ชำนาญ จันทร์เรือง หารือเกี่ยวกับจรรยาบรรณและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม อิสระ และกลาง ปราศจากอคติ และไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันหรืออิทธิพลใดๆ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับข้อ ๒๐ ของกฎบัตรสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี และขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ รวมถึงการกระทำของกลุ่มมิตรภาพ
ในส่วนที่ ๒ จริยธรรมอันเป็น ค่านิยมหลัก ผมอยากเรียนถามว่าเป็นค่านิยมของประเทศไทยหรือว่าของใคร หรือเป็น ค่านิยม ๑๒ ประการ หรืออย่างไรนะครับ คำว่า ค่านิยมหลัก มันหลักของใคร อย่างไรครับ
ส่วนในข้อ ๑๔ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง ปราศจากอคติโดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพลกระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบด้วยกฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ประเด็นก็คือตรงที่ว่า ทั้งนี้ตามความเหมาะสม แห่งสถานภาพ ก็แสดงว่าทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ใช่ไหมครับ เพราะว่าเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความยุติธรรมเป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติโดยไม่หวั่นไหวอะไรพวกนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ไม่ว่าสภาพร่างกายเป็นอย่างไร หรือสถานะอย่างไร ต้องปฏิบัติเสมอ นี่คือความเห็นของผม
ข้อ ๑๖ ขอให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชน หรือสื่อมวลชน อันอยู่ในความรับผิดชอบของตน ประเด็นที่ผมจะหารือก็คือว่าถ้าเกิดเราเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกิดผู้สื่อข่าว เพื่อนฝูง ญาติมิตรถามในเรื่องเกี่ยวกับกิจการ ของสภา หรือเรื่องต่าง ๆ ที่ประชาชนมองว่าทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ หรือมีข้อพิพาทกันอยู่ เราไม่สามารถพูดได้ใช่หรือไม่
ข้อ ๑๗ ไม่ให้คำปรึกษากับบุคคลภายนอกหรือแสดงความคิดเห็นข้อมูล ต่อสื่อสาธารณะ หรือสาธารณชนในเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณา การพิจารณาของอะไร ของสภาผู้แทนราษฎรหรือว่าของกรรมาธิการ หรือการพิจารณาของศาลหรือขององค์กรอิสระ หรืออะไร แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นในส่วนของสภา น่าจะอธิบายให้ชัดเจน แล้วก็เว้นแต่เป็น การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายขององค์กร อันนี้หมายถึงองค์กรไหนครับ องค์กรวิชาชีพ ของตนเองหรือไม่ อย่างไร เหลืออีก ๓ ประเด็นนิดเดียวครับ
ข้อ ๒๐ ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี คู่กรณีภาษากฎหมายใช้ว่าคู่ความ คู่กรณี หมายถึงใครกับใครครับ คู่กรณีที่พิพาทกับตนเองหรือไม่ อย่างไร
ข้อ ๒๑ ไม่กระทำการอันเป็นลักษณะการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเป็นเหตุทำให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ อันนี้ผมไม่เห็นด้วยจนเป็นเหตุทำให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเดือดร้อน เสียหาย หรือกระทบ ต่อการปฏิบัติหน้าที่นั้น การกระทำอันเป็นลักษณะการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศนั้น ทำไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะกระทบหรือไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ เช่น มาโอบหลัง โอบไหล่ คุกคามด้วยสายตาหรือวาจา มันก็ไม่กระทบต่อหน้าที่ละครับ แต่ว่าทำไม่ได้อยู่แล้วนะครับ
วรรคสอง ข้อ ๒๑ ไม่นำความสัมพันธ์ทางเพศที่ตนมีต่อบุคคลใดมาเป็นเหตุ หรือมีอิทธิพล การใช้คำว่า ความสัมพันธ์ทางเพศ มันจะหมายถึงการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ อย่างบางคนขออภัยผมพูดจริงนะครับ ไม่ได้ตลกขบขันอะไร แต่บางคนอายุมากแล้ว ไม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศได้ แต่มีความสัมพันธ์ทางชู้สาวล่ะ เอื้อประโยชน์กันล่ะ เลี้ยงดูปูเสื่อกันล่ะ อันนี้จะควบคุมหรือไม่ครับ
สองประเด็นสุดท้าย ข้อ ๔๐ เรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและ กรรมาธิการ ข้อ ๔๐ สมาชิกและกรรมาธิการพึงพบปะเยี่ยมเยียนเพื่อรับฟังเรื่องร้องทุกข์ และความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของประชาชน ต้องปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความเสมอภาค เท่าเทียมกัน ฟังเผิน ๆ ก็ดูดีนะครับ แต่ความเสมอภาคนี้อาจจะไม่เป็นธรรมก็ได้นะครับ มีบ่อยครั้งที่เราปฏิบัติอย่างไม่เสมอภาคแต่เป็นธรรม เช่น ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่อยู่ ในชนบทห่างไกล ไม่จำเป็นต้องเสมอภาคนะครับ แต่ต้องเป็นธรรม การให้โอกาสใช้สอบ มหาวิทยาลัยในโควตาอะไรต่าง ๆ นานา เขาเรียก ไวลด์ การ์ด (Wild card) พูดง่าย ๆ ก็แล้วกันนะครับ
ข้อสุดท้ายครับ ข้อสุดท้ายที่เป็นประเด็นในวันนี้ที่ผมยกขึ้นมานี้ ผมจะเรียนถาม คณะกรรมาธิการวิสามัญว่าหมวดนี้จริยธรรมอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและ กรรมาธิการ รวมถึงการกระทำของกลุ่มมิตรภาพด้วยหรือไม่ ตัวอย่างสมมุติว่าก็มีขึ้นจริงบ้าง ในบางครั้ง ก็คือว่ามีการเคลื่อนย้ายสมาชิกไปสมัคร ไปลงชื่อในกลุ่มมิตรภาพหนึ่งซึ่งคิดว่า ตัวเองน่าจะได้รับการเลือกตั้งแล้วก็หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่แน่ว่าลาออกจากกลุ่มเดิม หรือยัง หรือการลาออกนั้นมีผลหรือยัง ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวอย่างผิดปกตินี้นะครับ อย่างเช่น จากกลุ่มสหรัฐอเมริกาเสร็จก็ไปกลุ่มเยอรมัน กลุ่มเยอรมันเสร็จก็ไปกลุ่มฝรั่งเศส จากกลุ่มฝรั่งเศสก็ไปกลุ่มฟินแลนด์ อันนี้จะอยู่ในอำนาจหน้าที่หรือเครือข่ายของคณะกรรมการ จริยธรรมนี้ด้วยหรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ