สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พูดถึงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเน้นย้ำว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดภารกิจ ขอบเขต อำนาจหน้าที่ วิธีการไต่สวน และการดำเนินการอื่น ๆ ที่จำเป็นของผู้ไต่สวนอิสระ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแต่งตั้งผู้พิพากษา การก่อตั้งคณะผู้ไต่สวน และการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตในทางการเมือง โดยเรียกร้องการใช้อํานาจตามกฎหมายใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงวันนี้ ต้องขอบคุณทางคณะผู้พิพากษาที่ได้ทําหน้าที่ ทั้ง ๆ ที่ความจริงไม่ใช่หน้าที่หลักของท่านเลยคือการยกร่างกฎหมาย แต่เผอิญรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้กําหนดให้เปึนภาระหน้าที่ของทางศาลที่จะต้องเสนอกฎหมายฉบับนี้ท่านจึงต้อง ทําหน้าที่ซึ่งไม่ได้เปึนภาระหน้าที่ที่คุ้นเคยกับอาชีพหลักตามปกติของท่าน แต่ก็ต้อง ยอมรับว่าท่านทําหน้าที่ได้ดีครับ อย่างน้อยก็ดีพอสมควร ที่ผมเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่า ถ้าหากว่าไปดูในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนเอาไว้เยอะ ถึงกฎหมายที่จะเปึนเรื่องที่สําคัญของการบริหารประเทศในการดูแลสังคมของเรา ให้มีความเปึนธรรมแล้วก็น่าอยู่ ผมใช้คําว่าน่าอยู่ เพราะว่าถ้าสังคมมันไม่มีความเปึนธรรม ไม่มีความชอบธรรมมันอยู่ไม่ไหว กฎหมายหลายฉบับในรัฐธรรมนูญนี้ได้เขียนไว้เปึนหน้าที่ ของรัฐบาล ซึ่งได้กําหนดเอาไว้ว่าภายใน ๑ ป้บ้าง ๒ ป้บ้าง แล้วก็หนึ่งในนั้นเปึนหน้าที่ ของทางศาลก็คือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ก็คือสิ่งที่เราได้กําลังพิจารณาจะพูดกันในวันนี้ ในการพิจารณาวันนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่า ก็มีเพื่อนสมาชิกแสดงความคิดเห็น อย่างกว้างขวางหลายเรื่อง แล้วก็ประเด็นที่สําคัญที่สุดที่มีการปรับปรุงแก้ไขกันก็คือ การที่จะต้องให้สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ความจริงกฎหมายฉบับนี้ มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าต้องปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้อง แล้วประเด็นที่สอดคล้อง ต้องสอดคล้องนั้นที่สําคัญและไม่เคยเกิดขึ้นอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนพูดไปก็คือ เรื่องของต้องมีผู้ไต่สวนขึ้นมา ประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานก็คือในกรณี อันนี้หลายอย่างแม้เราเห็นด้วยหรือเราไม่เห็นด้วยในร่างที่ทางศาลได้ส่งเข้ามานั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าทั้งหมดท่านได้เขียนตามหลักเกณฑ์ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกหลายท่านอาจจะมีความไม่เห็นด้วยในบางเรื่อง ผมเองบางเรื่อง ก็ไม่เห็นด้วยแต่ว่ามันเปึนรัฐธรรมนูญครับ เชื่อมั่นว่าแม้ทางศาลเอง ผู้พิพากษาเอง หลายท่านก็อาจจะคิดว่าทําไมเขียนมาอย่างนี้ แต่เพราะว่ามันเปึนไปตามที่รัฐธรรมนูญ เขียนไว้ท่านจึงจําเปึนต้องเขียนหลายอย่างที่สอดคล้องกลับมาในนี้ แต่ว่าในส่วนที่เปึน ประเด็นหลักที่ทําให้เปึนหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร แล้วซึ่งในอนาคตก็ต้องมี คณะกรรมาธิการวิสามัญมา ก็เพราะว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กําหนดเอาไว้ว่า ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้ไต่สวนก็จะต้องไปว่ากันในเรื่องของอํานาจหน้าที่อะไร ต่าง ๆ อีกหลายเรื่อง ซึ่งก็จะกลายเปึนเรื่องของกฎหมายที่จะต้องเกิดขึ้นใหม่ ซึ่งผมเข้าใจว่า ก็มาทําหน้าที่ในเรื่องของกฎหมายฉบับที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้ เพราะฉะนั้นกฎหมาย ฉบับนี้ไม่ได้เปึนแต่เพียงที่จะมาบอกว่าเปึนการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เท่านั้นนะครับ แต่ว่าจะเปึนการกําหนดภารกิจขอบเขต รวมไปถึงอํานาจหน้าที่วิธีการไต่สวนและการดําเนินการอื่นที่จําเปึนของผู้ไต่สวนอิสระ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะเจ้าของร่าง ผมใช้คําว่าเจ้าของร่าง ก็แล้วกันนะครับท่านประธานว่าหลายเรื่องในนี้ โดยหลักการก็คงไม่มีใครไม่เห็นด้วย วันนี้การลงมติในวาระแรก วาระรับหลักการก็คงจะไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ประเด็นสําคัญ ผมคิดว่าต้องไปอยู่ในการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็กลับมาสภา ในวาระ ๒ วาระ ๓ ผมดีใจอย่างหนึ่งครับว่าคณะที่ผู้ร่างเปึนผู้ที่เชี่ยวชาญ ด้านกฎหมายทั้งนั้น แล้วก็เชื่อมั่นว่าในการพิจารณาก็คงจะมีความเปึนกลางในแง่ของความคิดเห็นก็คือว่า ช่วยกันรับฟังความคิดเห็นของฝ์ายสมาชิกที่เข้าไปเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม เพื่อที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข ที่ผมเรียนอย่างนี้เพราะว่าที่ผ่านมาหลายฉบับครับ ที่เปึนร่างของทางรัฐบาลแล้วก็คณะเจ้าของร่างไม่ค่อยฟัง พอไม่ค่อยฟังเสร็จออกมา บางครั้งก็ทําให้เกิดความเสียหายอย่างที่ปรากฏไปแล้วหลายฉบับ ผมอยากกราบเรียน เปึนอันดับแรกในเรื่องที่ต้องพิจารณาอยู่ในฉบับนี้นะครับท่านประธาน ประเด็นเรื่องของ การแต่งตั้งองค์คณะผู้พิพากษาที่จะเข้ามาทําหน้าที่พิจารณาอะไรต่าง ๆ ที่มีการปรับปรุง ให้สอดคล้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมไม่ค่อยได้ติดใจเท่าไร แต่ถ้าหากว่า ไม่ได้เปึนคณะกรรมาธิการเพราะว่าคงจะต้องไปอยู่ที่คณะอื่นก็คงจะต้องขออนุญาตแปรญัตติ เข้าไปในหลายเรื่อง แต่ก็ต้องขอถือโอกาสนี้กราบเรียนผ่านท่านประธานไปเพื่อเปึน แนวทางหรือว่าเปึนข้อสังเกตให้ท่านที่เข้ามาเกี่ยวข้องเปึนเจ้าของร่างหรือที่จะไปเปึน คณะกรรมาธิการไปพิจารณาในรายละเอียดตามแนวทางที่ผมคิดว่าต้องขออนุญาต ท่านประธานขึ้นมากล่าวในที่นี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หัวใจของกฎหมาย ฉบับนี้มันไปอยู่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๕ ที่บอกว่า วางหลักไว้ว่าในกรณี ที่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองต่าง ๆ ถูกกล่าวหาว่าร่ํารวยผิดปกติ แล้วก็กระทําความผิด ต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกระทําความผิดต่อตําแหน่ง หน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นก็ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองมีอํานาจพิจารณาพิพากษา ตามวรรคแรกของมาตรา ๒๗๕ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าท่านประธานได้กรุณาดูให้ดีท่านประธานจะเห็นว่ามันจะมี ความผิดอยู่ ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็คือเปึนความผิดที่ไม่เกี่ยวกับความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา คือความผิดในกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าร่ํารวยผิดปกติ อันนี้ ไม่มีอยู่ในกฎหมายอาญา แปลว่า การกระทําความผิดฐานร่ํารวยผิดปกติมันไม่มีบัญญัติ โทษไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ไม่มีความผิดฐานจําคุกที่ต้องไปติดคุกนะครับ แต่ว่า ความผิดอื่นครับ เช่น กระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมาย อาญาเห็นไหมครับ หรือการกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ ตามกฎหมายอื่น ตรงนี้ครับท่านประธาน มันเปึนความผิดที่เปึนอาญาแผ่นดิน ที่ผม กราบเรียนท่านประธานตรงนี้ก็เพราะว่าเมื่อเช้าท่าน ขออภัยเอ่ยนาม ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ได้กราบเรียนท่านประธานเอาไว้ในกรณีของเรื่องผู้เสียหาย ถ้าหากท่านประธานดูตรงนี้ จะเห็นได้ชัดครับว่าในความผิดที่ ๒ ที่ผมเรียนว่ามันเกี่ยวข้องกับความผิดทางกฎหมาย อาญานั้นมันมีความชัดเจนว่าใครคือผู้เสียหาย ตามหลักกฎหมายของเรามันมีกฎหมาย ง่าย ๆ อยู่ ๒ ฉบับ คือกฎหมายแพ่งกับกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งดูการกระทบสิทธิ ไม่ได้ดูเรื่องความเสียหายเปึนหลัก ผู้ใดถูกละเมิดสิทธิก็มีสิทธิที่จะฟัองคดีทางแพ่ง ในทาง อาญานี่ครับที่ต้องเปึนผู้เสียหาย ทีนี้ในความผิดอาญามันชัดเจนว่าความเสียหายหรือ ผู้ที่ได้รับความเสียหายนั้นใครคือผู้เสียหายที่จะดําเนินการ แต่ว่าในความผิดอันแรกที่ผม ได้กราบเรียนท่านประธานว่าผู้ถูกกล่าวหาว่าร่ํารวยผิดปกติ ถ้าท่านประธานอ่านต่อไป จะเห็นว่าในรัฐธรรมนูญที่เราจะต้องดําเนินการปรับปรุงแก้ไขนี่นะครับไปเขียนต่อเอาไว้ ในวรรคท้าย ๆ ของวรรคสี่ บอกว่า ผู้เสียหายจากการกระทําความผิดดังกล่าวจะยื่น คําร้องต่อคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติให้ดําเนินการตาม มาตรา ๒๕๐ (๒) แล้วก็หรือจะไปตามขั้นตอนต่อ ๆ ไปจนถึงเรื่องของผู้ไต่สวนอิสระ ประเด็นที่ผมอยากจะขอตั้งเปึนข้อสังเกตและฝากท่านประธานไปยังคณะผู้ร่างและผู้ที่จะ ทําหน้าที่คณะกรรมาธิการวิสามัญก็คือว่า ผมได้ตรวจดูร่างตรงนี้ไม่มีความชัดเจนในคดี ที่เกี่ยวกับเรื่องของร่ํารวยผิดปกติใครคือผู้เสียหาย เราจะถือว่าใครคือผู้เสียหายที่จะเปึน ผู้มีสิทธิ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็คงจะทราบว่าในคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง โดยตรง ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมักจะเกี่ยวข้องกับกรณีความผิดที่ ๑ มากที่สุด คือ เรื่องของการร่ํารวยผิดปกติ ส่วนเรื่องของการใช้อํานาจหน้าที่ไม่ชอบ ไปทุจริตต่อหน้าที่ อันนั้นอีกประเด็นหนึ่งแต่น้อย ประเด็นที่มักจะถูกกล่าวหาคือเรื่องของการทุจริต เรื่องของ การคดโกง ใช้ภาษาอย่างนี้ง่าย ๆ แล้วร่ํารวยผิดปกติ ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ก็คือว่า กลัวกฎหมายมันเขียนมาแล้วก็ใช้ไม่ได้เพราะไม่รู้จะใช้อย่างไร ใครคือผู้เสียหายในกรณีร่ํารวยผิดปกติที่จะไปขอใช้สิทธิที่เรากําลังจะบอกว่าเปึนของใหม่ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองวันนี้แล้วรวมไปถึงเรื่องของการไต่สวนอิสระ เพราะถ้าหากว่าตรงนี้ ไม่มีความชัดเจน ท่านประธานครับ ท้ายที่สุดหาไม่ได้ครับว่าใครคือคนที่เปึนเจ้าของสิทธิ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญหรือที่จะเขียนในกฎหมายลูกที่เรียกว่ากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ส่วนในกรณีเรื่องของทุจริตต่อหน้าที่หรือใช้อํานาจหน้าที่โดยมิชอบ ในความผิดที่ ๒ นั้นไม่ค่อยเปึนปัญหา เพราะว่าการพิจารณาว่าบุคคลคนนั้นมีลักษณะ หรือไม่ สามารถจับหลักในกฎหมายอาญามาเปึนเกณฑ์ในการพิจารณาถึงเรื่องความเปึน ผู้เสียหายได้ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมคิดว่าถ้าหากว่าเราจะมุ่งไปในจุดเรื่องของการ ปัองกันการทุจริตประพฤติมิชอบที่ไม่ได้ไปถึงขั้นไปดําเนินคดีอาญา หรือว่าไปพิสูจน์กัน ในชั้นว่าโกงในเรื่องของมีหลักฐานอะไรก็แล้วแต่ แต่เปึนเรื่องของร่ํารวยผิดปกติ ตรงนี้ผม ดูแล้วในที่ร่างเข้ามาไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนและยังไม่ได้วางแนวเอาไว้เปึนกรอบ ซึ่งผมคิดว่า ตรงนี้ไม่ควรที่จะไปเปึนแนวหรือเปึนกรอบที่จะออกเปึนระเบียบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หรือให้ท่านประธานศาลฎีกาหรือหัวหน้าแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องของสิทธิเสรีภาพ เปึนเรื่องของความถูกต้องชอบธรรม ซึ่งตามหลัก ทฤษฎีกฎหมายแล้วควรจะเปึนหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะเปึนคนบัญญัติสิทธิ หรือกําหนดกรอบแนวทางไว้ให้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเปึนเรื่องแรก และเปึนเรื่องสําคัญและเปึนหัวใจของกฎหมายฉบับนี้ที่คงจะต้องขออนุญาตฝาก ท่านประธานไป เพราะหากว่าตรงนี้ไม่มีความชัดเจนในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ กลับเข้ามาในวาระ ๒ วาระ ๓ แล้วผมคิดว่าตรงส่วนนี้คงจะทํางานได้ลําบากแล้วก็คงจะ ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์เปัาหมายตามที่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้กําหนดไว้ หรือที่กฎหมายลูกที่ท่านได้พยายามปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องจะทําหน้าที่ได้

ในประเด็นที่ ๒ ที่อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะเจ้าของร่าง แล้วก็ที่จะไปเปึนตัวหลักอยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็คือในเรื่องของผู้ที่จะทําหน้าที่ เปึนผู้พิพากษาที่เข้ามาทําหน้าที่พิจารณาคดี ซึ่งในมาตรา ๗ ได้ปรับปรุงแก้ไขมาตรา ๑๓ ไว้ว่า เมื่อมีการฟัองคดีต่อศาลให้ประธานศาลฎีกาเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือก ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษา อาวุโสในศาลฎีกาที่รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดํารงตําแหน่งแล้วเปึน องค์คณะผู้พิพากษาเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีโดยเร็ว แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสิบสี่วันนับแต่ วันยื่นฟัองคดี ตรงนี้ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผิว ๆ เผิน ๆ ก็ไม่มีอะไรมาก ผมดูอย่างนี้ต้องถามว่าทําไมเขาถึงแก้ตรงนี้ เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญถ้าหากว่า ท่านประธานไปดูตรงนี้ไม่มีนะครับ ไม่มี ผมเข้าใจว่าที่ท่านต้องแก้ตรงนี้เอาไว้เข้าใจว่า อาจจะเปึนเพราะว่าต้องการให้เกิดความชัดเจนว่าใครในระดับไหนที่จะมีโอกาสมีสิทธิ จะได้ไม่ต้องเกิดการโต้เถียงกัน แต่สําหรับผมในแง่ที่เคยอยู่ในฝ์ายการเมืองมานานแล้ว ผมคิดว่าตรงนี้ถ้ามองในแง่ร้ายก็คือว่าเปึนการป่ดช่องไม่ให้มีการวิ่งเต้นกันครับ ถ้าไม่มี ความชัดเจนอย่างนี้ ท่านประธานครับ ในระหว่างดํารงตําแหน่ง ในระหว่างที่จะมี การแต่งตั้งเกิดจังหวะพอดีแต่งตั้งใครก็ไม่รู้เข้ามาเปึนผู้พิพากษา แต่ยังไม่ทันโปรดเกล้าฯ เข้ามาเปึนได้เลยครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมคิดว่าที่เขียนไว้นี่ แม้ตรงนี้ไม่ได้เขียนไว้ใน รัฐธรรมนูญ แต่ว่าไม่ได้เกินเลย และทําหน้าที่ได้ และผมคิดว่ากําหนดกรอบที่เขียนไว้ ตรงนี้เปึนเรื่องดี แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่าจะใช่อย่างที่ผมบอกหรือเปล่าก็สุดแล้วแต่ แต่ถือว่าเปึนความรอบคอบของทางศาลและของคณะผู้ร่างทีเดียว ตรงนี้ผมขอสนับสนุน แต่มีประเด็นที่อยากจะฝากไว้ตรงนี้ครับว่า บอกว่าแต่ต้องไม่เกิน ๑๔ วันนับแต่วันยื่นฟัอง คดี ผมคิดว่าระยะเวลาต่าง ๆ ที่อยู่ในกฎหมายเราต้องมีความชัดเจนว่าที่มาที่ไป ผมก็ อยากจะทราบว่าท่านเอาหลักเกณฑ์อะไรมาพิจารณาว่า ๑๔ วัน ทําไมไม่เปึน ๗ วัน ทําไมไม่เปึน ๒๑ วัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เกิดความชัดเจนว่าเหตุที่ต้องใช้ ๑๔ วัน เพราะอะไร ทําไม ๒๑ วันมันไม่เหมาะกว่า ๑๔ วัน หรือ ๓๐ วันมันไม่เหมาะกว่า หรือถ้า ให้เกิดความชัดเจนขึ้นมาอีกอันหนึ่งว่าเพื่อสกัดการวิ่งเต้นหรือจัดตั้งคนเข้ามาเอาสัก ๗ วันเลยดีไหม เพราะฉะนั้นต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมคิดว่าคงจะต้องมาทําความชัดเจนกันอีก อันหนึ่ง

แล้วก็หลักเกณฑ์อีกอันหนึ่งซึ่งผมคิดว่าก่อนจะข้ามไปเรื่องประเด็นหลักคือ เรื่องผู้ไต่สวนอิสระที่คงต้องขออนุญาตท่านประธานกล่าวไว้ตรงนี้ ก็คือที่รัฐธรรมนูญได้เขียนเพิ่มเติมมาใหม่ในเรื่องของการใช้อํานาจตามหมวดนี้นะครับ ก็คือเราจะใช้กับผู้ที่เปึนตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน รวมถึงผู้ให้ ผู้ขอให้หรือรับว่า จะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลตามวรรคหนึ่ง คือผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองด้วย ผมคิดว่าตรงนี้จะเปึนหัวใจและประเด็นสําคัญอีกอันหนึ่งของเรื่องนี้ ความจริงคนที่กระทําความผิดเราต้องถือว่ากระทําความผิดร่วมกันอยู่แล้ว แม้รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันป้ ๒๕๕๐ มาตรานี้วรรคสองไม่เขียนไว้ ผมคิดว่าในทางปฏิบัติจริง ๆ ก็น่าจะใช้ หลักกฎหมายอาญาเรื่องตัวการ ตัวแทน เรื่องของผู้ใช้ ผู้สนับสนุนเข้ามาได้ แต่การที่เขาได้ เขียนเอาไว้เปึนการชัดเจนแบบนี้ ผมคิดว่าจะได้หมดประเด็นปัญหาไป แล้วการที่กฎหมาย ฉบับนี้มาเขียนล้อตรงนี้เข้าไปก็น่าจะเปึนการย้ําและให้เกิดความชัดเจน แต่ผมอยากจะให้ทํา หน้าที่ด้วยความพิจารณาให้ถ่องแท้ เพราะว่าผมอยากกราบเรียนครับว่า ในทางการเมือง มันลึกซึ้งสลับซับซ้อนมากกว่าคดีกฎหมายปกติที่เราเคยทํางานกันมา มันไม่เหมือนอย่างที่ เราเคยคุ้นกับการทําหน้าที่ผู้พิพากษาในคดีอาญาปกติ มันมีความสลับซับซ้อน มีความลึกซึ้ง ในเรื่องการใช้ เรื่องการสนับสนุน เรื่องการจูงใจ เรื่องของการให้ ผมขอยกตัวอย่างในกรณี ที่หลายคนได้ยกตัวอย่างไปแล้ว ความจริงไม่อยากจะไปยกเรื่องนี้แต่คิดว่ามันก็ได้ เปึนเรื่องเดียวกันไปหมด เช่น กรณีของท่านสุนัย มโนมัยอุดม คือผมอยากกราบเรียนครับว่า ความผิดของท่านเปึนแค่ความผิดฐานหมิ่นประมาท ผิดจริงหรือเปล่าก็ยังไม่ทราบด้วย แล้วก็ออกหมายเรียก ท่านประธานลองนึกดูสิครับว่า ความจริงมันมีความผิดมากกว่านี้ หลายคนครับมาถามผมในฐานะนักการเมือง หมิ่นประมาทออกหมายเรียกไปขอศาล ออกหมายจับ แล้วหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทําไมมันเงียบอยู่ครับ ลักษณะอย่างนี้ที่ทําให้ เกิดข้อสงสัย แล้วที่สงสัยมากขึ้นไปอีกถ้าหากท่านประธานย้อนหลังไปดูความผิดที่เคย เกิดขึ้นในอดีตโดยการกระทําของบุคคลในตําแหน่งสําคัญ ๆ ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายการเมือง หรือฝ์ายข้าราชการประจํานะครับ ทําไมตํารวจสามารถไปสอบปากคําถึงที่ทํางานได้ โดยเฉพาะบรรดารัฐมนตรีหลายคนตํารวจไม่ต้องออกหมายเรียกครับไปถามถึงที่เลย ผมยกตัวอย่างที่ชัดเจนอีกอันครับ เช่นกรณีไหนครับ กรณีค่าโง่ทางด่วนที่เปึนการโกงบ้าน โกงเมืองโกงชาติแผ่นดิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีหลายคนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง มีการกล่าวหาทําไมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถไปสอบถึงที่โดยไม่ต้องออกหมายเรียก แต่คดีนี้ทําไมถึงออกหมายเรียกแล้วไปขอหมายจับ ผมไม่อยากไปตําหนิผู้พิพากษาหรือศาล เพราะท่านก็ทําตามหน้าที่ เมื่อเข้าองค์ประกอบท่านก็ทําหน้าที่ไป แต่คนที่เอาเรื่องไป เสนอสิครับเห็นไหมครับ ท่านประธานคิดว่าอยู่ดี ๆ เจ้าหน้าที่ตํารวจธรรมดาพวกนั้น เขาอยากจะทําให้เกิดปัญหา ลักษณะอย่างนี้เปึนไปได้ไหมครับว่ามีการจูงใจ หรือมีการ กระทําอะไร ลักษณะใช้อํานาจหน้าที่ในทางที่เอื้ออํานวยหรือลักษณะใดลักษณะหนึ่งกับ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ความจริงเจ้าหน้าที่ของรัฐมีทั้งดีและไม่ดีแม้แต่ศาล ผมเองก็เคยเปึนศาล เพราะฉะนั้นมีทั้งดีและไม่ดี เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกไปพูดว่าทําไม หลายคนครับบอกว่า เปึนห่วงศาล ไม่ต้องห่วงครับ ศาลเปึนมนุษย์เหมือนที่พวกเราบอกว่าเราก็เปึนประชาชน ศาลก็เปึนประชาชน มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ต่างกันแต่เพียงว่าวันนี้ต้องยอมรับว่า ระบบศาล ระบบผู้พิพากษาเปึนระบบที่ดีที่สุด และเปึนระบบที่น่าเชื่อถือที่สุดสําหรับ ประเทศวันนี้ หลายคนบอกว่าเคยเกิดวิกฤติตุลาการ แน่นอนครับมันเปึนปัญหาเกิดขึ้นได้ แต่วิกฤติตุลาการเปึนวิกฤติทางความคิดครับ ไม่ใช่วิกฤติเรื่องของการทุจริต ไม่ใช่วิกฤติ เรื่องของการแย่งชิงอํานาจทางการเมืองเหมือนที่เกิดขึ้นในบ้านวันนี้ เพราะฉะนั้น เทียบกันไม่ได้ หลายคนฟังแล้วเดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าศาลเองไม่น่าเชื่อถือ มันเปึนเพียงแค่ วิกฤติทางความคิดแล้วก็จบกันไป ไม่ใช่เรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ แน่นอนครับ มีเหมือนกัน บางคนยกตัวอย่างแต่ว่าสิ่งที่ออกมานั้นคือแนวทางที่จะชี้ให้เห็นว่าศาล เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นทําลายทันที คนที่จะทําให้เกิดความเสียหายแก่วงการของศาล และความเชื่อถือของศาล ถ้าหากว่าพวกเราในสภาผู้แทนราษฎรหรือทางฝ์ายการเมืองได้ ยึดถือแนวทางเหมือนที่ศาลทํา ผมเชื่อครับว่าเราจะสามารถทําให้บ้านเมืองนี้ดีขึ้นมาได้ ประเด็นสําคัญก็คือว่าเราจะมีผู้ไต่สวนอิสระตามกฎหมายใหม่ ผมเห็นด้วยกับ หลายคนครับว่าผู้ไต่สวนอิสระจะทําหน้าที่อย่างไร ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเคยมีหรือเราไม่เคยมี มันอยู่ที่ว่าเมื่อมีแล้วจะทําอย่างไร แล้วทําหน้าที่ได้ตามวัตถุประสงค์เปัาหมายที่มีไว้หรือไม่ ผมคนหนึ่งครับผมไม่เชื่อเรื่องคน วันนี้ตุลาการอาจจะเปึนกลุ่มคนที่น่าเชื่อถือที่สุด วันหน้าไม่มีใครทราบ วันนี้ฝ์ายการเมือง อาจจะถูกมองในแง่ร้ายมากไม่น่าเชื่อถือ วันหน้าก็ไม่มีใครทราบ เพราะฉะนั้น เราไม่สามารถพึ่งในเรื่องของตัวคนได้ สิ่งที่เราต้องทําให้ดีคือเราต้องวางระบบครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะมีคณะหรือจะมีผู้ไต่สวนอิสระก็เปึนหน้าที่ของท่านกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะต้องไปวางระบบตรงนี้ให้ดี อยากจะให้ไปวางอยู่บนพื้นฐาน ของความเปึนมนุษย์หรือความเปึนตําแหน่ง ที่ผมเรียนตรงนี้ก็จะเห็นว่าแม้แต่รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายเราแก้ไขตรงนี้ เราได้ไปเขียนล้อเลียนออกมาว่าจะต้องมีความเปึนกลาง ทางการเมือง หลายคนได้พูดไปก่อนหน้าผม ท่านประธาน อะไรครับแล้วจะพิสูจน์อย่างไร ผมไม่สบายใจอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่าเวลาเราทํากฎหมายหรือเราเสนอแต่งตั้งคน เรามักจะดูว่าคนนี้อาวุโสไหม คนนี้เปึนผู้ใหญ่ไหม คนนี้อยู่ตําแหน่งนั้นไหม แต่ว่าความสุจริตใจ ความจริงใจ และความเปึนกลางทางการเมืองนั้น จริง ๆ แล้วไม่ได้ อยู่กับว่าเปึนชั้นไหน ยศไหน ตําแหน่งอะไร นี่เปึนประเด็นที่ผมอยากจะฝากไว้ข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ข้อที่ ๒ ก็คือว่าตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และตามที่ท่านกําลังปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้กําหนด ว่าจะต้องมีองค์ประกอบของผู้ไต่สวนหรือคณะผู้ไต่สวนแบบไหน แต่นั่นคือสิ่งที่ท่านคิด กันขึ้นมาว่าอย่างนี้เหมาะ ผมอยากจะกราบเรียนว่า อยากจะฝากไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ครับว่าวันนี้ไม่ได้แปลว่ามีตําแหน่งตรงนั้นแล้วเหมาะเสมอ และไม่จําเปึนต้องมี ทุกองคาพยพที่เข้ามาเกี่ยวข้อง หลายคนพูดถึงว่าทําไมต้องมีอัยการไม่ต่ํากว่าระดับ ๖ ผมก็สงสัยเหมือนกันครับ เพราะว่าวันนี้ต้องยอมรับว่าทางฝ์ายอัยการนั้นกับทางฝ์ายศาล ทํางานไม่เหมือนกัน การทําหน้าที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก็ทํางานไม่เหมือนกัน ผู้พิพากษานั้น ยิ่งใหญ่ยิ่งหด เรียกอย่างไรครับเปล่าเปลี่ยว ท่านเกรียงชัยกับท่านผู้พิพากษาคงทราบดี เพราะยิ่งสูงยิ่งต้องทํางานคนเดียวเขาไม่ให้ใครยุ่ง ในขณะที่ฝ์ายอื่นยิ่งตําแหน่งใหญ่ ยิ่ง โอ้โฮ ใกล้ชิดคนเยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดว่าเราเอาระดับนั้น ระดับนี้ เข้ามา นั่นละครับพรรคพวกมากขึ้นกว่าพวกเราอีก และโดยเฉพาะทางฝ์ายอื่นนั้น หลายคนเขาทํางานใกล้ชิดกับรัฐบาลก็คือใครครับคือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่จะต้องเข้ามาถูกดําเนินคดีตามกฎหมายนี้นั้นเอง ผมจึงอยากจะขอฝากในประเด็นนี้ เข้าไปว่าไปพิจารณาให้ชัดอีกอันหนึ่ง และในประเด็นเดียวกันนี้ครับมีเพื่อนสมาชิกบางคน ได้พูดถึงเรื่องของงบประมาณเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เพราะมีเขียนไว้ในกฎหมาย ผมไม่ได้เปึนห่วง เรื่องนั้นแต่ผมเปึนห่วงเรื่องอะไรครับ ผมเปึนห่วงเรื่องที่ว่าผู้ไต่สวนมีฐานะเปึนอะไร แน่นอนครับท่านไปเขียนให้ใช้มาตรา ๓๘ มาบังคับกับผู้ไต่สวนอิสระโดยอนุโลมด้วย แต่ว่าการทําหน้าที่ผู้ไต่สวนอิสระไม่ใช่ทําหน้าที่ผู้พิพากษานะครับ แม้แต่บอกว่าเงื่อนไข ของการเปึนผู้ไต่สวนอิสระนั้นคุณสมบัติอันหนึ่งต้องมาจากการเปึนผู้พิพากษา ถ้าหากว่า ไปล้อเลียนกับมาตรา ๓๘ หรือว่าในตําแหน่งอื่นก็สุดแล้วแต่ แต่คนละสถานะ คนละ ตําแหน่ง ประเด็นก็คือว่าถามว่าเราเชื่อถือตัวบุคคลได้ไหม ผมไม่เชื่อ แต่สิ่งที่ต้องวางคือ วางระบบให้ดี ก็แปลว่าเราต้องคิดไปด้วยครับว่าถ้าหากว่าผู้ไต่สวนอิสระใช้อํานาจหน้าที่ ไม่ชอบหรือว่าท้ายที่สุดแล้วเข้าข้างใครโดยมีผลประโยชน์หรือมีอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง พูดง่าย ๆ ทุจริตต่อหน้าที่ควรจะมีโทษไหม คนเหล่านี้ควรจะมีความผิดด้วยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นควรจะเขียนให้ชัดเจนไหมว่าผู้ไต่สวนอิสระเหล่านี้เมื่อมาทําหน้าที่ตรงนี้ หน้าที่เฉพาะตรงนี้เปึนเจ้าพนักงานตามกระบวนกฎหมายอาญาซึ่งต้องติดคุกได้ด้วยไหม ถ้าหากทุจริตต่อหน้าที่ถ้าไม่มีตรงนี้ผมคิดว่าท่านสร้างระบบให้ตายก็มีปัญหา แล้วท้ายที่สุดก็เกิดปัญหา ผมจะไม่พูดซ้ํากับเพื่อนสมาชิกบางท่านที่บอกว่าน่าจะมีระบบ คัดค้าน ตรงนั้นก็คือเรื่องของการคัดค้านไม่ให้ทําหน้าที่ แต่ประเด็นสําคัญคือว่า ถ้าคัดค้านแล้วล้มเหลวแต่ท้ายที่สุดแล้วมีปัญหา ผมขอยกตัวอย่างให้เปึนเรื่องเดียวกัน อีกครับ กรณีค่าโง่ทางด่วนเปึนอย่างไรครับ อนุญาโตตุลาการเห็นไหมครับ ฉะนั้นตรงนี้ล่ะครับที่ผมอยากจะกราบเรียนผ่านไปว่าเราอย่าเชื่อถือในบุคคล เราต้องวาง ระบบให้ดี ให้รอบคอบ และอีกประการหนึ่งในส่วนนี้ท่านประธานครับ มีการเขียนไว้อยู่ดี ๆ โผล่ขึ้นมาเลยครับ ผมก็ตกใจ โผล่ขึ้นมาว่าอย่างไรครับ ผมขออนุญาตอ่านนิดหนึ่งครับ ในมาตราที่เพิ่มเติม มาตรา ๔๔/๑๔ บอกว่า ให้ผู้ไต่สวนอิสระและบุคคลที่ได้รับการมอบหมาย หรือแต่งตั้งให้ช่วยเหลือในการดําเนินงานของผู้ไต่สวนอิสระได้รับค่าป์วยการ ค่าพาหนะ ค่าเช่าที่พักและค่าอะไรต่าง ๆ ผมไม่ติดใจครับ แต่ว่ามาจากไหน ท่านประธานครับ เรากําลัง พูดถึงผู้ไต่สวนอิสระนะครับ ลําพังผู้ไต่สวนอิสระเรากําลังวางระบบ วางกรอบว่าให้เขาทํางาน ได้อย่างตามเปัาหมายและเชื่อถือได้ เรายังไม่ตกผลึกในเรื่องของผู้ไต่สวนอิสระเลยครับ แต่เรามีผู้ช่วยและผู้ได้รับมอบหมายตามมาแล้วครับ หลักเกณฑ์ตรงนี้ คุณสมบัติตรงนี้ ผมไม่เห็นมีเลยครับ เรากําหนดคุณสมบัติผู้ไต่สวนอิสระ เราวางหลักเกณฑ์เขาอย่างดี แต่พอถึงเวลาบอกว่าเขาต้องไปมีผู้ช่วยครับ เขาต้องไปมีผู้ที่เข้ามาทําหน้าที่ที่เขามอบหมาย มีการแต่งตั้ง แต่งตั้งตรงนี้ก็ยังเกิดเปึนปัญหาครับ ผมดูตรงนี้ไม่ชัดเจนว่าเขาจะต้องเสนอ ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตั้งให้เขาหรือเขาตั้งได้เอง และคุณสมบัติของคนเหล่านี้เปึนใคร อํานาจหน้าที่ตรงนี้มีแค่ไหน ความรับผิดชอบต่อการใช้อํานาจหน้าที่ตรงนี้ของผู้ที่ได้รับ มอบหมายหรือได้รับแต่งตั้งตรงนี้เปึนอย่างไร แล้วมีกรอบไหมครับว่าเขาสามารถ ช่วยอะไรได้บ้าง ถ้าเขาสามารถช่วยได้ทุกเรื่อง ทําตัวได้ทุกอย่างเหมือนกับผู้ไต่สวนอิสระ ท่านประธานครับ ท้ายที่สุดผู้ไต่สวนตัวจริงคือตรงนี้ต่างหากครับ และเปึนผู้ไต่สวนซึ่งไม่มี กฎเกณฑ์ กติกา ไม่มีกรอบ แม้กระทั่งบอกว่าต้องเปึนกลางทางการเมืองหรือว่ามีความสุจริต อะไรเลย เพราะไม่ได้เขียนไว้เลย ไม่ได้เขียนเรื่องของผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เข้ามาช่วยเหลือในการดําเนินงานใด ๆ ไว้เลย ตรงนี้ผมคิดว่า ยังเปึนช่องโหว่อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะขอฝากทางท่านประธานไปถึงท่านเจ้าของร่าง เพื่อที่จะหาทางดําเนินการที่จะปรับปรุงแก้ไขในส่วนนี้

ท้ายที่สุดท่านประธานครับ ผมขอขอบพระคุณท่านเกรียงชัยกับคณะที่ได้ กรุณาเร่งทํากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แล้วก็ในความที่ไม่ได้คุ้นเคยกับการยกร่างกฎหมาย กับทางศาล แล้วก็ได้พยายามเร่งทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ก็ขอให้ภารกิจอันนี้สําเร็จ ลุล่วงด้วยดีครับ แต่ขอฝากไว้ครับว่าในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญรบกวนขอความกรุณา ปรับปรุงรายละเอียดต่าง ๆ นะครับอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอหรือว่า ในคณะกรรมาธิการได้เสนอเข้าไป หรือที่สมาชิกได้มีการแปรญัตติไปพิจารณาเพื่อให้เกิด ความรอบคอบ แล้วก็ให้กฎหมายฉบับนี้สามารถเดินหน้าได้อย่างสําเร็จลุล่วง ตามวัตถุประสงค์เปัาหมายครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ