อนุพงษ์ เผ่าจินดา หารือเรื่องการก่อสร้างส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้ากรุงเทพมหานคร และเรียกร้องการหาแนวทางในการดำเนินการให้เหมาะสม รวมถึงปัญหาของหนี้สาธารณะที่กรุงเทพมหานครจะต้องรับมาด้วย โดยเน้นการให้บริการประชาชนและผลประโยชน์ของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมขอเรียนตอบคำถามของสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็เป็นไปตามที่ท่านได้ตั้งประเด็นไว้ว่ามันมีการก่อสร้างงานในส่วนต่อขยายเพิ่มเติมขึ้นมาจาก ของเดิมนะครับ เมื่อมีการสร้างงานส่วนต่อขยายแล้วเสร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง จะต้องมีการเดินรถ ให้บริการพี่น้องประชาชน อันนั้นเป็นเรื่องสำคัญประการหนึ่งที่จะต้องหาแนวทาง ในการดำเนินงาน ในการดำเนินการดังกล่าวนี้ รฟม. ซึ่งเป็นคนก่อสร้างก็จะต้องโอนทรัพย์สิน หรืองานโยธาธิการให้กับกรุงเทพมหานคร ซึ่งตามมาด้วยปัญหาของหนี้สาธารณะ ซึ่งกรุงเทพมหานครจะต้องรับมาด้วย นั่นเป็นปัญหาเรื่องหนึ่ง
ปัญหาเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการให้บริการประชาชน จะต้องมีแนวทาง ในการดำเนินการในเรื่องนี้ ในการเริ่มดำเนินการในเรื่องนี้กรุงเทพมหานครได้หาแนวทางก่อน ในการจะดำเนินการโดยทำมาร์เก็ต ซาวน์ดิง (Market sounding) ที่จะหาผู้ที่สนใจ ในการที่จะมาจัดการในเรื่องนี้นะครับ แต่ไม่มีผู้ใดสนใจ ก็อาจจะเป็นไปด้วยเนื่องจากปัญหา ของสัมปทานเดิมที่มีค้างอยู่อีก ๑๐ ปี จะหมดภายในปี ๒๕๗๒ ตามที่ทราบกันนะครับ กรุงเทพมหานครจึงได้หาทางที่จะเจรจากับผู้ประกอบการรายเดิมคือบีทีเอส (BTS) แล้วก็จะดำเนินการตามกฎหมายที่ท่านว่านะครับ จะดำเนินการตามนั้นในขั้นแรก ปัญหาที่ท่านถามก็คือว่า แล้วทำไมท่านจะต้องไปออกคำสั่ง คสช. การดำเนินการ ตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนดังกล่าว ปัญหาสำคัญอย่างยิ่ง คือเรื่องระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๑๘ เดือน นั่นเป็นปัญหาเรื่องของระยะเวลา ซึ่งจะมีผลกระทบไปถึง ๒ เรื่องที่ผมได้เรียนแล้ว คือการให้บริการพี่น้องประชาชน และการบริหารหนี้ของกรุงเทพมหานคร เมื่อเป็นไปดังนั้นจึงได้มีการเสนอ คสช. เพื่อออกคำสั่งเพื่อจะหาแนวทางที่จะเร่งรัดให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามการที่จะพูดว่า ไม่ทำตามคำสั่งเรื่อง พ.ร.บ. ร่วมทุนตามกฎหมายร่วมทุน ผมขอเรียนว่าในคำสั่งที่ออกนั้น เมื่อพิจารณาดูในองค์ประกอบของคณะกรรมการที่คำสั่งได้ตั้งนะครับ ผมจะขอเรียนเรื่องของ พ.ร.บ. ร่วมทุนก่อน ก็จะมีผู้แทนหน่วยเจ้าของโครงการ ก็คือกรุงเทพมหานคร มีผู้แทนหน่วยกระทรวงต้นสังกัด คือกระทรวงมหาดไทย มีผู้แทนอัยการสูงสุด ผู้แทน สคร. ของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการ มีผู้แทนหน่วยเจ้าของโครงการเป็น กรรมการและเลขานุการ นี่คือคณะกรรมการถ้าดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ. ร่วมทุน มาดูว่าคำสั่ง คสช. ได้แต่งตั้งใครบ้าง ได้แต่งตั้งครบทุกคนตามที่มีนั่น และมีเพิ่มเติม คือมีกระทรวงการคลัง มีปลัดกระทรวงการคลัง มีผู้ดำเนินการสำนักงบประมาณ มีเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เรียกว่าสภาพัฒน์ แล้วมีผู้สังเกตการณ์เพิ่มเติมขึ้นมาจากคณะเดิมก็อาจจะพูดได้ว่า คณะกรรมการก็เป็นไปในนัยขององค์ประกอบของ พ.ร.บ. ร่วมทุน และคณะกรรมการนี้ ก็จะต้องพิจารณาอยู่บนพื้นฐานที่จะต้องให้ประโยชน์ตามที่ผมเรียนแล้วกับพี่น้องประชาชน ให้กับรัฐเพื่อแก้ปัญหา ถ้าจะมองว่ามีจุดที่มีข้อสงสัยว่าทุจริตก็ย่อมเป็นธรรมดาก็มองได้ แต่ก็อยากจะเรียนว่าคนที่ออกคำสั่งกับคนที่ทำทั้งหมดมีเจตนาเพื่อจะแก้ปัญหาให้พี่น้อง ประชาชนตามที่ว่า ไม่มีเจตนาจะทำเป็นอื่นนะครับ และผมเชื่อมั่นว่าด้วยกฎหมาย ด้วยสิ่งที่ประเทศเรามีทุกอย่างมันสามารถดำเนินการได้กับผู้ที่ทุจริตคิดมิชอบไม่ว่าโครงการนี้ หรือโครงการใด ผมก็คงจะตอบได้ว่าเหตุผลที่ต้องออกคำสั่งเรื่องนี้ก็เรื่องของผลประโยชน์ ของประชาชนที่จะต้องรีบแก้ไข ถ้าจะอธิบายนิดหนึ่งคือถ้าไม่หาทางแก้ไขสิ่งที่ประชาชน ต้องแบกรับเรื่องแรกคือในเรื่องของค่าบริการที่ในส่วนต่อขยายเดิมนั้นก็คิดค่าแรกเข้า ทั้ง ๒ ทาง ไม่ว่าจะเป็นส่วนสัมปทานหรือส่วนต่อขยาย อันนี้ประชาชนต้องแบกรับ ต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้วก็ให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก แล้วก็ในเรื่องของ กรุงเทพมหานครจะต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย แต่สรุปว่าที่จะต้องออกคำสั่ง คือเร่งเรื่องระยะเวลาเท่านั้น องค์ประกอบของคณะกรรมการคงเป็นไปตามนัย ของคณะกรรมการร่วมทุน เพียงแต่เร่งในการดำเนินการให้เร็ว อยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ซึ่งจะต้องตรวจสอบแล้วก็ดำเนินการกันต่อไป และถ้ากลไกมีอยู่แล้วก็ดำเนินการให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหน่วยงานหรือรัฐสภาแห่งนี้ก็ดำเนินการได้ครับ ขอเรียนตอบ