เกรียงชัย จึงจตุรพิธ หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้ไต่สวนอิสระและกฎหมายลูกฉบับเกี่ยวกับพยานหลักฐานใหม่ เพื่อให้ร่างกฎหมายสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกรียงชัย จึงจตุรพิธ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้ชี้แจง ก่อนอื่นกระผมขออนุญาตกราบเรียน สภาแห่งนี้ว่า กระผมเพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาสัมผัสการอภิปรายของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ให้รู้สึกตื่นเต้นจนสั่น แต่กราบเรียนว่าสั่นสู้นะครับไม่สั่นถอย กระผมขออนุญาต กราบเรียนว่าในวันนี้กระผมถือว่ากระผมมีโชค ๒ ประการ
ประการแรก ได้ฟังท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติพูดถึงตุลาการด้วยความเปึนห่วง หลาย ๆ ท่าน ในส่วนตัวของกระผมเองกระผมถือว่าท่านเมตตาเตือนสติตัวกระผม ยินดีรับไว้
ประการที่สอง กระผมนั่งฟังการอภิปรายของท่านเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ มากว่า ๗ ชั่วโมง อย่างน้อยคิดว่าอาจจะเตะตาท่านบ้างว่าพฤติกรรมที่กระผมนั่งฟังอยู่ กว่า ๗ ชั่วโมงจะพอถือว่าวางตัวเปึนกลาง เผื่อโชคดีได้รับเลือกเปึนผู้ไต่สวนอิสระ บ้างหรือไม่
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ กระผม ขออนุญาตว่าเท่าที่ฟังการอภิปรายมาทั้งหมด กระผมขออนุญาตสรุปปัญหาใหญ่ ๆ ที่กระผมจะขออนุญาตชี้แจงอยู่ ๓ ประการ
ประการแรก ก็คือปัญหาว่ามันเปึนการเพิ่มอํานาจให้ฝ์ายตุลาการหรือไม่
ประการที่สอง เกือบทุกท่านเปึนห่วงเกี่ยวกับการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ
ประการที่สาม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ข้อคิดเห็นแล้วก็พูดถึง ร่างที่เราเสนอนะครับว่าควรมีข้อทําให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
สําหรับประการแรกเกี่ยวกับว่าเปึนการให้อํานาจศาลหรือไม่ มากขึ้น หรือไม่ กระผมขออนุญาตว่าถ้ามองในมุมมองอีกส่วนหนึ่งเราอาจจะถือว่าเปึนการมอบ ภาระหน้าที่ให้หรือเปล่า
สําหรับกรณีประการที่สอง เกี่ยวกับการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ กระผม ขอขอบพระคุณเปึนอย่างสูง เพราะว่ามีหลาย ๆ ท่านได้ชี้ถึงปัญหาซึ่งกระผมคิดว่า มีประโยชน์นะครับ ส่วนที่กระผมจะขออนุญาตชี้แจงตรงส่วนนี้บางประการที่เห็นว่า ควรจะถือโอกาสชี้แจงคือ ในประการแรกมีการพูดถึงจํานวนผู้พิพากษาอาวุโส กระผม ขออนุญาตกราบเรียนข้อมูลว่าในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขครั้งล่าสุด ได้กําหนดจํานวนองค์คณะผู้พิพากษาในศาลฎีกาแผนก โดยเปลี่ยนแปลงจากหลักการ เดิมซึ่งมีแต่ผู้พิพากษาประจํา ด้วยการกําหนดให้คิดเปึนอัตราส่วนระหว่างผู้พิพากษา ประจํากับผู้พิพากษาอาวุโสในอัตรา ๖ ต่อ ๓ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ประกาศใช้ ปรากฏว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้กว้าง ๆ แต่เพียงว่าองค์คณะในศาลฎีกาแผนก ให้เลือกจากผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาอาวุโส ทําให้เกิดปัญหาการตีความว่า การที่กฎหมายลูกกําหนดจํานวนผู้พิพากษาอาวุโสไว้เพียง ๓ ท่านนั้นจะขัดต่อบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเปึนปัญหาที่โต้เถียงกันมากในหมู่ผู้พิพากษา แม้กระทั่งผู้ที่ ไม่ใช่อยู่ในศาลฎีกาก็ตาม เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาสแก้ไขบทบัญญัติแห่งกฎหมายลูก ฉบับนี้เราจึงคิดว่าน่าจะแก้ให้ล้อถ้อยคําตามรัฐธรรมนูญ เพื่อความปลอดภัย แล้วก็ความสบายใจของทุก ๆ ฝ์าย
ประการที่ ๒ ที่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอภิปรายว่าบทบัญญัติ แห่งมาตรา ๔๔/๗ วรรคท้ายขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมทั้งมาตรา ๔๔/๑๐ ว่า ผู้ไต่สวน อิสระมีอํานาจส่งไปถอดถอนหรือไม่ ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่เช่นกัน สําหรับบทบัญญัติ มาตรา ๔๔/๗ นั้นได้มีท่าน ส.ส. ได้ช่วยกรุณาอธิบายแทนแล้ว ส่วนมาตรา ๔๔/๑๐ ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น กระผมขออนุญาตชี้แจงว่าเราร่างบทบัญญัติแห่งมาตรานี้ โดยล้อถ้อยคําตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๖
ประการที่ ๓ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดถึงคําว่า ในกรณีที่จะ อุทธรณ์ได้ต้องเปึนพยานหลักฐานใหม่ ทําให้กระผมขออนุญาตว่าเนื่องจากระเบียบของ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ให้คํานิยามพยานหลักฐานใหม่เพื่อความสบายใจเพิ่มขึ้นบ้างว่า เรากําหนดแต่เพียงว่าพยานหลักฐานใหม่นั้นต้องเปึนพยานหลักฐานที่ไม่เคยปรากฏ ในสํานวนมาก่อน ไม่ใช่หมายความว่าพยานหลักฐานใหม่นั้นต้องมาปรากฏภายหลังจาก ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญามีคําพิพากษา
ปัญหาประการถัดไปคือพูดถึงเหตุใดบทบัญญัติบางอย่างไปกําหนด อยู่ในข้อกําหนด กระผมขออนุญาตชี้แจงว่าส่วนที่ไปปรากฏอยู่ในข้อกําหนดนั้นเราหมาย เฉพาะเพียงเพื่อบัญญัติวิธีการทํางานให้เปึนไปโดยอยู่ในกรอบที่เข้าใจกันเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นหลักการใหญ่จะอยู่ในกฎหมายลูกฉบับนี้
ประการสุดท้าย ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงว่ากฎหมายลูก ตัวนี้จะตกไปหรือไม่ กระผมขออนุญาตชี้แจงว่าเนื่องจากมีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๒ บัญญัติรับรองไว้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงขออนุญาตว่าขอให้ท่านสบายใจว่า กฎหมายลูกนี้ยังคงอยู่
สําหรับข้อที่ ๓ เกี่ยวกับข้อแนะนําหรือท้วงติงกฎหมายฉบับแก้ไขนี้กระผม ขอน้อมรับที่จะนําไปพิจารณาเพื่อทําให้กฎหมายฉบับนี้สมบูรณ์และหวังในความกรุณา ของท่านกรรมาธิการ รวมทั้งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า เมื่อเราได้พิจารณาร่วมกัน เราคงสามารถที่จะทํางานเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้มีความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทําได้ จึงถือ โอกาสขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ ณ โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณครับ