นริศ ขํานุรักษ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเห็นด้วยในหลักการและรายละเอียดส่วนใหญ่ แต่กังวลเกี่ยวกับระบบการไต่สวนผู้พิพากษาอิสระ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและระบบการถ่วงดุลในการดำเนินการของกรรมการไต่สวน และเสนอแนะให้ระบุจํานวนผู้ไต่สวนอิสระในการตัดสินใจ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่ศาลฎีกาได้เสนอเข้าสู่สภาเพื่อให้เราได้ร่วมกันพิจารณานั้นนะครับ กระผมเห็นด้วย ในหลักการของกฎหมายและในรายละเอียดส่วนใหญ่ แล้วก็เห็นด้วยว่าควรจะออก กฎหมายฉบับนี้โดยเร็วด้วย เพราะว่า ๑. ประเทศไทยมีบทเรียนที่นักการเมืองได้ทําให้กับ บ้านเมืองเราบอบช้ํามาอย่างมากมายทีเดียว ทั้งการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) และการใช้อํานาจรัฐโดยมิชอบเพื่อตัวเอง พวกพ้อง และครอบครัวจนถึงขนาดกล่าวกันโดยทั่วไปว่ามีการสถาปนาระบอบใหม่ขึ้นมา เปึนการเอาเงินไปหาอํานาจ ได้อํานาจแล้วมาแสวงหาเงิน ได้เงินแล้วก็ไปหาอํานาจ ทําให้บ้านเมืองบอบช้ํา เรามีบทเรียนมา
ประการที่ ๒ กฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าจะเรียกคืนศักดิ์ศรีของสภาได้ เพราะว่าในระยะเวลาที่ผ่านมาสภาถูกครหา ถูกนินทาว่าเราถูกครอบงําโดยฝ์ายบริหาร มาพอสมควรนะครับ ผมคิดว่าการออกกฎหมายฉบับดังกล่าวเปึนการทวงคืนศักดิ์ศรีที่เรา สูญเสียไป เพราะว่าเปึนกฎหมายที่เราสามารถใช้ตรวจสอบทั้งฝ์ายบริหารและฝ์ายนิติบัญญัติ ของพวกเราเช่นเดียวกัน
ประการที่ ๓ ที่กระผมเห็นด้วยเพราะว่ากฎหมายในแนวลักษณะเดียวกัน ดังกล่าวนี้เคยใช้ได้ผลมาแล้วในระยะเวลาไม่นานมานี้นะครับ โดยเฉพาะกรณีใช้กับ ป.ป.ช. ผมจึงเห็นด้วยในหลักการที่จะให้มีกฎหมายฉบับดังกล่าว และอยากเรียกร้อง จากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอให้ช่วยกันผลักดันออกกฎหมายฉบับนี้โดยเร็วที่สุด แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกตฝากไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้น ตามหลังอยู่ ๒-๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับเงื่อนไขเวลา ในมาตรา ๔๔/๑๗ ที่ระบุว่า ในกรณี ที่อัยการสูงสุดเห็นว่ารายงานเอกสารและความเห็นของผู้ไต่สวนอิสระยังไม่สมบูรณ์ เนื้อหาก็คือให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา และในกรณีที่คณะทํางานไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับ การดําเนินการฟัองคดีอาญาได้ ให้ผู้ไต่สวนอิสระมีอํานาจในการดําเนินการฟัองคดีต่อศาลเอง หรือแต่งตั้งทนาย ข้อความที่บอกว่า ในกรณีที่คณะทํางานไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับ การดําเนินการฟัองคดีได้ เวลาสําหรับการหาข้อยุติผมคิดว่าเปึนนามธรรมนะครับ เราไม่แน่ว่าจะใช้เวลาไปเท่าไร เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าเงื่อนไขเวลาเปึนเงื่อนไข ที่สําคัญในการตรวจสอบ เมื่อกฎหมายฉบับนี้กําหนดไว้ว่าเวลาสําหรับการหาข้อยุติซึ่งเปึน นามธรรม ผมคิดว่าตรงนี้อาจจะเปึนผลเสียหายไม่สามารถที่จะพิจารณาคดีได้รวดเร็ว ตามเจตนารมณ์นะครับ และถ้าหากไปเปรียบเทียบกับกฎหมายอื่น กรณีผู้ไต่สวนอิสระ ทําไมถึงไม่ระบุว่าให้เขาสามารถยืนยันมติเดิมของเขาแล้วก็สามารถฟัองร้องเองได้ หรือให้ ทนายฟัองแทนได้ นี่ผมก็สงสัยนะครับ กรุณาช่วยตอบข้อซักถามว่าทําไมถึงไม่ให้ผู้ไต่สวน อิสระยืนยันมติแล้วฟัองเองได้เหมือนกับกฎหมายฉบับอื่นนะครับ
เงื่อนไขเวลาเรื่องที่ ๒ ในมาตรา ๔๔/๙ ให้ผู้ไต่สวนอิสระทําการไต่สวน และทําความเห็นให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ทําไมไม่ระบุครับว่าใช้เวลาเท่าไร เพราะว่าในมาตรา ๔๒ กรณีที่กรรมการไต่สวนไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านก็สามารถกําหนดระยะเวลาว่า ให้เสร็จสิ้นภายใน ๙๐ วัน แต่กรณีที่กรรมการไต่สวนไต่สวนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ทําไมไม่ระบุเวลาให้ชัดเจนเหมือนกับที่ระบุเวลากับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา ๔๒ เงื่อนไขเวลาจึงเปึนเงื่อนไขที่สําคัญสําหรับประสิทธิภาพของกฎหมายฉบับนี้ เช่นเดียวกับ ระบบการตรวจสอบ ระบบการถ่วงดุลของกรรมการไต่สวน เพราะว่าผู้ไต่สวนอิสระ มีอํานาจเทียบเท่ากับ ป.ป.ช. ไม่มีการตรวจสอบการทํางาน ไม่มีการถ่วงดุลในการทํางาน ผมคิดว่าไม่ได้ เพราะว่าอํานาจมากต้องมีการตรวจสอบเข้มข้น ๒. ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็เคยเลือกผู้ดํารงตําแหน่งผิดพลาดมาแล้วเหมือนกันในอดีต ผมขอไม่ยกตัวอย่างนะครับ แต่ว่าในอดีตไม่นานนี่ก็เคยเลือกผู้ดํารงตําแหน่งผิดพลาด มาแล้ว เพราะว่าคนบางคนในวันที่ท่านเลือกอาจจะเปึนคนดี แต่ว่าหลังจากดํารงตําแหน่งแล้ว อาจจะมีปัญหาได้ การตรวจสอบ การถ่วงดุลเอาไว้จึงเปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็ผมคิดว่า ทําไมไม่เอาระบบการคัดค้านผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาใช้เหมือนกับมีระบบการคัดค้าน ผู้พิพากษามาใช้ซึ่งเปึนระบบการตรวจสอบ เปึนระบบการถ่วงดุลได้
ประการสุดท้าย ผมอยากให้ระบุจํานวนผู้ไต่สวนอิสระ ไม่ใช่แค่ระบุว่า ไม่ต่ํากว่า ๕ คน การระบุจํานวนจะไปมีผลต่อมติว่าท่านจะใช้มติอย่างไร มติเสียงข้างมาก หรือมติ ๓ ใน ๕ หรือมติ ๑ ใน ๔ แม้ว่าเปึนรายละเอียดแต่ว่าเปึนส่วนสําคัญของกฎหมาย ฉบับนี้ ผมจึงฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือผู้ที่มาชี้แจงในวันนี้ กรุณาได้ชี้แจงในวันนี้ หรือฝากเปึนข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญในรายละเอียด ที่กระผมได้ซักถามในกฎหมายฉบับนี้ครับ กราบขอบคุณครับ