สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องกฎหมายและความยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอุทธรณ์ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างกฎหมายที่อาจนำไปสู่การสร้างคุณธรรมสมมุติ และการละเมิดสิทธิของบุคคล นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๒๙๓ ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการตรวจสอบคุณธรรมและจริยธรรม (คตส.) และเรียกร้องให้ไม่ต้องมีการเข้าไปในคณะกรรมการผู้พิพากษาเพื่อตรวจสอบ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ผมคิดว่าฟังมาตั้งแต่ต้นก็ตั้งใจที่จะพูดว่าอยากมี โอกาสได้มาแสดงความคิดเห็นในเรื่องกฎหมายฉบับนี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน นะครับ ผมคิดว่าวันนี้ทุกท่านที่นั่งฟังตั้งแต่ต้นต้องยอมรับว่าเราได้ความรู้มากเหลือเกิน มีสิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะพูดในที่แห่งนี้เพื่อบันทึกไว้ว่าวันนี้กฎหมายเหมือนการกําหนด คุณธรรม แล้ววันนี้ยิ่งได้ยินหลายท่านบอกว่าท่านเชื่ออย่างนั้นเชื่ออย่างนี้ ผมยิ่งหวาดกลัวว่าสังคมเรากําลังจะสร้างคุณธรรมสมมุติ แล้วกําลังจินตนาการว่าคนอื่นซึ่งไม่ใช่เรานี่ผิด เพราะฉะนั้นผมจึงมองปัญหาว่า ผมจะไม่พูดในรายละเอียดเหมือนที่ท่านอื่นพูด แต่ผมจะพูดถึงโครงสร้างกฎหมายฉบับที่ กําลังจะพิจารณากัน ผมเห็นเหมือนหลาย ๆ ท่านเห็น เห็นตรงไหนบ้างครับ คือ ตรงผู้กล่าวหาแล้วก็องค์กรที่จะตั้งขึ้น แต่ผมเห็นหนักไปกว่านั้นในมาตราสุดท้าย ผมอยากจะเริ่มตรงนี้นะครับ มาตราสุดท้ายถ้าเราอ่านให้ดีจะเห็นว่าการอุทธรณ์นี่ถ้าเขียน อย่างนี้เท่ากับเขียนไม่ให้มีการอุทธรณ์ ผมย้ําตรงนี้นะครับ ถ้าเขียนอย่างนี้คือเขียนไม่ให้มี การอุทธรณ์ หลักการของการอุทธรณ์ไม่ใช่อย่างนี้ ผมถูกคําพิพากษาแล้วผมไม่เชื่อ ในคําพิพากษานั้น ผมขอความกรุณาที่สูงขึ้นผมจึงอุทธรณ์ไม่ใช่ผมต้องมีข้อมูลใหม่ หรือหลักฐานใหม่ ๓๐ วันจะมีได้อย่างไรครับ เมื่อเขียนอย่างนี้ผมจึงพิจารณาจากตรงนี้ แล้วกลับขึ้นไปข้างบนว่า ท่านครับ วันนี้โครงสร้างกฎหมายของเราและความยุติธรรม ของเรา เราเขียนในรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมีหมวดที่ผมคิดว่ามันเปึนหมวดว่าด้วยคุณธรรม สมมุติ แล้วก็จินตนาการไปว่าให้เชื่อว่าคนนั้นผิดคนนี้ผิด พอออกกฎหมายรองรับปัญหา มันก็เกิดขึ้น ผมจะถามอย่างนี้นะครับ ถามเพื่อแสดงเจตนาว่าผมจะต้องแปรญัตติ พรุ่งนี้ จะนั่งเขียนคําแปรญัตติแล้วจะเสนอ เตรียมเสนอต่อประธานคณะกรรมาธิการคณะนี้ ในเรื่องไหนบ้างเดี๋ยวผมจะบอก ผมชี้จุดหนึ่งท่านประธานครับ ถ้าสมมุติ ป.ป.ช. ไม่ฟัอง ยกฟัองนะครับ แล้วองค์กรที่ตั้งใหม่สั่งฟัอง ผมถามแล้วนะครับ ป.ป.ช. มีความผิดไหม ถ้าไม่มีความผิดก็ประหลาด เพราะข้อมูลอย่างเดียวกัน คนหนึ่งตัดสินไม่ฟัอง แต่เรา สามารถให้คนอีกคนหนึ่งมาตั้งฟัองได้ พอท่านไปดูบทต้น ๆ สําหรับสิทธิของ ผู้กล่าวหา อัยการฟัองได้ ท่านครับ อัยการสูงสุดฟัองได้ กรรมการ ป.ป.ช. ฟัองได้ ผู้ไต่สวนอิสระฟัองได้ ไปดูของเก่าฟัองได้ในการปฏิบัติตามมาตรา ๑๑ อันนี้ไม่มี นี่ผมยัง ต้องถามต่อว่าถ้าเปึนอย่างนี้สาระของการฟัองต่างกันอย่างไร อันนี้เปึนจุดที่ ๑

จุดที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ผมเห็นด้วยต้องแก้รัฐธรรมนูญ ตรงไหนครับ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองไม่ต้องเข้า ป.ป.ช. ให้ศาลท่านดําเนินการ อย่างนี้ชอบและดี เพราะมันเปึนกระบวนการไต่สวน ร้องต่อศาลเลยง่าย ๆ ครับ ประชาชน ก็ร้องได้เห็นมีความผิด แล้วศาลตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหรือผู้ไต่สวน อิสระขึ้นมาไต่สวนไม่ต้องมี ป.ป.ช. เพราะอะไรครับ ไม่จําเปึนแล้ว เพราะ ป.ป.ช. ก็ไม่ไว้ใจ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ก็ไม่ไว้ใจ ป.ป.ช. แล้วล่ะถึงได้ตั้งตรงนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้น ถ้ามีกระบวนการศึกษารัฐธรรมนูญจุดนี้ผมจะเสนอว่าไม่ต้องมี ป.ป.ช. สําหรับผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง เพราะว่าอะไรครับ วิ่งเต้นใครไม่ได้เลย ท่านจะตั้งใครก็ไม่รู้ ใครจะ มาเปึนผู้ตัดสินก็ไม่รู้เหมือนกันอย่างนี้ดีมาก ที่ผมพูดตรงนี้ผมกําลังอธิบายโครงสร้างของ กฎหมาย คอนเซพท์ (Concept) ของความผิด คอนเซพท์ของการตรวจสอบในสังคมเรา หลักอันสําคัญนะครับท่าน ที่ผมดูแล้วฟังมาตลอดนี่ผมเพิ่งถึงยูเรกา (Eureka) ถึงความเข้าใจว่าทําไมคณะผู้พิพากษาจึงตั้งคําถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่า คตส. คุณชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผมเพิ่งเห็นเดี๋ยวนี้เอง เห็นวันนี้เอง ชัดตรงไหนครับ เพราะ คตส. ไม่ได้มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้ว คตส. เมื่อกี้นี้เองผมอ่านรัฐธรรมนูญ อ่านมาตรา ๒๙๓ ก็ชัดอีก เพราะผู้ต่ออายุ คตส. ไม่ได้ใช้อํานาจ ไม่ได้มีอํานาจตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คตส. ครั้งแรก มีบุคคลเพียงคนเดียวนอกนั้นเปึนตัวแทนองค์กรหมด ๗ องค์กร เมื่อเปึนอย่างนี้ปุ็บก็มีการ โต้แย้งกันว่าถ้าตั้งอย่างนี้ ผมไปอ่านคําโต้แย้งนะครับว่าไม่สามารถจะตรวจสอบกลุ่มของ ท่านทักษิณได้เพราะว่าเปึนเอกชน เปึนนิติบุคคลไม่ใช่รัฐ ก็ไปตั้งคําสั่งมาตรา ๓๐ ขึ้นมา แล้วเขาตั้งบุคคลขึ้นมาเปึนตั้งคณะบุคคลล้วน ๆ เพื่อทําหน้าที่แทนองค์กรเหล่านี้ พอ ๑ ป้หมดอายุก็มีการต่อ ก่อนจะหมดก็มีการต่อ พอมีการต่อปุ็บมาตรา ๒๙๓ มันถูกจํากัดว่าคุณแต่งตั้งบุคคลไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณก็ต่อคําสั่งมาตรา ๓๐ ไม่ได้ เหมือนกัน ผมถึงเข้าใจว่า อ้อ นี่เอง เพราะอะไรครับ เพราะว่าผู้ไต่สวนอิสระดํารงฐานะ เหมือนกับ คมช. ตั้ง คตส. เหมือนกันเลยทุกอย่างลอกแบบกันมาเลย แต่ว่าผู้ไต่สวนอิสระนั้น ท่านเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ คตส. จึงอยู่ไม่ได้ในขณะนี้เพราะว่าไม่ได้เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญ ผมเข้าใจอย่างนี้ และผมดีใจครับว่าเมื่อเห็นปัญหาอย่างนี้แล้ว ความยุติธรรมเกิดขึ้นแน่นอน ท่านเรียกร้องให้ศาลมาดูแลความยุติธรรม ผมเห็นด้วย เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะอะไรครับ ต่อไปนี้ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองคุณไม่ต้องขึ้นไปที่ ป.ป.ช. ให้มีกระบวนการอย่างนี้เลยครับ รวดเร็ว เรากําหนดเวลาได้ด้วยว่าให้จบเมื่อไร แล้วทีนี้การอุทธรณ์ผมอยากจะถามว่าถ้าอุทธรณ์เสร็จแล้วไปคณะเดิมหรือเปล่า ถ้าอุทธรณ์แล้วไปคณะเดิม จบ คือไม่ต้องอุทธรณ์ เพราะว่าท่านเชื่ออย่างนั้นเสียแล้ว ผมก็จะดูต่อว่าทั้งหมดนี้ผมไม่เห็นด้วยตรงไหน ผมเห็นต่างตรงไหน ผมก็จะแปรญัตติ เข้าไป แล้วผมคิดว่าวันนี้เปึนโอกาสพิเศษที่องค์กรใหญ่ ๓ องค์กร คือ ผู้บริหาร นิติบัญญัติ แล้วก็ศาลมานั่งฟังปัญหาร่วมกัน แล้วผมคิดว่าวันนี้สังคมกําลังได้ประโยชน์ ได้ประโยชน์อย่างไรครับ ทุกคนพูดที่นี่วันนี้ผมเห็นพูดเรื่องจริงทั้งหมดไม่มีเรื่องเสมือนจริงเลย ผมเลยคิดว่าถ้าเปึนอย่างนี้ในการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ผู้ที่เข้าไปทํางานกรุณาให้ โอกาสการแปรญัตติของพวกเราเปึนการแปรญัตติจริง ๆ ไม่ใช่ให้เราเขียนเปึนพิธีการ แล้วคุณก็ทําเปึนพิธีกรรมแล้วก็ไม่ยอมรับไม่ได้นะครับ ผมยืนยันว่าไม่ได้เลย เพราะว่า วันนี้มันเปึนวิธีการสําคัญของกฎหมาย มันเปึนเรื่องใหม่มาก ผมย้อนไปอันหนึ่ง วันนี้เห็นตรงนี้แล้วจําเปึนที่ต้องพูดถึงองค์กรอื่น เช่น กกต. เราต้องมีกระบวนการ ร่างกฎหมายแบบนี้ให้ กกต. ได้มีวิธีการพิจารณาความให้มันชัดเจน แล้วข้อโต้แย้ง จะไม่เกิด วันนี้ผมดีใจ ๒ เรื่อง เรื่องหนึ่งท่านดูนะครับ กกต. ชุดปัจจุบันท่านมาจาก กระบวนการรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนวิธีการพิเศษ มาจากกระบวนการของศาล เหมือนกัน วันนี้เราต้องยอมรับว่า กกต. ชุดปัจจุบันมีความสามารถในการชั่งน้ําหนัก พยานได้ดีมาก ผมพูดถึงเรื่องนี้ทําไม เพื่อจะบอกว่าการเลือกสรรคนเข้ามาเปึน ผู้ไต่สวนอิสระ ผมยังมั่นใจว่าศาลท่านจะทําได้ แต่ผมจะแปรญัตติเข้าไปตรงไหนครับ ต้องเพิ่มรายละเอียดเรื่องอะไรที่สําคัญ ใครก็ตามที่มีความเห็นแย้ง เห็นต่างจนเปึน ที่ประจักษ์กับบุคคลผู้ถูกกล่าวหา คุณไม่มีสิทธิเสนอตัวเข้ามาเปึนกรรมการผู้ไต่สวนอิสระ ผมฝากเรื่องนี้ไว้สําคัญมากครับ สมมุติว่ามีคนไม่เห็นด้วยกับผมแล้วด่าผมข้างถนนตลอด แต่ว่าถูกตั้งเปึนกรรมการ ผมไม่เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะได้ประโยชน์ จะเสียหาย ด้วยซ้ําไป แต่ถ้าเราไม่เขียนไว้ก็จะมีผู้ที่ ผมชอบอาจารย์ที่พูดก่อนหน้าผม ท่านเปึนผู้พิพากษา ท่านบอกว่าท่านไม่เชื่อเรื่องบุคคล ท่านต้องการสร้างระบบ เพราะฉะนั้น การเขียนรายละเอียดไว้ก็เพื่อที่จะสร้างระบบให้มั่นคงกับกระบวนการยุติธรรมของเราครับ วันนี้ถ้าหากว่าเปึนพวกตัวเองทําความผิดก็เรียกว่าอารยะขัดขืน แต่ถ้าพวกอื่นทําความผิด ก็ไปบอกว่าไม่เชื่อล่ะมันจะมีความยุติธรรม ผมว่าเราต่างคนต่างมีสํานึกทางกฎหมาย เหมือนกันไม่ใช่ต่างกัน แต่ว่าผลประโยชน์ที่เปึนสถานะทางสังคมของพวกเราต่างหาก ที่ทําให้เราเห็นต่าง เห็นแย้งกันในบางเรื่อง ผมจะขอขอบคุณท่านประธานและจะจบ การอภิปรายเพียงเท่านี้ แล้วพรุ่งนี้ผมจะเริ่มเขียนคําแปรญัตติ และผมจะใช้โอกาสนี้ โดยการเข้าไปแปรญัตติจะทําอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ผมคิดว่า เปึนเรื่องดีงาม ขอบคุณครับ