สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและสถาบันตุลาการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาอํานาจตุลาการที่เป็นอิสระ และไม่ให้อํานาจนิติบัญญัติหรือบริหารเข้ามาแทรกแซง สุนัย จุลพงศธร ยังหารือเรื่องการปฏิวัติ พรรคการเมืองที่ใช้สถานการณ์ทางการเมืองเพื่อผลักดันให้ตุลาการเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง และเรียกร้องให้ตุลาการคิดเรื่องนี้เพื่อรักษาความเป็นธรรมและสถาบันตุลาการ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นครสวรรค์ ในนามของ พรรคพลังประชาชน ต้องกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. สุทิน เพราะว่าเวลาอภิปรายไม่พอ ท่านก็เลยเสียสละให้ผมได้พูดแทนท่านด้วย เปึน ส.ส. จากมหาสารคาม ท่านประธานครับ กระผมเองไม่สบายใจที่ฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่เช้ามามีการพาดพิงถึงสถาบันตุลาการ ความไม่ไว้วางใจตุลาการ กล่าวอ้างในเชิงที่ตําหนิว่า หวังพึ่งความเปึนธรรมไม่ได้ ที่กระผมเองอาจจะมีความรู้สึกร่วมกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอื่น แต่อาจจะมากกว่าเพราะว่าผมเองประกอบอาชีพเปึนทนายความ จบนิติศาสตร์จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเปึนมหาวิทยาลัยที่พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ ท่านได้ตั้งขึ้น มหาวิทยาลัยอื่นก็มีความสําคัญเช่นเดียวกัน มีคณะนิติศาสตร์ ใครจบที่ไหนก็เหมือนกัน แต่ที่ผมต้องกราบถึงพระพุทธเจ้าหลวงนั้น เพราะว่าพระองค์ท่านเปึนผู้ที่อยู่ในภาวการณ์ ที่ต้องต่อสู้เรื่องสิทธิทางศาลของประเทศไทย ในระหว่างนั้นคงจําได้นะครับว่า ฝรั่งประเทศ ที่มีความเจริญแล้วเข้ามาในประเทศไทยนั้น ถ้าคนฝรั่ง คนในบังคับอังกฤษมีเรื่องพิพาท กับคนไทยแล้วต้องขึ้นศาลฝรั่ง ต้องขึ้นศาลอังกฤษ ต้องขึ้นศาลฝรั่งเศส ที่เราเรียกว่า สิทธิสภาพนอกอาณาเขต พระองค์ท่านได้ต่อสู้เรื่องนี้ถึงขนาดยอมเสียดินแดนเพื่อจะแลก กับสิทธิทางศาลเพื่อให้อํานาจอธิปไตยของไทยนั้นสมบูรณ์ บังเอิญกระผมเรียนอยู่ที่ สถาบันที่นั่นแล้วก็ได้ประกอบวิชาชีพทางทนายความพึ่งพาศาลนี่ล่ะครับ จนถึงวันนี้ ยังมีตั๋วทนายอยู่ครับ หาอยู่หากินมาจนถึงวันนี้ ๓๐ กว่าป้ครับ ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อมี กฎหมายเกี่ยวกับศาลเข้ามาไม่มีใครตําหนิศาลครับ ถ้ายิ่งเปึนประโยชน์ของศาล สภาจะหนุนเนื่องให้ครับ ผมคนหนึ่งที่ได้อภิปรายสนับสนุนไม่ว่าจะเปึนเรื่องเงินเดือน สิทธิอะไรต่าง ๆ ของผู้พิพากษาไปดูได้ในบันทึกการประชุมในอดีต แต่สิ่งที่ผมเกิดความเปึนห่วง มากที่สุดก็คือว่าหลักการยุติธรรมของโลกเกี่ยวกับพลเรือนนั้นเขามีหลักประกันเรื่องการ ขึ้นศาลมี ๓ ศาลครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า ผมจะไม่รับรองร่างนี้ครับ แต่ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าเรากําลังเริ่มเคลื่อนจากหลักยุติธรรม ที่ทั่วโลกเขายอมรับกันมากขึ้นทุกที รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นทบทวนสักนิดเถอะครับ ท่านประธานครับ ผมเปึน ส.ส. ในเวลานั้นเราไม่มีสิทธิพูดอะไรทั้งนั้น มีคนนอกครับ คนนอกมาจัดร่างให้ แล้วคนที่ร่างทั้งหลายที่กําลังประท้วงอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ วันนี้ อยากจะบอกกับประชาชนให้เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นผู้แทนราษฎร ในขณะนั้นไม่เกี่ยวเลยครับ พรรคการเมืองไม่เกี่ยว รับรองหรือไม่รับรองอย่างเดียว มีส่วนหนึ่งที่ผมรู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ นั่นก็คือสิทธิของนักการเมืองน้อยกว่า สิทธิของประชาชนในการพึ่งพิงระบบยุติธรรม นั่นก็คือมีระบบศาลพิจารณา ในคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านครับ โดยหลักการคดีอาญา คดีแพ่ง ทั้งหลายนั้นเราใช้หลัก ๓ ศาล เพราะเราไม่เชื่อมั่นในกระบวนการเดียวครับที่อาจจะมี ข้อผิดพลาดได้ ดังนั้นการให้ความยุติธรรมนั้นต้องให้ถึง ๓ ชั้น แต่พอมาถึงนักการเมือง เหลือชั้นเดียวครับ และวันนี้ยิ่งน่าห่วงเข้าไปอีกครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ขณะนี้กําลังผลักดันระบบตุลาการให้ไถล เข้าสู่ระบบการเมืองมากขึ้น นี่เปึนอันตรายอย่างยิ่งที่ผมกราบเรียนหลายครั้ง ผมอยากจะ รักษาสถาบันศาล สถาบันตุลาการไว้ให้ปลอดจากการเมือง แต่ดูเหมือนว่ามีนักวิชาการ คนหนึ่ง แหม ไม่อยากจะเอ่ยชื่อท่านเท่าไร แต่เปึนคนเคารพกันจําเปึนต้องเสนอ ขออนุญาตท่านครับ เพราะในอนาคตถ้าระบบอํานาจตุลาการเกิดสั่นคลอนพังทลาย เมื่อไรขอให้คนนี้รับผิดชอบด้วย นั่นคือคุณธีรยุทธ บุญมี ที่ผมรู้จักกับท่านจบจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ท่านเสนอและสนับสนุนว่าตุลาการอภิวัตน์ครับ และวันนี้ หลายคนก็กําลังสนับสนุนว่าให้ตุลาการอภิวัตน์ ท่านประธานครับ คําว่า อภิวัตน์ นั้น แปลว่า ปฏิวัติ ครับ ปฏิวัติ แปลว่า เปลี่ยนแปลงระบบสังคมไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เปึนอยู่ให้แตกต่างออกไป ท่านครับ ท่านปรีดี พนมยงค์ ให้คําว่า อภิวัตน์ แทน การปฏิวัติ เมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ท่านประธานครับ หลักการ ที่เราใช้มาตลอดเวลานั้นเปรียบเทียบอํานาจตุลาการ นิติบัญญัติ บริหาร มันเหมาะเหม็ง กับก้อนเส้า ๓ ก้อนหุงข้าวครับ คนโบราณจะเข้าใจทันทีว่าหิน ๓ ก้อนที่เราเรียกว่า ก้อนเส้า ๓ ก้อนวางเท่ากันในลําดับที่ได้ดุลกันจะต้มข้าวสุก แต่คนปัจจุบันอาจจะลืมไปแล้ว เพราะหุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟัา แต่หลักการเรื่องนี้เปึนหลักการโบราณจริง ๆ ว่า หิน ๓ ก้อนต้องได้ดุลกันครับ หินก้อนที่ ๑ เปรียบได้กับนิติบัญญัติ หินก้อนที่ ๒ เปรียบได้ กับบริหารคือรัฐบาล หินก้อนที่ ๓ เปรียบได้กับอํานาจตุลาการ หลักของสากลทดสอบ ใช้มาแล้วครับ ๒๐๐ ป้ เราเพิ่งวางหลักกันเมื่อป้ ๒๔๗๕ ดังนั้นถ้าหิน ๓ ก้อนนี้ได้ดุลกัน หม้อข้าวสุกครับ แต่วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ กําลังผลักให้หินตุลาการนั้นก้อนใหญ่ มากขึ้นทุกทีครับ ถ้าเราไม่ระมัดระวังจับหม้อข้าวตั้งโดยไม่รู้ว่าหิน ๓ ก้อนเดี๋ยวนี้ มันไม่เท่ากันแล้ว หม้อข้าวล้มหุงข้าวไม่ได้กินแน่นอน ดังนั้นผมโยงเข้ามา ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มันเกิดขึ้นบนพื้นฐานอะไรครับเมื่อป้ ๒๕๔๐ เกิดขึ้น บนพื้นฐานที่เราเชื่อในวาทกรรม วาทกรรมหรือดิสคอร์ส (Discourse) ในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่บอกต่อ ๆ และเชื่อเช่นนั้น เราเชื่อว่านักการเมือง ข้าราชการ ฝ์ายการเมืองนี้เลวร้ายครับ เราเชื่อว่าผู้แทนราษฎรโกง เราเชื่อว่ารัฐมนตรีโกง เราเชื่อว่า ส.ว. ส.ส. โกง มีอํานาจและใช้อํานาจโดยไม่ชอบ ความเชื่อเช่นนี้ วาทกรรมเช่นนี้จึงผลักดัน ให้เกิดระบบศาลเดียวขึ้นในการทํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ พอมาถึงป้ ๒๕๕๐ แทนที่ เราจะได้พิจารณาให้เห็นชอบว่าการที่เปึนอย่างนั้นถูกต้องหรือไม่ เราก็เดินต่ออีกครับ เดินต่อแล้วยังให้อํานาจแก่ก้อนเส้าตุลาการคืออํานาจแห่งตุลาการนี้เปึนก้อนที่ใหญ่ขึ้นกว่า อํานาจบริหารอีกครับ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐสภาเปึนอํานาจสูงสุดในระบบ การปกครองที่เรียกว่า พาเลียเมนทารี ซิสเต็ม (Parliamentary system) เปึนประชาธิปไตย แบบรัฐสภา ปรากฏศาลเปึนผู้มีอํานาจสูงสุดในการเชื่อมโยงแต่งตั้งองค์กรอิสระ ศาลแต่งตั้งเองเลยนะครับ ดูในรัฐธรรมนูญได้ องค์กรอิสระจึงมาตั้ง ส.ว. ๗๔ คนไม่ต้องเลือกตั้งแล้วมาคุมสภาครับ อันนี้ไม่ใช่ความผิดของท่านตุลาการที่นั่งที่นี่แต่เรากําลังทําผิดร่วมกันก็คือเรากําลัง ตกอยู่ในวาทกรรมที่เรียกว่า ตุลาการภิวัตน์ ท่านครับเมื่อตุลาการเคลื่อนมาสู่กระบวนการ อํานาจทางการเมืองอะไรเกิดขึ้นครับ
ประการแรก ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าคนที่เปึนผู้พิพากษาที่อยู่ใน อํานาจตุลาการนั้น ท่านสอบแล้วท่านอยู่ในกฎระเบียบวินัยตามกลไกขึ้นมา ถามว่า ท่านทันเกมการเมืองของพรรคการเมืองไหมครับ ยากครับ ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ ท่านจึงตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า ได้ถูกพรรคการเมืองใช้สถานการณ์ทางการเมืองจาก ความจัดเจนนั้นมากกว่าผลักดันให้ท่านเคลื่อนมาเพื่อจะได้อํานาจทางการเมือง ขึ้นมา พรรคการเมืองบางพรรครู้ว่าฉันไม่ได้อํานาจทางการเมืองแบบนี้แน่ ดูท่าทาง อีก ๘ ป้ก็ยังไม่ได้ เขาก็เริ่มใช้กลไกต่าง ๆ เข้ามา ถามว่าตุลาการทันไหมครับ น่าเห็นใจ ไม่มีทางทันหรอกครับ เพราะอะไรครับ เพราะท่านอยู่ในกลไก ดังนั้นพอเกิดการปฏิวัติ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ภาพที่ไม่ควรปรากฏเลยนั่นก็คืออดีตประธานศาลฎีกา ขอประทานโทษเอ่ยนามท่านสักนิดหนึ่ง ท่านชาญชัย ลิขิตจิตถะ กระโดดข้ามมาเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในอํานาจของคณะปฏิวัติ เลขาของท่านขอเอ่ยนาม สักนิดรุ่นพี่ผมเอง ท่านจรัญมาเปึนปลัดกระทรวงยุติธรรม อีกคนหนึ่งที่มีบทบาท อยู่ในขณะนั้นก่อนที่จะเกิดการปฏิวัติชื่อเหมือนผม ผมสะดุ้งหลายทีบอกว่าสุนัยถูกจับ ๆ เวลาเรียกสุนัยโปรดกรุณาเอ่ยชื่อสกุลท่านผู้นั้นด้วย คือท่านสุนัย มโนมัยอุดม จากผู้พิพากษา กระโดดมาอยู่กระทรวงยุติธรรม แล้วมีบทบาทในระหว่างการปฏิวัติเปึนเสมือนหนึ่ง ได้ร่วมมือกับการกระทําปฏิวัติของ คมช. ครับ แล้วก็คลอดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมา สาธุชนทั้งหลาย ท่านผู้พิพากษา ท่านตุลาการที่รักความเปึนธรรม ถ้าใครยังรักในสถาบัน ตุลาการต้องคิดเรื่องนี้แล้วครับ นี่คือความมัวหมอง นี่กําลังทําให้ก้อนเส้าอีก ๑ ก้อน โตผิดปกติ นี่คือกําลังจะผลักดันให้องค์กรที่เราเรียกว่าเปึนที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ๖๐ กว่าป้ ๗๐ กว่าป้ที่ผ่านมาเราได้พึ่งพาศาลมาตลอด แต่วันนี้ก้อนเส้านี้ เกิดเคลื่อนตัวเปลี่ยนลักษณะขนาดขึ้น ท่านประธานครับ ผมเปึนห่วงเรื่องนี้มาก
อีกประการหนึ่ง ท่านต้องอย่าลืมนะครับ สภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลนั้น เลวอย่างไร ดีอย่างไรอยู่ได้ ๔ ป้ครับต้องไป ถ้าพรรคไหนไม่ดีจริง ๆ ก็ไป ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะนั่นมาจากการเลือกตั้ง แต่ศาลถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาแล้วจะทําอย่างไรครับ เพราะท่านไม่ได้เลือกตั้งมา ไปก็ไม่ได้ครับต้องอยู่อย่างนั้น และที่สําคัญที่สุดครับท่านประธาน อํานาจตุลาการนั้นเปึนลักษณะพิเศษของ ๓ อํานาจ ประชาธิปไตยที่แตกต่างจากอังกฤษ แตกต่างจากยุโรป แตกต่างจากอเมริกา นั่นเขา เลือกตั้งศาลครับ แต่ศาลของเราไม่ได้เลือกตั้งอยู่ในฐานะเปึนตัวแทนตัดสินคดีในนาม พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นเราต้องรักษาสิ่งนี้ไว้อย่างดี ถ้าท่านลงมาแตะกับฝ์ายการเมืองมากขึ้น ขอประทานโทษเถอะครับ สภาและรัฐบาลนั้น เหมือนคนเล่นมวยปล้ําครับ ข้าวไม่ได้หมื่นชาวบ้านก็ประท้วง หอมไม่ได้ราคาก็ประท้วง ที่เชียงรายรัฐบาลบอกตกลงข้าวได้หมื่นแล้วปรากฏว่าคนที่ขายไปแล้วบอกขอด้วยครับ อย่างนี้เขาเรียกปัญหาการเมืองมันเหมือนมวยปล้ําครับ กติกามันหายาก รัฐบาลก็จําเปึน จะต้องแก้ปัญหาเหล่านี้เหมือนนักมวยปล้ําจริง ๆ แต่ศาลนั้นถ้าจะเปรียบแล้วเหมือน นักมวยสากล ต่อยมวยมีกติกามากไม่ออกนอกลู่นอกทาง แต่เมื่อท่านลงมาใกล้เคียงกับ ฝ์ายการเมืองมากขึ้นอะไรจะเกิดขึ้นละครับ การวิพากษ์วิจารณ์ต้องเกิดขึ้นแน่นอน วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทุกเช้าครับอ่านหนังสือพิมพ์ เดี๋ยวนี้ผมติดแล้วครับต้องอ่าน หนังสือพิมพ์ที่ด่ารัฐบาลมาก ๆ ไม่อย่างนั้นไม่สบายใจ โอ้ ยังเปึนประชาธิปไตยอยู่นะ ใครบอกว่าเปึนเผด็จการรัฐสภาไม่จริงนี่หนังสือพิมพ์ยังด่าเหยง ๆ อยู่นี่ หนังสือพิมพ์ ประชาชน สมาชิกสภาฝ์ายค้านตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบฝ์ายนิติบัญญัติได้ตลอดเวลา แต่วิจารณ์ศาลได้ไหมครับเดี๋ยวติดตะราง ดังนั้นอํานาจที่ท่านดูเหมือนว่ามีมาก ในฝ์ายบริหารกับฝ์ายนิติบัญญัตินั้นเปึนอํานาจชั่วคราวที่มีการตรวจสอบได้ตลอดเวลา ถ้าเกิดมีคนถามบอกว่าถ้าเอาศาลมาอยู่ในอํานาจในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มากขึ้น คนจะขอให้ศาลเลือกตั้งบ้างจะว่าอย่างไรครับ มันไม่ยุ่งกันใหญ่หรือครับ มันจะเปลี่ยน โครงสร้างทันที ผมถึงบอกว่าคนที่บอกว่าให้ตุลาการภิวัตน์ ตุลาการภิวัตน์พูดไปเถอะ แต่วันหนึ่งถ้าบ้านเมืองมันเสียหายกรุณาอย่าหนีออกต่างประเทศครับ นั่นคือจะเกิดกลียุค เพราะไม่มีสถาบันใดจะพึ่งแล้ว ท่านประธานครับ จากประเด็นนี้กลับมาสู่การพิจารณา ที่ว่าสังคมนี้กําลังตกอยู่ในวาทกรรมว่านักการเมืองเลวจึงต้องมีศาลเดียว เอาเถอะครับ ไม่เปึนไร กัดฟันสู้ ถึงขนาดมีการวิจารณ์ยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนแล้วบอกว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยหนักเข้าไปอีก จึงต้องร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เอาแต่งตั้งเข้ามาเสียส่วนหนึ่ง วันนี้หนักเข้าไปครับม็อบ (Mob) พันธมิตรที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ คุณสนธิเสนอว่าต่อไปให้เลือกตั้ง ส.ส. แค่จังหวัดละคน แล้วที่เหลือแต่งตั้งเข้ามาอีกแบบ ส.ว. เอากันใหญ่เลยครับ ประเทศนี้ จะไปแบบไหนครับ