จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการขาดความเป็นกลางในการดำเนินการของศาล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ตามร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ทางศาลฎีกาได้ส่งเรื่องไปยังสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาในวันนี้นั้น กระผมเองในฐานะที่เปึนคนไทยคนหนึ่งและมีความรู้สึกที่ไม่ได้ แตกต่างไปจากคนไทยทั้งหมดก็คือว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองนั้นจะถือว่าเปึนองค์กรเดียวที่มีอยู่ก็ว่าได้ แม้นว่าจะโดยหน้าตาโดยเป่ดเผย ไม่มีใครสามารถหมิ่นศาลได้ แต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองนั้นไม่มีใครไปนินทาเรื่องความยุติธรรมหรือความไม่ยุติธรรม เมื่อครั้งหนึ่งผมเอง ได้ไปกับคณะนักศึกษาของสถาบันพระปกเกล้าไปพบกับท่านผู้พิพากษาที่ท่านได้นั่งอยู่ เวลานี้ล่ะครับ ผมได้พูดเวลานั้นเลยว่าระหว่างผมกับท่านชาตินี้ขอเจอกันที่นี่เพียงแค่ครั้งเดียว เท่านั้นถ้าจะเจอขอให้เปึนที่อื่น แปลความว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองนั้นเปึนสถานที่ที่นักการเมืองไม่มีใครอยากที่จะไป เพราะฉะนั้น ทุกคนก็มีการเฝัารอถึงการทําหน้าที่ของศาลฎีกา ผมเองก็ได้สอบถามเวลานั้นว่าทําไมคดี จึงมีน้อย ปรากฏว่าศาลฎีกาเองจะไม่สามารถพิจารณาได้เลยถ้า ป.ป.ช. ไม่ส่งเรื่องมา กระบวนการขั้นตอนก็จะเปึนอย่างนั้นหรืออัยการสูงสุดไม่ส่งเรื่องมา แต่วันนี้เมื่อเพิ่ม ผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมานั้น ในสถานการณ์ที่เรามีข้อเปรียบเทียบเปรียบเปรยกันในหลาย ๆ ประเด็นกับสถานการณ์ที่เปึนจริง จากเดิมที่ผู้ที่จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองพิจารณาได้นั้นไม่ว่าจะเปึนอัยการสูงสุด ป.ป.ช. และมีการเพิ่ม ผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมา ผมเองได้มองเรื่องนี้ใน ๒ ทิศทางก็คือว่าถ้าผู้ร้องเห็นว่า ในกรณีที่เขายื่นเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่า ป.ป.ช. ไม่รับ หรือดําเนินการล่าช้า หรือดําเนินการไต่สวนแล้วเห็นว่าไม่มีมูลตามความผิด ข้อกล่าวหา แล้วจึงจะให้ยื่นต่อศาลและที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาจะพิจารณาว่าจะตั้ง คณะกรรมการอิสระหรือจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ประเด็นของผมก็คือว่า ณ วันนี้ ในสถานการณ์ที่เรายอมรับความเปึนจริงว่ากระบวนการอิสระหลายองค์กรที่ผ่านมานั้น และกําลังอยู่ในเวลานี้นั้นเปึนองค์กรอิสระซึ่งแต่งตั้งโดยหัวหน้าคณะรัฐประหารไม่ได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ตามคุณสมบัติขององค์กรอิสระ และขณะเดียวกันก็สามารถอยู่ได้ด้วยกฎหมาย โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เรากําลังว่ากันอยู่นี้ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าประชาชนเขาจะแห่ ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า ความรู้สึกอันนี้ไม่ว่าจะเปึนผู้ไปร้องเขา แต่ผมเชื่อสักพักนะครับว่า มีความรู้สึกลึก ๆ เหมือนกัน และผู้ที่ถูกร้องล่ะ ในขั้นต้นบางคนก็อยากว่าอยากให้ศาลฎีกาเปึนคนพิจารณาเขา ตั้งแต่เบื้องต้น แต่พอดูสาระต่อไปนี้แล้วจะตั้งใครมาเปึนผู้ไต่สวนอิสระ ได้มีการระบุว่าให้ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแต่งตั้งโดยกําหนดคุณสมบัติผู้ที่มีความเปึนกลางทางการเมือง ท่านมีความรู้สึกเหมือนกับผมไหมครับท่านประธานว่าการหาคนที่เปึนกลางทางการเมืองนั้น เหมือนกับการไปค้นหามดดําที่เกาะหินดําในคืนข้างแรม ๑๕ ค่ํา ฉันใดอย่างไร อย่างนั้น แปลความว่ามันมืดสนิท และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าแล้วถ้าตั้งคนแล้วมีคนบอกว่า คนนี้ไม่เปึนกลาง เพราะบางองค์กรที่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีการหยิบยกว่าศาลสั่ง จําคุกนั้นก็ได้คัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเช่นเดียวกัน ในบางคน ๑ ใน ๓ คนนั้น ท่านประธานที่เคารพ คุณสมบัติเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ เปึนอารมณ์ที่คนไทย ใฝ์หา ผมยังเปรียบเปรยเสมอว่าสังคมไทยคนไทยไม่ว่าหนังเรื่องเปาบุ้นจิ้นจะฉาย กี่รอบ จะมีการเปลี่ยนตัวดาราจั่นเจาเปึนใคร หวังเฉา หม่าฮั่นจะเปึนใครก็แล้วแต่ แต่คนไทยต้องตามไปดูทุกครั้ง เพราะทุกคนหิวโหยคนที่มีความซื่อสัตย์ คนที่มีคุณธรรม บางช่วงบางเวลาคนไทยไปดูศาลไคฟงมากกว่าคนจีนที่อยู่ในศาลไคฟงเสียอีก แต่ประเด็นของผมก็คือว่าแล้วท่านจะหาคนเหล่านี้ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่าการหาคนที่มีความเปึนกลางทางการเมือง คนที่มีความซื่อสัตย์นั้น ผมขออนุญาตเปรียบเทียบกับองค์กรที่ต้องทํางานกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาเอง ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองแม้ว่ากําลังจะหมดวาระไปแล้วก็ตาม อีก ๒๐ วัน ท่านก็ไปแล้ว แต่ต้องอธิบายความว่า ยกตัวอย่าง คตส. จะมีสถานะเดียวกับ ผู้ไต่สวนอิสระคือจะทําหน้าที่เปึนพนักงานสอบสวนเหมือนกัน คตส. ก็ใช้วิธีเดียวกันก็คือว่า จะต้องส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุด วันนี้บอกว่าอัยการสูงสุดตั้งข้อสังเกตว่าจะต้อง เพิ่มหลักฐานอะไรต่าง ๆ คตส. ขอใช้ทนายฟัองเอง แล้วเรื่องที่สู่ศาลฎีกาก็ต้องส่งไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่นี่ก็เปึนตัวอย่างเรื่องความไม่เปึนกลางอีกประการหนึ่งก็คือว่า การที่ไปคัดเลือกคนที่เปึนปฏิปักษ์ทางการเมืองขึ้นเวทีโจมตี แสดงทัศนคติที่อยู่ใน ฝ์ายตรงกันข้ามมาโดยตลอด เสร็จแล้วมาทําหน้าที่เปึนกรรมการในการสอบสวน ผมจึงบอกว่านี่จะเปึนปัญหาที่จะเปึนตัวอย่างให้กับคณะกรรมการไต่สวนอิสระ เพราะว่า คตส. วันนี้ท่านลองดูเถอะครับว่า ผมเองได้พูดถึงกรณีกรรมการ คตส. คนหนึ่งไปรับเงิน บริจาคแทนองค์กรที่ชุมนุมอยู่ข้างถนนเวลานี้ เสร็จแล้วปรากฏว่าสั่งให้เจ้าหน้าที่ของ สตง. ซึ่งช่วยที่ทําการ คตส. ไปมอบเงินให้ถึงที่ชุมนุม แล้วบอกว่าเปึนผู้ไม่ประสงค์ จะออกนาม พอเรามีการทักท้วงกันก็บอกว่า มีคนจะหิ้วสตางค์มาให้ ๑๐๐ ล้านบาท ดิฉันไม่รับ แล้วก็บอกว่ามีคนไปบอกว่าโง่หรือเปล่าที่จะมารับเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐ ล้านบาทปฏิเสธ อันนี้สิครับเปึนปัญหา ผมบอกถ้าองค์กรที่ดูแล เรื่องการปราบปรามการทุจริตและจะต้องเกี่ยวข้องกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีคนเสนอสินบน ๑๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าไม่มีแจ้งความ ดําเนินคดี หรือเอาคนให้สตางค์ให้สินบนไปดําเนินคดี ผมถามท่านประธานฝากไปยัง ฯพณฯ ศาลว่า คดีอย่างนี้ เกิดตัวอย่างกรณีอย่างนี้ สมมุติว่ามีผู้ไต่สวนอิสระบอกว่า มีผู้มาเสนอเงิน ๑๐๐ ล้านบาท ข้าพเจ้าไม่รับ เสร็จแล้วข้าพเจ้าก็ไม่ดําเนินการอะไรเลย ไม่ดําเนินการตามที่จะต้องเล่นงานในการเสนอสินบาทคาดสินบน ผมบอกว่าเวลานี้ ละครับจะมีคนไปแจ้งความคดี มาตรา ๑๕๗ มันเล่นงานได้คดีเพียงแค่ปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น แต่เรื่องนี้มันสะท้อนอะไรครับ กําลังอธิบายความว่าตัวเองมีความซื่อสัตย์สุจริต เสนอร้อยล้านยังไม่เอา แต่แปลความในทางความรับผิดชอบคนมาให้สินบน ต้องดําเนินคดี แล้วผมถามว่าเรื่องอย่างนี้จะดําเนินการกันอย่างไร ผมจึงบอกว่ากรณี คตส. กําลังจะไป ผมก็บอกว่าการคัดเลือกบุคคลที่มีความเปึนกลางทางการเมือง หรือความซื่อสัตย์มันจะเปึนปัจจัยที่สําคัญ ปัญหาเวลานี้ก็คือว่าความซื่อสัตย์ ความเปึนกลางทางการเมืองอยู่ที่ฝ์ายไหนเขาเปึนคนพอใจ ฝ์ายที่มีความต้องการรุกล่า อีกฝ์ายหนึ่ง เขาก็บอกว่านี่เปึนกลางทางการเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริต คนให้สินบน ร้อยล้านก็ไม่เอา ทั้งที่จริงต้องจัดการดําเนินคดี แต่อีกฝ์ายหนึ่งผู้ถูกกระทํา เขาบอกว่านี่ เปึนคู่ปฏิปักษ์กับเขาไม่เปึนกลาง ผมจึงบอกว่าศาลฎีกานี่แหละที่จะเปึนคนที่จะหาทางออก เรื่องนี้ได้ดีที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่าในกรณีอย่างนี้ซึ่งความจริงแล้ว ความเปึนศาลซึ่งผมเองก็เคยวิพากษ์วิจารณ์ มีอยู่ครั้งหนึ่งบางองค์กรจะเอาดอกไม้ไปให้ ศาลฎีกา ผมแสดงความคิดเห็นทักท้วงเลยว่าไปมอบให้กับศาลท่านไม่ได้ ศาลท่าน มีอารมณ์ที่จะรัก อารมณ์ที่จะชอบ อารมณ์ที่จะไม่ชอบกับคนที่จะถูกดําเนินคดีหรือฝ์ายที่ ต้องการดําเนินคดีให้กับอีกฝ์ายหนึ่งไม่ได้ ผมเปึนคนบอกเองว่าอย่าไปดึงศาลท่านลงมา เพราะเราเหลือสถาบันเดียวเท่านั้น นิติบัญญัติท่านก็เห็นสภาพที่กําลังดํารงอยู่ และที่ผ่านมาล้มลุกคลุกคลานกันมาโดยตลอด บริหารก็เช่นเดียวกันเหลือสถาบันเดียว จริง ๆ ที่ยังมีความแข็งแรงอยู่ แต่ประเด็นวันนี้ที่ผมบอกว่า คนจะมีความเชื่อมั่นต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง บางคนที่เขามีความคิดเห็น ที่แตกต่างกับคณะรัฐประหารเห็นว่า ป.ป.ช. ชุดนี้ตั้งโดย พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน คนเดียว ไม่ผ่านกระบวนการพิจารณา กระบวนการสรรหาวุฒิสภาใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้รับการ โปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นคนก็จะแห่ไปยัง ศาลฎีกาอย่างที่ผมบอก แต่ระบบศาลจะเสียขึ้นมาระบบศาลจะเสียในอนาคตก็คือว่า คนที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแต่งตั้งนี่ละครับท่านก็รู้ว่าความเปึนมนุษย์ ท่านตั้งด้วยความสุจริต คิดว่าเขาเปึนกลาง เขามีความสุจริต แต่วันหนึ่งเพราะว่าไม่มีบทคุ้มครองนี่ครับว่า คนที่เปึนกรรมการไต่สวนอิสระจะถูกดําเนินคดี ถูกร้อง ถูกอะไรไม่ได้ ไม่ได้คุ้มเหมือน องค์คณะผู้พิพากษา เพราะฉะนั้นก็จะมีสภาพเดียวกับที่ คตส. หรือแม้กระทั่งการหยิบยก กรณีท่านสุนัย มโนมัยอุดม ซึ่งถูกแจ้งความคดีหมิ่นประมาท เปึนความผิดอาญา เฉพาะส่วนบุคคลแต่ปรากฏว่าคนอีกส่วนหนึ่งก็บอกว่าไปเล่นงานท่านทําไม ท่านเปึน อดีตผู้พิพากษา อดีตเปึนศาล แต่ปรากฏว่าพอข้ามฟากมารับตําแหน่งในฝ์ายบริหารนั้น สิทธิการคุ้มครองต่าง ๆ ไม่ได้รับการคุ้มครองเหมือนที่ศาลท่านได้รับการคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ตํารวจมีคนไปแจ้งความดําเนินคดีต้องออกหมายเรียก ถูกหมายเรียก ๒ ครั้ง ปกติต้องขออนุญาตศาลเพื่อที่จะขอหมายจับแต่ปรากฏว่าตํารวจเองออก ๒ ครั้งแล้ว ยังไม่กล้าขอหมายจับ หมายเรียกเปึนครั้งที่ ๓ อีก แต่ว่าก่อนหมายเรียกคนที่ไปขึ้นศาล คนที่ต้องถูกคดีความเจ้าหน้าที่ตํารวจเขาจะประสานกันก่อนเลยว่ามามอบตัวไหมเขาจะได้ ไม่ต้องออกหมายเรียกแต่ปรากฏว่าขั้นตอนที่จะไปมอบตัวโดยไม่มีเรื่องอะไร ถ้ามีการให้ ปากคําคดีไม่มีมูลตํารวจก็ยกฟัองไม่ส่งให้อัยการทุกอย่างก็จบไปแต่ปรากฏว่า ใช้ความเปึนตัวตนเห็นไหมครับ พอข้ามฟากจากสถาบันตุลาการ ผมจึงบอกว่าอะไรก็ตาม อ้ายนี่คือสิ่งที่สําคัญที่สุดที่จะไปทําลายสถาบันเดียวที่ดีที่สุดที่เหลืออยู่เวลานี้ คุณสุนัย มโนมัยอุดม ถ้าอยู่ในองค์คณะผู้พิพากษาก็ไม่มีปัญหาอะไร ท่านก็อยู่ที่สูง คนกล่าว พาดพิงถึงท่านไม่ได้ หมิ่นก็ไม่ได้ กฎหมายคุ้มครองทุกอย่าง แต่พอข้ามฟากมานั้นเจอคดี หมิ่นประมาทนี่นะครับ อย่างที่ผมบอกว่าตํารวจเขาต้องไปขอหมายจับนี่เขาขอจากศาล แต่วันนี้พยายามอธิบายความว่าฝ์ายบริหารควรทํา ศาลท่านเปึนคนออกหมายจับเอง แต่มีคนบอกอีกว่าจะไม่มีการที่จะไป อยากจะจับให้มาจับ แล้วศาลท่านก็รับตัวกลับ ผมถามว่าคดีนี้จะเดินต่อไปอย่างไร เห็นไหมครับ คตส. เอาอีกแล้ว มีการแจ้งความ ดําเนินคดี มีการออกหมายเรียกและเมื่อไม่ไปตามหมายเรียกก็จะออกหมายจับ ข้าพเจ้า เปึนองค์กรกระบวนการยุติธรรม ข้าพเจ้าไปไม่ได้ ใช้สิทธิอารยะขัดขืน นี่จะเปึนปัญหา อย่างไม่รู้จบ ผมจึงบอกว่าวันนี้ด้วยความเคารพ ด้วยความรู้สึกจริง ๆ ก็คือว่า ระหว่าง นักการเมืองกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือข้าราชการ องค์กรอื่นใดนั้นแน่นอนที่สุดเราต้องการให้มาตรฐานทุกอย่างนั้นเกิดขึ้น แล้วการที่ผม อธิบายความมาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ก็คือว่า ข้อดําเนินการต่าง ๆ นั้นมันจะกลายเปึนจุด เปึนช่องทางเข้าสู่ศาลซึ่งเปึนกระบวนการเดียวที่ยังเหลืออยู่ เพราะฉะนั้นท่านประธาน ที่เคารพ สภาพวันนี้ก็มีสภาพเหมือนกันว่าถ้าผู้ไต่สวนพิเศษเห็นว่ามีมูลส่งให้อัยการสูงสุด อัยการไม่ฟัอง มาตั้งคณะกรรมการร่วมกัน ถ้าไม่ฟัองให้คณะกรรมการไต่สวนไปให้ทนาย ฟัองเองก็มีสภาพไม่ได้แตกต่างไปจาก คตส. กันอีก เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า ในท่ามกลางสิทธิของฝ์ายที่เขาต้องต่อสู้คดีและที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ปัญหาเรื่อง การวิพากษ์วิจารณ์ในช่องของผู้ไต่สวนอิสระนั้นจะเปึนช่องทางของการวิพากษ์วิจารณ์ และจะเกิดความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นการวางกรอบผมเห็นด้วยวันนี้ต้องมี ผู้ไต่สวนอิสระ แต่เปึนความยากลําบากของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอย่างแน่นอน ในการคัดเลือกคนที่มีความเปึนกลาง ซึ่งวันนี้ถ้าตั้งใครถ้าเปึนกลางจริง ๆ ซึ่งหายาก มีคนพอใจ ไม่พอใจ แต่ทั้งหมดนั้นเปึนกระบวนการยุติธรรมที่ฝากไว้กับหน่วยงานที่ท่านยังเหลืออยู่ ประเด็นที่ท่านเพิ่มมานั้นเรื่องการอุทธรณ์ท่านประธานที่เคารพ ผมเองไม่ใช่คนคิดจะ ต้องไปโดนคดีความอะไร แต่ผมเองก็เห็นด้วยว่าคนที่ถูกคดีความนั้นเขาควรมีสิทธิที่จะ ต่อสู้คดี แม้นว่าจะเปึนช่องเล็กน้อยถือว่าเปึนเรื่องเปึนช่อง คนผิดก็ต้องว่าตามผิด อุทธรณ์ จะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าคนกระทําผิดมันยังต้องได้รับโทษการกระทําผิดกันต่อ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเนื้อหาสาระผมไม่ขัดข้อง แต่โดยสาระวิธีการปฏิบัติที่จะไปรองรับในการคัดเลือก บุคคลที่มาทําหน้าที่หรือวิธีการร่างระเบียบรองรับตามกฎหมายฉบับนี้นั้นจะเปึนเรื่องที่ ทางคณะที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะต้องหยิบยกการพิจารณา เพราะท่านเองก็อย่างที่ ผมบอกว่า ๑ ใน ๓ คน องค์กรอิสระก็มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพราะฉะนั้น มันจึงกลายเปึนเรื่องบุคคล วันนี้เมื่อเราบอกว่าเราไม่มีความเชื่อมั่นต่อบางส่วน แต่สุดท้ายวันนี้เราก็ต้องพึ่งกับสภาพที่คนสามารถเลือกได้ ผมเชื่อว่าต่อไปนี้คนจะแห่ไปที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ขอกราบขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน