สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑

นิพิฐ์ อินทรสมบัติ หารือเรื่องความจำเป็นในการให้อำนาจตุลาการเข้ามาถ่วงดุลอํานาจทั้ง 3 อํานาจของประเทศ และเสนอให้มีการต่อสู้หาข้อเท็จจริงเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ยากต่อการตรวจสอบและพิสูจน์ โดยเฉพาะกรณีทุจริตของนายกรัฐมนตรีในอดีต และเรียกร้องการดำเนินคดีย้อนหลังเมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เนื้อหาสาระของกฎหมายฉบับนี้ที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณา อภิปรายแสดงความคิดเห็นมา ผมคิดว่าเรามีความเห็นที่ไม่ต่างกันมากนัก ที่ผมคิดว่าเรามี ความเห็นไม่ต่างกันมากนักหมายถึงในเนื้อหาสาระของกฎหมาย แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมนั่งฟังอยู่ตั้งแต่ท่านแรกจนถึงท่านเมื่อสักครู่ได้อภิปรายไป เรามี ความเห็นแตกต่างกันในเรื่องบางเรื่องซึ่งผมถือว่าเปึนเรื่องของหลักการของประเทศนี้ ผมเรียนท่านประธานว่า ผมใฝ์ฝันมานานแล้วตั้งแต่เปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรก ๆ ผมใฝ์ฝันที่จะเห็นอํานาจทั้ง ๓ อํานาจมีการตรวจสอบหรือมีการถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ผมใฝ์ฝันเรื่องนี้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ที่ผมเปึนผู้แทนราษฎรครั้งแรก แต่ว่าความคิดตรงนี้ มันไม่เคยประสบความสําเร็จ วันนี้เราเรียกร้องกระบวนการยุติธรรม วันนี้เราเรียกร้อง ศาลยุติธรรม เราเรียกร้องตุลาการให้เข้ามาแก้ปัญหาของบ้านเมืองซึ่งเราไม่เคยเรียกร้อง เช่นนี้มาก่อน ผมจําได้ว่าเมื่อป้ ๒๕๔๕ ท่านประธานคงจําได้ว่าในป้ ๒๕๔๕ มีกรณี เรื่องของการฆ่าตัดตอนกันเยอะมากครับ ในสมัยนั้นมีผู้คนล้มตาย ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน ในสมัยนั้นมีการออกหมายเรียก ออกหมายค้น ออกหมายจับพี่น้องประชาชนเยอะมาก และผมก็เห็นว่าในสมัยนั้นตุลาการไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวเมื่อตํารวจหรืออัยการ ขอหมายเรียกหมายค้นในการปราบปรามยาเสพติดเปึนเหตุให้มีผู้คนล้มตาย ๓,๐๐๐ คน ผมจําได้ว่าในป้ ๒๕๔๕ ผมเดินทางไปพบประธานศาลฎีกา ผมไปคนเดียวท่านประธาน แต่ผมจําไม่ได้ว่าท่านประธานศาลฎีกาในขณะนั้นท่านชื่ออะไร ผมจําไม่ได้ เหตุผลที่ผม ต้องเดินทางไปพบท่านประธานศาลฎีกาเมื่อป้ ๒๕๔๕ เพราะผมไปบอกกับท่านว่าวันนี้ ตุลาการต้องมาถ่วงดุลอํานาจของฝ์ายบริหารแล้วล่ะครับ ถ้าลําพังเจ้าหน้าที่ตํารวจ ขอหมายจับหมายค้นประชาชนในประเทศนี้แล้วตุลาการอนุมัติโดยไม่มีการตรวจสอบ ทัดทาน ผมคิดว่าบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ ผมเสียดายนะครับ ป้ ๒๕๔๕ ผมไม่ได้พบ ท่านประธานศาลฎีกา แต่ผมดีใจว่าในป้ ๒๕๔๕ ผมพบกับอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ผมได้ยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกาผ่านท่านอาจารย์จรัญ ขออภัยเอ่ยนามท่าน แต่ผมจะไม่พูดให้ท่านเสียหาย ผมบอกฝากเรียนท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ว่าวันนี้ตุลาการต้องเข้ามาถ่วงดุลอํานาจบริหารและอํานาจนิติบัญญัติแล้วล่ะครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ในวันนั้นไม่ได้รับการตอบสนองจากท่านอาจารย์จรัญ และประธานศาลฎีกาเท่าที่ควร แต่ว่าหลังจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ในป้ ๒๕๔๕ เห็นอันตราย ของการใช้อํานาจของฝ์ายบริหาร เห็นอันตรายของการใช้อํานาจของรัฐตํารวจซึ่งเกิดมีขึ้น ครั้งแรก เราเรียกขึ้นครั้งแรกประมาณป้ ๒๕๔๕ ผมจําได้ว่าหลังจากผมไปพบประธาน ศาลฎีกาและไม่ประสบความสําเร็จในการให้อํานาจตุลาการเข้ามาถ่วงดุลในวันนั้น นะครับ หลังจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้แต่งตั้งคณะผู้แทนราษฎรชุดใหญ่ไปพบ ประธานศาลฎีกาแล้วเราก็ได้พบกับประธานศาลฎีกา จําได้ว่าท่านอาจารย์มารุต บุนนาค เปึนหัวหน้าคณะไปพบประธานศาลฎีกาในครั้งนั้น แล้วผมคิดว่าหลังจากนั้นตุลาการ ได้เริ่มเข้ามาถ่วงดุลอํานาจบริหารและอํานาจนิติบัญญัติมากขึ้น ตุลาการไม่จําเปึนต้อง ถ่วงดุลอํานาจนิติบัญญัติมากหรอกครับ แต่ว่าท่านต้องถ่วงดุลอํานาจบริหาร วันนี้พูดได้ว่ายังไม่สายครับ แต่ว่าอํานาจตุลาการมาช้าเกินควร ถ้าตุลาการได้ใส่ใจเรื่องนี้ที่เราได้ทักท้วงเมื่อเกือบ ๑๐ ป้ที่แล้ว ผมคิดว่าบ้านเมือง จะไม่ประสบวิกฤติยับเยินถึงขนาดนี้ครับ ท่านมาแล้วครับแต่ว่าท่านมาสายไป แต่ผมคิดว่า เมื่อท่านมาแล้วและท่านทําหน้าที่ได้ดีมารักษาอํานาจทั้ง ๓ อํานาจให้ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ประชาธิปไตยมันมีพลัง มีเครื่องยนต์ ๓ เครื่อง เครื่องหนึ่งคือที่อยู่ในสภาแห่งนี้เครื่องหนึ่ง อยู่ที่ทําเนียบรัฐบาล เครื่องหนึ่งอยู่ที่ศาลสถิตยุติธรรม ถ้าเครื่องยนต์ทั้ง ๓ เครื่องยนต์นี้ ต่างทําหน้าที่และถ่วงดุลซึ่งกันและกันวันนี้บ้านเมืองไม่วิกฤติครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่เพื่อนสมาชิกท่านแรกขึ้นมาอภิปรายท่านได้เรียกร้องถึงความเปึนธรรม ทุกคนต้องการความเปึนธรรมทั้งนั้นครับ แล้วแต่ว่าเราจะมองความเปึนธรรมในด้านไหน แต่ว่าในขณะเดียวกันเพื่อนสมาชิกได้พูดขึ้นมาหลายท่านด้วยกัน ซึ่งผมคิดว่าเราต้องทํา ความเข้าใจกัน เพื่อนสมาชิกบางท่านได้บอกว่าหาความเปึนกลางไม่ได้ เพื่อนสมาชิก บางท่านบอกว่าการหาความเปึนกลางในทางการเมืองนั้น ท่านใช้สํานวนทํานองว่าหามดดํา ที่เกาะบนหินดําในคืนข้างแรมทํานองนั้นครับ ก็ไม่ว่าครับเปึนสํานวนที่ท่านคิดว่า ความเปึนกลางหายาก แต่ผมยังเชื่อในอํานาจตุลาการว่าท่านถูกบ่มเพาะมาในเรื่อง กระบวนการการตัดสิน ผมคิดว่าท่านหาความเปึนกลางได้ อันนี้ผมให้กําลังใจท่านสมาชิก หลายท่านบอกว่าหาความเปึนกลางไม่ได้ในคณะผู้ไต่สวนอิสระ ท่านประธานครับ ในครั้งหนึ่งกฎหมายมาตรการปัองกันการทุจริตในภาครัฐเสนอเข้ามาต่อสภาแห่งนี้ ผมจําได้ว่ามีกรรมการปัองกันการทุจริตภาครัฐเข้าใจจะมี ๖ ท่านด้วยกัน มีท่านหนึ่ง ขออภัยเอ่ยนามท่านไม่เสียหายครับ ท่านไสว พราหมณี เราทักท้วงว่าน่าจะไม่เปึนกลาง ท่านเคยสมัครหรือลูกของท่านเคยสมัคร ส.ส. พรรคพลังประชาชนหรือไทยรักไทย ผมจําไม่ได้ครับ แต่เราทักท้วงว่าถ้าตั้งอย่างนี้ เสนอบุคคลลักษณะเช่นนี้ไป มันหา ความเปึนกลางไม่ได้ แต่ว่าเอาละครับเมื่อเสียงข้างมากบอกว่าบุคคลคนนี้มีความเปึนกลาง ที่จะมาตรวจสอบการทุจริตภาครัฐ เสียงข้างมากก็ลากเข้าไปหาความเปึนกลางให้ได้ ไม่ว่ากัน ผมเคารพในเสียงข้างมากครับ แต่เราเคยทักท้วงแล้ว วันนี้ท่านมาระแวง เรื่องคณะผู้ไต่สวนอิสระ ผมคิด ผมก็ไม่ค่อยสบายใจนักเรื่องคณะผู้ไต่สวนอิสระ แต่ว่าในขณะนี้ผมเรียนว่ามันก็ต้องใช้ยาแรงขนาดนี้ครับ ต้องให้เขาไต่สวน ต้องให้เขาฟัอง มิฉะนั้นเราจะแก้ปัญหาที่หมักหมมอยู่ในบ้านเมืองที่ลุกลามใหญ่โตถึงขนาดนี้ไม่ได้ครับ แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ ฝ์ายตุลาการเมื่อท่านเข้ามาทัดทานถ่วงดุลอํานาจของ ฝ์ายบริหารและฝ์ายนิติบัญญัติแล้วในขณะนี้ครับ ผมว่าสิ่งหนึ่งที่ท่านต้องระวังก็คือ การถูกทําลาย ถ้าตุลาการไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งท่านจะถูกทําลายและทําให้อ่อนแอลง เหมือนกับฝ์ายบริหารและฝ์ายนิติบัญญัติที่กําลังอ่อนแอลงทุกวันในขณะนี้ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานท่านประธานคงได้ข่าวว่ามีเงิน ๒ ล้านบาทไปตกอยู่แถว ๆ ศาลฎีกา ผมคิดว่ามันยิ่งกว่าระเบิดลงที่ศาลฎีกาเสียอีกนะครับ ผมเลยฝากด้วยความเคารพ ด้วยความห่วงใยว่า นี่แหละครับเมื่อไรก็ตามที่อํานาจตุลาการเริ่มทํางานของท่าน ที่จะจัดการการทุจริตในบ้านเมืองนี้ครับ ท่านต้องเข้มแข็ง ท่านต้องมีเกราะ มิฉะนั้นแล้ว ท่านจะถูกทําลาย เมื่อไรก็ตามครับที่อํานาจของท่านถูกทําลายและทําให้อ่อนแอลงครับ ผมว่าบ้านเมืองนี้ไปไม่ได้แล้วครับ ผมใช้คําว่าไปไม่ได้เลยครับ หลายท่านได้วิตกกังวล ถึงอํานาจของอัยการ วันนี้มีคนไม่เชื่ออํานาจอัยการเกินกึ่งหนึ่งนะครับ อันตรายมากครับ เมื่อก่อนเราไม่เคยแตะอํานาจอัยการครับ แต่เดี๋ยวนี้ทุกท่านที่ลุกขึ้นมาอภิปรายในสภานี้ ฝากไปถึงอัยการด้วยที่ฟังอยู่ในขณะนี้ครับ รัฐสภาแห่งนี้มีความวิตกห่วงใยต่อการใช้ อํานาจของอัยการมากเหลือเกิน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นเช่นนี้มาก่อน นี่คือความวิตกห่วงใย ซึ่งผมคิดว่าอาจจะก่อให้เกิดวิกฤติขึ้นอีกในอนาคตก็ได้ ตุลาการเลยต้องเข้ามาถ่วงดุล อํานาจของฝ์ายบริหาร มีการพูดถึงการใช้อํานาจลักษณะเปึนรัฐตํารวจหลายท่านพูดถึง อย่าปฏิเสธเลยครับว่าในขณะนี้มันเริ่มมีเค้าลางของการใช้อํานาจของรัฐตํารวจเกิดขึ้นแล้ว คงไม่พูดเรื่องส่วนตัวจนเกินเลยไป ท่านประธานครับ เมื่อวานผมไปมอบตัว ในคดีหมิ่นประมาทเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ครับ เปึนรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ผมอภิปราย ท่านเรื่องการแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในกระทรวงหนึ่งครับ ท่านก็ไปแจ้งความผม ผมน้อยใจอย่างหนึ่งที่แจ้งความคือไปแจ้งความโรงพักที่มันอยู่ไกล เหลือเกินผมหาไม่เจอครับ อยู่โน่นครับต้องเช่าแท็กซี่ไปขับรถไปไม่เจอ แต่ไม่เปึนไร ผมแจ้งความกลับท่านผมไปแจ้งปานาเระครับ ไปแถวจะนะโน่นเลยครับ ปานาเระ รือเสาะโน่นเลยครับไม่ว่ากัน แต่ผมยกตัวอย่างเรื่องนี้เพื่อมาเรียนท่านฝากไปถึง ท่านตุลาการว่าวันนี้คนในประเทศนี้ห่วงใยรักตํารวจมาก ความยุติธรรมที่มันมาช้า เกินสมควรเขาไม่เรียกความยุติธรรมหรอกครับ ผมเพิ่งถูกแจ้งความประมาณเดือนหนึ่ง ตํารวจเรียกแล้วครับแล้วกําลังจะส่งอัยการแล้วครับ ผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะอะไร ท่านประธานครับ ผมไม่ได้กังวลเรื่องคดี แต่ท่านประธานอย่าลืมครับ วันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชกฤษฎีกาเป่ดประชุมสมัยวิสามัญนะครับ ผมเปึนสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้ พนักงานสอบสวนไม่มีอํานาจโดยเด็ดขาด ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ ในการที่จะเรียกผมไปสอบสวนในคดีอาญา แต่ถามว่า ประเทศนี้ทําได้ไหมภายใต้การบริหารของรัฐนี้ ทําได้ครับ มาตรา ๑๓๑ ของรัฐธรรมนูญ ไม่อยู่ในสายตาของตํารวจ ผมไม่ว่ากัน แต่ผมเรียนเปึนความห่วงใยว่าเมื่อไรก็ตามที่รัฐ ใช้อํานาจจนเกินเลยขอบเขตของกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญบ้านเมืองอยู่ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นผู้ใช้อํานาจให้ระวังเรื่องนี้ไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ มีหลายประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วผมเปึนห่วงอยู่ในบางเรื่อง ในกฎหมายฉบับนี้มีบุคคล เพิ่มขึ้นมาที่เราจะไปร้องต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาได้ ก็เปึนที่ทราบล่ะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ผมไม่แน่ใจกฎหมายเหล่านี้นะครับ เขาบอกว่าให้ผู้เสียหายไปยื่นคําร้องได้ ความไม่มั่นใจของการใช้อํานาจรัฐในขณะนี้ท่านอย่าไปหาผู้เสียหายเลยครับ ไม่มีผู้เสียหายคนไหนหรอกครับที่จะกล้าเดินเข้าไปศาลฎีกาเพื่อขอให้ดําเนินคดีกับ นายกรัฐมนตรี ขอให้ดําเนินคดีกับประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ดําเนินคดีกับรัฐมนตรี ซึ่งหลายท่านก็ดูขึงขังน่ากลัว ท่านหวังพึ่งผู้เสียหายนะครับ สมมุติว่าประธาน สภาผู้แทนราษฎรถูกข้อหาว่าอะไรสักอย่างหนึ่ง ท่านพูดเองนะครับว่าบุกรุกที่ ผมไม่ได้พูด จะมีผู้เสียหายคนไหนล่ะครับเดินกันขึ้นไปสู่ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาเพื่อที่จะให้สอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วใครล่ะครับเปึนผู้เสียหาย ถ้าประธานสภาผู้แทนราษฎร โกงรัฐ รัฐมนตรีโกงหลวงฉ้อราษฎร์ร่วมมือกับกระทรวง ทบวง กรม ในหน่วยงานของ ท่านทุจริตใครเปึนผู้เสียหายครับ ผมเปึนผู้เสียหายได้ไหม บอกว่าผมจะไปแจ้งความ ประธานสภาผู้แทนราษฎรในคดีสักคดีหนึ่ง ผมเดินไปที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ไหมครับ ผมไม่ได้เปึนผู้เสียหายโดยตรงในคดีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่แล้วจะเอาผู้เสียหาย ที่ไหนล่ะครับ แล้วท่านอย่าคิดว่าหน่วยงานของรัฐจะปกปัองผลประโยชน์ของรัฐในขณะที่ รัฐมนตรีนั่งอยู่ ถ้ามีการทุจริตในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมสมมุตินะครับ ในสมัย ที่แล้วไม่สมมุติสมัยนี้หรอกครับ แล้วกรมวิชาการเกษตรเปึนผู้เสียหาย อธิบดีหรือครับ ที่จะเดินไปที่ศาลฎีกาเพื่อแจ้งความกับรัฐมนตรีในฐานะที่เปึนอธิบดีกรมที่ได้รับ ความเสียหาย ผมว่าไม่มีครับ ถ้าข้าราชการเหล่านั้นร่วมมือกันทุจริตกับรัฐมนตรี เราจะหาผู้เสียหายที่ไหนครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในมาตรานี้ คําว่า ผู้เสียหาย มันต้อง ขยายสักนิดหนึ่งว่าผู้เสียหายนี้เปึนใคร เปึนผู้เสียหายโดยตรงหรืออาจจะขยายไปถึง ประชาชนสามารถที่จะขึ้นไปสู่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่า ผมอาจจะดูกฎหมายไม่ละเอียดหรืออาจจะ ไม่เข้าใจกฎหมายของท่านสักเท่าไรนัก สมมุติว่ามีการทุจริตในบรรดาบุคคล ๔ ประเภทนี้ แต่มันหาหลักฐานยากว่าได้ทุจริต ในหน้าที่ จะเปึนการทุจริตในกรณีอื่นไปกรรโชก ท่านรัฐมนตรีไปกรรโชกแต่ไม่ได้กรรโชก ในฐานะรัฐมนตรีหรอกครับ ไปตบทรัพย์เขาขึ้นศาลฎีกาได้ไหมครับ ไม่ได้ใช้หน้าที่ ผมไม่ทราบนะครับผมไม่ลึกซึ้งในกฎหมายตัวนี้ แล้วกว่าจะต่อสู้หาข้อเท็จจริงว่า เปึนการทุจริตในหน้าที่ผมคิดว่ามันก็สู้กันนานเหมือนกันครับท่านประธาน

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าต้องมีผู้ถาม ผมตอบคําถามเขาไม่ได้ สมมุติว่า นายกรัฐมนตรีทุจริตในอดีตก่อนมาเปึนนายกรัฐมนตรีนี่แหละครับ วันนี้ เปึนนายกรัฐมนตรีแล้วคดีมันก็จ่อมาแล้ว แต่ว่ามันเปึนการทุจริตก่อนเปึนนายกรัฐมนตรี แล้ววันนี้เปึนนายกรัฐมนตรีอยู่ใครล่ะครับจะกล้าดําเนินคดีนายกรัฐมนตรี มันดําเนินคดี ย้อนหลังก่อนเปึนนายกรัฐมนตรีได้ไหมครับ วันนี้เปึนนายกรัฐมนตรีแล้วแต่คุณทุจริต มาก่อน ก่อน ๑ เดือน ๒ เดือน ก่อนเปึนนายกรัฐมนตรี แล้วถ้าเราปล่อยให้กระบวนการ สอบสวนตามปกติไปดําเนินการ ผมคิดว่ายากครับที่จะดําเนินคดีกับบุคคลทั้ง ๔ ประเภท ตั้งแต่ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรี และประธานวุฒิสภาได้ ทั้งหมดที่ผม กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมยังมั่นใจครับว่าผู้ไต่สวนอิสระสามารถที่จะทํางานได้ ผมยังมั่นใจนะครับว่าท่านทําได้แต่ว่าท่านต้องพิสูจน์เยอะมากครับ และมีกระบวนการ ที่จ้องทําลายกระบวนการตุลาการเยอะมาก ผมยกตัวอย่างเรื่องเงิน ๒ ล้านบาทมันรุนแรง ยิ่งกว่าระเบิดตกที่ศาลฎีกาเสียอีก ดีนะครับที่มันไปตกที่นั่นถ้ามันไปตกที่อื่นผมว่าเงียบ ไม่มีใครรู้หรอกครับ นี่ต้องแสดงความกล้าครับ เหตุที่มันเกิดขึ้นผมย้ําอีกครั้งว่าเพราะท่าน กําลังก้าวล่วงไปในอํานาจอิทธิพลของฝ์ายการเมืองและผู้ที่เปึนใหญ่ในบ้านเมืองนี้ ที่มีอํานาจรัฐอยู่ ผมไม่ว่าฝ์ายไหนหรอกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีการพูดถึงเรื่อง ตุลาการภิวัตน์ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกจากซีกรัฐบาลบอกว่ากฎหมายนี้เปึนกฎหมาย ที่ตุลาการจ้องทําลายนักการเมือง ผมคิดว่าถ้านักการเมืองเลวก็ควรทําลายครับ แล้วควร ทําลายเร็วด้วย มีการพูดถึงตุลาการภิวัตน์ ผมก็เปึนคนหนึ่งที่พูดเรื่องตุลาการภิวัตน์เยอะ เหมือนกันครับ ผมจะพูดอีกสักครั้งหนึ่งครับ ตุลาการภิวัตน์ที่มันดําเนินงานมาในอดีต จนถึงปัจจุบันใช้ได้ในระดับหนึ่งครับ แต่ว่าตุลาการภิวัตน์ต้องภิวัตน์หลายครั้งเชื่อผมเถอะ ตุลาการภิวัตน์ครั้งเดียวมันไม่อยู่ครับ ตุลาการในบ้านเมืองนี้ต้องภิวัตน์หลาย ๆ ครั้ง ถึงจะรักษาบ้านเมืองได้ เพราะบ้านเมืองนี้มันไปลึกมากแล้วเรื่องการทุจริตและตุลาการ ก็มาช้าเกินไปที่ผมกราบเรียน ความยุติธรรมที่มาช้าเกินเวลาไม่เรียกว่าความยุติธรรม คดีบางเรื่องเลวมากผมยกตัวอย่างให้ฟังแล้ว แต่บางเรื่องขออภัยท่านประธานครับ ท่านประธานก็เปึนผู้ต้องหาเรื่องนี้อยู่ด้วย คดีบุกรุกหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ขออภัย ท่านประธานจริง ๆ ครับ ผมไม่คิดว่าผมอภิปรายตอนท่านนั่งเปึนประธานอยู่ มาช้าเกินไป ผมไม่นับเรื่องนี้เปึนความยุติธรรมอีกต่อไปแล้วของบ้านเมืองนี้ ผมไม่ถือว่าถึงแม้อัยการ จะฟัอง นปก. ในอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้า ๓-๔ วันข้างหน้า ในชีวิตผมผมไม่ถือว่าเรื่องนี้คือ ความยุติธรรมแล้วมาช้าเกินไป โดยเฉพาะเรื่องนี้มันเกิดขึ้นต่อหน้าสถานที่สําคัญ ต่อหน้าบุคคลที่สําคัญของประเทศนี้ และภายใต้รัฐนี้ไม่สามารถอํานวยความยุติธรรม ที่ควรจะมาเร็วกว่านี้ได้ บุคคลที่กระทําความผิดเรื่องนี้ทั้งหมดจะขึ้นศาลเมื่อไร ในใจผมไม่เรียกว่าความยุติธรรมอีกต่อไปแล้ว ผมจะเรียกว่าท่านจํานนต่อความยุติธรรม เพราะฉะนั้นผมเรียนประเด็นสุดท้ายครับ ผมดีใจครับท่านมาจากศาลฎีกามารับฟังเรื่องนี้ ท่านไปเขียนหนังสือได้เปึนเล่มนะครับ วันนี้ท่านมาฟังผู้แทนราษฎรผมอยากเห็นเรื่องนี้ มานานแล้วเรื่องการถ่วงดุลระหว่าง ๓ อํานาจ ผมอยากเห็นตุลาการเข้ามารับฟังปัญหาของบ้านเมืองในสภาแห่งนี้มาหลายป้แล้วครับ ครั้งนี้เปึนครั้งแรกในชีวิตผมที่เปึนผู้แทนราษฎรมา ๑๕-๑๖ ป้ ที่เห็นท่านผู้พิพากษามานั่งอยู่ ในสภาแห่งนี้เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน ทั้งหมดที่พูดนี้เราพูดแทนประชาชนทั้งนั้นล่ะครับ แล้วท่านไม่ต้องฟังที่อื่นหรอก ตรงนี้สะท้อนเสียงของประชาชนได้ดีที่สุด ท่านจะเห็นว่า ความเห็นผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้มันแตกแยกกันมากเหลือเกิน มันแตกแยกกัน เหมือนกับความจริงของความขัดแย้งที่ยังอยู่ข้างนอก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่หวังจะเห็นท่านตุลาการหรือผู้ไต่สวนอิสระ ผมไม่หวังว่าจะเห็นร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เปรียบเหมือนดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญมันยังยากเกินไป แต่ผมอยากเห็นว่าจุดนี้ เปึนจุดเริ่มต้นของการอํานวยความยุติธรรม ผมอยากเห็นท่านเริ่มต้นด้วยการเปึนหิ่งห้อย ในคืนข้างแรม ผมก็พอใจแล้วครับ ขอบพระคุณครับ