วรงค์ เดชกิจวิกรม เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการสร้างสมดุลของระบบสามประการ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบผู้ที่ทุจริตและโกง และการช่วยเหลือในการตรวจสอบผู้ที่มีอิทธิพลทางการเมือง เขายังแสดงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการไต่สวนในพ.ร.บ. และขอให้ทำความชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาการดำเนินการ นอกจากนี้เขายังเสนอแนะว่าผู้ไต่สวนอิสระควรไม่ใช่ผู้พิพากษาศาลฎีกา แต่เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่ควรใช้ตำแหน่งเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังตัวแทนของศาลฎีกาทั้ง ๓ ท่านว่า วันนี้ผม เห็นใจท่านครับ ท่านมาอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ในช่วงระยะเวลาหลายชั่วโมง แล้วท่านก็ฟัง ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน บางครั้งอาจจะทําให้ท่านสับสนบ้างครับ แต่ท่านไม่ต้องกลัวครับ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านทําอยู่วันนี้ท่านทําในสิ่งที่ถูกต้องครับ ท่านคงจะทราบดีอยู่นะครับว่า วันนี้สังคมไม่สมดุลจริง ๆ วันนี้เปึนบทพิสูจน์ที่ทําให้ท่านได้รับรู้แล้วว่าวันนี้ฝ์ายบริหาร และฝ์ายนิติบัญญัติไม่สามารถที่จะถ่วงดุลกันได้ จึงมีความจําเปึนที่จะต้องเอาฝ์ายตุลาการเข้ามาช่วยสร้างสมดุลของระบบทั้ง ๓ ระบบ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า วันนี้ท่านกลับไปบ้านท่านคงมีภาระที่หนักอึ้งลงไปครับ ที่วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ คนกําลังฝากภารกิจให้กับท่าน ผมจําได้ว่า มีท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งบอกว่าวันนี้ท่านมาสาย ถึงมาสายก็ดีกว่าไม่มาครับ แล้วผมเชื่อว่า ท่านตุลาการจะมีส่วนในการสร้างสมดุลของสังคมไทยครับ ไม่อย่างนั้นสังคมไทยคง ไม่เละเทะขนาดนี้ และผมอยากให้ความมั่นใจกับท่านครับว่า พวกเราไม่เคยคิดว่า ท่านกําลังเข้ามาก้าวก่ายทางการเมือง ไม่เคยคิดจริง ๆ ครับ แต่พวกเราคิดว่าวันนี้ เราต้องการจะเป่ดประตูให้การเมืองคนที่ทําผิด ๆ ครับ คนที่ทุจริต คนที่โกง เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของท่านได้ง่ายมากยิ่งขึ้นครับ เพราะที่ผ่านมานั้น กระบวนการตรวจสอบทางการเมืองนั้นเกิดขึ้นยากมากครับ ท่านคงจะทราบดีว่า กระบวนการตรวจสอบนักการเมืองมีแค่กระบวนการ ป.ป.ช. บางครั้งอาจจะติดภารกิจ เยอะมาก ทําให้การตรวจสอบผ่านกระบวนการ ป.ป.ช. อย่างเดียวนั้นมีปัญหาครับ ดังนั้น ให้ท่านสบายใจนะครับว่าขณะนี้ท่านได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนสิ่งที่ถูกต้อง แล้วครับ ผมอยากจะฝากข้อสังเกตท่านเพียง ๕ ข้อ เพราะว่ามีสมาชิกหลายท่านได้พูด ในประเด็นหลาย ๆ ประเด็นผ่านไปแล้ว
ข้อสังเกตข้อที่ ๑ คือผมถือว่านี่คือเสน่ห์ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ต้องย้ําครับ นี่คือเสน่ห์ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เพื่อให้กระบวนการตุลาการ มีช่องทางในการเอาคนโกงติดคุกได้ง่ายขึ้น ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ดีก็จริง แต่มีหลายสิ่ง หลายอย่างที่ยังบกพร่องอีกเยอะ แต่ป้ ๒๕๕๐ จุดนี้เปึนจุดที่ชี้ให้เห็นแล้วว่าช่องทางนี้เปึน ช่องทางที่เอาคนโกงเข้าคุกได้ง่ายขึ้น
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ที่อยากจะฝากกราบเรียนเนื่องจากว่ามีสมาชิกบางท่าน อภิปรายแล้วสับสน และผมเชื่อว่ามีพี่น้องประชาชนที่อยู่บ้านเวลาฟังแล้วอาจจะเข้าใจผิด ที่คิดว่าใน พ.ร.บ. ที่ท่านเสนอมานี้ที่ให้มีการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระนั้นจะสามารถ เอานักการเมืองทุกส่วนเข้าสู่กระบวนการไต่สวนอิสระนั้นไม่ใช่ครับ ผมจะขออนุญาต พูดแทนท่าน ผมเกรงว่าท่านจะลืมพูดแล้วก็ประชาชนจะสับสนครับ กระบวนการผู้ไต่สวน อิสระนั้นสามารถเอาผิดกับอรหันต์ ๓๘ รูปเท่านั้นครับ คําว่าอรหันต์ ๓๘ รูป หมายความว่า ประกอบไปด้วยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ๓๖ คน ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธาน วุฒิสภา เท่ากับว่าอรหันต์ ๓๘ คนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาครับ จึงจําเปึนจะต้องมีกระบวนการพิเศษ ในการพิจารณาเพื่อเอาคนเหล่านี้ถ้าทําผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ผมอยากจะมี ข้อสังเกตที่อยากจะกราบเรียนท่านว่า ในมาตรา ๔๔/๕ วรรคสอง ที่กล่าวไว้ว่าในกรณีที่ ผู้เสียหายยื่นคําร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนข้อเท็จจริง และสรุปสํานวนพร้อมทั้งทํา ความเห็นเกี่ยวกับการดําเนินคดีอาญาแก่บุคคลตามวรรคหนึ่ง ก็คือวรรคหนึ่งที่ร้องต่อ ศาลฎีกาให้แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ แล้วก็มีการเขียนเพิ่มเติมว่า ผู้เสียหายจะยื่นคําร้องต่อศาล ตามวรรคหนึ่งได้ต่อเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ๑. ไม่รับดําเนินการไต่สวน ๒. ดําเนินการ ล่าช้าเกินสมควร หรือ ๓. ไต่สวนแล้วเห็นว่าไม่มีมูลความผิด ผมอยากจะเรียนกับท่านนะครับว่า ผมมีประสบการณ์เปึน ส.ส. เมื่อป้ ๒๕๔๘ เปึน ส.ส. สมัยแรก ครั้งนี้เปึนสมัยที่ ๒ ครับ ในการเปึน ส.ส. สมัยที่แล้วเราก็จับทุจริตได้คดีหนึ่งครับ คดีนั้นคือคดีทุจริตเรื่องรถพยาบาล ผมได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อประมาณเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม ป้ ๒๕๔๘ แล้วผมจําได้ว่า ป.ป.ช. เชิญผมไปให้ปากคํา ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ก็คือประมาณต้นป้ ๒๕๔๙ และครั้งที่ ๒ ก็คือ เมื่อเดือนที่ผ่านมานี้เอง ดังนั้นผมอยากจะถามท่านว่า ในกรณีที่เกิดถ้าคดีส่งไปที่ ป.ป.ช. แล้ว ที่ท่านบอกว่าถ้าจะเปลี่ยนใจส่งไปให้ศาลฎีกาตั้งผู้ไต่สวน การดําเนินการล่าช้าอย่างนี้ ๓ ป้ ท่านคิดว่ามันช้าไหม ดังนั้นผมอยากจะฝากเรียนท่านว่าผมยังคาใจครับ ในเรื่อง ระยะเวลาว่าถ้าเปึนไปได้คือ ผมจําไม่ได้ท่านเคยตอบพวกเราในที่ประชุมวิป ท่านบอกว่า เปึนดุลยพินิจของศาลฎีกาในการที่จะพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับว่าคดีจาก ป.ป.ช. นั้นช้า หรือไม่ช้า แต่ถ้าเปึนไปได้คืออยากจะให้มีคําตอบที่เปึนภาพกว้าง ๆ ว่า เช่น คดีเสนอ ป.ป.ช. ไปแล้ว ๑ ป้หรือ ๒ ป้ หรือ ๓ ป้ ถ้าไม่มีความคืบหน้า สามารถเสนอต่อศาลฎีกา เพื่อแต่งตั้งผู้ไต่สวนได้ อันนี้เปึนความคิดเห็นที่อยากจะฝากท่านเปึนกรณีที่ ๒ ครับ
ในส่วนของข้อสังเกตข้อ ๓ ตามมาตรา ๔๔/๗ ซึ่งในมาตรา ๔๔/๗ ได้พูดถึง กรณีที่แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระที่ย้ําว่า คนที่ศาลฎีกาแต่งตั้งนั้นจะต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย ๒ ข้อ คือ ข้อ ๑ ต้องเปึนกลางทางการเมือง และข้อ ๒ คือมีความซื่อสัตย์สุจริต เปึนที่ประจักษ์ ผมอยากจะย้ําครับว่าผมเห็นใจท่านว่าในกรณีของมาตรานี้ในการที่จะ แต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนมันเปึนช่องทางที่จะทําให้อํานาจการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้ง่ายครับ ดังนั้นตรงนี้เปึนจุดที่ท้าทายกับศาลฎีกาเปึนอย่างยิ่งในการที่จะแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ที่มีคุณสมบัติให้ครบทั้ง ๒ ข้อนี้ แต่อยากจะฝากข้อคิดเห็นนิดหนึ่งครับว่าคนที่จะ เหมาะสมนอกจากเปึนกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตแล้ว จุดที่พิจารณา ง่าย ๆ คือคนคนนั้นไม่ควรจะใช้ตําแหน่งของเขาเองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง หรือพวกพ้องครับ ผมว่าข้อนี้สําคัญที่สุดในการที่ท่านจะตัดสินหรือว่าพิจารณารับใครมาเปึน ผู้ไต่สวนอิสระ ผมจําได้ว่าในระหว่างที่ผมนั่งฟังมามีสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงว่าถ้าเกิด การแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระนั้นจะทําให้ศาลฎีกาเหมือนลดระดับลงมา จะเปึนองค์คณะ ศาลฎีกาแล้วต้องลดระดับลงมาเปึนผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมคิดว่าท่านสมาชิก ที่กําลังอภิปรายในหมวดนี้ไม่ได้อ่านกฎหมายหรือร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้อย่างละเอียด ผมตอบ แทนท่านเลยแล้วกันนะครับว่า ในข้อเสนอร่าง พ.ร.บ. ของท่านมาตรา ๑๒ ได้กําหนด ไว้ชัดเจนว่า องค์ประกอบของผู้ไต่สวนอิสระนั้นคือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ หัวหน้าคณะ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งมีไม่น้อยกว่า ๑ คน และอัยการไม่ต่ํากว่าชั้น ๖ ไม่น้อยกว่า ๑ คน หรือบุคคลที่มีอายุไม่ต่ํากว่า ๔๕ ป้ตามที่คุณสมบัติกําหนด ดังนั้นไม่ใช่องค์คณะจาก ผู้พิพากษาศาลฎีกามาเปึนผู้ไต่สวน
ผมมีข้อสังเกตข้อที่ ๔ ตามมาตรา ๔๔/๙ ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้ผู้ไต่สวนอิสระ ทําการไต่สวนและทําความเห็นให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งตรงนี้อยากจะย้ํานะครับ เพราะผม มองว่าการพิจารณาไต่สวนอิสระของผู้ไต่สวนอิสระนั้นกระทํากับคน ๓๘ คนเท่านั้น ดังนั้นคําว่า โดยเร็ว ผมก็กังวลใจครับ เพราะอย่าลืมว่าคนเหล่านี้ ๓๘ คนนี้เปึนบุคคล ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ผมอยากจะให้ทางศาลหรือทางอะไรก็แล้วแต่เวลามีการแปรญัตติ น่าจะกําหนดระยะเวลาที่ชัดเจนลงไปว่า การไต่สวนนี่ควรจะต้องทําให้เสร็จสิ้นภายใน ระยะเวลาเท่าไร เช่น ๑ ป้ ๒ ป้ หรือว่าต่อได้อีก ๑ ป้ หรือ ๒ ป้ก็แล้วแต่ครับ เปึนข้อคิดเห็น ที่จะเสนอฝากไป
และข้อสังเกตข้อ ๕ ซึ่งเปึนข้อสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนว่า วันนี้ กระบวนการยุติธรรมนั้นถูกแทรกแซงสูงมากครับโดยเฉพาะอัยการ ผมจําได้ว่ามีสมาชิก ท่านหนึ่งได้พูดถึงกระบวนการที่ถูกแทรกแซง อัยการครับ ในมาตรา ๔๔/๑๑ ได้มีการพูดถึง ในกรณีที่อัยการสูงสุดเห็นว่ารายงานเอกสารและความเห็นของผู้ไต่สวนอิสระยังไม่สมบูรณ์ อัยการจะแทงเรื่องกลับมาให้ผู้ไต่สวนอิสระและตั้งคณะกรรมการร่วมกันทั้ง ๒ ฝ์าย อย่างเสมอกัน เท่าเทียมกัน ถ้าผลการพิจารณานั้นอัยการไปฟัองต่อ จบครับ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าผลการพิจารณานั้นอัยการไม่ส่งฟัอง ผู้ไต่สวนอิสระสามารถฟัองได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตรงนี้เปึนจุดที่น่าเปึนห่วงครับ ที่มีหลายคนถามผมว่าถ้ามีโอกาสให้มาบอกกับที่ประชุมว่า เราจะมีกระบวนการตรวจสอบอัยการหรือไม่ครับ เช่น ถ้าผู้ไต่สวนอิสระฟัองด้วยตัวเองแล้ว ศาลฎีการับฟัอง แล้วผลการตัดสินว่านักการเมืองท่านนั้นมีความผิดจริง อย่างนี้ผมคิดว่า อัยการที่เกี่ยวข้องที่ไม่ฟัองนั้นต้องแสดงความรับผิดชอบ ผมมีเหตุผลว่าทําไมอัยการ จะต้องแสดงความรับผิดชอบ ๒ กรณี
กรณีที่ ๑ การที่อัยการท่านนั้นปฏิเสธไม่รับคดีนี้ไปส่งฟัองโดยที่ปล่อยให้ ผู้ไต่สวนอิสระฟัองด้วยตัวเอง เปึนไปได้ว่าอัยการท่านนั้นกําลังจะถูกแทรกแซงจาก นักการเมือง เพราะว่า ๓๘ คนนี้คือคนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศครับ ถ้าอัยการท่านนั้น ปฏิเสธบอกว่าไม่ถูกแทรกแซงได้พิจารณาคดีไปด้วยความบริสุทธิ์ใจก็สู่ข้อ ๒ แสดงว่า อัยการท่านนั้นไม่มีฝ้มือครับ ดังนั้นอยากจะกราบเรียนว่า เปึนไปได้ไหมว่าที่จะมีการเพิ่มเติม ในการตรวจสอบองค์กรเหล่านี้ในคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับสูงของประเทศครับ ท้ายที่สุดนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมและให้กําลังใจท่านตัวแทน ตุลาการทั้ง ๓ ท่านครับ ขอบคุณครับ