ภาคภูมิ บูลย์ประมุข หารือปัญหาราคารับซื้อข้าวโพดที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง แม้ความต้องการในประเทศสูงกว่าการผลิต จนทำให้เกษตรกรโดยเฉพาะรายย่อยและชาวเขาในพื้นที่ลาดชันขาดทุนจากต้นทุนการผลิตที่สูง จึงเรียกร้องให้มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อปัญหาการลักลอบนำเข้าข้าวโพดที่เพิ่มขึ้นจากช่องโหว่ของนโยบายการนำเข้าที่ปรับระยะเวลาให้สั้นลง และเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายนี้เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงปัญหาเกษตรกรจากจังหวัดตากที่ต้องไปปลูกข้าวโพดในพม่าเนื่องจากขาดพื้นที่ทำกินในประเทศ จึงขอให้กรรมาธิการพิจารณาเสนอรัฐบาลเร่งแก้ไขทั้งในด้านกฎหมายการนำเข้าผลผลิตและสถานะทางกฎหมายของเกษตรกรเหล่านี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ จากที่ได้รับฟังคณะกรรมาธิการในเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ เรื่องด้วยกัน แต่ผมจะขออนุญาตมุ่งเน้นไปที่เรื่องข้าวโพด ผลผลิต ข้าวโพดตกต่ำ ซึ่งผมได้พูดในการหารือต่อท่านประธานมา ๒ ครั้ง ๒ อาทิตย์ติดแล้ว แล้วก็ โชคดีที่มีญัตตินี้เรื่องนี้เข้ามาก็เลยจะถือโอกาสพูดในเรื่องมาตรการผลผลิตข้าวโพดตกต่ำ เราจะเห็นได้ว่าจากรายงานของคณะกรรมาธิการ ข้าวโพดที่ประเทศไทยผลิตได้ก็อยู่ ประมาณ ๕ ล้านตัน แต่ความต้องการโรงงานอาหารสัตว์ที่จะใช้ในประเทศไทย ๘.๓ ล้านตัน ก็ยังเป็นข้อสงสัยว่าทำไมในเมื่อเราผลิตได้น้อยความต้องการเยอะ แต่ทำไมราคามันตกลง ทุกปี ๆ ขึ้นบ้างลงบ้างแล้วแต่โอกาส ปีนี้ขึ้นลง ๆ ผมว่าประมาณ ๔-๕ รอบแล้ว ตอนนี้ราคา ก็อยู่ที่ประมาณ ๘ บาท ถ้าไปส่งที่หน้าโรงงานก็ถึง ๙ บาท ยังแตะไม่ถึง ๑๐ บาทเลยปีนี้ ซึ่งปีที่แล้วถือว่าเป็นปีที่ข้าวโพดสูงมาก แล้วก็เนื่องจากมีมาตรการจากที่ทางคณะรัฐบาล ชุดที่แล้วที่ป้องกันไม่ให้เอาข้าวสาลีนำเข้าอะไรต่าง ๆ ผมว่าเป็นเรื่องที่ได้ผลพอสมควร จากที่ คณะกรรมาธิการได้พูดถึงสาเหตุข้าวโพด ราคาผลผลิตของประเทศไทยตกต่ำและราคาต่ำ ก็มีสาเหตุอยู่หลายเรื่อง องค์ความรู้ของประชาชนผมถือว่าเขาก็ผลิตข้าวโพดตามปกติของเขา ก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรที่ทันสมัย สภาพพื้นที่เราจะไปอ้างว่าประเทศอเมริกาหรือลาตินอเมริกา ราคาข้าวโพดอยู่ที่ ๔ บาทกว่า ของประเทศไทย ๗-๘ บาทก็ถือว่าเยอะแล้วมันคนละอย่างกัน มันคนละบริบท เขาปลูกทีเป็นหลายร้อยหลายหมื่นเอเคอร์ คนไทย ประชาชน เกษตรกร ตาดำ ๆ เต็มที่ ๒๐ ไร่ ๓๐ ไร่ แล้วยิ่งในพื้นที่ผมนี่โดยเฉพาะจังหวัดตาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของคนปลูกข้าวโพดเป็นชาวเขาหมด พื้นที่เป็นที่ลาดชันสูงมาก ต้นทุนสูงมาก เทปุ๋ยหว่านปุ๋ย ไปทีฝนตกมาทีเรียบร้อยครับ ปุ๋ยไปกองอยู่ตรงตีนดอยหมดข้างบนไม่ได้อะไรเลย เก็บผลผลิตที ใช้มอเตอร์ไซค์เก็บ ลากมาทีละกระสอบ ๆ มาขนกัน นี่คือวิถีชีวิตชาวบ้านราคาได้ขนาดนี้ ผมถือว่าเขาก็พออยู่ได้ เพราะว่าเขาไม่คิดค่าแรง ถ้าเขาคิดค่าแรงเมื่อไรขาดทุนเมื่อนั้น อุปกรณ์ต่าง ๆ เราก็สู้ต่างประเทศไม่ได้ อุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี การหว่าน การไถ ส่วนใหญ่ของคนไทยจะใช้แรงงานคนหมด ผมเชื่อว่าจะมีชุดทำงานกลุ่มเกษตรกรหลายกลุ่มที่มารายงานท่านในคณะกรรมาธิการว่ากลุ่มนี้ มีต้นทุนเท่านี้ ผลิตได้ไร่เท่านี้ ต่อไร่เท่านี้ ซึ่งแต่ละที่ก็แตกต่างกัน ท่านจะเห็นในการรายงาน ของท่านนะครับ ฉะนั้น ๓-๔ เรื่องที่ผมพูดมาก็เป็นเรื่ององค์ประกอบที่ทำให้ต้นทุนการผลิต ของเกษตรกรไทยสูงพอขายได้ราคา ซึ่งที่บอกครับ สูงกว่าต่างประเทศเยอะมาก แต่เกษตรกร ก็ยังบอกว่าขาดทุนเพราะว่าต้นทุนมันสูงนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมพูดมาได้ ๒ ครั้งแล้ว คือเรื่องการลักลอบนำเข้าข้าวโพด ผมยังยืนยันว่าเป็นส่วนหนึ่งแล้วก็เป็นผลกระทบที่กระทบชิ่งครับ หมายความว่า หมัดตรงเลย น็อก (Knock) เลยนะครับ ถ้ามีการลักลอบข้าวโพดมาบ่อย ๆ อย่างนี้ ผมเห็น ในกรรมาธิการที่จะให้การนำเข้าข้าวโพดแบบถูกกฎหมาย จากเดือนกุมภาพันธ์-เดือนสิงหาคม เลื่อนออกไปอีก ๑ เดือน คือเป็นเดือนมีนาคม-เดือนมิถุนายน จาก ๗ เดือนเลื่อนเหลือ ๓ เดือน ผมกลับมองมุมกลับนะครับว่าการที่ท่านให้การนำเข้าอยู่ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ มันจะ ส่งผลกระทบคือมันก็เหมือนเปิดโอกาสให้คนลักลอบนำเข้ายาวขึ้นนะครับ มันมีได้หรือมีเสีย ผมว่าท่านลองไปวิเคราะห์ใหม่นะครับว่าการที่ท่านปล่อยให้ข้าวโพดนำเข้าแบบถูกกฎหมาย อยู่แค่เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ๔ เดือน เท่ากับท่าน ปล่อยให้เขามีโอกาสลักลอบนำเข้า ๔ ลบ ๑๒ ๘ เดือนนะครับ แล้วผมเชื่อว่าช่องว่างวิธีการ ลักลอบนำเข้ามันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จากการสอบถามเรื่องข้าวโพดของพี่น้องจังหวัดต่าง ๆ บ้านผมจังหวัดตากนะครับ คิดว่าไม่น่าจะเกินเดือนมกราคมข้าวโพดน่าจะหมดแล้ว ประมาณกลางเดือนก็จะหมด ถามจังหวัดเพชรบูรณ์ไป ซึ่งเป็นที่ผลิตข้าวโพดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย ก็ตอบเสียงเดียวกันไม่เกินกลางเดือนมกราคมก็หมดแล้ว ปลายเดือนธันวาคม แทบจะเกลี้ยงแล้ว โคราชตอนนี้แทบจะหมดแล้ว เพราะเจอปัญหาภัยแล้ง เจอปัญหา หนอนกระทู้ ปีนี้อย่างไรรับรอง ผมเชื่อว่าเดือนมกราคมข้าวโพดประเทศไทยน่าจะหมด จากตลาดแล้ว ใกล้จะหมดเดือนกุมภาพันธ์นี้ไม่เหลือ ถ้าท่านปล่อยให้เปลี่ยนเลื่อนจาก เดือนกุมภาพันธ์ไปเดือนมีนาคมอีก ผมก็เชื่อว่าเป็นช่องว่างที่จะมีการลักลอบนำเข้ามหาศาล เพราะอย่างข้าวโพดประเทศไทยปีนี้ไม่พออยู่แล้ว ทุกปีท่านบอกว่าผลิตได้ ๕ ล้านตัน ผมเชื่อว่าปีนี้ไม่ถึง ๔ ล้านตัน เจอทั้งภัยแล้ง หนอนกระทู้ น้ำท่วม มันไม่เหลือแล้วปีนี้ อย่างไรฝากท่านพิจารณาอีกทีนะครับ ที่ผมบอกผมยังยืนยันว่าเหมือนท่านปล่อย ท่านให้โอกาส คนลักลอบนำเข้าในระยะเวลานานกว่าเดิม และผมเชื่อว่าวิธีการมีเยอะแยะนะครับ ผมยกตัวอย่างที่ชายแดนบ้านผม มันเป็นปกติของการค้าชายแดน มันก็จะมีลักลอบบ้าง อะไรบ้าง เจ้าหน้าที่เขาก็ทำงานเต็มที่ครับ แต่ก็จะลอดหูลอดตาบ้าง เพราะพื้นที่ชายแดน อย่างอำเภอแม่สอด แม่น้ำเมยข้ามไปก็ ๑๐ เมตร เดินข้ามยังได้เลยครับ บางแห่งเป็น ที่พื้นดินติดกันเลย ท่านก้าวขาท่านก็ข้ามเข้าประเทศพม่าไปแล้ว การลักลอบนำเข้าสำหรับ ผมถือว่าเป็นเรื่องการดำเนินปกติ แต่ไม่ใช่น่าเกลียดขนาดที่จะโจ๋งครึ่มเป็นบางครั้งที่ออกตามข่าว มันก็มีบ้างนะครับ ก็ว่าตามบริบท เจ้าหน้าที่เขาก็ทำงานเต็มที่ของเขาแล้วนะครับ ฉะนั้น ผมอยากจะให้กรรมาธิการชุดนี้พิจารณาเรื่องการนำเข้าข้าวโพดนะครับ
ผมยังมีเรื่องอีกเรื่องหนึ่งคือในพื้นที่บ้านผมในจังหวัดตาก ตอนนี้มีเกษตรกร กลุ่มหนึ่งที่ไปปลูกข้าวโพดที่ประเทศพม่า เขาไม่มีที่ทำกินของประเทศไทยครับ เขาต้องไปใช้ พื้นที่ประเทศพม่าปลูก ซึ่งคนหนึ่งผมว่าไม่ต่ำกว่า ๒๐-๓๐ ไร่ ปริมาณข้าวโพดทุกปี ที่คนไทยไปใช้พื้นที่ประเทศพม่าปลูกอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ตัน ผลผลิต ไม่น่าเกินครึ่งเดือนข้าวโพดออกแล้ว แต่กฎหมายนำเข้ายังไม่อนุญาตให้นำเข้า ผมก็เลยจะ ฝากกรรมาธิการชุดนี้ว่านอกจากผลผลิตราคาจะต่ำแล้ว คนที่ไปปลูกถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายนะครับ แต่ว่าตามจริยธรรมคุณธรรมเขา เขาไม่มีที่ทำกินเขาก็ต้องไปปลูกฝั่งนั้น ก็อยากจะให้กรรมาธิการเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาเสนอต่อรัฐบาลให้ด้วยนะครับ ก็ต้องขอบคุณ คณะกรรมาธิการที่พูดถึงเรื่องแนวทางการแก้ปัญหาพืชผลทางข้าวโพด ผมก็คิดว่าครอบคลุม พอสมควร แล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มาตรการของคณะกรรมาธิการที่จะนำไปเสนอต่อรัฐบาล ทุกเรื่องนะครับ ก็ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ