วีระกร แจงผลศึกษากรรมาธิการ หามาตรการดูแลราคาพืชผล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

วีระกร คำประกอบ ชี้แจงผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ โดยรายงานผลการศึกษาอย่างละเอียดจากคณะอนุกรรมาธิการ 6 ชุด ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา และมะพร้าว พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขทั้งการควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตร สนับสนุนกลไกตลาด และผลักดันการใช้อ้อยในอุตสาหกรรมพลังงาน เพื่อฟื้นฟูราคาและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายวีระกร คำประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการ ได้รับมอบหมาย จากกรรมาธิการเพื่อให้ชี้แจงรายงานที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้วต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๗ สมัยสามัญประจำปี วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ ครั้งที่ ๘ วันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และครั้งที่ ๙ วันพฤหัสบดีที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ได้พิจารณาญัตติเกี่ยวกับปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ซึ่งมีทั้งหมด ๑๑ ญัตติ สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา ศึกษาปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยกำหนดระยะเวลาพิจารณาไว้ ๖๐ วัน ซึ่งต่อมาสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้มีการขยายระยะเวลาในการพิจารณาออกไปอีก ๖๐ วัน รวมทั้งสิ้น ๑๒๐ วันนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ำเสร็จแล้ว โดยในการพิจารณาดำเนินการของคณะกรรมาธิการนั้น ได้มีการประชุมเพื่อศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ซึ่งได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานและ บุคคลที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม รวมทั้งได้มีการเดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่ตลอดจน ได้จัดให้มีการสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณา ศึกษาดังกล่าวคณะกรรมาธิการได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหา พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ จำนวน ๖ คณะ เพื่อพิจารณาศึกษาพืชเฉพาะแต่ละชนิด ซึ่งประกอบด้วย

๑. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องข้าว

๒. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องข้าวโพดและมันสำปะหลัง

๓. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องผัก ผลไม้ และสมุนไพร

๔. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องปาล์มและยางพารา

๕. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องมะพร้าวและสับปะรด

๖. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องอ้อย

ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ได้นำมาจัดทำเป็นรายงานผลการศึกษาดังที่ท่านได้รับไปแล้ว ในการพิจารณาศึกษาของ แต่ละคณะอนุกรรมาธิการนั้นบางคณะอนุกรรมาธิการก็ได้ประสานงานกับหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้องและได้แก้ไขปัญหาจนสำเร็จลุล่วงไปแล้ว ในเรื่องปัญหาราคาข้าวซึ่งไม่ว่า พรรคการเมืองใดซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจะใช้คำว่า ราคาเป้าหมาย หรือการประกันรายได้ หรือการประกันราคาก็ตาม แต่ต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้จัดให้มีการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวให้ได้รับราคาไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท

ในส่วนของปัญหาเรื่องข้าวโพดและมันสำปะหลัง ข้าวโพดเป็นปัญหาที่แก้ ไม่ยาก เนื่องจากประเทศไทยผลิตข้าวโพดได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ เราผลิต ข้าวโพดได้เพียงประมาณ ๕ ล้านตันต่อปี แต่เราต้องบริโภคภายในประเทศและใช้เป็นอาหารสัตว์ ภายในประเทศถึง ๘ ล้านตันต่อปี แต่สาเหตุที่ราคาข้าวโพดตกต่ำนั้นก็เกิดจากการนำ ปลายข้าวสาลีเข้ามามากจนเกินไปเพื่อเอามาเข้าโรงงานอาหารสัตว์ จนกระทั่งทำให้ราคา ข้าวโพดตกเหลือ ๗ บาท แล้วได้รับการร้องเรียนเป็นญัตติเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร จากการ ที่ได้ประสานงานกับทางกระทรวงพาณิชย์ทำให้การนำเข้าปลายข้าวสาลีนั้นลดลงจนกระทั่ง ราคาข้าวโพดขึ้นไปจนถึง ๘ บาท แล้วในที่สุดถึง ๙.๕๐ บาท ก็ถือได้ว่าคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาเรื่องข้าวโพดและมันสำปะหลังก็ได้แก้ไขปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง แล้วนะครับ

ในส่วนของปัญหาราคาพืชผักผลไม้ ทางกรรมาธิการได้มีการเดินทาง โดยใช้เงินงบประมาณส่วนตัวไปดูตลาดที่เมืองกวางตุ้ง ประเทศจีน โดยไปดูที่ตลาดเจียงหนาน พบว่าตลาดผลไม้เจียงหนานเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด ส่งผลไม้ไปทั่วทั้งประเทศจีนเพื่อประชากร ทั้ง ๑,๓๐๐ ล้านคนได้บริโภค จากการที่ได้ตรวจสอบก็มีปัญหาอยู่เพียงเล็กน้อยซึ่งได้ ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ไปบ้างแล้ว แต่ก็อยากฝากทางรัฐบาลเพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหา ต่อไปก็คือ ที่ด่านจากประเทศเวียดนามจะเข้าไปสู่ประเทศจีน บางครั้งต้องไปรอถึงประมาณ ๓ วันด้วยกันทำให้ผลไม้เน่าเสีย เรียกว่าด่านผิงเสียง ซึ่งได้กราบเรียนไปทางกระทรวงพาณิชย์ ได้รับทราบแล้ว

ในส่วนของปัญหาราคาปาล์มและยางพารา ปัญหาราคาปาล์มเนื่องจาก ปาล์มผลิตในประเทศเป็นน้ำมันปาล์มได้ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันเท่านั้นเอง แต่ก็นำไปใช้ เป็นน้ำมันดีเซลผสมน้ำมันปาล์มปัจจุบันใช้อยู่ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์ เราก็มีการประสานงานแล้ว ทางกระทรวงพลังงานได้ปรับการใช้น้ำมันปาล์มจากบี ๗ (B7) เป็นบี ๑๐ (B10) ซึ่งจะ ทำให้ประเทศไทยต้องใช้น้ำมันปาล์มมาในการเป็นเชื้อเพลิงโดยประมาณแล้วประมาณ ๒ ล้านตันต่อปี จากการที่เราผลิตได้ ๓ ล้านตัน แต่ปรากฏว่าราคาน้ำมันปาล์มก็ไม่ขึ้นไปดังที่ คาดการณ์ไว้ ก็ต้องฝากด้วยว่าปัญหาหลักอีกอันหนึ่งก็คือการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์ม อย่างผิดกฎหมายโดยมาทางเรือทะเลนะครับ ก็ต้องฝากรัฐบาลไว้ด้วย

ในส่วนของราคาพืชผลการเกษตรอนุกรรมาธิการที่ ๕ ได้พิจารณาเรื่อง ของมะพร้าว ก่อนหน้าที่เราจะได้เข้ามาเป็นกรรมาธิการ ราคามะพร้าวในตลาดอยู่ที่ประมาณ ลูกละ ๕ บาท แต่จากการที่คณะอนุกรรมาธิการได้เอาใจใส่และได้ประสานงาน กับหน่วยราชการต่าง ๆ เนื่องจากมีการลักลอบนำมะพร้าวเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ประเทศไทยผลิตมะพร้าวได้โดยประมาณคือปีละ ๘๖๐,๐๐๐ ตัน แต่ว่าเราบริโภค ในประเทศโดยประมาณคือ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ตัน จากการที่ผ่านมานั้นมีการลักลอบนำเข้า จากประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมากจนทำให้ราคาตกต่ำลงมาเหลือลูกละ ๕ บาท จากการ ที่อนุกรรมาธิการได้พยายามหยุดยั้งการลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายโดยให้นำเข้ามา ได้เฉพาะที่ด่านแหลมฉบัง ที่ท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือคลองเตยก็ทำให้ราคามะพร้าวขึ้นมา จนถึง ๑๕ บาท แล้วในขณะนี้ถึง ๒๐ บาท จาก ๕ บาท

ในคณะที่ ๖ คือคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาปัญหาราคาอ้อย ทางอนุกรรมาธิการได้ประสานงานกับทางกระทรวงพลังงานให้นำอ้อยซึ่งปัจจุบันเอาไปทำ เอทานอล (Ethanol) ซึ่งปัจจุบันเอทานอล (Ethanol) นั้นแก๊สโซฮอล์ทั้งหลายผสม เอทานอล (Ethanol) เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ซึ่งจากการที่ใช้เอทานอล (Ethanol) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทำให้เราไม่ได้ใช้น้ำอ้อยโดยตรงมาทำ แต่ใช้กากน้ำตาลหรือโมลาส (Molasses) ซึ่งมาทำได้โมลาส (Molasses) ใช้อยู่ประมาณ ๑,๕๔๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ในขณะที่เราใช้ มันสำปะหลังอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์คือประมาณ ๖๖๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน จากการที่เราได้ประสานงานกับกระทรวงพลังงานให้เพิ่มการใช้ปริมาณการใช้เอทานอล (Ethanol) จากอี ๑๐ (E10) แก๊สโซฮอล์ขึ้นไปใช้เป็นอี ๒๐ (E20) ซึ่งจะมีผลในปีหน้านี้ จะทำให้ประเทศไทยสามารถนำน้ำอ้อยไปทำเอทานอล (Ethanol) ประมาณ ๑๐ ล้านตันต่อปี อ้อยจะหายไปจากตลาดประมาณ ๑๐ ล้านตันต่อปี ก็จะส่งผลทำให้ในปีหน้านี้ราคาอ้อย ในตลาดจะมีราคาสูงขึ้น คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ได้และได้จัดนำมาเป็นรายงานผลการศึกษา รวมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพื่อเสนอ ต่อสภาตามรายละเอียดของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้แจกให้ท่านแล้ว จึงขอเสนอ รายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการเพื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณา ต่อไป ดังที่กระผมจะให้แต่ละคณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๖ คณะ ได้นำเสนอในรายละเอียด ต่อไป คณะแรกคือคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาข้าว ขอเรียนเชิญครับ