รัฐสภา · ครั้งที่ ๗ · ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๓๗ นาฬิกา

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกมา เซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๕๘ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุม ขอดําเนินการประชุมได้หรือไม่ครับ ท่านผู้ใดขัดข้องมีไหมครับ เชิญครับ

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ในฐานะเปึน ส.ว. สรรหาจากภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็ต้องให้ความเห็นชอบครับท่านประธาน ปกติท่านประธานจะเรียกกระผมนายพลนะครับ วันนี้ท่านประธานไม่เรียกก็สงสัย นิดหน่อย

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็เพิ่มเปึน พันตํารวจเอก (พิเศษ) ก็แล้วกันครับ

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านประธานครับผมมีเรื่องที่จะต้องกราบเรียน สืบเนื่องจากว่าเกี่ยวข้องกับท่านประธานโดยตรง ท่านประธานคงจําได้เมื่อวันพุธที่ ๑๑ เวลาประมาณ ๑๔.๐๐ นาฬิกา สืบเนื่องจากท่านประธานได้กรุณาป่ดประชุม โดยกะทันหัน จากการป่ดประชุมดังกล่าวกระผมก็ได้รีบร้อนระหว่างที่รับประทานอาหาร อยู่ที่ห้องรับรอง ปรากฏว่าเดินเข้าเดินออกหลายรอบ ปรากฏว่ากระเปิาเงินสีน้ําตาล ที่โชว์ (Show) อยู่ได้หลงลืมอยู่ เปึนเหตุให้กระผมเสียหาย แล้วกลับไปบ้านทาง ผบ.ทบ. ได้ตรวจเข้ม เปึนเหตุให้เมื่อวานนี้ผมได้ลาการประชุมไป ๑ วัน ขณะนี้ได้รับเรียบร้อยครับ ท่านประธาน ปรากฏว่าลูกน้องของท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยนาม คือ นายประทาน คล้ายสุบรรณ นายวิชิต เชยเดช เปึนนักการของสภาแห่งนี้ได้เก็บได้ แล้วก็มาคืนผม เรียบร้อย ก็ต้องกราบขอบพระคุณผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านประธานที่เปึนแบบอย่างที่ดี แล้วก็กราบเรียนว่าผมขออนุญาตชื่นชม แล้วก็ขอขอบพระคุณทั้ง ๒ ท่านที่เก็บกระเปิาเงิน ผมได้ เงินก็มีไม่มาก แต่มันมีค่าด้วยน้ําใจ และขณะนี้ทาง ผบ.ทบ. ก็เข้าใจดีแล้ว ผบ.ทบ. คือทางบ้าน ไม่เกี่ยวกับท่านป็อกนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้เวลา ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือเราไม่มีปรึกษาหารือ เราจะ เข้างานเลยนะครับ ผมถือว่าการเซ็นชื่อเมื่อครบองค์ประชุมแล้ว ประธานมีสิทธิที่จะ เป่ดดําเนินการประชุมได้ นอกจากถึงเวลาโหวตเสียงนั้น เราต้องทบทวนคะแนนเสียง ในที่ประชุมว่าครบองค์ประชุมหรือไม่ก่อนที่จะลงมติในญัตตินั้น ๆ ฉะนั้นกระผม ขอดําเนินการเลย เมื่อท่านไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ เมื่อวานนี้มีท่าน ส.ว. ท่านวิทยา อินาลา เปึนคนขอพูดเปึนคนแรก เชิญครับ อยู่ไหมครับ

นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธานครับ ผม นาย วันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา พอดีท่านวิทยาติดธุระด่วนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านเลยครับ

นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตอภิปรายในกรอบการเจรจากับสหภาพยุโรป หรือ อียู (EU) กรณีสหภาพ ยุโรปขอเปลี่ยนแปลงตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรสัตว์ป้กแปรรูปภายใต้องค์การการค้าโลก หรือ ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๒ สหภาพยุโรปได้แจ้งอย่างเปึน ทางการต่อองค์การการค้าโลกดับบลิวทีโอว่าต้องการขอเปลี่ยนแปลงตารางข้อผูกพัน ภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงทั่วไปว่าด้วยพิกัดภาษีศุลกากรและการค้า ตามความตกลง แกต (GATT) ครับ เพื่อขอขึ้นภาษีสินค้าสัตว์ป้กแปรรูป ๘ รายการ เกี่ยวกับเนื้อไก่ เนื้อเปึด เนื้อห่าน แล้วก็เนื้อไก่ต๊อกท่านประธานครับ ไทยส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป เปึนปริมาณประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าส่งออกที่ไทยส่งออกไปขายทั่วโลก เพราะฉะนั้นสหภาพยุโรปก็มีความสําคัญมากสําหรับไทย ในป้ ๒๕๕๑ ไทยส่งออกไปยัง สหภาพยุโรปถึง ๗๖๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็นําเข้า ๔๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไทยก็ได้ ดุลการค้าเมื่อป้ที่แล้ว ๒๙๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๓ ไตรมาสแรกของป้นี้ไทยส่งออกไป สหภาพยุโรป ๔๖๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ได้ดุลการค้า ๑๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท สินค้าที่ไทยส่งออกไปยังสหภาพยุโรปมากเปึนอันดับหนึ่ง ได้แก่ ไก่แปรรูป เมื่อป้ที่แล้ว เราส่งออกไก่แปรรูปไปให้สหภาพยุโรปถึง ๒๕,๐๕๕ ล้านบาท แล้ว ๓ ไตรมาสแรก ของป้นี้ถึงแม้จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของโลกก็ตามเรายังส่งออกไก่ไปสหภาพยุโรปถึง ๑๕,๙๖๔ ล้านบาทครับ

ส่วนเรื่องของเนื้อเปึดสดแช่แข็งแช่เย็นนี้นะครับ ไทยส่งออกไปสหภาพ ยุโรปจํานวนไม่มาก เมื่อป้ที่แล้ว ๑๙๘ ล้านบาท ส่วนป้นี้ ๓ ไตรมาสแรก ๘๗.๔ ล้านบาท เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นไก่แปรรูปเปึนรายการที่สําคัญ ท่านประธานครับ การส่งออก ไก่สดแช่เย็นแช่แข็งแปรรูปคาดว่าในป้ ๒๕๕๒ ไทยจะส่งออกมีปริมาณ ๓๖๕,๐๐๐ ตัน โดยแบ่งออกเปึนไก่แปรรูปประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็ไก่สดแช่เย็นแช่แข็งประมาณ ๑๕,๐๐๐ ตัน สัดส่วนการส่งออกไก่ของไทยไปสหภาพยุโรปประมาณ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ ที่เราส่งมากที่สุดคือประเทศญี่ปุ์นถึง ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ตลาดอื่น ๆ เพียง ๗ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น อย่างไรก็ตามสหภาพยุโรปมีความสําคัญต่อไก่ของไทยมาก เราส่งถึง ๔๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ในการส่งออกของป้นี้ ป้ ๒๕๕๒ มีการส่งออกได้ดีเกินกว่าเปัาหมาย เกินกว่า ที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น ทําให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ทั้งรายใหญ่แล้วก็รายเล็ก ขยายการเลี้ยงไก่เพิ่มขึ้นจํานวนมาก ปัจจุบันนี้สหภาพยุโรปนําเข้าสินค้าสัตว์ป้ก ๘ รายการของประเทศไทยที่ว่าจะมีการ ปรับปรุงอัตราภาษีนี้ ประมาณ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ของการนําเข้าไก่ทั้งหมด ประเทศไทย จึงเปึนผู้ส่งออกรายสําคัญที่สุดสําหรับสินค้าชนิดนี้ของสหภาพยุโรป ท่านประธานครับ แต่ภายใต้ข้อตกลงข้อ ๒๘ ของความตกลงแกตให้สิทธิประเทศสมาชิกสามารถจะ เปลี่ยนแปลงข้อผูกพันภาษีศุลกากรของตนได้ เปลี่ยนแปลงได้ครับ แต่ต้องเจรจาต่อรองกัน แล้วก็ต้องคํานึงถึงเรื่องการชดเชยให้กับผู้ส่งออกด้วยในกรณีที่ขึ้นภาษีศุลกากร

ประเด็นที่สําคัญที่จะฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็คือว่า ถ้าอียูมีการปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรแล้วจะมีการชดเชยให้ทางประเทศไทยในฐานะ ผู้ส่งออกอย่างไรบ้าง ผมเปึนห่วงเกษตรกรรายย่อย ผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ถ้าอียูปรับขึ้นภาษี สินค้าสัตว์น้ําแปรรูป ๘ รายการนี้ ซึ่งจากปัจจุบันนี้เก็บภาษีขาเข้า ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ทราบว่าจะปรับอัตราภาษีเปึนเท่าไร ก็ต้องไปตกลงเจรจากัน ก็จะกระทบต่อเกษตรกร รายย่อย แล้วก็เกษตรกรรายใหญ่ด้วย ผู้ผลิตเพื่อการส่งออก แล้วก็เอคซพปอร์ทเตอร์ (Exporter) ก็กระทบ แต่ผมไม่ค่อยห่วงรายใหญ่เท่าไร ผมเปึนห่วงเกษตรกรรายย่อย มากกว่าที่มีทุนทรัพย์ไม่ค่อยมากนัก ดังนั้นขอฝากกระทรวงพาณิชย์จะต้องเจรจาต่อรอง ให้ดี แล้วก็ขณะที่เจรจาก็ให้คิดถึงหน้าของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อรายย่อยเอาไว้ แล้วถ้า จะต่อรองจําเปึนที่จะต้องยอมให้เพิ่มอัตราภาษีได้ก็น่าที่จะต่อรองเพื่อจะเพิ่มโควตา เนื้อไก่ชนิดอื่นเพื่อจะได้เปึนการชดเชยกันได้บางส่วน ท่านประธานครับ ผมขอให้ข้อมูล ท่านประธานดังนี้ครับ เมื่อป้ ๒๕๔๕ เกิดคดีไก่หมักเกลือ ไก่หมักเกลือนี้หมายถึง ไก่สดแช่แข็ง ประเทศไทยกับประเทศบราซิลได้ร่วมกันฟัองร้องอียูต่อดับเบิลยูทีโอกรณีที่ อียูเปลี่ยนอัตราภาษีขาเข้าจาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๕๓ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นมาก อย่างไม่เปึนธรรม เปึนการละเมิดพันธกรณีภายใต้ดับเบิลยูทีโอ แล้วสุดท้ายดับเบิลยูทีโอ ได้ตัดสินให้ประเทศไทยกับประเทศบราซิลเปึนฝ์ายชนะคดี โดยสหภาพยุโรปจะต้อง ลดภาษีนําเข้าไก่หมักเกลือ หรือว่าไก่สดแช่แข็งเปึน ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่าเดิม อันนี้ เปึนข้อมูลที่สําคัญ ถ้าขึ้นอัตราภาษีโดยไม่เปึนธรรม เราสามารถร้องต่อดับเบิลยูทีโอได้ ท้ายนี้ก็คงขอฝากรัฐบาล ขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านเปึนนักเจรจา อยู่แล้ว ท่านช่วยเจรจาให้ดี เวลาเจรจาไปก็คิดถึงหน้าเกษตรกรรายย่อย เจรจาด้วยความ รอบคอบ แล้วก็คํานึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติให้ดีที่สุด ผมคิดว่าสหภาพยุโรป คงขอขึ้นอัตราภาษีแน่ เพื่อเปึนกําแพงชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามคําถามก็คือว่าเมื่อขึ้นแล้ว จะชดเชยประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ถึงแม้นจะขอขึ้นขึ้น ให้น้อย ๆ อย่าขึ้นมากนัก ท้ายนี้ก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไว้ เพียงเท่านี้ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานมาก ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสถาพร มณีรัตน์

นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตสอบถามตัวแทนของประเทศ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่จะต้องไปเซ็นสัญญาอยู่ ๒-๓ ข้อ คือกรอบ ตามวาระ ๔.๓ คือกรอบการเจรจากับสหภาพยุโรป กรณีสหภาพยุโรปขอเปลี่ยนแปลง ตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรสําหรับสินค้าสัตว์ป้กแปรรูปภายใต้องค์การการค้าโลก ซึ่งประเด็นนี้มิตรสหายพี่น้องของกระผมซึ่งประกอบอาชีพเปึนผู้เลี้ยงไก่รายย่อยที่ส่งให้กับ บริษัทใหญ่จะเสียเปรียบหรือไม่ คือเราเกรงว่าการไปเจรจานี่เราจะปกปัองให้เฉพาะบริษัท ข้ามชาติที่ใช้ฐานในการผลิตไก่สดแช่แข็ง รวมทั้งตับไตไส้พุงไก่ทั้งหลาย เมื่อไปเจรจาแล้ว กรอบเหล่านี้ถ้ามีผลกระทบ ผมอยากจะนําเรียนว่าทางรัฐบาลได้ดําเนินการชี้แจง ได้ดําเนินการแจ้งกรอบต่าง ๆ เหล่านี้ว่ามีผลดี ผลเสียอย่างไร กระผมเองแม้จะเปึน สมาชิกรัฐสภาเราก็เพียงแต่ได้กรอบ ได้ลายลักษณ์อักษร แต่ผลกระทบหรือการจะได้ จะเสียของประเทศและของเกษตรกรรายย่อย ซึ่งวันนี้เราต้องยอมรับว่าธุรกิจการส่งออก ไก่สดแช่แข็งเสมือนหนึ่งเปึนธุรกิจผูกขาด มีการตั้งกําแพงภาษี มีการตั้งกําแพงกั้นสุขภาพ ของผู้รับประทาน โดยเฉพาะในเขตอียูสูงมาก ประเด็นเหล่านี้เสมือนหนึ่งว่าเปึนเรื่องของ การกีดกันทางการค้า แต่ปรากฏว่าข้อมูลเหล่านี้ผู้ประกอบกิจการรายเล็กรายน้อยในการ เลี้ยงไก่ครอบครัวละ ๕๐๐ ตัว ๑,๐๐๐ ตัว ๒,๐๐๐ ตัวนี่ไม่รู้เรื่อง เสร็จแล้วพอเอาไก่ไปส่ง บริษัทข้ามชาติเหล่านี้เขาก็จะตรวจว่ามันเล็กไป มันใหญ่ไป ไซส์ (Size) ขนาดนี้ไม่ได้ มีสารเร่งเนื้อแดง มีสารเร่งไข่กินแล้วจะกลายเปึนกะเทยก็มีนะครับ ไม่ใช่เรากินแล้ว เปึนกะเทย หมายถึงว่าเขาบอกว่าถ้าเราใช้สารให้ไก่มาก ๆ ลูกเราจะเปึนกะเทยครับ เท็จจริงอย่างก็ไม่รู้แต่บริษัทข้ามชาติเหล่านี้จะเปึนข้ออ้างในการกดราคากับผู้เลี้ยงไก่ ธุรกิจมันเปึนอย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพ สมมุติบริษัท ก เปึนบริษัทใหญ่ เขาก็จะมา ฟาร์มใหญ่ของเขา ๑ ฟาร์ม เสร็จจากนั้นก็จะมีไปจ้างชาวบ้านเลี้ยงเปึนฟาร์มเล็ก ฟาร์มน้อยเหมือนหมูละครับ พอเลี้ยงเสร็จเขาก็เอาอาหารไปให้ตักตวงราคา แต่ผู้เลี้ยง ไม่สามารถรับทราบ ไม่มีสัญญา ไม่มีกติกา พอเลี้ยงโตเต็มที่ก็จับส่ง เขาก็จะมีรถมารับ แล้วก็จะมีการตรวจหน้าฟาร์ม การตรวจหน้าฟาร์มนี่ละครับจะเปึนการกดราคาเกษตรกร รายย่อย ตรงนี้จะกลายเปึนลูกช่วง ทําให้เขาไม่มั่นใจว่าการไปเป่ดกรอบเจรจากับยุโรป เที่ยวนี้ พี่น้องของเราจะโดนอีกหรือเปล่า ๒. การผูกขาดเรื่องของอาหารสัตว์ ไม่ทราบว่า ภายใต้การเจรจา การที่จะทําให้อาหารสัตว์ลดลงจะไปผูกพันกับข้าวโพด ข้าวสาลี ปลาป์นที่มาคลุกเคล้ากลายเปึนอาหาร วันนี้อาหารปลากับอาหารไก่ อาหารหมู ก็ถูกผูกขาดกับบริษัทยักษ์ใหญ่ เขาทําครบวงจรครับ การเลี้ยงหมูใต้ถุน เลี้ยงไก่ ก็ถูกกล่าวว่าจะเปึนไข้หวัดนก แล้วก็ปรากฏว่าพอถูกกล่าวว่าเปึนไข้หวัดนกก็ถูกทําลาย วงจรของวิถีชุมชน วิถีชาวบ้านที่เลี้ยงไก่รายเล็ก รายน้อย วันนี้เกือบจะหมดแล้วครับ สมัยพวกเราเปึนเด็กไก่ก็เลี้ยงตามใต้ถุน ปล่อยไปตามธรรมชาติ ตั้งแต่มีโรคประหลาด ไข้หวัดนกนี่ปรากฏว่าไก่พื้นเมืองเหล่านี้สูญหายไปเกือบหมด ยิ่งมาเจอกรอบอียูที่กําหนด ตั้งกําแพงภาษีขึ้นมาแล้วไก่พื้นเมืองเราถ้าแช่แข็งรายเล็ก รายน้อยเหล่านี้จะส่งยุโรป ได้หรือเปล่า มีกรอบการเจรจาด้วยหรือไม่ อย่างไร หรือเอาไว้เฉพาะกรอบการเจรจาที่ บริษัทยักษ์ใหญ่ให้ไว้เท่านั้น ประเด็นข้อห่วงใยผมก็คือว่าเรื่องของสิ่งเหล่านี้จะกระทบกับ ผู้เลี้ยงไก่รายย่อยหรือไม่

ส่วนที่ ๒ กรอบการเจรจานี้จะทําให้ (อาหารสัตว์ป้ก) จะถูกลงหรือจะแพงขึ้น ซึ่งมันเชื่อมโยงกับการเอาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งยักษ์ใหญ่ในยุโรปเหล่านี้เขาก็ปลูกข้าวโพด เปึนใหญ่ ๆ เปึนฟาร์เมอร์ (Farmer)

ส่วนที่ ๓ เราจะดําเนินการอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนของพวกเรานี้ เข้าหาแหล่งข้อมูลในการที่จะรับรู้ รับทราบเพื่อที่จะตั้งรับ กติกาอียูนี่เราอยากรู้ครับ พี่น้องเลี้ยงไก่รายเล็กรายน้อยที่อยู่ภาคชนบทอยากรู้เหลือเกินว่าอียูนี่จริง ๆ แล้วเขาห้าม อะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้เสมือนหนึ่งว่าเปึนข้อมูลเป่ดเผย แต่ปกป่ดสําหรับพี่น้องประชาชน เพราะพี่น้องประชาชนรายเล็ก รายน้อยเหล่านี้ไม่เข้าถึงข้อมูลที่เปึนจริง พอเวลาเราจะ ส่งออกแข่งกับเขาก็จะถูกบริษัทยักษ์ใหญ่เขาก็ตีกัน อย่างน้อยเรื่องสารปลอมปน เร่งเติบโต เร่งเนื้อแดง ทานแล้วลูกจะเปึนกะเทยนี่ มันจะถูกกีดกันทางการค้าจริง ๆ ครับ บางทีวัคซีนเราให้บ้าง ไม่ให้บ้าง เขาบอกว่าไม่ได้ให้ ไก่เมื่อไปถึงนี่มันก็จําเปึนจะต้อง ขายนะครับ ก็ขายอีกราคาหนึ่งบอกว่าไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้หยอดวัคซีน ไม่ได้ฉีดวัคซีน เขาก็กันไว้อีกราคาหนึ่ง ที่จริงนี่ผมว่าพอมันเชือดแล้ว ถอนขนแล้ว มันก็ไม่รู้จะพิสูจน์ อย่างไร ตรงนี้ทางรัฐบาลก็ต้องให้ข้อมูลที่เปึนจริงกับพี่น้องผู้เลี้ยงไก่รายย่อยด้วย เพราะว่าพอไปถึงหน้าฟาร์มเสร็จ เขาจับตูดไก่ขึ้นมาแล้วก็เอาเข็มทิ่มตูดไก่ แล้วก็เอาไปดูว่า มันมี ๑ ๒ ๓ นี่ ก็เรียบร้อยเขา เพราะว่าห้องแลป (Lab) ของเกษตรกรมันไม่มี มันมีแต่ บริษัทใหญ่ ๆ ที่เขามีห้องแลปครบวงจร นี่คือข้อเสียเปรียบ ได้เปรียบ แต่รัฐบาลเองการไป เซ็นเอ็มโอยู (MOU) นี่เสมือนหนึ่งว่าให้โอกาสเฉพาะรายใหญ่เปึนการปกปัองธุรกิจของ รายใหญ่ไปด้วย แต่รายเล็กนี่รัฐบาลไม่ส่งสัญญาณให้เขารับรู้ รับทราบว่าที่ไปเซ็นนี่ ต่อไปนี้คุณจะต้องใช้สารเร่งเนื้อแดง สารเร่งไก่โตไม่เกินเท่าไร อาหารควรจะเกินเท่าไร เพราะเราก็แปลกใจ อาหารก็ใช้อาหารบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผูกขาด แต่พอให้มากก็ว่ามันให้ สารตรงนี้มากไป จับไว้อีกกรงหนึ่ง นี่มันเปึนเรื่องที่แปลกประหลาดครับท่านประธาน ที่เคารพ สัญญาก็ไม่มี ลูกไก่ก็ของเขา อาหารไก่ก็ของเขา พอไก่โตเขาบอกว่ามีสาร ปลอมปนเยอะ เขาก็จับเอาไว้อีกกรงหนึ่ง ถ้าอันไหนที่มันพอได้เขาก็จับเอาไว้อีกกรงหนึ่ง แต่พอหลังจากนั้นมันปนกันครับ เอาขึ้นรถมันปนกันไม่รู้ ตรงนี้ละครับ เพราะฉะนั้น จึงเรียนทางตัวแทนรัฐบาลว่ากรอบการเจรจาเหล่านี้ ขอได้โปรดส่งข้อมูลข่าวสารง่าย ๆ นี่ ละครับ ผ่านทางปศุสัตว์อําเภอ ปศุสัตว์จังหวัดก็ได้ หรือเวลามีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ต่าง ๆ เหล่านี้ว่า อียูเขาให้คุณ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ คุณจะต้องทํา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ไม่ใช่รู้เฉพาะ บริษัท ซีพี บริษัท เบทาโกร อย่างนี้ ถ้ารู้เฉพาะอย่างนี้ก็จบ จบข่าวเลยครับ ประชาชน ก็ไม่รู้ เขาก็ใช้ตรงนี้เปึนเครื่องมือ บอกว่าอียูเขาไม่ให้หรอกไม่บอกกันตั้งแต่นี่เวลา ทําสัญญาเลี้ยงไก่ บอกกันตั้งแต่แรกว่าคุณห้ามให้อาหาร ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ คุณห้ามผสม ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ตรงนี้ละครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า การไปเซ็นเอ็มโอยูใด ๆ ก็แล้วแต่ ด้วยความห่วงใยก็คิดถึงเกษตรกรรายย่อยที่เปึนบริษัท ลูกช่วง เปึนลูกจ้าง ลูกช่วงของบริษัทใหญ่ ๆ เพื่อที่จะได้ความเปึนธรรมทั้ง ๒ ฝ์าย ทั้งฝ์าย บริษัทใหญ่และลูกช่วงของบริษัทใหญ่ แล้วก็ช่วยเอาข้อมูลที่ท่านไปเซ็นว่าเขากีดกัน อย่างไร ศุลกากรภาษีนี่จริง ๆ แล้วมันเท่าไร อะไรเหล่านี้ครับ ถ้าเกิดเกษตรกรรายย่อย วันหนึ่งข้างหน้าได้รับการดูแลมากขึ้น ได้มีสินเชื่อเขาก็อาจจะเปึนธุรกิจรายย่อยในการ ส่งไก่เขาเองก็ได้ ไม่ใช่เฉพาะปล่อยให้บริษัท เบทาโกร บริษัท ซีพี ส่งอย่างดียว นายแก้ว นายคํา นายดํา นายมา ถ้าเขามีความสามารถ ๑,๐๐๐ ตัว ๒,๐๐๐ ตัว ๓,๐๐๐ ตัว เขาก็ ส่งเองได้ มันไม่มีอะไรเลย ต้มให้เดือดเต็มที่เอาไก่ไปจุ่ม แล้วก็รูด ก็แค่นั้นครับ เอาขนออก แล้วก็เอาห้อย ๆ แล้วกรีดตับ ไต ไส้ พุง เอาไปไว้อีกที่หนึ่ง แล้วล้างน้ําอุ่นอีกที่หนึ่ง แล้วก็ไป ฟรีซ (Freeze) ก็แค่นั้นครับ ไม่เห็นมันยากอะไรเลย แต่เวลาเราจะส่งออกนี่มันยากเย็น แสนเข็ญครับ ตรงนี้เปึนเรื่องที่นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังทางรัฐบาลว่าขอให้โอกาส กับเกษตรกรรายย่อยให้รับรู้ข้อมูล และขอช่วยกันปกปัองสิทธิประโยชน์ของเกษตรกร รายย่อยในเรื่องของการเลี้ยงไก่ ด้วยความเคารพครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านวรวิทย์ บารู เชิญครับ

นายวรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภา ปัตตานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมในนามของพี่น้องประชาชนที่มีวิถีชีวิตที่ใกล้เคียงกันกับคูเวต การลงนาม ในข้อตกลงอันนี้เห็นว่ามันจะนํามาซึ่งประโยชน์ ผมจะพูดใน ๒ ประเด็น ในเรื่องของ เศรษฐกิจกับวิชาการ จริง ๆ แล้วในข้อตกลงอันนี้น่าที่จะครอบคลุมในสิ่งที่ยังไม่เปึนที่ ตกลงในอีก ๒ ด้านคือเรื่องของวัฒนธรรมแล้วก็การศึกษา และสังคมมันจะยังประโยชน์ มากมาย ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีวีระชัยคงจะทราบดี เมื่อไม่นานมานี้ที่ท่านไปแทน ท่านรองนายกรัฐมนตรีไปเปึนประธานเป่ดมัสยิดที่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ในทางที่ ไม่เปึนทางการนั้น พี่น้องประชาชนในฐานะที่เปึนมุสลิมด้วยกันได้มีการช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเงินที่เรียกว่า เงินบริจาค เปึนหนทางหนึ่ง ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในเรื่องของเศรษฐกิจนั้น ไม่ว่าจะเปึนการลงทุน นะครับ ที่เราเรียกร้องแล้วก็เป่ดหุ้นให้พี่น้องประชาชน หรือว่าหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ เข้าไปถือหุ้นในธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กองทุนของคูเวตที่มีอยู่จํานวนมากมาย บนฐานของความเข้าใจที่ตรงกัน คือฐานเศรษฐกิจที่ไร้ดอกเบี้ย เท่าที่ทราบในวันนี้ก็คือ ความพยายามของคูเวตในการที่จะมาเทคโอเวอร์ (Takeover) ธนาคารบางธนาคาร ในประเทศไทยก็ยังดําเนินอยู่ แต่สิ่งที่สําคัญก็คือว่าระบบเศรษฐกิจที่ต่างกันก็คือระบบ ที่ใช้ดอกเบี้ยกับไม่ใช้ดอกเบี้ยยังเปึนปัญหาอยู่นิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นการที่มีความพยายาม ของทางรัฐในการที่จะช่วยตรงนี้ ผมว่าจะยังประโยชน์ ยกตัวอย่างง่าย ๆ โครงการ ไทยเข้มแข็งลงไปเพื่อการพัฒนา เรื่องของนาร้างให้เปึนนาปาล์ม ในส่วนเหล่านี้ พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งจากการวิจัยหรือว่าจากฝัืงของ วิชาการก็ดี หรือในฝัืงของทางด้านความมั่นคงก็ดี ต่างก็สรุปกันว่าส่วนหนึ่งก็คือการศึกษา เปึนสิ่งสําคัญ แล้วก็อาชีพเปึนลําดับตามมา ทั้งสองสิ่งนี้สามารถที่จะร่วมมือในข้อตกลง อันนี้ เราก็ทราบว่าตั้งแต่ระดับมัธยมจนกระทั่งระดับอุดมศึกษาที่รัฐบาลไทยสามารถที่จะ ทําความร่วมมือ พัฒนาในเชิงวิชาการของบุคลากร ทรัพยากรมนุษย์ ในเรื่องของการสอน ครูสอนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากนั้นในเรื่องของอาชีพก็สามารถที่จะใช้กระบวนการ ของสหกรณ์ในการที่จะทําให้อาชีพของประชาชนที่นั่นสามารถที่จะพัฒนาได้ โดยไม่ได้ เปึนหน่วยงานอิสระที่ไร้การควบคุมจากรัฐบาล ผมจําได้ว่าในข้อเสนอของคณะกรรมการ อิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ เมื่อ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมานี้ ก็มีข้อหนึ่งที่ต้องการที่จะให้ รัฐบาลมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน รวมทั้ง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับซะกาตก็ดี หรือว่าที่เกี่ยวข้อง กับเงินบริจาคก็ดี ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้รัฐสามารถให้การควบคุมดูแลเงินที่เข้ามา เงินบริจาค ต่าง ๆ ซึ่งจะยังประโยชน์ เพราะว่าข้อเท็จจริงเราก็ทราบดีว่าเงินบริจาคเหล่านี้ได้ไหลเข้ามา ในประเทศไทย โดยเฉพาะลงไปทางใต้จํานวนมาก เพราะฉะนั้นการที่รัฐทําความตกลง อย่างชัดเจน ซึ่งอย่างที่ได้เรียนแล้ว ถ้าหากว่าจะเปึนสิ่งที่ดีก็คือการที่สามารถที่จะให้ การครอบคลุมไปถึงเรื่องของการศึกษา เรื่องของวัฒนธรรมด้วย ศาสนสถานจํานวน มากมายนะครับ รวมทั้งเอ็นจีโอ (NGO) ที่เปึนเชิงมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับทางด้านไม่แสวงหาผลกําไร ก็เปึน สาธารณกุศลก็มีจํานวนหนึ่งที่อยู่ในประเทศไทยที่ดําเนินการอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า ไปครอบคลุมในเรื่องของวัฒนธรรม ข้อตกลงอันนี้ก็จะยังประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชน อีกมากมาย ในอีกส่วนหนึ่งในเรื่องของการศึกษาเราก็ทราบดีว่าในประเทศซึ่งเล็ก ๆ นี่ประมาณ ๑๘,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร แล้วก็มีประชากร ๒.๙ ล้านคน เกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ว่าศักยภาพทางด้านเงินทุนมีจํานวนมาก รัฐบาลคูเวตได้ให้ความช่วยเหลือแก่ นักเรียนไทย นักศึกษาไทยในการไปศึกษา แต่ส่วนหนึ่งที่มักจะมีปัญหาก็คือเวลาผ่าน ระดับมัธยมแล้วคะแนนไม่ดี ไม่สามารถที่จะต่อในมหาวิทยาลัยของเขาได้ ในอีกอันหนึ่ง ก็คือจํานวนไม่มากนักที่ระดับอุดมศึกษาที่เข้าไป เพราะเกณฑ์ของคะแนนต่ําเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าหากมีความร่วมมือทางด้านวิชาการมันจะสามารถทําให้ คุณภาพการศึกษาของเด็กเหล่านี้สามารถจะบรรลุผลซึ่งไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย บางทีเด็กที่ไปแล้วยังต้องเดินทางกลับเพราะไม่สามารถที่จะผ่านเกณฑ์ที่จะเข้า มหาวิทยาลัยได้ในระดับมัธยมศึกษา ในระดับอุดมศึกษานั้นนอกเหนือจากที่ไป โดยทุนการศึกษาที่ชัดเจนที่สอบผ่านเกณฑ์แล้ว ถ้าไปจากมัธยมศึกษาที่นี่มักจะ ไม่ประสบผลสําเร็จนะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงจะเห็นว่าจากข้อมูลที่มีมานั้นมีจํานวน ประมาณ ๔๐ คน จึงเปึนเรื่องซึ่งมันเปึนข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า มีการร่วมมือกันทางด้านวิชาการ ผมเข้าใจว่าไม่เฉพาะแต่การศึกษาหรือทุนการศึกษา ของเด็กเท่านั้นนะครับ รวมทั้งในหน่วยงานต่าง ๆ ที่เปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างเช่นว่า ในมหาวิทยาลัยซึ่งมีนักวิชาการระดับสูง เราก็สามารถที่จะทําความตกลงกันเพื่อที่จะ ให้คนเหล่านี้ในสาขาวิชาชีพเฉพาะที่ตัวเองมีอยู่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องด้านกฎหมายอิสลาม หรือทางด้านเทววิทยาหรืออะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะพัฒนาคนเหล่านี้เพื่อที่จะ ยกระดับคนเหล่านี้ให้สูงขึ้น เพื่อที่จะทําหน้าที่ในประเทศไทยต่อไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้าหากว่า มีความร่วมมืออย่างชัดเจนมันจะแก้ปัญหาในเชิงของผู้สอนสาขาทางด้านศาสนาที่อยู่ ตามโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาปอเนาะต่าง ๆ นี่สามารถที่จะทําให้สิ่งต่าง ๆ ที่มันเปึนไปในทางจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ดีขึ้น รวมทั้งในภาคอื่น ๆ ของประเทศไทย ด้วย ผมเข้าใจว่าทางรัฐบาลคูเวตเองมีความปรารถนาที่จะทําสิ่งเหล่านี้ แล้วก็ถ้าหากว่า สิ่งเหล่านี้ได้ถูกจัดระบบอย่างดีแล้วข้อครหาต่าง ๆ ผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือและผู้ให้ ความช่วยเหลือก็จะมีความสบายใจในทุกด้านนะครับ เพราะว่ามีรัฐดูแลอยู่ สิ่งเหล่านี้ เปึนสิ่งที่คนในพื้นที่หรือว่าคนทั้งประเทศก็ว่าได้เรียกร้องที่จะให้มีข้อตกลงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ชัดเจนที่รัฐสามารถที่จะตรวจสอบเขาได้นะครับ ไม่ใช่ว่ามีความรุนแรงทีหนึ่งก็บอกว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศมา ซึ่งเปึนสิ่งที่เขาลําบากใจ เพราะว่า โดยจริง ๆ แล้วในทางศาสนานั้นความช่วยเหลือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเงินซะกาตหรือว่า เงินบริจาคต่าง ๆ เปึนสิ่งซึ่งห้ามกันไม่ได้ สามารถที่ไหลไปจากที่หนึ่งที่เปึนที่ต้องการ แล้วก็จากที่หนึ่งที่สามารถให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เรียกว่า ซะกาต เพราะฉะนั้น ความร่วมมือที่ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลคูเวตนั้นผมเข้าใจว่าถ้าหากเราสามารถที่จะ พัฒนาไปสู่การครอบคลุมในทางด้านที่มากกว่าที่กําหนดไว้ที่ยังคั่งค้างอยู่ มันก็จะเปึน ประโยชน์ต่อประเทศไทย แล้วมันก็จะเปึนประโยชน์ต่อประเทศคูเวตอย่างดีเลยทีเดียว นะครับ ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ท่านประธานได้อนุญาตให้คณะรัฐมนตรีได้เสนอวาระ การพิจารณาเข้าสู่รัฐสภาของเรา ๔ เรื่องเมื่อวานที่ผ่านมาเปึนกรอบเจรจาอยู่ ๑ เรื่องก็คือ ในวาระ ๔.๓ กรอบเจรจากับสหภาพยุโรป กรณีที่สหภาพยุโรปขอเปลี่ยนแปลงตาราง ข้อผูกพันภาษีศุลกากรสําหรับสินค้าสัตว์ป้กแปรรูป ภายใต้ขององค์การการค้าโลก และอีก ๓ เรื่องเปึนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสมาชิกสมาคมประชาชาติ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเกี่ยวกับ ความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา แล้วก็มีความตกลงอีก ๒ เรื่องในเรื่องความตกลง ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งรัฐคูเวตว่าด้วยความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจและวิชาการ เปึนความตกลงระหว่างคณะมนตรีสหพันธ์สวิสและรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างอาณาเขตของทั้งสองฝ์าย และพ้นจากนั้นไป

ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมไล่เลียงอย่างนี้ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ว่าผมมีเวลาที่ท่านประธานให้ ๑๐ นาทีจริง ๆ ผมอยากจะพูดทั้งหมดแต่คงเปึนไปไม่ได้ กรอบการเจรจาเรื่องแรกมันเปึนการที่คณะรัฐมนตรีต้องทําตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ส่วนอีก ๓ เรื่องเท่าที่ผมได้ตรวจสอบดูเปึนลักษณะ ของสิ่งที่จะมีข้อผูกพันที่จะต้องไปลงนามเปึนข้อตกลงที่ต้องมีผลบังคับใช้ ซึ่งเปึน สิ่งที่รัฐมนตรีเองต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง แล้วก็วรรคสี่ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานในช่วง ๑๐ นาทีแรก ผมจะขออนุญาต ลงมาในกรอบการเจรจาในวาระ ๔.๓ เปึนกรอบการเจรจากับสหภาพยุโรป กรณีสหภาพ ยุโรปขอเปลี่ยนแปลงตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรสําหรับสินค้าสัตว์ป้กแปรรูปภายใต้ องค์การการค้าโลก ผมพยายามตรวจสอบเอกสารที่รัฐบาลส่งมาให้มีอยู่ ๓ แผ่นรวม หนังสือปะหน้าก็ ๔ แผ่น ในเอกสาร ๓ แผ่น ผมมีประเด็นตั้งเปึนคําถามแรกก่อนก็แล้วกัน ว่าทางคณะรัฐมนตรีได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้อย่างไร เพราะว่าท่านเองเสนอ เพราะเปึนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญท่านหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วทางคณะรัฐมนตรีเอง ได้เขียนมาให้ทางรัฐสภาให้เห็นในเอกสารด้วย เพื่อเน้นย้ําว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีความสําคัญ มาตรานี้มีความสําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับคําถามแรกของผมว่า ท่านได้ปฏิบัติเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสามครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะ ประเด็นที่ ๑ นะครับ ข้อห่วงใยที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปเมื่อสักครู่ ท่านสถาพร มณีรัตน์ ก็คือการให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชน แล้วก็การจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชน เรื่องนี้เปึนเรื่องแรกที่ท่านจะต้องดําเนินการ ผมเคยทวงถามในรัฐสภาแห่งนี้ ทุกครั้งที่มีการนําเสนอกรอบการเจรจามาให้รัฐสภาพิจารณาตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม แต่ไม่เคยมีรายงานครับท่านประธาน ไม่เคยมีเอกสารให้ดูเลยว่าผลจากการให้ข้อมูล ผลจากการรับฟังความคิดเห็นเปึนอย่างไร เพราะผมเชื่อว่าการที่รัฐบาลจะทํากรอบเจรจา มาให้รัฐสภาเปึนผู้อนุมัติให้ความเห็นชอบนั้น สิ่งเหล่านี้ท่านต้องได้มีโอกาสไปรับฟัง ความคิดเห็นไปให้ข้อมูลพี่น้องประชาชนผู้เปึนเจ้าของอํานาจอธิปไตยที่แท้จริงมาก่อนแล้ว ไม่ใช่ว่าขอกรอบแล้วไปทํา ผมเชื่อว่าท่านต้องทําอย่างนั้นมาก่อน ก็เลยต้องทวงถาม อีกครั้งหนึ่งครับ และอยากให้มีในรายงานด้วยนะครับว่าท่านได้ใช้กระบวนการอย่างไร ในการที่จะให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชน มีหลายกรอบที่ท่านเสนอเข้ามาก็เขียน เพียงเล็กน้อยว่าได้เป่ดการให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนผ่านทางเว็บไซต์ (Web site) บ้าง ทางสื่อสาธารณะทั่วไปบ้างซึ่งอันนั้นก็พอที่จะรับได้ แต่ไม่ได้แจ้งเลยครับว่าคนที่เข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นมีเท่าไร ท่านอย่าใช้ตัวหนังสือมาเปึน ตัวกําหนดว่าท่านได้ทําในสิ่งนั้น แต่ผลการกระทําก็ควรจะบอกกับรัฐสภาแห่งนี้ด้วยว่า ท่านได้ให้ข้อมูลอย่างนั้นอย่างไร คนครอบคลุมเท่าไร คนมีส่วนร่วม มีปฏิกิริยาตอบสนอง เปึนอย่างไร โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ทําเมื่อไรครับ ทํากี่ครั้ง ผลเปึนอย่างไร นั่นคือเปึนประการแรกสุดใน ๓ เรื่องที่ท่านต้องทํา

เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ท่านต้องชี้แจงต่อรัฐสภาถึงหนังสือสัญญาฉบับนี้ จริงอยู่ครับว่าขั้นต้นท่านต้องทํากรอบมาก่อน หลังจากได้กรอบแล้วท่านไปเจรจา หลังเจรจาตกลงกันแล้วก็กลับเอาข้อตกลงนั้นมาเข้าสู่รัฐสภาอีกครั้งหนึ่งตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เพื่อจะให้สัตยาบันนั้นได้รับความเห็นชอบจากกฎหมายภายในของ ประเทศ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเรื่องการทําหนังสือสัญญานั้น ความหมายตรงนี้เอง ต้องมีรายละเอียดพอสมควร แต่เท่าที่ผมฟังการชี้แจงของ ท่านรัฐมนตรี ต้องขออภัยท่านนะครับ ท่านก็ชี้แจงตามที่ผมมีเอกสารตรงนี้ ผมว่าข้อมูล น้อยมากครับ ที่เกี่ยวเนื่องกับหนังสือสัญญา จริงอยู่ครับ ท่านอาจจะบอกว่าก็ยังไม่ได้ เจรจา จะมีหนังสือสัญญาได้อย่างไร แต่แน่นอนกรอบที่ท่านได้เสนอมาในเรื่องที่ ๓ ที่ท่านต้องบอกกับสภา เปึนภารกิจของท่านนะครับ เรื่องที่ ๒ ท่านต้องชี้แจงต่อสภา เกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น เรื่องที่ ๓ ท่านต้องเอากรอบมาให้เราดูครับ ผมก็พลิกไปดูตาม กรอบ ท่านประธานด้วยความเคารพท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะตามผมสักนิด มันมีหลายกรอบมากที่เขียนอย่างนี้กรอบการเจรจามีอยู่ ๖ บรรทัด รวมชื่อด้วยนะครับ ให้คณะเจรจาดําเนินการเจรจาโดยมีวัตถุประสงค์ กรอบของมันก็คือ ๑. มีวัตถุประสงค์ ที่จะรักษาสินค้าของไทยในการขอรับการชดเชยจากสหภาพยุโรป นั่นคือเรื่องที่ ๑ เปึนกรอบที่ ๑ แต่ไม่มีรายละเอียดมากมายนักว่าจะรับชดเชยอะไร อย่างไร เกี่ยวกับอะไร มีแต่อธิบายข้างหน้านิดหน่อยว่าเปึนการรับการชดเชยจากการที่สหภาพยุโรปเขาขึ้นพิกัด ภาษีศุลกากรที่จะมีผลกระทบต่อผู้ส่งออก ผู้ส่งออกก็ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการชดเชย ตามเงื่อนไขขององค์การการค้าโลก ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่พูดอยู่ในกรอบ เขียนบรรทัดที่ ๒ มีเปัาหมายที่จะพยายามรักษาระดับของการค้าระหว่างไทยกับสหภาพ ยุโรปให้ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนตารางข้อผูกพันเรื่องภาษีศุลกากรสําหรับสัตว์ป้ก โดยเฉพาะสัตว์ป้กแปรรูปกับสหภาพยุโรปให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ ฟังดูเปัาหมาย เลื่อนลอยไหมท่านประธานครับ จริงอยู่ครับ ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าเปัาหมาย การเจรจาให้ได้ผลประโยชน์ในภาพรวมสูงสุด ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ท่านเขียนมา นิดเดียวครับว่าสหภาพยุโรปปรับเปลี่ยนพิกัดภาษีศุลกากรสินค้าสัตว์ป้กทั้งหมด ๘ ชนิด ซึ่งเปึนสิทธิของเขาครับ ตามกฎหมายระหว่างประเทศขององค์การการค้าโลก เขามีสิทธิ ที่จะปรับเปลี่ยนพิกัดภาษีศุลกากร และเขาเองยังสงวนสิทธิบอกว่ากรณีถ้าประเทศ คู่สัญญาไม่มีการเจรจากับเขา เขาก็สามารถจะเปลี่ยนแปลงและมีผลสภาพบังคับได้เลย ซึ่งรัฐบาลอ้างเปึนเหตุผลว่ามีความจําเปึนต้องไปเจรจาเพื่อขอค่าชดเชย ถ้าไม่เจรจา เราจะไม่ได้รับค่าชดเชย แต่ท่านประธานครับ ผมแปลกใจอยู่อย่างหนึ่ง ในเอกสารนี้ เขียนบอกว่า หากเมื่อเจรจาไปแล้วแม้จะตกลงกันไม่ได้ สหภาพยุโรปก็สามารถที่จะ เปลี่ยนแปลงข้อผูกพันของตนได้ทันที นี่เปึนข้อห่วงใยเลยครับท่านประธานครับ ผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นตามเปัาหมายที่ท่านบอกว่าให้ได้ประโยชน์สูงสุด มีผลกระทบ น้อยสุด ท่านจะทําอย่างไร ท่านไม่ได้บอกเราเลยนะครับว่าเปัาหมายที่ชัดเจนในสินค้า สัตว์ป้ก ๕ ชนิดที่เรามีมูลค่าส่งออกมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของสินค้าที่นําเข้าในอียู สินค้า เหล่านั้นจะคงเปัาหมายอย่างไร เพียงแต่บอกว่าน่าจะเพิ่มเกณฑ์การเจรจาเพื่อที่จะให้ได้ ประโยชน์สูงสุดในการเพิ่มโควตาสินค้า โดยเฉพาะพิกัด ๐๒๑๐๙๙๓๙ เปึนเรื่องของ ไก่หมักเกลือครับ แล้วก็ไก่ปรุงสุกพิกัด ที่เขาเขียนมาตรงนี้ก็คือ ๑๖๐๒๓๒๑๐ ว่าตรงนี้เปึนสินค้าที่เรา ส่งออกได้มากก็จะพยายามจะเพิ่มโควตา ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ มันเปึนเรื่องที่รัฐสภาต้องรับรู้รับทราบในกรอบการเจรจานั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุด เราจะได้ฝากข้อห่วงใยผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีและคณะเจรจาที่จะไป เจรจา ท่านประธานครับ ผมมีเวลาน้อย เนื้อหาสาระนี่ผมก็พยายามที่จะดูให้มากที่สุด ถ้าเปึนไปได้ แต่มันมีอยู่ ๕ บรรทัด ผมก็พูดได้แค่นี้ครับ ผมพูดได้แค่นี้จริง ๆ ว่า กรอบเจรจาที่ท่านจะไปหาค่าชดเชยให้สําหรับผู้ส่งออก ที่เปึนไปตามเงื่อนไข ๒ เรื่องที่จะ ได้รับค่าชดเชย ซึ่งในรายละเอียดเขาไม่แจ้งกับเรานะครับว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์จาก ตรงนั้นเปึนใคร ควรจะมีเอกสารแสดงรายละเอียดให้เราสักนิดว่าผู้ส่งออกที่เข้าเงื่อนไข ในปัจจุบันที่เปึนอยู่นะครับ รัฐสภาแห่งนี้จะได้ทราบชัดเจนว่าพี่น้องเกษตรกรตาม ข้อห่วงใยของท่านสถาพร ขออภัยเอ่ยนามท่าน จะมีโอกาสหรือไม่ หรือเฉพาะผู้ส่งออก รายใหญ่เท่านั้น เราจะได้ฝากข้อห่วงใยในการเจรจานี้ไป ถึงแม้จะเปึนกฎหมายระหว่าง ประเทศท่านประธานครับ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ข้อคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภาผมคิดว่า เปึนประโยชน์ยิ่ง ท่านประธานครับ โดยความเห็นผมจะให้ความเห็นชอบกับกรอบนี้ หรือไม่นี่ ดูเนื้อหาสาระพอไปได้ท่านประธานครับ พอไหวอยู่ แต่ว่าสิ่งที่ผมไม่มั่นใจก็คือว่า ผู้ที่จะไปดําเนินการ ผมไม่ได้หมายถึงข้าราชการที่เขาต้องไปทํานะครับ เพราะมันเปึน หน้าที่เขาอยู่แล้ว แต่ผู้นําทางการเมือง หมายถึงภาคการเมืองจะทําให้การเจรจานี้ สําเร็จผลหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ ผมไม่แน่ใจจริง ๆ ครับ อียูจะมองอย่างไรผมก็ไม่ทราบ และตัวผมเองก็ไม่สนิทใจที่จะไว้ใจให้กับรัฐบาลชุดนี้ไปเจรจา เพราะฉะนั้นผมก้ํากึ่งมาก ต้องฟังคําชี้แจงจากท่านรัฐมนตรีนะครับว่าจะให้ผมเปลี่ยนใจที่จะสนับสนุนท่านได้หรือไม่ ถ้าท่านชี้แจงไม่ดีพอผมขออนุญาตสงวนสิทธิที่จะไม่ให้ความเห็นชอบครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านสุริยา ปันจอร์ เชิญครับ

นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา สตูล 🔗

ท่านประธานรัฐสภา ท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายสุริยา ปันจอร์ ส.ว. จากจังหวัดสตูล ขอแสดงความคิดเห็น ขอเสนอแนะ เกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการกับประเทศคูเวต ท่านประธานครับ ในเวลาอันจํากัด ผมต้องขออนุญาตเท้าความไปนิดเดียวเพื่อเปึนการปูพื้นฐานว่า ประเทศคูเวตนั้นเปึนประเทศเล็ก ๆ ที่อยู่ในตะวันออกกลาง มีเนื้อที่ประมาณ ๑๗,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ได้รับเอกราชเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ป้ ๒๕๐๔ ประเทศไทยเรามี ความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศคูเวต เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๐๖ นับเปึนหลายป้ ขณะนี้มีประชากร ๓,๐๐๐ กว่าล้านคน รายได้หลักเลี้ยงชีพ มีฐานะมั่งคั่ง ร่ํารวยก็คือ น้ํามันครับ มีน้ํามันสํารองร้อยละ ๑๐ ของน้ํามันสํารองของโลกครับ มีสํานักงานลงทุน ของคูเวต ซึ่งเรียกชื่อย่อว่า เกีย หรือ เคไอเอ (KIA) มีทุนมากมายมหาศาลเปึนอันดับ ๖ ของโลกครับ พอผมพูดตรงนี้ทําให้เราท่านทั้งหลายนั่นหมายถึงประเทศไทยสนใจ ยิ่งเพิ่มขึ้นเนื่องจากว่าเรากําลังจะไปทําความผูกพัน สร้างความสัมพันธ์อันดีในทางการค้า กับประเทศที่มีความมั่งคั่ง ประเทศที่มีความพร้อมทุกอย่างครับ ท่านประธานครับ การประชุมครั้งที่ผ่านมาได้ข้อสรุปว่ามีการสนับสนุนการลงทุนระหว่างประเทศทั้งสอง เพื่ออํานวยความสะดวกในการขนย้ายสินค้า การบริการต่าง ๆ เงินทุนระหว่างประเทศ การค้า การลงทุนและวิชาการต่าง ๆ อันนี้เปึนข้อสรุปจากการประชุมในครั้งที่ผ่านมา และล่าสุดเท่าที่ผมได้ศึกษาดูปรากฏว่าได้ตกลงในเรื่องของการบิน เศรษฐกิจ การค้า ยกเว้นภาษีซ้ําซ้อน เศรษฐกิจและวิชาการ ท่านประธานครับ การตกลงที่จะต้องเสนอต่อไปซึ่งมีมากมายก่ายกองผมอยากจะบอก คร่าว ๆ สั้น ๆ อย่างนี้นะครับว่า ๑. การส่งเสริมการลงทุน ๒. การท่องเที่ยว การวัฒนธรรม การศึกษา การสารสนเทศ การสาธารณสุข การเกษตร การขนส่ง การประมง การค้า การข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยี การสื่อสาร การผลิตสินค้า การพัฒนาด้านวิชาการ แลกเปลี่ยนฝ๊กอบรมผู้เชี่ยวชาญและแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยียนกัน ทั้งหมดผมพูด โดยสรุปสั้น ๆ แต่สิ่งซึ่งผมจะต้องขออนุญาตเน้นและย้ําเปึนพิเศษก็คือเรื่องของการค้า ท่านประธานครับขณะนี้เราส่งข้าวไปประเทศคูเวตนั้นถึง ๔๘ เปอร์เซ็นต์ การประมง ๑๘ เปอร์เซ็นต์กว่า น้ําตาล ๑๗ เปอร์เซ็นต์กว่า ผลไม้ ๖ เปอร์เซ็นต์กว่า พืชผัก ๑ เปอร์เซ็นต์กว่า และอื่น ๆ ประมาณ ๖ กว่าเปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ที่ผมอยากจะขอเน้นย้ํา ประเทศเราโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ตั้งความหวังว่าเราจะไปประสานสัมพันธ์ ทําการค้ากับประเทศคูเวต ซึ่งจะมีมูลค่าไม่ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เปึนเรื่องที่ น่าชื่นชมมากเลยครับ นอกจากว่าเราจะต้องไปทําการค้า สิ่งซึ่งผมอยากจะขยายความ อยากจะทําความเข้าใจเพิ่มเติมเรื่องของการค้า ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอาหารทะเล ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของพืชผัก สิ่งที่ผมติดใจมากในขณะนี้ก็คือเรื่องพืชผักผลไม้ ทําไมเราจึง น้อยเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ในขณะนี้ประเทศไทยเราถึงฤดูกาลพืชผัก ผลไม้ล้นตลาดราคา ก็ตกต่ําซ้ําซากทุกป้เลย แล้วก็ไม่มีใครที่จะแก้ปัญหานี้ ทําไมเราไม่หาวิธีการที่จะส่ง พืชผัก ผลไม้ ไม่ว่าจะเปึนเงาะ มังคุด ทุเรียน ลางสาดอะไรต่าง ๆ เราน่าจะหาวิธีการนะครับ ท่านประธานครับประเทศคูเวตเสมือนเปึนประเทศหน้าด่านในการเจรจาคู่การค้า ถ้าเรา สามารถเจรจากับประเทศคูเวตได้ แล้วให้ประเทศคูเวตเปึนประตูสู่ประเทศจีซีซี (GCC) นั่นก็คือประเทศโอมาน ประเทศการ์ตา ประเทศซาอุดีอาระเบีย อีกหลายประเทศ ผมเชื่อว่าเรามีโอกาสดี ทีนี้ขออนุญาตที่ย้ําเน้นใน ๕ นาทีสุดท้าย ก็คือเรื่องอาหารฮาลาล ท่านประธานครับ ประเทศที่ผลิตอาหารฮาลาลมากที่สุดในโลกไม่ใช่ประเทศมุสลิมครับ คือประเทศออสเตรเลีย ประเทศที่ส่งอาหารฮาลาลเข้าสู่ตะวันออกกลางทั้งหมดก็ ไม่ใช่ประเทศมุสลิม เปึนประเทศบราซิล มันเปึนเรื่องเหลือเชื่อครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเราเปึนประเทศไทยเปึนแหล่งผลิตอาหารของโลกที่สําคัญแห่งหนึ่ง ทําไมเรา ไม่คิดตรงนี้ ถามว่าอาหารฮาลาลคืออะไร อาหารฮาลาลคืออาหารที่ประกอบด้วยวัสดุ ที่มาปรุงแต่งมาประกอบเปึนวัสดุที่ฮาลาลหนึ่ง ๒. วิธีการหรือกรรมวิธีที่ปรุงประกอบนั้น จะต้องเปึนไปตามกระบวนการของหลักการศาสนา ขอยกตัวอย่างสั้น ๆ อย่างเช่น สัตว์เลือดอุ่นทุกชนิดไม่ว่าจะเปึนเปึด ไก่ วัว ควาย ต้องเชือดด้วยนามของพระเจ้า อิสลามห้ามรับประทานเลือด เพราะฉะนั้นต้องชําระเลือดของสัตว์เหล่านี้โดยกระบวนการ กระบวนการก็คือชําระให้เลือดหมด แล้วก็ให้น้ําไหลผ่าน นั่นคือกระบวนการของอาหาร ฮาลาล ขณะนี้มีบริษัท ๒,๕๐๐ กว่าบริษัทที่ได้ผ่านการรับรองของสํานักงานคณะกรรมการ กลางอิสลามแห่งประเทศไทยมาแล้ว แล้วก็มีผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลที่กระจายอยู่ ในประเทศไทยขณะนี้ ๔๐,๐๐๐ กว่ารายการ ซึ่งจํานวนหนึ่งได้ส่งไปยังประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศมุสลิมทางตะวันออกกลาง ผมอยากจะขออนุญาตเรียนกับ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าอาหารฮาลาล ทําไมเราคิดว่าทําไมประเทศบราซิล ทําได้ ประเทศออสเตรเลียทําได้ ทําไมเราไม่คิดตรงนี้ ผมอยากจะเน้นย้ําตรงนี้ครับ ลองมาดูมูลค่าของอาหารฮาลาลในเวลาอันจํากัด กลุ่มผู้บริโภคโดยภาพรวมก่อน กลุ่มผู้บริโภคหลัก ๆ ในขณะนี้ก็คือกลุ่มของโอไอซี (OIC) ๕๗ ประเทศเต็ม ๆ เลย แต่อาหารฮาลาลนั้นก็เปึนอาหารสากลที่บริโภคได้ทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกผิวพรรณ ทุกภาษา เพราะเปึนอาหารที่ถูกตามสุขลักษณะอนามัย แล้วก็เปึนอาหารที่ปราศจาก เลือดเปึนอาหารที่บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นอาหารฮาลาลร้อยละ ๙๐ ขณะนี้อาหารฮาลาลร้อยละ ๙๐ ของโลก ผลิตโดย ผู้ผลิตนั้นไม่ใช่มุสลิม เปึนข้อสังเกตคือจะได้ไปช่วยกันคิดว่าทําไมเราไม่คิดตรงนี้ ท่านประธานครับ ขณะนี้เราได้รับการสนับสนุนพอสมควรจากกระทรวงการต่างประเทศ จากกระทรวงพาณิชย์ จากกระทรวงการท่องเที่ยวและจากกระทรวงสาธารณสุขให้การ สนับสนุนในระดับหนึ่งกับผู้รับผิดชอบ ผู้รับรองผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ เช่น สํานักงาน คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยในขณะนี้ ขณะนี้ยังไม่สายครับ ถ้าสมมุติว่า รัฐบาลเห็นความสําคัญในเรื่องนี้ เพียงแต่ขยับให้การสนับสนุน ให้ความสําคัญกับองค์กร ที่รับรองผลิตภัณฑ์เหล่านี้ โดยให้ความรู้ให้อะไรต่าง ๆ ให้การสนับสนุนต่าง ๆ ผมเชื่อว่า อาหารฮาลาลในประเทศไทยในอนาคตจะขยายไปทุกภูมิภาคของโลกครับ ท่านประธาน ครับ นอกจากเรื่องของอาหารฮาลาลแล้วผมอยากจะขอเน้นย้ําเรื่องของการแลกเปลี่ยน ทุนการศึกษาระหว่างกัน ขณะนี้ประเทศคูเวตให้ทุนการศึกษาระดับมัธยมกับประเทศไทย ป้ละ ๒ ทุน ซึ่งผมก็ได้รับเกียรติจากกระทรวงให้เปึนกรรมการสอบสัมภาษณ์ทุกป้ ๓ ป้ติดต่อกัน ถ้าเปึนไปได้เพื่อความสัมพันธ์ทางการศึกษาทางวิชาการเราก็น่าที่จะเป่ด โอกาสให้ทุนการศึกษากับประเทศคูเวตในสาขา ในวิชาที่ประเทศเหล่านั้นเขาสนใจ อันนี้คือการไม่เอาเปรียบและการไม่ได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกัน อยากจะเรียนกับ ท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า น่าจะได้คิดพิจารณาในเรื่องนี้ เราเอาแต่รับอย่างเดียวแต่เราไม่ให้เขามันไม่เกิดความเปึนธรรม หรอกครับ ผมขอเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านเรวัต สิรินุกุล ครับ

นายเรวัต สิรินุกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ รัฐสภาได้มีการพิจารณาในขณะนี้อยู่ ๔ กรอบ ด้วยกัน คือกรอบเจรจา แล้วก็บันทึกความเข้าใจ ความตกลงและความตกลง ๒ กรอบ ทั้ง ๔ กรอบ ผมสนใจอยู่เรื่องเดียวคือความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งรัฐคูเวตว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ ท่านประธานครับ โดยข้อตกลงการทําสัญญามาระหว่างคูเวตกับไทยนั้นก็ทํากันกว้าง ๆ เพื่อที่จะให้ความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันขึ้นมาคณะหนึ่ง ฝ์ายไทยของเรามีกระทรวงการต่างประเทศเปึนประธานในการเจรจา ผมก็เลยอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า กระทรวงการต่างประเทศของเรานั้นผมเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเวลาเจรจากับใครก็แล้วแต่คงไม่แพ้ใครหรอก ก็เลยคิดว่าตรงนี้ คงจะเปึนประโยชน์ให้กับประเทศชาติประเทศไทย แล้วก็พี่น้องคนไทยที่จะได้ประโยชน์ ในส่วนตรงนี้ ก็เลยฝากครับ ต้องฝากท่านเวลาไปเจรจา ถ้าด้านการค้ากระทรวงพาณิชย์ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งอยู่ที่นี่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศเมื่อสักครู่นั่งอยู่ไม่รู้ไปไหนแล้ว มีอยู่ ๒ เรื่อง เวลาจะไปเจรจามีอยู่ ๒ เรื่อง คือในกลุ่มอาหรับประเทศตะวันออกกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งคูเวตเคยเกิดปัญหาเรื่อง หนึ่งคืออาหารขาดแคลน เกิดวิกฤติทางอาหาร ก็เลยอยากจะฝากท่านว่าเวลาเจรจาให้ไป เจรจาอยู่ ๒ ประการ

ประการที่ ๑ ขอไปสร้างสต็อก (Stock) เปึนสต็อกอาหาร สร้างสต็อก อาหารที่ตะวันออกกลางอาจจะเปึนในประเทศคูเวตก็ได้ เพราะว่าพี่น้องคนไทยที่ทํางาน อยู่คูเวตก็เยอะครับ มีช่างฝ้มือเยอะ เรามีเทคโนโลยี มีเทคนิคสร้างโรงอาหารที่นั่น เปึนสต๊อกโกดังเสร็จแล้วเราก็เอาอาหารส่งไปครับ ส่งเข้าไปในสต๊อกนี่ครับ เขาก็ ซื้ออาหารไปรับประทานตามที่เขาต้องการว่าเขาจะต้องการทานอาหารอะไรบ้าง อาจจะ มีออร์เดอร์ (Order) มา เราก็เอาอาหารไปไว้ที่นั่น เราก็จะได้เงินเยอะครับ เพราะอาหาร เราพร้อม นี่คือสิ่งที่กระผมอยากจะเห็นว่าการเจรจาในข้างหน้านั้นให้ตรงนี้เปึน เรื่องสําคัญ เปึนปัจจัยสําคัญในการเจรจา นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ชาวคูเวต ชาวตะวันออกกลางไว้วางใจ แล้วก็เชื่อมั่นในการรักษาพยาบาลของประเทศไทยอย่างสูงยิ่ง มารักษาที่นี่นะครับ แม้กระทั่งรัฐมนตรีของเขายังเคยมารักษาที่ประเทศไทยเลย เพราะฉะนั้นเขาให้ความ ไว้วางใจในการรักษาพยาบาลของเรามาก เชื่อถือมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้เราจะส่งเสริม อย่างไรให้ชาวตะวันออกกลาง แล้วชาวคูเวตก็ดีซึ่งมีเงินทองมาก เรื่องน้ํามันก็แล้วแต่ นะครับ เขาก็พร้อมที่จะรักษาอันนี้ได้ และอยากให้ทั้งหมดนี่ครับ ชาวตะวันออกกลาง ชาวอาหรับทั้งหมดมารักษาในประเทศไทยครับ เปึนสิ่งที่เปึนหัวใจในการนํารายได้ ส่วนหนึ่งเข้าประเทศ เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึนหัวใจในการเจรจา นอกจากนั้นก็พ่วงไปครับ การท่องเที่ยว ชาวอาหรับมาท่องเที่ยวในประเทศไทยก็เยอะนะครับท่านประธาน แล้วซื้อของไปก็เยอะ ท่านจะเห็นเวลาขึ้นเครื่องบินบางครั้งท่านขึ้นไปเจอชาวอาหรับ โอ้โฮ ซื้อของเยอะแยะ แล้วมาซื้อที่ไหนท่านประธาน นี่ครับ ซื้อที่นี่ครับ ที่โบ๊เบ๊ใส่ถุงดํา ๆ ยกกัน เปึนถุง ๆ เลย แยะเยอะหมด เสื้อผ้าขนไปเยอะแยะ เขาก็ซื้อไปครับ อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นมาท่องเที่ยวด้วย มาซื้อของด้วย ของก็ถูกด้วย เขานิยมชมชอบมาที่ ประเทศไทยเรา ทั้ง ๒ เรื่องนี้ครับท่านประธาน ถ้าหากว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ดีได้นําเปึนปัจจัยสําคัญ และเปึน หัวใจสําคัญในการเจรจา กระผมเชื่อมั่น และกระผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์ ต่อประเทศชาติ และเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องคนไทย เพราะว่าคนไทยเราท่านประธานครับ ไปทํางานที่คูเวตเยอะนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเปึนอย่างนี้โอกาสตรงนี้เปึนประโยชน์มาก ถ้าหากว่าคนไทยเรากลับหมด ๓,๐๐๐ คนกลับหมดประเทศคูเวตน็อก (Knock) เลย ไม่ต้องทํางานหรอก ประเทศชาติก็ไม่เจริญ เพราะฉะนั้นโอกาสของเราเปึนประโยชน์แล้วครับ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าทําอย่างไร ๒ สิ่งที่กระผมกราบเรียนมานี้ ได้เกิดประโยชน์อย่างที่สุด แล้วก็นําไปเจรจาเปึนหัวข้อใหญ่ นี่คือสิ่งที่กระผมจะ กราบเรียนไว้เพียงแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่าน พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ครับ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับคูเวตว่าด้วยความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจและทางวิชาการ ทางรัฐบาลไทยได้ไปลงนามตั้งแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑ รายละเอียดและเงื่อนไขในข้อตกลงนั้น ทั้งคู่ภาคีจะต้องยืนยันว่า ได้ดําเนินการผ่านรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศ ทางคูเวตใช้เวลาในการยืนยันและทํา หนังสือตอบกลับมา เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ คือเขาใช้เวลาประมาณ ๙ เดือน ในการยืนยันความตกลงดังกล่าว สําหรับประเทศไทยจนถึงบัดนี้ใช้เวลาไปแล้ว ๑๕ เดือน ระหว่าง ๙ เดือน กับ ๑๕ เดือน ผมคิดว่ามีความแตกต่าง คูเวตเปึนประเทศเล็กนิดเดียว มีพลเมืองประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ขณะที่เรามีตั้ง ๖๐ กว่าล้านคน เพราะฉะนั้น เปึนการส่อให้เห็นว่าประสิทธิภาพในการทํางานของเราสู้เขาไม่ได้ สิ่งนี้เวลาที่เสียไป ผมคิดว่าเปึนความเสียหายซึ่งใหญ่หลวง เวลามีคุณค่าเปึนสิ่งที่ธรรมชาติให้มาเท่ากัน นะครับ ไม่ว่าจะเปึนเวลาของสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ๑ นาที กับเวลาของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ข้างนอก ๑ นาทีมีค่าเท่ากัน เวลาที่เสียไปนี้เรียกกลับคืนไม่ได้ สิ่งที่เสียไปผมคิดว่า ทางรัฐบาลก็จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพในการดําเนินงาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐสภา ท่านประธานอาจจะต้องเคร่งครัดในเรื่องการขอให้ท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านมีวินัย ในการทํางาน มีความรับผิดชอบในการใช้เวลาที่มีคุณค่า ทางข้อตกลงนี้กรมสนธิสัญญา ได้ยืนยันมาแล้วว่าไม่เข้าข่าย มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ผมคิดว่า มันมีผลกระทบต่อด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงในวงกว้างต่อประเทศ เพราะฉะนั้น ต้องขอชื่นชมรัฐบาลที่นําเรื่องนี้กลับเข้ามาให้รัฐสภาพิจารณา มีประเด็นสําคัญ ๒-๓ ประเด็น ที่ทางรัฐสภาควรให้การพิจารณาโดยละเอียด

ประเด็นแรก เกี่ยวกับข้อตกลงที่ได้กําหนดไว้ว่า คู่ภาคีทั้ง ๒ ประเทศนั้น จะต้องให้ความร่วมมือร่วมกันและกัน ในการที่จะสนับสนุนมาตรการและกลไกในเรื่อง การเกษตร การท่องเที่ยว การก่อสร้าง การบริการด้านสุขภาพ ทั้งหมดประเทศไทยเรามี จุดแข็ง มีศักยภาพ แต่เนื่องจากว่าเราดําเนินการช้า เพราะฉะนั้นประโยชน์ที่จะได้ ก็หายไปนะครับ ขณะนี้ก็มีข่าวว่าทางประเทศทางตะวันออกกลางนั้นจะมาลงทุนในเอเชีย เพื่อเช่าที่นา เช่าพื้นที่ไปปลูกข้าวตามที่เราทราบในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ข่าวที่ปรากฏนั้น ก็จะทําให้พี่น้องประชาชนมีความตกใจว่าต่อไปชาวนาเราจะไม่มีที่ ซึ่งผมคิดว่าประเด็นนี้ ถ้าสมมุติว่าทางรัฐบาลไม่ได้สื่อสารให้ประชาชนทราบ มันก็จะทําให้เราเสียโอกาส ประเทศคูเวตเปึนประเทศเล็กนิดเดียวนะครับ ไม่มีกองกําลังที่จะมายึดพื้นที่อะไรต่าง ๆ และประเทศกัมพูชาเราก็ทราบแล้วว่าเขาไปตกลงกันเรียบร้อยแล้วในการที่จะไปปลูกข้าว อะไรที่ว่านี่ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าประเทศไทยซึ่งใหญ่กว่าทําไมเราถึงได้เกรงกลัวในเรื่องนี้ นะครับ

ประเด็นที่สอง เกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนในเรื่องโครงการร่วมทุน ประเทศ คูเวตถึงแม้จะเปึนประเทศเล็ก แต่สํานักงานการลงทุนระหว่างประเทศเขามีทรัพย์สินอยู่ จํานวนมากอันดับ ๖ ของโลก คือประมาณ ๒๖๔.๔ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คูณเปึนเงินไทย โดยอัตราแลกเปลี่ยน ๑ ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ ๓๔ บาท ก็ใกล้เคียงกับจีดีพี (GDP) ของเรานะครับ เงินกองทุนที่เขามีอยู่ก็ประมาณ ๕๐ พันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา คูณโดยอัตราแลกเปลี่ยนเดิมที่ผมกราบเรียนก็ประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท เกือบเท่ากับ งบประมาณแผ่นดินของประเทศไทยเลย ขณะนี้เราก็ทราบว่าในทุกประเทศก็อยากจะ ให้ต่างประเทศไปลงทุน ถ้าเผื่อสมมุติว่าเราไม่เชื้อเชิญ เราไม่ดําเนินการโดยรวดเร็ว เขาก็ไปประเทศอื่นเราก็เสียโอกาส เกี่ยวกับเรื่องการเกษตรเราก็ทราบแล้วว่าประเทศไทยนั้น เราผลิตพืชผลทางการเกษตรเกินที่จะบริโภคภายในประเทศเราต้องส่งออก ประเทศคูเวต เปึนจุดกระจายสินค้าที่ดีในตะวันออกกลาง เพราะฉะนั้นผมก็ขอกราบเรียนว่าอย่าได้ รอช้านะครับ ควรจะรีบดําเนินการในเรื่องนี้โดยเร็วเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน นะครับ

ประเด็นที่สาม เกี่ยวกับความตกลงในเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้าและ บริการ รวมทั้งเงินทุนระหว่างประเทศ ซึ่งมีนัยเกี่ยวกับเรื่องการไปเป่ดเสรีทางการค้า และการลงทุน แต่ขณะนี้เรายังไม่ได้ดําเนินการในรายละเอียดถึงขั้นตอนนี้ แต่ทั้งหมด ประเทศไทยเราก็เป่ดเสรีทางการค้าและการลงทุนมากับหลายประเทศแล้วนะครับ แต่คิดว่ามันคงจะมีประสบการณ์และมีองค์ความรู้ที่จะทําให้การไปเจรจาในรายละเอียด ประเทศไทยเราไม่ได้รับความเสียหายนะครับ ข้อสําคัญก็คือว่าเมื่อไรก็ตามที่จะมีการ เจรจาในเรื่องนี้ มีนักวิชาการ สื่อสารมวลชนบางฉบับก็ไปลงข่าวในทางซึ่งจะเปึน ด้านผลลบเสียทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็ทําให้รัฐบาลมีปัญหาในการที่จะดําเนินการ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าทางรัฐบาลควรจะต้องรีบแก้ไขในประเด็นนี้นะครับ มันมี เรื่องที่เกี่ยวพันคือหนังสือพิมพ์ก็ได้ลงว่าทางประเทศลาวนั้นเขาขอให้ประเทศไทยร่วมมือ ในการที่จะให้ประเทศคูเวต ประเทศไทยและคูเวต รวมทั้งประเทศลาวตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อปลูกข้าวในประเทศลาว ผมก็อยากทราบว่าความก้าวหน้าในเรื่องนี้ไปได้แค่ไหน นะครับ แล้วก็สงสัยทําไมประเทศลาวไม่ทําเอง ทําไมไม่เจรจากับคูเวตโดยตรงไม่ต้องผ่านไทย ในข้อมูลที่ทางฝ์ายวิชาการให้มาบอกว่า ทางลาวนั้นขาดความรู้ ความสามารถในด้านการปลูกข้าว ผมเองก็ยังสงสัยอยู่นะครับ ถ้าสมมุติว่าทางท่านรัฐมนตรีสามารถจะชี้แจงในรายละเอียดว่าเหตุใดทางประเทศลาว ถึงมาขอให้ประเทศไทยมาร่วม เพื่อที่จะไปร่วมทุนเจรจากับประเทศคูเวตในโครงการนี้ ก็จะเปึนประโยชน์

อีกประเด็นหนึ่ง ผมก็อยากจะทราบว่าผลกระทบต่อเกษตรกร พ่อค้าชาวไทย รวมทั้งผู้บริโภคตามมาตรการส่งเสริมทางการค้าของยุทธศาสตร์ความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือที่เรียกว่าแอคเมคส์ (ACMECS) จะมี ผลกระทบมากน้อยเพียงใด และทางรัฐบาลมีแนวทางที่จะแก้ไขอย่างไร เพราะเรื่องนี้ ในมาตรการการส่งเสริมตามยุทธศาสตร์ที่กระผมกล่าวนั้น ผู้ที่ไปเช่าพื้นที่ทําการเกษตร ในต่างประเทศ สามารถที่จะนําผลิตผลกลับคืนเข้ามาในประเทศได้โดยไม่ต้องเสียภาษี นําเข้าและภาษีศุลกากร เพราะฉะนั้นมันก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะทําให้มีการนําข้าวจากลาว มายุ่งกับโครงการประกันราคาข้าวของประเทศไทยหรือเปล่า อันนี้เปึนประเด็นที่ผมห่วง ผมคิดว่าหลายคนรวมทั้งพี่น้องประชาชนก็คงจะสนใจในประเด็นนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าสมมุติว่าท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงรายละเอียดเรื่องนี้ผ่านพี่น้องประชาชนก็คงจะ ได้รับการสนับสนุนในความตกลงฉบับนี้แน่นอน โดยสรุปผมจึงเห็นว่าทางรัฐสภาน่าจะให้ ความเห็นชอบ ความตกลงระหว่างไทย-คูเวตว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและทาง วิชาการ ทั้งนี้เพื่อให้ทางรัฐบาลสามารถจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน และเริ่มที่จะเจรจา ในรายละเอียดเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป ขอขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านอนันต์ ผลอํานวย ครับ

นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กําแพงเพชร 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่ามันเปึนโอกาส ที่เหมาะสมของประเทศไทยที่จะได้มีกรอบการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับคูเวต เรื่องที่ ผมคิดว่าวันนี้มันเปึนโอกาสของประเทศไทยนั้น ในแง่ของเรื่องของการเกษตรแล้วก็ เรื่องของการท่องเที่ยว เราต้องยอมรับนะครับว่าในทั้ง ๒ ประเทศนี้มีข้อจํากัดซึ่งแตกต่างกัน ในประเทศคูเวตนั้นไม่มีพื้นที่ทางการเกษตร ประเทศไทยเราไม่มีบ่อน้ํามัน มีก็เล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะฉะนั้นข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบของระหว่าง ๒ ประเทศนั้น ในช่วงนี้ผมคิดว่า รัฐบาลต้องใช้โอกาสนี้ทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูสินค้าทางการเกษตรที่เราส่งไปใน ประเทศคูเวตนั้นมีมูลค่าไม่สูงนัก ทั้งที่เขาก็ไปหาสินค้าจากภาคเกษตรในกลุ่มประเทศอื่น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเปึนกังวลก็คือ กรอบข้อตกลงซึ่งเราเห็นตามเอกสารที่สภาให้มามันเปึน เรื่องกว้าง ๆ ว่าจะไปคุยกันเรื่องเกษตร เรื่องประมง เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องงานวิชาการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ว่าในการไปเจรจากรอบการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศคูเวตนั้น โดยเฉพาะเรื่องของการเกษตร ผมก็อยากจะฝากรัฐบาลว่า ก็อยากจะให้จัดการ ภายในประเทศให้เรียบร้อยไปก่อน ให้เรียบร้อยไปก่อนหมายความว่าเวลาไปเจรจาตกลง กับเขาเราต้องยอมรับว่าทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ร่ํารวยเขาก็พยายามจะเลือก สินค้าที่มีคุณภาพแล้วก็ได้มาตรฐานไป แต่วันนี้ในบ้านเราเองเมื่อวานนี้ในกรรมาธิการ ได้มีโอกาสคุยกับกรมส่งเสริมการส่งออก และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศดูเหมือน จะไม่มีอะไรคืบหน้าหรือก้าวหน้าไป การกระจายสินค้าออกไปแม้กระทั่งข้าวที่อยู่ในสต็อก ก็ยังไม่สามารถกระจายออกไปได้ หรือรวมทั้งกรมส่งเสริมการส่งออกว่าได้มีการไปขยาย ตลาดสินค้าไปในประเทศไหนบ้าง อะไรบ้าง ก็ยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนออกไปโรดโชว์ (Road show) ก็ไม่ชัดเจน ดังนั้นเรื่องที่มันเกิดปัญหาภายในประเทศแล้วเราจะไปสู่การ เจรจากับเขา ผมยังคิดว่าวันนี้โดยเฉพาะข้าว ผมว่ารัฐบาลต้องรู้ว่าข้าวในประเทศไทย มีกี่ชนิด วันนี้ข้าวบางชนิดที่เกษตรกรเขาปลูกอยู่ อย่างกลุ่มข้าวที่มีอายุ ๑๐๐ วัน ๑๐๕ วัน ๙๐ วัน ข้าวอายุสั้น รัฐบาลก็ไม่ได้นําไปสู่การรับจํานําหรือการประกัน แล้วข้าวเหล่านี้มันจะเปึนปัญหาของประเทศในอนาคตต่อการส่งออกไปยังต่างประเทศ เนื่องจากเปึนข้าวที่มีคุณภาพต่ํา รัฐบาลก็ไม่ได้ทําความเข้าใจกับภาคเกษตรให้เขารู้ ไม่ได้ทําความเข้าใจให้กับกลุ่มคนที่ทํานาอยู่ เหตุที่ผมบอกไม่ได้ทําความเข้าใจนั้น วันนี้มันมีคนปลูกข้าวพวกนี้มาก ยิ่งภาวะเศรษฐกิจของประเทศมันแย่ คนพยายามจะ ทําอย่างไรก็ได้ให้ได้เงินเร็ว แล้ววันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ อาฟตา (AFTA) มันจะเกิดขึ้น ข้าวจากประเทศไทย ขอบประเทศบ้านเรา ไม่ว่าเขมร กัมพูชา ลาวอะไรเหล่านี้ ข้าว เหล่านี้มันก็จะทะลักเข้ามา วันนี้ก็ยังไม่ได้มีมาตรการแล้วก็มีเงื่อนไขที่จะกําหนด หลักเกณฑ์การนําเข้าข้าวที่อยู่ชายขอบประเทศเรา นี่มันก็จะมีผลในเรื่องของการเจรจา กับคูเวต ในเรื่องที่เราจะไปขายข้าวขายอะไรต่าง ๆ ไปให้เขา เมื่อสินค้าเราไปหาเขาแล้ว ไม่ได้มาตรฐาน สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าพอค้าไประยะหนึ่งเขาก็จะไม่ค้ากับเรา มันก็จะเปึน ผลเสียหายกับประเทศ โดยเฉพาะทูตพาณิชย์ ทูตทางการเกษตรใน ๕๐ กว่าประเทศ ผมไม่แน่ใจว่าทางรัฐบาลส่งทูตเหล่านี้ไปทําหน้าที่อะไร มีหน้าที่เปึนเพียงรับแขก หรือมี หน้าที่ไปเจรจาไปดูอะไรต่าง ๆ เปึนข้อตกลงให้มันเกิดผลประโยชน์สูงสุดกับประเทศเรา หรือไม่

ประการที่ ๒ เรื่องของการท่องเที่ยว เมืองไทยเปึนเมืองที่น่าเที่ยวอยู่มาก มีสิ่งที่สวยงาม มีสิ่งที่ดึงดูดให้คนต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยแล้วประทับใจทุกคน เขาบอก กรุงเทพมหานครเปึนเมืองที่น่าเที่ยวลําดับต้น ๆ ของเอเชียเลย ดังนั้นเรื่องของการเจรจา การท่องเที่ยวเหมือนกัน ในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเขา เราต้อง สร้างความมั่นใจให้เขาได้เต็มที่ในการที่จะไปเจรจาระหว่างเราจะไปเที่ยวเขา หรือเขา มาเที่ยวประเทศเรา ผมยังคิดว่าถ้ามีคนต่างชาติเข้ามาบ้านเราป้หนึ่ง ๑๐ ล้านคน คนที่ได้ คนแรกคือคนที่อยู่ในภาคเกษตรเลย มา ๑๐ ล้านคน กินไข่สักคนละ ๒ ฟอง กินข้าว สักส่วนหนึ่ง กินผักผลไม้ ตั้งแต่ลงสนามบินมาก็ได้ ดังนั้นในการเจรจากรอบการค้า ทั้งหลาย รัฐบาลก็ควรจะได้ไปทําประชาพิจารณ์ ไปรับฟังความคิดเห็นจากคนทั้งประเทศ อันนี้เราก็ไม่เห็นเรื่องของการไปทําประชาพิจารณ์ หรือรับฟังความเห็นของคน ในประเทศว่าเราจะทําอย่างไรให้สินค้าทางการเกษตรเราไปขายเขาให้ได้มากที่สุด ทําอย่างไรจะให้คนต่างชาติมาเที่ยวบ้านเราให้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้มันต้องรับฟัง ความคิดเห็นร่วมกันจากคนในประเทศ รายละเอียดทั้งหลายก็ไม่เห็น ก็เห็นแต่กระดาษ ไม่กี่แผ่นแล้วเปึนข้อมูลประกอบของคูเวตกับเราที่จะเปึนข้อตกลงกัน แล้วก็มีแค่สาขา และรูปแบบที่เราจะทําความตกลงร่วมมือกันในการที่จะไปเจรจากรอบการค้า ผมหวังว่า หลังจากนี้แล้วรัฐบาลก็คงจะให้รายละเอียดว่าสินค้าทางการเกษตรเราจะตกลงเขา อย่างไร แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้สิ่งที่น่าเปึนห่วงมาก ไทยเปึนสมาชิกหนึ่งในองค์การ การค้าโลก ดับเบิลยูทีโอ สิ่งที่รัฐบาลได้ทําไปในเรื่องของสินค้าพืชผลทางการเกษตร และข้อตกลงใหม่ที่จะเกิดขึ้น มันจะไปติดขัดกับเงื่อนไขของดับเบิลยูทีโอ หรือไม่ ถ้าไป ผิดเงื่อนไขวันหนึ่งในป้หน้าหรือป้ถัดไป ถ้าเกิดถูกมาตรการกีดกันทางการค้าไปผิดเงื่อนไขเขา มันก็จะเปึนการตอกย้ําความยากลําบากและความยากจนของเกษตรกรให้กับบ้านเรา ก็ให้ความเห็นสั้น ๆ ไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญคุณวิทยา อินาลา

นายวิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา นครพนม 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายวิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิก รัฐสภา วันนี้ผมก็อยากจะมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของกรอบการเจรจากับ สหภาพยุโรป กรณีสหภาพยุโรปขอเปลี่ยนแปลงตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรสําหรับ สินค้าสัตว์ป้กแปรรูป ภายใต้องค์การการค้าโลก แต่ทําไมผมถึงมาสนใจตรงนี้ เพราะว่า ประเทศไทยของเราจากที่เราบอกว่ามีนักวิชาการที่มาวิจัยเรื่องว่าประเทศไทยมีจุดแข็ง จุดอ่อนอย่างไรบ้าง หนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทยเรามีจุดแข็งก็คือเรื่องของการบริการ การท่องเที่ยว และสิ่งสําคัญที่สุดก็คือเรื่องของการผลิตอาหารการเกษตร เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเกษตร แล้วก็การอาหาร ก็คือพิกัดศุลกากรที่เปึนพิกัดอัตราศุลากากรที่เอชเอส โค้ด (HS code) ที่ ๑๖ ก็คือเรื่องของสัตว์ป้ก เรื่องไก่ เรื่องเปึด เรื่องห่าน ทีนี้ถามว่าทําไมสหภาพยุโรป ถึงจะมีกรอบเจรจาตรงนี้ ถ้าเราไม่มีการไปเจรจากับเขาประเทศไทยเราในการส่งออก สัตว์ป้ก ในพิกัดศุลกากรที่ ๑๖ ๐๒ เราจะเสียเปรียบอย่างไรบ้าง เพราะว่าปกติประเทศไทย เราส่งออกไปที่อียูทั้งหมด ๒๗ ประเทศ ในป้ ๒๕๕๑ มูลค่าการส่งออกของเรามีมูลค่า ทั้งหมด ๙๖,๑๐๘,๓๒๘ ยูโร ตรงนี้ประเทศเราเสียภาษีทั้ง ๘ พิกัด ๘ รายการ เสียภาษี ในอัตรา ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเขาให้ประเทศไทยเราจัดอยู่ใน เขาเรียกว่า เธิร์ด คันทรี (Thirdth country) หรือว่า เธิร์ด เวิลด์ (Thirdth world) หรือว่าอีกอันหนึ่ง ก็คือว่า เดเวลลอพปุ่ง คันทรี (Developing country) หรือว่าประเทศกําลังพัฒนา เราได้ภาษี ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ เสียภาษี สินค้าที่เราจะส่งออกในพิกัด ๑๖ ๐๒ คือสัตว์ป้ก คือไก่ คือเปึด คือห่าน อาจจะเปึนแปรรูป หรือว่าเปึนแช่แข็งตรงนี้ เราเสีย ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าตรงนี้สหภาพยุโรปกําลังจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะว่าในการส่งออกตรงนี้เขาให้ โควตาประเทศไทย แต่ละพิกัดศุลกากรเขาให้โควตาในการนําเข้าจากประเทศไทย ถ้าเกินจากนั้นแล้วเราจะเสียภาษีเปึน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของการนําเข้า ซึ่งจากที่เราส่งออก ในป้ ๒๕๕๑ ๙๖ ล้านยูโร ประมาณนี้นะครับ เราเสียภาษีนําเข้าอยู่ที่ ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเราส่งเกินโควตาจากที่เขาให้โควตาประเทศไทยแล้ว เราต้องเสียภาษีนําเข้า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าสินค้าจากประเทศไทยของเราจะเสียภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ ๓๗-๓๘ ล้านยูโร ถ้าคิดเปึนเงินไทย ก็คือ ๑.๗ พันล้านบาท ซึ่งเปึนเงินมหาศาล ถ้าเปึน ลักษณะอย่างนี้แล้วก็จะทําให้สินค้าที่อียูนําเข้าจากประเทศไทยมีราคาแพงขึ้น เมื่อแพงขึ้น การแข่งขันในตลาดอียูก็จะสู้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นคู่แข่งที่สําคัญของเราก็คืออะไรครับ ประเทศบราซิล ประเทศอาร์เจนตินา ก็คือจากลาตินอเมริกา จากเขาบอกว่าประเทศบราซิล กับประเทศอาร์เจนตินากับประเทศไทย เสียภาษีคือเท่ากัน ภาษีนําเข้าก็คือ ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ แต่เขาบอกว่าภาษีนําเข้า ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์นี้ คือมาจากเธิร์ด คันทรี ถามว่า เธิร์ด คันทรี หรือประเทศกําลังพัฒนาเขาให้คําจํากัดความอย่างไรบ้าง จากของ เวิลด์แบงก์ (World Bank)เขาก็บอกว่าประเทศที่ เดี๋ยวนะครับขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ประเทศที่เปึนประเทศที่กําลังพัฒนาเขาบอกว่ามีจีเอ็นไอ เปอร์ แคป่ตา (GNI per capita) หรือว่ามี กรอส เนชั่นแนล อินคัม เปอร์ แคป่ตา (Gross National Income per capita) นี่นะครับ ก็คือต้องมากกว่า ๑๑,๙๐๖ เหรียญยูเอสดอลลาร์ ต่อป้ ต่อคน หรือมากกว่านั้น ถามว่าประเทศไทยเรามีจีเอ็นไอ เปอร์ แคป่ตอล ในป้ ๒๕๑๑ เปึนเท่าไร ประเทศไทย คือมีจีเอ็นไอ เปอร์ แคป่ตอล นี้คือ ๕,๙๙๐ เหรียญยูเอสดอลลาร์ แล้วประเทศบราซิล ล่ะครับ ประเทศบราซิลก็คือ ๑๐,๐๗๐ เหรียญยูเอสดอลลาร์ อันนี้คือเท่ากับข้อจํากัดของคําว่า เธิร์ด เวิลด์ หรือ เธิร์ด คันทรี หรือประเทศกําลังพัฒนา ก็คือจะได้อัตราพิกัดศุลกากร เวลาส่งออกไปที่ไปถึงอียู นักธุรกิจอียูจะต้องเสียภาษีในการนําเข้าตรงนี้ก็คือ ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วประเทศอาร์เจนตินาล่ะครับ ประเทศอาร์เจนตินาก็ถือว่าในอียู เขาจัดว่าเสียภาษี ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าประเทศอาร์เจนตินาก็คือเปึนเธิร์ด คันทรี ไหม ก็มาดูที่ข้อจํากัดความของเวิลด์ แบงก์ คําว่า จีเอ็นไอ เปอร์ แคป่ตา ในป้ ๒๕๕๑ ประเทศอาร์เจนตินาเปึนอย่างไรบ้าง ประเทศอาร์เจนตินามีรายได้ค่าจีเอ็นไอ เปอร์ แคป่ตอล ก็คือว่า ๑๔,๐๒๐ เหรียญยูเอสดอลลาร์ ซึ่งอันนี้มันไม่ใช่เปึนประเทศกําลัง พัฒนา ถือว่าเปึนประเทศพัฒนาแล้ว เพราะฉะนั้นในการเจรจาตรงนี้ก็อยากจะฝาก ตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์ว่าเราประเทศไทย เราเปึนสมาชิกของดับเบิลยูทีโอ หรือว่า เปึนองค์การการค้าโลก เขาบอกว่าวัตถุประสงค์ของสมาชิกของดับเบิลยูทีโอ ในป้ ๒๕๕๑ สมาชิกของดับเบิลยูทีโอนี้ หรือว่าองค์การการค้าโลกนี้มีทั้งหมด ๑๕๒ ประเทศ ประเทศไทย ประเทศบราซิล ประเทศอาร์เจนตินา ก็เปึนสมาชิกขององค์การการค้าโลกด้วย วัตถุประสงค์ของสมาชิกที่มารวมตัวกันนี้เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ประเทศที่เปึนสมาชิก และมีข้อผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามภายใต้ความตกลงต่าง ๆ ขององค์การการค้าโลก กฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศจะต้องมีการแข่งขันที่เสรีและมีความเปึนธรรม ผมเน้นนะครับ มีความเปึนธรรม มีความเปึนธรรมคืออะไรครับ การค้าเสรีไม่มีการกีดกัน ทางการค้า แต่ตอนนี้อียู ๒๗ ประเทศนี้กําลังจะฝ์าฝ๋นกฎ ระเบียบ ข้อบังคับขององค์การ การค้าโลกก็คือตั้งกําแพงภาษี พยายามที่จะตั้งกําแพงภาษีให้กับสินค้าที่นําเข้าจาก ประเทศไทย เพราะว่าประเทศไทยนี้เปึนประเทศที่นําเข้าสินค้าไก่ เปึด ห่าน ในพิกัดอัตรา ศุลกากร ๑๖ ๐๒ มากที่สุดเปึนอันดับ ๑ ของประเทศที่นําเข้าของอียู เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็อยากจะฝากตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์ว่าท่านต้องไปบอกว่าอียูท่านอย่ากีดกัน การค้า ท่านต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ขององค์การการค้าโลก ข้อที่ ๒ ก็บอกว่า ประเทศไทยของเราเปึนประเทศเธิร์ด คันทรี เปึนประเทศกําลังพัฒนา ไม่ใช่เปึนประเทศ ที่พัฒนาแล้วเหมือนประเทศอาร์เจนตินา หรือประเทศบราซิลนี้ก็เปึนประเทศกําลังพัฒนา เหมือนกัน แต่ว่ารายได้ต่อหัวต่อป้ จีเอ็นไอของเขา ๑๐,๐๐๐ เหรียญยูเอสดอลลาร์ แต่ของเรา ๕,๐๐๐ เหรียญยูเอสดอลลาร์ ประเทศบราซิลอีกแค่ไม่กี่ร้อยเหรียญก็จะถึงเปึน ประเทศพัฒนาแล้ว เพราะฉะนั้นก็จะต้องเอาข้อนี้ไปโต้แย้งให้กับอียูด้วย เพราะว่า ประเทศบราซิลตรงนี้กําลังเปึนคู่แข่งที่สําคัญของเรานะครับ

ข้อที่ ๓ ก็อยากจะฝากกระทรวงพาณิชย์ที่มีท่านเปึนตัวแทนทูตพาณิชย์ ที่อยู่ในต่างประเทศ เตรียมตัวสนับสนุนนักลงทุนของเรา ย้ายฐานไปผลิตที่ประเทศ สมาชิกอียู โดยเฉพาะประเทศโปแลนด์ที่มีเขตแดนติดต่อกับประเทศเยอรมัน แล้วก็ สามารถที่จะส่งออกไปอียูโดยใช้ภาษีเปึน ๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้ลงจาก บัลลังก์ โดยมอบให้ นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิชาญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กรอบที่เรา กําลังพิจารณามีอยู่ ๔ กรอบ ผมคิดว่าคงใช้เวลาในส่วนของแต่ละกรอบคือจะไม่ใช้เวลา ในส่วนที่ได้รับมา แต่จะพูดในส่วนที่พรรคฝ์ายค้านได้รับในช่วงเวลาทั้งหมด ๑๖ ชั่วโมง แล้วก็ได้มีการดูแล้วเรายังเหลือเวลาอีกประมาณ ๑๐ ชั่วโมง ทีนี้แต่ละท่านเองก็อยากขอ ใช้เวลาในการพูดกรอบแต่ละกรอบ โดยผมจะขอใช้เวลาในช่วงนี้พูดในเรื่องของการ ทําข้อตกลงกับสหภาพยุโรป กรณีสหภาพยุโรปมีการเปลี่ยนแปลงตารางข้อผูกพันภาษี ของศุลกากรในเรื่องของการแปรรูปสัตว์ป้ก ขออนุญาตครับว่าจากรายละเอียดซึ่งทาง รัฐบาลเองโดยกระทรวงพาณิชย์ได้นําสู่สภาแห่งนี้ ผมมีข้อเสนอเพื่อเปึนข้อต่อรองในการ ที่จะนําเรื่องต่าง ๆ ไปพูดไปคุยในเวทีการพิจารณา สืบเนื่องจากขณะนี้ของเราเองนั้น อาจจะเปึนคู่ค้ากับสหภาพยุโรปในช่วงระยะเวลาซึ่งไม่นาน แล้วก็มีส่วนซึ่งทราบมาว่า ประมาณป้ ๒๕๔๙ มีการส่งออกในลักษณะนี้เพิ่มจํานวนขึ้นมา สินค้าประเภทสัตว์ป้ก ดังกล่าวนี้ประเทศที่เราส่งออกจํานวนมากที่สุดคือประเทศญี่ปุ์น แต่ที่ประสบปัญหาก็คือ ตอนนี้ได้เกิดภาวะต่าง ๆ ซึ่งต่างประเทศเองไม่มั่นใจในผลผลิตของประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องของไข้หวัดนกซึ่งมาจากการแพร่ระบาดตั้งแต่เมื่อประมาณ ๓-๔ ป้ ที่ผ่านมา แล้วก็เปึนโรคซึ่งประเทศไทยเอง กระทรวงสาธารณสุขเองยังไม่ประกาศ ผมขออนุญาตบอกกล่าวนะครับว่า น่าจะมีการประกาศว่าเปึนโรคซึ่งไม่ใช่เปึนโรคระบาด แต่เปึนโรคที่เกิดขึ้นแต่ละฤดูกาลของท้องถิ่น เช่น กรณีปลายฝนต้นหนาวในเดือน พฤศจิกายน ธันวาคม ก็มักจะมีการปรากฏของโรคดังกล่าว ประเด็นดังกล่าวก็เลยทําให้ กลุ่มประเทศคู่ค้าของเรานั้นเกิดความหวั่นวิตกกัน เห็นเหตุการณ์ประเทศไทยว่ามีการ ฆ่าสัตว์ป้กจํานวนมากโดยเฉพาะเปึด ไก่ ทีนี้เขาก็เลยบอกว่าสัตว์ที่ส่งเข้าไปในอดีต มีการส่งในลักษณะของการเปึนสัตว์หลังจากเชือดทําชําแหละแล้วก็ส่งแช่แข็งไป แต่ตอนหลังเขาก็ไม่ยอม เขาจะต้องมีกรรมวิธีที่มากกว่าคือต้มสุกหรือจะต้องมีการทําให้ มีกรรมวิธีที่ดีกว่า ซึ่งมักจะมีเหตุผลเพราะว่าคนที่บริโภคสินค้าเหล่านี้นั้นมักจะถูกมองว่า ถ้าเอาสินค้าที่ผลิตในประเทศต่าง ๆ มาแล้วไม่มีการตรวจสอบก็จะทําให้ประชาชนใน ประเทศดังกล่าวที่เปึนคู่ค้านั้นเกิดปัญหาดังนั้นในการกําหนดเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้จึงเปึน กรณีกีดกันกับประเทศคู่ค้า ผมคงต้องฝากว่าถ้าเราจะไปเจรจาทางรัฐบาลเองคงจะต้อง เอาผู้ประกอบการ ไม่ใช่เอาเฉพาะรายใหญ่ ๆ ที่เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่า เอาบริษัท ซีพี ไป หรือกลุ่มผู้ค้าในส่วนของบริษัทใหญ่ ๆ คงไม่ใช่ เรายังมีชมรม ผู้ประกอบการหรือกลุ่มอาชีพที่ยังทําอาชีพในเรื่องของปศุสัตว์ แต่เปึนกลุ่มอาชีพ ซึ่งต้องควรอนุรักษ์ เราอาจจะต้องส่งเสริมในหลายด้าน แล้วรวมถึงการแปรรูปสินค้า เหล่านี้ สามารถที่จะนําจากต้นน้ําก็คือแหล่งผลิตต่าง ๆ แล้วสอนบอกกล่าว เพราะว่า การส่งออกการผลิตนั้นถ้ารัฐบาลมัวแต่มองเรื่องโควตา แล้วให้โควตาเฉพาะรายใหญ่ ผมบอกได้เลยครับว่า รายย่อยเองก็มีต้นทุนที่ต่ํา แต่เมื่อจะส่งออกก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง เพราะฉะนั้นในเรื่องดังกล่าวนั้นก็ต้องมีการเจรจา และโดยเฉพาะผมพยายามดูในเรื่องของพิกัดอัตราแต่ละส่วนว่าพิกัดต่าง ๆ ที่เราจะไป กําหนดว่าอัตราต่าง ๆ ที่เราจะเปึนข้อเสนอในเรื่องของการเจรจาข้อตกลง การเรียกเงิน หรือการสงวนสิทธิในเรื่องของอัตรากรอบภาษีนั้น ก็ยังไม่มีการลงไว้ในรายละเอียด แต่เรื่องของกรณีดังกล่าวนี่ ถ้าเราไม่สามารถลงลึกในรายละเอียดนะครับ ก็เปรียบเสมือน ว่าต้นทุนต่าง ๆ รัฐบาลเองจะเปึนผู้กําหนดอย่างไร หรืออาจจะมีกรอบการกําหนด ซึ่งเปึนอัตราที่แตกต่างกัน ท่านประธานครับ ผมดูในเนื้อหาสาระนี่มีข้อที่จะต้องถามทาง รัฐบาลครับว่าในส่วนของการกําหนดเราไปเจรจากับเขา แต่การเจรจาตรงนี้อยู่ในเนื้อหา ซึ่งบอกกล่าวได้ว่ามีอยู่ ๒ ส่วน

ส่วนแรก ท่านบอกว่าการเจรจานี่เจรจาในช่วงของการทําข้อตกลง ซึ่งบอกว่าถ้าผู้ส่งออกที่สงวนสิทธิกับทางสหภาพยุโรปไว้ตั้งแต่เมื่อสหภาพยุโรปประกาศ ตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรสําหรับพิกัดนั้น ๆ ครั้งแรก และ (๒) ผู้ส่งออกมีผลประโยชน์ หลักในการส่งออกสินค้ารายการที่ขอแก้ไขตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรนั้น อย่างไรก็ดี ทั้ง ๒ ข้อนี่ถ้าเราไปเจรจาแล้วไม่ได้ข้อยุตินะครับ แม้จะตกลงในรายละเอียดแล้วไม่ได้ ข้อยุตินี่สหภาพยุโรปก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงข้อผูกพันของตนเองได้ทันที หรือหากว่า ประเทศที่มีสิทธิเข้าเจรจากับสหภาพยุโรปไม่ได้แจ้งความประสงค์ว่าจะเข้าเจรจา ขอค่าชดเชยกับสหภาพยุโรปอย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปก็จะเปลี่ยนแปลงข้อตกลงผูกพัน ของตนเองได้ทันที แสดงให้เห็นว่าเราจะเจรจาอย่างไรก็ตาม ถ้ามันอยู่ในเงื่อนไขที่เขาเอง จะเสียเปรียบหรือได้เปรียบนั้น ผมเองคงไม่สามารถพูดร่วมไปตรงนั้นได้ แต่เอาเปึนว่า ถ้าในลักษณะของการเจรจาเกิดมันไม่เปึนคุณหรือไม่เปึนประโยชน์ในส่วนของพิกัดอัตรา เรื่องของการต่อรองนี่เราเองไม่สามารถที่จะไปพูดไปคุยไปต่อรองในลักษณะดังกล่าวได้ เพราะเปึนเรื่องของประเทศคู่ค้าที่เราจะต้องยอมรับ ดังนั้นผมมองว่าในกลุ่มสหภาพยุโรป ถ้าของเราจะไปเจรจานี่นะครับ คงจะต้องมีการต่อรองในลักษณะของการที่จะต้องยอมรับว่า เราเองกําลังไปพึ่งในตลาดส่งออกของทางยุโรป เพราะมีจํานวนของการส่งออกเพิ่ม มากขึ้นมาโดยตลอด แต่เราจะต่อรองอะไรครับ ถ้าทางรัฐบาลไปเจรจาถ้าต่อรองในเรื่องนี้ ไม่ได้เราอาจจะต่อรองสินค้าบางชนิด บางประเภท เช่น ข้าว หรือสินค้าที่เปึนด้าน เกษตรกรรมที่เราสามารถที่จะส่งออก มันสําปะหลังหรือส่วนอื่นที่สามารถที่จะเปึน ตัวต่อรองในเรื่องของพิกัดอัตราดังกล่าว ขออนุญาตท่านประธานครับ สินค้าต่าง ๆ ที่ผมดูทั้งหมดมี ๘ รายการ แต่จริง ๆ แล้วเราต้องการเพียงทําสัญญาผูกพันแค่ ๕ รายการ ส่วนอีก ๓ รายการ รายการหนึ่งเรายังไม่ได้มีการดําเนินการเลย แต่เปึนการเจรจาเพิ่มเติม ฉะนั้นขอเรียนว่าสินค้าเหล่านี้ประเทศของเรานั้นเปึนประเทศที่ทําในเรื่องของกสิกรรม แล้วก็ควบคู่กันไปในเรื่องของการส่งเสริมเรื่องปศุสัตว์นะครับ ถ้ารัฐบาลเองมองเห็นว่า ตลาดของยุโรปในขณะนี้มีความจําเปึนที่จะรับสินค้าของเรา เราก็ต้องตั้งเกณฑ์ของเรา นะครับ วันนี้เกณฑ์ต่าง ๆ ดูเสมือนว่ารัฐบาลไม่มีการตั้งเกณฑ์หรือส่งเสริมให้กับพี่น้อง เกษตรกร แต่เรากลับไปดูแลกลุ่มที่เปึนกลุ่มรายใหญ่ ถ้าผมถามว่าแล้วกลุ่มรายใหญ่มันจะช่วยเกื้อหนุนกลุ่มรายย่อยได้หรือเปล่า วันนี้ปรากฏว่า กลุ่มรายย่อยนั้นประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนเงินทุน ขาดแคลนในเรื่องของวิชาการ ขาดแคลนในเรื่องของกําลังที่จะไปสนับสนุน รัฐบาลเองคงจะต้องมองว่า กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่ผลิตสินค้าโดยตรงมีจํานวนมากกว่ากลุ่มรายใหญ่ด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้นถ้าสามารถที่จะส่งเสริมในเรื่องของรายละเอียดตรงนี้ก็ต้องเอาสินค้า ทุกประเภท ทุกอย่าง แล้วจัดหมวดหมู่ให้ดีครับ แล้วการเจรจาในส่วนนี้เมื่อผ่าน ความเห็นชอบของสภาแห่งนี้แล้ว ผมว่าเราคงจะไปเจรจาเฉพาะในกรอบนี้อย่างเดียว ไม่ได้ อันนี้ผมเรียนนะครับ เพราะว่ามีสินค้าหลายชนิด หลายประเภทที่จะเปึนการต่อรอง ให้กับกลุ่มสหภาพ นอกจากสินค้าประเภทสัตว์ป้กที่ท่านกําลังนําเสนอเพื่อขอความ เห็นชอบ ส่วนตัวนั้นผมเห็นด้วยครับ แต่ถ้าท่านจะกรุณาตอบในเนื้อหาสาระรายละเอียด ว่าตารางต่าง ๆ ที่ไม่สามารถที่จะแนบได้ หรือยังไม่สามารถที่จะบอกได้ แล้วก็อยากจะให้ มีกลุ่มผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก รายย่อย สามารถให้ข้อมูลหรือติดตามไปด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ มีรายชื่อ ท่านที่ขออภิปรายเหลืออีก ๒ ท่านเท่านั้น คือท่านอํานวยกับท่านนิยม เชิญท่านอํานวย ครับ

นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กะผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายในกรอบของกรอบ การเจรจากับสหภาพยุโรป ซึ่งในขณะนี้จะเห็นได้ว่าตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ ซึ่งมาวันนี้ก็อยากจะสะท้อนให้ประธานรัฐสภา ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ได้ทราบนะครับว่า เหตุผลที่ผมอยากจะอภิปรายประเด็นกรอบการเจรจาสหภาพ ยุโรปในวันนี้ก็อยากจะสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มเกษตรกรในขณะนี้กําลังเดือดร้อนมาก ซึ่งเกษตรกรนั้นมีผลหลายประการ สืบเนื่องในขณะนี้ผู้เลี้ยงสัตว์ป้กในประเทศไทย ในขณะนี้เท่าที่พอมีข้อมูลบ้างจํานวน ๒๐,๐๐๐ กว่าราย ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจาก ผู้เอารัดเอาเปรียบคือผู้ค้า หรือเรียกว่าเปึนผู้ขายพันธุ์ไก่ให้กับผู้เลี้ยง ๑. ราคาแพง และเกษตรกรมีผลอย่างนี้ครับท่านประธานรัฐสภา เกษตรกรมีผลจากอาหารสัตว์ราคาแพง ต้นทุนก็สูงมาก ซึ่งตรงนี้มีผลต่อเกษตรกรอย่างมากในขณะนี้ เพราะฉะนั้นกรอบการเจรจา โดยเฉพาะกลุ่มสหภาพยุโรปนั้นซึ่งในขณะนี้ประเทศญี่ปุ์นซึ่งเปึนประเทศหนึ่งที่รับซื้อ สัตว์ป้กจากประเทศไทยของเราเปึนจํานวนมาก เปึนเงิน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะนี้ ก็นับว่าเปึนรายได้ส่วนหนึ่งที่ทําเงินเข้ามาในประเทศไทยของเราอย่างมาก ตลอดทั้งตะวันออกกลางก็เช่นนั้น ตรงนั้นผมก็อยากจะสะท้อนให้ท่านประธานรัฐสภา และท่านผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงปัญหาในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบทั้งหมดนั้น มี ๑. เกษตรกร ๒. ผู้ค้า ๓. ผู้ส่งออก ตลอดทั้งภาครัฐในการเจรจา หากว่าทั้งหมดทั้ง ๔ กรอบนั้นต้องวกกลับมาที่ผู้เลี้ยงคือเกษตรกร เพราะฉะนั้นในขณะนี้เกษตรกรได้รับ ความเดือดร้อนทั้งเรื่องต้นทุนราคาสูง ต้นทุนสูงมากนะครับ เพราะต้นทุนสูงแล้วเกษตรกร ก็มีความอ่อนแอในเรื่องของถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ค้าเปึนอย่างยิ่ง ดังนั้นก็อยากจะให้ ทางผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดูว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ป้กให้เขาอยู่ได้ อยู่ได้อย่างไร เราจะต้อง ควบคุมในเรื่องของอาหารสัตว์ส่วนหนึ่ง ควบคุมในเรื่องของพันธุ์ไก่อย่างหนึ่ง หรือควบคุม ลูกหมูอย่างหนึ่ง ซึ่งเปึนประเภทที่เปึนสัตว์เลี้ยงทั้งหมดที่เกษตรกรได้เลี้ยง ก็จะนําไปสู่ให้ เขาจะได้มีกําไร เกษตรกรจะได้มีความแข็งแรงในขณะนี้ หากว่ารัฐบาลให้ความสนใจกับ ภาคเกษตร เราต้องให้ภาคเกษตรกับผู้ค้า ผู้ส่งออกให้อยู่กันได้ ซึ่งในขณะนี้ภาคเกษตรเราไม่รู้จากราคาผู้ส่งออกเลย นี่คือเปึนเหตุ แต่ถ้าหากว่าเกษตรกร ทั้งหมด ผู้เลี้ยงหากรู้ราคาส่งออกแล้วเขาสามารถที่จะปรับในการเลี้ยงดู ในการปรับปรุงพันธุ์ หรือปรับปรุงในการพัฒนาสายพันธุ์ต่าง ๆ ให้มันดีขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุน ในเรื่องของอาหารสัตว์มีมากครับท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ อยากจะสะท้อนให้ ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบว่าในขณะนี้โดยเฉพาะเรื่องปัญหาข้าวก็สืบเนื่องเหมือนกัน อย่างปลายรําก็มีส่วนสําคัญในเรื่องของอาหารสัตว์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าหากว่าภาครัฐ เข้ามาช่วยควบคุมดูแลเรื่องของสินค้าต่าง ๆ ที่จะเกี่ยวกับอาหารสัตว์กับผู้เลี้ยงสามารถ ที่จะลดต้นทุนหรืออย่างน้อยก็ให้ความเปึนธรรมกับเกษตรกรผู้เลี้ยง ซึ่งในขณะนี้จะเห็นว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงไม่สามารถดําเนินการกันไปได้ ผมอยากจะยกตัวอย่าง เช่น สมมุติว่า นาย ก เลี้ยงไก่ พอถึงกําหนดจับท่านประธานครับ ทางบริษัทไม่มาจับหรอกครับ ทําให้ ผู้เลี้ยงต้องเพิ่มอาหารจากวันที่กําหนดจับ เขาไม่มาจับจะต้องเพิ่มอาหารอีกเปึนจํานวนมาก ตรงนี้ก็ทําให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นเหตุผลดังกล่าวถ้าหากว่า ทั้งหมดนี้ ทั้งผู้ค้า ผู้ส่งออกให้ความเปึนธรรมกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสามารถอยู่ร่วมกันได้ เพราะฉะนั้นเกษตรกรประสบปัญหาอย่างมากในขณะนี้ จึงอยากจะฝากข้อเสนอ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พวกเกษตรกรได้ร้องเรียนให้ผมได้รับทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผู้เลี้ยง สัตว์ป้กในประเทศไทยของเราอ่อนแอมากในขณะนี้ หากว่าภาครัฐให้ความสําคัญและ ส่งเสริมหรือดูแลในส่วนผู้เลี้ยงผมมั่นใจเหลือเกินว่าเกษตรกรไทยจะมีความเข้มแข็ง จะมีรายได้ที่ดีสามารถที่จะนําเงินมาสู่ประเทศไทยของเราและทําให้เศรษฐกิจในประเทศไทย ของเราเข้มแข็ง พี่น้องประชาชนก็เข้มแข็งเช่นกัน ซึ่งอันนี้ก็อยากจะสะท้อนให้ส่วนหนึ่ง

อีกปัญหาหนึ่งนะครับท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ในเรื่องของภาษี ศุลกากรสําหรับสินค้าสัตว์ป้กแปรรูปนั้น ก็อยากจะพูดถึงในเรื่องของภาษี ซึ่งภาษีส่วนนี้ ก็อยากจะสร้างความเปึนธรรมให้กับกลุ่มเกษตรกรเช่นกัน ซึ่งความเปึนธรรมตรงนี้ พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของภาษีเช่นกัน มันจะมีผลกระทบในเรื่อง ของต้นทุนทั้งสิ้น จากข้อมูลที่ผมได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกร ก็อยากจะมุมมอง สะท้อนผ่านท่านประธานรัฐสภา ผ่านถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบว่า นี่คือส่วนหนึ่ง ที่เกษตรกรเดือดร้อน ดังนั้นอยากจะฝากให้ภาครัฐช่วยควบคุมเรื่องภาษีศุลกากรสําหรับ สินค้าสัตว์ป้กมันจะมีผลกระทบต่อผู้ส่งออกและผู้เลี้ยงอย่างมาก ก็อยากจะฝากประเด็นนี้ ไว้อีกประเด็นหนึ่ง

ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ สืบเนื่องจากในขณะนี้ สรุปได้ว่าความสําคัญต่าง ๆ ของเกษตรกรนั้นขึ้นอยู่ที่ต้นทุน ถ้าหากว่าทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยควบคุมต้นทุนให้อยู่ในราคาที่เปึนธรรมแล้วเกษตรกรก็สามารถที่จะอยู่ได้ อย่างแน่นอน อยากจะฝากเปึนประเด็นสุดท้าย ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนิยมครับ ๑๐ นาที

นายนิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้ โอกาสได้อภิปรายและได้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกรอบการเจรจาต่าง ๆ ในหลายสิ่ง หลาย ๆ อย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนกรอบการเจรจากับสหภาพยุโรป แล้วก็เจรจากับคูเวต นะครับ ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญมาก วันนี้เองผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ที่ให้เกียรติมารับฟังสิ่งที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายให้ข้อเสนอแนะ และผมเชื่อได้ว่ารัฐบาลเองก็ไม่ใช่ว่ารู้ทุกเรื่องแม้กระทั่งตัวรัฐมนตรีว่าการก็ไม่ใช่รู้ทุกเรื่อง ผมเองก็ไม่ใช่ว่าจะรู้ทุกเรื่องเช่นกันนะครับ แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงโดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ได้กําหนดไว้ ถึงแม้ว่าวันนี้การอภิปรายครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดการเซ็นสัญญา ผูกพันต่อประเทศใด ๆ ก็ช่าง แต่ว่าสิ่งที่สําคัญก็คือต้องเอาเข้ามาตามมาตรา ๑๙๐ ก็คือก่อนการที่จะไปเจรจา ในการ เจรจานั้นถือว่าเปึนสิ่งสําคัญมาก ถือว่าเปึนตัวแทนของคนทั้งประเทศที่จะเปึนเงื่อนไข และผูกพันต่าง ๆ ในอนาคต ผมอยากจะฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีก็ดี ไม่ว่า จะเปึนการเจรจาเรื่องของสัตว์ป้กก็ดี ในเรื่องของการเจรจาตกลงต่าง ๆ เพราะผมเชื่อว่า เปึนสิ่งที่สําคัญเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อม วันนี้ถึงแม้ว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ จะกําหนดว่าก่อนที่จะเซ็นสัญญาใด ๆ จะต้องมีการเจรจาและให้ข้อมูล ข่าวสารกับพี่น้องประชาชนไม่ว่าทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องภาคการเกษตร แต่เชื่อ ได้ว่าผมอยากจะฝากก่อนที่เราจะนําเรื่องและข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เราได้รับรู้จาก ในสภาแห่งนี้หรือจากพี่น้องประชาชน ก่อนที่เราจะไปเจรจา ถือว่าเปึนสิ่งสําคัญมาก เพราะสิ่งที่สําคัญถือว่ามีผลกระทบ สิ่งที่สําคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ในมาตรา ๑๙๐ ถ้าเซ็นสัญญาไปแล้วหรือก่อนที่การเจรจาก็ถือว่าเปึนกรอบว่าไม่ว่า ในเรื่องของกําแพงภาษี การจะส่งออกแม้กระทั่งสินค้าต่าง ๆ ก็ต้องมีผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ผู้ส่งออก สถาบันการเงินต่าง ๆ และโดยเฉพาะ ผู้ประกอบการ แต่สิ่งที่สําคัญผมมองดูว่าพี่น้องภาคการเกษตรจะได้รับอะไร เพราะสิ่งที่ สําคัญผู้ประกอบการ ผมมองดูแล้วก็ดีกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ เพราะหลายสิ่งหลาย อย่างที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึนการส่งสินค้าการเกษตร แม้กระทั่งผักต่าง ๆ ที่ส่งไปสู่ ต่างประเทศก็ถูกป่ด ถูกตีกลับบ้าง มีสารปนเปุ๋อนบ้าง อะไรอย่างนี้ โดยเฉพาะส่งสินค้า ไปที่สหภาพยุโรป ตรงนี้เปึนสิ่งที่ว่าพี่น้องภาคการเกษตรไม่มีโอกาสเลยที่เขาจะรู้ว่า สารปนเปุ๋อนคืออะไร และสิ่งต่าง ๆ อย่างนี้ กรมวิชาการเกษตรหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะ กรมวิชาการเกษตรก็ดี และกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพืชต่าง ๆ แม้กระทั่งสินค้า ภาคการเกษตร ไม่ว่าเปึนผัก เปึนอะไรเขาทํา เขาก็จะทําจากน้ําธรรมชาติ แต่พอส่งออก ก็ถูกกีดกันด้วยสารปนเปุ๋อนต่าง ๆ ตรงนี้ เพราะฉะนั้นผู้ที่ส่งออกได้ก็มีผู้ประกอบการ รายใหญ่ ๆ แม้กระทั่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ก็แทบจะไม่มีโอกาส แล้วอย่างนี้ พี่น้องภาคการเกษตรจะได้อะไร เพราะสิ่งที่สําคัญผมอยากให้รัฐบาลก่อนที่จะไปเจรจา หรือจะไปเซ็นสนธิสัญญาใด ๆ พี่น้องภาคการเกษตร การให้ข้อมูลข่าวสารให้กับพี่น้อง อย่างน้อยก็รู้จัก พี่น้องภาคเกษตรจะได้เตรียมตัวเผื่อเขาจะได้มีโอกาสเปึนผู้ส่งออกบ้าง ในอนาคต อย่างนี้เปึนต้น วันนี้มี ๔ เรื่องที่เอาเข้ามา เอกสารก็ยังมีนิด ๆ หน่อย ๆ เพียงแค่ กรอบที่เอามาให้พูด แต่สิ่งที่ผมอยากจะให้รัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าสิ่งที่เราจะได้เปรียบ มีอะไรบ้าง และสิ่งที่เราจะเสียเปรียบ เราจะต้องทําอย่างไร เพราะในการเจรจาผมเชื่อได้ว่า พี่น้องคนไทยทุกคนเขาไม่ได้หวังว่าจะต้องได้เปรียบ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดการเสียเปรียบ แต่อยากให้เกิดความเสมอภาค ไม่ว่าจะติดต่อการค้าประเทศใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เปึนสิ่งที่สําคัญว่าวันนี้สภาผ่าน เมื่อวานนี้ก็ผ่านไปตั้ง ๖ เรื่อง ก็อย่าให้เห็นว่าสภานี้ เปรียบเสมือนตรายางเลยครับ พอเข้ามาปุ็บก็ผ่าน ๆ ไป ถ้าเปึนอย่างนี้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของพืชผลทางการเกษตรผมยกตัวอย่างเรื่องข้าวครับท่านประธาน วันนี้มาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล ข้าวอายุไม่ถึง ๙๐ วันก็ยังไม่ได้รับการชดเชย แต่สิ่งที่ สําคัญผมเชื่อว่าพี่น้องภาคการเกษตรเขาไม่ได้รู้เรื่องหรอก แต่สิ่งที่สําคัญก็คือเขาต้องการ ปลูกข้าว ๑. หนีน้ํา ลดต้นทุน แต่ถามว่ากรมวิชาการเกษตร โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวออกมาพี่น้องประชาชน พี่น้องการเกษตรเขาก็ ซื้อมาปลูก มาปลูกแล้วก็มาถูกเงื่อนไขต่าง ๆ แต่อยากจะฝาก ถ้าจะไปโทษที่พี่น้อง ภาคการเกษตรอย่างเดียวไม่ได้ ๑. กรมวิชาการเกษตรหรือกรมการข้าวที่ผลิตเมล็ดข้าว ออกมาแล้วให้เขาไปปลูกเพราะอะไร และสิ่งที่สําคัญก็คือผู้ประกอบการ ผู้ค้าข้าว ไม่ว่าขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ แม้กระทั่งโรงสี ข้าวที่เอาไปเขาก็เอาไปมิกซ์ (Mix) รวมกัน อย่างนี้แล้วก็ส่งออกไป ตรงนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่สําคัญ ก็คงจะฝากไว้ ๓-๔ ประเด็นในการที่จะ ไปเจรจาต่าง ๆ ๑. เรื่องการให้ข้อมูลข่าวสารกับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ พี่น้องภาคการเกษตรและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วก็เรื่องที่สําคัญก็เรื่องของมาตรการ ต่าง ๆ ที่เราจะไปเจรจากับเขา เรื่องของข้อมูลข่าวสารที่จะให้กับพี่น้องภาคเกษตร ก็ฝากไว้ ๒-๓ ประเด็นครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องของกรอบการเจรจากับ สหภาพยุโรป กรณีสหภาพยุโรปขอเปลี่ยนแปลงตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรสําหรับ สินค้าสัตว์ป้กจํานวน ๘ รายการ ต้องเรียนว่าวัตถุประสงค์ของการเจรจาในครั้งนี้นั้น ทางฝัืงเราหรือประเทศของเรานั้นมีความมุ่งหวังในการขอรับการชดเชยความเสียหายที่ เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงภาษีศุลกากรสัตว์ป้ก ๘ รายการ ซึ่งจากเดิมประมาณร้อยละ ๑๐.๙ ซึ่งเขาจะเปลี่ยนแปลงไป บางทีก็ร้อยละ ๒๕ หรือร้อยละ ๕๗ ตามพิกัดสินค้า ในรหัส ๑๖๐ นอกจากนั้นแล้วยังเปึนการรักษาระดับการค้าระหว่างประเทศไทยกับ ประเทศคู่ค้าคือกลุ่มอียูนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ ผมคิดว่าประเทศของเรานั้นแทบจะไม่มีโอกาสต่อรองในเรื่องนี้มากนัก เพราะว่าภายใต้ ข้อ ๒๘ ของข้อตกลงของแกต ซึ่งให้สิทธิประเทศสมาชิกในการที่ตกลงโดยที่เหมือนกับ เปึนข้อตกลงฝ์ายเดียว ที่ต้องเรียนเช่นนี้ก็จากการได้ดูและท่านสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไปนะครับว่าเจรจาแล้วตกลงกันไม่ได้ สหภาพยุโรปก็เปลี่ยนแปลงข้อผูกพัน ได้ทันที หรือว่าประเทศไหนไม่ได้แจ้งความประสงค์ว่าจะเจรจาสหภาพยุโรป ก็ไม่จําเปึนต้องเจรจาแล้วก็มีผลผูกพันทันที จากการได้ศึกษาข้อมูล ความเห็นของ ผู้ส่งออกก็ดี จะเห็นได้ว่าได้รับฟังแล้วก็ได้ศึกษาดูว่าผู้ส่งออกส่วนมากบอกว่าไม่ได้รับ ผลกระทบมากนัก บางรายก็กล่าวว่าตลาดการค้าในเรื่องไก่หรือเรื่องเนื้อสัตว์ป้กบางอย่างนั้น มีมูลค่าไม่สูง แต่ผมก็ขอแสดงความชื่นชมกลุ่มผู้ส่งออกหลาย ๆ บริษัทได้พยายามพัฒนา สินค้าในรูปของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไม่ว่ากลุ่มซีพีก็ตาม กลุ่มบริษัท สหฟาร์ม ในเรื่องของ การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เรื่องของระบบคอมพาร์ทเมนท์ (Compartment) ซึ่งกลุ่มอียูนั้น ก็ยอมรับสินค้าที่เกิดจากการผลิตของประเทศไทยว่าเปึนสินค้าที่ปลอดภัยแล้วก็สามารถ บริโภคได้อย่างมีความมั่นใจ เพราะฉะนั้นหลายสิ่งหลายอย่างจึงคิดว่าเปึนประโยชน์แล้ว ก็น่าจะมีการเจรจาในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ผมมีข้อคิด ๒-๓ เรื่อง ในเรื่องของกรอบการ เจรจาในครั้งนี้

เรื่องแรกนั้นที่เขาเป่ดการเจรจาในครั้งนี้อาจจะเปึนมาตรการอย่างใด อย่างหนึ่ง ในเรื่องของการกีดกันทางด้านการค้า หรือว่าอุตสาหกรรมภายในประเทศของ กลุ่มอียู ซึ่งเขาต้องการคุ้มครองเขาหรือเปล่า นั่นเปึนประเด็นที่หนึ่ง

เรื่องที่สองก็คือเรื่องของผู้ส่งออก ถ้าว่าผู้ส่งออกนั้นไม่ได้รับผลกระทบ แต่สิ่งที่สงสัยก็คือเกษตรกรผู้เปึนลูกฟาร์ม เกษตรกรรายย่อยต่าง ๆ ที่นอกจากจะต้อง ปรับปรุงกระบวนการผลิตแล้ว ผมคิดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของราคาจะเหมือนเดิมหรือไม่ เปึนสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรน่าจะรับรู้ เพราะว่าวันนี้ต้นทุนการผลิตต่าง ๆ เรื่องอาหารสัตว์ก็ดี เรื่องของระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเรื่องระบบคอมพาร์ทเมนท์ซึ่งเกษตรกรนั้นมีความจําเปึนและมีการปรับตัว ให้เหมาะสมกับสภาพการส่งออกที่เปึนประโยชน์มากขึ้น ก็จะทําให้ต้นทุนในการผลิต สินค้าในเรื่องดังกล่าวนั้นเพิ่มมากขึ้นนะครับท่านประธาน

นอกจากนั้นแล้วเรื่องโควตาส่งออกและอัตราการขยายตัวโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเรื่องโควตาไก่หมักเกลือที่ประสบปัญหาในเรื่องของไข้หวัดนกเมื่อป้ ๒๕๔๘ ไม่สามารถส่งไปอียูได้ เพราะฉะนั้นแล้วตัวนี้ประเทศของเราก็น่าจะเปึนสิ่งหนึ่งในการ เจรจาว่าเราจะส่งเปึนไก่แปรรูปไปแทนหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ โดยสรุป แล้วผมเห็นด้วยในการที่จะเป่ดให้มีการเจรจากับกลุ่มประเทศทางอียูแล้วก็คิดว่าอย่าให้ ประเทศไทยได้เสียเปรียบแม้จะไม่ได้เปรียบก็ตาม แล้วก็ให้คํานึงถึงประโยชน์ของ พี่น้องเกษตรกรที่จะได้รับเปึนหลักว่าเขาได้ประโยชน์อะไร เสียประโยชน์อะไรจาก กรอบการเจรจาดังกล่าว

นอกจากนั้นแล้วเรื่องที่ ๒ น่าจะมีการเสนอในเรื่องของการแก้ไขข้อตกลง ข้อที่ ๒๘ เพราะว่าเปรียบเหมือนกับการตกลงฝ์ายเดียวเลยว่า ทางกลุ่มประเทศสมาชิก ของแกตนั้นจะทําอะไรก็เหมือนกับว่าเปึนข้อตกลงฝ์ายเดียวที่ผมได้กราบนําเรียน ท่านประธานไปเบื้องต้น นอกจากนั้นแล้วการปรับปรุงภาพลักษณ์ของสินค้าในเรื่องนี้ สินค้าของประเทศเราปลอดภัย แล้วก็การสร้างภาพลักษณ์ในเรื่องของความปลอดภัย จากเรื่องไข้หวัดนกนั้นก็ยังเปึนความจําเปึนอยู่นะครับ เพื่อที่จะขยายตลาดการค้าในเรื่องนี้ ไปยังประเทศอื่น ๆ เช่น ประเทศญี่ปุ์นหรือกลุ่มประเทศอื่น ๆ ในทวีปเอเชีย ผมมี ๒-๓ ประเด็น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านฐิติมาครับ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ตอนแรกนั่งอยู่คนเดียวกลัวน้องสาวของดิฉันจะเหงาเกินไป เลยขออนุญาตที่จะ พูดคุยผ่านท่านประธานไปด้วย ดิฉันสนใจในเรื่องเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจระหว่าง รัฐบาลแห่งสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเกี่ยวกับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา ท่านประธานที่เคารพคะ ก่อนที่ดิฉันจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับบันทึกความ เข้าใจระหว่างรัฐบาลที่ดิฉันกล่าวมานั้น ซึ่งมีทั้งหมดรวมกันแล้วก็ ๑๑ ประเทศนั้น ก่อนจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบบันทึกความเข้าใจก็ต้องขอเข้าใจก่อน ขอเข้าใจ ในบันทึกความเข้าใจ เพราะอ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ จึงต้องมาขอเรียนถามท่านรัฐมนตรี เพื่อให้คําตอบกับดิฉันให้เข้าใจมากขึ้นเสียหน่อย เนื่องจากว่าอ่านแล้วก็ยังไม่รู้ว่าเขาไป บันทึกความเข้าใจอะไรกัน ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันสนใจในเรื่องการจดสิทธิบัตร การประดิษฐ์ ซึ่งพอจะมีความรู้อยู่บ้างว่าในประเทศไทยนั้นเวลาจะไปจดสิทธิบัตร การประดิษฐ์ก็ไม่ได้ง่ายนัก และกรมทรัพย์สินทางปัญญายังคงไม่ได้ให้ความเข้าใจกับ ประชาชนดีพอ นั่นก็คือว่าผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ ความเก่งกาจ ใช้สมองอันปราดเปรื่อง ของเขาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ออกมา และบังเอิญเขานําเสนอสิ่งประดิษฐ์ของเขาไปในบนที่ จัดแสดงสินค้าที่อื่นใด ๆ ก็แล้วแต่จะในประเทศ ต่างประเทศก็แล้วแต่ ไปนําเสนอ เสียก่อนที่จะไปจด โดยไม่มีความรู้หรอกว่าถ้าไปนําเสนอเสียก่อนแล้วทําให้จดสิทธิบัตรนั้น ไม่ได้ ข้อความแค่เพียงตรงนี้หรือการกระทําแค่เพียงตรงนี้ประชาชนอีกหลายคนไม่ทราบ เพราะฉะนั้นประชาชนคนไทยซึ่งมีความสามารถมากมายก็ตกม้าตายไปเสียตั้งแต่ต้น ดิฉันจึงหวังว่าสิ่งที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมาเปึนเรื่องแรกนี้เลย ท่านรัฐมนตรีน่าจะต้องตระหนัก ถึงเรื่องนี้ก็คือการให้ความรู้ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนคนไทย เพื่อที่จะให้ แนวความคิดที่ดีของเขาในการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ออกมาเยอะแยะเลย ได้เข้าไปแข่งขัน ในตลาดโลกต่อไปได้ ไม่ใช่ตกม้าตาย

อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า ทางกระทรวงพาณิชย์นั้นได้ช่วยเหลืออะไรบ้าง เกี่ยวกับผู้ที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์เก่ง ๆ มากมายเหล่านั้น ให้เขาสามารถที่จะมีเงินลงทุน ในการที่จะทําธุรกิจต่อไป เขาใช้สมองเปึนทุนของเขาไปแล้วแต่เขาไม่มีเงินลงทุน ถามว่า กระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลืออะไรบ้าง มันยังมีอยู่เยอะมากทีเดียวที่เขาคิดค้นได้ แต่เขา ต้องอยู่นิ่ง ๆ เพราะทําอะไรต่อไปไม่ได้ ที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมานั้นเปึนตัวอย่างเท่านั้นเอง ซึ่งมันอยู่ในประเทศไทย แต่ขณะนี้เรากําลังพูดถึง ๑๑ ประเทศที่ร่วมกัน ร่วมกันโดยมีการ บันทึกความเข้าใจ และบันทึกความเข้าใจนั้นก็บอกไว้ประมาณว่า ๔ ประการ คือ

อันที่ ๑ การจัดตั้งกลไกการประชุม ของหัวหน้าหน่วยงานด้านทรัพย์สิน ทางปัญญาของประเทศสมาชิก ดิฉันอ่านแล้วก็งงว่าจัดตั้งกลไกการประชุม ก็อยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีได้อธิบายให้ฟังว่ากลไกการประชุมคืออะไร

อันที่ ๒ บอกว่าประสานประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ประเด็นต่าง ๆ นั้นคืออะไรบ้าง ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อย

อันที่ ๓ แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจสอบคําขอ และการจัดเก็บฐานข้อมูล แลกเปลี่ยนข้อมูล เช่นข้อมูลประมาณไหน

อันที่ ๔ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างกันในประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา

ท่านประธานเนื้อหาหลัก ๆ มีอยู่แค่นี้ ซึ่งอ่านแล้วยังไม่รู้เรื่องเลยว่าไป ทํางานประมาณไหนกัน จึงอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงเพิ่มเติมมากขึ้นว่าประโยชน์ ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการที่ไปร่วมอยู่ ๑ ใน ๑๑ ประเทศนั้น ประโยชน์ที่ได้รับเปึน รูปธรรมจริง ๆ นั้นคืออะไร ดิฉันจะได้รู้ว่าควรจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบอย่างไร และ แนวทางในการให้ความช่วยเหลือหรือความคุ้มครองปกปัองทรัพย์สินทางปัญญาให้กับ พี่น้องคนไทย ซึ่งยากลําบากเหลือเกินในการที่จะจดสิทธิบัตรแต่ละอย่าง แต่ดูเหมือนว่า ต่างชาติมาจดง่ายเหลือเกิน จะจดเรื่องอะไรก็ดูจะง่ายไปหมด แต่สําหรับคนไทยยาก และอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าท่านจะมีแนวทางความช่วยเหลืออย่างไรให้กับคนไทยที่ จดสิทธิบัตรในประเทศไทย แต่ว่าเปึนห่วงเปึนใยตัวเองว่าอาจจะถูกลอกเลียนแบบอยู่ที่ ต่างประเทศก็ได้ เพราะฉะนั้นท่านมีแนวทางในการช่วยเหลือให้เขาสามารถไปจดสิทธิบัตร ยังต่างประเทศได้อย่างไร ในเมื่อ ๑๑ ชาตินั้นเขาก็มีความเก่งกาจแต่ละคน แต่คนไทยจะ สามารถเข้าไปแข่งขันได้อย่างไร และใน ๑๑ ชาตินี้ ท่านมีข้อมูลหรือไม่ เพราะท่านจะต้อง ไปแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ท่านมีข้อมูลหรือไม่ว่าประเทศไทยนั้น เปึนประเทศอันดับที่เท่าไรในโลก ที่แต่ละป้จดสิทธิบัตรขึ้นมาได้ และถ้าในโลกมันกว้างไป ในเอเชียก็ได้ อยู่อันดับเท่าไร หรือในอาเซียนด้วยกันนั้นอยู่อันดับที่เท่าไร เพราะดิฉันเคยมี ข้อมูล แต่อยากจะรู้ว่าผู้ที่ดูแลอยู่ในกระทรวงพาณิชย์นั้นมีข้อมูลบ้างหรือไม่ว่าประเทศไทยนั้น อาจจะอยู่อันดับที่ท้าย ๆ เลยก็ได้ และจะมีความแข็งแกร่งไปเสริมสร้างกันได้อย่างไร หรือเราจะไปเสริมสร้างให้กับประเทศอื่นเขา แต่ประเทศไทยเรายังย่ําแย่อยู่ คําถามของ ดิฉันทั้งหมดนี่คือความห่วงใยในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอยู่ในความดูแลของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และประสบการณ์ที่ดิฉันมีมานั้นยังคงถือว่า เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยนั้นยังอ่อนด้อยมาก ยังไม่สามารถจะไปแข่งขัน กับประเทศอื่นใดได้นัก เพราะฉะนั้นหวังว่าคําถามของดิฉันคงจะไม่ยากเกินไปที่ท่านรัฐมนตรี คนสวยของดิฉันจะตอบนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ก็หมดแล้วนะครับ ไม่มี ผู้อภิปรายแล้วนะครับ ท่านชลน่านมีอะไรครับ ท่านอภิปรายไปครั้งหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับเมื่อสักครู่ผมอภิปรายไปจริงครับ แต่ผมเน้นในกรอบการเจรจาระหว่าง ไทยกับสหภาพยุโรปหรืออียู เรื่องของการเพิ่มพิกัดภาษีศุลกากรเรื่องของการส่งออกเรื่องสัตว์ป้ก ผมใช้เวลาไป ๑๐ นาทีจริงท่านประธานครับแต่ผมขออนุญาตว่า ผมขออนุญาตใช้อีกสัก ๑๐ นาที ในการที่จะกราบเรียนท่านประธานในประเด็นที่ผมได้พิจารณาในเรื่องที่คณะรัฐมนตรี ได้ส่งมาอีก ๓ เรื่อง ซึ่งน่าจะเปึนเรื่องทํานองเดียวก็คือเรื่องความตกลง ๒ เรื่อง ความตกลงระหว่างประเทศ เปึนความตกลงระหว่างประเทศไทยกับสวิส ๑ เรื่อง ว่าด้วย เรื่องการเดินทางทางอากาศ แล้วก็เรื่องของความตกลงระหว่างไทยกับคูเวต เรื่องของ ด้านเศรษฐกิจและด้านวิชาการ และอีกเรื่องก็เปึนบันทึกความเข้าใจระหว่างอาเซียนกับจีน ไทยเปึนหนึ่งในอาเซียน

ท่านประธานครับ ผมเองพยายามนํา ๓ เรื่องมาพูดในคราวเดียวกัน เพื่อที่จะให้ความเห็นกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก่อนที่รัฐสภาแห่งนี้จะให้ ความเห็นชอบกับ ๓ เรื่องนี้หรือไม่ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะลงในรายละเอียด ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตนิดเดียวท่านประธานครับ ในกรณีการนําเสนอรายละเอียด หรือการชี้แจงต่อสภา ซึ่งเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ กรณีเรื่อง ความตกลงระหว่างสวิสกับไทยที่ว่าด้วยเรื่องบริการเดินอากาศระหว่างเขตของทั้ง ๒ ฝ์าย แล้วก็เขตที่นอกเหนือจากนั้นไป ท่านประธานครับ ผมพยายามทําความเข้าใจและ พยายามที่จะดูว่า ความตกลงที่ท่านส่งมาตรงนี้เปึนความตกลงลักษณะอย่างไร เปึนไป ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคไหน ทางรัฐมนตรีไม่ได้ชี้แจง ในประเด็นนั้นครับ ผมก็เลยดูไม่ออกว่าจะให้ผมให้รัฐสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบอย่างไร เพราะดูในรายละเอียดที่ส่งมานะครับ ความตกลงที่ส่งแนบมาเสมือนเปึนร่างความตกลง เพราะยังไม่มีการลงนามในความตกลง เพียงแต่ท่านบอกว่าจะเปึนการลงนามเพิ่มเติม ในอนุสัญญาภาคีว่าด้วยการบินตรงนี้ที่ทําตั้งแต่ป้ ๒๕๒๗ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ก็จะทําเพิ่มเติม แต่การทําเพิ่มเติมตรงนี้ยังเปึนร่างอยู่ ผมไม่ทราบว่ามีการพูดคุย มีการ เจรจากันไปก่อนหรือไม่ เพราะฉะนั้นในการเข้าสู่รัฐสภาครั้งนี้ท่านจะทําตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญวรรคใดครับ จะทําตามวรรคสอง วรรคสี่ หรือจะทําตามวรรคสาม ถ้าท่าน ตอบผมว่าทําตามวรรคสามนะครับ ถ้าท่านไปลงนามแล้วก่อนจะให้มีสัตยาบันเพื่อให้มี ผลผูกพันต้องกลับมาให้สภาให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่งถึงจะมีผลผูกพัน แต่สิ่งที่ผม ตั้งข้อสังเกตก็คือว่า ในหน้าท้ายผมขออนุญาตใช้ภาษาไทย ที่ท่านส่งมาข้อ ๒๔ การมีผลใช้บังคับ ท่านพูดอย่างนี้นะครับความตกลงฉบับนี้จะมีผลใช้ได้เปึนการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ลงนาม และให้พักการใช้ความตกลงระหว่างคณะรัฐมนตรีสหพันธ์สวิสกับ รัฐบาลไทยที่ลงนามไปเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ ไปก่อน และให้ความตกลงฉบับนี้ มีผลใช้บังคับในวันที่ภาคีผู้ทําความตกลงได้แจ้งแก่กันและกันเปึนหนังสือ เปึนลายลักษณ์ อักษรด้วยว่าได้ดําเนินการตามขั้นตอนที่กําหนดตามรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศ ว่าด้วยการจัดทําและการมีผลบังคับใช้ เปึนความตกลงระหว่างประเทศแล้ว นั่นก็คือ เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง คือต้องลงนาม รัฐสภา เห็นชอบถึงจะมีผลบังคับที่จะให้มีความผูกพัน แต่ผมดูร่าง ผมใช้คําว่า ร่าง แต่ท่านบอก เรื่องความตกลง ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าหลังจากที่รัฐสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ ความตกลง ที่ยังไม่มีการลงนามตรงนี้ผ่านการเจรจามีการลงนาม ท่านจะกลับมาให้รัฐสภาให้ความ เห็นชอบอีกครั้งหนึ่งหรือไม่ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือกรณีไม่มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพราะฉะนั้นครั้งต่อไปผมฝากท่านประธานด้วยความเคารพครับ ทําให้ชัดครับ ทําไมทําให้ชัด ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ ความตกลงระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งรัฐคูเวตว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและ วิชาการ มีความตกลงมาครับ มีการลงนามเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ฝ์ายไทยรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายคูเวตก็เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเขา มีการลงนาม ตรงนี้ละครับ มันเปึนสิ่งที่มีข้อตกลง มีการลงนาม แล้วก่อนถ้าจะมีผลผูกพันหรือผลบังคับใช้ต้องมา ผ่านรัฐสภาของเรา นั่นหมายความว่าหลังจากที่วันนี้รัฐสภาไทยให้ความเห็นชอบร่างนี้ ไม่ใช่ร่างครับ ความตกลงระหว่างไทยกับคูเวตแล้วมีผลผูกพันบังคับใช้ทันทีเลย คือมี ผลผูกพันเปึนการลงสัตยาบันบังคับมีผลผูกพันทันที อันนี้คือมุมมองของผม ๒ เรื่องนี้ หัวข้อเหมือนกันเลยครับ แต่วิธีปฏิบัติต่างกันลิบลับเลย เพราะฉะนั้นขอฝากไปยัง คณะรัฐมนตรี ท่านให้ความสําคัญกับสภาเรื่องนี้ด้วยครับ ไม่ให้พวกผมอภิปรายไปใน เนื้อหาสาระแต่ว่าสาระจริง ๆ คือจะให้ความเห็นชอบตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ เท่านั้นเอง แต่ท่านให้ข้อมูลมาไม่ถูกนี่ครับ มันก็เหนื่อยในการที่จะให้ข้อคิดเห็นกับท่านไป ผมยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งเปึนบันทึกความเข้าใจเสมือนความตกลงระหว่างไทยกับคูเวต เพราะบันทึกความเข้าใจตรงนี้ได้มีการลงนามไปแล้วในนามของอาเซียนแล้วก็จีนตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ ผมตรวจสอบดูลงนามตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ระหว่างผู้แทนของอาเซียน ทุกประเทศแล้วก็จีนเพื่อจะให้มีผลผูกพันในการบังคับใช้ท่านก็มาผ่านรัฐสภาในวันนี้ ก็จะมีผลผูกพันบังคับใช้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เนื้อหาสาระอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไป ท่านประธานครับ ในสิ่งที่ผมกราบเรียนตรงนี้ผมไม่อยากให้ทาง คณะรัฐมนตรีมองว่ารัฐสภาเราส่งไปอย่างไรก็ได้แล้วก็ผ่านมา ผมคาดการณ์ถ้าสมมุติ ผมไม่ทักท้วงนะครับ ความตกลงระหว่างประเทศสวิสเซอร์แลนด์เรื่องการเดินอากาศกับ ไทยพอผ่านรัฐสภาท่านไปเซ็นปุ็บท่านก็จะอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ที่ท่านว่า มีผลบังคับใช้ ทันทีเลย มีผลผูกพันเลยนะครับ กรณีมีผลผูกพัน

ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานในเรื่องสาระของ รายละเอียด ผมถามว่าท่านได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสี่หรือยังครับ ปฏิบัติหรือยังครับที่จะให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชน ให้เขาเข้าถึงข้อมูลโดยเฉพาะ ผู้ประกอบการที่เขาจะต้องเข้าถึงข้อมูลท่านแล้วดูว่าเขาจะมีผลกระทบอย่างไร เขาจะ ได้รับความเสียหายอย่างไร ตัวอย่างนี้ท่านทํามาพร้อมกัน ผมชมเชยนะครับ ในเรื่อง ของการให้ข้อมูลเบื้องต้นที่ท่านส่งมาเรื่องของบันทึกความเข้าใจระหว่างอาเซียนกับจีน ท่านเขียนชัดเจน ผมชื่นชมมาก ท่านเขียนบอกว่ากระทรวงพาณิชย์ได้นําร่างบันทึก ความเข้าใจดังกล่าวขึ้นประกาศบนเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้ประชาชน ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ความหมาย คืออะไรครับ ความหมายคือท่านกําลังบอกกับรัฐสภาว่า ฉันทําตามวรรคสี่แล้วนะ แต่เสียดายอย่างเดียวครับ ข้อคิดเห็น ข้อสะท้อนจากพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะคนที่จะ ได้รับผลกระทบจากการลงนามในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญามีอย่างไรท่านไม่แจ้งเรา เลยครับ ท่านไม่ได้บอกเลยนะครับว่าเขาสะท้อนมาว่าอย่างไร ประเด็นไหนที่เขาเปึน ข้อห่วงใย ซึ่งเรื่องนั้นถือเปึนเรื่องสําคัญนะครับ จริงอยู่เมื่อพี่น้องประชาชนเขาสะท้อน บนเว็บไซต์ของท่านแล้วเขาไม่มีโอกาสมาบอกผู้แทนราษฎรหรอกครับ บอกว่าช่วยนํา เรื่องนี้ไปพูดในสภาด้วยเพราะการสื่อสารระหว่างเราบางครั้งมีข้อจํากัด อันนี้ผมยก ตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นในเรื่องของกระบวนการและวิธีการที่ควรจะเปึน ผมกลับมา ในประเด็นนี้อีกครั้งเดียวท่านประธานครับ ประเด็นของเรื่องความตกลงระหว่างไทยกับ สวิสเซอร์แลนด์เรื่องการเดินทางอากาศที่จะต้องไปทําความตกลงกัน ท่านประธานครับ มีเรื่องราวมากมายที่อยู่ในเนื้อหาสาระตรงนี้ท่านจะกําหนดสายการบินในข้อตกลงนี้แล้ว ถามว่าสายการบินนั้นได้แก่ใครที่จะได้รับประโยชน์ ท่านก็ต้องชี้แจงให้สภาแห่งนี้ ได้รับทราบนะครับ เพราะเกิดท่านกําหนดว่าเปึนสายการบินนี้สายการบินเดียวสายการบิน อื่นได้รับผลกระทบหรือไม่ท่านต้องบอกเรานะครับ พิกัดอัตราค่าขนส่งเปึนอย่างไรครับ ในรายละเอียด ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ เรื่องค่าโดยสารหรือไม่ ตรงนี้ที่ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็น และที่สําคัญครับ ในข้อตกลงตรงนี้ซึ่งยังไม่มีการลงนามผ่านรัฐสภาแล้วก็ไปลงนาม การรักษาความปลอดภัยบริเวณที่จะเกี่ยวข้องกับการบินทั้งหมด เช่น สนามบิน ท่านเขียนไว้ ชัดครับ ท่านจะต้องดูแล ท่านจะต้องเยียวยาต้องให้ความร่วมมือ แล้วผมถามกลับครับว่า ความเสียหายจากการป่ดสนามบินครั้งที่ผ่านมา ประเทศสวิสอยู่นอกเหนือจากกติกา เหล่านั้นใช่หรือไม่ เพราะเราไม่มีข้อตกลงกับเขามาก่อน หรือข้อตกลงเดิมเมื่อป้ ๒๕๒๗ ยังมีผลบังคับใช้ อันนี้เปึนสิ่งที่ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาต้องรู้ต้องทราบในสิ่งที่ท่านมา ให้กับพวกผมเหล่านี้

ท่านประธานที่เคารพครับผมอีกนิดเดียวท่านประธานครับฝากข้อสังเกต เท่านั้นเองครับ ในประเด็นเรื่องของประเทศจีนกับอาเซียน ข้อห่วงใยผมมีเพียงแต่ว่า เราจะไปทําในนามอาเซียนนะครับ ถึงแม้จะมีการลงนามกันเรียบร้อย แต่ถ้าไม่ผ่าน กระบวนการภายใน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศแล้วก็ไม่มีผลบังคับใช้ รัฐสภาให้ความเห็นชอบจริงครับ แต่ประเทศจีนจะไว้ใจประเทศไทยขนาดไหน ในฐานะ ที่เปึนหนึ่งในอาเซียน เพราะขณะนี้ผมไม่แน่ใจว่าสถานภาพอาเซียนจะเปึนเอกภาพอยู่ หรือไม่ ผมฝากท่านรัฐมนตรีได้ช่วยทําเรื่องนี้ให้เปึนที่ประจักษ์ให้ความมั่นใจเขา เพื่อจะได้ มีความร่วมมือในทางที่ดี สุดท้ายท่านประธานครับ ๓ ร่าง ผมเองอยากให้ความเห็นชอบ แต่กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถ้ากระบวนการ วิธีการที่ไม่ชัดเจนอย่างนี้ ผู้ที่จะไปทําการดําเนินการนําสู่ปฏิบัติ โดยเฉพาะฝ์ายบริหารที่เปึนรัฐมนตรี ถ้าเปึนสภาพ อย่างนี้ผมลําบากใจเหมือนกันที่จะให้ความเห็นชอบ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านซูการ์โนครับ

นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยะลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ก่อนที่ผมจะพูดถึงเรื่องกรอบการเจรจา ระหว่างสหภาพยุโรป แล้วก็ความตกลงเรื่องของไทย-คูเวต สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝาก ซึ่งเปึนเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ได้รับฟังการถ่ายทอดทางวิทยุของการประชุมรัฐสภา ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าสัปดาห์นี้เปึนการพิจารณาเรื่องกรอบการเจรจาหรือความตกลงของ รัฐบาลที่ไปทํากับคู่สัญญาเรื่องการค้า ซึ่งเปึนเรื่องของผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และผลประโยชน์ของประเทศชาติ หลายครั้งที่ทางสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้พยายามท้วงติง การดําเนินงาน การบรรจุระเบียบวาระต่าง ๆ ความพร้อมของเอกสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสียงสะท้อนที่พี่น้องประชาชนฝากเรียนผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ดําเนินการ และทําความตกลงต่าง ๆ นั้น เรื่องเอกสารเปึนเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะ ประเด็นของเมื่อคืนก็เปึนเรื่องหนึ่งที่พวกเราไม่สบายใจ โชคดีที่เพื่อนสมาชิกในรัฐสภา ไม่ว่าทางสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พยายามใช้เวลาในการ พิจารณาอย่างรอบคอบ ก็อยากฝากประเด็นนี้ถึงท่านประธานรัฐสภาว่าพี่น้องประชาชน มีความห่วงใยว่าการดําเนินการรัฐสภานั้นต้องมีความรอบคอบ แล้วก็ไม่เร่งรีบเพื่อปัองกัน ไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับกรอบการเจรจาวันนี้ที่ ผมอยากตั้งข้อสังเกตผ่านท่านประธานรัฐสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการทําความตกลง โดยเฉพาะเรื่องของไทย-คูเวต วันนี้ในเรื่องของความร่วมมือข้อตกลงระหว่างไทย-คูเวต ถึงเรื่องความร่วมมือในเรื่องของเศรษฐกิจและวิชาการนั้น ผมได้ศึกษารายละเอียด เอกสารที่หน่วยงานได้ส่งให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณานั้น มีหลายประเด็นที่เปึน ประเด็นตกค้างอยู่ แล้วก็เข้าใจว่าวันนี้ผมเห็นด้วยกับกรอบความตกลง ความร่วมมือทาง เศรษฐกิจและวิชาการระหว่างไทย-คูเวต เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เราจะเห็นได้ว่าวิกฤติเศรษฐกิจนั้นเปึนปัญหาที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบ แต่วันนี้ถ้าเรามอง ในการพยายามสร้างให้ประเทศมีรายได้ขึ้นได้ก็คือ ต้องดูที่กลุ่มเปัาหมายที่มีศักยภาพ สามารถที่จะมาจับจ่ายและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ผมต้องยอมรับว่าวันนี้ศักยภาพ ของนักท่องเที่ยวเปึนปัญหาหลักที่รัฐบาลต้องตั้งเปัาว่าเราจะทําอย่างไร เราจะให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เปึน นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ผมเชื่อว่าวันนี้ถ้าเราดูสถิติปริมาณ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และมาเข้ารับบริการเรื่องต่าง ๆ ในประเทศก็จะมีพี่น้องกลุ่มนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศอาหรับหรือตะวันออกกลาง เปึนส่วนใหญ่ ก็อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าหลาย ๆ เรื่องที่ท่านยังค้างพิจารณา โดยเฉพาะ ผมให้ความสนใจเรื่องของการส่งเสริมและการให้บริการด้านการแพทย์ วันนี้ถ้าเราไปดู ตามโรงพยาบาลเอกชน สถานประกอบการที่เปึนของเอกชนต่าง ๆ นั้น จะเห็นได้ว่า การให้บริการด้านการแพทย์กับพี่น้องหรือประชาชนจากกลุ่มตะวันออกกลางนั้น จะมีปริมาณสูงขึ้น ก็อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าในเมื่อท่านไปทําความตกลงแล้วสิ่งหนึ่ง ที่เราจะต้องเตรียมการ ก็คือเรื่องการเตรียมความพร้อม ถ้าหากว่าการไปดําเนินการ ข้อตกลงต่าง ๆ แล้วบรรลุผลสําเร็จสูงสุด แต่ความพร้อมเรื่องของสถานประกอบการ ความสะดวกสบายต่าง ๆ ที่เราต้องการรายได้ ก็อยากฝากในสิ่งตรงนี้ว่าเมื่อไรเมืองไทย จะมีเมืองเปึนศูนย์การแพทย์หรือศูนย์โรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสากลที่ได้รับ ความไว้วางใจจากพี่น้องในโลกตะวันออกกลาง ก็อยากฝากประเด็นนี้ ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากฝากก็คือต้องยอมรับว่าคูเวตในเรื่องของการศึกษานั้น พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ความสนใจ แล้วก็ต้องยอมรับว่า เรื่องของการศึกษาจะมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นได้เดินทาง ไปศึกษาในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเปึนคูเวต จอร์แดน อียิปต์ต่าง ๆ เหล่านี้ มากมายก็อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่า ผมดูในเนื้อหาสาระที่ยังค้างที่ยังไม่ได้ทําความตกลง ตรงนี้ ก็อยากให้ท่านลองไปดูว่าเรื่องของการศึกษาเราจะส่งเสริม หรือทําความตกลง อย่างไรให้คนที่ไปศึกษาในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง จบมาแล้วสามารถที่จะได้รับการ รับรองจาก ก.พ. หรือว่าสามารถมาประกอบอาชีพในประเทศไทยได้ สิ่งเหล่านี้ ก็อยากฝากเปึนข้อสังเกตผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีครับ

เรื่องสุดท้ายที่เปึนข้อสังเกตเกี่ยวกับความตกลงที่ผมอยากตั้งข้อสังเกต ก็คือเรื่องของกรณีสหภาพยุโรปขอเปลี่ยนแปลงตารางข้อมูลผูกพันภาษีศุลกากรเกี่ยวกับ สัตว์ป้ก ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ถ้าเราดูเรื่องของสัตว์ป้กนั้นก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ให้ความสนใจ แต่ผมอยากฝากท่านรัฐมนตรีประเด็นหนึ่งว่าการไปทําความตกลงต่าง ๆ นั้น ขอให้ท่านทําด้วยความรอบคอบ และคํานึงถึงผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ อย่ามองประโยชน์ด้านการส่งออกอย่างเดียว ท่านต้องดูด้วยว่าในการทําความตกลงแล้ว สิ่งสุดท้ายที่สุด สําคัญที่สุดสําหรับการไปทําความตกลงก็คือพี่น้องเกษตรกรรากหญ้า ซึ่งเปึนกลุ่มเกษตรกรส่วนใหญ่จะต้องได้รับผลประโยชน์สูงสุด สิ่งเหล่านี้ผมก็อยากฝาก ท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีช่วยพิจารณา

เนื่องจากเวลายังมีเหลือผมก็อยากฝากท่านรัฐมนตรีเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คูเวต ผมได้อ่านในเอกสารนี้ท่านก็ได้ทําความตกลงการค้า การลงทุนเกี่ยวกับการทํานา ในประเทศลาว ผมก็ได้ติดตามประเด็นนี้เปึนการจุดไอเดีย (Idea) แนวคิด หรือต้อง ยอมรับว่าวันนี้การเกษตรหรือการทํานานั้น ถ้าพูดถึงคุณภาพและฝ้มือคุณภาพของข้าว ก็ต้องยอมรับว่าสินค้าข้าวของประเทศไทยเรานั้นเปึนสินค้าส่งออกจํานวนมาก แต่ครั้งหนึ่งก็มีนักธุรกิจจากกลุ่มตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศคูเวตก็มีแนวคิด ที่จะมาทําความร่วมมือระหว่างไทยกับคูเวตในเรื่องของการส่งเสริมการปลูกข้าว แต่ก็มี กระแสต่อต้าน แต่ผมดูในรายละเอียดตรงนี้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ทําความตก ลงกับรัฐบาลลาวในเรื่องของการดําเนินกิจกรรมปลูกข้าวในประเทศลาวซึ่งมีถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ เอเคอร์ (Acre) แต่เราได้รับผลประโยชน์แค่ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าเอเคอร์ ถูกไหมครับ ก็อยากฝากว่าวันนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แทนที่ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์เต็มร้อย เราก็ได้ประโยชน์เพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก็อยากฝากว่ากรณีอย่างนี้เปึนกรณีศึกษาที่ พวกเราในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภาต้องมองประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่า ประโยชน์ส่วนตน ขอบคุณท่านประธานมากครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ไม่มีท่านสมาชิกท่านใด ขออภิปราย ถือว่าการอภิปรายเปึนอันยุติครับ ท่านรัฐมนตรีชี้แจง เชิญครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอชี้แจง ข้อซักถามของท่านสมาชิกว่าด้วยร่างความตกลงการเดินอากาศไทย-สวิส ผมเรียน นะครับร่างฉบับนี้ได้ตกลงกันเมื่อป้ ๒๕๔๘ เพื่อที่จะให้การบริการเดินอากาศเปึนไปตาม มาตรฐานสากลและการบริการที่เพียงพอให้ทันสมัย ก็ได้บรรลุข้อตกลงนี้เมื่อป้ ๒๕๔๘ แล้วก็ได้นําเข้า ครม. เมื่อป้ ๒๕๔๙ ระหว่างที่นําเข้า ครม. ก็ยังไม่สามารถที่จะลงนามกันได้ ในป้ ๒๕๕๒ ทั้ง ๒ ฝ์าย มีความตกลงที่จะลงนามเพื่อให้มีผลบังคับใช้ ดังนั้น กรมการขนส่งทางอากาศก็เสนอกระทรวงเพื่อนําเข้า ครม. ครม. ก็เสนอสภา ตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ วรรคสอง และวรรคสี่ ฉะนั้นก็กราบเรียนว่าเรื่องนี้ได้ ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญทุกประการ แล้วก็การเจรจาเมื่อป้ ๒๕๔๘ ก่อนรัฐธรรมนูญมีผล บังคับใช้ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าร่างความตกลงนี้ได้ปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญทุกประการครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ก็อยากจะขอชี้แจงในส่วนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อแนะนํา แล้วก็ข้อสังเกต รวมถึงแนวทางต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์เพื่อที่จะได้นึกถึงประโยชน์ของ พี่น้องเกษตรกรเปึนส่วนใหญ่ ในส่วนนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่ารัฐบาลแล้วก็กระทรวง ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องของกรอบการเจรจา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ ก็คํานึงถึงประโยชน์สูงสุดของพี่น้องเกษตรกรเปึนหลักด้วย ไม่ว่าจะรายเล็กหรือรายใหญ่ ก็ให้ความสําคัญเท่าเทียมกัน ซึ่งกระทรวงก็อยากจะขอชี้แจงว่าในกรอบของการเจรจานี้ ก็ได้มีการหารือ แล้วก็เชิญผู้ประกอบการทั้งภาคเอกชนรายเล็ก รายใหญ่ แล้วก็หน่วย ราชการ แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องทุก ๆ ส่วนที่มีผลโดยตรงกับกรอบการเจรจานี้มาเข้าร่วมการ พิจารณา แล้วก็หารือร่วมกัน ซึ่งกรอบต่าง ๆ ก็ขอกราบเรียนว่ามาจากแนวทางที่ ผู้ประกอบการไม่ว่ารายเล็ก รายใหญ่ รายย่อยมาหมด แล้วก็ต้องถือว่ามาร่วมกันในการ จัดทํา เพราะฉะนั้นกรอบนี้ก็จะตรงประเด็นที่จะไปเจรจา ซึ่งในแนวทางที่มีก็อย่างที่ได้ กราบเรียนแล้ว คือว่าจะยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก รายใหญ่ ซึ่งในเรื่องของผลการเจรจาเราก็อาจจะไม่สามารถระบุได้ในตอนนี้ แต่แนวโน้มก็คือ อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าเปึนการปรับ แต่แนวทางการเจรจาทางกระทรวงก็จะ พยายามทําให้ดีที่สุด ในเรื่องของคําแนะนําต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ไว้ ก็ถือว่า เปึนประโยชน์ แล้วก็เปึนแนวทางที่ทางกระทรวงตั้งใจจะทําอยู่แล้ว โดยคณะทํางานก็คง จะไปในส่วนนี้เช่นกัน คือคงจะเปึนแนวทางที่ไม่แตกต่างกันเท่าไร แต่ก็อาจจะมีบางส่วน ที่ท่านสมาชิกได้ให้คําแนะนํา เราก็คงจะนํามาใช้ด้วย ซึ่งถือว่าเปึนประโยชน์มากนะคะ ซึ่งในการเจรจากรอบนี้นะคะ ถ้าทางเราไม่พอใจ เราก็สามารถที่จะตอบโต้ได้ในกรณีนี้ เพราะฉะนั้นการที่เราไปเจรจาเพื่อไม่ให้เราเสียสิทธิ ในการที่จะชดเชย เพราะฉะนั้นถ้าเราไปเจรจาแล้วไม่ได้ตรงตามที่เราได้ตั้งเปัาไว้ ไม่ว่าจะเปึนการคงโควตาเดิมไว้หรือขอเพิ่มขึ้นในส่วนที่จะต้องขยายตัวในอัตราภาษี ที่ไม่สูงมากนักเหล่านี้นะคะ คือตัวอย่าง ดิฉันคิดว่าก็ขอให้ไปลองเจรจาดูก่อน เพราะว่า การเจรจานี้ก็ยังไม่สามารถจะสรุปได้ก็ต้องดูสถานการณ์ในช่วงนั้นที่ไปพูดคุยว่าจะเปึน การเจรจาออกมาในรูปแบบไหน ก็ต้องขอดูสถานการณ์ด้วยแต่ก็ยึดถึงประโยชน์สูงสุด อยู่แล้ว แล้วก็ถ้าเกิดว่ากรอบการเจรจานี้ที่เราไปพูดเจรจานี้ ถ้าไม่พอใจเราก็สามารถที่จะ ตอบโต้ได้นะคะ เพราะว่าตรงนี้ด้วยกฎดับเบิลยูทีโอ ก็คือถ้าเราจะตอบโต้นี้เราก็สามารถที่ จะขึ้นภาษีได้เช่นกันนะคะ ในส่วนของการนําเข้า รายการสินค้าที่ทางอียูให้ความสําคัญ ไม่ว่าจะเปึนตัวอย่าง เช่น เรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือรถยนต์นะคะ เราก็สามารถ จะตอบโต้ได้ แต่ประเทศไทยก็ต้องขึ้นภาษีสําหรับสินค้านําเข้าจากทุกประเทศด้วย เช่นกันนะคะ ไม่ใช่เฉพาะอียู ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าเราก็คงจะยึดถึงประโยชน์ สูงสุด ส่วนในเรื่องของตลาด การหาตลาดนี้นะคะ ก็อยากจะกราบเรียนว่าทางรายใหญ่ ทุกท่านก็อาจจะเห็นแต่รายใหญ่ แต่จริง ๆ รายย่อยก็มีเพราะว่ามีสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ เพื่อการส่งออกนี้ ก็จะเปึนสมาคมที่ไปรวบรวมรายย่อยที่ท่านสมาชิกได้กังวลนี้นะคะ ก็คือเขาก็รวบรวมอยู่แล้วนะคะ แล้วก็เปึนสมาคม ซึ่งสมาคมเหล่านี้ก็ไปกับกระทรวง พาณิชย์ในการหาตลาดด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเราก็จะคํานึงถึง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่เราก็ ดูแลเท่าเทียมกันนะคะ ส่วนเรื่องของไก่ก็อาจจะยังมีปัญหาอยู่ในบางประเทศ เพราะว่า ประเทศไทยยังติดอยู่ในบัญชีเรื่องของไข้หวัดนก เพราะฉะนั้นเราก็พยายามที่จะไปหา ตลาดใหม่ ๆ เพื่อที่จะเพิ่มเรื่องของการส่งออก ในเรื่องของไก่สด ซึ่งเปึนสิ่งที่เปึนปัญหา กับผู้ประกอบการของไทย ตรงนี้ก็ยังทําอยู่อย่างสม่ําเสมอ แต่ว่าก็อย่างที่กราบเรียนว่า ยังอยู่ในบัญชีเรื่องของไข้หวัดนกก็อาจจะยังเปึนประเด็นปัญหาอยู่นะคะ

ส่วนการที่พูดถึงเรื่องการที่ท่านสมาชิกพูดถึงเรื่องของการต่อรองสินค้าไก่ ไม่ได้ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ท่านอดีตรัฐมนตรีวิชาญ มีนชัยนันท์ อันนี้คิดว่า น่าสนใจนะคะ แต่แนวกรอบในเอกสารก็ระบุแล้วว่าตัวชดเชยจะไปผลผลิตอื่นก็คงจะ ไม่ได้ แต่ว่าก็จะพยายามหาช่องทางอื่น ๆ หรือแม้กระทั่ง ท่าน ส.ว. ได้พูดถึงเธิร์ด คันทรี ก็ถือว่าเปึนประโยชน์มาก เราก็คงจะนําแนวทางของท่านเข้ามาประกอบการพิจารณาด้วย เช่นกันในการเจรจา และในส่วนของท่าน ส.ส. อํานวย ท่านก็พูดถึงอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งราคาแพง ตรงนี้เราก็พยายามที่จะช่วยดูนะคะ เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์มีทั้งเรื่องของ กรมการค้าภายในที่ดูเรื่องของวัตถุดิบ ต้นทุนของวัตถุดิบเหล่านี้ที่นําเข้ามาในเรื่องของ อัตราภาษี ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะว่าดิฉันก็ต้องขอเจรจาในส่วนที่ว่าต้องการ ที่จะดูว่าถ้าลดภาษี ต้นทุน วัตถุดิบเหล่านี้เข้ามาแล้วจะทําให้ราคาไก่ ราคาอาหาร หมู หรือไก่ มีราคาที่ต่ําลงแล้วก็ได้ประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งจริง ๆ วันนี้ก็ต้อง มีการประชุมก็ต้องเลื่อนไปนะคะ ในส่วนนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าเรื่องวัตถุดิบที่นําเข้าเรา ก็พยายามที่จะให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรให้มากที่สุดในการที่จะลดต้นทุนนะคะ อันนี้คืออยากจะขอเรียนชี้แจงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในส่วนของเรื่องของการเจรจานี้ ก็อยากจะเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์แล้วก็ส่วนที่จะต้องไปเจรจาในกรอบนี้ก็คือ มาขอความเห็นชอบก่อนนะคะเพื่อที่จะไปเจรจานะคะ แต่ยังไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องสรุปให้ได้นะคะว่าจะต้องตามที่ทางอียูต้องการนะคะ ซึ่งผลการเจรจาเราก็ต้อง กลับมานําเสนอในสภาอีกครั้งหนึ่งนะคะ เพื่อจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ก็เปึนเรื่องของในอนาคตว่าจะได้ผลสรุปอย่างไร แต่ก็อย่างที่เรียนนะคะว่าจะยึดถึงประโยชน์ของเกษตรกรแล้วก็ประเทศชาติเปึนหลักแล้ว ก็สูงสุด โดยให้เปึนธรรมกับทุก ๆ ฝ์ายด้วย แล้วก็ขออนุญาตตอบในเรื่องของกรมทรัพย์สิน ทางปัญญา ซึ่งท่านฐิติมาได้พูดถึงเรื่องของมาตรฐานสากล คือจริง ๆ ต้องเรียนว่า มาตรฐานสากลในการคุ้มครองเรื่องสิทธิบัตรว่าจะต้องมีความใหม่ ในความใหม่นี้คือ จะต้องหมายความว่ายังไม่ปรากฏในสาธารณะแล้วก็ในกฎหมาย พ.ร.บ. สิทธิบัตรก็ให้ โอกาสสําหรับสิ่งประดิษฐ์ที่มีการแสดงกับหน่วยงานของรัฐ ๑๒ เดือน ก่อนที่จะ นําสิ่งประดิษฐ์นี้มาขอจดสิทธิบัตร ซึ่งการทําเอ็มโอยูก็ต้องขอเรียนว่าจะเปึนช่องทางให้ นักประดิษฐ์ไทยสามารถที่จะนําสิ่งประดิษฐ์ของไทยไปขอรับความคุ้มครองในประเทศ เหล่านี้ได้สะดวกขึ้น ส่วนในเรื่องของการนําสิ่งประดิษฐ์สู่ตลาด กรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็มีโครงการเรื่องของการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเปึนทุน โดยร่วมมือกับ เอสเอ็มอี แบงก์ (SME bank) โดยกรมก็ได้ให้ความรู้กับเจ้าของสิทธิแล้วก็อบรมการจัดทําแผนธุรกิจ เพื่อที่จะขอรับเงินกู้จากเอสเอ็มอี แบงก์ นี้แล้วทางกรมก็ได้ออกเดินสายทั่วประเทศ อย่างสม่ําเสมอในการที่จะให้ความรู้ แล้วโครงการนี้ก็ได้ผ่านเงินกู้ไปมากกว่า ๑๐ ล้านบาทแล้ว ซึ่งในส่วนนี้ก็อยากจะขอกราบเรียนนะคะว่าทางกรมในเรื่องของสาระสําคัญของความร่วมมือ คือเปึนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อมูลในที่นี้ก็คือ โนฮาว (Know how) แต่ไม่ได้หมายถึง ดาตาเบส (Data base) เพราะฉะนั้นก็เปึนข้อมูลที่เป่ดเผยต่อสาธารณชนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่น่าจะมีผลกระทบในทางความเสียหายต่อเศรษฐกิจแล้วก็สังคม ในส่วนที่ กระทรวงพาณิชย์วินิจฉัยว่าความตกลงนี้จริง ๆ ไม่ได้มีผลผูกพัน เพราะว่าเปึนการสร้าง กรอบความร่วมมือในทางปฏิบัติ แล้วก็ได้มีการตกลงระหว่างประเทศอาเซียนแล้วก็จีน ในการที่จะดําเนินการตามความสมัครใจ ถ้าเราเห็นว่าอันไหนที่เราจะเสียประโยชน์เรา ไม่ต้องเข้าร่วมกับข้อตกลงนั้นได้ อันนี้อยู่ที่ทางเราจะเลือก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะได้รับ ประโยชน์มากกว่า เพราะว่าการตกลงนี้เปึนลักษณะเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ซึ่งอยากจะ กราบเรียนว่าขอให้ท่านสมาชิกได้สบายใจว่าสิ่งที่ทําประเทศไทยต้องเรียนว่าเราจะได้รับ ประโยชน์มากจากข้อตกลงนี้ เพราะว่าตรงนี้เราได้ประโยชน์คือเราจะได้รับทราบถึงความ คืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญานี้ ยกตัวอย่าง หรือข้อมูลแล้วก็ ความรู้และประสบการณ์ที่จะทําให้ประเทศไทยได้นําความรู้เหล่านี้มาปรับให้ทันสมัย มากยิ่งขึ้น แล้วอีกทั้งก็ยังเปึนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการของไทยในประเทศจีนก็จะได้รับความคุ้มครองเมื่อมีการพูด ง่าย ๆ ว่า ถ้าสมมุติมีการลอกเลียนแบบหรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเราก็สามารถใช้ ข้อตกลงนี้คุ้มครองผู้ประกอบการไทยได้เลย ซึ่งตรงนี้ถือว่าเปึนประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ มากเลย ก็อยากจะกราบเรียนว่าการร่วมมือนี้ก็ถือว่าประเทศไทยก็น่าจะได้ประโยชน์ มากที่สุด ก็อยากจะขอเรียนท่านฐิติมาเรื่องของข้อมูลของสถิติของไทยก็ถือว่ายังอยู่ ในอันดับที่ ๔๖ ของโลก ก็ในเรื่องการจดสิทธิบัตรเราก็อยู่ในอันดับ ๔ ของอาเซียนค่ะ กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกค่ะ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไปจะเปึนการลงมติ นะครับ

(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนลงมติ)
พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านเลิศรัตน์ครับ การอภิปรายได้ยุติแล้วนะครับ ท่านอภิปรายไม่ได้นะครับ เดี๋ยวท่านค่อยอภิปราย

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ขอถามท่าน นิดเดียวครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านขอถามใคร อย่างไร ครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

พันเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คือได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมชี้แจงจึงทําให้เห็นว่า คือเราอยากให้ทําให้ถูกต้องก่อนจะลงมติ ผมคิดว่าเสียเวลาสัก ๒ นาที ก็น่าจะคุ้มค่า เพราะท่านได้ไปเจรจาการบินทางอากาศระหว่างไทยกับสวิสเซอร์แลนด์เมื่อป้ ๒๕๔๘ ก่อนที่รัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้ คราวนี้ข้อความที่ท่านจะลงนามมันขัดกับรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านจะทําอย่างนั้นผมก็ไม่ว่าอะไร ผมขอชี้แจงเพียง ๒ นาที เพื่อที่จะตัดข้อความออก นะครับ ถ้าท่านประธานอนุญาต เรากําลังจะลงมติที่มีผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้นะครับ ในข้อที่ ๒๔ ท่านรัฐมนตรีดูในข้อที่ ๒๔ ความตกลงฉบับนี้จะมีผลใช้ได้เปึนการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ลงนาม อันนี้มันขัดกับวรรคสี่ของมาตรา ๑๙๐ ก็อยากให้ตัดส่วนนี้ออกไป เมื่อลงนามแล้วก็มาดําเนินการตามวรรคสี่ก่อน แล้วก็ไปแจ้งเขาซึ่งใช้เวลาเพียงเดือน ๒ เดือนก็จะเปึนสัญญาที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจง ครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือข้อความตกลงนี้ยังไม่ได้ลงนามนะครับ ยังไม่ได้ลงนาม แต่ไปเจรจากันเมื่อรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ คือป้ ๒๕๔๘ ฉะนั้นเมื่อมาตรา ๓๐๕ ก็ได้บัญญัติในบทเฉพาะกาล การใดที่กระทําก่อนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้ก็ไม่ต้องไปขอกรอบเจรจา ฉะนั้นเมื่อจะไป ลงนามก็จึงมาขอรัฐสภา จึงไม่ได้ผิดกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ชลน่านเอาสักนิด

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกรัฐสภา ผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะ ต่อเนื่องจากท่านสมาชิกวุฒิสภาที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมา สืบเนื่องจากที่ผมได้อภิปรายทิ้งไว้ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่าน พลเอก เลิศรัตน์ เปึนอย่างสูงนะครับที่ได้ยกประเด็น ต่อขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้นี่สิ่งที่รัฐมนตรีต้องตอบคําถาม ผมนะครับ ถ้าท่านจะให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบในลักษณะเปึนเหมือนกรอบ ตามวรรคสามนี่ร่างที่ท่านร่างมาเราก็ไม่อาจสามารถให้ความเห็นชอบได้ เพราะมันเปึน ลักษณะเปึนความตกลงที่มีบทค่อนข้างชัดเจน ยกเว้นท่านไปแก้ไขตามที่ท่านสมาชิก วุฒิสภาได้มีข้อเสนอแนะ ถึงแม้ว่าท่านจะบอกว่าใช้บทเฉพาะกาล ๓๐๕ ครับ แต่อย่างไร ท่านก็ต้องทําตามมาตรา ๑๙๐ ในขั้นตอนต่อไป นี่ขั้นตอนต่อไปนะครับท่าน เว้นแต่ ท่านบอกว่าฉบับนี้มาใช้วรรคสองและวรรคสี่แล้ว แต่วรรคสี่ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ทักท้วงท่านบอกว่ามีผลบังคับใช้ชั่วคราว มีด้วยหรือครับ หนังสือสัญญาที่จะต้องทํา อย่างนี้แล้วมีผลบังคับใช้ชั่วคราว ถึงแม้ในหนังสือสัญญาต่าง ๆ ท่านไปทําการเจรจา มีการตกลงลงนามกันเรียบร้อยยังไม่มีผลบังคับใช้เปึนลักษณะการผูกพันจนกว่ากฎหมาย ภายในประเทศนั้น ๆ จะมีการดําเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในประเทศ ประเทศไทยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ครับ ถึงจะมีผลบังคับใช้แล้วผูกพัน ตรงนี้สําคัญครับ ไม่อย่างนั้นท่านต้องถอนร่างนี้ออกไปนะครับ ผมกราบเรียนสมาชิกด้วยความเคารพ นะครับ ถ้ารัฐบาลไม่ยอมแก้ไข ไม่ถอนนี่กรุณาเถอะครับ อย่าใช้สภาเปึนตรายางนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ รัฐมนตรีต้องชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณ มากครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจง ครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมก็ขอยืนยันว่าร่างความตกลงนี้ยังไม่ได้ลงนามแล้วไปเจรจา เมื่อป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๘ รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้ไปขอกรอบรัฐสภา เมื่อวันนี้ไป เจรจากันก่อนรัฐธรรมนูญ แล้วเมื่อป้ ๒๕๔๙ ก็เอากรอบความตกลงนี้เข้าไปที่ ครม. ครม. ก็ให้ความเห็นชอบ แล้วก็ยังไม่ได้ลงนาม วันนี้ทั้ง ๒ ประเทศประสงค์ที่จะลงนาม เมื่อประสงค์ที่จะลงนามก็เอากรอบร่างความตกลงนี้เข้า ครม .เพื่อขออนุญาตไปลงนาม ฉะนั้นวันนี้ ครม. ก็ส่งเรื่องที่ร่างความตกลงนี้ให้รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบก็แค่นั้นครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านเลิศรัตน์ครับ พอแล้วครับ แล้วแต่ดุลยพินิจของท่าน

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ท่านประธานครับ พลเอก เลิศรัตน์

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

พลเอก เลิศรัตน์ ผมไม่ อนุญาตนะครับ จะลงมติแล้วนะครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ได้ครับ ก็ขอให้ อย่ารับร่างนี้นะครับ เพราะรับไปก็ผิดรัฐธรรมนูญครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา 🔗

ครับ ผมจะถามมติใน

ระเบียบวาระที่ ๔.๓ กรอบการเจรจากับสหภาพยุโรป กรณีสหภาพยุโรป ขอเปลี่ยนแปลงตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรสําหรับสินค้าสัตว์ป้กแปรรูปภายใต้ องค์การการค้าโลก

ระเบียบวาระที่ ๔.๔ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสมาชิกสมาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวกับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญหา

ระเบียบวาระที่ ๔.๙ ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับ รัฐบาลแห่งรัฐคูเวตว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ และ

ระเบียบวาระที่ ๔.๑๑ ความตกลงระหว่างคณะมนตรีสหพันธ์สวิส และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างอาณาเขตของทั้งสอง ฝ์าย และพ้นจากนั้นไปนะครับ

ซึ่งผมจะขอมติจากที่ประชุมเรียงตามลําดับนะครับ ก่อนออกเสียง ลงคะแนนเพื่อให้ความเห็นชอบนะครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ครับเข้ามาในห้องประชุม หมดทุกท่านแล้วนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโดยเสียบบัตรและกดปุ์ม แสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

แสดงตนเรียบร้อยแล้ว ใช่ไหมครับ แสดงตนเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ แสดงตนครบถ้วนแล้วเชิญแจ้งผลมาได้ มีสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุม ๓๓๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจา กับสหภาพยุโรป กรณีสหภาพยุโรปขอเปลี่ยนแปลงตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากรสําหรับ สินค้าสัตว์ป้กแปรรูป ภายใต้องค์การการค้าโลก ตามระเบียบวาระที่ ๔.๓ หรือไม่ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เปึนชอบโปรด กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนน ได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ลงคะแนนหมดทุกท่าน แล้ว มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนมีไหมครับ ไม่มี ขอป่ดการลงคะแนนนะครับ แจ้งผลมาได้ครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๙๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔๙ ท่าน งดออกเสียง ๒๘ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ก็ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับบันทึกความ เข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเกี่ยวกับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามระเบียบวาระที่ ๔.๔ หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ใช้สิทธิได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนไหมครับ ถ้าไม่มีก็ขอป่ดการลงคะแนน แจ้งผลมาได้ ผลการ ลงคะแนน จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๙๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๖๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน แสดงว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะให้ความเห็นชอบกับความตกลง ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งรัฐคูเวตว่าด้วยความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจและวิชาการ ตามระเบียบวาระที่ ๔.๙ หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิไหมครับ ถ้าไม่มีขอป่ดการลงคะแนนครับ แจ้งผลมาได้ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๙๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๖๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ที่ประชุมเห็นชอบนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะให้ความเห็นชอบกับความตกลง ระหว่างคณะมนตรีสหพันธ์สวิสและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยการบริการ เดินอากาศระหว่างอาณาเขตของทั้งสองและพ้นจากนั้นไป ตามระเบียบวาระที่ ๔.๑๑ หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดยังไม่ใช้สิทธิ ไหมครับ ถ้าไม่มีขอป่ดการลงคะแนนแจ้งผลมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๙๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖๙ ท่าน งดออกเสียง ๔๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยนะครับ

ต่อไปก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาระเบียบวาระต่อไปผมขอปรึกษา ที่ประชุม เนื่องจากในการพิจารณาเรื่องที่มีมติให้เลื่อนลําดับที่ ๗ คือรายงานผลการเจรจา การบินระหว่างไทย-ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย เมื่อวันจันทร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน ๓๐๘ ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกเสียง ๙๗ และไม่ ลงคะแนนเสียง ๑๕ ไปแล้ว แต่โดยที่รายงานดังกล่าวมีเอกสารที่เปึนสาระสําคัญ ๓ ฉบับ ซึ่งในทางปฏิบัติรัฐสภาจะลงมติเปึนรายฉบับ ผมจึงขอทบทวนการขอมติจากที่ประชุม เพื่อให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผมขอดําเนินการดังนี้นะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบรายงานผลการ เจรจาการบินระหว่างประเทศ ระหว่างไทย-ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียหรือไม่ โดยผมจะมติจากที่ประชุมเรียงตามลําดับทีละฉบับ ท่านชลน่านมีอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตกราบเรียน ในข้อหารือของท่านประธานครับว่า การที่เราลงมติไปแล้ว การที่ท่านประธานจะวินิจฉัย ว่าการลงมตินั้นจะสมบูรณ์หรือไม่ หรือถูกต้องหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าท่านอาศัยข้อบังคับใด แล้วการที่จะนําสิ่งที่รัฐสภาได้ลงมติ ได้พิจารณาแล้วลงมติไปแล้วในระเบียบวาระ กลับขึ้นมาลงมติใหม่จะต้องดําเนินการอย่างไรให้ถูกต้องตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ผมห่วงประเด็นนี้ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ติดใจว่าจะต้องเอากลับมาใหม่ แต่จะทํา อย่างไรให้ถูกต้องกับข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธาน อย่างนี้ และผู้ที่เกี่ยวข้องกรุณาชี้แจงด้วยนะครับว่าที่มันไม่ถูกไม่ต้องเนื่องจากอะไร ทําไมต้องมาลงใหม่ แล้วลงใหม่นี่ผลการลงมติครั้งนั้นจะเปึนอย่างไร หรือลงใหม่นี้ จะชอบด้วยข้อบังคับหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในส่วนตัวผมถ้าสมมุติการลงมติครั้งนั้น สมบูรณ์ เสียงที่ได้รับความเห็นชอบ ถ้าองค์ประชุมไม่ครบก็คือไม่ได้รับความเห็นชอบ ถ้าจะเข้ามาใหม่ก็ต้องเสนอใหม่ครับ ไม่ใช่มาหยิบขึ้นมาพิจารณาใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ผมเคย ร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียง ประชามติครับ ลักษณะคล้ายกันนะครับ ท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ผมขอตอบนะครับ อันนี้ เปึนการลงมติยังไม่ครบถ้วนนะครับ เพราะลงมติแต่เฉพาะกรอบใหญ่เท่านั้นเอง ยังไม่ได้ พูดทีละประเด็น ๆ นะครับ ไม่มีอะไรขัดข้องนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกทีหนึ่ง นะครับ

(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิ แสดงตนโดยเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน เชิญครับ แสดงตนได้

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

แจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๒๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับบันทึกการหารือ ระหว่างรัฐบาลร่วมแห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก นอร์เวย์และสวีเดน และรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ เชิญลงคะแนนได้

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดยังไม่ใช้ สิทธิออกเสียงไหมครับ ถ้าไม่มีขอป่ดการลงคะแนน แจ้งผลมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙ ท่าน งดออกเสียง ๓๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๙ ท่าน แสดงว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับร่างความตกลง ว่าด้วยบริการเดินอากาศระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดนหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ใช้สิทธิได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิ มีไหมครับ ถ้าไม่มีขอป่ดการลงคะแนน ส่งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๓๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๘ ท่านนะครับ แสดงว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วย

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับร่างบันทึก ความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรนอรเวย์ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรสวีเดนว่าด้วยความร่วมมือ ระหว่างประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียเกี่ยวกับเครือข่ายสายการบินสแกนดิเนเวียน และว่าด้วยการแต่งตั้งสายการบินหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ใช้สิทธิลงคะแนนได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว ใช่ไหมครับ ผมขอป่ดการลงคะแนน เชิญแจ้งผลมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓๗ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบนะครับ

เชิญท่านผ่องศรีครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อขอเสนอ เลื่อนระเบียบวาระเรื่องเสนอใหม่ ๕ เรื่องขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยขอให้พิจารณา เรียงลําดับตามความจําเปึนและเชื่อมโยงรายกลุ่มกระทรวงเพื่อความสะดวกในการ พิจารณา แล้วขอให้เหตุผลประกอบการเลื่อนดังนี้นะคะ

ลําดับที่ ๑ กรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้ สาธารณะประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่งเปึนกรอบการเจรจาที่ต้องเสนอให้สภา ผ่านความเห็นชอบก่อน จึงจะเริ่มเจรจากับแหล่งเงินกู้ได้

ลําดับที่ ๒ กรอบการเจรจาข้อตกลง การจัดตั้งกลไกการค้ําประกันเครดิต และการลงทุน หรือ Credit Guarantee and Investment Mechanism (CGIM) และ กรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระ ซึ่งในกรอบนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังของประเทศสมาชิกก็มีกําหนดการประชุมลงนามร่วมกันที่เมืองปูซาน ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ในระหว่างวันที่ ๒๖-๒๗ พฤศจิกายนนี้นะคะ

ลําดับที่ ๓ ๕.๒ ความตกลงพาหุภาคีอาเซียนว่าด้วยการเป่ดเสรี อย่างเต็มที่ของบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ และพิธีสารแนบท้ายความตกลง จํานวน ๒ ฉบับ และพิธีสารเพื่ออนุวัติข้อผูกพันชุดที่ ๖ ของบริการขนส่งทางอากาศ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน

ลําดับที่ ๔ ๕.๓ กรอบการเจรจาเพื่อการดําเนินงานความร่วมมือด้านการ ขนส่งภายใต้กรอบอาเซียน ซึ่งลําดับที่ ๓ ลําดับที่ ๔ นี้ก็จะมีการประชุมรัฐมนตรีขนส่ง อาเซียน ครั้งที่ ๑๕ ในช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๕๒

ลําดับที่ ๕ ๕.๕ ร่างบันทึกข้อตกลงเพื่อจัดตั้งศูนย์พลังงานบิมสเทก (BIMSTEC) ภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล สําหรับความร่วมมือหลากหลาย สาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยจะเปึนเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรี พลังงานซึ่งในประเทศของกลุ่มบิมสเทกในเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ นี้ ก็ขอที่ประชุมได้ รับรองด้วยค่ะ

(สมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ที่ประชุมไม่มีใครคัดค้าน ให้เลื่อนระเบียบวาระนะครับ

ต่อไปก็เปึนระเบียบวาระที่เลื่อนขึ้นมานะครับ

เรื่องที่เสนอใหม่ ท่านรัฐมนตรีจะเสนอทุกกรอบหรืออย่างไรครับ

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ ผมขอเสนอทั้ง ๒ กรอบ พร้อมกันไปเลยนะครับ ในส่วนของกระทรวงการคลังคือ

๑. กรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้ สาธารณะประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ และ

๒. กรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้ง Credit Guarantee and Investment Mechanism (CGIM) และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระ

ในกรอบการเจรจาแรกนั้นอยากเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภา ว่าครั้งนี้เปึนการมาขอกรอบวงเงินกู้ วงเงินก่อหนี้ประจําป้ ๒๕๕๓ หลังจากไปเจรจาแล้ว จะต้องนําเข้ามาขออนุมัติจากรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งในทุกโครงการ ฉะนั้นครั้งนี้เปึนเพียงแค่ ขอกรอบวงเงินกู้ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกที่เคารพ การเสนอกรอบ ครั้งนี้เปึนการเสนอกรอบเจรจาวงเงินกู้ของรัฐบาลไทย โดยการเจรจาวงเงินกู้วัตถุประสงค์แรก คือกระทรวงการคลังขอกําหนดกรอบวงเงินกู้สําหรับ ๖ โครงการ เปึนจํานวนเงิน ๑,๓๕๓.๘๖ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเปึนวงเงินประมาณ ๔๗,๓๘๕ ล้านบาท

โครงการแรก เปึนโครงการรถไฟฟัาสีม่วงบางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ ช่วงบางใหญ่-บางซื่อของการรถไฟฟัาขนส่งมวลชน ซึ่งกําหนดวงเงินกู้กับรัฐบาลญี่ปุ์น หรือไจก้าประมาณ ๕๖๓ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๑๙,๗๓๕ ล้านบาท เพื่อจะทําให้การ บริการโครงข่ายรถไฟฟัาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเปึนโครงข่ายที่มี ประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน

โครงการที่สอง เปึนโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัาของการรถไฟ แห่งประเทศไทย จํานวน ๓ โครงการ รวมเปึนวงเงิน ๗๔๘.๕๗ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเปึน วงเงินรวมทั้งสิ้น ผมจะกล่าวไปทีละโครงการ การรถไฟคือการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัา ๒๐ ตัน เปึน เอกซ์พอร์ต เครดิต (Export credit) ๓๐ ล้านเหรียญสหรัฐ วงเงินทั้งหมด ๑,๐๕๐ ล้านบาท

๒. จัดหารถจักรดีเซลไฟฟัาน้ําหนักกดเพลา ๑๕ ตัน ๗ คัน เปึนจํานวนเงิน ๗๕๐ ล้านบาท หรือ ๒๑ ล้านเหรียญสหรัฐ

๓. โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัาน้ําหนักกดเพลา ๒๐ ตัน ๑๓ คัน เปึนวงเงิน ๕๕.๗๑ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๑,๙๕๐ ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อที่จะปรับปรุง ประสิทธิภาพของการรถไฟแห่งประเทศไทยทางด้านการขนส่งสินค้าและพัฒนา แผนยุทธศาสตร์ระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ

๑.๓ โครงการจัดหารถโบกี้บรรทุกสินค้า ๓๐๘ คันของการรถไฟ แห่งประเทศไทย เปึนวงเงินกู้ลักษณะเอกซ์พอร์ต เครดิต ประมาณ ๒๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๗๐๐ ล้านบาท ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งและ ลดค่าขนส่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์

๑.๔ เปึนโครงการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ ๓ ของบริษัท ทีโอเอ (TOA) มหาชน เปึนเอกซ์ปอร์ต เครดิต ซึ่งเราเข้าใจกันว่าเปึนโครงการ ๓จี (3G) มีวงเงิน ประมาณ ๖๖๒.๘๖ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเปึนเงินบาท ๒๓,๒๐๐ ล้านบาท

๒. เปึนกรอบต้นทุนและระยะเวลาในการกู้เงิน เรื่องนี้ก็เพื่อมาแจงให้ ท่านสมาชิกรัฐสภาทราบว่า ในส่วนของต้นทุนและระยะเวลาการชําระเงินหรือเงินกู้นั้น ก็จะดําเนินการให้เกิดประโยชนสอดคล้องกับสภาวะตลาดและรัฐบาลสามารถจะชําระหนี้ ในอนาคตได้ในส่วนของการกู้จากไจก้า

๓. กรอบในการจัดซื้อ จัดจ้าง ซึ่งกรอบในการจัดซื้อ จัดจ้างนั้นมีทั้งหมด ๖ โครงการที่ได้กล่าวไปแล้ว ผมจึงใคร่ขอท่านประธานรัฐสภามา ณ ที่นี้ เพื่อให้ ประหยัดเวลานะครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ก็ได้รับ แจ้งมาว่าขอให้ท่านรัฐมนตรีเสนอต่อเนื่องทั้ง ๕ เรื่อง โดยลงมติแยกเรื่องในช่วงท้าย ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนครับว่า ขณะนี้ในส่วนแต่ละกรอบที่เหลืออยู่ ขอความชัดเจนครับว่าถ้าแบ่งเปึนกลุ่ม อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีได้นําเรียน ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ มันอยู่ใน กรอบที่กระทรวงการคลังเสนอ แต่ส่วนอื่นผมไม่อยากที่จะเอาไปรวม เพราะว่า การอภิปรายของเราช่วงที่ผ่านมา ผมก็ยังมีประเด็นอยู่ แต่เมื่อเห็นว่าท่านประธานป่ดการ อภิปรายก็ไม่ได้ติดใจ ทีนี้ประเด็นว่าวันนี้ถ้าเราอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องเงิน ก็ขอให้อยู่ใน วงเงินการกู้เงิน ๒ เรื่องก่อน แล้วก็เดี๋ยวเราค่อยลงในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะ แยกแล้วก็ลงมติ แล้วก็ในส่วนตรงนี้ ขณะนี้การบริหารเวลา ผมคิดว่าเวลาในส่วนของการ อภิปราย เราก็พยายามใช้อย่างคุ้มค่า เรายังมีเวลาเหลืออยู่นะครับท่านประธาน ก็ไม่ได้ เรียกร้องครับ แต่อยากให้ท่านประธานอย่ารีบ เพราะว่าพวกเราเองก็อยากจะให้มี ข้อคิดเห็นฝากไปยังรัฐบาลครับ ขอความกรุณาครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านชินวรณ์ ๒ เรื่องนี้ ก่อนนะครับ กระทรวงการคลังนะครับ ไม่ขัดข้องนะครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานว่า ท่านรัฐมนตรีถ้าพร้อมแล้วขอรวมพิจารณา ไปเลยและแยกการลงมติครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าในสิ่งที่ท่านอดีตรัฐมนตรีวิชาญได้นําเสนอต่อท่านประธาน หลายรอบนะครับ แล้วก็เปึนความเห็นที่ผมเรียนตามตรงว่าถ้าจะทําความเข้าใจทีละเรื่อง น่าจะเปึนสิ่งที่เหมาะสมมากกว่าครับท่านประธาน แล้วมันก็ไม่ได้ช้าเลยครับ เพราะฉะนั้น กรอบในเรื่องของ ๕.๑ และ ๕.๔ ซึ่งเปึนเรื่องเกี่ยวข้องกับเรื่องของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอนั้น ผมก็ว่าชอบที่จะพิจารณาได้ดี ที่สุด เพราะฉะนั้นจะสังเกตว่าจากการอภิปรายที่ผ่านมานะครับ ทุกคนบางทีจะพูด พูดอยู่แค่กลุ่มเดียวครับ กรอบเดียว มาพูดอยู่นั่น และประธานเรียกลงมติ ลงที ๔ เรื่อง อันนี้ผมไม่เห็นด้วยกับท่านประธาน แผนกลงก็ลงจริง ๆ เลยครับ ยังไม่รู้เลยครับ รับรอง เรื่องอะไรไปบ้าง เพราะฉะนั้นให้ทําความเข้าใจทีละเรื่อง และผมคิดว่าไม่ช้าครับ ผมขอ สนับสนุนอดีตท่านรัฐมนตรีวิชาญ ต้องขอประทานโทษท่านประธานวิปรัฐบาลนะครับว่า น่าจะดําเนินการทีละขั้นตอน ๒ เรื่องผมคิดว่าไม่ช้า มีผู้อภิปรายไม่กี่ท่าน ผมขออย่างนี้ ครับท่านประธานครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ตกลงนะครับ เชิญ ๒ เรื่องนะครับ เชิญเลยครับ

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ ก็เหลือกรอบวงเงินการเจรจา ข้อตกลงเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ เมคคะนิซึม อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในกรอบการเจรจา ซีจีไอเอ็ม โดยหน่วยงานดังกล่าว จะจัดตั้งในรูปของทรัสต์ ฟันด์ (Trust Fund) ซึ่งมีธนาคาร เอดีบี เปึนผู้กํากับดูแล ในการนี้ อาเซียน+๓ (ASEAN+3) ซึ่งเปึนสมาชิกจะร่วมกันชําระเงินทุน หรือถ้าจะเรียกง่าย ๆ ก็คือเปึนกองทุน ในวงเงินประมาณ ๕๐๐-๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเปึนเงินไทย ๑๗,๐๐๐-๒๕,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับกรอบวงเงินทุนการจัดตั้งในส่วนของประเทศไทย นั้นจะต้องชําระเปึนวงเงินไม่เกิน ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๔๙๐ ล้านบาท โดยที่ผ่านมาสถานการณ์เศรษฐกิจวิกฤติ ปัจจุบันนี้ทางประเทศสมาชิกอาเซียน+๓ และเอดีบี จึงได้มีแนวหารือ แนวทางการร่างกรอบข้อตกลงในการจัดตั้งซีจีไอเอ็ม มาหลายครั้งแล้วนะครับ และในที่สุดเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ป้นี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบ ณ เมืองกวางเจา ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในเบื้องต้นที่จะร่างข้อตกลงซีจีไอเอ็ม อย่างไรก็ดีครับ ด้วยกรอบการเจรจาที่จํากัด

เนื่องจากที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน+๓ วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ คือป้นี้ ได้กําหนดให้จัดตั้งซีจีไอเอ็มให้แล้วเสร็จก่อนการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน+๓ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ เปึนผลให้ประเทศสมาชิกอาเซียน+๓ และเอดีบีได้เห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องแจ้งกรอบ วงเงินทุนที่แต่ละประเทศจะต้องชําระ ณ การประชุมวันที่ ๒๖-๒๗ เดือนพฤศจิกายนป้นี้ ณ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลี จึงจําเปึนจะต้องมาขอทางรัฐสภาสําหรับกรอบวงเงิน นะครับ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ในโอกาสนี้ผมใคร่ขอชี้แจงรายละเอียด โดยสรุปข้อตกลงสั้น ๆ ของซีจีไอเอ็มและกรอบเงินทุนที่จัดตั้งในส่วนของประเทศไทย ที่จะต้องชําระนะครับ การจัดตั้งซีจีไอเอ็มนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออํานวยความสะดวกให้ ภาคเอกชนที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในประเทศภูมิภาคอาเซียน+๓ ภาคเอกชนนะครับ และมีอันดับ น่าเชื่อถือหรือ เครดิต เรตติ้ง (Credit rating) ที่อยู่ในระดับที่น่าลงทุน หรือเทียบเท่ากับ บีบีบี เกรด (BBB Grade) ขึ้นไป สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในตลาดตราสารหนี้ได้ง่าย ขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันในต้นทุนที่ต่ํา รวมถึงสามารถออกตราสารหนี้ระยะยาว เพื่อสอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ โดยซีจีไอเอ็มซึ่งมีกลุ่มอาเซียน+๓ นี้จะช่วยค้ํา ประกันตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่น และสกุลเงินอื่น ๆ ที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ในประเทศอาเซียน+๓ และเพื่อให้ตราสารเหล่านี้มีอันดับความน่าเชื่อถือที่สูงขึ้น จึงจะต้องมีซีจีไอเอ็มจัดตั้งขึ้นมา ในช่วงแรกของการดําเนินการจะกําหนดสัดส่วนของทุน ค้ําประกันของซีจีไอเอ็มไว้ ๑ ต่อ ๑ ก็คือว่าซีจีไอเอ็มมีทุนเท่าไรสามารถจะค้ําประกันได้ เท่าทุน คือ ๑ ต่อ ๑ เท่านั้น ในเบื้องต้นซีจีไอเอ็มน่าจะมีเงินทุนจัดตั้งรวมแล้วที่ผมกล่าว ไปแล้วคือประมาณ ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศญี่ปุ์น สาธารณรัฐประชาชนจีน จะมีเงินทุนจัดตั้ง ๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๗,๐๐๐ ล้านบาท สาธารณรัฐเกาหลี ๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๓,๕๐๐ ล้านบาท และประเทศสมาชิกของอาเซียน อีกประมาณ ๗๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๒,๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งนอกเหนือจากกรอบเจรจา กันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนคู่ไทยแล้วนี่นะครับ ในฐานะประธานร่วมของ คณะทํางานจัดตั้งขึ้นได้เสนอแนวทางให้ประเทศสมาชิกมีตราสารหนี้ที่ค่อนข้างพัฒนา แล้วของอาเซียน ๕ ประเทศ คือ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทย ร่วมกันจัดตั้งในสัดส่วนที่เท่า ๆ กันคือ ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับเงินไทย ๔๙๐-๕๐๐ ล้านบาท ในครั้งนี้คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบกําหนด กรอบวงเงินในการจัดตั้งส่วนของประเทศไทยไว้ไม่เกิน ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๔๙๐ ล้านบาท และประเทศไทยสามารถจะใช้วงเงินนี้ให้กับภาคเอกชนไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของ ๔๙๐ ล้านบาท ซึ่งก็เปึนเพียงแค่ประมาณ ๑๔๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ ผมขอให้ความเชื่อมั่นว่าทางกระทรวงการคลังจะเจรจาข้อตกลงเพื่อจัดตั้ง ซีจีไอเอ็ม โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนอย่างแท้จริงครับ ขอขอบคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ขอเชิญท่านสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ เชิญท่านพิษณุครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู 🔗

กราบเรียนประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในเรื่อง ของกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศ ภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๓ ที่กระทรวงการคลัง โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการได้นําเข้าสู่ สภาแห่งนี้เพื่อที่จะขออนุญาตไปทําการกู้เงินจากต่างประเทศ เจรจากู้เงิน ซึ่งจากเอกสาร ที่ทางกระทรวงการคลังส่งมาให้เราจะไปเจรจากู้เงินอีก ๑,๓๕๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ๔๗,๓๘๕ ล้านบาท ซึ่งรายละเอียดส่วนใหญ่ก็มีอยู่ในเอกสารแล้ว ผมขออนุญาต อภิปรายในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับทราบปัญหาจากพี่น้องประชาชน สะท้อนและความเห็นไปยังท่านรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์ในการบริหารประเทศให้ถูกต้อง เพื่อความสุขของคนไทยทุกคนนะครับ ท่านประธานครับ ต้องเรียนอย่างนี้ก่อนว่าทุก โครงการที่ท่านรัฐมนตรีได้เสนอมาผมก็เห็นด้วยว่าเปึนโครงการที่ดีมีประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนการขยายรถไฟฟัาสายสีม่วง บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ หรือโครงการจัดหารถจักรดีเซล แล้วก็รถโบกี้บรรทุกสินค้า ตลอดจน ขยายเครือข่ายของโทรศัพท์ ทั้ง ๔ โครงการหลักที่ทางรัฐบาลขอมาผมเห็นว่าเปึนโครงการ ที่ดีและมีประโยชน์กับประเทศแน่นอน ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่ผมขออนุญาต ตั้งข้อสังเกตว่าวิธีการบริหารจัดการประเทศขณะนี้ โดยเฉพาะการพัฒนาประเทศด้วย วิธีการกู้เงินมาลงทุนนั้นกระผมไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่เห็นด้วยเพราะอะไร มันเปึนการสร้างภาระให้กับประเทศ แล้วก็ปัจจุบันนี้เราก็มี หนี้สาธารณะที่เยอะอยู่แล้วครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน พี่น้องประชาชนครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนว่าก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามาบริหารประเทศนั้น เรามีหนี้สาธารณะอยู่ประมาณ ๓.๙ ล้านล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าหาร ๖๕ ล้านคน ก็คือช่วงก่อนหน้านี้เราเปึนหนี้กันอยู่คนละประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ตั้งแต่ รัฐบาลนี้เข้ามา ท่านประธานครับ พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็งบเกินดุลของป้ ๒๕๕๓ อีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมเปึนเงินอีก ๑.๑ ล้านล้านบาท ที่เรากําลังจะเปึนหนี้กัน และขณะนี้ก็มาขอกรอบอีกว่า ๔๗,๓๘๕ ล้านบาท ขอเปึนหนี้อีก ท่านประธานซึ่งผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เฉพาะ ๑ ป้ที่ผ่านมาเรามีหนี้ ต้องแบก หนี้กันคนละ ๑๗,๐๐๐ บาท ต่อคน ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ ผมว่ามัน พอสมควรแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นการพัฒนาประเทศด้วยวิธีการกู้เงินมาลงทุน มันง่ายเกินไปในการบริหารจัดการ มันน่าจะมีวิธีอื่นอีกไหมที่เราจะดูแลประเทศนี้ เราจะ สร้างสาธารณูปโภคให้กับพี่น้องประชาชนโดยที่ทุกคนไม่เปึนหนี้

ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมว่ายิ่งกู้มาก ใช้มาก อนาคตประเทศไทยก็จะเสียหายแล้วก็เดือดร้อน โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือในตลาดโลก ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก พี่น้องประชาชนที่ฟังสถานีวิทยุเอฟเอ็ม (FM) ของ รัฐสภาทั่วประเทศแห่งนี้น่าจะรู้ดีว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยปัจจุบันนี้เราพึ่งพาตลาด ต่างประเทศครับ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของประเทศไทยเปึนตลาดส่งออกทั้งนั้น แล้วก็ คาดการณ์กันว่าในป้ ๒๕๕๓ คือกลางป้หน้าเศรษฐกิจของโลกน่าจะดีขึ้น ถ้าเศรษฐกิจ ของโลกน่าจะดีขึ้นแปลว่าอะไร แปลว่าประเทศไทยก็จะได้รับอานิสงส์ของการฟุ๋นตัวของ เศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นผมถึงเปึนห่วงรัฐบาลว่าการที่ท่านคิดว่าจะเตรียมการกู้เงิน แล้วก็ จะพัฒนาประเทศโดยการกู้เงินมาทํานั้นผมเห็นว่าอาจจะยังไม่ใช่เวลาในขณะนี้ ซึ่งน่าจะ รอดูเศรษฐกิจของโลกว่าในอนาคตป้หน้านี้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะขณะนี้ถ้าไปกู้เงิน ในต่างประเทศเขาก็จะโก่งราคาท่าน โก่งดอกเบี้ยท่าน เพราะเขารู้ว่าท่านต้องการเงิน เพื่อที่จะมาพัฒนาทําโครงการนั้นโครงการนี้ดอกเบี้ยก็จะแพง แต่ถ้าหากว่าเศรษฐกิจโลก ดีขึ้น ในป้หน้าหรือป้ถัดไปผมก็คาดเดามั่นใจว่าราคาต้นทุนของการกู้เงินก็จะลดน้อยลง ในการโครงการดี ๆ ที่ทางรัฐมนตรีได้เสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้นั้นผมก็ไม่ได้ขัดข้อง เพียงแต่ผมดูในเรื่องของกรอบเวลา แล้วก็วิธีการบริหารจัดการว่าจะทําอย่างไรให้ดีที่สุด ข้อเสนอแนะครับท่านประธาน

นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วผมเห็นว่าหากเปึนไปได้รัฐบาลน่าจะมี วิธีการอื่นที่จะเชิญเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน เอกชนมาร่วมลงทุนก็แปลว่าพวกเราไม่ต้อง เปึนหนี้ท่านประธานครับ เอกชนรับภาระหนี้เข้าไป แต่ถามว่ารถไฟฟัาสายสีม่วงเกิดขึ้น ได้ไหม เกิดขึ้นได้ ถ้าหากว่ามีเอกชนมารับสัมปทาน ถ้าหากว่ามีเครื่องจักรรถ อยากได้รถ จักรดีเซลไฟฟัา อยากได้รถโบกี้บรรทุกไฟฟัาเข้ามาทําได้ไหม ได้ครับ ถ้าให้เอกชนมารับ ช่วงไปทําครับท่านประธาน เราไม่ต้องเสี่ยงและไม่ต้องเปึนหนี้เขา นี่คือการบริหารจัดการ ที่ผมคิดว่าน่าจะเปึนทางออกที่ดีกับประเทศไทยขณะนี้ ต้องย้ําท่านประธานนะครับว่า ก่อนหน้านี้เราเปึนหนี้กัน ๖๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่พอบริหารผ่านมารัฐบาลปัจจุบันนี้เพิ่มอีก ๑๗,๐๐๐ บาท ต่อคน ผมว่าพอครับ ใช้เงินพอสมควรแล้ว แล้วก็หนี้ที่ท่านกู้มา พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ขาดดุลอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังใช้ไม่หมด ท่านประธานครับ บริหารตรงนั้นเสียก่อนอย่าเพิ่งรีบ ใจเย็น ๆ ทําตามสภาพ ของประเทศเรา โดยเฉพาะเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวนะครับ

และข้อแนะนําสุดท้ายท่านประธานครับ ถ้าหากว่าท่านจะบริหารจัดการ เรื่องระบบคมนาคม ใช้ระบบแบบประเทศอเมริกาครับ ส่วนใหญ่แล้วการจราจร การคมนาคมไม่ว่ารถไฟ รถบัส เครื่องบิน รัฐบาลไม่ได้เปึนเจ้าของครับ แต่รัฐบาล มีกฎหมายที่ชัดเจนในการครอบคลุมให้เกิดความเปึนธรรม เกิดความยุติธรรมกับลูกค้า หรือว่าประชาชนทั่วไป เพราะฉะนั้นผมว่าน่าจะเปึนแนวทางหนึ่งที่เราจะแก้ไขประเทศ ของเราได้ว่า ไม่ใช่กู้มา ๆ ใช้วิธีวิจารณญาณ ใช้ความคิดว่าทําอย่างไรเปึนหนี้ให้น้อยที่สุด เอาความสามารถของประเทศ ศักยภาพของประเทศไทยมาเปึนหลัก แล้วก็เชิญชวน ต่างชาติมาลงทุน สร้างบรรยากาศให้เกิดการลงทุนให้มากที่สุด ก็เปึนข้อแนะนํา จากกระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส. จังหวัดหนองบัวลําภู ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ลําดับอภิปรายจะเปึนอย่างนี้นะครับ ต่อไปคือ ท่านอนันต์ ท่านพิเชษฐ์ ท่านชัยวัฒน์ แล้วก็ท่านสงวนนะครับ เชิญท่านอนันต์ครับ

นายอนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม อนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายเรื่องกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศภายใต้แผนการบริหาร หนี้สาธารณะประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ โดยดูรายละเอียดลงไปในเอกสารที่ทาง รัฐบาลส่งมาให้แล้วนะครับ ผมก็ชื่นชมในนโยบายรัฐบาลที่มีแนวที่จะเร่งรัดการลงทุนเพื่อ พัฒนาประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพื่อเพิ่มความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ แต่การดําเนินการที่รัฐบาลตั้งเปัาหมายหรือตั้งนโยบายไว้ ทั้ง ๓ เรื่องนั้น ตอนนี้จะมาขอกรอบวงเงินกู้โดยมีโครงการทั้งหมด ๖ โครงการ

โครงการที่ ๑ ก็คือโครงการรถไฟฟัาสายสีม่วงบางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ

โครงการที่ ๒ ก็คือการจัดหาหัวรถจักรดีเซลไฟฟัา

โครงการที่ ๓ จัดหารถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า

โครงการที่ ๔ โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัา

โครงการที่ ๕ โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัา และ

โครงการที่ ๖ โครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ ๓

ท่านประธานครับ ถ้าดูคร่าว ๆ ๖ โครงการ ในประสบการณ์ของผมเท่าที่มอง โครงการที่ ๑ และโครงการที่ ๖ เท่านั้นที่ดูแล้วมีโอกาสที่จะทํา ถ้าจะกู้เงินมาดําเนินการ แล้วลงทุนก็มีแนวโน้มที่โครงการที่ ๑ และโครงการที่ ๖ จะสามารถหาเงินทุนไปคืนกับ ผู้กู้ได้ แต่โครงการที่ ๒ ถึงโครงการที่ ๕ นั้น ผมไม่เห็นว่าจะมีแนวโน้มหรือมีแนวทางที่จะ หาเงินไปคืนเงินกู้ได้อย่างไร

อย่างไรก็แล้วแต่ ผมจะขอเจาะลึกไปที่โครงการที่ ๖ ก็คือโครงการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ ๓ หรือ ๓ จี ซึ่งผมเห็นด้วยกับการดําเนินการของรัฐบาลในเรื่อง โครงการนี้ เพราะมันก็สอดคล้องนโยบายรัฐบาลในแง่เร่งรัดการลงทุน หรือยกระดับคุณภาพชีวิต หรือเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่ท่านประธานครับมันมีวิธีการหาเงิน อีกวิธีหนึ่งซึ่งไม่ต้องไปกู้เงิน ถ้ารัฐบาลจะลองไปพิจารณา ฟังผมดูนะครับ ก็คือ ออกใบอนุญาต ๓ จี ๔ ใบที่เหลือเสีย การดําเนินการออกใบอนุญาต ๓ จีนี้ได้ดําเนินการ มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ปลายป้ แล้วมีการพยายามจะออกในป้ ๒๕๔๙ ต้นป้ แต่ด้วยเหตุอะไร ไม่ทราบไม่สามารถออกได้เมื่อป้ ๒๕๔๙ ขณะนี้ กทช. ก็พยายามเร่งรัดจะออกใบอนุญาต ๓ จี หลังจากที่ล่าช้ามาแล้วกว่า ๔ ป้ ภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ แต่ด้วยกระบวนการ อะไรไม่ทราบทําให้มันต้องชะงักและอาจจะต้องยืดยาวออกไป และทราบว่า มีคําสัมภาษณ์ของรัฐบาลให้ กทช. ไปทบทวน ให้ กทช. ไปตีความ ให้ กทช. ไปศึกษา ผมไม่เข้าใจว่าทําไม เพราะว่าถ้ามีการออกใบอนุญาต ๓ จี โดยเร็ว สิ่งที่รัฐบาลจะได้เลย ที่ผมเห็นชัดเจนมากคือค่าใบอนุญาต ถ้าเฉลี่ยว่าใบอนุญาตแต่ละใบอยู่ที่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท หรือถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลจะได้เงินทันทีจากค่าใบอนุญาต ผมกล้า พูดว่าไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาททันที แล้วค่าใบอนุญาตนี้ กทช. ก็บอกแล้วว่าจะ ไม่เก็บไว้แม้แต่สตางค์แดงเดียว เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลสนับสนุนเร่งรัดให้มีการ ออกใบอนุญาต ๓ จี ๔ ใบ รัฐบาลจะได้เงินทันทีอย่างน้อยไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปบริหารโครงการทั้ง ๖ โครงการได้เลยครับ และถ้ามีการแข่งขันซึ่งผมเชื่อว่ามีการ แข่งขันมากขึ้น อาจจะได้ค่าใบอนุญาตถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๖ โครงการไม่ต้องไปกู้ เลยครับ มีเงินแล้ว ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นท่านประธานครับ เมื่อมีใบอนุญาต ๓ จี ๔ ใบ ผู้ที่ประมูลได้จะต้องมีการลงทุน การลงทุนถ้าเทียบจากทีโอที (TOT) ขอเงิน ลงทุน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมถัวเฉลี่ยว่า ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทต่อราย เพราะฉะนั้น ๔ ราย ก็จะเปึน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องลงทุนอย่างน้อยต่อเนื่อง ๓ ป้ แสดงว่าในช่วง ๓ ป้จะต้องมีการลงทุนประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ลงทุนในช่วงป้ ๒๕๕๓ ป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ เปึนอย่างไรครับท่านประธาน สอดคล้องกับนโยบายไทยเข้มแข็งทันที เพราะส่วนหนึ่งของเงินลงทุน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะซื้อของจากต่างประเทศเข้ามา แต่ถ้าซื้อของจากต่างประเทศเข้ามารัฐบาลก็จะได้ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนําเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือประมาณ ๑๐,๕๐๐ ล้านบาท แล้วภาษีนําเข้าอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในช่วง ๓ ป้ รัฐบาลจะได้ภาษีประมาณ ๒๕,๕๐๐ ล้านบาท เงินเห็น ๆ ครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลควรจะสนับสนุนโครงการที่มี ๓ จี นอกจากนั้นอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเปึนเงิน ที่ใช้จ่ายในประเทศในการลงทุน สร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเทคโนโลยี สารสนเทศ จะพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมขึ้นมา จะมีการจ้างงานไม่ต่ํากว่า ๘๐,๐๐๐ ตําแหน่ง แล้วเงินที่จ้างงานไป ๘๐,๐๐๐ ตําแหน่ง ไม่ว่าจะเปึนคนขับรถ คนงาน ต่าง ๆ ที่ดําเนินการเหล่านั้นจะมีกระแสเงินหมุนเวียนไปซื้อส้มตํา ซื้อไก่ย่าง แม่ค้าส้มตํา ข้าวเหนียวไก่ย่างขายของได้ ก็เอาเงินไปซื้อไก่ย่างและส้มตําจากเกษตรกร เกษตรกรขาย ของได้ก็ไปซื้ออาหารสัตว์จากผู้ผลิต หมุนเวียนอย่างน้อย ๔ รอบ เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะหมุนได้ถึงประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเก็บภาษีเก็บอะไร เข้าไป ผมว่าไม่ต่ํากว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ แค่ให้ใบอนุญาต ๓ จี ๔ ใบ รัฐบาลเร่งรัดให้ดําเนินการ รัฐบาลได้เงินทันที ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทในเดือน ๒ เดือนนี้เลย จากนั้นภายใน ๓ ป้ ได้อีกประมาณ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจสอดคล้องกับนโยบายไทยเข้มแข็ง น่าจะทําครับ เปึนวิธีการหาเงินอย่างหนึ่ง ซึ่งทําให้ไทยเข้มแข็งได้ด้วย เพราะคนมีงานทํา นอกจากเปึนการมีเงินเข้ารัฐบาล สอดคล้องโครงการไทยเข้มแข็ง นอกจากเปึนการจัดจ้างคนอีก ๘๐,๐๐๐ กว่าตําแหน่ง อันนี้ผมไม่ได้พูดเอง นักวิจัยเขาวิเคราะห์กันมาหมดแล้ว ยังเปึนการพัฒนาอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาบุคลากร สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ แถลงไว้อย่างไร นโยบายเศรษฐกิจ ข้อ ๔.๕ นโยบาย เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์แถลงไว้เองว่า ๔.๕.๑ ขออนุญาตอ่านนะครับ พัฒนาโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมพื้นฐานให้ครอบคลุม ทั่วประเทศและสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้ประชาชน ชุมชน องค์กรต่าง ๆ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารและความรู้อย่างทั่วถึง สนับสนุน การพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ รวมทั้งพัฒนาการสื่อสารที่ทันสมัย เพื่อรองรับความต้องการทางด้านของภาคธุรกิจ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนา บริการภาครัฐ บริการการศึกษา สาธารณสุข โลจิสติกส์ และสําคัญที่สุดเพิ่ม ความสามารถการแข่งขันของประเทศ แล้วไปอีกข้อหนึ่ง ๔.๕.๒ อันนี้ข้อสําคัญ พัฒนา อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ (Software) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) โดยสนับสนุนให้มีการวิจัยพัฒนา รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของ บุคลากรเพื่อรองรับเปึนศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการสื่อสารในภูมิภาค ท่านประธานครับ เราจะสอดคล้องกับนโยบายได้อย่างไรล่ะครับเมื่อภูมิภาคนี้เขามี ๓ จี กันเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้ว แต่เรายังไม่มี เรากําลังจะมี ทีโอทีเป่ดให้บริการลอท (Lot) แรกในวันที่ ๓ ธันวาคมนี้ รองรับผู้ใช้บริการประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ราย แล้วกําลัง มาขอเงินกู้อีก ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อไปดําเนินการต่อใน ๓-๔ ป้ข้างหน้า แล้วเราจะ ไปสอดคล้องนโยบายรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีท่านแถลงไว้ได้อย่างไร ถ้าไม่มี ใบอนุญาต ๓ จี โดยเร็ว

ถัดไปยังเปึนการส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมการเรียน การสอนทางไกล อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การรักษาทางไกล ท่านประธานครับ ผมลง พื้นที่ต่างจังหวัด ผมลงเกาะ ผมไปเจอคนป์วยที่เปึนผู้มีอายุเขาเจ็บป์วยต้องมารับการ รักษา ปรากฏว่าต้องเดินทางเข้ามาในเมืองเพราะว่าแพทย์ ผู้ช่วย ไม่สามารถวินิจฉัยได้ ทั้ง ๆ ที่เจ็บป์วยเล็กน้อย ถ้ามีระบบรักษาทางไกลประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับชาวบ้าน อีกนิดเดียวท่านประธาน เปึนทางเลือกให้กับประชาชนมากขึ้น ประชาชนมีทางเลือกได้ เปึนการสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้ทั่วถึง สอดคล้องนโยบายรัฐบาล ผมสนับสนุนให้รัฐบาลดําเนินการโครงการทั้ง ๖ โครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ ๑ และโครงการที่ ๖ ขณะเดียวกันผมก็ขอให้รัฐบาลพิจารณาหาเงินตามที่ผมได้เสนอแนะ ไปแล้ว แล้วข้อสุดท้ายขอให้ทบทวนมติ ครม. ที่กําหนดให้ทีโอทีทําการตลาดเองเพียงไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ให้คนอื่นมาทําการตลาดอีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมต้องกําหนดศักยภาพ ทีโอทีอย่างนั้น ให้ทีโอทีกําหนดด้วยตัวเองสิครับ อย่าไปกําหนดทีโอที ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ท่านต่อไปคือท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ครับ ท่านไม่อยู่ข้ามไปก่อน เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยนาท ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่าผมเองนั้นเห็นกรอบการเจรจาของรัฐบาลในหลายเรื่อง แล้วก็เข้ามาพร้อมกันทีเดียวมากมายก่ายกอง ผมต้องใช้คําว่า มากมายก่ายกอง เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎรเดิมเราก็ประชุมกันวันพุธ วันพฤหัสบดี แล้วถ้าเกิดมีการ ประชุมรัฐสภาในอดีตก็จะใช้ประมาณวันจันทร์หรือวันศุกร์วันใดวันหนึ่ง แต่ครั้งนี้ต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า เราประชุมกันในลักษณะของการเร่งด่วนมาก ระยะเวลาเอาแบบกะทันหัน จนกระทั่งผู้แทนราษฎรไม่ได้ตั้งเนื้อตั้งตัวว่าจะมีกําหนดการ ในการที่จะประชุมรัฐสภา แล้วก็พิจารณากรอบการเจรจาดังกล่าวตั้งแต่วันจันทร์ จนกระทั่งเรียกว่าวันนี้วันศุกร์เลยทีเดียว ตั้งแต่เช้าจรดค่ําจนมืดดึกดื่น ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ขอให้บันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้เพื่อให้ลูกหลานคนรุ่นต่อไป ในการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ไม่สมควรที่จะกระทําเยี่ยงนี้ ผมใช้คําว่า เยี่ยงนี้ นะครับ ขีดเส้นใต้ด้วยครับท่านประธาน เพราะว่าการบริหารการจัดการดังกล่าวหรือกรอบการ ทํางานดังกล่าว ถือว่าเปึนการบริหารการจัดการที่ไม่เหมาะสมกับชาติบ้านเมือง ผมเอง ต้องขออนุญาตกราบเรียน ไม่มีข้อสงสัยใดเลยที่บ้านเมืองเราจะอยู่ในภาวะที่มันแย่ หรือมันมีปัญหา เพราะอะไร ที่ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจ ด้านปัญหาทางการเมือง การสังคม อะไรก็ตามแต่ เพราะอะไร ก็เพราะว่าการบริหารการจัดการเราไม่ใส่ใจ ใช้วิธีการ ไร้การวางแผนล่วงหน้าในการดําเนินการจัดการ ใช้ในลักษณะของเรียกว่า มาถึงก็ถึงเวลา ก็ชนเลย ถ้าอย่างนี้ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าก็จะบริหารจัดการบ้านเมือง ไม่ได้ดีครับ ท่านประธานก็คงเห็นนะครับ ลักษณะของการบริหารการจัดการเมื่อ ๔ ป้ ๕ ป้ที่แล้วมาเปึนอย่างไรบ้าง ปัจจุบันเปึนอย่างไรบ้าง พี่น้องประชาชนบ่นกันมากครับ เมื่อเช้านี้ก็มีโทรศัพท์มาก่อนที่จะพูดเนื้อหานะท่านประธาน และกราบเรียนท่านรัฐมนตรี ด้วยครับ บ้านท่านพอดีเลยครับ อําเภอพยุหะคีรี เมื่อเช้านี้มีโทรศัพท์เข้ามาบอกว่า โรงพยาบาลจิตเวช จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งตั้งอยู่ที่อําเภอพยุหะคีรีนะครับ เดิมนี้ก่อนหน้านี้ คนที่ไปรักษานี้น้อย ไม่ค่อยมีครับ ปัจจุบันนี้นะครับ ก็บอกมาบอกว่าตัวเลขก็คือมาก แล้วก็ป่ดรับนี้ประมาณสักเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา แต่ปรากฏว่าอย่างไรท่านประธาน รักษาจนเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกานะครับท่านประธาน ท่านประธานลองคิดดู หมอเขารักษา ขนาดไหน แสดงว่าคนเครียดมาก ปัญหาเยอะปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาต ท่านประธานครับว่า ถ้าเราบริหารที่ดี บ้านเมืองก็จะไม่เปึนอย่างนี้ครับ อันนี้ก็เปึนตัวชี้วัด อย่างหนึ่งเหมือนกันนะครับ ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าต้องช่วยกันแก้ไข มิฉะนั้นการบริหารบ้านเมืองก็ไม่สัมฤทธิผลได้นะครับ การบริหารชาติบ้านเมืองก็คือ การบริหารเพื่อให้พี่น้องประชาชนหรือคนในชาติมีความสุข อยู่ด้วยกันมีความสุขนะครับ ก็เลยขออนุญาตว่าเราต้องดําเนินการอย่างนั้น

เวลาน้อยครับท่านประธาน เวลาเดินเร็วเหลือเกินเลยครับ ต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ๖ โครงการ ใน ๖ โครงการท่านสมาชิกรัฐสภาซึ่งร่วมกัน ในที่ประชุมแห่งนี้ บางท่านก็เห็นว่ามีสัก ๒ โครงการ คือโครงการที่ ๑ กับโครงการที่ ๖ นี้ สมควรทํา ส่วนโครงการที่ ๒ ถึงโครงการที่ ๕ นี้ ไม่สมควร อีก ๔ โครงการ โครงการที่ ๒ ถึง โครงการที่ ๕ ก็คือเปึนเรื่องของการซื้อโบกี้และหัวจักรในการที่จะขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมเองเปึนผู้ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านก็คงทราบดี ท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ก็คงเปึนกรรมาธิการ ในส่วนของงบประมาณ ท่านก็คงได้ยินได้ฟังผมพูดพอสมควร ในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ในเรื่องของการรถไฟ ผมพูดเมื่อป้ ๒๕๕๒ ผลก็ออกในป้ ๒๕๕๓ เกิดการประท้วงกัน เกิดการต่อต้านกันเปึนปัญหาเยอะแยะไปหมด สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องตระหนักถึงปัญหา ว่ามันจะเกิดอะไร ผมเชื่อครับพนักงานทุกคนครับ เจ้าหน้าที่ทุกคนครับเขารักองค์กรของเขา ในการที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้องค์กรนั้นมีฐานะที่ดีแล้วก็มีการเงินที่ดี ยิ่งการเงินเขา กําไรมากเท่าไร โอกาสที่เขาจะได้เงินเดือนมากขึ้น โอกาสจะได้โบนัสมากขึ้นก็ยิ่งเปึน การตอบสนองมากขึ้น แต่คําถามก็คือพนักงานเหล่านั้นไม่สามารถดําเนินการได้ ผู้บริหารก็ไม่สามารถ ดําเนินการได้ เพราะมันติดปัญหาต่าง ๆ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองกลับเห็นว่าควรต้องแก้ไข ต้องพัฒนาและดําเนินการเปลี่ยนแปลง วันนี้ต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ตัวเลขกลม ๆ ง่าย ๆ ที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธาน ผมเองก็ได้มีโอกาสได้พูดหลายครั้งหลายหน ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียน เราใส่งบประมาณในเรื่องของเงินที่ไปช่วยเหลือเปึนงบประมาณป้หนึ่งประมาณ ๗,๕๐๐ ล้านบาท เราเสียหายติดลบบริหารแล้วนี่ ในเรื่องของการรถไฟเสียหายติดลบ นะครับ เขาเรียกว่าบริหารแล้วขาดดุลทางบัญชีต้องเอามาเก็บไว้เปึนหนี้ ๘๐๐ ล้านบาท รัฐบาลต้องไปดูแลแก้ไขอะไรก็ตามแต่ ยืมเงินรัฐบาลออกไปก่อนหรืออะไรก็ตามแต่ วิธีการทางด้านงบประมาณ อีกเท่าไรครับท่านประธาน ตรงนั้นเสียหายไปอีก ๗,๕๐๐ ล้านบาท ป้หนึ่งเราเสียหายตรงนั้น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน ยังไม่พอนะ ท่านประธาน เรามีที่ดินตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ พระป่ยมหาราชท่านได้วางแผนเอาไว้นี่ครับ มีที่ดินการรถไฟนี่มหาศาล สามารถที่จะเก็บรายได้ตรงนี้ได้อีกป้หนึ่งประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ อ้าย ๗,๕๐๐ ล้านบาทขาดทุนครับ บวกกับงบเงิน ที่เปึนค่าเช่านี่อีก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้หนึ่งเราเสียหายหมดเลยครับ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานลองคิดเอา เราบริหารประเทศอย่างนี้เราอยู่ได้ไหม ถ้าเราเอารถไฟไปให้ คนอื่นเขารับสัมปทาน เอาไปให้คนอื่นเขาดูแลที่เขามีองค์กร ที่เขามีความรู้ ความสามารถ ด้านเทคโนโลยี หรือด้านบุคลากรใดก็ตามแต่ หรือเราจะเอามาเปึนราชการของเรา แบบเดิม เปึนลักษณะแบบเดิม แต่ต้องบริหารจัดการใหม่ ปัญหาติดขัดอะไรต้องแก้ไข ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่ต้องเสีย ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ แต่ผมไม่อยากให้แปรรูป แต่พูดใน ที่นี้หมายถึงว่ายกตัวอย่างคําอธิบายท่านประธาน ถ้าให้สัมปทานเอกชนไปทั้งหมดเลยนี่ เราก็ยังได้ค่าสัมปทาน ป้หนึ่ง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้หนึ่ง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้หนึ่ง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเราก็ได้ นี่เราใส่งบประมาณลงไป ๗,๕๐๐ ล้านบาท ขาดทุนสะสมอีก ๗,๕๐๐ ล้านบาท เงินที่เราได้มาจากอะไร ได้มาจากค่าเช่าที่ดินอีก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าอย่างไร เสียหายไปทั้งหมดเลย ถ้าเราให้เขาเช่าป้ละ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ยกตัวอย่าง ถ้าเปึนค่าเช่าป้ละ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เราบวกกับความเสียหายที่เกิดขึ้นรวม ป้หนึ่งเราเสียหาย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน แล้วพี่น้องประชาชนได้รับบริการ เปึนอย่างไร ท่านประธานก็ทราบดี เมื่อการรถไฟขาดทุนเขาก็ไม่สามารถที่จะมีเงินทุน ในการที่จะไปดูแลในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ในเรื่องของการอํานวยความสะดวก ไม่ว่าจะเปึน หัวรถจักร ไม่ว่าจะเปึนราง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของตัวโบกี้ต่าง ๆ ผลออกมาเปึนอย่างไร ท่านประธานก็เห็นอยู่นะครับ ตีกันยังไม่เลิกเลยท่านประธาน เพราะอะไรครับ ก็คือสิ่งที่ มันเกิดปัญหาในเรื่องของการขาดทุน ในเรื่องของการบริหารการจัดการ เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าตรงนี้ต้องแก้ไข แล้วต้องดําเนินการ ผมเห็นว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ แต่ว่าอ้ายสิ่งสําคัญก็คือเอาเงินตรงนี้ไปใส่ไปแล้วท่านประธานครับ โดยไปใส่แล้วไม่แยกแยะเอาไปรวมกับเนื้อเดิม เอาไปรวมกับเนื้อเดิมนะครับท่านประธาน แล้วพอเอาไปรวมกับเนื้อเดิมท่านประธานคิดว่ามันจะแก้ไขได้ไหมครับ ท่านประธาน มันแก้ไม่ได้ เพราะว่าสิ่งที่ใส่ไปนี่มันไม่รู้ มันมองไม่เห็น ถ้าหลักวิธีการนี่มันมองไม่เห็นแล้ว ว่าที่ใส่ไปนี่ทั้งหมดแล้วมันสามารถดําเนินการแก้ไขเข้ามาได้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวไหน มันกําไรหรือขาดทุน อ้ายสิ่งที่ใส่ไปใหม่นี่จะกําไรหรือขาดทุน แล้วผมบอกว่าตอบแทน ๒๕ ป้นะครับท่านประธาน ผมให้ ๕๐๐ ป้ ผมพูดแบบท้าทายเลยท่านประธาน คือพูดง่าย ๆ มันไปไม่ได้ ใส่เข้าไปอีก ๔ โครงการนี่เงินงบประมาณใส่เข้าไปนี่มันใส่เข้าไปแล้วมันก็ เสียหาย มันทําไม่ได้ มันไปไม่ได้ เพราะอ้ายของเดิมมันไปไม่ได้ อ้ายของใหม่ใส่ไปมันจะ ไปได้อย่างไรท่านประธาน มันไปไม่ได้ มันผิด เพราะฉะนั้นยิ่งรูปการนี่ท่านประธาน เรื่องของการใช้รางก็คนละระบบ เอาละสร้างระบบขึ้นมาใหม่เลย เริ่มตั้งแต่กรุงเทพฯ ออกไปต่างจังหวัดเลย ก็ไปว่ากัน แต่คนบริหารการจัดการต้องคนละคน ต้องคนละ หน่วยงาน ต้องคนละบริษัทครับท่านประธาน ต้องตั้งขึ้นมาใหม่ ถ้าไม่ตั้งขึ้นมาใหม่ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าท้ายที่สุดโยนเข้าไปหมดเลย

ผมอยากจะกราบเรียนนะครับท่านประธาน ผมยกอุปมาอุปไมยง่าย ๆ น้ํามันเสีย น้ํามันเสียอยู่ในคลอง ท่านประธานจะไล่น้ําให้หมดให้มันหายเสีย ท่านประธาน คิดว่าท่านประธานจะทําวิธีใดให้มันง่าย เอาน้ําเข้าไปเทในคลองเก่าใช่ไหมครับ ถามว่า เมื่อไรมันจะเจือจางจนน้ํามันดีล่ะครับ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือต้องเอาน้ําเก่าออกก่อน สูบน้ําที่ มันเสียออก ปล่อยน้ําเสียออกใหม่ ไล่น้ําดีเข้าไปล้าง ล้างเสร็จเรียบร้อยก็ปล่อยน้ําใหม่ เข้าไป ท่านประธานครับ ถ้าใส่ลงไปเลยไม่เหลือครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนนะครับ อย่าทําลวก ๆ อย่าทําง่าย ๆ ถ้าทําลวก ๆ ง่าย ๆ ใครก็บริหารได้ ใครก็ บริหารเปึน สิ่งสําคัญการบริหารชาติบ้านเมือง สิ่งที่สําคัญที่สุดเขาว่าเหนือการบริหาร สูงสุดคือการบริหารความขัดแย้งครับ องค์กรที่สูงสุดของการบริหารคือการบริหารความ ขัดแย้ง ผมเคยพูดในที่นี้ ถ้าอะไรก็ตามแต่ ไม่ว่าองค์กรใดก็ตามแต่ ไม่ว่าเปึนประเทศชาติ ไม่ว่าเปึนบริษัทหรือเปึนอะไรก็ตาม ถ้าเรายังแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไม่ได้ เรายังบริหาร จัดการความขัดแย้งไม่ได้ ความเจริญไม่มีครับ เพราะฉะนั้นแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเปึน เรื่องแรกขององค์กร ต้องตั้งเปึนเปัาหมายแรกก่อน ถามว่าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ขาดทุนเพราะอะไร ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าเพราะอะไร ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ครับว่า ไม่เห็นด้วยที่พูดมาทั้งหมดนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าต้องแก้ไข รัฐบาลจะนําไปพิจารณาแบบไหน อย่างไร ท่านไม่ต้องเกรงกลัว ผมเคยพูดกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมบอกว่าทําไปเลยท่าน เชียร์เต็มที่เลยที่ท่าน ทํามาถูกแล้ว ถูกทิศเลย ถามท่านรัฐมนตรีดู จริงหรือเปล่า คือมันต้องกล้าครับ เราเกิดมา ชีวิตหนึ่งสิ่งที่สําคัญก็คือทําไว้ให้ลูกหลานทําไว้ให้แผ่นดิน สิ่งที่เรามีอยู่เดี๋ยวเราก็ไปแล้ว จะอยู่กันอีกกี่ป้ ฝากชื่อเสียงเอาไว้ในแผ่นดินนี้ว่าเราได้เปึนคนที่ทํางานกับสิ่งเหล่านี้ ให้กับชาติบ้านเมือง นี่คือสิ่งที่ทํา เพราะฉะนั้นผมเชียร์ท่านรัฐมนตรีว่าการสุด ๆ เลยนะ สิ่งที่ท่านทําถูกแล้ว ถูกต้องเหมาะสม แต่ใครไปแก้ไขที่ไม่ตรงกับท่านผมก็ไม่ว่านะ ท่านรัฐมนตรี ทิศทางก็คนละทิศกับพวกผม ผมทิศเดียวกับท่าน ก็ขออนุญาตกราบเรียน อย่างนี้ว่าผมเองถ้าจะเห็นด้วยในการที่จะดําเนินการในการแก้ปัญหาเรื่องการรถไฟ แห่งประเทศไทยท่านประธานครับผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีครับ ขอแยกหน่วยงานครับ ขอแยกมา ผมเองเคยกราบเรียนเรื่องของค่าเช่าก็เหมือนกัน ที่ดินก็เหมือนกันต้องแยกครับ วันนี้ต้องแยกรายได้มองให้เห็น ไม่ใช่ไปรวม ๆ กัน โปะ ๆ อย่างนั้น แล้วท้ายที่สุดมันจะ ดําเนินการไม่ได้เลย แล้วสิ่งสําคัญก็คืออีกเรื่องหนึ่งถ้าเราจะแก้โดยองค์กรรวมทั้งหมดนี่ ถ้ามันจะผ่ายากก็ผ่าเปึนสายได้ไหม ผ่าเปึนสายสายอีสานได้ไหมท่านรัฐมนตรีครับ ฝากไว้เปึนสายอีสาน สายเหนือ สายใต้ สายตะวันออกมีก็ว่าไป แล้วมาดูว่าสายไหนมัน ขาดทุน แบ่งคนดูแลได้ไหม ปรับเปลี่ยนสิสายไหนถ้าใครดูแลแล้วจัดการแล้วดีเดี๋ยว ขึ้นไปเลยเปึนผู้ว่าการเลย สายไหนใครจัดการแล้วไม่ดีก็ปลดออกไป ไม่ต้อง เกิดความก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้มันเปึนสิ่งที่เราสามารถดําเนินการได้ ผมก็ขออนุญาต ท่านประธานครับ เวลามันน้อยมันนิดเดียว

สิ่งสําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในเรื่องของการที่จะกู้เงินมาในเรื่องโครงการ 3จี ผมเองก็เคยเปึนที่ปรึกษาท่านรัฐมนตรี แล้วก็ดูแลเรื่องโครงข่ายโทรศัพท์ตั้งแต่สมัย ที่มีเงินค่ารายเดือน ท่านประธานก็คงทราบนะเดือนละ ๕๐๐ บาท แล้วก็ยังไม่พอนะครับ ค่าโทรก็แพง นาทีละ ๓ บาท ๖ บาท ๙ บาท ๑๒ บาท และยังไม่พอนะครับท่านประธาน ปรากฏว่าโทรศัพท์ที่เราซื้อกันนี่ตัวหนึ่งราคาตั้งหลายหมื่นบาท จะเปึนแสนบาท พี่น้องประชาชนไม่มีโอกาสซื้อครับสมัยนั้น ไม่มีโอกาสครับท่านประธาน จนกระทั่งวันนี้ เวลานี้ ราคาถูก ถูกมาก ๆ เลย ผมเคยกราบเรียนท่านประธาน โทรศัพท์สายนี้ก็เหมือนกันที่อยู่ตามบ้านตามเรือน บอกได้เลยต้องใช้เหมาจ่ายนะครับท่านประธาน ถ้าทางองค์การโทรศัพท์ ทีโอที ยังทําเปึน ไม่เหมาจ่ายนะครับท่านประธาน ยังคิดเปึนรายนาทีนะครับ ผมบอกไปไม่รอดหรอก ผมพูดไว้ตั้งนานแล้ว ผมบอกให้เหมาจ่ายเสีย เดือนหนึ่งสัก ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท บ้านไหนเขาติดตั้งก็ว่ากันไปพอแล้ว กําไรเยอะแล้ว ก็ไม่ทํา ก็ยังทําเปึนนาทีอยู่ ถามแล้ว ใครจะโทร ไม่มีใครโทร ทุกวันนี้คนเขาก็มาโทรสายหมด พอรู้ตัวเองปรากฏว่าอย่างไร มือถือแบบโมบาย (Mobile) ทั้งสะดวกด้วย แล้วแถมราคามันถูกกว่าด้วย เพราะอะไร รู้ไหมครับ ผมยกตัวอย่างท่านประธาน โทรไปจังหวัดชัยนาทนี่ถ้าเปึนโทรศัพท์ของ การสื่อสารธรรมดา ทีโอที ๙ บาทครับ ก็ผมโทรศัพท์มือถือ ๖ บาท ท่านประธาน ในสมัยนั้น นะครับ แล้วถามว่ามนุษย์หน้าไหนจะไปโทรศัพท์สายโทร เขาก็โทรเปึนโมบาย โทรเปึน ตัวมือถือหมด เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตรงนี้ต้องแก้ไขโดยวิธีการที่เปลี่ยนใหม่ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าทางทีโอทีเขาจะทําไหม อย่างไรก็ตามแต่ ๓ จี ก้าวผ่านมานี่หลายคนครับ หลายท่านก็อาจจะเรียกว่า จี ๑ จี ๒ จี ๓ ทําไมเรียก ๓ จี บางท่านก็คงทราบอยู่แล้วนะครับ บางคนก็ยังไม่ทราบ จีที่ ๑ ก็คือ รุ่น ๑ จี ๒ ก็คือรุ่น ๒ จี ๓ ก็คือรุ่น ๓ ที่เราใช้กันอยู่ในขณะนี้เขาเรียกว่ารุ่นที่ ๒ รุ่นที่ ๓ สามารถที่จะส่งได้ทุกเรื่องเหมือนกันทุกอย่างนะครับ เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านประธานว่า สิ่งที่ทําอยู่ก็เห็นด้วยว่าเปึนสิ่งที่ควรจะทํา แต่สิ่งสําคัญก็คือทีโอทีทําอยู่ก็เห็นด้วยในส่วนหนึ่ง มุมหนึ่งว่าถ้าทําแล้วทรัพย์สินก็ดี สมบัติทั้งหลายก็ดี เงินกําไรก็ดีมันอยู่ในประเทศ แต่ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าในขณะที่เราเงินน้อย เหมือนกับผมไม่มีความรู้เรื่องการ ก่อสร้างเรื่องโรงแรมเลย หรือห้างสรรพสินค้าเลยท่านประธาน เหมือนกับท่านประธาน นะครับ สมมุติยกตัวอย่างถ้าท่านประธานคนมีความรู้ ไม่มีเลย เรามีที่ดินอย่างเดียว เราก็เอาที่ดินให้เขาเช่า ค่าเช่ารายเดือนก็ได้ รายป้ก็ได้ แถมยังไม่พอ พอหมอระยะเวลา ๑๕ ป้ ๒๐ หรือ ๓๐ ป้ โรงแรมนั้นก็เปึนของเรา หรือห้างสรรพสินค้านั้นก็เปึนของเรา ระหว่างรายเดือนเราก็ได้ไปเรื่อย รายป้เราก็ได้ไปเรื่อย เพราะฉะนั้นขณะเดียวกันไม่พอ หลังจากเสร็จสิ้นเรียบร้อยเรามีลูกค้าอยู่กับมือ ตัวสินค้าเราจะไปอะไร ไปโค (Co) หรือไป ร่วมทุนกับใคร หรือจะไปรวมทุนกับใครในการที่จะสั่งสินค้ามานี่ ผมเชื่อว่าบริษัทต่าง ๆ ที่เขาขายอยู่ในห้างเดิมอยู่แล้วเขาก็ต้องอยากขายเหมือนเดิมนะครับท่านประธาน เขาก็ต้องมาติดต่อท่านประธานอยู่ เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้มันก็จะเปึนส่วนหนึ่งในการที่ จะสามารถเดินไปได้ ๑. ภาระที่ผมกล่าวมาทั้งหมดก็คือพี่น้องประชาชนหรือประเทศชาติ อยู่ในภาวะที่เรากู้เงิน เราไม่ต้องไปแบกภาระเพิ่ม ในขณะเดียวกันเราได้ใช้ของดีราคา ไม่สูงนัก ให้เขาเกิดการแข่งขันกันมาก เช่น มันมี ๔ บริษัท อย่างนี้เปึนต้น ให้ ๔ บริษัท เขาเข้ามา แต่ปรากฏอย่างไรครับ ทีโอทีได้ไปบริษัทเดียว แต่อีก ๔ บริษัทยังไม่มา ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ ที่เราให้บริษัท ทีโอที เร็วเพื่ออะไร บางทีมองเหมือนได้ นะครับ แต่ประเทศชาติเสียหาย เพราะว่าแทนที่ประเทศเราทั้งประเทศจะเดินไปแข่งขัน กับโลกกับประเทศอื่น ๆ กลับไม่ได้ เพราะเราห่วงว่ากลัวทีโอทีจะสู้เอกชนเขาไม่ได้ กลัวทีโอทีมันจะไปไม่รอด เลยให้ทีโอทีตั้งไข่ได้เสียก่อน แล้วให้บริษัทอื่นมาตามทีหลัง ถ้าคิดอย่างนี้บริหารจัดการผิดแล้วนะครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ ผมพูดมาเรามีหนี้สาธารณะอยู่มากมายท่านประธาน เฉพาะดอกเบี้ยพูดไว้ท่านประธาน ทราบหรือไม่ไม่ทราบนะครับ แต่เข้าใจว่าท่านประธานทราบนะครับ ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ป้หนึ่งจ่ายดอกเขา ๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน แล้วนับวันมันจะ มากขึ้น ๆ และพละกําลังของประเทศเรานี่จ่ายต้นเขาได้แค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านประธาน ผู้อํานวยการสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะหรือรองผู้อํานวยการสํานักงาน บริหารหนี้สาธารณะนี่เขามาบอกว่าอย่างไร เราสามารถที่จะใช้หนี้เขาได้ประมาณสัก ๒๐ ป้ก็จะหมด ในขณะนี้กําลังของประเทศเรานี่ ผมบอกไม่หมดครับ เท่าที่ตัวเลขมีอยู่ ครับท่านประธาน แม้ในภาวะเศรษฐกิจถ้าจะดีกว่านี้ก็ต้องใช้เวลาถึง ๗๐ ป้ ถ้าไม่มีอภินิหารใดมาดําเนินการเรายังเดินกันไปอยู่อย่างนี้ ไม่ได้มีอะไรที่มันดีไปกว่านี้ ยังจงกลมกันอยู่อย่างนี้ ก็ต้องใช้เวลาถึงประมาณ ๗๐ ป้ที่ปัญหาบ้านเรามีอยู่ในขณะนี้ ก็อยากขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าอย่าสร้างภาระให้ลูกหลานมากเลยครับ ถ้าเราสร้างภาระให้ลูกหลานมาก ผมเองก็เดินมาลําพัง ตัวท่านประธานก็ดี ผมก็ดีหรือ พี่น้องประชาชน ทุกคนที่เปึนข้าราชการ ทุกวันนี้ผมกราบเรียนชีวิตคุณภาพเมื่อเรา เทียบกับคนต่างชาติเขาดีกว่าเราเยอะ เพราะอะไร เพราะเขานั้นอยู่ในภาวะที่เรียกว่า อะไร เรียกว่า สุขสบาย พวกเรารวมทั้งพี่น้องประชาชนด้วยอยู่ในภาวะของการสร้างชาติ สร้างแผ่นดินเพื่อให้ลูกหลานคนรุ่นต่อไปอยู่ดีกินดี แต่มันไม่เปึนอย่างนั้นท่านประธาน ในขณะที่เราสร้างมากขึ้น ทํามากขึ้น ขยายมากขึ้น ปรากฏว่าหนี้มันมากขึ้นท่านประธาน พอหนี้มันมากขึ้นแล้วปรากฏเปึนอย่างไรท่านประธาน ภาระลูกหลานมันจะมากหนักหนา สาหัสกว่าพวกเราอีก เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่ขอฝาก รัฐบาลอย่าสร้างให้มากเลยครับ คิดวิธีอื่น ดําเนินการแนวทางในการนอกกรอบบ้างแล้วก็ จะทําให้ดีขึ้นครับ ผมเองก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ

นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่า จริงๆ แล้วผมเองนั่งฟังแล้วก็ติดตามการพูดจาของสมาชิกตลอดเวลา แม้จะอยู่นอกสภา ผมก็ฟัง เพราะว่าผมถือว่ากระบวนการที่เรากําลังทําอยู่ผมอยากเข้าใจ ผมเองจะใช้เวลาสั้น ๆ พูดเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่เปึนผู้บริหารอยู่ ๒ เรื่องท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องกระบวนการ ผมอยากจะให้บันทึกไว้ในสภานี้ว่าความเห็น ของผม ถือว่าวันนี้สภาทําสนใจแต่การเมืองเสมือนจริง ไม่ค่อยสนใจการเมืองเรื่องจริง เรากําลังดําเนินการประชาธิปไตยทางการเมือง แต่เราไม่ค่อยทําประชาธิปไตยทาง เศรษฐกิจ ท่านประธานครับ วันนี้ผมถามท่านว่ามันมีแต่ผ่านไม่ผ่านเท่านั้นเอง มันก็ผ่าน เพราะเสียงข้างมากต้องผ่าน แต่ผมถามว่ากระบวนการที่เขาเรียกว่าพัฒนาความเห็นต่าง คือประชาธิปไตยเศรษฐกิจ รัฐของเราไม่เคยทําท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการที่ท่าน ได้กรุณามานั่งฟังท่านเปึนนักคิดทางยุทธศาสตร์ ท่านคงเข้าใจที่ผมพูด หมายความว่า อย่างไรครับ วันนี้ท่านก็อดทนฟัง แต่เขาเรียกว่าความเห็นต่าง แต่กระบวนการพัฒนา ความเห็นต่างมันไม่เกิดขึ้นเพราะอะไรครับ เพราะว่ามันยังมีองค์กรภายนอกอีกมากมาย ก่อนจะเอาเรื่องเหล่านี้เข้าสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มันน่าจะมี กระบวนการพัฒนาความเห็นต่าง ซึ่งเขาเรียกกันว่าประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ คุณจะทํา โครงการนี้ได้ไหม มันต้องมีการเรียนรู้ร่วมกันครับท่านประธาน ระหว่างใครบ้าง ก็ระหว่าง ฝ์ายรัฐบาลซึ่งเปึนผู้จัดการแนวคิดนโยบายของท่านเองกับใครอีก กับตัวแทนประชาชน คือ ส.ส. ส.ว. และกับใครล่ะ กับสถานศึกษา มหาวิทยาลัย และกับใคร กับองค์กรเอกชน ในเรื่องนั้น ๆ เสร็จแล้วเมื่อมีพัฒนาความเห็นต่างออกมาแล้วก็เปึนนโยบายที่ดี แล้วถึง นําเข้าสภาครับท่านประธาน วันนี้เถียงกันไปหลายคนไม่เห็นด้วย ท่านประธานฟัง เมื่อวานนี้ ผมฟังแล้วผมสะเทือนใจ ท่านรัฐมนตรีซึ่งรู้จักกันดีท่านก็ขึ้นมาพูดว่าขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกําลังไปเจรจาที่ต่างประเทศ ถ้าสภาผ่านก็จะได้ลงนามเขา หดหู่ ไหมครับท่านประธาน มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศเรา นักวิชาการที่เปึนนักกฎหมายให้กับ กลุ่มเอ็นจีโอบางกลุ่ม ไปเอายัดเยียดว่าไม่ไว้ใจนักการเมือง กฎหมาย มาตรา ๑๙๐ จึงเกิดขึ้น ถ้ามีคนพูดเรื่องนี้บ้าง ผมไม่พูดท่านประธาน มันไม่มีใครพูดถึงเลย ผมคิดว่า วันนี้ต้องรีบออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ เปึนกฎหมายว่าด้วย กระบวนการ เราจะได้ใส่กระบวนการประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจไว้ตรงนั้นด้วย ท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้นสภาก็ทําแต่พิธีกรรมเท่านั้นเอง มาผ่าน ๆ แล้วก็ยกมือ ผ่านไป แล้วต่อมารัฐบาลชุดใหม่จะแก้ไขเพิ่มเติมอะไรก็สัมภาษณ์เลยครับว่าจะเลิกสัญญานั้น สัญญานี้กับต่างประเทศ ไม่ได้ท่านประธาน อย่างนี้เราจะพัฒนาประเทศไม่ได้ ท่านเปึน ผู้บริหารถูกด่าอย่างเดียว ที่ด่าท่านนั้นเปึนกระบวนการความเห็นแย้งเท่านั้นเอง ไม่เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ทุกคนเห็นด้วย ผมพูดเรื่องนี้เสร็จ ผมอาจจะขอพูดเรื่องนั้น นิดหนึ่ง เรื่องสาระสําคัญ ผมจะพูดเรื่องเดียวที่ผมมานั่งฟังท่านรัฐมนตรีพูดก็คือเรื่อง กองทุนตราสารหนี้ เรื่องอื่นไม่พูด แต่ที่จะพูดมากหน่อยก็คือเรื่องนี้ละครับ ทําไมสภาแห่ง นี้ใครจะเปึนคนเริ่มต้นกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยมาตรา ๑๙๐ ท่านประธาน ผมว่ารัฐบาลต้องทําแล้ว ท่านประธานครับ ต้องเร่งเปึนเจ้าภาพแล้ว เมื่อเปึนเจ้าภาพแล้ว จะได้มีกระบวนการท่านประธาน เริ่มจากนี้มันจะได้ไม่เปึนพิธีกรรม มันจะเข้ามาถึงปุ็บ จะได้พูดให้เห็นว่านี่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ที่เราตกลงกันไว้ ในนี้ต้องทําอย่างนี้ ถ้าไม่ทําอย่างนี้ คุณ จะผูกพันกับเขาไม่ได้ ต้องพูดอย่างนี้ ที่ท่านมาขอนั่นละครับ วันนี้ท่านมาขอว่าท่านจะทํา อะไรกับต่างประเทศ ให้ประโยชน์กับประเทศไทย แต่ประชาชนที่อยู่นอกสภาไม่มา เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรในมหาวิทยาลัย ทั้งองค์กรเอกชน ทั้ง ส.ส. ส.ว. ที่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่มีใคร ได้ร่วมคิด เขาเรียกว่าไม่ได้ก่อให้เกิดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเลย มีแต่ประชาธิปไตย ทางการเมืองซึ่งเปึนการเมืองเสมือนจริง ไม่ใช่เรื่องจริง ถ้ามาตรา ๑๙๐ เรื่องจริงต้อง ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ จะไปตกลงกับเขาได้ประโยชน์อะไร ได้ประโยชน์แค่ไหน ผมจะโยงสาระในเรื่องที่ผมฟังท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ กองทุนตราสารหนี้นี่ดีหน่อยนะครับ คนเอเชียเขาให้มากหน่อย ญี่ปุ์นกับจีนให้ตั้ง ๒๐๐ อเมริกากับเกาหลีให้ ๑๐๐ ที่เหลือ พวกเรารวมกันเอง ผมฟังแค่นี้ผมก็เห็นว่านี่มันเปึนเจตนาดีของมวลสมาชิก ต้องการสร้าง ตัวนี้ ให้หลักประกันกับชุมชนเอเชียของเรา แล้วก็ดึงยักษ์ใหญ่หลายประเทศมาร่วมด้วย นี่คือสาระบางอย่างที่ท่านได้ชี้ให้กับสภา แต่เรื่องนี้ถ้าเราได้พูดกัน เป่ดประชาธิปไตย ทางเศรษฐกิจ มันจะมีความหลากหลายตรงนั้นและจะมีหลายอย่าง

ท่านประธานครับ ถ้าท่านไปลงนาม มันมีหลายอย่างที่ต้องสนใจ สนใจ อะไรครับ กองทุนนี้ใครได้ประโยชน์ มันจะพัฒนาไปสู่เงินสกุลเดียวไหม หรือว่ากองทุนนี้ จะยึดอยู่กับสกุลไหน นี่จะเอาดอลลาร์เปึนหลักอีกหรือเปล่า เพราะอะไรครับ ต้องพูด เรื่องนี้ เอาดอลลาร์เปึนหลักได้อย่างไรท่านประธาน อเมริกาเอาอะไรพิมพ์ เอาเครดิต ประเทศไปพิมพ์แบงก์ ไม่ต้องมีหลักประกันอะไรเลย ถ้ากองทุนใดกองทุนหนึ่งจะไปยึดอยู่ กับเงินกองทุนนี้ ถ้าอเมริกาล่มสลายล่ะ มันไม่เจ๊งกันหมดหรือ ประเด็นนี้มันก็ต้องพูดว่า ทําไมไม่เอาสกุลเอเชียเราเปึนหลักล่ะ คุณจะเอาหยวนก็ได้ ถ้าไทยมีไม่ถึงก็เอาหยวนมา เปึนหลัก เพราะว่าความเชื่อมั่นต่าง ๆ มันเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าอนาคตฝากไว้กับคนอยู่ไกล ผมอยากจะพูดเรื่องหลาย ๆ อย่าง แต่ผมก็ติดอยู่ประเด็นเดียว ท่านประธานครับ ติดอยู่ ว่าทําไมเราต้องมาทําการเมืองเสมือนจริงกันซ้ําแล้วซ้ําอีก แล้วก็ติดอยู่ที่พิธีกรรมครับ ท่านประธานท่านนั่งอยู่นี่ท่านรู้ดี บางทีเราทะเลาะกันเรื่องข้อบังคับ ซึ่งเราสร้างเอง เราเขียนเอง แล้วก็ทะเลาะกันเอง เพราะอะไรครับ ต้องการให้เปึนไปตามข้อบังคับ ผมว่า วันนี้เวทีแห่งนี้ถ้าเรากลับไปคิดแล้วรีบออกกฎหมายมารองรับมาตรา ๑๙๐ กระบวนการ ขอผ่านกฎหมายเหล่านี้หรือข้อความต่าง ๆ หรือสัญญาต่าง ๆ หรือกรอบคิดในเรื่อง ต่าง ๆ ของรัฐบาล ของฝ์ายบริหาร เราเข้าใจมันลึกซึ้ง ผ่านกระบวนการของกฎหมายมา อย่างชัดเจน มาถึงตรงนี้แล้วใช้เวลาน้อยมากท่านประธาน อันนี้ใช้เวลามากเหลือเกิน ๓-๔ วันท่านประธาน ไม่ได้ทําอะไรเลย แล้วต่อไปก็ยังจะทะเลาะเรื่องหนี้ ผมจะขอยืนยัน ไว้เลยนะครับท่านประธาน เราพูดกันวันนี้ ถ้าเมื่อไรไม่กลับไปสู่การเมืองเรื่องจริง เราติด อยู่ในการเมืองเสมือนจริง เราก็กลายเปึนหมอผีที่ต้องทําพิธีกรรมพิธีกรรมหนึ่งให้มันจบ เท่านั้นเอง นี่คือสาระของประชาธิปไตยทางการเมือง รูรอยที่ไม่ยึดโยงกับแผ่นดิน

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะพูดท่านประธานครับ วันนี้รัฐได้เปลี่ยนไปแล้ว ท่านประธาน นิยามใหม่แล้ว นิยามของรัฐใหม่แล้ว ปัญหารัฐชาติกับปัญหาชาติพันธุ์ มนุษย์เกี่ยวข้องกันโดยตรงท่านประธาน ท่านประธานอาจจะคิดว่าผมพูดเรื่องอะไร ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่หันหน้าไปทางทิศเหนือ ประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร คนพูดภาษาไทยหมดเลยครับท่านประธาน ตั้งแต่ชายแดนของ ท่านคนก็พูด ๒ ภาษา คือภาษาเขมรกับภาษาไทย มันเปึนเรื่องชาติพันธุ์ ไม่ใช่เรื่องรัฐชาติ คนภาคเหนือตั้งแต่ชายแดนไปจนกระทั่งถึงสิบสองปันนาถึงซุ่ยลี่ รอบประเทศเรามันเปึน ชาติพันธุ์เดียวกัน แต่ว่าในรัฐชาติมันต่างกัน วันนี้เราเอาชาติพันธุ์ไปเปึนรัฐชาติ จึงทําให้ เราต้องสูญเสียดินแดนอย่างไร เราเข้าใจว่าประเทศไทยคืออะไร คําว่า ประเทศไทย เกิดขึ้นในสมัยใด ท่านประธานครับ ก็สมัยจอมพล ป. นี้เอง ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ประเทศไทย ที่ผมพูดประเด็นนี้ผมกําลังจะบอกท่านว่ารัฐชาติ นิยามแห่งรัฐมันเปลี่ยนไป ถ้านิยาม แห่งรัฐมันเปลี่ยนไปแล้วติดอยู่ในนิยามเดิมอะไรเกิดขึ้นท่านประธานครับ ผมยกเรื่อง โทรศัพท์ ท่านรัฐมนตรีอยู่ด้วย ขอความกรุณาท่านดูเรื่องเขตบริการท่านประธาน เมื่อก่อน จังหวัดพะเยามันอยู่กับจังหวัดเชียงราย พอแยกอําเภอพะเยาเปึนจังหวัดพะเยา ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ จาก ๐๕๓ เปึน ๐๕๔ แล้วเก็บเปึนทางไกล ใครเอาเปรียบ สมัยนั้นเปึนหน่วยงานของรัฐ รัฐเอาเปรียบประชาชนไม่เปึนอะไร วันนี้คุณให้เอกชนมา สัมปทานไปแล้ว คุณยังปล่อยให้เขตบริการเหล่านี้มาทําร้ายประชาชนอีก เพราะอะไรครับ นี่ละคือตัวอย่างของนิยามคําว่า รัฐ มันเปลี่ยนไป การกู้เงิน วันนี้การระดมทุนตลาด หลักทรัพย์เปึนแหล่งระดมทุนนะครับ บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เปึนแหล่งระดมทุน แต่ว่ากฎหมายหลายฉบับนี่กลับไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ทําให้แหล่งระดมทุนกลายเปึนที่ กระจายทุนแล้วก็เปลี่ยนแปลงจากรัฐเปึนเอกชน ท่านครับ วันนี้ขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านจะเจรจากับกรอบต่างประเทศในเรื่องใดก็ตามที่เกี่ยวกับ คลื่นความถี่ ที่เกี่ยวกับโทรศัพท์กรุณาเถอะสงสารประเทศ ไปทบทวนเรื่องเขตบริการของ โทรศัพท์เสีย แล้วการเจรจาของท่านจะได้ประโยชน์กับประชาชน วันนี้ท่านจะเจรจากับ ใครก็ตามถ้าเปึนเรื่องโทรศัพท์เข้ามาในประเทศนะครับ เขาเข้ามาโกงประชาชนตลอดเลย คนจากจังหวัดพะเยาโทรไปที่จังหวัดเชียงรายซึ่งเคยเปึนจังหวัดเดียวกัน เคยเปึนภายใน กลายเปึนต่างจังหวัด เขตต่างจังหวัดนะครับ วันนี้ผมโทรศัพท์อยู่ที่ไหนผมหลอกใครไม่ได้ เพราะมันยึดโยงกับเสาโทรศัพท์ ถ้าเขตมันยังอยู่ในความหมายของรัฐเดิม ในนิยามเดิม นะครับ ใครเสียเปรียบครับ ประชาชนครับ ใครได้เปรียบครับ ผู้ได้สัมปทานครับ ทั้งหมด ที่ผมพูดนี่ผมพูดทําไมครับ เกี่ยวกับที่กําลังพูดกันที่ไหน เกี่ยวตรงนี้ท่านครับ ถ้าเรา ไม่เข้าใจนิยามของคําว่า รัฐ ที่เปลี่ยนไป ความดีความงามเปลี่ยนไปจากเดิม เราจะ ทะเลาะกันในนิยามเดิมครับ และผลประโยชน์จะตกอยู่ที่ใครครับ ตกอยู่ที่ผู้ได้รับ สัมปทาน ทั้งหมดที่ผมพูดผมชี้ให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐสภาแห่งนี้จะมานั่งเร่ง ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยมาตรา ๑๙๐ ให้จบเร็ว ๆ ไม่อย่างนั้นเสียหาย ท่านประธาน ไร้ประโยชน์ที่เราจะมาพูดกันตรงนี้ในเรื่องเหล่านี้ แล้วในที่สุดผมก็กลายเปึน หมอผีคนหนึ่งที่มาเป์าเสกให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านหรือไม่ผ่านด้วยตัวผมเอง กลายเปึน พิธีกรรมเท่านั้นเอง ไม่ใช่การเมืองเรื่องจริงครับ ผมย้ําอย่างนี้นะครับ ต้องการให้ประเทศนี้ เปึนประเทศที่เปึนการเมืองเรื่องจริงต้องรีบดําเนินการประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจโดยเร็ว ทําอย่างไร ห่วงโซ่ใจกลางมันคือ ออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้ครบในทุกเรื่องที่ เขียนไว้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้กลับมา ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

จบแล้วใช่ไหมครับ ขอบพระคุณนะครับ พูดมากกว่านี้เหนื่อยนะครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านมณเทียร บุญตัน ขออภัยครับ เชิญ

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมจะ ขออนุญาตท่านประธานได้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของกรอบการเจรจากู้เงินจาก ต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ นะครับ ผมคิดว่าหลายท่านก็ได้พยายามพูดถึงเรื่องการหาทางเลือกแทนการกู้ยืมเงินไปแล้ว แต่ก็ เปึนสิ่งที่น่าคิดนะครับว่าจริง ๆ แล้วนี่ ในขณะที่เรามีแผนการในการกู้ยืมเงิน ซึ่งได้ผ่าน ความเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งนี้ไปต่างกรรมต่างวาระกันนะครับ เปึนจํานวนเงินกว่า ล้านล้านบาทแล้ว และขณะนี้การเบิกจ่ายก็ยังเปึนที่น่าสงสัยว่าดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากน้อยขนาดไหน และเปึนที่น่าแปลกใจก็คือโครงการ ๖ โครงการ ผมจํา ได้ว่าในการพิจารณาร่างทั้งพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติได้มีการซักถามว่า เพราะเหตุใดในแผนการที่จะนําเงินมาใช้เพื่อทําให้ไทยเข้มแข็งจึงไม่ได้ให้ความสําคัญ และไม่ได้ให้น้ําหนักมากพอกับการคมนาคมระบบราง ซึ่งก็ได้รับการชี้แจงนะครับ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังเห็นได้ว่าประเทศไทยเรานั้นยังให้ความสําคัญกับการพัฒนาระบบ คมนาคมระบบรางนี้น้อยเกินไป จนในท้ายที่สุดเกิดปัญหาขึ้นแล้วยังแก้ไม่ตกจนถึง ปัจจุบัน ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยนะครับว่าความเปึนไปได้ในการใช้เงินกู้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามโครงการ ๒-๕ ยังมีความน่าสงสัยอยู่นะครับว่าในขณะที่ระบบโครงสร้างการบริหาร ของการรถไฟยังมีปัญหา ความเปึนไปได้ในการนําเงินมาบริหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยังจะมีความเปึนไปได้ขนาดไหนนะครับ

ส่วนกรณีโครงการที่ ๑ รถไฟฟัานี่ ผมเองเคยอภิปรายไปหลายครั้งแล้วว่า ไม่ว่าจะเปึนโครงการขนาดใหญ่ในลักษณะใดก็ตาม จริง ๆ เราอยู่ในโลกที่การคํานึงถึง ประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่าที่สุด ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้มาก ที่สุด แล้วก็กระแสการพัฒนาสังคมในปัจจุบันซึ่งคํานึงถึงสิทธิมนุษยชนมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยเรากลับมีปัญหาที่การลงทุนขนาดใหญ่ไม่เอื้อต่อการใช้ ประโยชน์ของกลุ่มประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลายเกิดขึ้นซ้ําซาก ขณะนี้ก็ปรากฏว่า แม้กระทั่งโครงการรถไฟแอร์พอร์ท ลิงค์ (Airport link) ก็มีปัญหาว่า การจัดสภาพแวดล้อม ก็ไม่เอื้อต่อผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาสหลายประเภท ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วโครงการนี้ เพิ่งจะเริ่มเมื่อไม่กี่ป้นี้เอง ผมได้ทราบว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมอาคารได้อยู่ใน ระหว่างการจัดทํา เพราะฉะนั้นเหตุผลเดียวที่ทางผู้บริหารดําเนินการไปในขณะนั้นก็คือ เมื่อมีการกําหนดทีโออาร์ (TOR) นั้นกฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ เมืองไทยก็จะเปึน อย่างนี้ว่าถ้ามีโครงการใดก็ตามที่ออกมาแล้วมันมีความบิดเบี้ยว มันใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า คําตอบก็คือขณะที่เริ่มสร้างนั้นกฎหมายยังไม่มี เพราะฉะนั้นความรู้ที่เกิดจากการที่ คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ กระทรวงต่าง ๆ ไปดูงาน ไปถ่ายภาพมาจากต่างประเทศ มันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย ตราบใดที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายบังคับให้ คนทํา ผมก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตท่านประธานครับว่าไม่ว่าท่านจะกู้ยืมเงินในจํานวนนี้ ซึ่งผมก็แปลกใจว่าในโครงการไทยเข้มแข็งที่เปึนโครงการหลักไม่ได้ให้น้ําหนักเท่าที่ควร แต่ว่าถ้าท่านจะขอกู้เพิ่มก็เห็นความจําเปึน ก็ขอให้ท่านได้ให้ความสําคัญกับการกําหนด คุณสมบัติในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเปึนโครงการหมายเลข ๑ รถไฟฟัาสีม่วง ขอให้กําหนดไว้ในทีโออาร์ตั้งแต่ เริ่มแรกนะครับว่าจะต้องเปึนโครงการที่มีการออกแบบที่เปึนสากลหรือยูนิเวอร์ซัล ดีไซน์ (Universal design) เพื่อเปึนหลักประกันในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ของคนทุกกลุ่ม ไม่ต้องไปอ้างหรอกครับว่าขณะนี้กฎหมายมีหรือยัง ถ้าไม่มีกฎหมายก็ยังไม่ต้องทํา แล้วรอให้มีกฎหมายก่อนในอนาคต ซึ่งก็จะเปึนปัญหาเหมือนที่เราประสบปัญหามา ๔ วันนี่นะครับ

ผมขออนุญาตท่านประธานเห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไปก่อน หน้านี้นะครับว่า ปัญหาที่เราต้องมานั่งถกเถียงและบางครั้งองค์ประชุมไม่ครบก็เพราะว่า เราไม่มีกฎหมายลูกตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ถ้าเรามีกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมว่าเราคงไม่มานั่ง ๔ วัน เพื่อพิจารณารายละเอียดบางอย่าง บางประการ ซึ่งหลายท่านก็ไม่รู้เรื่อง ผมเองก็ยอมรับนะครับว่าหลายเรื่องผมไม่ได้ศึกษา มาก่อน อันนี้ก็เปึนปัญหาจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมขอเรียนย้ํานะครับว่าประเด็นที่มา ของเงิน ก็มีหลายท่านพูดไปแล้ว แต่ผมสนใจเรื่องการนําเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรจะต้องคํานึงถึงประโยชน์ใช้สอยของประชาชน อีกประมาณ ๑๐ ป้ข้างหน้าเราจะมี ผู้สูงอายุเกิน ๑๐ ล้านคน เราจะมีคนพิการ ขณะนี้แม้ว่าจะจดทะเบียนเพียงไม่ถึงล้านคน แต่เอาเข้าจริง ๆ เรามีคนพิการประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร เมื่อนําจํานวนคนพิการ บวกกับผู้สูงอายุ ก็จะไม่ต่ํากว่า ๑๕ ล้านคนอีกไม่กี่ป้ข้างหน้า และยังจะมีกลุ่มผู้ด้อยโอกาส มีสตรี มีเด็กเล็ก มีอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นโครงการขนาดใหญ่ที่เปึนโครงการทางด้าน ขนส่ง ทางด้านคมนาคม ควรจะต้องคิดให้ดีแล้วก็ใช้เงินให้คุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ต้องมาทะเลาะถกเถียงกันภายหลังว่าในขณะที่เขียนทีโออาร์นั้นยังไม่มีกฎหมายบังคับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องทําก็ได้ คงไม่ต้องมีคําวินิจฉัยของศาลปกครอง ด้วยความเคารพ ผมไม่อาจก้าวล่วงคําวินิจฉัยศาลปกครองว่าหน่วยงานของรัฐไม่จําเปึนจะต้องปฏิบัติตาม มติคณะรัฐมนตรี ซึ่งกําหนดว่าให้หน่วยงานของรัฐจัดสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับ คนพิการและผู้สูงอายุ อันนี้เปึนเรื่องที่ผมเองก็สงสัยเหมือนกันว่า ถ้าเรามีมติ ครม. ไป ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการให้บริการประชาชนจัด สิ่งอํานวยความสะดวก แต่ปรากฏว่าเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิไม่ต้อง แพ้คดีจากการฟัองร้องของภาคประชาชน ทางศาลปกครองท่านได้กรุณาวินิจฉัยว่า หน่วยงานของรัฐไม่จําเปึนต้องปฏิบัติตามมติ ครม. ก็ได้ อย่างนี้เปึนต้น อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ น่าเสียใจและเปึนสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้นเงินอีกกี่พันกี่หมื่นล้านบาทก็ตาม ที่พวกผม เองทุกคน พี่น้องประชาชนทุกคนจะต้องเสียภาษี จะต้องแบกภาระในการไปชําระหนี้ ก็ขอให้ท่านได้ใช้เงินนั้นอย่างสมเหตุสมผล และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด คํานึงถึง ประโยชน์ใช้สอยของคนทุกกลุ่มจริง ๆ ไม่ใช่คําว่า แมส (Mass) ที่แปลว่าคนส่วนใหญ่นะครับ ผมเคยได้ยินผู้บริหารบริษัทขนส่งรถไฟฟัาบริษัทหนึ่งพูดว่า คําว่า แมส ในความคิดของท่าน คือคนส่วนใหญ่ ไม่มีเวลาพอที่จะมาคํานึงถึงความต้องการของคนกลุ่มน้อยบางกลุ่ม เพราะฉะนั้นต้องเอาคนกลุ่มใหญ่ไว้ก่อน อันนี้ผมคิดว่าน่าจะเปึนวิธีคิดที่มองสังคม ประชาธิปไตยที่น่าจะผิดพลาดนะครับ เพราะแม้ว่าคนกลุ่มใหญ่ ซึ่งอาจจะเปึนคนที่ถูก มองว่ามีกําลังซื้อสูงในปัจจุบันเปึนสิ่งที่จะต้องคํานึงถึงมากที่สุดก็ตาม แต่ความ เปลี่ยนแปลงในเรื่องของฐานประชากรกําลังเปลี่ยนไป และต่อไปในอนาคตกลุ่มคนที่มี กําลังซื้อสูงก็จะเปึนคนสูงอายุ เพราะฉะนั้นถ้าท่านลงทุนในวันนี้แล้วไม่คํานึงถึงผลที่จะ เกิดขึ้นอีกหลายป้ข้างหน้า คําว่า แมส ซึ่งแปลว่าคนกลุ่มใหญ่ในปัจจุบันก็อาจจะ กลายเปึนจุดที่ไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มทุนต่อไปในอนาคตได้ เพราะฉะนั้นผมขอฝากรัฐบาล นะครับว่า เอาเถอะนะครับว่าท่านจะขอกู้ยืมเงินนอกเหนือไปจากโครงการที่ได้ขอมาแล้ว เปึนล้าน ๆ บาทนั่นเองนะครับ ก็ขอให้ท่านได้คิดก่อนที่ท่านจะลงมือสร้าง อย่าให้ได้มี ปัญหาฟัองร้อง อย่าได้มีปัญหาว่าพี่น้องประชาชนต้องออกมาโอดครวญว่าสิ่งที่ได้ใช้เงิน เปึนหมื่นเปึนแสนล้านบาทสร้างไปนั้น มันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนหลายกลุ่ม แต่มันเปึนการสร้างตราบาปแล้วก็โทษกรรมต่อพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอแสดงความเห็นประกอบการเจรจาการกู้เงิน จากต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งหลายคนก็ได้อภิปราย ผมเองคง จะมีข้อท้วงติง หรือข้ออยากฟังความคิดเห็นต่อกรณีในข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ซึ่งต้อง ขออนุญาตนําเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ แม้ดูรายละเอียดในสาระสําคัญ และเปึนเรื่องต่อเนื่องจากอดีตรัฐบาลในสมัยที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตนายกรัฐมนตรี คุณทักษิณ ชินวัตร ต่อมาถึงคุณสมัคร สุนทรเวช ต่อมาถึงคุณสมชาย แล้วก็นําไปสู่ รัฐบาลปัจจุบัน คือหลาย ๆ พ.ศ. ที่มีการศึกษากันมา แต่ถ้าดูในรายละเอียด ผมเรียน ตามตรงนะครับว่าท่านหยิบมาเพียงแค่บางประเด็น เหมือนกับเปึน เคส สตัดดี (Case study) แต่ว่าถ้าดูในวงเงินแล้วค่อนข้างน่าเปึนห่วง แต่ผมก็ชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมนะครับ ที่บางส่วนนั้นดูเสมือนว่าท่านกล้าตัดสินใจ แต่ถ้าดูในดีเทล (Detail) ในรายละเอียดแล้ว ผมเปึนห่วงต่อความสําคัญในเรื่องขององค์รวมของโลจิสติกส์ ระบบราง นั่นหมายถึงว่ามองภาพของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมถึง แอสเซท (Asset) ด้วย รวมถึงที่ดินต่าง ๆ ที่มีอยู่ทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งหมด ดูเสมือนว่า กลุ่มที่จับขึ้นมาหยิบจับก็คือต่อเรื่องของการกู้เงินในเรื่องของต่างประเทศแล้ว ผมกลับ วิตกกังวล เพราะบางเรื่องถ้ามองดูกลุ่ม หรือพื้นที่ หรือจังหวัด หรือการบริหารงานที่จะ เกิดขึ้นในบางจังหวัด หรือในกลุ่มจังหวัดที่ผมเรียนตามตรงแล้วว่า ฟาวน์เดชัน (Foundation) มันยังไม่มีการปรับปรุงเลย ภาวการณ์บ้านเมืองในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ถดถอย ตัวเลขการส่งออก แม้กระทั่งยกตัวอย่างในจังหวัดสระบุรี เช่น โครงการที่แก่งคอย ก็มีอยู่ในนี้ด้วย ท่านประธานรัฐสภาครับ โรงปูนซีเมนต์บางโรงหยุดเตาเผาไป ท่านศึกษา หรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นการลงทุนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาของผมก็เคย เปึนหนึ่งในโครงการที่ขอรับการสนับสนุนในอดีตในเรื่องระบบรางที่ชุมทางภาชี และปัจจุบันนั้นก็ลงระบบโลจิสติกส์ทางน้ําที่อําเภอนครหลวง อําเภอท่าเรือ ผมได้ดู แผนพัฒนาตรงนี้แล้วท่านจะซื้อโบกี้หัวรถจักร ตัวลาก ตัวทรัค (Truck) หรือตัวใส่ตัวขนส่ง ดูเสมือนว่าจุดนั้นจะเปึนจุดที่พัฒนาแบบต่อเนื่อง แต่ผมได้ดูแล้วระบบที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา โดยฮับ (Hub) ที่อําเภอภาชี มันขาดการต่อเนื่อง ตรงนี้ต้องเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีนะครับว่าระยะการคํานวณจุดคุ้มทุนต่อโครงการที่จะเปึนหนี้สาธารณะนั้น ผมเรียนตามตรง ผมมีความห่วงใยครับท่านประธาน เพราะดูเสมือนว่ารัฐบาลจะกู้ คํานึงถึงด้านเดียวคือด้านเงินที่จะมีไปใช้จ่าย แต่รายรับต้องกราบเรียนท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประดิษฐ์ที่ผมเคารพรักผ่านท่านไปว่าสิ่งเหล่านี้พี่น้อง คนไทยตระหนักครับ เพราะผมได้ลงพื้นที่กับกลุ่มสมาชิกพรรคเพื่อไทยเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมา เกี่ยวข้องกันต่อเนื่อง ผมได้แอบรู้มาว่าท่านกําลังที่จะดําเนินการให้เปึนไปตามแผน โดยเฉพาะเรื่องการใช้จ่ายเงิน แล้วก็มาขอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาแห่งนี้ แต่ได้ ตรวจสอบดูในการลงทุน แม้กระทั่งการขนส่งทางน้ําที่มีผลกระทบกับระบบตลิ่ง ริมแม่น้ําป์าสักก็ดี ริมแม่น้ําเจ้าพระยา ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมคล้ายกับจังหวัดระยอง หรือไม่ในอนาคตต่อไป แผนการศึกษาเหล่านี้ ผมเรียนตามตรงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคงจะต้องดูรายละเอียดด้วย จังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ท่านไปลงนะครับ หรือในภาคอีสานก็ว่าได้นะครับว่าในส่วนของ การดําเนินการผมขออนุญาตนิดหนึ่งท่านประธาน ข้อเท็จจริงการรถไฟแห่งประเทศไทย มีมติคราวประชุมผมไม่บอกเรื่องรายละเอียด เปึนเรื่องของที่นําเสนอในการปรับปรุง เส้นทางต่าง ๆ ได้แก่ ชุมทางแก่งคอย แก่งเสือเต้น สุรนารายณ์ อะไรต่าง ๆ พวกนี้ อําเภอ บัวใหญ่ เขตติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้ดูในรายละเอียดแล้วผมเรียนตามตรงนะครับ ว่าต่อความห่วงใยสิ่งเหล่านี้ แม้กระทั่งอีกเส้นหนึ่งซึ่งปัจจุบันนั้นจังหวัดฉะเชิงเทรา อําเภอศรีราชา อําเภอแหลมฉบัง คลอง ๑๙ อําเภอแก่งคอย ขาดการต่อเนื่องครับท่าน เพราะจริง ๆ แล้วถ้าดูในรายละเอียดและสาระสําคัญผมเรียนท่านประธานนะครับว่า เส้นปูนซีเมนต์เส้นนี้ลากไปถึงไหน การขนส่งโดยเฉพาะประเทศที่เพิ่งกําลังถูกรัฐบาลไทย ดําเนินความสัมพันธ์เรื่องต่างประเทศที่ผิดพลาดก็คือเรื่องของประเทศกัมพูชา ตรงนี้ ต้องพูดกันครับท่านประธานครับว่าระบบที่เราเคยวางกันไว้ยันแหลมฉบังต่อเส้นทาง เสียมเรียบ สะแรอัมเป่ล ไปโฮจิมินห์ ล้วนมีความผูกพันกันอย่างสิ้นเชิง อย่างต่อเนื่องครับ ไม่ใช่อย่างสิ้นเชิง สิ่งเหล่านี้รัฐบาลคงไม่ได้คิดและตระหนักครับว่าแผนการพัฒนาระบบ โลจิสติกส์ในอดีตจนถึงปัจจุบันที่ท่านหยิบยกลงมานี่ ดูเสมือนมันเปึนความสัมพันธ์ ที่ต่อเนื่องอาจจะตอบกับสังคมได้ว่ารัฐบาลในอดีตเขาศึกษามาผมก็เลยเอามาทําต่อ แต่ท่านต้องคิดนะครับว่าบริบทมันเปลี่ยนไป รายได้ในการส่งออกมันต่ํากว่าขณะนี้ แล้วท่านจะลงทุนหรือครับ ปูนซีเมนต์นะครับ หยุดเตาเผาบางตัว บางโรงในเขตแก่งคอย ท่านดูหรือเปล่า แต่ระบบเหล่านี้มันรองรับเรื่องการขนส่งทั้งพืชไร่ พืชไร่ที่ผมดูแล้วนะครับ กระทรวงพาณิชย์ดูตัวเลขจากการอภิปรายต่อความห่วงใยของท่านสมาชิกรัฐสภาที่ผ่านมา รัฐมนตรีท่านก็ตอบไม่ค่อยตรงประเด็น ตัวเลขการส่งออกโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ไทย-กัมพูชาไปออกเวียดนาม โดยผ่านเส้นทางที่เรามีการพัฒนา บัดนี้เส้นทางเหล่านั้น จะถูกป่ดครับ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ผมบอกนะครับว่าเดือดร้อนครับ การที่ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ดําเนินความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศ เพื่อนบ้านคือประเทศกัมพูชาเกิดผลกระทบเปึนองค์รวมกับกลุ่มที่เราจะดําเนินการธุรกิจ ตรงนี้ เกทเวทย์ (Gateway) ด้านนี้ผมเรียนตามตรงว่าต่อไปในอนาคตบอดครับ ยังไม่รู้ จะบอดอีกกี่ประเทศ กี่พรมแดน ผมถึงกล่าวเหล่านี้นะครับว่าสิ่งที่สําคัญเมื่อมันเปึนแผน หรือเปึนกรอบมาให้รัฐสภาแห่งนี้โดยสมาชิกรัฐสภาซึ่งดูเสมือนตรายางนะครับ เร่งเวลา เหลือเกินบอกเวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา แล้ววิทยาอภิปรายเสร็จจะขอป่ด ผมไม่เห็นด้วยครับ และท่านพยายามจะเร่งรัดให้สมาชิกรัฐสภาซึ่งดูเสมือนว่าฝ์ายค้านต้องรับผิดชอบต่อการ พิจารณา ต่อการอภิปราย

ท่านประธานที่ผมเคารพ ผมพยายามทํางานเต็มที่ครับ สิ่งเหล่านี้ ต้องบอกกันนะครับว่าถ้าเราก่อหนี้ต่อไปในอนาคตผมดูนะครับ มีขั้น มีตอนในการ ที่จะดําเนินการ กระบวนการที่จะดําเนินการขั้นตอนต่าง ๆ เช่น ระยะกรอบต้นทุนหรือ ระยะเวลาในการกู้เงิน กรอบในการจัดซื้อจัดจ้าง กรอบดําเนินการในระยะต่อไป กรอบ ในการกํากับ ติดตาม ตรวจสอบ การใช้จ่ายเงิน การเสนอรัฐสภาและความเห็นลงนาม ในสัญญากู้ การเสนอรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบกรอบการเจรจากู้ไม่เห็นมีบอกเลยว่า เราจะใช้หนี้เขาอย่างไร ไม่มีเสนอแผนการชําระหนี้ อย่างนี้ถูกหรือไม่ อย่างไร ผมก็ไม่ทราบ ยิ่งดูไปในรายละเอียด ต่อไปแล้ว มันไม่มีรายละเอียดพอนะครับที่จะดู ย้อนกลับไปที่ผมบอกแอสเซทของ การรถไฟฟัาคือที่ดินหลักทรัพย์ที่รถไฟมี มันน่าจะมาเปึนส่วนหนึ่งที่เราสามารถที่จะตอบ โจทย์สมาชิกรัฐสภาได้ว่า บรรดาที่ดินที่มีอยู่เราจะทําอย่างไร บางซื่อจะทําอย่างไร แก่งคอยก็มีที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งเยอะแยะ ชุมทางภาชีก็มีตั้งเยอะแยะ หนี้สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทจะทําอย่างไร ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ควรจะมีแผนต่อเนื่องให้สมาชิกรัฐสภาได้แนบดูในรายละเอียดว่าสถานะของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมผู้อาจหาญที่สามารถ ดําเนินการแก้ปัญหาได้ที่ระดับหนึ่งต่อพนักงานรถไฟ เรื่องหนี้ควรจะต้องบอกว่าหนี้ ในอนาคตการรถไฟแห่งประเทศไทยเองมีหนี้ที่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่เปึนหนี้อยู่นั้น จะทําอย่างไร ไม่มีครับ ท่านหยิบมาตอนเดียวเอามาเสนอว่าท่านจะแก้ระบบราง โดยเฉพาะชุมทางอะไรถ้าผมได้กล่าว แต่ท่านไม่บอกว่าศักยภาพของพื้นที่ที่พัฒนาไปแล้ว ในระบบโลจิสติกส์ขนส่งทางน้ําจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องอําเภอนครหลวง อําเภอภาชี ระบบรางเข้าไป นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้นจะพัฒนาอย่างไร ให้ภาคเอกชน ดําเนินการอย่างไร ไม่มี หนี้สาธารณะที่ผมไม่อยากเห็น ประเทศนี้มีแต่หนี้สาธารณะครับ รัฐมนตรีคิดได้แค่นั้นหรือครับ ทําอย่างไรให้ภาคเอกชนเขามีส่วนร่วม ผมเคยพูดในการ พิจารณางบประมาณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการประดิษฐ์ก็คงทราบ พีพีพี (PPP) ภาคประชาชนมี ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่เราไม่มีเงิน เราจะกู้เขาอย่างเดียวหรือครับ ผลักการลงทุนภาคเอกชน เงินในระบบของธนาคารมีเยอะแยะครับทําไมเราไม่ใช้สักนิด ปัญญาที่มีอยู่ของรัฐมนตรีผู้เก่งทั้งหลาย ผมดูแล้วผมว่าส่วนนั้นจะเปึนส่วนที่เอามา เชื่อมโยงให้สมาชิกรัฐสภาเขาได้เห็นบ้างว่า สิ่งเหล่านี้เราสามารถที่จะใช้หนี้หมดภายใน เมื่อไร โดยเฉพาะหนี้สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งจะไม่ได้เกี่ยวกับตรงนี้ครับ ตรงนี้กู้มาก็คือเสมือนว่าลงทุนเพื่อให้เกิดสภาพให้การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นจาก ผีที่ตายซากนั้นกลับมามีชีวิตอยู่ ท่านรัฐมนตรียิ้ม ถ้ากล้าผมสนับสนุนเอา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาด้วยว่าจะทําอย่างไร มันต้องพูดกันให้ชัด และผมคิดว่าถ้าท่านจะจัดสัมมนาให้สมาชิก รัฐสภาเขาได้ตาสว่างบ้างสําหรับหนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยทําเถอะครับ ผมเชียร์ แต่ถ้าจะทําแค่ตรงนี้แล้วขอความเห็นชอบกรอบเจรจาจากรัฐสภาเพื่อที่จะไปดําเนินการ เพียงแค่ส่วนนี้ ผมขอทักท้วง เพราะส่วนนี้มันจะไม่ง่ายไปหน่อยหรือครับ ขอแค่กรอบ เจรจากู้มันก็คือสร้างหนี้สาธารณะอีก แต่ส่วนที่เราบอกว่าเปึนความกล้าหาญที่รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องแสดงให้เห็นก็คือแก้หนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งระบบสิครับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทบวกกับแอสเซทที่มีอยู่ ภาคเอกชนเขาก็เสนอทําสิครับ นั่นคือความสามารถที่ผมรอท่านอยู่เรื่องที่ ๑ เพื่อไม่ให้เสียเวลา

เรื่องที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องเพราะว่าท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์เปึนผู้เสนอต่อเนื่อง นะครับ กรอบการจัดตั้งซีจีไอเอ็ม ซึ่งเรื่องนี้ถ้าดูในรายละเอียดแล้วผมเรียนตามตรงก็เปึน ความตกลงร่วมกันของอาเซียน+๓ ก็เรียนอีกละครับพอเห็นประเทศเพื่อนบ้านที่เรากําลัง มีความสัมพันธ์สะบั้นลงก็คือประเทศกัมพูชาก็อยู่หนึ่งในสมาชิกตรงนี้ แต่ว่าเปึนส่วนที่ ประเทศไทยจะต้องเติมเงินในสัดส่วนที่มีข้อตกลงร่วมกัน ก็ห่วงอีกนะครับว่าเวทีแห่งนี้ มันจะไปรอดไหม ซีจีไอเอ็มที่ดูเสมือนว่าเปึนข้อตกลงในกลุ่มเพื่อนบ้านในอาเซียน+๓ จะช่วยกัน ทีแรกก็ดูเสมือนว่าดีเพราะว่า ๑. อดีตรัฐบาลที่ผ่านมา ผมขอขอบคุณ ฯพณฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ลุกลี้ลุกลน ทํางานก็ไม่ได้อยู่กับที่ตอนนั้น ผมก็ได้ติดตามเพียงแค่เล็กน้อย เพราะหน้าที่ผมก็คือประธานวิป (Whip) เปึนผู้แค่ ประสานงาน แต่ก็ต้องขอบอกว่ารายละเอียดเงื่อนไขมันดี แต่ต้องถามรัฐมนตรีว่าบัดนี้ หนึ่งในประเทศนั้นมีปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับเรา มันจะไปรอดไหม ล่ะครับ เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ๒ โครงการนี้ผมเรียนถามท่านเลยครับว่าการใช้ เงินในกรอบที่เราขอต่อรัฐสภา ท่านต้องตอบให้ชัดครับ แล้วท่านสมาชิกรัฐสภาได้โปรด นะครับ ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เปึนสิ่งที่พวกเราจะต้องให้ความเห็น ผมกราบเรียนท่านว่า กรอบตามมาตรา ๑๙๐ ดูเสมือนว่ามันดี แม้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมจะไม่เห็นด้วย แต่บางเรื่องมันก็เปึนข้อสังเกตให้เห็นว่าท่านก็รีบกันเหลือเกิน เพราะว่ายังเหลืออีก ๓ เรื่อง มีบางเรื่องถอนออกไปทั้ง ๆ ที่ภาษาอังกฤษก็แปลกันไม่เสร็จ มันมองถึงว่าการทํางาน ของพวกเรารัฐสภาแห่งนี้ดูเสมือนว่าไม่ค่อยให้ความสําคัญ ก็ขออนุญาตตรงนี้เพื่อไม่ให้ เสียเวลากับท่านอื่น ๆ ในเรื่องของซีจีไอเอ็ม ผมกราบเรียนท่านประดิษฐ์ให้อภิปราย โดยกว้างหน่อยครับ ว่าถ้าเราเติมเงินในสัดส่วนที่ประเทศไทยควรจะต้องเติมนั้น ถามว่า สิ่งนี้มันจะดําเนินการไปรอดไหม แล้วประเทศอื่น ๆ ที่เขามีความขัดแย้งกับเรา หนึ่งใน ประเทศนั้นเขาจะมีปัญหาหรือไม่ อย่างไร ในอนาคตการเจรจาบนโต๊ะที่ไม่เคยมีการ เจรจากัน หารือกัน จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไร ผมเปึนห่วงครับ ขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ฝากให้ชี้แจงกับท่านสมาชิกรัฐสภาก่อนที่เขาจะกดแต่ละครั้งเถอะครับ เปึนเหตุผลหนึ่ง ที่ผมบอกว่าให้พิจารณาทีละเรื่อง มันจะได้อภิปรายกันได้ชัดเจน ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญคุณพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมแสดงความจํานงที่จะขออภิปรายใน ๕.๒ กับ ๕.๓ จะให้ อภิปรายรวมไปเลยหรือเปล่าครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

แล้วแต่ท่านจะพิจารณา ถ้าอภิปราย ก็อภิปรายทั้ง ๒ เรื่องทีเดียวเลยก็ได้ครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ตอนนี้ รู้สึกอยู่ ๕.๑ กับ ๕.๔ ใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

๕.๑ กับ ๕.๔ ครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ของผมยัง ไม่ถึงครับ ท่านประธานกรุณาเรียกผมอีกครั้งหนึ่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือเห็นขึ้นจอ เดี๋ยวจะหาว่าผมลืม ท่าน ไม่ได้ ลืมบุคคลสําคัญก็เสร็จเท่านั้นเอง

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

เข้าใจว่า จะสับสนกัน ผมแสดงความจํานงไว้ใน ๕.๒ เอาไว้ถึงเรื่องนั้นก่อนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไป คุณไชยา พรหมา เชิญครับ

นายไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู 🔗

ท่าน ประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะพูดถึงเรื่องกรอบการเจรจากู้เงิน ต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ผมจะแสดงความคิดเห็นนั้นมีเพียงประเด็นเดียว ก็คือเรื่อง ของกรอบการเจรจาการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัา ซึ่งผมถือว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มี ความสําคัญต่อการพัฒนาระบบการบริหารจัดการการขนส่งทางราง ก่อนอื่นนั้นต้องขอ แสดงความชื่นชมกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ชื่นชมนั้นก็คือว่าท่านได้ ตัดสินใจแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งถือว่าได้ใช้อํานาจการ บริหารตัดสินใจที่จะคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งถือว่าปัญหาของการรถไฟแห่งประเทศไทย นั้นได้สะสมมาเปึนเวลานาน แล้วถ้าเกิดว่าไม่ใช้อํานาจฝ์ายบริหารในการตัดสินใจแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่มันสะสมมาเปึนเวลายาวนานนี้ได้ แต่การตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องของสหภาพนั้นก็คงจะไม่ใช่เพียงประเด็นเดียว ที่จะทําให้ปัญหาของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นจะบรรเทาเบาบางลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของภาวะการขาดทุนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งวันนี้มูลค่าของ การขาดทุนนั้นจาก ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะก้าวไปสู่เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่กรอบการเจรจาที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอเพื่อจะขอกู้เงินต่างประเทศ เปึนสิ่งที่ผมจะต้องท้วงติงไว้ในฐานะที่มีความห่วงใยในการทํางาน เพราะผมคิดว่า การสร้างหนี้สาธารณะ ซึ่งกรอบการเจรจาที่จะต้องไปเปึนภาระทางการคลังของประเทศ ในอนาคตนั้นเปึนเรื่องที่จะต้องให้ความระมัดระวังพอสมควร เนื่องจากว่าหนี้ในปัจจุบันนี้ ที่รัฐบาลได้สร้างขึ้นในป้ ๒๕๕๒ แล้วก็ข้ามไปถึงป้ ๒๕๕๓ นั้น รัฐบาลเองก็ยังไม่มี แผนงานในการที่จะทําให้เห็นว่าภาระหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้รัฐบาลจะหา รายได้จากส่วนใดมาใช้หนี้ คืนเงินกู้จากต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรีเองก็วางกรอบ ในการเจรจาการแก้ไขปัญหาในเรื่องการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟัา อยากจะฟังความคิดเห็น ท่านรัฐมนตรีครับท่านประธานว่า ความเหมาะสมแล้วก็การแก้ไขปัญหาในแนวทางนี้ ท่านคิดว่าเมื่อไปเจรจาแล้วก็มีการกู้เงินแล้ว ปัญหาต่าง ๆ ในการรถไฟแห่งประเทศไทย นั้นมันจะเบาบางและบรรเทาปัญหาการขาดทุนอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะ การขาดทุนที่มีจํานวนเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนปัญหาและเปึนภาระทางการคลัง อย่างมากทีเดียว ท่านประธานที่เคารพครับฝากไปยังท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ครับว่า ถ้าหากว่าแผนการเจรจากู้เงินนี้จะมาแก้ไขปัญหาภาวะการขาดทุนจะต้องมีแผนที่มีความ ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการปรับปรุงโครงสร้างการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น สาธารณะต้องรับรู้ครับว่าแผนของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่จะแก้ไขปัญหาการขาดทุน นั้นจะทําอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ แต่ว่าเพียงแต่ลําพังการจะจัดซื้อรถจักรดีเซลไฟฟัาเพื่อมาแก้ไข ปัญหานั้น ผมคิดว่าไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเท่าไรนัก ผมเสนออย่างนี้ท่านประธานครับ จริงอยู่ว่าปัญหาของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นจะต้องแบ่งปัญหาออกเปึนสัดส่วนที่มี ความชัดเจน เพราะในขณะนี้รายได้ส่วนหนึ่งของการบริหารกิจการรถไฟนั้นมาจากหลาย ส่วนครับ ต้องยอมรับว่าทรัพย์สินเปึนจํานวนมากของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะที่ดินนั้นเปึนที่ดินที่ถือว่าเปึนทําเลทอง ไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะอยู่ในต่างจังหวัด ทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีจํานวนมหาศาล ถ้าบอกว่าถ้าจะพัฒนาระบบรางของการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้วมีระบบสาธารณูปโภค อันเดียวครับมีระบบการคมนาคมอย่างเดียว ก็คือรถไฟนี่ละครับที่เมื่อทําการก่อสร้างแล้ว ไม่ต้องมีการเวนคืนที่ดินก็เพราะว่าเส้นทางรางรถไฟไม่ว่าจะจากกรุงเทพมหานครไปทาง ภาคเหนือ ไปทางภาคอีสาน ไปทางภาคใต้ ไปภาคตะวันออก ซึ่งล้วนแล้วจะมีที่ดินที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยเปึนเจ้าของนั้นมากมาย เพราะฉะนั้นถ้าจะพัฒนาระบบราง ซึ่งในขณะนี้แทนที่จะกู้เงินกรอบการเจรจาไปซื้อเฉพาะหัวรถจักร ผมคิดว่ามีเรื่องอื่นที่มี ความจําเปึน แล้วแก้ไขภารกิจของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ทําแล้วไม่ต้องใช้เงิน จํานวนมาก และให้เกิดประสิทธิภาพ นั่นก็คือการพัฒนาระบบรางคู่ ต้องยอมรับครับว่า ในปัจจุบันนี้ความเสียหายแล้วก็เสียเวลาในการเดินทาง โดยเฉพาะการโดยสารรถไฟนั้น ตราบใดที่เรายังใช้ระบบรางเดียวอยู่ ยังมีปัญหาในเรื่องของการสับหลีก ซึ่งทําให้เกิด ปัญหาความล่าช้าและความไม่สะดวก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการขนส่งทางรางนั้น ตราบใดที่ยังใช้ระบบรางเดียวอยู่ ผมคิดว่าการขนส่งโลจิสติกส์มันจะไม่เปึนที่นิยมของ ผู้บริโภคหรือว่าผู้ที่ต้องการใช้บริการ เพราะฉะนั้นถ้าจะทําแล้วก็น่าที่จะทําให้เปึนเชิง ระบบที่มีความชัดเจนมากกว่านี้ กิจการรถไฟนั้นถ้าหากว่าจะแบ่งสัดส่วนนะครับ แบ่งการบริหารที่มีความชัดเจน นั่นหมายความว่ารายได้จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในขณะนี้รายได้ของการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่สามารถที่จะแยกแยะให้เห็นมีความ ชัดเจนว่าส่วนใดที่เปึนส่วนกําไร ส่วนใดที่เปึนส่วนขาดทุน และส่วนใดที่เปึนภาระที่จะต้อง มีการผ่าตัดนั้น ผมบอกว่าผมเสนอไปยังรัฐบาลอย่างนี้นะครับ บอกว่า

อันที่ ๑ ก็คือ การบริหารจัดการในส่วนของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ต้องมีความชัดเจนว่า ในขณะนี้ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีจํานวนมหาศาล จะต้องมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถที่จะตรวจสอบได้ว่ามูลค่าของการ ให้เอกชนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นจะต้องไม่มีการรั่วไหล และเงินจะต้องกลับมาสู่ เต็มเม็ดเต็มหน่วยของการรถไฟ

อันที่ ๒ การบริหารเชิงระบบ นั่นก็คือการบริหารในการเดินรถนั้น แยกออกมาเลยครับ อย่าเอาไปปะปนกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะได้เห็นว่ากําไร ที่มันเกิดขึ้นนี้มันเกิดขึ้นจากส่วนไหน แล้วส่วนใดที่มันเปึนภาระทางการคลังของ การรถไฟแห่งประเทศไทย

อันที่ ๓ ก็คือ การบริหารเรื่องของการขนส่งทางราง วันนี้ท่านประธาน ที่เคารพครับ เรียนไปยังท่านรัฐมนตรี การขนส่งทางรางนี้นะครับ ผมคิดว่า ๑. เปึนการ ขนส่งที่ต้นทุนต่ํา แล้วรางรถไฟคู่ขนานออกไปนี้ ด้านล่างมันสามารถที่จะทําระบบขนส่ง ทางท่อได้ ไม่ว่าจะการขนส่งน้ํามัน การขนส่งอะไรที่มันเปึนระบบทางท่อนี้ ถ้าหากว่า ท่านจะใช้แผนการพัฒนาในกรอบการเจรจากู้เงินต่างประเทศนี้ ถ้าจะพัฒนาควบคู่ไปกับ การพัฒนาระบบรางแล้วนี้ ผมคิดว่ามันจะเกิดประโยชน์สูงสุดของการพัฒนา การรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งที่ผมมีความห่วงใยในขณะนี้ นั่นก็คือเรื่องภารกิจของการรถไฟ โดยเฉพาะสิ่งที่ได้ทําแล้วแต่ไม่สามารถที่จะดําเนินการ ได้ นั่นก็คือเรื่องของแอร์พอร์ท ลิงค์ วันนี้รัฐบาลท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลต้องมี ความชัดเจนแล้วก็มีความกล้าหาญพอที่จะตัดสินว่า การบริหารระบบการเดินรถในเรื่อง ของแอร์พอร์ท ลิงค์ที่รัฐบาลประกาศว่า จะให้ทันวันที่ ๕ ธันวาคมนี้ ผมยังมีความห่วงใย ว่าสิ่งเหล่านี้คงจะไม่เกิดขึ้น นั่นก็คือการบริหารจัดการที่ยังมีปัญหาในเรื่องของสหภาพ การรถไฟแห่งประเทศไทยมีความขัดแย้งต่อฝ์ายบริหารอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเปึนสิ่งที่ เปึนเครื่องชี้วัดให้เห็นว่าการบริหารเชิงระบบสมัยใหม่นั้น การรถไฟแห่งประเทศไทยเอง จะมีประสิทธิภาพหรือไม่ รัฐบาลต้องมีความกล้าหาญและมีความชัดเจนในการตัดสินใจ ที่จะนําการบริหารสมัยใหม่นี้มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างมาก ทีเดียว

และสิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ท่านประธานครับ การพัฒนาระบบรางนั้น มันควรที่จะเปึนที่รัฐนั้นเปึนผู้ลงทุนในเรื่องของราง แล้วก็เป่ดโอกาสให้เอกชนนั้นเข้ามา สัมปทาน มันจะประหยัดเงินแล้วรัฐบาลเองไม่ต้องเปึนภาระในเรื่องของจะต้องเปึนหนี้สิน ต่างประเทศอีกต่อไป ผมคิดว่าวันนี้รถไฟความเร็วสูงที่พวกเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้มีโอกาสไปดูงานนั้น มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจ วันนี้รัฐบาลตัดสินใจที่จะเปึนกรอบในการเจรจากู้เงินต่างประเทศนี้ ผมก็เชียร์ให้มีการที่ จะผ่าตัดการรถไฟแห่งประเทศไทยนี้ให้มีความทันสมัย เพื่อลดภาระหนี้สินที่เกิดขึ้น ไม่เปึนภาระของรัฐบาลและเปึนภาระทางการคลังของประเทศอีกต่อไป เพราะฉะนั้น ผมจึงมีความห่วงใยว่า กรอบการเจรจาที่จะเกิดขึ้นนั้นผมไม่อยากจะให้เปึนภาระที่จะต้อง เปึนภาระของคนรุ่นหลังที่จะต้องมาหาเงินใช้ในป้ต่อ ๆ ไป เพราะฉะนั้นยังมีวิธีการที่จะ เลือกปฏิบัติอีกมากมายที่เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอแล้ว นั่นก็คือการเป่ดโอกาสให้ ภาคเอกชนนั้นเข้าไปมีส่วนในการบริหารจัดการแล้วมาเปึนเจ้าของร่วมกับการบริหาร ที่ถือว่าเปึนการร่วมทุนของภาคเอกชน จึงอยากจะขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล เพื่อให้นําเรื่องนี้ไปประกอบการพิจารณาต่อไป ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณคมเดช ไชยศิวามงคล

นายคมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การพิจารณาเกี่ยวกับกรอบการ เจรจาเงินกู้ต่างประเทศภายใต้แผนการบริการบริหารหนี้สาธารณะป้ ๒๕๕๓ อยากชี้ให้เห็นอย่างนี้ ครับท่านประธานครับ การบริหารจัดการเกี่ยวกับประเทศ ตัวหลักใหญ่ ๆ มันก็คือการบริหารคน การบริหารงาน การบริหารเงิน การบริหารเวลา คน งาน เงิน เวลา การทํางานกู้เงินมาบริหารประเทศ ถ้ายังตั้งตัวบุคคลที่เปึนอคติ สร้างปัญหาให้ประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะการตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศขึ้นมา แล้วเปึนปัญหากับเพื่อนบ้าน อันนี้มันจบแล้วนะครับ ท่านประธานครับ มันทํางานยากนะครับ ตั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเปึนผู้ก่อการร้ายมาเปึน ควบคุมทูตต่างประเทศ คําว่า ทูต คําเดียว ถ้าเปึนบ้านนอกบ้านนาเราจะบอกว่าคนที่เปึน นักการทูตจะมีคําพูดอยู่คําหนึ่งว่าเปึนสาลิกาลิ้นทอง มันต้องมีความยืดหยุ่น ไม่ใช่ ตื่นขึ้นมาให้ข่าวในประเทศ ต่างประเทศ ประชุมอาเซียนให้ข่าวมีปัญหาหมดเลย เกิดข้อขัดแย้งหมด ด่าคนนั้นที คนนี้ที บริหารประเทศอย่างไรครับ ท่านประธานครับ พี่น้องกันคลานตามกันออกมา ผมมีน้องอยู่ ๘ คน ผมด่าน้องหมดทุกคนแล้วผมไปหามัน มันจะไปให้ความร่วมมืออะไร มันพังตั้งแต่ตรงนี้แล้ว การบริหารประเทศตรงนี้เปึนหลัก เงินไม่มีชีวิตครับ การบริหารมันอยู่กับตัวบุคคลแล้วผลของมันแล้วก็ผลต่อเนื่องของมัน ผมกราบเรียนถามภาครัฐบาลว่าเกือบป้หนึ่งเต็ม ๆ เปึนเดือนที่ ๑๑ แล้วเข้ามาบริหาร บ้านเมืองยังไม่คิดจะหาเงินเข้าประเทศเลยหรือท่านประธาน ยังคิดที่จะกู้เงินต่อไปอีก หนี้สาธารณะครับท่านประธาน หนี้สาธารณะก็คือพาประชาชนไปเปึนหนี้ พูดให้ชาวบ้าน ฟังก็คืออย่างนี้ แล้วก็หารีดภาษีกับชาวบ้านจากการขึ้นภาษีน้ํามัน สรรพสามิตหรือ จุดอื่น ๆ ไฟฟัา ประปา ที่ดิน อันนี้มันสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ควบคุมการทุจริต ไม่ได้เลย ๑๑ เดือนที่ผ่านมานี่ปลากระปิองเน่าก่อนเลย แล้วไล่มาทุกจุดเลย ไล่มา ทุกกระบวนการเลย กระทรวงคมนาคมอย่างนี้ ชาวบ้านก็ตั้งคําถามเลือกไปเปึน ส.ส. เช่ารถอะไร ๑๕ ล้านบาท ๑๗ ล้านบาท เขาก็ถามผมครับ ผมก็มาเรียนถามท่านว่า รถราคา ๓,๗๐๐,๐๐๐ บาท ทําไมเช่าถึง ๑๗ ล้านบาท ทําไมต่างกันถึง ๑๒,๓๐๐,๐๐๐ บาท บอกเอาเกณฑ์เครื่องบิน เครื่องบินบินมาซ่อมเลยเปลี่ยนเลย รถซื้อวันนี้ซ่อมวันนี้เปลี่ยน วันนี้ มันเปึนคําถาม เปึนวิกฤติศรัทธาที่ไม่สามารถควบคุมการทุจริตได้ นี่คือปัญหาของ รัฐบาลชุดนี้ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการกู้เงินโดยเฉพาะการกู้เงินนอกงบประมาณ ท่านประธาน การกู้เงินนอกงบประมาณมันไม่มีโอกาสตรวจสอบเลย โครงการ ไทยเข้มแข็ง เอสพี ๒ (SP2) เอสพี ๓ (SP3) เอสพี ๔ (SP4) อะไรที่ท่านตั้งขึ้นมาหัวใจ มันคือการตรวจสอบ การบริหารงานแผนงานทํางานข้าราชการทําไปตรวจสอบ ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลถ่วงดุล นี่คือหัวใจของการบริหารประเทศ การกู้เงินหรือหาเงินเข้าประเทศ ท่านประธานครับ กู้เงินมันเปึนนรก มันมีหนี้สิน มีดอกเบี้ย หาเงินเข้าประเทศมันเปึน ความสุขไม่มีภาระ วิถีชีวิตมันต่างกันมาก เพราะฉะนั้นการที่ท่านมีความคิดว่าจะพา ชาวบ้านไปเปึนหนี้มันผิดจุดประสงค์ของการเปึนรัฐบาลอย่างสิ้นเชิงเลย เขาเลือกมาให้ หาความสุขให้เขา แก้ไขปัญหาให้เขาชาวบ้าน ท่านไปทําให้เขามีความทุกข์ มีหลายประเด็นครับ ท่านประธานครับ ผมอ้างบอกว่าคน งาน เงิน เวลา ตัวอย่างคน การตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถือว่าจบแล้ว สาลิกาลิ้นทองไม่มีเลย อันนี้จบแล้ว ประวัติภาพพจน์ เขาจะไปทนได้อย่างไรท่านประธานครับ ตั้งขึ้นมาปัูบคําว่า กุ๊ย คําเดียวนี่หมดแล้วครับ ประเทศ มันทําไมไปตายน้ําตื้นแค่นี้เอง แล้วปัญหาที่จะเกิดขึ้นท่านประธานครับ เรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่าผู้นําของประเทศ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีนี่นิติศาสตร์ ส่วนหนึ่ง รัฐศาสตร์ส่วนหนึ่ง จุดที่ท่านมองข้ามไปคือประวัติศาสตร์ ท่านประธาน ท่านทราบหรือเปล่าว่าความเปึนมาของประวัติศาสตร์นี่จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ไปถึงภาคใต้ทั้งหมด มรดกส่วนหนึ่งที่ท่านพูดออกมาภาษาของจังหวัด ศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ไปถึงภาคใต้ตัวหนึ่งฟังปัูบรู้เลย ลิ้นมันจะกระดก ภาษาไทยบอกทองแดง ท่านทราบหรือเปล่าว่าจุดเหล่านี้เผ่าพันธุ์มาจากเขมรทั้งหมดเลย พี่น้องท่านทั้งหมดนะครับ ไม่ทราบว่าท่านศึกษาตรงนี้หรือเปล่า เผ่าพันธุ์ความเปึนมา มันทั้งหมด ประเทศไทยเปึนประเทศที่มีหลายเชื้อพันธุ์ เผ่าพันธุ์ มีจีน มีเวียดนาม กะสิน ทางโซนเขาทั้งหมดมาจากเวียดนามหมด จีน ลูกครึ่ง ฝรั่ง อินเดีย เก็บผ้า ขายถั่ว ขายโรตี ทั้งชุดเลยครับท่านครับ มันไปมีเรื่องกับเขาไม่ได้ตรงนี้ กราบเรียนท่านประธานท้วงติง ทางภาครัฐบาลด้วยให้ดูประวัติศาสตร์ด้วย

แล้วส่วนหนึ่งครับท่านประธาน ตัวบทกฎหมายที่มันไม่ได้สร้างความมั่นใจ ให้ประเทศเลยในด้านการลงทุน ท่านก็ทราบว่าช่วงหนึ่งมีการลดกําลังการผลิตลงมา ลดกําลังการผลิตลงมาจากกลุ่มเอสเอ็มอี เล็ก กลาง ใหญ่ทั้งหมด ไม่ใช่ลดด้วยเหตุผล อะไรมากครับ นี่สถานการณ์โลกอย่างเดียว ลดลงมาเพราะว่าความมั่นใจ ความเชื่อมั่น ของประเทศไทยไม่มี เขาจึงดึงกําลังการผลิตไปเวียดนามทั้งหมดเลย กว่าครึ่งหนึ่ง ไทรอัมพ์ (Triumph) เปึนตัวอย่างชัดเจน ท่านอยู่กระทรวงการคลังท่านคงทราบ รายละเอียดพวกนี้ดีว่ามันเสียหายไม่ใช่น้อย เราไม่สามารถเก็บภาษีได้เลย ดอกเบี้ยเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ภาวะปกติถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ๓๐ ป้ ไม่รู้หมดหรือเปล่า หนี้สิน ชาวบ้านเปึนหนี้เกือบ ๘๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท เก็บภาษีทั้งทางตรง ทางอ้อม ท่านประธานครับ มีคําพูดคําหนึ่งอยากกราบเรียนท่านประธานฝากถึงทางรัฐบาลด้วยว่า คําว่า หวังดีประสงค์ร้าย หวังดีประสงค์ร้ายนี่มาบตาพุด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประธานกล้าลงทุนไหมครับ ศาลตัดสินอย่างนี้ หวังดีครับ ประสงค์ร้ายครับ นิติศาสตร์ ทําให้เศรษฐศาสตร์พัง นี่หรือประเทศไทย แค่นี้เองหรือ ใครกล้าเข้ามาป๋นกับรถถัง อยู่ข้างหลัง กฎหมายรัฐธรรมนูญ ๓๐๙ มาตรา แก้ไขทําไม ๖ มาตรา และ ๓๐๓ มาตรา แก้ ๖ มาตรา ๓๐๓ มาตรา ก็แสดงว่าจะไปย้ําอีก และผลของมันในการใช้กฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ นี่ก็ตัวหลักตัวหนึ่งสําหรับความเชื่อมั่น ผมเคยพูดหลายครั้งว่านักลงทุนกลัว ที่สุด คือเจ๊งกับตาย ลงทุนแล้วเจ๊งไม่มีใครกล้าครับ ความเชื่อมั่นไม่มี ไปท่องเที่ยว ไปแล้วเกิดปัญหา ความปลอดภัยไม่มี อันนี้พังแล้ว กฎหมายไม่ชัดเจน เราย้อนหลังไป ตั้งแต่สมัยประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ตัวอย่างจุดหนึ่งก็คือ ประเทศพม่า การค้าเสรี มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรท่านประธาน ใครเข้าไปก็มีแต่ผูกขาดตรงนั้น ตลาดผูกขาด ตลาดกึ่ง ผูกขาด ตลาดการค้าแบบเสรีมันต่างกันมากครับในการดึงนักลงทุนเข้ามา เพราะฉะนั้น จุดหลัก ๆ ที่เราควรจะแก้ไขในระดับประเทศมันยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่ต้องใช้เงินเลย ท่านประกาศตั้ง สสร. แก้ไขกฎหมายไปเลย เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ มาบวกกัน เอาของดีมา เอาของไม่ดีทิ้งไป แค่นี้ไม่ต้องใช้เงินแล้วครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

สรุปได้กระมังครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

ก็นี่ นะครับ ชี้ให้เห็นก่อนสรุป ตัวบุคคลส่วนหนึ่ง รัฐธรรมนูญส่วนหนึ่ง อย่างด้านแรงงาน ผมยกตัวอย่างให้ท่าน เราก็ทราบว่ามีแรงงานต่างด้าวเข้ามาไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐- ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ทําไมไม่ออกกฎหมาย ทําไมไม่ออกมาตรการต่าง ๆ พูดง่าย ๆ เปึน ภาษาชาวบ้านคือทําไมไม่ให้เขากลับไปบ้านเขาด้วยวิธีการออกระเบียบ ออกกฎหมาย คน ๓,๐๐๐,๐๐๐ คนกลับไปบ้านเขาทั้งหมด ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศ เวียดนามอะไรกลับไปเสียก่อนช่วงนี้ แค่นี้แรงงานก็ขยับเข้ามาได้ครับ แรงงานของคนไทย ต้องกู้เงินหรือท่านประธาน ผมยกตัวอย่างให้ดูว่าการบริหารมันไม่จําเปึนต้องกู้เงิน อย่างเดียว ท่านกําลังจะพาประเทศไปจมปรักอยู่กับสิ่ง

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วง เดี๋ยวจะจบแล้วครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประทาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานครับ ที่ปล่อยให้ท่านผู้อภิปราย พูดนอกประเด็นไปเรื่อย ๆ ยังไม่ตรงกับกรอบเงินกู้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องรถไฟ ไม่เกี่ยวกับ อะไรเลยครับ ขอให้ท่านประธานช่วยพิจารณาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมจะพยายามควบคุมครับ ขอความกรุณา สรุปเถอะครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

ก็ผมไม่เห็นด้วยอย่างไรครับ ในการกู้เงิน ผมก็เลยชี้ให้เห็นว่าการที่ไม่ต้องกู้เงินในการ บริหารประเทศมันมีอะไรบ้าง ทําไมจะไม่เข้า มันเปึนอีกมุมหนึ่งอย่างไรครับท่าน หาเงิน กับกู้เงินมันอยู่คนละมุม การบริหารประเทศแบบกู้เงินกับหาเงิน สุขกับทุกข์มันอยู่ คนละมุมแค่นั้นเองครับท่านประธาน ก็กราบเรียนท่านประธานครับ ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

สมาชิกรัฐสภาวันนี้ครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

ก็ยังห่วงประเทศ เพราะว่าหนี้สินถ้าเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ดิน ๑๐๐ บาท กู้ ๖๐ บาท หนักนะครับ และมีตัวอื่นตามมาอีกทั้งในทั้งนอกประเทศ เพราะการหาเงินมาชําระหนี้ไม่มี มันเปึนภาระชาวบ้าน ท่านหาวิธีการอื่นด้วยนะครับ อย่าคิดในแนวนี้อย่างเดียวเลย อย่าคิดว่าต้องกู้เงิน ถ้ากู้เงินอย่างนี้วันหนึ่งก็กู้หนี้ไปใช้หนี้ มันก็เข้าตํารา ต่อไปในอนาคต จุดสุดท้ายของมันก็คือให้ชาวบ้านตายใช้หนี้แค่นั้นเอง ไปลงจุดสุดท้ายก็คือประกันชีวิต อันนี้มันจบไม่สวยประเทศ อย่าให้เกิดครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณฐิติมา ฉายแสง คนมีเหตุมีผลครับ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบขอบพระคุณนะคะ ถือเปึนคํา ชมเชยที่ดีมากในวันนี้ของดิฉัน และดิฉันกําลังจะพูดต่อไปนี่เปึนเหตุผลอย่างยิ่งเลยค่ะ วันนี้ก็ดีใจที่ได้มีโอกาสที่จะอภิปรายผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ดีใจที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมานั่งอยู่ด้วย ท่านประธานคะดิฉันจําเปึนต้องย้อนกลับไปถึงเรื่องเมื่อวานสักนิดหนึ่ง อย่าหาว่ามัน ออกไปนอกเรื่องนอกราวเลยนะคะ มันเปึนเรื่องของการกู้เงิน แล้วก็เปึนเรื่องของหลักคิด กับหลักในการพิจารณาของรัฐมนตรี ของรัฐบาลชุดนี้จริง ๆ ค่ะ ซึ่งดิฉันสงสัยมากว่า ท่านคิดกันได้อย่างไร เมื่อวานท่านประจักษ์ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนั่งอยู่ ดิฉันก็พูดแซวท่านไปแล้วว่าท่านก็ทําหน้าตางง ๆ อยู่ วันนี้หวังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมคงจะไม่งงถึงได้เปึนระดับรัฐมนตรีว่าการเลยคงไม่งงแน่ ๆ ดิฉันเองยังงงอยู่ว่า เมื่อสักครู่ดิฉันได้รับเอกสารการแก้ไข การแก้ไขเอกสารของเส้นทาง ๔ ช่องจราจรนะคะ ท่านประธาน เมื่อวานเราพูดกันดิฉันจบอยู่ที่ตัวเลขที่ท่านรัฐมนตรีเสนอมาเปึนตัวเลขที่ไม่ตรงกับที่จะใช้ จะกู้เงิน ท่านกู้เกินไป ๙๕๐ ล้านบาทท่านก็ยอมรับ ท่านบอกว่าเอาออกไปแล้ว ๙๕๐ ล้านบาทนั้นเอาออกไปแล้ว ดิฉันก็ท้วงติงว่าทําไมไม่แก้ไขเอกสารให้ดี แล้วสุดท้าย ท่านก็ไม่แก้จริง ๆ ค่ะ เพราะว่าเอกสารที่บอกว่าแก้ไขท่านแก้ไขเฉพาะเรื่องค่าธรรมเนียม ผูกพันเงินกู้ แต่เรื่องตัวเลขของวงเงินโดยรวม ๑๑,๒๔๐ ล้านบาท ซึ่งจริง ๆ แล้วควรจะ เปึนตัวเลขที่ ๑๐,๒๙๐ ล้านบาท แทนที่จะแก้ท่านก็ไม่แก้ไข อันนี้เปึนเรื่องที่ดิฉันสงสัย เปึนเรื่องแรกว่า ทําไม ท่านมีการคิดอย่างไร และเมื่อวานที่ดิฉันพูดไปว่าถนนที่ท่าน ได้พิจารณาเลือกมาเปึนถนนสายหลักในการทํา ๔ ช่องจราจรด้วยเหตุผลที่ว่ามีรถวิ่งอยู่ ๙,๐๐๐ คัน ต่อวัน แต่ถนนที่ดิฉันหยิบยกมาเปึนตัวอย่าง ๒๐,๐๐๐ คันต่อวัน ท่านไม่ เลือก เอาล่ะ เมื่อตอนสายท่านก็ได้มีจดหมายน้อยมาบอกกับดิฉันบอกว่าถนนสาย บางปะกง-ฉะเชิงเทรานั้นที่มีรถวิ่งอยู่ ๒๐,๐๐๐ คันต่อวันนั้น แล้วก็สําคัญมากด้วย ท่านจะหยิบยก ไปให้งบประมาณในป้ ๒๕๕๔ ก็ดีใจ แต่ยังสงสัยอยู่นะคะท่านรัฐมนตรี ท่านประธานดู นะคะ ในเอกสารชุดนี้ยังคงผิดอยู่ ยังคงไม่แก้ไข

ทีนี้กลับมาพูดถึงเรื่องที่ดิฉันสนใจอยู่ก็คือว่าขณะนี้ดิฉันสนใจในเรื่องของ กรอบการกู้เงินจากต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจําป้ ๒๕๕๓ ซึ่งรายละเอียดนั้นจะมีการทํางานกันอยู่หลายด้านด้วยกัน ดิฉันสงสัยอย่างนี้ค่ะว่า การกู้เงินจากต่างประเทศนั้นแน่นอนตามหลักเกณฑ์แล้วท่านต้องใช้พระราชบัญญัติ การบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ แล้วก็แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกําหนดไว้ในมาตรา ๒๒ ว่าท่านสามารถกู้ได้เพียงไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ซึ่งเรามีงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ อยู่ที่ ๑.๗ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันจึงต้องเฝัาดู เฝัาดูว่าท่านจะกู้เงินจาก ต่างประเทศเปึนเงินเท่าไรแล้ว รวบรวมไปเรื่อย ๆ แน่นอนตั้งแต่ต้นป้งบประมาณ ๒๕๕๓ นี้ ท่านยังไม่ได้กู้เงินเลย แต่เมื่อวานที่ตัวเลขไม่ได้มีความแน่ชัดเลย ซึ่งดิฉันท้วงติงไป เมื่อสักครู่แล้วว่าท่านก็ไม่ยอมแก้ไข จึงสงสัยอยู่ว่าเมื่อวานนี้ที่ท่านมาขอนั้นนะกู้เงิน ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย และกู้เงินธนาคารโลกอยากได้ยินจากปากของรัฐมนตรีว่า สุดท้ายแล้วกู้เงินเปึนเงินเท่าไรแล้ว เพราะท่านไม่มีความแน่ชัดในตัวเลขเลย อันนี้คือ ข้อแรกที่อยากได้ยินจากท่านรัฐมนตรี กรุณายืนยันให้ดิฉันได้เข้าใจ แต่วันนี้เรื่องกรอบ เงินกู้ ๖ โครงการนี้ซึ่งเปึนเงินทั้งหมด ๔๗,๓๘๕.๑๐ ล้านบาทนั้น ดิฉันไม่งงในการบวก ตัวเลข พอจะบวกและลบตัวเลขได้ ไม่ได้เซ่อจนเกินไปนัก แต่ก็ยังตามท่านรัฐมนตรีไม่ทัน ในหลักคิด เมื่อวานโครงการต่าง ๆ ที่ท่านขอกู้นั้นท่านใช้อัตราแลกเปลี่ยน ๓๓ บาท ต่อ ๑ ยูเอสดอลลาร์ แต่ทําไมโครงการที่ท่านนําเสนอขณะนี้ ไม่ว่าจะเปึนรถไฟฟัาสายสีม่วง รถจักรดีเซลไฟฟัา รถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า รถจักรดีเซลไฟฟัาอีก ที่มีน้ําหนักกดเพลาไม่เท่ากันกับตัวแรก รถจักรดีเซลไฟฟัาอีก แล้วก็โครงข่ายโทรศัพท์ ๓ จี นั้น ทําไมท่านใช้ ๓๕ บาท ต่อยูเอสดอลลาร์ ทําไม เหตุผลคืออะไร หลักคิดของท่านคืออะไร ท่านจึงไม่มีตัวเลขที่แน่ชัดให้กับรัฐสภา แห่งนี้เสียที ในเมื่อเอกสารต่าง ๆ นั้นท่านก็ได้นําเสนอไปตั้งแต่เมื่อวานอยู่แล้ว จะมาบอก ว่าเมื่อวาน ๓๓ บาท วันนี้ ๓๕ บาท ผมเลยขอเปลี่ยน มันก็ไม่ใช่ ไม่เข้าใจวิธีคิดเลย ๒ บาท ที่มันแตกต่างกันในอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีผลถึงขนาดว่าถ้าเราเอา ๑,๓๕๓.๘๖ ล้านเหรียญสหรัฐ คูณเข้าไปมันเท่ากับ ๒,๗๐๗ ล้านบาททีเดียว ทําไมล่ะ ทําไมรัฐบาลชุดนี้ถึงต้องมี ข้อมูลที่ไม่แน่นอนชัดเจนให้กับรัฐสภาแห่งนี้บ่อยครั้ง จนเมื่อวานท่านประธานรัฐสภา ก็บอกว่ารัฐมนตรีท่านถูกตําหนิเยอะเหลือเกิน แล้ววันนี้ดิฉันก็คงต้องขอท้วงติงในเรื่องราว ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจึงยังคงอยากจะได้ยินจากรัฐมนตรีอีกว่าเหตุผลที่ท่านใช้ ๓๓ บาทต่อ ๑ ยูเอสดอลลาร์เมื่อวานนี้ โครงการพัฒนาเอเชียกู้เงินของธนาคารโลกนั้น กับการกู้เงินจากไจก้าก็ดี หรืออะไรก็แล้วแต่ ๖ โครงการนี้ใช้ ๓๕ บาท ขอเหตุผลด้วย นี่คือคําถามข้อที่สอง ข้อแรกดิฉันถามไปแล้วนะคะว่าตัวเลขเท่าไรกันแน่ที่เมื่อวานท่าน กู้ไป เพราะอยากจะได้ยินจากท่านจริง ๆ เพราะท่านไม่เคยนําเสนอตัวเลขที่ถูกต้องให้ อันที่สองคืออัตราแลกเปลี่ยนว่าทําไมถึงแตกต่างกัน

ต่อไปก็เปึนเรื่องของโครงการค่ะ โครงการที่ดิฉันเปึนห่วงเปึนใย ดิฉันอ่าน ไปถึงกรอบวงเงินกู้นะคะ จะพูดถึงกรอบในการจัดซื้อจัดจ้าง ที่บอกว่าจะดําเนินการจัดซื้อ จัดจ้างภายใต้ระเบียบของแต่ละแหล่งเงินกู้ ตรงนี้มันสําคัญมาก ท่านนําเสนอโครงการมา แบบนี้ย่อมจะต้องรู้อยู่แล้วว่าท่านพอจะกู้จากไหนบ้าง เพราะฉะนั้นถามถึงข้อที่ ๖ คือ โครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ ๓ หรือ ๓ จี นั่นล่ะ ของบริษัท ทีโอที จํากัด ซึ่งกําหนดวงเงินกู้ลักษณะเอกซปอร์ตเครดิต (Export credit) ประมาณ ๖๖๒.๘๖ ล้าน เหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า ๒๓,๒๐๐ ล้านบาทนั่นล่ะว่าถ้าโครงการนี้เรามาพิจารณาถึง ระเบียบของแต่ละแหล่งเงินกู้ ซึ่งในที่นี้ท่านก็ไม่ได้บอกว่าเปึนเงินกู้จากที่ใด จึงไม่สามารถ ทําให้ดิฉันเข้าใจถึงเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นได้ว่าเทคโนโลยีของประเทศนั้น ๆ ที่จะเกิดขึ้น จะเปึนเทคโนโลยีแบบไหน ต่อไปจะล้าสมัยเร็วหรือเปล่า ล้าสมัยแล้วก็ดันแพงเสียด้วย หรือเปล่า หรือการเข้าถึงทางด้านเทคโนโลยียากหรือเปล่า ผูกขาดเทคโนโลยีหรือเปล่า รัฐบาลลงทุนให้เอกชนได้สัมปทาน เปึนการผูกขาดเทคโนโลยีที่ล้าสมัยต่อไปหรือเปล่า มันจึงเกี่ยวข้องกับเรื่องกรอบในการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยิ่ง ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉัน จะไม่ขอพูดยาว เพราะว่าสงสัยในหลักคิดและการพิจารณาตัดสินใจของรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้นั่งอยู่ติดกันทั้ง ๒ ท่าน หวังว่าท่านคงจะปรึกษาหารือแล้วตอบให้ดิฉันเข้าใจ มากกว่านี้ได้นะคะ ดิฉัน ๓ เรื่องนะคะ หวังว่าท่านคงจะตอบได้ ขอบพระคุณมากค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ รักษาเวลาได้ดีมากครับ ต่อไปนะครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตปรึกษาหารือนิดหนึ่งค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวครับ เหลืออีกรายเดียวครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

รายเดียวนะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ครับ อยู่ในรายชื่อผมรายเดียว แล้วก็ มีท่านยกมืออีกท่านหนึ่ง

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ดิฉันคิดว่าในเรื่องกรอบการเจรจานี้ได้มีการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ทราบครับ คือบรรยากาศกําลัง ไปสวยครับ ขอให้สวยเหมือนคนพูดก็แล้วกัน นั่งลงครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ต่อไป คุณรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ครับ เชิญครับ

นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ก็ได้ มีโอกาสที่จะฝากข้อคิดเห็นในเรื่องเกี่ยวกับกรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศภายใต้ แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ สิ่งหนึ่งที่เปึนข้อกังวลและข้อ ห่วงใยที่อยากจะนําเรียนผ่านท่านประธานไปถึงคณะรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็คือ ในช่วงจังหวะในเวลานี้ ประชาชนคนไทยของพวกเราทุกคนจะคุ้นเคยแล้วก็ได้ยินสิ่งที่พูด มากที่สุดคือเกี่ยวกับการกู้ ตอนนี้เราก็จะมีโครงการที่จะเข้ามากู้อีก สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะ ฝากเปึนข้อคิดนั่นก็คือในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการกู้ ในสถานการณ์ประเทศไทย เราในขณะนี้มันเปึนช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมที่เราจะไปกู้ ไปใส่ในลงทุนในโครงการ ต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์หรือรายได้ที่คุ้มค่ากับการกู้หรือไม่ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ผม ห่วงใย เพราะว่าในช่วงเศรษฐกิจในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ ในเรื่องของสภาพสังคมของ ประเทศไทยเราในขณะนี้ แล้วโดยเฉพาะหน่วยงานที่ขอกู้ ในแผนของการบริหารหนี้ สาธารณะก็ได้มีการพูดถึงว่าโครงการใดที่จะกู้เงินได้นี่ สิ่งหนึ่งที่มีการประเมินก็คือรายได้ ความสามารถในการจัดเก็บรายได้ แล้วอีกอย่างก็คือความสามารถในการชําระหนี้ วันนี้ โดยเฉพาะในประเด็นที่ห่วงใยก็คือในโครงการที่ ๒ ถึงโครงการที่ ๕ หน่วยงานที่ขอกู้นี่เรา ก็ทราบปัญหาดี โดยเฉพาะอย่างที่ผมเรียนว่าช่วงโอกาสในจังหวะเวลานี้เหมาะสมกับ การกู้หรือไม่ สภาพของการรถไฟแห่งประเทศไทยตอนนี้ก็มีปัญหา จริง ๆ แล้วถ้าเราสามารถ ที่จะไปดําเนินการแก้ไขปัญหาของการรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วเราถึงจะมาให้กู้ เพื่อที่จะให้ก่อเกิดรายได้ได้นี่มันก็น่าจะเปึนสิ่งที่ดี และที่สําคัญที่สุดนะครับเราน่าจะ ปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทยให้ครอบคลุมทั้งหมดเพื่อที่จะสามารถที่จะสร้างรายได้ได้ วันนี้เครือข่ายของรถไฟเองก็ยังไม่ครอบคลุมไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะทางรถไฟที่จาก เหนือสุดลงมาสู่ใต้สุดก็ยังไม่มีการเชื่อมต่อโครงการ จังหวัดเชียงรายของผมเองก็ยังไม่มี รถไฟ ทั้ง ๆ ที่จังหวัดเชียงรายเองเปึนจังหวัดที่มีศักยภาพในการที่จะเปึนจุดศูนย์กลาง ในการขนส่งที่เชื่อมต่อกับต่างประเทศ วันนี้จังหวัดเชียงรายก็ยังไม่มีรถไฟ เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้าเราสามารถจัดการเกี่ยวกับการปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งหมดได้โดยเฉพาะ การจัดการเกี่ยวกับการบริหารรถไฟ ซึ่งวันนี้ไม่ว่าเราจะเติมเครื่องจักร เราจะเติมอุปกรณ์ที่ ทันสมัย มีเทคโนโลยีที่ดี แต่ถ้าเรายังจัดการเกี่ยวกับการบริหารจัดการบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มันก็คงจะมีปัญหา โดยเฉพาะเวลาการกู้เงินประเทศที่ให้กู้หรือว่าบริษัท หรือ หน่วยงานใดที่จะให้กับบริษัทใดกู้เงินนี่เขาก็ต้องคํานึงถึงว่าหน่วยงานที่กู้นั้นสามารถที่จะ ชําระหนี้ได้หรือไม่ วันนี้ถ้าเขามองไปที่การรถไฟแห่งประเทศไทย วันนี้เราต้องมามองว่า ศักยภาพของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีความสามารถในการชําระหนี้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะยิ่งเข้าไปมองถึงองค์กรซึ่งมีปัญหาในเรื่องของการบริหาร มีทั้งเรื่องของสหภาพ แรงงานที่ไม่สามารถที่จะไปดําเนินการ วันหนึ่งวันใดถ้ารถไฟกําลังเดินอยู่แล้วไปหยุด มีการประท้วง สไตรค์ (Strike) หยุดงาน อันนี้ก็คือเหตุที่สําคัญที่จะทําให้ความเชื่อมั่น ในเรื่องของการรถไฟแห่งประเทศไทยมันลดลง และอีกอย่างหนึ่งที่สําคัญก็คือว่าวันนี้เรา กู้เงินมาแล้ว ถ้าเราไปกู้เงินมาเราก็จําเปึนต้องชําระหนี้ ภาระหนี้สินทุกอย่างก็เกิดขึ้นอยู่ กับประชาชน เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากข้อคิดไปถึงท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าสิ่งสําคัญ ที่สุดในวันนี้ท่านต้องจัดการเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิรูปของการรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็โดยเฉพาะการปฏิรูปเชื่อมโยงระบบการขนส่ง ไม่ว่าจะเปึนระบบการขนส่งทางอากาศ ระบบการขนส่งทางน้ํา ระบบการขนส่งทางบก แล้วก็ระบบการขนส่งทางรถไฟให้มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกันทั่วทั้งประเทศ อันนี้ก็เปึน สิ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงทางคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้องได้ช่วยพิจารณา ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ คุณประเกียรติเอา ๕.๒ เปึนอย่างไรครับ เอาตรงนี้มันผ่าน ๒ เรื่องไปก่อนเหลืออีก ๓ เรื่อง แล้วก็คนแรกก็เปึนท่าน คนที่ ๒ ก็เปึนท่านอํานวยในวาระต่อไป ดีไหมครับ เพราะว่าพอสมควรแล้วนะครับ ฟังกันก็วนไปวนมา เอาคนละ ๕ นาทีก็แล้วกันนะครับ ขอความกรุณาคุณประเกียรติครับ เชิญครับ

นายประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเสนอที่จะขออภิปรายในวาระ ที่ ๕.๔ คือข้อตกลงการจัดตั้งเครดิต การันตี อินเวสเมนท์ เมคคานิซึม หรือตัวย่อที่เรียกว่า ซีจีไอเอ็ม ทีนี้ขณะที่ผมตั้งใจจะอภิปรายผมอยากจะขอให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นั่งอยู่ด้วย แต่ขณะนี้ท่านออกไปข้างนอก อย่างไรก็ตามผมก็จะขอเริ่มต้นถามคําถาม ท่านไว้ก่อน ท่านเข้ามาแล้วท่านจะได้อธิบายให้ฟัง คือผมยังสงสัยว่าการที่จะตั้งสถาบัน ผมขอเรียกว่าสถาบัน ท่านจะเรียกอะไรก็ช่าง สถาบันที่จะรับรองเปึนตัวค้ําประกันตราสาร ผมยังไม่เห็นว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนผมยังมองไม่เห็น เนื่องจากผมไปอ่านดูตามกรอบการดําเนินงานของซีจีไอเอ็ม ตราสารที่จะได้รับ การรับรองต้องเปึนผู้ที่มีเครดิต เรตติ้ง ตั้งแต่บีบีบี ขึ้นไป ทีนี้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มไหน ตรงนี้ที่เขียนเอกสารมาสวยหรูว่าจะเปึนประโยชน์ต่อฐานะการเงินของประเทศ ผมก็ยัง มองไม่เห็นว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อะไร และอีกอันหนึ่งกลุ่มที่จะลงทุน ในซีจีไอเอ็มเปึนอาเซียน+๓ และบวกเอดีบี คือธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย เงินทุน จดทะเบียน ๗๐๐ ล้านบาท จีนออก ๒๐๐ ล้านบาท ญี่ปุ์นออก ๒๐๐ ล้านบาท เกาหลี ออก ๑๐๐ ล้านบาท เอดีบีออกประมาณ ๑๐๐-๑๕๐ ล้านบาท แล้วก็แทนที่อาเซียน จะออกทั้งหมด ๑๐ ประเทศ แต่เลือกมา ๕ ประเทศ ประเทศไทยติด ๑ ใน ๕ ที่จะเปึน ผู้ลงทุนในเรื่องนี้คนละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนคือ ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ก็คงประมาณ ๑๔ ล้านบาท ทีนี้ตรงนี้ที่ผมสงสัยว่าประเทศไทยจะได้อะไรจากเงินลงทุน แม้มันจะเปึนเงินเล็กก็ตาม เพราะว่าเท่าที่ผมทราบในลักษณะของการที่จะไปเปึน ผู้ค้ําประกันตราสารในการกู้เงินตรงนี้มันไม่ใช่เรื่องระดับเงินในประเทศ แต่เปึนการกู้เงิน ในระดับนานาชาติ ซึ่งที่ผมเปึนห่วงที่สุดก็คือเรตติ้งของประเทศไทย มันจะอยู่ในกลุ่ม ที่สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้มากน้อยแค่ไหน อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้กรุณาอธิบายด้วย

และอีกอันหนึ่งผมอยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงเรื่องเครดิต เรตติ้ง ของอินเวสเมนท์ เกรด (Investment grade) ของประเทศไทย อยู่ในลําดับไหนด้วยนะครับ ในบีบีบี ๓ บีนี่นะครับ เพราะว่าในกลุ่มการเงินของโลก ผมทราบว่าแบ่งกลุ่มเครดิต เรตติ้ง ออกเปึน ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือกลุ่มที่มีเครดิต เรตติ้ง มากว่า ๓ บี และกลุ่มที่อยู่ต่ํากว่า ๓ บี ถ้าประเทศไทยอยู่ต่ํากว่า ๓ บี ผมคิดว่า ประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์อะไร และการลงทุนนี้ก็ไปส่งเสริมให้ประเทศ ๓ ประเทศ คือประเทศจีน ประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ์นได้เครดิตมากกว่า พวกนั้นจะได้หมุนเงิน เข้ามาสู่ แน่นอนละอาจจะมาพัฒนาประเทศเขามากว่าที่จะเข้ามาสู่ประเทศในกลุ่ม อาเซียนที่ท่านกําลังพูดถึง ขออีก ๑ นาทีครับ ยังไม่จบครับ ตรงนี้คือเปึนความห่วงใย เพราะผมห่วงใยตรงที่ว่าในขณะที่รัฐบาลเดินทางที่จะไปเจรจาโน่นเจรจานี่ ในสิ่งที่มัน ไม่ค่อยเปึนประโยชน์กับประเทศไทยเท่าไรนัก ไม่เปึนประโยชน์กับประชาชน ไม่เปึน ประโยชน์กับชาวไร่ชาวนา ไม่เปึนประโยชน์กับเกษตรกรที่เปึนผู้ยากไร้ในประเทศนี้เลย แต่การลงทุนของประเทศไทยในเรื่องนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่ามันเปึนการลงทุนในระดับ การหมุนเวียนเงินของนานาชาติ ของสถาบันการเงินใหญ่ ๆ ยกตัวอย่างให้ฟังสักเล็กน้อย เพื่อที่จะได้ความเข้าใจนะครับ อย่างสมมุติว่าธนาคารแห่งประเทศไทยต้องการกู้เงิน ต้องการออกตราสารเพื่อไประดมเงินจากตลาดการเงินของโลก เชื่อว่าซีจีไอเอ็มจะรับรอง ให้ก็ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีเครดิต เรตติ้งอยู่เกินกว่า ๓ บี แต่แน่นอนละ ประเทศมีเครดิต เรตติ้งเท่าไรก็ตาม บริษัทหรือธนาคารองค์กรใด ๆ ในประเทศต้องมี เครดิต เรตติ้งต่ํากว่าฐานะของประเทศอยู่แน่นอน ตรงนี้ผมยังสงสัยว่าจะทําได้หรือเปล่า ด้วยซ้ํา ประเทศไทยอาจจะเอบวก (A+) นะครับ หรือ ๒ เอ (2A) หรือ ๓ เอ (3A) ในบางครั้งบางคราว แต่ผมไม่ทราบ ผมจึงอยากจะขอรับคําชี้แจงจากท่าน แล้วก็ขอให้ ท่านอธิบายให้ฟังด้วยว่าถ้าหากว่าเราไปเปึนภาคีร่วมลงทุนในเรื่องนี้ ประโยชน์จริง ๆ ที่จะตกทอดลงมาสู่ชาวไร่ชาวนาซึ่งเปึนกระดูกสันหลังของประเทศคืออะไร ผมเห็น อย่างเดียว เห็นกรอบที่ทําจะเปึนประโยชน์กับ ๓ ประเทศใหญ่ ๆ ที่ร่วมลงทุนนี้เท่านั้นเอง แล้วก็ของประเทศไทย ซึ่งเปึนประเทศที่จัดอยู่ในระดับที่กําลังพัฒนานี่นะครับ และส่วนหนึ่งของประเทศอาเซียนที่ไม่ได้ลงทุนในนี้อีก ๕ ประเทศ เขาจะได้รับประโยชน์ อะไร นี่คือสิ่งที่ผมเปึนห่วงในกรอบการเจรจา เพราะการเตรียมพร้อมภายในประเทศของ เรายังไม่มี แต่เราไปเจรจาระดับสูงเพื่อที่จะลงทุนให้มันมีเกียรติประวัติ ให้มีเครดิต แต่จริง ๆ แล้วมันเปึนการหลอกลวง เปึนภาพหลอกลวงเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมจึง อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงเรื่องนี้ให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ขอฝากไว้ว่า ถ้าอะไรที่ไม่สมควรที่จะไปจ่ายเงินที่เราต้องกู้มาทุกบาททุกสตางค์ เพื่อไปลงทุนในลักษณะอย่างนี้ เงิน ๑๔ ล้านเหรียญคิดแล้วประมาณ ๔๙๐ ล้านบาท ก็ไม่สมควรที่จะไปลงทุน ผมจึงฝากขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังชี้แจง เรื่องนี้ประกอบการพิจารณาของสภาของเราอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ คุณอํานวย ๓ นาที ก็พอ เรากันเองไม่เปึนไร ๓ นาทีก็พอ เชิญครับ

นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายกรอบการเจรจากู้เงิน จากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ก็มีหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นหลายประการ แต่สําหรับ ผมนั้นในเรื่องของการกู้เงินแผนการบริหารหนี้สาธารณะนั้น ก็ถือว่าเปึนภาระหนี้ กับประชาชนทั้งประเทศที่จะต้องนําเงินมาใช้หนี้ ดังนั้นอีกส่วนหนึ่งก็ถือว่ารัฐบาลนี้ ในอดีตที่ผ่านต้องมีความหวังว่าจะต้องบริการกับพี่น้องประชาชนในเรื่องรถไฟ ส่วนรถไฟ ผมเห็นด้วยตามที่ทางรัฐบาลได้เสนอมา ๕ สาย ผมเห็นด้วย แต่อยากจะตั้งข้อสังเกต นะครับว่าจากอดีตที่ผ่านมาในการบริหารองค์กรนั้น โดยเฉพาะสหภาพ ในขณะนี้สหภาพ ได้สร้างความเสื่อมเสียให้กับการท่องเที่ยว ทําให้พี่น้องประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการ เดินทาง นี่ละครับเปึนการถดถอยในด้านเศรษฐกิจอย่างยิ่ง ก็อยากจะฝากประเด็นนี้ ให้ประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ทราบในเรื่องรถไฟ

และสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตในข้อ ๖ โครงการก่อสร้างเครือข่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ ๓ ของบริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) ต้องลงทุนถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ก็อยากจะถามรัฐบาลผ่านท่านประธานนะครับว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ (๒) ผมขออนุญาตอ่าน คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนหรือไม่ ตรงนี้ถือว่ามีส่วนสําคัญอย่างยิ่ง เพราะเรื่องโทรศัพท์ ๓ จี มันไม่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนนะครับท่านประธาน เพราะเปึนการฟุ์มเฟ๋อย ในขณะนี้เศรษฐกิจของเรากําลังถดถอยในขณะนี้ ผมเห็นไม่สมควรอย่างยิ่ง หากเอาเงิน ส่วนนี้มาลงทุนในเรื่องทําน้ําให้กับกลุ่มเกษตรกรทํานาถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่า มันจะได้ประโยชน์มากกว่า ในส่วนของข้อ ๖ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง อยากจะให้ทาง รัฐบาลได้ทบทวนนะครับว่าอยากจะให้เอกชนเปึนผู้ดําเนินการ โดยรัฐไม่ต้องไปเกี่ยว รัฐเราเก็บสัมปทานอย่างเดียว รัฐเราจะได้ประโยชน์มากกว่า เราไปลงทุนขนาด ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมกลัวจะสูญเสียเปล่า ตรงนี้มันไม่เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนแต่อย่างใด ตรงนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานให้ตั้งข้อสังเกตไว้ให้ทาง รัฐบาลได้พิจารณาในส่วนนี้ด้วยครับ เพราะข้อ ๖ ถือว่าพี่น้องประชาชนยังไม่มี ความจําเปึน ทุกวันนี้เราก็ใช้โทรศัพท์ได้อยู่แล้ว ๓ จีเพียงแต่มองเห็นรูปภาพอย่างเดียว มันยังไม่เกิดประโยชน์ ก็คงฝากประเด็นสั้น ๆ เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณครับ ท่านได้เมตตา ดีมากครับ ต่อไปท่านรัฐมนตรีตอบเอาประเด็น ๆ ไม่ต้องเยิ่นเย้อนะครับ เชิญครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่าน ประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกรัฐสภาที่กรุณาให้ข้อเสนอแนะในประเด็นการที่จะแก้ไขปัญหา การรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกรัฐสภานะครับว่า รายละเอียดที่จะต้องพูดในเรื่องปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทยมีรายละเอียด เพราะฉะนั้นคงต้องใช้อีกเวทีหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ต้องกู้เงินซื้อหัวรถจักรและโบกี้เปึนแผนงานเดิม เพื่อที่จะให้รถไฟได้เดินได้โดยความปลอดภัย เพราะฉะนั้นก็เปึนแผนงานเก่าเร่งด่วน เพราะฉะนั้นในขณะนี้รัฐบาลเองได้มีนโยบายที่จะปรับปรุงเรื่องรถไฟอยู่แล้ว ผมก็ กราบเรียนว่าในแผนงานกู้นี้ก็เปึนแผนงานหนึ่งที่จะปรับปรุงเรื่องรถไฟ และผมก็ขอกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านสมาชิก เรื่องเมื่อวานเหมือนเรื่องติดใจ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานที่ต้องชี้แจงนะครับ จะได้จบ ที่เราขอกรอบไปเจรจากู้เงิน เส้นทางจราจรสายหลักนี่นะครับ ในการขอกรอบขอกรอบไป ๘ สายทาง แต่เมื่อได้กรอบ ไปเจรจาแล้ว เมื่อจะสร้างจริง ๆ สร้างแค่ ๗ เส้นทาง เพราะฉะนั้นวงเงินที่ ๙๐๐ ล้านบาท คือวงเงินที่ไม่ได้สร้างเส้นนั้นแค่นั้นจึงไม่ได้แปลกอะไร แล้วไม่จําเปึนจะต้องเปลี่ยน เอกสาร เพราะจะได้ให้เห็นว่ากรอบไปเจรจาขอ ๘ เส้นทางในการสร้าง แต่เมื่อสร้างจริง ๆ สร้างแค่ ๗ เส้นทาง ด้วยปัญหาของการอพยพพี่น้องประชาชนที่อยู่ ๗ เส้นทาง เพราะฉะนั้นอีกเรื่องหนึ่งการสร้างเส้นทางสายหลักสร้างโดยยุทธศาสตร์การขนส่ง ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วเมื่อวานที่ดําเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลยุคก่อนโน้น ตั้งแต่ขอประทานอภัย ตั้งแต่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านชวน หลีกภัย ได้วางยุทธศาสตร์ แค่นั้นเอง ฉะนั้นจึงไม่เกี่ยวกับปริมาณจราจรก็เกินปริมาณจราจรอยู่แล้ว ส่วนเส้นทาง ที่ท่านได้กรุณายกมาอย่างเช่น แปดริ้ว บางปะกง ปริมาณจราจรก็ได้นะครับ แต่ไม่อยู่ใน เส้นทางสายหลัก ฉะนั้นผมกราบเรียนไปยังท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภานะครับว่า การดําเนินการกู้เงินที่จะซื้อหัวจักรและโบกี้คราวนี้เปึนไปตามแผนเร่งด่วนที่จะบริหาร จัดการรถไฟให้มีความปลอดภัยและเดินได้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ ผมขอทําความเข้าใจสั้น ๆ กับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกรัฐสภานะครับว่า ทุกสัญญาที่จะไปดําเนินการจะต้อง กลับเข้ามาขอความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง ณ รัฐสภาแห่งนี้นะครับ ที่มาขอวันนี้เปึนเพียง การขอกรอบการเจรจา เมื่อไปเจรจาได้ผลอย่างไรแล้วจะต้องนํามาขอความเห็นชอบ อีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นเราคงจะไม่ไปพูดถึงรายละเอียดว่าอัตราแลกเปลี่ยนนั้นจะต้องกําหนด เท่านั้น เท่านี้ว่าแน่ชัดอย่างไรนะครับ ในเบื้องต้นขอเรียนชี้แจงให้ท่านประธานและ ท่านสมาชิกรัฐสภาเพื่อความสบายใจนะครับ ในประเด็นเรื่องกู้เมื่อวานนี้ผมก็ได้เรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภาไปแล้วนะครับว่า ผมเห็นด้วยกับการที่เรากู้เงินและมี ภาระหนี้สาธารณะมาก แต่ผมได้เรียนไปเมื่อวานว่าเราต้องดูทรัพย์สินของเราด้วย ทรัพย์สินของเรานั้นเรามีเงินทุนสํารองประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีทรัพย์สินของ รัฐวิสาหกิจทั้งหมดอีกประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ดินของรัฐบาลอีกมากมาย รวมแล้วไม่ต่ํากว่า ๑๒ ล้านล้านบาท แต่เรามีหนี้สินสาธารณะวันนี้ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง แต่คําว่า เท่านั้นเอง ไม่ใช่ผมจะคิดว่าเราจะก่อหนี้ก่อสินกันมากมายไปอีก รัฐบาลมีนโยบายว่าภายในป้ ๒๕๕๘ งบประมาณที่จะใช้จะเปึนงบประมาณสมดุลเราจะ ไม่ก่อหนี้อีก มีแผนอย่างชัดเจนนะครับ และเศรษฐกิจปัญหาวันนี้ได้เริ่มกระเตื้องขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่น่าไว้วางใจเราต้องระมัดระวังครับ ผลการจัดเก็บภาษีในเดือนตุลาคม ของป้งบประมาณป้นี้เดือนแรกกรมสรรพากรและกรมศุลกากรที่ผมกํากับดูแลอยู่เก็บภาษี เกินประมาณการ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจนั้นเริ่มกระเตื้องขึ้น แต่อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วครับว่าเราไม่น่าไว้วางใจ ฉะนั้นในป้นี้การจัดเก็บภาษีของ กระทรวงการคลังนั้นเราคาดว่าน่าจะเก็บได้สูงกว่าประมาณการ ฉะนั้นขอให้สบายใจได้ ในระดับหนึ่งนะครับว่าการจัดเก็บนั้นได้เปึนไปตามเปัาและเกินกว่าประมาณการนะครับ ในเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อให้สบายใจนะครับว่า ในสิ้นป้นี้เราคาดว่าจะ ติดลบโดยที่ทางเวิลด์แบงก์ได้มีการคํานวณใหม่ ป้นี้เราจะติดลบประมาณ ๒.๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ตั้งแต่ต้นป้มาเราคาดว่าเราจะติดลบถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปึนอย่างนี้แล้ว ก็แสดงว่าสภาวะของเศรษฐกิจที่เราคาดว่าจะมีการติดลบอย่างรุนแรงนั้นก็ไม่หนักอย่างที่ เราคิดนะครับ ผมก็อยากจะเรียนให้เราได้สบายใจนะครับ ในส่วนของทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยนั้นผมคิดว่าวันนี้ทั้งกระทรวงการคลังซึ่งเปึนผู้ถือหุ้นของรัฐวิสาหกิจ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมก็อยู่ที่นี่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งกํากับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ได้ อธิบายไปแล้วว่ามีแผนที่จะปรับปรุงการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างไร ซึ่งทุกคนผมคิดว่า เราเห็นว่าสมควรที่จะมีการแก้ไขปรับปรุงในระดับหนึ่งนะครับ

ในส่วนของทางท่าน ส.ส. ที่ผมเคารพนะครับ คือท่าน ส.ส. วิทยา บุรณศิริ ได้พูดถึงว่าซีจีไอเอ็มนั้นครอบคลุมอย่างไร ซีจีไอเอ็มนั้นครอบคลุมถึงอาเซียน+๓ ผมได้กล่าวไปแล้วคือ อาเซียนทั้ง ๕ ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศสิงคโปร์ เปึนประเทศที่จะต้องลงเงิน มากกว่าประเทศอื่น สําหรับประเทศอาเซียนที่ไม่สามารถใช้บริการได้ก็คือ ยกเว้นประเทศ เวียดนามนะครับ ประเทศนั้นยังไม่มีตลาดตราสารหนี้ ฉะนั้นประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่นี้ก็ไม่ได้ครอบคลุมนะครับ อยากจะเรียนเช่นนี้นะครับ

เรื่องเครดิต เรตติ้ง ปัจจุบันเครดิต เรตติ้งของประเทศไทยนั้นก็บีบีบีบวก (BBB+) หรือว่าสามบี+ (3B+) แต่เมื่อซีจีไอเอ็มเข้ามาร่วมประเทศไทยจะได้เรตติ้ง ขึ้นมาถึงเอ (A) เพราะฉะนั้นการที่จัดตั้งกองทุนนั้น ผมเห็นว่ามีประโยชน์กับนักธุรกิจที่มี พื้นฐานอยู่ในอาเซียน+๓ นะครับ

ส่วนท่านประเกียรติที่บอกว่า ซีจีไอเอ็มนั้นไม่ได้ประโยชน์กับชาวไร่ชาวนา ใช่ครับ เพราะว่าซีจีไอเอ็มนี้เราไม่ใช่ไปทําให้ตลาดชาวไร่ชาวนา เปึนตลาดสําหรับเฉพาะ นักธุรกิจที่มีสถานที่ประกอบการอยู่ในอาเซียน+๓ เท่านั้น ฉะนั้นผมขอกล่าวโดยสรุป ให้ท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภาได้ทราบเพียงเท่านี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณครับ กระผมขอป่ด อภิปรายนะครับ ก็ได้อภิปรายกันพอสมควรแล้วนะครับ ต่อไปผมจะขอมตินะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ กรุณาเข้าห้องประชุมโดยพร้อมเพรียงกันนะครับ ท่านที่อยู่ตรงไหน ๆ ก็มาให้หมดนะครับ ถ้าได้รับความร่วมมืออย่างนี้ สภาเราก็ไปได้สบายนะครับ พรรคเพื่อไทยก็ช่วยลงคะแนน ให้ด้วยนะครับ ไหนก็พวกเดียวกันครับ ท่านสมาชิกครับช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด้วยนะครับ นั่งกันสบาย ๆ ก่อนก็ได้ครับ เจ้าหน้าที่ช่วยไปดูที่ตึกวุฒิสภาด้วยอยู่หลายท่านทางโน้น ให้ท่านมา

นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานอู้จังเลย ไม่ครบก็คือไม่ครบ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ทุกท่านช่วยกรุณาเสียบบัตรแสดงตน ด้วยนะครับ ท่านที่อยู่ข้างนอกเชิญรีบเข้ามาด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

เสียบบัตรแสดงตนกันเรียบร้อยแล้ว ใช่ไหมครับ ไม่มีท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ซีกทางนี้เรียบร้อยนะครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธาน ขออนุญาตรอสักครู่หนึ่งนะคะ พอดีเพื่อนสมาชิกกําลังเดินมานะคะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่เปึนอะไร รอได้ครับ รอตลอดวันแล้ว ก็คงจะเรียบร้อยนะครับ ถ้าไม่ครบเราก็เลื่อน ถ้าครบเราก็ดําเนินการต่อไป เสียบบัตร เรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วก็โปรดส่งผลมา มีจํานวนผู้เข้าประชุม ๓๑๒ ท่าน ครบองค์ประชุมพอดีครับ คือดวงประธานสภาดีครับ ก็ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ อย่าลุกไปไหนครับท่านสมาชิกรัฐสภา ที่เคารพ โปรดนั่งประจําที่นะครับ

๕.๑ กรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้ สาธารณะประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ท่านผู้ใดเห็นชอบตามกรอบ ๕.๑ นี้ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดใช้สิทธิ งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิครับท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ เห็นพรรคชาติไทยพัฒนาเพิ่งวิ่งมาเมื่อสักครู่ เสียบเสร็จหรือยัง ถ้าเรียบร้อยแล้วงดใช้สิทธินะครับ ขอเชิญส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๑๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบใน ๕.๑ นะครับ กรอบการเจรจากู้เงินจากต่างประเทศภายใต้แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๓

ต่อไปผมจะถามมติในข้อ ๕.๔ กรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสเมนท์ เมคคานิซึม (Credit Guarantee and Investment Mechanism) ผมก็ไม่รู้เรื่อง และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระ ผมอ่อนมาก ภาษา ถ้าภาษาเพื่อนบ้านคล่อง ท่านผู้ใดเห็นชอบใน ๕.๔ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพใช้สิทธิลงมติครับ ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ ไม่มีนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วก็งด การใช้สิทธิ ส่งผลมา คราวนี้คงเกินแน่ครับ มีผู้เข้าประชุม ๓๐๙ ท่าน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับขอความกรุณาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมคิดว่าถ้ามีจํานวน ตัวเลขอยู่ที่ ๓๐๙ คน ท่านประธานและรองประธานซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ในขณะนี้ท่านเปึน สมาชิกอีก ๒ ท่านด้วยนะครับ อย่างน้อยที่สุดจะมีอีก ๒ เสียง ก็จะเปึน ๓๑๑ เสียง ขอท่านพิจารณาด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ ว่าอย่างไร คุณประเสริฐ ให้ผ่านไป ๆ ก็แล้วกัน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ประเสริฐ จันทรรวงทอง พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ การลงมติ ได้เสร็จสิ้นลงแล้วนะครับ แล้วท่านประธานก็สั่งให้รวบรวมคะแนนแล้ว ออกมา ๓๐๙ ท่าน ซึ่งไม่ครบองค์ประชุม ท่านประธานจะมาลงคะแนนภายหลังผิดข้อบังคับ นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็ยังไม่ได้ทําอะไรเลย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ท่านประธานต้องยึดระเบียบ จะเลื่อนประชุม จะป่ดประชุมก็แล้วแต่ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

อันนั้นอยู่ในดุลยพินิจของผมนะครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ท่านประธานครับเพิ่มอีกนิดหนึ่ง ผมดูกลางโบ๋ ๆ หน่อย ฟังโน้นนะครับ ก็สงสัยอยู่ในใจ อยู่แล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ก็คนที่เคยลงให้แล้วไม่ลง

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมดูข้างโน้น ดูไม่มีคนเลย ทั้ง ๆ ที่มีสมาชิกเกือบ ๒๐๐ ท่านนะครับ มีข่าวตลอดเวลาว่า ๕๐ คน ไปเขมรในวันนี้ ขอให้ท่านสอบสวนด้วยว่ามีใครบ้าง แล้วผม ขอชื่นชมสําหรับคนที่นั่งอยู่ในขณะนี้ว่าคนที่อยู่นั่งขณะนี้มาทําหน้าที่ ส.ส. ได้ดีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญครับท่าน ส.ว.

นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายวรินทร์ เทียมจรัส ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนนะครับ ผมเห็นว่าพฤติกรรมในการประชุมครั้งนี้มีการจงใจที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชน ชาวไทย ขอให้เช็กองค์ประชุมโดยการขานชื่อทั้งหมดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมก็ต้องรับครับ เชิญเลขาธิการนับ องค์ประชุม ท่านเลขาธิการตั้งกรรมการสัก ๖ ท่าน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ถ้าท่านประธานจะวินิจฉัย ๓๐๙ เสียง

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอให้ท่านประธาน ได้สั่งฝ์ายเลขาตรวจสอบการเซ็นชื่อข้างนอกก่อนด้วย แล้วนําเอามาประกอบกันว่าคนที่ เซ็นชื่อว่าอยู่ในขณะนี้แล้วไม่อยู่นั้นมีความหมายอย่างไร แล้วก็ให้ดูกันชัด ๆ เลยครับ ผมคิดว่าเราทุกคนเห็นด้วยให้มีการขานชื่อในการนับองค์ประชุม แล้วประชาชนก็จะได้ ทราบว่าคนที่ไม่อยู่ในขณะนี้ไม่ทําหน้าที่ไปทําอะไรในวันนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เชิญตามอัธยาศัย

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท

ท่านประธานขออนุญาตครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยนาท ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้ครับ

ประการที่ ๑ ท่านประธานจะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยการขานคะแนนก่อน เรียบร้อยแล้วท่านประธานก็จะต้องบอกมาว่าผลเปึนอย่างไร ถ้าหากว่าขานคะแนนแล้ว ในขณะนี้ไม่มีผู้ที่จะนับคะแนนใหม่ ก็แสดงว่าอันนั้นไม่ครบองค์ประชุมแล้วตกไปแล้ว นี่คือประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือว่าผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝ์ายค้านแม้อยู่ปฏิบัติหน้าที่โดยสมบูรณ์ ครบถ้วน ก็ไม่สามารถที่จะคัดค้านสมาชิกเสียงส่วนใหญ่ที่ไม่ฟังเหตุและฟังผล

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้ครับ ให้ผมประกาศ ผลก่อน

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท

ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ จะได้จบทีเดียว เพราะฉะนั้นการไม่ลงมติของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝ์ายค้านเปึนมาตรการหนึ่งของรัฐสภาหรือสมาชิกในการ ปฏิบัติหน้าที่

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

เขารู้กันนานแล้วครับ เรื่องนี้

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท

เพราะฉะนั้นขออนุญาตให้ทําความเข้าใจด้วยว่าเมื่อคุณไม่ฟังเสียงส่วนน้อย เสียงส่วนน้อย เขาก็มีวิธีการ โดยข้อบังคับในการที่จะให้ศักดิ์และสิทธิของคนที่อยู่ฝ์ายค้าน แม้มีเสียง น้อยนิดก็สามารถจะทัดทานกันได้

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณชัยวัฒน์ครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ท่านประธาน ผมประท้วงครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ให้เข้าใจอย่างนั้น

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ จังหวัดตาก

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ผมว่าไม่ต้องประท้วงแล้ว ผมจะ ประกาศผลละครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ท่านประธาน นิดเดียวครับ เรียนท่านประธานว่าผมกับพรรคประชาธิปัตย์เสียหายครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือผลส่งมาแล้วครับ เดี๋ยวครับ พอก่อนครับ เดี๋ยวหยุดก่อนครับ ผมยังไม่ได้ประกาศผลเลยเมื่อสักครู่นี้

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธานครับ ก่อนประกาศผลผมขออนุญาตนิดเดียวครับ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องนี้ละครับ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขอประทานท่านประธานได้โปรดดูในข้อ ๕.๔ ข้อ ๕.๔ มี ๒ กรอบท่านประธาน

กรอบแรก คือกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้ง Credit Guarantee and Investment Mechanism (CGIM) นั่น ๑ กรอบ

อีกกรอบหนึ่ง กรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระ ซึ่งตามความเข้าใจของผมนะครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องถามเปึน ๒ กรอบ ถาม ๒ ครั้ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ไม่ใช่แล้วครับ คือข้อ ๕.๑ มันเสร็จไป แล้วครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ข้อ ๕.๔ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ข้อ ๕.๔ ผมกําลังจะประกาศผลครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

กําลังจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ข้อ ๕.๔ มันมี ๒ กรอบ ในความรู้สึกผมว่าท่านประธานน่าจะ ถามทีละกรอบ ซึ่งที่ถามไปตอนแรกไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นท่านประธานกรุณาถามใหม่ ก็จะสมบูรณ์ตามข้อ ๕.๔ ซึ่งมี ๒ กรอบท่านประธานครับ ขอได้โปรดพิจารณาครับ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ให้ผมประกาศผลก่อนครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ประท้วงผู้ที่ อภิปราย ท่านประธานประกาศผลก่อนก็ได้ครับ ผมขออนุญาตประท้วงทีหลังครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือไม่ต้องประท้วงหรอกครับ ขอความกรุณา ผมประกาศผล ข้อ ๕.๑ มีครบองค์ประชุม ๓๑๒ ท่าน พอมาลงมติ ข้อ ๕.๔ มีกรอบอยู่ ๒ กรอบนะครับ แต่ว่าเมื่อลงมติถือว่า ข้อ ๕.๔ ลงมติ ปรากฏว่าใคร ไม่รู้ลากตัวออกไป ๓ ท่าน ก็เหลืออยู่ ๓๐๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๑๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๖ ท่าน ก็ถือว่าไม่สมบูรณ์ เมื่อไม่สมบูรณ์ ก็ตกไปต้องเสนอใหม่ครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานผมประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คุณประท้วงอะไรผมอีก ผมผิด ข้อบังคับข้อไหน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ เพราะเมื่อสักครู่ผมทักท้วงท่านนะครับ ที่ท่านประกาศผลเมื่อสักครู่ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๐๙ ท่าน มีท่านซึ่งเปึนประธานและรองประธานอีก ๒ ท่าน อยู่ข้างบน ท่านยังไม่ได้ลงในการนับคะแนนด้วยใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

ถึงลงนะครับ ไม่ครบครับ ทั้งหมด ต้อง ๓๑๒ ท่านครับ จึงจะครบครับ ของจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทั้งหมดครับ ก็เรียนให้ทราบ ก็เพื่อบรรยากาศที่ดีทุกฝ์ายนะครับ ผมขอเลื่อนไปพิจารณา คราวต่อไปครับ ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๔๕ นาฬิกา