้วก็จะทำให้ตอบสนอง พี่น้องเกษตรกรได้รวดเร็วกว่าเดิม อย่างเช่น ใช้ระบบแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ในการที่จะช่วยตอบสนองพี่น้องประชาชนในการที่จะไม่ต้องเสียเวลา อย่างไรก็ตามที่ผม ได้พูดถึงเวลา แล้วใครที่ยังไม่มีก็อยากจะเรียนข้อมูลเพื่อสภาแห่งนี้ได้กรุณาทราบด้วยว่า นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายรายหัวแล้วเกษตรกรจะต้องมีคุณสมบัติหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ซึ่งไม่ทราบว่าเกษตรกรดังกล่าวนี้มีครบถ้วนหรือไม่ เช่น จะต้องขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร จะต้องไม่อยู่ในเขตพื้นที่หวงห้ามใด ๆ ทั้งสิ้นของทางราชการ จะต้องมีที่ทางสาธารณะ ที่สามารถจะวางสายพาดสายเข้าไปได้ของการไฟฟ้านะครับ จะต้องมีแหล่งน้ำทางการเกษตร แต่ถ้าไม่มีเดี๋ยวผมมีในข้อต่อไปว่าเราจะช่วยแก้ไขอย่างไรนะครับ ต้องมีเอกสารสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสิทธิของตนเองหรือสัญญาเช่านะครับ แล้วต้องเป็นเกษตรกรรายย่อย การติดไฟนั้นก็ใช่ ๑๕ แอมป์ โอเวอร์โหลด (Overload) ๔๕ แอมป์นะครับ นั่นเป็นรายละเอียด ซึ่งผมเข้าใจว่าเกษตรกรเราต้องมีครบ ถ้าไม่มีครบนั้นถ้าเราทำไปก็จะผิดกฎหมายบางตัว เช่นถ้าเป็นที่บุกรุกเป็นต้น ผมกลับมาว่าแล้วถ้าสมมุติพื้นที่บางพื้นที่ยังไม่มีน้ำจะทำอย่างไร หรือมีน้ำน้อยก็มีหนทางออกอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของบ่อน้ำบาดาลนะครับ ซึ่งบ่อน้ำบาดาล ในขณะนี้มีการดำเนินการแล้วโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล แล้วไม่มีแหล่งน้ำก็สามารถที่จะดำเนินการได้ โดยหลักการก็คือว่าใช้เงินไม่มาก แล้วรัฐบาล โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งสิ้น แล้วประชาชนใช้ประโยชน์โดยไม่ต้อง ใช้เงินเลย ซึ่งก็อาจจะไม่เป็นภาระกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องไปหาเงินอุดหนุนครับ เพียงแต่ว่าจะต้องหาน้ำให้ได้ น้ำที่ต้องการนั้นต่ำสุดก็ประมาณ ๔ คิวต่อไร่ต่อวัน ซึ่งก็เหมาะสม ที่จะไปทำพืชใช้น้ำน้อยอย่างที่เรียนให้ทราบแล้ว ในการที่ดำเนินการในขณะนี้พื้นที่ที่เหมาะสม คือประมาณแปลงละ ๖๐ ไร่ ก็คือประมาณ ๔-๘ ครอบครัวต่อแปลงก็จะขุดบ่อน้ำ ๑ บ่อ โดยใช้โซลาร์เซลล์ (Solar cell) ใช้กำลังประมาณ ๓,๐๐๐ วัตต์นะครับ เงินทุนก็ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เกือบ ๆ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นภาระของ ทางรัฐบาลที่จะดำเนินการให้ แล้วก็ให้ประชาชนได้ใช้และดูแลรักษาก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่จะตอบสนองพี่น้องประชาชนได้ครับ ในส่วนที่ยังมีพี่น้องที่ท่านได้กรุณากล่าวไว้ผมก็รับไป ว่าจะไปกวดขันดูว่าเป็นเพราะมีปัญหาประการใด เช่น มีน้ำหรือไม่ มีแหล่งน้ำหรือไม่ หรือว่า ติดขัดเรื่องอะไร เพื่อจะหาทางแก้ปัญหาให้เขาให้เร็วที่สุด แต่ถ้าเป็นเพราะการไฟฟ้า ให้บริการไม่ทัน ผมก็จะไปปรับปรุงให้พี่น้องประชาชนได้มีน้ำใช้ให้เร็วที่สุด รวมทั้งจะเร่ง ในเรื่องของเฟส ๓ (Phase 3) ให้เริ่มต้นได้ต่อเนื่องจากเฟส ๒ (Phase 2) เลยครับ ก็มีเรื่อง ที่จะเรียนเพื่อทราบ