สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เสนอแนวคิดการตั้งผู้ไต่สวนอิสระเพื่อตรวจสอบตำแหน่งสำคัญ 4 ตำแหน่ง โดยอ้างอิงระบบของสหรัฐอเมริกา เพื่อแก้ปัญหาความไม่เป็นกลางของอัยการและ ป.ป.ช. พร้อมชี้ข้อดีด้านความเป็นกลางและงบประมาณที่เพียงพอ รวมถึงเสนอให้ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมโดยกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินคดี คัดเลือกผู้ไต่สวนพิเศษจากบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญแทนอัยการ และเพิ่มหลักการตรวจสอบเพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง
ท่านสกลธีครับ ที่เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องผู้ไต่สวนอิสระตั้งขึ้นมาเพื่อดําเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงในกรณี ที่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอันสําคัญ ๔ ตําแหน่ง ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภาที่ถูกกล่าวหาว่าร่ํารวยผิดปกติ หรือกระทําความผิดทางอาญาหรือทุจริตต่อหน้าที่ กระผมค่อนข้างเห็นด้วยนะครับที่จะ ระบุให้มีวิธีการพิเศษในการพิจารณาทั้ง ๔ ตําแหน่งที่กล่าวมา เนื่องจากทั้ง ๔ ตําแหน่ง เปึนตําแหน่งที่มีความสําคัญกับประเทศชาติ อย่างตําแหน่งนายกรัฐมนตรีและตําแหน่ง รัฐมนตรีก็มีหน่วยงานสําคัญที่ดูแลกํากับเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นการที่เราใช้ หน่วยงานปกติอิสระในการมาตรวจสอบอาจจะโดนแทรกแซงจากอํานาจทางฝ์าย การเมืองได้ และในส่วนของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาก็เปึนประมุข ของฝ์ายนิติบัญญัติ ซึ่งตามคุณสมบัติก็ควรจะต้องมีความสามารถ ความประพฤติ คุณธรรมจริยธรรม แล้วก็ความรู้ความสามารถเหนือกว่าวิญ็ูชนทั่วไป ดังนั้น การตรวจสอบโดยมีองค์กรใหม่ขึ้นมาเปึนพิเศษก็ย่อมเหมาะสมแล้วก็ถูกต้องสมควรอยู่แล้ว โดยผมอยากจะกล่าวถึงที่มาของแนวคิดในการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ จะเห็นได้ว่าหลายประเทศ ในโลกก็มีการใช้ผู้ไต่สวนอิสระ อย่างเช่น เกาหลี ญี่ปุ์น หรือว่าสหรัฐอเมริกา แต่ในที่นี้ ผมจะกล่าวถึงของประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ เพราะว่าเปึนประเทศที่ใช้ได้อย่างโดดเด่น แล้วก็มีประสิทธิภาพสูง ของประเทศสหรัฐอเมริกาแนวความคิดตั้งขึ้นมาเพราะว่าจะใช้ใน การตรวจสอบกับตําแหน่งสําคัญ ๆ ทางการบริหาร เช่น ตําแหน่งประธานาธิบดี หรือว่า รองประธานาธิบดี โดยเรียกว่า อินดิเพนเดนท์ เคาน์ซิล (Independent council) เปึน หน่วยงานหรือเปึนบุคคลที่ทางอัยการสูงสุดได้เสนอให้ทางศาลอุทธรณ์สหพันธรัฐ โคลัมเบียตั้งที่ประชุมพิเศษเพื่อตั้งบุคคลขึ้นมาพิจารณาคดีความใด ๆ ขึ้น มีตัวอย่างคดี สําคัญมากมายครับที่ผู้ไต่สวนอิสระของสหรัฐอเมริกาได้ไต่สวนแล้วก็ดูแลตรวจสอบ นะครับ จะยกตัวอย่างให้ฟัง อย่างเช่น การล่วงละเมิดทางเพศต่อนางสาวโมนิก้า เลเวนสกี้ ของประธานาธิบดีบิล คลินตัน หรือว่าจะเปึนการใช้อํานาจโดยมิชอบในการเรียกเอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับทางพรรคการเมืองคู่แข่งของประธานาธิบดีบิล คลินตัน เราจะเห็นได้ว่าเปึนคดี ที่สําคัญแล้วก็มีโอกาสสุ่มเสี่ยงที่จะมีอํานาจทางด้านการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้เยอะ เพราะฉะนั้นถ้าอาศัยอํานาจปกติตามธรรมดาองค์กรอิสระก็คงเปึนไปได้ยากที่จะทําคดี หรือว่าตรวจสอบไต่สวนให้บรรลุผล แล้วก็สมประโยชน์กับภาษีของประชาชนนะครับ ผมก็อยากจะกล่าวว่าข้อดีของระบบผู้ไต่สวนอิสระของอเมริกาที่ศึกษามานี่ก็คือ มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน คือเท่าที่ทราบมาจะมีกรอบระยะเวลาในการตั้งครั้งหนึ่ง ประมาณ ๒ ป้ อย่างที่เพื่อนสมาชิกบางคนได้อภิปรายไปแล้ว แล้วก็สามารถต่อได้อีก ๑ ป้ แล้วก็มีความเปึนอิสระสูง ทางฝ์ายบริหารหรือประธานาธิบดีจะเข้าไปยุ่งไม่ได้นะครับ เพราะว่าเปึนองค์กรไต่สวนที่ตั้งแยกต่างหาก จะยกเลิกได้ต่อเมื่อทางอัยการสูงสุด มีความเห็นที่เพียงพอเสนอให้ยกเลิก ส่วนข้อดีของระบบของทางสหรัฐอเมริกาอีกข้อหนึ่ง คือเรื่องงบประมาณที่ค่อนข้างทุ่มเทเข้าไปในการพิจารณาคดีนะครับ จะเห็นได้ว่า ปัญหาของหน่วยงานอิสระของประเทศไทยที่ผ่านมาจะมีปัญหาทางด้านงบประมาณ อยู่โดยตลอด เพราะว่าการได้รับงบประมาณมีไม่เพียงพอ เพราะเนื่องจากคดีแต่ละคดี วัตถุประสงค์ที่เราตั้งผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาเพื่อให้ตรวจสอบเปึนคดีที่สําคัญแล้วก็เปึน การดําเนินคดีต่อบุคคลสําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าค่าตอบแทนหรือว่างบประมาณในการใช้ทําคดี มีน้อยไม่เพียงพอ การจะดําเนินไปให้ถึงจุดสําเร็จของคดีย่อมเปึนไปได้ยากครับ ทีนี้ผมจะ ขอกล่าวเรียนท่านประธานถึงการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระระบบของประเทศไทย ตามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ตามร่างพระราชบัญญัติที่ทางศาลฎีกาผู้ชี้แจง ได้ยื่นมานะครับ ของไทยจะอยู่ในร่างพระราชบัญญัติ มาตรา ๔๔/๖ คือจะให้ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาประชุมคัดเลือกบุคคล ๕ คนที่มีคุณสมบัติเปึนกลาง ทางการเมืองและซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ ซึ่งโดยหลักการแล้วไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่ดี เปึนหลักการที่ดีมาก เพียงแต่ว่าเมื่อบัญญัติตามนี้ล้อมาจากรัฐธรรมนูญก็คงเปึน ภาระหน้าที่ที่เหนื่อยยากของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาที่จะต้องสรรหาบุคคลให้ตรงตาม คํานิยามที่ทางกฎหมายเขียนไว้ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าในประเทศไทยจะมีมากน้อยแค่ไหน ที่มีคุณสมบัติตรงตามกับทางที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาต้องการนะครับ นอกจากความเปึนกลาง ทางการเมืองและความซื่อสัตย์สุจริตที่เปึนที่ประจักษ์แล้ว ทางร่างพระราชบัญญัติก็ได้ บัญญัติถึงคุณสมบัติต่าง ๆ เพิ่มเติมอีก คือให้ล้อของพระราชบัญญัติ ป้ ๒๕๔๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ อย่างเช่น เปึนผู้พิพากษาไม่ต่ํากว่าชั้น ๖ หรือเคยรับราชการไม่ต่ํากว่า ระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า แล้วก็มีลักษณะของความประพฤติหลาย ๆ อย่างต้องเปึน ผู้ประพฤติดีอยู่ในศีลธรรมซึ่งส่วนตัวผมเห็นว่าเหมาะสมอยู่แล้ว เพราะว่าการที่เราจะตั้ง องค์กรอิสระที่สําคัญมาไต่สวนบุคคลสําคัญ เพราะฉะนั้นความประพฤติหรือว่าวุฒิภาวะ หรือวุฒิการศึกษาย่อมต้องสูงครับ ควรจะต้องมีกําหนดแบบแผนให้ชัดเจน แล้วก็ตั้งขั้นต่ํา ให้สูงเข้าไว้เพื่อที่จะทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยข้อดีนะครับ ข้อดีของการตั้งผู้ไต่สวนอิสระในความคิดของผมถือว่า เปึนทางเลือกใหม่ เพราะจากเดิมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของป้ ๒๕๔๒ เป่ดโอกาส ให้ผู้ฟัองร้องมีแค่อัยการแล้วก็ทาง ป.ป.ช. ทีนี้ก็เปึนการเป่ดโอกาสให้มีหน่วยงานใหม่ขึ้นมา เพราะว่าในบางครั้งอย่างที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วว่าทางอัยการก็อาจจะมี ปัญหาในทางสังคมถึงความเปึนกลาง เนื่องจากเปึนหน่วยงานที่ค่อนข้างอิงอยู่กับทาง การเมืองมาโดยตลอดนะครับ และในส่วนของ ป.ป.ช. ในบางครั้งถ้าไม่รับการไต่สวน หรือดําเนินการล่าช้า หรือไต่สวนแล้วไม่มีข้อมูลตามข้อกล่าวหา จึงเป่ดโอกาสเปึนทางเลือก ให้ผู้เสียหายได้มายื่นต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้ตั้งผู้ไต่สวนได้ ผมเห็นว่าเปึนข้อดีนะครับ เพราะว่าเปึนทางเลือกให้กับผู้เสียหายได้ฟัองคดีกับบุคคลสําคัญ
ส่วนข้อดีประการที่ ๒ ที่ได้กล่าวไปแล้วเปึนความสามารถของที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาให้เลือกคนที่มีความรู้และเปึนกลางทางการเมืองและซื่อสัตย์สุจริต รวมถึง มีประสบการณ์ในการพิจารณาคดี ก็เป่ดช่องไว้ดีครับในการที่เราจะหาบุคคลที่มี ความสามารถ ความรู้ และความประพฤติเหมาะสม แล้วก็ศาลยุติธรรมคงเปึนที่พึ่งของ ประชาชนในการหาบุคคลให้ตรงตามคํานิยามเข้ามาทําหน้าที่ผู้ไต่สวนอิสระ
ส่วนข้อดีข้อสุดท้ายที่ผมเห็นว่าค่อนข้างมีความสําคัญ แล้วก็ดีมากที่บรรจุ อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ คืออํานาจในการฟัองเองตามมาตรา ๔๔/๑๑ เพราะจากเดิมจะมีปัญหาโดยตลอดในคํามั่นของผู้ฟัองที่ยื่นต่ออัยการ แล้วอัยการ ตีสํานวนกลับให้สอบใหม่ และบางครั้งไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ถึงประเด็นที่จะยื่นฟัอง ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เป่ดโอกาสให้ทางผู้ไต่สวนอิสระมีอํานาจในการฟัองเอง หรือแต่งทนายเอง ในกรณีที่ตั้งตัวแทนมาคุยกับอัยการแล้วไม่เปึนที่ยุติ ข้อนี้ผมเห็นว่าดีมาก เปึนการอุดช่องโหว่จากประสบการณ์ในอดีตที่เราอาจจะเห็นได้จาก คตส. นะครับ
ส่วนข้อดีมีเยอะ แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน ผมจะกล่าวสั้น ๆ ถึงข้อเสียเพื่อให้ ทางผู้ชี้แจงได้ไปปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการ
ข้อเสียข้อแรก ในบางกรณีความผิดบางประการจะมีหน่วยงานของรัฐ เท่านั้นที่เปึนผู้เสียหาย ทําให้บางครั้งหน่วยงานของรัฐอาจจะเกรงกลัวหรือว่าไม่กล้า ในการใช้สิทธิยื่นคําร้องหรือจะประวิงเวลา เพราะว่าในบางครั้งลูกน้องต้องไปยื่นฟัองนาย ซึ่งเปึนนายกรัฐมนตรีหรือว่ารัฐมนตรีที่กํากับดูแลหน่วยงานนั้น เราก็อาจจะเห็น อย่างตัวอย่างที่ผ่านมาว่ามีหน่วยงานบางแห่งก็ประวิงเวลาล่าช้าในการยื่นคําฟัองกับ ตัวรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีที่เคยกระทําผิดพลาดมา ก็อยากจะให้ทางผู้ชี้แจงอาจจะขยายความของผู้เสียหาย หรือว่าหาวิธีการในการเป่ดกว้าง มากขึ้นให้ผู้เสียหายที่เปึนหน่วยงานของรัฐในคดีที่หน่วยงานของรัฐเปึนผู้เสียหาย ได้มีโอกาสยื่นทางอื่นนะครับ
แล้วก็ข้อเสียประการหนึ่ง ก็อยากจะให้การดําเนินการของผู้ไต่สวนอิสระ เปึนไปด้วยดีแล้วก็มีประสิทธิภาพสัมฤทธิผลเหมือนกับของประเทศสหรัฐอเมริกา มันต้องใช้งบประมาณมหาศาล ดังจะเห็นได้จากตัวอย่าง เช่น อย่างคดีของนายบิล คลินตัน ที่ได้แต่งตั้งอัยการคือ คิวเน็ท สตาร์ ขึ้นมาทํานี่ใช้งบประมาณหลวงของรัฐไปกว่า ๔๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ผลที่สุดก็ไม่สามารถยื่นถอดถอนประธานาธิบดีได้ อันนี้ก็เปึน จุดอ่อนคือการจัดงบประมาณอยากให้จัดให้เหมาะสมแต่ว่าไม่ควรมากเกินไป คือให้เหมาะสมแก่การที่ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
อีกประการหนึ่งของข้อเสียนะครับว่า การตั้งผู้ไต่สวนจะเปึนการซ้ําซ้อนกับ อํานาจหน้าที่ของอัยการหรือไม่ แต่ส่วนตัวผมก็อาจจะมองได้ว่าซ้ําซ้อนแต่ว่าอันเปึนกรณี พิเศษ เพราะว่ากรณีนี้เราดูเฉพาะ ๔ ตําแหน่งสําคัญเท่านั้น คือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภานะครับ ข้อนี้ก็พอรับฟังได้ครับ
ส่วนข้อเสนอแนะสุดท้ายที่ผมอยากจะเสนอผู้ชี้แจงให้ลองกลับไปพิจารณาดู แล้วก็มาคุยกันดูในชั้นกรรมาธิการ คือควรจะระบุการคัดค้านผู้ไต่สวนอิสระเอาไว้ด้วย เพราะในบางกรณีถึงแม้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเปึนที่ยอมรับในแง่ของคุณธรรมจริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริตตั้งบุคคลขึ้นมาแล้วบางครั้งอาจจะผิดพลาดได้ดั่งตัวอย่าง ที่เคยเห็นมาในอดีตนะครับ และถ้าให้ดีควรมีมาตราที่ระบุถึงหลักการตรวจสอบ ผู้ไต่สวนอิสระด้วย เพราะว่าการที่เราจะไปตรวจสอบใครสักคนหนึ่งนั้นตัวเราเองนี่ต้องสะอาด แล้วก็พร้อมให้คนอื่นตรวจสอบเรากลับด้วยครับ
แล้วก็ข้อเสนอแนะข้อที่สอง เรื่องงบประมาณที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ควรจัดให้เหมาะสมแก่ฐานานุรูปแล้วก็ให้มีประสิทธิภาพในการทํางานให้คล่องตัว และให้เปึนอิสระจากหน่วยงานต่าง ๆ ถ้างบประมาณเราไปผูกติดไว้กับหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งก็อาจจะเปึนช่องทางที่ทําให้โดนแทรกแซงจากฝ์ายการเมืองได้นะครับ
ส่วนข้อเสนอแนะข้อที่สาม ก็ตามหลักของผู้ไต่สวนของสหรัฐอเมริกา ผมก็อยากจะให้ทางผู้ชี้แจงได้กําหนดกรอบเวลาในการดําเนินคดีให้ชัดเจน ไม่ทราบว่า เราเป่ดทิ้งไว้ตลอด เพราะว่าในบางครั้งเราอาจจะพูดได้ว่าเปึนคดีสําคัญสังคมจับตา แต่มันไม่มีกฎหมาย หรือว่าไม่มีข้อบังคับใดจะบังคับว่าเราควรต้องทําคดีให้จบภายใน เมื่อไร ก็อาจจะเปึนต้นเหตุของการประวิงเวลาทําให้การดําเนินคดีล่าช้าได้ก่อให้เกิด ความเสียหายครับ
ส่วนข้อเสนอแนะข้อที่สี่ ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าไม่ควรให้ตั้งอัยการ เปึนผู้ไต่สวนพิเศษ เพราะว่ามันก็จะเปึนการซ้อนอยู่แล้ว เพราะว่าคนที่จะมาร้องกับ ผู้ไต่สวนเขาคงจะต้องหนีมาจากชั้นอัยการ เพราะถ้าเราตั้งอัยการเข้ามาอีกผมว่ามันก็จะ เปึนการซ้ําซ้อน ควรจะคัดเลือกจากผู้พิพากษาหรือไม่ก็บุคคลอื่น สาขาอื่นที่มี ความเชี่ยวชาญทางเรื่องที่ไต่สวนครับ
อีกประเด็นหนึ่งนอกจากผู้ไต่สวนอิสระที่ผมค่อนข้างเห็นด้วยคือ การอุทธรณ์ เพราะว่าการตรวจสอบ ตรวจทาน การทําใด ๆ ก็ตามย่อมเปึนผลดีมากกว่า การทําเพียงชั้นเดียวอยู่แล้ว แล้วก็ให้โอกาสกับผู้ที่ถูกร้องได้แก้ตัวอีกชั้นหนึ่งนะครับ อย่างเช่น ท่านผู้ที่อภิปรายไปก่อนหน้าผมที่บอกว่าคนเราถ้าทําผิดอย่างไร พิพากษา มาอย่างไรผลก็ต้องออกมาเหมือนเดิมเพื่อเปึนการค่อนข้างให้ชัวร์แล้วก็แน่นอนกว่าครับ
โดยสรุปครับ กระผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติ ที่สําคัญ แล้วก็ควรจะต้องผ่านเพื่อบังคับใช้อย่างรวดเร็วนะครับ โดยหลักการทั้งหมดทางผม ก็ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะว่าได้ล้อให้สอดคล้องกับทางรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพียงแต่ว่า รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ คงจะต้องมาคุยแล้วก็ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เพราะว่าเรื่องผู้ไต่สวน อิสระเปึนเรื่องใหม่ยังไม่เคยใช้ในสังคมไทยมาก่อน แล้วก็ค่อนข้างสําคัญ แล้วก็เกี่ยวข้อง โดยตรงกับตําแหน่งสําคัญทางการเมืองและมีอํานาจคล้าย ๆ กับ ป.ป.ช. ซึ่งอํานาจค่อนข้างมากก็จึงต้องกําหนดกฎเกณฑ์แล้วก็คุณสมบัติ กติกาให้ชัดเจน ให้เชื่อมั่นได้ว่าการตั้งขึ้นมาตั้งแล้วจะเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติและคุ้มค่าภาษีอากร ของประชาชนอย่างแท้จริงนะครับ ก็ให้สมกับที่ศาลยุติธรรมเปึนที่พึ่งของประชาชน มาโดยตลอด ขอบพระคุณครับ
เชิญดอกเตอร์พีรพันธุ์ครับ