รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๑ (สมัยวิสามัญ) เปึนพิเศษ
วันพุธที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านประธานครับ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน กดช่องแสดงตน หรือกด เห็นด้วย กับ ไม่เห็นด้วย เพราะว่ามี ๓ ช่องครับ
จะกดตรงไหนก็กดแสดงตนไป ก็แล้วกันครับ
ท่านประธานครับ
ท่านเสียบเสร็จกันแล้วใช่ไหมครับ ขอให้ดําเนินการไปตามขั้นตอน อย่าเพิ่งปรึกษาอะไรมากเลยครับ เพื่อแสดงตนก่อนนะครับ
อยากจะปรึกษาเรื่องที่ท่านประธาน ให้ดําเนินการนี่นะครับ
ผมไม่อนุญาตครับ ท่านผู้ใด ยังไม่เสียบบัตรแสดงตน เชิญกรุณาเพราะว่าเวลาเราประชุมกัน ๐๙.๓๐ นาฬิกา ตอนนี้ ๐๙.๕๓ นาฬิกา ถ้าเปึนสถานการศึกษาเขาก็ตัดคะแนนแล้วครับ ป่ดการแสดงตนนะครับ ช่วยออกว่าจํานวนสมาชิกเท่าไรครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ
แสดงตนช่วยกดด้วยนะครับ เปลี่ยนใหม่ เอาใหม่ครับ ลบเก่าแล้วก็เปลี่ยนใหม่ เสร็จแล้วใช่ไหมครับ เสร็จแล้ว มีท่านใดอีก ที่ยังไม่แสดงตนกรุณาเร็วหน่อยครับ เดี๋ยวสักครู่ค่อยยกมือครับ อย่าเพิ่งยกเลยยังไม่ได้เข้า ระเบียบวาระอะไรเลยครับ เสร็จแล้วช่วยแจ้งผลด้วยครับ ท่านเลขาธิการเท่าไรครับ จํานวนผู้มาประชุม ๑๙๘ คน ไม่ครบองค์ประชุม เมื่อไม่ครบองค์ประชุมผมก็ขอเลื่อน การประชุม ๓๐ นาทีครับ
พักประชุมเวลา ๐๙.๕๖ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๒๗ นาฬิกา
ขอเชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมพักไป ๓๐ นาทีเพื่อได้ปรับขบวนนะครับ ผมขอเรียนเพื่อนสมาชิกที่เคารพได้ทราบว่า ระบบราชการเขาทํางาน ๐๘.๓๐ นาฬิกาเขาก็มาทําได้ สภาเป่ด ๐๙.๓๐ นาฬิกา ๑๐.๐๐ นาฬิกา เราก็ยังไม่พร้อม อันนี้ผมคิดว่าก็เห็นใจนะครับ เพราะว่ารถติดบ้างอะไรบ้างก็จําเปึนที่จะต้อง สายบ้าง แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดผมขอเรียนว่าพรรคร่วมรัฐบาล ๓๐๓ เสียง ส่วนฝ์ายค้านนั้น เราอย่าพูดถึงท่านเพราะว่าท่านจะกดหรือไม่กดก็ท่านเปึนฝ์ายค้านนะครับ ท่านก็มีหน้าที่ ที่จะต้องทําหน้าที่ของท่านอยู่ เมื่อไม่ครบองค์ประชุมทางฝ์ายรัฐบาลก็ถูกตําหนิไปโดยปริยาย อย่างนี้เปึนต้น ผมจึงเรียนต่อที่ประชุมว่า กระผมจําเปึนที่จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับนะครับ แล้วก็จะต้องทําอย่างนี้เสมอต้นเสมอปลายไปในระหว่างที่ผมดํารงตําแหน่งอยู่ ก็ขอเรียน ให้ที่ประชุมทราบนะครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยว ผมยังไม่เป่ดให้ใคร พูดทั้งสิ้นครับ ยังไม่เป่ดประชุม แล้ววันนี้ก็ของดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ด้วยนะครับ เราจะ ดําเนินการเรื่องกฎหมาย ผมได้ประทานกราบเรียนกับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วเราจะงดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ในเรื่องปรึกษาหารือเราจะงด เราจะทํากฎหมายให้สําเร็จ เพราะสภานี้เป่ดมาสมัยหนึ่งแล้วไม่มีกฎหมายแม้แต่ฉบับเดียวได้ผ่านการพิจารณาของสภาเลย ฉะนั้นเราจึงต้องมาเร่งเรื่องกฎหมายให้เสร็จนะครับ ก็เรียนให้ที่ประชุมได้รับทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ผมขอทดสอบอีกครั้งหนึ่งว่า ครบองค์ประชุม ๒๓๕ ท่านหรือไม่ เพราะขณะนี้มีผู้เซ็นชื่อทั้งหมด ๓๓๗ ท่านแล้วนะครับ จะครบองค์ประชุมหรือเปล่ายังไม่ทราบ ก็ขอทดสอบอีกครั้งหนึ่งนะครับ โปรดกรุณาเสียบบัตรแสดงตนทุกท่านนะครับ เพราะว่าเราจะต้องเป่ดเผยที่บอร์ด (Board) ข้างหน้า เดี๋ยวก็จะต้องเป่ดเพราะว่าทางสื่อเองต้องการรายชื่อท่านที่อยู่ใน ที่ประชุมและไม่อยู่ในที่ประชุม
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
เสียบกันเสร็จหรือยังครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรมีไหมครับ ก็แสดงว่าได้เสียบกันทุกคนแล้วนะครับ โปรดกดปุ์ม แสดงตนเลยครับ กดปุ์มแสดงตนแล้วนะครับ โปรดแจ้งผลการนับคะแนนแสดงตนครับ เท่าไรท่านเลขาธิการครับ บัดนี้ผู้แสดงตนอยู่ในห้องประชุม ๒๙๕ ท่าน ส่วนผู้ไม่แสดงตนนั้น เท่าไรไม่ทราบ ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ แสดงว่าครบองค์ประชุมแล้ว
เมื่อครบองค์ประชุมแล้วกระผมขอเรียนต่อท่านสมาชิกได้ทราบว่าเมื่อครบ องค์ประชุมผมก็จะดําเนินการประชุมต่อไปตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๑ รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๑
ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๑
๒.๒ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจาก ความเปึนรัฐมนตรี และแต่งตั้งรัฐมนตรี และ
๒.๔ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธาน ศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
จึงขอเชิญท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ ขอเชิญ เลขาธิการเชิญพระบรมราชโองการทั้ง ๓ ฉบับครับ
“พระบรมราชโองการ
ประกาศ
พระราชกฤษฎีกา
เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา
พ.ศ. ๒๕๕๑
_________
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
เปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ทรงพระราชดําริว่า มีความจําเปึนเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ สมควรที่จะ เรียกประชุมรัฐสภาเปึนการประชุมสมัยวิสามัญ
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๘ และมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม สมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี”
“พระบรมราชโองการ
ประกาศ
ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเปึนรัฐมนตรี
และแต่งตั้งรัฐมนตรี
____________
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้ว และแต่งตั้ง รัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ นั้น
บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตําแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ และมาตรา ๑๘๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเปึนรัฐมนตรี และแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
๑. ให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
พ้นจากความเปึนรัฐมนตรี
๒. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี”
“พระบรมราชโองการ
ประกาศ
แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ดําเนินการเลือกผู้พิพากษาในศาลฎีกา ซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา จํานวนสามคน ที่ประชุมใหญ่ตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุดได้ดําเนินการเลือกตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จํานวนสองคน และวุฒิสภาได้ดําเนินการให้ความเห็นชอบผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านนิติศาสตร์อย่างแท้จริง จํานวนสองคน และผู้ทรงคุณวุฒิ สาขารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์อื่น ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญ ทางด้านการบริหารราชการแผ่นดินอย่างแท้จริง จํานวนสองคน ตามที่คณะกรรมการสรรหา ได้พิจารณาสรรหาและคัดเลือกให้เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งบุคคลทั้งเก้าได้ประชุม และเลือกกันเองให้คนหนึ่งเปึนประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๐๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามคําแนะนําของวุฒิสภา ดังต่อไปนี้
๑. นายชัช ชลวร เปึนประธานศาลรัฐธรรมนูญ
๒. นายจรัญ ภักดีธนากุล เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
๓. นายจรูญ อินทจาร เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
๔. นายเฉลิมพล เอกอุรุ เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
๕. นายนุรักษ์ มาประณีต เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
๖. นายบุญส่ง กุลบุปผา เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
๗. นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
๘. นายสุพจน์ ไข่มุกด์ เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
๙. นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ประสพสุข บุญเดช (นายประสพสุข บุญเดช) ประธานวุฒิสภา”
เชิญนั่งครับ
ระเบียบวาระ ๒.๓ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จํานวน ๖ ฉบับ
ด้วยเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญทั่วไป) วันศุกร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบ รายงาน จํานวน ๖ เรื่อง คือ
๑. รายงานการจัดซื้อที่ดินสําหรับบ่อบําบัดน้ําเสียเทศบาลนครหาดใหญ่ ของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
๒. การยืนยันข้อทักท้วงการตรวจสอบงบการเงินเทศบาลเมืองปัตตานี ป้ ๒๕๔๓-๒๕๔๔ ของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
๓. รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ และแผนการดําเนินงานในป้ ๒๕๕๑
๔. รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน สํานักงานคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สําหรับป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ และ ๒๕๔๘
๕. รายงานการสอบบัญชีและงบการเงินกองทุนพัฒนาน้ําบาดาล สําหรับ ป้สิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ และ ๒๕๔๘
๖. รายงานผลการดําเนินงานของเงินทุนหมุนเวียนค่าเครื่องจักรกลของ กรมทางหลวง
จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
๒.๕ รับทราบคําสั่งศาลฎีกา
ด้วยประธานศาลฎีกาได้มีหนังสือแจ้งว่า ศาลฎีกาได้มีคําสั่งให้รับคําร้อง ของคณะกรรมการการเลือกตั้งไว้พิจารณาวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ขอให้ศาลฎีกาสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้ง ที่ ๓ จํานวน ๒ คนใหม่แทนนายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล และนายสนอง เทพอักษรณรงค์ ดังนั้นเมื่อศาลฎีกาได้รับคําร้องแล้วจึงทําให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ และไม่ให้นับบุคคลดังกล่าวเข้าในจํานวนรวมของสมาชิกเท่าที่มีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๙ วรรคสองและวรรคสาม ปัจจุบันจึงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๔๗๐ คน จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรอง รายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมขอชี้แจงเรื่องการบรรจุ ระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ และเรื่องด่วนที่ ๒ ไว้เปึนอันดับแรก เนื่องจากก่อนป่ดสมัยประชุม สามัญทั่วไปได้มีการหารือต่อที่ประชุมว่า มีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งศาลฎีกา เปึนผู้เสนอ สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๑ ประกอบกับมีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปึนผู้เสนอ สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาให้เสร็จ ภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่รับพิจารณาก็จะไม่เสร็จภายใน กําหนดเวลา ดังนั้นเมื่อมีการเป่ดสมัยประชุมวิสามัญ ผมจึงได้บรรจุร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวไว้ในอันดับแรก จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
เรื่องด่วนที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งศาลฎีกา เปึนผู้เสนอ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ให้เสร็จภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๑ ซึ่งจะครบกําหนด ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๑ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๓๐๒
ด้วยประธานศาลฎีกาได้มีหนังสือขออนุญาตให้มีผู้แทนของศาลฎีกาเข้าเปึน ผู้แถลงและชี้แจง ผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมจึงอนุญาต ให้ผู้แทนของศาลฎีกาเข้าร่วมแถลงและชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒๔
ขอเชิญผู้มีรายนามต่อไปนี้เข้าร่วมแถลงและชี้แจงในที่ประชุมนะครับ เชิญคุณเกรียงชัย จึงจตุรพิธ ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ในศาลฎีกา เชิญครับ นายพงษ์เดช วานิชกิตติกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจําสํานัก ประธานศาลฎีกา นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กระผมขอดําเนินการประชุมไปเลยนะครับ ขอเชิญผู้เสนอ แถลงหลักการและเหตุผล เชิญท่านประธานแผนกคดีอาญาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกรียงชัย จึงจตุรพิธ ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ได้รับมอบหมาย จากท่านประธานศาลฎีกาให้เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธี พิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาโดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้
ในเรื่องหลักการ เปึนการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ซึ่งมีสาระสําคัญคือ การกําหนดให้มีบทบัญญัติรองรับตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง จากรัฐธรรมนูญ ฉบับพุทธศักราช ๒๕๔๐ อาทิ การกําหนดให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่มีมูลแห่งคดีเปึน การกล่าวหาผู้ให้ ผู้ขอให้ หรือผู้รับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง เพื่อจูงใจให้กระทําการ ไม่กระทําการ หรือประวิงการกระทําการ อันมิชอบด้วยหน้าที่ การกําหนดให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสาร ประกอบด้วยข้อความอันเปึนเท็จ หรือปกป่ดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ การกําหนดวิธีการ ดําเนินคดีแก่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน การกําหนดวิธีการแต่งตั้ง อํานาจหน้าที่ และวิธีดําเนินการของผู้ไต่สวนอิสระ เพิ่มเติมเปึนหมวดใหม่ เพิ่มวิธีการอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเปึนอาทิ
ส่วนเหตุผล สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติ ให้องค์คณะผู้พิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลฎีกาและผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เพิ่มอํานาจหน้าที่ ในการพิจารณาพิพากษา กําหนดให้ผู้เสียหายสามารถร้องขอต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระเพื่อดําเนินคดีกับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเปึนอาทิ ตลอดจน การที่ผู้ต้องคําพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้เปึนอาทิ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เนื่องจากกระผมได้เคยเรียนกับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะดําเนินการ ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้ทุกพรรคการเมืองเสนอรายชื่อผู้อภิปราย เพื่อจะได้ อภิปรายไปตามรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง บัดนี้ได้รายชื่อจากทางพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านด้วยกัน ท่านแรกคือ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ท่านนคร มาฉิม ดอกเตอร์ทิวา เงินยวง คุณสกลธี ภัททิยกุล คุณไมตรี สอยเหลือง คุณทศพล เพ็งส้ม ๘ ท่านด้วยกัน ส่วนพรรคพลังประชาชนมีใครบ้าง ขอรายชื่อครับ พรรคพลังประชาชนมีอยู่ ๕ ท่านด้วยกัน ๑. คุณนิสิต สินธุไพร ๒. คุณนิยม เวชกามา ๓. คุณบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ๔. คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ๕. คุณจุมพฏ บุญใหญ่ พรรคชาติไทยมีไหมครับ พรรคเพื่อแผ่นดินมีไหมครับ พรรคมัชฌิมาธิปไตยมีไหมครับ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนามีไหมครับ พรรคประชาราชมีไหมครับ ไม่มีรายชื่อก็แสดงว่ามี ๒ พรรคใหญ่เปึนผู้เสนอมา ขอเชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น เปึนผู้อภิปรายรายแรก เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นขออนุญาตทําความเข้าใจกับท่านประธานในเรื่องการส่งชื่อผู้อภิปราย เพราะว่า บางครั้งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมในการนําเสนอ ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและเหตุผลประกอบในการพิจารณาของสภา จึงขออนุญาต ทําความเข้าใจเบื้องต้นตอนนี้ ท่านประธานครับ การเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ของศาลฎีกานั้น ท่านผู้แทนคงนําเสนอแทนท่านประธานศาลฎีกาซึ่งเปึนผู้รับผิดชอบ กฎหมายฉบับนี้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้น ข้อเสนอดังกล่าวและข้อเสนอต่าง ๆ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นําเสนอไปนั้น คงขอความกรุณาท่านผู้เสนอได้โปรดนํากลับไปเปึนข้อเสนอแนะบางส่วนเพื่อประกอบ ในการพิจารณาออกข้อกําหนดและข้อบัญญัติของศาลฎีกาในอนาคตต่อไป ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองได้มีการเสนอครั้งแรกในป้ ๒๕๔๒ ซึ่งเสนอตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งขณะนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี และได้เสนอโดยกระทรวงยุติธรรมซึ่งยังไม่แยกออกจากศาลในขณะนั้น การนําเสนอวันนี้นั้นก็เปึนการนําเสนอเพื่อแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว โดยสาระสําคัญคือการออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๕ มาตรา ๒๗๖ และมาตรา ๓๐๒ ท่านประธานครับ การเสนอแก้ไขดังกล่าวนี้ ได้มีบทบัญญัติสําคัญซึ่งนําเสนอเข้ามา ซึ่งแน่นอนที่สุดพรรคประชาธิปัตย์เห็นชอบด้วย อย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะว่าประการที่ ๑ คือ เปึนกฎหมายที่เสนอเข้ามาตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญซึ่งบังคับให้เสนอภายในกําหนดระยะเวลาต่าง ๆ ตามมาตรา ๓๐๒ ของรัฐธรรมนูญ
ประการที่ ๒ กฎหมายฉบับนี้เปึนบทบัญญัติที่เพิ่มบทบาทของ ผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมา ซึ่งบทบาทของผู้ไต่สวนอิสระนั้นเปึนเรื่องแรกของประเทศไทย ที่เกิดขึ้น โดยมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ใช้บทบาทของผู้ไต่สวนอิสระ มาไต่สวนการกระทําความผิดของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง รวมทั้งได้มีการอุทธรณ์ ฎีกา ขอประทานโทษ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาเพื่อให้พิจารณากรณีที่ผู้ถูกลงโทษมีสิทธิ ที่จะยื่นอุทธรณ์ได้ภายในกําหนดระยะเวลา นั่นก็คือส่วนหนึ่งที่เปึนข้อแตกต่าง จากกฎหมายเดิมของป้ ๒๕๔๒ ท่านประธานครับ ผมขอชื่นชมโดยการที่ทางศาลฎีกา ได้กรุณารีบนําเสนอเรื่องนี้เข้ามาโดยรีบด่วนตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๑ ทั้งที่ความจริง มีกําหนดระยะเวลา ๑ ป้ในการนําเสนอดังกล่าว และกําหนดระยะเวลาสําหรับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ๑๒๐ วันนับแต่วันรับร่างนี้และ ๙๐ วันสําหรับวุฒิสภา ที่ผมแสดงความชื่นชมนั้นเพราะว่าในปัจจุบันนี้สภาพสังคมไทยได้เกิดปัญหาครับ เกิดปัญหาคือประชาชนทั่วไปมีความรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน เกิดปัญหาสภาพสังคม เสื่อมทราม เกิดปัญหาสภาพเศรษฐกิจย่ําแย่ เกิดปัญหาความขัดแย้งอย่างสูงในหลายองค์กร หลายหน่วยงาน ขาดความไว้วางใจในผู้บริหารซึ่งบริหารประเทศ นั่นก็คือสภาพที่เกิดขึ้น กับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะได้เกิดปัญหาความรู้สึกที่ว้าเหว่กับกระบวนการยุติธรรม ขาดความไว้วางใจและขาดความเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรม กระผมไม่ได้หมายความถึง กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด แต่กระบวนการยุติธรรมนั้นจะประกอบไปด้วยสถาบันตํารวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ และองค์กรอิสระอื่น ท่านประธานครับ เดิมนั้นศาลไม่ค่อยได้มี บทบาทในการแก้ปัญหาของประเทศชาติมากมายนัก แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ได้ออกมามีบทบังคับใช้และเริ่มมีบทบาทที่จะให้ศาลได้มามีโอกาสแก้ปัญหาของ ประเทศชาติหลายส่วนด้วยกันไม่ว่าจะออกมาเปึนผู้คัดเลือกผู้ทํางานในองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะออกมาโดยการคัดเลือกตัวแทนมาจากศาลฎีกามาดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ หลายองค์กร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาของชาติบ้านเมืองที่ผ่านมาได้ เพราะได้มีการแทรกแซงองค์กรอิสระแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหลายครั้งหลายหน กระผมจึงคงจะขออนุญาตที่จะกล่าวขอบคุณอีกครั้งหนึ่งต่อศาลฎีกา เพราะถือว่าขณะนี้นั้น ประเทศของเราคงจะอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรมมาแก้ปัญหา เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นคงจะเตือนสติของผู้ที่ทําหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมได้ กระผม ขออนุญาตท่านประธานที่จะอัญเชิญพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มี พระบรมราโชวาทแก่คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๙ ความตอนหนึ่งว่า ศาลเองมีสิทธิที่จะพูดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่ ได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ ๒๐ เลือกตั้งอยู่คนเดียวซึ่งมีความสําคัญเพราะในที่สุดการเลือกตั้ง ไม่ครบจํานวน ขอให้ท่านไปศึกษาความเกี่ยวข้องว่าท่านเกี่ยวข้องในจุดไหน ถ้าท่าน ไม่เกี่ยวข้องขอให้ท่านลาออกดีกว่า แล้วยังมีพระบรมราโชวาทแก่ประธานศาลฎีกาและคณะว่า เวลานี้เปึนเวลาที่วิกฤติ ที่สุดในโลก ฉะนั้นท่านก็มีหน้าที่จะปฏิบัติ ตรงนี้เองครับเปึนพระราชดํารัสซึ่งพวกเรา น้อมใส่เกล้าฯ ทั่วประเทศ และผมก็เชื่อมั่นว่าในกระบวนการยุติธรรมและศาลนั้น ก็น้อมใส่เกล้าฯ ด้วยกัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน ในกระบวนการยุติธรรม ต้นทางของกระบวนการยุติธรรมคือตํารวจ มีเหตุการณ์ซึ่งเปึนข้อระแวงสงสัยและข้อติดใจ ของประชาชนทั่วไป และผู้อยู่ในวงการกฎหมายและในวงการกระบวนการยุติธรรม ซึ่งอาจจะเปึนวิกฤติที่สุดในโลกอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาต ยกตัวอย่าง ปัจจุบันนี้ระบบกลไกและกระบวนการยุติธรรมไม่แน่ใจว่าจะสามารถทําหน้าที่ ของตนเองได้อย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมา และมีประสิทธิภาพหรือไม่ กระบวนการยุติธรรม เบื้องต้นคือตํารวจครับท่านประธาน นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติแล้วได้มีการโยกย้ายนายตํารวจสําคัญ ๆ หลายตําแหน่ง ซึ่งจะเห็นว่า ท่าทีและพฤติกรรมตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจผิดแผกแปลกจากเดิมมากมาย ท่านประธานครับ คดีบางคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอํานาจในบ้านเมืองก่อนหน้านี้นั้นกลับล่าช้า แต่คดีบางคดีที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบและมีหน้าที่ไต่สวนคดีของผู้มีอํานาจ ในยุคก่อนนั้นกลับรวดเร็ว กระผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ท่านสุนัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านโอนมาจากศาลเพื่อมาทําหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษ ท่านได้ทําหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานมากมายซึ่งกระทบต่อผู้มีอํานาจ ในอดีต เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลท่านถูกย้ายไปอยู่สํานักงาน ป.ป.ท. (สํานักงาน คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ) ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบันทราบหรือไม่ว่าท่านกระทําการในสิ่งที่ ไม่แน่ใจว่าผิดกฎหมายหรือไม่ กล่าวคือสํานักงาน ป.ป.ท. นั้นยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาแบ่ง ส่วนราชการ ไม่มีตําแหน่งที่จะไปรองรับท่านอธิบดีสุนัย และยังไม่มีการออกกฎหมาย พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมของกระทรวงยุติธรรม ย้ายไปได้อย่างไร เอาไปอยู่ที่ไหน อีกทั้งท่านเองถูกดําเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท ท่านประธานครับ ตํารวจไปรอจับอยู่ดอนเมือง แต่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางท่านกลับมาจากต่างประเทศเพื่อมา ขึ้นศาลคดีอาญานักการเมือง
ท่านประธานครับ
ให้พูดไปก่อนอย่าเพิ่ง ประท้วงเลยคุณจุมพฏนั่งก่อน มันกําลังเรียบร้อยแล้ว เชิญนั่งก่อนครับ ขอบพระคุณครับ เชิญต่อคุณสุทัศน์
ท่านประธานครับ มีเจ้าหน้าที่ตํารวจ ไปรอดักจับท่านสุนัยที่ดอนเมือง แต่ขณะเดียวกันมีผู้ใหญ่บางท่านเดินทางเข้าประเทศ ก่อนหน้านี้มีหมายจับเช่นเดียวกัน แต่มีข่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะไปรอรับ ดีนะครับไม่มีคนยื่นฟัองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฐานเปึน เจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่โดยไม่ชอบไม่จับผู้ต้องหา การปฏิบัติเช่นนี้ไม่เรียกอย่างอื่น ไปได้เลยครับ นอกจากเรียกว่าเลือกปฏิบัติ ถูกออกหมายจับครับ ประชาชนสลดใจ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาถูกตํารวจออกหมายจับคดีหมิ่นประมาทรอจับที่ดอนเมือง และคดีอื่น ๆ ล่ะครับเปรียบเทียบกันได้ไหม เหล่านี้เปึนต้นครับ จะให้ประชาชนเชื่อถือ ได้อย่างไรในกระบวนการยุติธรรม ต้นสายทางคือตํารวจ นี่เฉพาะเรื่องนี้นะครับ ประชาชนทั่วประเทศที่เกิดขึ้นกับตํารวจล่ะครับ ที่เกิดขึ้นกับประชาชนโดยการกระทําของ ตํารวจล่ะครับ ผมขออนุญาตเฉพาะตํารวจที่ประพฤติไม่ดีนะครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้คนดีกลัวตํารวจครับ คนชั่วกลัวศาล นั่นคือต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ประชาชนเริ่มมีความรู้สึกว้าเหว่ และรู้สึกอาการหนาวครับ ต้นทางกระบวนการยุติธรรมอีกส่วนหนึ่งก็คืออัยการ เช่นเดียวกันครับ คดีทุกคดีที่ คตส. (คณะกรรมการตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิด ความเสียหายแก่รัฐ) เสนอขึ้นไปตีกลับทุกคดี ผู้ใหญ่ในสํานักงานอัยการสูงสุดมาเปึน ผู้ต้องหาด้วย ประชาชนจะหวังพึ่งใครครับ นี่คือส่วนหนึ่งที่ผมมีความชื่นชมและสบายใจ ที่ศาลฎีกาได้เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามาในภาวะที่ประชาชนรู้สึกโดดเดี่ยวต่อการ ดําเนินการกระบวนการยุติธรรมของรัฐบาล แน่นอนที่สุดครับศาลก็คือศาล ศาลก็ยังเปึน ที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน แน่นอนที่สุดครับกฎหมายฉบับนี้เมื่อออกมาแล้วก็ย่อมจะเปึน ที่หวังของประชาชน เพราะการให้มีผู้ไต่สวนอิสระนั้นเปึนช่องทางหนึ่งที่ประชาชนสามารถ ยื่นต่อศาลฎีกาให้มีคณะกรรมการหรือผู้ไต่สวนอิสระมาเปึนผู้แทนของเขาในการนําเสนอ คดีเข้าสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผมจึงขอขอบคุณ ทางศาลฎีกาที่ดําเนินการในเรื่องนี้โดยรีบด่วน แต่ขณะเดียวกันผมก็มีข้อท้วงติง บางประการที่จะนําเสนอเพื่อประกอบในการพิจารณาของท่านและอาจจะต้องมีการแก้ไข ในขั้นกรรมาธิการต่อไป กล่าวคือในบทบัญญัติเรื่องกรรมการ ในมาตรา ๓๘ คณะกรรมการ ไต่สวนซึ่งให้แต่งตั้งจากข้าราชการตุลาการที่ดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ในศาลอุทธรณ์ หรือศาลอุทธรณ์ภาค หรือผู้พิพากษาอาวุโสที่เคยดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่า ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค อย่างน้อยหนึ่งคน และข้าราชการอัยการระดับไม่ต่ํากว่าชั้นหกอย่างน้อยหนึ่งคน และที่เหลือให้พิจารณา แต่งตั้งตามความเหมาะสมแก่คดีจากบุคคลผู้มีสัญชาติไทยที่มีอายุไม่ต่ํากว่า ๔๕ ป้ ในวันแต่งตั้ง และต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ท่านก็ว่าไป ผมมีข้อสังเกต อย่างนี้ครับ ๑. จํานวนท่านผู้พิพากษาที่จะแต่งตั้ง จํานวนข้าราชการตุลาการที่จะแต่งตั้ง มานั้นท่านกําหนดมาตรฐานระดับของท่านผู้พิพากษาสูงเกินไปซึ่งเข้าใจว่าจะเปึน ระดับ ๖ ขึ้นไป ทําให้ท่านผู้พิพากษาทั้งหลายในศาลล่างขาดโอกาสที่จะมาทําหน้าที่นี้ รวมทั้งจํานวนที่จะถูกคัดเลือกนั้นมีน้อย ถ้าสมมุติว่ามีการแก้ไขให้ตั้งแต่ระดับ ๔ ขึ้นไป น่าจะเปึนประโยชน์ต่อการพิจารณา เพราะท่านผู้พิพากษาระดับใดก็ตามก็คือ ท่านผู้พิพากษาครับ นั่นคือข้อสังเกตประการที่หนึ่ง ส่วนข้อสังเกตที่มีข้าราชการอัยการ มาอยู่ด้วยนั้นผมไม่บังอาจไปวิจารณ์ แต่ถ้าพฤติกรรมของข้าราชการอัยการบางท่าน เปึนอยู่อย่างนี้แล้วอาจจะได้รับความไม่น่าเชื่อถือจากประชาชนได้
ท่านประธานครับ อีกประการหนึ่งคือ การแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระนั้นแต่งตั้ง จากผู้ที่เปึนกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ หลักเกณฑ์ ในการแต่งตั้งนั้นให้เปึนไปตามข้อกําหนด ท่านจะกรุณาชี้แนวทางในวันนี้ได้ไหมครับว่า ข้อกําหนดที่ท่านจะออกมานั้นจะเปึนในทิศทางใด ทั้งนี้เพื่อความสบายใจต่อผู้ที่จะ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ว่าข้อกําหนดดังกล่าวนั้นจะออกมาในทิศทางใด ท่านประธานครับ ในหมวด ๔/๓ เรื่องการอุทธรณ์ ความจริงท่านก็เขียนกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้อง ต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะกําหนดให้มีการอุทธรณ์ การอุทธรณ์ดังกล่าวนั้น มองได้ ๒ อย่างครับ ๑. คือเพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ได้มีโอกาสให้มีการทบทวนอีกครั้งหนึ่ง แต่อดคิดไม่ได้ครับเพื่อเป่ดโอกาสให้ผู้ไม่บริสุทธิ์หาทางที่จะเอาตัวเองให้รอดจาก การถูกลงโทษอีกครั้งหนึ่งเช่นเดียวกัน ตรงนี้เปึนดาบสองคม เพราะระยะเวลากําหนด ที่จะให้อุทธรณ์นั้น ได้มีกําหนดระยะเวลา ๓๐ วัน โดยมีเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ว่า มีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งอาจทําให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญ ท่านประธานครับ ผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองที่จะเดินเข้าไปสู่เปึนผู้ถูกกล่าวหาตามกฎหมายฉบับนี้นั้นคือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งล้วนแล้วแต่เปึนผู้ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น พยานหลักฐาน ทั้งหลายคงไม่มีอะไรใหม่หรอกครับ มีเท่าไรเขาก็ต้องขนมาสู้ให้หมดละครับ ระยะเวลา เพียง ๓๐ วันมันจะมีข้อเท็จจริงอะไรเปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญน้อยมาก ตรงนี้เองครับ จึงทําให้มองได้ ๒ แง่ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็เปึนเงื่อนไขที่เปึนไปตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญต้องเขียนไว้ กระผมจึงต้องขอฝากว่าหลักเกณฑ์ในการอุทธรณ์และพิจารณาคดี และพิจารณาวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้เปึนไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา กําหนด ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากําหนดนั้นพวกเรายังไม่ทราบว่าท่านจะกําหนด อย่างไร ได้แต่ฝากว่าขอให้เปึนประโยชน์ต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์มากที่สุดและขอให้เปึน เรื่องที่ประชาชนให้ความไว้วางใจมากที่สุด นั่นคือข้อเสนอและข้อท้วงติงซึ่งกระผม ได้เสนอต่อท่านผู้นําเสนอวันนี้ผ่านท่านประธาน และจะมีข้อเสนออีกมากมายจากสมาชิก ของพรรคประชาธิปัตย์ดังที่ได้มีการเสนอชื่อไว้แล้ว ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เนื้อหาสาระ กระชับดีครับ ขอเชิญคุณนิสิต สินธุไพร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางศาลยุติธรรมเปึนผู้เสนอร่างเปึนไปตามกรอบของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ทุกฉบับเมื่อผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาก่อนนําขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธย จะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ๓๐ วัน เพราะฉะนั้นจึงถือว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทุกฉบับมีความสําคัญอย่างมากในการดําเนินการของ สภาแห่งนี้ กระผมเองเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้มีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะ ตรวจสอบการกระทําที่ทุจริตที่คิดมิชอบในทางการเมืองและในทางราชการ แล้วก็เห็นด้วย เปึนอย่างยิ่งที่มีการดําเนินการวิธีการของศาลเพื่อให้เกิดกระบวนการยุติธรรม ให้เกิด ความรอบคอบ เกิดความเปึนธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาแล้วก็ผู้กล่าวหาตามหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีการบัญญัติเพิ่มจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ป้ ๒๕๔๒ เช่น กําหนดให้สามารถแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมา ซึ่งเปึนเรื่องใหม่ได้ทราบว่าล้อมาจาก สหรัฐอเมริกาของศาลสูงผู้ไต่สวน
ประเด็นที่ ๒ กําหนดให้ผู้เสียหายเป่ดช่องทางในการร้องต่อศาลฎีกา ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อตั้งผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาพิจารณาเปึนพนักงานสอบสวน อีกช่องทางหนึ่ง
ประเด็นที่ ๓ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และกระผมเองมีข้อสังเกต หลายประการครับ
ประการที่ ๑ วิธีของศาล การบัญญัติในกฎหมายฉบับนี้ ช่องทางเดิม รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๒ เมื่อมีมูลความผิดก็ส่งอัยการสูงสุดและส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง นี่คือช่องทางแรก ต่อมากฎหมายฉบับนี้ได้เพิ่มให้ผู้เสียหายสามารถที่จะ ยื่นผ่านไปที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อให้ตั้งผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาไม่เกิน ๕ คน และให้ ทําการไต่สวน เมื่อไต่สวนเสร็จมีมูลส่งอัยการสูงสุดและอัยการสูงสุดก็ส่งศาลฎีกา นี่คือ กระบวนการช่องทางใหม่ ซึ่งผมเองมีข้อสังเกตว่าการที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสามารถ ตั้งผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาก็เหมือนตั้งพนักงานสอบสวนดี ๆ นี่เองนะครับ ไม่แตกต่างจาก ช่องทาง ป.ป.ช. ก็ถามว่าในขณะที่ศาลฎีกาเปึนคนตั้งกรรมการสอบสวนหรือผู้ไต่สวนก็ดี เมื่อผู้ไต่สวนมาจากศาลฎีกาและเปึนพนักงานสอบสวน สอบสวนเสร็จก็สรุปส่งอัยการ สูงสุด อัยการสูงสุดก็ส่งวนมาที่ศาลฎีกา ซึ่งประมาณ ๙ คนตั้งขึ้นมาเปึนองค์พิจารณา ผมเองมีข้อสังเกตว่ากระบวนการยุติธรรมดังกล่าวนี้มันจะสอดคล้องถ่วงดุลกับอํานาจ นิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการหรือไม่ เพราะหลักอํานาจอธิปไตยสูงสุดของ ประเทศคืออํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ ถ้าศาลฎีกาสามารถตั้ง พนักงานสอบสวนเองได้ก็จะไม่เปึนการถ่วงดุล เปึนการแทรกแซงอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อย่าลืมว่าผู้ที่ดํารงตําแหน่งทางการเมืองคือประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือ ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภาหรือรองประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. สมาชิกวุฒิสภา เพราะฉะนั้นผมจึงมีข้อสังเกตว่าถ้าศาลฎีกาสามารถตั้งผู้ไต่สวนหรือ ผู้สอบสวนอีกประเภทหนึ่งขึ้นมานี้ก็จะนําไปสู่การแทรกแซงอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจ ตุลาการ ไม่อยู่ในดุลอํานาจ ๓ ฝ์าย นั่นเปึนการเพิ่มอํานาจของฝ์ายตุลาการให้มีมากขึ้น เกินกว่า ๒ อํานาจ ซึ่งออกตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็สอดคล้องกับเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งต้องการให้เกิดตุลาการภิวัตน์เพื่อจัดการกับนักการเมือง ซึ่งเปึน แนวคิดทางการเมืองต้องการให้ศาลมีอํานาจสูงสุดซึ่งเปึนเรื่องดีครับ แต่ว่าก็เปึนเรื่อง หลักอธิปไตยนะครับ อํานาจ ๓ ฝ์าย และประชาธิปไตยสมัยใหม่มีอํานาจ ๔ ฝ์ายเพิ่มขึ้นมา ตรวจสอบมากมาย ป.ป.ช. กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน อันนี้เปึนอํานาจที่ ๔ ในการตรวจสอบนักการเมือง และเรามาเพิ่มอีกคณะผู้ไต่สวนสอบสวนนักการเมืองขึ้นมาอีก จึงเปึนเรื่องที่ผมตั้งข้อสังเกตว่า มันจะขัดกับหลักดุลอํานาจ ๓ ฝ์าย อํานาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยหรือไม่นะครับ
ประการที่ ๒ มาตรา ๔๔/๗ ซึ่งในกรณีที่แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ให้ที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความเปึนกลางทางการเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ จํานวนไม่น้อยกว่า ๕ คน เปึนผู้ไต่สวนอิสระทําหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงและทําความเห็น เกี่ยวกับการดําเนินคดีตามมาตรา ๔๔/๕ ตรงนี้เองก็มีข้อกังวลมากว่าที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาแต่งตั้งผู้มีความเปึนกลางทางการเมืองนี่เปึนเรื่องสําคัญมาก เพราะอย่าลืมว่า ผู้ไต่สวนอิสระนั้นเปึนผู้พิพากษาอาวุโส ซึ่งวันนี้บุคคลที่เปึนผู้พิพากษาอาวุโส แล้วก็หลุดออกจากตําแหน่งศาลไปเปึนคณะกรรมการต่าง ๆ มากมาย คตส. อดีตคณบดี คณะนิติศาสตร์ อดีตรองประธานศาลฎีกา เปึนกลางทางการเมืองไหมครับ กกต. ป.ป.ช. ๙ คน ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมเปึนห่วงครับ ความเปึนกลางทางการเมืองมีอะไรมาวัดครับ และมี หลักเกณฑ์อย่างไรที่จะมองว่าใครเปึนกลาง ไม่เปึนกลาง ถ้าไม่มีความเปึนกลางทางการเมือง มันจะนําไปสู่กระบวนการยุติธรรมทางเดียว จะเกิดปัญหาให้ชาติบ้านเมืองครับ เมื่อกระบวนการ ตรวจสอบไม่ถูกต้อง ไม่เปึนธรรม ไม่เปึนกลางจะทําให้ปัญหาทางการเมืองเพิ่มทวีคูณ ยิ่งขึ้นเหมือนปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะทราบว่ามีวิธีการที่จะหาความเปึนกลาง ทางการเมืองอย่างไรในคณะผู้ไต่สวนอิสระ
ประการต่อไปครับ กระผมเองเพิ่งได้เห็นข้อไม่สมบูรณ์ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เห็นชัดเจนว่าคณะ ป.ป.ช. ซึ่งมี ๙ คน ได้รับแต่งตั้งจากคณะ คมช. คปค. ตามประกาศ คปค. คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน อํานาจอธิปไตยเปึนองค์กรที่ ๔ เปึนองค์กรตรวจสอบ ป.ป.ช. มาจากการแต่งตั้งของ คมช. วันนี้ในรัฐธรรมนูญได้ต่ออายุสมบูรณ์ ๙ ป้ ปกติ รัฐธรรมนูญเปลี่ยนผ่าน คนร่างรัฐธรรมนูญต้องมีมารยาทครับ ต้องอยู่ในตําแหน่ง ประมาณ ๑ ป้แล้วให้มีการสรรหาใหม่ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ ป.ป.ช. อยู่ ๙ ป้ กกต. ๗ ป้ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ๖ ป้ ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. คนละ ๙ ป้ นี่คือการสืบทอดอํานาจเผด็จการชัด ๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ ส่งผล ป.ป.ช. ด้วยครับ ผมเองวิตกกังวลอย่างยิ่งว่า ป.ป.ช. ชุดนี้จะมีความเปึนกลาง ทางการเมืองไหม เปึนกระบวนการยุติธรรมด้วย อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ผู้เสียหาย ป.ป.ช. อัยการสูงสุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมันอยู่ใน กระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นความเปึนกลางทางการเมืองจึงมีความสําคัญยิ่งยวด ต่อกระบวนการยุติธรรม จึงอยากจะกราบเรียนผู้ที่ร่างได้กรุณาชี้แจงเรื่องความเปึนกลาง ทางการเมืองว่าจะคัดเลือกอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมากระผมเองไม่สบายใจว่าเกิดความเปึนกลาง ทางการเมืองในองค์อํานาจที่ ๔ ของอํานาจนิติบัญญัติอํานาจบริหารอํานาจตุลาการ แล้วก็องค์กรตรวจสอบหรือไม่ นี่เปึนสิ่งที่ผมกังวลมาก และกระผมเองจึงเห็นชัดเจนว่า ความจําเปึนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันอยู่ตรงนี้เอง เพราะได้วางองค์กรต่าง ๆ บุคคลต่าง ๆ สืบทอดอํานาจคนละ ๖ ป้ ๗ ป้ ๙ ป้ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านประธานว่า กระผมเองเห็นด้วยในหลักการ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แต่ก็มีบางประเด็นที่กราบเรียนถามต่อผู้ยกร่างว่า จะมีความเปึนกลางทางการเมือง และจะเกิดกระบวนการยุติธรรมอย่างไรกับผู้ที่อยู่ฝ์ายตรงข้ามกันทางการเมือง ถ้าองค์กรต่าง ๆ มีคนไม่เปึนกลางทางการเมืองก็จะละเว้นกับบุคคลที่เปึนนักการเมือง ฝ์ายเดียวกันและกระทําการกับนักการเมืองที่อยู่ฝ์ายตรงกันข้ามซึ่งเราเห็นมากมาย ในกระบวนการ ๒ ป้ที่ผ่านมา ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ สวัสดีครับ
ขอบคุณครับ คุณนริศ ขํานุรักษ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่ศาลฎีกาได้เสนอเข้าสู่สภาเพื่อให้เราได้ร่วมกันพิจารณานั้นนะครับ กระผมเห็นด้วย ในหลักการของกฎหมายและในรายละเอียดส่วนใหญ่ แล้วก็เห็นด้วยว่าควรจะออก กฎหมายฉบับนี้โดยเร็วด้วย เพราะว่า ๑. ประเทศไทยมีบทเรียนที่นักการเมืองได้ทําให้กับ บ้านเมืองเราบอบช้ํามาอย่างมากมายทีเดียว ทั้งการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) และการใช้อํานาจรัฐโดยมิชอบเพื่อตัวเอง พวกพ้อง และครอบครัวจนถึงขนาดกล่าวกันโดยทั่วไปว่ามีการสถาปนาระบอบใหม่ขึ้นมา เปึนการเอาเงินไปหาอํานาจ ได้อํานาจแล้วมาแสวงหาเงิน ได้เงินแล้วก็ไปหาอํานาจ ทําให้บ้านเมืองบอบช้ํา เรามีบทเรียนมา
ประการที่ ๒ กฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าจะเรียกคืนศักดิ์ศรีของสภาได้ เพราะว่าในระยะเวลาที่ผ่านมาสภาถูกครหา ถูกนินทาว่าเราถูกครอบงําโดยฝ์ายบริหาร มาพอสมควรนะครับ ผมคิดว่าการออกกฎหมายฉบับดังกล่าวเปึนการทวงคืนศักดิ์ศรีที่เรา สูญเสียไป เพราะว่าเปึนกฎหมายที่เราสามารถใช้ตรวจสอบทั้งฝ์ายบริหารและฝ์ายนิติบัญญัติ ของพวกเราเช่นเดียวกัน
ประการที่ ๓ ที่กระผมเห็นด้วยเพราะว่ากฎหมายในแนวลักษณะเดียวกัน ดังกล่าวนี้เคยใช้ได้ผลมาแล้วในระยะเวลาไม่นานมานี้นะครับ โดยเฉพาะกรณีใช้กับ ป.ป.ช. ผมจึงเห็นด้วยในหลักการที่จะให้มีกฎหมายฉบับดังกล่าว และอยากเรียกร้อง จากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอให้ช่วยกันผลักดันออกกฎหมายฉบับนี้โดยเร็วที่สุด แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกตฝากไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้น ตามหลังอยู่ ๒-๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับเงื่อนไขเวลา ในมาตรา ๔๔/๑๗ ที่ระบุว่า ในกรณี ที่อัยการสูงสุดเห็นว่ารายงานเอกสารและความเห็นของผู้ไต่สวนอิสระยังไม่สมบูรณ์ เนื้อหาก็คือให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา และในกรณีที่คณะทํางานไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับ การดําเนินการฟัองคดีอาญาได้ ให้ผู้ไต่สวนอิสระมีอํานาจในการดําเนินการฟัองคดีต่อศาลเอง หรือแต่งตั้งทนาย ข้อความที่บอกว่า ในกรณีที่คณะทํางานไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับ การดําเนินการฟัองคดีได้ เวลาสําหรับการหาข้อยุติผมคิดว่าเปึนนามธรรมนะครับ เราไม่แน่ว่าจะใช้เวลาไปเท่าไร เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าเงื่อนไขเวลาเปึนเงื่อนไข ที่สําคัญในการตรวจสอบ เมื่อกฎหมายฉบับนี้กําหนดไว้ว่าเวลาสําหรับการหาข้อยุติซึ่งเปึน นามธรรม ผมคิดว่าตรงนี้อาจจะเปึนผลเสียหายไม่สามารถที่จะพิจารณาคดีได้รวดเร็ว ตามเจตนารมณ์นะครับ และถ้าหากไปเปรียบเทียบกับกฎหมายอื่น กรณีผู้ไต่สวนอิสระ ทําไมถึงไม่ระบุว่าให้เขาสามารถยืนยันมติเดิมของเขาแล้วก็สามารถฟัองร้องเองได้ หรือให้ ทนายฟัองแทนได้ นี่ผมก็สงสัยนะครับ กรุณาช่วยตอบข้อซักถามว่าทําไมถึงไม่ให้ผู้ไต่สวน อิสระยืนยันมติแล้วฟัองเองได้เหมือนกับกฎหมายฉบับอื่นนะครับ
เงื่อนไขเวลาเรื่องที่ ๒ ในมาตรา ๔๔/๙ ให้ผู้ไต่สวนอิสระทําการไต่สวน และทําความเห็นให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ทําไมไม่ระบุครับว่าใช้เวลาเท่าไร เพราะว่าในมาตรา ๔๒ กรณีที่กรรมการไต่สวนไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านก็สามารถกําหนดระยะเวลาว่า ให้เสร็จสิ้นภายใน ๙๐ วัน แต่กรณีที่กรรมการไต่สวนไต่สวนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ทําไมไม่ระบุเวลาให้ชัดเจนเหมือนกับที่ระบุเวลากับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา ๔๒ เงื่อนไขเวลาจึงเปึนเงื่อนไขที่สําคัญสําหรับประสิทธิภาพของกฎหมายฉบับนี้ เช่นเดียวกับ ระบบการตรวจสอบ ระบบการถ่วงดุลของกรรมการไต่สวน เพราะว่าผู้ไต่สวนอิสระ มีอํานาจเทียบเท่ากับ ป.ป.ช. ไม่มีการตรวจสอบการทํางาน ไม่มีการถ่วงดุลในการทํางาน ผมคิดว่าไม่ได้ เพราะว่าอํานาจมากต้องมีการตรวจสอบเข้มข้น ๒. ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็เคยเลือกผู้ดํารงตําแหน่งผิดพลาดมาแล้วเหมือนกันในอดีต ผมขอไม่ยกตัวอย่างนะครับ แต่ว่าในอดีตไม่นานนี่ก็เคยเลือกผู้ดํารงตําแหน่งผิดพลาด มาแล้ว เพราะว่าคนบางคนในวันที่ท่านเลือกอาจจะเปึนคนดี แต่ว่าหลังจากดํารงตําแหน่งแล้ว อาจจะมีปัญหาได้ การตรวจสอบ การถ่วงดุลเอาไว้จึงเปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็ผมคิดว่า ทําไมไม่เอาระบบการคัดค้านผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาใช้เหมือนกับมีระบบการคัดค้าน ผู้พิพากษามาใช้ซึ่งเปึนระบบการตรวจสอบ เปึนระบบการถ่วงดุลได้
ประการสุดท้าย ผมอยากให้ระบุจํานวนผู้ไต่สวนอิสระ ไม่ใช่แค่ระบุว่า ไม่ต่ํากว่า ๕ คน การระบุจํานวนจะไปมีผลต่อมติว่าท่านจะใช้มติอย่างไร มติเสียงข้างมาก หรือมติ ๓ ใน ๕ หรือมติ ๑ ใน ๔ แม้ว่าเปึนรายละเอียดแต่ว่าเปึนส่วนสําคัญของกฎหมาย ฉบับนี้ ผมจึงฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือผู้ที่มาชี้แจงในวันนี้ กรุณาได้ชี้แจงในวันนี้ หรือฝากเปึนข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญในรายละเอียด ที่กระผมได้ซักถามในกฎหมายฉบับนี้ครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณนิยม เวชกามา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคพลังประชาชน กระผมขอกราบเรียนถามเกี่ยวกับผู้นําเสนอในเงื่อนไขร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองสัก ๒-๓ ประเด็น เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะนําเสนอเพื่อมีการแก้ไขฉบับป้ ๒๕๔๒ เนื่องจากเปึนพระราชบัญญัติที่มีประโยชน์ทั้งต่อผู้ถูกกล่าวหา คือทั้งนักการเมืองและ ชาวบ้านผู้เสียหายด้วย แต่เนื่องจากว่าผมมีข้อต้องเรียนถามผู้นําเสนอในวันนี้ว่า ที่ผ่านมา นักการเมืองพอเปึนข่าวขึ้นมาแต่ละครั้งมักจะถูกว่าเปึนจําเลยและมีความผิดแล้ว ทั้ง ๆ ที่ บางครั้งก็ยังไม่ถึงขนาดว่ามีความผิด เพราะในกฎหมายอาญาจริง ๆ แล้วไม่ว่าจําเลย เปึนเพียงผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น แต่นักการเมืองพอมีประเด็นซึ่งถูกร้องไปยัง ป.ป.ช. หลายครั้งหลายหนปรากฏว่าเปึนผู้มีความผิด แล้วมักจะถูกพิพากษาโดย ป.ป.ช. เองว่านักการเมืองนั้นมีความผิดในเบื้องต้น ซึ่งเมื่อออกสู่สื่อเปึนเรื่องใหญ่โตแล้วการแก้ไข จะลําบาก เพราะนักการเมืองบางครั้งก็ยังไม่มีความผิดถึงขนาดนั้น แต่อีกส่วนหนึ่งผู้กล่าวหา ก็เปึนการใส่ร้ายก็มี เพราะฉะนั้นในเรื่องของพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้ามีการแก้ไขแบบนี้แล้ว ผมได้อ่านบางมาตราซึ่งยังไม่หมดแต่ก็แก้ไขได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งบางมาตราผมเอง ก็อยากจะนําสอบถามบ้างว่าเมื่อแก้ไขแล้ว แต่บางอันที่ผมดูบางมาตราปรากฏว่ายังไม่ให้ ความเปึนธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจําเลยคือนักการเมืองเหล่านี้ เพราะฉะนั้นในที่ผ่านมา จําเลยคือนักการเมืองนั้น ป.ป.ช. เองเมื่อถูกร้องและทําการสอบสวนซึ่งเบ็ดเสร็จในตัว ของตัวเองก่อนที่จะนําฟัองไปสู่ศาลฎีกา ป.ป.ช. มักจะทําตัวเปึนผู้พิพากษาเสียส่วนใหญ่ เท่าที่ฟังมาในหลายเรื่องหลายประเด็น ทั้ง ๆ ที่เรื่องบางเรื่องเจ้าตัวเขานักการเมืองเองยังไม่ได้ชี้แจงแต่ก็เปึนการพิพากษา ในเบื้องต้นว่า ป.ป.ช. บอกว่ามีความผิดแล้ว ซึ่งในเรื่องแบบนี้มันน่าจะมีการพิจารณา ค่อนข้างชัดเจนในระดับผู้พิพากษา แต่มันเปึนข่าวมาบ่อย ๆ ซึ่งเปึนการเสียหาย แก่นักการเมือง ดังนั้นผมเองในฐานะซึ่งเปึน ส.ส. คนหนึ่งที่มีความต้องการให้เกิด ความเปึนธรรมในระบบคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็ดี หรือในการ ดําเนินการพิจารณาความทางอาญาของกฎหมายดังกล่าว ผมอยากจะยกประเด็นขึ้นเปึน อย่างหนึ่งว่า เช่น กฎหมายที่แก้ไขฉบับนี้ในมาตรา ๑๐ ผมอ่านดูแล้วรู้สึกว่าในวรรคสอง บอกในการยื่นฟัองให้โจทก์ โจทก์คือ ป.ป.ช. ส่งสํานวนไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือของผู้ไต่สวนอิสระแล้วแต่กรณีต่อศาลเพื่อให้เปึนหลักในการพิจารณาในลักษณะนี้ ดูแล้วตรงนี้เปึนการไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร คําว่า เห็นสมควร ในมุมนี้ในจุดนี้ผมไม่ทราบว่าขนาดไหน เพราะว่าในผู้เสียหาย คือจําเลยเอง ไม่ได้พูดถึงเลย น่าจะเพิ่มในประเด็นที่ว่าหรือตามที่จําเลยขอร้อง ซึ่งในประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาโดยทั่วไปก็ต้องมีในส่วนที่ผู้เสียหายมีส่วนต้องนําเสนอด้วย แต่ปรากฏว่าตรงนี้น่าจะเปึนการพิจารณาในส่วนที่ว่าถ้านักการเมืองเองก็คือประชาชน คนหนึ่งทําไมไม่มีสิทธิที่จะนําเสนอความคิดหรือให้ทนาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเห็นด้วยกับ ผู้อภิปรายว่าในการไต่สวนของผู้ไต่สวนอิสระซึ่งพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่าไม่น้อยกว่า ๕ คน ในลักษณะแบบนี้มันน่าจะมีเกณฑ์ที่ค่อนข้างชัดเจนว่าผู้ไต่สวนอิสระเปึนใครอย่างไร ให้มันชัดเจนกว่าที่นําเสนอครับ ในเรื่องนี้ผมเองในลักษณะผู้มีความเห็นว่าเรื่องแบบนี้ น่าจะมีกฎเกณฑ์ที่ค่อนข้างชัดเจนมากกว่าที่นําเสนอเพียงลอย ๆ บอกว่าผู้ไต่สวนอิสระ ไม่น้อยกว่า ๕ คน ซึ่งในเรื่องแบบนี้มันน่าจะยกขึ้นมาเปึนกรณีที่จะต้องนําเสนอ ในส่วนของภาคกฎหมายที่ค่อนข้างชัดเจน เพราะไหน ๆ ก็แก้ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพียงแต่ว่าอยากจะให้ผู้นําเสนอต้องไปแก้ไขบางประการซึ่งจําเปึนต้องแก้ในส่วนที่ต้องแก้ ในประเด็นที่จําเลยหรือนักการเมืองเองเสียหายแล้วไม่มีโอกาส ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขออนุญาตชื่นชม ขออนุญาตเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติที่ศาลยุติธรรมเปึนผู้เสนอ มานะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะว่าในปัจจุบันนี้ปัญหาของประเทศไทยก่อให้เกิด ความแตกแยกอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อหาสาเหตุว่ามาจากสาเหตุอะไร ก็ต้องยอมรับครับว่า เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมือง เกิดจากการใช้อํานาจ เพื่อพวกพ้อง เกิดกรณีนายทุนผูกขาด เกิดจากกรณีใช้เงินซื้อเสียง ซื้ออํานาจ และสําคัญ เกิดจากการแทรกแซงองค์กรอิสระอันเนื่องมาจากข้อบกพร่องในรัฐธรรมนูญ ต้องยอมรับความจริงครับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เป่ดช่องให้มีการครอบงําองค์กรอิสระ มีการครอบงํา กกต. มีการครอบงํา ป.ป.ช. และสําคัญมีการซื้อวุฒิสภาไว้จํานวนหนึ่ง เมื่อสามารถยึด กกต. อยู่ในมือ เมื่อสามารถยึด ป.ป.ช. ไว้ในมือ เมื่อสามารถมีวุฒิสภาไว้ แค่ ๓ องค์กรนี้ประเทศไทยก็อยู่ในอุ้งมืออุ้งเท้าของบุคคลนั้น เพราะฉะนั้นการที่จะฟัองสักเรื่อง จะดําเนินคดีอาญาสักเรื่องเปึนเรื่องที่ยากยิ่ง นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา และผม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ เคยยื่นฟัอง กกต. ชุดสามหนาห้าห่วง ผมเปึนทนาย นายถาวรเปึนโจทก์ ยากที่สุด ประเด็นที่กว่า จะฝ์าด่านมาได้ก็คือความเปึนผู้เสียหายมีอํานาจฟัองหรือไม่ เพราะฉะนั้นพอเห็นร่างที่ยกขึ้น ซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย ก็คือให้ผู้เสียหายฟัองเอง ถือว่าเปึนกฎหมายที่ก้าวหน้าที่สุด แล้วโดยเฉพาะการที่จะกล่าวหานายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา กรณีนี้เป่ดช่องให้ร้องไปที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาโดยตรง แล้วศาล อาจจะตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งก็ถือว่าเปึนกฎหมายใหม่ มีประโยชน์ แล้วก็มีการบังคับใช้ ในประเทศ อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาหลายคนเกือบตาย กับผู้ไต่สวนอิสระลักษณะเช่นนี้ เพราะฉะนั้นการที่เป่ดโอกาสให้ผู้เสียหายฟัองเอง ผมถือว่าเปึนกฎหมายที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อสาธารณะ เพราะเหตุใดที่กระผม ต้องพูดอย่างนี้ ก็เพราะว่าท่านผู้มีเกียรติครับ เอาว่า คตส. ประกอบด้วยบุคคลซึ่งมีความรู้ ความสามารถแต่ละสาขา แม้ว่าที่มาของท่านเหล่านั้นอาจจะมาจากการรัฐประหาร แต่ว่าเมื่อดูงานที่ท่านทั้งหลายทําต้องถือว่ามีคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศชาติ คตส. ยื่นเรื่องไปที่อัยการ ไม่ทราบเหตุผลใดหลายเรื่องที่เกิดกรณีขัดแย้ง โชคดีครับ ที่ คตส. สามารถจะยื่นฟัองเองได้ คตส. ก็เป่ดช่องนั้น ลักษณะอันนี้ก็เช่นเดียวกัน ในกรณีที่อัยการสูงสุดไม่เห็นด้วย ผู้ไต่สวนอิสระก็สามารถฟัองได้ อันนี้ก็ถือว่าเปึน ความก้าวหน้าของร่างกฎหมายที่ยกร่างขึ้น ถ้าเกรงว่าคณะตุลาการจะไม่เปึนธรรม ผมก็พยายามดูรายละเอียด พยายามสอบถามในที่ประชุมวิป (Whip) เมื่อวานท่านที่มา ชี้แจงก็บอกว่าผู้พิพากษาเลือกเปึนรายคดี และเปึนความลับ เมื่อเลือกเปึนรายคดี และเปึนความลับ ตุลาการประจํา ๘๐ กว่าท่าน ตุลาการอาวุโสคือเปึนผู้พิพากษาศาลฎีกา เกษียณอายุแล้วก็โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้มาเปึนตุลาการอาวุโสในศาลฎีกาอีก ๓๓ ท่าน ร้อยกว่าท่านก็เปึนการเพียงพอที่จะเข้ามารับผิดชอบแต่ละเรื่องแต่ละคดี เหตุผลที่ผมต้อง กราบเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่าการวิ่งเต้น การเข้าหาตุลาการ แม้ว่าไม่เปึนที่เป่ดเผย แต่ต้องยอมรับว่ามีอยู่จริง เพราะฉะนั้นการที่ให้ตุลาการมาโดยลับเปึนรายคดีจะสามารถ แก้ไขปัญหานี้ได้อย่างดี เพราะฉะนั้นขออนุญาตเห็นด้วย ชื่นชมการเลือกโดยลับ และเลือกเปึนรายคดี ผมถึงถือว่าเปึนเรื่องที่ก้าวหน้า กรณีผู้ไต่สวนอิสระ อันนี้ขออนุญาต ท้วงติงคณะผู้ยกร่างซึ่งใช้คําว่า เปึนกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริต ผมจําได้กฎหมาย กกต. เขียนไว้อย่างนี้ครับ มีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ด้วยซ้ํา และมีความเปึนกลางทางการเมือง เปึนอย่างไรครับศาลอุทธรณ์เอาเข้าคุกไป ๔ ป้ กับ ๒ ป้แล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนนี้น่าจะต้องเขียนให้ชัด เอาอย่างคณะกรรมการไต่สวน ล้อมาก็ได้ครับ เปึนตุลาการระดับไหน เปึนอาจารย์มหาวิทยาลัยกี่ป้ขึ้นไป เปึนซี ๑๐ ซี ๙ กี่ป้ขึ้นไป เปึนผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาวิชาซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีนั้น ๆ กี่ป้ขึ้นไป แต่ยังท้วงติงเรื่องอัยการเพราะต้องยอมรับความจริงครับว่า องค์กรอัยการแม้ว่าจะมี คนดีอยู่ แต่ผู้นําของอัยการระดับ ๑ ระดับ ๒ ระดับ ๓ หลายท่านอาจจะมีกรณีพัวพัน กรณีสนามบิน กรณีหลาย ๆ กรณีอาจจะทําให้ไม่กล้าสั่งคดีตามความเปึนกลาง ที่แท้จริงก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของผู้ไต่สวนอิสระกระผมเห็นว่าน่าที่จะต้อง กําหนดคุณสมบัติให้ชัดกว่านี้ ไม่ใช่ว่าเปึนกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเห็นอยู่แล้วว่าไม่ได้ผล กกต. ชุดที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าเดือดร้อนต้องติดคุก
ข้อต่อไป กรณีดําเนินคดีในต้นร่างใช้คําว่า ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ผมสอบถาม ทางเพื่อน ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยอยู่สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาเขาบอกเลย ว่าภายใน ๒ ป้ อันนี้ก็ควรจะเขียนได้ครับ ให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ ป้ ถ้าไม่เสร็จขออนุญาต จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาขอขยาย มันจะได้รู้ครับว่าคดีของนาย ก นาย ข นาย ค เข้าไป แล้วจบภายในเท่าไร สังคมเขาจะได้ตามเรื่องได้ แล้วหากเห็นว่ากฎหมายลักษณะเช่นนี้ อาจจะไปกระทบหรือพอ ๕ ป้ผ่านไปไม่ทันสมัย ไม่ทันกาล สามารถเขียนได้ครับว่า ๕ ป้ ยกเลิกแก้ใหม่ ๕ ป้แก้ใหม่เพื่อที่จะได้ทันการทุจริต เพื่อที่จะได้ทันการคดโกงของ นักการเมืองในทุกระดับ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มิฉะนั้นแล้วเราก็จะเกิดรัฐตํารวจอย่างที่เห็นครับ ไม่คํานึงถึง หลักการ ไม่คํานึงถึงกฎหมาย ใครจะคิดครับว่าคนอย่างท่านสุนัย มโนมัยอุดม ซึ่งผมเคย อภิปรายไว้ในตอนต้น ๆ ของการเป่ดสภาแห่งนี้จะถูกหมายจับ โชคดีครับที่ กต. (คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม) รับท่านสุนัยไปเปึนตุลาการ ถือว่าโชคดี ถ้าไม่รับ ไปเปึนตุลาการสงสัยว่าจะถูกกุญแจมือ ถูกเข้าคุก เข้าห้องขัง หรือกรณีที่ คตส. ซึ่งเปึน ผู้ใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญ เปึนผู้ใช้อํานาจตามกฎหมายรัฐาธิปัตย์ยังถูกแจ้งความ โดยเรื่องกระจอก ๆ ผมขออนุญาตพูดตรง ๆ แล้วเปึนอย่างไรครับ คดีสําคัญ ๆ เฉย เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจึงมีความสําคัญอย่างยิ่งที่จะก่อให้เกิดความเปึนธรรม ในสังคม เปึนตัวพิจารณา เปึนตัวกําราบนักการเมืองที่คิดไม่ซื่อกับบ้านกับเมือง จึงขออนุญาตสนับสนุนครับท่านประธาน
เชิญท่านบุญจงครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน เกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ กระผมมีความเห็นว่าเปึนกฎหมายที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับบุคคลที่ดํารงตําแหน่งทางการเมือง นั่นก็คือบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ เมื่อเปึนกฎหมายที่มีความสําคัญ สิ่งสําคัญที่สุดความเปึนธรรม จะต้องเกิดขึ้นกับบุคคลที่ถูกกล่าวหา ในกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฉบับจะเขียนไว้เสมอครับว่า บุคคลใดที่ถูกกล่าวหาคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเปึนผู้บริสุทธิ์ จะต้องปฏิบัติกับบุคคลนั้นเหมือนคนที่ไม่ได้กระทําความผิด นี่คือหลักของกฎหมายกับ บุคคลที่ดํารงตําแหน่ง กับบุคคลที่ถูกกล่าวหาคดีอาญา ท่านประธานที่เคารพครับ บรรดาบุคคลที่เปึนนักการเมืองนี่หากมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แน่นอนที่สุดครับเมื่อเข้าสู่สภาก็จะมีขั้นตอนในการตรวจสอบมากมาย ไม่ว่าจะเปึน การตรวจสอบในระบบรัฐสภาที่มีฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล การทํางานของฝ์ายรัฐบาลก็จะถูก ตรวจสอบโดยฝ์ายค้าน ตั้งกระทู้ถาม ยื่นญัตติ นี่เปึนกระบวนการในระบบรัฐสภา แต่สิ่งหนึ่งซึ่งบุคคลที่ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเมื่อถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดทางอาญา ไม่ว่าเปึนการทุจริตหรือการร่ํารวยผิดปกติรวมตลอดทั้งการยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้เราก็แลเห็นครับมีรัฐมนตรีบางท่านถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ายื่นบัญชีบกพร่อง ก็ถูกดําเนินการไปตามขั้นตอน สิ่งสําคัญที่สุดครับ ศาลที่ถือว่าเปึนสิ่งสุดท้ายในการที่จะ พิพากษาตัดสินให้บุคคลใดนั้นเปึนผู้มีความผิด ศาลคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองถือว่าเปึนศาลที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง วันนี้ได้มีการนํากฎหมายฉบับนี้ มาปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมเองได้พิจารณาประเด็น ในการแก้ไขทุก ๆ มาตราแล้ว ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าสิทธิของผู้ถูกกล่าวหานั้นไม่ปรากฏ ให้เห็นเลย วันนี้ผู้ฟัองมีปรากฏชัดเจนเพิ่มมาอีก ๑ องค์กรคือผู้ไต่สวนอิสระ คําว่า อิสระ น่ากลัวมากครับ พอเลือกมาแล้วมีแต่ความอิสระ นั่นก็แปลความว่า ใครจะแทรกแซงไม่ได้ ใครจะนําเสนอเอกสารอะไรต่าง ๆ ความเปึนอิสระจะมีขึ้นหรือเปล่า ฉะนั้นทั้งหมดทั้งปวง ผมอยากจะฝากครับว่า สิทธิของผู้ถูกกล่าวหาให้เขามีเปึนสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหา เหมือนบุคคลทั่ว ๆ ไปที่ถูกดําเนินคดีอาญา เริ่มตั้งแต่มีทนายความ สามารถไปนั่งฟัง ในการซักถาม ในการสอบสวนได้ ตรงนี้ถ้ามีอิสระมากเวลามีทนายเสร็จห้ามทนายเข้าไป นั่งฟัง เคยมีคดีตัวอย่าง คดีของ คตส. บางเรื่องขอทนายไปนั่งฟังบอกไม่ได้เปึนเรื่อง เฉพาะของผู้ถูกกล่าวหา ถ้าเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาผมบอกเลยครับว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาต่าง ๆ ไม่ว่าดํารงตําแหน่งทางการเมืองตําแหน่งใดก็ตามครับ ไม่ใช่นักกฎหมาย บางทีไม่รู้ กฎหมายจะต้องมีทนายความไปให้ความเข้าใจ ทนายความไปรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อจะหักล้างในชั้นไต่สวน ในชั้นสอบสวน เพราะผู้ไต่สวนอิสระก็ดี ป.ป.ช. ก็ดี บุคคลเหล่านี้ เปึนผู้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด แล้วในกฎหมายดังกล่าวนี้เขียนชัดเจนครับว่า องค์คณะผู้พิพากษาจะต้องพิจารณาตามสํานวนของ ป.ป.ช. และผู้ไต่สวนอิสระ นี่คือการบังคับชัดเจนแล้ว ท่านจะพิจารณาแหกโผไปไม่ได้ กฎหมายเขียนชัดเจนครับ ฉะนั้นในขั้นรวบรวมพยานหลักฐานจึงเปึนเรื่องสําคัญมากที่จะต้องให้โอกาสให้สิทธิ ของผู้ถูกกล่าวหาให้เขามีทนายความนั่งฟัง ให้เขามีทนายความสามารถหักล้างทุกสิ่งทุกอย่างได้ แล้วให้โอกาสการต่อสู้เต็มที่ สิ่งหนึ่งผมอยากฝากในประเด็นนี้
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ถือว่าเปึนสิ่งที่ผมอยากเห็นนานแล้วเกี่ยวกับการขึ้นศาล ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง นั่นก็คือการใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ท่านประธานที่เคารพครับ คนทั่วไปทําความผิดขึ้นศาล เขามีศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา นี่คือกระบวนการ ยุติธรรมครับ เขามีไว้เพื่ออะไรครับ เพื่อให้มีกระบวนการกลั่นกรอง คดีอาญาบางคดี ศาลชั้นต้นตัดสินพอขึ้นศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตัดสินอีกอย่างหนึ่งครับ ศาลชั้นต้นติดคุก ขึ้นศาลอุทธรณ์ปล่อย อะไรครับนี่ นี่คือความเปึนธรรมที่มีกระบวนการกลั่นกรอง เปึนลําดับชั้น แต่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองวันนี้พอถูกส่งขึ้นศาลตัดสินเสร็จจบเลยครับ ฉะนั้นวันนี้กฎหมายฉบับนี้ได้กําหนดชัดเจนว่าต่อไปนี้ให้สิทธิในการอุทธรณ์ได้โดย ให้สิทธิ ๓๐ วันนับแต่วันที่ศาลตัดสิน ถือว่าเปึนเรื่องดีครับ ให้โอกาสผู้ต้องคําพิพากษา เขาสามารถใช้สิทธิในการอุทธรณ์ แต่ผมเห็นว่าการเขียนกฎหมายวันนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะในกฎหมายที่ยกร่างขึ้นมานั้นมีเงื่อนไขว่าคนที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์ได้นั้น จะต้องปรากฏหลักฐานใหม่และเชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงคําพิพากษาได้ จึงจะอุทธรณ์ได้ นี่ท่านเขียนให้สิทธิเขาอุทธรณ์ครับ แต่ขณะเดียวกันท่านกําลังจํากัดสิทธิเขาอีกว่า คุณจะอุทธรณ์ได้ต้อง
ประการที่ ๑ จะต้องมีหลักฐานใหม่ชี้ชัด อาจจะเปลี่ยนแปลงสาระสําคัญ ในคําพิพากษาได้จึงจะอุทธรณ์ได้ อย่างนี้ผมไม่เห็นด้วย ได้กรุณากลับไปทบทวนครับ ควรจะให้สิทธิเขาอุทธรณ์เพราะองค์คณะของผู้พิพากษาที่จะพิจารณาชั้นอุทธรณ์ ยังไม่ชัดเจนครับ เปึนระเบียบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ท่านจะมีองค์คณะใหม่ขึ้นมาอีก ชุดหนึ่งหรือไม่ เลือกจากใครก็เปึนอีกประเด็นหนึ่ง หรือจะให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เปึนผู้พิจารณาอุทธรณ์ทั้งหมดเลย ผมไม่ทราบเพราะรายละเอียดไม่มีก็จะไปว่ากัน แต่สิ่งที่ผมอยากจะสอบถามก็คือว่าควรจะให้สิทธิเขาอุทธรณ์อย่างน้อยมีคณะผู้พิพากษา อีกชุดหนึ่งกลั่นกรองการตัดสินของคณะผู้พิพากษาที่ได้พิจารณาครั้งแรก
และประการที่ ๒ สิ่งที่เขียนไว้และเปึนข้อสังเกตอยู่ตลอดเวลาก็คือ ระยะเวลาในการตัดสินคดีของศาลอุทธรณ์จะต้องมีเงื่อนเวลาชัดเจนครับ ถ้าไม่เขียนไว้ บางคดีต้องใช้เวลา ๒ ป้ ๓ ป้ กว่าการตัดสินของศาลอุทธรณ์จะตกลงมา ฉะนั้นตรงนี้ ก็อยากจะฝากเปึนประเด็นว่าควรจะมีเงื่อนเวลาว่าให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน หรืออะไร ก็ตาม จะได้รู้ชัดเจนว่าหากคดีขึ้นศาลอุทธรณ์แล้วคณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นั้นจะต้อง ตัดสินให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน ตรงนี้มันก็จะเกิดความชัดเจนที่ผู้ติดตามคดีต่าง ๆ นั้น เขาจะรู้ว่าคดีของนักการเมืองที่ถูกฟัองไปแล้วจะใช้เวลาในการพิจารณาตัดสินคดี นานแค่ไหนเพียงใด ฉะนั้นผมจึงเห็นว่าในประเด็นต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนทั้งหมดนี้ เห็นควรจะต้องมีการพิจารณาให้ละเอียดเพื่อให้เกิดความเปึนธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักการเมืองก็ดี กับข้าราชการที่ถูกกล่าวหาต่าง ๆ นะครับ ก็ขอนําเรียนฝากเท่านี้ครับ
ท่านนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอถือโอกาสนี้ได้ชื่นชมแล้วก็กราบขอบพระคุณ ต่อศาลยุติธรรมที่ได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา คดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งอันที่จริงแล้วผมก็ใฝ์ฝันแล้วก็ต้องการ นําเสนอต่อสาธารณชนมาโดยตลอดตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ที่ได้มีโอกาสเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้แทนปวงชน ท่านประธานที่เคารพครับ หลายครั้งที่เกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง ผมเองอยากจะให้องค์กรอิสระตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ได้เปึนช่องทางหนึ่ง ในการที่จะมาคลี่คลายและแก้ไขวิกฤติการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ถ้าเกิดว่าองค์กรต่าง ๆ ที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่าง ๆ เหล่านี้ได้มีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลเห็นถึงวิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นในแต่ละด้าน ในแต่ละยุค ในแต่ละสมัย ผมยกตัวอย่างเมื่อช่วงป้ ๒๕๔๘ เข้าป้ ๒๕๔๙ ก่อนที่จะมี การยุบสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ในซีกของฝ์ายรัฐบาลมีเสียง ส.ส. อยู่ในสภาท่วมท้นครับ ๓๗๗ เสียง ในซีกของฝ์ายค้านมี ๑๒๓ เสียงจากตอนนั้น ๕๐๐ เสียง ถ้าเกิดว่าในขณะนั้น ฝ์ายนิติบัญญัติไม่มีความผิดใด ๆ เลย แล้วก็เปึนข้อจํากัดของรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ที่จํากัดไว้ว่า การจะตรวจสอบหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการทุจริต คอร์รัปชันหรือร่ํารวยผิดปกติจะต้องใช้เสียง ส.ส. ไม่น้อยกว่า ๑๒๕ เสียง ซึ่งฝ์ายค้าน ไม่สามารถทําได้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ ถ้าเกิดว่าจะตรวจสอบหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีจะต้องใช้เสียง ส.ส. ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เสียง ก็คือ ๒ ใน ๕ ซึ่งก็ยิ่งเปึนไปไม่ได้เลยในขณะนั้น ทําให้กระบวนการในการตรวจสอบฝ์ายนิติบัญญัติ ต่อฝ์ายบริหาร ในขณะนั้นง่อยเปลี้ยเสียขาไม่สามารถที่จะทําได้ เพื่อรักษาและปกปัองผลประโยชน์ของ บ้านเมือง นําไปสู่วิกฤติการณ์ทางการเมืองทั้ง ๆ ที่สภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาไม่มี ความผิด แต่ฝ์ายบริหารคือผู้นําฝ์ายบริหารในขณะนั้นไม่ได้มาชี้แจงต่อรัฐสภา ในข้อเท็จจริงที่สังคมได้กล่าวหา และนําไปสู่การยุบสภาผู้แทนราษฎรโดยที่ว่าไม่มี ความขัดแย้งระหว่างฝ์ายนิติบัญญัติกับฝ์ายบริหารเลยนะครับ ถือว่าเปึนสิ่งที่น่าเสียดาย อย่างยิ่งที่องค์กรอิสระที่มีอยู่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเมื่อป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้นําทาง ออกมาสู่สังคม เกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองต่อเนื่องยาวนานและนําไปสู่การประท้วง ขับไล่ฝ์ายบริหารในขณะนั้น และนํามาสู่การยึดอํานาจของ คปค. (คณะปฏิรูปการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข) เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ครั้งนี้ครับท่านประธาน ผมจึงขอชื่นชมยินดีและกราบขอบพระคุณ ศาลยุติธรรมที่เปึนผู้นําธงในการเสนอ แล้วก็พร้อมที่จะมาสะสางปัญหาของชาติ บ้านเมืององค์กรหนึ่ง และผมเองก็เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่ท่านจะใช้ในการ คลี่คลายวิกฤติและพัฒนาชาติบ้านเมืองเปึนตุลาการภิวัตน์อย่างแท้จริง ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมเองจึงขออนุญาตที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ขอเพิ่มเติมเปึนบางประเด็น ขอให้ข้อสังเกตเปึนบางกรณี
กรณีที่ ๑ ในกรณีของมาตรา ๙ ที่ท่านได้แก้ไขเพิ่มเติมมาก็คือ แต่เดิม หลักการของกฎหมายในการที่จะเอาผิดกับผู้ที่ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เขามีวัตถุประสงค์ ที่จะดําเนินการเฉพาะผู้ที่เปึนนักการเมืองหรือว่าผู้ที่สนับสนุนหรือตัวกลาง แต่ร่างที่ท่านเสนอมา ซึ่งก็เปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๕ ก่อนที่ท่านจะนําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ หลักการของรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๕ ท่านก็ได้บัญญัติไว้แล้วว่าให้เอาผู้ที่เสนอให้ ผู้ให้ ผู้ขอให้ แล้วก็ผู้สัญญาว่าจะให้ด้วย ร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ท่านเสนอมาก็คือล้อมาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญซึ่งก็สอดคล้อง ต้องกัน แต่ที่ผมห่วงใยก็คือกระบวนการในการทุจริต กระบวนการในการเก็บถือครองทรัพย์สิน ในปัจจุบันมันก้าวไปไกลเกินกว่าที่กฎหมายจะเอื้อมไปถึงแล้ว ผมยกตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างว่าถ้าเกิดทั้งผู้ให้และทั้งผู้รับเขาสมรู้ร่วมคิดกัน พยานหลักฐาน ตามเอกสารทุกอย่างสอดคล้องต้องกันทั้งหมด แล้วท่านก็จะเอาผิดทั้งผู้ให้และผู้รับด้วย แล้วถ้าเกิดว่าผู้ให้ไม่ยอมที่จะให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงในการสืบค้นหาพยานหลักฐาน ในการตรวจสอบหรือไต่สวนในกระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรมแล้ว ท่านมีมาตรการ หรือวิธีการอย่างไรในการที่จะสืบค้นเอาข้อเท็จจริงนั้นเพื่อที่จะเอาผิดกับทั้ง ๒ ฝ์าย ก็คือ ทั้งผู้ให้และผู้รับ อันนี้อยากจะเรียนถามเปึนประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเปึนเบื้องต้นว่า การทุจริตแล้วก็การถือครองทรัพย์สินของนักการเมือง ผมขออนุญาตที่จะใช้คําคํานี้ อันที่จริงพยายามหาคําอื่นที่สุภาพแต่ก็ยังหาไม่พบก็คือ ไม่มีนักการเมืองในระดับรัฐมนตรี หรือฝ์ายบริหารมีความฉลาดน้อยพอที่จะเก็บทรัพย์สินของตนเองที่ได้มาโดยการทุจริต ในนามของตนเองหรือครอบครัวหรือว่าบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรอกครับ เขาเก็บไว้โดยผ่าน นอมินี (Nominee) เขาเก็บไว้โดยตัวแทนหรือว่าบุคคลอื่นที่ไม่โยงใยในทางทะเบียนไปถึง ตัวเขาเลย ผมยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งนะครับ ผมแปลกใจมากอดีตรัฐมนตรีบางคน เปึนโต้โผใหญ่เลย นักการเมืองในสังกัดนับร้อยเปึนอดีต ส.ส. อดีต ส.ว. นับร้อยคน แต่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน ต่อ ป.ป.ช. บอกว่ามีทรัพย์สินประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท แต่เวลานักการเมืองจะไปหาเสียงต้องไปคารวะนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ แล้วงบในการสนับสนุน ในทางการเลือกตั้งแต่ละครั้งเปึนที่รู้กันว่าหลายล้านบาท จํานวนมากมายมหาศาล ผมเอาง่าย ๆ ถ้าสมมุติว่าสนับสนุนผู้สมัครคนหนึ่ง ๑ ล้าน ๕ แสนบาท ตามกฎหมาย บัญญัติ ๑๐๐ คน ก็ ๑๕๐ ล้านบาท แต่เขาบอกว่ามีทรัพย์สิน ๑๐ กว่าล้านบาท อย่างนี้มันเปึนไปได้ไหมครับในข้อเท็จจริง เพราะเขาไม่ถือครองในนามของตนเองหรอกครับ เงินสดเขาเอาไปฝังไว้ในบ้านของเขา ไว้ในดิน ไว้ในใต้บ้าน ไว้ในเซฟ (Save) ไว้ในนอมินี ไว้ในกําแพงบ้าน ท่านประธานที่เคารพครับ ศาลหรือกระบวนการไต่สวนไม่ว่าจะเปึน อัยการสูงสุด ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเปึนผู้ไต่สวนอิสระซึ่งอาจจะมีขึ้นตามพระราชบัญญัติ ที่ท่านได้นําเสนอต่อรัฐสภานี้ ท่านมีกระบวนการอย่างไรล่ะครับ ท่านให้อํานาจไหมครับ ทั้ง ๓ หน่วยงาน ทั้ง ป.ป.ช. ทั้งผู้ไต่สวนอิสระ ทั้งอัยการสูงสุดให้อํานาจไหมที่จะสืบค้นไปถึง ให้ออกหมายค้น ให้ออกหมายจับด้วยตัวของท่านเอง เพื่อที่จะนําเอาทรัพย์สินของ นักการเมืองที่อยู่ในอํานาจและได้ทรัพย์สินร่ํารวยผิดปกติโดยมิชอบเอามาคืนให้กับ แผ่นดินมีอํานาจไหมครับ แต่ถ้าเกิดว่ากันไปตามพยานหลักฐาน สืบไปอีก ๑๐ ป้ ๑๐๐ ป้ก็ไม่มีพบ อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังศาลยุติธรรม
เรื่องที่ ๒ การทุจริตในเชิงนโยบายต่าง ๆ อันที่จริงมันดูจะเปึนนามธรรม แต่เปึนที่รับรู้กันอยู่โดยชัดเจนทางสังคม ท่านมีแนวนโยบายอย่างไรในการที่จะไปถ่วงดุล กับฝ์ายบริหาร อันนี้ก็คือเปึนสิ่งที่ผมอยากจะฝาก
เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้เสนอร่างกฎหมาย ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่จะให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตัดสินโดยเด็ดขาดแล้วก็ให้แล้วเสร็จภายในศาลเดียว ไม่เห็นพ้องด้วยกับเพื่อนสมาชิก บางท่านที่เสนอบอกว่าควรที่จะมีการอุทธรณ์ฎีกาอีกต่อไป ขนาดที่มีอยู่ศาลเดียว แล้วก็ตัดสินโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาดครั้งเดียวนี่นะครับ ผมเรียนท่านประธานโดยตรงว่า บ้านเรายังไม่ยอมรับเท่าที่ควรเลย ถ้าในต่างประเทศ ในอารยประเทศทั่วโลก ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่น ที่ประเทศเกาหลี ที่ญี่ปุ์น ที่สหรัฐอเมริกา แค่เพียงนักการเมือง หรือว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองถูกกล่าวหาโดยที่ยังไม่ต้องพิสูจน์นะครับ สังคมกล่าวหา หรือว่ามีพยานหลักฐานเบื้องต้นเขาจะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการลาออก จากตําแหน่งทันที และให้กระบวนการยุติธรรมในทุก ๆ ด้านเดินไปอย่างอิสระ เดินไป อย่างปราศจากการครอบงําหรืออิทธิพลของนักการเมือง ถ้าเกิดว่านักการเมืองยังคงดํารง ตําแหน่งอยู่ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าสังคมไทยอิทธิพลยังคงมีการครอบงํากระบวนการยุติธรรม อยู่ไม่น้อย ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานแบบนี้ก็เพราะว่ามาตรฐานทางด้านคุณธรรม จริยธรรมที่นักการเมืองจะต้องรับผิดชอบต่อสาธารณชนจะต้องสูงกว่าคนธรรมดาสามัญ ทั่วไป เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยที่จะคงให้มีศาลตัดสินให้เด็ดขาดเพียงครั้งเดียว แล้วก็รวดเร็วที่สุดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมืองและสาธารณชน ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านทวีวัฒน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอรบกวนเวลาเพียงระยะเวลาอันสั้น ๆ ในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ การเพิ่มอํานาจหน้าที่ในการพิพากษาและ การกําหนดให้ผู้เสียหายสามารถร้องขอต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ในการอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เพื่อพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพ สามารถ รองรับกับภารกิจที่เพิ่มขึ้นนั้น กระผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่กระผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานเปึนประเด็นสั้น ๆ ว่า เปึนการตั้งข้อสังเกตด้วยความกังวลใจ อย่างยิ่งของกระผมเองในฐานะเปึนนักการเมืองว่า ในการกําหนดให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองยึดสํานวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือผู้ไต่สวนอิสระเปึนหลักในการพิจารณาคดีนั้น กระผมเห็นว่าการได้มาซึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ดี หรือคณะกรรมการไต่สวนอิสระก็ดี ซึ่งปรากฏในมาตรา ๒๓ ว่า ผู้มีอํานาจฟัองคดีอาญา ได้แก่ อัยการสูงสุด คณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้ไต่สวนอิสระนั้น กระผมเกิดความกังวลใจว่า โดยเฉพาะคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้ไต่สวนอิสระ ในปัจจุบันนี้หรือในอดีตที่ผ่านมาจะมีความเปึนกลางทางการเมืองหรือไม่ และการแต่งตั้ง ที่เข้ามานั้นเกิดจากผู้มีอํานาจอาจจะเรียกว่าผู้มีอํานาจนอกรัฐธรรมนูญ สํานวนที่เขา กล่าวในปัจจุบันนี้นะครับ ได้แต่งตั้งเข้ามาแล้วเมื่อมาปฏิบัติหน้าที่จะสร้างความเปึนกลาง ให้แก่ทางการเมืองมากน้อยแค่ไหนเพียงไร อันนี้เปึนข้อกังวลใจไม่เฉพาะแต่ตัวกระผมเอง หมายถึงนักการเมืองหลาย ๆ คนที่นั่งอยู่ในสภานี้ ผมขอกราบเรียนเปึนประเด็นสั้น ๆ
ในประการต่อไป การกําหนดให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่มีมูลแห่งคดีเปึนการกล่าวหาผู้ให้ ผู้ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองเพื่อจูงใจให้กระทําการ ไม่กระทําการ หรือประวิงการกระทําอันมิชอบ ในหน้าที่นั้น ท่านประธานครับ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมามีการร้องเรียนผู้สมัครรับเลือกตั้ง เปึนการกล่าวหา ใส่ร้าย โดยปราศจากความเปึนจริงเยอะแยะมากมาย เปึนปัญหา สําหรับ กกต. จังหวัด หรือเปึนปัญหาสําหรับ กกต. กลางในการพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ แล้วก็มีการฟัองร้องต่อศาลทําให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ตั้งใจที่จะเข้ามาทําหน้าที่ในสภานี้ หลายคนต้องสูญเสียโอกาส ในประเด็นนี้ก็เปึนความกังวลใจของกระผมเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในร่างกฎหมายฉบับนี้ผมขอกราบเรียนเปึนประเด็นสั้น ๆ ดังที่กราบเรียน ท่านประธานแล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญดอกเตอร์ทิวาครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา เงินยวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ต้องขอเรียนท่านประธานดังนี้ครับว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมได้พยายามศึกษาดูหลายประเด็น มีข้อสังเกตเบื้องต้นว่าตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนต้นมา เราพยายามสร้างองค์กรตรวจสอบรวมทั้งองค์กรวินิจฉัยขึ้นมา หลายองค์กร ด้วยเหตุผลที่โดยระบบของรัฐสภานั้นยังมีจุดอ่อนข้อเปราะบางที่ไม่สามารถ ตรวจสอบกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ จะเห็นได้ว่าในมาตรา ๒๗๕ ในส่วนที่ ๔ ได้บัญญัติไว้แยกกัน ในวรรคหนึ่งกับวรรคสี่ วรรคหนึ่งนั้นเปึนภาพรวมซึ่งคลุมถึงผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หลายประเภท แต่ในวรรคสี่ที่ผมจะพูดต่อไปนี้คืออยู่ในร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญที่เสนอมานี่ครับ ในหมวด ๔/๒ ผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งผมคิดว่าประการแรกหลังจาก ดูร่างแล้วก็ด้วยความชื่นชมยินดีและเห็นด้วย แต่ที่สําคัญคือกรอบที่ท่านร่างหลายประเด็นที่รัฐธรรมนูญตั้งแต่มาตรา ๒๗๕ ถึงมาตรา ๒๗๘ ได้วางกรอบไว้ให้ท่าน ท่านไม่สามารถคิดนอกกรอบได้ ท่านไม่สามารถเอาอะไรที่สามารถ สร้างขึ้นด้วยตัวเองแล้วมันเปึนสิ่งที่ดีและสิ่งที่จะทําให้การร่างนั้นสมบูรณ์ได้นะครับ
ด้วยเหตุผลประการแรกก็คือ ในการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หลายฉบับทุกคําก็ต้องล้อกับรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ตามมาก็คือเมื่อเราไปพูดกัน ในชั้นกรรมาธิการก็ดี หรือการนําเสนอร่างกฎหมายก็ดี เมื่อออกนอกกรอบไม่ได้ก็มักจะล้อ คํารัฐธรรมนูญและผลที่ตามมาก็คือ การบังคับใช้บทบัญญัติที่ท่านร่างมานี้อาจจะมี จุดอ่อนข้อบกพร่องได้ เหตุผลประการแรกนะครับ
ประการที่สอง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ได้มีความพยายามในการร่าง โดยเฉพาะเจตนารมณ์ที่จะแก้ไขปัญหา ที่สําคัญต้องเรียนครับว่าในอดีตที่ผ่านมาตั้งป้ ๒๕๔๐ ที่มีการจัดตั้งองค์กรอิสระ มีการสร้างองค์กรตามรัฐธรรมนูญขึ้นมาไม่ว่าจะเปึนองค์กร ที่จะวินิจฉัย โดยเฉพาะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนี้นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานตรง ๆ ว่ารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ใช้มาจนถึงประมาณป้ ๒๕๔๙ นี่นะครับ สิ่งหนึ่งที่เปึนปรากฏการณ์ทางการเมืองบ้านเราก็คือการแทรกแซงของ ฝ์ายการเมืองไม่ว่าจะเปึนองค์กรใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ยกตัวอย่าง เช่น วุฒิสภา องค์กรศาลรัฐธรรมนูญ องค์กร กกต. องค์กรอิสระหลายองค์กรครับ เราฟังข่าวเราทราบดีว่า ถูกแทรกแซงโดยฝ์ายการเมือง และผลที่ตามมาก็คือทําให้ผลการดําเนินงานขององค์กรอิสระนั้น ไม่เปึนที่ยอมรับและนําไปสู่การฟัองร้องคดี มีตัวอย่างให้เห็นหลายองค์กร เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้แยกออกมาโดยเฉพาะวรรคสี่แยกออกมา ตรงที่บุคคลที่มีตําแหน่งทางการเมืองสําคัญ ๔ ตําแหน่งเท่านั้นเองครับ คือนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ซึ่งตรงนี้เมื่อเปึนบุคคลที่มีบทบาท สําคัญและมีความสําคัญต่อระบบการเมืองของบ้านเราเปึนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่สําคัญนี่กระบวนการที่จะต้องประสบในฐานะที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะต้องรับภาระ หน้าที่ถึง ๓ ด้าน ในกระบวนการที่จะตรวจสอบบุคคลทั้งสี่นี่นะครับ อย่างน้อยรัฐมนตรี ก็ ๓๕ คน ท่านนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง ก็ ๓๖ คน ดูแล้วประมาณเกือบ ๔๐ คน แต่ในทางการเมืองนั้นต้องยอมรับครับว่าการตรวจสอบของภาคฝ์ายต่าง ๆ ต่อผู้ดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีนั้นค่อนข้างเข้มข้น นอกจากการตรวจสอบโดยอาศัยระบบรัฐสภาแล้ว ข้อเปึนห่วง ของผมประการแรกก็คือ ผู้ไต่สวนอิสระตั้งโดยใครครับ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ถ้าจําไม่ผิดประมาณ ๘๘ ท่าน ผู้พิพากษาอาวุโส ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้วอีก ๓๓ ท่าน ประมาณ ๑๑๐ ท่าน โดยประมาณนะครับ ผมไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจน ผู้ไต่สวนอิสระทําหน้าที่เหมือน ป.ป.ช. ครับท่านประธาน เมื่อทําหน้าที่เหมือน ป.ป.ช. และตั้งโดยที่ประชุมใหญ่นะครับ ประเด็นถัดมา ถ้าผู้ไต่สวนอิสระ เห็นว่ามีมูลใช่ไหมครับ ส่งฟัองเองได้ ฟัองไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองซึ่งตั้งโดยใครครับ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอีกเช่นเดียวกันใช่ไหมครับ จํานวน ๙ ท่าน นอกจากนั้นเมื่อมีคําพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองแล้วยังกําหนดให้อุทธรณ์ซึ่งการอุทธรณ์นั้นเปึนไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญท่านไปเขียนอย่างอื่นไม่ได้หรอกครับ ที่ท่านเขียนไว้นี่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ เป็ะเลยไปเขียนอย่างอื่นไม่ได้แต่ท่านสามารถเขียนระเบียบวิธีปฏิบัติได้ เพราะฉะนั้น ถามว่าอุทธรณ์ไปที่ไหนครับ ที่ประชุมใหญ่อีกใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นที่ผมตั้งข้อสังเกต ๓ กระบวนการนี้ด้วยความเปึนห่วงครับ ด้วยความเปึนห่วงว่าถ้าทั้ง ๓ ขั้นตอนนั้น ขั้นตอนที่ ๒ กับขั้นตอนที่ ๓ นี่ผมเชื่อว่าโดยวิธีปฏิบัติแล้วถูกแทรกแซงโดยฝ์ายการเมืองยาก โดยเฉพาะ ๙ ท่าน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งการเมือง องค์คณะทั้ง ๙ ท่านนั้นเลือกแล้วหมุนเวียนกันไปไม่มีซ้ําไม่ได้ตั้งไว้ถาวร และยิ่งที่ประชุมใหญ่ จํานวน ๑๑๐ กว่าท่าน โอกาสแทรกแซงยาก แต่สิ่งที่ผมตั้งข้อเปึนห่วงก็คือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็ต้องมีภาระ รับผิดชอบในการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้มันโยงไปที่ที่ประชุมใหญ่ ผลจากวิกฤติป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ จนแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องยอมรับครับว่า สังคมไทยขณะนั้นไม่มีฝ์ายนิติบัญญัติ ไม่มีฝ์ายบริหาร ภาพรวมทางสังคมนั้นยอมรับ องค์กรที่มีบทบาทสําคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาบ้านเมืองก็คือตุลาการ วันนี้ที่ผมฝาก ประการแรกนี้ก็คือเนื่องจากทั้ง ๓ ขั้นตอนนี้อยู่ในอํานาจของที่ประชุมใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นการใช้อํานาจนี้อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบได้ ผมยกตัวอย่างในขั้นตอนแรก คือการตั้งผู้ไต่สวนอิสระถ้าถูกแทรกแซงเมื่อใดหรือถูกตั้งข้อสังเกตเมื่อใดมันไม่ได้กระทบ ไปถึงแค่องค์กรไต่สวนเท่านั้น มันกระทบไปถึงใครครับ ผู้ที่แต่งตั้งคือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา นี่ประการแรก
ประการที่สอง ที่ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ผมมีข้อสังเกตแล้วก็มี ประสบการณ์บ้างเล็กน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการการได้มาซึ่งผู้ไต่สวนอิสระครับ ซึ่งท่านจะต้องออกเปึนข้อกําหนดโดยศาลฎีกา คุณสมบัติที่ใช้กันตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญซึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ เปึนกลางทางการเมือง ซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ ประโยคนี้เราคิดขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ เพราะเราคิดว่าเปึนคําที่สามารถคลุมได้หมดว่า ต้องเปึนกลางทางการเมือง ต้องซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ เราอยากเห็นองค์กรอิสระ ที่ทําหน้าที่ตรวจสอบมีคุณสมบัติอย่างนี้จริง ๆ แต่ผมจะตั้งข้อสังเกตว่าในอดีต ที่ผ่านมาการไปออกข้อกําหนดเปึนการภายในนะครับ ถ้าจําไม่ผิดก็คือ ประธานศาลฎีกา โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาถ้าผมจําไม่ผิดนะครับ เคยมีตัวอย่างครับ การเลือกผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินให้องค์กรคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินไปออก ข้อกําหนดเองครับ เรื่องการเลือกการคัดสรรภายในก็มีการถกเถียงกันพอไปออกเสร็จแล้ว ใช้คําว่า เมื่อเลือกกันแล้วให้ส่งบัญชีรายชื่อคนที่ ๑ คนที่ ๒ คนที่ ๓ คือบัญชีรายชื่อ ผลที่ตามมาก็นําไปสู่ปัญหายืดเยื้อในการแต่งตั้ง ที่ผมยกประเด็นนี้มาเพื่อกราบเรียน ท่านประธานว่า ข้อกําหนดภายในในการดําเนินการในการจัดทําถ้ามันมีความโปร่งใส เป่ดโอกาสให้ฝ์ายการเมือง เป่ดโอกาสให้ภาควิชาการ เป่ดโอกาสให้สังคมได้รับทราบว่า ข้อกําหนดของท่าน เพราะเรื่องนี้สําคัญที่สุดข้อกําหนดเรื่องการเข้าสู่การทําหน้าที่ การคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพราะฉะนั้นผมเปึนห่วงเรื่องข้อกําหนดนี้ว่า ถ้าเปึนเรื่องทํากันภายในแล้วต่อไปเกิดข้อวิตกวิจารณ์หรือเกิดปัญหาขึ้นมา ความรับผิดชอบก็จะไปอยู่ที่ประชุมใหญ่อีกครับ ดูประเด็นผมนะครับท่านประธาน ผมพยายามโยงไปที่ไหนครับ ที่ประชุมใหญ่จํานวนประมาณ ๑๑๐ ท่านตลอดทุกเรื่อง นอกจากนั้นมีข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือ การเลือกแล้วก็การแต่งตั้งกรรมการ องค์กรอิสระทั้งหลายผมเชื่อว่าท่านประธานทราบดีครับ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็ดี ในทางปฏิบัติก็ดี มีคณะกรรมาธิการวิสามัญในการตรวจสอบคุณสมบัติ ผมสอนหนังสืออยู่ มีหนังสือจากวุฒิสภาส่งไปเยอะมากเลยครับ เวลาเลือกแต่ละชุดให้ช่วยตรวจสอบ ให้องค์กรต่าง ๆ ภาคฝ์ายต่าง ๆ และภาควิชาการตรวจสอบ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็ขอตั้ง เปึนข้อสังเกตว่าอุทาหรณ์ที่เกิดขึ้นมาในวุฒิสภาก็ดีมีการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่จะได้รับ การเลือก ในขณะเดียวกันข้อกําหนดที่ออกภายในก็เคยเกิดปัญหามาแล้ว เพราะฉะนั้น ผมตั้งข้อสังเกตว่าคนที่เปึนกลางทางการเมืองและซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์นี่นะครับ มันเปึนคํา มันเหมือนกับนามธรรมครับ แต่มันจะจับต้องได้ที่ท่านบัญญัติไว้แล้วว่า ให้นํา มาตรา ๓๗ วรรคสอง มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาใช้บังคับ ซึ่งตรงนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้หรอกครับว่า คุณสมบัติที่ท่านตั้งไว้นั้นดีและสูง ผมก็มีข้อสังเกตประเด็นนี้เหมือนกับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน คือท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ในการเลือกองค์กรอิสระที่ผ่านมาเคยมีประเด็นปัญหาว่าคนสมัครน้อย เพราะการกําหนด คุณสมบัติไว้ทําไมครับ ซื่อสัตย์สุจริต เปึนกลางทางการเมือง แล้วถ้าผ่านราชการ ก็ซี ๑๐ อธิบดีขึ้นไป ผมให้ข้อสังเกตประการนี้เพราะว่าท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ได้ตั้งข้อสังเกต ไปแล้วว่า ถ้าฐานกว้างขึ้นผมเชื่อว่าโอกาสที่จะคัดสรรเลือกผู้ไต่สวนอิสระที่ซื่อสัตย์สุจริต เปึนที่ประจักษ์และเปึนกลางทางการเมืองจะมีโอกาสมากยิ่งขึ้น และได้คนดีเข้ามาสู่การ ทําหน้าที่ในฐานะผู้ไต่สวนอิสระมากขึ้น
ประเด็นสุดท้าย ที่ผมอยากจะเรียนว่าดีใจมากนะครับที่ท่านได้นําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่สภา ถ้าผมจําไม่ผิดเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน และโดย บทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้นให้สภาผู้แทนราษฎรทําให้เสร็จภายใน ๑๒๐ วัน แล้วก็วุฒิสภา ภายใน ๙๐ วัน เปึนไปตามมาตรา ๓๐๒ สภาแห่งนี้ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า สมัยประชุมที่แล้ว ๔ เดือนไม่มีกฎหมายเข้าเลยแม้แต่ฉบับเดียวครับได้แต่รอคิว วันนี้ ผมถือว่าเปึนนิมิตหมายที่ดีของรัฐสภาของเราถึงจะเปึนสมัยวิสามัญที่ได้มีโอกาส พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกที่เรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ในท้ายที่สุดนี้ผมขอยืนยันครับว่า ผมเห็นด้วยกับร่างที่ท่านเสนอมาแต่ก็ขอ ตั้งข้อสังเกตดังที่กล่าวแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร เขต ๒ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติที่ได้นําเสนอเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้กระผมอาจจะแสดงความคิดเห็นที่บางอย่างตรงกันข้ามกับท่านสมาชิกที่ได้ อภิปรายไปแล้ว บางอย่างก็อาจจะเปึนการสนับสนุนในความคิดเห็น ในส่วนความเห็น ของกระผมนั้นผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทางศาลฎีกาได้เสนอเข้ามาตามหน้าที่ ที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติบังคับท่านให้เสนอเข้ามา ท่านประธานครับ ถ้าไม่เสนอ เข้ามาก็อาจจะมีข้อตําหนิติเตียนและมีคําครหานินทาได้ เช่น ร่างพระราชบัญญัติ การปราบปรามการทุจริตภาครัฐ และในขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็คงจะกดรับหลักการของท่านทั้ง ๑๒ ข้อ เพราะถ้ากดว่าไม่รับหลักการก็อาจจะขัดกับ ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ กระผมมีข้อสังเกตไปยังท่านผู้เสนอร่างดังนี้ครับ กระผมเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมกําลังถูกทําลาย โดยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติไว้ ถ้าจะอ่านทุกตัวอักษร ค้นเข้าไปหาจนถึงวิญญาณของรัฐธรรมนูญ ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญนี้ได้ยกย่อง การปกครองโดยคน ไม่ได้ยกย่องการปกครองโดยกฎหมาย โดยยกย่องคนบางอาชีพ เท่านั้น เช่น ยกย่องว่าถ้าใครรับราชการเปึนผู้พิพากษาเปึนผู้ซื่อสัตย์สุจริต ถ้าใครเปึน นักการเมืองแล้วเลวร้ายแทบทุกคน กระผมเองอาจจะไม่ยกย่องใครแต่จะพูดความจริง ที่ปรากฏขึ้นในสังคมไทย ท่านประธานครับ ผู้พิพากษาเองนั้นเคยมีวิกฤติตุลาการขึงผ้าดํา ในกระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการตุลาการเคยให้ผู้พิพากษาชั้นศาลฎีกาพ้นจาก ตําแหน่ง แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ไม่ให้พ้นจากตําแหน่ง นั่นคือข้อบกพร่องประการหนึ่งในการวินิจฉัยหรือความเห็นของคณะกรรมการตุลาการ เคยมีข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่าระดับอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ต้องถูกออกจากราชการ เพราะว่าให้ประกันตัวผู้ต้องหาในคดียาเสพติดโดยการรับสินบน สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในทุกวงการ ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะให้ปกครองโดยกฎหมาย โดยหลักนิติธรรม นิติรัฐแล้ว เราไม่ควรยกย่องหรือเหยียดหยามบุคคลในบางอาชีพ หรือยกย่อง บุคคลในบางอาชีพจนเกินจําเปึน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นยังมีคดีบางคดีที่ผมขอหยิบยกขึ้นมาเพื่อเตือนความจําของ สังคมนี้ เช่น คดีเชอร์รี่แอน นั่นคือโศกนาฏกรรมของความยุติธรรม กระผมจะไม่พูด ในรายละเอียดนั่นคือความผิดพลาดของกระบวนการพิจารณา ซึ่งนั่นคือข้อที่จะเตือนและ กระตุกบังเหียนม้าไว้ว่าการที่เราจะมีผู้ไต่สวนอิสระตามรัฐธรรมนูญโดยกฎหมายนี้นั้น จะต้องได้ระมัดระวังว่าผู้ไต่สวนอิสระนั้นได้มีอิสระจริงหรือไม่ กระผมจะพูดไปตาม หลักการ ๑๒ ข้อ บางข้อกระผมจะเว้นครับ
หลักการข้อที่ ๒ ซึ่งเปึนองค์ประกอบในการที่จะเอาผู้ให้ ผู้ขอให้ กระผมเห็นว่าถ้าจะเพิ่มองค์ประกอบความผิดเข้ามาให้แจ้งชัด ตอนช่วงสุดท้ายนั้นบอกว่า ถ้าให้เพื่อจูงใจให้กระทําการอันมิชอบด้วยหน้าที่จึงเปึนความผิด กระผมขอตั้งข้อสังเกต ไปยังผู้เสนอร่างว่าถ้าจะเปลี่ยนองค์ประกอบตรงนี้เปึนว่า เสนอเพื่อจูงใจให้กระทํา ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่อย่างนี้จะดีไหมครับ เพราะอาจจะมีการเสนอให้ สินบนเพื่อให้ท่านกดลงคะแนนซึ่งเปึนการลงคะแนนที่ชอบด้วยหน้าที่นะครับ ผลประโยชน์ทับซ้อนเหล่านี้มีครับ อย่างเช่น ในวันนี้กระผมเข้ามาในห้องประชุม มีชื่อของกระผมไปติดไว้ในที่นั่งที่นั่งเดิมไม่สามารถนั่งได้ กระผมเกิดความคิดว่า ทําไมต้องเอาชื่อของพวกเราไปติดใส่ในที่สมบัติของสาธารณะ อันนี้เปึนสมบัติสาธารณะครับ ถ้าผมไปนั่งที่นั่งของคนอื่นผมมีความผิดไหมครับ มันเปึนการแสดงความเปึนเจ้าของ หรือเปล่า เช่น อาจจะมีนักการเมืองบางคนเอาชื่อ นามสกุล หรือเอาสิ่งที่ตัวเองเกี่ยวข้อง ไปติดไว้ในสมบัติสาธารณะ ผมเคยเห็นมามากครับ ศาลาที่พักริมทางมีชื่อ ส.ส. ติดอยู่ บนหลังคาศาลาที่พักริมทางเยอะแยะ ผมเองเพิ่งได้เปึน ส.ส. ครั้งแรกได้มีโอกาสนั่งเครื่องบิน โดยพี่น้องประชาชนเสียภาษีให้ ผมเห็นบนหัวเครื่องบินการบินไทยเขียนไว้ว่าศรีสุบรรณ ผมก็ไม่ทราบว่าศรีสุบรรณนี่จะเกี่ยวข้องกับศรีสุบรรณที่ถูกเพิกถอนโฉนดที่สุราษฎร์ธานี หรือเปล่า ถ้าเราจะเพิ่มตัวนี้เข้าไปว่า ถ้าอย่างนี้ให้กระทําโดยชอบก็เปึนความผิด เพราะท่านมีหน้าที่ต้องกระทํานะครับ
กระผมจะมาที่หลักการข้อที่ ๓ คือการแสดงบัญชีทรัพย์สินของนักการเมือง ถ้าไม่แสดงบางครั้งอาจจะหลงลืมก็ได้ เพราะบางท่านมีทรัพย์สินจํานวนมาก ถ้ามีน้อย ๆ อย่างผมนี่ไม่มีปัญหาครับ ไม่หลงลืม ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าถ้าจะเพิ่ม องค์ประกอบเข้าไปเพื่อความเปึนธรรมกับนักการเมืองว่า การไม่แสดงบัญชีทรัพย์สินนั้น ถ้ามีเจตนาพิเศษเหมือนกับที่ในกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ต้องมีเจตนา ๒ ชั้น คือมี เจตนาพิเศษครับว่าการไม่แสดงบัญชีทรัพย์สินนั้นเพื่อปกป่ดทรัพย์สินอันตนได้มา โดยการทุจริต ใส่ตรงนี้เข้าไปจะเปึนธรรมกับนักการเมืองบ้างหรือไม่ครับ ถ้าบางท่าน อาจจะละเลย เช่น ตัวอย่างขณะนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านอาจจะ ไม่ได้มีเจตนา ถ้าทรัพย์สินที่ท่านลืมไปนั้นท่านได้มาโดยสุจริต แต่ว่ามันอาจจะหลงลืม เพราะเปึนบริษัท เปึนหุ้นในบริษัทที่เนิ่นนานป้อาจจะ ๒๐ ป้มาแล้ว กระผมเองก็อาจจะมี บัญชีในธนาคารที่ฝากไว้ ๑๐๐-๒๐๐ บาท แล้วบัญชีมันยังไม่ได้ป่ดมันก็หลงลืมได้ แต่ไม่ได้เจตนาที่จะปกป่ดและทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการกระทําการทุจริต ต่อหน้าที่ อย่างนี้จะเปึนธรรมหรือไม่ที่จะเพิ่มองค์ประกอบความผิดตัวนี้เข้าไป โดยต้องมี เจตนาพิเศษว่าถ้ามีเจตนาจงใจเพื่อปกป่ดทรัพย์สินอันตนได้มาโดยการกระทําทุจริตนั้น จึงจะเปึนความผิดต้องพ้นจากตําแหน่งหน้าที่
มาที่หลักการข้อที่ ๖ และข้อที่ ๙ ผมจะรวบ ๒ หลักการนี้เข้ามาพูดเพื่อที่จะ แสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญนี้อาจจะเปึนการกําลังทําลายหลักเมือง คือทําลาย ศาลยุติธรรมอันเปึนที่พึ่งสุดท้ายของพี่น้องประชาชน เมื่อกี้นี้ท่านผู้มีเกียรติ กระผม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านอาจารย์ทิวา เงินยวง ได้พูดทําให้ผมได้คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเกิดข้อผิดพลาดบกพร่องนั้นข้อตําหนิทั้งหมดของสังคมจะระดมไปที่ศาลยุติธรรม ไม่ใช่แต่ท่านศาลฎีกา กระผมเองประกอบอาชีพทนายความได้พูดคุยกับท่านผู้พิพากษาต่างจังหวัด ท่านไม่ค่อย สบายใจหรอกครับที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายต่าง ๆ บังคับให้ผู้พิพากษาเข้ามาเกี่ยวข้อง กับการเมืองหรือให้เข้ามาเสนอกฎหมายเหล่านี้ การที่ ป.ป.ช. ได้ถูกเสนอหรือมีที่มาจาก ศาลฎีกา ผมเชื่อมั่นว่าเปึนการเพียงพอแล้วที่จะไม่ต้องมีผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาอีก การที่ให้มี ผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาอีกนั้นก็เท่ากับว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ไม่เชื่อมั่นใน ป.ป.ช. ว่า ป.ป.ช. นั้นจะทําการเอาผู้กระทําความผิด เอานักการเมืองทุจริตขึ้นตะแลงแกง นี่คือการตบหน้า ป.ป.ช. ครับ เมื่อ ป.ป.ช. เองก็มาจากศาลฎีกา เหตุใดจึงต้องมีผู้ไต่สวน อิสระมาจากศาลฎีกาอีก ในกระบวนการยุติธรรมนั้นผู้จับต้องไม่มีอํานาจสอบสวน ผู้สอบสวนต้องไม่มีอํานาจฟัอง ผู้ฟัองต้องไม่มีอํานาจตัดสิน ผู้ไต่สวนอิสระถ้าจะว่าจริง ๆ ก็คือพนักงานสอบสวนครับ การให้ผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ลดตัวของท่าน ลดเกียรติศักดิ์ของท่านมาเปึนเพียงพนักงานสอบสวนนั้นกระผมเห็นว่า ไม่เปึนธรรมกับท่านผู้พิพากษาศาลฎีกาเปึนอย่างยิ่ง และในการที่จะมีการพิจารณาคดี ผู้พิพากษาเองอาจจะถูกคัดค้านได้ เช่น เปึนญาติสืบสายโลหิต หรือเปึนญาติทางคู่สมรส ความเปึนญาติบางครั้งนามสกุลอาจจะพ้องกันแต่ไม่เคยเห็นหน้ากันเลยนะครับ แต่ความเปึนญาติอย่างหนึ่งซึ่งพระพุทธเจ้าท่านบอกว่า วิสาสาปรมาญาติ ความคุ้นเคย เปึนญาติอย่างยิ่ง ผู้พิพากษาศาลฎีกา ๘๘ ท่านทํางานในศาลอยู่ด้วยกันมีความคุ้นเคย ต่อกันเปึนอย่างยิ่ง เมื่อท่านคัดผู้ไต่สวนอิสระด้วยตัวท่านเอง เมื่อผู้ไต่สวนอิสระเสนอสํานวน ขึ้นมาความลําเอียงจะเกิดขึ้นหรือไม่ ผมไม่ได้กล่าวหานะครับ เพราะความเปึนญาติ ในส่วนนี้น่าจะมี ความที่เชื่อว่าคนคนนี้น่าจะไม่เปึนอย่างนั้น น่าจะไม่เปึนอย่างนี้นั้น ผมเห็นว่าเปึนอันตราย กระผมจึงขอฝากท่านประธานไปถึงท่านผู้ร่างกฎหมายได้พิจารณาว่า ควรจะแก้ไข มีบทบัญญัติ มีข้อกําหนดใดที่จะแก้ไขข้อบกพร่องตัวนี้ เรื่องขององค์คณะ เรื่องที่มาของผู้ไต่สวนอิสระเพื่อให้โปร่งใสต่อสังคม เพื่อให้ข้อกําหนดของท่านได้รับทราบ ทั่วไปว่าในการคัดผู้ไต่สวนอิสระเข้ามานั้นจะให้ผู้ถูกฟัองคดีหรือจําเลยนั้นได้คัดค้าน ท่านหรือไม่ หรือถ้าจะมาดูที่ข้อ ๑๒ ซึ่งกําหนดให้มีการอุทธรณ์เปึนบทบัญญัติที่ดีครับ แต่กําหนดเวลา ๓๐ วันนั้นกระผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงผู้ยกร่างว่าถ้าท่านเอา พระราชบัญญัติการรื้อฟุ๋นคดีอาญาขึ้นมาเปรียบเทียบกําหนดเวลานั้นผู้ถูกพิพากษา คดีอาญาแล้วถ้ามีพยานหลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงว่าเขาเปึนผู้บริสุทธิ์สามารถขอให้รื้อฟุ๋น คดีอาญาขึ้นมาเพื่อพิจารณาใหม่นั้นใช้เวลากี่วันครับ ผมเชื่อว่าระยะเวลาอุทธรณ์ ๓๐ วันนั้น คิดว่าคงจะยังไม่สามารถพบพยานหลักฐานใหม่ว่ามีการสร้างพยานหลักฐานเท็จขึ้นมา จากผู้กล่าวหาหรือไม่ อันนี้ผมไม่ได้บอกว่าคณะไต่สวนอิสระจะนําพยานหลักฐานเท็จ มาแสดงนะครับ แต่หมายถึงว่าผู้ที่ส่งเรื่องเข้ามา ผู้ร้องทุกข์ พยานต่าง ๆ ที่เข้ามานั้น อาจจะมีการสร้างพยานหลักฐานเข้ามาเพื่อยื่นต่อผู้ไต่สวนอิสระก็ได้ นี่คือข้อสุดท้ายที่ผม อยากจะฝากก็คือว่า ถ้าระยะเวลาของการให้อุทธรณ์นั้นยืดออกไปกว่า ๓๐ วัน เปึน ๑ ป้ หรือ ๒ ป้หรือ ๓ ป้ หรือไม่มีกําหนดเวลา ท่านพบพยานหลักฐานว่าผู้ที่เอาพยานหลักฐาน ให้ผู้ไต่สวนอิสระนั้นสร้างพยานหลักฐานเท็จขึ้นมาเมื่อไรตลอดชั่วชีวิตของท่านก็สามารถ ขอรื้อฟุ๋นคดีนี้ขึ้นมาเพื่อเรียกร้องเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของนักการเมืองที่ถูกตัดสินคดีนี้ ได้หรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านทศพล เพ็งส้ม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็คณะท่านผู้ชี้แจงนะครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้เปึนสิ่งที่ผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวนะครับ แต่อาจจะมีความเห็นในทางกฎหมายที่ไม่เหมือนกัน ท่านประธานครับ หลักการและเหตุผลใน (๕) ที่บอกว่า มีการแก้ไขกําหนดวิธีการเลือกองค์คณะผู้พิพากษา ในแต่ละคดี (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๓ วรรคสาม) แต่ปรากฏว่าในร่างรายละเอียดในหน้า ๙ ของมาตรา ๘ ที่แก้ไขมาตรา ๑๓ วรรคสาม เนื่องจากผมไปดูตามพระราชกฤษฎีกาหน้า ๒๑ มาตรา ๑๓ ผมอาจจะไม่ตรงกับท่านก็ได้นะครับ แต่ปรากฏว่าในหลักการตามเอกสาร หน้า ๙ ที่ขีดเส้นใต้ แต่ทั้งนี้จะมีผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาเปึนผู้ได้รับเลือก เปึนองค์คณะผู้พิพากษาเกินกว่าจํานวนสามคนไม่ได้ ผมไปดูตามพระราชกฤษฎีกา ปรินท์ (Print) มาสักครู่นี้แต่ปรากฏว่าในนี้ไม่มีนะครับ ต้นฉบับไม่มี แล้วผมเข้าไปดู กฎหมายอีกหลายฉบับที่ทําขึ้นมานี่ครับ ฉะนั้นผมจึงสงสัยว่าทางคณะผู้ชี้แจงอาจจะ คลาดเคลื่อนนิดหนึ่ง แต่ที่ต่างกันก็ต่างกันนิดเดียว เดิมนี่ได้ระบุว่า ผู้ได้รับเลือกเกินเก้าคน แต่ที่ท่านขอแก้ไขใหม่ เปึน ผู้ที่ได้รับเลือกเกินจํานวนดังกล่าว ก็ฝากท่านนิดหนึ่ง
ต่อไปครับท่านประธานครับ ในส่วนของมาตรา ๕ ที่เพิ่มเติมแล้วก็มีการยกเลิก ของมาตรา ๙ ผมก็อาจจะสนับสนุนท่านนคร มาฉิม ขออนุญาตเอ่ยนาม เมื่อสักครู่นี้ แต่ปรากฏว่าน่าจะเพิ่มเติม ผู้สนับสนุน ผู้ให้ แล้วก็ผู้ขอให้ แล้วก็สนับสนุนผู้รับด้วย แต่ปรากฏว่าเราจํากัดเกินไปเฉพาะผู้ให้กับผู้รับเท่านั้นเองแต่ผู้สนับสนุนนี่ไม่ได้ระบุไว้
อีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้พิพากษาอาวุโส ผมก็เปรียบเทียบดังนี้ครับ ท่านขอแก้ไขมาตรา ๑๓ เพิ่มเติมว่า มีผู้พิพากษาอาวุโส ในศาลฎีกาที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดํารงตําแหน่งแล้ว แต่ปรากฏว่า มาตรา ๓๘ ในศาลอุทธรณ์ ในศาลอุทธรณ์ท่านกลับไม่ได้กําหนดว่าเปึนผู้พิพากษาที่ได้รับ โปรดเกล้าฯ หรือไม่ ทั้งที่มีโอกาสแก้ไขแล้วจําเปึนเหลือเกินนะครับว่าผู้พิพากษาอาวุโส ที่ทําหน้าที่ผู้ไต่สวนอิสระจําเปึนจะต้องเปึนผู้พิพากษาอาวุโสที่ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ดํารงตําแหน่ง
อีกอันหนึ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เดิมทีเดียวผมก็มีความคิด อย่างเพื่อนสมาชิกหลายท่านว่าอํานาจของคณะกรรมการอิสระนั้น ผู้ไต่สวนอิสระนั้น มีอํานาจเช่นเดียวกับ กกต. ป.ป.ช. ขอประทานโทษท่านประธานครับ แต่ปรากฏว่า ในส่วนนี้เองเกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๔๔/๑๒ ว่า การดําเนินการให้ผู้ไต่สวนอิสระมีความเห็น ไม่มีมูลแล้ว เปึนข้อสงสัยว่าเปึนเรื่องที่จําเปึนต้องยุติ และโดยเฉพาะมาตรา ๔๔ (๙) ก็ฝาก ท่านผู้ชี้แจงกับคณะกรรมาธิการวิสามัญครับว่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กําหนด ระยะเวลาแล้วก็เกี่ยวกับคะแนนเสียงตามมาตรา ๒๗๕ ของรัฐธรรมนูญว่ามีคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าท่านยังไม่ได้ระบุของคณะไต่สวนอิสระไว้ว่าการให้ความเห็น หรือทําความเห็นมีมูลหรือไม่มีมูลนั้นใช้จํานวนคะแนนเสียงเท่าใด และโดยเฉพาะ ที่เปึนไปได้ก็อยากจะเสนอว่าให้ผู้พิพากษาอาวุโสจากศาลฎีกาที่คัดเลือกมา มาเปึนประธานองค์คณะเพราะอย่างน้อย ๆ ก็จะมีผู้ใหญ่หรือแม้แต่ท่านกําหนดไว้ ๕ คน ผมเองผมก็ยังไม่เห็นด้วย เปึนไปได้สัก ๗ คนเปึนการถ่วงดุล สําหรับผมเองก็คิดว่า คงรับได้เพียงแต่ว่าฝากท่านผู้ชี้แจงไปทบทวนในหลักการ (๕) นิดหนึ่งครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่านจตุพรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ตามร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ทางศาลฎีกาได้ส่งเรื่องไปยังสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาในวันนี้นั้น กระผมเองในฐานะที่เปึนคนไทยคนหนึ่งและมีความรู้สึกที่ไม่ได้ แตกต่างไปจากคนไทยทั้งหมดก็คือว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองนั้นจะถือว่าเปึนองค์กรเดียวที่มีอยู่ก็ว่าได้ แม้นว่าจะโดยหน้าตาโดยเป่ดเผย ไม่มีใครสามารถหมิ่นศาลได้ แต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองนั้นไม่มีใครไปนินทาเรื่องความยุติธรรมหรือความไม่ยุติธรรม เมื่อครั้งหนึ่งผมเอง ได้ไปกับคณะนักศึกษาของสถาบันพระปกเกล้าไปพบกับท่านผู้พิพากษาที่ท่านได้นั่งอยู่ เวลานี้ล่ะครับ ผมได้พูดเวลานั้นเลยว่าระหว่างผมกับท่านชาตินี้ขอเจอกันที่นี่เพียงแค่ครั้งเดียว เท่านั้นถ้าจะเจอขอให้เปึนที่อื่น แปลความว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองนั้นเปึนสถานที่ที่นักการเมืองไม่มีใครอยากที่จะไป เพราะฉะนั้น ทุกคนก็มีการเฝัารอถึงการทําหน้าที่ของศาลฎีกา ผมเองก็ได้สอบถามเวลานั้นว่าทําไมคดี จึงมีน้อย ปรากฏว่าศาลฎีกาเองจะไม่สามารถพิจารณาได้เลยถ้า ป.ป.ช. ไม่ส่งเรื่องมา กระบวนการขั้นตอนก็จะเปึนอย่างนั้นหรืออัยการสูงสุดไม่ส่งเรื่องมา แต่วันนี้เมื่อเพิ่ม ผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมานั้น ในสถานการณ์ที่เรามีข้อเปรียบเทียบเปรียบเปรยกันในหลาย ๆ ประเด็นกับสถานการณ์ที่เปึนจริง จากเดิมที่ผู้ที่จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองพิจารณาได้นั้นไม่ว่าจะเปึนอัยการสูงสุด ป.ป.ช. และมีการเพิ่ม ผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมา ผมเองได้มองเรื่องนี้ใน ๒ ทิศทางก็คือว่าถ้าผู้ร้องเห็นว่า ในกรณีที่เขายื่นเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่า ป.ป.ช. ไม่รับ หรือดําเนินการล่าช้า หรือดําเนินการไต่สวนแล้วเห็นว่าไม่มีมูลตามความผิด ข้อกล่าวหา แล้วจึงจะให้ยื่นต่อศาลและที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาจะพิจารณาว่าจะตั้ง คณะกรรมการอิสระหรือจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ประเด็นของผมก็คือว่า ณ วันนี้ ในสถานการณ์ที่เรายอมรับความเปึนจริงว่ากระบวนการอิสระหลายองค์กรที่ผ่านมานั้น และกําลังอยู่ในเวลานี้นั้นเปึนองค์กรอิสระซึ่งแต่งตั้งโดยหัวหน้าคณะรัฐประหารไม่ได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ตามคุณสมบัติขององค์กรอิสระ และขณะเดียวกันก็สามารถอยู่ได้ด้วยกฎหมาย โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เรากําลังว่ากันอยู่นี้ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าประชาชนเขาจะแห่ ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า ความรู้สึกอันนี้ไม่ว่าจะเปึนผู้ไปร้องเขา แต่ผมเชื่อสักพักนะครับว่า มีความรู้สึกลึก ๆ เหมือนกัน และผู้ที่ถูกร้องล่ะ ในขั้นต้นบางคนก็อยากว่าอยากให้ศาลฎีกาเปึนคนพิจารณาเขา ตั้งแต่เบื้องต้น แต่พอดูสาระต่อไปนี้แล้วจะตั้งใครมาเปึนผู้ไต่สวนอิสระ ได้มีการระบุว่าให้ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแต่งตั้งโดยกําหนดคุณสมบัติผู้ที่มีความเปึนกลางทางการเมือง ท่านมีความรู้สึกเหมือนกับผมไหมครับท่านประธานว่าการหาคนที่เปึนกลางทางการเมืองนั้น เหมือนกับการไปค้นหามดดําที่เกาะหินดําในคืนข้างแรม ๑๕ ค่ํา ฉันใดอย่างไร อย่างนั้น แปลความว่ามันมืดสนิท และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าแล้วถ้าตั้งคนแล้วมีคนบอกว่า คนนี้ไม่เปึนกลาง เพราะบางองค์กรที่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีการหยิบยกว่าศาลสั่ง จําคุกนั้นก็ได้คัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเช่นเดียวกัน ในบางคน ๑ ใน ๓ คนนั้น ท่านประธานที่เคารพ คุณสมบัติเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ เปึนอารมณ์ที่คนไทย ใฝ์หา ผมยังเปรียบเปรยเสมอว่าสังคมไทยคนไทยไม่ว่าหนังเรื่องเปาบุ้นจิ้นจะฉาย กี่รอบ จะมีการเปลี่ยนตัวดาราจั่นเจาเปึนใคร หวังเฉา หม่าฮั่นจะเปึนใครก็แล้วแต่ แต่คนไทยต้องตามไปดูทุกครั้ง เพราะทุกคนหิวโหยคนที่มีความซื่อสัตย์ คนที่มีคุณธรรม บางช่วงบางเวลาคนไทยไปดูศาลไคฟงมากกว่าคนจีนที่อยู่ในศาลไคฟงเสียอีก แต่ประเด็นของผมก็คือว่าแล้วท่านจะหาคนเหล่านี้ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่าการหาคนที่มีความเปึนกลางทางการเมือง คนที่มีความซื่อสัตย์นั้น ผมขออนุญาตเปรียบเทียบกับองค์กรที่ต้องทํางานกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาเอง ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองแม้ว่ากําลังจะหมดวาระไปแล้วก็ตาม อีก ๒๐ วัน ท่านก็ไปแล้ว แต่ต้องอธิบายความว่า ยกตัวอย่าง คตส. จะมีสถานะเดียวกับ ผู้ไต่สวนอิสระคือจะทําหน้าที่เปึนพนักงานสอบสวนเหมือนกัน คตส. ก็ใช้วิธีเดียวกันก็คือว่า จะต้องส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุด วันนี้บอกว่าอัยการสูงสุดตั้งข้อสังเกตว่าจะต้อง เพิ่มหลักฐานอะไรต่าง ๆ คตส. ขอใช้ทนายฟัองเอง แล้วเรื่องที่สู่ศาลฎีกาก็ต้องส่งไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่นี่ก็เปึนตัวอย่างเรื่องความไม่เปึนกลางอีกประการหนึ่งก็คือว่า การที่ไปคัดเลือกคนที่เปึนปฏิปักษ์ทางการเมืองขึ้นเวทีโจมตี แสดงทัศนคติที่อยู่ใน ฝ์ายตรงกันข้ามมาโดยตลอด เสร็จแล้วมาทําหน้าที่เปึนกรรมการในการสอบสวน ผมจึงบอกว่านี่จะเปึนปัญหาที่จะเปึนตัวอย่างให้กับคณะกรรมการไต่สวนอิสระ เพราะว่า คตส. วันนี้ท่านลองดูเถอะครับว่า ผมเองได้พูดถึงกรณีกรรมการ คตส. คนหนึ่งไปรับเงิน บริจาคแทนองค์กรที่ชุมนุมอยู่ข้างถนนเวลานี้ เสร็จแล้วปรากฏว่าสั่งให้เจ้าหน้าที่ของ สตง. ซึ่งช่วยที่ทําการ คตส. ไปมอบเงินให้ถึงที่ชุมนุม แล้วบอกว่าเปึนผู้ไม่ประสงค์ จะออกนาม พอเรามีการทักท้วงกันก็บอกว่า มีคนจะหิ้วสตางค์มาให้ ๑๐๐ ล้านบาท ดิฉันไม่รับ แล้วก็บอกว่ามีคนไปบอกว่าโง่หรือเปล่าที่จะมารับเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐ ล้านบาทปฏิเสธ อันนี้สิครับเปึนปัญหา ผมบอกถ้าองค์กรที่ดูแล เรื่องการปราบปรามการทุจริตและจะต้องเกี่ยวข้องกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีคนเสนอสินบน ๑๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าไม่มีแจ้งความ ดําเนินคดี หรือเอาคนให้สตางค์ให้สินบนไปดําเนินคดี ผมถามท่านประธานฝากไปยัง ฯพณฯ ศาลว่า คดีอย่างนี้ เกิดตัวอย่างกรณีอย่างนี้ สมมุติว่ามีผู้ไต่สวนอิสระบอกว่า มีผู้มาเสนอเงิน ๑๐๐ ล้านบาท ข้าพเจ้าไม่รับ เสร็จแล้วข้าพเจ้าก็ไม่ดําเนินการอะไรเลย ไม่ดําเนินการตามที่จะต้องเล่นงานในการเสนอสินบาทคาดสินบน ผมบอกว่าเวลานี้ ละครับจะมีคนไปแจ้งความคดี มาตรา ๑๕๗ มันเล่นงานได้คดีเพียงแค่ปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น แต่เรื่องนี้มันสะท้อนอะไรครับ กําลังอธิบายความว่าตัวเองมีความซื่อสัตย์สุจริต เสนอร้อยล้านยังไม่เอา แต่แปลความในทางความรับผิดชอบคนมาให้สินบน ต้องดําเนินคดี แล้วผมถามว่าเรื่องอย่างนี้จะดําเนินการกันอย่างไร ผมจึงบอกว่ากรณี คตส. กําลังจะไป ผมก็บอกว่าการคัดเลือกบุคคลที่มีความเปึนกลางทางการเมือง หรือความซื่อสัตย์มันจะเปึนปัจจัยที่สําคัญ ปัญหาเวลานี้ก็คือว่าความซื่อสัตย์ ความเปึนกลางทางการเมืองอยู่ที่ฝ์ายไหนเขาเปึนคนพอใจ ฝ์ายที่มีความต้องการรุกล่า อีกฝ์ายหนึ่ง เขาก็บอกว่านี่เปึนกลางทางการเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริต คนให้สินบน ร้อยล้านก็ไม่เอา ทั้งที่จริงต้องจัดการดําเนินคดี แต่อีกฝ์ายหนึ่งผู้ถูกกระทํา เขาบอกว่านี่ เปึนคู่ปฏิปักษ์กับเขาไม่เปึนกลาง ผมจึงบอกว่าศาลฎีกานี่แหละที่จะเปึนคนที่จะหาทางออก เรื่องนี้ได้ดีที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าในกรณีอย่างนี้ซึ่งความจริงแล้ว ความเปึนศาลซึ่งผมเองก็เคยวิพากษ์วิจารณ์ มีอยู่ครั้งหนึ่งบางองค์กรจะเอาดอกไม้ไปให้ ศาลฎีกา ผมแสดงความคิดเห็นทักท้วงเลยว่าไปมอบให้กับศาลท่านไม่ได้ ศาลท่าน มีอารมณ์ที่จะรัก อารมณ์ที่จะชอบ อารมณ์ที่จะไม่ชอบกับคนที่จะถูกดําเนินคดีหรือฝ์ายที่ ต้องการดําเนินคดีให้กับอีกฝ์ายหนึ่งไม่ได้ ผมเปึนคนบอกเองว่าอย่าไปดึงศาลท่านลงมา เพราะเราเหลือสถาบันเดียวเท่านั้น นิติบัญญัติท่านก็เห็นสภาพที่กําลังดํารงอยู่ และที่ผ่านมาล้มลุกคลุกคลานกันมาโดยตลอด บริหารก็เช่นเดียวกันเหลือสถาบันเดียว จริง ๆ ที่ยังมีความแข็งแรงอยู่ แต่ประเด็นวันนี้ที่ผมบอกว่า คนจะมีความเชื่อมั่นต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง บางคนที่เขามีความคิดเห็น ที่แตกต่างกับคณะรัฐประหารเห็นว่า ป.ป.ช. ชุดนี้ตั้งโดย พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน คนเดียว ไม่ผ่านกระบวนการพิจารณา กระบวนการสรรหาวุฒิสภาใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้รับการ โปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นคนก็จะแห่ไปยัง ศาลฎีกาอย่างที่ผมบอก แต่ระบบศาลจะเสียขึ้นมาระบบศาลจะเสียในอนาคตก็คือว่า คนที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแต่งตั้งนี่ละครับท่านก็รู้ว่าความเปึนมนุษย์ ท่านตั้งด้วยความสุจริต คิดว่าเขาเปึนกลาง เขามีความสุจริต แต่วันหนึ่งเพราะว่าไม่มีบทคุ้มครองนี่ครับว่า คนที่เปึนกรรมการไต่สวนอิสระจะถูกดําเนินคดี ถูกร้อง ถูกอะไรไม่ได้ ไม่ได้คุ้มเหมือน องค์คณะผู้พิพากษา เพราะฉะนั้นก็จะมีสภาพเดียวกับที่ คตส. หรือแม้กระทั่งการหยิบยก กรณีท่านสุนัย มโนมัยอุดม ซึ่งถูกแจ้งความคดีหมิ่นประมาท เปึนความผิดอาญา เฉพาะส่วนบุคคลแต่ปรากฏว่าคนอีกส่วนหนึ่งก็บอกว่าไปเล่นงานท่านทําไม ท่านเปึน อดีตผู้พิพากษา อดีตเปึนศาล แต่ปรากฏว่าพอข้ามฟากมารับตําแหน่งในฝ์ายบริหารนั้น สิทธิการคุ้มครองต่าง ๆ ไม่ได้รับการคุ้มครองเหมือนที่ศาลท่านได้รับการคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ตํารวจมีคนไปแจ้งความดําเนินคดีต้องออกหมายเรียก ถูกหมายเรียก ๒ ครั้ง ปกติต้องขออนุญาตศาลเพื่อที่จะขอหมายจับแต่ปรากฏว่าตํารวจเองออก ๒ ครั้งแล้ว ยังไม่กล้าขอหมายจับ หมายเรียกเปึนครั้งที่ ๓ อีก แต่ว่าก่อนหมายเรียกคนที่ไปขึ้นศาล คนที่ต้องถูกคดีความเจ้าหน้าที่ตํารวจเขาจะประสานกันก่อนเลยว่ามามอบตัวไหมเขาจะได้ ไม่ต้องออกหมายเรียกแต่ปรากฏว่าขั้นตอนที่จะไปมอบตัวโดยไม่มีเรื่องอะไร ถ้ามีการให้ ปากคําคดีไม่มีมูลตํารวจก็ยกฟัองไม่ส่งให้อัยการทุกอย่างก็จบไปแต่ปรากฏว่า ใช้ความเปึนตัวตนเห็นไหมครับ พอข้ามฟากจากสถาบันตุลาการ ผมจึงบอกว่าอะไรก็ตาม อ้ายนี่คือสิ่งที่สําคัญที่สุดที่จะไปทําลายสถาบันเดียวที่ดีที่สุดที่เหลืออยู่เวลานี้ คุณสุนัย มโนมัยอุดม ถ้าอยู่ในองค์คณะผู้พิพากษาก็ไม่มีปัญหาอะไร ท่านก็อยู่ที่สูง คนกล่าว พาดพิงถึงท่านไม่ได้ หมิ่นก็ไม่ได้ กฎหมายคุ้มครองทุกอย่าง แต่พอข้ามฟากมานั้นเจอคดี หมิ่นประมาทนี่นะครับ อย่างที่ผมบอกว่าตํารวจเขาต้องไปขอหมายจับนี่เขาขอจากศาล แต่วันนี้พยายามอธิบายความว่าฝ์ายบริหารควรทํา ศาลท่านเปึนคนออกหมายจับเอง แต่มีคนบอกอีกว่าจะไม่มีการที่จะไป อยากจะจับให้มาจับ แล้วศาลท่านก็รับตัวกลับ ผมถามว่าคดีนี้จะเดินต่อไปอย่างไร เห็นไหมครับ คตส. เอาอีกแล้ว มีการแจ้งความ ดําเนินคดี มีการออกหมายเรียกและเมื่อไม่ไปตามหมายเรียกก็จะออกหมายจับ ข้าพเจ้า เปึนองค์กรกระบวนการยุติธรรม ข้าพเจ้าไปไม่ได้ ใช้สิทธิอารยะขัดขืน นี่จะเปึนปัญหา อย่างไม่รู้จบ ผมจึงบอกว่าวันนี้ด้วยความเคารพ ด้วยความรู้สึกจริง ๆ ก็คือว่า ระหว่าง นักการเมืองกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือข้าราชการ องค์กรอื่นใดนั้นแน่นอนที่สุดเราต้องการให้มาตรฐานทุกอย่างนั้นเกิดขึ้น แล้วการที่ผม อธิบายความมาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ก็คือว่า ข้อดําเนินการต่าง ๆ นั้นมันจะกลายเปึนจุด เปึนช่องทางเข้าสู่ศาลซึ่งเปึนกระบวนการเดียวที่ยังเหลืออยู่ เพราะฉะนั้นท่านประธาน ที่เคารพ สภาพวันนี้ก็มีสภาพเหมือนกันว่าถ้าผู้ไต่สวนพิเศษเห็นว่ามีมูลส่งให้อัยการสูงสุด อัยการไม่ฟัอง มาตั้งคณะกรรมการร่วมกัน ถ้าไม่ฟัองให้คณะกรรมการไต่สวนไปให้ทนาย ฟัองเองก็มีสภาพไม่ได้แตกต่างไปจาก คตส. กันอีก เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า ในท่ามกลางสิทธิของฝ์ายที่เขาต้องต่อสู้คดีและที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ปัญหาเรื่อง การวิพากษ์วิจารณ์ในช่องของผู้ไต่สวนอิสระนั้นจะเปึนช่องทางของการวิพากษ์วิจารณ์ และจะเกิดความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นการวางกรอบผมเห็นด้วยวันนี้ต้องมี ผู้ไต่สวนอิสระ แต่เปึนความยากลําบากของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอย่างแน่นอน ในการคัดเลือกคนที่มีความเปึนกลาง ซึ่งวันนี้ถ้าตั้งใครถ้าเปึนกลางจริง ๆ ซึ่งหายาก มีคนพอใจ ไม่พอใจ แต่ทั้งหมดนั้นเปึนกระบวนการยุติธรรมที่ฝากไว้กับหน่วยงานที่ท่านยังเหลืออยู่ ประเด็นที่ท่านเพิ่มมานั้นเรื่องการอุทธรณ์ท่านประธานที่เคารพ ผมเองไม่ใช่คนคิดจะ ต้องไปโดนคดีความอะไร แต่ผมเองก็เห็นด้วยว่าคนที่ถูกคดีความนั้นเขาควรมีสิทธิที่จะ ต่อสู้คดี แม้นว่าจะเปึนช่องเล็กน้อยถือว่าเปึนเรื่องเปึนช่อง คนผิดก็ต้องว่าตามผิด อุทธรณ์ จะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าคนกระทําผิดมันยังต้องได้รับโทษการกระทําผิดกันต่อ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเนื้อหาสาระผมไม่ขัดข้อง แต่โดยสาระวิธีการปฏิบัติที่จะไปรองรับในการคัดเลือก บุคคลที่มาทําหน้าที่หรือวิธีการร่างระเบียบรองรับตามกฎหมายฉบับนี้นั้นจะเปึนเรื่องที่ ทางคณะที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะต้องหยิบยกการพิจารณา เพราะท่านเองก็อย่างที่ ผมบอกว่า ๑ ใน ๓ คน องค์กรอิสระก็มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพราะฉะนั้น มันจึงกลายเปึนเรื่องบุคคล วันนี้เมื่อเราบอกว่าเราไม่มีความเชื่อมั่นต่อบางส่วน แต่สุดท้ายวันนี้เราก็ต้องพึ่งกับสภาพที่คนสามารถเลือกได้ ผมเชื่อว่าต่อไปนี้คนจะแห่ไปที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ขอกราบขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน
ท่านสกลธีครับ ที่เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องผู้ไต่สวนอิสระตั้งขึ้นมาเพื่อดําเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงในกรณี ที่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอันสําคัญ ๔ ตําแหน่ง ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภาที่ถูกกล่าวหาว่าร่ํารวยผิดปกติ หรือกระทําความผิดทางอาญาหรือทุจริตต่อหน้าที่ กระผมค่อนข้างเห็นด้วยนะครับที่จะ ระบุให้มีวิธีการพิเศษในการพิจารณาทั้ง ๔ ตําแหน่งที่กล่าวมา เนื่องจากทั้ง ๔ ตําแหน่ง เปึนตําแหน่งที่มีความสําคัญกับประเทศชาติ อย่างตําแหน่งนายกรัฐมนตรีและตําแหน่ง รัฐมนตรีก็มีหน่วยงานสําคัญที่ดูแลกํากับเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นการที่เราใช้ หน่วยงานปกติอิสระในการมาตรวจสอบอาจจะโดนแทรกแซงจากอํานาจทางฝ์าย การเมืองได้ และในส่วนของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาก็เปึนประมุข ของฝ์ายนิติบัญญัติ ซึ่งตามคุณสมบัติก็ควรจะต้องมีความสามารถ ความประพฤติ คุณธรรมจริยธรรม แล้วก็ความรู้ความสามารถเหนือกว่าวิญ็ูชนทั่วไป ดังนั้น การตรวจสอบโดยมีองค์กรใหม่ขึ้นมาเปึนพิเศษก็ย่อมเหมาะสมแล้วก็ถูกต้องสมควรอยู่แล้ว โดยผมอยากจะกล่าวถึงที่มาของแนวคิดในการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ จะเห็นได้ว่าหลายประเทศ ในโลกก็มีการใช้ผู้ไต่สวนอิสระ อย่างเช่น เกาหลี ญี่ปุ์น หรือว่าสหรัฐอเมริกา แต่ในที่นี้ ผมจะกล่าวถึงของประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ เพราะว่าเปึนประเทศที่ใช้ได้อย่างโดดเด่น แล้วก็มีประสิทธิภาพสูง ของประเทศสหรัฐอเมริกาแนวความคิดตั้งขึ้นมาเพราะว่าจะใช้ใน การตรวจสอบกับตําแหน่งสําคัญ ๆ ทางการบริหาร เช่น ตําแหน่งประธานาธิบดี หรือว่า รองประธานาธิบดี โดยเรียกว่า อินดิเพนเดนท์ เคาน์ซิล (Independent council) เปึน หน่วยงานหรือเปึนบุคคลที่ทางอัยการสูงสุดได้เสนอให้ทางศาลอุทธรณ์สหพันธรัฐ โคลัมเบียตั้งที่ประชุมพิเศษเพื่อตั้งบุคคลขึ้นมาพิจารณาคดีความใด ๆ ขึ้น มีตัวอย่างคดี สําคัญมากมายครับที่ผู้ไต่สวนอิสระของสหรัฐอเมริกาได้ไต่สวนแล้วก็ดูแลตรวจสอบ นะครับ จะยกตัวอย่างให้ฟัง อย่างเช่น การล่วงละเมิดทางเพศต่อนางสาวโมนิก้า เลเวนสกี้ ของประธานาธิบดีบิล คลินตัน หรือว่าจะเปึนการใช้อํานาจโดยมิชอบในการเรียกเอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับทางพรรคการเมืองคู่แข่งของประธานาธิบดีบิล คลินตัน เราจะเห็นได้ว่าเปึนคดี ที่สําคัญแล้วก็มีโอกาสสุ่มเสี่ยงที่จะมีอํานาจทางด้านการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้เยอะ เพราะฉะนั้นถ้าอาศัยอํานาจปกติตามธรรมดาองค์กรอิสระก็คงเปึนไปได้ยากที่จะทําคดี หรือว่าตรวจสอบไต่สวนให้บรรลุผล แล้วก็สมประโยชน์กับภาษีของประชาชนนะครับ ผมก็อยากจะกล่าวว่าข้อดีของระบบผู้ไต่สวนอิสระของอเมริกาที่ศึกษามานี่ก็คือ มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน คือเท่าที่ทราบมาจะมีกรอบระยะเวลาในการตั้งครั้งหนึ่ง ประมาณ ๒ ป้ อย่างที่เพื่อนสมาชิกบางคนได้อภิปรายไปแล้ว แล้วก็สามารถต่อได้อีก ๑ ป้ แล้วก็มีความเปึนอิสระสูง ทางฝ์ายบริหารหรือประธานาธิบดีจะเข้าไปยุ่งไม่ได้นะครับ เพราะว่าเปึนองค์กรไต่สวนที่ตั้งแยกต่างหาก จะยกเลิกได้ต่อเมื่อทางอัยการสูงสุด มีความเห็นที่เพียงพอเสนอให้ยกเลิก ส่วนข้อดีของระบบของทางสหรัฐอเมริกาอีกข้อหนึ่ง คือเรื่องงบประมาณที่ค่อนข้างทุ่มเทเข้าไปในการพิจารณาคดีนะครับ จะเห็นได้ว่า ปัญหาของหน่วยงานอิสระของประเทศไทยที่ผ่านมาจะมีปัญหาทางด้านงบประมาณ อยู่โดยตลอด เพราะว่าการได้รับงบประมาณมีไม่เพียงพอ เพราะเนื่องจากคดีแต่ละคดี วัตถุประสงค์ที่เราตั้งผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาเพื่อให้ตรวจสอบเปึนคดีที่สําคัญแล้วก็เปึน การดําเนินคดีต่อบุคคลสําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าค่าตอบแทนหรือว่างบประมาณในการใช้ทําคดี มีน้อยไม่เพียงพอ การจะดําเนินไปให้ถึงจุดสําเร็จของคดีย่อมเปึนไปได้ยากครับ ทีนี้ผมจะ ขอกล่าวเรียนท่านประธานถึงการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระระบบของประเทศไทย ตามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ตามร่างพระราชบัญญัติที่ทางศาลฎีกาผู้ชี้แจง ได้ยื่นมานะครับ ของไทยจะอยู่ในร่างพระราชบัญญัติ มาตรา ๔๔/๖ คือจะให้ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาประชุมคัดเลือกบุคคล ๕ คนที่มีคุณสมบัติเปึนกลาง ทางการเมืองและซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ ซึ่งโดยหลักการแล้วไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่ดี เปึนหลักการที่ดีมาก เพียงแต่ว่าเมื่อบัญญัติตามนี้ล้อมาจากรัฐธรรมนูญก็คงเปึน ภาระหน้าที่ที่เหนื่อยยากของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาที่จะต้องสรรหาบุคคลให้ตรงตาม คํานิยามที่ทางกฎหมายเขียนไว้ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าในประเทศไทยจะมีมากน้อยแค่ไหน ที่มีคุณสมบัติตรงตามกับทางที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องการนะครับ นอกจากความเปึนกลาง ทางการเมืองและความซื่อสัตย์สุจริตที่เปึนที่ประจักษ์แล้ว ทางร่างพระราชบัญญัติก็ได้ บัญญัติถึงคุณสมบัติต่าง ๆ เพิ่มเติมอีก คือให้ล้อของพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๔๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ อย่างเช่น เปึนผู้พิพากษาไม่ต่ํากว่าชั้น ๖ หรือเคยรับราชการไม่ต่ํากว่า ระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า แล้วก็มีลักษณะของความประพฤติหลาย ๆ อย่างต้องเปึน ผู้ประพฤติดีอยู่ในศีลธรรมซึ่งส่วนตัวผมเห็นว่าเหมาะสมอยู่แล้ว เพราะว่าการที่เราจะตั้ง องค์กรอิสระที่สําคัญมาไต่สวนบุคคลสําคัญ เพราะฉะนั้นความประพฤติหรือว่าวุฒิภาวะ หรือวุฒิการศึกษาย่อมต้องสูงครับ ควรจะต้องมีกําหนดแบบแผนให้ชัดเจน แล้วก็ตั้งขั้นต่ํา ให้สูงเข้าไว้เพื่อที่จะทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยข้อดีนะครับ ข้อดีของการตั้งผู้ไต่สวนอิสระในความคิดของผมถือว่า เปึนทางเลือกใหม่ เพราะจากเดิมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของป้ ๒๕๔๒ เป่ดโอกาส ให้ผู้ฟัองร้องมีแค่อัยการแล้วก็ทาง ป.ป.ช. ทีนี้ก็เปึนการเป่ดโอกาสให้มีหน่วยงานใหม่ขึ้นมา เพราะว่าในบางครั้งอย่างที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วว่าทางอัยการก็อาจจะมี ปัญหาในทางสังคมถึงความเปึนกลาง เนื่องจากเปึนหน่วยงานที่ค่อนข้างอิงอยู่กับทาง การเมืองมาโดยตลอดนะครับ และในส่วนของ ป.ป.ช. ในบางครั้งถ้าไม่รับการไต่สวน หรือดําเนินการล่าช้า หรือไต่สวนแล้วไม่มีข้อมูลตามข้อกล่าวหา จึงเป่ดโอกาสเปึนทางเลือก ให้ผู้เสียหายได้มายื่นต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้ตั้งผู้ไต่สวนได้ ผมเห็นว่าเปึนข้อดีนะครับ เพราะว่าเปึนทางเลือกให้กับผู้เสียหายได้ฟัองคดีกับบุคคลสําคัญ
ส่วนข้อดีประการที่ ๒ ที่ได้กล่าวไปแล้วเปึนความสามารถของที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาให้เลือกคนที่มีความรู้และเปึนกลางทางการเมืองและซื่อสัตย์สุจริต รวมถึง มีประสบการณ์ในการพิจารณาคดี ก็เป่ดช่องไว้ดีครับในการที่เราจะหาบุคคลที่มี ความสามารถ ความรู้ และความประพฤติเหมาะสม แล้วก็ศาลยุติธรรมคงเปึนที่พึ่งของ ประชาชนในการหาบุคคลให้ตรงตามคํานิยามเข้ามาทําหน้าที่ผู้ไต่สวนอิสระ
ส่วนข้อดีข้อสุดท้ายที่ผมเห็นว่าค่อนข้างมีความสําคัญ แล้วก็ดีมากที่บรรจุ อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ คืออํานาจในการฟัองเองตามมาตรา ๔๔/๑๑ เพราะจากเดิมจะมีปัญหาโดยตลอดในคํามั่นของผู้ฟัองที่ยื่นต่ออัยการ แล้วอัยการ ตีสํานวนกลับให้สอบใหม่ และบางครั้งไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ถึงประเด็นที่จะยื่นฟัอง ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เป่ดโอกาสให้ทางผู้ไต่สวนอิสระมีอํานาจในการฟัองเอง หรือแต่งทนายเอง ในกรณีที่ตั้งตัวแทนมาคุยกับอัยการแล้วไม่เปึนที่ยุติ ข้อนี้ผมเห็นว่าดีมาก เปึนการอุดช่องโหว่จากประสบการณ์ในอดีตที่เราอาจจะเห็นได้จาก คตส. นะครับ
ส่วนข้อดีมีเยอะ แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน ผมจะกล่าวสั้น ๆ ถึงข้อเสียเพื่อให้ ทางผู้ชี้แจงได้ไปปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการ
ข้อเสียข้อแรก ในบางกรณีความผิดบางประการจะมีหน่วยงานของรัฐ เท่านั้นที่เปึนผู้เสียหาย ทําให้บางครั้งหน่วยงานของรัฐอาจจะเกรงกลัวหรือว่าไม่กล้า ในการใช้สิทธิยื่นคําร้องหรือจะประวิงเวลา เพราะว่าในบางครั้งลูกน้องต้องไปยื่นฟัองนาย ซึ่งเปึนนายกรัฐมนตรีหรือว่ารัฐมนตรีที่กํากับดูแลหน่วยงานนั้น เราก็อาจจะเห็น อย่างตัวอย่างที่ผ่านมาว่ามีหน่วยงานบางแห่งก็ประวิงเวลาล่าช้าในการยื่นคําฟัองกับ ตัวรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีที่เคยกระทําผิดพลาดมา ก็อยากจะให้ทางผู้ชี้แจงอาจจะขยายความของผู้เสียหาย หรือว่าหาวิธีการในการเป่ดกว้าง มากขึ้นให้ผู้เสียหายที่เปึนหน่วยงานของรัฐในคดีที่หน่วยงานของรัฐเปึนผู้เสียหาย ได้มีโอกาสยื่นทางอื่นนะครับ
แล้วก็ข้อเสียประการหนึ่ง ก็อยากจะให้การดําเนินการของผู้ไต่สวนอิสระ เปึนไปด้วยดีแล้วก็มีประสิทธิภาพสัมฤทธิผลเหมือนกับของประเทศสหรัฐอเมริกา มันต้องใช้งบประมาณมหาศาล ดังจะเห็นได้จากตัวอย่าง เช่น อย่างคดีของนายบิล คลินตัน ที่ได้แต่งตั้งอัยการคือ คิวเน็ท สตาร์ ขึ้นมาทํานี่ใช้งบประมาณหลวงของรัฐไปกว่า ๔๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ผลที่สุดก็ไม่สามารถยื่นถอดถอนประธานาธิบดีได้ อันนี้ก็เปึน จุดอ่อนคือการจัดงบประมาณอยากให้จัดให้เหมาะสมแต่ว่าไม่ควรมากเกินไป คือให้เหมาะสมแก่การที่ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
อีกประการหนึ่งของข้อเสียนะครับว่า การตั้งผู้ไต่สวนจะเปึนการซ้ําซ้อนกับ อํานาจหน้าที่ของอัยการหรือไม่ แต่ส่วนตัวผมก็อาจจะมองได้ว่าซ้ําซ้อนแต่ว่าอันเปึนกรณี พิเศษ เพราะว่ากรณีนี้เราดูเฉพาะ ๔ ตําแหน่งสําคัญเท่านั้น คือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภานะครับ ข้อนี้ก็พอรับฟังได้ครับ
ส่วนข้อเสนอแนะสุดท้ายที่ผมอยากจะเสนอผู้ชี้แจงให้ลองกลับไปพิจารณาดู แล้วก็มาคุยกันดูในชั้นกรรมาธิการ คือควรจะระบุการคัดค้านผู้ไต่สวนอิสระเอาไว้ด้วย เพราะในบางกรณีถึงแม้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเปึนที่ยอมรับในแง่ของคุณธรรมจริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริตตั้งบุคคลขึ้นมาแล้วบางครั้งอาจจะผิดพลาดได้ดั่งตัวอย่าง ที่เคยเห็นมาในอดีตนะครับ และถ้าให้ดีควรมีมาตราที่ระบุถึงหลักการตรวจสอบ ผู้ไต่สวนอิสระด้วย เพราะว่าการที่เราจะไปตรวจสอบใครสักคนหนึ่งนั้นตัวเราเองนี่ต้องสะอาด แล้วก็พร้อมให้คนอื่นตรวจสอบเรากลับด้วยครับ
แล้วก็ข้อเสนอแนะข้อที่สอง เรื่องงบประมาณที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ควรจัดให้เหมาะสมแก่ฐานานุรูปแล้วก็ให้มีประสิทธิภาพในการทํางานให้คล่องตัว และให้เปึนอิสระจากหน่วยงานต่าง ๆ ถ้างบประมาณเราไปผูกติดไว้กับหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งก็อาจจะเปึนช่องทางที่ทําให้โดนแทรกแซงจากฝ์ายการเมืองได้นะครับ
ส่วนข้อเสนอแนะข้อที่สาม ก็ตามหลักของผู้ไต่สวนของสหรัฐอเมริกา ผมก็อยากจะให้ทางผู้ชี้แจงได้กําหนดกรอบเวลาในการดําเนินคดีให้ชัดเจน ไม่ทราบว่า เราเป่ดทิ้งไว้ตลอด เพราะว่าในบางครั้งเราอาจจะพูดได้ว่าเปึนคดีสําคัญสังคมจับตา แต่มันไม่มีกฎหมาย หรือว่าไม่มีข้อบังคับใดจะบังคับว่าเราควรต้องทําคดีให้จบภายใน เมื่อไร ก็อาจจะเปึนต้นเหตุของการประวิงเวลาทําให้การดําเนินคดีล่าช้าได้ก่อให้เกิด ความเสียหายครับ
ส่วนข้อเสนอแนะข้อที่สี่ ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าไม่ควรให้ตั้งอัยการ เปึนผู้ไต่สวนพิเศษ เพราะว่ามันก็จะเปึนการซ้อนอยู่แล้ว เพราะว่าคนที่จะมาร้องกับ ผู้ไต่สวนเขาคงจะต้องหนีมาจากชั้นอัยการ เพราะถ้าเราตั้งอัยการเข้ามาอีกผมว่ามันก็จะ เปึนการซ้ําซ้อน ควรจะคัดเลือกจากผู้พิพากษาหรือไม่ก็บุคคลอื่น สาขาอื่นที่มี ความเชี่ยวชาญทางเรื่องที่ไต่สวนครับ
อีกประเด็นหนึ่งนอกจากผู้ไต่สวนอิสระที่ผมค่อนข้างเห็นด้วยคือ การอุทธรณ์ เพราะว่าการตรวจสอบ ตรวจทาน การทําใด ๆ ก็ตามย่อมเปึนผลดีมากกว่า การทําเพียงชั้นเดียวอยู่แล้ว แล้วก็ให้โอกาสกับผู้ที่ถูกร้องได้แก้ตัวอีกชั้นหนึ่งนะครับ อย่างเช่น ท่านผู้ที่อภิปรายไปก่อนหน้าผมที่บอกว่าคนเราถ้าทําผิดอย่างไร พิพากษา มาอย่างไรผลก็ต้องออกมาเหมือนเดิมเพื่อเปึนการค่อนข้างให้ชัวร์แล้วก็แน่นอนกว่าครับ
โดยสรุปครับ กระผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติ ที่สําคัญ แล้วก็ควรจะต้องผ่านเพื่อบังคับใช้อย่างรวดเร็วนะครับ โดยหลักการทั้งหมดทางผม ก็ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะว่าได้ล้อให้สอดคล้องกับทางรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพียงแต่ว่า รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ คงจะต้องมาคุยแล้วก็ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เพราะว่าเรื่องผู้ไต่สวน อิสระเปึนเรื่องใหม่ยังไม่เคยใช้ในสังคมไทยมาก่อน แล้วก็ค่อนข้างสําคัญ แล้วก็เกี่ยวข้อง โดยตรงกับตําแหน่งสําคัญทางการเมืองและมีอํานาจคล้าย ๆ กับ ป.ป.ช. ซึ่งอํานาจค่อนข้างมากก็จึงต้องกําหนดกฎเกณฑ์แล้วก็คุณสมบัติ กติกาให้ชัดเจน ให้เชื่อมั่นได้ว่าการตั้งขึ้นมาตั้งแล้วจะเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติและคุ้มค่าภาษีอากร ของประชาชนอย่างแท้จริงนะครับ ก็ให้สมกับที่ศาลยุติธรรมเปึนที่พึ่งของประชาชน มาโดยตลอด ขอบพระคุณครับ
เชิญดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา คดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตามที่ทางศาลฎีกาได้เสนอมาต่อที่ประชุมนี้ ในเบื้องต้นถึงแม้ผมจะมีข้อที่ไม่เห็นด้วยอยู่หลายเรื่องแต่ก็มีความเห็นใจตามที่ได้รับ การชี้แจงแล้วก็ดูตามที่ปรากฏในร่างที่เสนอมานี้บอกว่าส่วนใหญ่ก็คือเปึนการแก้ไข ตามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นก็หมายความว่าในเนื้อหาสาระที่ท่านเสนอมา ก็เพื่อให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว สภาแห่งนี้ก็คงจะไปแก้ไขอะไรได้ไม่มาก นี่เปึนข้อสังเกตข้อที่ ๑ นะครับ
ข้อที่ ๒ ก็คือส่วนที่เปึนการแก้ไขจริง ๆ ก็คือมีการเปลี่ยนแปลงองค์คณะ ของผู้พิพากษา ซึ่งก็จะทําให้มีความชัดเจนขึ้นนะครับ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมก็อยากจะฝากข้อสังเกตไว้ดังต่อไปนี้นะครับ
ประเด็นแรก ก็คือการที่เรานําระบบผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตามที่กําหนดไว้ใน หมวด ๔/๒ สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงข้อดีของการนําระบบผู้ไต่สวนอิสระเข้ามาว่า ก็เปึนการเพิ่มอีกช่องทางหนึ่งที่จะทําให้มีผู้ที่จะสามารถที่เปึนโจทก์เพิ่มเติม เปึนผู้ร้อง ให้มีการดําเนินคดีต่อนักการเมืองและบุคคลอื่นตามที่กฎหมายกําหนดไว้เพิ่มขึ้น นอกจากอัยการสูงสุดแล้ว นอกจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้วก็จะมีผู้ไต่สวนอิสระ เพิ่มขึ้นด้วย เมื่อกี้มีสมาชิกท่านผู้มีเกียรติได้เรียนต่อที่ประชุมไปบอกว่าผู้ไต่สวนอิสระนี้ ได้ใช้มาแล้วในหลายประเทศ แล้วก็ใช้ได้ดี แต่ผมเองก็ยังเกรงอยู่ว่าระบบผู้ไต่สวนอิสระ ที่นํามาบัญญัติไว้ในร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ก็คงจะเปึนครั้งแรกที่เรานําเข้ามา เพราะฉะนั้นสิ่งที่หลายประเทศเขาใช้และเขาประสบความสําเร็จ ผมเองก็ไม่แน่ใจว่า ถ้าเรานําเข้ามาใช้ในทันที โดยที่การทําความเข้าใจกับประชาชน การสร้างองค์ความรู้ การสร้างกระบวนการพิจารณาของผู้ไต่สวนอิสระนั้นเรายังไม่มี แล้วเราก็นําเอาระบบ ที่มันประสบความสําเร็จแล้วในต่างประเทศเข้ามาใช้ในทันที สิ่งนี้ผมเห็นหลายครั้งแล้ว ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เราไปยกเอาของสําเร็จรูปจากต่างประเทศมา กว่าที่เขาจะพัฒนา พัฒนาขึ้นมาเปึนสถาบัน เปึนองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ มีบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือเข้ามา ทําหน้าที่มีกระบวนการที่ชัดเจนในการทําหน้าที่จนเปึนที่เชื่อถือของสังคมของเรานั้น นําเข้ามาทันทีแล้วก็จะเริ่มใช้ ถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับต่อไป เพราะฉะนั้น ลําพังเพียงที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔๗ ที่สมาชิกหลายท่านได้ลุกขึ้นมาอภิปรายแล้ว บอกว่าผู้ไต่สวนอิสระนั้นจะต้องมีความเปึนกลางทางการเมือง และมีความซื่อสัตย์สุจริต เปึนที่ประจักษ์ เราเคยประสบปัญหาอย่างนี้อยู่เสมอในการหาบุคคลที่จะเข้าไป ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระที่มีอยู่ในประเทศไทย เราก็มีข้อความอย่างนี้อยู่แล้ว หาบุคคลที่เปึนกลางทางการเมืองคือใครครับ คือใคร นี่คือคําถามที่จะต้องถาม เพราะปรากฏว่าในหลักเกณฑ์ที่ศาลจะออกไปดําเนินการนั้น ท่านจะออกหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งเท่านั้น ส่วนคุณสมบัติและหน้าที่อื่นอาจจะมี การกําหนดต่อไปก็จริง แต่ว่าในการสรรหาบุคคลที่จะมาทําหน้าที่อย่างนี้ได้ ผมคิดว่า คงจะเปึนปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไปอีกเหมือนกันจนกว่าเราจะมีกระบวนการที่มีการริเริ่ม แล้วก็ฝ๊กใช้ เริ่มใช้พอสมควรก่อน แต่เนื่องจากเราเห็นว่าเขามีและก็ทําได้ดี แล้วเรา ก็นํามาใช้ทันที อันนี้ก็เปึนสิ่งแรกที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ
เรื่องที่สองที่อยากจะตั้งข้อสังเกตไว้เหมือนกันในมาตรา ๔๕ (๕) ที่ท่าน บอกว่า ให้ผู้เสียหายจากการกระทําดังกล่าวยื่นคําร้องต่อศาลเพื่อขอให้ที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาตั้งผู้ไต่สวนอิสระก็ได้นะครับ ผู้เสียหายในที่นี้คือใคร ไม่ได้กําหนดไว้อย่างชัดเจน อาจจะหมายถึงผู้เสียหายที่มาจากการกระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ แต่ก็ไม่ได้ บอกว่าคือใคร เพราะฉะนั้นอาจจะแปลว่าใครก็ได้ที่เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานวุฒิสภาถูกกล่าวหาว่าร่ํารวยผิดปกติ แล้วใคร ก็ตามอาจจะเปึนผู้เสียหายไปก็ได้อย่างนั้นใช่ไหมครับ หรือมีการกระทําผิดต่อตําแหน่ง หน้าที่ราชการ วันดีคืนดีก็ไม่รู้ใครลุกขึ้นมาบอกข้าพเจ้าคือผู้เสียหาย แล้วก็ไปร้องเรียน ขอให้มีการดําเนินคดีต่อบุคคลดังกล่าว ในมาตรา ๔๔ (๗) ข้อความในวรรคสอง อ่านแล้ว อาจจะมีข้อความที่อาจจะไม่ชัดเจนอยู่บ้าง ที่บอกว่า เมื่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ พิจารณาแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระแล้วให้ศาลแจ้งการแต่งตั้งดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ และให้ส่งสํานวนและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปยังศาลฎีกา ตรงนี้ผมก็ ยังสงสัยอยู่ว่าตกลงที่บอกให้ส่งสํานวนให้ใครส่ง ให้ ป.ป.ช. ส่ง หรือให้ศาลส่ง อันนี้ อาจจะสามารถแก้ได้เพื่อให้มีความชัดเจนได้ ต่อไปนะครับ
เรื่องที่สําคัญครับท่านประธาน ที่มีสมาชิกบางท่านได้พูดไว้บ้างแล้วก็คือ การอุทธรณ์ ในหมวดนี้ถ้าเทียบกับที่เปึนกฎหมายเดิม ที่บัญญัติขึ้นไว้ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นไม่มีการอุทธรณ์ แต่พอมาถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มีบัญญัติ การอุทธรณ์เพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งหลายท่านได้พูดไปบ้างแล้วว่าก็จะดูดีขึ้น แต่ผมอยากจะ เรียนต่อที่ประชุมนี้ว่า มาตรา ๔๔ (๑๕) ที่บัญญัติว่าจะอุทธรณ์ได้นั้นจะต้องเปึนกรณีที่มี พยานหลักฐานใหม่ ซึ่งอาจทําให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญ และต้องยื่นต่อ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ศาลมีคําพิพากษา ท่านประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่าการเขียนอย่างนี้เปึนการอุทธรณ์หรือไม่ ทราบว่าในชั้นการพิจารณา ก็มีการถกเถียงกันอยู่เหมือนกันในชั้นการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ว่าในที่สุด มันก็ปรากฏออกมาอย่างนี้ คือหลักของการดําเนินคดีเมื่อผ่านการพิจารณา ของศาลชั้นต้นแล้วการอุทธรณ์เปึนสิทธิอย่างหนึ่งเพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีนั้น เปึนไปอย่างเที่ยงธรรมที่สุด อย่างน้อยถ้าอุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้ก็ยังสามารถ ที่จะอุทธรณ์ข้อกฎหมายได้อยู่เสมอ แต่ถ้าท่านบัญญัติขึ้นมาไว้อย่างนี้ว่าการที่จะ อุทธรณ์ได้นั้นจะต้องเปึนกรณีที่มีพยานหลักฐานใหม่ ผมก็คิดว่าถ้าเปึนเรื่องของการที่มีพยานหลักฐานใหม่ที่จะทําให้คดีเปลี่ยนแปลงไปนั้น มันไม่ใช่การอุทธรณ์แต่เปึนการขอให้รื้อฟุ๋นคดีใหม่ คนละเรื่อง อย่างนั้นผมไม่แน่ใจว่า การมาบัญญัติกฎหมายอย่างนี้บัญญัติผิดที่หรือไม่ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าท่านสมาชิก ทั้งหลายก็คงจะต้องกลับมาดูให้รอบคอบขึ้นอีกครั้งหนึ่ง การจะอุทธรณ์ผมได้เรียนไปแล้ว ว่าจะหมายถึงสิทธิที่จะอุทธรณ์นะครับ ส่วนการที่พบว่ามีพยานหลักฐานใหม่ซึ่งอาจทําให้ คดีเปลี่ยนแปลงไปนั้นน่าจะเปึนเรื่องของการรื้อฟุ๋นคดีใหม่ตามกฎหมายว่าด้วยการรื้อฟุ๋น คดีที่มีอยู่แล้ว แต่แน่นอนครับท่านประธาน ผมก็เชื่อว่าท่านผู้ที่มาชี้แจงท่านก็คงบอกต่อ ที่ประชุมนี้ว่า ก็รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่ บัญญัติไว้อย่างนี้ ท่านก็คงทําอะไรไม่ได้ มากกว่านี้เพราะต้องเขียนให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับนี่คือตัวอย่างอันหนึ่ง หลายท่านอาจจะคิดว่า อ้อ อาจจะพบเหตุผลอีกข้อหนึ่งแล้วที่จะต้องมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ เพื่อให้ความเปึนธรรมกับนักการเมืองมากขึ้น ท่านประธานครับ ข้อนี้ผมก็อยากจะเรียนต่อท่านประธานและฝากเรียนไปยังท่านสมาชิกทั้งหลายว่า พวกเราเปึนนักการเมืองอย่างน้อยนักการเมืองเองก็ต้องการความยุติธรรม เมื่อถูก ดําเนินคดีโดยศาลก็น่าจะมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ได้ อย่างนั้นสิทธิของการอุทธรณ์ในชั้นนี้ ก็น่าจะให้สิทธิที่จะอุทธรณ์ในข้อกฎหมายเปึนสิทธิที่เรียกว่าเปึนหลักกฎหมายที่สําคัญ เปึนหลักนิติธรรมอย่างหนึ่ง และการที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงก็น่าจะให้ทําได้ ตามหลัก ที่สากลเขารับรองกันอยู่ แต่อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วมันติดขัดอยู่ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ไว้อย่างนี้ แล้วท่านก็เสนอกฎหมายมาให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญที่ได้บัญญัติไว้ เพราะฉะนั้นถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพื่อให้ความเปึนธรรมแก่นักการเมืองและผู้ที่จะ ไปขึ้นศาลนี้ได้รับความเปึนธรรมมากขึ้น ผมคิดว่าจําเปึนที่จะต้องมีการแก้ไขในเรื่องนี้ เพื่อให้เปึนไปตามหลักสากลมากขึ้นต่อไปและเปึนหลักที่สากลเขายอมรับในเรื่องของ การอุทธรณ์คดีนะครับ
ผมอยากฝากข้อสังเกตขึ้นต่อไปอีกนะครับว่าระบบของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนี้ในมาตรา ๕ ก็ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ในการดําเนินคดีนั้น ในการพิจารณาคดีให้ศาลยึดสํานวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือผู้ไต่สวนอิสระแล้วแต่ กรณีเปึนหลักในการพิจารณาและอาจไต่สวนหาความจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตามที่เห็นสมควรก็ได้ คนที่เรียนกฎหมายก็จะทราบอ่านมาตรา ๕ นี้รู้ทันทีว่าระบบที่ศาล จะนํามาใช้นั้นไม่ใช่ระบบกล่าวหาที่เปึนระบบที่ศาลไทยศาลยุติธรรมใช้ระบบนี้อยู่ตลอด และตุลาการของประเทศไทย ศาลไทยก็ถูกฝ๊ก ถูกสอนให้ใช้ระบบกล่าวหามาอยู่ตลอด นี่คือระบบไต่สวน ซึ่งผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าศาลไทยจะมีความเชี่ยวชาญเพียงพอหรือยัง แล้วเราก็นําระบบไต่สวนนี้ขึ้นมาใช้อย่างเต็มรูป เพราะอะไรครับ ก็เพราะบอกให้ศาล ไปยึดสํานวนของ ป.ป.ช. หรือผู้ไต่สวนอิสระก็ทําให้ย้อนกลับไปคิดออกไปอีกว่า อ้อ เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. บอกว่ามีมูลหรือคณะกรรมการไต่สวนอิสระบอกว่ามีมูลสังคม ก็จะบอกว่าเห็นไหมผิดไปแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาจะตกเปึนจําเลยในสังคมทันที ตรงนี้พอบอก ว่าให้ยึดสํานวนของ ป.ป.ช. หรือผู้ที่เปึนแบบกรณีเปึนหลักศาลก็ต้องยึดเปึนหลักแต่ท่าน ก็ยังดีที่จะเขียนติ่งขึ้นมาอีกนะครับว่า และอาจไต่สวนหาความจริงพยานหลักฐานเพิ่มเติม ด้วยตามที่เห็นสมควร แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าในท้ายที่สุดแล้วนี่นะครับ ศาลจะไปไต่สวนหาความจริงเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างมากเชื่อว่าเปึนอย่างนั้นก็คือ ยึดสํานวนอย่างนี้เปึนหลักอยู่แล้ว เห็นหรือยังครับว่าถ้าอย่างนั้นก็จะย้อนกลับไปทาง หลักของการพิจารณาบอกว่าถ้าอย่างนั้น ป.ป.ช. และผู้ไต่สวนอิสระทําหน้าที่อะไร ทําหน้าที่ชี้มูลความผิดหรือเปึนพนักงานสอบสวน หลายท่านบอกว่าหน้าที่ของ ป.ป.ช. กับผู้ไต่สวนอิสระนั้นเหมือนกับพนักงานสอบสวน แต่ถ้าเขียนอย่างนี้มันไม่ใช่ครับ เขียนอย่างนี้ก็แปลว่าให้กรรมการ ป.ป.ช. หรือผู้ไต่สวนอิสระทําหน้าที่เสมือนหนึ่งเปึน ศาลชั้นต้นเพราะท่านชี้มูลความผิดเข้าไปแล้ว แล้วก็เสนอเรื่องนี้ไปยังศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเพื่อตัดสินคดีต่อไป นี่คือหลักที่สําคัญ อย่างยิ่งที่ผมอยากจะให้มีการพิจารณาทบทวนกันต่อไปเมื่อถึงเวลานะครับ บทบาทของ อัยการสูงสุดในกฎหมายนี้แทบจะไม่มี เพราะท่านก็รับสํานวนมาจากอาจจะเปึนของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือผู้ไต่สวนอิสระแล้วก็ดําเนินคดีไปตามนั้น นี่ก็เปึนข้อสังเกต ที่ผมอยากจะเรียนต่อที่ประชุมว่า เรื่องที่มีความสําคัญมาก ๆ ก็คือเรื่องการอุทธรณ์ การที่ไปตัดสิทธิไม่ให้มีการอุทธรณ์ และแถมยังจํากัดสิทธิอุทธรณ์ไว้เฉพาะเมื่อพบ พยานหลักฐานใหม่นั้นเห็นไหมครับ ท่านกําหนดเวลาอีกนะครับ ๓๐ วัน ใน ๓๐ วัน เมื่อตัดสินไปแล้วจะมีพยานหลักฐานใหม่ขึ้นมาได้อย่างไร ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า มีความบกพร่องในการพิจารณาในระหว่างนั้น พยานหลักฐานมันน่าจะพบได้อยู่แล้ว ถ้าจะมีพยานหลักฐานใหม่จึงไม่ใช่เรื่องการอุทธรณ์ เปึนอีกเรื่องหนึ่งคือการรื้อฟุ๋นคดี อย่างที่ผมได้เรียนมาแล้ว นี่เปึนข้อที่อยากจะให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้พิจารณากันอย่างจริงจัง และผมก็คิดว่าวิธีการแก้ไขนั้นอาจจะไม่สามารถที่จะแก้ไขในชั้นของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ก็คงจะต้องไปแก้ไขที่ต้นตอของมันก็คือรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ สุดท้ายที่ผม อยากจะเรียนด้วยก็คือว่า การที่มีการตั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองขึ้นมานี้เปึนศาลเดียวแล้วก็จบไปในตัว หลายท่านอาจจะคิดว่านี่คือศาลสูง ผมบอกไม่ใช่ครับ ก็เปึนศาลธรรมดานี่แหละ เพียงแต่มีองค์คณะพิเศษ เอาตุลาการที่มี ความเชี่ยวชาญหน่อยก็คือเปึนผู้พิพากษาจากศาลฎีกา ผมคงไม่ปฏิเสธความเชี่ยวชาญ ความชํานาญการของผู้พิพากษาของศาลฎีกา แต่ระบบมันไม่ใช่อย่างนั้น พอบอกให้ไป ดําเนินคดีที่ศาลฎีกาเลยแล้วก็ตั้งแผนกหนึ่งขึ้นมามันยังไม่ใช่ศาลสูงครับ น่าจะถือเพียง ได้ว่าเปึนศาลชั้นต้นอย่างหนึ่ง เพียงแต่ใช้ผู้พิพากษาศาลฎีกาเท่านั้นมาเปึนผู้พิจารณาคดี เพราะฉะนั้นมันก็ต้องย้อนกลับมาที่เรื่องสิทธิของการอุทธรณ์ซึ่งจะต้องต่อเนื่องกันไปด้วย ผมอ่านดูในบทความที่มีผู้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า แนวคิดที่จะให้มีศาลสูง พิจารณาคดีของนักการเมืองในบางประเทศที่มีมานั้น เขาใช้เฉพาะในกรณีที่มีความผิด ฐานทรยศต่อประเทศเท่านั้น แต่ไม่ใช่มาใช้ในความผิดที่เปึนเรื่องความผิดต่อตําแหน่ง หน้าที่ธรรมดา ถ้าเปึนความผิดอย่างนี้ก็ขึ้นไปศาลธรรมดา ซึ่งผมก็เชื่อว่าศาลไหนก็ตาม จะต้องมีผู้พิพากษาที่เปึนอิสระ มีความเปึนธรรมก็สามารถที่จะให้ความเปึนธรรมได้ เพราะฉะนั้นการปรับระบบอย่างนี้คงจะต้องมีการปรับระบบให้เปึนสากลกันมากขึ้น ให้มีความเปึนธรรมกันมากขึ้น อย่าได้มองว่านักการเมืองเปึนบุคคลที่ชั่วร้าย อย่าได้ มองว่านักการเมืองนั้นมีอิทธิพล นักการเมืองก็ต้องการความเปึนธรรมเหมือนกัน หลายคนได้สละประโยชน์ต่าง ๆ มาทําหน้าที่ทางการเมือง ต้องการเห็นประเทศชาติ มีความเจริญ ต้องการเห็นประชาชนมีความเปึนสุข แต่ว่าเมื่อตกเปึนผู้ถูกกล่าวหาจะต้อง ไปที่ศาลนี้แห่งเดียวแล้วก็จบเท่านั้น ผมคิดว่าการบัญญัติหลักกฎหมายไว้อย่างนี้ นอกจากจะไม่ให้ความเปึนธรรมแก่นักการเมืองแล้ว ยังเปึนการละเมิดสิทธิมนุษยชน ของนักการเมืองขั้นพื้นฐานด้วย ท่านประธานครับ ก็อยากจะฝากไปยังท่านประธานและท่านสมาชิกทั้งหลายว่าเรื่องนี้ ผมคิดว่ามีความสําคัญ และถ้ามีโอกาสเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ขอให้นําเรื่องนี้ มาพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง และถ้าจะมีศาลอย่างนี้อีกก็ขอให้มีระบบที่สร้างความเปึนธรรม กับนักการเมืองมากขึ้นด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณไมตรี สอยเหลือง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อผมได้อ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองฉบับที่ศาลฎีกาเปึนผู้เสนอ ส่วนใหญ่แล้วมีความเห็นด้วย ในหลักการและเหตุผล แต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างเพียงเล็กน้อยที่อยากจะฝากท่านประธาน ไปถึงศาลฎีกาผู้เสนอ ส่วนใหญ่แล้วในสิ่งที่ไม่เห็นด้วยหรือว่ามีความเห็นแย้งท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติก็ได้อภิปรายไปเปึนจํานวนมากแล้วก็จะไม่อภิปรายซ้ําให้เสียเวลาผู้อภิปราย คนต่อ ๆ ไป ผมจึงขออภิปรายในประเด็นเดียวคือประเด็นหมวด ๔/๓ การอุทธรณ์ ในมาตรา ๔๔/๑๕ ในร่างเขียนไว้ว่า ในกรณีที่ผู้ต้องคําพิพากษาของศาลมีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งอาจทําให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปในสาระสําคัญผู้นั้นอาจยื่นอุทธรณ์ต่อ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลมีคําพิพากษาได้ ประเด็นนี้ ผมมีความเห็นว่าเปึนการจํากัดสิทธิผู้เสียหายที่จะอุทธรณ์ ผมมีความเห็นว่าน่าจะให้สิทธิ ผู้เสียหายที่ต้องคําพิพากษาได้อุทธรณ์โดยไม่มีข้อความที่ผมได้อ่านไปแล้วเริ่มตั้งแต่ พยานหลักฐานใหม่ เพราะหากให้มีพยานหลักฐานใหม่ขึ้นมา ถ้าให้อุทธรณ์มันก็ เหมือนกับว่าเปึนการพิจารณาคดีใหม่ ผมจึงขอฝากท่านประธานไปยังศาลฎีกาผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้โปรดพิจารณาในมาตรา ๔๔/๑๕ ด้วย ส่วนใหญ่แล้วผมจะ เห็นด้วยในหลักการและเหตุผลจึงไม่มีประเด็นอื่นที่จะอภิปรายเพิ่มเติม เพื่อเป่ดโอกาสให้ สมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอื่น ๆ ได้อภิปรายต่อไป ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน
คุณวิเชียร ขาวขํา ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ข้อความในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีหลักการที่นําเสนอสู่ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ๑๒ ข้อ แล้วก็แก้ไขเพิ่มเติม ๑๕ มาตรานั้น โดยปกติก็จะต้องนําเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งจะมีการตั้งขึ้นหลังเสร็จสิ้น การพิจารณาในครั้งนี้ แต่กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเรื่องสําคัญอยู่เรื่องเดียว ก็คือเรื่องกระบวนการได้มาแล้วก็เรื่องกระบวนการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ท่านประธานครับ องค์กรตุลาการของเรานั้นถือว่าเปึนที่พึ่งสุดท้ายของพี่น้องประชาชน และรวมทั้ง นักการเมืองด้วย การที่กระบวนการตุลาการ หรือบุคลากรในตุลาการนั้นก่อนที่จะเข้า ปฏิบัติหน้าที่นั้นจะต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เรียกว่า ปฏิบัติ หน้าที่ในพระนามาภิไธยของพระมหากษัตริย์ แต่ว่าผู้ไต่สวนอิสระนั้นในอนาคตไม่มี ข้อความใดที่จะพูดถึงเมื่อได้มาจากกระบวนการสรรหาขององค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแล้ว กระบวนการต่อไปนั้นจะให้เขาดํารงตําแหน่งด้วยวิธีการใด ซึ่งท่านทั้งหลายที่เปึนศาล ดํารงตําแหน่งด้วยพระนามาภิไธยในพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นในขั้นตอนต่อไป ที่จะให้เขาดํารงตําแหน่งนั้นและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอะไร ในฐานะเปึนตัวแทน ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอย่างเดียวอย่างนั้นหรือ ในขั้นตอนต่อไปจะนําความ กราบบังคมทูลเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยหรือไม่ แล้วเขาจะได้ปฏิบัติหน้าที่ ในพระนามาภิไธยในพระมหากษัตริย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันนี้มันเกิดวิกฤติ ศรัทธาอยู่เรื่องหนึ่ง ผมเห็นอยู่ข้างถนนก็พูดถึงการแทรกแซงศาลในสภาหลายท่านก็พูด จบลงไป พูดถึงเรื่องการแทรกแซงศาล ผมอยากจะกราบเรียนผ่านไปยังคณะผู้พิพากษา หรือฝ์ายตุลาการว่าท่านมีความรู้สึกไหม คําที่เขาพูดว่า แทรกแซงศาล คําพูดข้างถนนก็พูด ในสภาก็พูด ถ้าผมเปึนศาลผมฟัองแล้วถือว่าหมิ่นศาล คําว่า แทรกแซงศาล นี่พูด ในสภาบ่อยมาก แล้วพูดนอกสภาอยู่ข้างถนนแถว ๆ ราชดําเนินก็พูดทุกวัน อย่างนี้ ท่านปฏิบัติหน้าที่ในพระนามาภิไธยในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าถามย้อน กลับมาว่า คนที่นั่งอยู่ตรงนี้อย่างพวกเราถ้าปฏิบัติหน้าที่ในพระนามาภิไธยในพระมหากษัตริย์ พวกท่านยอมที่จะให้ถูกแทรกแซงหรือไม่ ผมย้อนกลับมาตรงผู้ไต่สวนอิสระ ฝากไว้ ๒ เรื่อง คือ ๑. ที่มาไม่ติดใจ ที่มาคือจากองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา แต่ว่าที่ไปนี่คณะกรรมาธิการ ที่จะไปประชุมกันต้องกําหนดที่ไปว่าไปแล้วจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอะไร อันที่ ๒ ก็คือ ผู้ไต่สวนอิสระเปึนเพียงบุคคลเดียวหรือองค์คณะ ถ้าความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะเปึน องค์คณะ ไม่น่าจะเปึนบุคคลคนเดียว และประการสุดท้ายคือว่า ท่านผู้ที่เปึนผู้พิพากษา จะเปึนผู้ตัดสินชี้ขาดในอรรถคดี หลังจากผู้ไต่สวนอิสระและคู่ความ คู่กรณีดําเนินการ สืบสวน สอบสวน แล้วก็ไต่สวนกันเสร็จสิ้นแล้วนี้มีความสําคัญยิ่ง คําว่า แทรกแซง หรือเข้าไปก้าวก่ายองค์กรตุลาการหรือศาลนั้น ผมเชื่อในเกียรติภูมิ เกียรติยศศักดิ์ศรี ซึ่งได้มาโดยพระนามาภิไธยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของท่าน เพราะฉะนั้น คําว่า ผู้ไต่สวนอิสระ นี้จะมีความสําคัญน้อยกว่าองค์คณะผู้พิพากษา เพราะฉะนั้น จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาว่า พวกเราที่เปึนนักการเมืองก็เปึนประชาชนคนธรรมดาเหมือนกันก็พร้อมที่จะเข้าสู่ กระบวนการ ถ้าพวกเรามีการถูกร้องหรือกระทําความผิด แต่เชื่อว่าเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครที่ต้องการจะเข้าสู่กระบวนการนี้แน่นอน แต่ว่าเวลาท่านใดที่อาจจะพลั้งเผลอ อย่างที่เกิดขึ้นในอดีต พลั้งเผลอที่เข้าสู่กระบวนการนี้ ขอให้ท่านผู้พิพากษาที่จะอยู่ใน องค์คณะนั้นคํานึงถึงเกียรติภูมิของท่านด้วยเท่านั้นเอง ขอบคุณครับ
คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงวันนี้ ต้องขอบคุณทางคณะผู้พิพากษาที่ได้ทําหน้าที่ ทั้ง ๆ ที่ความจริงไม่ใช่หน้าที่หลักของท่านเลยคือการยกร่างกฎหมาย แต่เผอิญรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้กําหนดให้เปึนภาระหน้าที่ของทางศาลที่จะต้องเสนอกฎหมายฉบับนี้ท่านจึงต้อง ทําหน้าที่ซึ่งไม่ได้เปึนภาระหน้าที่ที่คุ้นเคยกับอาชีพหลักตามปกติของท่าน แต่ก็ต้อง ยอมรับว่าท่านทําหน้าที่ได้ดีครับ อย่างน้อยก็ดีพอสมควร ที่ผมเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่า ถ้าหากว่าไปดูในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนเอาไว้เยอะ ถึงกฎหมายที่จะเปึนเรื่องที่สําคัญของการบริหารประเทศในการดูแลสังคมของเรา ให้มีความเปึนธรรมแล้วก็น่าอยู่ ผมใช้คําว่าน่าอยู่ เพราะว่าถ้าสังคมมันไม่มีความเปึนธรรม ไม่มีความชอบธรรมมันอยู่ไม่ไหว กฎหมายหลายฉบับในรัฐธรรมนูญนี้ได้เขียนไว้เปึนหน้าที่ ของรัฐบาล ซึ่งได้กําหนดเอาไว้ว่าภายใน ๑ ป้บ้าง ๒ ป้บ้าง แล้วก็หนึ่งในนั้นเปึนหน้าที่ ของทางศาลก็คือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ก็คือสิ่งที่เราได้กําลังพิจารณาจะพูดกันในวันนี้ ในการพิจารณาวันนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่า ก็มีเพื่อนสมาชิกแสดงความคิดเห็น อย่างกว้างขวางหลายเรื่อง แล้วก็ประเด็นที่สําคัญที่สุดที่มีการปรับปรุงแก้ไขกันก็คือ การที่จะต้องให้สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ความจริงกฎหมายฉบับนี้ มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าต้องปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้อง แล้วประเด็นที่สอดคล้อง ต้องสอดคล้องนั้นที่สําคัญและไม่เคยเกิดขึ้นอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนพูดไปก็คือ เรื่องของต้องมีผู้ไต่สวนขึ้นมา ประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานก็คือในกรณี อันนี้หลายอย่างแม้เราเห็นด้วยหรือเราไม่เห็นด้วยในร่างที่ทางศาลได้ส่งเข้ามานั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าทั้งหมดท่านได้เขียนตามหลักเกณฑ์ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกหลายท่านอาจจะมีความไม่เห็นด้วยในบางเรื่อง ผมเองบางเรื่อง ก็ไม่เห็นด้วยแต่ว่ามันเปึนรัฐธรรมนูญครับ เชื่อมั่นว่าแม้ทางศาลเอง ผู้พิพากษาเอง หลายท่านก็อาจจะคิดว่าทําไมเขียนมาอย่างนี้ แต่เพราะว่ามันเปึนไปตามที่รัฐธรรมนูญ เขียนไว้ท่านจึงจําเปึนต้องเขียนหลายอย่างที่สอดคล้องกลับมาในนี้ แต่ว่าในส่วนที่เปึน ประเด็นหลักที่ทําให้เปึนหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร แล้วซึ่งในอนาคตก็ต้องมี คณะกรรมาธิการวิสามัญมา ก็เพราะว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กําหนดเอาไว้ว่า ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้ไต่สวนก็จะต้องไปว่ากันในเรื่องของอํานาจหน้าที่อะไร ต่าง ๆ อีกหลายเรื่อง ซึ่งก็จะกลายเปึนเรื่องของกฎหมายที่จะต้องเกิดขึ้นใหม่ ซึ่งผมเข้าใจว่า ก็มาทําหน้าที่ในเรื่องของกฎหมายฉบับที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้ เพราะฉะนั้นกฎหมาย ฉบับนี้ไม่ได้เปึนแต่เพียงที่จะมาบอกว่าเปึนการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เท่านั้นนะครับ แต่ว่าจะเปึนการกําหนดภารกิจขอบเขต รวมไปถึงอํานาจหน้าที่วิธีการไต่สวนและการดําเนินการอื่นที่จําเปึนของผู้ไต่สวนอิสระ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะเจ้าของร่าง ผมใช้คําว่าเจ้าของร่าง ก็แล้วกันนะครับท่านประธานว่าหลายเรื่องในนี้ โดยหลักการก็คงไม่มีใครไม่เห็นด้วย วันนี้การลงมติในวาระแรก วาระรับหลักการก็คงจะไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ประเด็นสําคัญ ผมคิดว่าต้องไปอยู่ในการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็กลับมาสภา ในวาระ ๒ วาระ ๓ ผมดีใจอย่างหนึ่งครับว่าคณะที่ผู้ร่างเปึนผู้ที่เชี่ยวชาญ ด้านกฎหมายทั้งนั้น แล้วก็เชื่อมั่นว่าในการพิจารณาก็คงจะมีความเปึนกลางในแง่ของความคิดเห็นก็คือว่า ช่วยกันรับฟังความคิดเห็นของฝ์ายสมาชิกที่เข้าไปเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม เพื่อที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข ที่ผมเรียนอย่างนี้เพราะว่าที่ผ่านมาหลายฉบับครับ ที่เปึนร่างของทางรัฐบาลแล้วก็คณะเจ้าของร่างไม่ค่อยฟัง พอไม่ค่อยฟังเสร็จออกมา บางครั้งก็ทําให้เกิดความเสียหายอย่างที่ปรากฏไปแล้วหลายฉบับ ผมอยากกราบเรียน เปึนอันดับแรกในเรื่องที่ต้องพิจารณาอยู่ในฉบับนี้นะครับท่านประธาน ประเด็นเรื่องของ การแต่งตั้งองค์คณะผู้พิพากษาที่จะเข้ามาทําหน้าที่พิจารณาอะไรต่าง ๆ ที่มีการปรับปรุง ให้สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมไม่ค่อยได้ติดใจเท่าไร แต่ถ้าหากว่า ไม่ได้เปึนคณะกรรมาธิการเพราะว่าคงจะต้องไปอยู่ที่คณะอื่นก็คงจะต้องขออนุญาตแปรญัตติ เข้าไปในหลายเรื่อง แต่ก็ต้องขอถือโอกาสนี้กราบเรียนผ่านท่านประธานไปเพื่อเปึน แนวทางหรือว่าเปึนข้อสังเกตให้ท่านที่เข้ามาเกี่ยวข้องเปึนเจ้าของร่างหรือที่จะไปเปึน คณะกรรมาธิการไปพิจารณาในรายละเอียดตามแนวทางที่ผมคิดว่าต้องขออนุญาต ท่านประธานขึ้นมากล่าวในที่นี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หัวใจของกฎหมาย ฉบับนี้มันไปอยู่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๕ ที่บอกว่า วางหลักไว้ว่าในกรณี ที่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองต่าง ๆ ถูกกล่าวหาว่าร่ํารวยผิดปกติ แล้วก็กระทําความผิด ต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกระทําความผิดต่อตําแหน่ง หน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นก็ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองมีอํานาจพิจารณาพิพากษา ตามวรรคแรกของมาตรา ๒๗๕ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าท่านประธานได้กรุณาดูให้ดีท่านประธานจะเห็นว่ามันจะมี ความผิดอยู่ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็คือเปึนความผิดที่ไม่เกี่ยวกับความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา คือความผิดในกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าร่ํารวยผิดปกติ อันนี้ ไม่มีอยู่ในกฎหมายอาญา แปลว่า การกระทําความผิดฐานร่ํารวยผิดปกติมันไม่มีบัญญัติ โทษไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ไม่มีความผิดฐานจําคุกที่ต้องไปติดคุกนะครับ แต่ว่า ความผิดอื่นครับ เช่น กระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมาย อาญาเห็นไหมครับ หรือการกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ ตามกฎหมายอื่น ตรงนี้ครับท่านประธาน มันเปึนความผิดที่เปึนอาญาแผ่นดิน ที่ผม กราบเรียนท่านประธานตรงนี้ก็เพราะว่าเมื่อเช้าท่าน ขออภัยเอ่ยนาม ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ได้กราบเรียนท่านประธานเอาไว้ในกรณีของเรื่องผู้เสียหาย ถ้าหากท่านประธานดูตรงนี้ จะเห็นได้ชัดครับว่าในความผิดที่ ๒ ที่ผมเรียนว่ามันเกี่ยวข้องกับความผิดทางกฎหมาย อาญานั้นมันมีความชัดเจนว่าใครคือผู้เสียหาย ตามหลักกฎหมายของเรามันมีกฎหมาย ง่าย ๆ อยู่ ๒ ฉบับ คือกฎหมายแพ่งกับกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งดูการกระทบสิทธิ ไม่ได้ดูเรื่องความเสียหายเปึนหลัก ผู้ใดถูกละเมิดสิทธิก็มีสิทธิที่จะฟัองคดีทางแพ่ง ในทาง อาญานี่ครับที่ต้องเปึนผู้เสียหาย ทีนี้ในความผิดอาญามันชัดเจนว่าความเสียหายหรือ ผู้ที่ได้รับความเสียหายนั้นใครคือผู้เสียหายที่จะดําเนินการ แต่ว่าในความผิดอันแรกที่ผม ได้กราบเรียนท่านประธานว่าผู้ถูกกล่าวหาว่าร่ํารวยผิดปกติ ถ้าท่านประธานอ่านต่อไป จะเห็นว่าในรัฐธรรมนูญที่เราจะต้องดําเนินการปรับปรุงแก้ไขนี่นะครับไปเขียนต่อเอาไว้ ในวรรคท้าย ๆ ของวรรคสี่ บอกว่า ผู้เสียหายจากการกระทําความผิดดังกล่าวจะยื่น คําร้องต่อคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติให้ดําเนินการตาม มาตรา ๒๕๐ (๒) แล้วก็หรือจะไปตามขั้นตอนต่อ ๆ ไปจนถึงเรื่องของผู้ไต่สวนอิสระ ประเด็นที่ผมอยากจะขอตั้งเปึนข้อสังเกตและฝากท่านประธานไปยังคณะผู้ร่างและผู้ที่จะ ทําหน้าที่คณะกรรมาธิการวิสามัญก็คือว่า ผมได้ตรวจดูร่างตรงนี้ไม่มีความชัดเจนในคดี ที่เกี่ยวกับเรื่องของร่ํารวยผิดปกติใครคือผู้เสียหาย เราจะถือว่าใครคือผู้เสียหายที่จะเปึน ผู้มีสิทธิ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็คงจะทราบว่าในคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง โดยตรง ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมักจะเกี่ยวข้องกับกรณีความผิดที่ ๑ มากที่สุด คือ เรื่องของการร่ํารวยผิดปกติ ส่วนเรื่องของการใช้อํานาจหน้าที่ไม่ชอบ ไปทุจริตต่อหน้าที่ อันนั้นอีกประเด็นหนึ่งแต่น้อย ประเด็นที่มักจะถูกกล่าวหาคือเรื่องของการทุจริต เรื่องของ การคดโกง ใช้ภาษาอย่างนี้ง่าย ๆ แล้วร่ํารวยผิดปกติ ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ก็คือว่า กลัวกฎหมายมันเขียนมาแล้วก็ใช้ไม่ได้เพราะไม่รู้จะใช้อย่างไร ใครคือผู้เสียหายในกรณีร่ํารวยผิดปกติที่จะไปขอใช้สิทธิที่เรากําลังจะบอกว่าเปึนของใหม่ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองวันนี้แล้วรวมไปถึงเรื่องของการไต่สวนอิสระ เพราะถ้าหากว่าตรงนี้ ไม่มีความชัดเจน ท่านประธานครับ ท้ายที่สุดหาไม่ได้ครับว่าใครคือคนที่เปึนเจ้าของสิทธิ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญหรือที่จะเขียนในกฎหมายลูกที่เรียกว่ากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ส่วนในกรณีเรื่องของทุจริตต่อหน้าที่หรือใช้อํานาจหน้าที่โดยมิชอบ ในความผิดที่ ๒ นั้นไม่ค่อยเปึนปัญหา เพราะว่าการพิจารณาว่าบุคคลคนนั้นมีลักษณะ หรือไม่ สามารถจับหลักในกฎหมายอาญามาเปึนเกณฑ์ในการพิจารณาถึงเรื่องความเปึน ผู้เสียหายได้ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมคิดว่าถ้าหากว่าเราจะมุ่งไปในจุดเรื่องของการ ปัองกันการทุจริตประพฤติมิชอบที่ไม่ได้ไปถึงขั้นไปดําเนินคดีอาญา หรือว่าไปพิสูจน์กัน ในชั้นว่าโกงในเรื่องของมีหลักฐานอะไรก็แล้วแต่ แต่เปึนเรื่องของร่ํารวยผิดปกติ ตรงนี้ผม ดูแล้วในที่ร่างเข้ามาไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนและยังไม่ได้วางแนวเอาไว้เปึนกรอบ ซึ่งผมคิดว่า ตรงนี้ไม่ควรที่จะไปเปึนแนวหรือเปึนกรอบที่จะออกเปึนระเบียบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หรือให้ท่านประธานศาลฎีกาหรือหัวหน้าแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องของสิทธิเสรีภาพ เปึนเรื่องของความถูกต้องชอบธรรม ซึ่งตามหลัก ทฤษฎีกฎหมายแล้วควรจะเปึนหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะเปึนคนบัญญัติสิทธิ หรือกําหนดกรอบแนวทางไว้ให้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเปึนเรื่องแรก และเปึนเรื่องสําคัญและเปึนหัวใจของกฎหมายฉบับนี้ที่คงจะต้องขออนุญาตฝาก ท่านประธานไป เพราะหากว่าตรงนี้ไม่มีความชัดเจนในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ กลับเข้ามาในวาระ ๒ วาระ ๓ แล้วผมคิดว่าตรงส่วนนี้คงจะทํางานได้ลําบากแล้วก็คงจะ ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์เปัาหมายตามที่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้กําหนดไว้ หรือที่กฎหมายลูกที่ท่านได้พยายามปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องจะทําหน้าที่ได้
ในประเด็นที่ ๒ ที่อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะเจ้าของร่าง แล้วก็ที่จะไปเปึนตัวหลักอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็คือในเรื่องของผู้ที่จะทําหน้าที่ เปึนผู้พิพากษาที่เข้ามาทําหน้าที่พิจารณาคดี ซึ่งในมาตรา ๗ ได้ปรับปรุงแก้ไขมาตรา ๑๓ ไว้ว่า เมื่อมีการฟัองคดีต่อศาลให้ประธานศาลฎีกาเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือก ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษา อาวุโสในศาลฎีกาที่รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดํารงตําแหน่งแล้วเปึน องค์คณะผู้พิพากษาเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีโดยเร็ว แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสิบสี่วันนับแต่ วันยื่นฟัองคดี ตรงนี้ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผิว ๆ เผิน ๆ ก็ไม่มีอะไรมาก ผมดูอย่างนี้ต้องถามว่าทําไมเขาถึงแก้ตรงนี้ เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญถ้าหากว่า ท่านประธานไปดูตรงนี้ไม่มีนะครับ ไม่มี ผมเข้าใจว่าที่ท่านต้องแก้ตรงนี้เอาไว้เข้าใจว่า อาจจะเปึนเพราะว่าต้องการให้เกิดความชัดเจนว่าใครในระดับไหนที่จะมีโอกาสมีสิทธิ จะได้ไม่ต้องเกิดการโต้เถียงกัน แต่สําหรับผมในแง่ที่เคยอยู่ในฝ์ายการเมืองมานานแล้ว ผมคิดว่าตรงนี้ถ้ามองในแง่ร้ายก็คือว่าเปึนการป่ดช่องไม่ให้มีการวิ่งเต้นกันครับ ถ้าไม่มี ความชัดเจนอย่างนี้ ท่านประธานครับ ในระหว่างดํารงตําแหน่ง ในระหว่างที่จะมี การแต่งตั้งเกิดจังหวะพอดีแต่งตั้งใครก็ไม่รู้เข้ามาเปึนผู้พิพากษา แต่ยังไม่ทันโปรดเกล้าฯ เข้ามาเปึนได้เลยครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมคิดว่าที่เขียนไว้นี่ แม้ตรงนี้ไม่ได้เขียนไว้ใน รัฐธรรมนูญ แต่ว่าไม่ได้เกินเลย และทําหน้าที่ได้ และผมคิดว่ากําหนดกรอบที่เขียนไว้ ตรงนี้เปึนเรื่องดี แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่าจะใช่อย่างที่ผมบอกหรือเปล่าก็สุดแล้วแต่ แต่ถือว่าเปึนความรอบคอบของทางศาลและของคณะผู้ร่างทีเดียว ตรงนี้ผมขอสนับสนุน แต่มีประเด็นที่อยากจะฝากไว้ตรงนี้ครับว่า บอกว่าแต่ต้องไม่เกิน ๑๔ วันนับแต่วันยื่นฟัอง คดี ผมคิดว่าระยะเวลาต่าง ๆ ที่อยู่ในกฎหมายเราต้องมีความชัดเจนว่าที่มาที่ไป ผมก็ อยากจะทราบว่าท่านเอาหลักเกณฑ์อะไรมาพิจารณาว่า ๑๔ วัน ทําไมไม่เปึน ๗ วัน ทําไมไม่เปึน ๒๑ วัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เกิดความชัดเจนว่าเหตุที่ต้องใช้ ๑๔ วัน เพราะอะไร ทําไม ๒๑ วันมันไม่เหมาะกว่า ๑๔ วัน หรือ ๓๐ วันมันไม่เหมาะกว่า หรือถ้า ให้เกิดความชัดเจนขึ้นมาอีกอันหนึ่งว่าเพื่อสกัดการวิ่งเต้นหรือจัดตั้งคนเข้ามาเอาสัก ๗ วันเลยดีไหม เพราะฉะนั้นต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมคิดว่าคงจะต้องมาทําความชัดเจนกันอีก อันหนึ่ง
แล้วก็หลักเกณฑ์อีกอันหนึ่งซึ่งผมคิดว่าก่อนจะข้ามไปเรื่องประเด็นหลักคือ เรื่องผู้ไต่สวนอิสระที่คงต้องขออนุญาตท่านประธานกล่าวไว้ตรงนี้ ก็คือที่รัฐธรรมนูญได้เขียนเพิ่มเติมมาใหม่ในเรื่องของการใช้อํานาจตามหมวดนี้นะครับ ก็คือเราจะใช้กับผู้ที่เปึนตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน รวมถึงผู้ให้ ผู้ขอให้หรือรับว่า จะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลตามวรรคหนึ่ง คือผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองด้วย ผมคิดว่าตรงนี้จะเปึนหัวใจและประเด็นสําคัญอีกอันหนึ่งของเรื่องนี้ ความจริงคนที่กระทําความผิดเราต้องถือว่ากระทําความผิดร่วมกันอยู่แล้ว แม้รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันป้ ๒๕๕๐ มาตรานี้วรรคสองไม่เขียนไว้ ผมคิดว่าในทางปฏิบัติจริง ๆ ก็น่าจะใช้ หลักกฎหมายอาญาเรื่องตัวการ ตัวแทน เรื่องของผู้ใช้ ผู้สนับสนุนเข้ามาได้ แต่การที่เขาได้ เขียนเอาไว้เปึนการชัดเจนแบบนี้ ผมคิดว่าจะได้หมดประเด็นปัญหาไป แล้วการที่กฎหมาย ฉบับนี้มาเขียนล้อตรงนี้เข้าไปก็น่าจะเปึนการย้ําและให้เกิดความชัดเจน แต่ผมอยากจะให้ทํา หน้าที่ด้วยความพิจารณาให้ถ่องแท้ เพราะว่าผมอยากกราบเรียนครับว่า ในทางการเมือง มันลึกซึ้งสลับซับซ้อนมากกว่าคดีกฎหมายปกติที่เราเคยทํางานกันมา มันไม่เหมือนอย่างที่ เราเคยคุ้นกับการทําหน้าที่ผู้พิพากษาในคดีอาญาปกติ มันมีความสลับซับซ้อน มีความลึกซึ้ง ในเรื่องการใช้ เรื่องการสนับสนุน เรื่องการจูงใจ เรื่องของการให้ ผมขอยกตัวอย่างในกรณี ที่หลายคนได้ยกตัวอย่างไปแล้ว ความจริงไม่อยากจะไปยกเรื่องนี้แต่คิดว่ามันก็ได้ เปึนเรื่องเดียวกันไปหมด เช่น กรณีของท่านสุนัย มโนมัยอุดม คือผมอยากกราบเรียนครับว่า ความผิดของท่านเปึนแค่ความผิดฐานหมิ่นประมาท ผิดจริงหรือเปล่าก็ยังไม่ทราบด้วย แล้วก็ออกหมายเรียก ท่านประธานลองนึกดูสิครับว่า ความจริงมันมีความผิดมากกว่านี้ หลายคนครับมาถามผมในฐานะนักการเมือง หมิ่นประมาทออกหมายเรียกไปขอศาล ออกหมายจับ แล้วหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทําไมมันเงียบอยู่ครับ ลักษณะอย่างนี้ที่ทําให้ เกิดข้อสงสัย แล้วที่สงสัยมากขึ้นไปอีกถ้าหากท่านประธานย้อนหลังไปดูความผิดที่เคย เกิดขึ้นในอดีตโดยการกระทําของบุคคลในตําแหน่งสําคัญ ๆ ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายการเมือง หรือฝ์ายข้าราชการประจํานะครับ ทําไมตํารวจสามารถไปสอบปากคําถึงที่ทํางานได้ โดยเฉพาะบรรดารัฐมนตรีหลายคนตํารวจไม่ต้องออกหมายเรียกครับไปถามถึงที่เลย ผมยกตัวอย่างที่ชัดเจนอีกอันครับ เช่นกรณีไหนครับ กรณีค่าโง่ทางด่วนที่เปึนการโกงบ้าน โกงเมืองโกงชาติแผ่นดิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีหลายคนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง มีการกล่าวหาทําไมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถไปสอบถึงที่โดยไม่ต้องออกหมายเรียก แต่คดีนี้ทําไมถึงออกหมายเรียกแล้วไปขอหมายจับ ผมไม่อยากไปตําหนิผู้พิพากษาหรือศาล เพราะท่านก็ทําตามหน้าที่ เมื่อเข้าองค์ประกอบท่านก็ทําหน้าที่ไป แต่คนที่เอาเรื่องไป เสนอสิครับเห็นไหมครับ ท่านประธานคิดว่าอยู่ดี ๆ เจ้าหน้าที่ตํารวจธรรมดาพวกนั้น เขาอยากจะทําให้เกิดปัญหา ลักษณะอย่างนี้เปึนไปได้ไหมครับว่ามีการจูงใจ หรือมีการ กระทําอะไร ลักษณะใช้อํานาจหน้าที่ในทางที่เอื้ออํานวยหรือลักษณะใดลักษณะหนึ่งกับ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ความจริงเจ้าหน้าที่ของรัฐมีทั้งดีและไม่ดีแม้แต่ศาล ผมเองก็เคยเปึนศาล เพราะฉะนั้นมีทั้งดีและไม่ดี เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกไปพูดว่าทําไม หลายคนครับบอกว่า เปึนห่วงศาล ไม่ต้องห่วงครับ ศาลเปึนมนุษย์เหมือนที่พวกเราบอกว่าเราก็เปึนประชาชน ศาลก็เปึนประชาชน มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ต่างกันแต่เพียงว่าวันนี้ต้องยอมรับว่า ระบบศาล ระบบผู้พิพากษาเปึนระบบที่ดีที่สุด และเปึนระบบที่น่าเชื่อถือที่สุดสําหรับ ประเทศวันนี้ หลายคนบอกว่าเคยเกิดวิกฤติตุลาการ แน่นอนครับมันเปึนปัญหาเกิดขึ้นได้ แต่วิกฤติตุลาการเปึนวิกฤติทางความคิดครับ ไม่ใช่วิกฤติเรื่องของการทุจริต ไม่ใช่วิกฤติ เรื่องของการแย่งชิงอํานาจทางการเมืองเหมือนที่เกิดขึ้นในบ้านวันนี้ เพราะฉะนั้น เทียบกันไม่ได้ หลายคนฟังแล้วเดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าศาลเองไม่น่าเชื่อถือ มันเปึนเพียงแค่ วิกฤติทางความคิดแล้วก็จบกันไป ไม่ใช่เรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ แน่นอนครับ มีเหมือนกัน บางคนยกตัวอย่างแต่ว่าสิ่งที่ออกมานั้นคือแนวทางที่จะชี้ให้เห็นว่าศาล เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นทําลายทันที คนที่จะทําให้เกิดความเสียหายแก่วงการของศาล และความเชื่อถือของศาล ถ้าหากว่าพวกเราในสภาผู้แทนราษฎรหรือทางฝ์ายการเมืองได้ ยึดถือแนวทางเหมือนที่ศาลทํา ผมเชื่อครับว่าเราจะสามารถทําให้บ้านเมืองนี้ดีขึ้นมาได้ ประเด็นสําคัญก็คือว่าเราจะมีผู้ไต่สวนอิสระตามกฎหมายใหม่ ผมเห็นด้วยกับ หลายคนครับว่าผู้ไต่สวนอิสระจะทําหน้าที่อย่างไร ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเคยมีหรือเราไม่เคยมี มันอยู่ที่ว่าเมื่อมีแล้วจะทําอย่างไร แล้วทําหน้าที่ได้ตามวัตถุประสงค์เปัาหมายที่มีไว้หรือไม่ ผมคนหนึ่งครับผมไม่เชื่อเรื่องคน วันนี้ตุลาการอาจจะเปึนกลุ่มคนที่น่าเชื่อถือที่สุด วันหน้าไม่มีใครทราบ วันนี้ฝ์ายการเมือง อาจจะถูกมองในแง่ร้ายมากไม่น่าเชื่อถือ วันหน้าก็ไม่มีใครทราบ เพราะฉะนั้น เราไม่สามารถพึ่งในเรื่องของตัวคนได้ สิ่งที่เราต้องทําให้ดีคือเราต้องวางระบบครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะมีคณะหรือจะมีผู้ไต่สวนอิสระก็เปึนหน้าที่ของท่านกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะต้องไปวางระบบตรงนี้ให้ดี อยากจะให้ไปวางอยู่บนพื้นฐาน ของความเปึนมนุษย์หรือความเปึนตําแหน่ง ที่ผมเรียนตรงนี้ก็จะเห็นว่าแม้แต่รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายเราแก้ไขตรงนี้ เราได้ไปเขียนล้อเลียนออกมาว่าจะต้องมีความเปึนกลาง ทางการเมือง หลายคนได้พูดไปก่อนหน้าผม ท่านประธาน อะไรครับแล้วจะพิสูจน์อย่างไร ผมไม่สบายใจอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่าเวลาเราทํากฎหมายหรือเราเสนอแต่งตั้งคน เรามักจะดูว่าคนนี้อาวุโสไหม คนนี้เปึนผู้ใหญ่ไหม คนนี้อยู่ตําแหน่งนั้นไหม แต่ว่าความสุจริตใจ ความจริงใจ และความเปึนกลางทางการเมืองนั้น จริง ๆ แล้วไม่ได้ อยู่กับว่าเปึนชั้นไหน ยศไหน ตําแหน่งอะไร นี่เปึนประเด็นที่ผมอยากจะฝากไว้ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ข้อที่ ๒ ก็คือว่าตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และตามที่ท่านกําลังปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้กําหนด ว่าจะต้องมีองค์ประกอบของผู้ไต่สวนหรือคณะผู้ไต่สวนแบบไหน แต่นั่นคือสิ่งที่ท่านคิด กันขึ้นมาว่าอย่างนี้เหมาะ ผมอยากจะกราบเรียนว่า อยากจะฝากไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ครับว่าวันนี้ไม่ได้แปลว่ามีตําแหน่งตรงนั้นแล้วเหมาะเสมอ และไม่จําเปึนต้องมี ทุกองคาพยพที่เข้ามาเกี่ยวข้อง หลายคนพูดถึงว่าทําไมต้องมีอัยการไม่ต่ํากว่าระดับ ๖ ผมก็สงสัยเหมือนกันครับ เพราะว่าวันนี้ต้องยอมรับว่าทางฝ์ายอัยการนั้นกับทางฝ์ายศาล ทํางานไม่เหมือนกัน การทําหน้าที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก็ทํางานไม่เหมือนกัน ผู้พิพากษานั้น ยิ่งใหญ่ยิ่งหด เรียกอย่างไรครับเปล่าเปลี่ยว ท่านเกรียงชัยกับท่านผู้พิพากษาคงทราบดี เพราะยิ่งสูงยิ่งต้องทํางานคนเดียวเขาไม่ให้ใครยุ่ง ในขณะที่ฝ์ายอื่นยิ่งตําแหน่งใหญ่ ยิ่ง โอ้โฮ ใกล้ชิดคนเยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดว่าเราเอาระดับนั้น ระดับนี้ เข้ามา นั่นละครับพรรคพวกมากขึ้นกว่าพวกเราอีก และโดยเฉพาะทางฝ์ายอื่นนั้น หลายคนเขาทํางานใกล้ชิดกับรัฐบาลก็คือใครครับคือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่จะต้องเข้ามาถูกดําเนินคดีตามกฎหมายนี้นั้นเอง ผมจึงอยากจะขอฝากในประเด็นนี้ เข้าไปว่าไปพิจารณาให้ชัดอีกอันหนึ่ง และในประเด็นเดียวกันนี้ครับมีเพื่อนสมาชิกบางคน ได้พูดถึงเรื่องของงบประมาณเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เพราะมีเขียนไว้ในกฎหมาย ผมไม่ได้เปึนห่วง เรื่องนั้นแต่ผมเปึนห่วงเรื่องอะไรครับ ผมเปึนห่วงเรื่องที่ว่าผู้ไต่สวนมีฐานะเปึนอะไร แน่นอนครับท่านไปเขียนให้ใช้มาตรา ๓๘ มาบังคับกับผู้ไต่สวนอิสระโดยอนุโลมด้วย แต่ว่าการทําหน้าที่ผู้ไต่สวนอิสระไม่ใช่ทําหน้าที่ผู้พิพากษานะครับ แม้แต่บอกว่าเงื่อนไข ของการเปึนผู้ไต่สวนอิสระนั้นคุณสมบัติอันหนึ่งต้องมาจากการเปึนผู้พิพากษา ถ้าหากว่า ไปล้อเลียนกับมาตรา ๓๘ หรือว่าในตําแหน่งอื่นก็สุดแล้วแต่ แต่คนละสถานะ คนละ ตําแหน่ง ประเด็นก็คือว่าถามว่าเราเชื่อถือตัวบุคคลได้ไหม ผมไม่เชื่อ แต่สิ่งที่ต้องวางคือ วางระบบให้ดี ก็แปลว่าเราต้องคิดไปด้วยครับว่าถ้าหากว่าผู้ไต่สวนอิสระใช้อํานาจหน้าที่ ไม่ชอบหรือว่าท้ายที่สุดแล้วเข้าข้างใครโดยมีผลประโยชน์หรือมีอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง พูดง่าย ๆ ทุจริตต่อหน้าที่ควรจะมีโทษไหม คนเหล่านี้ควรจะมีความผิดด้วยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นควรจะเขียนให้ชัดเจนไหมว่าผู้ไต่สวนอิสระเหล่านี้เมื่อมาทําหน้าที่ตรงนี้ หน้าที่เฉพาะตรงนี้เปึนเจ้าพนักงานตามกระบวนกฎหมายอาญาซึ่งต้องติดคุกได้ด้วยไหม ถ้าหากทุจริตต่อหน้าที่ถ้าไม่มีตรงนี้ผมคิดว่าท่านสร้างระบบให้ตายก็มีปัญหา แล้วท้ายที่สุดก็เกิดปัญหา ผมจะไม่พูดซ้ํากับเพื่อนสมาชิกบางท่านที่บอกว่าน่าจะมีระบบ คัดค้าน ตรงนั้นก็คือเรื่องของการคัดค้านไม่ให้ทําหน้าที่ แต่ประเด็นสําคัญคือว่า ถ้าคัดค้านแล้วล้มเหลวแต่ท้ายที่สุดแล้วมีปัญหา ผมขอยกตัวอย่างให้เปึนเรื่องเดียวกัน อีกครับ กรณีค่าโง่ทางด่วนเปึนอย่างไรครับ อนุญาโตตุลาการเห็นไหมครับ ฉะนั้นตรงนี้ล่ะครับที่ผมอยากจะกราบเรียนผ่านไปว่าเราอย่าเชื่อถือในบุคคล เราต้องวาง ระบบให้ดี ให้รอบคอบ และอีกประการหนึ่งในส่วนนี้ท่านประธานครับ มีการเขียนไว้อยู่ดี ๆ โผล่ขึ้นมาเลยครับ ผมก็ตกใจ โผล่ขึ้นมาว่าอย่างไรครับ ผมขออนุญาตอ่านนิดหนึ่งครับ ในมาตราที่เพิ่มเติม มาตรา ๔๔/๑๔ บอกว่า ให้ผู้ไต่สวนอิสระและบุคคลที่ได้รับการมอบหมาย หรือแต่งตั้งให้ช่วยเหลือในการดําเนินงานของผู้ไต่สวนอิสระได้รับค่าป์วยการ ค่าพาหนะ ค่าเช่าที่พักและค่าอะไรต่าง ๆ ผมไม่ติดใจครับ แต่ว่ามาจากไหน ท่านประธานครับ เรากําลัง พูดถึงผู้ไต่สวนอิสระนะครับ ลําพังผู้ไต่สวนอิสระเรากําลังวางระบบ วางกรอบว่าให้เขาทํางาน ได้อย่างตามเปัาหมายและเชื่อถือได้ เรายังไม่ตกผลึกในเรื่องของผู้ไต่สวนอิสระเลยครับ แต่เรามีผู้ช่วยและผู้ได้รับมอบหมายตามมาแล้วครับ หลักเกณฑ์ตรงนี้ คุณสมบัติตรงนี้ ผมไม่เห็นมีเลยครับ เรากําหนดคุณสมบัติผู้ไต่สวนอิสระ เราวางหลักเกณฑ์เขาอย่างดี แต่พอถึงเวลาบอกว่าเขาต้องไปมีผู้ช่วยครับ เขาต้องไปมีผู้ที่เข้ามาทําหน้าที่ที่เขามอบหมาย มีการแต่งตั้ง แต่งตั้งตรงนี้ก็ยังเกิดเปึนปัญหาครับ ผมดูตรงนี้ไม่ชัดเจนว่าเขาจะต้องเสนอ ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตั้งให้เขาหรือเขาตั้งได้เอง และคุณสมบัติของคนเหล่านี้เปึนใคร อํานาจหน้าที่ตรงนี้มีแค่ไหน ความรับผิดชอบต่อการใช้อํานาจหน้าที่ตรงนี้ของผู้ที่ได้รับ มอบหมายหรือได้รับแต่งตั้งตรงนี้เปึนอย่างไร แล้วมีกรอบไหมครับว่าเขาสามารถ ช่วยอะไรได้บ้าง ถ้าเขาสามารถช่วยได้ทุกเรื่อง ทําตัวได้ทุกอย่างเหมือนกับผู้ไต่สวนอิสระ ท่านประธานครับ ท้ายที่สุดผู้ไต่สวนตัวจริงคือตรงนี้ต่างหากครับ และเปึนผู้ไต่สวนซึ่งไม่มี กฎเกณฑ์ กติกา ไม่มีกรอบ แม้กระทั่งบอกว่าต้องเปึนกลางทางการเมืองหรือว่ามีความสุจริต อะไรเลย เพราะไม่ได้เขียนไว้เลย ไม่ได้เขียนเรื่องของผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เข้ามาช่วยเหลือในการดําเนินงานใด ๆ ไว้เลย ตรงนี้ผมคิดว่า ยังเปึนช่องโหว่อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะขอฝากทางท่านประธานไปถึงท่านเจ้าของร่าง เพื่อที่จะหาทางดําเนินการที่จะปรับปรุงแก้ไขในส่วนนี้
ท้ายที่สุดท่านประธานครับ ผมขอขอบพระคุณท่านเกรียงชัยกับคณะที่ได้ กรุณาเร่งทํากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็ในความที่ไม่ได้คุ้นเคยกับการยกร่างกฎหมาย กับทางศาล แล้วก็ได้พยายามเร่งทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ก็ขอให้ภารกิจอันนี้สําเร็จ ลุล่วงด้วยดีครับ แต่ขอฝากไว้ครับว่าในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญรบกวนขอความกรุณา ปรับปรุงรายละเอียดต่าง ๆ นะครับอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอหรือว่า ในคณะกรรมาธิการได้เสนอเข้าไป หรือที่สมาชิกได้มีการแปรญัตติไปพิจารณาเพื่อให้เกิด ความรอบคอบ แล้วก็ให้กฎหมายฉบับนี้สามารถเดินหน้าได้อย่างสําเร็จลุล่วง ตามวัตถุประสงค์เปัาหมายครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
คุณสุขุมพงศ์ โง่นคํา ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้ ก่อนอื่นต้องยอมรับว่ากระผมเองเห็นด้วยในหลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้ สาเหตุ ที่ต้องเห็นด้วยก็เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญได้เขียนชัดเจนนะครับว่า วิธีพิจารณาคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้นเปึนเรื่องสําคัญ ความผิดทั้งหลายที่มีอยู่ในสังคม ทุกสังคมไม่ว่าจะเปึนสากลโลกหรือประเทศไทยเขาแบ่งประเภทความผิดได้เปึน ๓ ลักษณะ ท่านประธานที่เคารพครับ
ลักษณะที่ ๑ คือความผิดทั่ว ๆ ไป ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ความผิดเกี่ยวกับความเปึนอยู่ ความผิดเกี่ยวกับวงเพื่อนสนิทมิตรสหายที่ทะเลาะวิวาทกัน อันนี้ก็ถือว่าเปึนความผิด ชาวบ้าน ซึ่งเปึนความผิดไม่ใช่ร้ายแรงใด ๆ นัก
ลักษณะที่ ๒ ก็ดูประหนึ่งว่าจะสําคัญที่สุดคือ ความผิดที่เกี่ยวกับเรื่อง เศรษฐกิจของสังคม เศรษฐกิจในภูมิภาคหรือเศรษฐกิจในชุมชน อันนั้นความผิดก็เกิดจาก ความจําเปึนทางเศรษฐกิจจึงไปทําความผิดนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ แต่มีความผิด ชนิดหนึ่งซึ่งมนุษย์ในสังคมเปึนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งเข้าใจว่าจะนั่งอยู่ในห้องนี้ทั้งนั้น นะครับ ความผิดของผู้ที่ดํารงตําแหน่งในทางการเมือง คนที่จะทําความผิดลักษณะเช่นนี้เปึนคนเฉลียวฉลาด เปึนคนที่ภูมิฐาน เปึนคนที่มีอํานาจ แต่ถ้าคนประเภทนี้ทําผิดแล้วบ้านเมืองเสียหายมาก อันนี้ตามหลักการทั่ว ๆ ไปเขาว่ากัน เช่นนั้นนะครับ แล้วก่อให้เกิดความเสียหาย บางท่านถึงขนาดบอกว่าพวกเหล่านี้ ที่กระทําความผิดยิ่งกว่าฆาตกรรม ยิ่งกว่าฆาตกรด้วยซ้ําไป หลักกฎหมายทั่วไปก็เลย กําหนดแยกออกมาเสีย ท่านประธานที่เคารพครับ แทนที่จะไปขึ้นศาลยุติธรรม ๓ ศาล ศาลชั้นต้นใช้เวลา ๒ ป้ ศาลอุทธรณ์ใช้เวลา ๓ ป้ ศาลฎีกาใช้เวลา ๔ ป้ ๙-๑๐ ป้ บ้านเมืองเสียหายฉิบหายวายวอดไปหมดเพราะคนเหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นจึงมีกระบวนการว่าเอาละอย่าไปขึ้น ๓ ศาลเลย เอาให้ศาลใดศาลหนึ่ง เพียงศาลเดียวก็คือศาลฎีกานั่นแหละให้มีแผนกเสียไปว่ากันในการต่อสู้ การพิจารณา การสอบสวนก็ให้มีคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน อาจจะเปึน ป.ป.ช. ตามหลักการเดิม กรรมการไต่สวนอิสระตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตามร่างกฎหมายที่ท่านเสนอ มานี้เปึนผู้สอบสวนส่งอัยการแล้วก็ส่งศาล ศาลก็เปึนผู้ดําเนินการพิจารณาและวินิจฉัย ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นถ้าท่านประธานได้ดูในวิธีพิจารณาของศาลก็จะ เห็นว่าคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองทั้งหลายพวกเราเองเขาให้กระทํา อย่างรวดเร็วเพื่อที่จะเอาอาชญากรสําคัญนี้มาลงโทษโดยเร็วให้สาสมให้จงได้ไม่ต้องไปขึ้น ๓ ศาล กระบวนการไต่สวนไม่ใช่กระบวนการกล่าวหาเหมือนคดีแพ่งหรือคดีอาญาทั่วไป ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านประธานได้ศึกษากระบวนการยุติธรรมก็จะพบว่า ประเทศเราก็ใช้วิธีการกล่าวหาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ปล่อยให้โจทก์กล่าวหาจําเลย จําเลยก็แก้ข้อกล่าวหาต่อโจทก์ ศาลก็เปึนคนกลางดูชั่งน้ําหนักวินิจฉัยคดีแพ่งและ คดีอาญาทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะหลักในคดีอาญาเขาบอกว่าปล่อยคนชั่ว ๑๐ คนดีกว่า ลงโทษคนผิด ๑ คน แต่หลักการนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ใช้กับผู้ดํารงตําแหน่ง ในทางการเมือง เพราะวิธีการพิจารณาคดีของศาลผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองท่านใช้วิธี ไต่สวน ความรู้ความสามารถของทนายความที่จะมาซักพยานช่วยเหลือจําเลยในคดี อันนั้นตัดทิ้งไป ดุลยพินิจในการรับฟังของพยานวิธีพิจารณาในคดีอาญาทั้งหลายที่ให้ สิทธิเสรีภาพ ตลอดจนสิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรมที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บางเรื่องก็งดให้นํามาใช้ เพราะวิธีนี้เปึนวิธีการไต่สวนเพื่อจะเอาฆาตกรชั่วร้าย ของสังคมที่อยู่ในแวดวงการเมืองมาลงโทษให้จงได้ เอาละครับเมื่อเปึนบทบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญแล้ว วันนี้ต้องขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่ได้กรุณามาเสนอกฎหมายนี้ต่อศาล กระผมยินดีที่จะรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะท่านต้องทําตามหน้าที่ ของท่านคือเสนอกฎหมายภายใน ๑ ป้ พวกกระผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องทําหน้าที่ของกระผมภายใน ๑๒๐ วัน วุฒิสภาเองท่านก็ต้องทําหน้าที่ของท่าน มีเวลา ๙๐ วัน หลังจากนั้นก็ยังต้องส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญอีก ๓๐ วัน ก็เข้าใจว่า คงใช้เวลา ๘-๙ เดือนนะครับ
ประเด็นแรก ที่อยากจะตั้งข้อสังเกตไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เผื่อมี โอกาสที่จะเข้าไปแก้ไข คือเหตุผลที่ท่านเขียนผมว่าไม่ครบอาจจะต้องแก้ไขในชั้นการแปรญัตติ ในชั้นตั้งข้อสังเกตเพื่อที่จะให้เหตุผลของกฎหมายนี้ชัด กฎหมายสําคัญฉบับนี้มี การเปลี่ยนแปลง มีหลักการสําคัญอยู่ ๕ เรื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ
เรื่องที่ ๑ การตรวจสอบทรัพย์สินของนักการเมืองทั้งหลาย ผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ปัจจุบันศาลรัฐธรรมนูญเปึนคนชี้ว่าผิดหรือไม่ผิดเปึนผู้วินิจฉัย ผลที่สุดก็ลงโทษในทางการเมืองคือเพิกถอนสิทธิในทางการเมืองเปึนเวลา ๕ ป้ เดิมเปึน อํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ คราวนี้ได้กําหนดให้เปึนอํานาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานี้ นอกจากนั้นก็ยังกําหนดเรื่องใหม่เข้ามา หลายคนบอกว่ารัฐธรรมนูญผิดพลาดเพราะคนที่ ต้องแจ้งทรัพย์สินของตนต่อกรรมการ ป.ป.ช. นั้น นอกจากผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองแล้ว มีข้าราชการประจําเจ้าหน้าที่ของรัฐชั้นสูงก็ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินเหมือนกัน หลักการเดิม ในรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ป.ป.ช. ชี้ว่ามีมูลก็สามารถลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยไม่ต้องส่งศาล แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะเปึนด้วยความตั้งใจหรือความผิดพลาดกลับมากําหนดให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเปึนผู้วินิจฉัยขั้นสุดท้าย อันนี้ หลักการเดิมเปลี่ยนแปลงไปทั้งสิ้น บางท่านก็บอกว่าการเขียนรัฐธรรมนูญผิดพลาด บางคนก็บอกเปึนการตั้งใจหรือจงใจ ปรากฏว่าเรื่องนี้ไม่ได้เขียนไว้ในเหตุผลของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านพูดถึงเฉพาะการขยายอํานาจของศาลในการที่จะวินิจฉัย ผู้ให้ ผู้ขอให้ ในการจูงใจให้มีการกระทําความผิด อํานาจของศาลท่านเพิ่มขึ้น ท่านเขียน ไว้ในเหตุผล อันนั้นถูกต้อง สิทธิของผู้เสียหายนอกจากจะร้องต่อ ป.ป.ช. แล้วก็สามารถ ร้องต่อศาลที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อจะให้มีการตั้งผู้ไต่สวนอิสระได้ นั่นท่านไปเขียน เอาไว้
เรื่องที่ ๔ ให้สิทธิผู้ต้องคําพิพากษาอุทธรณ์คําพิพากษาของศาลฎีกา อันนั้นก็มีครบถ้วน ท่านประธานที่เคารพครับ
แล้วก็เรื่องสุดท้ายการที่ให้ผู้พิพากษาอาวุโสมาเปึนกรรมการไต่สวนได้ อันนั้นก็ถูกต้อง ขอเรียนว่าเหตุผลที่ท่านเขียนนี้จะต้องเปึนประวัติศาสตร์บันทึกอยู่ในท้าย พระราชบัญญัติหลังจากที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กระผมจึงเห็นว่า เหตุสําคัญในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ คือเรื่องอํานาจของ ศาลฎีกาที่ว่าด้วยการวินิจฉัย การจงใจหรือแจ้งเท็จซึ่งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้ก็เปึนข้อสังเกตประการที่ ๑ ท่านเขียนไว้ครบถ้วนนะครับ
ประการที่ ๒ กรณีที่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หากศาลวินิจฉัยว่าผิด จงใจหรือแจ้งเท็จนะครับ กฎหมาย ป.ป.ช. กําหนดให้เปึนโทษทางอาญา กระผม ขออนุญาตแสดงความเห็นว่าเมื่อผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองแจ้งทรัพย์สินเท็จหรือแจ้ง ทรัพย์สินไม่ครบ ในที่สุดกระบวนการทั้งหลายดําเนินการไปผ่าน ป.ป.ช. ป.ป.ช. ก็ส่งไปที่ท่าน ท่านก็วินิจฉัยว่านักการเมืองคนนั้นผิดจริงก็เพิกถอนสิทธิทางการเมืองไป ๕ ป้ แต่สิ่งที่ตามมาคือคดีอาญาซึ่งผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะต้องรับต้องไปขึ้นที่ ศาลยุติธรรม อันนี้กระผมเห็นว่ากระบวนการทั้ง ๒ อย่างไม่น่าที่จะเหลื่อมกัน ไม่น่าที่จะ ซ้อนกัน การกระทําความผิดเกิดขึ้นท่านก็ต้องเปึนผู้วินิจฉัยเบื้องต้นไต่สวนตั้งแต่ต้นจนจบ ในคราวลงโทษกลับไปให้ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ศาลยุติธรรมปกติเปึนผู้พิจารณา ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วนะครับ ความผิดในทางอาญาก็มาพิจารณาที่ศาลท่าน ถ้าเปึนไปได้ ก็เพิ่มบทบัญญัตินี้เข้าไปเสียก็จะเปึนประโยชน์แก่ตัวศาล จําเลยคือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ประเทศชาติและประชาชน อันนี้คือประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะให้เพิ่มเติมแก้ไขเสีย ความผิดในทางอาญา ความผิดในการแจ้งทรัพย์สิน กําหนดให้เปึนอํานาจของศาลฎีกา ทั้งสิ้นนะครับ
ประการที่ ๓ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๖ บอกว่า คณะผู้ไต่สวนอิสระ การกําหนดคุณสมบัติ อํานาจหน้าที่ วิธีการ ไต่สวน และการดําเนินการอื่นที่จําเปึนของผู้ไต่สวนอิสระให้เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็หมายความว่า คุณสมบัติ อํานาจหน้าที่ วิธีการ ไต่สวน หรือเรื่องอื่นที่จําเปึนจะต้องบัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ครบถ้วนเสีย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานช่วยดูมาตรา ๔๔/๗ วรรคสุดท้าย ท่านประธานจะเห็นว่าผู้ยกร่างได้ยกร่างในวรรคสุดท้ายว่า หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง ผู้ไต่สวนอิสระให้เปึนไปตามข้อกําหนด ข้อกําหนดในที่นี้ก็หมายถึงข้อกําหนดของ ศาลฎีกา หมายถึงอะไรครับ หมายถึงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กําลังปฏิบัติการที่ฝ์าฝ๋น ต่อรัฐธรรมนูญ เพราะคุณสมบัติ อํานาจหน้าที่ วิธีการไต่สวนและวิธีการจําเปึนอย่างอื่น รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง กําหนดให้เปึนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ไม่ได้กําหนดหรือบัญญัติว่าให้เปึนไปตามที่ศาลฎีกากําหนด ถ้าท่านจะไปกําหนดโดยระเบียบของศาลฎีการัฐธรรมนูญต้องให้อํานาจท่าน อย่างเช่น ในมาตรา ๒๗๘ กรณีที่มีการอุทธรณ์ผลของคําวินิจฉัยในกรณีที่พบหลักฐานใหม่ ที่เปึนสาระสําคัญและสามารถทําให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปได้นั้น ท่านประธาน ดูในวรรคท้ายของเรื่องนี้เขาบอกว่าหลักเกณฑ์การยื่นอุทธรณ์ การพิจารณาวินิจฉัย ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้เปึนไปตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากําหนด การที่จะกําหนดโดยกฎหมาย การที่จะกําหนดโดยระเบียบของศาลฎีกา รัฐธรรมนูญต้อง ให้อํานาจไว้ เพราะฉะนั้นผมเห็นโดยส่วนตัวผมขณะนี้ว่า มาตรา ๔๔/๗ วรรคสุดท้าย อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ควรที่จะต้องมีการแก้ไข
ประเด็นที่ ๔ ในมาตรา ๔๔/๑๐ (๑) ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณี ผู้ไต่สวนอิสระได้ไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาแล้ว และคดีมีมูล (๑) เขาบอกว่าให้ส่งรายงาน เอกสารพร้อมความเห็นไปยังประธานวุฒิสภา เพื่อถอดถอนผู้นั้นจากตําแหน่ง อันนี้หมายถึงว่ากรณีที่มีการไต่สวน มีการร้องเรียนว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กระทําความผิด ร่ํารวยผิดปกติ กระทําความผิดต่อหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา กระทําความผิดต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น เขาร้องให้ดําเนินคดีอาญา และเมื่อไต่สวน เสร็จแล้วทําไมต้องไปถอดถอนเขาด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ การถอดถอนนั้น เปึนเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๑ ต้องมีผู้ขอเสนอถอดถอน อยู่ดี ๆ เขาไม่ได้ เสนอถอดถอนแล้วท่านจะไปให้เขาถอดถอนมันไม่ถูกต้อง มันไม่เปึนธรรม มันขัดต่อ รัฐธรรมนูญ การถอดถอนต้องมีผู้ร้องขอ ผู้ที่จะร้องขอถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองได้คือ ส.ส. ๑ ใน ๔ หรือประชาชน ๒๐,๐๐๐ คนที่มีสิทธิเลือกตั้ง อันนี้ เขาไม่ได้ขอถอดถอน เขาขอให้ดําเนินคดี แต่เมื่อไต่สวนแล้วส่งไปวุฒิสภาเพื่อถอดถอน อันนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญแน่นอนครับท่านประธานที่เคารพ อันนี้ต้องแก้ไขนะครับ
ประเด็นสุดท้ายที่จะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพไปถึงผู้ยกร่าง แล้วจะต้องมีการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการนะครับ คือมาตรา ๔๔/๑๑ อันนี้ ก็เปึนกระบวนการพิจารณาหลังจากที่มีการไต่สวนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยมีมูล ในการกระทําความผิดให้ส่งอัยการ ถ้าอัยการไม่เห็นพ้องด้วยก็ให้ตั้งกรรมการร่วม ถ้ากรรมการร่วมเห็นไปในแนวทางให้อัยการเห็นพ้องด้วยที่จะฟัองศาลต่อไปก็ดําเนินการ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยคณะไต่สวนก็สามารถฟัองเองหรือจ้างทนายฟัองได้ อันนี้ก็หลักทั่วไป ท่านก็ลอกหลักนี้มาจากเรื่องตัวอย่างการไต่สวนเอาความผิดของ ป.ป.ช. ที่กระทํา ความผิด แต่ที่กระผมอยากจะย้ําลงไปก็คือว่า ในมาตรานี้ท่านไปลอกการไต่สวน ความผิดของกรรมการ ป.ป.ช. แต่ท่านลอกมาไม่หมดครับท่านประธานที่เคารพ ในนั้นเขามีกําหนดเวลาไว้เปึนขั้นเปึนตอนเพื่อที่จะให้กระบวนการแก้ไขปัญหาขัดแย้ง ระหว่างคณะกรรมการไต่สวนและอัยการสูงสุดจนได้ข้อยุติ เช่น เขาบอกว่าคณะผู้ไต่สวน จะต้องทําสํานวนรายงานเสนอต่ออัยการภายใน ๑๔ วันหลังจากที่มีมติ ท่านก็ไม่ได้ กําหนดระยะเวลาไว้ เปึน ๑ ป้ ๒ ป้ ๓ ป้ หรือ ๑๔ วันเช่นเขา ท่านก็ไม่ลอกมาให้ครบ
ประเด็นต่อไป เมื่อเรื่องหรือสํานวนอยู่ที่อัยการแล้ว กฎหมายไต่สวน ป.ป.ช. เดิมที่ไปลอกมาเขาบอกว่าให้เวลาอัยการมีเวลาพิจารณา ๓๐ วัน ท่านก็ตัดเวลานี้ ออกเสีย ก็ไม่รู้ว่าอัยการจะพิจารณา ๓๐ วัน ๓ เดือน หรือ ๓ ป้ก็ได้ เพราะท่านไม่กําหนดไว้ และในที่สุดเมื่อได้รับความเห็นจากอัยการแล้วนะครับ ป.ป.ช. หรือคณะไต่สวน ก็ต้องกลับมาพิจารณาอีกภายใน ๑๔ วัน กําหนดเวลานี้เขากําหนดเวลาเปึนขั้นเปึนตอน เพื่อจะให้การไต่สวน การหาข้อยุติในการที่จะฟัองคดีต่อศาลภายในเวลาที่กําหนด ๑๔ วัน ๓๐ วัน และ ๑๔ วัน แต่ปรากฏว่าที่ท่านไปลอกเขามานี่ก็ลอกไม่หมด กําหนดเวลาก็ไม่ได้ กําหนดไว้จะให้เวลามากน้อยเท่าไรท่านก็ไม่เขียน เพราะฉะนั้นในชั้นคณะกรรมาธิการต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ประเด็นนี้ ก็เปึนประเด็นสําคัญจะต้องมีการไปแก้ไขเช่นเดียวกัน ก็กราบเรียนท่านประธานในที่สุดว่า กระผมเห็นด้วยกับหลักการที่จะมีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเพื่อให้สอดคล้อง ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เปึนไปตามกรอบเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะใช้เวลา ๑๒๐ วัน แต่กระผมเห็นว่ามีข้อสังเกตที่กฎหมายนี้จะขัดรัฐธรรมนูญอยู่ ๒ เรื่อง และมีประเด็น ที่จะต้องแก้ไขให้ครบถ้วนอีก ๓ เรื่อง จึงเรียนที่ประชุมนี้มาเพื่อโปรดพิจารณาครับ
คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เนื้อหาสาระของกฎหมายฉบับนี้ที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณา อภิปรายแสดงความคิดเห็นมา ผมคิดว่าเรามีความเห็นที่ไม่ต่างกันมากนัก ที่ผมคิดว่าเรามี ความเห็นไม่ต่างกันมากนักหมายถึงในเนื้อหาสาระของกฎหมาย แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมนั่งฟังอยู่ตั้งแต่ท่านแรกจนถึงท่านเมื่อสักครู่ได้อภิปรายไป เรามี ความเห็นแตกต่างกันในเรื่องบางเรื่องซึ่งผมถือว่าเปึนเรื่องของหลักการของประเทศนี้ ผมเรียนท่านประธานว่า ผมใฝ์ฝันมานานแล้วตั้งแต่เปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรก ๆ ผมใฝ์ฝันที่จะเห็นอํานาจทั้ง ๓ อํานาจมีการตรวจสอบหรือมีการถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ผมใฝ์ฝันเรื่องนี้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ที่ผมเปึนผู้แทนราษฎรครั้งแรก แต่ว่าความคิดตรงนี้ มันไม่เคยประสบความสําเร็จ วันนี้เราเรียกร้องกระบวนการยุติธรรม วันนี้เราเรียกร้อง ศาลยุติธรรม เราเรียกร้องตุลาการให้เข้ามาแก้ปัญหาของบ้านเมืองซึ่งเราไม่เคยเรียกร้อง เช่นนี้มาก่อน ผมจําได้ว่าเมื่อป้ ๒๕๔๕ ท่านประธานคงจําได้ว่าในป้ ๒๕๔๕ มีกรณี เรื่องของการฆ่าตัดตอนกันเยอะมากครับ ในสมัยนั้นมีผู้คนล้มตาย ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน ในสมัยนั้นมีการออกหมายเรียก ออกหมายค้น ออกหมายจับพี่น้องประชาชนเยอะมาก และผมก็เห็นว่าในสมัยนั้นตุลาการไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวเมื่อตํารวจหรืออัยการ ขอหมายเรียกหมายค้นในการปราบปรามยาเสพติดเปึนเหตุให้มีผู้คนล้มตาย ๓,๐๐๐ คน ผมจําได้ว่าในป้ ๒๕๔๕ ผมเดินทางไปพบประธานศาลฎีกา ผมไปคนเดียวท่านประธาน แต่ผมจําไม่ได้ว่าท่านประธานศาลฎีกาในขณะนั้นท่านชื่ออะไร ผมจําไม่ได้ เหตุผลที่ผม ต้องเดินทางไปพบท่านประธานศาลฎีกาเมื่อป้ ๒๕๔๕ เพราะผมไปบอกกับท่านว่าวันนี้ ตุลาการต้องมาถ่วงดุลอํานาจของฝ์ายบริหารแล้วล่ะครับ ถ้าลําพังเจ้าหน้าที่ตํารวจ ขอหมายจับหมายค้นประชาชนในประเทศนี้แล้วตุลาการอนุมัติโดยไม่มีการตรวจสอบ ทัดทาน ผมคิดว่าบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ ผมเสียดายนะครับ ป้ ๒๕๔๕ ผมไม่ได้พบ ท่านประธานศาลฎีกา แต่ผมดีใจว่าในป้ ๒๕๔๕ ผมพบกับอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ผมได้ยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกาผ่านท่านอาจารย์จรัญ ขออภัยเอ่ยนามท่าน แต่ผมจะไม่พูดให้ท่านเสียหาย ผมบอกฝากเรียนท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ว่าวันนี้ตุลาการต้องเข้ามาถ่วงดุลอํานาจบริหารและอํานาจนิติบัญญัติแล้วล่ะครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ในวันนั้นไม่ได้รับการตอบสนองจากท่านอาจารย์จรัญ และประธานศาลฎีกาเท่าที่ควร แต่ว่าหลังจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ในป้ ๒๕๔๕ เห็นอันตราย ของการใช้อํานาจของฝ์ายบริหาร เห็นอันตรายของการใช้อํานาจของรัฐตํารวจซึ่งเกิดมีขึ้น ครั้งแรก เราเรียกขึ้นครั้งแรกประมาณป้ ๒๕๔๕ ผมจําได้ว่าหลังจากผมไปพบประธาน ศาลฎีกาและไม่ประสบความสําเร็จในการให้อํานาจตุลาการเข้ามาถ่วงดุลในวันนั้น นะครับ หลังจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้แต่งตั้งคณะผู้แทนราษฎรชุดใหญ่ไปพบ ประธานศาลฎีกาแล้วเราก็ได้พบกับประธานศาลฎีกา จําได้ว่าท่านอาจารย์มารุต บุนนาค เปึนหัวหน้าคณะไปพบประธานศาลฎีกาในครั้งนั้น แล้วผมคิดว่าหลังจากนั้นตุลาการ ได้เริ่มเข้ามาถ่วงดุลอํานาจบริหารและอํานาจนิติบัญญัติมากขึ้น ตุลาการไม่จําเปึนต้อง ถ่วงดุลอํานาจนิติบัญญัติมากหรอกครับ แต่ว่าท่านต้องถ่วงดุลอํานาจบริหาร วันนี้พูดได้ว่ายังไม่สายครับ แต่ว่าอํานาจตุลาการมาช้าเกินควร ถ้าตุลาการได้ใส่ใจเรื่องนี้ที่เราได้ทักท้วงเมื่อเกือบ ๑๐ ป้ที่แล้ว ผมคิดว่าบ้านเมือง จะไม่ประสบวิกฤติยับเยินถึงขนาดนี้ครับ ท่านมาแล้วครับแต่ว่าท่านมาสายไป แต่ผมคิดว่า เมื่อท่านมาแล้วและท่านทําหน้าที่ได้ดีมารักษาอํานาจทั้ง ๓ อํานาจให้ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ประชาธิปไตยมันมีพลัง มีเครื่องยนต์ ๓ เครื่อง เครื่องหนึ่งคือที่อยู่ในสภาแห่งนี้เครื่องหนึ่ง อยู่ที่ทําเนียบรัฐบาล เครื่องหนึ่งอยู่ที่ศาลสถิตยุติธรรม ถ้าเครื่องยนต์ทั้ง ๓ เครื่องยนต์นี้ ต่างทําหน้าที่และถ่วงดุลซึ่งกันและกันวันนี้บ้านเมืองไม่วิกฤติครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่เพื่อนสมาชิกท่านแรกขึ้นมาอภิปรายท่านได้เรียกร้องถึงความเปึนธรรม ทุกคนต้องการความเปึนธรรมทั้งนั้นครับ แล้วแต่ว่าเราจะมองความเปึนธรรมในด้านไหน แต่ว่าในขณะเดียวกันเพื่อนสมาชิกได้พูดขึ้นมาหลายท่านด้วยกัน ซึ่งผมคิดว่าเราต้องทํา ความเข้าใจกัน เพื่อนสมาชิกบางท่านได้บอกว่าหาความเปึนกลางไม่ได้ เพื่อนสมาชิก บางท่านบอกว่าการหาความเปึนกลางในทางการเมืองนั้น ท่านใช้สํานวนทํานองว่าหามดดํา ที่เกาะบนหินดําในคืนข้างแรมทํานองนั้นครับ ก็ไม่ว่าครับเปึนสํานวนที่ท่านคิดว่า ความเปึนกลางหายาก แต่ผมยังเชื่อในอํานาจตุลาการว่าท่านถูกบ่มเพาะมาในเรื่อง กระบวนการการตัดสิน ผมคิดว่าท่านหาความเปึนกลางได้ อันนี้ผมให้กําลังใจท่านสมาชิก หลายท่านบอกว่าหาความเปึนกลางไม่ได้ในคณะผู้ไต่สวนอิสระ ท่านประธานครับ ในครั้งหนึ่งกฎหมายมาตรการปัองกันการทุจริตในภาครัฐเสนอเข้ามาต่อสภาแห่งนี้ ผมจําได้ว่ามีกรรมการปัองกันการทุจริตภาครัฐเข้าใจจะมี ๖ ท่านด้วยกัน มีท่านหนึ่ง ขออภัยเอ่ยนามท่านไม่เสียหายครับ ท่านไสว พราหมณี เราทักท้วงว่าน่าจะไม่เปึนกลาง ท่านเคยสมัครหรือลูกของท่านเคยสมัคร ส.ส. พรรคพลังประชาชนหรือไทยรักไทย ผมจําไม่ได้ครับ แต่เราทักท้วงว่าถ้าตั้งอย่างนี้ เสนอบุคคลลักษณะเช่นนี้ไป มันหา ความเปึนกลางไม่ได้ แต่ว่าเอาละครับเมื่อเสียงข้างมากบอกว่าบุคคลคนนี้มีความเปึนกลาง ที่จะมาตรวจสอบการทุจริตภาครัฐ เสียงข้างมากก็ลากเข้าไปหาความเปึนกลางให้ได้ ไม่ว่ากัน ผมเคารพในเสียงข้างมากครับ แต่เราเคยทักท้วงแล้ว วันนี้ท่านมาระแวง เรื่องคณะผู้ไต่สวนอิสระ ผมคิด ผมก็ไม่ค่อยสบายใจนักเรื่องคณะผู้ไต่สวนอิสระ แต่ว่าในขณะนี้ผมเรียนว่ามันก็ต้องใช้ยาแรงขนาดนี้ครับ ต้องให้เขาไต่สวน ต้องให้เขาฟัอง มิฉะนั้นเราจะแก้ปัญหาที่หมักหมมอยู่ในบ้านเมืองที่ลุกลามใหญ่โตถึงขนาดนี้ไม่ได้ครับ แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ ฝ์ายตุลาการเมื่อท่านเข้ามาทัดทานถ่วงดุลอํานาจของ ฝ์ายบริหารและฝ์ายนิติบัญญัติแล้วในขณะนี้ครับ ผมว่าสิ่งหนึ่งที่ท่านต้องระวังก็คือ การถูกทําลาย ถ้าตุลาการไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งท่านจะถูกทําลายและทําให้อ่อนแอลง เหมือนกับฝ์ายบริหารและฝ์ายนิติบัญญัติที่กําลังอ่อนแอลงทุกวันในขณะนี้ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานท่านประธานคงได้ข่าวว่ามีเงิน ๒ ล้านบาทไปตกอยู่แถว ๆ ศาลฎีกา ผมคิดว่ามันยิ่งกว่าระเบิดลงที่ศาลฎีกาเสียอีกนะครับ ผมเลยฝากด้วยความเคารพ ด้วยความห่วงใยว่า นี่แหละครับเมื่อไรก็ตามที่อํานาจตุลาการเริ่มทํางานของท่าน ที่จะจัดการการทุจริตในบ้านเมืองนี้ครับ ท่านต้องเข้มแข็ง ท่านต้องมีเกราะ มิฉะนั้นแล้ว ท่านจะถูกทําลาย เมื่อไรก็ตามครับที่อํานาจของท่านถูกทําลายและทําให้อ่อนแอลงครับ ผมว่าบ้านเมืองนี้ไปไม่ได้แล้วครับ ผมใช้คําว่าไปไม่ได้เลยครับ หลายท่านได้วิตกกังวล ถึงอํานาจของอัยการ วันนี้มีคนไม่เชื่ออํานาจอัยการเกินกึ่งหนึ่งนะครับ อันตรายมากครับ เมื่อก่อนเราไม่เคยแตะอํานาจอัยการครับ แต่เดี๋ยวนี้ทุกท่านที่ลุกขึ้นมาอภิปรายในสภานี้ ฝากไปถึงอัยการด้วยที่ฟังอยู่ในขณะนี้ครับ รัฐสภาแห่งนี้มีความวิตกห่วงใยต่อการใช้ อํานาจของอัยการมากเหลือเกิน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นเช่นนี้มาก่อน นี่คือความวิตกห่วงใย ซึ่งผมคิดว่าอาจจะก่อให้เกิดวิกฤติขึ้นอีกในอนาคตก็ได้ ตุลาการเลยต้องเข้ามาถ่วงดุล อํานาจของฝ์ายบริหาร มีการพูดถึงการใช้อํานาจลักษณะเปึนรัฐตํารวจหลายท่านพูดถึง อย่าปฏิเสธเลยครับว่าในขณะนี้มันเริ่มมีเค้าลางของการใช้อํานาจของรัฐตํารวจเกิดขึ้นแล้ว คงไม่พูดเรื่องส่วนตัวจนเกินเลยไป ท่านประธานครับ เมื่อวานผมไปมอบตัว ในคดีหมิ่นประมาทเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ครับ เปึนรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ผมอภิปราย ท่านเรื่องการแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในกระทรวงหนึ่งครับ ท่านก็ไปแจ้งความผม ผมน้อยใจอย่างหนึ่งที่แจ้งความคือไปแจ้งความโรงพักที่มันอยู่ไกล เหลือเกินผมหาไม่เจอครับ อยู่โน่นครับต้องเช่าแท็กซี่ไปขับรถไปไม่เจอ แต่ไม่เปึนไร ผมแจ้งความกลับท่านผมไปแจ้งปานาเระครับ ไปแถวจะนะโน่นเลยครับ ปานาเระ รือเสาะโน่นเลยครับไม่ว่ากัน แต่ผมยกตัวอย่างเรื่องนี้เพื่อมาเรียนท่านฝากไปถึง ท่านตุลาการว่าวันนี้คนในประเทศนี้ห่วงใยรักตํารวจมาก ความยุติธรรมที่มันมาช้า เกินสมควรเขาไม่เรียกความยุติธรรมหรอกครับ ผมเพิ่งถูกแจ้งความประมาณเดือนหนึ่ง ตํารวจเรียกแล้วครับแล้วกําลังจะส่งอัยการแล้วครับ ผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะอะไร ท่านประธานครับ ผมไม่ได้กังวลเรื่องคดี แต่ท่านประธานอย่าลืมครับ วันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชกฤษฎีกาเป่ดประชุมสมัยวิสามัญนะครับ ผมเปึนสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้ พนักงานสอบสวนไม่มีอํานาจโดยเด็ดขาด ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ ในการที่จะเรียกผมไปสอบสวนในคดีอาญา แต่ถามว่า ประเทศนี้ทําได้ไหมภายใต้การบริหารของรัฐนี้ ทําได้ครับ มาตรา ๑๓๑ ของรัฐธรรมนูญ ไม่อยู่ในสายตาของตํารวจ ผมไม่ว่ากัน แต่ผมเรียนเปึนความห่วงใยว่าเมื่อไรก็ตามที่รัฐ ใช้อํานาจจนเกินเลยขอบเขตของกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญบ้านเมืองอยู่ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นผู้ใช้อํานาจให้ระวังเรื่องนี้ไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ มีหลายประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วผมเปึนห่วงอยู่ในบางเรื่อง ในกฎหมายฉบับนี้มีบุคคล เพิ่มขึ้นมาที่เราจะไปร้องต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาได้ ก็เปึนที่ทราบล่ะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ผมไม่แน่ใจกฎหมายเหล่านี้นะครับ เขาบอกว่าให้ผู้เสียหายไปยื่นคําร้องได้ ความไม่มั่นใจของการใช้อํานาจรัฐในขณะนี้ท่านอย่าไปหาผู้เสียหายเลยครับ ไม่มีผู้เสียหายคนไหนหรอกครับที่จะกล้าเดินเข้าไปศาลฎีกาเพื่อขอให้ดําเนินคดีกับ นายกรัฐมนตรี ขอให้ดําเนินคดีกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ดําเนินคดีกับรัฐมนตรี ซึ่งหลายท่านก็ดูขึงขังน่ากลัว ท่านหวังพึ่งผู้เสียหายนะครับ สมมุติว่าประธาน สภาผู้แทนราษฎรถูกข้อหาว่าอะไรสักอย่างหนึ่ง ท่านพูดเองนะครับว่าบุกรุกที่ ผมไม่ได้พูด จะมีผู้เสียหายคนไหนล่ะครับเดินกันขึ้นไปสู่ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเพื่อที่จะให้สอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วใครล่ะครับเปึนผู้เสียหาย ถ้าประธานสภาผู้แทนราษฎร โกงรัฐ รัฐมนตรีโกงหลวงฉ้อราษฎร์ร่วมมือกับกระทรวง ทบวง กรม ในหน่วยงานของ ท่านทุจริตใครเปึนผู้เสียหายครับ ผมเปึนผู้เสียหายได้ไหม บอกว่าผมจะไปแจ้งความ ประธานสภาผู้แทนราษฎรในคดีสักคดีหนึ่ง ผมเดินไปที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ไหมครับ ผมไม่ได้เปึนผู้เสียหายโดยตรงในคดีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่แล้วจะเอาผู้เสียหาย ที่ไหนล่ะครับ แล้วท่านอย่าคิดว่าหน่วยงานของรัฐจะปกปัองผลประโยชน์ของรัฐในขณะที่ รัฐมนตรีนั่งอยู่ ถ้ามีการทุจริตในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมสมมุตินะครับ ในสมัย ที่แล้วไม่สมมุติสมัยนี้หรอกครับ แล้วกรมวิชาการเกษตรเปึนผู้เสียหาย อธิบดีหรือครับ ที่จะเดินไปที่ศาลฎีกาเพื่อแจ้งความกับรัฐมนตรีในฐานะที่เปึนอธิบดีกรมที่ได้รับ ความเสียหาย ผมว่าไม่มีครับ ถ้าข้าราชการเหล่านั้นร่วมมือกันทุจริตกับรัฐมนตรี เราจะหาผู้เสียหายที่ไหนครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในมาตรานี้ คําว่า ผู้เสียหาย มันต้อง ขยายสักนิดหนึ่งว่าผู้เสียหายนี้เปึนใคร เปึนผู้เสียหายโดยตรงหรืออาจจะขยายไปถึง ประชาชนสามารถที่จะขึ้นไปสู่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่า ผมอาจจะดูกฎหมายไม่ละเอียดหรืออาจจะ ไม่เข้าใจกฎหมายของท่านสักเท่าไรนัก สมมุติว่ามีการทุจริตในบรรดาบุคคล ๔ ประเภทนี้ แต่มันหาหลักฐานยากว่าได้ทุจริต ในหน้าที่ จะเปึนการทุจริตในกรณีอื่นไปกรรโชก ท่านรัฐมนตรีไปกรรโชกแต่ไม่ได้กรรโชก ในฐานะรัฐมนตรีหรอกครับ ไปตบทรัพย์เขาขึ้นศาลฎีกาได้ไหมครับ ไม่ได้ใช้หน้าที่ ผมไม่ทราบนะครับผมไม่ลึกซึ้งในกฎหมายตัวนี้ แล้วกว่าจะต่อสู้หาข้อเท็จจริงว่า เปึนการทุจริตในหน้าที่ผมคิดว่ามันก็สู้กันนานเหมือนกันครับท่านประธาน
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าต้องมีผู้ถาม ผมตอบคําถามเขาไม่ได้ สมมุติว่า นายกรัฐมนตรีทุจริตในอดีตก่อนมาเปึนนายกรัฐมนตรีนี่แหละครับ วันนี้ เปึนนายกรัฐมนตรีแล้วคดีมันก็จ่อมาแล้ว แต่ว่ามันเปึนการทุจริตก่อนเปึนนายกรัฐมนตรี แล้ววันนี้เปึนนายกรัฐมนตรีอยู่ใครล่ะครับจะกล้าดําเนินคดีนายกรัฐมนตรี มันดําเนินคดี ย้อนหลังก่อนเปึนนายกรัฐมนตรีได้ไหมครับ วันนี้เปึนนายกรัฐมนตรีแล้วแต่คุณทุจริต มาก่อน ก่อน ๑ เดือน ๒ เดือน ก่อนเปึนนายกรัฐมนตรี แล้วถ้าเราปล่อยให้กระบวนการ สอบสวนตามปกติไปดําเนินการ ผมคิดว่ายากครับที่จะดําเนินคดีกับบุคคลทั้ง ๔ ประเภท ตั้งแต่ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี และประธานวุฒิสภาได้ ทั้งหมดที่ผม กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมยังมั่นใจครับว่าผู้ไต่สวนอิสระสามารถที่จะทํางานได้ ผมยังมั่นใจนะครับว่าท่านทําได้แต่ว่าท่านต้องพิสูจน์เยอะมากครับ และมีกระบวนการ ที่จ้องทําลายกระบวนการตุลาการเยอะมาก ผมยกตัวอย่างเรื่องเงิน ๒ ล้านบาทมันรุนแรง ยิ่งกว่าระเบิดตกที่ศาลฎีกาเสียอีก ดีนะครับที่มันไปตกที่นั่นถ้ามันไปตกที่อื่นผมว่าเงียบ ไม่มีใครรู้หรอกครับ นี่ต้องแสดงความกล้าครับ เหตุที่มันเกิดขึ้นผมย้ําอีกครั้งว่าเพราะท่าน กําลังก้าวล่วงไปในอํานาจอิทธิพลของฝ์ายการเมืองและผู้ที่เปึนใหญ่ในบ้านเมืองนี้ ที่มีอํานาจรัฐอยู่ ผมไม่ว่าฝ์ายไหนหรอกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีการพูดถึงเรื่อง ตุลาการภิวัตน์ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกจากซีกรัฐบาลบอกว่ากฎหมายนี้เปึนกฎหมาย ที่ตุลาการจ้องทําลายนักการเมือง ผมคิดว่าถ้านักการเมืองเลวก็ควรทําลายครับ แล้วควร ทําลายเร็วด้วย มีการพูดถึงตุลาการภิวัตน์ ผมก็เปึนคนหนึ่งที่พูดเรื่องตุลาการภิวัตน์เยอะ เหมือนกันครับ ผมจะพูดอีกสักครั้งหนึ่งครับ ตุลาการภิวัตน์ที่มันดําเนินงานมาในอดีต จนถึงปัจจุบันใช้ได้ในระดับหนึ่งครับ แต่ว่าตุลาการภิวัตน์ต้องภิวัตน์หลายครั้งเชื่อผมเถอะ ตุลาการภิวัตน์ครั้งเดียวมันไม่อยู่ครับ ตุลาการในบ้านเมืองนี้ต้องภิวัตน์หลาย ๆ ครั้ง ถึงจะรักษาบ้านเมืองได้ เพราะบ้านเมืองนี้มันไปลึกมากแล้วเรื่องการทุจริตและตุลาการ ก็มาช้าเกินไปที่ผมกราบเรียน ความยุติธรรมที่มาช้าเกินเวลาไม่เรียกว่าความยุติธรรม คดีบางเรื่องเลวมากผมยกตัวอย่างให้ฟังแล้ว แต่บางเรื่องขออภัยท่านประธานครับ ท่านประธานก็เปึนผู้ต้องหาเรื่องนี้อยู่ด้วย คดีบุกรุกหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ขออภัย ท่านประธานจริง ๆ ครับ ผมไม่คิดว่าผมอภิปรายตอนท่านนั่งเปึนประธานอยู่ มาช้าเกินไป ผมไม่นับเรื่องนี้เปึนความยุติธรรมอีกต่อไปแล้วของบ้านเมืองนี้ ผมไม่ถือว่าถึงแม้อัยการ จะฟัอง นปก. ในอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้า ๓-๔ วันข้างหน้า ในชีวิตผมผมไม่ถือว่าเรื่องนี้คือ ความยุติธรรมแล้วมาช้าเกินไป โดยเฉพาะเรื่องนี้มันเกิดขึ้นต่อหน้าสถานที่สําคัญ ต่อหน้าบุคคลที่สําคัญของประเทศนี้ และภายใต้รัฐนี้ไม่สามารถอํานวยความยุติธรรม ที่ควรจะมาเร็วกว่านี้ได้ บุคคลที่กระทําความผิดเรื่องนี้ทั้งหมดจะขึ้นศาลเมื่อไร ในใจผมไม่เรียกว่าความยุติธรรมอีกต่อไปแล้ว ผมจะเรียกว่าท่านจํานนต่อความยุติธรรม เพราะฉะนั้นผมเรียนประเด็นสุดท้ายครับ ผมดีใจครับท่านมาจากศาลฎีกามารับฟังเรื่องนี้ ท่านไปเขียนหนังสือได้เปึนเล่มนะครับ วันนี้ท่านมาฟังผู้แทนราษฎรผมอยากเห็นเรื่องนี้ มานานแล้วเรื่องการถ่วงดุลระหว่าง ๓ อํานาจ ผมอยากเห็นตุลาการเข้ามารับฟังปัญหาของบ้านเมืองในสภาแห่งนี้มาหลายป้แล้วครับ ครั้งนี้เปึนครั้งแรกในชีวิตผมที่เปึนผู้แทนราษฎรมา ๑๕-๑๖ ป้ ที่เห็นท่านผู้พิพากษามานั่งอยู่ ในสภาแห่งนี้เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน ทั้งหมดที่พูดนี้เราพูดแทนประชาชนทั้งนั้นล่ะครับ แล้วท่านไม่ต้องฟังที่อื่นหรอก ตรงนี้สะท้อนเสียงของประชาชนได้ดีที่สุด ท่านจะเห็นว่า ความเห็นผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้มันแตกแยกกันมากเหลือเกิน มันแตกแยกกัน เหมือนกับความจริงของความขัดแย้งที่ยังอยู่ข้างนอก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่หวังจะเห็นท่านตุลาการหรือผู้ไต่สวนอิสระ ผมไม่หวังว่าจะเห็นร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เปรียบเหมือนดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญมันยังยากเกินไป แต่ผมอยากเห็นว่าจุดนี้ เปึนจุดเริ่มต้นของการอํานวยความยุติธรรม ผมอยากเห็นท่านเริ่มต้นด้วยการเปึนหิ่งห้อย ในคืนข้างแรม ผมก็พอใจแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
คุณจตุพร พรหมพันธุ์ มีอะไรครับ
ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เพื่อเปึนที่เข้าใจตรงกันในกรณีเรื่องคดีที่เกิดขึ้นที่หน้าบ้าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ว่าคดีอยู่ขั้นตอนไหนอย่างไร เพื่อคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จะได้รู้ว่ากระบวนการยุติธรรม มีความยุติธรรมหรือจะยุติธรรมอะไรก็แล้วแต่ คดีนี้หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตํารวจ ได้ไปร้องขอหมายจับที่ศาลอาญา บังเอิญว่าท่านอาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตอธิบดีศาลอาญา อดีตหัวหน้าคณะผู้พิพากษาในศาลฎีกา ท่านเองก็รู้วิธีพิจารณา ความอาญา ท่านก็ไปแสดงตนยื่นคัดค้านการออกหมายจับของเจ้าหน้าที่ตํารวจ เพราะว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดไม่มีใครแสดงตนที่จะหลบหนี แล้วเจ้าหน้าที่ตํารวจยังไม่ได้อยู่ ในขั้นตอนที่จะออกหมายเรียกแม้แต่เพียงครั้งเดียว ปรากฏว่าอาจารย์มานิตย์ไปวันแรก วันที่ ๒ วันแรกพิจารณาคดีแล้วไม่จบ ท่านอาจารย์มานิตย์ก็ได้ตามพวกเราไปก็ไปกัน เกือบทั้งหมดเลยครับ ไปแสดงตนต่อศาลว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะออก หมายจับกับบุคคลผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ต้องการจะหนีคดีแล้วมาแสดงตนกับศาล ปรากฏว่า ผู้พิพากษาเวลานั้นท่านขึ้นบัลลังก์ท่านก็บอกเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เมื่อผู้ที่ถูกกล่าวหา เขาไม่แสดงตนว่าเขาจะหลบหนีแล้วเขาแสดงการต่อสู้คดี ศาลจะใช้ศาลอาญาเปึนที่ พบกันเพื่อที่จะลดข้อครหามอบหมายกับเลขานุการศาลอาญาเวลานั้นใช้ห้องประชุม ชั้น ๑๐ ของศาลอาญา บอกว่ารุ่งเช้าให้คนทั้ง ๙ คนที่ถูกกล่าวหานั้นมาพบพนักงาน สอบสวน ผมเองด้วยความต้องการซักด้วยความสบายใจ คือท่านประธานไม่สะดวกที่จะ อธิบายความแบบผมแต่ผมอธิบายความว่าผมเองก็ถามต่อท่านผู้พิพากษาเวลานั้นว่า หลังจากมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้วจะทําอย่างไรต่อ ท่านก็บอกว่ากลับบ้านได้ แปลความว่าพวกเราไปศาลในวันนั้นไปด้วยความสบายใจไปพบ พนักงานสอบสวน แต่ปรากฏว่าพอมาแจ้งข้อกล่าวหาเราให้การปฏิเสธไป ใช้วิธีป่ดห้อง เอาล่ะครับครั้งนี้ แล้วก็ใช้บอกว่าให้ไปขึ้นบัลลังก์ใหม่ในคดีใหม่ในเรื่องเดียวกันแล้วไปทํา คดีใหม่ที่ผมบอกว่าไปหลอกจับเอาบนชั้นศาล แต่เอาล่ะวันนั้นเราได้แสดงตนแล้วก็ได้ ตั้งคําถามในศาลเหมือนกัน แล้วก็ได้มีการอุทธรณ์ในคําสั่งที่ออกหมายจับในวันนั้น เพื่อต้องการให้เห็นว่ากระบวนการที่ผ่านมามันไม่ยุติธรรมแบบนี้ คุณนิพิฏฐ์อาจจะ ไม่ได้เจอเหมือนเรา เพราะผู้พิพากษาเขายืนยันด้วยเกียรติเราจึงไปเพราะเราเชื่อ ในเกียรติของผู้พิพากษา สุดท้ายก็อยู่ห้องขังก็ไปนอน ๑ ผลัด ๑๒ วัน น่าเปึนอยู่ดีมาก มีเพื่อนใหม่ขึ้นมาเยอะแยะมากมาย ประกันออกมาปรากฏว่าเราก็ปฏิเสธที่จะให้การ ในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนทําสํานวนส่งไปที่อัยการ เพราะข้อเท็จจริงเราก็ได้ ทักท้วงในรายละเอียดทั้งหมดว่าการที่จะใช้สิทธิในการชุมนุม เห็นไหมพูดทีฟัาผ่าเลย แต่เสียงจะไปทางคุณนิพิฏฐ์มากกว่าทางผม
กรุณารวบรัดด้วยครับ เพราะว่ามันไม่เปึนเรื่องที่เรากําลังพิจารณาอยู่นะครับ
เพื่อความสบายใจครับ เพราะฉะนั้นก็คือว่าเรื่องก็ไปคาอยู่ที่อัยการ ที่ผ่านมาเราไม่ได้ไปใช้สิทธิอะไรเลย แล้วหลายคดีนะครับ ผมยกตัวอย่าง เช่น คดีดักฟัง ที่คุณจักรภพ คุณณัฐวุฒิ ผม อัยการ ก็ฟัองศาล ศาลก็ประทับเรียบร้อย แต่ว่าคดีที่หน้าบ้านประธานองคมนตรีนั้นมีข้อขัดแย้ง ในพฤติการณ์แห่งข้อกฎหมายมากมาย มีการบันทึกเปึนวีซีดี (VCD) มากมาย แล้วจะ ชี้หน้าเลยว่าใครที่ไปทุบกระจก ใส่เสื้อเหลือง ไปอะไร เปึนบุคคลในเครื่องแบบหลายคน ที่แปลงร่างเข้าไป พวกเราเองที่อัยการยังไม่มีการสั่งฟัอง เพราะเปึนฝ์ายที่ห้ามไม่ให้ คนไปปะทะกัน เสียงทุกอย่างบันทึกเอาไว้เสร็จสรรพ ผมจึงบอกว่าที่ผ่านมาเราไม่เคย เดินไปบอกอัยการบอกว่าอย่าไปฟัองศาลเพราะคดีอื่นอัยการก็ฟัองศาล นี่เพิ่งกําลังจะ พิจารณาในวันที่ ๒๓ คดีดักฟัง แต่กรณี ๙ คนนั้นเขาหาเหตุผลไม่ได้ เพราะว่าขบวนการหนึ่ง คือ เจ้าหน้าที่ตํารวจเวลานั้นหลอกไปจับเอาบนชั้นศาลซึ่งใช้ศาลเปึนเครื่องมือ และผมเองก็อธิบายความชัดเจน เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าที่ผ่านมานี้เปึนข้อความ ที่เกิดปัญหา มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากมายว่าทําไมชั้นพนักงานสอบสวนจึงใช้ศาล เปึนเครื่องมือในการทําคดีในการหักหลังผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเปึนขบวนการที่ไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าที่บอกว่าคดีนี้ไม่ยุติธรรมถูกต้อง แต่ว่าฝ์ายเราที่ถูกกระทํา โดยการหักหลังโดยใช้ศาลเปึนเครื่องมือนั้นเปึนผู้ไม่ได้รับความยุติธรรม ถ้าถามว่าคดีนี้ คนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมคือใคร บอกว่าคนที่ถูกกระทําโดยใช้ศาลเปึนเครื่องมือ คือฝ์ายพวกผมทั้ง ๙ คน ขอขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวครับ
คุณนิพิฏฐ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมไม่ประสงค์จะไปโต้เถียง หรือมีความคิดเห็นในทางคดีที่แตกต่างจากท่าน แต่ว่าผมยืนยันอย่างนี้นะครับ นี่เปึนความเชื่อที่เราเชื่อต่างกัน เราเชื่อในจริยธรรม ในระบบคุณธรรม ในเรื่องความยุติธรรม ต่างกันได้ ความยุติธรรมของท่านกับของผมมันต่างกันได้ แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าวันนี้ เปลี่ยนใจผมไม่ได้หรอกครับ ไม่ว่าอัยการจะฟัองหรือไม่ฟัอง หรือฟัองเมื่อไร ในใจผมวันนี้ ผมไม่เชื่อว่าคดีนี้มีความยุติธรรมอีกต่อไปแล้ว ผมเชื่ออย่างนั้น เพราะเรื่องนี้มันใหญ่มาก และความยุติธรรมที่มันมาเกินเวลาไปแล้วครับ นี่คือความเชื่อส่วนตัวของผมนะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้เสียงฟัาดังมาจากไหน ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่สายฟัามันไปทางนั้น ขอบคุณครับ
คุณจตุพรพอแล้วครับ ไม่เปึนอะไรแล้วครับ ไม่อย่างนั้นก็จะตอบโต้กันไปกันมา สั้น ๆ นะครับ
ท่านประธาน เสียหายเรื่อง กระบวนการยุติธรรม ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า คุณนิพิฏฐ์จะเอาความรู้สึก ความเชื่อไปกล่าวหาคนอื่นเรื่องกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ วันนี้กระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนซึ่งเราได้ต่อสู้ การออกหมาย มีการอุทธรณ์ มีการฎีกา ทุกขั้นตอนเราได้ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม วันนี้คุณนิพิฏฐ์เอาความรู้สึกส่วนตัว ไม่เชื่อว่าเรื่องนี้จะยุติธรรม ผมบอกว่าถ้าผมจะมีความรู้สึกเดียวกับคุณนิพิฏฐ์บ้างว่า คุณก็ไม่มีความยุติธรรมเหมือนกัน เพราะฉะนั้นบ้านเมืองเขาจึงมีประมวลกฎหมายอาญา วิธีพิจารณาความอาญาไม่ให้กล่าวหาใครโดยใช้ความรู้สึก ถ้าใครไม่เจอกับตัวเอง ก็ไม่มีความรู้สึก เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าการกล่าวหาคนโดยใช้ความรู้สึกไม่ใช้ ข้อกฎหมายนั้นสังคมนี้จะไม่มีมาตรฐานเลย ขอขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
ต่อไปคุณสงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ผมคิดว่าฟังมาตั้งแต่ต้นก็ตั้งใจที่จะพูดว่าอยากมี โอกาสได้มาแสดงความคิดเห็นในเรื่องกฎหมายฉบับนี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน นะครับ ผมคิดว่าวันนี้ทุกท่านที่นั่งฟังตั้งแต่ต้นต้องยอมรับว่าเราได้ความรู้มากเหลือเกิน มีสิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะพูดในที่แห่งนี้เพื่อบันทึกไว้ว่าวันนี้กฎหมายเหมือนการกําหนด คุณธรรม แล้ววันนี้ยิ่งได้ยินหลายท่านบอกว่าท่านเชื่ออย่างนั้นเชื่ออย่างนี้ ผมยิ่งหวาดกลัวว่าสังคมเรากําลังจะสร้างคุณธรรมสมมุติ แล้วกําลังจินตนาการว่าคนอื่นซึ่งไม่ใช่เรานี่ผิด เพราะฉะนั้นผมจึงมองปัญหาว่า ผมจะไม่พูดในรายละเอียดเหมือนที่ท่านอื่นพูด แต่ผมจะพูดถึงโครงสร้างกฎหมายฉบับที่ กําลังจะพิจารณากัน ผมเห็นเหมือนหลาย ๆ ท่านเห็น เห็นตรงไหนบ้างครับ คือ ตรงผู้กล่าวหาแล้วก็องค์กรที่จะตั้งขึ้น แต่ผมเห็นหนักไปกว่านั้นในมาตราสุดท้าย ผมอยากจะเริ่มตรงนี้นะครับ มาตราสุดท้ายถ้าเราอ่านให้ดีจะเห็นว่าการอุทธรณ์นี่ถ้าเขียน อย่างนี้เท่ากับเขียนไม่ให้มีการอุทธรณ์ ผมย้ําตรงนี้นะครับ ถ้าเขียนอย่างนี้คือเขียนไม่ให้มี การอุทธรณ์ หลักการของการอุทธรณ์ไม่ใช่อย่างนี้ ผมถูกคําพิพากษาแล้วผมไม่เชื่อ ในคําพิพากษานั้น ผมขอความกรุณาที่สูงขึ้นผมจึงอุทธรณ์ไม่ใช่ผมต้องมีข้อมูลใหม่ หรือหลักฐานใหม่ ๓๐ วันจะมีได้อย่างไรครับ เมื่อเขียนอย่างนี้ผมจึงพิจารณาจากตรงนี้ แล้วกลับขึ้นไปข้างบนว่า ท่านครับ วันนี้โครงสร้างกฎหมายของเราและความยุติธรรม ของเรา เราเขียนในรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมีหมวดที่ผมคิดว่ามันเปึนหมวดว่าด้วยคุณธรรม สมมุติ แล้วก็จินตนาการไปว่าให้เชื่อว่าคนนั้นผิดคนนี้ผิด พอออกกฎหมายรองรับปัญหา มันก็เกิดขึ้น ผมจะถามอย่างนี้นะครับ ถามเพื่อแสดงเจตนาว่าผมจะต้องแปรญัตติ พรุ่งนี้ จะนั่งเขียนคําแปรญัตติแล้วจะเสนอ เตรียมเสนอต่อประธานคณะกรรมาธิการคณะนี้ ในเรื่องไหนบ้างเดี๋ยวผมจะบอก ผมชี้จุดหนึ่งท่านประธานครับ ถ้าสมมุติ ป.ป.ช. ไม่ฟัอง ยกฟัองนะครับ แล้วองค์กรที่ตั้งใหม่สั่งฟัอง ผมถามแล้วนะครับ ป.ป.ช. มีความผิดไหม ถ้าไม่มีความผิดก็ประหลาด เพราะข้อมูลอย่างเดียวกัน คนหนึ่งตัดสินไม่ฟัอง แต่เรา สามารถให้คนอีกคนหนึ่งมาตั้งฟัองได้ พอท่านไปดูบทต้น ๆ สําหรับสิทธิของ ผู้กล่าวหา อัยการฟัองได้ ท่านครับ อัยการสูงสุดฟัองได้ กรรมการ ป.ป.ช. ฟัองได้ ผู้ไต่สวนอิสระฟัองได้ ไปดูของเก่าฟัองได้ในการปฏิบัติตามมาตรา ๑๑ อันนี้ไม่มี นี่ผมยัง ต้องถามต่อว่าถ้าเปึนอย่างนี้สาระของการฟัองต่างกันอย่างไร อันนี้เปึนจุดที่ ๑
จุดที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ผมเห็นด้วยต้องแก้รัฐธรรมนูญ ตรงไหนครับ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองไม่ต้องเข้า ป.ป.ช. ให้ศาลท่านดําเนินการ อย่างนี้ชอบและดี เพราะมันเปึนกระบวนการไต่สวน ร้องต่อศาลเลยง่าย ๆ ครับ ประชาชน ก็ร้องได้เห็นมีความผิด แล้วศาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหรือผู้ไต่สวน อิสระขึ้นมาไต่สวนไม่ต้องมี ป.ป.ช. เพราะอะไรครับ ไม่จําเปึนแล้ว เพราะ ป.ป.ช. ก็ไม่ไว้ใจ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ก็ไม่ไว้ใจ ป.ป.ช. แล้วล่ะถึงได้ตั้งตรงนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้น ถ้ามีกระบวนการศึกษารัฐธรรมนูญจุดนี้ผมจะเสนอว่าไม่ต้องมี ป.ป.ช. สําหรับผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง เพราะว่าอะไรครับ วิ่งเต้นใครไม่ได้เลย ท่านจะตั้งใครก็ไม่รู้ ใครจะ มาเปึนผู้ตัดสินก็ไม่รู้เหมือนกันอย่างนี้ดีมาก ที่ผมพูดตรงนี้ผมกําลังอธิบายโครงสร้างของ กฎหมาย คอนเซพท์ (Concept) ของความผิด คอนเซพท์ของการตรวจสอบในสังคมเรา หลักอันสําคัญนะครับท่าน ที่ผมดูแล้วฟังมาตลอดนี่ผมเพิ่งถึงยูเรกา (Eureka) ถึงความเข้าใจว่าทําไมคณะผู้พิพากษาจึงตั้งคําถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่า คตส. คุณชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผมเพิ่งเห็นเดี๋ยวนี้เอง เห็นวันนี้เอง ชัดตรงไหนครับ เพราะ คตส. ไม่ได้มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้ว คตส. เมื่อกี้นี้เองผมอ่านรัฐธรรมนูญ อ่านมาตรา ๒๙๓ ก็ชัดอีก เพราะผู้ต่ออายุ คตส. ไม่ได้ใช้อํานาจ ไม่ได้มีอํานาจตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คตส. ครั้งแรก มีบุคคลเพียงคนเดียวนอกนั้นเปึนตัวแทนองค์กรหมด ๗ องค์กร เมื่อเปึนอย่างนี้ปุ็บก็มีการ โต้แย้งกันว่าถ้าตั้งอย่างนี้ ผมไปอ่านคําโต้แย้งนะครับว่าไม่สามารถจะตรวจสอบกลุ่มของ ท่านทักษิณได้เพราะว่าเปึนเอกชน เปึนนิติบุคคลไม่ใช่รัฐ ก็ไปตั้งคําสั่งมาตรา ๓๐ ขึ้นมา แล้วเขาตั้งบุคคลขึ้นมาเปึนตั้งคณะบุคคลล้วน ๆ เพื่อทําหน้าที่แทนองค์กรเหล่านี้ พอ ๑ ป้หมดอายุก็มีการต่อ ก่อนจะหมดก็มีการต่อ พอมีการต่อปุ็บมาตรา ๒๙๓ มันถูกจํากัดว่าคุณแต่งตั้งบุคคลไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณก็ต่อคําสั่งมาตรา ๓๐ ไม่ได้ เหมือนกัน ผมถึงเข้าใจว่า อ้อ นี่เอง เพราะอะไรครับ เพราะว่าผู้ไต่สวนอิสระดํารงฐานะ เหมือนกับ คมช. ตั้ง คตส. เหมือนกันเลยทุกอย่างลอกแบบกันมาเลย แต่ว่าผู้ไต่สวนอิสระนั้น ท่านเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ คตส. จึงอยู่ไม่ได้ในขณะนี้เพราะว่าไม่ได้เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญ ผมเข้าใจอย่างนี้ และผมดีใจครับว่าเมื่อเห็นปัญหาอย่างนี้แล้ว ความยุติธรรมเกิดขึ้นแน่นอน ท่านเรียกร้องให้ศาลมาดูแลความยุติธรรม ผมเห็นด้วย เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะอะไรครับ ต่อไปนี้ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองคุณไม่ต้องขึ้นไปที่ ป.ป.ช. ให้มีกระบวนการอย่างนี้เลยครับ รวดเร็ว เรากําหนดเวลาได้ด้วยว่าให้จบเมื่อไร แล้วทีนี้การอุทธรณ์ผมอยากจะถามว่าถ้าอุทธรณ์เสร็จแล้วไปคณะเดิมหรือเปล่า ถ้าอุทธรณ์แล้วไปคณะเดิม จบ คือไม่ต้องอุทธรณ์ เพราะว่าท่านเชื่ออย่างนั้นเสียแล้ว ผมก็จะดูต่อว่าทั้งหมดนี้ผมไม่เห็นด้วยตรงไหน ผมเห็นต่างตรงไหน ผมก็จะแปรญัตติ เข้าไป แล้วผมคิดว่าวันนี้เปึนโอกาสพิเศษที่องค์กรใหญ่ ๓ องค์กร คือ ผู้บริหาร นิติบัญญัติ แล้วก็ศาลมานั่งฟังปัญหาร่วมกัน แล้วผมคิดว่าวันนี้สังคมกําลังได้ประโยชน์ ได้ประโยชน์อย่างไรครับ ทุกคนพูดที่นี่วันนี้ผมเห็นพูดเรื่องจริงทั้งหมดไม่มีเรื่องเสมือนจริงเลย ผมเลยคิดว่าถ้าเปึนอย่างนี้ในการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ผู้ที่เข้าไปทํางานกรุณาให้ โอกาสการแปรญัตติของพวกเราเปึนการแปรญัตติจริง ๆ ไม่ใช่ให้เราเขียนเปึนพิธีการ แล้วคุณก็ทําเปึนพิธีกรรมแล้วก็ไม่ยอมรับไม่ได้นะครับ ผมยืนยันว่าไม่ได้เลย เพราะว่า วันนี้มันเปึนวิธีการสําคัญของกฎหมาย มันเปึนเรื่องใหม่มาก ผมย้อนไปอันหนึ่ง วันนี้เห็นตรงนี้แล้วจําเปึนที่ต้องพูดถึงองค์กรอื่น เช่น กกต. เราต้องมีกระบวนการ ร่างกฎหมายแบบนี้ให้ กกต. ได้มีวิธีการพิจารณาความให้มันชัดเจน แล้วข้อโต้แย้ง จะไม่เกิด วันนี้ผมดีใจ ๒ เรื่อง เรื่องหนึ่งท่านดูนะครับ กกต. ชุดปัจจุบันท่านมาจาก กระบวนการรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนวิธีการพิเศษ มาจากกระบวนการของศาล เหมือนกัน วันนี้เราต้องยอมรับว่า กกต. ชุดปัจจุบันมีความสามารถในการชั่งน้ําหนัก พยานได้ดีมาก ผมพูดถึงเรื่องนี้ทําไม เพื่อจะบอกว่าการเลือกสรรคนเข้ามาเปึน ผู้ไต่สวนอิสระ ผมยังมั่นใจว่าศาลท่านจะทําได้ แต่ผมจะแปรญัตติเข้าไปตรงไหนครับ ต้องเพิ่มรายละเอียดเรื่องอะไรที่สําคัญ ใครก็ตามที่มีความเห็นแย้ง เห็นต่างจนเปึน ที่ประจักษ์กับบุคคลผู้ถูกกล่าวหา คุณไม่มีสิทธิเสนอตัวเข้ามาเปึนกรรมการผู้ไต่สวนอิสระ ผมฝากเรื่องนี้ไว้สําคัญมากครับ สมมุติว่ามีคนไม่เห็นด้วยกับผมแล้วด่าผมข้างถนนตลอด แต่ว่าถูกตั้งเปึนกรรมการ ผมไม่เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะได้ประโยชน์ จะเสียหาย ด้วยซ้ําไป แต่ถ้าเราไม่เขียนไว้ก็จะมีผู้ที่ ผมชอบอาจารย์ที่พูดก่อนหน้าผม ท่านเปึนผู้พิพากษา ท่านบอกว่าท่านไม่เชื่อเรื่องบุคคล ท่านต้องการสร้างระบบ เพราะฉะนั้น การเขียนรายละเอียดไว้ก็เพื่อที่จะสร้างระบบให้มั่นคงกับกระบวนการยุติธรรมของเราครับ วันนี้ถ้าหากว่าเปึนพวกตัวเองทําความผิดก็เรียกว่าอารยะขัดขืน แต่ถ้าพวกอื่นทําความผิด ก็ไปบอกว่าไม่เชื่อล่ะมันจะมีความยุติธรรม ผมว่าเราต่างคนต่างมีสํานึกทางกฎหมาย เหมือนกันไม่ใช่ต่างกัน แต่ว่าผลประโยชน์ที่เปึนสถานะทางสังคมของพวกเราต่างหาก ที่ทําให้เราเห็นต่าง เห็นแย้งกันในบางเรื่อง ผมจะขอขอบคุณท่านประธานและจะจบ การอภิปรายเพียงเท่านี้ แล้วพรุ่งนี้ผมจะเริ่มเขียนคําแปรญัตติ และผมจะใช้โอกาสนี้ โดยการเข้าไปแปรญัตติจะทําอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ผมคิดว่า เปึนเรื่องดีงาม ขอบคุณครับ
ต้องขอความกรุณาท่านผู้อภิปรายกรุณาอย่าอภิปรายนอกเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ครับ ต่อไปเชิญคุณอลงกรณ์ พลบุตร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ท่านประธานเตือนไม่ทราบว่ารู้ว่าผมจะพูดถึงเรื่องคอร์รัปชันในระบอบทักษิณหรือไม่ อย่างไร แต่ความจริงแล้วกระผมจะอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... ซึ่งเปึนการแก้ไขเพิ่มเติมหลังจากที่เรามีกฎหมายเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๒ ผมถือว่า เปึนกฎหมายที่มีความทันสมัย เพราะหลักของการตรากฎหมายของประเทศใดประเทศหนึ่งนั้น หัวใจสําคัญคือทําอย่างไรจะให้กฎหมายมีความทันสมัย และกฎหมายนี้เปึนกฎหมาย ในการปราบปรามการคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการคอร์รัปชันทางการเมืองซึ่งนับวันจะมี พัฒนาการที่สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนไปจนถึงถูกขนานนามว่าเปึนการคอร์รัปชัน เชิงนโยบาย เปึนการใช้อํานาจของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานวุฒิสภาซึ่งถือว่าเปึนตําแหน่ง ทางการเมืองในระดับสูง การใช้อํานาจอย่างฉ้อฉลที่เราหวาดวิตกกัน และความห่วงใยว่า ระบบถ่วงดุลตรวจสอบใน ๓ อํานาจอธิปไตย คือฝ์ายตุลาการ ฝ์ายบริหาร และฝ์ายนิติบัญญัตินั้นไม่สามารถที่จะถ่วงดุลและตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นการตรากฎหมายแต่ละฉบับที่เข้ามาสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ต่อไปวุฒิสภาจึงเปึนกฎหมายที่จะต้องมีการพัฒนา และแน่นอนที่สุดการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ นอกเหนือจากเปึนการพัฒนากลไกกฎหมายให้ทันสมัยต่อการปัองกัน และปราบปรามการคอร์รัปชันฉ้อราษฎร์บังหลวงแล้ว ยังเปึนการสอดคล้องต่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางศาลฎีกาที่ช่วยกรุณาสร้างผลงานให้รัฐบาล และสภาผู้แทนราษฎรเพราะเปึนกฎหมายฉบับแรก เพราะสภาสมัยที่แล้วทั้งสมัย สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ผ่านกฎหมายสักฉบับหนึ่ง เพราะว่ารัฐบาลไม่เสนอเข้ามา ดังนั้น ก็ต้องถือว่ากฎหมายฉบับนี้จะเปึนฉบับแรกของสภาผู้แทนราษฎร การให้ความเห็นชอบ ไม่เห็นชอบร่างกฎหมายที่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ ๑ เปึนขั้นรับหลักการ ผมไม่ลงรายละเอียดแบบแปรญัตติรายมาตรา ท่านประธานก็คงทราบว่า ธรรมเนียมปฏิบัติ ของเรานั้นก็จะพูดถึงหลักการและเหตุผล เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยต่อหลักการและเหตุผล ของร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมเรียนต่อท่านประธานว่ากระผมเห็นด้วย ด้วยเหตุผล ๓-๔ ประการ
ประการที่ ๑ ก็คือว่าเปึนกฎหมายที่ตราขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญที่มี การพัฒนาการ ความจริงแล้วเรื่องการปราบปรามการคอร์รัปชันทางการเมืองก่อนหน้านี้ อาจจะกล่าวได้ว่าเรามีนวัตกรรมในการเมืองที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั่นคือการมีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อให้มีความเปึนอิสระปลอดจากการแทรกแซง การครอบงําของทุกฝ์าย ทําหน้าที่ประหนึ่งพนักงานสอบสวน และเมื่อมีการสอบสวน ตรวจสอบแล้วก็ทําสํานวนส่งให้กับอีกองค์กรหนึ่งซึ่งจัดตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนครั้งแรก ก็คือการให้มีศาลคอร์รัปชันหรือที่เราเรียกว่า ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นและปรากฏขึ้น ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ท่านประธานก็คงทราบว่าในช่วงเวลา ๘-๙ ป้ เราได้เห็น พัฒนาการอีกเรื่องหนึ่งที่ดูประหนึ่งว่าแม้ว่าจะมีการตรากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ จัดตั้งองค์กรอิสระปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน แต่เราก็ต้องเผชิญกับความเปึนจริง และข้อเท็จจริงว่าการคอร์รัปชันแทนที่จะลดลงกลับเพิ่มขึ้นและมีความสลับซับซ้อน มีการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย ใช้ตําแหน่งหน้าที่ราชการสร้างความร่ํารวยให้กับตัวเอง พวกพ้อง บริวารว่านเครือก็โดยใช้อํานาจที่ได้มาจากการเลือกตั้งแล้วก็มาเปึนรัฐมนตรี มีอํานาจ เปึนนายกรัฐมนตรีมีอํานาจ ความสลับซับซ้อนของการคอร์รัปชันที่มากขึ้นทําให้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ องค์กรอิสระและกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่สามารถที่จะจัดการ กับรูปแบบการคอร์รัปชันเช่นนั้นได้ ท้ายที่สุดก็นําไปสู่การรัฐประหาร ต้องยอมรับว่า การสิ้นสุดของประชาธิปไตยด้วยการรัฐประหารนั้นเปึนเรื่องไม่พึงประสงค์ แต่การปล่อยให้ การคอร์รัปชันเกิดขึ้นอย่างมากมายจนกลายเปึนยุคโคตรโกงหรือโกงทั้งโคตร มันกลายเปึนสาเหตุสําคัญ วันนี้เมื่อมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ มีการประชามติรับรองเปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของไทย วันนี้ได้มี การตรากฎหมายเพื่ออนุวัตให้สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ สิ่งที่ปรากฏเพิ่มเติม เพิ่มขึ้นมาที่เปึนหลักการและเหตุผลสําคัญเพื่อให้การถ่วงดุลตรวจสอบใน ๓ อํานาจ อธิปไตยนั้นมันเข้มแข็งขึ้นมา เพื่อนสมาชิกหลายคนอภิปรายในลักษณะว่าจะเปึนการให้ อํานาจตุลาการมากเกินไปหรือไม่ ผมคิดว่าตราบใดที่ขอบเขตของรัฐธรรมนูญกําหนด ความสมดุล ความสัมพันธ์ทางอํานาจของฝ์ายตุลาการ ฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติ ไม่ถือว่าเปึนการให้อํานาจที่เกินเลยไป ในทางตรงกันข้ามกลับเปึนการเพิ่มบทบาท ความรับผิดชอบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการถ่วงดุลตรวจสอบและการปราบปราม คอร์รัปชันโดยเฉพาะการคอร์รัปชันในการเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่านประธาน คงเห็นว่าถ้าโดยหลักการของการที่จะให้ความเห็นชอบกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ แน่นอน ต้องดูเหตุผลประกอบและดูบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในแต่ละมาตรา และต้องดูว่า การบัญญัติในแต่ละมาตราที่ปรากฏอยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้นั้นจะแก้ไขปัญหาตาม หลักการวัตถุประสงค์ในการตรากฎหมายนี้และเปึนไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หรือไม่ แน่นอนฝ์ายที่อยู่ข้างการทุจริตคอร์รัปชันทางการเมืองมาก ๆ ไม่มีใครชอบหรอกครับ โจรไม่ชอบตํารวจแน่นอน เช่นกันโจรก็ไม่ชอบให้มีกฎหมาย ที่จะมาปราบโจร โจรไม่ชอบให้มีบทลงโทษแรง ๆ แต่ผมสนับสนุนให้มีกฎหมายแรง ๆ เหมือนยาแรงเพราะโรคคอร์รัปชันทางการเมืองมันร้ายแรงจนจะทําให้เราสิ้นชาติ เราสิ้นประชาธิปไตยไปช่วงหนึ่งเพราะการรัฐประหาร เพราะสาเหตุจากโรคร้ายคอร์รัปชัน ดังนั้นผมถึงบอกว่าเปึนกฎหมายในหลักการคือ ทันสมัย ๒. ก็คือหลักข้อเท็จจริง ถามบอกว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไร ผมเรียนท่านประธานว่า เรามีคดีตัวอย่างมากมายครับ มีคดีตัวอย่างมากมายที่ภายใต้ระบบที่ผ่านมานั้น ไม่สามารถจัดการได้ แต่ผมเชื่อว่าภายใต้ตัวบทกฎหมายที่เสนอสภาในวันนี้รองรับ โดยรัฐธรรมนูญน่าที่จะสามารถลดหรือกําจัดการคอร์รัปชันทางการเมืองได้ การมีผู้ไต่สวนอิสระคู่ขนานกับ ป.ป.ช. ถือเปึนส่วนหนึ่งในการเสริมการทํางานระหว่างกัน ไม่ใช่แย่งกันทํางาน เปึนการเสริมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของกลไกในการปราบ การคอร์รัปชัน มีอย่างที่ไหนครับท่านประธาน มีอํานาจเปึนรัฐมนตรีสามารถอนุมัติ นโยบายโครงการงบประมาณ เสร็จแล้วก็ใช้กลวิธีในการฉ้อราษฎร์บังหลวง แล้วก็ทุจริตคอร์รัปชันได้เงินได้ทองไป เอาเงินเหล่านั้นมาซื้อเสียงกลับมามีอํานาจ วงจรอุบาทว์เหล่านี้ในที่สุดก็กลับไปสู่การรัฐประหาร ประชาธิปไตยไม่มีทางพัฒนาได้ ดังนั้นผมเรียนกับท่านประธานว่าในช่องว่างระหว่างการพัฒนาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก่อนมาสู่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และช่องว่างของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในฉบับเดิมกับฉบับที่จะแก้ไข ช่องว่างของการเสียโอกาสของ ประเทศจากการที่จะพัฒนาประเทศและประชาธิปไตยต้องสะดุดหยุดลง ในช่องว่าง ดังกล่าวนั้นมันได้เกิดตัวอย่างหนึ่ง ตัวอย่างของการมีผู้ไต่สวนอิสระในลักษณะหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในช่วงของรัฐบาลชุดที่แล้วที่เรียกว่า คตส. ผมเรียนว่าเราควรที่จะให้กําลังใจ และสนับสนุนการทํางานของ คตส. และการทํางานเช่นนี้ในที่สุดแล้วจะแสวงหา ข้อเท็จจริงสรุปเปึนสํานวนเพื่อส่งศาลคอร์รัปชันต่อไป หรือส่งวุฒิสภาเพื่อถอดถอนต่อไป เพราะว่าคดีการคอร์รัปชันจําเปึนต้องได้อํานาจทางกฎหมายในการเข้าถึงข้อเท็จจริง ในการเรียกพยานหลักฐาน ในการสอบสวนสืบสวนจนกว่าจะเห็นว่ามีมูล การใช้เวลา อย่างมากและการให้ความเปึนธรรมในการพิจารณา ผมเชื่อว่านั่นคือกระบวนการ ยุติธรรมเบื้องต้นเปึนหลักของความยุติธรรม แต่ถ้าถามบอกว่าถ้าเราจะดูเนื้องาน ที่ปรากฏอย่างที่ คตส. ทํามาซึ่งเสมือนหนึ่งเปึนคณะผู้ไต่สวนอิสระ เราจะได้เห็นประโยชน์ ของชาติบ้านเมืองมากมาย ไม่ว่าคดีทุจริตกล้ายางซึ่งทําให้เราเสียหายไปหลายร้อยล้านบาท หรือคดีทุจริตในเรื่องการใช้อํานาจอย่างฉ้อฉล เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจโทรคมนาคม รัฐเสียหายเปึนแสนล้านบาท หรือแม้แต่การให้พม่ากู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอาบริษัทลูก ของตัวไปรับสัญญาสัมปทานได้ผลประโยชน์ แต่คนไทยทั้งประเทศต้องเอาภาษี มาจ่ายชดเชยให้กับโครงการเงินกู้เพื่อประโยชน์ของบริษัทบุตรชายตัวอย่างนี้ ข้อเท็จจริง เหล่านี้เราจะปฏิเสธหรือครับ ทําไมเราพูดแต่เพียงว่าปฏิเสธที่มาว่ามาจากคําสั่งของ การรัฐประหาร แต่ทําไมไม่ดูข้อเท็จจริงที่เราได้มา เพราะข้อเท็จจริงเหล่านี้ระบบรัฐสภา ที่เราบอกว่าเราถ่วงดุลอํานาจระหว่างฝ์ายบริหาร ฝ์ายตุลาการ ฝ์ายนิติบัญญัตินั้น เราไม่เคยประสบความสําเร็จในการได้ข้อเท็จจริง เพื่อยืนยันว่าการคอร์รัปชันมันมีจริง เรื่องต่าง ๆ ที่ได้มีการสอบสวนนั้นท่านประธานคงทราบว่าเปึนเรื่องที่ผ่าน การอภิปรายไม่ไว้วางใจมาเกือบหมดทุกคดี แต่ถามบอกว่าระบบรัฐสภาที่มีเสียงข้างมาก ข้างน้อยนั้นเราสามารถที่จะยืนอยู่บนความยุติธรรมเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน ได้หรือไม่ เราสามารถเอาคนที่คอร์รัปชันใช้อํานาจอย่างฉ้อฉลทําให้รัฐเสียหาย มาลงโทษได้หรือไม่ เปล่าเลย ระบบรัฐสภาอ่อนแอมาก และไม่ยืนอยู่ในหลักของ ความถูกต้อง และเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมในห้วงเวลาที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน องค์กรอิสระที่ทําหน้าที่ในการปราบปรามการคอร์รัปชันก็ถูกแทรกแซง แทรกซึม ครอบงํา ในทุกวิถีทาง แม้แต่การติดสินบาทคาดสินบนเพื่อซื้อคดี นั่นคือความล้มเหลวที่สุด แล้วประชาธิปไตยจะพัฒนาไปได้อย่างไร ท่านประธานครับ คดีเหล่านี้มันได้พิสูจน์ ให้เห็นว่าความอ่อนแอของอํานาจอธิปไตยในระบบรัฐสภาของเราภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมานั้นมันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง วันนี้เมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่และกําลังเสนอกฎหมายใหม่ เข้ามากระผมมีความเชื่อมั่นในเรื่องความสมดุล ถ่วงดุลในระหว่างอํานาจทั้ง ๓ ฝ์าย ผมเปึนผู้แทนราษฎรและคดีแรกในชีวิตของการเปึนผู้แทนราษฎรผมถูกอธิบดีศาลอาญา ฟัองครับ คุณมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมัยเปึนอธิบดีศาลอาญา สมัยที่คุณประมาณ ชันซื่อ เปึนประธานศาลฎีกา หลายคนบอกว่าตายแน่ ผมบอกไม่ตายหรอก ผมจะสู้ เพราะผมอภิปรายตรวจสอบงบประมาณของกระทรวงยุติธรรมสมัยที่รัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ดํารงตําแหน่งเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดนฟัองทั้งหมิ่นส่วนตัว หมิ่นตําแหน่งผู้พิพากษาตุลาการ หมิ่นสถาบันตุลาการ แต่ศาลก็มีความยุติธรรมในที่สุด ก็ชนะคดี แต่ผมเล่าเรื่องนี้เพื่อยืนยันให้เห็นว่าการทําหน้าที่ของแต่ละฝ์ายมันมีการถ่วงดุล ตรวจสอบ อย่าได้ไปกริ่งเกรงว่าการดําเนินการใด ๆ ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็ดี หรือว่าคณะผู้ไต่สวนอิสระก็ดี ซึ่งแน่นอนไม่มีใคร ประกันได้หรอกว่าจะทําถูกได้ทั้งหมดหรือจะซูหยิบได้ทั้งหมด แต่เราก็มีระบบของเรา ที่จะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายถ้าหากว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามครรลองคลองธรรม และตัวบทกฎหมาย นั่นคือความสมดุลและความสัมพันธ์ระหว่างอํานาจทั้ง ๓ ฝ์าย และมันก็โยงมาถึงจุดที่ผมเริ่มต้นในเบื้องต้นว่าการพัฒนาของรัฐธรรมนูญ การพัฒนาของ ตัวบทกฎหมาย และการนําเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ถือได้ว่าเปึนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และระบบของการปราบปรามการคอร์รัปชันทางการเมืองที่สําคัญ ทําไมจะต้องใช้ระบบ ที่เราเรียกว่าระบบไต่สวนแทนระบบกล่าวหา ภายใต้หลักกฎหมายและวิธีพิจารณา คดีอาญาโดยทั่วไปเราใช้ระบบกล่าวหา ระบบกล่าวหาภายใต้หลักกฎหมายอาญา โดยทั่วไปนั้นยกประโยชน์ให้จําเลยในกรณีที่พยานหรือหลักฐานนั้นยังมีข้อสงสัย แต่ว่าการคอร์รัปชันทางการเมืองมันสลับซับซ้อนและฉลาดเกินกว่าที่กระบวนการสืบสวน สอบสวนและวิธีการกล่าวหาจะสามารถเอาผิดมาลงโทษ ถ้าท่านประธานจะได้ดู จํานวนคดีของการดําเนินคดีคอร์รัปชันทางการเมืองน้อยมาก แล้วมันจะมี ความสมเหตุสมผลในการที่เราจะต้องมาปฏิรูป มาแก้ไข หลักของการพิจารณา ในวิธีพิจารณาคดีคอร์รัปชันทางการเมืองจึงยึดหลักในเรื่องของระบบไต่สวน หมายความว่าจะเปึนการเผชิญคดีซึ่งหน้าระหว่างตัวศาลกับตัวจําเลย หรือผู้ถูกกล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหานั้น ยกตัวอย่าง นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี หรือแม้แต่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานวุฒิสภา ผู้ถูกกล่าวหาจะต้อง พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวว่าเอาหุ้นไปซุกในบริษัทที่จดทะเบียนในเกาะบริติช เวอร์จิ้น ไอร์แลนด์ (British Virgin Island) และความจริงก็ปรากฏออกมาว่าบริษัทที่ไปจดทะเบียน ในเกาะฟอกเงินนั้นซึ่งไม่มีใครรู้มาเลยตลอดเวลา ๗-๘ ป้ที่ผ่านมาว่าเปึนของอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยกลไกอํานาจของ คตส. ที่ได้อํานาจทางกฎหมายไป ในที่สุดก็เป่ดเผยออกมาว่า กุญแจสําคัญที่ไขไปสู่ความลับทั้งหมดของการคอร์รัปชันของอดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ไล่มาจนกระทั่งมาขายหุ้นทั้งหมดให้กับต่างชาติเทมาเสก (Temasek) ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น บริษัทดังกล่าวก็เปึนบริษัทที่ถูกเป่ดเผยว่าเปึนของ อดีตนายกรัฐมนตรี ข้อเท็จจริงเหล่านี้เราไม่มีทางรู้ได้เลยครับภายใต้ระบบรัฐสภา ที่มีข้อจํากัดทางกฎหมายและการเข้าถึงข้อเท็จจริงทั้งหลาย แต่ข้อเท็จจริงและการต่อสู้คดี ไม่ได้สิ้นสุดอยู่ตรงนี้ การสอบสวนสืบสวนไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเปึนคณะผู้ไต่สวน อิสระก็ดีนั้นก็เปึนกระบวนการในชั้นของพนักงานสอบสวน และจะต้องเข้าไปสู่กระบวนการ ถ้าจะถอดถอนก็เข้ามาสู่ระบบรัฐสภาของเราคือวุฒิสภา ถ้าจะไปดําเนินคดีทางอาญา ก็เข้าไปสู่ศาลคอร์รัปชันของศาลฎีกาซึ่งจะต้องเป่ดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือจําเลยนั้น มีโอกาสต่อสู้เผชิญคดีตัวต่อตัวกับผู้พิพากษา นี่คือหลักของกระบวนการยุติธรรมที่สุดแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดที่ผมฝากไว้ก็คือว่าหลักของข้อเท็จจริง ทําอย่างไรจะให้การทุจริตคอร์รัปชัน และเปึนคดีขึ้นมานั้นสามารถได้ข้อเท็จจริงไม่มีการซื้อคดีได้ ไม่มีการบิดเบือนสํานวน ไม่มีการขาดพยานหลักฐานสําคัญจนทําให้สํานวนคดีนั้นอ่อน ตรงนี้แหละครับ คือสิ่งที่ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่สําคัญในกฎหมายฉบับนี้ไม่ว่า ป.ป.ช. หรือว่าผู้ไต่สวนอิสระก็ดี เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนท่านประธานในท้ายที่สุดว่าร่างกฎหมายฉบับนี้สมควรให้การสนับสนุน และแปรญัตติให้น้อยที่สุด ที่เรียนอย่างนี้เพราะว่าเปึนกฎหมายที่เสนอโดยศาลฎีกา เปึนกฎหมายซึ่งฝ์ายตุลาการกําลังพิสูจน์ตัวเองในการเข้ามารับภาระรับผิดชอบต่อ การปราบคอร์รัปชันทางการเมืองของประเทศนี้ ซึ่งถือได้ว่าเปึนมะเร็งขั้นสุดท้าย การแสดงความรับผิดชอบโดยการเสนอกฎหมายเข้าสู่การบัญญัติกฎหมาย โดยฝ์ายนิติบัญญัติหรือรัฐสภานั้นถือว่าเปึนการแสดงเจตจํานงไม่ใช่เพียงแค่ปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญเพราะต้องปฏิบัติ แต่ถือว่าท่านได้แสดงความกล้าหาญและต้องมี ความรับผิดชอบต่อกฎหมายที่นําเสนอมาและเมื่อท่านร่างกฎหมายมามีตัวบท บทบัญญัติต่าง ๆ รวมทั้งกลไกวิธีพิจารณาคดีตามที่ท่านมีความเชื่อมั่นว่าจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการปราบคอร์รัปชันนั้น ผมคิดว่าเราควรให้เกียรติท่านในการที่จะเข้าไป แตะต้องในการแปรญัตติน้อยที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของผู้ไต่สวนอิสระอย่าเข้าไป แตะต้องเลยครับ ถ้าแตะต้องเพราะท่านเชื่อในหลักของกฎหมายตามความเชื่อของท่าน เปึนเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าจะไปตัดแปรญัตติในหลักการและเหตุผลสําคัญในการมีผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งรัฐธรรมนูญกําหนดและกฎหมายฉบับนี้กําหนดไว้อย่าไปแปรญัตติเบี่ยงเบนจนกระทั่ง ทําให้การทําหน้าที่ของผู้ไต่สวนอิสระตามเจตจํานงของกฎหมายฉบับนี้นั้นไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างที่คาดหวังนะครับ เพื่อจะไปช่วยคดีทุจริต หรือฟอกมาร ฟอกคดี ความผิดในอดีตอย่าทําเลยครับ แล้ววันหนึ่งเราจะพ้นจากวิกฤติทางการเมืองถ้าหากว่า เราซื่อตรงต่อการทําหน้าที่และเชื่อมั่นว่าเราทําเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมจริง ๆ และเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่มีหลักในการที่จะแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ผมให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ครับ
ทางฝ์ายพรรคพลังประชาชน ยังเหลืออยู่ ๓ ท่านด้วยกัน คือ ท่านสุทิน คลังแสง ร้อยตํารวจโท เชาวริน คุณชลน่าน ศรีแก้ว ๓ ท่าน อยู่ในห้องประชุมไหมครับ เชิญครับ คุณจะพูดในนามใคร หมอชลน่าน ใช่ไหม เชิญหมอชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน กระผม ต้องกราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มีส่วนร่วมในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ทางศาลฎีกาเปึนผู้เสนอเข้าสู่สภาแห่งนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมได้ตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ประกอบกับได้ฟัง เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในชั้นรับหลักการหลายท่านได้แสดงแนวคิดและวิธีการต่าง ๆ ที่เห็นประโยชน์ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าผ่านสภาไป ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คงเปึนไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่มีกําหนด บทบัญญัติไว้หลายมาตราตั้งแต่มาตรา ๒๑๙ เปึนต้นมา มาตรา ๒๕๙ มาตรา ๒๖๐ มาตรา ๒๗๕ มาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ หลักการที่สําคัญที่ผมได้ตรวจสอบดูและเปึน เรื่องใหม่สําหรับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และที่สําคัญมีผู้ที่ไม่ใช่ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองที่อยู่ในกฎหมายฉบับนี้คือคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. หรือบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีการกระทําให้ผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองไปจูงใจให้กระทํา หรือไม่กระทํา หรือเพื่อการประวิงการกระทําอันมิชอบ ด้วยหน้าที่ นั่นหมายความว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าผ่านสภาแห่งนี้ไปในระยะเวลา กําหนดคือ ๑๒๐ วัน และไปอยู่วุฒิสภา วุฒิสภาผ่านตามบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญบอกไว้ ต้องจัดทําให้เสร็จภายใน ๑ ป้ ท่านประธานครับ หลักการที่ผมขออนุญาตนําเรียน ท่านประธานว่าในหลักการที่ผมเห็นด้วยนะครับ ยินดีที่จะรับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นั่นก็คือมีการให้สิทธิของการไต่สวนโดยตั้งคณะกรรมการ ไต่สวน เรียกผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาทํางานควบคู่กับ ป.ป.ช. ซึ่งเดิม ป.ป.ช. และอัยการ เปึนผู้ดําเนินการที่จะฟัองคดีอาญาตรงนี้ตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ตามกฎหมายฉบับเดิม การเพิ่มลักษณะเช่นนี้ขึ้นมาเสมือนว่าจะได้ประโยชน์ในแง่ที่ผู้ไต่สวนอิสระตรงนี้ ไปดูเรื่องการแต่งตั้ง เรื่องของอํานาจหน้าที่ วิธีการพิจารณาต่าง ๆ ซึ่งบัญญัติไว้ วิธีดําเนินการของผู้ไต่สวนอิสระได้บัญญัติไว้ในกฎหมายแล้ว ผมเองก็มีความเชื่อมั่นครับว่า ผู้ไต่สวนอิสระที่จะถูกแต่งตั้งขึ้นมา มาทําหน้าที่ตรงนี้จะเปึนแนวทางหนึ่งที่จะทําให้ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือผู้ที่ถูกกล่าวหาได้รับความเปึนธรรมในเบื้องต้น ในชั้นของการไต่สวนที่จะเข้าสู่การพิจารณาของศาล อันนี้เปึนหลักการตามข้อ ๑ ข้อ ๒ เห็นว่าผมรับได้ แต่สิ่งหนึ่งที่จะตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การกําหนดการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระเปึนหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมา สิ่งที่สําคัญผมฝากเน้นย้ําว่าเรื่องคุณสมบัติ อํานาจหน้าที่ วิธีการต่าง ๆ ท่านบอกว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้เปึนไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย นั่นหมายถึงว่ากฎหมาย ฉบับนี้ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ท่านเองก็ได้กรุณาเขียนไว้ ผมตรวจสอบนะครับ เพราะมี บรรดาเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมพยายาม ตรวจสอบ ก็ฝากท่านกรรมาธิการเข้าไปช่วยพิจารณาว่าจะเปึนการขัดรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ ในมาตรา ๒๗๖ ที่ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ผมขออนุญาตลงรายละเอียดนิดหนึ่งครับ ในมาตรา ๔๔/๗ วรรคสาม หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระให้เปึนไปตาม ข้อกําหนด นั่นหมายถึงข้อกําหนดของที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ซึ่งผมเองเห็นว่า จริง ๆ ตรงนี้น่าจะชอบ ไม่น่าจะขัดรัฐธรรมนูญ เพราะว่ารัฐธรรมนูญเองกําหนดให้เฉพาะ เรื่องของคุณสมบัติ อํานาจหน้าที่และวิธีการไต่สวนเท่านั้นเองที่ต้องบัญญัติ ในกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งท่านก็เขียนบอกว่าให้นําบทบัญญัติมาตรา ๓๗ วรรคสอง มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาบังคับแก่คุณสมบัติ อํานาจหน้าที่ และวิธีการไต่สวนของผู้ไต่สวนอิสระ โดยอนุโลม นั่นหมายความว่ากําหนดไว้ในกฎหมายเรียบร้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตผมเรื่องคณะกรรมการไต่สวนอิสระ เรื่องคุณสมบัติ อํานาจหน้าที่เปึนไปตาม กฎหมายแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากก็คือว่า เราจะมีวิธีการปัองกันอย่างไร ไม่ให้คณะกรรมการไต่สวนอิสระถูกรบกวน ผมพยายามตรวจสอบดูในบทบัญญัติต่าง ๆ ไม่มีแนวทางที่จะไปปัองกันการรบกวนจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย นั่นหมายถึงผู้ที่อาจจะถูก กล่าวหา ผู้ที่ถูกฟัองร้อง หรือผู้อื่นที่หวังจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ ก็ฝากเปึนข้อสังเกตเรื่อง แรกนะครับ
ในเรื่องที่สอง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูหลักการทั้งหมดที่เปึน หลักการโดยภาพรวมที่ท่านเขียนไว้ทั้งหมด ๑๒ ข้อ สิ่งที่ต้องเรียนกับท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าเรื่องของหลักการในข้อที่ ๓ กรณีพิจารณาเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐ จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สิน เอกสารประกอบด้วยข้อความอันเปึนเท็จหรือปกป่ด ตรงนี้ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้พยายามเขียนให้มีรายละเอียดมากขึ้นถึงกระบวนการและวิธีการต่าง ๆ ผมนําเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ข้อสํานวน หรือข้อสรุป หรือมติของ ป.ป.ช. เมื่อส่งไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กําหนดระยะเวลา ๖๐ วัน ตรงนี้เองผมเองผมคิดว่าการที่ท่านให้โอกาสกับผู้ที่จะถูกกล่าวหาหรือให้โอกาส กับ ป.ป.ช. เองเมื่อพิจารณามีมติเรียบร้อยแล้วส่งไปให้ศาลภายใน ๖๐ วัน หลังจาก ศาลรับแล้วมีโอกาสอุทธรณ์อีก ๓๐ วัน ความเชื่อมโยงตรงนี้ ผมหมายถึงเวลา ๙๐ วันนี้ ถ้ากรณีจะเปึนประโยชน์นะครับ เพื่อความเปึนธรรมอย่างชัดเจนในขั้นตอนนี้ถ้าเปึนไปได้ ก็ฝากเปึนข้อสังเกตว่า ป.ป.ช. เองหลังจากมีมติชัดเจนแล้วว่าจะต้องส่งศาล ให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ที่เปึนผู้เสียหายที่ถูกฟัองร้องตามพระราชบัญญัตินี้ได้มีโอกาสที่จะหา วิธีการที่จะอุทธรณ์ต่อกรณีจะต้องไปฟังคําพิพากษาของศาล เพราะผมเชื่อว่า กรณีถ้าหาก ป.ป.ช. ส่งไปแล้วศาลยึดเอาสํานวนของ ป.ป.ช. เปึนหลักในการพิจารณา ท่านให้โอกาสก็จริงครับว่าอาจจะมีการไต่สวนแล้วหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ประเด็นนี้เอง ผมคิดว่าเพื่อความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย ระยะเวลาช่วงนี้ถ้า ป.ป.ช. เองมีข้อพิจารณา ที่ชัดแจ้งผู้ที่ถูกกล่าวหาให้มีโอกาสเตรียมตัวในการที่จะอุทธรณ์หรือพิจารณาเรื่องที่จะหา หลักฐานหรือพยานจําเปึนต่าง ๆ เข้ามาเพื่อแก้ไข ผมก็คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ในกรณี ถ้าการผิดพลาดหรือข้อกล่าวหานั้น ๆ มันเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่ได้เจตนา ไม่ได้ตั้งใจนะครับ โดยเฉพาะการยื่นบัญชีทรัพย์สินบางครั้งอาจจะมีการล่าช้า บางครั้ง อาจจะมีการขาดตกบกพร่องไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาดูในหลักการข้อที่ ๔ เรื่องของผู้พิพากษาในศาลฎีกา ผมเองต้องกราบขอบคุณที่ให้โอกาสผู้ที่เราคิดว่า น่าจะเปึนผู้ที่มีความเปึนธรรมที่สุดนะครับ เพราะท่านเขียนบอกว่าจะต้องดํารงตําแหน่ง ไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และที่สําคัญ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดํารงตําแหน่งแล้ว เปึนองค์คณะพิจารณา ซึ่งการเลือกคณะผู้พิพากษาเองก็มีการเลือกเปึนรายคดีไป ไม่ได้ซ้ํากัน ตรงนี้ผมถือว่ามีโอกาสเปึนหลักการที่น่าให้ความเห็นชอบที่จะเข้าสู่ การพิจารณาในวาระที่ ๒ ต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่ผมเอง อยากจะกราบเรียนท่านประธานเปึนประการสุดท้ายก็คือ เรื่องของข้อกล่าวหาต่าง ๆ ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่ได้รับมาไม่ว่าจะเข้าสู่ทางอัยการก็ดี ทาง ป.ป.ช. ก็ดี หรือผู้ไต่สวนอิสระก็ดี ที่ท่านรับมา ๓ ทางนี่ สิ่งที่สําคัญพยานหลักฐานข้อเท็จจริงต่าง ๆ ควรจะให้ความสําคัญ เพราะสิ่งหนึ่งที่ผมเองไม่มั่นใจกับวิธีการของการพิจารณาแต่เดิมมาก็คือ พิจารณาแบบ การกล่าวหากันท่านเองให้โอกาสมาเปึนการไต่สวนซึ่งมีองค์คณะเข้าไปดูในรายละเอียด ตรงนี้เองครับอาจจะมีหลักประกันได้แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมอยากจะให้ผู้ที่ถูกร้อง หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้เองก็เพื่อความเปึนธรรม เพราะฉะนั้นแล้วผู้ที่อยู่ในวงการตรงนี้ทุกคนนะครับ ผมเชื่อว่ามีเจตนาที่จะเข้ามาทํางาน เพื่อชาติบ้านเมืองไม่ว่าจะอยู่พรรคไหน ฝ์ายใด จุดมุ่งหมายเราสําคัญที่สุดเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักษาสถาบันอันสูงสุดของพวกเราไว้และประเทศชาติให้ดํารงอยู่ อย่างไรก็แล้วแต่ครับท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นบางครั้งอาจจะเปึนข้อกล่าวหาโดยที่เขา ไม่รู้ไม่ทราบหรืออาจจะเปึนโดยกฎหมายที่กําหนดขึ้น ผมยังมีความเชื่ออยู่บางเรื่องว่า กฎหมายกําหนดขึ้นเมื่อใดย่อมเปึนไปเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มนั้นเมื่อนั้น เพราะฉะนั้น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมเองดูหลักการและเหตุผลแล้ว ผมให้ความเห็นชอบยินดี ที่จะรับไว้และเพื่อพิจารณาในวาระที่ ๒ ต่อไป ข้อสังเกตต่าง ๆ ฝากท่านประธาน เข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณสาธิต ป่ตุเตชะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสาธิต ป่ตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ทางคณะศาลฎีกาที่ได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผมก็เรียนกับท่านประธานว่า ผมเปึนอีกคนหนึ่งที่ให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งผมก็มีเหตุผลหลายประการ ที่จะนําเรียนต่อท่านประธานนะครับ
ประการแรก แน่นอนที่สุดครับท่านประธานกฎหมายฉบับนี้ต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งจะต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน ๑๒๐ วัน ซึ่งต้องดําเนินการตามนี้ปฏิเสธไม่ได้นะครับ
ประการถัดไปก็คือว่า ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนเครื่องมือที่สําคัญ ในการที่จะกําหนดการทํางานของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ถ้าไม่มีเครื่องมือเปึนกฎหมายฉบับนี้ศาลฎีกาก็คงทํางานไม่ได้
ประการถัดไปที่สําคัญที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะเปึนองค์กรที่มีการถ่วงดุลนะครับ มีการตรวจสอบผู้ใช้ อํานาจรัฐซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปอย่างกว้างขวาง ผมก็อยากจะ ขอเน้นประเด็นตรงนี้ว่า วันนี้อํานาจรัฐที่ถูกใช้โดยนักการเมือง ประชาชนทั่วไปมองการเมืองในความรู้สึกของ ประชาชนทั่วไปมองว่ามีต้นทุนที่ต่ําที่สุด โพล (Poll) ทุกสํานัก ความคิดเห็นของประชาชน มองนักการเมืองว่าเปึนกลุ่มการเมืองที่มีต้นทุนที่ต่ําที่สุดในสังคมขณะนี้ องค์กรนักการเมือง ที่ว่านี้ก็รวมทั้งฝ์ายค้านแล้วก็รัฐบาล สาเหตุสําคัญก็มาจากเหตุผลอันนี้แหละครับ เพราะว่าความไม่เชื่อใจว่านักการเมืองที่เข้ามาสู่อํานาจแล้วจะใช้อํานาจเพื่อพี่น้องประชาชน ผมคิดว่านักการเมืองคนไหนที่ปฏิเสธกฎหมายฉบับนี้ ปฏิเสธในหลักการก็อาจจะเปึน ตัวชี้วัดได้ว่านักการเมืองคนนั้นปฏิเสธการตรวจสอบ แต่วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้มีองค์กรสําหรับการถ่วงดุลอํานาจการใช้การบริหารของนักการเมือง ผมต้องยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบว่าเคยมียุคหนึ่งที่มีนักการเมืองถูกลงโทษ โดยศาลฎีกาในข้อหาทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาหายากมากที่นักการเมืองทําผิดแล้วก็ถูกลงโทษ ก็เปึนความเชื่อแบบง่าย ๆ ของประชาชนละครับว่า ใครมีพวกเยอะ ใครมีเงินก็ไม่ติดคุก โดยเฉพาะนักการเมืองที่มีอํานาจ วันนี้ก็เช่นกันภาพลักษณ์ของนักการเมืองทั้งหมด ที่ถูกมองโดยประชาชนมันตกต่ําอย่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเปึนการบริหารงาน โดยขาดประสิทธิภาพ การทุจริตคอร์รัปชัน เขาไม่ได้มองเปึนฝ์ายค้าน เขาไม่ได้มองเปึน รัฐบาลแต่เขามองเปึนองค์รวมทั้งหมด วันนี้ผมคิดว่าเปึนประโยชน์ของพวกเราแล้ว ที่จะทําให้องค์กรการตรวจสอบแห่งนี้มาเอาคนผิด ผู้มีอํานาจของรัฐไปลงโทษให้ได้ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่านอกจากเกิดความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนในการเมืองแล้ว มีผลกระทบไปถึงการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยด้วยซ้ําไป นั่นหมายความว่า วันนี้ผมถามท่านประธานเลยว่าถ้ายุบสภาขึ้นมา กกต. ไปรณรงค์ให้เลือกตั้ง ท่านประธาน เชื่อไหมครับ ผมคิดว่าถ้าพรุ่งนี้ มะรืนนี้ยุบสภาจะมีประชาชนมาใช้สิทธิน้อยมาก เพราะเขารู้สึกเบื่อ ไม่มีส่วนร่วม ถ้าประชาชนรู้สึกอย่างนั้น ผมเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีผลกระทบมากมาย ผมเรียนว่าการเมืองที่บริสุทธิ์ต้องเกิดจากประชาชน มีส่วนร่วมและมีความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานลองดูการเลือกตั้ง ในประเทศสหรัฐอเมริกาขนาดเปึนการรณรงค์เพื่อเปึนตัวแทนในพรรคการเมืองหนึ่ง พี่น้องประชาชนประเทศเขารู้สึกตื่นตัวลงมาใช้สิทธิแข่งขันกัน หลังจากแข่งขันเสร็จ เขาก็จับมือแล้วก็ชูอีกคนหนึ่งไปต่อสู้ในฐานะพรรคการเมืองนั้น เขาไม่มีเหตุการณ์ ทะเลาะเบาะแว้งกันเกิดขึ้น เหตุผลที่สําคัญเพราะอะไรท่านประธานทราบไหมครับ เพราะเขาเชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบทุกระดับ เพราะเขาเชื่อมั่นในกระบวนการ ยุติธรรมครับ ผมเรียนท่านประธานอีกอย่างหนึ่งก็ได้ว่า ท่านประธานลองสังเกตดูนะครับ ประเทศประชาธิปไตยที่เปึนมหาอํานาจทางเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างก็ได้ ประเทศอังกฤษ ยุโรป สหรัฐอเมริกาที่เขาประสบความสําเร็จในด้านเศรษฐกิจเพราะประเทศเขา กระบวนการยุติธรรมเชื่อถือได้ ต้องเริ่มต้นจากกระบวนการยุติธรรม นักลงทุนมาลงทุน ในประเทศอะไรก็ตามเขาตรวจสอบสิ่งแรกเลยนะครับว่าประเทศนั้นมีกระบวนการยุติธรรม และโปร่งใสแค่ไหน ผมเรียนกับท่านประธานกลับไปว่ามันโยงมาถึงการเลือกตั้ง ตราบใด ถ้าประชาชนทั่วไปยังมาใช้สิทธิน้อยมันก็เปึนเหตุให้นักการเมืองที่ซื้อเสียงเข้ามาสู่สภา ระบบรัฐสภาในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ก็จะได้ตัวแทนที่ไม่มีคุณภาพ เพราะว่าตัวชี้วัดที่ชนะเลือกตั้งก็คือเอาเงินมากองแข่งกัน ถ้าระบบการตรวจสอบไม่เข้มแข็งนะครับเราจะพัฒนาเฉพาะภาคนักการเมืองอย่างเดียว ก็ไม่ได้ครับท่านประธาน การซื้อเสียงเปึนเรื่องของ ๒ ฝ์าย เปึนผู้ให้แล้วก็ผู้รับ ตราบใด ที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นบอกว่านักการเมืองไปแก้ไขปัญหาประเทศไม่ได้ มองเฉพาะว่า เอาสิ่งที่อยู่ข้างหน้าไปก่อนเห็นแก่เงินห้าร้อย พันหนึ่งมันก็เลยเปึนปัญหา แก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่าการตรวจสอบที่เข้มแข็ง กระบวนการการถ่วงดุลที่เข้มแข็งนั้น จะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งภาคเศรษฐกิจ ทั้งภาคประชาชน วันนี้กฎหมายฉบับนี้ มาถึงรัฐสภาเราได้มีโอกาสพิจารณานําไปสู่การที่ศาลฎีกาจะเปึนหน่วยงานหรือองค์กร อีกองค์กรหนึ่งจะมาทําหน้าที่ตรวจสอบผู้มีอํานาจในการใช้อํานาจบริหารประเทศ อย่างน้อยที่สุดผมเชื่อว่าคนที่มันจะคิดโกงก็ต้องคิดให้รอบคอบและคิดยากขึ้นมา อย่างน้อยที่สุดคนที่คิดจะทําเพื่อประโยชน์ของตัวเองต้องพึงสังวรว่าเคยมีนักการเมืองเลว ๆ บางคนที่ทุจริตคอร์รัปชันแล้วไปติดคุก ผมก็หวังจะเห็นว่าองค์กรนี้จะได้ทําตัวอย่าง ทําประโยชน์ให้กับความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนที่มีต่อการเมืองซึ่งก็ต้องพึ่งกัน ในแต่ละฝ์าย ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากในชั้นรับหลักการผมคิดว่าผมจะฝาก ข้อเสนอ ฝากข้อคิดสําหรับที่จะให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่จะไปเปึนกรรมาธิการ ในชั้นพิจารณาในวาระ ๒ เพื่อได้ไปพิจารณาเปึนข้อสังเกต ผมอยากจะอภิปราย ในประเด็นเรื่องกรอบเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ เขาบอกว่ากระบวนการยุติธรรม ต้องเปึนไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใสแล้วก็เปึนธรรม กระบวนการยุติธรรมที่มีความช้า หรือประวิงเวลาส่วนหนึ่งก็คือความไม่ยุติธรรมนั่นเองครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ขณะนี้มีหลายกรณีในกระบวนการยุติธรรมเริ่มต้นที่ตํารวจต่อด้วยอัยการและไปที่ศาล ผมยังมีความเชื่อมั่นว่าในกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล ศาลแต่ละท่านมีประสบการณ์ แล้วก็พอที่จะใช้ดุลยพินิจส่วนตัวในการวินิจฉัยว่าการประวิงเวลาในคดีนั้น เปึนเพื่อผลประโยชน์ของใครหรือไม่อย่างไร แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจว่าในส่วนของตํารวจ หรือชั้นอัยการนั้นจะถูกแทรกแซงโดยอํานาจการเมืองหรือไม่อย่างไร ผมจะยกตัวอย่าง กรณีที่กระบวนการยุติธรรมที่มีความช้า มีการประวิงเวลาซึ่งเปึนเหตุให้กระบวนการ ยุติธรรมนั้นเสียไป ผมยกตัวอย่างเรื่องคดีเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ในคดีเลือกตั้ง สมมุติว่ามีนักการเมืองคนหนึ่งซื้อเสียง กกต. ก็มีมติให้ใบแดงนักการเมืองท่านนั้น ถูกเพิกถอนสิทธิเพียง ๑ ป้เท่านั้น กระบวนการต่อจากนั้นเปึนกระบวนการของศาล ซึ่งจะต้องไปถูกเพิกถอนสิทธิให้กับนักการเมืองผู้ที่ทําผิดนั้น แต่ปรากฏว่าระยะเวลา ในการพิจารณาเอกสารสํานวนข้อเท็จจริงก่อนที่จะตัดสินคดีใช้ระยะเวลายาวนานมาก นักการเมืองท่านนั้นก็สามารถไปลงเลือกตั้งเมื่อพ้นระยะเวลา ๑ ป้ไปแล้ว หลังจากนั้น อาจจะได้รับการเลือกตั้ง อาจจะได้รับการแต่งตั้งให้ไปใช้อํานาจบริหารซึ่งศาลก็ยัง พิจารณาคดีไม่เสร็จ เราก็เท่ากับปล่อยให้คนที่มีความผิดที่คิดไม่ดีกับระบอบ ประชาธิปไตยไปใช้อํานาจ ไปใช้ความคิดส่วนตัวในการบริหารบ้านเมืองก็เกิด ความเสียหาย กว่าจะไปพิพากษาตัดสิทธิเขาก็เปึนผู้มีตําแหน่งหมดวาระไปแล้ว อันนี้ก็เกิดขึ้นแล้ว ผมยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ผมเคยทําเรื่องร้องเรียน การทุจริตรับส่วยน้ํามันยื่นให้กับ ป.ป.ช. ผมคงไม่เอ่ยชื่อนะครับเกี่ยวกับตํารวจน้ํา หลังจากนั้นผมยื่นตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ เมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้วผมเพิ่งได้รับหนังสือจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงว่า ลับที่สุด ส่งมาให้ผม ตอนแรกรับก็ตกใจพอไปอ่านก็ปรากฏว่าเปึนผลการตัดสินของคณะกรรมการ ป.ป.ช. บอกว่า ข้าราชการตํารวจผู้นั้นทุจริตส่วยจริง แล้วก็ส่งไปให้คณะกรรมการวินัย ทาง ก.พ. หรือหน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาลงความผิด ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ๖ ป้ครับ ท่านประธาน ข้าราชการท่านนั้นก็เกษียณไปแล้ว ซึ่งอาจจะได้รับโทษต่อไปก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าในระยะเวลาที่ผ่านมาคนคนนี้ที่มีมาตรฐานในการทําความผิดก็ยังลอยนวล ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่จนครบเกษียณราชการ อันนี้ก็เปึนตัวอย่างที่สําคัญว่ากระบวนการ ยุติธรรม กระบวนการที่ไม่เปึนไปตามเวลาที่กําหนดไว้มันก็ก่อให้เกิดปัญหา ผมเรียนว่า ในกฎหมายฉบับนี้ก็มีกรอบเวลาที่ชัดเจนในบางเรื่อง ผมยกตัวอย่าง เช่น ในมาตรา ๔๔/๒ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องเสนอเรื่องต่อศาลภายใน ๖๐ วันนับตั้งแต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติว่ามีการกระทําความผิดจริง อันนี้ก็ถือว่าเปึนเรื่องดีครับ มีกรอบเวลา ที่ชัดเจนหรือการตั้งผู้พิพากษาในการตัดสินคดีในแต่ละคดีต้องตั้งผู้พิพากษาให้เสร็จสิ้น ภายใน ๑๔ วัน ก็ถือว่าเปึนขั้นตอนและมีกรอบเวลาที่ชัดเจนครับ แต่ปรากฏว่าในมาตรา ๔๔/๙ ซึ่งเปึนขั้นตอนที่สําคัญที่สุดอยู่ในส่วนของกฎหมายกําหนดให้ผู้ไต่สวนอิสระทําการไต่สวน และทําความเห็นให้เสร็จ แต่กฎหมายฉบับนี้เขียนไว้สั้น ๆ ว่า ให้เสร็จโดยเร็วเท่านั้นครับ ท่านประธาน ผมก็เข้าใจว่าคําว่า โดยเร็ว มันอาจจะตีความหมายหรือไปตีความ ได้หลายอย่างเหมือนกัน ยิ่งในภาวะบ้านเมืองอย่างนี้การประวิงเวลา การตั้งคณะกรรมการร่วม การจะตัดสินว่ามันเร็วหรือช้ามีปัญหาไปหมดครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่า วันนี้เราหาความเชื่อใจในกระบวนการยุติธรรมยากขึ้น ถ้าคนที่ไปรักษากฎหมายหรือคนที่ ไปตัดสินใจในเรื่องนี้เราเชื่อใจไม่ได้ มันก็เหมือนกับเปึนการเป่ดช่องให้คนที่ไปรับผิดชอบ เรื่องนี้ใช้การตีความของกฎหมายไปเปึนประโยชน์ให้กับตัวเอง และท่านประธาน ต้องยอมรับ ๗-๘ ป้ที่ผ่านมามีเหตุการณ์อย่างนี้มากมาย คือการตีความเพื่อปกปัองพวกพ้อง การตีความเพื่อช่วยเหลือกันเอง ผมก็ได้แต่นําเสนอกับท่านผู้มาชี้แจงจากศาลฎีกาว่า ความช้าของกระบวนการยุติธรรมมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เปึนหนึ่งในการที่เรา เสียความยุติธรรมไปในกระบวนการยุติธรรม เพราะฉะนั้นข้อเสนอไปยังท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้มาชี้แจงและคณะกรรมาธิการที่จะเข้าไปพิจารณาในเรื่องนี้ว่า ถ้าเปึนไปได้ ความเห็นในมาตรา ๔๔/๙ ควรจะกําหนดกรอบเวลาให้ชัดเจนครับ ควรจะกําหนด กรอบเวลาว่าจะเปึน ๖ เดือน ๑ ป้ หรือท่านจะขอให้ขยายระยะเวลาต้องไปขอขยายกับ ใครอย่างไรนะครับ ก็ต้องเขียนเสียให้ชัด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วท่านต้องมาปวดหัว แล้วก็ต้องมาถกเถียงกันในการตีความอีกว่าอย่างไร เร็วหรือช้า แล้วมันก็จะเปึนภาระว่า เมื่อตัดสินช้าจะมีผลให้เขามาใช้อํานาจในการที่จะมาวิ่งเต้นในการที่จะพลิกคดีได้หรือไม่ อย่างไร อันนี้เปึนปัญหาอย่างที่สุดเท่าที่เคยผ่านมาใน ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา ท่านประธาน ที่เคารพ ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุดวันนี้สภาเราก็ได้พิจารณากฎหมายที่มีความสําคัญ อย่างที่สุด วันนี้สภาเราได้พิจารณากฎหมายร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฝากท่านผู้มาชี้แจงว่าบ้านเมืองเราวันนี้ ท่านลอง กลับไปดูนะครับวันนี้สังคมในเยาวชนเราเปึนปัญหามาก เพราะว่าเขาไม่สามารถแยกถูก แยกผิดได้ครับ คือเขาไม่สามารถมองสีขาวและสีดําได้วันนี้ครับ เพราะสังคมวันนี้ ถูกหล่อหลอมให้มองว่าเปึนสีเทาหมด ผมคิดว่าวันนี้ถ้าลองไปถามพี่น้องประชาชน หรือเยาวชนเขาจะมีความรู้สึกนึกคิดว่าโกงไม่เปึนไรขอให้เก่งแล้วเอามาแบ่งให้เขาบ้าง ซึ่งความคิดนี้ผมว่ามีอยู่เยอะในสังคมบ้านเราขณะนี้ ลงลึกไปถึงเยาวชนที่กําลังจะเปึน อนาคตของชาติ เพราะฉะนั้นคนที่จะมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อยู่ที่พวกเรานี่ครับคือนักการเมือง ซึ่งเปึนต้นแบบที่ดี ถ้านักการเมืองดีประชาชนเขามีความหวังไปแก้ไขปัญหาเขาได้ เวลาเลือกตั้ง เขาก็มาใช้สิทธิครับ ผมยังเห็นด้วยกับท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ว่าต้องใช้กระบวนการตุลาการภิวัตน์อีกหลายกระบวนการตุลาการภิวัตน์ที่จะเปลี่ยน ความคิดของคนได้ วันนี้สังคมวิกฤติครับเราจะทําอย่างไรให้ความคิดของคนกลับมายืน ในกรอบของจริยธรรม ผมเรียนว่าเขียนกฎหมายมากมายแต่ถ้าคนถือกฎหมายไปทํา เพื่อตัวเองแล้วก็พวกพ้องปัญหาย่อมเกิดขึ้นแน่นอน ผมฝากท่านประธานด้วยครับว่า เราจะแก้การซื้อเสียงต้องทํา ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งคือผู้เล่น คือนักการเมือง นักการเมืองก็ต้อง จริงใจแล้วก็ไม่โกหกประชาชน แล้วก็ตั้งใจจริงที่จะต่อสู้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง เราก็อดโทษ ประชาชนไม่ได้นะครับ เราก็ต้องไปอบรมให้ประชาชนได้เรียนรู้ว่าสิทธิของประชาธิปไตย นั่นคือเขาต้องมาใช้สิทธิ แล้วต้องเคารพเสียงข้างมากซึ่งปราศจากการกระทําความผิด อีกส่วนที่สําคัญก็คือว่าผู้คุมกติกาก็คือ กกต. กกต. นี่ต้องโปร่งใสแล้วก็ต้องเปึนที่เชื่อมั่น ของ ๒ ฝ์ายด้วยครับ เปึนที่เชื่อมั่นว่าเปึนผู้ที่ดํารงไว้ซึ่งความเปึนธรรมและพิจารณาไปตาม พยานหลักฐานคดีที่เกิดขึ้นและต้องรวดเร็วด้วย ถ้าแก้ ๓ ฝ์ายนี้ได้ เริ่มต้นพัฒนา กระบวนการประชาธิปไตยการเลือกตั้งก็จะโปร่งใสสุจริต เฉกเช่นเดียวกันครับ วันนี้ความเชื่อมั่น การตรวจสอบถ่วงดุลมาอยู่ตรงนี้ ก็มี ๓ ส่วนเช่นกันครับ คือนักการเมือง ต้องไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น พี่น้องประชาชนต้องตรวจสอบนักการเมืองที่ท่านเลือกด้วยครับว่า เวลาใช้อํานาจบริหารประเทศทําเพื่อประโยชน์พี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน และที่สําคัญที่สุด ก็คือว่าผู้รักษากติกาตรงนี้ละครับต้องยึดถือตามกติกา ตามกฎหมาย ตามระเบียบ วิธีการ ผมไม่ขออะไรคณะท่านที่มาจากศาลฎีกามากครับ ผมขอว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ ผ่านไปแล้วพยานหลักฐานที่ท่านมีหรือเปึนคดีในอนาคต ท่านปฏิบัติอย่าไปเกรงใจใครครับ เอานักการเมืองเลว ๆ มาติดคุก อันนี้ล่ะเปึนยาที่ได้ผล ไม่ต้องใช้ยาแรง ยาอ่อน ถ้าถูกตัดสิน เสียบ้างคนที่จะเอาเปึนเยี่ยงอย่างก็จะพึงสังวรไว้ ผมก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง คณะศาลฎีกาที่มาชี้แจงว่าขอให้เอาจริงกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณสุนัย จุลพงศธร ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นครสวรรค์ ในนามของ พรรคพลังประชาชน ต้องกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. สุทิน เพราะว่าเวลาอภิปรายไม่พอ ท่านก็เลยเสียสละให้ผมได้พูดแทนท่านด้วย เปึน ส.ส. จากมหาสารคาม ท่านประธานครับ กระผมเองไม่สบายใจที่ฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่เช้ามามีการพาดพิงถึงสถาบันตุลาการ ความไม่ไว้วางใจตุลาการ กล่าวอ้างในเชิงที่ตําหนิว่า หวังพึ่งความเปึนธรรมไม่ได้ ที่กระผมเองอาจจะมีความรู้สึกร่วมกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอื่น แต่อาจจะมากกว่าเพราะว่าผมเองประกอบอาชีพเปึนทนายความ จบนิติศาสตร์จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเปึนมหาวิทยาลัยที่พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ ท่านได้ตั้งขึ้น มหาวิทยาลัยอื่นก็มีความสําคัญเช่นเดียวกัน มีคณะนิติศาสตร์ ใครจบที่ไหนก็เหมือนกัน แต่ที่ผมต้องกราบถึงพระพุทธเจ้าหลวงนั้น เพราะว่าพระองค์ท่านเปึนผู้ที่อยู่ในภาวการณ์ ที่ต้องต่อสู้เรื่องสิทธิทางศาลของประเทศไทย ในระหว่างนั้นคงจําได้นะครับว่า ฝรั่งประเทศ ที่มีความเจริญแล้วเข้ามาในประเทศไทยนั้น ถ้าคนฝรั่ง คนในบังคับอังกฤษมีเรื่องพิพาท กับคนไทยแล้วต้องขึ้นศาลฝรั่ง ต้องขึ้นศาลอังกฤษ ต้องขึ้นศาลฝรั่งเศส ที่เราเรียกว่า สิทธิสภาพนอกอาณาเขต พระองค์ท่านได้ต่อสู้เรื่องนี้ถึงขนาดยอมเสียดินแดนเพื่อจะแลก กับสิทธิทางศาลเพื่อให้อํานาจอธิปไตยของไทยนั้นสมบูรณ์ บังเอิญกระผมเรียนอยู่ที่ สถาบันที่นั่นแล้วก็ได้ประกอบวิชาชีพทางทนายความพึ่งพาศาลนี่ล่ะครับ จนถึงวันนี้ ยังมีตั๋วทนายอยู่ครับ หาอยู่หากินมาจนถึงวันนี้ ๓๐ กว่าป้ครับ ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อมี กฎหมายเกี่ยวกับศาลเข้ามาไม่มีใครตําหนิศาลครับ ถ้ายิ่งเปึนประโยชน์ของศาล สภาจะหนุนเนื่องให้ครับ ผมคนหนึ่งที่ได้อภิปรายสนับสนุนไม่ว่าจะเปึนเรื่องเงินเดือน สิทธิอะไรต่าง ๆ ของผู้พิพากษาไปดูได้ในบันทึกการประชุมในอดีต แต่สิ่งที่ผมเกิดความเปึนห่วง มากที่สุดก็คือว่าหลักการยุติธรรมของโลกเกี่ยวกับพลเรือนนั้นเขามีหลักประกันเรื่องการ ขึ้นศาลมี ๓ ศาลครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า ผมจะไม่รับรองร่างนี้ครับ แต่ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าเรากําลังเริ่มเคลื่อนจากหลักยุติธรรม ที่ทั่วโลกเขายอมรับกันมากขึ้นทุกที รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นทบทวนสักนิดเถอะครับ ท่านประธานครับ ผมเปึน ส.ส. ในเวลานั้นเราไม่มีสิทธิพูดอะไรทั้งนั้น มีคนนอกครับ คนนอกมาจัดร่างให้ แล้วคนที่ร่างทั้งหลายที่กําลังประท้วงอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ วันนี้ อยากจะบอกกับประชาชนให้เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นผู้แทนราษฎร ในขณะนั้นไม่เกี่ยวเลยครับ พรรคการเมืองไม่เกี่ยว รับรองหรือไม่รับรองอย่างเดียว มีส่วนหนึ่งที่ผมรู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ นั่นก็คือสิทธิของนักการเมืองน้อยกว่า สิทธิของประชาชนในการพึ่งพิงระบบยุติธรรม นั่นก็คือมีระบบศาลพิจารณา ในคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านครับ โดยหลักการคดีอาญา คดีแพ่ง ทั้งหลายนั้นเราใช้หลัก ๓ ศาล เพราะเราไม่เชื่อมั่นในกระบวนการเดียวครับที่อาจจะมี ข้อผิดพลาดได้ ดังนั้นการให้ความยุติธรรมนั้นต้องให้ถึง ๓ ชั้น แต่พอมาถึงนักการเมือง เหลือชั้นเดียวครับ และวันนี้ยิ่งน่าห่วงเข้าไปอีกครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ขณะนี้กําลังผลักดันระบบตุลาการให้ไถล เข้าสู่ระบบการเมืองมากขึ้น นี่เปึนอันตรายอย่างยิ่งที่ผมกราบเรียนหลายครั้ง ผมอยากจะ รักษาสถาบันศาล สถาบันตุลาการไว้ให้ปลอดจากการเมือง แต่ดูเหมือนว่ามีนักวิชาการ คนหนึ่ง แหม ไม่อยากจะเอ่ยชื่อท่านเท่าไร แต่เปึนคนเคารพกันจําเปึนต้องเสนอ ขออนุญาตท่านครับ เพราะในอนาคตถ้าระบบอํานาจตุลาการเกิดสั่นคลอนพังทลาย เมื่อไรขอให้คนนี้รับผิดชอบด้วย นั่นคือคุณธีรยุทธ บุญมี ที่ผมรู้จักกับท่านจบจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ท่านเสนอและสนับสนุนว่าตุลาการอภิวัตน์ครับ และวันนี้ หลายคนก็กําลังสนับสนุนว่าให้ตุลาการอภิวัตน์ ท่านประธานครับ คําว่า อภิวัตน์ นั้น แปลว่า ปฏิวัติ ครับ ปฏิวัติ แปลว่า เปลี่ยนแปลงระบบสังคมไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เปึนอยู่ให้แตกต่างออกไป ท่านครับ ท่านปรีดี พนมยงค์ ให้คําว่า อภิวัตน์ แทน การปฏิวัติ เมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ท่านประธานครับ หลักการ ที่เราใช้มาตลอดเวลานั้นเปรียบเทียบอํานาจตุลาการ นิติบัญญัติ บริหาร มันเหมาะเหม็ง กับก้อนเส้า ๓ ก้อนหุงข้าวครับ คนโบราณจะเข้าใจทันทีว่าหิน ๓ ก้อนที่เราเรียกว่า ก้อนเส้า ๓ ก้อนวางเท่ากันในลําดับที่ได้ดุลกันจะต้มข้าวสุก แต่คนปัจจุบันอาจจะลืมไปแล้ว เพราะหุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟัา แต่หลักการเรื่องนี้เปึนหลักการโบราณจริง ๆ ว่า หิน ๓ ก้อนต้องได้ดุลกันครับ หินก้อนที่ ๑ เปรียบได้กับนิติบัญญัติ หินก้อนที่ ๒ เปรียบได้ กับบริหารคือรัฐบาล หินก้อนที่ ๓ เปรียบได้กับอํานาจตุลาการ หลักของสากลทดสอบ ใช้มาแล้วครับ ๒๐๐ ป้ เราเพิ่งวางหลักกันเมื่อป้ ๒๔๗๕ ดังนั้นถ้าหิน ๓ ก้อนนี้ได้ดุลกัน หม้อข้าวสุกครับ แต่วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ กําลังผลักให้หินตุลาการนั้นก้อนใหญ่ มากขึ้นทุกทีครับ ถ้าเราไม่ระมัดระวังจับหม้อข้าวตั้งโดยไม่รู้ว่าหิน ๓ ก้อนเดี๋ยวนี้ มันไม่เท่ากันแล้ว หม้อข้าวล้มหุงข้าวไม่ได้กินแน่นอน ดังนั้นผมโยงเข้ามา ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มันเกิดขึ้นบนพื้นฐานอะไรครับเมื่อป้ ๒๕๔๐ เกิดขึ้น บนพื้นฐานที่เราเชื่อในวาทกรรม วาทกรรมหรือดิสคอร์ส (Discourse) ในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่บอกต่อ ๆ และเชื่อเช่นนั้น เราเชื่อว่านักการเมือง ข้าราชการ ฝ์ายการเมืองนี้เลวร้ายครับ เราเชื่อว่าผู้แทนราษฎรโกง เราเชื่อว่ารัฐมนตรีโกง เราเชื่อว่า ส.ว. ส.ส. โกง มีอํานาจและใช้อํานาจโดยไม่ชอบ ความเชื่อเช่นนี้ วาทกรรมเช่นนี้จึงผลักดัน ให้เกิดระบบศาลเดียวขึ้นในการทํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ พอมาถึงป้ ๒๕๕๐ แทนที่ เราจะได้พิจารณาให้เห็นชอบว่าการที่เปึนอย่างนั้นถูกต้องหรือไม่ เราก็เดินต่ออีกครับ เดินต่อแล้วยังให้อํานาจแก่ก้อนเส้าตุลาการคืออํานาจแห่งตุลาการนี้เปึนก้อนที่ใหญ่ขึ้นกว่า อํานาจบริหารอีกครับ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐสภาเปึนอํานาจสูงสุดในระบบ การปกครองที่เรียกว่า พาเลียเมนทารี ซิสเต็ม (Parliamentary system) เปึนประชาธิปไตย แบบรัฐสภา ปรากฏศาลเปึนผู้มีอํานาจสูงสุดในการเชื่อมโยงแต่งตั้งองค์กรอิสระ ศาลแต่งตั้งเองเลยนะครับ ดูในรัฐธรรมนูญได้ องค์กรอิสระจึงมาตั้ง ส.ว. ๗๔ คนไม่ต้องเลือกตั้งแล้วมาคุมสภาครับ อันนี้ไม่ใช่ความผิดของท่านตุลาการที่นั่งที่นี่แต่เรากําลังทําผิดร่วมกันก็คือเรากําลัง ตกอยู่ในวาทกรรมที่เรียกว่า ตุลาการภิวัตน์ ท่านครับเมื่อตุลาการเคลื่อนมาสู่กระบวนการ อํานาจทางการเมืองอะไรเกิดขึ้นครับ
ประการแรก ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าคนที่เปึนผู้พิพากษาที่อยู่ใน อํานาจตุลาการนั้น ท่านสอบแล้วท่านอยู่ในกฎระเบียบวินัยตามกลไกขึ้นมา ถามว่า ท่านทันเกมการเมืองของพรรคการเมืองไหมครับ ยากครับ ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ ท่านจึงตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า ได้ถูกพรรคการเมืองใช้สถานการณ์ทางการเมืองจาก ความจัดเจนนั้นมากกว่าผลักดันให้ท่านเคลื่อนมาเพื่อจะได้อํานาจทางการเมือง ขึ้นมา พรรคการเมืองบางพรรครู้ว่าฉันไม่ได้อํานาจทางการเมืองแบบนี้แน่ ดูท่าทาง อีก ๘ ป้ก็ยังไม่ได้ เขาก็เริ่มใช้กลไกต่าง ๆ เข้ามา ถามว่าตุลาการทันไหมครับ น่าเห็นใจ ไม่มีทางทันหรอกครับ เพราะอะไรครับ เพราะท่านอยู่ในกลไก ดังนั้นพอเกิดการปฏิวัติ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ภาพที่ไม่ควรปรากฏเลยนั่นก็คืออดีตประธานศาลฎีกา ขอประทานโทษเอ่ยนามท่านสักนิดหนึ่ง ท่านชาญชัย ลิขิตจิตถะ กระโดดข้ามมาเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในอํานาจของคณะปฏิวัติ เลขาของท่านขอเอ่ยนาม สักนิดรุ่นพี่ผมเอง ท่านจรัญมาเปึนปลัดกระทรวงยุติธรรม อีกคนหนึ่งที่มีบทบาท อยู่ในขณะนั้นก่อนที่จะเกิดการปฏิวัติชื่อเหมือนผม ผมสะดุ้งหลายทีบอกว่าสุนัยถูกจับ ๆ เวลาเรียกสุนัยโปรดกรุณาเอ่ยชื่อสกุลท่านผู้นั้นด้วย คือท่านสุนัย มโนมัยอุดม จากผู้พิพากษา กระโดดมาอยู่กระทรวงยุติธรรม แล้วมีบทบาทในระหว่างการปฏิวัติเปึนเสมือนหนึ่ง ได้ร่วมมือกับการกระทําปฏิวัติของ คมช. ครับ แล้วก็คลอดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมา สาธุชนทั้งหลาย ท่านผู้พิพากษา ท่านตุลาการที่รักความเปึนธรรม ถ้าใครยังรักในสถาบัน ตุลาการต้องคิดเรื่องนี้แล้วครับ นี่คือความมัวหมอง นี่กําลังทําให้ก้อนเส้าอีก ๑ ก้อน โตผิดปกติ นี่คือกําลังจะผลักดันให้องค์กรที่เราเรียกว่าเปึนที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ๖๐ กว่าป้ ๗๐ กว่าป้ที่ผ่านมาเราได้พึ่งพาศาลมาตลอด แต่วันนี้ก้อนเส้านี้ เกิดเคลื่อนตัวเปลี่ยนลักษณะขนาดขึ้น ท่านประธานครับ ผมเปึนห่วงเรื่องนี้มาก
อีกประการหนึ่ง ท่านต้องอย่าลืมนะครับ สภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลนั้น เลวอย่างไร ดีอย่างไรอยู่ได้ ๔ ป้ครับต้องไป ถ้าพรรคไหนไม่ดีจริง ๆ ก็ไป ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะนั่นมาจากการเลือกตั้ง แต่ศาลถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาแล้วจะทําอย่างไรครับ เพราะท่านไม่ได้เลือกตั้งมา ไปก็ไม่ได้ครับต้องอยู่อย่างนั้น และที่สําคัญที่สุดครับท่านประธาน อํานาจตุลาการนั้นเปึนลักษณะพิเศษของ ๓ อํานาจ ประชาธิปไตยที่แตกต่างจากอังกฤษ แตกต่างจากยุโรป แตกต่างจากอเมริกา นั่นเขา เลือกตั้งศาลครับ แต่ศาลของเราไม่ได้เลือกตั้งอยู่ในฐานะเปึนตัวแทนตัดสินคดีในนาม พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นเราต้องรักษาสิ่งนี้ไว้อย่างดี ถ้าท่านลงมาแตะกับฝ์ายการเมืองมากขึ้น ขอประทานโทษเถอะครับ สภาและรัฐบาลนั้น เหมือนคนเล่นมวยปล้ําครับ ข้าวไม่ได้หมื่นชาวบ้านก็ประท้วง หอมไม่ได้ราคาก็ประท้วง ที่เชียงรายรัฐบาลบอกตกลงข้าวได้หมื่นแล้วปรากฏว่าคนที่ขายไปแล้วบอกขอด้วยครับ อย่างนี้เขาเรียกปัญหาการเมืองมันเหมือนมวยปล้ําครับ กติกามันหายาก รัฐบาลก็จําเปึน จะต้องแก้ปัญหาเหล่านี้เหมือนนักมวยปล้ําจริง ๆ แต่ศาลนั้นถ้าจะเปรียบแล้วเหมือน นักมวยสากล ต่อยมวยมีกติกามากไม่ออกนอกลู่นอกทาง แต่เมื่อท่านลงมาใกล้เคียงกับ ฝ์ายการเมืองมากขึ้นอะไรจะเกิดขึ้นละครับ การวิพากษ์วิจารณ์ต้องเกิดขึ้นแน่นอน วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทุกเช้าครับอ่านหนังสือพิมพ์ เดี๋ยวนี้ผมติดแล้วครับต้องอ่าน หนังสือพิมพ์ที่ด่ารัฐบาลมาก ๆ ไม่อย่างนั้นไม่สบายใจ โอ้ ยังเปึนประชาธิปไตยอยู่นะ ใครบอกว่าเปึนเผด็จการรัฐสภาไม่จริงนี่หนังสือพิมพ์ยังด่าเหยง ๆ อยู่นี่ หนังสือพิมพ์ ประชาชน สมาชิกสภาฝ์ายค้านตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบฝ์ายนิติบัญญัติได้ตลอดเวลา แต่วิจารณ์ศาลได้ไหมครับเดี๋ยวติดตะราง ดังนั้นอํานาจที่ท่านดูเหมือนว่ามีมาก ในฝ์ายบริหารกับฝ์ายนิติบัญญัตินั้นเปึนอํานาจชั่วคราวที่มีการตรวจสอบได้ตลอดเวลา ถ้าเกิดมีคนถามบอกว่าถ้าเอาศาลมาอยู่ในอํานาจในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มากขึ้น คนจะขอให้ศาลเลือกตั้งบ้างจะว่าอย่างไรครับ มันไม่ยุ่งกันใหญ่หรือครับ มันจะเปลี่ยน โครงสร้างทันที ผมถึงบอกว่าคนที่บอกว่าให้ตุลาการภิวัตน์ ตุลาการภิวัตน์พูดไปเถอะ แต่วันหนึ่งถ้าบ้านเมืองมันเสียหายกรุณาอย่าหนีออกต่างประเทศครับ นั่นคือจะเกิดกลียุค เพราะไม่มีสถาบันใดจะพึ่งแล้ว ท่านประธานครับ จากประเด็นนี้กลับมาสู่การพิจารณา ที่ว่าสังคมนี้กําลังตกอยู่ในวาทกรรมว่านักการเมืองเลวจึงต้องมีศาลเดียว เอาเถอะครับ ไม่เปึนไร กัดฟันสู้ ถึงขนาดมีการวิจารณ์ยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนแล้วบอกว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยหนักเข้าไปอีก จึงต้องร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เอาแต่งตั้งเข้ามาเสียส่วนหนึ่ง วันนี้หนักเข้าไปครับม็อบ (Mob) พันธมิตรที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ คุณสนธิเสนอว่าต่อไปให้เลือกตั้ง ส.ส. แค่จังหวัดละคน แล้วที่เหลือแต่งตั้งเข้ามาอีกแบบ ส.ว. เอากันใหญ่เลยครับ ประเทศนี้ จะไปแบบไหนครับ
ท่านสุนัยครับ ผมว่าเอา เนื้อหา
นี่คือกระบวนการที่เชื่อมโยงให้เห็นว่า ทําไมจริงหรือที่บอกว่านายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่ต้องขึ้นศาลนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีอํานาจมากและมีโอกาสทุจริตจริงหรือครับท่าน คนที่มีอํานาจมากกว่านี้ไม่มีหรือครับ วันนี้ท่านประธานนั่งตรงนี้มีอํานาจจริงหรือครับ แค่พันธมิตรชุมนุมอยู่ยังไม่รู้จะอยู่ได้ เมื่อไรครับ เรามีอํานาจจริงหรือครับ แท้จริงแล้วอํานาจจริง ๆ ในระบอบประชาธิปไตย แบบไทย ๆ นั้นเปึนอํานาจแฝงที่อยู่นอกสภาครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านไปดูรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ วันนี้คนที่มีอํานาจจริง ๆ คือองค์กร อิสระที่ศาลตั้งมาครับ ทําไมไม่ให้องค์กรอิสระอยู่ในศาลเดียวกันแบบนี้บ้างละครับ ทําไมระหว่างผมเปึนผู้แทนราษฎรต้องขึ้นศาลนี้ ผมถามว่าระหว่างผมกับผู้นําเหล่าทัพ ใครมีอํานาจมากกว่ากันครับ ผู้นําเหล่าทัพมีอํานาจมากกว่าผมแต่ไม่ต้องขึ้นศาลนี้ครับ ดังนั้นเรากําลังสร้างวาทกรรมที่หลอกลวงบอกว่าคนมีอํานาจแล้วมีแต่พวกผู้แทนราษฎร เท่านั้นที่มีอํานาจ จริง ๆ ไม่ใช่ครับ นี่เปึนประเด็นสําคัญท่านประธานที่ผมจะต้อง กราบเรียนท่าน ข้าราชการประจํา ผู้นําองค์กรอิสระ กกต. มีอํานาจเยอะไหมครับท่าน ผู้แทนราษฎรถามหน่อยมีอํานาจเยอะไหม แต่ถ้าทําผิดไม่ต้องขึ้นศาลนี้ครับ ป.ป.ช. มีอํานาจไหมครับ มี ทําผิดอยู่ได้ตั้ง ๙ ป้อยู่กันจนลูกโตครับ ไม่ต้องขึ้นศาลนี้ครับ ดังนั้นหลักการเรื่องนี้เรากําลังขีดวงกรอบที่หลอกลวงความจริงว่านักการเมือง เปึนผู้มีอํานาจจริงในระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ไม่ใช่ครับ แต่ต้องเอามัน เพราะนักการเมืองมันชั่ว ท่านประธานครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ส.ส. ในที่นี้ดีจํานวนมากครับ ผมไม่เอ่ยอ้างว่าผมเปึนคนดี แต่ว่าเล่นการเมืองมา ๒๐ กว่าป้ครับ ตั้งแต่เปึนสมาชิก สภาเทศบาลอยู่ที่กรุงเทพฯ ยังหากินโดยอาชีพหลักคือทนายความ ไม่ไปรับเหมาก่อสร้าง ไม่ไปออกรถขุด ไม่ออกรถดัมพ์ ยังหากินปกติตามอาชีพของทนายความก็ได้รายได้ ๒ ส่วนหลัก ๆ คือนี่ละครับ เงินเดือนจากสภาผู้แทนราษฎรกับเงินเดือนจากสํานักงาน กฎหมาย ดังนั้นผมว่าวันนี้เรากําลังสร้างวาทกรรมที่หลอกลวงความจริงที่เอาผิดเฉพาะ พวกนักการเมืองเท่านั้น ท่านครับ เท่านั้นยังไม่พอ ป้ ๒๕๔๐ ผลักดันให้อํานาจตุลาการ ไถลออกสู่ระบบอํานาจการเมืองมากขึ้น ป้ ๒๕๕๐ ร่างมาอีกครับ ในมาตรา ๕ ที่เราอภิปรายกันมากแต่ประเด็นนี้ยังไม่มีใครพูดถึงคือเรื่องของผู้ไต่สวนอิสระ ตกลงกลายเปึนว่าถ้า ป.ป.ช. ตัดสินแล้วไม่มีมูลต้องเจอผู้ไต่สวนอิสระอีก ภาวการณ์เช่นนี้ น่าจะสร้างแนวโน้มว่า ป.ป.ช. ไม่กล้าตัดสินใครว่าไม่มีมูลครับ สําหรับนักการเมือง ต้องมีมูลทุกคน เพราะไม่อย่างนั้นไปเจอผู้ไต่สวนอิสระอีกก็จะถูกกล่าวหาว่า ผู้ไต่สวนอิสระเขาบอกว่ามีมูล ท่านทําไมไม่มีมูล สงสัยไปรับเงินรับทองกระมัง ในที่สุดเราไม่เชื่อหลักการแล้วครับท่านประธาน นักกฎหมายทั้งหลายที่นั่งอยู่ในที่นี้ คงจํากันได้นะครับ พระราชบิดาแห่งกฎหมายที่พระบรมรูปของท่านอยู่ที่หน้า กระทรวงยุติธรรมนั้น กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ท่านให้คําไว้เลยครับว่า หลักการยุติธรรมนั้นคือยอมปล่อยคนผิดไป ๑๐ คน ดีกว่าจับคนถูกไว้คนเดียว แต่วันนี้ หลักการที่ท่านร่างอยู่นี่มันกลับตาลปัตรเลยครับ ยอมจับคนถูกไว้ ๑๐ คน ดีกว่าปล่อย คนผิดไป ๑ คน ท่านสร้างระบบกฎหมายขึ้นมาในลักษณะที่ศาลเดียวจบ ๆ มีคนทําผิด เยอะแยะไปครับในประเทศนี้ รู้ทั้งรู้ครับว่าโกงเงินไป ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท แต่คดี หมดอายุแล้วก็แล้วกันไปก็ต้องยอมครับ ระบบกฎหมายมันเปึนอย่างนั้นครับ มึงโกงแท้ ๆ ต้องเอามาลงอํานาจให้ได้ ถ้าไม่ได้ต้องปฏิวัติจัดการ ระบบกฎหมาย ก็พังหมด และวันนี้กฎหมายถูกนํามาใช้อย่างชนิดที่ทําให้ประชาชนเกิดคลางแคลงใจต่อกระบวนการ ยุติธรรม ท่านครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ เขียนไว้ชัดเจนครับ ในคดีอาญาต้อง สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด วรรคสาม ก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเปึนผู้กระทํา ความผิดมิได้ แต่วันนี้มีคําพิพากษาที่รุนแรงกว่าแต่สถาบันตุลาการกลับนิ่งครับ ในเอกสารที่สภาผู้แทนราษฎรมอบเปึนคู่มือนี้พลิกไปหน้าสุดท้าย ใครบอกว่าคุณทักษิณ ชินวัตร ไม่ยอมขึ้นศาลครับ เขียนชัดเจนเลยครับ คดีหมายเลขดํา ที่ อม ๑/๒๕๕๐ คดีหมายเลขแดง ที่ อม ๑/๒๕๕๐ อัยการสูงสุดโจทก์ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร จําเลยที่ ๑ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จําเลยที่ ๒ เห็นบอกกันทั้งบ้านทั้งเมืองบอกไม่ขึ้นศาล ต้องให้พิจารณาคดี ใครจับไม่ได้ ไม่จริงครับ จับ ตามประมวลวิ.แพ่ง เมื่อคดีสู่ศาลแล้วจะ มาด่าจําเลยว่าผิดอย่างนั้นผิดอย่างนี้ทําเสมือนหนึ่งเปึนการละเมิดอํานาจศาล ได้ไหมครับ ไม่ได้ครับท่านประธาน แต่วันนี้ประเทศไทยสะพานมัฆวานรังสรรค์ด่า ๒๔ ชั่วโมง นัน สตอป (Non stop) สถาบันศาลทําอะไรครับ ตกลงตุลาการอภิวัตน์ อภิวัตน์ อย่างไรครับท่าน คนที่ไปอยู่ในการพิจารณาของท่านแล้วยังไม่ได้รับความเปึนธรรม ทางสังคมเลย วันนี้ท่านรัฐมนตรีเฉลิมพยายามใช้สิทธิหน้าที่ของท่านในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยยื่นคําร้องเพื่อจะแก้ปัญหาโดยอาศัยกลไกตุลาการยื่นไปที่ศาลเชียงราย คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ถูกตัดสิน ๓-๔ คดีแล้วในลักษณะคล้าย ๆ กัน ศาลกําชับทุกครั้งว่า อย่าไปทําอย่างนี้อีกนะแต่เขาก็ทําครับ ท้าทายอํานาจศาลอย่างรุนแรงที่สุด ท่านรัฐมนตรีเฉลิม ยื่นคําร้องขอให้ถอนประกัน ประทานโทษ ผมไม่ได้วิจารณ์นะครับ ด้วยความเคารพ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ผมไม่กล้าวิจารณ์ วันนี้ประชาชนไม่เข้าใจหรอกครับท่านประธานว่า ศาลอะไรเปึนศาลอะไร
พอเหนื่อยแล้วกระมังครับ เกือบพอแล้วกระมังครับ
บังเอิญ ขอประทานโทษเถอะครับ ผมมีกําลังเข้มแข็งมากกว่าท่านประธานหน่อยยังไม่เหนื่อยเลยครับ
ผมนึกว่าเหนื่อยแล้วครับ
ท่านประธานครับ ศาลวันนี้ชาวบ้าน ก็มองว่าเปึนศาล ศาล ศาลปกครองเปึนอีกส่วนหนึ่ง ศาลยุติธรรมอีกส่วนหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญอีกส่วนหนึ่ง แต่วันนี้กระบวนการท่านเห็นไหมครับ วิทยุ ทีวีช่องหนึ่ง โอ้โฮ ท่านครับ ฟังไม่ได้ครับ ท่านตุลาการที่มานั่งได้เป่ดฟังบ้างไหมครับ หยาบคายที่สุด ใส่ร้าย มากที่สุดซึ่งไม่สมควรที่จะเป่ดได้เลย แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดหลายครั้งเพราะคนถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็บอกว่าศาลปกครองเขาคุ้มครองอยู่ ท่านครับ ที่ผมกราบเรียน ท่านมาทั้งหมดนี้ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ผมไม่อยากให้ศาลต้องมัวหมอง ในอดีต ที่ผ่านมาก็อยู่กันได้
ท่านประธานครับ
ศาลตุลาการก็รักษาสถาบันของ ท่านอยู่ในกลไกแบบก้อนเส้า ๓ ก้อน ท่านประธานครับ ถ้าเราจะมองปัญหานี้
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
จะจบแล้วครับ อย่าเพิ่ง ประท้วงเลยครับ จะจบแล้วครับ ขอความกรุณาด้วยครับ ต่อเลยครับคุณสุนัย
ฟังหน่อยเดียว ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ ใช้สิทธิข้อบังคับครับ
ผมทราบครับ ทราบแล้วก็ ขอร้องแล้ว ขอร้องให้คุณสุนัยท่านรีบจบ ๆ เพราะท่านก็พูดเกือบหมดแล้ว
อย่างนี้ไม่ต้องใช้ข้อบังคับแล้ว ใช่ไหมท่านประธาน
กําลังไปได้สวยแล้วครับ
ประท้วงด้วยความเคารพ ท่านสุนัยนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ประท้วงท่านประธานครับผม
ก็เชิญครับ ประท้วงผม ข้อไหนครับ
ครับ ผม สกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านประธานว่า เมื่อมีผู้ประสงค์จะประท้วงยืนและยกมือขึ้น ท่านประธานต้องให้โอกาสผู้นั้นชี้แจงนะครับ และวินิจฉัยว่าฝ์าฝ๋นหรือไม่ครับ ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
ครับ ผมวินิจฉัยแล้ว ผู้ประท้วงทําถูกต้อง แต่ว่าผมขอร้องว่าจะจบแล้วอย่าให้มันยืดเลย ผมขอร้องถ้าไม่ได้ ก็เชิญประท้วงต่อเลยครับ เชิญ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียวครับ ผมไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการประท้วงหาเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้นครับ
เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพ ขออนุญาตประท้วงท่านผู้อภิปราย ท่าน ส.ส. สุนัย หลายความเห็นของท่านเปึนความเห็นที่ดี แล้วผมก็นั่งฟังครับ แม้จะอยู่ในซีกฝ์ายค้าน แต่ขอสักนิดเถอะครับ ท่านกําลังใช้สิทธิของท่านในการพาดพิงอํานาจฝ์ายตุลาการครับ ท่านกําลังรุกล้ําเข้าไปในส่วนของอํานาจตุลาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของศาลยุติธรรมครับ เราต้องยอมรับครับ เราเปึนนักประชาธิปไตยว่ามีอํานาจฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายตุลาการ และอํานาจฝ์ายตุลาการก็ไม่ควรลุล่วงโดยพวกเรา ผมขออนุญาต ด้วยความเปึนเด็กแต่ไม่สบายใจครับ ขออนุญาตประท้วงด้วยความเคารพ ปรึกษา ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ผมขอวินิจฉัยผู้ประท้วง ประท้วงถูกต้อง แต่ว่าขอความกรุณาเถอะครับ คุณสุนัยพอจะสรุปได้กรุณาด้วยครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านผู้ประท้วงที่มีความไม่สบายใจ ฟังอีกนิดแล้วท่านจะสบายใจ ผมไม่ได้ก้าวล่วงอํานาจตุลาการ ผมกําลังจะออกมาปกปัอง อํานาจตุลาการว่าทําอย่างไรให้อํานาจตุลาการนั้นอยู่ในดุลยภาพอย่างที่เคยปฏิบัติกันมาแล้ว ก็อยู่ได้ แต่วันนี้เมื่ออํานาจตุลาการซึ่งกลายเปึนก้อนเส้าใหญ่กว่าก้อนเส้าอื่นทั้งหมดเข้ามา อยู่ในระบบการเมืองนี้เปึนความห่วงใยที่อยากจะเห็นอํานาจตุลาการนั้นยังมีเสถียรภาพ สมกับที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระพุทธเจ้าหลวงที่ท่านได้ต่อสู้เรื่อง อํานาจศาลถึงขนาดยอมเสียดินแดนให้แก่ต่างประเทศเพื่อแลกกับสิทธิทางศาล ดังนั้น กระบวนการที่อยู่ในการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ คนที่ทํานั้นจะด้วยเจตนาใด ก็แล้วแต่ท่านต้องสํานึกนะครับว่าท่านกําลังจะทําให้สถาบันตุลาการนั้นเกิดผลกระทบกระเทือน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณสรุปแล้วก็พูด ได้ดีมากครับแต่ว่าไม่ถูกใจคนอื่นเขา ต่อไปท่านนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม เรียนเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังตัวแทนของศาลฎีกาทั้ง ๓ ท่านว่า วันนี้ผม เห็นใจท่านครับ ท่านมาอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ในช่วงระยะเวลาหลายชั่วโมง แล้วท่านก็ฟัง ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน บางครั้งอาจจะทําให้ท่านสับสนบ้างครับ แต่ท่านไม่ต้องกลัวครับ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านทําอยู่วันนี้ท่านทําในสิ่งที่ถูกต้องครับ ท่านคงจะทราบดีอยู่นะครับว่า วันนี้สังคมไม่สมดุลจริง ๆ วันนี้เปึนบทพิสูจน์ที่ทําให้ท่านได้รับรู้แล้วว่าวันนี้ฝ์ายบริหาร และฝ์ายนิติบัญญัติไม่สามารถที่จะถ่วงดุลกันได้ จึงมีความจําเปึนที่จะต้องเอาฝ์ายตุลาการเข้ามาช่วยสร้างสมดุลของระบบทั้ง ๓ ระบบ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า วันนี้ท่านกลับไปบ้านท่านคงมีภาระที่หนักอึ้งลงไปครับ ที่วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ คนกําลังฝากภารกิจให้กับท่าน ผมจําได้ว่า มีท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งบอกว่าวันนี้ท่านมาสาย ถึงมาสายก็ดีกว่าไม่มาครับ แล้วผมเชื่อว่า ท่านตุลาการจะมีส่วนในการสร้างสมดุลของสังคมไทยครับ ไม่อย่างนั้นสังคมไทยคง ไม่เละเทะขนาดนี้ และผมอยากให้ความมั่นใจกับท่านครับว่า พวกเราไม่เคยคิดว่า ท่านกําลังเข้ามาก้าวก่ายทางการเมือง ไม่เคยคิดจริง ๆ ครับ แต่พวกเราคิดว่าวันนี้ เราต้องการจะเป่ดประตูให้การเมืองคนที่ทําผิด ๆ ครับ คนที่ทุจริต คนที่โกง เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของท่านได้ง่ายมากยิ่งขึ้นครับ เพราะที่ผ่านมานั้น กระบวนการตรวจสอบทางการเมืองนั้นเกิดขึ้นยากมากครับ ท่านคงจะทราบดีว่า กระบวนการตรวจสอบนักการเมืองมีแค่กระบวนการ ป.ป.ช. บางครั้งอาจจะติดภารกิจ เยอะมาก ทําให้การตรวจสอบผ่านกระบวนการ ป.ป.ช. อย่างเดียวนั้นมีปัญหาครับ ดังนั้น ให้ท่านสบายใจนะครับว่าขณะนี้ท่านได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนสิ่งที่ถูกต้อง แล้วครับ ผมอยากจะฝากข้อสังเกตท่านเพียง ๕ ข้อ เพราะว่ามีสมาชิกหลายท่านได้พูด ในประเด็นหลาย ๆ ประเด็นผ่านไปแล้ว
ข้อสังเกตข้อที่ ๑ คือผมถือว่านี่คือเสน่ห์ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ต้องย้ําครับ นี่คือเสน่ห์ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เพื่อให้กระบวนการตุลาการ มีช่องทางในการเอาคนโกงติดคุกได้ง่ายขึ้น ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ดีก็จริง แต่มีหลายสิ่ง หลายอย่างที่ยังบกพร่องอีกเยอะ แต่ป้ ๒๕๕๐ จุดนี้เปึนจุดที่ชี้ให้เห็นแล้วว่าช่องทางนี้เปึน ช่องทางที่เอาคนโกงเข้าคุกได้ง่ายขึ้น
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ที่อยากจะฝากกราบเรียนเนื่องจากว่ามีสมาชิกบางท่าน อภิปรายแล้วสับสน และผมเชื่อว่ามีพี่น้องประชาชนที่อยู่บ้านเวลาฟังแล้วอาจจะเข้าใจผิด ที่คิดว่าใน พ.ร.บ. ที่ท่านเสนอมานี้ที่ให้มีการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระนั้นจะสามารถ เอานักการเมืองทุกส่วนเข้าสู่กระบวนการไต่สวนอิสระนั้นไม่ใช่ครับ ผมจะขออนุญาต พูดแทนท่าน ผมเกรงว่าท่านจะลืมพูดแล้วก็ประชาชนจะสับสนครับ กระบวนการผู้ไต่สวน อิสระนั้นสามารถเอาผิดกับอรหันต์ ๓๘ รูปเท่านั้นครับ คําว่าอรหันต์ ๓๘ รูป หมายความว่า ประกอบไปด้วยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ๓๖ คน ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธาน วุฒิสภา เท่ากับว่าอรหันต์ ๓๘ คนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาครับ จึงจําเปึนจะต้องมีกระบวนการพิเศษ ในการพิจารณาเพื่อเอาคนเหล่านี้ถ้าทําผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ผมอยากจะมี ข้อสังเกตที่อยากจะกราบเรียนท่านว่า ในมาตรา ๔๔/๕ วรรคสอง ที่กล่าวไว้ว่าในกรณีที่ ผู้เสียหายยื่นคําร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนข้อเท็จจริง และสรุปสํานวนพร้อมทั้งทํา ความเห็นเกี่ยวกับการดําเนินคดีอาญาแก่บุคคลตามวรรคหนึ่ง ก็คือวรรคหนึ่งที่ร้องต่อ ศาลฎีกาให้แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ แล้วก็มีการเขียนเพิ่มเติมว่า ผู้เสียหายจะยื่นคําร้องต่อศาล ตามวรรคหนึ่งได้ต่อเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ๑. ไม่รับดําเนินการไต่สวน ๒. ดําเนินการ ล่าช้าเกินสมควร หรือ ๓. ไต่สวนแล้วเห็นว่าไม่มีมูลความผิด ผมอยากจะเรียนกับท่านนะครับว่า ผมมีประสบการณ์เปึน ส.ส. เมื่อป้ ๒๕๔๘ เปึน ส.ส. สมัยแรก ครั้งนี้เปึนสมัยที่ ๒ ครับ ในการเปึน ส.ส. สมัยที่แล้วเราก็จับทุจริตได้คดีหนึ่งครับ คดีนั้นคือคดีทุจริตเรื่องรถพยาบาล ผมได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อประมาณเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม ป้ ๒๕๔๘ แล้วผมจําได้ว่า ป.ป.ช. เชิญผมไปให้ปากคํา ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ก็คือประมาณต้นป้ ๒๕๔๙ และครั้งที่ ๒ ก็คือ เมื่อเดือนที่ผ่านมานี้เอง ดังนั้นผมอยากจะถามท่านว่า ในกรณีที่เกิดถ้าคดีส่งไปที่ ป.ป.ช. แล้ว ที่ท่านบอกว่าถ้าจะเปลี่ยนใจส่งไปให้ศาลฎีกาตั้งผู้ไต่สวน การดําเนินการล่าช้าอย่างนี้ ๓ ป้ ท่านคิดว่ามันช้าไหม ดังนั้นผมอยากจะฝากเรียนท่านว่าผมยังคาใจครับ ในเรื่อง ระยะเวลาว่าถ้าเปึนไปได้คือ ผมจําไม่ได้ท่านเคยตอบพวกเราในที่ประชุมวิป ท่านบอกว่า เปึนดุลยพินิจของศาลฎีกาในการที่จะพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับว่าคดีจาก ป.ป.ช. นั้นช้า หรือไม่ช้า แต่ถ้าเปึนไปได้คืออยากจะให้มีคําตอบที่เปึนภาพกว้าง ๆ ว่า เช่น คดีเสนอ ป.ป.ช. ไปแล้ว ๑ ป้หรือ ๒ ป้ หรือ ๓ ป้ ถ้าไม่มีความคืบหน้า สามารถเสนอต่อศาลฎีกา เพื่อแต่งตั้งผู้ไต่สวนได้ อันนี้เปึนความคิดเห็นที่อยากจะฝากท่านเปึนกรณีที่ ๒ ครับ
ในส่วนของข้อสังเกตข้อ ๓ ตามมาตรา ๔๔/๗ ซึ่งในมาตรา ๔๔/๗ ได้พูดถึง กรณีที่แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระที่ย้ําว่า คนที่ศาลฎีกาแต่งตั้งนั้นจะต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย ๒ ข้อ คือ ข้อ ๑ ต้องเปึนกลางทางการเมือง และข้อ ๒ คือมีความซื่อสัตย์สุจริต เปึนที่ประจักษ์ ผมอยากจะย้ําครับว่าผมเห็นใจท่านว่าในกรณีของมาตรานี้ในการที่จะ แต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนมันเปึนช่องทางที่จะทําให้อํานาจการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้ง่ายครับ ดังนั้นตรงนี้เปึนจุดที่ท้าทายกับศาลฎีกาเปึนอย่างยิ่งในการที่จะแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ที่มีคุณสมบัติให้ครบทั้ง ๒ ข้อนี้ แต่อยากจะฝากข้อคิดเห็นนิดหนึ่งครับว่าคนที่จะ เหมาะสมนอกจากเปึนกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตแล้ว จุดที่พิจารณา ง่าย ๆ คือคนคนนั้นไม่ควรจะใช้ตําแหน่งของเขาเองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง หรือพวกพ้องครับ ผมว่าข้อนี้สําคัญที่สุดในการที่ท่านจะตัดสินหรือว่าพิจารณารับใครมาเปึน ผู้ไต่สวนอิสระ ผมจําได้ว่าในระหว่างที่ผมนั่งฟังมามีสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงว่าถ้าเกิด การแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระนั้นจะทําให้ศาลฎีกาเหมือนลดระดับลงมา จะเปึนองค์คณะ ศาลฎีกาแล้วต้องลดระดับลงมาเปึนผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมคิดว่าท่านสมาชิก ที่กําลังอภิปรายในหมวดนี้ไม่ได้อ่านกฎหมายหรือร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้อย่างละเอียด ผมตอบ แทนท่านเลยแล้วกันนะครับว่า ในข้อเสนอร่าง พ.ร.บ. ของท่านมาตรา ๑๒ ได้กําหนด ไว้ชัดเจนว่า องค์ประกอบของผู้ไต่สวนอิสระนั้นคือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ หัวหน้าคณะ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งมีไม่น้อยกว่า ๑ คน และอัยการไม่ต่ํากว่าชั้น ๖ ไม่น้อยกว่า ๑ คน หรือบุคคลที่มีอายุไม่ต่ํากว่า ๔๕ ป้ตามที่คุณสมบัติกําหนด ดังนั้นไม่ใช่องค์คณะจาก ผู้พิพากษาศาลฎีกามาเปึนผู้ไต่สวน
ผมมีข้อสังเกตข้อที่ ๔ ตามมาตรา ๔๔/๙ ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้ผู้ไต่สวนอิสระ ทําการไต่สวนและทําความเห็นให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งตรงนี้อยากจะย้ํานะครับ เพราะผม มองว่าการพิจารณาไต่สวนอิสระของผู้ไต่สวนอิสระนั้นกระทํากับคน ๓๘ คนเท่านั้น ดังนั้นคําว่า โดยเร็ว ผมก็กังวลใจครับ เพราะอย่าลืมว่าคนเหล่านี้ ๓๘ คนนี้เปึนบุคคล ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ผมอยากจะให้ทางศาลหรือทางอะไรก็แล้วแต่เวลามีการแปรญัตติ น่าจะกําหนดระยะเวลาที่ชัดเจนลงไปว่า การไต่สวนนี่ควรจะต้องทําให้เสร็จสิ้นภายใน ระยะเวลาเท่าไร เช่น ๑ ป้ ๒ ป้ หรือว่าต่อได้อีก ๑ ป้ หรือ ๒ ป้ก็แล้วแต่ครับ เปึนข้อคิดเห็น ที่จะเสนอฝากไป
และข้อสังเกตข้อ ๕ ซึ่งเปึนข้อสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนว่า วันนี้ กระบวนการยุติธรรมนั้นถูกแทรกแซงสูงมากครับโดยเฉพาะอัยการ ผมจําได้ว่ามีสมาชิก ท่านหนึ่งได้พูดถึงกระบวนการที่ถูกแทรกแซง อัยการครับ ในมาตรา ๔๔/๑๑ ได้มีการพูดถึง ในกรณีที่อัยการสูงสุดเห็นว่ารายงานเอกสารและความเห็นของผู้ไต่สวนอิสระยังไม่สมบูรณ์ อัยการจะแทงเรื่องกลับมาให้ผู้ไต่สวนอิสระและตั้งคณะกรรมการร่วมกันทั้ง ๒ ฝ์าย อย่างเสมอกัน เท่าเทียมกัน ถ้าผลการพิจารณานั้นอัยการไปฟัองต่อ จบครับ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าผลการพิจารณานั้นอัยการไม่ส่งฟัอง ผู้ไต่สวนอิสระสามารถฟัองได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตรงนี้เปึนจุดที่น่าเปึนห่วงครับ ที่มีหลายคนถามผมว่าถ้ามีโอกาสให้มาบอกกับที่ประชุมว่า เราจะมีกระบวนการตรวจสอบอัยการหรือไม่ครับ เช่น ถ้าผู้ไต่สวนอิสระฟัองด้วยตัวเองแล้ว ศาลฎีการับฟัอง แล้วผลการตัดสินว่านักการเมืองท่านนั้นมีความผิดจริง อย่างนี้ผมคิดว่า อัยการที่เกี่ยวข้องที่ไม่ฟัองนั้นต้องแสดงความรับผิดชอบ ผมมีเหตุผลว่าทําไมอัยการ จะต้องแสดงความรับผิดชอบ ๒ กรณี
กรณีที่ ๑ การที่อัยการท่านนั้นปฏิเสธไม่รับคดีนี้ไปส่งฟัองโดยที่ปล่อยให้ ผู้ไต่สวนอิสระฟัองด้วยตัวเอง เปึนไปได้ว่าอัยการท่านนั้นกําลังจะถูกแทรกแซงจาก นักการเมือง เพราะว่า ๓๘ คนนี้คือคนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศครับ ถ้าอัยการท่านนั้น ปฏิเสธบอกว่าไม่ถูกแทรกแซงได้พิจารณาคดีไปด้วยความบริสุทธิ์ใจก็สู่ข้อ ๒ แสดงว่า อัยการท่านนั้นไม่มีฝ้มือครับ ดังนั้นอยากจะกราบเรียนว่า เปึนไปได้ไหมว่าที่จะมีการเพิ่มเติม ในการตรวจสอบองค์กรเหล่านี้ในคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับสูงของประเทศครับ ท้ายที่สุดนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมและให้กําลังใจท่านตัวแทน ตุลาการทั้ง ๓ ท่านครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากคุณหมอครับ เชิญร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ครับ
ผม ร้อยตํารวจโท เชวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ตั้งแต่เลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคมที่ผ่านมาสภาได้เป่ดสมัยสามัญ ไปแล้ว ๑ สมัย เปึนเรื่องที่น่าเสียดายอย่างที่ได้ทราบกันว่าสภาของเรายังไม่มีโอกาส พิจารณาพระราชบัญญัติ เมื่อมาเป่ดสมัยประชุมวิสามัญพอเรามีโอกาสพิจารณา พระราชบัญญัติและขณะนี้กําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย ศาลฎีกา นี่ก็เปึนประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกหน้าหนึ่งของระบบการเมือง ระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนองค์พระประมุขของไทยเรา ซึ่งนับแต่มี การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ มาถึงปัจจุบันนี้ ถ้ามอง ย้อนหลังประวัติศาสตร์ของการปกครอง นักการเมืองที่ถูกศาลตัดสินจนต้องรับโทษในคุกนั้น มีเพียง ๒ คน คนที่ ๑ นั้นเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และในที่สุดก็ไป เสียชีวิตในคุกโดยศาลได้พิพากษาลงโทษจําคุก ๑๕ ป้ คนที่ ๒ ปัจจุบันนี้ก็ยังอยู่ในคุก นอกจากนั้นมีแต่การกล่าวหากันยังไม่มีการพิสูจน์อย่างแท้จริงว่าคนไหน นักการเมือง คนใดทําผิด ทุจริตคอร์รัปชันตั้งแต่ช่วงเช้าของการเริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าประชาชนทั้งประเทศได้มีโอกาสฟังการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างต่อเนื่องคงจะมีความรู้สึกว่าสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยคนชั่วคนเลว เหมือนอย่างที่เขาเอาไปด่ากันที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์เหตุก็เพราะพวกเรากันเอง คนที่มีอาชีพเดียวกันเองซ้ําเติมกันโดยไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ท่านประธานครับ หลาย ๆ ท่านขึ้นมาอภิปรายเสมือนหนึ่งอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้ทําผิดทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนี้ บทบัญญัติ ในมาตรา ๓๙ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่ได้กระทําการ อันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทํานั้น บัญญัติเปึนความผิดและกําหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่กําหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลา ที่กระทําความผิดมิได้ ความในวรรคสองบัญญัติไว้บอกว่า ในคดีอาญาต้องสันนิษฐาน ไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด ที่หลายคนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเสน่ห์ ท่านได้ใช้เสน่ห์ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เอามาสร้างความเปึนธรรมให้สังคม มาสร้าง ความเปึนธรรมให้แก่เพื่อนร่วมอาชีพของเราหรือไม่ จริง ๆ แล้วในตลาดนักการเมือง มีไม่เกิน ๓,๐๐๐ คน ชนะบ้าง แพ้บ้าง ผลัดกันรุกผลัดกันรับ บางครั้งก็ขึ้นไปนั่งข้างบน บางครั้งก็ลงมานั่งข้างล่างแต่พวกเราก็กระทืบกันเอง ซ้ําเติมกันเองจนสังคม ข้างนอกมองว่าคนเปึนนักการเมืองเปึนคนชั่วคนเลว เขาถึงได้เอาไปด่าที่เชิงสะพาน มัฆวานรังสรรค์ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงโดยไม่ตั้งใจก็สร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่เปึน นักการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมมีความรู้สึกเจ็บปวดไม่ว่าเขาจะด่าฝ์ายไหนแล้วแต่ จะซีกขวาหรือซีกซ้ายผมมีความรู้สึกเจ็บปวด ท่านประธานครับ บางท่านขึ้นมายกย่อง ผู้ที่มาจากอํานาจเผด็จการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนับสนุนเหลือเกิน คตส. ท่านไม่รู้หรือครับ คตส. แต่งตั้งมาโดย คมช. ที่มาจากการปฏิวัติ แล้วคณะปฏิวัติหรือ คมช. ได้แต่งตั้ง คตส. ได้ถูกต้องเปึนธรรมหรือเปล่า คตส. แต่ละคนนี่ปฏิปักษ์ต่อ พันตํารวจโท ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ทันทีที่มีประกาศแต่งตั้งคนเหล่านี้ออกมา คนเหล่านี้ ก็มีธงอยู่ในหัวใจแล้วว่า พันตํารวจโท ทักษิณเปึนคนชั่วเปึนคนเลว ผมอยากจะพูดตรงนี้ ให้มันปรากฏไปเลยว่า ตราบใดที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินขอท่านทั้งหลายผู้มีใจอันประเสริฐ จงได้สําเหนียกว่าท่านได้ซ้ําเติมเพื่อนร่วมอาชีพอย่างไม่เปึนธรรม รอให้ศาลตัดสินสิครับ เหมือนอย่างอดีตรัฐมนตรีที่ไปตายในคุก รอให้ศาลตัดสินก่อนสิครับ อดีตรัฐมนตรี ท่านหนึ่งซึ่งอยู่ในเรือนจําปัจจุบันนี้ แล้วค่อยมากล่าวหาว่าคนคนนั้นหรือหัวหน้า พรรคไทยรักไทยเดิมเปึนคนผิดเปึนคนชั่วอย่างไรก็ว่ากันไปแต่ตราบใดที่ยังไม่มีการตัดสิน ท่านไม่มีสิทธิที่จะมากล่าวกันอย่างนี้ หลาย ๆ ท่านอภิปรายพยายามชี้นําให้สังคมฟังว่า พันตํารวจโท ทักษิณทําผิดคิดร้ายต่อบ้านเมือง ผมอยากจะให้ผู้อภิปรายทั้งหลาย ท่านลองสงบสติอารมณ์ถามตัวเองว่าในชีวิตท่านได้สร้างอะไรที่เปึนคุณูปการต่อชาติ บ้านเมืองบ้าง ผมชื่อ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เปึนอดีตข้าราชการตํารวจระดับรองสารวัตร นายตํารวจชั้นผู้น้อยลาออกจากราชการมาสมัครผู้แทนราษฎร ได้รับเลือกตั้งครั้งแรก ผมประกาศอย่างทระนงว่าผมได้รับเลือกตั้งมาในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่เปึนที่ น่าเสียดายว่ารัฐธรรมนูญบัญญัติให้อยู่ในตําแหน่ง ๔ ป้ ท่านประธานครับ ผมไม่สามารถ ทํางานได้จนครบวาระ ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกภาพพ้นจากความเปึน ส.ส. เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๕ แต่ผมไม่เคยไปตําหนิพรรคประชาธิปัตย์ ผมถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ เปึนสถาบันการเมืองเหมือนโรงเรียนทางการเมืองที่ทําให้ผมได้มีโอกาสแจ้งเกิดในทางสภา ท่านประธานครับ เว้นแต่การวิพากษ์วิจารณ์บุคคลในพรรคประชาธิปัตย์บางคนบางท่าน เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามผมก็มีการละเว้นอยู่ ๒ ท่าน ซึ่งพูดหลายครั้งก็ไม่เคยผิดเพี้ยน ท่านแรกคือท่านชวน หลีกภัย ซึ่งไปพบกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะที่ท่านเปึน นักศึกษารุ่นพี่และแนะนําให้ผมลาออกจากราชการตํารวจมาสมัคร ส.ส. ผมถือว่าท่าน เปึนคนชี้ทางสว่างให้แก่ชีวิตของผมที่เปลี่ยนแปลงจากข้าราชการตํารวจคนหนึ่งมาเปึน นักการเมืองจนคนรู้จักทั้งประเทศ สามารถสบตาคนได้ทั้งประเทศเพราะคนชื่อชวน หลีกภัย คนที่ ๒ ผมบอกให้ก็ได้ว่าเมื่อก่อนไม่นับถือ แต่ต่อมาผมให้ความเคารพนับถือคือท่านผู้นํา ฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม แต่เอ่ยด้วยความเคารพคือ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานครับ สภาชุดที่แล้วผมเปึนสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธาน โภคิน พลกุล ได้ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อทําการประชาสัมพันธ์ทํากิจกรรมเพื่อ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงเจริญสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ป้ และผนวกกับการเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ผมได้จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต อวัยวะที่ข้างล่างห้องประชุมของเรา ได้เชิญหัวหน้าพรรคการเมืองต่าง ๆ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภามาเป่ดงานเวลาเรารับบริจาคโลหิต รับบริจาคอวัยวะอันมีหัวใจ ตับ ไต ไส้ พุงเพื่อจะเปึนการถวายเปึนพระราชกุศล ผมไม่คิดเลยว่ามีหัวหน้าพรรคหลายพรรคปฏิเสธไม่มาร่วมงานแต่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะนั้นท่านเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านตอบรับด้วยความเต็มใจ ผมบอกกับตัวเองว่าผมผิดพลาดไปแล้ว หลายป้ที่เจอท่านไม่เคยยกมือไหว้ ตั้งแต่วันนั้น ผมไหว้ท่าน ผมเปึนผู้กล่าวรายงานในการเป่ดงาน ท่านอภิสิทธิ์ทําหน้าที่ได้อย่างสง่างาม และผมมีความสุจริตใจว่าผมให้ความเคารพนับถือ แต่คนอื่นผมจะไม่ละเว้นถ้าหากว่า ท่านทําไม่ถูกข้อบังคับ ถ้าท่านทําไม่ถูกกับความเปึนธรรม ยกตัวอย่าง เช่น การอภิปราย ที่ผ่านมาตั้งแต่เช้าวันนี้
ท่านประธานคะ
ท่านเชาวรินครับ มีผู้ประท้วง เชิญประท้วงผมหรือประท้วงคุณเชาวริน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ขอประท้วงท่านประธานนะคะว่าปล่อยให้ท่านผู้อภิปรายอภิปรายนอกประเด็น ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คือดิฉันคิดว่ามันน่าจะอภิปรายเกี่ยวกับ พ.ร.บ. นะคะ ไม่ใช่มาชื่นชมกัน ในสภาหรือจะมาด่ากันอยู่ในสภานี้มันไม่สมควรมันเสียเวลาค่ะ เพราะว่าดิฉันก็เห็นใจท่าน ที่มาจากศาลนั่งตั้งแต่เช้าแล้ว ควรเข้าประเด็นค่ะ
ประท้วงผมว่าผมทําผิด ข้อบังคับ ข้อ ๖๑
ค่ะ ปล่อยให้เขาพูดอยู่นั่นแหละค่ะ
โปรดกรุณานั่งลงและผม จะวินิจฉัยครับ
ขอบคุณค่ะ
ขอบพระคุณมากครับ ที่นั่งได้สบาย ๆ ครับ ท่านเชาวรินครับ อาจจะนอกลู่นอกทางไปนิดหน่อยครับ ก็ขอความกรุณาเข้าเรื่องเถอะครับ เข้าเรื่องเลย เนื้อหาสาระเอาให้มันชัด ๆ ไปเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอภิปรายไปนั้นมันประกอบครับ ถนนยังต้องมีไหล่ทาง ฉันใดก็ฉันนั้น ที่ผมพูด อย่างนี้ประกอบการอภิปราย ผมก็ทําหน้าที่ของผม ประท้วงว่าไม่เข้า ผมว่ามันเข้า
เชิญเลยครับ เชิญครับ
ครับ ผมว่ามันเข้า ผมมีความรู้สึกว่าเข้าแล้วล่ะท่านประธานครับ คือผมอยากจะฝากประเด็นว่า ท่านสมาชิก คนต่อไปที่จะขึ้นมาอภิปราย ขอได้โปรดทําหน้าที่อย่างสง่างาม อย่างมีเกียรติ อย่าไป วิพากษ์วิจารณ์อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ท่านจะไม่เอ่ยชื่อแต่ท่านยกเอาเรื่องต่าง ๆ ที่ คตส. กําลังตรวจสอบ แล้วท่านก็มาทําหน้าที่เปึนตุลาการเสียเองพิพากษาว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทําผิดอย่างโน้นอย่างนี้ ผมจําเปึนที่จะต้องเล่าประวัติตัวเองประกอบ นิดหนึ่งว่าผมเปึนคนมีความเปึนธรรมในทางการเมือง มีความเปึนธรรมในการดําเนิน วิถีชีวิต ท่านประธานครับ ย้ําอีกนิดหนึ่งว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ วรรคสองนั้น ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินขอท่านสมาชิกทั้งหลายอย่าได้ซ้ําเติมกัน อย่าได้ย่ํายีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๔๘๐ คนไม่มีใครทําลายพวกเราได้ มากกว่าพวกเราทําลายกันเอง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตฝากข้อสังเกตนิดหนึ่ง สมัยผมเปึนเด็กไปเรียนผมก็เรียนมาว่าอํานาจอธิปไตยมี ๓ อย่าง พระมหากษัตริย์ทรงใช้ อํานาจอธิปไตยในทางต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ อํานาจบริหารทรงใช้ในคณะรัฐมนตรี อํานาจ นิติบัญญัติทรงใช้ในรัฐสภา อํานาจตุลาการทรงใช้ทางศาล รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมมี ข้อสังเกตว่าผิดเพี้ยนหรือเปล่าที่ไปบัญญัติให้ศาลมาเปึนผู้เสนอกฎหมาย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า วิชากฎหมายที่เราเรียนกันมา วิชาการปกครองที่เราเรียนกันมาต่อไปนี้ต้องปรับหลักสูตร กันใหม่หรือไม่ นี่เปึนข้อสังเกตนะครับว่าสิ่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มิใช่สิ่งที่ ถูกต้องเสมอไป อย่างไรก็ตามเมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติมาแล้วก็ต้องเดินหน้าไป ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เสนอมาโดยศาลฎีกานั้นเปึนการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พูดง่าย ๆ ว่ากฎหมายเดิมมีอยู่แล้วก็เอามาแก้ไข แต่มันมีเรื่องที่ต้อง ตั้งข้อสังเกตก็คือบอกว่าเปึนผู้เสนอแก้ไขโดยศาลฎีกาซึ่งในอดีตไม่เคยพบครับ แต่ก็เปึน เรื่องที่ท่านทําตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผู้แทนราษฎรหลายท่านที่อภิปรายในวันนี้เสียงบอกว่าขานรับ คือหมายความว่า รับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมอยากจะกราบเรียนแทนเพื่อนสมาชิกในพรรค ร่วมรัฐบาลทั้ง ๕ พรรค จํานวน ๓๐๐ กว่าเสียงเช่นกันก็รับร่างครับ ไม่มีใครปฏิเสธ ที่จะไม่รับร่างฉบับนี้ เพียงแต่ว่าการตั้งข้อสังเกตหรือการแสดงความคิดเห็นและสุดท้าย จะลงไปสู่การพิจารณาในขั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ถึงตรงนั้นใครอยากจะแปรญัตติ อะไร อยากจะแก้ไขเพิ่มเติมอะไรก็ว่ากันไปอีกทีหนึ่ง แต่สําหรับวันนี้ผมคิดว่าพวกเราได้ ทําหน้าที่ของเราค่อนข้างจะสมบูรณ์ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แต่อยากจะย้ําอีก นิดหนึ่งว่าอย่าไปย่ํายีคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนี้ ขอขอบคุณครับ
ความจริงท่านพูดง่าย ๆ ฟังง่าย ๆ ดีมากครับ เชิญคุณธนา ชีรวินิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองได้ฟังคําอภิปรายของท่านผู้มีเกียรติตั้งแต่เช้า ซึ่งในประเด็น ที่ได้พูดจากันทั้งหมดนั้นก็ด้วยความเปึนห่วงเปึนใย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานในเบื้องต้นก็คือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นผมอยากที่จะดูถึงเจตนารมณ์ ในการร่างรัฐธรรมนูญที่ได้มีการออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่ามีเจตนาที่ค่อนข้างที่จะ พิเศษในเรื่องของการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ถ้าท่านประธานได้อ่านรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๗๕ ซึ่งได้ระบุอยู่แล้วครับว่า ในกรณีผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองไม่ว่าจะเปึนท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือข้าราชการการเมืองอื่นถูกกล่าวหาว่า ร่ํารวยผิดปกติหรือกระทําความผิดต่อหน้าที่ แต่ทําไมครับท่านประธานในมาตรา ๒๗๕ วรรคสี่ ถึงต้องระบุแยกออกมาว่า บุคคลอีก ๔ กลุ่ม คือ ๓๘ ท่านอย่างที่คุณหมอวรงค์ ได้เอ่ยถึงถึงจะต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายขึ้นมาใช้บังคับโดยเฉพาะ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา ในความคิดเห็นของผม และผมเชื่อว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสําคัญว่าบุคคลที่ดํารงตําแหน่งทั้ง ๔ กลุ่ม เปึนบุคคลที่มีอํานาจ มีบริวาร และมีเครื่องไม้เครื่องมือ ในกรณีที่กระทําให้เกิดความเสียหายนั้น จะกระทบต่อผลรวมของคนในชาติหรือประเทศได้ ซึ่งต่างจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ เพราะฉะนั้น จึงให้มีช่องทางในการที่จะดําเนินการเพื่อสอบสวนหรือลงโทษผู้กระทําความผิดเพิ่มเติม อีกทางหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อรัฐธรรมนูญได้บัญญัติบุคคลที่มีความสําคัญ เปึนอย่างมากขึ้นตามมาตรา ๒๗๕ วรรคสี่ ผมก็พยายามดูในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งถ้าท่านประธานได้ดูจนกระทั่งจบ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นท้ายที่สุดจะไม่สร้างผล ที่ก่อให้เกิดความแตกต่างหรือความเห็นที่จะให้ประชาชนได้มีความรู้สึกว่ากฎหมาย ที่ออกไปนั้นแม้จะเปึนกฎหมายที่ดีแต่อาจจะมีผลหรืออุปสรรคในการบังคับใช้ที่ผมจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เมื่อได้มีการยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาซึ่งมีกระบวนการ ยื่นอยู่ ๒ ทางคือ ผู้เสียหายยื่นโดยตรงต่อศาลหรือในกรณียื่นต่อ ป.ป.ช. ในการบัญญัติ ของกฎหมายนั้นท่านประธานจะได้ดูในมาตราต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ให้อํานาจและหน้าที่ผู้ไต่สวนอิสระค่อนข้างที่จะมีความสําคัญเทียบเท่ากับ ป.ป.ช. มีอยู่ตอนหนึ่งครับท่านประธาน ในกรณีที่ผู้เสียหายไปยื่นต่อ ป.ป.ช. ไว้ และมีเหตุที่ ดําเนินการโดย ป.ป.ช. ไม่รับการไต่สวน ดําเนินการล่าช้าเกินสมควร หรือดําเนินการไต่สวนแล้ว เห็นว่าไม่มีมูลผู้เสียหายสามารถไปยื่นร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีการจัดตั้งผู้ไต่สวนอิสระได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๔๔/๗ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกว่าให้ความสําคัญ กับผู้ไต่สวนอิสระเทียบเท่ากับ ป.ป.ช. ก็คือ เมื่อไรก็ตามที่ผู้เสียหายยื่นคําร้องต่อศาล โดยอ้างเหตุ ๓ ประการที่ผมกราบเรียนแล้ว ป.ป.ช. จะไม่มีสิทธิดําเนินคดีในเรื่องนั้นทันทีครับ ต้องส่งเรื่องทั้งหมดให้กับศาลฎีกาเพื่อให้คณะผู้ไต่สวนอิสระดําเนินการต่อไป นั่นแสดง ให้เห็นว่าคณะผู้ไต่สวนอิสระนั้นมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่งเทียบเท่ากับ ป.ป.ช. แต่สิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือ เมื่อคณะผู้ไต่สวนอิสระได้ดําเนินการไต่สวนแล้วพบว่ามีมูล ตรงนี้ละครับท่านประธานที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าประชาชนจะไม่เห็นผลของ การออกกฎหมายฉบับนี้เลย สิ่งที่ผมกราบเรียนก็คือผู้มีอํานาจสูงสุดของประเทศที่ได้ กราบเรียนใน ๔ กลุ่มดังกล่าวแล้วนั้นเปึนคนมีความสําคัญครับ เพราะมีหน้าที่ ในการบริหารประเทศต้องได้รับความเชื่อมั่นและศรัทธาไม่อย่างนั้นไม่สามารถนําพา ประเทศหรือองค์กรที่บริหารอยู่ได้ เพราะฉะนั้นการพิจารณาตัดสินนั้นกระผมกราบเรียนว่า ถึงต้องแยกมาเปึนมาตรา ๒๗๕ วรรคสี่ แล้วผมยังมองว่าการที่แยกออกมานั้น เพื่อให้กระบวนการพิจารณานั้นรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะถ้าให้คนเปึนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรมีข้อครหาในเรื่องทุจริต ประเทศชาติ ไปไม่ได้หรอกครับ แล้วถ้าให้กระบวนการไต่สวนใช้เวลาเนิ่นนาน ซึ่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ไม่ได้กําหนดระยะเวลาไว้เลย และโดยปกติของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ก็มีช่วงเวลาที่จํากัด เพราะฉะนั้นเมื่อกฎหมายออกมาแล้วไม่สามารถมีผลบังคับที่จะ ปกปัองความเสียหายในการทําหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งนั้น ๆ ผมเชื่อว่าท้ายที่สุด การบังคับของกฎหมายก็จะไม่เปึนที่พึงพอใจ แล้วประชาชนก็จะไม่มีความรู้สึกว่า ได้ผลประโยชน์จากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ในมาตรา ๔๔/๑๐ ในกรณีที่ผู้ไต่สวนอิสระซึ่งแต่งตั้งโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อกล่าวหามีมูล ท่านประธานที่เคารพครับ ๑. ส่งรายการและเอกสารทั้งหลาย พร้อมความเห็นไปยังประธานวุฒิสภาเพื่อดําเนินการถอดถอนผู้นั้นออกจากตําแหน่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าส่งไปวุฒิสภาแล้วเขาไม่ถอดถอนละครับ ก็จะเกิดความเห็น ที่แตกต่างทันทีของ ๒ องค์กร และคนที่กระทบมากที่สุดก็คือผู้ดํารงตําแหน่งทั้ง ๔ กลุ่ม ที่ผมได้กราบเรียน ส่วนที่ ๒ ก็คือส่งสํานวนและความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นฟัองคดี ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ระบุความเห็นของการทําสํานวนของผู้ไต่สวนอิสระและ ป.ป.ช. ไว้ชัดเจนครับว่า ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญารับฟังสํานวนของผู้ไต่สวนอิสระและ ป.ป.ช. เปึนหลัก ถ้าระบุไว้อย่างนั้นแล้วทําไมถึงจะต้องผ่านไปยังกระบวนการของอัยการ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเพื่ออยากจะให้ตัวแทนของศาลฎีกาได้รับทราบครับว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเปึนกฎหมายที่ประชาชนหวังพึ่งและใช้เปึนหลักในการดูแล คุ้มครองสิทธิของประชาชน กฎหมายอย่างอื่นที่จะออกมาเพื่อใช้บังคับตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ถ้าออกมาแล้วประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้ประโยชน์สูงสุดมันก็จะเกิดความเสียหาย ในการที่เห็นว่าไม่สามารถใช้กฎหมายในการที่จะบังคับเพื่อปกปัองสิทธิหรือความเสียหาย ของประชาชนได้ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือศาลฎีกามีความสําคัญครับวันนี้ ความเห็น ของท่านในทางวิชาการและโดยเฉพาะในสภาวะปัจจุบันที่มีความเห็นเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งเปึนเรื่องสําคัญ แน่นอนครับศาลฎีกาปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องเปึนหนึ่งในองค์กร ที่จะต้องแสดงความเห็นในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญต่อหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องต่อไป สิ่งที่ผมกราบเรียนผมเข้าใจครับว่ารัฐธรรมนูญได้มีบทบัญญัติไว้แล้ว จํากัดกรอบของท่านในการที่จะต้องเดิน ในการที่ท่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ผมต้อง กราบเรียนท่านในฐานะตัวแทนของประชาชนเพื่อให้ท่านได้แสดงความคิดเห็นต่อองค์กร ที่เกี่ยวข้องต่อไปครับว่า ในลักษณะอย่างนี้เมื่อพิจารณาแล้วมีมูล ผู้ไต่สวนอิสระในกรณี อย่างนี้แล้วเมื่อยื่นคําร้องต่อศาล ถ้าศาลรับคําร้องผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตาม มาตรา ๒๗๕ วรรคสี่ น่าจะต้องยุติบทบาทเหมือนกรณีเดียวกับที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่เกิดประโยชน์เลยครับ จะไม่สามารถปกปัองความเสียหาย อันจะเกิดจากการบริหารราชการซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าทุจริตลงได้ เพราะไม่อย่างนั้นผมเชื่อว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้คงไม่บัญญัติ มาตรา ๒๗๕ วรรคสี่ เพิ่มเติมจากที่บัญญัติในวรรคหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าช่วยกันดูเถิดครับ สิ่งไหนที่จะเกิดการแก้ไขแล้ว ให้เปึนประโยชน์กับประชาชน สิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงมากที่สุดก็คือ กระบวนการตาม รัฐธรรมนูญ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านกําลังทําให้สํานวนและเอกสารของผู้ไต่สวนอิสระ และ ป.ป.ช. ตกไปอยู่ในมือของบุคคลและองค์กรมากเกินไปครับ ซึ่งนั่นไม่เกิดผลดีกับประเทศ และไม่เกิดผลดีกับการดําเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่ง ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายซึ่งผมเองจะต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือ ผู้เสียหายครับ ท่านประธาน กฎหมายฉบับนี้ได้เน้นคําว่า ผู้เสียหายที่จะใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๕ และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เมื่อเช้านี้มีผู้ทรงเกียรติหลายท่านอภิปรายถึงผู้เสียหาย ผมอยากให้ คณะกรรมการแล้วก็ทางตัวแทนของศาลนี่ได้ระบุคําว่า ผู้เสียหาย ให้ชัดเจนว่าหมายถึงใคร วันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ครับว่าประชาชนมีสิทธิและมีหน้าที่มากมาย การเขียนกฎหมาย บางครั้งคนที่ไม่เข้าใจกฎหมายเขาไม่ทราบหรอกครับว่าเขาจะมีสิทธิหน้าที่อย่างไร เพราะภาษากฎหมายเปึนภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจยาก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้มีความรู้ทางกฎหมาย และคําว่า ผู้เสียหาย ตามกฎหมายนั้นมันตีความได้กว้างขวางมากมาย ถึงแม้จะมีการพูดกันแล้ว ว่าในคดีอาญานั้นชัดเจนว่าผู้เสียหายคือใคร ในคดีแพ่งคือใคร แต่ในความผิดหนึ่ง ที่ท่าน ส.ส. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้พูดไว้ซึ่งน่าสนใจก็คือในเรื่องของการร่ํารวยผิดปกตินั้น มันเปึนเรื่องที่ไกลมากในการที่จะพิสูจน์ว่าใครคือผู้เสียหายตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าเปึนไปได้ท่านระบุได้ไหมว่าผู้เสียหายตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้หมายถึงใคร ในขณะที่ผู้เสียหายยื่นคําร้องต่อศาลตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้ไม่ต้องตีความกันอีก ว่าใครคือผู้เสียหาย เปึนผู้เสียหายหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งที่อยากจะ ฝากเปึนข้อสังเกตด้วยความเปึนห่วงครับ เพราะการดําเนินการตามร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นั้นดําเนินการกับผู้มีอํานาจสูงสุดของประเทศ ในส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ผมเข้าใจว่าในการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มุ่งเน้นให้การดําเนินการนั้นเปึนไปด้วย ความเร่งด่วนเพื่อให้เกิด การดําเนินการไม่ให้ประเทศเสียหาย เพราะฉะนั้นท่านถึงได้ให้อํานาจผู้เสียหายในกรณี ที่ไปร้องกับ ป.ป.ช. ไว้แล้ว และ ป.ป.ช. ไม่รับดําเนินการไต่สวน หรือดําเนินการไต่สวนแล้ว เห็นว่าไม่มีมูล ผมไม่ติดใจตรงนี้ครับท่านประธาน แต่ผมติดใจตรงที่ว่าถ้าในกรณี ที่ ป.ป.ช. ดําเนินการล่าช้าเกินสมควร ผู้เสียหายสามารถยื่นคําร้องต่อศาลเพื่อขอให้ตั้ง ผู้ไต่สวนอิสระได้ ผมเปึนห่วงตรงนี้ครับท่านประธาน เปึนห่วงว่าในกรณีของผู้เสียหาย ซึ่งแน่นอนก็เปึนประชาชนหรือคนธรรมดาที่ใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญร้องต่อ ผู้มีอํานาจสูงสุดของรัฐ วันนี้ต้องยอมรับครับว่าอํานาจต่าง ๆ นั้นมันมีมากมาย ถ้ายื่น ไปแล้ว แล้วกระบวนการเข้าสู่ ป.ป.ช. ไปในระดับหนึ่งแล้วเกิดมีความพยายามที่จะให้ กระบวนการล่าช้าออกไปอีกโดยผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ดีหรือบุคคลใดก็ดีไปดําเนินการ เพื่อที่จะให้ผู้เสียหายไปยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ตั้งผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมา สิ่งที่ผมเกรง ก็คือว่าเมื่อมีการร้องแล้วกฎหมายไม่ได้เขียนให้ชัดครับว่าเมื่อมีการร้องแล้วจะต้องมี การไต่สวนอย่างไร ท่านเขียนไว้ว่าเมื่อมีการร้องแล้วให้มีการดําเนินการ เมื่อที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาได้พิจารณาแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระแล้วให้แจ้งการแต่งตั้งดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ ให้ส่งสํานวนและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปยังศาลฎีกา ในการนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะดําเนินการกับเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมกลัวว่าการที่เราอยากจะให้มันรวดเร็วยิ่งขึ้น กลับกลายเปึนทําให้เวลาเนิ่นช้าไปอีกหรือไม่ อันนี้ต้องฝากเปึนข้อสังเกตครับท่านประธาน เพราะว่าในกระบวนการที่ผ่านมากฎหมายมักจะมีช่องโหว่ แล้วถ้าเกิดกฎหมายมีช่องโหว่ การดําเนินการต่าง ๆ ก็ไม่สามารถดําเนินการให้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ของเจตนารมณ์ ของกฎหมายได้
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งก็คือท่านกําหนดเวลาได้ไหม ในกรณีเรื่องนี้ว่าเมื่อคดีเข้าสู่ศาลฎีกาแล้ว ผู้ไต่สวนอิสระจะต้องดําเนินการไต่สวนให้แล้วเสร็จ ภายในกี่วัน เพราะการไต่สวนเรื่องนี้เปึนการไต่สวนผู้มีอํานาจสูงสุดของประเทศ ซึ่งจําเปึนจะต้องได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ จากนักลงทุน จากประชาชนในการที่จะ แก้ไขปัญหาของประเทศ ถ้าผู้นํายังอยู่ในคดีถูกกล่าวหา ผมเชื่อว่าไม่มีใคร แล้วก็ประเทศชาติ ก็จะเกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อผู้มีอํานาจทางการเมืองไม่ผิด ก็ต้องรีบดําเนินการประกาศเพื่อที่จะให้เขาได้ดําเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ต่อไป แต่ถ้าปรากฏว่ามีความผิดจะต้องมีมาตรการเพื่อระงับความเสียหายที่จะเกิดกับ ประเทศชาติ เพราะผู้นั้นยังมีอํานาจ นั่นก็คือกระบวนการที่จะต้องให้ยุติการทําหน้าที่ทันที เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ สิ่งที่ได้กราบเรียนไปว่า เมื่อวันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ทุกคนก็จําเปึนจะต้องเดินไปข้างหน้า วันนี้สภานิติบัญญัติแห่งนี้ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงครับ กระบวนการเปลี่ยนแปลง ในการตรวจสอบฝ์ายการเมืองนั้นมันมาแล้วมีประวัติศาสตร์ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ กันมามากมาย เพราะฉะนั้นเราแม้จะเปึนฝ์ายถูกตรวจสอบก็ต้องยอมรับครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมฝากข้อสังเกต ๔-๕ ประการที่ฝากท่านประธานผ่านไปยังตัวแทนของทาง ศาลฎีกาเพื่อรับไว้ และผมเชื่อว่าความเห็นของท่านนั้นจะได้ใช้ในการแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อ ๆ ไปในอนาคตครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ขออีก ๒ ท่าน แล้วก็จะให้ศาลเปึนผู้ชี้แจงนะครับ ท่านต่อไปขอคุณสุทิน เอาสัก ๕ นาทีก็พอนะครับ แล้วก็ท่านนิพนธ์สรุปท้ายนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคพลังประชาชน เดิมที จะไม่ใช้สิทธิอภิปรายนะครับ เพราะว่าฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมาก็น่าจะได้ความ ที่ครบถ้วน แต่เมื่อฟังไปฟังมาแล้วผมก็อดเปึนห่วงมิได้ จึงขออนุญาตใช้สิทธิซึ่งจะไม่นาน ท่านประธานที่เคารพครับ มีปราชญ์หรือมีผู้รู้ทางกฎหมายได้บอกไว้ประการหนึ่งว่า การบัญญัติกฎหมายใด ๆ นั้นหลักสําคัญประการหนึ่งซึ่งจะต้องพึงระวังไว้ก็คือ อย่าได้ บัญญัติกฎหมายโดยมุ่งหวังจะใช้บังคับกับกรณีใดกรณีหนึ่ง กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง อันนี้เปึนหลักสําคัญ ด้วยหลักนี้เองครับมีหลายคน ได้พิจารณากัน รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนต้นทางของ พ.ร.บ. ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ ซึ่งผมอดที่จะต้องเท้าความถึงมิได้ มีหลายคนได้ตั้งข้อสังเกตไว้เหมือนกัน ไม่สบายใจเหมือนกัน และดูเหมือนจะไม่รับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ด้วยเหตุว่ามีข้อสังเกตหลายประการว่าผู้บัญญัติรัฐธรรมนูญนั้น มุ่งหวังจะให้ใช้บังคับกับกรณีใดกรณีหนึ่ง กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเวลาใดเวลาหนึ่งด้วย อันนี้เราไม่อาจปฏิเสธได้ นั่นคือต้นทางคือรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เราก็ไม่ได้แก้แล้ว แล้วก็ได้ผ่านมาและมีผลบังคับใช้ จนถึงขั้นบังคับให้เราจะต้องออก พ.ร.บ. ประกอบ วันนี้ ซึ่งผมต้องกราบขอบพระคุณทางศาลฎีกาได้กรุณายกร่างมาให้พวกเราได้พิจารณา ร่วมกัน แต่พอมาถึงขั้นตอนร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาความซึ่งกําลังพิจารณาตอนนี้ เท่าที่ผม สังเกตจากเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ขึ้นอภิปรายได้แสดงความเห็น แน่นอนผ่านแน่นอน ได้รับหลักการแน่นอนผมเชื่ออย่างนั้น แต่ในขั้นตอนวาระ ๒ ขั้นตอนการตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาในวาระ ๒ และวาระ ๓ ที่เหลือนั้นผมอยากจะฝากครับว่า หากแม้นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราจะได้ร่างขึ้นด้วยวันนั้นผู้คนมีอารมณ์ มีความโกรธ มีความชิงความชังกันหรือจะเข้าใจผิดกันไปบ้าง วันนี้มันจะไม่ใช่เวลาที่ล่วงเลยมา พอสมควรแล้วหรือยัง เราใจเย็นกันหรือยัง เราได้หูตาสว่าง หรือเราจะได้อโหสิกรรมให้กัน แล้วหรือยัง และวันนี้เราเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตยแล้วหรือยัง ถ้าเวลามันเหมาะสมแล้ว ที่เราจะตั้งสติ ละความโกรธ ความหลง ความชิงความชังกันแล้ว ผมอยากให้พิจารณา กฎหมายฉบับนี้ด้วยอารมณ์ซึ่งมั่นคงให้เกิดปัญญา เพราะเท่าที่สังเกตผมเปึนห่วงครับ เพื่อนสมาชิกหลายคนยังอภิปรายด้วยอาการประสาทหลอน ประสาทหลอนก็หมายความว่า ได้มีเงาบุคคลใดบุคคลหนึ่งเปึนเปัาหมายโดยเฉพาะ การอภิปรายก็มุ่งเน้นหยิบยก กรณีหนึ่งกรณีใด พรรคหนึ่งพรรคใดเปึนการเฉพาะซึ่งน่าเปึนห่วงครับ เราร่างกฎหมาย มิได้ใช้กัน ๕ ป้ ๑๐ ป้ หรือ ๑ ป้ ๒ ป้ กฎหมายฉบับนี้ผมเข้าใจว่าเรามุ่งหวังที่จะใช้กันไปจนนาน นานจนกว่าสังคมจะเปลี่ยนแปลงซึ่งจะต้องแก้ไขกันใหม่ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ อาจจะต้องบังคับใช้กับเพื่อนสมาชิกซึ่งวันนี้อยู่อีกซีกหนึ่ง วันนี้ท่านอยู่ซีกหนึ่ง ท่านไม่ได้ อยู่ในฐานะที่จะต้องโดนอย่างนั้น แต่วันหนึ่งมันกลับเข้ามาเปึนไปได้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ การร่างและพิจารณากฎหมาย บัญญัติกฎหมายในอคติที่มี อคติใด ๆ ครอบงํา พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าไม่เกิดปัญญา เมื่อไม่เกิดปัญญากฎหมาย ฉบับนี้ก็จะเปึนมรดกบาป กฎหมายฉบับนี้ก็จะเปึนช่องว่างหรือจะเปึนกฎหมายซึ่งไม่มี ผลบังคับใช้ เปึนกฎหมายซึ่งไม่ได้ผดุงให้เกิดความยุติธรรมหรือปราบคนทุจริต อย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ผมจึงฝากว่าในขั้นตอนกรรมาธิการวาระ ๒ หรือวาระ ๓ อยากให้เพื่อนสมาชิกได้พิจารณาด้วยสภาวะอารมณ์ที่ปกติ ผมเคยได้ยินหลายคนเขา เตือนและพูดถึงนักการเมืองแล้วก็เจ็บปวดครับ เย้ยหยันด้วย ผมฝากถึงเพื่อน นักการเมืองทุก ๆ ฝ์าย เขาเปรียบว่านักการเมืองเหมือนไก่อยู่ในชะลอมขังไว้แล้วก็จิกกัน อยู่ในชะลอมนั่นแหละ ก็มองเห็นแต่ในชะลอมก็จิกแต่ในชะลอม มึงจิกกู กูจิกมึงอยู่ใน ชะลอมนั่นแหละ คนเขาอยู่ข้างนอก เขาเห็นเขาก็โยนชะลอมทิ้งน้ําตายหมดทั้งชะลอม เลยครับ วันนี้เราได้คิดแล้วก็มองแคบไปหรือเปล่าว่าเขากําลังจับชะลอมไปไว้อยู่ใต้อุ้งมือ ของใครซึ่งไม่น่าจะเปึน ท่านสุนัยเปรียบก้อนเส้า ๓ เส้า ผมชอบมาก เอาละครับ ท่านประธานครับ เมื่อกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใครจะเปึนคน ประเดิมกฎหมายฉบับนี้ก่อน อาจจะเปึนกรณียึดที่หลวงแถวสุราษฎร์ธานีประเดิมก่อน ก็ได้ ผมไม่อยากเห็นใครมาน้ําตาตกย้อนหลัง ฝากไว้เปึนเพียงข้อคิด แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเปึน สาระซึ่งผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน ถ้าหากแก้ไขได้ผมอยากฝากคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะมีอํานาจในการแปรญัตติหรือแก้ไขในวาระ ๒ หลักการของศาลผมอยากให้มี ๓ ชั้นเหมือนท่านสุนัยพูดแล้วครับ ต้องยอมรับว่าผู้พิพากษาหรือตุลาการแม้จะเปึน คนดีผมไม่ปฏิเสธแม้จะเปึนคนดีแต่ผิดพลาดได้ ท่านไม่ได้นั่งอยู่ในเหตุการณ์ซึ่งเปึน ความผิด ท่านนั่งอยู่ที่ศาลท่านก็นั่งดูสํานวน อ่านดูพยานหลักฐาน ผมเคารพท่าน แต่คดีเชอรี่แอน เคยเห็นเปึนตัวอย่าง หลายคดีไปพบความผิดว่าผิดพลาด ตรงที่อยู่ในราชทัณฑ์แล้ว ในคุกแล้ว จนวันนี้เราต้องมีกฎหมายเพื่อชดเชยให้กับ การตัดสินคดีที่ผิดพลาด นั่นก็แสดงว่าแม้จะมีบุคคลซึ่งเราได้สรรหามาอย่างสุจริต แม้จะ มีกระบวนการ ๓ ชั้นยังเคยผิดพลาด แล้ววันนี้เรายังกังขาว่าการจะสรรหาคนมาเปึน ผู้ไต่สวนอิสระ ยังพูดคุยกันว่าวัดตรงไหนถึงความเปึนธรรม วัดตรงไหนถึงความสุจริต แล้วยังจะมาพิจารณากันเพียงชั้นเดียว อันนี้ไม่สบายใจ แต่ถ้าหากว่าจะเอาชั้นเดียว ด้วยเหตุผลว่านักการเมืองเปึนคนซึ่งจะต้องกําจัดด้วยยาชนิดแรง จะต้องกําจัดด้วยเวลา รวดเร็วเอาให้สิ้นซาก ผมกราบเรียนครับว่า คดีที่จะขึ้นสู่ศาลอาญาของนักการเมือง มันก็คือคดีความผิดเหมือนข้าราชการทั่วไปล่ะครับ มาตรา ๑๕๗ ละเว้นหรือปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบเหมือนกันนั่นแหละแต่พวกนั้นจะขึ้นศาลปกติ นักการเมืองจะขึ้นศาล พิเศษ ผมฝากครับว่าสังคมไม่มีอะไรดีกว่าความเปึนธรรมที่เปึนจริง ถ้าสร้างกลไก ซึ่งสามารถจะให้ความเปึนธรรมมากที่สุด ผมไม่เชื่อว่าจะมีความเปึนธรรมร้อยเปอร์เซ็นต์ ในที่ใดแต่ให้มันมากที่สุด ผมยังเชื่อว่าตัวบุคคลผมก็ไม่พึ่ง แต่เอาเถอะเราก็พยายามให้ดีที่สุด ในขั้นตอนคัดสรรตัวบุคคล เพราะวันนี้ท่านผู้พิพากษาหรือตุลาการก็ได้คัดสรร มีเพื่อนพูดมาแล้ว กกต. ชุดก่อนก็มาจากการคัดสรรของผู้พิพากษาก็โดนตัดสินไปแล้ววันนี้ เอาล่ะครับเรื่องตัวบุคคลแม้ผมจะไม่หวังพึ่งก็พยายามทําให้ดีที่สุดเหมือนที่เพื่อนสมาชิก ได้พยายามเสนอแนะ แต่ผมขอระบบว่า ๓ ชั้นนี่เปึนไปได้ไหมครับ ไม่ได้อาย ชาวโลกเขาหรอกเปึนหลักการสากล ถ้าเปึน ๓ ชั้นได้ เอาล่ะครับคนก็คัดสรรดี ระบบก็วางไว้ดี เมื่อวันนั้นใครจะดี ใครจะชั่ว ใครจะผิดจะพลาดเรารับกันได้ แต่ถ้าชั้นเดียวผมคิดว่าอย่างไร เสียมันไม่ใช่หลักประกันสําหรับพลเมือง ท่านประธานครับ ผมจึงฝาก ๑. อยากให้ พิจารณาต่อไปนี้ด้วยอารมณ์ที่มั่นคงแล้ว ด้วยอารมณ์ที่ปล่อยว่างแล้ว ลดละความโลภ โกรธ หลงกันแล้วเถอะ และ ๒. เรื่องพิจารณาศาล ผมอยากให้ศาลนี้มี ๓ ชั้นเหมือนศาลทั่วไป หากมีโอกาสฝากทุกท่านครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณ เชิญท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมต้อง ทําความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนสักหน่อยว่าการที่มีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้นเปึนเรื่องที่มีอยู่หรือกําหนดขึ้นในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ แล้วฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ก็ได้กําหนดไว้ในเรื่องศาลแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผมต้องขอความเปึนธรรมให้กับทางศาล ทางตุลาการ ว่า ทางศาลเองนั้นคงไม่ได้อยากได้อํานาจหรือแสวงอํานาจ แต่ว่าเปึนเรื่องที่กําหนด ในรัฐธรรมนูญทั้งป้ ๒๕๔๐ และ ป้ ๒๕๕๐ เนื่องจากว่าศาลนั้นประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ทุกวันนี้หวังเปึนที่พึ่งสุดท้ายในเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่ศาลจะให้แก่พี่น้องประชาชน แล้วเราคงทราบดีว่าในทางการเมืองนั้นมีการกล่าวหา มีข้อหาในเรื่องประพฤติมิชอบ มีการทุจริตคอร์รัปชันเปึนระยะเวลายาวนานมา แต่น้อยครับคดีซึ่งเปึนเวลาสิบ ๆ ป้นั้น จะมีคดีสักคดีหนึ่งหรือสองคดีที่สามารถเอาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมาลงโทษ เพราะฉะนั้นคนที่ทําผิดที่เปึนประชาชนธรรมดาทั่วไปนั้นก็ได้รับการลงโทษ แต่ในระยะ หลังมานี้ไม่เคยปรากฏเลยว่านักการเมืองที่ทําผิดประพฤติมิชอบหรือทําชั่วได้รับ การลงโทษ เพราะฉะนั้นการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ และ ป้ ๒๕๕๐ นั้น จึงได้กําหนดให้ศาลฎีกามีแผนกคดีอาญาสําหรับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เพื่อมาพิจารณาคดีสําหรับผู้ทําการทุจริตคอร์รัปชันทําชั่วในทางการเมือง เพราะว่า นักการเมืองนั้นเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีวุฒิภาวะ มีคุณสมบัติ มีจิตสํานึกที่ดีเหนือกว่าพี่น้องประชาชนธรรมดาไม่ควรจะทําเรื่องที่ชั่วร้าย เลวทรามหรือทุจริต เพราะฉะนั้นตรงนี้เราอย่าไปกล่าวหาทางศาลว่าแสวงหาอํานาจหรือ ใช้อํานาจ อยากได้อํานาจแต่เปึนเรื่องที่กําหนดขึ้นมาในรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นสภาแห่งนี้คงทราบว่ามีคณะกรรมการร่างหรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมา ซึ่งมีการยอมรับกันว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมอยากจะเห็นว่าถ้านักการเมืองที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริตไม่ทําเรื่องชั่วช้าเลวร้าย ไม่ต้องกลัวหรอกครับ จะมีกี่ศาล จะมีศาลเดียวหรือกี่ศาลก็ตามถ้าเราไม่ได้ทําผิด เราไม่ต้องกลัวเลย เพราะฉะนั้นโดยจิตสํานึกของคนที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนนั้น ผมว่าไม่ต้องกลัวในเรื่องที่เราทําไม่ถูกต้องถ้าเราทําดีเสียอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้น ในการพิจารณาวันนี้ผมคิดว่าเปึนเพียงกฎหมายที่ใช้ประกอบในการที่จะพิจารณาของศาล ในการดําเนินคดีเท่านั้น เพราะฉะนั้นในเรื่องเหล่านี้นั้นผมคิดว่าโดยเนื้อหาสาระนั้น ในชั้นรับหลักการก็ไม่น่าจะมีปัญหาสําหรับสภาแห่งนี้ที่จะต้องให้กฎหมายฉบับนี้ ผ่านไปโดยรับหลักการ แต่อย่างน้อยที่สุดผมต้องขอความเปึนธรรมให้กับศาลว่าศาลนั้น ไม่อยากได้อํานาจ และศาลก็คงไม่อยากมาทํางานเพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับนักการเมืองศาลก็คงไม่อยากเข้ามายุ่งเท่าไร แต่อย่างไรก็ตามครับขอให้กําลังใจ ศาลนะครับว่าอะไรที่ถูกท่านต้องกล้าที่จะตัดสินพิพากษาโดยอาศัยหลักกฎหมาย และข้อเท็จจริงและความจริง แต่ถ้าคนไม่ผิดแล้วท่านก็ต้องยกประโยชน์ให้กับคนที่ไม่ได้ กระทําความผิด แต่อย่างน้อยที่สุดผมคิดว่าผมยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของศาล ที่ไม่สามารถที่จะไปวิ่งเต้นได้ทั้ง ๆ ที่มีข่าวมาอยู่ตลอดเวลาว่าพยายามที่จะใช้เงิน ในการที่จะไปวิ่งล้มคดีหรือวิ่งเพื่อให้ชนะคดี เพราะฉะนั้นวันนี้ผมในฐานะที่เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเปึนตัวแทนประชาชนคนหนึ่งขอให้กําลังใจแล้วก็ขอให้ศาล ทําหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อเปึนหลักเปึนที่พึ่งของพี่น้องประชาชนและเพื่อให้ การทุจริตคอร์รัปชันหมดไปจากแผ่นดินไทยครับ ขอบคุณครับ
อีกสักท่านนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ต้องบอกสักนิดว่าเริ่มแรกเดิมทีนั้นกะว่าจะไม่ลุกขึ้นมา แต่พออ่านเข้าไปแล้วในตัวร่างพระราชบัญญัตินั้นติดใจเรื่องของรูปแบบสักนิดหนึ่งครับ มีความกังวลในฐานะว่าเปึนอาจารย์สอนกฎหมายด้วยนะครับ กฎหมายฉบับนี้ เปึนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งแน่นอนครับเรารับรู้ว่าเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ต้องบอกว่าแรกเริ่มเดิมทีเขามีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา คดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ป้ ๒๕๔๒ วันนี้ในหลักการที่ท่านเสนอมานั้น เปึนการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีข้อกังวลใจในข้อสังเกตในส่วนตัว ผมอยู่ว่าถ้ารัฐธรรมนูญที่เปึนรัฐธรรมนูญหลักมันตกไปหรือเปึนอันว่าพับไปรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ทราบว่ากฎหมายที่เปึนกฎหมายลูกซึ่งเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ยังอยู่หรือไม่ นั่นคือสิ่งที่ผมทวงถามคือแปลง่าย ๆ ชัด ๆ ว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเรื่องนี้ครับ ในป้ ๒๕๔๒ ยังมีอยู่หรือเปล่า ถ้ามีอยู่ สิ่งที่ท่านทําร่างมาก็ถูกแล้วครับ เพราะว่าหลักการ ท่านบอกว่ามาตรานี้แก้ไขมาตรานี้ แต่ถ้าไม่มีอยู่ ลักษณะแบบฟอร์มหลักการและเหตุผลนั้น ต้องเปึนอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือเริ่มกันตั้งแต่มาตรา ๑ ไล่กันไปจนจบเลย ซึ่งผมมีความกังวลใจ ในฐานะเปึนผู้สอนกฎหมายด้วยนะครับ ก็ยังกังวลใจในประเด็นนี้ว่าความคลุมเครือครับว่า ปัจจุบันพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ป้ ๒๕๔๒ ยังมีอยู่หรือเปล่า เพราะไม่เช่นนั้นหลักการ และเหตุผลวันนี้ที่เราคุยกันในวาระที่ ๑ นั้นมันจะลงกันไม่ได้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเกรียงชัยครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกรียงชัย จึงจตุรพิธ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้ชี้แจง ก่อนอื่นกระผมขออนุญาตกราบเรียน สภาแห่งนี้ว่า กระผมเพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาสัมผัสการอภิปรายของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ให้รู้สึกตื่นเต้นจนสั่น แต่กราบเรียนว่าสั่นสู้นะครับไม่สั่นถอย กระผมขออนุญาต กราบเรียนว่าในวันนี้กระผมถือว่ากระผมมีโชค ๒ ประการ
ประการแรก ได้ฟังท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติพูดถึงตุลาการด้วยความเปึนห่วง หลาย ๆ ท่าน ในส่วนตัวของกระผมเองกระผมถือว่าท่านเมตตาเตือนสติตัวกระผม ยินดีรับไว้
ประการที่สอง กระผมนั่งฟังการอภิปรายของท่านเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ มากว่า ๗ ชั่วโมง อย่างน้อยคิดว่าอาจจะเตะตาท่านบ้างว่าพฤติกรรมที่กระผมนั่งฟังอยู่ กว่า ๗ ชั่วโมงจะพอถือว่าวางตัวเปึนกลาง เผื่อโชคดีได้รับเลือกเปึนผู้ไต่สวนอิสระ บ้างหรือไม่
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ กระผม ขออนุญาตว่าเท่าที่ฟังการอภิปรายมาทั้งหมด กระผมขออนุญาตสรุปปัญหาใหญ่ ๆ ที่กระผมจะขออนุญาตชี้แจงอยู่ ๓ ประการ
ประการแรก ก็คือปัญหาว่ามันเปึนการเพิ่มอํานาจให้ฝ์ายตุลาการหรือไม่
ประการที่สอง เกือบทุกท่านเปึนห่วงเกี่ยวกับการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ
ประการที่สาม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ข้อคิดเห็นแล้วก็พูดถึง ร่างที่เราเสนอนะครับว่าควรมีข้อทําให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สําหรับประการแรกเกี่ยวกับว่าเปึนการให้อํานาจศาลหรือไม่ มากขึ้น หรือไม่ กระผมขออนุญาตว่าถ้ามองในมุมมองอีกส่วนหนึ่งเราอาจจะถือว่าเปึนการมอบ ภาระหน้าที่ให้หรือเปล่า
สําหรับกรณีประการที่สอง เกี่ยวกับการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ กระผม ขอขอบพระคุณเปึนอย่างสูง เพราะว่ามีหลาย ๆ ท่านได้ชี้ถึงปัญหาซึ่งกระผมคิดว่า มีประโยชน์นะครับ ส่วนที่กระผมจะขออนุญาตชี้แจงตรงส่วนนี้บางประการที่เห็นว่า ควรจะถือโอกาสชี้แจงคือ ในประการแรกมีการพูดถึงจํานวนผู้พิพากษาอาวุโส กระผม ขออนุญาตกราบเรียนข้อมูลว่าในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขครั้งล่าสุด ได้กําหนดจํานวนองค์คณะผู้พิพากษาในศาลฎีกาแผนก โดยเปลี่ยนแปลงจากหลักการ เดิมซึ่งมีแต่ผู้พิพากษาประจํา ด้วยการกําหนดให้คิดเปึนอัตราส่วนระหว่างผู้พิพากษา ประจํากับผู้พิพากษาอาวุโสในอัตรา ๖ ต่อ ๓ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ประกาศใช้ ปรากฏว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้กว้าง ๆ แต่เพียงว่าองค์คณะในศาลฎีกาแผนก ให้เลือกจากผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาอาวุโส ทําให้เกิดปัญหาการตีความว่า การที่กฎหมายลูกกําหนดจํานวนผู้พิพากษาอาวุโสไว้เพียง ๓ ท่านนั้นจะขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเปึนปัญหาที่โต้เถียงกันมากในหมู่ผู้พิพากษา แม้กระทั่งผู้ที่ ไม่ใช่อยู่ในศาลฎีกาก็ตาม เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาสแก้ไขบทบัญญัติแห่งกฎหมายลูก ฉบับนี้เราจึงคิดว่าน่าจะแก้ให้ล้อถ้อยคําตามรัฐธรรมนูญ เพื่อความปลอดภัย แล้วก็ความสบายใจของทุก ๆ ฝ์าย
ประการที่ ๒ ที่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอภิปรายว่าบทบัญญัติ แห่งมาตรา ๔๔/๗ วรรคท้ายขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมทั้งมาตรา ๔๔/๑๐ ว่า ผู้ไต่สวน อิสระมีอํานาจส่งไปถอดถอนหรือไม่ ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่เช่นกัน สําหรับบทบัญญัติ มาตรา ๔๔/๗ นั้นได้มีท่าน ส.ส. ได้ช่วยกรุณาอธิบายแทนแล้ว ส่วนมาตรา ๔๔/๑๐ ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น กระผมขออนุญาตชี้แจงว่าเราร่างบทบัญญัติแห่งมาตรานี้ โดยล้อถ้อยคําตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๖
ประการที่ ๓ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดถึงคําว่า ในกรณีที่จะ อุทธรณ์ได้ต้องเปึนพยานหลักฐานใหม่ ทําให้กระผมขออนุญาตว่าเนื่องจากระเบียบของ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ให้คํานิยามพยานหลักฐานใหม่เพื่อความสบายใจเพิ่มขึ้นบ้างว่า เรากําหนดแต่เพียงว่าพยานหลักฐานใหม่นั้นต้องเปึนพยานหลักฐานที่ไม่เคยปรากฏ ในสํานวนมาก่อน ไม่ใช่หมายความว่าพยานหลักฐานใหม่นั้นต้องมาปรากฏภายหลังจาก ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญามีคําพิพากษา
ปัญหาประการถัดไปคือพูดถึงเหตุใดบทบัญญัติบางอย่างไปกําหนด อยู่ในข้อกําหนด กระผมขออนุญาตชี้แจงว่าส่วนที่ไปปรากฏอยู่ในข้อกําหนดนั้นเราหมาย เฉพาะเพียงเพื่อบัญญัติวิธีการทํางานให้เปึนไปโดยอยู่ในกรอบที่เข้าใจกันเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นหลักการใหญ่จะอยู่ในกฎหมายลูกฉบับนี้
ประการสุดท้าย ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงว่ากฎหมายลูก ตัวนี้จะตกไปหรือไม่ กระผมขออนุญาตชี้แจงว่าเนื่องจากมีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๒ บัญญัติรับรองไว้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงขออนุญาตว่าขอให้ท่านสบายใจว่า กฎหมายลูกนี้ยังคงอยู่
สําหรับข้อที่ ๓ เกี่ยวกับข้อแนะนําหรือท้วงติงกฎหมายฉบับแก้ไขนี้กระผม ขอน้อมรับที่จะนําไปพิจารณาเพื่อทําให้กฎหมายฉบับนี้สมบูรณ์และหวังในความกรุณา ของท่านกรรมาธิการ รวมทั้งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า เมื่อเราได้พิจารณาร่วมกัน เราคงสามารถที่จะทํางานเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้มีความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทําได้ จึงถือ โอกาสขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ ณ โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณครับ
ผมขอมตินะครับ ท่านเชาวรินเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ผมขอโอกาสสั้นนิดเดียวครับ ก่อนที่ท่านผู้แทนคณะตุลาการ ที่จะชี้แจง เมื่อสักครู่ได้มีสมาชิกท่านหนึ่งอภิปรายเกี่ยวกับความดํารงอยู่ของกฎหมายลูก ฉบับนี้หรือไม่ ในฐานะที่ท่านเปึนอาจารย์มหาวิทยาลัย ผมขออนุญาตกราบเรียนถาม ท่านประธานช่วยหาข้อมูลให้ผมหน่อยเถอะครับ ท่านเปึนอาจารย์สอนกฎหมาย มหาวิทยาลัยไหน เพราะผมมีลูกเรียนกฎหมายอยู่ ๒ คน ถ้ามันผิดที่ผมจะได้ให้ลูกผม ลาออกไปเรียนมหาวิทยาลัยรามคําแหง ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ไม่คิดว่า จะโดนเพื่อนพ่อเสียดสีถึงขนาดนี้นะครับ ด้วยความเปึนห่วงท่านประธาน เพราะว่าผมเอง ศึกษารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ฉบับชั่วคราวอยู่ เรื่องนี้ยอมรับว่า เปึนข้อที่ยังถกอยู่ว่ามีอยู่หรือเปล่านะครับ เพราะว่าในวงวิชาการก็มีการเถียงกัน ผมยอมรับว่ายังอ่านไม่ครบในประเด็นนี้นะครับ แต่จริง ๆ ก็จบมหาวิทยาลัยเดียวกับท่าน ก็กราบขอโทษครับ
ถือว่าป่ดการอภิปรายนะครับ ผมขออนุญาตขอมตินะครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจาก การลงมติในเรื่องนี้จะก่อให้เกิดผลใช้บังคับเปึนกฎหมาย ผมขออนุญาตดําเนินการ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่ได้ตั้งข้อสังเกตตรงนี้ไว้ ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ด้วยวิธีการให้สมาชิกเสียบบัตรแสดงตนก่อนเพื่อเช็กองค์ประชุมครับ เชิญท่านสมาชิก เสียบบัตรแสดงตนเพื่อเช็กองค์ประชุม เชิญครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เสียบบัตรแสดงตนเพื่อเช็กองค์ประชุมครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๑๘ ท่าน เกินกว่ากึ่งหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นถือว่าองค์ประชุมครบ
ผมขอมติเลยนะครับ ผมขอมติว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในวาระที่ ๑ หรือไม่ จะรับหลักการหรือไม่เชิญใช้สิทธิได้เลยครับ
ท่านประธานครับ
เชิญท่านบุญยอดครับ
ขออนุญาตครับ นิดเดียว เรายังไม่ค่อยเข้าใจท่านถามในญัตตินี้อย่างไรครับ เห็นด้วย ให้กดเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ให้กด ไม่เห็นด้วย ใช่ไหมครับ
ถูกต้องครับ ผมขออนุญาตป่ดการลงคะแนนครับ เชิญเจ้าหน้าที่ครับ มติที่ประชุมเห็นด้วย ๓๓๙ คน ไม่เห็นด้วย ๒ คน งดออกเสียงไม่ลงคะแนน ไม่มีนะครับ ที่ว่าที่ประชุมมีมติรับ หลักการนะครับ
เชิญท่านสมาชิกเสนอคณะกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ผมขอเสนอคณะกรรมาธิการจํานวน ๓๖ ท่านครับ
เสนอคณะกรรมาธิการก่อนท่านมีชัยครับ ก่อนเสนอจํานวน ขอคณะกรรมาธิการก่อนครับ เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญใช่ไหมครับ
ครับ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๖ ท่าน ขอผู้รับรองครับ
ครับ ถูกต้องนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ขอทราบจํานวนครับ เชิญครับ ขอจํานวนครับ ๓๖ ท่านนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๖ ท่านนะครับ ของรัฐบาล สัดส่วนของ รัฐบาล ๕ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในส่วนของรัฐบาลจํานวน ๕ ท่าน ดังมีรายนามต่อไปนี้๑. นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๒. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๓. นายวรรณชัย บุญบํารุง ๔. นายเกรียงชัย จึงจตุรพิธ และ ๕. นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ ครับ
พรรคพลังประชาชน ๑๕ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธี พิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคพลังประชาชน จํานวน ๑๕ ท่าน ดังนี้ ๑. นายศุภชัย ใจสมุทร ๒. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ๓. นายฉลาด ขามช่วง ๔. นายนิรมิต สุจารี ๕. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๖. นายปัญญา ศรีปัญญา ๗. นายวาสิต พยัคฆบุตร ๘. นายสัญชัย วงษ์สุนทร ๙. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๐. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ๑๑. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๑๒. นายนิทัศน์ ศรีนนท์ ๑๓. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๑๔. นายเกาศัลย์ แก้วยิ่งยง และ ๑๕. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง จํานวน ๑๑ ท่าน ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ดังนี้ ๑. นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ๒. นายสู่บุญ วุฒิวงศ์ ๓. นายทิวา เงินยวง ๔. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๕. นายทศพล เพ็งส้ม ๖. นายสาธิต ป่ตุเตชะ ๗. นายไมตรี สอยเหลือง ๘. นายธนา ชีรวินิจ ๙. นายสกลธี ภัททิยกุล ๑๐. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๑๑. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทย ๒ ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เอกพจน์ ปานแย้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคชาติไทย ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธี พิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในนามพรรคชาติไทย ดังมีรายนามดังต่อไปนี้ ๑. นายเกษม สรศักดิ์เกษม ๒. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องครับ พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล พรรคเพื่อแผ่นดิน เขต ๒ จังหวัดนครราชสีมา ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน คือ ท่านปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมนึก เฮงวาณิชย์ พรรคมัชฌิมาธิปไตย จังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๑ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในนาม พรรคมัชฌิมาธิปไตย ดังนี้ครับ ๑. นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ มีอะไรเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ เหลือพรรครวมใจไทยชาติพัฒนากับพรรคประชาราชค่ะ ในสัดส่วนของ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคประชาราชค่ะ
เมื่อกี้พรรคมัชฌิมาธิปไตยและพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๒ พรรค ๑ ท่าน
ท่านประธานคะ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กับพรรคประชาราช สัดส่วน ๑ คนค่ะ
ถูกไหม
พรรคมัชฌิมาธิปไตย ๑ ท่าน แค่นั้นเองค่ะ
ถูกต้องครับ เจ้าหน้าที่เขียนมาตรงนี้ผิดพลาด เพราะฉะนั้นเชิญครับ อีก ๑ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและ พรรคประชาราช ท่าน ส.ส. สมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ขอผู้รับรองค่ะ
ถูกต้องครับ ท่านสาทิตย์มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะหารือ ท่านประธานแล้วก็ซักถามเพื่อที่จะนําไปสู่ความชัดเจนด้วยนะครับ ก็คือกรณีของการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมายซึ่งต้องถือว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมาย ฉบับแรกภายหลังจากที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ประกาศบังคับใช้ ประเด็นที่มีความแตกต่าง กันไปก็คือแต่เดิมนั้นการเสนอกฎหมายเสนอได้ ๓ ทาง ๑. คือคณะรัฐมนตรี ๒. โดยสมาชิก ๓. จากประชาชน แต่ต่อมารัฐธรรมนูญก็เป่ดโอกาสให้องค์กรอิสระสามารถที่จะ เสนอกฎหมายได้ ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า ในข้อบังคับของเรานี่เราไปกําหนด ในเรื่องของคณะกรรมาธิการในการที่จะไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบอกว่า การเลือกตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญให้ตั้งจากบุคคลที่คณะรัฐมนตรีเสนอชื่อมีจํานวน ไม่เกิน ๑ ใน ๔ ประเด็นปัญหาก็คือ เมื่อก่อนนี้ส่วนใหญ่กฎหมายที่เสนอเปึนของรัฐบาล เปึนของคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีก็มีสิทธิที่จะเสนอ แต่ในเมื่อรัฐธรรมนูญได้เป่ด โอกาสให้ทางองค์กรอิสระทั้งหลายอย่างกรณีวันนี้คือศาลฎีกาเสนอชื่อเข้ามา แต่ในข้อบังคับของเรายังเป่ดโอกาสให้คณะรัฐมนตรีอยู่ ประเด็นก็จะเกิดขึ้นว่า อย่างเมื่อสักครู่นี้ก็มีการเสนอชื่อสมาชิกซึ่งมาจากฝ์ายของรัฐบาลเสนอชื่อโดยคณะรัฐมนตรี เข้าไปด้วย ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นคือเจตนารมณ์เดิมที่หวังจะให้สัดส่วนของ คณะรัฐมนตรีมีโอกาสเข้าไปชี้แจงหรือปกปัองร่างกฎหมายที่ตนเองเปึนผู้ร่างขึ้น ก็จะเสียไป เพราะศาลฎีกาเองก็จะไม่มีโอกาสในการที่จะเสนอชื่อตนเองเข้ามาเปึนหนึ่ง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญมากเท่ากับที่ฝ์ายคณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ ประเด็นปัญหา จะไม่เกิดขึ้นเลยครับว่า ถ้าหากว่าการอภิปรายในวันนี้จะเห็นกันไม่ชัดว่าแนวความคิด ๒ ขั้วนั้นแตกต่างกันมาก ผมเรียนหารือท่านประธานเหตุนี้ขึ้นมาก็เพื่อว่าจริงอยู่ ในข้อบังคับเป่ดโอกาสให้คณะรัฐมนตรีเสนอ แต่มีความเปึนไปได้หรือไม่เพียงไรครับ ที่คณะรัฐมนตรีจะต้องเป่ดโอกาสให้กับฝ์ายผู้เสนอกฎหมายได้มีโอกาสเสนอชื่อบุคคล ของตนเองเข้าไปเปึนลําดับแรกก่อนเพื่อที่จะได้มีโอกาสใช้เจตนารมณ์ของคนที่เสนอร่าง กฎหมายในการปกปัองร่างของตนเอง ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่เห็นกันชัดว่า สมาชิกซีกฝ์ายรัฐบาลคิดอย่างไร แล้วก็ส่วนของผู้ร่างขึ้นมาคิดอย่างไร ประเด็นนี้ จะสืบทอดต่อเนื่องกันไปกับกฎหมายฉบับอื่น ๆ นะครับ อย่างประชามติที่ กกต. เสนอ ผมก็ไม่ทราบว่าที่สุดแล้วจะเปึนอย่างไร แต่ถ้าตั้งหลักเอาไว้ว่าคณะรัฐมนตรีจะเสนอ ตามข้อบังคับก็ขอให้ถามเจ้าของร่างกฎหมายก่อนว่าจะเสนอใครเพิ่มหรือไม่ก็จะเปึน ประโยชน์นะครับ ส่วนในกรณีที่ในโอกาสหลังผมคิดว่าการแก้ไขเรื่องของข้อบังคับ การประชุมก็มีความจําเปึน เพื่อเป่ดโอกาสให้กับผู้ที่เขาเสนอกฎหมายได้มีโอกาสเสนอชื่อ บุคคลของทางฝ์ายตนเอง ผมเรียนหารือท่านประธานแล้วก็อยากจะให้ท่านประธานได้ให้ หลักในเรื่องนี้เอาไว้ แล้วก็หารือไปถึงคณะรัฐมนตรีด้วยว่าจะมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลง บุคคลหรือไม่เพียงใดช่วยให้ความกรุณาตอบด้วยครับ
ท่านสุขุมพงศ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ท่านสมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้เรียนหารือท่านประธานก่อนที่ท่านเลขาธิการจะสรุป รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ในกรณีนี้ก็ได้มีการดูข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญ โดยละเอียด แล้วก็ดูข้อบังคับฉบับปัจจุบันโดยละเอียด เราทราบถึงเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญดีว่ามีความประสงค์ที่จะให้ผู้เสนอกฎหมายได้มีส่วนร่วมในการพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการวาระ ๒ วาระ ๓ ด้วย แต่ติดขัดเนื่องจากในรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนชัด เหมือนกรณีเด็ก สตรี ผู้ชรา ผู้ทุพพลภาพซึ่งบุคคลเหล่านั้นได้สิทธิให้มีสัดส่วนตามที่ รัฐธรรมนูญกําหนด ข้อบังคับในป้ ๒๕๔๔ เอง ข้อบังคับฉบับปัจจุบันเองก็ได้กําหนด รองรับไว้ในมาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๑๘ ให้คํานึงถึงสัดส่วนนั้นเพื่อเปึนการสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ ในกรณีของผู้เสนอกฎหมายที่เปึนประชาชนก็มีข้อบังคับ ข้อ ๑๑๙ กําหนด เปึนสัดส่วนไว้ต่างหาก เพราะฉะนั้นในที่ประชุมวิปรัฐบาลก็ศึกษาข้อกฎหมายดังกล่าว ถ่องแท้แล้วก็เห็นว่ามีอยู่ทางเดียวเท่านั้นที่จะตั้งคณะกรรมาธิการในส่วนที่จะให้ผู้เสนอ กฎหมายจากองค์กรอิสระมามีส่วนร่วมได้ ก็ในส่วนของคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีนั้น มีสิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๘๓ ที่จะเสนอผู้มาเปึนกรรมาธิการวิสามัญได้ไม่เกิน ๑ ใน ๔ ในส่วนของ ครม. ท่านรัฐมนตรีที่อยู่ในวิปรัฐบาลท่านก็ชี้แจงว่ากฎหมายทุกฉบับรัฐบาล จะต้องมีส่วนในการปฏิบัติตามกฎหมายหลายเรื่องโดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญส่วนมากก็เปึนพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเงิน เกี่ยวกับการจัดอัตรากําลังของ ก.พ. ก.พ.ร. มาสนับสนุนหน่วยงานนั้น ๆ คณะรัฐมนตรี ก็จําเปึนต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ทุกฉบับด้วย ซึ่งท่านก็เห็นว่าของท่านใน ๕ ตําแหน่งนั้นท่านก็จะแบ่งเปึน ๒ ส่วน ให้ส่วน ที่เสนอกฎหมาย ๒ คน ส่วน ครม. ที่เกี่ยวข้องอีก ๒ คน และอีกส่วนหนึ่งคือคนกลางก็คือ ตัวแทนจากฝ์ายที่ร่างกฎหมายโดยตรง ซึ่งไม่มีส่วนในการจัดทําร่างกฎหมายมาก่อนเลย คือตัวแทนจากสํานักงานกฤษฎีกา จึงเรียนท่านที่ประชุมเพื่อโปรดทราบ ท่านประธาน แล้วก็ท่านผู้หารือ ท่านพรรคฝ์ายค้านด้วยครับผม
ตั้งเปึนข้อสังเกตก็แล้วกันครับ
(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คงไม่อนุญาตแล้วท่านสาทิตย์ครับ พอแล้วครับ
ผมขออนุญาตจริง ๆ ท่านประธาน ผมถามนิดเดียวเท่านั้นเองนะครับว่า
เชิญครับ
ผมเข้าใจเรื่องของข้อบังคับนะครับ เพียงแต่ว่าอันนี้เปึนกฎหมายฉบับแรก เราน่าจะมีหลักปฏิบัติของเราเท่านั้นเอง ในขั้นตอน ต่อไปต้องเสนอแก้ข้อบังคับข้อนี้อยู่แล้ว ผมเพียงแต่ถามว่าถ้าอย่างนั้นเอาง่ายที่สุด โดยไม่ต้องอ้างเหตุผลใดเลย กฎหมายฉบับนี้เปึนเรื่องของศาลฎีกาโดยแท้นะครับ เปึนเรื่องของกระบวนวิธีพิจารณาคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีท่านอยู่ที่นี่แล้ว ถ้าเปึนไปได้นะครับ ขอความกรุณาท่าน อาจจะถามทางศาลว่าจะมีผู้ใดเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ถือว่าจบไป แต่ถ้ามีนะครับ ทางฝ์ายของคณะรัฐมนตรีก็อาจจะสละที่ของกรรมาธิการสักที่สองที่ และเป่ดโอกาสให้ทางฝ์ายเจ้าของร่างเขาไปผมว่าก็จะเปึนประโยชน์นะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ความเปึนจริงเรื่องนี้ก็ได้พิจารณากันหลายครั้ง หลายหน เพื่อพิจารณาว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการในส่วนของคณะรัฐมนตรีอย่างไร ความจริงในชั้นเดิมก็ถึงขนาดจะเสนอให้ผมมาเปึนกรรมาธิการด้วยในฐานะที่เปึน รัฐมนตรีอยู่ ผมก็พิจารณาโดยเจตนารมณ์แล้วกฎหมายฉบับนี้ก็มุ่งมาตรวจสอบรัฐมนตรี มุ่งมาตรวจสอบคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ผมก็เลยบอกว่ารัฐมนตรีคงไม่เหมาะ ที่จะมานั่งตรงนี้ แต่เมื่อพิจารณาว่ากฎหมายทั้งหลายเมื่อมีการประกาศใช้แล้ว ในท้ายที่สุดมันก็ต้องเกี่ยวข้องกับรัฐบาล คิดว่ารัฐบาลก็น่าจะมีตัวแทนเข้ามาร่วม เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วย ท้ายที่สุดก็บอกว่าเอาตัวแทนจากวิปรัฐบาลโดยไม่เอา รัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่รัฐบาลดูแลอยู่เข้ามานั่ง อันนั้นส่วนหนึ่งก็คิดว่าน่าจะเปึน จากกฤษฎีกา ก็คัดเลือกบุคคลมาจากกฤษฎีกา ๑ ท่านเพื่อให้มาช่วยดูกฎหมาย เพราะว่ากฎหมายเหล่านี้ก็เปึนกฎหมายที่ศาลท่านทําเองโดยไม่ได้ผ่านกฤษฎีกา ให้ตรวจสอบ ก็น่าจะอาศัยประสบการณ์ของกฤษฎีกาดูแลให้เสนอแนะได้ อีกส่วนหนึ่งนั้น ก็มาจากศาล ศาลนั้นก็ได้มีการตกลงกันแล้วว่าขอจากศาลสัก ๒ ท่าน ขอจากรัฐบาล ๒ ท่าน ขอจากคนกลาง ๑ ท่านก็คือกฤษฎีกา ได้มีการตกลงกันเรียบร้อย เพราะฉะนั้น รัฐบาลก็ขอยืนยันครับ ขอบพระคุณครับ
ขอจบนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๒. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๓. นายวรรณชัย บุญบํารุง ๔. นายเกรียงชัย จึงจตุรพิธ ๕. นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ ๖. นายศุภชัย ใจสมุทร ๗. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ๘. นายฉลาด ขามช่วง ๙. นายนิรมิต สุจารี ๑๐. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๑๑. นายปัญญา ศรีปัญญา ๑๒. นายวาสิต พยัคฆบุตร ๑๓. นายสัญชัย วงษ์สุนทร ๑๔. นายนพคุณ รัฐไผท ๑๕. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ๑๖. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๑๗. นายนิทัศน์ ศรีนนท์ ๑๘. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ๑๙. นายเกาศัลย์ แก้วยิ่งยง ๒๐. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๒๑. นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ๒๒. นายสู่บุญ วุฒิวงศ์ ๒๓. นายทิวา เงินยวง ๒๔. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒๕. นายทศพล เพ็งส้ม ๒๖. นายสาธิต ป่ตุเตชะ ๒๗. นายไมตรี สอยเหลือง ๒๘. นายธนา ชีรวินิจ ๒๙. นายสกลธี ภัททิยกุล ๓๐. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๓๑. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๓๒. นายเกษม สรศักดิ์เกษม ๓๓. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ๓๔. นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ๓๕. นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี และ ๓๖. นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์
ขอระยะแปรญัตติครับ
ขอระยะแปรญัตติครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ขอเสนอแปรญัตติภายใน ๗ วัน ตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองครับ
ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามข้อบังคับ ๗ วันครับ ป่ดประชุมครับ