บุญลือ แจงปัญหาพลังงาน ขอทบทวนโครงการรัฐ-เอกชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

บุญลือ ประเสริฐโสภา ตั้งกระทู้ถามถึงความโปร่งใสและผลกระทบของนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากภาคเอกชนที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ทบทวนโครงการที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ของประชาชนและรัฐ

นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ ๕ ประกอบด้วย อำเภอดำเนินสะดวก อำเภอบางแพ อำเภอโพธาราม เฉพาะตำบลบ้านสิงห์ ตำบลบ้านฆ้อง ตำบลบ้านดอนทราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อโรงไฟฟ้ามากที่สุดก็นับจะว่าได้ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน วันนี้ท่านได้รับมอบหมายจาก ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณอีกครั้งหนึ่งที่ได้กรุณา เดินทางไปประชุม ครม. สัญจรผ่านไปที่จังหวัดราชบุรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรองนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรี สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ตลอดจนท่านรัฐมนตรี มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ผมเรียนว่ากระทู้วันนี้เป็นกระทู้ที่ผมได้ยื่นไว้หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ผมยื่นไว้เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ผมมีความอดทน เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ท่านประธานคงทราบดีในฐานะท่านประธานเองก็เคยไปศึกษา เป็นนักเรียนวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ ๗ ถ้าผมจำไม่ผิด ผมเองได้มีโอกาสเรียนในรุ่นที่ ๒ แต่เรียนว่าวันนี้ปัญหาพลังงานเป็นปัญหาที่ค่อนข้างจะมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน โดยภาพรวม ผมขอยื่นกระทู้ถามผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา วันนี้ท่านมอบให้รัฐมนตรีสนธิรัตน์โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ นโยบายยุทธศาสตร์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้มีการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า ของประเทศไทยโดยภาพรวมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๗๙ และปรับแผนใหม่ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง ปี พ.ศ. ๒๕๘๐ อาจจะไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๖ ซึ่งได้กำหนดไว้ว่าการนำสาธารณูปโภคของรัฐไปให้เอกชนดำเนินการทางธุรกิจ รัฐต้องคำนึงถึง การลงทุน ประโยชน์ที่รัฐและเอกชนจะได้รับและค่าบริการที่เรียกเก็บจากประชาชน อันประกอบ จึงขอให้ท่านประธาน กพช. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทบทวนนโยบาย และตรวจสอบระงับโครงการที่มีปัญหาเกรงว่าจะผิดกฎหมาย โดยรายละเอียดผมขออนุญาต ท่านประธาน ผมพยายามที่จะใช้ข้อบังคับข้อที่ ๑๕๒ โดยเคร่งครัดจะไม่ให้วกวนวนเวียน ซ้ำซาก แต่มีความจำเป็นจริง ๆ ครับท่านประธาน ระบบการไฟฟ้าผลิตโดยภาพรวม ของประเทศ วันนี้ในจอภาพสไลด์ (Slide) ด้านบนท่านจะเห็นว่าภาพรวมกำลังการผลิต ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ขณะนี้เราปี ๒๕๖๒ จะถึงปี ๒๕๘๐ นั่นหมายถึงว่าอีก ๑๘ ปีข้างหน้า สีม่วง เอสพีพี (SPP) ๑๖ เปอร์เซ็นต์คือโรงไฟฟ้า ๑๐ เมกะวัตต์ แต่ไม่เกิน ๙๐ เมกะวัตต์ สีฟ้า พลังงานน้ำ ซึ่งเราซื้อมาจากประเทศลาวและต่างประเทศประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ สีเขียว วีเอสพีพี (VSPP) ๘ เปอร์เซ็นต์ โรงไฟฟ้าเอกชนซึ่งต่ำกว่า ๑๐ เมกะวัตต์ สีส้ม ไอพีพี (IPP) ๓๓ เปอร์เซ็นต์ คือโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิตสูงกว่า ๙๐ เมกะวัตต์ เช่น โรงไฟฟ้า จังหวัดราชบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น สีเหลืองคือการไฟฟ้า ฝ่ายผลิต ๓๕ เปอร์เซ็นต์ กำลังการผลิตมาจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศในปี ๒๕๘๐ ถ้าเป็นไปตามที่นโยบายได้เสนอไว้จะเห็นว่าสีม่วง เอสพีพี (SPP) ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของเดิม ๑๖ เปอร์เซ็นต์จะลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ สีฟ้ากำลังการผลิตน้ำ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของเดิมมี ๘ เปอร์เซ็นต์ก็จะลดเหลือ ๓ เปอร์เซ็นต์ สีเขียว วีเอสพีพี (VSPP) ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเดิม ๘ เปอร์เซ็นต์ประทานโทษเพิ่มไป ๑๗ เปอร์เซ็นต์ สีส้ม IPP ๑๓ เปอร์เซ็นต์ของเดิม ๓๓ เปอร์เซ็นต์ จะลดลงไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ สีเหลือง กฟผ. การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตจาก ๓๕ ท่านเห็นตัวเลขเหลือ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ สีขาวพลังงานทดแทน ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเรื่องของในอนาคต นอกจากนี้สีปูนอ่อนก็คือไฟฟ้าพลังงานทดแทน เรื่องนี้เป็นที่น่ายินดีที่รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของนโยบายที่ท่านได้ประกาศไว้ เมื่อวันที่ ๒๕ ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา นโยบายของรัฐบาลเอง นโยบาย ของพรรคภูมิใจไทย ข้อ ๕.๓ หน้า ๙ ในวันแถลงนโยบายเราจะทราบดีว่าเรามีการพัฒนา ภาคเกษตร เราส่งเสริมการเกษตร เช่น อ้อย ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด โดยผ่านเครื่องมือ และมาตรการที่เหมาะสม นั่นหมายความว่าพืชเหล่านี้สามารถที่จะไปทำพืชพลังงานได้ วันนี้ขอบคุณกรมทดแทนพลังงานทดแทนที่ได้ทำโรงไฟฟ้าชุมชนชีวภาพ ชีวมวล ไฮบริด (Hybrid) ชีวภาพ รวมถึงน้ำเสียและของเสียต่าง ๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ แล้วก็ คงจะเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้ประกาศไว้ว่าเราจะเป็นผู้นำอาเซียน (ASEAN) ในการนำเทคโนโลยีการนำพลังงานทดแทนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า มันเป็นประโยชน์ แต่สิ่งที่ผมกำลังจะสอบถามท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธานสภา ถ้าดูตัวเลขเราก็จะเห็นว่าตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่ามาตรา ๕๖ วรรคแรก ที่บอกไว้ว่า รัฐจะต้องดำเนินการให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน อย่างทั่วถึงตามหลักเกณฑ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน วรรคสองที่บอกว่าโครงสร้าง โครงข่าย ขั้นพื้นฐานกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐ อำนาจต่อการดำรงชีวิตของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ รัฐจะต้องประกอบกิจการใดไม่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน หรือรัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละ ๕๑ นั่นแสดงให้เห็นได้ว่าวันนี้รัฐให้การสนับสนุน บริษัทเอกชนเข้าไปดำเนินการธุรกิจพลังงานอย่างมากมาย ผมจึงมีความเป็นห่วง ขอถาม ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า กรณี กระทรวงพลังงานได้กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาพลังงาน โดยให้บริษัทเอกชนรายหนึ่ง เข้าไปเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าในสัดส่วนกำลังการผลิตของรัฐ ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคต่ำกว่า ร้อยละ ๕๑ หรือไม่ ปัจจุบันรัฐส่งเสริมให้บริษัทเอกชนเข้ามามีสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขณะนี้เหลือเพียงร้อยละ ๓๗ แล้วก็จะลดลง ไปเรื่อย ๆ ผมอยากสอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีนโยบายเรื่องนี้ อย่างไรในการกำกับดูแล